Robert Walters Thailand ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการทำงานในประเทศไทยในปี 2018

Logo

กรุงเทพฯ–(BUSINESS WIRE)–6 ก.พ. 2019

Robert Walters Thailand บริษัท ที่ปรึกษาด้านการสรรหาคนทำงานมืออาชีพ professional recruitment agency) ที่หาคนในสาขาเฉพาะด้านต่าง ๆ ได้รับการยอมรับเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการทำงานในประเทศไทยในปี 2018 โครงการสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดคือโครงการระดับสากล ที่ช่วยให้นายจ้างและบริษัทได้รับทราบถึงระดับความตั้งใจและความพึงพอใจของพนักงานต่อบริษัท พร้อมไปกับการยกย่องบริษัทที่มอบประสบการณ์การทำงานที่โดดเด่น นอกจากนี้การรับรองสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดยังมีการมอบให้กับ บริษัท ที่มีมาตรฐานความเป็นเลิศสูงสุดเกี่ยวกับสภาพการทำงาน

Robert Walters Thailand ได้รับการรับรองหลังจากกระบวนการประเมินผลที่เข้มงวดซึ่ง บริษัท ได้รับคะแนนโดดเด่นในหลาย ๆ ด้านของสถานที่ทำงาน เช่นความเป็นผู้นำ วัฒนธรรม การจ่ายผลประโยชน์ และโอกาสในการเติบโต

“สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่มีแรงบันดาลใจและมีพลังที่มักจะมองหาโอกาสในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในขณะที่ทำงาน เราได้สร้างตัวเราให้เป็นนายจ้างที่ได้รับการยอมรับอย่างแน่นอน เราทำงานเป็นทีมมักจะมองหาการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความก้าวหน้าในอาชีพเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดและเรากำลังมองหาการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรของเราตลอดการเดินทางที่ Robert Walters” Gerrit Bouckaert กรรมการผู้จัดการ – ประเทศไทยและเวียดนามของ Robert Waltersกล่าว

“ Robert Walters ประเทศไทยเป็นองค์กรที่เสนอสภาพแวดล้อมการทำงานที่หลากหลายทางวัฒนธรรม ทุกคนสามารถแตกต่างกันได้ แต่สามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างกลมกลืน” Suneerat Wakianthana ผู้จัดการสำนักงานของ Robert Walters Thailand กล่าว“

“Robert Walters Thailand เป็น บริษัท ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างจิตวิญญาณของชุมชนในที่ทำงานNatcha Tawandharong ซึ่งเป็น Program Manager สำหรับประเทศไทย กล่าว

เกี่ยวกับ BEST PLACES TO WORK PROGRAM

BEST PLACES TO WORK PROGRAM รับรองสถานที่ทำงานชั้นนำในหลายประเทศรวมถึงโปรแกรมชั้นนำในแอฟริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย โปรแกรมมุ่งเน้นไปที่ 8 ปัจจัยด้านสถานที่ทำงาน  ซึ่งรวมถึงวัฒนธรรมการทำงาน ความพึงพอใจโดยรวมของพนักงานต่อการปฏิบัติของบริษัท นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ HR เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติด้าน HR ภายในองค์กร ด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของโปรแกรมที่ www.bestplacestoworkfor.org

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190206005255/en/

ติดต่อ:

สื่อ: Natcha Tawandharong

อีเมล: natcha@bestplacestoworkinasia.com

โทรศัพท์: +66 60 003 5419

BRANDSTARS ประกาศผู้ชนะของ ‘2019 Korea Representative Brand’

Logo

โซล เกาหลีใต้–(บิสิเนสไวร์)–31 มกราคม 2019

คณะกรรมการคัดเลือก BRANDSTARS ประกาศการคัดเลือกผู้ชนะของ '2019 Korea Representative Brand' ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ดีที่สุดในแต่ละอุตสาหกรรมที่เป็นตัวแทนของเกาหลี

รายชื่อ 2019 Korea Representative Brand  ที่รายงานในสื่อหลักของเอเชีย ทำการคัดเลือกและรายงานแบรนด์ตัวแทนในเกาหลีที่ให้บริการที่ดีที่สุดและคุณภาพดีที่สุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลที่มีเหตุผลสำหรับลูกค้าเกาหลีและลูกค้าต่างประเทศและการเติบโตของมูลค่าแบรนด์ของบริษัทต่างๆ

ในขั้นแรก คณะกรรมการคัดเลือก BRANDSTARS เลือกผู้สมัครสำหรับแต่ละอุตสาหกรรมโดยรวมรายงานข่าว การประเมินผู้บริโภค และจากจดหมายรับรองความ สำเร็จ  ผู้ชนะได้รับการคัดเลือกในที่สุดสำหรับแต่ละพื้นที่ผ่านการตัดสินของนักวิชาการและสื่อมืออาชีพ

แบรนด์ตัวแทนปี 2019 สำหรับอุตสาหกรรมได้แก่ Galaxy series ของ Samsung Electronics สำหรับสมาร์ทโฟน, 'Hyundai automobiles Genesis' สำหรับรถยนต์, LG PuriCare สำหรับเครื่องฟอกอากาศ, Bacchus สำหรับเครื่องดื่มเพื่อการฟื้นฟู, Agabang สำหรับเสื้อผ้าทารก, Lotte สำหรับห้างสรรพสินค้า, 'ABC mart' สำหรับร้านรองเท้า, ไอดอลเกาหลี BTS สำหรับสื่อบันเทิง

'Sulwhasoo' ของ Amorepacific สำหรับ K-beauty, และ 'Olive Young' สำหรับร้านความงาม, 'Giselleligne' ของ 'CGbio' บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ชีวภาพฟิวชั่น, 'คลินิกศัลยกรรมพลาสติก GDS' สำหรับศัลยกรรมพลาสติกเกี่ยวกับผิวหนัง, 'LG Pra .L 'สำหรับอุปกรณ์ความงามในบ้าน และ "Medytox" สำหรับอุตสาหกรรม K-Beauty ได้ถูกคัดเลือก

'Paris Baguette', 'Lotteria', 'Bibigo', 'Binggrae Banana milk', 'Ottogi Jin ramen', 'Samyang Food Buldak ramen' สำหรับ K-food ได้รับเลือกสำหรับแบรนด์ยอดนิยม

'Baunenajugomtang' ถูกคัดเลือกสำหรับซุปกระดูกเนื้อที่เป็นตัวแทนของรสชาติดั้งเดิมของเกาหลี

Hanshin Medipia ถูกคัดเลือกสำหรับการตรวจสุขภาพที่ครอบคลุม  Cheong Kwan Jang แบรนด์มืออาชีพโสมแดงได้รับคัดเลือกเป็นอาหารฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพที่เป็นตัวแทนในเกาหลี  สำนักงานเขต Jeju และ Yanggu ได้ถูกคัดเลือกเนื่องจากได้รับความนิยมอย่างสูงในการท่องเที่ยวเพื่อความปลอดภัยทางวัฒนธรรมเชิงนิเวศอันเนื่องมาจากการแลกเปลี่ยนเกาหลีใต้ – เกาหลีเหนือ

'Heimchef of Withnix'  บริษัทผลิตภัณฑ์อบจานอาหารที่ถูกสุขอนามัยที่ฆ่าเชื้อโรค 99% ผ่านวิธีการอบแห้งด้วยลมร้อน ได้ถูกคัดเลือกในหมวดธุรกิจขนาดเล็กของเกาหลี, 'Gounbal of Wellbeinghealthfarm' ซึ่งเป็นบริษัทมืออาชีพด้านการดูแลเท้าได้ถูกคัดเลือกในฐานะบริษัทเกี่ยวกับความชุ่มชื้นและบำรุงผิว  ‘Dedi-Box’ สำหรับหมวดตัวแทนการจัดส่งพร้อมโฆษณาแบบรูปภาพถูกเลือก

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51931996&lang=en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ:

BRANDSTARS Selection Committee

K.J Kim

+82-2-544-0153

Feed LP20® โดย House Wellness Foods ช่วยเพิ่มผลผลิตปลานิลและลดการใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วโลก

Logo

ฮโยโก, ญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–29 มกราคม 2019

ด้วยความพยายามอย่างต่อเนื่องในการต่อสู้กับปัญหาขาดแคลนอาหารทั่วโลกและเพิ่มการผลิตปศุสัตว์ที่มีสุขภาพดี Feed LP20® โดย House Wellness Foods ได้เผยแพร่วิจัยเชิงสรุปผลอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับกุ้งขาว เพื่อชี้ให้เห็นว่าการเลี้ยงปลานิล หรือชื่อภาษาอังกฤษ Nile Tilapia [ชื่อวิทยาศาสตร์ Oreochromis niloticus] ซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำที่สามารถเพาะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายและมีมูลค่าเชิงพาณิชย์สูงสุด สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้ปลามีสุขภาพดีขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการค้าทั่วโลก ขณะที่ผู้บริโภคได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น และมีคุณค่าทางอาหารเพิ่มมากขึ้นไปพร้อม ๆ กัน

ความนิยมบริโภคปลานิลที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพของน้ำ โรคต่าง ๆ มีการใช้ยาฆ่าแมลง ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อและยาปฏิชีวนะเพิ่มมากขึ้น และถึงแม้จะมีความพยายามเข้ามาแทรกแซง ผู้ผลิตก็ยังไม่สามารถหยุดแนวโน้มในการเจริญเติบโตที่ไม่สมบูรณ์และอัตราการตายที่สูงได้ ซึ่งส่งผลให้กำไรลดลง ปัญหาที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับอาหารสำหรับบริโภคภายในประเทศ และทำให้มีการห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่ใช้ยาปฏิชีวนะในการเพาะเลี้ยง

ในปี 2016 House Wellness Foods ผู้บุกเบิกที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน ในด้านการศึกษาและพัฒนาเรื่อง heat-killed Lactobacillus plantarum L-137 (HK L-137) ซึ่งเผยแพร่ในงานวิจัยที่สวนทางกับแนวโน้มของอุตสาหกรรม เพื่อพิสูจน์ให้เห็นเป็นครั้งแรกว่า Feed LP20® ซึ่งเป็นอาหารที่มีจุลินทรีย์ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่ออกมาใหม่ในขณะนั้น มีผลต่อการส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของกุ้งขาว [L. vannamei] ในการเปลี่ยนแนวโน้มในการเกิดโรคและเพิ่มการผลิตซ้ำ

Feed LP20® เป็นผลิตภัณฑ์ที่มากด้วยประโยชน์ มี HK L-137 เป็นส่วนประกอบ 20% พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะในปศุสัตว์และการเพาะเลี้ยงปลา ในงานวิจัยล่าสุด มีการศึกษาเกี่ยวกับการเจริญเติบโต การตอบสนองของภูมิต้านทานโรค และโดยเฉพาะความเครียดในประชากรปลานิลในโรงเพาะเลี้ยงแบบปิด สรุปได้ว่าปลาที่ได้รับการป้อนอาหารที่มีส่วนผสมของ HK L-137 จะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่า และส่วนผสมเหล่านั้นส่งผลต่อการทำงานของฟาโกไซต์และไลโซไซมมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงมีทำให้อัตราการตายน้อยลง (ต่ำถึง 20 ppm) และเหนือสิ่งอื่นใดช่วยให้ปลามีความต้านทานต่อความเครียด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในการทำฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กระบวนการ Heat-inactivation ที่ทำให้ Immuno LP-20 ซึ่งเป็นอาหารเสริมภูมิคุ้มกันของมนุษย์ที่เป็นเรือธงของ House เกิดความเสถียรอย่างแตกต่าง ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าส่งผลอย่างเท่ากันในสภาพแวดล้อมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

Feed LP20® คือความสำเร็จทางด้านอาหารที่มีจุลินทรีย์ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรค ที่จะยกระดับระบบสร้างภูมิคุ้มกันโดยธรรมชาติ และป้องกันการทำลายตัวเองของเซลล์ ก่อนที่จะส่งผลให้เกิดการพึ่งพาสารต่าง ๆ เช่น ยาปฏิชีวนะและยาต้านจุลชีพ ในเรื่องนี้ การใช้ LP20® เข้าใกล้รูปแบบการประกันต่อการลดลงของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากยังไม่มีการพัฒนาขึ้น

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190129005672/en/

ติดต่อ:

ซาโทรุ โอโนดะ (นาย) จาก House Wellness Foods
อีเมล: Onoda_Satoru@house-wf.co.jp

Mary Kay Inc.ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารสองตำแหน่งในการดำเนินงานซัพพลายเชน

Logo

แบรนด์ความงามระดับโลกแต่งตั้ง Chaun Harper และดร. Lucy Gildea ให้อยู่กับทีมผู้บริหาร

ดัลลัส–(บิสิเนสไวร์)–24 ม.ค. 2019

Mary Kay Inc ฉลองครบรอบ 55 ปีในฐานะแบรนด์ความงามชั้นนำและผู้ขายตรงในตลาดกว่า 40 แห่ง ประกาศว่าได้แต่งตั้งนาย Chaun Harper  ในฐานะรองประธานอาวุโส – ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการผลิต หรือ Chief Manufacturing Officer และแต่งตั้งให้ ดร. Lucy Gildea ในฐานะรองประธานอาวุโส – หัวหน้าเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ Chief Scientific Officer ซึ่งในบทบาทใหม่ของพวกเขา ทั้ง Harper และ Gildea จะเข้าร่วมทีมผู้บริหารของบริษัท เครื่องสำอางระดับโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่:

 https://www.businesswire.com/news/home/20190124005055/th/

In their new roles, Chaun Harper and Lucy Gildea will join the global cosmetics company's executive  ...

ในบทบาทใหม่ของพวกเขา Chaun Harper และ Lucy Gildea จะเข้าร่วมทีมผู้บริหารของบริษัทเครื่องสำอางระดับโลก (ภาพ: Mary Kay Inc. )

ในฐานะ รองประธานอาวุโส – ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการผลิต Chaun Harper จะรับผิดชอบในการดำเนินงานการผลิตทั่วโลก การควบคุมสินค้าคงคลังระดับโลก การวางแผนการจัดหาการขนส่งและคุณภาพระดับโลก ทั้งนี้ Harper ได้เข้าร่วมงานกับ Mary Kay Inc. ในปี 2014 ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการผลิต ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งนั้น ฮาร์เปอร์มีบทบาทสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมของการพัฒนาอย่างต่อเนื่องที่โรงงานผลิตของ Mary Kay รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างมากและการใช้โอกาสในการพัฒนาที่สำคัญเพื่อยกระดับพนักงานในด้านทักษะด้านเทคนิค และการสานต่อด้านอาชีพ ก่อนที่จะร่วมงานกับ บริษัทเพื่อความงามชื่อดังแห่งนี้ Harper เคยทำงานให้กับL'Oréal ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่ง ทั้งในด้านปฏิบัติการและด้านคุณภาพ

ในฐานะ รองประธานอาวุโส – ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ ดร. Lucy Gildea จะยังคงทำหน้าที่เป็นผู้นำการวิจัยและพัฒนาของแมรี่เคย์ต่อไป นับตั้งแต่ เข้าร่วมกับบริษัท ด้านความงามที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ในปี 2017 ดร. Gildea ได้ทำงานเพื่อดำเนินกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมระดับโลกเป็นเวลานาน ด้วยการมีผลงานทั่วโลกที่ได้รับสิทธิบัตรมากกว่า 1,400 รายการ ในด้านผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีและระบบบรรจุภัณฑ์ จึงถือได้ว่า Mary Kay ได้ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมและได้ลงทุนหลายล้านดอลลาร์ต่อปีในการวิจัยและพัฒนา ทั้งนี้ ดร. Gildea จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำบริษัทไปสู่คนรุ่นต่อไป โดยก่อนที่จะร่วมงานกับ Mary Kay Inc. ดร. Gildea ทำงานที่ พรอคเตอร์และแกมเบิล เป็นเวลา 15 ปี โดยทำงานด้านการดูแลสุขภาพ การดูแลช่องปาก เทคโนโลยีความงาม และการพัฒนาความงาม/ผิวหนัง

Deborah Gibbins หัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของแมรี่เคย์กล่าวว่า“ ในระยะเวลาอันสั้น Chaun และ Lucy มีส่วนร่วมอย่างมาก และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นส่วนสำคัญในการวิจัยการพัฒนา และการดำเนินงานของซัพพลายเชน สำหรับในบทบาทใหม่ในฐานะสมาชิกของทีมผู้บริหารของบริษัท ทั้ง Chaun และ Lucy จะทำงานเพื่อให้มั่นใจว่าการจัดวางแผนระดับโลกและระดับภูมิภาคเป็นไปในแนวทางเดียวกันสำหรับ ผลิตภัณฑ์ ของ Mary Kay®  ทั้งนี้ ในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรม การขายตรงและเครื่องสำอาง Mary Kay เป็นบริษัทเครื่องสำอางขนาดใหญ่ที่มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 700 รายการในพอร์ตทั่วโลกของเรา ซึ่งในขณะที่เรายังคงผลิตผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมนี้ เรามีความภาคภูมิใจที่จะแต่งตั้ง Chaun และ Lucyในตำแหน่งผู้บริหารเพราะเรารู้ว่าการเป็นผู้นำและความเชี่ยวชาญของพวกเขาจะก่อประโยชน์อย่างประเมินค่าไม่ได้ในระหว่างที่เรากำลังเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้หญิงทั่วโลก.”

Harper ได้รับปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาเคมีจาก Arkansas Tech University ใน Russellville, Ark. และปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตจาก Webster University ใน St. Louis, Mo. ในขณะที่  Dr. Gildea ได้รับปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาชีววิทยาจาก Georgetown College ใน Georgetown, Ky และปริญญาเอกสาขาชีววิทยาเซลล์และโมเลกุลภูมิคุ้มกันวิทยาและโรคติดเชื้อจากมหาวิทยาลัยซินซินนาติ

เกี่ยวกับ Mary Kay

ที่ Mary Kay ความสำเร็จอยู่ที่การอุทิศตนเพื่อผลิตภัณฑ์ที่ใครก็ไม่อาจต้านทานได้  โอกาสที่คุ้มค่า และผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน นับเป็นเวลา 55 ปีแล้ว ที่ Mary Kay เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงบรรลุเป้าหมายการเป็นผู้ประกอบการในเกือบ 40 ประเทศ ในฐานะบริษัท ที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ เรานำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ล้ำยุค เครื่องสำอางสีสุดล้ำ และน้ำหอม ค้นหาเหตุผลเพิ่มเติมเพื่อรัก Mary Kay ได้ที่ www.marykay.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190124005055/en/

ติดต่อ:

Mary Kay Inc. ฝ่ายสื่อสารองค์กร

marykay.com/newsroom

972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com


P&G จับมือ TerraCycle เปิดตัว Loop แพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ที่สะดวกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมวางจำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ภายในบ้าน 11 แบรนด์

Logo

บริษัทจะทำการทดสอบโมเดลที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมากนี้ในปี 2019 นี้ ณ กรุงปารีสและนิวยอร์ก

ดาโวส, สวิตเซอร์แลนด์–(BUSINESS WIRE)–24 มกราคม 2019

Procter & Gamble Company (NYSE:PG) ประกาศเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ชนิดเติมที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจที่จะเปลี่ยนความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์และขยะที่เกิดจากการใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้งทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวโซลูชันหมุนเวียนสำหรับช่วยลดขยะที่ชื่อ “collect and recycle” ภายใต้ความร่วมมือกับ LoopTM ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ที่พัฒนาโดยผู้นำด้านการรีไซเคิลระดับโลกอย่าง TerraCycle โดยที่แบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกของ P&G หลาย ๆ แบรนด์ เช่น PanteneTM, TideTM, CascadeTM และ Oral-BTM จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับแพลตฟอร์มที่ทันสมัยในช่วงปลายปีนี้

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190124005087/en/

Pantene is introducing a unique bottle made with lightweight, durable aluminum for its shampoo and c ...

Pantene เปิดตัวขวดแชมพูและครีมนวดแบบใหม่ที่ทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาและทนทาน (รูปภาพ: Business Wire)

Loop เป็นโซลูชันหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์และการจับจ่ายซื้อสินค้าระดับโลกรายแรก ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานเรื่องความสะดวกสบาย เมื่อเทียบกับโซลูชันด้านอีคอมเมิร์ซในปัจจุบัน ด้วยบรรุจภัณฑ์ที่สามารถเก็บคืน ทำความสะอาด เติมผลิตภัณฑ์เข้าไปใหม่และนำกลับมาใช้อีกครั้ง Loop ยังมีบริการเก็บผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วจากที่พักอาศัยของผู้บริโภค เพื่อนำกลับมารีไซเคิลหรือใช้ซ้ำในอนาคต โดย P&G เป็นบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคบริษัทแรกที่เข้าร่วม Loop

บริษัทประกาศความร่วมมือครั้งนี้ในงาน World Economic Forum Annual Meeting ซึ่งจัดขึ้นในเมืองดาโวส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อสานต่อนโยบาย P&G’s Ambition 2030 ซึ่งเป็นเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัท และความมุ่งมั่นที่ต้องการเปลี่ยนความตั้งใจเรื่องความยั่งยืนให้เป็นพฤติกรรมเชิงบวกที่เกิดขึ้นในทุก ๆ วัน

นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของ P&G ได้พัฒนาโซลูชันด้านการผลิต บรรจุภัณฑ์และการกระจายสินค้าที่ทันสมัย ซึ่งจะสร้างความพึงพอใจและช่วยให้ผู้บริโภคที่ต้องการมีส่วนร่วมใช้ชีวิตในวิถีแห่งความยั่งยืนได้ง่ายขึ้น ผลิตภัณฑ์ของ P&G ทั้งหมด 11 แบรนด์จะวางจำหน่ายผ่านหนึ่งในสามแพลตฟอร์มของ Loop ระบบของ Loop จะได้รับการทดสอบและปรับปรุงผ่านการทดลองในตลาดจริง ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นกลางปี 2019 ในกรุงนิวยอร์กและปารีส

บรรจุภัณฑ์ที่คงทน

ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ภายในบ้านที่เป็นที่นิยมอย่าง Pantene, Tide, Cascade และ CrestTM ได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลใหม่ให้มีความทนทาน หรูหรา และมีคุณสมบัติและการใช้งานใหม่ ๆ

  • Pantene เปิดตัวขวดแชมพูและครีมนวดแบบใหม่ที่ทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาและทนทาน
  • Tide ผลิตภัณฑ์ซักผ้าอันดับหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ Loop ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ซักผ้า Tide purclean ที่มีส่วนผสมจากพืชในขวดที่ทำจากสแตนเลสสตีลที่มีความทนทาน พร้อมฝาปิดแบบบิดที่สามารถเปิดได้ง่าย และช่องเทน้ำยาที่ออกแบบให้เทได้สะดวก
  • Cascade คิดค้นวิธีที่จะยกระดับประสบการณ์ล้างจานให้ดีขึ้นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ โดยได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ Cascade ActionPacs ให้มีความทนทานเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถข้ามขั้นตอน pre-wash ได้
  • Crest ผลักดันเรื่องความยั่งยืนด้านการดูแลช่องปากผ่านผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปาก Crest Platinum ใหม่ ซึ่งมีสูตรเฉพาะที่ช่วยให้ลมปากหอมสดชื่น และช่วยป้องกันการเกิดคราบ มาพร้อมขวดแก้วแบบรีฟิล ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความยั่งยืน
  • ArielTM และ FebrezeTM ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มนี้พร้อมกับการนำเสนอบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลที่มีความทนทาน ซึ่งปัจจุบันมีการวางจำหน่ายตามร้านค้าเพื่อทำการทดลองโมเดลบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลที่สามารถนำกลับมาใข้ใหม่ได้กับผู้บริโภคโดยตรง

รีไซเคิลผลิตภัณฑ์ชนิดเติม

  • Oral-B ผู้นำด้านการดูแลช่องปากมากว่า 50 ปี จะเริ่มทำการทดสอบโซลูชันหมุนเวียนกับทั้งแปรงสีฟันแบบทั่วไปและแปรงสีฟันไฟฟ้า โดยมีแปรงสีฟันรุ่น Oral-B CLIC ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมด้ามจับที่มีความทนทาน ออกแบบให้มีระบบกลไกเฉพาะที่ให้ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนหัวแปรงได้ แพลตฟอร์ม Loop จะทำการรีไซเคิลหัวแปรงที่ใช้แล้วสำหรับทั้งแปรงสีฟันแบบปกติและแปรงสีฟันไฟฟ้า
  • GilletteTM และ VenusTM จะออกบรรจุภัณฑ์ระดับพรีเมียมสำหรับพกพาระหว่างเดินทาง โดยออกแบบให้มีความทนทาน ซึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคสามารถเก็บไว้ได้นอกจากด้ามจับ ส่วนที่ใช้แล้วและใบมีดจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะถูกเก็บจากผู้บริโภคเพื่อนำไปรีไซเคิลโดย TerraCycle ต่อไป

รีไซเคิลผลิตภัณฑ์สุขอนามัยที่ใช้แล้ว

  • PampersTM และ AlwaysTM จะทำการทดลองเก็บผลิตภัณฑ์สุขอนามัยที่ใช้แล้วจากที่พักอาศัยของผู้บริโภคเพื่อนำมารีไซเคิลโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีการจดทะเบียนเจ้าของกรรมสิทธิ์ พัฒนาโดย Fater ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงุทนของ P&G และ Angelini Group เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ซึมซับชนิดปลอดเชื้อที่ใช้แล้วให้เป็นวัตถุดิบทดแทนสำหรับการใช้งานอื่นที่มีมูลค่าสูงขึ้น

“เราสร้างสิ่งนี้ขึ้นจากประสบการณ์ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมมากว่า 180 ปี และความเข้าใจในผู้บริโภคทั่วโลกอย่างแท้จริง เพื่อสร้างพฤติกรรมด้านการบริโภคที่มีความรับผิดชอบให้เกิดขึ้นในวงกว้าง” Virginie Helias รองประธานและผู้อำนวยการสูงสุดด้านความยั่งยืนของ P&G กล่าว “เราภูมิใจที่ได้ร่วมกับ TerraCycle ในฐานะบริษัท CPG รายแรก ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นหนึ่งในอีกหลายความพยายามที่เราส่งมอบภายใต้เป้าหมาย Ambition 2030 ของเรา เพื่อเร่งให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีความยั่งยืน และผลักดันให้เกิดโซลูชันในเรื่องของการหมุนเวียน

“ถึงเวลาแล้วที่เราต้องลงมือทำ พวกเรามีความมุ่งมั่นในการใช้ประโยชน์จากความสามารถในการเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกของเรา และความแข็งแกร่งในฐานะแบรนด์ระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจ เพื่อยกระดับโซลูชันเพื่อความยั่งยืนของเรา การเข้าร่วมเป็นพันธมิตเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงคือกุญแจสู่ความสำเร็จของภารกิจนี้ เพราะไม่มีใครสามารถประสบความสำเร็จได้หากปราศจากความร่วมมือ” เธอกล่าว

“เรามีความยินดีที่ได้ร่วมกับ P&G และแบรนด์ระดับโลก บริษัทค้าปลีก และบริษัทด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานหลาย ๆ แห่ง รวมถึงเวที World Economic Forum เพื่อหาแนวทางใหม่ ๆ ในการบริโภคสินค้าอย่างรับผิดชอบมากขึ้น” Tom Szaky ซีอีโอของ TerraCycle กล่าว “Loop ไม่ได้ตั้งเป้าแค่ลดขยะที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์ แต่ยังต้องการยกระดับประสบการณ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้น และทำให้การซื้อสินค้ามีความสะดวกมากขึ้น ผู้บริโภคสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างรับผิดชอบมากขึ้นผ่าน Loop ด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบเป็นพิเศษให้มีความทนทาน ผ่านการนำมาใช้ซ้ำ หรือรีไซเคิลอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยพลังและการเข้าถึงแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคอย่างเช่นแบรนด์ภายใต้ P&G เราจะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค และประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้”

กระบวนการทำงานของ Loop

  • SHOP: ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ของ Loop หรือเว็บไซต์บริษัทค้าปลีกที่เป็นพันธมิตรของ Loop และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ชั้นนำ บรรจุในแพ็คเกจที่ออกแบบใหม่ซึ่งไม่ก่อให้เกิดขยะ
  • RECEIVE: ผู้บริโภคจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่สั่งซื้อในบรรจุภัณฑ์ที่มีความทนทาน ซึ่งถูกบรรจุอยู่ในถุงผ้าที่ออกแบบเป็นพิเศษโดย Loop เพื่อช่วยลดความต้องการใช้วัสดุสำหรับจัดส่งแบบใช้แล้วทิ้ง เช่น กล่องกระดาษ
  • ENJOY: ผู้บริโภคจะได้รับสินค้าในบรรจุภัณฑ์ที่หรูหราและได้รับความสะดวก ขณะที่ได้ช่วยลดการสร้างขยะจากบรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้ง
  • PICK-UP: ไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดหรือนำบรรจุภัณฑ์ไปทิ้งเมื่อใช้หมดแล้ว ผู้บริโภคสามารถนำบรรจุภัณฑ์เปล่าใส่ถุงที่ได้รับจาก Loop เพื่อรอให้ Loop มาเก็บจากที่พักอาศัยโดยตรง
  • CLEAN: ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ Loop ได้พัฒนาเทคโนโลยีทำความสะอาดที่สามารถปรับการใช้งานได้ตามต้องการ เพื่อให้สามารถนำผลิตภัณฑ์กลับไปใช้ใหม่ได้อย่างปลอดภัย
  • REFILL, RECYCLE OR REUSE: Loop จะทำการเติมผลิตภัณฑ์ประเภทรีฟิลโดยทันที และส่งคืนให้กับผู้บริโภคพร้อมกับถุงผ้า ส่วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถนำกลับไปใช้ได้ทันที เช่น ผ้าอ้อม ผ้าอนามัย มีดโกนหรือแปรงสีฟัน จะถูกนำกลับไปผ่านกระบวนการก่อนนำมาใช้ซ้ำหรือนำไปรีไซเคิล

ผลิตภัณฑ์ P&G ที่จำหน่ายผ่าน Loop

Pantene

เราตั้งเป้าที่จะให้ผู้หญิงจำนวนมากขึ้นมีสุขภาพผมที่ดีขึ้น และเราได้สร้างสรรค์นวัตกรรมและปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โซลูชันหมุนเวียนที่มีความสำคัญนี้สามารถช่วยเราลดจำนวนขยะที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์ รวมถึงขวดแชมพูและครีมนวดได้ ซึ่งสอดคล้องกับความใส่ใจต่อทะเลและสิ่งแวดล้อมของเรา เราร่วมกับ TerraCycle Loop เพื่อช่วยลดขวดพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง เปลี่ยนเป็นขวดที่มีความคงทน และเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของระบบรีฟิล ซึ่งจะไม่มีการสร้างขยะขึ้นใหม่อีก ขวดผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะนี้ผลิตจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาแต่ทนทาน ออกแบบให้สามารถล้างทำความสะอาดและสามารถเติมผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่คิดค้นโดย Loop และสอดคล้องกับความมุ่งมั่น รวมถึงเป้าหมายที่จะเป็นผลิตภัณฑ์แถวหน้าของอุตสาหกรรมของเรา

Tide

เรารู้ดีว่าความสะอาดเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณ ครอบครัวของคุณ และโลกของเรา นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ซักผ้าแบรนด์แรกที่มีส่วนผสมของพืชขึ้นมาในชื่อ Tide purclean โดยที่ยังคงพลังซักจาก Tide เอาไว้ ขวดบรรจุภัณฑ์ใหม่ของ Tide purclean ผลิตจากสแตนเลสสตีล มาพร้อมฝาแบบหมุนเกลียวที่มีความคงทน และช่องเทน้ำยาที่ใช้งานง่าย หลังใช้ผลิตภัณฑ์หมดแล้ว ผู้ใช้เพียงแค่ต้องนำขวดเปล่าไปใส่ไว้ในถุงผ้า Loop จากนั้นขวดจะถูกนำไปทำความสะอาดและเติมผลิตภัณฑ์กลับเข้าไปใหม่ และพร้อมใช้งานอีกครั้ง ผลิตภัณฑ์ Tide purclean สูตรสำหรับทุกคนในครอบครัว ปราศจากสารย้อมสีและอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย สูตรนี้คิดค้นและพัฒนาขึ้นจากโรงงานที่ซื้อไฟฟ้าจากพลังงานลมที่เป็นพลังงานหมุนเวียน และเป็นโรงงานที่ไม่สร้างขยะ ทำให้ Tide purclean เป็นผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงโลกและอนาคตของเรา ร่วมลดขยะไปกับ Tide purclean

Cascade

Cascade® ไม่หยุดคิดค้นวิธีการที่จะยกระดับประสบการณ์ใช้งานด้วยวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านบรรจุภัณฑ์ที่มีความทนทานเป็นพิเศษ เมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์ Cascade ActionPacs™ จนหมดแล้ว เพียงแค่นำขวดแบบรีฟิลใส่ในถุงผ้า Loop จากนั้น บรรจุภัณฑ์จะถูกนำไปทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และเติมผลิตภัณฑ์ให้เต็ม พร้อมให้คุณใช้งานอีกครั้ง Cascade Platinum ActionPacs™ สามารถทำความสะอาดเศษอาหารที่ติดอยู่ได้อย่างดีตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้บริโภคสามารถข้ามขั้นตอนการทำความสะอาดน้ำแรกหรือ pre-wash ไปได้ ซึ่งช่วยประหยัดน้ำได้มากถึง 15 แกลลอนต่อการล้างจานเพียงหนึ่งครั้ง และหากรวมกับผู้ใช้รายอื่นที่ข้ามขั้นตอนการ pre-wash ไป ก็จะช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 1.5 แสนล้านแกลลอนต่อปี เฉพาะในสหรัฐอเมริกาประเทศเดียว

Crest

Crest คือผู้นำการสร้างสรรค์นวัตกรรมน้ำยาบ้วนปากที่มีความยั่งยืนมากขึ้น Crest Platinum สูตรปราศจากแอลกอฮอล์ พรีออกไซด์ และพาราเบน ช่วยให้ลมปากหอมสดชื่นและป้องกันไม่ให้ฟันเกิดคราบ Crest Platinum บรรจุอยู่ในขวดแก้วแบบรีฟิลที่มีความสวยงาม ปิดด้วยฝาที่ทำจากสแตนเลสสตีลและปลอกที่ทำจากซิลิโคน ผู้บริโภคไม่ต้องปวดหัวกับการแบกขวดน้ำยาบ้วนปากหนัก ๆ อีกต่อไป เพราะเราจะไปเติมน้ำยาบ้วนปากให้คุณถึงบ้าน นี่คือสิ่งที่น่ายินดี

Ariel

เรารู้ดีว่าการทำความสะอาดที่หมดจดด้วยวิธีที่แสนง่ายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณ ครอบครัวของคุณ และโลกของเรา นั่นทำให้เราผลิต Ariel Pods น้ำยาทำความสะอาดสุดล้ำสำหรับการทำความสะอาดที่หมดจดขึ้นมา ปัจจุบัน เรามีผลิตภัณฑ์ Ariel Pods ขนาดสำหรับครอบครัวในบรรจุภัณฑ์ที่มีความทนทาน ที่คุณสามารถใช้ซ้ำได้หลายรอบ เมื่อใช้น้ำยาทำความสะอาดหมดแล้ว เพียงแค่นำขวดเปล่าใส่ไว้ในถุงผ้า Loop จากนั้น บรรจุภัณฑ์จะถูกนำไปทำความสะอาด ฆ่าเชื้อและเติมผลิตภัณฑ์ให้เต็ม พร้อมให้คุณใช้งานอีกครั้ง คุณไม่จำเป็นต้องหิ้วขวดน้ำยาจากร้านค้ากลับบ้าน และไม่ต้องทิ้งบรรจุภัณฑ์อีกต่อไปหลังใช้น้ำยาหมดแล้ว คุณสามารถใช้ Ariel 3in1 Pods แม้ในที่ที่อุณหภูมิต่ำ และใช้ผลิตภัณฑ์ Ariel ทำความสะอาดได้อย่างไร้ที่ติ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผลิตในประเทศฝรั่งเศส จากโรงงานที่ซื้อไฟฟ้าจากพลังงานลมที่เป็นพลังงานหมุนเวียน และเป็นโรงงานที่ไม่สร้างขยะ Ariel Pods สูตรใหม่ยังใช้น้ำน้อยลง 70% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด Ariel ชนิดน้ำ และพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงอนาคตของเรา

ควรเก็บให้พ้นจากมือเด็ก

Febreze

Febreze แสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และมีการวางจำหน่ายนวัตกรรมล่าสุดผ่านแพลตฟอร์ม Loop ภายใต้ชื่อ Febreze ONE ในสหรัฐฯ และ Zero% ในยุโรป มาพร้อมบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการรีไซเคิลและสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ Febreze ONE หรือ Zero% สูตรปราศจากสารขับดันและน้ำหอม สามารถใช้ปรับอากาศและเพิ่มความสดชื่นให้กับผ้าได้ ด้วยสูตรที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก (90%) และเป็นเทคโนโลยีที่มีการจดสิทธิบัตร มีส่วนประกอบจากไซโคลเดกซตรินที่ได้จากแป้งข้าวโพดสำหรับช่วยกำจัดกลิ่น โดยที่ไม่เพียงป้องกันแต่ยังช่วยยับยั้งและลดกลิ่นในอากาศ Febreze ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรีไซเคิลโดย TerraCycle แล้ว และได้รีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ของ Febreze ไปกว่า 1 ล้านชิ้นจากสถานที่ฝังกลบขยะทั่วโลก

*ที่มา: การสำรวจทางอินเทอร์เน็ต, ตุลาคม 2017 ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร, รายงานผล 63% จากผู้ตอบแบบสำรวจ 221 คน

Oral-B

Oral-B ผู้นำนวัตกรรมสุดล้ำด้านการดูแลช่องปากมากว่า 50 ปี จะทำการทดลองใช้โซลูชันหมุนเวียนกับทั้งแปรงสีฟันแบบธรรมดาและแปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B ได้เข้าร่วม Loop พร้อมนวัตกรรมแปรงสีฟันที่นำเสนอในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนคือ Oral-B CLIC มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งลดขยะจากพลาสติกด้วยการผลิตด้ามจับจากวัสดุผสมที่มีความคงทน มีส่วนประกอบหลักเป็นเเร่คุณภาพพรีเมียมและมีกลไกแบบ ClicFit™ ที่เป็นเอกลักษณ์ ออกแบบให้ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนหัวแปรงได้ ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์ม Loop จะทำการรีไซเคิลหัวแปรงที่ใช้แล้ว ทั้งจากแปรงแบบธรรมดาและแปรงแบบไฟฟ้า

Gillette

กว่า 115 ปี Gillette ได้ผลิตเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำและผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพเหนือคู่แข่ง ยกระดับการใช้ชีวิตของคุณผู้ชายกว่า 8 ร้อยล้านคนทั่วโลก สำหรับมีดโกนรุ่น Gillette Fusion5™ ProShield มาพร้อมบรรจุภัณฑ์แบบพรีเมียมสำหรับพกพาระหว่างเดินทาง ซึ่งนำมาแทนบรรจุภัณฑ์แบบปกติ โดยผู้บริโภคสามารถเก็บไว้ได้นอกเหนือจากด้ามจับ ชุดใบมีดสำหรับเปลี่ยนหนึ่งชุดสามารถใช้โกนหนวดได้สูงสุดหนึ่งเดือน และหากต้องการใบมีดชุดใหม่ คุณผู้ชายสามารถคืนใบมีดชุดเดิมได้ผ่านถุง Loop เพื่อนำไปรีไซเคิล

Gillette Venus

Gillette Venus แบรนด์ผลิตภัณฑ์มีดโกนสำหรับผู้หญิงอันดับ 1 ของโลก ก้าวไปอีกขั้นในการพาแบรนด์ Gillette Venus สู่การผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่และรีไซเคิลได้ 100% ตามวิสัยทัศน์ของแบรนด์ รวมถึงการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีความทนทานและยั่งยืน ที่จะสร้างความประทับใจให้ผู้หญิงทั่วโลก Gillette Venus ผลักดันให้เกิดการใช้มีดโกนที่มีด้ามจับที่มีความทนทาน และห่วงโซ่อุปทานใบมีดที่มีระบบรีไซเคิลตัว นวัตกรรมใหม่ล่าสุดของแบรนด์อย่างมีดโกนรุ่น Venus Platinum Extra Smooth เป็นรุ่นแรกของ Venus ที่มาพร้อมด้ามจับแบบโลหะ ออกแบบให้ถือถนัดมือ ทำให้สามารถควบคุมมีดโกนได้ง่ายขึ้นระหว่างโกน มีความแข็งแรงทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนานตลอดกิจวัตรความงามของคุณผู้หญิง หัวใบมีดประกอบด้วยใบมีดคุณภาพสูง 5 ชิ้น บรรจุอยู่ในตลับโลหะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เมื่อถึงเวลาเปลี่ยน คุณสามารถนำใบมีดไปใส่ลงในถุงผ้า Loop จากนั้น Loop จะทำหน้าที่เก็บและนำกลับไปรีไซเคิล ขณะที่ลูกค้าสามารถสั่งซื้อชิ้นใหม่ได้

Pampers และ Always

Pampers และ Always มีความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และเราเชื่อว่าเรามีบทบาทในการลดการสร้างขยะพลาสติก และต่อการสร้างเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน เราเป็นผู้ริเริ่มโปรแกรมรีไซเคิลที่ดีที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์สุขอนามัย ประกอบด้วย ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก และแผ่นอนามัยและผ้าอนามัยสำหรับผู้หญิง เพื่อมอบชีวิตใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ที่ถูกใช้แล้ว Pampers และ Always เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ซึมซับชนิดปลอดเชื้อแบรนด์แรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่มีความก้าวหน้าอย่างมากของ Fater ในการรีไซเคิลผ้าอ้อมสำเร็จรูปเพื่อนำมาพัฒนาเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูงขึ้น Fater คือบริษัทร่วมค้าภายใต้ P&G และ Angelini และผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ Pampers และ Always ในอิตาลี ภายใต้แพลตฟอร์มของ Loop เราจะทำการทดลองเทคโนโลยีนี้เป็นครั้งแรกกับกลุ่มลูกค้ากลุ่มหนึ่งในฝรั่งเศส ถังที่มีความทนทานและสามารถนำกลับมาใช้ได้สำหรับ AHPs จะถูกส่งไปยังบ้านของคุณ พร้อมกับผลิตภัณฑ์ Pampers และ Always ถังนี้ผ่านการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อการใช้งานหลาย ๆ ด้าน ปิดผนึกอย่างสนิทและมีตัวกรองคาร์บอนเพื่อป้องกันกลิ่น ใช้งานง่ายด้วยฝาปิดแบบหมุนที่ช่วยเพิ่มความสะดวก และมีการออกแบบอย่างสวยงามให้เข้ากับบ้านทุกสไตล์ คุณเพียงแค่ต้องนำผ้าอ้อมและผ้าอนามัยที่ใช้แล้วมาใส่ไว้ในถัง เมื่อถังเต็มแล้ว คุณสามารถแจ้งให้มาเก็บเพื่อนำไปทำความสะอาด ฆ่าเชื่อ ก่อนที่จะส่งกลับมาให้คุณอีกครั้ง พร้อมผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Pampers และ Always ผลิตภัณฑ์ซึมซับชนิดปลอดเชื้อของคุณที่ผ่านการใช้แล้วจัถูกส่งไปยังโรงงานโดยตรงเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป

เกี่ยวกับ Procter & Gamble

P&G ดูแลผู้บริโภคทั่วโลกด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความไว้วางใจอย่างสูง มีคุณภาพและเป็นแบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ Always®, Ambi Pur®, Ariel®, Bounty®, Charmin®, Crest®, Dawn®, Downy®, Fairy®, Febreze®, Gain®, Gillette®, Head & Shoulders®, Lenor®, Olay®, Oral-B®, Pampers®, Pantene®, SK-II®, Tide®, Vicks® และ Whisper® ชุมชน P&G ประกอบด้วยการดำเนินกิจการในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โปรดเยี่ยมชม http://www.pg.com เพื่อติดตามข่าวล่าสุดและข้อมูลเกี่ยวกับ P&G และแบรนด์ในเครือ

เกี่ยวกับ TerraCycle

TerraCycle คือบริษัทบริหารจัดการขยะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยภารกิจ idea of waste® TerraCycle ทำงานร่วมกับบริษัทผู้ผลิต ร้านค่าปลีก เมือง และสิ่งก่อสร้างผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคชั้นนำใน 21 ประเทศทั่วโลก ในการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปใช้แล้วไปจนถึงก้นกรองบุหรี่ที่อาจถูกกำจัดด้วยการเผาหรือฝังกลบ นอกจากนั้น TerraCycle ยังทำงานร่วมกับบริษัทผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคชั้นนำ เพื่อจัดการกับขยะที่ยากต่อการรีไซเคิล เช่น พลาสติกในมหาสมุทร ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ TerraCycle ได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนกว่า 200 รางวัล และบริจาคเงินมูลค่ากว่า 25 ล้านเหรียญให้แก่โรงเรียนและการกุศลต่าง ๆ นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ TerraCycle หรือเป็นส่วนหนึ่งกับโครงการรีไซเคิลของบริษัทได้ที่ www.terracycle.com

ดูเนื้อหาเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190124005087/en/

ติดต่อ:

Becky East
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ H&K Strategies
Becky.East@hkstrategies.com
+442074933093








Papa John’s แต่งตั้ง Marvin Boakye เป็นผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (Chief People Officer) คนแรก

Logo

หลุยส์วิลล์ เคนทักกี้–(บิสิเนสไวร์)–23 ม.ค.2019

Papa John's International, Inc. (NASDAQ: PZZA) หนึ่งใน บริษัท ส่งพิซซ่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศแต่งตั้ง Marvin Boakye ให้เป็นผู้บริหารสูงสุดคนแรกของบริษัท เขาจะทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของทีมผู้นำของ Papa John และจะรายงานต่อ Steve Ritchie ประธานและซีอีโอบริษัท

Boakye มีประสบการณ์ด้านทรัพยากรบุคคลมากกว่า 20 ปี ซึ่งรวมถึงความเชี่ยวชาญในการจัดการการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม (culture transformation) เขาเคยดำรงตำแหน่งป็นผู้นำด้านทรัพยากรมนุษย์สำหรับองค์กรต่าง ๆ ทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา และละตินอเมริกา Boakye ได้เข้ามาร่วมงานกับ Papa John หลังจากดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทปิโตรเลียม Andeavor ในเมืองซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส ซึ่งเพิ่งถูกซื้อกิจการโดย Marathon Petroleum ก่อนหน้า Andeavor เขาเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ MTS Allstream ซึ่งเป็นบริษัท โทรคมนาคมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Bell Canada และดำรงตำแหน่งอาวุโสด้านทรัพยากรบุคคลที่ Goodyear, Pulte Group และ The Home Depot

“ ความเชี่ยวชาญของ Boakye จะช่วยให้เราผลักดันให้ Papa John ก้าวไปข้างหน้าในการเปลี่ยนแปลงของเรา เพื่อให้เป็นสถานที่ที่ดีกว่าในการทำงานสำหรับสมาชิกในองค์กรและแฟรนไชส์ของเรา 120,000 คน” Steve Ritchie ประธานและ CEO ของ Papa John กล่าว “ ในการค้นหาผู้บริหารระดับสูงของเรา เป้าหมายของเราคือการระบุผู้นำการพัฒนาที่ความสามารถได้รับการพิสูจน์แล้ว และที่มีความพร้อม ความเชี่ยวชาญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงองค์กร ภูมิหลังอันน่าประทับใจของ Boakye จะเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญต่อกลยุทธ์การเติบโตของ Papa John โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรายังคงมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจของเรานอกทวีปอเมริกาเหนือต่อไป”

Boakye จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการนำกลยุทธ์การบริหารความสามารถ หรือ talent maangement ของบริษัท ซึ่งรวมถึงด้าน การปฏิบัติงานของบุคลากร ค่าตอบแทนและผลประโยชน์ และการเรียนรู้และพัฒนา เขาเข้ามาดำรงตำแหน่งแทนรองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการบุคลล Bob Smith ซึ่งเกษียณจาก Papa John's ในเดือนสิงหาคม 2018 หลังจากทำงานกับ บริษัทมา 15 ปี

เกี่ยวกับ Papa John's

Papa John's International, Inc. (NASDAQ: PZZA) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ใน หลุยส์วิลล์ เคนทักกี้ เป็นบริษัทส่งพิซซ่าที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ในปี 2018 ผู้บริโภคได้จัดอันดับให้ Papa John’s เป็นอันดับหนึ่งในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ ในหมู่บริษัทพิซซ่าในประเทศในดัชนีความพึงพอใจของลูกค้าชาวอเมริกัน (ACSI) ซึ่ง ผู้บริโภคได้จัดอันดับให้  Papa John's เป็นอันดับ 1 เป็นเวลา 17 ปีใน 19 ปีที่ผ่านมา ในดัชนี ACSI หรือ the American Customer Satisfaction Index  นี้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บริษัท หรือสั่งซื้อพิซซ่าออนไลน์ ไปที่ www.papajohns.com.

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190123005518/en/

ติดต่อ:

Madeline Chadwick

รองประธานฝ่ายสื่อสาร

(O) 502.261.4189

Madeline_Chadwick@papajohns.com

Nestlé Skin Health เปิดสำนักงานในมาเลเซีย

Logo

เพิ่มพื้นที่ในเอเชียแปซิฟิกผ่านพันธมิตรใหม่ในกัวลาลัมเปอร์

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–(บิสิเนสไวร์)–22 ม.ค. 2019

Nestlé Skin Health ผู้นำระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการนำเสนอโซลูชั่นด้านวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพผิวประกาศเปิดสำนักงานใหม่ในมาเลเซียซึ่งจะช่วยให้บริษัทเร่งการเติบโตในภูมิภาค

การเป็นพันธมิตรในมาเลเซียเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ บริษัท ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้นในขณะเดียวกันก็เป็นการเข้าหาโอกาสที่กำลังเติบโตในภูมิภาค

Can Ongen รองประธานและหัวหน้าฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศของNestlé Skin Health SA พูดเกี่ยวกับการเปิดสำนักงานในกัวลาลัมเปอร์ ว่า “ วิสัยทัศน์ของเราคือการเปลี่ยนวิธีที่โลกคิดเกี่ยวกับสุขภาพผิว ด้วยการเปิดตัวของบริษัทที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ครั้งนี้ผู้บริโภคและผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพในประเทศสามารถคาดหวังว่าโซลูชั่นด้านสุขภาพผิวที่ได้รับการพัฒนาเพื่อปกป้องให้บริการและปรับปรุงสุขภาพผิว ที่มากยิ่ง ๆ ขึ้น”

Fraser Halscheid หัวหน้าผู้จัดการเอเชียและผู้จัดการทั่วไปสิงคโปร์ของ Nestlé Skin Health กล่าวว่า“ การตัดสินใจขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และการเปิดบริษัทในเครือโดยเฉพาะนั้น เป็นขั้นตอนที่มีเหตุผลในกลยุทธ์สำหรับการเติบโตทางธุรกิจของเรา เราเชื่อว่าวิธีการที่เราอยู่ในตลาดเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากทีมงานในท้องถิ่นของเราจะช่วยให้เราสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับลูกค้าของเรามากขึ้นและเข้าใจถึงความแตกต่างและความต้องการของผู้บริโภคด้านสุขภาพผิวภายในประเทศ”

ศักยภาพทางการตลาดที่แข็งแกร่ง

ด้วยประชากรกว่า 30 ล้านคน มาเลเซียมีเศรษฐกิจที่หลากหลาย แลมีความต้องการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและการดูแลสุขภาพส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่บอบบางเป็นหมวดหมู่ที่กำลังมีการเติบโตของที่ดีโดยเฉพาะ1 นี่จึงเป็นการยืนยันถึงศักยภาพทางการตลาดที่แข็งแกร่งสำหรับ Nestlé Skin Health

ทั้งนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการตอกย้ำความนิยมในมาเลเซีย โดยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบรนด์ Cetaphil ได้รับรางวัล ' แบรนด์ที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุด ' จาก Watson ผู้ประกอบห้างร้าการดูแลสุขภาพและความงามที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย นอกจากนี้ในปี 2018 Guardian ได้มอบรางวัลให้ Cetaphil Baby เป็น 'แบรนด์ที่ได้รับการโหวตมากที่สุดแห่งปี' ในหมวดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเด็ก

Nael Itani ผู้จัดการทั่วไปของอินโดนีเซียและตลาดส่งออกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นผู้นำทางพันธมิตรใหม่ภายใต้การควบคุมดูแลของหัวหน้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หัวหน้า Fraser Halscheid ส่วนสำนักงานในกรุงกัวลาลัมเปอร์จะมีทีมงานในท้องถิ่นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการค้า Cindy Tiu เป็นผู้ดูแล ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากเพื่อนร่วมงานจาก Nestlé Skin Health ในภูมิภาค ทีมงานตื่นเต้นมากเกี่ยวกับโอกาสที่จะนำธุรกิจไปสู่อีกระดับในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้

เกี่ยวกับ Nestlé Skin Health

พันธกิจของเนสท์เล่สกินเฮลท์คือการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการนำเสนอโซลูชั่นที่เน้นวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพของผิวหนัง เส้นผม และเล็บ ในฐานะหนึ่งในบริษัทผู้นำของหมวดหมู่นี้ Nestlé Skin Healthดำเนินการวิจัยผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดยั้งเพื่อให้บริการชุมชนและผู้บริโภคในด้านการดูแลสุขภาพด้วยความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อปกป้องและปรับปรุงสุขภาพผิว

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม www.nestleskinhealth.com

1 ที่มา: Nielsen YTD พ.ย. 2018 (ค่า)

ดูเวอร์ชันแหล่งที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190121005188/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ

Sébastien Cros หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร,

 info@nestleskinhealth.com

Keio Plaza Hotel จัดงาน“ Hina-matsuri (เทศกาลตุ๊กตาหญิง)” – ด้วยเครื่องประดับอันงดงามแขวนประดับไว้ 6,800 ชิ้นและพิธีชงชา

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–16 มกราคม 2019

โรงแรม Keio Plaza Tokyo (KPH) หนึ่งในโรงแรมนานาชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ที่ชินจูกุ โตเกียวเตรียมจัดงานที่มีชื่อว่า“ Hina-matsuri ผ่านวัฒนธรรมพิธีชงชาและศิลปะการแขวน” เพื่อเชิญให้แขกมาร่วมเฉลิมฉลองงานเทศกาลตุ๊กตาหญิงหรือ "Hina-matsuri" ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของญี่ปุ่น  ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ถึงวันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคมในปี 2019 จะมีการจัดแสดงผลงานศิลปะที่แขวนอยู่ในล็อบบี้และรายการอาหารพิเศษที่ร้านอาหารของเรา  นอกจากการจัดแสดงตุ๊กตาทำด้วยมือที่งดงามและหรูหรากว่า 6,800 ชิ้นและการตกแต่งแบบดั้งเดิมอื่นๆ ในงานนี้แล้ว โรงแรมของเรายังจะแสดงรายการศิลปะแบบดั้งเดิมและประวัติศาสตร์ที่ใช้ในพิธีชงชาญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการอบรมทางวัฒนธรรมของผู้หญิงญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยเมจิ (1868 ถึง 1912)

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูตัวเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190116005191/th/

About 6,800 hanging decorative art ornaments meticulously hand stitched from cloth of old silk kimon ...

เครื่องประดับประมาณ 6,800 ชิ้นที่เย็บจากชุดกิโมโนและตุ๊กตาไม้แบบดั้งเดิมได้ถูกแขวนไว้ล้อมรอมตุ๊กตาจักรพรรดิ จักรพรรดินีสุภาพ คนรับใช้ และนักดนตรีถูกจัดวางไว้ในล็อบบี้หลักของโรงแรมเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตุ๊กตาหญิง (ภาพ: บิสิเนสไวร์)

เครื่องประดับแขวนที่เป็นงานศิลปะอย่างปราณีตที่เย็บจากมือโดยใช้ผ้าชุดกิโมโนผ้าไหมโบราณโดยศิลปินผ้าห่มชื่อดัง Mitsuyo Matsuo และสมาชิก 90 คนในกลุ่มศิลปิน Himawari ของจะถูกจัดแสดงในงานนี้   เครื่องประดับเหล่านี้ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันสำหรับนิทรรศการนี้และสะท้อนถึงความหวังด้านสุขภาพและความสุขให้กับเด็กๆ  ตัวอย่างได้แก่ การตกแต่งที่สร้างขึ้นสำหรับนิทรรศการนี้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ต่างๆ  เช่น ลิงที่มีความสามารถในการปัดเป่าหายนะ เป็ดแมนดารินที่สะท้อนถึงความรักระหว่างคู่สมรส และหมอนที่เป็นตัวแทนให้เด็กได้หลับสบายและเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง  นอกจากนี้ตุ๊กตาไม้ Mataro ดั้งเดิมจากศาลเจ้า Kamikamo ในเกียวโตจะถูกจัดแสดงพร้อมกับการจัดแสดงผลงานศิลปะจะถูกแขวนไว้สูง 3.3 เมตรในบริเวณล็อบบี้หลักชั้นสามเพื่อต้อนรับแขกที่มาพักที่โรงแรมของเรา 

งานนิทรรศการวัฒนธรรมพิธีชงชาจะจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับศาสตราจารย์ Hiroichi Tsutsui แห่งมหาวิทยาลัยเกียวโตและจัดแสดงถ้วยชาช้อนชา ไม้ไผ่ ภาชนะใส่น้ำ และเครื่องมือที่มีค่าและสวยงามอื่นๆ ที่ใช้ในพิธีชงชาแบบดั้งเดิม   นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงรายการพิธีชงชาอื่นๆ  เช่นเครื่องประดับห้องนั่งเล่น ธูป และรูปภาพม้วนของกระจุกกระจิกญี่ปุ่นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความงามทางวัฒนธรรมและความงามที่สะท้อนในพิธีชงชาญี่ปุ่น

นอกจากนี้ยังมีรายการเมนูพิเศษเพื่อรำลึกถึง“ Hina-matsuri (Girls 'Doll Festival)” ที่ร้านอาหารเก้าแห่งของเราในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2562

เก็บเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับของ businesswire.com: https: / https://www.businesswire.com/news/home/20190116005191/en/

ติดต่อ:

Keio Plaza Hotel Tokyo

Keiko Kawashima, + 81-3-5322-8010

ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์

keiko-kawashima@keioplaza.co.jp

ฮ่องกงแอร์ไลน์ สนามบินโอซาก้า และสนามบินโตเกียวฮาเนดะเป็นผู้นำในเอเชียแปซิฟิกด้านความตรงต่อเวลาในปี 2561

Logo

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–04 มกราคม 2019

อีกครั้งหนึ่งที่สายการบินฮ่องกงเป็นสายการบินที่ตรงต่อเวลาที่สุดในเอเชียแปซิฟิกและเป็นอันดับสามของโลกตามรายงานของ OAG Punctuality League 2019 ซึ่งเป็นการจัดอันดับประจำปีที่ครอบคลุมมากที่สุดเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานตามเวลา (OTP) สำหรับสายการบินและสนามบินทั่วโลก

ผลลัพธ์ที่สำคัญ ได้แก่:

  • ฮ่องกงแอร์ไลน์ (อันดับ 3), บางกอกแอร์เวย์ส (5), แควนตัสแอร์เวย์ส (6) อยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก
  • เจแปนแอร์ไลน์และ ANA อยู่ในอันดับที่ 2 และ 3 ในหมวดหมู่ของสายการบินระดับโลก
  • โตเกียวฮาเนดะติดอันดับต้นๆ ของโลกสำหรับสนามบินขนาดใหญ่มาก โอซาก้าติดอันดับสนามบินขนาดใหญ่ โดยมีซัปโปโรและฟุกุโอกะติด 10 อันดับแรก
  • สามสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของจีน ไชนาเซาเทิร์น (15) ไชนาอีสเทิร์น (17) และแอร์ไชนา (19) มีการปรับปรุง OTP อย่างมากในปี 2018
  • สามสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส แอร์แอสตานา และโซลาซีด ติด 10 อันดับแรกของเอเชียแปซิฟิกสำหรับ OTP เป็นครั้งแรก
  • สายการบินอินดิโกของอินเดียอยู่ในอันดับที่ 7 ของโลกสำหรับ LCCs ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่น่าประทับใจเนื่องจากให้บริการเพิ่มขึ้น 28% ในปี 2018 เมื่อเทียบกับปี 2017

Mayur Patel ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาค JAPAC สำหรับ OAG กล่าวว่า “ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นตลาดผู้โดยสารทางอากาศที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกด้วยจำนวนเที่ยวบิน 12.6 ล้านเที่ยวบินในปี 2018 เพิ่มขึ้น 6.3% จากปี 2017  นอกจากนี้ ยังมีที่นั่ง 2.1 พันล้านที่นั่งวางจำหน่ายทั่วทั้งปีซึ่งเพิ่มขึ้น 7.3%  ด้วยแรงกดดันอย่างต่อเนื่องที่มีต่อการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานและการบริการ สายการบินและสนามบินชั้นนำของภูมิภาคได้ประสบความสำเร็จในแง่มุมที่สำคัญของประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจของพวกเขา”

ดูผลเต็มรูปแบบและดาวน์โหลดสำเนาของรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่

การจัดอันดับสายการบินเอเชียแปซิฟิกด้านความตรงต่อเวลาตรงเวลา (OTP)

Rank

Airlines

OTP 2018

1

ฮ่องกงแอร์ไลน์

88.11%

2

บางกอกแอร์เวย์ส

87.16%

3

แควนตัสแอร์เวย์ส

85.65%

4

ออลนิปปอนแอร์เวย์ส

84.43%

5

เจ็ทสตาร์เอเชีย

84.13%

6

เจแปนแอร์ไลน์

83.99%

7

แอร์แอสตานา

83.52%

8

สิงคโปร์แอร์ไลน์

83.46%

9

โซลาซีด

82.90%

10

อินดิโก

81.70%

เกี่ยวกับ OAG

OAG เป็นผู้ให้บริการข้อมูลการเดินทางชั้นนำระดับโลกที่เสริมสร้างการเติบโตและนวัตกรรมของระบบนิเวศการเดินทางทางอากาศตั้งแต่ปี 1929

โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร OAG มีการดำเนินงานทั่วโลกในสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ลิทัวเนีย และจีน

www.oag.com

ดูเวอร์ชันต้นฉบับของ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190103005542/en/

ติดต่อ:

Caroline Mather

OAG

Email: pressoffice@oag.com

MORI Building DIGITAL ART MUSEUM: teamLab Borderless ในโตเกียว ต้อนรับผู้เข้าชม 1 ล้านคนภายใน 5 เดือน โดย 1 ใน 3 ของผู้เข้าชมเดินทางมาจากต่างประเทศ

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–21 ธันวาคม 2561

MORI Building DIGITAL ART MUSEUM: teamLab Borderless พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานศิลปะในรูปแบบดิจิทัลในกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Mori Building และกลุ่ม teamLab ได้ต้อนรับผู้เข้าชมมากถึงหนึ่งล้านคน ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2561

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20181221005198/en/

นับตั้งแต่เปิดให้เข้าชมครั้งแรกเมื่อห้าเดือนก่อน ในวันที่ 21 มิถุนายน 2561 พิพิธภัณฑ์ teamLab Borderless ได้ต้อนรับผู้เข้าชมมาแล้วหนึ่งล้านคน พิพิธภัณฑ์ที่กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของกรุงโตเกียวนี้ เฉลิมฉลองความสำเร็จนี้ด้วยการจัดกิจกรรม “One Millionth Visitor Ceremony” ซึ่งผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์คนที่หนึ่งล้าน ได้แก่ นางสาว Nikky Parker และครอบครัวของเธอจากประเทศออสเตรเลีย ได้รับมอบบัตรผ่าน “Borderless Passport” สำหรับเข้าชม teamLab Borderless ได้ฟรีโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่มีวันหมดอายุ (ห้ามจำหน่าย)

บทสัมภาษณ์จากผู้เข้าชม:
“ฉันทราบเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ผ่านทาง SNS และอยากมาสัมผัสประสบการณ์โลกอันสวยงามที่ฉันไม่เคยพบเห็นมาก่อนด้วยตัวเอง ฉันจึงเดินทางมาที่นี่พร้อมคู่หมั้นและคุณพ่อคุณแม่ของฉัน ฉันได้ยินมาว่างานศิลปะที่นี่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ดังนั้นฉันจึงอยากจะใช้บัตรผ่าน Borderless Passport มาชมที่นี่บ่อย ๆ ค่ะ”

[ชื่อเสียงระดับนานาชาติ]

  • จากการทำโพลสำรวจ (*1) พบว่า ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์เป็นผู้ที่อยู่ในช่วงวัยตั้งแต่หนุ่มสาวไปจนถึงผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มครอบครัว และหนึ่งในสามของผู้เข้าชมเดินทางมาจากต่างประเทศ นอกจากนี้ พบว่าครึ่งหนึ่งของผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์จากต่างประเทศตอบแบบสำรวจว่าพวกเขา “เดินทางมายังโตเกียวโดยมีจุดประสงค์เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์”
  • พิพิธภัณฑ์ teamLab Borderless ได้รับรางวัล “THE AWARDS FOR OUTSTANDING ACHIEVEMENT” จาก “Themed Entertainment Association” (*2) เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 สำหรับในประเทศญี่ปุ่น การมอบรางวัลเชิดชูเกียรติดังกล่าวทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ในระดับเดียวกับ Tokyo Disneysea และ Universal Studios Japan™ ซึ่งได้รับรางวัลเดียวกัน

(*1) เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ถึง 2 พฤศจิกายน 2561 / มีผู้ตอบแบบสำรวจ 1,237 คน
(*2) Themed Entertainment Association: เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรซึ่งตั้งอยู่ในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้จัดอันดับต่าง ๆ เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ และสถานที่ด้านความบันเทิงต่าง ๆ

[แนวคิดของ teamLab Borderless]
เดินทาง สำรวจ ค้นพบ ในโลกไร้พรมแดนที่มีเพียงหนึ่งเดียว

teamLab Borderless คืองานศิลปะซึ่งสร้างโลกไร้พรมแดนที่มีเพียงหนึ่งเดียว งานศิลปะที่อยู่นอกห้อง สื่อสารกับงานศิลปะชิ้นอื่น ๆ สร้างอิทธิพล และบางครั้งผสมผสานกันอย่างไร้ขอบเขต

ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับศิลปะที่ไร้ขอบเขต ในโลกสามมิติขนาด 10,000 ตารางเมตร ที่มีความใหญ่โตและสลับซับซ้อน เดินทาง สำรวจอย่างมีจุดหมาย ค้นพบ และสร้างโลกใหม่ไปพร้อมผู้คนจากทั่วโลก

[เอกสารสำหรับสื่อ]
https://goo.gl/MpzVss

ดูต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20181221005198/en/

[ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ]
teamLab
Kaori Oshima
lab-pr@team-lab.com

การขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์: https://goo.gl/forms/ZghO2ukUoFmmyVNl1
ฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์ teamLab: https://www.teamlab.art/contact/