Mary Kay ยังคงสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถและความเป็นผู้นำของผู้หญิงในการประชุม International Women’s Forum Cornerstone Conference ต่อไป

Logo

บริษัท เครื่องสำอางระดับโลกจะเป็นสปอนเซอร์งานในบาร์เซโลนาเพื่อสนับสนุนผู้นำความคิด นักประดิษฐ์ และผู้บุกเบิก ที่เป็นผู้หญิง

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–10 มีนาคม 2019

เป็นเวลากว่า 55 ปี หลังจากที่ Mary Kay Ash ได้ก่อตั้งบริษัทที่ตอนนี้เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำระดับโลกในการสนับสนุนเสริมสร้างพลังและศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการของผู้หญิง ปัจจุบันนี้ Mary Kay Inc. ยังคงสนับสนุนผู้นำสตรีต่อไปในฐานะผู้สนับสนุนการนำเสนอการประชุมฟอรัมสตรีสากล International Women’s Forum (IWF) Cornerstone Conference ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 เมษายน ในบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของผู้นำทางความคิด นักประดิษฐ์ และผู้บุกเบิกจากทั่วโลกเพื่อสำรวจปัญหาระดับโลกผ่านมุมมองวิสัยทัศน์ของผู้หญิง

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190410005268/en/

Gema Aznar, General Manager of Mary Kay Spain (Photo: Mary Kay Inc.)

Gema Aznar ผู้จัดการทั่วไปของ Mary Kay สเปน (ภาพ: Mary Kay Inc.)

การประชุม IWF Cornerstone Conference เป็นโอกาสที่ดีในการสนับสนุนความเป็นผู้นำของผู้หญิงในระดับโลกและระดับท้องถิ่น ทั้งนี้ IWF เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยสมาชิกและภารกิจ โดยมีผู้หญิงมากกว่า 7,000 คนที่มีพื้นฐานความเป็นมาที่หลากหลายและที่ประสบความสำเร็จจาก 33 ประเทศใน 6 ทวีป ผู้เข้าร่วมประชุมจะมารวมกันเพื่อแบ่งปันความรู้ จัดหาเครือข่าย การสนับสนุนและการใช้การโน้มน้าวใจ

Gema Aznar ผู้จัดการทั่วไปของ Mary Kay Spain จะแนะนำผู้ที่จะเข้าร่วมการสนทนาหัวข้อ "Fashion Forward" ที่จะนำเสนอในระหว่างการประชุม IWF Cornerstone Conference โดยสเปนเป็นประเทศที่กำลังเติบโตในด้านแฟชั่น และเป็นบ้านของแบรนด์ที่เป็นที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งรวมไปถึง Zara, Mango และ Desigual การสนทนาหัวข้อ Fashion Forward จะสำรวจพลวัตการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมนี้และมองลึกลงไปในบางส่วนของวิธีการที่นักออกแบบและผู้ผลิตกำลังทำงานเพื่อให้แฟชั่นยั่งยืนขึ้น

“ Mary Kay ก่อตั้งขึ้นโดยผู้หญิงคนหนึ่ง สำหรับผู้หญิงคนอื่นๆ โดยสปอนเซอร์การประชุม the International Women’s Forum ของเราจะช่วยเสริมความพยายามของเราในการเพิ่มขีดความสามารถของผู้หญิงทั่วโลก” Gema กล่าว “ ความสำเร็จที่สั่งสมมานานของ Mary Kay Ash ในการเสริมศักยภาพของผู้หญิงทำให้เธอเป็นผู้ประกอบการที่โดดเด่น และมรดกที่ยั่งยืนของเธอนี่เองทำให้เธอกลายเป็นไอคอน เรามีความภูมิใจที่จะดำเนินงานของเธอต่อ ผ่านการสนับสนุนของสปอนเซอร์และอีกหลายกลุ่มคนอื่น ๆ ที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดแพลตฟอร์มระดับโลกของผู้หญิงที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดและมีอิทธิพลของเวลาของเราส่วนหนึ่ง”

ผู้เข้าร่วมการสนทนาที่งาน ณ บาร์เซโลนาจะประกอบด้วย:

  • Misha Nonoo (สหราชอาณาจักร) นักออกแบบและผู้อำนวยการ ของ Misha Nonoo
  • Jennifer Fleiss (สหรัฐอเมริกา)ผู้ร่วมก่อตั้ง Rent the Runway และหัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Jetblack ภายใน Walmart’s Store No. 8 Incubator
  • Beatriz Bayo (สเปน) ผู้อำนวยการความรับผิดชอบต่อสังคมของ MANGO
  • ผู้ดำเนินการสนทนา, Maria Eugenia Girón (สเปน), ผู้อำนวยการบริหารของ IE Premium และ Prestige Business Observatory, ผู้อำนวยการคณะกรรมการและสมาชิกของ IWF Spain

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับ Mary Kay เพราะภารกิจของ บริษัทในการส่งเสริมผู้ประกอบการหญิงและความเป็นผู้นำของผู้หญิงเป็นไปตามความตั้งใจขององค์กรเรา” Stephanie O’Keefe ซีอีโอของ IWF กล่าว “มันสำคัญมากที่จะต้องมีความสัมพันธ์กับผู้นำองค์กรอย่าง Mary Kay ในขณะที่เรายังคงสร้างผลกระทบต่อผู้หญิงทั่วโลก”

ในแต่ละปี IWF จะจัดให้มีการประชุมนานาชาติสองครั้ง เพื่อเสนอโอกาสที่ไม่ซ้ำใครสำหรับผู้นำทางความคิด ผ่านมุมมองของผู้หญิง รวมถึงความก้าวหน้าระหว่างประเทศธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ องค์กร และความยั่งยืน Mary Kay รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้สนับสนุนการนำเสนอการประชุมผู้นำหญิงโลกปี 2019 ในโตรอนโต หรือ 2019 World Leadership Conference ณ ประเทศแคนาดาในวันที่ 13-15 พฤศจิกายนที่ผู้นำทางความคิดจะมาพร้อมกับใจที่เปิดกว้าง หรือ "Open Minds" เพื่อมองหาวิธีใหม่ในการสร้างร่วมมือและเชื่อมโยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IWF คลิก ที่นี่

เกี่ยวกับ Mary Kay

ที่ Mary Kay ความสำเร็จอยู่ที่การอุทิศตนเพื่อผลิตภัณฑ์ที่ใครก็ไม่อาจต้านทานได้ รวมไปถึงโอกาสที่คุ้มค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน เป็นเวลา 55 ปีแล้วที่Mary Kayเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงบรรลุเป้าหมายในการเป็นผู้ประกอบการในเกือบ 40 ประเทศ ในฐานะบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลล่าร์เราขอเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ล้ำยุค เครื่องสำอางสีเข้ม และน้ำหอม ค้นหาสาเหตุเพิ่มเติมที่จะรัก Mary Kay ได้ที่ marykay.com

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190410005268/th/

ติดต่อ:

ฝ่ายสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.

marykay.com/newsroom

972.687 5332 หรือ media@mkcorp.com

Eucafluff ขยายธุรกิจในยุโรป เอเชีย และสหรัฐอเมริกา

Logo

ปัจจุบัน 86% ของยอดขายกระจุกตัวอยู่ในตลาดต่างประเทศ

เซาเปาโล–(บิสิเนสไวร์)–10 เมษายน 2019

Suzano (NYSE: SUZ) การควบรวมกิจการระหว่าง Suzano Papel e Celulose และ Fibria ทำให้ยอดขาย Eucafluff เพิ่มขึ้นในตลาดยุโรป เอเชีย และสหรัฐอเมริกา  ผลิตภัณฑ์นี้เป็นเยื่อปุยที่ทำจากยูคาลิปตัสเพียงอย่างเดียวที่มีขายในโลกและใช้ในผลิตภัณฑ์สุขอนามัยส่วนบุคคลเช่นผ้าอ้อมและผ้าอนามัย  Eucafluff ถือเป็นการอ้างอิงถึงนวัตกรรมและความยั่งยืน ดังนั้นจึงได้รับการอนุมัติจากผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลก  ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาบริษัทเช่น Ontex และ Vinda International ที่เป็นหนึ่งในผู้เล่นท้องถิ่นในยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีนซื้อจาก Suzano

ปัจจุบัน 86% ของยอดขายของ Eucafluff เกิดขึ้นในต่างประเทศโดย 32% ขายในเอเชีย  "การยอมรับเยื่อปุยของเราในตลาดที่อิ่มตัวและในบริษัทข้ามชาติได้ยืนยันประสิทธิภาพที่ดีที่เส้นใยยูคาลิปตัสสามารถนำไปสู่ตลาดด้านสุขอนามัย  เรามุ่งมั่นที่จะปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ของลูกค้าของเราและสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นในหุ้นส่วนระดับโลกที่ประสบความสำเร็จในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา" Alexandre Corrêa ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจของ Suzano กล่าว

พัฒนาโดย Suzano และเป็นผลมาจากการวิจัย 11 ปี Eucafluff เป็นเยื่อกระดาษฟอกขาวชนิดแรกของยูคาลิปตัสชนิดปุยในโลกและถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ดูดซับเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์สุขอนามัยส่วนบุคคลใช้แล้วทิ้งเช่นผ้าอ้อมเด็กและผู้ใหญ่ ผ้าอนามัยผู้หญิง รวมถึงการใช้งานอื่นๆ  ประโยชน์หลักที่ได้รับจากเส้นใยที่เป็นเอกลักษณ์นี้คือการดูดซับของเหลวและการเก็บรักษาที่แกนผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นและความสะดวกสบายและการตัดสินใจของผู้ใช้ เช่นในกรณีของการใช้งานในกางเกงอนามัย  ประโยชน์เหล่านี้เกิดจากการบีบอัดได้มากขึ้นของเส้นใยยูคาลิปตัสซึ่งเป็นคุณสมบัติที่นำมาซึ่งประโยชน์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นการลดขนาดบรรจุภัณฑ์การขนส่งและค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ

Suzano มีประวัติศาสตร์ยาวนาน 95 ปีและมีโรงงาน 11 แห่งและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของผู้คนกว่า 2 พันล้านคนผ่านผลิตภัณฑ์ของตน  บริษัทเป็นผู้นำระดับโลกในการผลิตเยื่อกระดาษยูคาลิปตัสซึ่งเป็นวัตถุดิบที่พัฒนาโดยบริษัทในปี 1960 โดยยังเป็นผู้บุกเบิกระดับโลกในการผลิตเยื่อกระดาษยูคาลิปตัสและเป็นหนึ่งในผู้ผลิตกระดาษที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา  นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง บริษัทได้ลงทุนในนวัตกรรมและโซลูชั่นที่เป็นเอกลักษณ์ โดยแสวงหาการทดแทนวัตถุดิบจากแหล่งฟอสซิลสำหรับแหล่งพลังงานหมุนเวียนอื่น

เกี่ยวกับ Suzano

Suzano บริษัทที่เกิดจากการควบรวมกิจการของ Suzano Pulp & Paper และ Fibria มุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทระดับโลกในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน  Suzano เป็นผู้ผลิตเยื่อกระดาษยูคาลิปตัสชั้นนำของโลกและเป็นหนึ่งในผู้ผลิตกระดาษรายใหญ่ที่สุดของละตินอเมริกา  Suzano ส่งออกไปยังกว่า 80 ประเทศทั่วโลกและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คนกว่าสองพันล้านคนผ่านผลิตภัณฑ์ของตน  ด้วยโรงงานสิบแห่งและการดำเนินการร่วมกับ Veracel, Suzano มีกำลังการผลิตติดตั้ง 11,000 ตันต่อปีของตลาดเยื่อกระดาษและ 1.4 ล้านตันของกระดาษ  Suzano มีพนักงานประมาณ 37,000 คนทั้งทางตรงและทางอ้อมและได้ลงทุนในนวัตกรรมด้านการปลูกยูคาลิปตัสมาเป็นเวลากว่า 90 ปีซึ่งสามารถทดแทนการใช้วัสดุจากฟอสซิลด้วยวัสดุทดแทนชีวภาพ  บริษัทใช้มาตรฐานสูงสุดด้านการกำกับดูแลกิจการการซื้อขายหุ้น ใช่ใน B3 ในบราซิลและ NYSE ในสหรัฐอเมริกา

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190410005805/en/

ติดต่อ:

PLANIN – ตัวแทนประชาสัมพันธ์ของ Suzano

Angélica Consiglio, Beatriz Imenes – www.planin.com

อีเมล: suzano@planin.com – โทรศัพท์: +55 (11) 2138-8940

AWS ขยายฐานศูนย์ข้อมูลประจำภูมิภาคแห่งใหม่ในอินโดนีเซีย

Logo

AWS Asia Pacific (Jakarta Region) จะเปิดทำการในช่วงปลายปี 2021 หรือต้นปี 2022 นี้ โดยจะให้ลูกค้าจัดการกับปริมาณงานในประเทศอินโดนีเซีย รวมทั้งให้บริการแก่ผู้ใช้ปลายทางทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้อย่างรวดเร็ว

ซีแอตเทิล–(BUSINESS WIRE)–04 เมษายน 2019

Amazon Web Services, Inc. (AWS) เป็นบริษัทในเครือ Amazon.com (NASDAQ: AMZN วันนี้ประกาศว่าบริษัทกำลังจะขยายฐานศูนย์ข้อมูลประจำภูมิภาคแห่งใหม่ไปยังอินโดนีเซียในช่วงปลายปี 2021 หรือต้นปี 2022 ฐานศูนย์ข้อมูลประจำภูมิภาคของ AWS Asia Pacific แห่งใหม่ในกรุงจาการ์ตานี้จะประกอบด้วยพื้นที่ให้บริการ (Availability Zones) ทั้งหมด 3 โซน และเป็นฐานศูนย์ข้อมูลแห่งที่ 9 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เข้ามาเสริมทัพกับสาขาที่มีอยู่ในเมืองต่าง ๆ เช่น ปักกิ่ง มุมไบ หนิงเซี่ย โซล สิงคโปร์ ซิดนีย์ โตเกียว และฮ่องกงซึ่งกำลังจะเปิดทำการเร็ว ๆ นี้ ปัจจุบัน AWS มีพื้นที่ให้บริการ 61 โซนบนฐานศูนย์ข้อมูลประจำภูมิภาค 20 แห่งทั่วโลก โดยรวมทั้งพื้นที่ให้บริการอีก 12 โซนในฐานศูนย์ข้อมูลของ AWS 4 แห่งในบาห์เรน ฮ่องกง อิตาลี และแอฟริกาใต้ ซึ่งจะเปิดให้บริการออนไลน์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2020

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฐานศูนย์ข้อมูลระดับโลกของ AWS สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่ https://aws.amazon.com/about-aws/global-infrastructure/

Peter DeSantis รองประธานฝ่ายฐานศูนย์ข้อมูลระดับโลกและดูแลลูกค้าแห่ง Amazon Web Services กล่าวว่า “ระบบคลาวด์มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ สถาบันการศึกษา และหน่วยงานรัฐบาลทั้งระบบทั่วประเทศอินโดนีเซีย และจากการเปิดฐานศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนี้ ทางเราหวังที่จะช่วยยกระดับการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ส่วนฐานศูนย์ข้อมูลในประเทศอินโดนีเซียจะช่วยผลักดันกลุ่มบริษัทสตาร์ตอัพในประเทศที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว องค์กรรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐบาลอินโดนีเซียให้มีการสร้างงานและธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีมากขึ้น ส่งเสริมเศรษฐกิจภายในประเทศ และช่วยองค์กรในแนวดิ่งทั้งหมดลดค่าใช้จ่าย เพิ่มความแข็งแกร่ง และปรับปรุงความยืดหยุ่น ทางเรารู้สึกตื่นเต้นในการที่ AW ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสิ่งเหล่านี้”

AWS Regions ประกอบด้วยพื้นที่ให้บริการซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเฉพาะในแต่ละพื้นที่ด้วยระยะทางเพียงพอที่จะลดความเสี่ยงจากสิ่งที่จะมากระทบต่อธุรกิจ และยังทำงานได้อย่างไม่ติดขัด พื้นที่ให้บริการแต่ละแห่งมีกำลังทำงานอย่างอิสระและเสริมความปลอดภัยจากภายนอก และเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้มากมายได้อย่างไม่ติดขัด ลูกค้าที่ให้ความสำคัญด้านความพร้อมใช้งานและประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันจะต้องการปรับใช้งานแอปพลิเคชันเหล่านี้ข้ามหลายๆ พื้นที่ให้บริการในภูมิภาคเดียวกันเพื่อให้เกิดความคงทนต่อความเสียหาย นอกจากนี้ AWS Asia Pacific (Jakarta) Region ยังช่วยองค์กรให้มอบการบริการอย่างไม่ติดขัดแก่ผู้ใช้ในประเทศอินโดนีเซียและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก องค์กรต่าง ๆ เช่น สตาร์ตอัพ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนจะมีโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อยกระดับเทคโนโลยีขั้นสูงจากระบบคลาวด์ชั้นนำของโลกด้วยการบริการที่กว้างและลึกทั้งในเรื่องการวิเคราะห์ ปัญญาประดิษฐ์ ฐานข้อมูล Internet of Things (IoT) การเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) การบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ การบริการแบบไร้สาย และนวัตกรรมอื่น ๆ

ลูกค้าและพันธมิตรธุรกิจที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับ AWS ในประเทศอินโดนีเซียเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม https://aws.amazon.com/id/

เกี่ยวกับ Amazon Web Services

เป็นเวลามากกว่า 13 ปีแล้วที่ Amazon Web Services ได้ชื่อว่าเป็นฐานระบบคลาวด์ที่ใช้ได้ง่ายและแพร่หลายที่สุดของโลก AWS นำเสนอบริการเต็มรูปแบบกว่า 165 บริการในการประมวลผล จัดเก็บ วางฐานข้อมูล เครือข่าย กระวิเคราะห์ การเรียนรู้ของเครื่องจักรและปัญญาประดิษฐ์ (AI), Internet of Things (IoT), ระบบความปลอดภัยเคลื่อนที่ ไฮบริด สภาวะเสมือนจริงและภาวะเพิ่มพูนเสมือนจริง (VR and AR) สื่อและการพัฒนาแอพพลิเคชั่น รวมทั้งการจัดการโดยพื้นที่ให้บริการ หรือ Availability Zones (AZs) ทั้ง 61 แห่ง ในทั่วทั้ง 20 ภูมิภาคตามภูมิศาสตร์ในสหรัฐฯ ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย ไอร์แลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์และสหราชอาณาจักร บริการ AWS ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้านับร้านรายทั่วโลก รวมทั้งกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว กลุ่มธุรกิจรายใหญ่ที่สุดและหน่วยงานภาครัฐชั้นนำให้เสริมสร้างพลังให้กับโครงสร้างองค์กร ให้มีความว่องไวและลดค่าใช้จ่ายลง ทราบข้อมูลเกี่ยวกับ AWS เพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com

เกี่ยวกับ Amazon

Amazon ดำเนินการภายใต้หลักสี่ประการ คือ ความต้องการของลูกค้ามาก่อนการแข่งขันทางธุรกิจ ความหลงใหลในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ความทุ่มเทเพื่อให้เกิดความเป็นเลิศในการปฏิบัติ และการคิดแบบเพื่อนาคต การแสดงความคิดเห็นจากลูกค้า การซื้อสินค้าที่สะดวกเพียงปลายนิ้ว คำแนะนำที่ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคล บริการ Prime, Fulfillment by Amazon, AWS, Kindle Direct Publishing, Kindle, Fire tablets, Fire TV, Amazon Echo และ Alexa เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสินค้าและบริการที่มี Amazon เป็นผู้บุกเบิก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ amazon.com/about และติดตามเราได้ที่ @AmazonNews.

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190403005931/en/

ติดต่อ:

Amazon.com, Inc.
สายด่วนสำหรับสื่อ
Amazon-pr@amazon.com
www.amazon.com/pr

Rally for Rugby: การแข่งขัน Rubgy Sevens ในฮ่องกงกลับมาแล้ว!

Logo

เมืองระดับโลกของเอเชียเตรียมเปิดตัวลิสต์กิจกรรมและเทศกาลทั่วเมือง

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–4 เมษายน 2019

2019 Cathay Pacific / HSBC Hong Kong Sevens   ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นปีที่ 44 ในปีนี้ จะยิ่งใหญ่กว่าและดีกว่าที่เคย! แฟน ๆ มากกว่า 120,000 คน จะมารวมตัวกันที่สนามกีฬาฮ่องกง หรือ Hong Kong Stadium ระหว่างวันที่ 5 ถึง 7 เมษายน นี้ สำหรับการแข่งขันรอบที่เจ็ดของงานแข่งขันชิงแชมป์โลก World Rugby Sevens Series จะต้อนรับ 40 ทีมจาก 34 ประเทศ และถือเป็นการรวมตัวของสหภาพรักบี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2019 นี้ และที่เพิ่มความตื่นเต้นเข้าไปอีก คือการที่ผู้ชนะการแข่งขันสี่อันดับแรกของซีรีส์ปีนี้จะผ่านเข้าไปแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2020 โดยอัตโนมัติ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ hksevens.com

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่:https://www.businesswire.com/news/home/20190325005855/en/

(Photo: Business Wire)

(รูปภาพ: Business Wire)

กระแสการแข่งขัน Rugby Sevens แพร่ออกไปไกลกว่าแค่ในสนามกีฬา! งานแข่งขันประจำปีนี้ได้เปลี่ยนเมืองฮ่องกงให้เต็มไปด้วยชุดแต่งกายที่สร้างสรรค์ เทศกาล งานศิลปะ งานปาร์ตี้ และการแสดงดนตรี

“ในระหว่างที่นักรักบี้ที่มีพรสวรรค์ที่สุดในโลกกำลังแข่งขันกันที่ Hong Kong Sevens เพื่อโอกาสในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนในปี 2020 ถนนในฮ่องกงก็จะเต็มไปด้วยพลังความตื่นเต้น” Anthony Lau ผู้อำนวยการบริหารการท่องเที่ยวฮ่องกง กล่าว “ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับผู้มาเยือนที่มาจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อเพลิดเพลินไปกับสุดสัปดาห์แห่งความบันเทิงแบบต่อเนื่องทั่วทั้งเมือง เรามีการแสดงดนตรีสดที่น่าตื่นเต้น ปาร์ตี้ยามดึก และแน่นอนว่าต้องมีการแต่งกาย 'ชุดแฟนซี' ตามธรรมเนียมของงานปาร์ตี้ด้วย”

นอกจากนี้ไฮไลท์ของงาน ยังรวมถึง :

HONG KONG SEVENS เฟสติวัล

Harbourfront จะกลายเป็นลานเทศกาลแสดงดนตรีที่เปิดให้ซื้อตั๋ว (5 เมษายน) ซึ่งมีการแสดงที่สุดยอดหลายการแสดง  รวมไปถึงการแสดงจาก Gwen Stefani นักร้องสาวมากความสามารถที่ได้รับรางวัล GRAMMY®  ที่จะมาเปิดการแสดงในฮ่องกงเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีด้วย

The Harbourfront จะเป็นเจ้าภาพงาน Sevens Central (วันที่ 6-7 เมษายน เปิดให้เข้าฟรี) ซึ่งจะเต็มไปด้วยความบันเทิงสำหรับแฟน ๆ ทุกวัยรวมถึงไลฟ์แอ็กชัน Hong Kong Sevens บนหน้าจอขนาดใหญ่อาหารและเครื่องดื่ม ดนตรีสด ของรางวัล โชว์การแสดงแบบสตรีท และอีกมากมาย

HONG KONG SEVENS FAN WALK ที่ LEE GARDENS

Causeway Bay จะมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับ เทศกาลบนถนนที่เหมาะสำหรับทั้งครอบครัว (วันที่ 5-7 เมษายน) โดยจะมีโชว์นินจาขั้นสุดยอด โชว์การแสดงแบบสตรีท กิจกรรมสำหรับเด็ก รวมถึงหน้าจอขนาดใหญ่ที่พร้อมถ่ายทอดสดการแข่งขันในบริเวณพื้นที่กลางแจ้งของห้าง

GIANT RUGBY

กำลังมองหารูปเพื่อโพสต์บน Instagram ที่สมบูรณ์แบบอยู่ใช่ไหม เพื่อเป็นการตอกย้ำความหลงใหลในไอเดียความคิดสร้างสรรค์ของฮ่องกง เรามีลูกบอลรักบี้พองสูง 25 เมตร (สูงประมาณ 10 ชั้น) ที่จะลอยรอบอ่าววิคตอเรียตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 7 เมษายน งานอินสตอลเลชันศิลปะชิ้นนี้จะถือเป็นการเฉลิมฉลองความรักของมหานครฮ่องกที่มีต่อรักบี้ด้วย

AFTER-PARTIES

ปาร์ตี้ไม่มีวันจบ เมื่อนักท่องเที่ยวยังคงอารมณ์ควันหลงของ Sevens เข้าไปสนุกสนานในบาร์ต่างๆ รอบเมือง ในเขตหว่านไจ๋ นักท่องเที่ยวสามารถเต้นรำทั้งคืนได้ที่ Carnegie’s  ซึ่งเป็นที่เที่ยวหลักของงานเซอร์กิตอาฟเตอร์ปาร์ตี้มาตั้งแต่ปี 1994 บาร์ Champs Bar ที่เป็นที่รักของผู้ชื่นชอบกีฬาทุกคนจะนำพาเราสู่ผับใต้ดินที่ประดับประดาด้วยของที่ระลึกเกี่ยวกับรักบี้ สำหรับงานปาร์ตี้อื่น ๆ ให้มุ่งหน้าไปที่  Lan Kwai Fong ที่ๆ ชาวปาร์ตี้จะแวะไปสังสรรค์ตามบาร์ริมถนนหินกรวดของย่าน Central และสำหรับมื้อค่ำยามดึก ห้ามพลาดร้านพิชซ่าสไตล์นิวยอร์กชื่อ Motrino หรือร้าน Burger Circus สไตล์อเมริกันในโซโห ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนในวันหยุดสุดสัปดาห์ บรรยากาศปาร์ตี้แบบ Sevens จะอบอวลอยู่รอบตัวคุณ!

สามารถเข้าถึงรูปภาพได้ที่ https://bit.ly/2O1CMbe

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190325005855/en/

ติดต่อ:

Vivian Li

vivian.li@hktb.com



uLab Systems เปิดสำนักงานในเซี่ยงไฮ้ประเทศจีนเพื่อสนับสนุนการขยายตัวทั่วโลก

Logo

เรดวู้ดซิตี้ แคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–1 เม.ย. 2019

uLab Systems ผู้บุกเบิกสร้างซอฟท์แวร์วางแผนการจัดฟัน หรือ aligner planning software ได้เปิดสำนักงานในเซี่ยงไฮ้ประเทศจีน สำนักงานแห่งใหม่จะเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสนับสนุนการเป็นพันธมิตรในเอเชีย และอำนวยความสะดวกในการขยายตัวทั่วโลกของ uLab ในประเทศแถบเอเชีย

uLab Systems มีสำนักงานใหญ่อยู่ในใจกลางซิลิกอน วัลเลย์ ในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะบ้านเกิดของเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย uLab ได้เลือกสวนอุตสาหกรรมในเซี่ยงไฮ้ประเทศจีน ในฐานะที่ตั้งแห่งที่สอง สำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและความสามารถระดับเฟิร์สคลาส

Charlie Wen ประธาน บริษัท uLab Systems กล่าวว่า“ เรารู้สึกตื่นเต้นเกี่ยวกับการขยายกิจการครั้งล่าสุดไปยังประเทศจีน สำนักงานนี้จะช่วยให้เราสนับสนุนพันธมิตรใหม่ของเราได้ดีขึ้นในตลาดเอเชีย สำนักงานในทำเลใหม่นี้จะช่วยให้เราสามารถขยายทีมซอฟต์แวร์ของเราไปยัง สถานทีที่อยู่ใจกลางประเทศจีนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์”

ปัจจุบัน uLab มีซอฟต์แวร์วางแผนการจัดฟัน aligner planning software ที่ใช้งานง่าย ด้วยเวลาเพียง 10 นาที ทันตแพทย์จะสามารถวางแผนการจัดฟันได้สำเร็จ เครื่องมือชิ้นใหม่จะช่วยมอบอำนาจการควบคุมคืนสู่ทันตแพทย์จัดฟันในการวางแผนการจัดเรียงฟัน

uLab กำลังเตรียมที่จะขยายการเปิดตัวของพวกเขาโดยการเสนอใบอนุญาตใหม่ให้กับทันตแพทย์จัดฟันที่การประชุมประจำปีของ American Association of Orthodontists ในเดือนพฤษภาคม หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ uLab หรือสนใจที่จะร่วมงานกับ uLab นอกทวีปอเมริกาเหนือ กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราที่ www.ulabsystems.com หรือติดต่อเราผ่านข้อมูลด้านล่าง

เกี่ยวกับระบบ uLab

uLabนำโดยผู้ประกอบการและนักเทคโนโลยีที่มุ่งมั่นที่จะให้บริการชุมชนทันตกรรมจัดฟันและผู้เข้ามารักษา โดยให้การควบคุมกลับคืนไปที่ทันตแพทย์จัดฟัน ทั้งนี้ uLab Systems ตั้งอยู่ในเรดวู้ดซิตี้ แคลิฟอรืเนีย และก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดย Charlie Wen และ Amir Abolfathi

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190401005168/en/

ติดต่อ:

Joe Breeland

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์

joe@ulabsystems.com

ไต้หวันเปิดตัวความก้าวหน้าด้านงานฝีมือในกรุงเทพฯ โดยมุ่งโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ไปยังทิศใต้

Logo

ไทเป ไต้หวัน–(BUSINESS WIRE)–1 เมษายน 2019

สถาบันวิจัยและพัฒนาฝีมือแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan Craft Research and Development Institute – NTCRI) ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือกับศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (SUPPORT Arts and Crafts International Centre of Thailand  – SACICT) เมื่อปีที่แล้วเพื่อเปิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและโอกาสทางธุรกิจทางใต้ใหม่

นอกเหนือจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ของช่างฝีมือซึ่งกันและกันแล้ว ทั้งสองประเทศยังใช้นิทรรศการระดับนานาชาติเป็นเวทีสำหรับการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และคำสั่งซื้อเชิงพาณิชย์ งาน CRAFTS BANGKOK 2019 จะจัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติกรุงเทพ

Xu, Geng-Xiu ผู้อำนวยการของ NTCRI กล่าวว่าเขาพบว่าโอกาสทางธุรกิจในอีคอมเมิร์ซกำลังเฟื่องฟู โดยเฉพาะชุมชนออนไลน์ที่มีอิทธิพลอย่างมาก

ดังนั้นกลยุทธ์ที่นำมาใช้ในปีนี้จะขึ้นอยู่กับรูปแบบการตลาด O2O โดยใช้นิทรรศการเป็นก้าวแรกเพื่อเปิดตลาดแล้วใช้ยอดขายออนไลน์เพื่อผลักดันการซื้อแบบออฟไลน์ 

กลยุทธ์ดังกล่าวคือการร่วมมือกับ Pinkoi อีคอมเมิร์ซการออกแบบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียซึ่งมีแบรนด์สหกรณ์ 12,000 แบรนด์  NTCRI เข้าสู่ตลาดประเทศไทยด้วยฝีมือการออกแบบดั้งเดิมของไต้หวัน

NTCRI ยังจะร่วมมือกับสภาพัฒนาการค้าต่างประเทศของไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council) เพื่อดำเนินกลยุทธ์การขยายช่องทางออฟไลน์เพื่อเข้าถึงเดอะมอลล์กรุ๊ป ผู้นำห้างสรรพสินค้าไทย  สำหรับการขยายตลาดระดับไฮเอนด์ในปีนี้สถาบันจะวางแผนเข้าสู่ศูนย์ประมูล Thai Arts And Crafts Auction Center และ Southeast Asian Cultural Exchange Center at Chao Phraya เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมงานฝีมือสู่ตลาดไทยอย่างเต็มที่

ผู้ผลิตงานศิลปะและงานฝีมือทั้งหกที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศไทยในปีนี้รวมถึง “Taiping Blue” ที่ได้รับรางวัล Grand Jury Prize จาก “International Furniture Fair Singapore”; “Tian Guan Silver Cap” ที่มีแนวคิดการออกแบบมาจาก “God's Fashion” และเป็นตัวแทนของไต้หวันในนิทรรศการของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส “Tian Guan Silver Cap” เปลี่ยนหมวกของเทพเจ้าดั้งเดิมเป็นงานฝีมือแฟชั่น และเครื่องประดับเงินที่ได้รับการออกแบบตามวัฒนธรรมทางศาสนาสะท้อนให้เห็นถึงสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของงานฝีมือแบบดั้งเดิม  “Eguchi Toys” ที่เปลี่ยนสนสีอ่อนให้กลายเป็นนกที่มีชีวิตชีวา ได้พัฒนาฝีมือการสอนแบบ Montessori ดั้งเดิมมากมาย “Good Gold” ซึ่งเปลี่ยนมาเป็นอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์จากโรงงานผลิตแบบดั้งเดิม โดยใช้เหล็กที่ถูกทิ้งเพื่อสร้างงานแกะสลักที่หลากหลาย การสร้างงานโลหะ “Hsiao-Meng Su” ซึ่งใช้ทองแดงเคลือบฟันและวัสดุโลหะหลากหลายชนิดเพื่อสร้างงานโลหะด้วยแสงและเงา

ดูเวอร์ชั่นของแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190401005379/en/

ติดต่อ:

Angela Yang, GIO International Design Co., Ltd

TEL: +886-2-8780-0777

EMAIL: info@giodesign.com.tw

การมอบรางวัล ASEAN Tourism Awards Japan ให้แก่ผู้ให้บริการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียน

Logo

ผลรางวัล ASEAN Tourism Awards Japan 2018:

https://www.asean.or.jp/en/tourism-info/20190327/     

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–29 มีนาคม 2019

ศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น (AJC) ได้มอบรางวัลผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว 11 รางวัลใน 6 หมวดหมู่แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ให้บริการเส้นทางสู่ประเทศกลุ่มอาเซียน เช่น บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ในฐานะผู้ชนะรางวัล ASEAN Tourism Awards Japan 2018

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูเนื้อหาแบบเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190328005353/en/

Awarding ceremony of ASEAN Tourism Awards Japan 2018 held in Tokyo in March 2019 (Photo: Business Wi ...

พิธีประมอบรางวัล ASEAN Tourism Awards Japan 2018 จัดขึ้น ณ กรุงโตเกียวในเดือนมีนาคม 2019 (ภาพ: Business Wire)

จากความสำเร็จของการประกาศรางวัลแม่โขง หรือ “Mekong Tourism Award” ที่ผ่านมา ศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่นจึงได้ขยายการมอบรางวัล  ASEAN Tourism Awards Japan ในปี 2018 แก่ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่สุดยอดและมีคุณภาพแก่เส้นทางต่าง ๆ ในอาเซียน ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวญี่ปุ่นให้มีความหลากหลาย รวมทั้งยังส่งเสริมประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียนให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยว

คณะกรรมการตัดสินประกอบด้วยตัวแทนสมาคมการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (JATA) สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวต่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (OTOA) และศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น ผู้ซึ่งทำหน้าที่เลือกจากรายชื่อที่เข้ารอบ 76 แห่ง โดยรางวัลนั้นมีทั้งหมด 11 รางวัลใน 6 หมวดหมู่ นอกจากนี้ยังมีรางวัลชมเชยแก่เหล่าผู้มีชื่อเสียงกลุ่มหนึ่ง และผู้ที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคอีก 3 ราย

พิธีมอบรางวัลนี้จัดขึ้นที่โรงแรม Prince Hotel กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 6 มีนาคม มีผู้เข้าร่วมกว่า 90 รายจากตัวแทนท่องเที่ยว สายการบินและผู้ประกอบการภาคพื้นดิน และตัวแทนจากองค์การท่องเที่ยวและรัฐบาลประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศญี่ปุ่น ในพิธีมอบรางวัล นาย Jun Takashina ผู้ช่วยผู้บัญชาการสมาคมการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น กล่าวว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนประเทศญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดในปีที่ผ่านมา และการมอบรางวัล ASEAN Tourism Awards Japan มีความสำคัญไม่เพียงเฉพาะเป็นการยกย่องเชิดชูทัวร์ที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นการกระตุ้นให้ชาวญี่ปุ่นเดินทางท่องเที่ยวมายังประเทศกลุ่มอาเซียนมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยกระตุ้นปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันของประชาชนระหว่างประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคอาเซียน 

ผู้ชนะรางวัล ASEAN Tourism Awards Japan 2018

หมายเหตุ: ชื่อตำแหน่งทัวร์ภาษาอังกฤษแปลโดยศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น (ASEAN-Japan Centre) และมีจุดประสงค์เพื่อใช้สำหรับอ้างอิงเท่านั้น

[ รางวัลจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ ]

มนต์เสน่ห์ป่าร้อนชื้น 6 วันในบรูไน

ผู้ชนะรางวัล: บริษัท JTB Media Retailing Corp บริษัท OVERSEAS NETWORK Co., LTD สายการบิน Royal Brunei Airlines

[ รางวัลทริปเดินทางสุดหรู ]

เที่ยวกรุงเทพฯ และอยุธยา 5 วันแบบพรีเมียมกับที่นั่งชั้นหนึ่งของสายการบินไทย

ผู้ชนะรางวัล: บริษัท CLUB TOURISM INTERNATIONAL INC. บริษัท SAI Travel Service Co., Ltd. สายการบินไทย

[ รางวัลทริปเดินทางที่มีเอกลักษณ์ (2 รายการ) ]

สัมผัสประสบการณ์พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินกับสายการบิน Malaysia Airline ณ ศูนย์ฝึกอบรมของสายการบิน (7 วัน)

ผู้ชนะรางวัล: บริษัท PURPOSE JAPAN CO.LTD สายการบิน Malaysia Airlines

ทัศนศึกษาเพื่อการเรียนรู้เทรนด์ใหม่ล่าสุดในหัวข้อการค้าที่เป็นธรรมและธุรกิจด้านสังคมในประเทศฟิลิปปินส์ (7 วัน)

ผู้ชนะรางวัล: บริษัท GLOBE-TROTTER T&E Inc. บริษัท Girls, be Ambitious Inc. สายการบิน Philippine Airlines สายการบิน Cebu Pacific Air

[ รางวัลทริปเดินทางแห่งความยั่งยืน (2 รายการ) ]

ส่องนกในเนโกรส ประเทศฟิลิปปินส์ (5 days)

ผู้ชนะรางวัล: บริษัท Kaze Travel Co., Ltd. บริษัท BLUE PLANET EXPLORER สายการบิน Philippine Airlines

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าใจกลางบอร์เนียว บิลิต ริมแม่น้ำ Kinabatan

ผู้ชนะรางวัล: บริษัท U Tour Service Co., Ltd บริษัท Ocean Delight Tours & Travel Sdn Bhd สายการบิน Malaysia Airlines สายการบิน AirAsia

[ รางวัลแม่โขง (4 products) ]

รีสอร์ท 7 แห่งในเวียดนาม โดยสายการบิน Vietnam Airlines

ผู้ชนะรางวัล: บริษัท NIPPON TRAVEL AGENCY CO., LTD บริษัท S.M.I. TRAVEL JAPAN CO., LTD. บริษัท APEX International Inc. สายการบิน Vietnam Airlines

ทัวร์ไป-กลับ 6 วัน เพื่อสำรวจสิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นสุดยอดของกัมพูชา

ผู้ชนะรางวัล: บริษัท JTB Media Retailing Corp. บริษัท APEX International Inc. สายการบิน All Nippon Airways

ทัวร์ลาว 7 วัน จากเหนือจดใต้ แชงกรีล่าแห่งแม่น้ำโขง

ผู้ชนะรางวัล: บริษัท CLUB TOURISM INTERNATIONAL INC. บริษัท APEX International Inc. สายการบิน Vietnam Airlines

กิจกรรมพิเศษคลับท่องเที่ยว สัมผัส 7 สิ่งมหัศจรรย์และเทศกาลในเมียนมาใน 7 วัน

ผู้ชนะรางวัล: บริษัท CLUB TOURISM INTERNATIONAL INC. บริษัท APEX International Inc. สายการบิน All Nippon Airways

[ รางวัลพิเศษจากคณะกรรมการ ]

ทัวร์พิเศษแห่ง YTV Asa Para! (รายการโทรทัศน์) และ JTB "สวัสดีเมียนมา"

ผู้ชนะรางวัล: บริษัท JTB Corp. บริษัท JTB-Polestar Co., Ltd. สายการบิน Singapore Airlines

[ รางวัลพิเศษสำหรับอินฟลูเอนเซอร์ ]

  • Generasi Wonderful Indonesia Chapter Jepang
  • Ms. Hiro Nishiuchi
  • Ms. Loveli
  • Ms. Ayumi Amemiya

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดูจากเว็บไซต์ AJC ที่:

https://www.asean.or.jp/en/tourism-info/20190327/

[ ศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น ]

ศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่นเป็นองค์กรที่เกิดจากความร่วมมือของรัฐบาลนานาชาติ ก่อตั้งโดยประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศญี่ปุ่นในปี 1981 โดยได้ทำหน้าที่ส่งเสริมการส่งออกจากประเทศสมาชิกอาเซียนไปยังประเทศญี่ปุ่น รวมถึงกระตุ้นการลงทุน การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนประชาชน (people-to-people exchanges) ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศญี่ปุ่น

URL: https://www.asean.or.jp/en/

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190328005353/en/

ติดต่อ:

ศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น
Junko Nukiyama
โทร +81-3-5402-8118
แฟกซ์ +81-3-5402-8003
อีเมล: toiawase_ga@asean.or.jp
ที่ตั้ง 1F, Shin Onarimon Bldg., 6-17-19 Shimbashi,
Minato-ku, Tokyo 105-0004 Japan

AJC จัดโครงการฝึกอบรมล่ามเพื่อการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในหลวงพระบาง สปป. ลาว พื้นที่มรดกโลกขององค์การยูเนสโก

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–27 มีนาคม 2019

ศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น (AJC) จัด “โครงการฝึกอบรมเพิ่มเติมสำหรับล่าม” ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ถึง 1 มีนาคม 2019 ที่หลวงพระบา สปป. ลาว ร่วมกับกรมสารนิเทศวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวหลวงพระบาง และ GIZ (Deutsche Gesellschaft fuer Internationale Zusammenarbeit)โปรแกรมนี้เป็นกิจกรรมติดตามผลของโปรแกรมการฝึกอบรมล่ามในญี่ปุ่น ซึ่งดำเนินการในเดือนพฤศจิกายน 2018 ที่โตเกียวและชิซูโอกะโดยมีส่วนร่วมของผู้จัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติ/แหล่งมรดกทางธรรมชาติและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติจากแปดประเทศสมาชิกอาเซียน

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีเนื้อหามัลติมีเดียดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190326006039/ en /

Technical visit to the Kuang Si Waterfall (Photo: Business Wire)

การเยี่ยมชมน้ำตก Kuang Si (Photo: บิสิเนสไวร์) การ

การแปลเป็นทักษะการสื่อสารที่จะช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจและชื่นชมคุณค่าของทรัพยากรการท่องเที่ยวในพื้นที่เยี่ยมชม  การคำนึงถึงคุณค่าของทักษะนี้จะนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวและการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  AJC ได้จัดโครงการเพื่อแยกแยะความต้องการล่ามที่แหล่งมรดกหลักในรัฐสมาชิกอาเซียนเพื่อให้การท่องเที่ยวยั่งยืนในภูมิภาคโดยการใช้ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีค่าของพวกเขา

ผู้เข้าร่วมจากประเทศสมาชิกอาเซียนสิบคนที่เข้าร่วมการฝึกอบรมที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมามีความเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับวิธีการใช้วิธีการแปลความหมายเพื่อปรับปรุงบริการการท่องเที่ยว/การจัดการของแหล่งมรดกในประเทศ  โปรแกรมการฝึกอบรมรวมถึงการเยี่ยมชมเมืองที่เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในหลวงพระบาง สัมมนา และการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการโดยผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการท่องเที่ยวในท้องถิ่นประมาณ 50 คนในหลวงพระบาง รวมถึงเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวจังหวัด มัคคุเทศก์ บริษัททัวร์ สมาคมการท่องเที่ยว และวิทยากรจากมหาวิทยาลัย/ วิทยาลัยเทคนิคได้เข้าร่วมในการสัมมนา  สำหรับผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการแปลและมากกว่า 90% ของผู้เข้าร่วมรายงานว่าพวกเขาได้รับความรู้ใหม่และมีความเข้าใจในการตีความอย่างลึกซึ้ง  ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจำนวนมากที่เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการรายงานว่าพวกเขาต้องการปรับปรุงผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวของพวกเขาโดยใช้วิธีการแปล  ผู้ดำเนินการทัวร์รายหนึ่งกล่าวว่า “เราจะรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและฝึกอบรมมัคคุเทศก์ของเราเพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจและมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าแก่ผู้เยี่ยมชม”

โปรแกรมดังกล่าวรวมถึงการเยี่ยมชมเมืองหลวงหลวงพระบางและน้ำตกกวงสี/อุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง  ผู้บรรยายและผู้เข้าร่วมประชุมได้อภิปรายเทคนิคของมัคคุเทศก์โดยใช้วิธีการแปลและวิธีการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบร่วมกับชุมชนท้องถิ่น

ในตอนท้ายของการอบรม ผู้เข้าร่วมทุกคนเข้าร่วมการอภิปรายกลุ่มเพื่อออกแบบโปรแกรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยใช้ตัวอย่างจริงของพื้นที่หลวงพระบาง ซึ่งพวกเขาได้รับคำแนะนำที่เป็นรูปธรรมและการฝึกสอนจากผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาทักษะในการออกแบบผลิตภัณฑ์ทัวร์

ศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น

ศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่นเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นโดยประเทศสมาชิกอาเซียนและญี่ปุ่นในปี 1981  องค์กรได้ส่งเสริมการส่งออกจากอาเซียนไปยังประเทศญี่ปุ่นในขณะที่ทำการฟื้นฟูการลงทุน การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนกับอาเซียน ประเทศสมาชิกและญี่ปุ่น

URL: https://www.asean.or.jp/en/

* GIZ ดำเนินโครงการที่เรียกว่า "หลวงพระบาง – จัดการด้วยความระมัดระวัง" ในหลวงพระบาง สปป. ลาว

ดูเวอร์ชั่นแหล่งที่มาบน businesswire.com: https: // www businesswire.com/news/home/20190326006039/en/

ติดต่อ:

ศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น

Junko Nukiyama

โทร + 81-3-5402-8118

โทรสาร + 81-3-5402-8003

อีเมล: toiawase_ga@asean.or.jp

1F, Shin Onarimon Bldg., 6-17-19 Shimbashi,

Minato-ku, Tokyo 105-0004 Japan

Keio Plaza Hotel Tokyo จัดแสดงวัฒนธรรมดาบและชุดเกราะญี่ปุ่น “จิตวิญญาณของญี่ปุ่นและความงามของดาบและชุดเกราะโดยช่างฝีมือในตำนาน”

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–26 มีนาคม 2019

Keio Plaza Hotel Tokyo (KPH) หนึ่งในโรงแรมนานาชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในชินจูกุ โตเกียวจะจัดแสดงนิทรรศการพิเศษในหัวข้อ“จิตวิญญาณของญี่ปุ่นและความงามของดาบและชุดเกราะโดยช่างฝีมือในตำนาน” โดยจัดแสดงดาบและชุดเกราะญี่ปุ่นที่สวยงามตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน (วันพฤหัสบดี) ถึงวันที่ 27 มิถุนายน (วันพฤหัสบดี), 2019 ในล็อบบี้ชั้น 3 ของโรงแรมของเรา  นิทรรศการนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดโปรแกรมวัฒนธรรมของเราที่ออกแบบมาเพื่อแนะนำแง่มุมต่างๆ ของวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้แขกของเราที่มาเยี่ยมชมโรงแรมจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก  ดาบและชุดเกราะอันล้ำค่าและหลากหลายที่เกิดขึ้นในสมัย ​​Heian (794-1185) และช่วงยุคสมัยอื่นๆ ของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นจะปรากฏขึ้นพร้อมกับ "ซึบะ" (ที่วางดาบที่แยกด้ามจับออกจากใบมีด) และอุปกรณ์ดาบอื่นๆ  ในวันที่ 14 พฤษภาคม อาจารย์ชักดาบสองคนจากโรงเรียน Ryushin Shouchi จะทำการแสดงสดที่ล็อบบี้หลักเวลา 17.00 น.

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190326005414/th/

Swords from various periods in Japanese history dating back to the Heian Period (794-1185) to as rec ...

ดาบจากช่วงเวลาต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นย้อนหลังไปถึงสมัย Heian (794-1185) จนถึงช่วงเวลาสมัย Heisei 2532-2562) จะปรากฏขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงเทคนิคต่างๆ ที่ใช้และการปรับปรุงที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป (ภาพ: Business Wire)

เจ็ดดาบจากยุคต่างๆ ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นย้อนหลังจากยุค Heian (794-1185) ถึงยุค Heisei (2532-2562) จะถูกจัดวางเพื่อแสดงให้เห็นถึงเทคนิคต่างๆ ที่ใช้และการปรับปรุงที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป  ผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้สัมผัสถึงความงามของสุนทรียศาสตร์ที่สะท้อนออกมาในรูปแบบของดาบจากการหลอมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างดาบ ลวดลายประดับขนาดเล็กเพียงหนึ่งเซนติเมตร ชั้นวางดาบ “ซึบะ” และองค์ประกอบอื่นๆ ของดาบ  ดาบนั้นเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของชนชั้นนักรบในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นและความเกี่ยวข้องของพวกเขาในวัฒนธรรมและศิลปะที่ได้รับความเคารพอย่างสูง ซึ่งยังคงแข็งแกร่งในญี่ปุ่นยุคใหม่

คลังข่าวประชาสัมพันธ์

เกี่ยว Keio Plaza Hotel

Keio Plaza Hotel Tokyo (KPH) ตั้งอยู่ในชินจูกุใจกลางเมืองหลวงของกรุงโตเกียว เป็นหนึ่งในโรงแรมนานาชาติชั้นนำของญี่ปุ่น  โรงแรมของเรามีร้านอาหารและบาร์กว่า 20 แห่ง และเราเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงแขกทั้งในและต่างประเทศที่มาเยี่ยมสิ่งอำนวยความสะดวก การต้อนรับที่อบอุ่น และบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของเราที่ให้พวกเขาได้สัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น รวมถึงประสบการณ์งานแต่งงานกิโมโน พิธีชงชา และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการของเรากรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ YouTube, Facebook หรือ Instagram ของเรา

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190326005414/th/

ติดต่อ:

Keio Plaza Hotel Tokyo

Keiko Kawashima + 81-3-5322-8010

ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์

keiko-kawashima @ keioplaza co.jp

ท้องฟ้าที่แออัด: OAG เผยว่าเส้นทางที่คึกคักที่สุดในโลกอยู่ในเอเชียแปซิฟิก

Logo

เกาหลีใต้เชจู (CJU) ไปยังกรุงโซล (GMP) เป็นเส้นทางที่คึกคักที่สุดในโลก กัวลาลัมเปอร์ (KUL) ไปยังสิงคโปร์ (SIN) ได้รับการขนานนามว่าเป็นเส้นทางระหว่างประเทศที่คึกคักที่สุดในโลกเป็นปีที่สองติดต่อ

ประเด็นสำคัญ:

1. กัวลาลัมเปอร์ (KUL) ไปยังสิงคโปร์ (SIN) เป็นเส้นทางระหว่างประเทศที่คึกคักที่สุดในโลกด้วยเที่ยวบินที่ให้บริการ 30,187 เที่ยว KUL เป็นหนึ่งในห้าตลาดที่คึกคักที่สุดในโลกสองครั้ง

2 อินชอน (ICN) ไปยังโอซาก้า (KIX) เติบโตขึ้นแม้จะยุ่งกว่าเดิมในปีนี้โดย เพิ่มเที่ยวบินปฏิบัติการ 2,223 เที่ยว

3 เส้นทางที่คึกคักที่สุดของโลก เกาหลีใต้เชจู (CJU) ไปยังกรุงโซล (GMP) เป็นหนึ่งในเส้นทางที่สั้นที่สุด ด้วยเที่ยวบินที่ให้บริการ 79,460 เที่ยวบินตามด้วยเมลเบิร์น (MEL) สู่ซิดนีย์ (SYD) ด้วยจำนวนเที่ยวบิน 54,102 เที่ยว

4 ร้อยละสามสิบของเส้นทางบินระหว่างประเทศที่คึกคักที่สุดในโลกให้บริการจากสนามบินนานาชาติฮ่องกง (HKG) โดยติดอันดับตลาดระหว่างประเทศ 20 อันดับแรกของโลกหกครั้ง

5 สิงคโปร์ (SIN) เป็นปลายทางที่นิยมมากที่สุดสำหรับเส้นทางระยะไกลที่คึกคักที่สุด โดยมีหกเที่ยวที่เดินทางมาถึง SIN

6 โตเกียว (NRT) ไปยังไทเป (TPE) ปัจจุบันเป็นหนึ่งใน 20 เส้นทางบินระหว่างประเทศที่ติดอันดับต้นๆ ของโลกโดยมีเที่ยวบินให้บริการ 13,902 เที่ยว

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–26 มี.ค. 2019

OAG ผู้ให้บริการชั้นนำของโลกของข้อมูลการเดินทางเผยให้เห็นเส้นทางที่คึกคักที่สุดในโลก ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ของ OAG ที่ขึ้นอยู่กับปริมาณเที่ยวบินที่ดำเนินการ รวมถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานตรงเวลา (OTP) และความถี่ของผู้ให้บริการในเส้นทางทั้งในและต่างประเทศ

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูรุ่นเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190325005781/en/

Crowded Skies: OAG Reveals the World’s Busiest Routes are in the Asia Pacific (Graphic: Business Wir ...

ท้องฟ้าที่แออัด: OAG เผยเส้นทางที่คึกคักที่สุดในโลกอยู่ในเอเชียแปซิฟิก (กราฟิก: Business Wire)

15 ใน 20 เส้นทางนานาชาติและ 13 ใน 20 เส้นทางภายในประเทศที่คึกคักที่สุดอยู่ในเอเชียแปซิฟิ ก  เส้นทางกัวลาลัมเปอร์ (KUL) ไปสิงคโปร์ (SIN) ซึ่งให้บริการ 30,187 เที่ยวบินต่อปีเป็นเส้นทางระหว่างประเทศที่คึกคักที่สุดในโลกเป็นปีที่สอง  เส้นทางฮ่องกง (HKG) ไปยังไทเป (TPE) ตามหลังอย่างใกล้โดยเป็นเส้นทางระหว่างประเทศที่คึกคักเป็นอันดับสองโดยมีเที่ยวบินที่ให้บริการ 28,447 เที่ยว

จาการ์ตา (CGK) ไปยังสิงคโปร์ (SIN), ฮ่องกง (HKG) ถึงเซี่ยงไฮ้ (PVG) และจาการ์ตา (CGK) ไปยังกัวลาลัมเปอร์ (KUL) รวมเป็นห้าเส้นทางการบินระหว่างประเทศที่ติดอันดับต้นๆ ของโลกเนื่องจากมีความต้องการสูงสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเที่ยวบินจากกรุงจาการ์ตาและกัวลาลัมเปอร์ 

“การครอบงำของเอเชียในเชิงของเส้นทางที่คึกคักที่สุดในโลกสะท้อนถึงการเติบโตของการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ Great Bay” Mayur Patel หัวหน้า ASPAC, OAG กล่าว “นอกจากฮ่องกง ซึ่งมีบทบาทเชื่อมโยงเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ให้บริการหลายราย สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ และจาการ์ตากลายเป็น 'สามเหลี่ยมทองคำใหม่ของเอเชีย' ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับแบบอิทธิพลของฮับสำคัญๆ ของสหรัฐ บอสตัน นิวยอร์ก และวอชิงตัน”

เอเชียแปซิฟิกเป็นที่ตั้งของตลาดที่มีการเติบโตสูงหลายแห่ง  บริการจากโตเกียว (NRT) ถึงไทเป (TPE) ติดรายชื่อ 20 อันดับแรกของตลาดต่างประเทศที่คึกคักเป็นครั้งแรก (13,902 เที่ยวบินต่อปีที่ให้บริการ)  การเดินทางจากอินชอน (ICN) ไปยังโอซาก้า (KIX) ได้รับความนิยมมากขึ้นในปีนี้โดยเพิ่มเที่ยวบิน 2,223 เที่ยว  เส้นทางระหว่างประเทศอื่นๆ ที่สำคัญเพิ่มขึ้นรวมถึงกรุงเทพมหานคร (BKK) ไปยังฮ่องกง (HKG) และฮ่องกง (HKG) ไปยังกรุงปักกิ่ง (PEK) ซึ่งทั้งสองขยับขึ้นตำแหน่งหนึ่งในการจัดอันดับที่ 11 และ 12 ตามลำดับ และกรุงเทพมหานคร (BKK) ไปยังสิงคโปร์ (SIN) ซึ่งเพิ่มขึ้นสองตำแหน่งเป็นอันดับเก้า

สำหรับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางระหว่างประเทศและภายในประเทศที่คึกคักที่สุดของโลก อ่านการวิเคราะห์เต็มรูปแบบ

เกี่ยวกับ OAG

OAG เป็นผู้ให้บริการข้อมูลการเดินทางชั้นนำระดับโลกที่เสริมสร้างการเติบโตและนวัตกรรมของระบบนิเวศการเดินทางทางอากาศตั้งแต่ปี 1929  ด้วยเครือข่ายตารางเวลาและข้อมูลสถานะที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเครื่องมือการวิเคราะห์ระดับแนวหน้า เราช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง และสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้า

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชม: www.oag.com และติดตามเราได้ที่ Twitter @OAG Aviation

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190325005781/en/

สื่อ:

Katy Ludwell

OAG

katy.ludwell@oag.com

+44 (0) 1582 695334