Razer และ Visa ประกาศความร่วมมือเพื่อพลิกโฉมระบบรับชำระเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Logo

  • รวมโซลูชันผลิตภัณฑ์แบบเติมเงินของ Visa เข้ากับระบบชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของ Razer เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถชำระเงินได้ที่ร้านค้ากว่า 54 ล้านร้านทั่วโลกที่อยู่ภายใต้เครือข่าย Visa
  • นำบริการทางการเงินแบบครบวงจรมาสู่ผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคารและไม่สามารถเข้าถึงบริการจากทางธนาคารได้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–(BUSINESS WIRE)–24 มิถุนายน 2019

Razer™ แบรนด์ไลฟสไตล์ชั้นนำระดับโลกของนักเล่นเกม และ Visa ผู้ให้บริการระบบชำระเงินดิจิทัลระดับโลก ประกาศความร่วมมือเพื่อให้บริการรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน ซึ่งจะพลิกโฉมระบบชำระเงินในอุตสาหกรรมเกมด้วยการให้ผู้ใช้อี-วอลเลตหรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ Razer Pay สามารถชำระเงินที่ร้านค้าภายใต้เครือข่ายของ Visa ที่มีอยู่ทั่วโลกได้

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูเนื้อหาแบบเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190623005044/en/

Razer Fintech and Visa Executives, including Razer Co-Founder, Min Liang-Tan. (Photo: Business Wire)

ทีมผู้บริหารของ Razer Fintech และ Visa ประกอบด้วย Min Liang-Tan หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Razer (รูปภาพ: Business Wire)

การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้ Razer Fintech บริษัทด้านเทคโนโลยีการเงินในเครือ Razer จะร่วมกับโครงการ fintech fast-track ของ Visa ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อให้ธุรกิจทางการเงินที่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ สามาถเข้าถึงเครือข่ายรับชำระเงินของ Visa ที่มีอยู่ทั่วโลกได้ง่ายขึ้น ซึ่ง Razer Fintech และ Visa จะร่วมกันพัฒนาโซลูชันบัตรเครดิตเสมือนจริงระบบเติมเงินของ Visa มาฝังไว้ในระบบอี-วอลเลต Razer Pay ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้บริการของ Razer ราว 60 ล้านคนสามารถชำระเงินให้กับร้านค้าที่เป็นเครือข่ายของ Visa ซึ่งมีมากกว่ากว่า 54 ล้านแห่งทั่วโลกได้

Chris Clark ประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Visa กล่าวว่า “พวกเรามีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทที่มีวิสัยทัศน์และไม่หยุดคิดค้นพัฒนาบริการใหม่ ๆ และยังมีความเข้าใจถึงคุณค่าและความสำคัญในการขยายการเข้าถึงระบบชำระเงินดิจิทัลให้กว้างขึ้น การประกาศความร่วมมือครั้งนี้เป็นการยืนยันถึงการให้ความสำคัญในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในเรื่องของดิจิทัล ความร่วมมือระหว่าง Visa และ Razer Fintech ไม่เพียงเป็นการพลิกโฉมประสบการณ์การชำระเงินของกลุ่มนักเล่นเกม แต่ยังรวมถึงสร้างโอกาสให้กับประชากรในภูมิภาคเอเชีที่ไม่มีบัญชีธนาคารและไม่สามารถเข้าถึงบริการได้”

Min-Liang Tan ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Razer กล่าวว่า “Razer Fintech คือบริการหลักที่จะสร้างการเติบโตให้กับ Razer จากการที่เราเดินหน้าผลักดันระบบรับชำระเงินดิจิทัลในตลาดเกิดใหม่หลาย ๆ แห่ง เริ่มจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่แรก พวกเรามีความตื่นเต้นอย่างมากที่โซลูชันชำระเงินที่เราคิดค้นขึ้นจะถูกนำไปให้บริการลูกค้าหลายล้านคน รวมถึงเชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับเครือข่ายร้านค้าที่มีอยู่มากมายทั่วโลก การร่วมเป็นพันธมิตรกับ Visa ครั้งนี้ยังเป็นการยกฐานะของ Razer Fintech เป็นเครือข่ายระบบชำระเงินดิจิทัลแบบ offline-to-online ที่ใหญ่ที่สุดในภภูมิภาคอีกด้วย”

รวมโซลูชันบัตรเติมเงินของ VISA เข้ากับระบบชำระเงิน RAZER PAY

Razer Fintech และ Visa เตรียมเปิดตัวบัตรเติมเงิน Visa ภายใต้แบรนด์ Razer ที่รวมบริการเข้ากับระบบอี-วอลเลต Razer Pay ให้สามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชันขนาดเล็ก ซึ่งจะเสริมความแกร่งให้ Razer Pay เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียแปซิฟิก

เครือข่ายร้านค้าของ Visa ที่มีอยู่ทั่วโลกช่วยให้ผู้ใช้ Razer Pay สามารถชำระเงินได้ทุกแห่งที่รับบัตร Visa โซลูชันบัตรแบบเติมเงินจะเข้ามาเติมเต็มบริการของ Razer Pay ในปัจจุบันให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งได้แก่บริการที่มีการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างการเติมเงินผ่านโทรศัพท์ บัตรเครดิตเสมือนจริง และการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อความบันเทิงอย่างเช่นเพลง หรือชำระค่าบริการประเภทสตรีมมิง ผู้ใช้จะได้เพลิดเพลินกับสิทธิประโยชน์และรางวัลที่น่าสนใจต่าง ๆ เมื่อใช้บัตรประเภทเติมเงินในการทำธุรกิจผ่านระบบอีคอมเมิร์ซ และเมื่อซื้อสินค้าจากต่างประเทศ

โซลูชันบัตรเติมเงินดังกล่าวยังให้ผู้ใช้สามารถเติมเงินและถอนเงินผ่าน Razer Pay ได้อย่างสะดวกเช่นเดิม รวมถึงยังให้ความสำคัญในเรื่องของความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในการใช้งานเช่นเดิม Razer Pay ยังได้ร่วมกับพันธมิตรที่ไม่หยุดคิดค้นพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีในปัจจุบันให้กว้างขึ้น ได้แก่ บริการชำระค่าโดยสาร ซื้อตั๋วภาพยนตร์ และชำระค่าสาธารณูปโภคผ่านแอปพลิเคชันขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ

นำบริการทางการเงินแบบครบวงจรมาสู่ผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่มีบัญชีธนาคารและไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากกว่า 438 ล้านคน1 ที่ไม่มีบัญชีธนาคารและไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้การร่วมมือกันระหว่าง Razer Fintech และ Visa เป็นการเพิ่มแนวโน้มให้กับการขยายบริการทางการเงินในระดับจุลภาคให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ นอกจากนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นถิ่นที่อยู่ของเยาวชนและคนยุคมิลเลเนียมมากกว่า 213 ล้านคน2

การร่วมมือกันระหว่าง Razer Fintech และ Visa มีจุดประสงค์ที่จะเพิ่มอำนาจในการจับจ่ายให้กลับคนกลุ่มดังกล่าวซึ่งมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการที่ทันสมัย รวมถึงแนะนำคุณสมบัติในการวางแผนทางการเงินที่เข้าใจง่ายและสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ ซึ่งดัดแปลงจากผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มนักเล่นเกมของ Razer คุณสมบัติเหล่านี้จะช่วยยกระดับระดับความรู้ความเข้าใจทางการเงินของประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การร่วมมือกันระหว่าง Razer Fintech และ Visa ยังเป็นการตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีขนาดใหญ่ และมอบเครื่องมือทางการเงินที่มีความทันสมัยให้กับเยาวชนและกลุ่มคนยุคมิลลิเนียมสามารถมีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจไร้เงินสดทั่วโลก

Razer Fintech และ Visa เตรียมเปิดให้บริการโซลูชันดังกล่าวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เฉพาะบางประเทศในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ก่อนที่จะขยายบริการให้ครอบคลุมทั่วโลก

เกี่ยวกับ RAZER

Razer™ เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกสำหรับเกมเมอร์ เครื่องหมายการค้ารูปงูสามหัวของ Razer ถือเป็นหนึ่งในตราสัญลักษณ์ที่มีผู้คนรู้จักมากที่สุดในชุมชนเกมมิ่งและอีสปอร์ตระดับโลก โดยบริษัทได้ออกแบบและพัฒนาเครือข่ายสำหรับผู้เล่นเกมโดยเฉพาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน ภายใต้ฐานลูกค้าที่กระจายอยู่ทั่วทุกทวีป

Razer มีฮาร์ดแวร์ที่ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งอุปกรณ์ต่อพ่วงประสิทธิภาพสูงสำหรับเกมมิง เกมมิงโน้ตบุ๊กตระกูล Blade รวมถึง Razer Phone ที่ได้เสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์จาก Razer ที่รวมแล้วมีผู้ใช้งานมากกว่า 60 ล้านรายนั้น ประกอบด้วย Razer Synapse (แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์) Razer Chroma (ระบบเทคโนโลยีแสงไฟ RGB เอกสิทธิ์เฉพาะของบริษัท) และ Razer Cortex (ซอฟต์แวร์เพื่อปรับปรุงการเล่นเกมและศูนย์รวมบริการ) นอกจากนี้ยังมี Razer zGold ที่เป็นบริการเครดิตแบบเสมือนสำหรับเกมเมอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกรายหนึ่ง โดยเกมเมอร์สามารถซื้อสินค้าและไอเทมได้จากเกมต่าง ๆ มากกว่า 2,500 เกม

Razer ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2005 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซานฟรานซิสโกและสิงคโปร์ นอกจากนี้ยังมีสำนักงานทั้งหมด 9 แห่งทั่วโลก และถือเป็นแบรนด์ชั้นนำด้านเกมมิงทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป และจีน ทั้งนี้ Razer เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (รหัสหลักทรัพย์: 1337)

เกี่ยวกับ VISA INC.

Visa Inc. (NYSE: V) เป็นผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก ภารกิจของเราคือการเชื่อมโยงโลกผ่านเครือข่ายนวัตกรรมการชำระเงินที่เชื่อถือได้และมีความปลอดภัยมากที่สุด ช่วยให้ผู้บริโภค ธุรกิจต่าง ๆ และเศรษฐกิจสามารถเจริญเติบโตได้ เครือข่ายประมวลผลระดับโลกที่ทันสมัยของเราอย่าง VisaNet ให้บริการชำระเงินที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ทั่วโลก และมีความสามารถในการจัดการธุรกรรมมากกว่า 65,000 รายการต่อวินาที บริษัทมีความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งในการสร้างนวัตกรรมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็วของการค้าที่เชื่อมโยงผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ และเป็นแรงผลักดันความฝันในการสร้างสังคมไร้เงินสดในอนาคตสำหรับทุกคนและทุกสถานที่ ขณะที่โลกเปลี่ยนจากระบบอนาล็อกสู่ระบบดิจิทัล Visa จะใช้แบรนด์ ผลิตภัณฑ์ พนักงาน เครือข่ายและขอบเขตธุรกิจของเรา ในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการพาณิชย์ในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.visa.com.sg.

Razer – For Gamers. By Gamers.

1 KPMG Fintech: Opening the door to the unbanked and underbanked in Southeast Asia สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่: https://home.kpmg/xx/en/home/insights/2016/04/fintech-opening-the-door-to-the-unbanked-and-underbanked-in-southeast-asia.html 

2 ASEAN’s First ASEAN Youth Development Index 2017

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190623005044/en/

ติดต่อ:

VISA

Grace Tan 
Visa Worldwide Pte. Limited 
โทร: +65 6671 5468 
อีเมล: grtan@visa.com

Adrian Wong 
Ruder Finn Asia 
โทร: +65 9157 8826 
อีเมล: WongA@ruderfinnasia.com

RAZER

สหรัฐอเมริกา 
Kevin Allen 
Kevin.Allen@razer.com

ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา 
Maren Epping 
Maren.Epping@razer.com

จีน 
Evita Zhang 
Evita.Zhang@razer.com

เอเชียแปซิฟิก 
Ian Tan 
Ian.tan@razer.com

ทั่วโลก 
Jan Horak 
Jan.Horak@razer.com

Teijin Acquires ถือสิทธิ์เป็นผู้จำหน่าย BARLEYmax® ในเอเชียแต่เพียงผู้เดียว

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–24 มิถุนายน 2019

Teijin Limited ประกาศบรรลุข้อตกลงกับบริษัทร่วมทุนสัญชาติออสเตรเลีย The Healthy Grain Pty. Limited เพื่อเข้าถือสิทธิ์การขายเเต่เพียงผู้เดียวของ Asia to BARLEYmax® ข้าวบาร์เลย์ที่ไม่มีการดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งอุดมไปด้วยแป้งต้านทานการย่อยและเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำ เช่น บีตา-กลูแคนและฟรุกแตน โดย BARLEYmax® พัฒนาขึ้นโดยองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ของออสเตรเลียที่ชื่อ Commonwealth Scientific and Industrial Research Organisation

นับตั้งแต่ Teijin ได้บรรลุข้อตกลงกับ Healthy Grain เพื่อร่วมพัฒนา BARLEYmax® ในปี 2015 บริษัทสามารถสร้างยอดขายในประเทศได้มากขึ้น และได้ทำการทดสอบทางคลินิก พัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้ความได้เปรียบจากคุณสมบัติพิเศษของส่วนผสมที่หลากหลาย และได้วางแผนการตลาดเพื่อเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์มากขึ้น ปัจจุบัน Teijin ถือสิทธิ์เป็นผู้ขายแต่เพียงผู้เดียวในเอเชีย และได้ขยายธุรกิจสู่ตลาดเป้าหมาย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจไปทั่วโลก

ข้อตกลงดังกล่าวทำให้ Teijin ถือสิทธิ์ทางการตลาดเพียงผู้เดียวของ BARLEYmax® ในประเทศเกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน ไทย อินโดนีเซียและสิงคโปร์ ด้วยความเหมาะสมทางการตลาด เนื่องจากวัฒนธรรมในการบริโภคข้าวของผู้คน การเพิ่มขึ้นของความนิยมในการบริโภคซีเรียล และการที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ในช่วงเริ่มต้น Teijin จะให้ความสำคัญกับตลาดเหล่านี้เป็นหลัก โดยตั้งเป้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ร่วมกับบริษัทในประเทศ และส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารเเปรรูปจากประเทศญี่ปุ่น

Teijin กำลังขยายธุรกิจด้านสุขภาพอย่างรวดเร็วทั่วโลก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนด้วยการช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตที่สมบูรณ์นับตั้งแต่เริ่มดูตาดูโลก

เกี่ยวกับ Teijin Group

Teijin (TOKYO:3401) คือกลุ่มบริษัทระดับโลกที่ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจโซลูชันที่มีความก้าวหน้าในด้านมูลค่าทางสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย นิรภัยและการลดความรุนแรงของภัยพิบัติ และการเปลี่ยนแปลงทางประชากรและการตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพ โดยการดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวกับไฟเบอร์ประสิทธิภาพสูง เช่น  อารามิด คาร์บอนไฟเบอร์และคอมโพสิต การดูแลสุขภาพ ฟิล์ม เรซินและกระบวนการทางพลาสติก เส้นใยโพลีเอสเตอร์ การแปรรูปผลิตภัณฑ์และไอที Teijin มีบริษัทในเครือกว่า 170 แห่งและมีพนักงานกว่า 20,000 คนในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก บริาทรายงานยอดขาย 888.6 พันล้านเยน (8.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมูลค่าทรัพย์สินรวม 1020.7 พันล้านเยน (9.3 พันล้านดอลลาร์) เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราที่ www.teijin.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ:

ฝ่ายสื่อสารองค์กร
Teijin Limited
+81 3 3506 4055
pr@teijin.co.jp

Shopify เปิดตัวนวัตกรรมใหม่เปลี่ยนรูปแบบการค้าขายแก่ผู้ค้าและผู้บริโภคทั่วโลก

Logo

การประกาศเปิดตัวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Shopify ประกอบด้วยครั้งแรกของเครือข่ายการจัดการหลังร้าน แพลตฟอร์มใหม่สำหรับแบรนด์สินค้า และศักยภาพการขายสินค้าในระดับนานาชาติ

โทรอนโต–(BUSINESS WIRE)–19 มิถุนายน 2019

Shopify Inc. (NYSE:SHOP) (TSX:SHOP) แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าชั้นนำที่ให้บริการผ่านหลายช่องทาง วันนี้ประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีการค้าขายสินค้าใหม่ล่าสุดในงานประชุมประจำปี Shopify Unite ที่รวมพันธมิตรและชุมชนผู้พัฒนานวัตกรรมระดับโลกของบริษัทไว้ด้วยกัน

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่  https://www.businesswire.com/news/home/20190619005550/en/

Shopify Fulfillment Network (Graphic: Business Wire)

เครือข่ายการจัดการระบบหลังร้าน (กราฟิก: Business Wire)

Toni Lutke ประธานกรรมการบริหารของ Shoptify กล่าวว่า “พลังที่แท้จริงของ Shopify มาจากความแตกต่างและความแข็งแกร่งของระบบนิเวศที่เรามีอยู่ การประชุม Unite ช่วยให้ชุมชนพันธมิตรและผู้พัฒนาเข้าถึงแผนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของเรา ด้วยกันนั้น เรายังสามารถกำหนดทิศทางอนาคตการค้าขายและเสริมศักยภาพแก่นักลงทุนทั่วโลกอีกด้วย

ในปีนี้ Shopify กำลังเดินหน้าปรับรูปแบบการค้าขายโดยประกาศปรับปรุงและอัพเดตแพลตฟอร์มแก่แบรนด์ที่ผู้บริโภคต้องการสร้างและทำธุรกิจ นวัตกรรมของ Shopify ประกอบด้วยแพลตฟอร์ม  Shopify Plus ที่อัพเดตใหม่ล่าสุดสำหรับแบรนด์สินค้า โดยจะขยายศักยภาพในระดับโลกมากขึ้น และนับเป็นครั้งแรกที่ Shopify ขยายเครือข่ายการจัดการระบบหลังร้าน ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าทุกขนาดส่งมอบสินค้าได้อย่างรวดเร็วและราคาถูก

นำเสนอเครือข่ายการจัดการระบบหลังร้าน

  • เครือข่ายการจัดการระบบหลังร้าน Shopify ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว โดยผู้ใช้จะเข้าถึงผู้ค้าชาวสหรัฐ ฯ ด้วยเครือข่ายศูนย์จัดการระบบหลังร้าน และใช้การเรียนรู้ของเครื่องจักรสร้างความมั่นใจในความตรงเวลาและประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง

ประกาศเปิดตัว Shopify Plus แพลตฟอร์มใหม่สำหรับผู้ค้าเชิงองค์กร

  • Shopify Plus จะให้ผู้ค้ามองเห็นภาพรวมของธุรกิจทั้งหมดผ่านเครื่องมือบนร้านค้าที่คอยอำนวยความสะดวกและมอบวิธีสร้างร้านใหม่ที่ง่ายกว่าเดิม ทำให้ผู้ค้าหยิบจับได้อย่างรวดเร็ว สามารถสร้างร้านค้าแบบที่ลูกค้าต้องการ และปลดล็อกศักยภาพการเติบโตของธุรกิจด้วย

เปิดตัวซอฟท์แวร์การชำระเงินยุคใหม่เพื่ออัดประสบการณ์จัดการในร้านค้า

  • ระบบการชำระเงิน Shopify POS จะมีความรวดเร็วและใช้ง่ายกว่าเดิม และเป็นซอฟต์แวร์การค้าขายที่วัดได้ โดยนำเสนออินเทอร์เฟสที่ไม่ซับซ้อนแก่ผู้ค้าปลีก รวมทั้งทางลัดการบริการลูกค้าใหม่ ๆ และการเข้าถึงแอพ POS ทั้งหมดของ Shopify

วิธีการใหม่สำหรับผู้ค้าในการเจาะตลาดระดับโลก

  • นำเสนอความหลากหลายของภาษาถึง 11 ภาษาผ่าน Shopify Admin ทั่วโลก เช่น ภาษาจีนดั้งเดิม ภาษาจีนประยุกต์ เดนมาร์ก ดัทช์ ฟินแลนด์ ฮินดี มาเลเซีย นอร์เวย์ สวีเดน เกาหลี และไทย
  • ระบบ Translations API ของ Shopify ทำหน้าที่เก็บเนื้อหาที่แปลให้ลูกค้าได้อ่าน ทั้งผลิตภัณฑ์ คอลเล็กชั่น และบล็อกต่าง ๆ ทำให้ผู้ค้าขายมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งในรูปแบบหลากหลายภาษาและไปในทิศทางเดียวกัน
  • และด้วยแพลตฟอร์ม Shopity Payments ผู้ค้าสามารถขายสินค้าผ่านสกุลเงินหลากหลาย และรับเงินเป็นสกุลของผู้ค้าขายเอง

นำความแปลกใหม่มาสู่ประสบการณ์การออกแบบร้านค้าออนไลน์

  • ประสบการณ์การออกแบบร้านค้าออนไลน์มอบความสะดวกสบายแก่ผู้ค้าในการจัดการกับภาพลักษณ์และความรู้สึกของร้านค้าเพื่อเตรียมตั้งรับความคาดหวังที่เปลี่ยนไปของนักช้อปโดยไม่ต้องแก้ไขโค้ด
  • นำเสนอความสามารถในการแสดงสินค้าผ่านวิดีโอและรูปแบบ 3D ใน Shopify และปลดล็อกโอกาสใหม่ ๆ ของผู้ค้าเพื่อส่งมอบประสบการณ์ร้านค้าออนไลน์ผ่านการนำสินค้ามาสู่ชีวิตจริง
  • พันธมิตรทางธุรกิจปัจจุบันสามารถรวมโซลูชั่นการชำระเงินโดยตรงกับโหมดการชำระเงินของ Shoptify

มอบเครื่องมือที่ดีที่สุดแก่ผู้พัฒนาในการสร้างแอพด้วยความเร็วและมีเสถียรภาพ

  • คลังโปรแกรมที่โด่งดังมากที่สุดของ Shopify อยู่ที่ GraphQL โดยอนุญาตให้ผู้พัฒนายกระดับความเร็วและความสามารถในการสร้างแอพที่ใช้งานได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพแก่ผู้ค้า
  • ด้วยระบบ Shopify App CLI (command-line interface) ผู้พัฒนาสามารถมัดรวมวิธีการสร้างแอพเข้าด้วยกันเป็นคำสั่งเดียว ทำให้สามารถจัดการแอพได้เพียงไม่กี่วินาที
  • Shopify App Bridge เป็นเครื่องมือรวมชนิดใหม่ที่ช่วยให้ผู้พัฒนาฝังแอพตรงเข้าไปใน Shopify ทั้งในเดสก์ทอป Shopify Mobile และ Shopify POS เรียกว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อ

การนำเสนอระบบจัดสินค้าหลังร้านช่วยให้ผู้ค้าขายสินค้าเพิ่มมากขึ้น จัดการกับออเดอร์สินค้าได้ดีขึ้น และปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า

  • ฟีเจอร์การจัดส่งสินค้าแบบใหม่ช่วยให้ผู้ค้าตั้งเงื่อนไขการจัดส่งและราคาสินค้าต่าง ๆ และช่วยทำให้ภาพรวมของสินค้าเป็นอัตโนมัติและถูกต้องมากขึ้นผ่านกระบวนการจัดการหลังร้าน รวมทั้งกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากแอพและบริการที่เป็นบุคคลที่สาม

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://news.shopify.com/

เกี่ยวกับ Shopify

Shopify คือ แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าชั้นนำที่มีรูปแบบการให้บริการหลายช่องทาง ผู้ค้าสามารถใช้ Shopify ในการวางแผนและเริ่มธุรกิจ รวมถึงจัดการร้านค้าผ่านหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย แหล่งซื้อขายสินค้า ร้านค้าทั่วไปและร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังให้ผู้ค้าได้เข้าถึงระบบหลังร้านที่มีประสิทธิภาพ และจัดการธุรกิจตั้งแต่ขั้นตอนการชำระเงินไปจนถึงการจัดส่งสินค้าจากแพลตฟอร์มเดียว Shopify ได้รับการพัฒนาให้มีความน่าเชื่อถือและออกแบบให้ธรุกิจทุกขนาดสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ใช้ในธุรกิจขนาดใหญ่ได้ สำนักงานใหญ่ของ Shopify ตั้งอยู่ที่เมืองออตตาวา ประเทศแคนาดา ปัจจุบันมีธุรกิจที่ใช้แพลตฟอร์มของเรากว่า 800,000 ธุรกิจในประเทศต่าง ๆ 175 ประเทศ และได้รับการยอมรับโดยแบรนด์อย่าง Unilever, Kylie Cosmetics, Allbirds, MVMT และอื่น ๆ อีกมากมาย

ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยข้อมูลและข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต ภายใต้ความหมายของกฎหมายหลักทรัพย์ที่บังคับใช้ (“ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต“) ได้แก่ ข้อความที่เกี่ยวข้องกับการประกาศ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ บริการ และข้อเสนอโดย Shopify ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เหล่านั้น และผลกระทบของผลิตภัณฑ์และบริการเหล่านั้นที่มีต่อธุรกิจของผู้ขาย ถ้อยคำ เช่น “คาดว่า” “จะ” “คาดการณ์ว่า” และ “ตั้งใจ” หรือสำนวนที่คล้ายกันในข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอนในการทำนายผลลัพธ์และเงื่อนไขในอนาคตที่มีอยู่ตามธรรมชาติ

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190619005550/en/

ติดต่อ:

Julie Nicholson
ผู้อำนวยการการสื่อสาร
416-238-6705 x 302
press@shopify.com



งานประชุมเปิดตัว Jubilee Ace ทั่วโลกที่จัดขึ้นที่มาเก๊าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

Logo

Macau–(BUSINESS WIRE)–19 มิถุนายน 2019

งานประชุมเปิดตัว Jubilee Ace ทั่วโลกถูกจัดขึ้นที่มาเก๊าเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม โดยมีผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าแผนกและผู้บังคับบัญชาของบริษัทเข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วยผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ ตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ พันธมิตรและสื่อชั้นนำจำนวนมาก

(Photo: Business Wire)

(Photo: Business Wire)

ระหว่างการประชุม ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทได้อภิปรายถึงแผนกลยุทธ์ปี 2562 และเสนอมาตรการในการสร้างบรรยากาศการทำงานของบริษัท ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความสุข และการเอาชนะคู่แข่ง

นอกจากนี้ผู้บริหารได้มุ่งเน้นให้พนักงานของ Jubilee Ace กลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อบรรลุเป้าหมายบริษัทในปี 2562 และฝ่ายบริหารยังได้ชี้แจงให้ผู้นำจากหน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติตามแผนทั้งสี่ด้านของ Jubilee Ace ซึ่งรวมถึง

การติดตามแผนการ การดำเนินงาน การติดตามประสิทธิภาพ และการวิเคราะห์ผลลัพธ์ เพราะการปฏิบัติตามสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นจะช่วยเร่งและทำให้เรามั่นใจได้ว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายของบริษัทได้อย่างแน่นอน การประชุมในครั้งนี้ยังได้เน้นย้ำว่า บริษัทกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการเริ่มต้น ดังนั้นเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรต่างๆ จึงได้มีการแนะนำรูปแบบธุรกิจ แผนพัฒนาธุรกิจ พร้อมกับการแนะแนวทางอย่างละเอียดในงานอีกด้วย

การประชุมจบลงด้วยการกล่าวสุนทรพจน์จากทีมผู้บริหาร โดยทีมผู้บริหารได้แสดงความยินดีในโอกาสการเปิดตัวบริษัทต่อทั่วโลกในครั้งนี้ พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน ยิ่งไปกว่านั้นในงานยังได้มีการเปิดเผยบลูปริ้นท์และโอกาสในอนาคตของ Jubilee Ace และในโอกาสนี้ผู้บริหารระดับสูงได้แสดงวิสัยทัศน์ความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำโดยการลงมือปฏิบัติเป็นตัวอย่าง พร้อมกับขอความร่วมมือจากพนักงานทุกคนให้มีส่วนร่วมและตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง!

จากนั้นได้มีการสาธิตการทำงานของซอฟท์แวร์ป้องกันความเสี่ยงสกุลเงินดิจิตอลจากหัวหน้าแผนกเทคนิค การสาธิตสดๆนั้นให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง เนื่องจากผู้ชมได้เห็นพลังของซอฟท์แวร์ ผลลัพธ์ที่ได้จากการสาธิตสดนี้จึงถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือของ Jubilee Ace ได้เป็นอย่างดี

Jubilee Ace  คือ บริษัทที่มีข้อมูลการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างแพลตฟอร์มที่กำหนดได้เองในตลาดการเงินกีฬา แพลตฟอร์มดังกล่าวได้รับการพัฒนาและปรับปรุง จึงทำให้สามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อบรรลุเป้าหมายหลัก ซึ่งก็คือการสร้างรายได้ และด้วยการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการทำการวิเคราะห์เชิงลึกจึงสามารถทำการตัดสินใจในตลาดได้อย่างเหนือชั้น แพลตฟอร์มนี้สามารถสร้างผลกำไรได้โดยปราศจากความเสี่ยง และนอกเหนือจากการเก็งกำไรในตลาดกีฬาแล้ว บริษัทยังได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นอัจฉริยะอื่นๆอีกเช่น ระบบ Aqua เข้ารหัสสกุลเงินดิจิตอล และระบบสินค้าโภคภัณฑ์ Aqua ซึ่งทั้งสองระบบนี้ ได้ช่วยขยายขอบเขตธุรกิจของเราได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการให้บริการที่ดีกว่า ปลอดภัยกว่า และสะดวกสบายมากกว่า กำไรที่สมาชิกของเราได้รับผ่านแพลตฟอร์มบริษัทได้ช่วยให้ Jubilee Ace เติบโตและผลักดันเราให้อยู่ในจุดสูงสุดในฐานะบริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศชั้นนำ

ในช่วงสรุปของการประชุม ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ผู้อำนวยการด้านเทคนิค และผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการตลาดได้ร่วมกันวางแผนและพิจารณามาตรการเฉพาะเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหากำหนดขอบเขตงานและบทบาท และได้ร่วมกันอภิปรายถึงอุปสรรคที่พนักงานต้องเผชิญ เพื่อสร้างรากฐานการทำงานที่มั่นคงสำหรับทุกคน

ด้วยความพยายามร่วมกันของพนักงานทุกคน Jubilee Ace จะประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่งในปี 2019 นี้อย่างแน่นอนเพราะเรามองไปสู่อนาคต!

Media Contacts:

Mr. Mansion Greenwood – Press Officer – press@jubileeace.com

www.jubileeace.com

P&G เปิดตัวภาพยนตร์ใหม่ที่เน้นการเดินทางภายในสำหรับการให้ความสำคัญกับ LGBT + หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ

Logo

ตอนต่อของภาพยนตร์สั้นที่ได้รับรางวัลชื่อ“ The Words Matter” ที่เล่าเรื่องราวของพนักงานและลูกจ้างที่กล้าหาญที่ลุกชึ้นมาสู้ความอยุติธรรมเพื่อประโยชน์ที่เท่าเทียมกันของพนักงาน

ซินซินนาติ–(BUSINESS WIRE)–18 มิถุนายน 2019

บริษัท  Procter & Gamble Company (NYSE: PG) ร่วมกับ Great Big Story วันนี้เปิดตัว Out of the Shadows ภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่บันทึกเรื่องราวของ  การเดินทางของ P&G ในแง่มุม เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล และทรานสเจนเดอร์ หรือ Lesbian, Gay, Bisexual และ Transgender โดยภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงพนักงานที่ท้าทายบริษัทและเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบากในช่วงระหว่างยุค 1990 และปี ช่วงต้นปี 2000

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190618005920/en/

P&G, in partnership with Great Big Story, today released Out of the Shadows, a new film chronicling  ...

บริษัท  Procter & Gamble Company (NYSE: PG) ร่วมกับ Great Big Story วันนี้เปิดตัว Out of the Shadows ภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่บันทึกเรื่องราวของ  การเดินทางของ P&G ในแง่มุม เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล และทรานสเจนเดอร์ หรือ Lesbian, Gay, Bisexual และ Transgender โดยภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงพนักงานที่ท้าทายบริษัทและเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบากในช่วงระหว่างยุค 1990 และปี ช่วงต้นปี 2000 (ภาพ: Business Wire)

ในปี 1992  P&G กลายเป็นหนึ่งใน บริษัท Fortune 500 แห่งแรกที่เพิ่มความหลากหลายทางเพศในแถลงการณ์ความหลากหลาย อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นทางการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมในสถานที่ทำงานสำหรับชุมชน LGBT + เท่านั้น

เพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV/AIDS และการต่อสู้กับผู้ต่อต้านที่รุนแรงและเป็นระบบมากยิ่งๆ ขึ้น พนักงาน LGBT + พยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งที่เท่าเทียมในสถานที่ทำงาน พนักงานของ P&G ได้เริ่มต้นการเดินทางสิบปีซึ่งนำมาไม่เพียงแต่ผลประโยชน์พนักงานที่เท่าเทียมกันเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนมุมมองและแก้ไขอคติภายในชุมชนด้วย

“ภาพยนตร์ 25 นาทีที่สร้างแรงบันดาลใจนี้จะบอกเล่าเรื่องราวของพนักงานที่กล้าหาญที่อดทนต่ออคติ ความเกลียดชัง การเดินทางของพวกเขาเน้นย้ำให้เราเห็นว่าเรามาไกลแค่ไหน แต่ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อนำมาซึ่งความเท่าเทียม นั่นคือเหตุผลที่ P&G ร่วมมือกับ Great Big Story เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขาเพื่อให้ผู้อื่นสามารถเรียนรู้จากอดีตของเรา เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าที่ทุกคนมีคุณค่าและทุกคนรวมมีความสำคัญ” Shelly McNamara หัวหน้าแผนก P&G กล่าว

การแบ่งปันการเดินทางภายในของบริษัทในการให้ความสำคัญและคุณค่ากับ LGBT + เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของบริษัทเพื่อเริ่มการสนทนาที่มีความหมายซึ่งนำไปสู่การเอาใจใส่และความเข้าใจ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้รับการฉายในช่วงก่อนที่จะครบรอบ 50 ปี ของการจลาจลสโตนวอลล์และเพื่อเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ หรือ Pride month

“ นี่เป็นมากกว่าแค่สารคดีของบริษัท มันเป็นการมองประวัติความเป็นมาของบริษัทแบบใกล้ชิด ตลอดจนถึงบทเรียนเกี่ยวกับความเป็นผู้นำและความกล้าหาญ และช่องทางในการอภิปรายทางสังคมเกี่ยวกับความหลากหลายและการให้ความสำคัญกับทุกคน” Brent Miller รองผู้อำนวยการฝ่าย P&G ฝ่ายสื่อสารและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ กล่าวเสริม “มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราที่จะแบ่งปันการเดินทางของเราอย่างโปร่งใสเพราะมันสะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับ บริษัทอื่น ๆ มากมาย และเราหวังว่ามันจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อสร้างบริษัท และชุมชนที่มีความหลากหลายมากขึ้นต่อไป”

สามารถชมภาพยนตร์เต็ม 25 นาทีได้ ที่นี่.

เกี่ยวกับวิธีการของ P&G ในงานด้านสังคมและประชาชน

ความหลากหลายและการให้ความสำคัญกับทุกคนเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญด้านการเป็นพลเมืองของ P&G ควบคู่ไปกับจริยธรรม และความรับผิดชอบขององค์กร ผลกระทบต่อชุมชน ความเท่าเทียมกันทางเพศ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม โครงการทางสังคมของบริษัทสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติเพื่อขจัดความยากจน ปกป้องโลก และสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพยายามด้านสังคมและประชาชนของ P&G สามารถอ่านรายงานความพยายามทางด้านสังคมและประชาชนของ P&G ประจำปี 2018 ได้ที่นี่.

เกี่ยวกับ Procter & Gamble

P&G ให้บริการแก่ผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยหนึ่งในพอร์ตการลงทุนที่แข็งแกร่งที่สุดของแบรนด์ที่เชื่อถือได้ มีคุณภาพและความเป็นผู้นำ ซึ่งรวมถึงแบรนด์ Always®, Ambi Pur®, Ariel®, Bounty®, Charmin®, Crest®, Dawn®, Downy®, Fairy®, Febreze®, Gain®, Gillette®, Head & Shoulders®, Lenor®, Olay®, Oral-B®, Pampers®, Pantene®, SK-II®, Tide®, Vicks®, and Whisper®. ชุมชน P&G มีการดำเนินงานในประมาณ 70 ประเทศทั่วโลก กรุณาเยี่ยมชม http://www.pg.comเพื่อรับข่าวสารล่าสุดและข้อมูลเกี่ยวกับ P&G และแบรนด์ต่างๆ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190618005920/en/

ติดต่อ

Brent Miller, ฝ่ายสื่อสาร P&G

Miller.br.4@pg.com

+1-917-423-5338




You Bank แพลตฟอร์มการธนาคารสินทรัพย์ดิจิตอลนำเสนอตนเองที่ UNCHAIN 2019 ในเบอร์ลิน

Logo

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–18 มิถุนายน 2019

You Bank แพลตฟอร์มธนาคารสินทรัพย์ดิจิตอลได้เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม Blockchain UNCHAIN ​​2019 จัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีระหว่างวันที่ 14 ถึง 15 มิถุนายน 2019  You Bank ได้สร้างภาพลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมในตลาดยุโรปและเปิดตัวอย่างเป็นทางการในระดับโลก!

แพลตฟอร์มธนาคารดิจิตอลของ You Bank เป็นธนาคารกลางของโลกดิจิตอล

You Bank แพลตฟอร์มการให้บริการทางการเงินบล็อกเชนในระดับสากล เป็นผู้นำระดับโลกในด้านการจัดการสินทรัพย์ดิจิตอล  You Bank ก่อตั้งขึ้นในสิงคโปร์โดยตระกูล Richmond ซึ่งเป็นหนึ่งในเก้าตระกูลชาวยิวที่เป็นที่รู้จักกันในนามตระกูล "Rothschild" ของโลกดิจิตอล

You Bank Global CEO Daniel เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุม  เขากล่าวว่าจุดประสงค์ดั้งเดิมของ You Bank คือการสร้างธนาคารดิจิทัลที่สามารถใช้งานได้ทั่วโลกในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล  You Bank จะครอบคลุมการจัดการสินทรัพย์ดิจิตอล การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอล การจัดสรรสินทรัพย์ทั่วโลก กองทุนดิจิตอล ความน่าเชื่อถือดิจิตอล การประกันทรัพย์สินดิจิทัล และบริการอื่นๆ ที่ครอบคลุม  แพลตฟอร์ม Digital Asset Banking ของ You Bank มุ่งมั่นที่จะให้บริการการจัดการทรัพย์สินทางการเงินและดิจิตอลทางการเงินแก่ผู้ใช้ทั่วโลกด้วย "one-app-for-all" โดยกลายเป็น "Federal Reserve" ของโลกดิจิตอล

นอกจากนี้ ปัจจุบัน You Bank มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินมากกว่า 150 รายการ การจัดการสินทรัพย์ การค้า การวิจัยเทคโนโลยีและบุคลากรด้านการพัฒนาทั่วโลก และปัจจุบันบริหารมากกว่า 60,000 BTC

You Bank สร้างระบบเครือข่ายแอพพลิเคชั่นบล็อกไร้พรมแดน

You Bank จะพยายามอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อความก้าวหน้าขององค์กรและการพัฒนาสังคมและในที่สุดก็จะสร้าง "ชุมชนระบบนิเวศดิจิทัล" ในโลกดิจิทัลที่เราสามารถสร้าง ครอบครอง แบ่งปัน และชนะร่วมกัน  ในที่สุด โครงการทั้งหมดจะมาบรรจบกันบนแพลตฟอร์มที่สร้างโดย You Bank ซึ่งในที่สุดจะสร้างขอบเขตและการแบ่งปัน "ชุมชนระบบนิเวศดิจิทัล" ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระบบนิเวศสำหรับการบรรจบกันของทรัพยากรทางการเงินและเชิงพาณิชย์ทั่วโลก

You Bank เป็นตรึงมูลค่าของสกุลเงินดิจิทัล

นอกจากนี้ You Bank ยังเป็นแพลตฟอร์มแรกและรายเดียวในโลกที่สามารถตรึงมูลค่าของสกุลเงินดิจิตอลได้  You Bank ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางธุรกิจของเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งระบบ  สกุลเงินดิจิตอลยึดคุณค่าของระบบธนาคารทั่วโลกในระยะยาวของ You Bank และการถือครองสินทรัพย์ดิจิตอลของ You Bank สามารถสร้างผลตอบแทนที่มีมูลค่าสูงอย่างต่อเนื่อง

ดูแหล่งที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190618005408/en/

ติดต่อ:

You Bank

CHEN YING

ybt@youbank.top

https://twitter.com/youbank5

Small Giant Games ประกาศขยายรูปแบบครั้งยิ่งใหญ่ของเกมเฟรนไชส์ Empires & Puzzles

Logo

การขยายรูปแบบประกอบด้วยการปรับปรุงฐานยุทธศาสตร์หลายแห่ง การเพิ่มศูนย์ยุุทธศาสตร์ และสร้างอาคารแห่งใหม่ชื่อ Hunter’s Lodge

ซานฟรานซิสโก–(BUSINESS WIRE)–18 มิถุนายน 2019

Small Giant Games (“Small Giant”) บริษัทในเครือของ Zynga Inc. (Nasdaq: ZNGA) ผู้นำด้านความบันเทิงระบบอินเทอร์แอ็คทีฟ วันนี้ประกาศขยายรูปแบบครั้งใหญ่ของเกมเฟรนไชส์ชื่อดังอย่าง Empires & Puzzles การขยายรูปแบบครั้งนี้เกิดจากความต้องการของผู้เล่นเกม โดยบริษัทจะเน้นการปรับปรุงฐานยุทธศาสตร์สำคัญ ๆ เช่น การเพิ่มจำนวนศูนย์ยุทธศาสตร์ระดับสูงสุดจาก 20 เป็น 21 รวมทั้งเวอร์ชั่นขั้นสูงของเหมือง ฟาร์ม สโตร์เก็บของ และบ้าน นอกจากนี้ยังมีอาคารแห่งใหม่ชื่อ Hunter’s Lodge ที่เปิดตัวเพื่อให้ผู้เล่นได้ลิ้มรสการต่อสู้ใหม่ ๆ อีกด้วย

Bernard Kim ประธานฝ่ายโฆษณาสิ่งพิมพ์แห่ง Zynga กล่าวว่า “หลังจากทีม Small Giant ได้เข้าร่วมธุรกิจกับ Zynga เมื่อปีที่แล้ว เรารู้สึกชื่นชมในความอัจฉริยะด้านนวัตกรรมของ Empires & Puzzles ซึ่งเป็นผลงานเฟรนไชส์หลักที่มีมายาวนานของเรา การขยายรูปแบบที่เกิดจากความหลงใหลของผู้เล่นเกมแสดงถึงพันธสัญญาของทีมในการสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่สนุกที่สุดสำหรับชุมชนเกม Empires & Puzzles”

Zynga เข้าซื้อกิจการ Small Giant ซึ่งมีสำนักงานในกรุงเฮลซิงกิ เมื่อเดือนมกราคม 2019 โดย Small Giant นำทีมพัฒนามากประสบการณ์และเฟรนไชส์ที่มีมายาวนานไปรวมกับผลงานปัจจุบันของ Zygna รวมถึง Empires & Puzzles ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างเกมต่อสู้แบบ Match 3 กับองค์ประกอบเกมที่ละเอียดกว่าเดิม เช่น การรวบรวมฮีโร่ การสร้างฐาน และการสร้างแนวร่วมทางโซเชียล

นับตั้งแต่การเปิดตัวในปี 2017 เกม Empires & Puzzles มีการดาวน์โหลดมากกว่า 34 ล้านครั้ง และขึ้นเป็นอันดับ #1 ของเกมที่เติบโตสูงสุดใน 57 ประเทศผ่าน Apple App Store และ 24 ประเทศผ่าน Google Play เกมนี้ยังได้ทำลายสถิติติดชาร์ต Top 10 เกมที่ทำรายได้สูงสุดทั่วโลกใน 124 ประเทศผ่าน Apple App Store และ Google Play อีกด้วย

การขยายรูปแบบล่าสุดของ Empires & Puzzles ผ่านการขับเคลื่อนหลัก ๆ โดยหนึ่งในนักพัฒนามากความสามารถชื่อ Sofia Vanhanen ขณะที่อายุ 20 ปี Vanhanen เป็นนักพัฒนาหญิงรุ่นเยาว์ที่ทำงานในอุตสาหกรรมเกมโทรศัพท์มือถือ ในฐานะผู้กระหายเล่นเกม Empires & Puzzles เธอได้เข้าร่วม Small Giant พร้อมกับเสร็จสิ้นการทำงานด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัยที่เธอจบการศึกษา

Vanhanen กล่าวเพิ่มเติมว่า “นับว่าความฝันเป็นจริงที่ได้ทำงานเกี่ยวกับเกมที่เราหลงใหล ฉันได้นำมุมมองในฐานะแฟนเกมคนหนึ่งมาปรับตามที่คิดว่าผู้เล่นเกมจะชอบ ฉันอยากฟังความคิดเห็นจากทุกคนเกี่ยวกับฐานยุทธศาสตร์แห่งใหม่เต็มที”

หมายเหตุบรรณาธิการ = ข้อมูลและวิดีโอสนับสนุน https://app.box.com/s/wyywt4moif6gqj4v062gvogrysxfwc1i

เกี่ยวกับ Zynga Inc.

Zynga เป็นผู้นำระดับโลกในด้านความบันเทิงแบบอินเทอร์แอคทีฟที่มีภารกิจในการเชื่อมต่อโลกผ่านเกม  ในปัจจุบัน มีผู้เล่นแฟรนไชส์ของ Zynga มากกว่าหนึ่งพันล้าน ซึ่งประกอบไปด้วยเกม CSR Racing™, Empires & Puzzles™, Merge Dragons!™, Words With Friends™ และ Zynga Poker™ เกมของ Zynga ให้บริการในกว่า 150 ประเทศและสามารถเล่นได้บนแพลตฟอร์มโซเชียลและอุปกรณ์มือถือทั่วโลก  บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2007 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซานฟรานซิสโก และสาขาอีกหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์  อินเดีย ตุรกี และฟินแลนด์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชม www.zynga.com หรือติดตาม Zynga ได้บน Twitter และ Facebook

แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า เกี่ยวข้องกับและรวมทั้งการขยายรูปแบบและการปรับปรุงในอนาคตของ Empires & Puzzles แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้ามักประกอบด้วยข้อความ เช่น “สังเกตการณ์” “คาดการณ์” “วางแผน” “ตั้งใจ” “จะ” “คาดหมาย” “เชื่อว่า” “ตั้งเป้า” “คาดหวัง” และคำแถลงรณ์ในอนาคตที่แสดงความหมายล่วงหน้า การบรรลุผลและความสำเร็จของเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าจะเกี่ยวข้องกับภัยเสี่ยง ความไม่แน่นอน และการสันนิษฐานสำคัญ ๆ ความน่าเชื่อถือที่ไม่เพียงพอไม่ควรบรรจุไว้ในแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าว ซึ่งจะอยู่ในข้อมูลปัจจุบันของเรา เราขอรับผิดชอบพันธกรณีในการเปลี่ยนแปลงคำแถลงการณ์ดังกล่าว ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภัยเสี่ยง ความไม่แน่นอน และการสันนิษฐานได้รับ/หรือจะได้รับการอธิบายด้วยรายละเอียดชัดเจนขึ้นในหนังสือชี้ชวนสาธารณะของเราต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) การคัดลอกสามารถทำได้โดยเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์แผนกความสัมพันธ์นักลงทุน http://investor.zynga.com หรือเว็บไซต์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) www.sec.gov

อัลบั้มรูปภาพและเนื้อหามัลติมีเดียดูได้ที่ https://www.businesswire.com/news/home/51999464/en

Zynga Media Contacts:

Sarah Ross

sarah@zynga.com | (310) 924-1404

Kenny Johnston

kjohnston@zynga.com | (602) 999-1890

Kjell Vistad | Gilberto Williams-Gamboa

ONE PR Studio (สำหรับ Zynga ในสหรัฐอเมริกา) / zynga@oneprstudio.com / (510) 893-3271

การศึกษาจากสถาบันการจัดการโครงการ หรือ Project Management Institute ระบุเทคโนโลยี AI หกประการ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้เชี่ยวชาญด้านโครงการ

Logo

ฟิลลาเดลเฟีย–(BUSINESS WIRE)–17 มิ.ย. 2019

Project Management Institute  (PMI) เปิดตัวรายงานเชิงลึกที่มีชื่อว่า 2019 Pulse of the Profession® In-Depth Report: AI Innovators: Cracking the Code on Project Performance (2019 Pulse of the Profession® Report รายงานเชิงลึก: ผู้สร้างนวัตกรรม AI: ถอดรหัสรหัสเกี่ยวกับประสิทธิภาพของโครงการ ) รายงานดังกล่าวให้ข้อมูลเชิงลึกว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลกระทบต่อองค์กรและอาชีพการจัดการโครงการอย่างไร ผลการวิจัยพบว่าการเข้ามาของเทคโนโลยี AI กำลังเกิดขึ้นและเกิดในวงกว้าง โดย 81% ของผู้ตอบแบบสอบถามรายงานว่าองค์กรของพวกเขาได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยี AI ร้อยละ 37 กล่าวว่าการใช้เทคโนโลยี AI เป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญในลำดับต้น ๆสำหรับองค์กร ในส่วนของผู้เชี่ยวชาญด้านโครงการกล่าวว่า พวกเขาคาดหวังว่าสัดส่วนของโครงการที่พวกเขาจัดการที่มีการใช้ AI จะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 23 เป็น 37 ในช่วงสามปีข้างหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่:https://www.businesswire.com/news/home/20190617005558/en/

ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จากการสำรวจผู้ปฏิบัติงานการจัดการโครงการ 551 รายทั่วโลกแสดงให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยี AI จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงในวิธีการจัดการโครงการและวิธีการที่องค์กรใช้กลยุทธ์ รายงานดังกล่าวระบุเทคโนโลยี AI หกประการที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรทั่วโลก เทคโนโลยี AI สามประการที่ส่งผลกระทบต่อจำนวนองค์กรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ:

  • Knowledge-based systems หรือ ระบบฐานความรู้: เข้าใจบริบทของข้อมูลที่ถูกประมวลผล สนับสนุนการเรียนรู้ของมนุษย์และการตัดสินใจ
  • Machine learning หรือ การเรียนรู้ของเครื่องจักรกล: วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างแบบจำลองโดยการตรวจหารูปแบบซึ่งทำให้การตัดสินใจดีขึ้นโดยใช้การแทรกแซงของมนุษย์น้อยที่สุด
  • Decision management หรือ การจัดการการตัดสินใจ: สร้างกระบวนการที่ชาญฉลาดหรือชุดของกระบวนการตามกฎและตรรกะเพื่อทำการตัดสินใจโดยอัตโนมัติ

ในอีกสามปีข้างหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านโครงการคาดหวังว่าผลกระทบของเทคโนโลยี AI เหล่านี้จะเติบโตขึ้น:

  • Expert systems หรือ ระบบผู้เชี่ยวชาญ: จำลองและเลียนแบบสติปัญญาของมนุษย์ ทักษะหรือพฤติกรรม ในสาขา หัวข้อ หรือทักษะเฉพาะ
  • Deep learning หรือ การเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง: สร้าง ฝึกอบรม และทดสอบเครือข่ายประสาทที่ทำนายผลลัพธ์ และ / หรือ จำแนกข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างตามความน่าจะเป็น
  • Robotic process automation หรือ หุ่นยนต์กระบวนการอัตโนมัติ: เลียนแบบและทำให้งานของมนุษย์เป็นอัตโนมัติเพื่อสนับสนุนกระบวนการขององค์กร

ในรายงาน Pulse of the Profession® ฉบับหนึ่ง เมื่อเร็ว ๆ มานี้ PMI ได้เรียกร้องให้องค์กรต่าง ๆ สนับสนุนการจัดการความฉลาดทางเทคโนโลยี หรือ  Project Management Technology Quotient (PMTQ) ซึ่งเป็นวิธีการประเมินความสามารถขององค์กรในการจัดการและบูรณาการเทคโนโลยีตามความต้องการขององค์กรหรือโครงการที่ ดำเนินการอยู่ ในขณะที่องค์กรต่าง ๆ หันมาใช้เทคโนโลยี AI มากขึ้นการมี PMTQ ที่แข็งแกร่งจะเป็นสิ่งที่จำเป็น

Michael DePrisco รองประธานฝ่ายโซลูชั่นระดับโลกของ PMI กล่าวว่า "สิ่งที่รายงานนี้แสดงให้เห็น คือ ถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มคิดว่าองค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI เพื่อบรรลุความสำเร็จของโครงการได้อย่างไร เนื่องจากมืออาชีพด้านโครงการมีความรับผิดชอบส่วนใหญ่ในการช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง พวกเขาจึงมีบทบาทสำคัญในการมีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยีเหล่านี้ในองค์กรของพวกเขา จากการวิจัย PMI เรารู้ว่าองค์กรที่มีความฉลาดทางเทคโนโลยีการบริหารโครงการสูง หรือ Project Management Technology Quotient (PMTQ) จะเข้าใจว่าการใช้ประโยชน์จากคุณค่าของ AI เป็นมากกว่าเพียงแค่การใช้เทคโนโลยี มันจะต้องอาศัยความคิดใหม่ วัฒนธรรมการเรียนรู้ และการสนับสนุนจากผู้บริหารด้านบน เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรที่นำไปสู่ความสำเร็จ”

อันที่จริงแล้ว การวิจัยโดย Accenture พบว่าองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ส่วนใหญ่ใช้หลักการสำคัญห้าข้อในการลงทุนด้าน AI เรียกว่าหลักการ MELDS ที่เรียกร้องให้องค์กรปฏิบัติดังนี้:

  • ส่งเสริมความคิดที่ถูกต้อง
  • ส่งเสริมการทดลอง
  • สนับสนุนความเป็นผู้นำที่ร่วมลงมือทำอย่างแข็งขัน
  • รวมข้อมูลเข้ากับกลยุทธ์
  • ฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ

องค์กรที่ยอมรับหลักการทั้งห้านี้ จะถูกเรียกว่า AI Innovators และมีแนวโน้มมากกว่าองค์กรที่ไม่ยอมรับหลักการใด ๆ (AI Laggards) ที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรที่นำไปสู่ความสำเร็จของโครงการ

จากข้อมูลของPulse® มีผลตอบแทนด้านการดำเนินงานที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดสำหรับองค์กรที่เป็นผู้นำในการใช้ AI หรือ AI Innovators ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า AI Laggards ในตัวชี้วัดหลักหลายโครงการ:

  • Better on-time delivery หรือ การส่งมอบที่ตรงเวลาดีขึ้น: AI Innovators รายงานว่าพวกเขาส่งมอบโครงการได้ตรงเวลา 61% เทียบกับ 47% สำหรับ AI Laggards
  • Superior benefits realization หรือ การนำมาซึ่งประโยชน์ที่เหนือกว่า: AI Innovators มีจำนวนโครงการ 69% ที่ประสบความสำเร็จถึง 95% หรือมากกว่าในเชิงผลประโยชน์ทางธุรกิจของพวกเขา เมื่อเทียบกับ 53% ของโครงการของ AI Laggards
  • Higher ROI หรือ ROI ที่สูงขึ้น: AI Innovators มี 64% ของโครงการของพวกเขาที่เป็นไปตาม ROI หรือที่สูงกว่าที่คาดประมาณการ เมื่อเทียบกับ 52% ของสำหรับ AI Laggards

การใช้เทคโนโลยี AI ที่ประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องให้องค์กรเปลี่ยนลำดับความสำคัญของพวกเขา ไม่เพียงแต่จะต้องมองว่า PMTQ เป็นเพียงมาตรการในการเตรียมพร้อม แต่ยังเป็นเรื่องที่ว่าสองค์กรสามารถปฏิบัติตามหลักการ MELDS ได้ดีเพียงใด สิ่งนี้จะมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเทคโนโลยี AI จะถูกผนวกเข้ากับการดำเนินงานในไม่กี่ปีข้างหน้า

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 2019 Pulse of the Profession® In-Depth Report: AI Innovators: Cracking the Code on Project Performance ที่ www.PMI.org/Pulse.

เกี่ยวกับการสำรวจ the PMI Pulse of the Profession® Survey

งานวิจัย Pulse of the Profession® In-Depth ถูกดำเนินการออนไลน์ในเดือนเมษายน / พฤษภาคม 2019 ในหมู่ผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดการโครงการ 551 รายทั่วโลก

เกี่ยวกับ Project Management Institute (PMI)

Project Management Institute (PMI) เป็นสมาคมชั้นนำของโลกสำหรับผู้ที่พิจารณาว่าอาจมีความต้องการในการบริหารจัดการโครงการหรือการจัดการพอร์ตโฟลิโอแบบมืออาชีพ โดย PMI ก่อตั้งขึ้นในปี 1969 เพื่อมอบคุณค่าในระดับมืออาชีพมากกว่าสามล้านชีวิตที่ทำงานในเกือบทุกประเทศทั่วโลกผ่านการสนับสนุนการทำงานร่วมกัน การศึกษา และการวิจัยระดับโลก เราช่วยสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ ความสำเร็จขององค์กร และพัฒนาอาชีพการบริหารโครงการให้เติบโตมากขึ้น ผ่านมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก การรับรอง (certification) ชุมชน ทรัพยากร เครื่องมือ การวิจัยทางวิชาการ สิ่งพิมพ์ หลักสูตรการพัฒนาวิชาชีพ และโอกาสในการสร้างเครือข่าย ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว PMI ทาง ProjectManagement.com จึงสร้างชุมชนออนไลน์ทั่วโลก ที่จะส่งมอบทรัพยากรเพิ่มมากขึ้น เครื่องมือที่ดีกว่า เครือข่ายขนาดใหญ่และมุมมองที่กว้างขึ้น

เยี่ยมชมเราที่ www.PMI.org, www.projectmanagement.com, www.facebook.com/PMInstitute และบน Twitter @PMInstitute.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190617005558/en/

ติดต่อ:

Mary Ortega

ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์

Project Management Institute

14 Campus Blvd.

Newtown Square, PA 19073

โทร: +1 610 356 4600 X7030

อีเมล: mary.ortega@pmi.org

เว็บไซต์: www.pmi.org

WarnerMedia Innovation Lab พัฒนาเทคโนโลยีในอนาคตด้วยการประกาศที่สำคัญหลายอย่าง

Logo

Lab ประกาศ NYC Physical Space ด้วยความสามารถ 5G, ความร่วมมือกับการขายโฆษณาของ WarnerMedia และ Xandr ของ AT&T รวมถึงการแต่งตั้งบริษัทออกแบบ

นิวยอร์ก–(BUSINESSWIRE)–17 มิถุนายน 2019

WarnerMedia Innovation Lab ได้ทำการประกาศที่สำคัญหลายอย่างในวันนี้ ซึ่งเสริมสร้างมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการบ่มเพาะผลิตภัณฑ์บริการและประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับผู้บริโภค  ประกาศเหล่านี้รวมถึงที่ตั้งใหม่ในนิวยอร์กซิตี้ซึ่งจะถูกขับเคลื่อนโดยเครือข่าย 5G ของ AT&T ทำให้เป็นหนึ่งในศูนย์ประสบการณ์ 5G แบบถาวรแห่งแรกของ AT&T  ห้องปฏิบัติการยังประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเป็นพันธมิตรกับ WarnerMedia Ad Sales และกับบริษัทโฆษณาและการวิเคราะห์ขั้นสูงของ AT&T, Xandr  ในที่สุด The Lab ได้ประกาศแต่งตั้งบริษัทสถาปัตยกรรมเพื่อนำไปสู่การออกแบบพื้นที่

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูการเปิดตัวเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190617005252/en/

WarnerMedia Innovation Lab Continues to Lean into Future Tech with Several Key Announcements (Photo: ...

WarnerMedia Innovation Lab งมุ่งมั่นสู่อนาคตของเทคโนโลยีในอนาคตพร้อมประกาศสำคัญหลายประการ (รูปภาพ: Business Wire)

ห้องปฏิบัติการนวัตกรรม WarnerMedia จะเป็นอาคารใหม่ขนาด 20,000 ตารางฟุต ตั้งอยู่ในย่านเชลซีของแมนฮัตตันซึ่งมีโซนที่กว้างใหญ่สำหรับการจัดแสดงประสบการณ์ที่พร้อมสำหรับผู้บริโภค พื้นที่กิจกรรมในร่มและกลางแจ้งที่ยืดหยุ่น และสภาพแวดล้อมการวิจัยและพัฒนาโดยเฉพาะ

“The Lab เป็นมากกว่าศูนย์บ่มเพาะเทคโนโลยี โดยเป็นโรงงานในฝันสำหรับเราในการสร้างความมหัศจรรย์ที่แฟนๆ ได้รักและคาดหวังจาก WarnerMedia” Jesse Redniss, GM, WarnerMedia Innovation Lab กล่าว “ที่นี่เราจะปรับความสามารถที่ดีที่สุดในการเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์ รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก AT&T และพันธมิตรของเราเพื่อมอบประสบการณ์ที่จะได้รับการพูดคุยถึงตลอดชีวิต”

The Lab ซึ่งมีกำหนดเปิดประตูสู่พันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับทีมงานหน่วยธุรกิจของ WarnerMedia ในต้นปี 2020 จะนำประสบการณ์ 5G ผ่านการสำรวจและพัฒนาซึ่งจะช่วยให้เกิดระบบการทำงานร่วมกันแบบเสมือนจริงแบบเรียลไทม์ทั่วทั้ง WarnerMedia และ AT&T  ข่าววันนี้สร้างขึ้นจากความมุ่งมั่นของ AT&T ที่จะนำเสนอ 5G ทั่วทั้งคุณสมบัติของ WarnerMedia จากห้องแล็บนวัตกรรมในนิวยอร์กซิตี้ไปจนถึง Warner Bros. ในลอสแองเจลิสสำหรับ AT&T SHAPE ไปจนถึง The Lounge โดย AT&T ในซีแอตเทิลและสตูดิโอในแอตแลนตาของ WarnerMedia, 5G มีอำนาจในการเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานข้อมูลของ WarnerMedia

“ด้วยการทำงานร่วมกับ AT&T เราสามารถรวมเทคโนโลยีล่าสุดใน 5G เข้ากับประสบการณ์เนื้อหาและความสามารถในการโฆษณาที่ทันสมัย” David Christopher ประธานของ AT&T Mobility and Entertainment กล่าว “WarnerMedia Innovation Lab จะเป็นพื้นที่ที่นักพัฒนา ผู้สร้าง และผู้เยี่ยมชมจะได้รับแรงบันดาลใจที่จะผลักดันขอบเขตของความบันเทิงทั้งหมดที่ขับเคลื่อนโดยบริษัทที่เปิดตัวพลังของ 5G ในสหรัฐครั้งแรก”

การปฏิวัติประสบการณ์ของแฟนๆ WarnerMedia นั้นรวมถึงการโฆษณาเช่นกัน  Dan Riess หัวหน้าฝ่ายการโฆษณาขั้นสูงและเนื้อหาแบรนด์ของ WarnerMedia ให้ความเห็นว่า “การเล่าเรื่องอยู่ใน DNA ของบริษัทของเราและส่วนหนึ่งของประสบการณ์นั้นคือเนื้อหาที่ให้ความสุข รวมถึงการโฆษณา   ห้องทดลองเป็นส่วนสำคัญของการทดสอบและการเรียนรู้เกี่ยวกับประสบการณ์ใหม่ในการโฆษณาที่เราจะเปิดตัวสู่ตลาด”

ห้องปฏิบัติการนวัตกรรม WarnerMedia จะได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลเชิงลึกและเทคโนโลยีของผู้บริโภคจาก Xandr บริษัทโฆษณาและการวิเคราะห์ขั้นสูงของ AT&T ในขณะที่ยังคงทดสอบและพัฒนาความสามารถในการโฆษณาใหม่ที่ทำให้ข้อความของแบรนด์มีความเกี่ยวข้องและดึงดูดผู้บริโภคมากขึ้น  การผสมผสานที่ทรงพลังนี้จะมอบประสบการณ์ผู้บริโภคที่เป็นนวัตกรรมและเสริมสร้างจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการในแบรนด์ของ WarnerMedia

“ทุกวัน Xandr ค้นหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อช่วยนักการตลาดและสร้างประสบการณ์การรับชมที่ดีขึ้นสำหรับผู้บริโภค” Kirk McDonald, CMO, Xandr กล่าว “โดยการทำงานกับเพื่อนร่วมงานของเราที่ AT&T Communications และ WarnerMedia เราอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมือนใครในการพัฒนานวัตกรรมการโฆษณาใหม่ที่ดึงดูดผู้บริโภค  WarnerMedia Innovation Lab จะเร่งการยอมรับรูปแบบการโฆษณาใหม่และจัดเตรียมสภาพแวดล้อมเพื่อแสดงการทำงานร่วมกันของเรา”

ความก้าวหน้าด้านการโฆษณาใหม่นี้ยังช่วยให้นักการตลาดได้เรียนรู้ว่าข้อความของพวกเขานั้นเข้าถึงกับผู้ชมอย่างไร  โดย the Lab จะเผยการความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่างการโฆษณา เทคโนโลยี และเนื้อหา  นวัตกรรมจะรวมถึงแอพพลิเคชั่น MR/VR และ 5G ที่เพิ่มความสามารถในการโฆษณาใหม่และประสบการณ์ UI/UX ที่ดีขึ้นในการสร้างโฆษณาให้มีความสำคัญ

บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรม Design Republic ได้รับรางวัลโครงการบริการสำหรับพื้นที่ของ the Lab ในนิวยอร์คโดยเริ่มทำงานในช่วงฤดูร้อนนี้  Design Republic เป็นบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับรางวัล มีความเชี่ยวชาญในสถานที่ทำงานของบริษัทค้าปลีกและการออกแบบเทคโนโลยีสื่อ และได้รับการคัดเลือกตามวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับ WarnerMedia และแนวทางนวัตกรรมและแนวคิดการออกแบบกับลูกค้า ได้แก่ Nasdaq, Bvlgari และ Bleacher Report ของ WarnerMedia

“Design Republic รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับ WarnerMedia อีกครั้งสำหรับโอกาสนี้” Inga Kruliene, LEED AP, ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้ออกแบบหลัก Design Republic กล่าว  “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ขณะที่เราพัฒนาเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังการวิจัยนวัตกรรมและช่วยนำชีวิตและความตื่นเต้นให้กับประสบการณ์ที่ดื่มด่ำนี้”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม www.warnermediagroup.com

เกี่ยวกับ WarnerMedia

WarnerMedia เป็นบริษัทสื่อและความบันเทิงชั้นนำที่สร้างและจัดจำหน่ายเนื้อหาพรีเมี่ยมและที่เป็นที่นิยมจากนักเล่าเรื่องและนักข่าวที่มีความสามารถหลากหลายให้แก่ผู้ชมทั่วโลกผ่านแบรนด์ผู้บริโภค ได้แก่ HBO, Warner Bros., TNT, TBS, CNN, DC Entertainment, New Line, Cartoon Network, Adult Swim, Turner Classic Movies, truTV และรายอื่นๆ.

WarnerMedia เป็นส่วนหนึ่งของ AT&T Inc. (NYSE: T)

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190617005252/en/

ติดต่อ:

Ashok Sinha

Ashok.Sinha@turner.com

212-275-5447

Lisa Marzullo

Lisa.marzullo@turner.com

212 -275-6190




P&G ตีความความคิดสร้างสรรค์ใหม่เพื่อพลิกโฉมการโฆษณาผ่านพันธมิตรผู้สร้างสรรค์ใหม่ ๆ

Logo

P&G เปิดตัวพันธมิตรที่โดดเด่น  ซึ่งได้แก่ John Legend และ Thrive Global ของ Arianna Huffington งานสร้างสรรค์ที่ก้าวล้ำและประสบการณ์ผู้บริโภคที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ณ เทศกาล Cannes Lions International Festival of Creativity 2019

คานส์, ฝรั่งเศส–(BUSINESS WIRE)–17 มิถุนายน 2019

Procter & Gamble Company (NYSE: PG) ประกาศในวันนี้ถึงการร่วมเป็นพันธมิตรทางความคิดสร้างสรรค์กับ John Legend, และ Thrive Global ของ Arianna Huffington และพันธมิตรอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ในการคิดค้นโฆษณาใหม่ในช่วงเวลาที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง

ในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในการรับรู้เรื่องราวและประสบการณ์ที่แท้จริงซึ่งส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อสังคมและมนุษยชาติ ความร่วมมือครั้งนี้จะรวมการบรรจบกันของการโฆษณา วารสารศาสตร์ การสร้างภาพยนตร์ ดนตรี การแสดงตลก และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน พร้อม ๆ ไปกับการรวบรวมนักประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ที่รวมเอาความเสมอภาคและความคำนึงถึงส่วนรวมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนต้องการที่จะสัมผัสประสบการณ์นั้น ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า

“ นานเกินไปแล้วที่โลกโฆษณาหมกมุ่นอยู่ในโลกของตนเองมากไป และแยกตัวออกจากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ ส่งผลให้เข้าถึงผู้บริโภคน้อยลง ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทบทวนความคิดสร้างสรรค์เพื่อที่จะนำเสนอการโฆษณาใหม่ ๆ ” Marc Pritchard ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ของ Procter & Gamble กล่าว “ มีแหล่งความคิดสร้างสรรค์มากมายที่มีอยู่ และในวันนี้ P&G กำลังดำเนินการเพื่อผสานโลกโฆษณากับโลกสร้างสรรค์อื่น ๆ ผ่านการเป็นพันธมิตรที่โอบกอดมนุษยชาติและขยายมุมมองของเราเกี่ยวกับการโฆษณาสำหรับวันข้างหน้า”

สัปดาห์นี้ที่เทศกาลแห่งความคิดสร้างสรรค์นานาชาติที่คานส์ หรือ  the Cannes Lions International Festival of Creativity ทาง P&G ขอนำเสนอให้อุตสาหกรรมมีการเปลี่ยนแปลง โดยการเข้าร่วมกองกำลังกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ และได้ประกาศพันธมิตรใหม่ ๆ หลายพันธมิตร ดังนี้

ความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์กับ John Legend ที่รวมการสำรวจแง่มุมต่าง ๆ ของมนุษยชาติและประสบการณ์ของมนุษย์ เช่น ความเป็นพ่อแม่ ความเป็นชายสมัยใหม่ ดนตรี และความยุติธรรมทางสังคม โดยการนำของแบรนด์ P&G และ Pampers, Gillette และ SK-II

การเป็นหุ้นส่วนทางมนุษยชาติกับ Thrive Global ของ Arianna Huffington ซึ่งรวมเอา “การเปลี่ยนแปลงทีละเล็ก ๆ” ไว้ในแบรนด์ P&G เช่น Oral-B และ Crest, Pampers, Venus, Secret และ Pantene ซึ่งผสมผสานความรู้และวิทยาศาสตร์เข้ากับวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต ลดความเครียดและปรับปรุงสุขภาพในชีวิตประจำวัน

ความร่วมมือที่กล้าหาญกับ Saturday Morning กลุ่มนักสร้างสรรค์ที่มีจิตสำนึกทางสังคมที่ร่วมกับ P&G โดยจะพรีวิวภาพยนตร์สั้นเรื่องใหม่ที่เรียกว่า“ THE LOOK” ที่นำเสนอประเด็นความลำเอียงทางเชื้อชาติ ซึ่งเป็นเหมือนการสานต่อจากภาพยนตร์สั้นเรื่อง "The Talke” ซึ่งชนะเลิศรางวัลสิงโตทองคำหลายรางวัล ซึ่งรวมไปถึงรางวัล Grand Prix

การร่วมมือกันเป็นกลุ่มเพื่อเปิดตัวFree the Bid into Free the Work อีกครั้ง ซึ่งเป็นบริการค้นหาบุคคลผู้มีทักษะ ที่ก่อตั้งโดยผู้สร้างภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัล Alma Har'el ซึ่งออกแบบโครงการให้เฟ้นหาผู้หญิงและผู้สร้างสรรค์ที่มีโอกาสด้อยกว่าทางสังคม เพื่อพัฒนาเรื่องราวใหม่ ๆ สู่โลกที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งนี้เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์รักความหลากหลาย

ความร่วมมือที่สร้างสรรค์กับ GLAAD เพื่อเฉลิมฉลองทุกแง่มุมของการรวมและการแสดงออกของมนุษย์รวมถึงภาพยนตร์เรื่องใหม่จาก Pantene ที่อัปเดตแคมเปญดังอย่าง“ อย่าเกลียดฉันเพราะฉันสวย”

ความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ที่รวมเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยไว้ในแบรนด์เพื่อสร้างประสบการณ์ผู้บริโภคที่เหนือกว่า โดย P&G LifeLab แบบโต้ตอบได้ ซึ่งจะเปิดตัวที่คานส์ จะประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ P&G ใหม่และประสบการณ์ต่าง ๆ เช่น Oral-B Sense, Olay Skin Advisor, SK-II FutureX Smart Store, My Black is Beautiful และประสบการณ์เสมือนจริงที่สมจริงจาก Verizon Media ที่สนับสนุนเนื้อหาจาก HuffPost .

“ ตอนนี้ มีความจำเป็นมากกว่าที่เคยที่พวกเราที่มีอิทธิพลในโลกจะใช้มันเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลก ผมมุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงผู้คน พร้อม ๆ กับเปิดใจของพวกเขาและช่วยให้พวกเขาเห็นความกังวลและแรงบันดาลใจของกันและกัน” นักร้องนักแต่งเพลงนักแสดงนักกิจกรรมและผู้ผลิต อย่าง John Legend กล่าว “ เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้เมื่อเราพูดถึงความยุติธรรม ชุมชน ครอบครัวและวิธีที่แบรนด์สามารถสร้างผลิตภัณฑ์และส่งเสริมการสนทนาที่ทำให้โลกดีขึ้น ผมมีความสุขที่ได้เป็นหุ้นส่วนกับบริษัทที่มุ่งมั่นที่จะเป็นพลังที่ดีในโลก และพัฒนางานสร้างสรรค์ที่กระตุ้นความคิดซึ่งจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง”

“ แบรนด์ที่ดีสร้างอุปนิสัยให้ผู้บริโภค – และแบรนด์ของ P&G นั้นกลายมาเป็นอุปนิสัยประจำวันสำหรับผู้บริโภคมากถึง 5 พันล้านคนทั่วโลก” Arianna Huffington ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Thrive Global กล่าว “ การเป็นหุ้นส่วนทางนวัตกรรมของ Thrive กับ P&G มุ่งเน้นไปที่การใช้ช่วงเวลาในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของ P&G เช่นการแปรงฟัน หรือเปลี่ยนผ้าอ้อม โดยจะใจ้กิจกรรมนี้เป็นพื้นฐานสำหรับ การทำแบบค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย หรือ Microsteps ของ Thrive ซึ่งเป็นวิธีการที่ได้รับหลักฐานสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ว่าลดความเครียด เพิ่มสุขภาพดี และเพิ่มสมรรถาพคน วิทยาศาสตร์พฤติกรรมได้แสดงให้เห็นว่าการทำแบบค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย หรือ การเริ่มอุปนิสัยใหม่เข้ากับอุปนิสัยที่มีอยู่เดิมเพื่อทำให้มันกลายเป็นกิจวัตรที่ยั่งยืน  เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการสร้างนิสัยใหม่และทำให้มันติดคงทน โดยในช่วงเวลาแห่งความเครียดและความเหนื่อยล้า และการแพร่ระบาดของโรคทางสุขภาพจิต ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนความร่วมมือของเราจึงเป็นวิธีการใหม่และที่สำคัญในการส่งมอบภารกิจของเราในการพัฒนาชีวิตผู้บริโภคและช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ทุกวัน."

ความร่วมมือดังต่อไปนี้ ได้ถูกสร้างขึ้นจากมูลนิธิ P&G ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีที่แล้วที่เมืองคานส์:

ความร่วมมือของ Katie Couric Media ซึ่งผลิตรายการที่น่าสนใจผ่าน มนุษยชาติในวารสารศาสตร์ ซึ่งรวมไปถึงการรวบรวมนำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ ซึ่ง รายการนี้ได้รับการสนับสนุนโดยแบรนด์ของ P&G อย่าง Olay, Secret และ Pantene โดยมีการนำเสนอภาพยนตร์สั้นเกี่ยวกับความคาดหวังของผู้หญิง กับ SK-II โครงการล่าสุดกับ Gillette เกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กผู้ชาย และจดหมายข่าวรายวันอัจฉริยะ และรายการ Wake-Up Call ที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกและความเห็นในเรื่องเด่นของวันและเร่องราวการใช้ชีวิตต่าง ๆ

เมื่อปีที่แล้ว P&G ได้แนะนำโปรแกรม The Queen Collective ซึ่งร่วมกับ Queen Latifah, Tribeca Studios และ United Talent Agency เพื่อเร่งความเท่าเทียมทางเพศและเชื้อชาติหลังกล้อง โดยการสร้างและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ที่ผลิตโดยผู้กำกับหญิงหลากหลายวัฒนธรรมเริ่มต้นด้วยเรื่อง Aftermark ของ B’Monet และสารคดีเรื่องสั้นที่ฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์ทริเบก้า อย่าง  If There is Light ของ Elizabeth Anderson

P&G ยังได้ร่วมมือกับ National Geographic และ Global Citizen เพื่อพัฒนา ACTIVATE ซึ่งเป็นสารคดีชุดที่สร้างความตระหนักถึงความยากจน ความไม่เท่าเทียม และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมเพื่อขับเคลื่อนพลเมืองโลกให้ขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

“เมื่อเราเป็นพันธมิตรกับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ที่เชื่อในความสำคัญของความเสมอภาคและการเห็นแก่ประโยชน์ของทุกคน เราสามารถสร้างเรื่องราวแบบที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อนได้ ทั้งนี้เพราะ "ความคิดสร้างสรรค์รักความหลากหลาย” Pritchard กล่าว “ และเมื่อเราโอบกอดความคิดสร้างสรรค์ผ่านมนุษยชาติ เราสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างแท้จริงโดยใช้เสียงของเรา ไม่เพียงแต่มันจะเป็นพลังในการเติบโตเท่านั้น แต่เป็นพลังแห่งความดีอีกด้วย”

เกี่ยวกับ P&G LifeLab

เยี่ยมชม P&G Life Lab ที่เทศกาล Cannes Lions of Creativity ในวันที่ 17-21 มิถุนายน, 9:30-17: 30 น. ใน Palais II ทั้งนี้ P&G LifeLab ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในงาน Consumer Electronics Show ในเดือนมกราคม 2019 เป็นนิทรรศการแบบอิมเมอร์ซีฟซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราได้ผสมผสานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเข้ากับความเข้าใจของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งเพื่อส่งมอบนวัตกรรมและประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกัน

เกี่ยวกับ P&G

P&G ให้บริการแก่ผู้บริโภคทั่วโลกด้วยพอร์ตการลงทุนที่แข็งแกร่งที่สุดของแบรนด์ที่เชื่อถือได้ มีคุณภาพ และความเป็นผู้นำ ซึ่งรวมถึง Always®, Ambi Pur®, Ariel®, Bounty®, Charmin®, Crest®, Dawn®, Downy®, Fairy®, Febreze®, Gain®, Gillette®, Head & Shoulders®, Lenor®, Olay®, Oral-B®, Pampers®, Pantene®, SK-II®, Tide®, Vicks®, และ Whisper® ทั้งนี้ ชุมชน P&G รวมการดำเนินงานในประมาณ 70 ประเทศทั่วโลก กรุณาเยี่ยมชม http://www.pg.com  เพื่อรับข่าวสารล่าสุดและข้อมูลเกี่ยวกับ P&G และแบรนด์ในสังกัดต่าง ๆ

ชุดเอกสารสำหรับสื่อ

https://news.pg.com/cannes-2019-press-kit

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190616005069/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ:

Andrea Schoff

P&G ฝ่ายสื่อสารระดับโลก

schoff.ar@pg.com

+1-513-238-4154

Becky East

H&K ฝ่ายกลยุทธ์ระดับโลก

becky.east@hkstrategies.com

+44 207 413 3093