Shopify เปิดตัวนวัตกรรมใหม่เปลี่ยนรูปแบบการค้าขายแก่ผู้ค้าและผู้บริโภคทั่วโลก

Logo

การประกาศเปิดตัวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Shopify ประกอบด้วยครั้งแรกของเครือข่ายการจัดการหลังร้าน แพลตฟอร์มใหม่สำหรับแบรนด์สินค้า และศักยภาพการขายสินค้าในระดับนานาชาติ

โทรอนโต–(BUSINESS WIRE)–19 มิถุนายน 2019

Shopify Inc. (NYSE:SHOP) (TSX:SHOP) แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าชั้นนำที่ให้บริการผ่านหลายช่องทาง วันนี้ประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีการค้าขายสินค้าใหม่ล่าสุดในงานประชุมประจำปี Shopify Unite ที่รวมพันธมิตรและชุมชนผู้พัฒนานวัตกรรมระดับโลกของบริษัทไว้ด้วยกัน

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่  https://www.businesswire.com/news/home/20190619005550/en/

Shopify Fulfillment Network (Graphic: Business Wire)

เครือข่ายการจัดการระบบหลังร้าน (กราฟิก: Business Wire)

Toni Lutke ประธานกรรมการบริหารของ Shoptify กล่าวว่า “พลังที่แท้จริงของ Shopify มาจากความแตกต่างและความแข็งแกร่งของระบบนิเวศที่เรามีอยู่ การประชุม Unite ช่วยให้ชุมชนพันธมิตรและผู้พัฒนาเข้าถึงแผนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของเรา ด้วยกันนั้น เรายังสามารถกำหนดทิศทางอนาคตการค้าขายและเสริมศักยภาพแก่นักลงทุนทั่วโลกอีกด้วย

ในปีนี้ Shopify กำลังเดินหน้าปรับรูปแบบการค้าขายโดยประกาศปรับปรุงและอัพเดตแพลตฟอร์มแก่แบรนด์ที่ผู้บริโภคต้องการสร้างและทำธุรกิจ นวัตกรรมของ Shopify ประกอบด้วยแพลตฟอร์ม  Shopify Plus ที่อัพเดตใหม่ล่าสุดสำหรับแบรนด์สินค้า โดยจะขยายศักยภาพในระดับโลกมากขึ้น และนับเป็นครั้งแรกที่ Shopify ขยายเครือข่ายการจัดการระบบหลังร้าน ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าทุกขนาดส่งมอบสินค้าได้อย่างรวดเร็วและราคาถูก

นำเสนอเครือข่ายการจัดการระบบหลังร้าน

  • เครือข่ายการจัดการระบบหลังร้าน Shopify ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว โดยผู้ใช้จะเข้าถึงผู้ค้าชาวสหรัฐ ฯ ด้วยเครือข่ายศูนย์จัดการระบบหลังร้าน และใช้การเรียนรู้ของเครื่องจักรสร้างความมั่นใจในความตรงเวลาและประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง

ประกาศเปิดตัว Shopify Plus แพลตฟอร์มใหม่สำหรับผู้ค้าเชิงองค์กร

  • Shopify Plus จะให้ผู้ค้ามองเห็นภาพรวมของธุรกิจทั้งหมดผ่านเครื่องมือบนร้านค้าที่คอยอำนวยความสะดวกและมอบวิธีสร้างร้านใหม่ที่ง่ายกว่าเดิม ทำให้ผู้ค้าหยิบจับได้อย่างรวดเร็ว สามารถสร้างร้านค้าแบบที่ลูกค้าต้องการ และปลดล็อกศักยภาพการเติบโตของธุรกิจด้วย

เปิดตัวซอฟท์แวร์การชำระเงินยุคใหม่เพื่ออัดประสบการณ์จัดการในร้านค้า

  • ระบบการชำระเงิน Shopify POS จะมีความรวดเร็วและใช้ง่ายกว่าเดิม และเป็นซอฟต์แวร์การค้าขายที่วัดได้ โดยนำเสนออินเทอร์เฟสที่ไม่ซับซ้อนแก่ผู้ค้าปลีก รวมทั้งทางลัดการบริการลูกค้าใหม่ ๆ และการเข้าถึงแอพ POS ทั้งหมดของ Shopify

วิธีการใหม่สำหรับผู้ค้าในการเจาะตลาดระดับโลก

  • นำเสนอความหลากหลายของภาษาถึง 11 ภาษาผ่าน Shopify Admin ทั่วโลก เช่น ภาษาจีนดั้งเดิม ภาษาจีนประยุกต์ เดนมาร์ก ดัทช์ ฟินแลนด์ ฮินดี มาเลเซีย นอร์เวย์ สวีเดน เกาหลี และไทย
  • ระบบ Translations API ของ Shopify ทำหน้าที่เก็บเนื้อหาที่แปลให้ลูกค้าได้อ่าน ทั้งผลิตภัณฑ์ คอลเล็กชั่น และบล็อกต่าง ๆ ทำให้ผู้ค้าขายมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งในรูปแบบหลากหลายภาษาและไปในทิศทางเดียวกัน
  • และด้วยแพลตฟอร์ม Shopity Payments ผู้ค้าสามารถขายสินค้าผ่านสกุลเงินหลากหลาย และรับเงินเป็นสกุลของผู้ค้าขายเอง

นำความแปลกใหม่มาสู่ประสบการณ์การออกแบบร้านค้าออนไลน์

  • ประสบการณ์การออกแบบร้านค้าออนไลน์มอบความสะดวกสบายแก่ผู้ค้าในการจัดการกับภาพลักษณ์และความรู้สึกของร้านค้าเพื่อเตรียมตั้งรับความคาดหวังที่เปลี่ยนไปของนักช้อปโดยไม่ต้องแก้ไขโค้ด
  • นำเสนอความสามารถในการแสดงสินค้าผ่านวิดีโอและรูปแบบ 3D ใน Shopify และปลดล็อกโอกาสใหม่ ๆ ของผู้ค้าเพื่อส่งมอบประสบการณ์ร้านค้าออนไลน์ผ่านการนำสินค้ามาสู่ชีวิตจริง
  • พันธมิตรทางธุรกิจปัจจุบันสามารถรวมโซลูชั่นการชำระเงินโดยตรงกับโหมดการชำระเงินของ Shoptify

มอบเครื่องมือที่ดีที่สุดแก่ผู้พัฒนาในการสร้างแอพด้วยความเร็วและมีเสถียรภาพ

  • คลังโปรแกรมที่โด่งดังมากที่สุดของ Shopify อยู่ที่ GraphQL โดยอนุญาตให้ผู้พัฒนายกระดับความเร็วและความสามารถในการสร้างแอพที่ใช้งานได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพแก่ผู้ค้า
  • ด้วยระบบ Shopify App CLI (command-line interface) ผู้พัฒนาสามารถมัดรวมวิธีการสร้างแอพเข้าด้วยกันเป็นคำสั่งเดียว ทำให้สามารถจัดการแอพได้เพียงไม่กี่วินาที
  • Shopify App Bridge เป็นเครื่องมือรวมชนิดใหม่ที่ช่วยให้ผู้พัฒนาฝังแอพตรงเข้าไปใน Shopify ทั้งในเดสก์ทอป Shopify Mobile และ Shopify POS เรียกว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อ

การนำเสนอระบบจัดสินค้าหลังร้านช่วยให้ผู้ค้าขายสินค้าเพิ่มมากขึ้น จัดการกับออเดอร์สินค้าได้ดีขึ้น และปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า

  • ฟีเจอร์การจัดส่งสินค้าแบบใหม่ช่วยให้ผู้ค้าตั้งเงื่อนไขการจัดส่งและราคาสินค้าต่าง ๆ และช่วยทำให้ภาพรวมของสินค้าเป็นอัตโนมัติและถูกต้องมากขึ้นผ่านกระบวนการจัดการหลังร้าน รวมทั้งกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากแอพและบริการที่เป็นบุคคลที่สาม

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://news.shopify.com/

เกี่ยวกับ Shopify

Shopify คือ แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าชั้นนำที่มีรูปแบบการให้บริการหลายช่องทาง ผู้ค้าสามารถใช้ Shopify ในการวางแผนและเริ่มธุรกิจ รวมถึงจัดการร้านค้าผ่านหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย แหล่งซื้อขายสินค้า ร้านค้าทั่วไปและร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังให้ผู้ค้าได้เข้าถึงระบบหลังร้านที่มีประสิทธิภาพ และจัดการธุรกิจตั้งแต่ขั้นตอนการชำระเงินไปจนถึงการจัดส่งสินค้าจากแพลตฟอร์มเดียว Shopify ได้รับการพัฒนาให้มีความน่าเชื่อถือและออกแบบให้ธรุกิจทุกขนาดสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ใช้ในธุรกิจขนาดใหญ่ได้ สำนักงานใหญ่ของ Shopify ตั้งอยู่ที่เมืองออตตาวา ประเทศแคนาดา ปัจจุบันมีธุรกิจที่ใช้แพลตฟอร์มของเรากว่า 800,000 ธุรกิจในประเทศต่าง ๆ 175 ประเทศ และได้รับการยอมรับโดยแบรนด์อย่าง Unilever, Kylie Cosmetics, Allbirds, MVMT และอื่น ๆ อีกมากมาย

ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยข้อมูลและข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต ภายใต้ความหมายของกฎหมายหลักทรัพย์ที่บังคับใช้ (“ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต“) ได้แก่ ข้อความที่เกี่ยวข้องกับการประกาศ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ บริการ และข้อเสนอโดย Shopify ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เหล่านั้น และผลกระทบของผลิตภัณฑ์และบริการเหล่านั้นที่มีต่อธุรกิจของผู้ขาย ถ้อยคำ เช่น “คาดว่า” “จะ” “คาดการณ์ว่า” และ “ตั้งใจ” หรือสำนวนที่คล้ายกันในข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอนในการทำนายผลลัพธ์และเงื่อนไขในอนาคตที่มีอยู่ตามธรรมชาติ

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190619005550/en/

ติดต่อ:

Julie Nicholson
ผู้อำนวยการการสื่อสาร
416-238-6705 x 302
press@shopify.com



งานประชุมเปิดตัว Jubilee Ace ทั่วโลกที่จัดขึ้นที่มาเก๊าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

Logo

Macau–(BUSINESS WIRE)–19 มิถุนายน 2019

งานประชุมเปิดตัว Jubilee Ace ทั่วโลกถูกจัดขึ้นที่มาเก๊าเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม โดยมีผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าแผนกและผู้บังคับบัญชาของบริษัทเข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วยผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ ตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ พันธมิตรและสื่อชั้นนำจำนวนมาก

(Photo: Business Wire)

(Photo: Business Wire)

ระหว่างการประชุม ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทได้อภิปรายถึงแผนกลยุทธ์ปี 2562 และเสนอมาตรการในการสร้างบรรยากาศการทำงานของบริษัท ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความสุข และการเอาชนะคู่แข่ง

นอกจากนี้ผู้บริหารได้มุ่งเน้นให้พนักงานของ Jubilee Ace กลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อบรรลุเป้าหมายบริษัทในปี 2562 และฝ่ายบริหารยังได้ชี้แจงให้ผู้นำจากหน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติตามแผนทั้งสี่ด้านของ Jubilee Ace ซึ่งรวมถึง

การติดตามแผนการ การดำเนินงาน การติดตามประสิทธิภาพ และการวิเคราะห์ผลลัพธ์ เพราะการปฏิบัติตามสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นจะช่วยเร่งและทำให้เรามั่นใจได้ว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายของบริษัทได้อย่างแน่นอน การประชุมในครั้งนี้ยังได้เน้นย้ำว่า บริษัทกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการเริ่มต้น ดังนั้นเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรต่างๆ จึงได้มีการแนะนำรูปแบบธุรกิจ แผนพัฒนาธุรกิจ พร้อมกับการแนะแนวทางอย่างละเอียดในงานอีกด้วย

การประชุมจบลงด้วยการกล่าวสุนทรพจน์จากทีมผู้บริหาร โดยทีมผู้บริหารได้แสดงความยินดีในโอกาสการเปิดตัวบริษัทต่อทั่วโลกในครั้งนี้ พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน ยิ่งไปกว่านั้นในงานยังได้มีการเปิดเผยบลูปริ้นท์และโอกาสในอนาคตของ Jubilee Ace และในโอกาสนี้ผู้บริหารระดับสูงได้แสดงวิสัยทัศน์ความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำโดยการลงมือปฏิบัติเป็นตัวอย่าง พร้อมกับขอความร่วมมือจากพนักงานทุกคนให้มีส่วนร่วมและตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง!

จากนั้นได้มีการสาธิตการทำงานของซอฟท์แวร์ป้องกันความเสี่ยงสกุลเงินดิจิตอลจากหัวหน้าแผนกเทคนิค การสาธิตสดๆนั้นให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง เนื่องจากผู้ชมได้เห็นพลังของซอฟท์แวร์ ผลลัพธ์ที่ได้จากการสาธิตสดนี้จึงถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือของ Jubilee Ace ได้เป็นอย่างดี

Jubilee Ace  คือ บริษัทที่มีข้อมูลการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างแพลตฟอร์มที่กำหนดได้เองในตลาดการเงินกีฬา แพลตฟอร์มดังกล่าวได้รับการพัฒนาและปรับปรุง จึงทำให้สามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อบรรลุเป้าหมายหลัก ซึ่งก็คือการสร้างรายได้ และด้วยการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการทำการวิเคราะห์เชิงลึกจึงสามารถทำการตัดสินใจในตลาดได้อย่างเหนือชั้น แพลตฟอร์มนี้สามารถสร้างผลกำไรได้โดยปราศจากความเสี่ยง และนอกเหนือจากการเก็งกำไรในตลาดกีฬาแล้ว บริษัทยังได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นอัจฉริยะอื่นๆอีกเช่น ระบบ Aqua เข้ารหัสสกุลเงินดิจิตอล และระบบสินค้าโภคภัณฑ์ Aqua ซึ่งทั้งสองระบบนี้ ได้ช่วยขยายขอบเขตธุรกิจของเราได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการให้บริการที่ดีกว่า ปลอดภัยกว่า และสะดวกสบายมากกว่า กำไรที่สมาชิกของเราได้รับผ่านแพลตฟอร์มบริษัทได้ช่วยให้ Jubilee Ace เติบโตและผลักดันเราให้อยู่ในจุดสูงสุดในฐานะบริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศชั้นนำ

ในช่วงสรุปของการประชุม ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ผู้อำนวยการด้านเทคนิค และผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการตลาดได้ร่วมกันวางแผนและพิจารณามาตรการเฉพาะเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหากำหนดขอบเขตงานและบทบาท และได้ร่วมกันอภิปรายถึงอุปสรรคที่พนักงานต้องเผชิญ เพื่อสร้างรากฐานการทำงานที่มั่นคงสำหรับทุกคน

ด้วยความพยายามร่วมกันของพนักงานทุกคน Jubilee Ace จะประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่งในปี 2019 นี้อย่างแน่นอนเพราะเรามองไปสู่อนาคต!

Media Contacts:

Mr. Mansion Greenwood – Press Officer – press@jubileeace.com

www.jubileeace.com

P&G เปิดตัวภาพยนตร์ใหม่ที่เน้นการเดินทางภายในสำหรับการให้ความสำคัญกับ LGBT + หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ

Logo

ตอนต่อของภาพยนตร์สั้นที่ได้รับรางวัลชื่อ“ The Words Matter” ที่เล่าเรื่องราวของพนักงานและลูกจ้างที่กล้าหาญที่ลุกชึ้นมาสู้ความอยุติธรรมเพื่อประโยชน์ที่เท่าเทียมกันของพนักงาน

ซินซินนาติ–(BUSINESS WIRE)–18 มิถุนายน 2019

บริษัท  Procter & Gamble Company (NYSE: PG) ร่วมกับ Great Big Story วันนี้เปิดตัว Out of the Shadows ภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่บันทึกเรื่องราวของ  การเดินทางของ P&G ในแง่มุม เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล และทรานสเจนเดอร์ หรือ Lesbian, Gay, Bisexual และ Transgender โดยภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงพนักงานที่ท้าทายบริษัทและเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบากในช่วงระหว่างยุค 1990 และปี ช่วงต้นปี 2000

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190618005920/en/

P&G, in partnership with Great Big Story, today released Out of the Shadows, a new film chronicling  ...

บริษัท  Procter & Gamble Company (NYSE: PG) ร่วมกับ Great Big Story วันนี้เปิดตัว Out of the Shadows ภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่บันทึกเรื่องราวของ  การเดินทางของ P&G ในแง่มุม เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล และทรานสเจนเดอร์ หรือ Lesbian, Gay, Bisexual และ Transgender โดยภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงพนักงานที่ท้าทายบริษัทและเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบากในช่วงระหว่างยุค 1990 และปี ช่วงต้นปี 2000 (ภาพ: Business Wire)

ในปี 1992  P&G กลายเป็นหนึ่งใน บริษัท Fortune 500 แห่งแรกที่เพิ่มความหลากหลายทางเพศในแถลงการณ์ความหลากหลาย อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นทางการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมในสถานที่ทำงานสำหรับชุมชน LGBT + เท่านั้น

เพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV/AIDS และการต่อสู้กับผู้ต่อต้านที่รุนแรงและเป็นระบบมากยิ่งๆ ขึ้น พนักงาน LGBT + พยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งที่เท่าเทียมในสถานที่ทำงาน พนักงานของ P&G ได้เริ่มต้นการเดินทางสิบปีซึ่งนำมาไม่เพียงแต่ผลประโยชน์พนักงานที่เท่าเทียมกันเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนมุมมองและแก้ไขอคติภายในชุมชนด้วย

“ภาพยนตร์ 25 นาทีที่สร้างแรงบันดาลใจนี้จะบอกเล่าเรื่องราวของพนักงานที่กล้าหาญที่อดทนต่ออคติ ความเกลียดชัง การเดินทางของพวกเขาเน้นย้ำให้เราเห็นว่าเรามาไกลแค่ไหน แต่ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อนำมาซึ่งความเท่าเทียม นั่นคือเหตุผลที่ P&G ร่วมมือกับ Great Big Story เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขาเพื่อให้ผู้อื่นสามารถเรียนรู้จากอดีตของเรา เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าที่ทุกคนมีคุณค่าและทุกคนรวมมีความสำคัญ” Shelly McNamara หัวหน้าแผนก P&G กล่าว

การแบ่งปันการเดินทางภายในของบริษัทในการให้ความสำคัญและคุณค่ากับ LGBT + เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของบริษัทเพื่อเริ่มการสนทนาที่มีความหมายซึ่งนำไปสู่การเอาใจใส่และความเข้าใจ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้รับการฉายในช่วงก่อนที่จะครบรอบ 50 ปี ของการจลาจลสโตนวอลล์และเพื่อเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ หรือ Pride month

“ นี่เป็นมากกว่าแค่สารคดีของบริษัท มันเป็นการมองประวัติความเป็นมาของบริษัทแบบใกล้ชิด ตลอดจนถึงบทเรียนเกี่ยวกับความเป็นผู้นำและความกล้าหาญ และช่องทางในการอภิปรายทางสังคมเกี่ยวกับความหลากหลายและการให้ความสำคัญกับทุกคน” Brent Miller รองผู้อำนวยการฝ่าย P&G ฝ่ายสื่อสารและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ กล่าวเสริม “มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราที่จะแบ่งปันการเดินทางของเราอย่างโปร่งใสเพราะมันสะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับ บริษัทอื่น ๆ มากมาย และเราหวังว่ามันจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อสร้างบริษัท และชุมชนที่มีความหลากหลายมากขึ้นต่อไป”

สามารถชมภาพยนตร์เต็ม 25 นาทีได้ ที่นี่.

เกี่ยวกับวิธีการของ P&G ในงานด้านสังคมและประชาชน

ความหลากหลายและการให้ความสำคัญกับทุกคนเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญด้านการเป็นพลเมืองของ P&G ควบคู่ไปกับจริยธรรม และความรับผิดชอบขององค์กร ผลกระทบต่อชุมชน ความเท่าเทียมกันทางเพศ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม โครงการทางสังคมของบริษัทสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติเพื่อขจัดความยากจน ปกป้องโลก และสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพยายามด้านสังคมและประชาชนของ P&G สามารถอ่านรายงานความพยายามทางด้านสังคมและประชาชนของ P&G ประจำปี 2018 ได้ที่นี่.

เกี่ยวกับ Procter & Gamble

P&G ให้บริการแก่ผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยหนึ่งในพอร์ตการลงทุนที่แข็งแกร่งที่สุดของแบรนด์ที่เชื่อถือได้ มีคุณภาพและความเป็นผู้นำ ซึ่งรวมถึงแบรนด์ Always®, Ambi Pur®, Ariel®, Bounty®, Charmin®, Crest®, Dawn®, Downy®, Fairy®, Febreze®, Gain®, Gillette®, Head & Shoulders®, Lenor®, Olay®, Oral-B®, Pampers®, Pantene®, SK-II®, Tide®, Vicks®, and Whisper®. ชุมชน P&G มีการดำเนินงานในประมาณ 70 ประเทศทั่วโลก กรุณาเยี่ยมชม http://www.pg.comเพื่อรับข่าวสารล่าสุดและข้อมูลเกี่ยวกับ P&G และแบรนด์ต่างๆ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190618005920/en/

ติดต่อ

Brent Miller, ฝ่ายสื่อสาร P&G

Miller.br.4@pg.com

+1-917-423-5338




การศึกษาจากสถาบันการจัดการโครงการ หรือ Project Management Institute ระบุเทคโนโลยี AI หกประการ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้เชี่ยวชาญด้านโครงการ

Logo

ฟิลลาเดลเฟีย–(BUSINESS WIRE)–17 มิ.ย. 2019

Project Management Institute  (PMI) เปิดตัวรายงานเชิงลึกที่มีชื่อว่า 2019 Pulse of the Profession® In-Depth Report: AI Innovators: Cracking the Code on Project Performance (2019 Pulse of the Profession® Report รายงานเชิงลึก: ผู้สร้างนวัตกรรม AI: ถอดรหัสรหัสเกี่ยวกับประสิทธิภาพของโครงการ ) รายงานดังกล่าวให้ข้อมูลเชิงลึกว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลกระทบต่อองค์กรและอาชีพการจัดการโครงการอย่างไร ผลการวิจัยพบว่าการเข้ามาของเทคโนโลยี AI กำลังเกิดขึ้นและเกิดในวงกว้าง โดย 81% ของผู้ตอบแบบสอบถามรายงานว่าองค์กรของพวกเขาได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยี AI ร้อยละ 37 กล่าวว่าการใช้เทคโนโลยี AI เป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญในลำดับต้น ๆสำหรับองค์กร ในส่วนของผู้เชี่ยวชาญด้านโครงการกล่าวว่า พวกเขาคาดหวังว่าสัดส่วนของโครงการที่พวกเขาจัดการที่มีการใช้ AI จะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 23 เป็น 37 ในช่วงสามปีข้างหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่:https://www.businesswire.com/news/home/20190617005558/en/

ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จากการสำรวจผู้ปฏิบัติงานการจัดการโครงการ 551 รายทั่วโลกแสดงให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยี AI จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงในวิธีการจัดการโครงการและวิธีการที่องค์กรใช้กลยุทธ์ รายงานดังกล่าวระบุเทคโนโลยี AI หกประการที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรทั่วโลก เทคโนโลยี AI สามประการที่ส่งผลกระทบต่อจำนวนองค์กรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ:

  • Knowledge-based systems หรือ ระบบฐานความรู้: เข้าใจบริบทของข้อมูลที่ถูกประมวลผล สนับสนุนการเรียนรู้ของมนุษย์และการตัดสินใจ
  • Machine learning หรือ การเรียนรู้ของเครื่องจักรกล: วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างแบบจำลองโดยการตรวจหารูปแบบซึ่งทำให้การตัดสินใจดีขึ้นโดยใช้การแทรกแซงของมนุษย์น้อยที่สุด
  • Decision management หรือ การจัดการการตัดสินใจ: สร้างกระบวนการที่ชาญฉลาดหรือชุดของกระบวนการตามกฎและตรรกะเพื่อทำการตัดสินใจโดยอัตโนมัติ

ในอีกสามปีข้างหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านโครงการคาดหวังว่าผลกระทบของเทคโนโลยี AI เหล่านี้จะเติบโตขึ้น:

  • Expert systems หรือ ระบบผู้เชี่ยวชาญ: จำลองและเลียนแบบสติปัญญาของมนุษย์ ทักษะหรือพฤติกรรม ในสาขา หัวข้อ หรือทักษะเฉพาะ
  • Deep learning หรือ การเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง: สร้าง ฝึกอบรม และทดสอบเครือข่ายประสาทที่ทำนายผลลัพธ์ และ / หรือ จำแนกข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างตามความน่าจะเป็น
  • Robotic process automation หรือ หุ่นยนต์กระบวนการอัตโนมัติ: เลียนแบบและทำให้งานของมนุษย์เป็นอัตโนมัติเพื่อสนับสนุนกระบวนการขององค์กร

ในรายงาน Pulse of the Profession® ฉบับหนึ่ง เมื่อเร็ว ๆ มานี้ PMI ได้เรียกร้องให้องค์กรต่าง ๆ สนับสนุนการจัดการความฉลาดทางเทคโนโลยี หรือ  Project Management Technology Quotient (PMTQ) ซึ่งเป็นวิธีการประเมินความสามารถขององค์กรในการจัดการและบูรณาการเทคโนโลยีตามความต้องการขององค์กรหรือโครงการที่ ดำเนินการอยู่ ในขณะที่องค์กรต่าง ๆ หันมาใช้เทคโนโลยี AI มากขึ้นการมี PMTQ ที่แข็งแกร่งจะเป็นสิ่งที่จำเป็น

Michael DePrisco รองประธานฝ่ายโซลูชั่นระดับโลกของ PMI กล่าวว่า "สิ่งที่รายงานนี้แสดงให้เห็น คือ ถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มคิดว่าองค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI เพื่อบรรลุความสำเร็จของโครงการได้อย่างไร เนื่องจากมืออาชีพด้านโครงการมีความรับผิดชอบส่วนใหญ่ในการช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง พวกเขาจึงมีบทบาทสำคัญในการมีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยีเหล่านี้ในองค์กรของพวกเขา จากการวิจัย PMI เรารู้ว่าองค์กรที่มีความฉลาดทางเทคโนโลยีการบริหารโครงการสูง หรือ Project Management Technology Quotient (PMTQ) จะเข้าใจว่าการใช้ประโยชน์จากคุณค่าของ AI เป็นมากกว่าเพียงแค่การใช้เทคโนโลยี มันจะต้องอาศัยความคิดใหม่ วัฒนธรรมการเรียนรู้ และการสนับสนุนจากผู้บริหารด้านบน เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรที่นำไปสู่ความสำเร็จ”

อันที่จริงแล้ว การวิจัยโดย Accenture พบว่าองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ส่วนใหญ่ใช้หลักการสำคัญห้าข้อในการลงทุนด้าน AI เรียกว่าหลักการ MELDS ที่เรียกร้องให้องค์กรปฏิบัติดังนี้:

  • ส่งเสริมความคิดที่ถูกต้อง
  • ส่งเสริมการทดลอง
  • สนับสนุนความเป็นผู้นำที่ร่วมลงมือทำอย่างแข็งขัน
  • รวมข้อมูลเข้ากับกลยุทธ์
  • ฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ

องค์กรที่ยอมรับหลักการทั้งห้านี้ จะถูกเรียกว่า AI Innovators และมีแนวโน้มมากกว่าองค์กรที่ไม่ยอมรับหลักการใด ๆ (AI Laggards) ที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรที่นำไปสู่ความสำเร็จของโครงการ

จากข้อมูลของPulse® มีผลตอบแทนด้านการดำเนินงานที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดสำหรับองค์กรที่เป็นผู้นำในการใช้ AI หรือ AI Innovators ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า AI Laggards ในตัวชี้วัดหลักหลายโครงการ:

  • Better on-time delivery หรือ การส่งมอบที่ตรงเวลาดีขึ้น: AI Innovators รายงานว่าพวกเขาส่งมอบโครงการได้ตรงเวลา 61% เทียบกับ 47% สำหรับ AI Laggards
  • Superior benefits realization หรือ การนำมาซึ่งประโยชน์ที่เหนือกว่า: AI Innovators มีจำนวนโครงการ 69% ที่ประสบความสำเร็จถึง 95% หรือมากกว่าในเชิงผลประโยชน์ทางธุรกิจของพวกเขา เมื่อเทียบกับ 53% ของโครงการของ AI Laggards
  • Higher ROI หรือ ROI ที่สูงขึ้น: AI Innovators มี 64% ของโครงการของพวกเขาที่เป็นไปตาม ROI หรือที่สูงกว่าที่คาดประมาณการ เมื่อเทียบกับ 52% ของสำหรับ AI Laggards

การใช้เทคโนโลยี AI ที่ประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องให้องค์กรเปลี่ยนลำดับความสำคัญของพวกเขา ไม่เพียงแต่จะต้องมองว่า PMTQ เป็นเพียงมาตรการในการเตรียมพร้อม แต่ยังเป็นเรื่องที่ว่าสองค์กรสามารถปฏิบัติตามหลักการ MELDS ได้ดีเพียงใด สิ่งนี้จะมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเทคโนโลยี AI จะถูกผนวกเข้ากับการดำเนินงานในไม่กี่ปีข้างหน้า

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 2019 Pulse of the Profession® In-Depth Report: AI Innovators: Cracking the Code on Project Performance ที่ www.PMI.org/Pulse.

เกี่ยวกับการสำรวจ the PMI Pulse of the Profession® Survey

งานวิจัย Pulse of the Profession® In-Depth ถูกดำเนินการออนไลน์ในเดือนเมษายน / พฤษภาคม 2019 ในหมู่ผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดการโครงการ 551 รายทั่วโลก

เกี่ยวกับ Project Management Institute (PMI)

Project Management Institute (PMI) เป็นสมาคมชั้นนำของโลกสำหรับผู้ที่พิจารณาว่าอาจมีความต้องการในการบริหารจัดการโครงการหรือการจัดการพอร์ตโฟลิโอแบบมืออาชีพ โดย PMI ก่อตั้งขึ้นในปี 1969 เพื่อมอบคุณค่าในระดับมืออาชีพมากกว่าสามล้านชีวิตที่ทำงานในเกือบทุกประเทศทั่วโลกผ่านการสนับสนุนการทำงานร่วมกัน การศึกษา และการวิจัยระดับโลก เราช่วยสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ ความสำเร็จขององค์กร และพัฒนาอาชีพการบริหารโครงการให้เติบโตมากขึ้น ผ่านมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก การรับรอง (certification) ชุมชน ทรัพยากร เครื่องมือ การวิจัยทางวิชาการ สิ่งพิมพ์ หลักสูตรการพัฒนาวิชาชีพ และโอกาสในการสร้างเครือข่าย ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว PMI ทาง ProjectManagement.com จึงสร้างชุมชนออนไลน์ทั่วโลก ที่จะส่งมอบทรัพยากรเพิ่มมากขึ้น เครื่องมือที่ดีกว่า เครือข่ายขนาดใหญ่และมุมมองที่กว้างขึ้น

เยี่ยมชมเราที่ www.PMI.org, www.projectmanagement.com, www.facebook.com/PMInstitute และบน Twitter @PMInstitute.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190617005558/en/

ติดต่อ:

Mary Ortega

ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์

Project Management Institute

14 Campus Blvd.

Newtown Square, PA 19073

โทร: +1 610 356 4600 X7030

อีเมล: mary.ortega@pmi.org

เว็บไซต์: www.pmi.org

WarnerMedia Innovation Lab พัฒนาเทคโนโลยีในอนาคตด้วยการประกาศที่สำคัญหลายอย่าง

Logo

Lab ประกาศ NYC Physical Space ด้วยความสามารถ 5G, ความร่วมมือกับการขายโฆษณาของ WarnerMedia และ Xandr ของ AT&T รวมถึงการแต่งตั้งบริษัทออกแบบ

นิวยอร์ก–(BUSINESSWIRE)–17 มิถุนายน 2019

WarnerMedia Innovation Lab ได้ทำการประกาศที่สำคัญหลายอย่างในวันนี้ ซึ่งเสริมสร้างมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการบ่มเพาะผลิตภัณฑ์บริการและประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับผู้บริโภค  ประกาศเหล่านี้รวมถึงที่ตั้งใหม่ในนิวยอร์กซิตี้ซึ่งจะถูกขับเคลื่อนโดยเครือข่าย 5G ของ AT&T ทำให้เป็นหนึ่งในศูนย์ประสบการณ์ 5G แบบถาวรแห่งแรกของ AT&T  ห้องปฏิบัติการยังประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเป็นพันธมิตรกับ WarnerMedia Ad Sales และกับบริษัทโฆษณาและการวิเคราะห์ขั้นสูงของ AT&T, Xandr  ในที่สุด The Lab ได้ประกาศแต่งตั้งบริษัทสถาปัตยกรรมเพื่อนำไปสู่การออกแบบพื้นที่

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูการเปิดตัวเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190617005252/en/

WarnerMedia Innovation Lab Continues to Lean into Future Tech with Several Key Announcements (Photo: ...

WarnerMedia Innovation Lab งมุ่งมั่นสู่อนาคตของเทคโนโลยีในอนาคตพร้อมประกาศสำคัญหลายประการ (รูปภาพ: Business Wire)

ห้องปฏิบัติการนวัตกรรม WarnerMedia จะเป็นอาคารใหม่ขนาด 20,000 ตารางฟุต ตั้งอยู่ในย่านเชลซีของแมนฮัตตันซึ่งมีโซนที่กว้างใหญ่สำหรับการจัดแสดงประสบการณ์ที่พร้อมสำหรับผู้บริโภค พื้นที่กิจกรรมในร่มและกลางแจ้งที่ยืดหยุ่น และสภาพแวดล้อมการวิจัยและพัฒนาโดยเฉพาะ

“The Lab เป็นมากกว่าศูนย์บ่มเพาะเทคโนโลยี โดยเป็นโรงงานในฝันสำหรับเราในการสร้างความมหัศจรรย์ที่แฟนๆ ได้รักและคาดหวังจาก WarnerMedia” Jesse Redniss, GM, WarnerMedia Innovation Lab กล่าว “ที่นี่เราจะปรับความสามารถที่ดีที่สุดในการเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์ รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก AT&T และพันธมิตรของเราเพื่อมอบประสบการณ์ที่จะได้รับการพูดคุยถึงตลอดชีวิต”

The Lab ซึ่งมีกำหนดเปิดประตูสู่พันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับทีมงานหน่วยธุรกิจของ WarnerMedia ในต้นปี 2020 จะนำประสบการณ์ 5G ผ่านการสำรวจและพัฒนาซึ่งจะช่วยให้เกิดระบบการทำงานร่วมกันแบบเสมือนจริงแบบเรียลไทม์ทั่วทั้ง WarnerMedia และ AT&T  ข่าววันนี้สร้างขึ้นจากความมุ่งมั่นของ AT&T ที่จะนำเสนอ 5G ทั่วทั้งคุณสมบัติของ WarnerMedia จากห้องแล็บนวัตกรรมในนิวยอร์กซิตี้ไปจนถึง Warner Bros. ในลอสแองเจลิสสำหรับ AT&T SHAPE ไปจนถึง The Lounge โดย AT&T ในซีแอตเทิลและสตูดิโอในแอตแลนตาของ WarnerMedia, 5G มีอำนาจในการเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานข้อมูลของ WarnerMedia

“ด้วยการทำงานร่วมกับ AT&T เราสามารถรวมเทคโนโลยีล่าสุดใน 5G เข้ากับประสบการณ์เนื้อหาและความสามารถในการโฆษณาที่ทันสมัย” David Christopher ประธานของ AT&T Mobility and Entertainment กล่าว “WarnerMedia Innovation Lab จะเป็นพื้นที่ที่นักพัฒนา ผู้สร้าง และผู้เยี่ยมชมจะได้รับแรงบันดาลใจที่จะผลักดันขอบเขตของความบันเทิงทั้งหมดที่ขับเคลื่อนโดยบริษัทที่เปิดตัวพลังของ 5G ในสหรัฐครั้งแรก”

การปฏิวัติประสบการณ์ของแฟนๆ WarnerMedia นั้นรวมถึงการโฆษณาเช่นกัน  Dan Riess หัวหน้าฝ่ายการโฆษณาขั้นสูงและเนื้อหาแบรนด์ของ WarnerMedia ให้ความเห็นว่า “การเล่าเรื่องอยู่ใน DNA ของบริษัทของเราและส่วนหนึ่งของประสบการณ์นั้นคือเนื้อหาที่ให้ความสุข รวมถึงการโฆษณา   ห้องทดลองเป็นส่วนสำคัญของการทดสอบและการเรียนรู้เกี่ยวกับประสบการณ์ใหม่ในการโฆษณาที่เราจะเปิดตัวสู่ตลาด”

ห้องปฏิบัติการนวัตกรรม WarnerMedia จะได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลเชิงลึกและเทคโนโลยีของผู้บริโภคจาก Xandr บริษัทโฆษณาและการวิเคราะห์ขั้นสูงของ AT&T ในขณะที่ยังคงทดสอบและพัฒนาความสามารถในการโฆษณาใหม่ที่ทำให้ข้อความของแบรนด์มีความเกี่ยวข้องและดึงดูดผู้บริโภคมากขึ้น  การผสมผสานที่ทรงพลังนี้จะมอบประสบการณ์ผู้บริโภคที่เป็นนวัตกรรมและเสริมสร้างจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการในแบรนด์ของ WarnerMedia

“ทุกวัน Xandr ค้นหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อช่วยนักการตลาดและสร้างประสบการณ์การรับชมที่ดีขึ้นสำหรับผู้บริโภค” Kirk McDonald, CMO, Xandr กล่าว “โดยการทำงานกับเพื่อนร่วมงานของเราที่ AT&T Communications และ WarnerMedia เราอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมือนใครในการพัฒนานวัตกรรมการโฆษณาใหม่ที่ดึงดูดผู้บริโภค  WarnerMedia Innovation Lab จะเร่งการยอมรับรูปแบบการโฆษณาใหม่และจัดเตรียมสภาพแวดล้อมเพื่อแสดงการทำงานร่วมกันของเรา”

ความก้าวหน้าด้านการโฆษณาใหม่นี้ยังช่วยให้นักการตลาดได้เรียนรู้ว่าข้อความของพวกเขานั้นเข้าถึงกับผู้ชมอย่างไร  โดย the Lab จะเผยการความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่างการโฆษณา เทคโนโลยี และเนื้อหา  นวัตกรรมจะรวมถึงแอพพลิเคชั่น MR/VR และ 5G ที่เพิ่มความสามารถในการโฆษณาใหม่และประสบการณ์ UI/UX ที่ดีขึ้นในการสร้างโฆษณาให้มีความสำคัญ

บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรม Design Republic ได้รับรางวัลโครงการบริการสำหรับพื้นที่ของ the Lab ในนิวยอร์คโดยเริ่มทำงานในช่วงฤดูร้อนนี้  Design Republic เป็นบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับรางวัล มีความเชี่ยวชาญในสถานที่ทำงานของบริษัทค้าปลีกและการออกแบบเทคโนโลยีสื่อ และได้รับการคัดเลือกตามวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับ WarnerMedia และแนวทางนวัตกรรมและแนวคิดการออกแบบกับลูกค้า ได้แก่ Nasdaq, Bvlgari และ Bleacher Report ของ WarnerMedia

“Design Republic รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับ WarnerMedia อีกครั้งสำหรับโอกาสนี้” Inga Kruliene, LEED AP, ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้ออกแบบหลัก Design Republic กล่าว  “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ขณะที่เราพัฒนาเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังการวิจัยนวัตกรรมและช่วยนำชีวิตและความตื่นเต้นให้กับประสบการณ์ที่ดื่มด่ำนี้”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม www.warnermediagroup.com

เกี่ยวกับ WarnerMedia

WarnerMedia เป็นบริษัทสื่อและความบันเทิงชั้นนำที่สร้างและจัดจำหน่ายเนื้อหาพรีเมี่ยมและที่เป็นที่นิยมจากนักเล่าเรื่องและนักข่าวที่มีความสามารถหลากหลายให้แก่ผู้ชมทั่วโลกผ่านแบรนด์ผู้บริโภค ได้แก่ HBO, Warner Bros., TNT, TBS, CNN, DC Entertainment, New Line, Cartoon Network, Adult Swim, Turner Classic Movies, truTV และรายอื่นๆ.

WarnerMedia เป็นส่วนหนึ่งของ AT&T Inc. (NYSE: T)

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190617005252/en/

ติดต่อ:

Ashok Sinha

Ashok.Sinha@turner.com

212-275-5447

Lisa Marzullo

Lisa.marzullo@turner.com

212 -275-6190




P&G ตีความความคิดสร้างสรรค์ใหม่เพื่อพลิกโฉมการโฆษณาผ่านพันธมิตรผู้สร้างสรรค์ใหม่ ๆ

Logo

P&G เปิดตัวพันธมิตรที่โดดเด่น  ซึ่งได้แก่ John Legend และ Thrive Global ของ Arianna Huffington งานสร้างสรรค์ที่ก้าวล้ำและประสบการณ์ผู้บริโภคที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ณ เทศกาล Cannes Lions International Festival of Creativity 2019

คานส์, ฝรั่งเศส–(BUSINESS WIRE)–17 มิถุนายน 2019

Procter & Gamble Company (NYSE: PG) ประกาศในวันนี้ถึงการร่วมเป็นพันธมิตรทางความคิดสร้างสรรค์กับ John Legend, และ Thrive Global ของ Arianna Huffington และพันธมิตรอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ในการคิดค้นโฆษณาใหม่ในช่วงเวลาที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง

ในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในการรับรู้เรื่องราวและประสบการณ์ที่แท้จริงซึ่งส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อสังคมและมนุษยชาติ ความร่วมมือครั้งนี้จะรวมการบรรจบกันของการโฆษณา วารสารศาสตร์ การสร้างภาพยนตร์ ดนตรี การแสดงตลก และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน พร้อม ๆ ไปกับการรวบรวมนักประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ที่รวมเอาความเสมอภาคและความคำนึงถึงส่วนรวมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนต้องการที่จะสัมผัสประสบการณ์นั้น ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า

“ นานเกินไปแล้วที่โลกโฆษณาหมกมุ่นอยู่ในโลกของตนเองมากไป และแยกตัวออกจากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ ส่งผลให้เข้าถึงผู้บริโภคน้อยลง ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทบทวนความคิดสร้างสรรค์เพื่อที่จะนำเสนอการโฆษณาใหม่ ๆ ” Marc Pritchard ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ของ Procter & Gamble กล่าว “ มีแหล่งความคิดสร้างสรรค์มากมายที่มีอยู่ และในวันนี้ P&G กำลังดำเนินการเพื่อผสานโลกโฆษณากับโลกสร้างสรรค์อื่น ๆ ผ่านการเป็นพันธมิตรที่โอบกอดมนุษยชาติและขยายมุมมองของเราเกี่ยวกับการโฆษณาสำหรับวันข้างหน้า”

สัปดาห์นี้ที่เทศกาลแห่งความคิดสร้างสรรค์นานาชาติที่คานส์ หรือ  the Cannes Lions International Festival of Creativity ทาง P&G ขอนำเสนอให้อุตสาหกรรมมีการเปลี่ยนแปลง โดยการเข้าร่วมกองกำลังกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ และได้ประกาศพันธมิตรใหม่ ๆ หลายพันธมิตร ดังนี้

ความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์กับ John Legend ที่รวมการสำรวจแง่มุมต่าง ๆ ของมนุษยชาติและประสบการณ์ของมนุษย์ เช่น ความเป็นพ่อแม่ ความเป็นชายสมัยใหม่ ดนตรี และความยุติธรรมทางสังคม โดยการนำของแบรนด์ P&G และ Pampers, Gillette และ SK-II

การเป็นหุ้นส่วนทางมนุษยชาติกับ Thrive Global ของ Arianna Huffington ซึ่งรวมเอา “การเปลี่ยนแปลงทีละเล็ก ๆ” ไว้ในแบรนด์ P&G เช่น Oral-B และ Crest, Pampers, Venus, Secret และ Pantene ซึ่งผสมผสานความรู้และวิทยาศาสตร์เข้ากับวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต ลดความเครียดและปรับปรุงสุขภาพในชีวิตประจำวัน

ความร่วมมือที่กล้าหาญกับ Saturday Morning กลุ่มนักสร้างสรรค์ที่มีจิตสำนึกทางสังคมที่ร่วมกับ P&G โดยจะพรีวิวภาพยนตร์สั้นเรื่องใหม่ที่เรียกว่า“ THE LOOK” ที่นำเสนอประเด็นความลำเอียงทางเชื้อชาติ ซึ่งเป็นเหมือนการสานต่อจากภาพยนตร์สั้นเรื่อง "The Talke” ซึ่งชนะเลิศรางวัลสิงโตทองคำหลายรางวัล ซึ่งรวมไปถึงรางวัล Grand Prix

การร่วมมือกันเป็นกลุ่มเพื่อเปิดตัวFree the Bid into Free the Work อีกครั้ง ซึ่งเป็นบริการค้นหาบุคคลผู้มีทักษะ ที่ก่อตั้งโดยผู้สร้างภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัล Alma Har'el ซึ่งออกแบบโครงการให้เฟ้นหาผู้หญิงและผู้สร้างสรรค์ที่มีโอกาสด้อยกว่าทางสังคม เพื่อพัฒนาเรื่องราวใหม่ ๆ สู่โลกที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งนี้เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์รักความหลากหลาย

ความร่วมมือที่สร้างสรรค์กับ GLAAD เพื่อเฉลิมฉลองทุกแง่มุมของการรวมและการแสดงออกของมนุษย์รวมถึงภาพยนตร์เรื่องใหม่จาก Pantene ที่อัปเดตแคมเปญดังอย่าง“ อย่าเกลียดฉันเพราะฉันสวย”

ความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ที่รวมเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยไว้ในแบรนด์เพื่อสร้างประสบการณ์ผู้บริโภคที่เหนือกว่า โดย P&G LifeLab แบบโต้ตอบได้ ซึ่งจะเปิดตัวที่คานส์ จะประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ P&G ใหม่และประสบการณ์ต่าง ๆ เช่น Oral-B Sense, Olay Skin Advisor, SK-II FutureX Smart Store, My Black is Beautiful และประสบการณ์เสมือนจริงที่สมจริงจาก Verizon Media ที่สนับสนุนเนื้อหาจาก HuffPost .

“ ตอนนี้ มีความจำเป็นมากกว่าที่เคยที่พวกเราที่มีอิทธิพลในโลกจะใช้มันเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลก ผมมุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงผู้คน พร้อม ๆ กับเปิดใจของพวกเขาและช่วยให้พวกเขาเห็นความกังวลและแรงบันดาลใจของกันและกัน” นักร้องนักแต่งเพลงนักแสดงนักกิจกรรมและผู้ผลิต อย่าง John Legend กล่าว “ เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้เมื่อเราพูดถึงความยุติธรรม ชุมชน ครอบครัวและวิธีที่แบรนด์สามารถสร้างผลิตภัณฑ์และส่งเสริมการสนทนาที่ทำให้โลกดีขึ้น ผมมีความสุขที่ได้เป็นหุ้นส่วนกับบริษัทที่มุ่งมั่นที่จะเป็นพลังที่ดีในโลก และพัฒนางานสร้างสรรค์ที่กระตุ้นความคิดซึ่งจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง”

“ แบรนด์ที่ดีสร้างอุปนิสัยให้ผู้บริโภค – และแบรนด์ของ P&G นั้นกลายมาเป็นอุปนิสัยประจำวันสำหรับผู้บริโภคมากถึง 5 พันล้านคนทั่วโลก” Arianna Huffington ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Thrive Global กล่าว “ การเป็นหุ้นส่วนทางนวัตกรรมของ Thrive กับ P&G มุ่งเน้นไปที่การใช้ช่วงเวลาในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของ P&G เช่นการแปรงฟัน หรือเปลี่ยนผ้าอ้อม โดยจะใจ้กิจกรรมนี้เป็นพื้นฐานสำหรับ การทำแบบค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย หรือ Microsteps ของ Thrive ซึ่งเป็นวิธีการที่ได้รับหลักฐานสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ว่าลดความเครียด เพิ่มสุขภาพดี และเพิ่มสมรรถาพคน วิทยาศาสตร์พฤติกรรมได้แสดงให้เห็นว่าการทำแบบค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย หรือ การเริ่มอุปนิสัยใหม่เข้ากับอุปนิสัยที่มีอยู่เดิมเพื่อทำให้มันกลายเป็นกิจวัตรที่ยั่งยืน  เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการสร้างนิสัยใหม่และทำให้มันติดคงทน โดยในช่วงเวลาแห่งความเครียดและความเหนื่อยล้า และการแพร่ระบาดของโรคทางสุขภาพจิต ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนความร่วมมือของเราจึงเป็นวิธีการใหม่และที่สำคัญในการส่งมอบภารกิจของเราในการพัฒนาชีวิตผู้บริโภคและช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ทุกวัน."

ความร่วมมือดังต่อไปนี้ ได้ถูกสร้างขึ้นจากมูลนิธิ P&G ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีที่แล้วที่เมืองคานส์:

ความร่วมมือของ Katie Couric Media ซึ่งผลิตรายการที่น่าสนใจผ่าน มนุษยชาติในวารสารศาสตร์ ซึ่งรวมไปถึงการรวบรวมนำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ ซึ่ง รายการนี้ได้รับการสนับสนุนโดยแบรนด์ของ P&G อย่าง Olay, Secret และ Pantene โดยมีการนำเสนอภาพยนตร์สั้นเกี่ยวกับความคาดหวังของผู้หญิง กับ SK-II โครงการล่าสุดกับ Gillette เกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กผู้ชาย และจดหมายข่าวรายวันอัจฉริยะ และรายการ Wake-Up Call ที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกและความเห็นในเรื่องเด่นของวันและเร่องราวการใช้ชีวิตต่าง ๆ

เมื่อปีที่แล้ว P&G ได้แนะนำโปรแกรม The Queen Collective ซึ่งร่วมกับ Queen Latifah, Tribeca Studios และ United Talent Agency เพื่อเร่งความเท่าเทียมทางเพศและเชื้อชาติหลังกล้อง โดยการสร้างและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ที่ผลิตโดยผู้กำกับหญิงหลากหลายวัฒนธรรมเริ่มต้นด้วยเรื่อง Aftermark ของ B’Monet และสารคดีเรื่องสั้นที่ฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์ทริเบก้า อย่าง  If There is Light ของ Elizabeth Anderson

P&G ยังได้ร่วมมือกับ National Geographic และ Global Citizen เพื่อพัฒนา ACTIVATE ซึ่งเป็นสารคดีชุดที่สร้างความตระหนักถึงความยากจน ความไม่เท่าเทียม และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมเพื่อขับเคลื่อนพลเมืองโลกให้ขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

“เมื่อเราเป็นพันธมิตรกับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ที่เชื่อในความสำคัญของความเสมอภาคและการเห็นแก่ประโยชน์ของทุกคน เราสามารถสร้างเรื่องราวแบบที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อนได้ ทั้งนี้เพราะ "ความคิดสร้างสรรค์รักความหลากหลาย” Pritchard กล่าว “ และเมื่อเราโอบกอดความคิดสร้างสรรค์ผ่านมนุษยชาติ เราสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างแท้จริงโดยใช้เสียงของเรา ไม่เพียงแต่มันจะเป็นพลังในการเติบโตเท่านั้น แต่เป็นพลังแห่งความดีอีกด้วย”

เกี่ยวกับ P&G LifeLab

เยี่ยมชม P&G Life Lab ที่เทศกาล Cannes Lions of Creativity ในวันที่ 17-21 มิถุนายน, 9:30-17: 30 น. ใน Palais II ทั้งนี้ P&G LifeLab ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในงาน Consumer Electronics Show ในเดือนมกราคม 2019 เป็นนิทรรศการแบบอิมเมอร์ซีฟซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราได้ผสมผสานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเข้ากับความเข้าใจของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งเพื่อส่งมอบนวัตกรรมและประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกัน

เกี่ยวกับ P&G

P&G ให้บริการแก่ผู้บริโภคทั่วโลกด้วยพอร์ตการลงทุนที่แข็งแกร่งที่สุดของแบรนด์ที่เชื่อถือได้ มีคุณภาพ และความเป็นผู้นำ ซึ่งรวมถึง Always®, Ambi Pur®, Ariel®, Bounty®, Charmin®, Crest®, Dawn®, Downy®, Fairy®, Febreze®, Gain®, Gillette®, Head & Shoulders®, Lenor®, Olay®, Oral-B®, Pampers®, Pantene®, SK-II®, Tide®, Vicks®, และ Whisper® ทั้งนี้ ชุมชน P&G รวมการดำเนินงานในประมาณ 70 ประเทศทั่วโลก กรุณาเยี่ยมชม http://www.pg.com  เพื่อรับข่าวสารล่าสุดและข้อมูลเกี่ยวกับ P&G และแบรนด์ในสังกัดต่าง ๆ

ชุดเอกสารสำหรับสื่อ

https://news.pg.com/cannes-2019-press-kit

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190616005069/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ:

Andrea Schoff

P&G ฝ่ายสื่อสารระดับโลก

schoff.ar@pg.com

+1-513-238-4154

Becky East

H&K ฝ่ายกลยุทธ์ระดับโลก

becky.east@hkstrategies.com

+44 207 413 3093

S BLOCK ยังคงค้นพบเศรษฐกิจดิจิทัลต่อไป ความกระตือรือร้นร้อนแรงสำหรับเวทีการประชุมเศรษฐกิจดิจิตอลแอพพลิเคชั่นระดับโลกในกรุงเทพ ประเทศไทย

Logo

บทคัดย่อ: การประชุม Global Digital Economy Application Summit จะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยระหว่างวันที่ 28 มิถุนายนถึง 2 กรกฎาคม 2019

เบิร์น สวิตเซอร์แลนด์–(BUSINESS WIRE)–13 มิถุนายน 2019

การประชุม Global Digital Economy Application Summit จะจัดขึ้นในวันที่ 29 มิถุนายน 2562 ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย  การประชุมจัดโดย M Party – M Chain โดยมี S BLOCK เป็นสปอนเซอร์พิเศษ  นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนโดยโปรเจคบล็อกเชน Aurumox Protocol และผู้เชี่ยวชาญด้านอีเว้นท์ MK Club

ด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็วและอิทธิพลทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นของ blockchain ฟอรั่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการอภิปรายเกี่ยวกับการใช้งาน blockchain และความยั่งยืนในเศรษฐกิจดิจิทัล  งานนี้ตั้งอยู่ในเมืองกรุงเทพฯ โดยรวบรวมทรัพยากรชั้นนำในอุตสาหกรรมบล็อกเชน รวมถึงผู้นำในอุตสาหกรรมกว่า 50 ราย สถาบันการลงทุนที่มีชื่อเสียง 200 แห่ง สื่อบล็อคเชน 300 แห่ง และชนชั้นอุตสาหกรรม 1,000 คน

ฟอรั่มเป็นส่วนหนึ่งของทัวร์ห้าวันพิเศษของโลกดิจิตอลระดับโลก รวมการประชุมที่ออกแบบมาอย่างดีและกิจกรรมสันทนาการที่ไม่ธรรมดา 

ผู้เข้าร่วมประชุมจะมีโอกาสได้สัมผัสวัฒนธรรมและความมีชีวิตชีวาของประเทศสยามและยังเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นโชว์ที่มีนางแบบจาก AO Goddess และ Victoria's Secret  นอกจากนี้จะมีเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิก blockchain โดย M Party ซึ่งมีดีเจชื่อดังระดับโลกและผู้มีชื่อเสียงทางอินเทอร์เน็ตจำนวนมากดังต่อไปนี้

  • Toufi Saliba ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Toda.Network
  • Ben Goertzel ซีอีโอของ SingularityNet
  • Hans-Arno Jacobsen นักวิชาการของ Academician of the Institute of Electrical and Electronic Engineers และศาสตราจารย์ที่ University of Toronto
  • Lin Shangru นักลงทุน Binance และผู้ร่วมก่อตั้ง JRR Crypto
  • Han Feng ผู้ร่วมก่อตั้ง Yilaiyun
  • Li Dawei ผู้ร่วมก่อตั้ง ZB
  • Wang Feng ผู้สนับสนุนทางการเงิน Mars ผู้ก่อตั้งและประธานของ Blueport Interactive Group
  • Huang Lianjin หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีความปลอดภัยบนคลาวด์ CGI Group ปัจจุบัน อยู่ในคณะกรรมการ China Electronics Society Blockchain Expert Committee
  • Cai Zhichuan ประธานสมาคม Asian Blockchain Society

ดูเวอร์ชั่นแหล่งที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190613005302/en/

ติดต่อ:

SBLOCK FOUNDATION PTE. LTD

Jennifer Bialek

contacts@sblock.com

www.sblock.com

Mary Kay ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ระดับโลกด้วยการเพิ่มการรับรู้ด้านมลภาวะที่ส่งผลต่อผิวหนังในงานประชุมทางวิทยาศาสตร์ชั้นนำในยุโรป

Logo

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–10 มิถุนายน 2019

Mary Kay Inc. บริษัทความงามระดับโลกและผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เดินหน้าสนับสนุนชุมชนทางวิทยาศาสตร์และความงามโดยเข้าร่วมการประชุมระดับโลก 2 งานที่จัดขึ้นในยุโรปในเดือนมิถุนายนนี้ โดยงานประชุมประกอบไปด้วยการประชุม World Congress of Dermatology (WCD) ครั้งที่ 24 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 10-15 มิถุนายน ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี และการประชุม Future of Formulations in Cosmetics Summit ครั้งที่ 5 ในวันที่ 19-20 มิถุนายน ณ เมืองดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี

การประชุม World Congress of Dermatology (WCD) เป็นการประชุมเกี่ยวกับผิวหนังที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยจะจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี และในปีนี้จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ยุคใหม่แห่งนวัตกรรมดูแลผิว” หรือ “A New Era for Global Dermatology” ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญที่ Mary Kay จะได้นำเสนอผลงานวิจัยและดำเนินการอภิปรายทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับมลภาวะที่ทำร้ายผิว และในวันที่ 12 มิถุนายน Mary Kay จะเป็นเจ้าภาพจัดสัมมนาย่อยในหัวข้อ “มลภาวะสิ่งแวดล้อมต่อผิว: อันตรายนอกเหนือจากรังสี UV” หรือ “Environmental Stressors and Skin: Beyond UV” ด้วย

การจัดประชุมสัมมนานี้จะร่วมค้นหาผลกระทบจากมลภาวะภายนอกที่ทำร้ายผิว โดยเน้นไปในเขตพื้นที่แถบยุโรป รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดผลกระทบจากมลภาวะ ซึ่งงานสัมมนานี้จะดำเนินโดยดอกเตอร์ Michelle Hines ผู้อำนวยการแผนก Global Upstream Research & Technology จาก Mary Kay และผู้เชี่ยวชาญด้านผิวชื่อดังมาที่จะมาร่วมพูดคุยได้แก่:

  • ศาสตราจารย์นายแพทย์ Jean Krutmann ผู้อำนวยการสถาบันการวิจัยสำหรับเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่ง Leibniz เมืองดุลเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี
  • แพทย์หญิง Stefanie Williams แพทย์ผิวหนังและผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์แห่ง EUDELO กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

ไม่นานมานี้ มีการเผยถึงการแผ่ขยายของมลภาวะทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อผิวและสุขภาพโดยรวมจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่ง Forum of International Respiratory Societies ว่ามลพิษทางอากาศอาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะทุกส่วนในร่างกายของมนุษย์ *รายงานนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเขตพื้นที่ในยุโรป เนื่องจากหลายเมืองในยุโรปมีมลพิษเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือสำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรป (EEA)

อันที่จริง เพียงแค่ในสหราชอาณาจักรประเทศเดียว ก็มีจำนวนเมืองมากกว่า 40 แห่งที่มีมลพิษเกินมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกแล้ว และสำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรปก็ได้ระบุชื่อ 15 เมืองในประเทศเยอรมนีที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากฝุ่นควัน ไนโตรเจนไดออกไซด์ และซัลเฟอร์ออกไซด์เช่นเดียวกัน ระดับมลพิษเกินขนาดได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของมนุษย์ และยังก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพผิว เนื้อเยื่อ และสภาพผิวภายนอกอีกด้วย

ศาสตราจารย์นายแพทย์ Krutmann ผู้ริเริ่มเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมได้เดินหน้าค้นคว้าหาวิธีปกป้องผิวอย่างไม่หยุดหย่อน ท่านกล่าวว่า “ตั้งแต่ผมค้นพบในปี 2010 ว่ามลพิษทางอากาศทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและหมองคล้ำ ทางสถาบันของเราจึงได้ปฏิบัติการทดลองหลายครั้งเพื่อระบุสาเหตุและหาวิธีแก้ปัญหาที่อยู่เบื้องหลังนี้ และจากการศึกษา เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการสัมผัสฝุ่นควัน (PM) จากรถยนต์ที่สะสมมาเป็นเวลานานไม่เพียงแต่จะเป็นอันตรายต่อปอดและระบบหัวใจหลอดเลือด แต่ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพผิวอีกด้วย”

แพทย์หญิง Stefanie Williams อธิบายต่อว่า “ในทางการแพทย์ เราไม่สามารถจำแนกความเสียหายต่อผิวระหว่างจากรังสียูวีกับมลพิษทางอากาศได้ แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความก้าวหน้าในการวิจัยด้านผิวพรรณและมลพิษทางอากาศ ฉันคิดว่าผลกระทบจากมลพิษทางอากาศที่มีต่อสุขภาพผิวจะยังคงดำเนินไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในเมืองที่มีประชากรหนาแน่น”

ระหว่างการขึ้นกล่าวของ Mary Kay ในการประชุม Future of Formulations in Cosmetics Summit ครั้งที่ 5 ดอกเตอร์ Michelle Hines จะนำเสนอผลงานวิจัยล่าสุดของ Mary Kay เกี่ยวกับลักษณะเชิงซ้อนของสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอสัญญาณผิวแก่เกินวัยอันเกิดจากการสัมผัสควันจากท่อไอเสียรถยนต์ (DEP) โดยเทคโนโลยีชิ้นใหม่ที่พบในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในหมวด Mary Kay® TimeWise® Miracle Set 3D™  จะมอบพลังต่อสู้แก่อนุมูลอิสระ พร้อมการทำงานแบบสามมิติ และได้รับสิทธิบัตรรับรองด้านการป้องกันผิวแก่เกินวัยอีกด้วย

ดอกเตอร์ Hines กล่าวอีกว่า “ผู้เชี่ยวชาญได้ยืนยันถึงผลกระทบเชิงลบของมลพิษทางอากาศที่มีต่อผิวอย่างเห็นได้ชัด และผลกระทบนี้จะยังคงเติบโตในรูปแบบตัวการก่อมลพิษทางสิ่งแวดล้อม เช่น ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ และระดับมลพิษที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น Mary Kay ได้ค้นพบเทคโนโลยีที่จะช่วยชะลอภาวะผิวแก่ก่อนวัยอันควรจากตัวการทางสิ่งแวดล้อมและการใช้ชีวิต Mary Kay ยังเดินหน้าอภิปรายทางวิทยาศาสตร์กับผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเพื่อสร้างการรับรู้ต่อมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อผิว”

ในฐานะหนึ่งในผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและนวัตกรรมดูแลผิวชั้นนำระดับโลก การเข้าร่วมประชุมของ Mary Kay ใน World Congress of Dermatology ครั้งที่ 24 และ Future of Formulations in Cosmetics Summit ครั้งที่ 5 นับเป็นการเข้าไปมีบทบาทในระดับสากลครั้งล่าสุดกับสถาบันทางวิทยาศาสตร์และการศึกษานานาชาติต่าง ๆ

เพื่อต่อยอดพันธสัญญาอันมีมายาวนานในการมอบเงินทุนและสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับผิว Mary Kay ได้นำเสนองานวิจัยในหัวข้อผิวกับมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมในอเมริกาเหนือในงานประชุม International Investigative Dermatology เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2018 ณ เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา และเมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาเจนตินา เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2019 ที่ผ่านมานี้

ในทุก ๆ ปี Mary Kay จะลงทุนเม็ดเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการวิจัยและพัฒนา และทำการทดสอบทางวิทยาศาสตร์นับหมื่นครั้งในผลิตภัณฑ์และส่วนผสม เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทุกอย่างมีความปลอดภัย คุณภาพ และการดำเนินงานตามมาตรฐานสูงสุด ผลงานของ Mary Kay ยืนยันได้จากสิทธิบัตรของผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการออกแบบบรรจุภัณฑ์มากกว่า 5,000 ชิ้น

*พิจารณาโดยคณะกรรมการจาก Forum of International Respiratory Societies

ส่วนที่ 1: ผลกระทบจากมลพิษทางอากาศที่สร้างความเสียหาย (กุมภาพันธ์ 2019)

**แหล่งข้อมูลคุณภาพทางอากาศรอบโลกขององค์การอนามัยโลก

***รายงานโดย Bundesministerium für Umwelt, Naturschutz, Bau und Reaktorsicherheit กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ปี 2015 (แปล: กระทรวงพันธมิตรเพื่อสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์)

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay Ash คือหนึ่งในผู้แหกกฎเพื่อสร้างความเท่าเทียม ก่อตั้งบริษัทความงามของเธอมากว่า 55 ปีเพื่อบรรลุเป้าหมาย 3 ข้อได้แก่ มอบโอกาสให้กับผู้หญิง ผลิตสินค้าคงทน และสร้างโลกให้น่าอยู่ ความฝันได้เบ่งบานขึ้นกลายเป็นบริษัทที่เติบโตด้วยเม็ดเงินหลายพันล้าน พร้อมพนักงานขายอิสระกว่าล้านคนใน 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังความงามและผลิตสินค้าบำรุงผิว เครื่องสำอาง และอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ บริษัทได้มอบเงินรางวัลกว่า 78 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อวิจัยมะเร็งและสร้างที่พักพิงแก่ผู้ได้รับความรุนแรงในประเทศ วิสัยทัศน์แรกเริ่มของ Mary Kay Ash ยังคงเปล่งประกายไปทีละก้าว ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.marykay.com

เกี่ยวกับการประชุม WCD

การประชุม World Congress of Dermatology (WCD) เป็นการประชุมเกี่ยวกับผิวหนังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปีในหลายทวีปแตกต่างกันไป การประชุม WCD ครั้งที่ 24 นี้จัดขึ้นในกรุงมิลาน ประเทศอิตาลี โดยมีสมาคมผิวหนังแห่งอิตาลี หรือ Italian Society of Dermatology (SIDeMaST) เป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 10-15 มิถุนายน 2019 ภายใต้การสนับสนุนของ International League of Dermatological Societies เป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วที่กรุงมิลานได้เป็นเจ้าภาพการประชุม WCD ซึ่งจะเน้นย้ำถึงการค้นพบและการพัฒนาด้านผิวหนัง ตั้งแต่ปฏิบัติการทางการแพทย์เพื่อการวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.wcd2019milan.org

เกี่ยวกับการประชุม Future of Formulations in Cosmetics Summit ครั้งที่ 5

การประชุม Future of Formulations in Cosmetics Summit ครั้งที่ 5 ได้นำผู้บริหารอาวุโสและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับวัตถุดิบและส่วนผสมจากวงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต บริษัทด้านเคมี สมาคมชั้นนำ บริษัทด้านเทคโนโลยี เจ้าของผลิตภัณฑ์ บริษัทเครื่องสำอาง บริษัททดลอง มาอธิปรายถึงการเปลี่ยนแปลง ความท้าทาย และการพัฒนาในวงการอุตสาหกรรมปัจจุบัน การประชุม Future of Formulations in Cosmetics Summit ครั้งที่ 5 นี้จะจัดขึ้นที่เมืองดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมณี ระหว่างวันที่ 19-20 มิถุนายน 2019

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190609005044/en/

ติดต่อ:

Mary Kay Inc. Corporate Communications

marykay.com/newsroom

972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com

PVH Corp. แต่งตั้ง Cheryl Abel-Hodges เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Calvin Klein Inc.

Logo

-Sveve Shiffman จะไปจากบริษัท –

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–10 มิ.ย. 2019

PVH Corp. [NYSE: PVH] หนึ่งในบริษัทเครื่องแต่งกายที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นเจ้าของแบรนด์ที่มีชื่อเสียงซึ่งรวมถึง CALVIN KLEIN, TOMMY HILFIGER, Van Heusen, Speedoและ IZOD ประกาศในวันนี้ว่า Cheryl Abel-Hodges จะเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Calvin Klein คนใหม่

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190609005037/en/

PVH Corp. Promotes Cheryl Abel-Hodges to CEO of Calvin Klein, Inc. (Photo: Business Wire)

PVH Corp. เลื่อนตำแหน่ง Cheryl Abel-Hodges ให้เป็น CEO ของ Calvin Klein, Inc. (รูปภาพ: Business Wire))

Abel-Hodges ก่อนหน้า เคยดำรงตำแหน่งประธานกลุ่ม Calvin Klein North America และ The Underwear Group โดยในบทบาทใหม่ของเธอ เธอจะรายงานต่อ Stefan Larsson ประธาน PVH

ทั้งนี้ Steve Shiffman อดีต CEO จะออกจากบริษัทเพื่อหาโอกาสอื่น ๆ ในชีวิต

 “ผมมีความเชื่อมั่นมากว่าเชอริลเป็นคนที่เหมาะสมที่จะนำแบรนด์ CALVIN KLEIN ความสามารถในการจัดการที่แข็งแกร่งของเธอ ประกอบกับผลงานที่เป็นเลิศในการดำเนินงานจะสร้างแนวทางที่แข็งแกร่งสำหรับทีม Calvin Klein” Emanuel Chirico ประธานและซีอีโอของ PVH Corp. กล่าว“ ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งนี้ บวกกับทีมงานบริหารยอดเยี่ยมทั่วโลก จะช่วยให้เราสามารถเอื้อมถึงภาพศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของแบรนด์”

Chirico กล่าวเสริมว่า “ผมต้องการขอบคุณ Steve ที่ได้มีส่วนร่วมกับ PVH มากมายซึ่งรวมถึงการเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีก Calvin Klein และเฮอริเทจแบรนด์ ตลอดจนถึงการมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแบรนด์ CALVIN KLEIN ในฐานะซีอีโอ”

ตั้งแต่เข้าร่วมงาน PVH ในปี 2006 Abel-Hodges ได้ดำรงตำแหน่งผู้นำหลายตำแหน่งทั่วทั้งองค์กร ในฐานะที่เป็นประธานกลุ่ม Calvin Klein Calvin อเมริกาเหนือ เธอช่วยกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์สำหรับแบรนด์ CALVIN KLEIN เป็นผู้ขับเคลื่อนเป็นวิธีการที่มีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ตอนอยู่กับ The Underwear Group นั้น Abel-Hodges เป็นผู้นำการพัฒนาแพลตฟอร์มชุดชั้นในระดับนวัตกรรมของ PVH ดูแลการออกแบบการขายสินค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการวางแผนสำหรับธุรกิจชุดชั้นในสตรีและผลิตภัณฑ์ชั้นในสตรีของ PVH

เกี่ยวกับ PVH Corp.

PVH เป็นหนึ่งใน บริษัท แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดในโลก เราขับเคลื่อนแบรนด์ที่ขับเคลื่อนแฟชั่นไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ผลงานแบรนด์ของเรารวมถึงแบรนด์ดัง ๆ อย่าง CALVIN KLEIN, TOMMY HILFIGER, Van Heusen, IZOD, ARROW, Speedo*,Warner's, Olga และแบรนด์ Geoffrey Beene , เช่นเดียวกับแบรนด์ ชุดชั้นในสตที่มีดิจิตอลเป็นศูนย์กลางอย่าง True & Co เราทำการตลาดสินค้าหลากหลายภายใต้แบรนด์เหล่านี้และเป็นที่รู้จักในระดับประเทศและระดับสากล PVH มีผู้ร่วมงานมากกว่า 38,000 คนใน 40 ประเทศและมีรายรับต่อปี 9.7 พันล้านดอลลาร์ นั่นคือพลังของเรา นั่นคือพลังของ PVH

* Speedo แบรนด์ได้รับใบอนุญาตสำหรับอเมริกาเหนือและแคริบเบียนแบบถาวรจาก Speedo International Limited

แถลงการณ์ด้านความปลอดภัยภายใต้พระราชบัญญัติปฏิรูปการฟ้องร้องกฎหมายหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 1995 (SAFE HARBOR STATEMENT UNDER THE PRIVATE SECURITIES LITIGATION REFORM ACT OF 1995): แถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะแถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องกับแผนกลยุทธ์ วัตถุประสงค์ ความคาดหวัง และความตั้งใจในอนาคตของ บริษัท ของพระราชบัญญัติปฏิรูปการฟ้องร้องกฎหมายหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 1995  นักลงทุนพึงระวังว่าข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าวมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ด้วยความแม่นยำและบางส่วนอาจคาดการณ์ไม่ถึงซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดแค่ (i) แผนกลยุทธ์วัตถุประสงค์ ความคาดหวัง และความตั้งใจของบริษัทที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามดุลยพินิจของ บริษัท ; (ii) บริษัท อาจได้รับการพิจารณาว่าได้รับการยกระดับอย่างสูงและใช้กระแสเงินสดเป็นส่วนสำคัญในการบริหารหนี้สินอันเป็นผลมาจากการที่บริษัทอาจไม่มีเงินทุนเพียงพอในการดำเนินธุรกิจในลักษณะที่ บริษัทตั้งใจหรือที่เคยมีการดำเนินงานในอดีตที่ผ่านมา; (iii) ระดับการขายของเครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องของบริษัท ทั้งกับลูกค้าขายส่งและในร้านค้าปลีกระดับการขายใบอนุญาตของ บริษัท ในการค้าส่งและค้าปลีกและขอบเขตของส่วนลดและราคาโปรโมชั่น ซึ่งบริษัทและผู้รับใบอนุญาตและพันธมิตรทางธุรกิจอื่น ๆ จะต้องมีส่วนร่วม ซึ่งทั้งหมดนี้อาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน การลดลงของการเดินทาง แนวโน้มแฟชั่น การรวมกันของบริษัทและการล้มละลายในอุตสาหกรรมค้าปลีก การเปลี่ยนตำแหน่งแบรนด์โดยผู้อนุญาตของบริษัท และปัจจัยอื่น ๆ (iv) ความสามารถของ บริษัท ในการจัดการการเติบโตและสินค้าคงคลัง รวมไปถึงความสามารถของบริษัท ในการหาประโยชน์จากการเข้าซื้อกิจการ เช่น การเข้าซื้อกิจการที่รอดำเนินการซึ่งระบุไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ (v) ข้อ จำกัด โควต้า การกำหนดมาตรการควบคุม ป้องกัน และการกำหนดหน้าที่หรือภาษีศุลกากรของสินค้าจากประเทศที่บริษัทหรือผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของ บริษัท ซึ่งอาจจำกัดความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์ในประเทศที่ประหยัดต้นทุน หรือในประเทศที่ต้องการแรงงานและความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค (vi) ความพร้อมและต้นทุนของวัตถุดิบ (vii) ความสามารถของบริษัทในการปรับเวลาให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงในกฎระเบียบทางการค้าและการโยกย้ายและการพัฒนาของผู้ผลิต (ซึ่งอาจส่งผลต่อที่ซึ่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทสามารถผลิตได้ดีที่สุด) (viii) การเปลี่ยนแปลงในโรงงานที่มีอยู่ และความสามารถในการขนส่ง การเพิ่มค่าจ้างและค่าขนส่ง ความขัดแย้งทางพลเรือน ทางสงคราม หรือการก่อการร้าย การคุกคามของสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น หรือความไม่แน่นอนทางการเมืองหรือแรงงานในประเทศใด ๆ หรือผลิตภัณฑ์ของคู่ค้าทางธุรกิจอื่น ๆ ที่มีการขาย มีการผลิตหรือวางแผนที่จะขายหรือผลิต (ix) การระบาดของโรคและความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพซึ่งอาจส่งผลให้โรงงานปิด ลดจำนวนแรงงาน การขาดแคลนวัตถุดิบ และการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือการห้ามส่งสินค้าที่ผลิตในพื้นที่ติดเชื้อรวมถึงการลดปริมาณผู้บริโภคและการจัดซื้อ หรือหยุดซื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาด (x) การได้มาการขายกิจการ และปัญหาที่เกิดขึ้นจากการซื้อกิจการ การขาย และการทำธุรกรรมที่เสนอมา ซึ่งรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงความสามารถในการรวมกิจการหรือธุรกิจที่ได้มาเข้ากับบริษัท โดยไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกิจการที่ได้มา การดำเนินงานที่มีอยู่, ความสัมพันธ์ของพนักงาน, ความสัมพันธ์กับผู้ขาย, ความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือประสิทธิภาพทางการเงินและความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องของ บริษัท อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างผลกำไรหลังการขายหรือการกำจัดอื่น ๆ (xi) ความล้มเหลวของผู้ได้รับใบอนุญาตของบริษัทในการทำการตลาดผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ หรือความล้มเหลวในการรักษามูลค่าของแบรนด์ของบริษัท หรือการใช้เครื่องหมายการค้าของบริษัทในทางที่ผิด; (xii) ความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญของเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศของบริษัทเมื่อทำธุรกรรมในระดับที่สำคัญทางธุรกิจ (xiii) ค่าใช้จ่ายในการวางแผนการเกษียณอายุของบริษัท ที่บันทึกไว้ตลอดทั้งปีคำนวณโดยใช้การประเมินตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยซึ่งรวมถึงข้อสมมติฐานและการประมาณการเกี่ยวกับตลาดการเงิน ภาวะเศรษฐกิจ และประชากร และความแตกต่างระหว่างผลลัพธ์โดยประมาณกับผลลัพธ์จริง ที่บันทึกไว้ในผลกำไรโดยทั่วไปในไตรมาสที่สี่ของปี; (xiv) ผลกระทบของกฎหมายและข้อบังคับด้านภาษีที่ได้รับการแก้ไขใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อ พรบ.การลดภาษีและงานของสหรัฐอเมริกาในปี 2017 ที่อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างไม่เป็นสัดส่วนเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นบางแห่ง เนื่องจากโครงสร้างภาษีเฉพาะของ บริษัท โครงสร้างของรายได้ที่เกิดขึ้นนอกสหรัฐอเมริกาและกฎหมายภาษีประเทศเนเธอร์แลนด์ที่รู้จักกันในชื่อ“ แผนภาษีของดัตช์ปี 2019”; และ (xv) ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอื่น ๆ ที่ระบุเป็นครั้งคราวในเอกสารที่บริษัท ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“ SEC”)

บริษัท ไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ในการปรับปรุงแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ ต่อสาธารณะไม่ว่าจะเป็นผลมาจากการได้รับข้อมูลใหม่ๆ หรือจากเหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่น ๆ

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190609005037/en/

ติดต่อ:

PVH Corp.

Dana Perlman

เหรัญญิกรองประธานอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจและนักลงทุนสัมพันธ์

(212) 381-3502

communications@pvh.com

Calvin Klein

Caroline Curtis

รองประธานฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร

(212) 292-9214

calvinkleincommunications@ck.com

Mary Kay Inc. ร่วมเป็นหุ้นส่วนกับ The Nature Conservancy เพื่อพัฒนาการตกปลาอย่างยั่งยืนในอ่าวเม็กซิโก

Logo

ความร่วมมือ ซึ่งได้รับประโยชน์จากโครงการประมงและการฟื้นฟูชายฝั่งของรัฐเท็กซัส จะช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่นการตกปลาและความเสียหายที่อยู่อาศัย

ดัลลัส–(บิสิเนสไวร์)–07 มิ.ย. 2019

Mary Kay Inc ผู้นำระดับโลกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรประกาศความร่วมมือกับ The Nature Conservancy เพื่อพัฒนาแนวทางการทำประมงอย่างยั่งยืนในอ่าวเม็กซิโก  โปรแกรมนี้มีชื่อว่า Texas Fisheries & Coastal Resilience Program มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการกับปัญหาต่างๆ เช่นการจับปลามากเกินไป ความเสียหายของถิ่นที่อยู่อาศัย และการดักจับสัตว์ที่ไม่ใช่เป้าหมายในระหว่างการจับปลาเชิงพาณิชย์

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190607005074/en/

Julie Sullivan, coastal restoration project manager for the Nature Conservancy. © Jerod Foster for T ...

Julie Sullivan ผู้จัดการโครงการฟื้นฟูชายฝั่งเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ © Jerod Foster for The Nature Conservancy

“เราแต่ละคนมีหน้าที่ปกป้องทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดบนโลก: มหาสมุทรของเรา”  Deb Gibbins หัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของ Mary Kay กล่าว “เป็นความหวังของเราที่ Mary Kay จะร่วมมือกับ The Nature Conservancy เพื่อพัฒนาระบบนิเวศและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ”

โปรแกรมนี้จะสนับสนุนการจัดการประมงเพื่อฟื้นฟูและบำรุงรักษาระบบนิเวศทางน้ำในขณะที่ส่งเสริมนวัตกรรมและการทำงานร่วมกันในชุมชน และเปิดใช้งานการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั่วทั้งอ่าว  เมื่อผู้คนจำนวนมากมีความสนใจในรัฐชายฝั่งเพราะเศรษฐกิจที่เฟื่องฟู วิธีที่พวกเขารักษาการเติบโตจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของทรัพยากรธรรมชาติ

The Nature Conservancy ก่อตั้งขึ้นในปี 1951 เป็นองค์กรอนุรักษ์ชั้นนำ โดยทำงานทั่วโลกเพื่อปกป้องดินแดนและน่านน้ำที่สำคัญทางนิเวศวิทยาสำหรับธรรมชาติและผู้คน  การปฏิบัติขององค์กรมีรากฐานมาจากวิทยาศาสตร์และได้รับแรงผลักดันจากการแก้ปัญหาเชิงปฏิบัติเพื่อการอนุรักษ์ที่เร่งด่วนที่สุดในระดับที่ใหญ่ที่สุด

การทำงานในอ่าวของ Mary Kay จะได้รับประโยชน์ดังกล่าว:

  • วิทยาศาสตร์: จัดทำโครงการสาธิตเพื่อแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการจัดการที่ดีขึ้นและสร้างแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการประมงอื่นๆ
  • ผู้นำ: ขับเคลื่อนการทดลองที่ใช้ประโยชน์จากความเป็นหุ้นส่วนและการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของภาครัฐเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการที่ปรับตัวและร่วมมือกัน
  • เทคโนโลยี: แสดงและมีอิทธิพลต่อการรวมระบบข้อมูลที่ทันสมัยและเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการรวบรวมข้อมูลและการตอบสนองการจัดการแบบปรับตัว

“Mary Kay ทำงานอย่างยาวนานเพื่อส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะค้ำจุนโลกมาหลายชั่วอายุคนและเราภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรกับองค์กรเพื่อให้ภารกิจในการทำงานของเราได้ทวีคูณเพื่อให้มีระบบนิเวศอ่าวที่ดีต่อสุขภาพ” Laura Huffman ผู้อำนวยการภูมิภาคธรรมชาติของเท็กซัสกล่าว “ การลงทุนในโครงการของเราไม่เพียง แต่เป็นการกระตุ้นในแง่ของวิทยาศาสตร์นโยบายและความร่วมมือในชุมชน แต่จะช่วยให้เราพิสูจน์ว่าเราไม่ต้องเลือกระหว่างสุขภาพทางนิเวศวิทยาและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ – สิ่งที่เรากำลังทำอยู่กำลังช่วยผู้คนและธรรมชาติได้เจริญเติบโตไปด้วยกัน”

เมื่อเร็วๆ นี้ตัวแทนจาก Mary Kay เข้าร่วมในการประชุมสุดยอดผู้นำ Oceans Plastics Leadership Summit ซึ่งเป็นครั้งแรกในการจัดประชุมองค์กรชั้นนำในห่วงโซ่อุปทานพลาสติกเพื่อแสดงความคิดริเริ่มที่มีผลกระทบสูงและสนับสนุนการดำเนินการตามแนวทางขนาดใหญ่เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์มหาสมุทรพลาสติกผ่านการเป็นพันธมิตรที่ได้รับแรงบันดาลใจการร่วมทุนและการวิจัยและพัฒนา

เกี่ยวกับ Mary Kay

หนึ่งผู้ที่ก้าวผ่านเพดานสังคมรายแรก Mary Kay Ash ก่อตั้งบริษัทด้านความงามของเธอเมื่อ 55 ปีก่อนโดยมีเป้าหมาย 3 ประการคือมอบโอกาสในการตอบแทนสำหรับผู้หญิง ผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีเสน่ห์ไม่อาจต้านทานได้ และทำให้โลกเป็นสถานที่ที่ดีขึ้น  ความฝันดังกล่าวได้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยมีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนในเกือบ 40 ประเทศ  Mary Kay ทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ล้ำสมัย เครื่องสำอางสี และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  ผ่านทางมูลนิธิ Mary KaySM บริษัท ได้มอบเงินมากกว่า 78 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับการวิจัยโรคมะเร็งและที่พักอาศัยความรุนแรงในครอบครัว  วิสัยทัศน์ดั้งเดิมของแมรี่เคย์แอชยังคงส่องประกาย – ทีละแท่งลิปสติก

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190607005074/en/

ติดต่อ:

Mary Kay Inc. ฝ่ายสื่อสารองค์กร

marykay.com/newsroom

972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com