คณะกรรมการท่องเที่ยวเกาหลี หรือ Visit Korea Committee : โปรแกรมการท่องเที่ยว กิจกรรม ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน ราคาโปรโมชัน ณ Korea Grand Korea 2020

Logo

มาเที่ยวเกาหลีและเพลิดเพลินไปกับการชอปปิง วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว!

โซล, เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–15 ต.ค. 2562

Korea Grand Sale 2020 เทศกาลชอปปิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวประจำปีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะจัดขึ้นโดยคณะกรรมการท่องเที่ยวเกาหลี เป็นเวลา 45 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคมถึงวันพฤหัสบดีที่ 29 กุมภาพันธ์ (วันเสาร์) ในปีหน้าทั่วประเทศ

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20191007005327/en/

Korea Grand Sale 2020, an annual shopping, culture, and tourism festival for foreign tourists, will be held by the Visit Korea Committee for 45 days from January 16 to February 29 next year across the country. The 100-day countdown to the grand opening of the event began with promotions under its catchphrase “Inviting You to the Korea Grand Sale.” (Graphic: Business Wire) Korea Grand Sale 2020 เทศกาลชอปปิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวประจำปีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นโดยคณะกรรมการท่องเที่ยวเกาหลี เป็นเวลา 45 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคมถึง 29 กุมภาพันธ์ปีหน้าทั่วประเทศ การนับถอยหลัง 100 วันสู่การเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ของเหตุการณ์เริ่มต้นด้วยโปรโมชั่นภายใต้คำขวัญ“ เชิญชวนคุณเข้าร่วมงานเกาหลีแกรนด์เซล” (รูป: Business Wire)

การนับถอยหลัง 100 วันสู่การเปิดงานยิ่งใหญ่ ซึ่งมาพร้อมกับสโลแกน“ เชิญคุณเข้าร่วมงาน เกาหลีแกรนด์เซล หรือ Inviting You to the Korea Grand Sale”

โปรโมชัน early bird รับส่วนลดสูงสุดถึง 95 เปอร์เซ็นต์สำหรับตั๋วที่ขายโดยสายการบินเกาหลีแปดแห่ง สำหรับเที่ยวบินมายังเกาหลีจากต่างประเทศประมาณ 100 เส้นทาง โปรโมชันโรงแรมมอบส่วนลดสูงสุดถึง 80 เปอร์เซ็นต์พร้อมส่วนลดพิเศษ 10 เปอร์เซ็นต์สำหรับห้องพัก ณ โรงแรมประมาณ 200 แห่งในเกาหลี โปรโมชันเหล่านี้จะเพิ่มความสุขให้นักเดินทางที่จะมาเกาหลี

โปรแกรมความสนุกสนานมากมายที่นำเสนอประสบการณ์ตรงผ่าน K-pop วัฒนธรรมเกาหลีและเนื้อหา K-Wave (ฮันรยู) ได้ถูกเตรียมการเอาไว้ โปรแกรมเหล่านี้รวมไปถึงโปรแกรมเทรนนิ่ง K-pop Star โปรแกรม K-beauty tryout ทัวร์ชิมอาหารเกาหลีและกิจกรรมในร่ม / กลางแจ้งสำหรับฤดูหนาว โปรแกรมต่าง ๆ เหล่านี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากได้เป็นแน่

รายละเอียดมีอยู่ที่โฮมเพจอย่างเป็นทางการของ Korea Grand Sale (http://www.koreagrandsale.co.kr/en/)

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191007005327/en/

ติดต่อ:

Visit Korea Committee

Kim Mun Joo ผู้จัดการฝ่ายการตลาด

+ 82-2-6272-7307

onlyou6@vkc.or.kr

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

งานแว่นตานานาชาติฮ่องกงพร้อมเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน

Logo

ฮ่องกง–(บิสิเนสไวร์)–08 ต.ค. 2562

งาน HKTDC Hong Kong International Optical Fair ครั้งที่ 27 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 พ.ย. 2562 ที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง  โดยงานปีนี้จะมีผู้แสดงสินค้าประมาณ 800 รายจาก 20 ประเทศและภูมิภาค

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20191007005884/en/

(Photo: Business Wire)

(ภาพ: บิสิเนสไวร์)

ตลาดแบรนด์พรีเมียร์ขยายขอบเขตตลาดทั่วโลก

งานปีนี้มีพาวิลเลี่ยนกลุ่มตัวแทนจากฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน นักวิสัยทัศน์สไตล์ (Visionaries of Style – VOS) และสมาคมผู้ผลิตแว่นตาแห่งฮ่องกง (Hong Kong Optical Manufacturers Association – HKOMA)  พาวิลเลี่ยนจีนแผ่นดินใหญ่จะรวบรวมผู้แสดงสินค้าจาก Yingtan ของมณฑลเจียงซี, Danyang ของมณฑลเจียงซู, Mayu ของมณฑลเจ้อเจียงและฉงชิ่ง  งานปีที่แล้วได้ดึงดูดผู้ซื้อมากกว่า 16,800 รายจาก 111 ประเทศและภูมิภาค โดยยืนยันถึงสถานะที่โดดเด่นของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางธุรกิจแว่นตาระดับโลก

การสร้างการรับรู้แบรนด์

แกลลอรี่แบรนด์เนมจะประกอบด้วยแบรนด์ที่มีชื่อเสียงกว่า 200 แบรนด์จากทั่วโลก  แบรนด์จัดแสดงใหม่ปีนี้ได้แก่ Absolute Vintage Eyewear (ฮ่องกง), NANOVISTA (สเปน), PUGNALE (อิตาลี) และอีกมากมาย  แบรนด์ต่างประเทศที่มีชื่อเสียงอื่นๆ เช่น Etnia Barcelona (สเปน), Markus-t (เยอรมนี), Matsuda (ญี่ปุ่น), Minima (ฝรั่งเศส), Savile Row (สหราชอาณาจักร) Stepper (เยอรมนี) ฯลฯ จะจัดแสดงในงาน  ในงานจะมีพาเหรดแว่นตาโดยแบบอาชีพเพื่อแสดงสไตล์แว่นตาที่หลากหลาย

คอนแทคเลนส์กำลังได้รับความนิยม

ความต้องการคอนแทคเลนส์ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก  โซน “คอนแทคเลนส์และอุปกรณ์เสริม” ได้กลับมาในปีนี้เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยตั้งอยู่ที่ชั้น 2 Mezzanine เพื่อความสะดวกในการหาซื้อ

งายยังมีโซนธีมอื่นๆ ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์หลากหลาย ตั้งแต่แว่นตามืออาชีพ อุปกรณ์เสริม กรอบแว่น เลนส์ เครื่องมือวินิจฉัย และเครื่องมือวัดสายตา

การพูดคุยถึงแนวโน้ม

หนึ่งในไฮไลท์ – การประชุมนานาชาติ Hong Kong International Optometric Symposium ครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นโดย HKTDC, HKOA และ HK PolyU จะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากนิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย จีนแผ่นดินใหญ่ และฮ่องกงเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกในหัวข้อ “ความก้าวหน้าในด้านทัศนมาตรศาสตร์”  กิจกรรมอื่นๆ เช่นการสัมมนาเทรนด์และฟอรัมจะจัดขึ้นเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมได้จับตาดูการพัฒนาอุตสาหกรรมล่าสุด

ผู้ค้าขายสามารถลงทะเบียนเพื่อรับบัตร e-Badge ฟรี:

https://bit.ly/2IzE5gm

ดูต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191007005884/en/

สอบถามข้อมูล:
Hong Kong Trade Development Council
Cathy Li: cathy.hm.li@hktdc.org

ลิ้มรสอาหาร ได้ประสบการณ์ และเที่ยวสนุกไปกับเทศกาลบิบิมบับที่เมืองจอนจูปี 2562 ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 9 ตุลาคม

Logo

เมืองจอนจู, เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–04 ต.ค. 2562

จอนจู เมืองแห่งการทำอาหารสร้างสรรค์แห่งยูเนสโกจะจัด เทศกาลบิบิมบับเมืองจอนจูปี 2562 ซึ่งจะเป็นเทศกาลที่นำเสนอรสชาติและเสน่ห์แบบดั้งเดิมของเกาหลี

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20191004005154/en/

Jeonju city hosts the 2019 Jeonju Bibimbap Festival, a fiesta of traditional Korean taste and charm. Under the slogan of “Mixing excitingly! Enjoying deliciously!” the festival will be held around Jeonju from October 9 to 12. A UNESCO Creative City of Gastronomy, Jeonju is a city that boasts a well-preserved traditional Korean culture and a lot of tourist attractions. Bibimbap is white rice mixed with all sorts of vegetables, minced beef and hot pepper paste. Jeonju Bibimbap is the most popular Bibimbap both in and out of the country. The photo is an eye-catching signature ceremony of Jeonju Bibimbap Festival, a large amount of rice and other ingredients are mixed in a jumbo bowl to make Bibimbap for about 5,000 servings at a time. (Photo: Business Wire)

เมืองจอนจูเป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลบิบิมบับเมืองจินจูปี 2562 โดยจะเป็นเทศกาลที่นำเสนอรสชาติและเสน่ห์แบบเกาหลีดั้งเดิม ภายใต้สโลแกน "การผสมผสานที่น่าตื่นเต้น! เพลิดเพลินไปกับความอร่อย!” โดยเทศกาลจะจัดขึ้นรอบ ๆ เมืองจอนจูตั้งแต่วันที่ 9 ถึง 12 ตุลาคมเมืองจอนจูได้ถูกยกให้เป็นเมืองแห่งการทำอาหารที่สร้างสรรค์ของยูเนสโก โดยจอนจูเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมเกาหลีดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีและมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ส่วนบิบิมบับ (Bibimbap) เป็นข้าวจ้าวขาวผสมกับผักหลายประเภท เนื้อสับ และซอสพริก โดยบิบิมบับของจอนจูเป็นบิบิมบับที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั้งในและนอกประเทศ ภาพถ่ายข้างบนนี้คือภาพพิธีการที่เป็นที่จดจำของเทศกาลบิบิมบับจอนจู โดยข้าวจ้าวจำนวนมากและส่วนผสมอื่น ๆ ถูกผสมในชามขนาดยักษ์เพื่อทำให้บิบิมบับพร้อมเสิร์ฟประมาณ 5,000 จานต่อครั้ง (รูปภาพ: Business Wire)

ภายใต้สโลแกนของ “การผสมอย่างตื่นเต้น! เพลิดเพลินกับความโอชะของอาหาร!" เทศกาลจะจัดขึ้นในหมู่บ้านจอนจูฮันอก, หมู่บ้านศิลปะ Seohakdong, ตลาดจอนจูนัมบูและสถานที่อื่น ๆ ภายในและรอบ ๆ จอนจู ตั้งแต่วันที่ 9 ถึง 12 ตุลาคม

จอนจูเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมเกาหลีดั้งเดิม แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเอเชีย บิบิมบับเป็นข้าวขาวผสมกับผักทุกประเภทเนื้อสับและซอสพริกไทย บิบิมบับเมืองจอนจูเป็นบิบิมบับที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั้งในและนอกประเทศ

เทศกาลจะมีอาหารดั้งเดิมอื่น ๆ อีกมากมายของจอนจู และจะมีการจัดโต๊ะอาหารแบบดั้งเดิมเพื่อแสดงฉากในอดีตที่ผู้ว่าราชการจังหวัด Jeolla ต้อนรับแขกต่างชาติของพวกเขาในสมัยราชวงศ์โชซอน ตามบันทึกของชาวต่างชาติที่มาเยี่ยมจังหวัดนี้ 135 ปีที่แล้ว

จอนจูตั้งอยู่ในจังหวัด Jeolla และอาหารที่เสิร์ฟบนโต๊ะสำหรับผู้ว่าราชการสมัยก่อนถือเป็นรากฐานของอาหารจอนจูในปัจจุบัน

ในพิธีที่เป็นที่สะดุดตานี้จะใช้ข้าวจำนวนมากและส่วนผสมอื่น ๆ ซึ่งจะถูกผสมในชามขนาดจัมโบ้เพื่อทำ บิบิมบับสำหรับการเสิร์ฟประมาณ 5,000 จานต่อครั้ง นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมความสนุกสนานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้เข้าชม รวมถึงเกมที่ทำให้ได้รับรางวัลส่วนผสมบิบิมบับกับผู้ชนะรางวัลและยังมีการประกวดการทำอาหารอีกด้วย

งานเลี้ยงแบบดั้งเดิมและการแสดงทางวัฒนธรรมพร้อมต้อนรับท่านแล้ว โดยเด็กประมาณ 1,000 คนจะได้รับโอกาสให้ลองทำบิบิมบับด้วยตนเอง เทศกาลจะจัดแสดงเครื่องใช้ที่เหมาะสมที่ใช้ทำบิบิมบับของเมืองจอนจูและเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่ทำขึ้นในเมืองอินชอน ซึ่งเป็นเมืองแห่งงานฝีมือของยูเนสโกในจังหวัดคยองกี ประเทศเกาหลี และเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น ในมณฑลเจียงซี ประเทศจีน

“บิบิมบับเมืองจอนจูเป็นหนึ่งในอาหารเกาหลีที่โด่งดังที่สุดที่คนทั่วโลกชื่นชอบ ผมหวังว่าทุกคนจะเพลิดเพลินไปกับอาหารจอนจูที่หลากหลาย รวมไปถึงบิบิมบับและโปรแกรมความสนุกสนานมากมายในงานเทศกาลจอนจูบิบิมบับในปี 2562” นายกเทศมนตรี Kim Seung-su กล่าว

ในขณะเดียวกันก็จะมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายซึ่งจะจัดขึ้นที่จอนจูในเดือนตุลาคม เช่น งาน Jeonju World Slowness Forum and Slowness Award (1-2 ตุลาคม), งานหนังสือ (4-6 ตุลาคม), งานเทศกาล Sori Jeonju International Sori ปี 2562, เวทีโลกสำหรับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (10-12 ตุลาคม) และการประชุมระหว่างประเทศครั้งที่ 5 เรื่องเศรษฐศาสตร์ความสุข the 5th International Conference on the Economics of Happiness (15-17 ตุลาคม)

ติดต่อ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191004005154/en/

เมืองจอนจู

Tourism Industry Division

Park Jeongmin

+ 82-63-281-2381

DOROCY17@korea.kr

http: / /www.bibimbapfest.com




ZHIYUN ประกาศเปิดตัวแกนยึดโทรศัพท์มือถือ SMOOTH-Q2

Logo

การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของแกนยึดโทรศัพท์ที่มีความอเนกประสงค์สูงสุด สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างสรรค์งานระดับผู้ผลิตภาพยนตร์

เชินเจิ้น, จีน–(BUSINESS WIRE)–1 ตุลาคม 2562

Zhiyun ผู้ผลิตแกนยึดอุปกรณ์มือถือชั้นนำของโลก มีความยินดีที่จะประกาศให้ทราบถึงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ SMOOTH-Q แกนยึดโทรศัพท์มือถือขนาดพกพาน้ำหนักเบา หลังประสบการเปิดตัวแคมเปญ Kickstarterded ได้รับความสำเร็จจากการตอบรับของลูกค้าที่เหนือความคาดหมายเเละเกินเป้าที่ตั้งไว้ Zhiyun รู้สึกความภาคภูมิใจที่จะได้นำผลิตภัณฑ์รุ่น SMOOTH-Q2 ออกสู่ตลาดต่อไป

(Graphic: Business Wire)

(กราฟิก: Business Wire)

เพียงแค่มีสมาร์ตโฟนและ SMOOTH-Q2 ผู้ใช้สามารถสนุกกับการถ่ายทำภาพยนตร์ได้อย่างสร้างสรรค์ และขยายขีดความสามารถในการเปลี่ยนสมาร์ตโฟนทั่วไปให้เป็นกล้องระดับมืออาชีพให้กว้างขึ้นได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

SMOOTH-Q2 ไม่ใช่แค่แกนยึดโทรศัพท์มือถือทั่วไป ด้วยคุณสมบัติที่มีขนาดเล็กกะทัดรัดแต่แข็งแรงเป็นพิเศษ มาพร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 17 ชั่วโมง พอร์ต micro USB ที่ช่วยให้แกนยึดมือถือนี้ทำหน้าที่เป็นแบตสำรองให้โทรศัพท์ของคุณได้ในตัว ผลิตภัณฑ์รุ่น SMOOTH-Q2 สามารถเชื่อมต่อกับกล้องในโทรศัพท์มือถือสำหรับทั้งระบบ iOS หรือ Android รองรับทั้งการถ่ายภาพและวิดีโอ คุณสามารถใช้เทคนิคพิเศษอย่าง timelapse, vertigo shoot, object tracking, panorama ได้เช่นเดียวกับผู้ผลิตภาพยนตร์มืออาชีพ นอกจากนี้ยังมีโหมด full-range POV และ vortex ให้คุณถ่ายทอดสไตล์การถ่ายทำภาพยนต์ในแบบคุณ

ตามที่เปิดเผยไปในเเคมเปญ Kickstarter ผลิตภัณฑ์รุ่น SMOOTH-Q2 มีไฟ LED พร้อมโหมดอัตโนมัติ ด้ามจับที่ติดตั้งได้ง่ายและปรับหมุนได้ห้าทิศทาง ปุ่มถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอ และรองรับอุปกรณ์ที่มีรูสลักขนาด ¼ นิ้ว SMOOTH-Q2 เป็นแกนยึดโทรศัพท์มือถือขนาดกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบา ผลิตจากอลูมิเนียมผสมอัลลอย ขณะที่มอเตอร์ได้รับการยกระดับประสิทธิภาพด้านความทนทาน ความน่าเชื่อถือ และอายุการใช้งานให้มากขึ้น

SMOOTH-Q2 คือเพื่อนคู่ใจของผู้ที่ชอบสร้างสรรค์วิดีโอ รวมถึงใครก็ตามที่ต้องการใช้แกนยึดโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ช่วยจับภาพวิวทิวทัศน์ที่งดงามได้อย่างสร้างสรรค์และได้ภาพที่ไม่สั่นไหว รวมถึงบันทึกภาพเคลื่อนไหวโดยที่ภาพไม่สั่นหรือเบลอ คุณไม่ต้องรู้สึกกังวลหรือเบื่อหน่ายกับการถ่ายภาพที่ไม่ได้ดังใจอีกต่อไป เพราะ SMOOTH-Q2 พร้อมช่วยคุณ

ข้อมูลและวิดีโอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SMOOTH-Q2 โปรดชมที่หน้าผลิตภัณฑ์แกนยึดมือถือบนเว็บไซต์ของเราที่ https://www.zhiyun-tech.com/smoothq2/en

Watch the Smooth-Q2 video

ราคาและการวางจำหน่าย

ผลิตภัณฑ์รุ่น Smooth Q2 วางจำหน่ายในราคา 129 ดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นราคาขายปลีกที่แนะนำ ณ ตัวแทนจำหน่ายด้านล่างนี้:

สิงคโปร์: http://bit.ly/zhiyunSG

อินโดนีเซีย: http://bit.ly/zhiyunID

มาเลเซีย: http://bit.ly/zyfbmy

เกี่ยวกับ Zhiyun

Zhiyun Tech เป็นผู้บุกเบิกและผู้นำระดับโลกที่พัฒนาแกนยึดและอุปกรณ์ลดความสั่นไหวสำหรับทั้งผู้ผลิตภาพยนตร์มืออาชีพและผู้ที่ต้องการสร้างสรรค์วิดีโอทั่วไป โซลูชันที่ล้ำสมัยและความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ Zhiyun สนับสนุนความคิดที่ว่าใครก็สามารถเป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ได้หากมีแกนยึดที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ถ่ายทำของพวกเขา เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Zhiyun Tech ได้ที่ www.zhiyun-tech.com หรือติดตามเราได้ที่ Facebook:@ZhiyunGlobal หรือ Instagram: @Zhiyun_Tech

ดูคลังภาพ/มัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52102373/en

ติดต่อ:

Nikki Li
+86 18826046902
nikki@zhiyun-tech.com

Keio Plaza Hotel Tokyo ร่วมกับโรงละครโนแห่งชาตินำเสนอวัฒนธรรมละครโนของญี่ปุ่นสู่โลก

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–27 ก.ย. 2562

Keio Plaza Hotel Tokyo (KPH) หนึ่งในโรงแรมนานาชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในชินจูกุ โตเกียวจะจัดงานพิเศษและนิทรรศการศิลปะการแสดงแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียกว่า “โน” ระหว่างวันที่ 27 กันยายนถึง 27 พฤศจิกายน 2562  นิทรรศการนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับโรงละครโนแห่งชาติ โดยได้จัดงานนี้เป็นครั้งที่สี่  นิทรรศการในปีนี้จัดทำขึ้นตามบทกวีทางประวัติศาสตร์ “Tale of the Heike” ที่แสดงถึงการต่อสู้ระหว่างกลุ่ม Heike และกลุ่ม Minamoto เพื่อครองญี่ปุ่นและการเฟื่องฟูและอวสานของตระกูล Taira (Heike)  นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ประกอบฉากอันมีค่า ศิลปะและวรรณกรรมมากมาย รวมถึงหน้ากากที่ทำจากไม้ เครื่องแต่งกาย และรายการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับละครโนจาก Tale of the Heike ที่จะจัดแสดง  การแสดงโนสั้นๆ ฟรีจะจัดขึ้นฟรีที่ล็อบบี้ของเราในวันที่ 15 และ 28 ตุลาคม 2562 โดย Tsunao Yamai จากโรงเรียน Komparu School of Noh ซึ่งจะบรรยายเกี่ยวกับศิลปะของโน

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20190927005110/en/

"Noh" Japanese Traditional Performing Art, performed by Yoshiyuki Kanze of the Kanze School of Noh. (Photo: Business Wire)

"โน" ศิลปะการแสดงญี่ปุ่นดั้งเดิม ดำเนินการโดย Yoshiyuki Kanze จาก Kanze School of Noh (รูปภาพ: บิสิเนสไวร์)

“โนกาคุ” (คำศัพท์ที่ใช้เรียกทั้โนและเคียวเง็น) เป็นละครและการเต้นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่มีมานานกว่า 600 ปีนับตั้งแต่ยุคมุโรมาจิ (พ.ศ. 1879 ถึง 2116)  ในปี 2551 ได้มีการขึ้นทะเบียน “โนกาคุ” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในประเทศญี่ปุ่นโดยยูเนสโกเนื่องจากเป็นศิลปะระดับสูงที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก  โรงแรม Keio Plaza Tokyo เป็นเจ้าภาพจัดงานและนิทรรศการ “โน” การซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการประสบการณ์วัฒนธรรมญี่ปุ่น” ของเราซึ่งออกแบบมาเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมญี่ปุ่นในแง่มุมต่างๆ แก่แขกชาวญี่ปุ่นและต่างประเทศ

คลังข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับ Keio Plaza Hotel

Keio Plaza Hotel Tokyo (KPH) ตั้งอยู่ในชินจูกุใจกลางเมืองหลวงของกรุงโตเกียว เป็นหนึ่งในโรงแรมนานาชาติชั้นนำของญี่ปุ่น  โรงแรมของเรามีร้านอาหารและบาร์กว่า 15 แห่ง และเราเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงแขกทั้งในและต่างประเทศที่มาเยี่ยมสิ่งอำนวยความสะดวก การต้อนรับที่อบอุ่น และบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของเราที่ให้พวกเขาได้สัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น รวมถึงประสบการณ์งานแต่งงานกิโมโน พิธีชงชา และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการของเรากรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ YouTube, Facebook หรือ Instagram ของเรา

ดูแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190927005110/en/

ติดต่อ:

Keio Plaza Hotel
Keiko Kawashima, +81-3-5322-8010 ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์
keiko-kawashima@keioplaza.co.jp

BRANDSTARS ประกาศรางวัล 2019 KOREA LUXURY BRAND

Logo

โซล เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–26 กันยายน 2562

คณะกรรมการคัดเลือก BRANDSTARS ประกาศรายชื่อแบรนด์ที่ได้รับคัดเลือกเป็นแบรนด์หรูแห่งปี 2019 ของเกาหลี

คณะกรรมการได้คัดสรรแบรนด์ยอดนิยมในเกาหลี จีน และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยแยกเป็นหมวดหมู่ และเปิดเผยผลการประเมินภาพรวมของแบรนด์ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย

โดยแบรนด์ที่ได้รับคัดเลือกสองปีซ้อนได้แก่ Amorepacific SulwhasooLG Household และ The History of Whoo จาก Health Care และ Nature Republic ในหมวดเครื่องสำอาง CheongKwanJang ในหมวดอาหารเสริมเพื่อสุขภาพจากบริษัท Korea Ginseng Corporation และ LG Electronic PuriCare ในหมวดเครื่องฟอกอากาศ Huggies ในหมวดผ้าอ้อมย่อยสลายได้ Buldak Ramen ในหมวดราเมง Gentle Monster ในหมวดแว่นตากันแดด MCM ในหมวดกระเป๋า CUCKOO ในหมวดหม้อหุงข้าว GISELLELIGNE ในหมวดฟีลเลอร์จากบริษัท CGbio 

แบรนด์หน้าใหม่ที่ได้รับเลือกในปีนี้ประกอบด้วย LG Pra.L ในหมวดอุปกรณ์ความงามภายในบ้าน Charmzone และ MANYOFACTORY ในหมวดเครื่องสำอาง และ MIDM Jen'y 3D Motion ในหมวดอุปกรณ์ดูแลสุขภาพ ส่วน Apharm มีผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 ชิ้นที่ได้รับเลือกได้แก่ PETIT[N] ในหมวดการดูแลสุขภาพ Dr.NUELL และ RANGBLACK ในหมวดเครื่องสำอาง

LG Pra.L ได้รับเลือกให้เป็นอุปกรณ์ความงามภายในบ้านแห่งปี ที่มาพร้อมกับการรับรองด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพบนมาตรฐานของเทคโนโลยีการผลิตฮาร์ดแวร์ของ LG Electronics

ด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยี Charmzone จึงสามารถสร้างสรรค์เทคโนโลยีด้านสิทธิบัตรเกี่ยวกับผิวหลายอย่าง และสามารถขยายธุรกิจไปยังกว่า 20 ประเทศผ่านการบอกต่อ 

Apharm ได้ผลตอบรับที่ยอดเยี่ยมเนื่องจากแบรนด์ทั้งสามที่ได้รับเลือก เช่น Dr.NUELL มีชื่อเสียงด้านเครื่องสำอางเพื่อสุขภาพผิวที่ดีขึ้น ส่วน RANGBLACK ก็ได้รับเลือกให้อยู่ในหมวดเครื่องสำอาง และ PETIT[N] แบรนด์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพก็ได้รับเลือกให้อยู่ในหมวดสุขภาพและความงามเช่นเดียวกัน

MIDM Jen’y 3D Motion ได้รับเลือกในหมวดอุปกรณ์ดูแลผิวที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีระดับโลกและการใช้งานที่สะดวกสบายแก่ผู้ใช้ อุปกรณ์นี้ประดิษฐ์ขึ้นภายใต้มาตรฐาน Galvanic ที่มีฟังก์ชั่นความร้อน ความเย็น และระบบนวดในหนึ่งเดียว

คณะกรรมการคัดเลือก BRANDSTARS เป็นองค์กรมืออาชีพที่ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากวงการสื่อและอุตสาหกรรมที่เชี่ยวชาญในการประเมิน ให้คำปรึกษา และทำวิจัยทางการตลาดให้กับแบรนด์สินค้า คณะกรรมการทำงานเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนแบรนด์สินค้าไปยังผู้บริโภคที่ชื่นชอบสินค้าจากประเทศเกาหลีใต้ และนำเสนอทิศทางการจัดการแบรนด์แก่บริษัทโดยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์สินค้าของเกาหลีใต้ไปจนถึงจีนและประเทศในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้อย่าง ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ:

คณะกรรมการคัดเลือก BRANDSTARS (brandstars.co.kr)

Ki-joo Kim +82-2-544-0153

Mary Kay ร่วมมือกับหน่วยงานของสหประชาชาติเปิดตัวโครงการ Women’s Entrepreneurship Accelerator

Logo

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้จะลงทุนในด้านการเป็นผู้ประกอบการของผู้หญิงทั่วโลก

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)– 23 ก.ย. 2562

ในวันนี้ Mary Kay Inc. ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนชั้นนำด้านการเสริมสร้างศักยภาพและการเป็นผู้ประกอบการของผู้หญิง ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ Women’s Entrepreneurship Accelerator หรือ ตัวเร่งการเป็นผู้ประกอบการของผู้หญิง ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มแบบหลายพันธมิตรที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้ และเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการสตรีทั่วโลก ที่ผู้หญิงสามารถเข้าร่วมได้อย่างไร้อุปสรรค โครงการริเริ่มใหม่โครงการนี้เป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่ได้รับการพัฒนาโดยการปรึกษาหารือกับหน่วยงานสหประชาชาติหกแห่ง ได้แก่ UN Women สำนักงานความร่วมมือแห่งสหประชาชาติ (UNOP) องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) International Trade Center (ITC) , UN Global Compact (UNGC) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP)

โครงการนี้จะนำเสนอหลักสูตรดิจิทัลที่มีคนช่วยสอนผ่านการฝึกอบรมและการให้คำปรึกษา นอกจากนี้ยังจะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสนับสนุนในการขจัดสิ่งกีดขวางและอุปสรรคสำหรับผู้ประกอบการผู้หญิง เริ่มตั้งแต่ด้านความสามารถด้านดิจิทัลไปจนถึงการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งจะช่วยให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการเติบโตของเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นและระดับชาติ โครงการจะสนับสนุนความพยายามระดับโลกในการสนับสนุนให้ธุรกิจต่าง ๆ สร้างและขยายความสัมพันธ์กับธุรกิจของผู้หญิง รวมไปถึงการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กร ทั้งนี้การขยายตัวในอนาคตของโครงการจะรวมถึงโอกาสการระดมทุนที่สามารถเข้าถึงได้โดยผู้หญิงที่จบหลักสูตรนี้

“Mary Kay ได้เพิ่มศักยภาพให้ผู้หญิงผ่านการเป็นผู้ประกอบการและสนับสนุนแรงบันดาลใจให้พวกเขาเพื่อความมั่นคงและความเป็นอิสระทางการเงินมานานกว่า 56 ปี” Deborah Gibbins หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Mary Kay กล่าว “องค์กรภาครัฐและเอกชนจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อทำให้มั่นใจว่าผู้ประกอบการสตรีทุกคนสามารถเข้าถึงเครื่องมือและการศึกษาที่พวกเขาต้องการเพื่อทำให้ความฝันของพวกเขาเกี่ยวกับอิสรภาพทางการเงินเป็นจริง และช่วยยกระดับครอบครัวและชุมชน”

โครงการ The Women’s Entrepreneurship Accelerator จะมีให้บริการในหกภาษาและจะเพิ่มภาษามากขึ้นเมื่อโครงการขยายตัวไปสู่ 192 ประเทศ ที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาของโครงการนี้ประกอบด้วยผู้ประกอบการ คนดัง และผู้สนับสนุน เพื่อให้การดูแลและส่งเสริมการขยายตัวของโครงการ

“ผู้หญิงที่มีความรู้ที่มีเงินในกระเป๋าเป็นผู้หญิงที่มีพลัง และด้วยจำนวนนักนวัตกรรมหญิงที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน จึงทำให้ผู้ประกอบการหญิงและการเสริมพลังให้ผู้หญิงกำลังเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างมาก” Phumzile Mlambo-Ngcuka ผู้อำนวยการบริหารของ UN Women กล่าว “ผู้ให้การสนับสนุนจากทั่วโลกที่ได้เข้าร่วมโครงการ Women’s Entrepreneurship Accelerator จะทำให้ผู้หญิงจำนวนมากขึ้นกว่าที่เคยกลายเป็นผู้ประกอบการที่มีความรู้ ช่วยผลักดันและปลูกฝังความเป็นอิสระทางการเงิน และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นของพวกเขา”

“ที่ ITC เราหวังว่าจะได้เข้าร่วมโครงการ Women’s Entrepreneurship Accelerator ของเราผ่านทาง SheTrades Initiative เพื่อบรรลุความก้าวหน้าที่แท้จริงในการบรรลุ SDG5 เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับผู้หญิงและเด็กผู้หญิงทุกคน” Arancha González ผู้อำนวยการบริหารของ International Trade Center กล่าว “ด้วยการเป็นหุ้นส่วนในครั้งนี้ เราจะช่วยให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงสามารถไล่ตามความฝันการเป็นผู้ประกอบการและเตรียมทักษะที่จำเป็นในการเปลี่ยนความฝันเหล่านั้นให้กลายเป็นความสำเร็จทางธุรกิจ”

โครงการ The Women’s Entrepreneurship Acceleratorเป็นขั้นตอนล่าสุดในการดำเนินการโดย Mary Kay ในการเพิ่มขีดความสามารถของผู้หญิงและปรับปรุงชีวิตของพวกเขาทั่วโลก เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Mary Kay ได้ร่วมเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจและบริษัทที่ทำตามพันธกรณีของหลักการส่งเสริมพลังสตรีซึ่งเป็นโครงการร่วมกันของ UN Global Compact และ UN Women ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเน้นเรื่องธุรกิจที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ นอกจากนี้ Mary Kay ยังเป็นผู้ลงนามใน UN Global Compact ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มเพื่อความยั่งยืนขององค์กรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งนี้ในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ Mary Kay จะเป็นผู้สนับสนุน WE Empower UN SDG Challenge ซึ่งเป็นการแข่งขันธุรกิจระดับโลกครั้งแรกสำหรับผู้ประกอบการสตรีโดยมีนักออกแบบแฟชั่นชื่อดัง Diane von Furstenberg เป็นผู้ดำเนินรายการ

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ the Women’s Entrepreneurship Accelerator โปรดไปที่  www.WE-accelerate.com.

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ฉีกกฎเกณฑ์แบบเดิม ได้ก่อตั้งบริษัทด้านความงามของเธอมานานกว่า 55 ปี โดยมีเป้าหมายสามประการ คือ มอบโอกาสที่คุ้มค่าสำหรับผู้หญิง ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจต้านทานได้และการทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ความฝันดังกล่าวได้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยมีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนในเกือบ 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทันสมัย เครื่องสำอางค์สี น้ำหอม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Mary Kay มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงและครอบครัวด้วยการร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ จากทั่วโลกโดยมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนการวิจัยโรคมะเร็ง การปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงภายในครัวเรือน การทำให้ชุมชนของเราสวยงาม และการส่งเสริมเด็ก ๆ ให้ทำตามความฝันของตน ดังนั้นวิสัยทัศน์อันดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ในคอนเซปท์ ก้าวไปด้วยกันทีละลิปสติกยังคงส่องสว่างนำทางต่อไป อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.marykay.com.

เกี่ยวกับ UN Women

UN Women เป็นหน่วยงานของสหประชาชาติที่อุทิศตนเพื่อความเท่าเทียมทางเพศและการเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิง โดย UN Women เป็นองค์กรส่งเสริมผู้หญิงและเด็กผู้หญิงระดับโลกที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเร่งความคืบหน้าในการตอบสนองความต้องการของพวกเขาทั่วโลก

UN Women สนับสนุนประเทศสมาชิกสหประชาชาติในการกำหนดมาตรฐานระดับโลกเพื่อก่อให้เกิดความเท่าเทียมกันทางเพศ พร้อม ๆ ไปกับการทำงานร่วมกับรัฐบาลและภาคประชาสังคมในการออกแบบกฎหมาย นโยบาย โครงการ และการบริการที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานต่าง ๆ ถูกดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้หญิงจริง ๆ นอกจากนี้ UN Women ยังได้ทำงานไปทั่วโลกเพื่อสร้างวิสัยทัศน์ของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals ให้เกิดขึ้นจริงสำหรับผู้หญิงและเด็กผู้หญิง และคอยสนับสนุนผลักดันการมีส่วนร่วมของผู้หญิงอย่างเท่าเทียมกันในทุกด้านของชีวิตโดยมุ่งเน้นที่สี่ยุทธศาสตร์สำคัญคือ

UN Women ยังประสานงานและส่งเสริมการทำงานของระบบสหประชาชาติในการส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศและในด้านข้อพิจารณาและข้อตกลงทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับวาระ 2030 โดยองค์กรได้วางตำแหน่งด้านความเสมอภาคทางเพศไว้ให้เป็นหลักการพื้นฐานของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และโลกที่ทุกคนได้รับประโยชน์อย่างครอบคลุมทั่วถึงมากขึ้น

เกี่ยวกับ International Trade Center (ITC)

ความคิดริเริ่มของ SheTrades International Trade Center (ITC) มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการสตรีและธุรกิจที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของ 3 ล้านคนเข้ากับตลาดต่างประเทศภายในปี 2564 ทั้งนี้ SheTrades จะทำงานร่วมกับรัฐบาล บริษัท และองค์กรสนับสนุนธุรกิจเพื่อทำวิจัย กำหนดนโยบาย และกฎระเบียบทางการค้า อำนวยความสะดวกด้านการเงิน และขยายการเข้าถึงการประมูลสาธารณะและซัพพลายเชนขององค์กร

SheTrades มอบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่หลากหลายให้กับผู้ประกอบการสตรีด้วยหลักสูตรที่ยืดหยุ่นผ่าน shetrades.com.  ซึ่งรวมถึงหลักสูตรออนไลน์ฟรีแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการแบบตัวต่อตัว การมีส่วนร่วมผ่านการสัมมนาผ่านเว็บในหัวข้อที่หลากหลายเพื่อการสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับตลาดของพวกเขา การพัฒนาภายใต้กรอบของวาระการช่วยเหลือเพื่อการค้า (Aid-for-Trade agenda) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (United Nations’ Sustainable Development Goals)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชม www.intracen.org และติดตาม ITC ได้บน Twitter | Facebook | LinkedIn | Instagram

เกี่ยวกับ United Nations Global Compact

ในฐานะที่เป็นโครงการความคิดริเริ่มพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติงาน the United Nations Global Compact คือความพยายามเรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ จัดให้มีการดำเนินงานและกลยุทธ์ตามหลักการสากลสิบประการในด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต องค์กรซึ่งเปิดตัวในปี 2543 นี้มีหน้าที่ให้คำแนะนำและสนับสนุนชุมชนธุรกิจทั่วโลกในการพัฒนาเป้าหมายและค่านิยมขององค์การสหประชาชาติผ่านแนวทางปฏิบัติขององค์กร ทั้งนี้ ด้วยว่ามีบริษัทมากกว่า 9,500 แห่ง และสมาชิกที่ไม่ใช่องค์กรธุรกิจอีก 3,000 ราย ในกว่า 160 ประเทศ และเครือข่ายท้องถิ่นมากกว่า 60 เครือข่าย มันจึงเป็นโครงการริเริ่มด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมติดตาม @globalcompact บนโซเชียลมีเดียและเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราที่ www.unglobalcompact.org.

เกี่ยวกับ United Nations Office for Partnerships

The United Nations Office for Partnerships (UNOP) ทำหน้าที่เป็นเกตเวย์ระดับโลกสำหรับการเร่งปฏิกิริยาและการสร้างพันธมิตรแบบผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่มเพื่อความก้าวหน้าในการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) โดย UNOP จัดทำแพลตฟอร์มสำหรับการมีส่วนร่วมของพันธมิตรที่มีประสิทธิภาพและการทำงานเพื่อยกระดับสินทรัพย์และความเชี่ยวชาญของคู่ค้าที่หลากหลายในการพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน  UNOP จะกำกับดูแลกองทุนแห่งสหประชาชาติเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ (the United Nations Fund for International Partnerships) กองทุนเพื่อประชาธิปไตยแห่งสหประชาชาติ (the United Nations Democracy Fund) ศูนย์ปฏิบัติการ SDG และผู้ให้การสนับสนุน SDG ของสำนักงานเลขาธิการ  the Secretary-Generals’ SDG Advocates

เยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมที่: https://www.un.org/partnerships/content/welcome-united-nations-office-partnerships.

เกี่ยวกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เป็นหน่วยงานของสหประชาชาติที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2462 และอุทิศตนให้กับการส่งเสริมความยุติธรรมทางสังคม และสิทธิมนุษยชนและแรงงานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลโดยการปฏิบัติภารกิจตามพันธกิจว่าด้วยสันติภาพแรงงานซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อความสำเร็จ  ในวันนี้ ILO ช่วยสร้างความก้าวหน้าในด้านการสร้างงานที่ดีและสภาพเศรษฐกิจและการทำงานที่เหมาะสมให้ผู้คนและนักธุรกิจมีส่วนร่วมในสันติภาพ ความเจริญ และความก้าวหน้าที่ยั่งยืน โครงสร้างไตรภาคีช่วยวางแพลตฟอร์มที่ไม่เหมือนใครในการส่งเสริมการทำงานที่ดีสำหรับผู้หญิงและผู้ชายทุกคน

โครงการพัฒนาผู้ประกอบการสตรีของ ILO (ILO-WED) เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และดำเนินงานมานานกว่าทศวรรษ โดย ILO-WED ทำงานเพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้หญิงโดยดำเนินการอย่างเป็นทางการเพื่อสนับสนุนผู้หญิงในการเริ่มต้นธุรกิจ การจัดทำเอกสารทางการและการเติบโตทางธุรกิจของพวกเขา โดยการทำให้ประเด็นความเสมอภาคทางเพศถูกรวมเข้าสู่การทำงานของ ILO ในด้านการพัฒนาองค์กร

เว็บไซต์: www.ilo.org/wed | ทวิตเตอร์ – @ILOWED | Facebook – ILO WED (องค์การแรงงานระหว่างประเทศ)

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190923005285/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ:

Mary Kay Inc.

Michael Wassmer

media@mkcorp.com

+1-972-687-5332

ICF Next

Grace Kramer

grace.kramer@icfnext.com

+1-847-363-9077

UN Women

Oisika Chakrabarti

oisika.chakrabarti@unwomen.org

+1-646-781-4522

International Trade Centre

Jarle Hetland

hetland@intracen.org

+41 (0)22 730-0145

ท่าอากาศยานสิงคโปร์ชางงีและท่าอากาศยานฮ่องกงเป็นผู้นำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ

Logo

ภูมิภาคเอเชียเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยาน 18 แห่งจากการจัดอันดับ 50 อันดับของ  Top 50 Global และเป็นที่ตั้งของ 11 ท่าอากาศยานจาก 25 อันดับท่าอากาศยานสำหรับกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำของ LCC Megahubs

ข้อค้นพบที่สำคัญ

  • ท่าอากาศยานสิงคโปร์ชางงี (SIN) อยู่อันดับที่เก้าของโลก  เป็นสนามบินที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นปีที่สองติดต่อกัน
  • สนามบินกัวลาลัมเปอร์ (KUL) เป็นเมืองที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศมากที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของ LCC Megahub
  • สองสนามบินหลักของอินเดีย ได้แก่ สนามบินเดลี (DEL) และสนามบินมุมไบ (BOM) ติดอันดับอยู่ใน 50 อันดับแรกของ Top 50 Global Megahubs

สิงคโปร์ – (BUSINESS WIRE) – 23 ก.ย. 2562

OAG ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชั้นนำของโลกด้านข้อมูลการเดินทางและข้อมูลเชิงลึกที่ได้เปิดเผยดัชนีชี้วัดของ Megahubs Index 2019 ในวันนี้ โดยการวิเคราะห์ในครั้งนี้แสดงผลว่าด้วยสนามบินที่มีการเชื่อมต่อระหว่างประเทศมากที่สุด 50 อันดับในโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190922005002/en/

The Top 5 Megahubs in the World (Photo: Business Wire)

5 อันดับต้น ๆ หรือ Top 5 Megahubs ในโลก (ภาพ: Business Wire)

สิงคโปร์ (SIN) ยังคงเป็นผู้นำในเอเชียแปซิฟิกในการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ โดยอยู่ในอันดับที่เก้าของโลกเป็นปีที่สองติดต่อกัน ฮ่องกงตามมาที่อันดับที่สองในระดับภูมิภาค โดยก้าวกระโดดจากลำดับที่ 13 มาอยู่ที่ลำดับ 10 ในการจัดลำดับโลก เพราะมีการเพิ่มการเชื่อมต่อระหว่างประเทศร้อยละ 1.5

สนามบินอื่น ๆ ในเอเชียแปซิฟิกอีก16 แห่งติดอันดับ Top 50 Global Megahubs เช่นกัน โดยมี อินชอน (ICN), กัวลาลัมเปอร์ (KUL), กรุงเทพ (BKK) และจาการ์ตา (CGK) ติดอันดับใน 20 อันดับแรก ส่วนสนามบินเซี่ยงไฮ้ผู่ตง (PVG) ติดอันดับ 25 อันดับแรก และเป็นสนามบินที่อยู่ในอันดับสูงที่สุดสำหรับประเทศจีน

สนามบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีสถานะที่แข็งแกร่งในกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ หรือ low-cost carrier (LCC) เช่นกัน โดยที่สนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์ (KUL) ยังคงความเป็นผู้นำในฐานะ LCC Megahub ที่มีการเชื่อมต่อระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก โดยมีแอร์เอเชียเป็นสายการบินแกนนำที่โดดเด่นด้วยเที่ยวบินร้อยละ 41ของเที่ยวบินทั้งหมด สนามบินอื่น ๆ ที่ได้รับการจัดอันดับสูงด้าน  LCC Megahubs ได้แก่ มะนิลา (MNL) ซึ่งขยับขึ้นมาสองอันดับจากปีที่แล้วมาอยู่ที่อันดับที่สอง ตามมาด้วยสนามบินนิวเดลี (DEL) และสนามบินดอนเมืองประเทศไทย (DMK)

“การเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารที่เชื่อมต่อด้วยตนเองและนักเดินทางทั่วโลกทำให้เกิดความต้องการ Megahubs แบบที่มีต้นทุนต่ำ – และสนามบินในเอเชียเป็นศูนย์กลางของแนวโน้มนี้” Mayur (Mac) Patel หัวหน้า JAPAC ของ OAG กล่าว

ดูดัชนี Megahubs เต็ม ปี 2562 ได้ ที่นี่

เกี่ยวกับ OAG

OAG เป็นผู้ให้บริการข้อมูลการเดินทางชั้นนำระดับโลกที่เสริมสร้างการเติบโตและนวัตกรรมของระบบนิเวศการเดินทางทางอากาศตั้งแต่ปี 2472

เราเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ระดับโลก ตลอดจนถึงสนามบิน สายการบิน และผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว เพื่อออกแบบบริการที่ดีที่สุดในปัจจุบันและนวัตกรรมที่ดีที่สุดของวันพรุ่งนี้

OAG ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร มีการดำเนินงานทั่วโลกในสหรัฐอเมริกา, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, ลิทัวเนีย และจีน

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190922005002/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ:

Caroline Mather

pressoffice@oag.com

Mary Kay เผยการค้นพบครั้งใหม่เกี่ยวกับแรงต้านแรงโน้มถ่วงในงานประชุมประจำปีสมาคมยุโรปเพื่อการวิจัยโรคผิวหนังครั้งที่ 49

Logo

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–18 กันยายน 2562

Mary Kay Inc. ผู้นำด้านนวัตกรรมดูแลผิว สานต่อความมุ่งมั่นด้านศาสตร์การดูแลผิวพรรณที่ยาวนานกว่าทศวรรษ ด้วยการเปิดเผยงานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับการหาสาเหตุและกระบวนการที่ทำให้ผิวหย่อนคล้อย ในงานประชุมประจำปีครั้งที่ 49 ของสมาคมยุโรปเพื่อการวิจัยโรคผิวหนังหรือ European Society for Dermatological Research (ESDR) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-21 กันยายน ในเมืองบอร์โด ประเทศฝรั่งเศส

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูเนื้อหาแบบเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190917006232/en/

งานประชุมประจำปีครั้งที่ 49 ของ ESDR ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Connecting Skin Science and Health” ได้นำผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังระดับแถวหน้าของยุโรปมารวมกัน และเปิดโอกาสให้ Mary Kay ได้เผยถึงความก้าวหน้าล่าสุดด้านเทคโนโลยีและการค้นพบใหม่ ๆ เกี่ยวกับสุขภาพผิว

การที่ผิวหนังหย่อนคล้อยไม่กระชับนั้นถือเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นกับคนในช่วงวัยอายุสี่สิบหรือห้าสิบ โดยไม่เกี่ยวกับรูปแบบการใช้ชีวิตหรือสภาพแวดล้อมที่ต้องเจอแต่อย่างใด แต่การที่ร่างกายต้องเจอกับแรงโน้มถ่วงโดยธรรมชาตินั้นเป็นสาเหตุให้ผิวหน้าบริเวณร่องแก้มเกิดริ้วรอยและผิวหนังบริเวณกรอบหน้าและคอหย่อนคล้อย

“เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องผิวหนังหย่อนคล้อย เราจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยยกกระชับผิวแบบเฉพาะจุด” Dr. Lucy Gildea ผู้อำนวยการสูงสุดด้านวิทยาศาสตร์แห่ง Mary Kay Inc. กล่าว “นักวิทยาศาสตร์ของเราได้ทำการทดสอบวัตถุหลายร้อยชนิดกับเซลล์ผิวหนังของมนุษย์เพื่อหาส่วนประกอบที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการช่วยเพิ่มกรดไฮยาลูรอนและคอลลาเจนที่มีตามธรรมชาติ ซึ่งการลดลงของสารสองชนิดนี้เป็นสาเหตุให้ผิวหนังหย่อนคล้อย เพปไทด์และเซลล์เจริญที่มีคุณสมบัติเฉพาะจากบัวบกหรือมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Centella asiatica มีประสิทธิภาพที่โดดเด่น นั่นเป็นสาเหตุที่เราเลือกให้เป็นส่วนผสมสำหรับเซรั่มเพื่อความงามของเรา ซึ่งประสิทธิภาพของเซรั่มดังกล่าวผ่านการรับรองจากห้องทดลองของเราและผ่านการทดสอบทางคลินิกกับผิวหนังโดยผู้หญิง* นี่คือวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์เซรั่มยกกระชับผิว TimeWise Repair® Volu-Firm® ของเรา” Dr. Gildea อธิบาย

ภายใต้การนำของ Dr. Gildea ทีมวิจัยและพัฒนาของ Mary Kay ประกอบด้วย นักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงที่คว้าปริญญาเอกและจบหลักสูตรขั้นสูงในสาขาวิชาต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ ชีววิทยาผิวหนัง ชีววิทยาของเซลล์ เคมี ชีวเคมี และอื่น ๆ อีกมากมาย นักวิทยาศาสตร์ทีมนี้มีความมุ่งมั่นที่จะค้นหาแนวโน้มและเทคโนโลยีที่ทำให้บริษัทสามารพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการและมีประโยชน์ให้กับผู้บริโภค

ในทุก ๆ ปี Mary Kay จะทำการทดสอบทางวิทยาศาสตร์กับผลิตภัณฑ์และส่วนประกอบหลายแสนครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐานสูงสุดทั้งด้านความปลอดภัย คุณภาพ และประสิทธิภาพ Mary Kay เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับสิทธิบัตรกว่า 1,500 รายการ ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดศูนย์ผลิตและวิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ที่มีความทันสมัยและมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งตั้งอยู่ในลูอิสวิลล์ รัฐเท็กซัส

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay Ash คือหนึ่งในผู้ที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคที่มองไม่เห็น และก่อตั้งบริษัทความงามของตัวเองขึ้นเมื่อ 55 ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมาย 3 ข้อได้แก่ มอบโอกาสให้กับผู้หญิง ผลิตสินค้าที่เป็นที่ต้องการ และสร้างโลกให้น่าอยู่ ความฝันของเธอได้เบ่งบานขึ้นกลายเป็นบริษัทที่เติบโตทางการเงินมูลค่าหลายพันล้าน พร้อมพนักงานขายอิสระกว่าล้านคนใน 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังความงามและผลิตสินค้าบำรุงผิว เครื่องสำอาง อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและน้ำหอมมากมาย และยังทุ่มเทกับการช่วยให้ผู้หญิงและครอบครัวของพวกเขามีพลังด้วยการร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญและสนับสนุนกับการวิจัยด้านมะเร็ง ปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ชุมชนของเราสวยงาม และส่งเสริมให้เด็ก ๆ ทำตามความฝัน วิสัยทัศน์ดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ยังคงเปล่งประกายและพาเธอสู่ความสำเร็จไปทีละขั้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ MaryKay.com

*ในการศึกษาทางคลินิก ผู้หญิง 45 คน ใช้เซรั่มทาผิวหน้าวันละสองครั้งเป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าผิวหน้าเต่งตึงและกระชับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ผ่านไป 4, 8 และ 12 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ใช้ นอกจากนี้ อย่างน้อย 98% ของผู้ใช้พบความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหลาย ๆ ด้านเกี่ยวกับการยกกระชับตามแนวใบหน้า (แก้ม/กรอบหน้า)

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190917006232/en/

ติดต่อ:

ฝ่ายสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.
marykay.com/newsroom
972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com

Watts Partners และมูลนิธิ Planet Water มอบน้ำสะอาดให้ประเทศไทย

Logo

พนักงานและลูกค้าของ Watts ได้สร้างอาคาร “AquaTowers” ณ โรงเรียนสองแห่งในจังหวัดสระแก้ว

นอร์ธอันโดเวอร์, แมสซาชูเซตส์–(BUSINESS WIRE)–16 กันยายน 2562

เมื่อไม่นานมานี้ Watts Water Technologies, Inc. (NYSE: WTS) ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์และโซลูชันระบบท่อ ระบบทำความร้อนและคุณภาพน้ำ ได้มอบเงินทุนสนับสนุนและช่วยติดตั้งระบบกรองน้ำสองแห่งเพื่อผลิตน้ำดื่มสะอาดให้กับเด็กและครอบครัวในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหาในรูปแบบมัลติมีเดีย ดูเนื้อหาแบบเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190916005027/en/

Watts employees, customers and Planet Water recently built two “AquaTowers” at two schools in Sa Kaeo that collectively provide 2,000 people with 20,000 liters of clean water daily. (Photo: Business Wire)

เมื่อเร็ว ๆ นี้ พนักงานและลูกค้าของ Watts และ Planet Water ได้สร้างอาคาร “AquaTowers” ณ โรงเรียนสองแห่งในจังหวัดสระแก้ว เพื่อผลิตน้ำดื่มสะอาด 20,000 ลิตรต่อวันให้กับประชาชนราว 2,000 คน (รูปภาพ: Business Wire)

ด้วยความร่วมมือกับ มูลนิธิ Planet Water ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรจากสหรัฐอเมริกาและทำงานเพื่อส่งมอบน้ำสะอาดให้กับชุมชนที่ขาดแคลนทั่วโลก พนักงานของ Watts ได้ร่วมกับลูกค้าทั้งหมดห้าราย สร้างอาคาร “AquaTowers” ณ โรงเรียนสองแห่งในจังหวัดสระแก้ว โดยอาคารดังกล่าวจะกรองอนุภาคที่เป็นอันตราย แบคทีเรีย และไวรัสต่าง ๆ ออกจากน้ำ และผลิตน้ำสะอาดที่ปริมาณ 10,000 ลิตรต่อวันให้กับประชาชนราว 1,000 คน

“เราภูมิใจอย่างมากที่ได้สนับสนุนบุคลากรที่มีความสามารถและทรัพยากรที่อยู่เบื้องหลังความพยายามของ Planet Water ในการยุติปัญหาการขาดแคลนน้ำทั่วโลกให้แต่ละชุมชน” Robert J. Pagano, Jr. ซีอีโอและประธานของ Watts กล่าว

พนักงานของ Watts จากสำนักงานในนอร์ธอันโดเวอร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา กรุงเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และกรุงโซล ประเทศเกาหลี ได้ร่วมกับอาสาสมัครจากบริษัท ITP Power ในประเทศไทย สร้างอาคารกรองน้ำสองแห่ง ณ โรงเรียนบ้านสองแก และโรงเรียนบ้านวังแดง

Watts ผนึกกำลังกับ Planet Water ครั้งแรกในปี 2559 และหลังจากนั้นเป็นต้นมา องค์กรทั้งสองได้มอบน้ำสะอาดให้กับประชาชนราว 15,000 คนในประเทศกัมพูชา จีน โคลอมเบีย อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเปอร์โตริโก

เรียนรู้เกี่ยวกับโครงการด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ของ Watts เพิ่มเติมได้ที่ รายงานความยั่งยืน และ เว็บไซต์ ของบริษัท

เกี่ยวกับ Watts Water Technologies

Watts Water Technologies, Inc. เป็นผู้ผลิตระดับโลกที่ประกอบด้วยเครือข่ายบริษัทต่าง ๆ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา และเป็นเจ้าของไลน์ผลิตภัณฑ์สินค้าระบบท่อ ระบบทำความร้อน และระบบคุณภาพน้ำที่ใหญ่ที่สุดของโลก บริษัทและแบรนด์ในเครือ Watts Water เป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านระบบท่อ ระบบทำความร้อน และระบบคุณภาพน้ำที่ทันสมัยเพื่อการใช้งานในที่พักอาศัย การพาณิชย์และอุตสาหกรรม บริษัทมีพนักงาน 4,800 คน ใน 24 ประเทศ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ www.watts.com

เกี่ยวกับ Planet Water Foundation

Planet Water Foundation เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่มุ่งมั่นในการมอบน้ำสะอาดให้กับชุมชนที่ขาดแคลนทั่วโลก ด้วยการติดตั้งระบบกรองน้ำประจำชุมชน (AquaTowers) และเผยแพร่โครงการศึกษาด้านสุขลักษณะ โครงการภายใต้มูลนิธิ Planet Water ให้ความสำคัญกับเด็ก โรงเรียน และชุมชนห่างไกลและชุมชนชานเมืองทั่วเอเชียและลาตินอเมริกา ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา Planet Water ได้จัดตั้งโครงกว่าเกือบ 1,300 โครงการที่ได้มอบน้ำสะอาดกับผู้คนกว่าหนึ่งล้านคนใน 14 ประเทศ ผ่านองค์กรต่าง ๆ ที่ได้ร่วมมือกันเชิงยุทธศาสตร์ เช่น Xylem, Coca-Cola, Columbia Sportswear, Expedia, Starbucks, Watts Water Technologies และอื่น ๆ อีกมากมาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ www.planet-water.org

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190916005027/en/

ติดต่อ:

Andy Ravens
Watts Water Technologies
978-689-6136
andrew.ravens@wattswater.com