Chicago Booth ช่วยให้ผู้นำในเอเชียแปซิฟิกสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ทางดิจิตอลด้วยโปรแกรม Executive Education ระดับนวัตกรรม

Logo

ชิคาโก–(BUSINESS WIRE)–16 ตุลาคม 2562

The University of Chicago Booth School of Business Executive Education ตื่นเต้นที่จะประกาศว่าโปรแกรมคิดเชิงกลยุทธ์วิทยาเขตฮ่องกง (Strategic Thinking – Hong Kong program) จะกลับมาอีกครั้งในวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2563 โดยโครงการได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และความคล่องตัวเชิงกลยุทธ์ในการยอมรับและปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิตอลและการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

หลักสูตรนี้ช่วยให้ผู้บริหารสามารถพัฒนาทักษะเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของพวกเขา ผู้เข้าร่วมประชุมจะได้เรียนรู้วิธีการประเมินกลยุทธ์ที่เหมาะกับปัจจุบัน วิธีพัฒนาแนวทางที่อิงตามผลลัพธ์ของนวัตกรรมและกรอบการทำงานสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้ม โดยผู้บริหารระดับสูงที่สำเร็จจากโปรแกรมจะมีเครื่องมือและทักษะในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอลสำหรับกลยุทธ์ขององค์กรของตน ทั้งนี้หลักสูตรนี้สอนโดย Marc Knez ศาสตราจารย์กด้านการจัดการเชิงกลยุทธ์ของ Chicago Booth และคณะผู้อำนวยการแผนกการคิดเชิงกลยุทธ์

“ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันนี้ ผู้บริหารจะต้องมีทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ที่กว้างและลึก  ทั้งในพื้นที่ปฏิบัติการและในระดับองค์กร เพื่อความสำเร็จและการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี” Knez กล่าว

Knez มีความเชี่ยวชาญด้านการเชื่อมช่องว่างระหว่างการวิจัยเชิงวิชาการและการตัดสินใจเชิงประยุกต์ในบริบทของการวางแผนเชิงกลยุทธ์และกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี การวิจัยเชิงวิชาการของเขาในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์มุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์ตลาด การพัฒนากลยุทธ์ และโครงสร้างองค์กร งานของเขาปรากฎใน Harvard Business Review และ  Journal of Business และ Journal of Labor Economics

โปรแกรมการคิดเชิงกลยุทธ์ซึ่งจะจัดขึ้นที่วิทยาเขตฮ่องกงของสถาบันซึ่งมีชื่อว่า The Hong Kong Jockey Club University of Chicago Academic Complex | University of Chicago Francis and Rose Yuen Center จะเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันขององค์กร พร้อม ๆ ไปกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระดับมืออาชีพกับธุรกิจอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกผ่านการทำงานร่วมกันในห้องเรียน โปรแกรมนี้ถูกนำกลับมาตามคำเรียกร้องเนื่องจากความนิยมอย่างสูงที่โปรแกรมได้รับ เราขอแนะนำให้ผู้สนใจลงทะเบียนล่วงหน้า  หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการคิดเชิงกลยุทธ์ของ Chicago Booth โปรดเยี่ยมชม Chicagobooth.edu/STHK.

เกี่ยวกับ University of Chicago Booth School of Business

คณะวิชาธุรกิจ University of Chicago Booth เป็นคณะวิชาธุรกิจที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองในสหรัฐอเมริกา และเป็นสถาบันแรกที่สอนผู้บริหาร ในฐานะที่เป็นสถาบันด้านวิชาการและการศึกษา Chicago Booth ได้ดึงดูดนักวิชาการและนักศึกษาจากทั่วโลกมายังวิทยาเขตในชิคาโก (Hyde Park, downtown Chicago), ลอนดอน และ ฮ่องกง สถาบันอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโรงเรียนธุรกิจชั้นนำของโลก และผู้สำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยรวมถึงผู้นำธุรกิจที่โดดเด่นหลายสิบคนในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก สมาชิกของสถาบันเก้าท่านของสถาบันเป็นผู้ชนะรางวัลโนเบล โดยสามท่านจากเก้าท่านกำลังสอนอยู่ ณ สถาบัน แห่งนี้

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191016005945/en/

โปรแกรมการศึกษาสำหรับผู้บริหาร ติดต่อ:

Mark Lewis

ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการศึกษา

The University of Chicago Booth School of Business

+1.312.464.8732

exec.ed@chicagobooth.edu

อินโดนีเซียลงทุนในโรงงานแปรรูปปลายน้ำ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ลงทุนในโรงงานแปรรูปปลายน้ำ

Logo

PT Borneo Alumina Indonesia แต่งตั้ง Black & Veatch เป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคสำหรับโครงการโรงถลุงแร่อะลูมินา

จาการ์ตา อินโดนีเซีย–(บิสิเนสไวร์)–16 ต.ค. 2019

การสร้างโครงสร้างพื้นฐานเหมืองแร่และการแปรรูปแร่ธาตุเพื่อเพิ่มมูลค่าแร่ของอินโดนีเซีย ตลอดจนการเพิ่มขีดความสามารถในการแปรรูปปลายน้ำเป็นหัวใจหลักของการทำเหมืองแร่และกฎหมายการส่งออกแร่ของอินโดนีเซียตั้งแต่ปี 2552

PT Borneo Alumina Indonesia ได้มอบหมายให้ Black & Veatch เป็นผู้นำของกลุ่มบริษัทร่วมค้าในการจัดการโครงการ (Project Management Consortium – PMC) เพื่อพัฒนาโรงงานแปรรูปแห่งแรกในอินโดนีเซียที่ตอบโจทย์หัวใจหลักข้างต้น  Black & Veatch ให้บริการโซลูชั่นด้านวิศวกรรมแก่ลูกค้ากลุ่มพลังงานในอินโดนีเซียผ่านทางบริษัท PT Bina Viktori Indonesia (PT BVI)

โรงถลุงแร่ในกาลิมันตันตะวันตก (West Kalimantan) จะประกอบด้วยโรงถลุงอะลูมินาคุณภาพสูงขนาด 1 ล้านตันต่อปี (Million Tonne Per Annum – MTPA) โรงแปรรูปถ่านหินเป็นก๊าซขนาด 2×40,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง (Nm3/hr) และโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 3×25 เมกะวัตต์ (MW)

“การพัฒนาอุตสาหกรรมปลายน้ำเพื่อการแปรรูปแร่ธาตุจะช่วยสร้างงานและขยายเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย Black & Veatch ในฐานะผู้นำ PMC พร้อมที่จะนำความเชี่ยวชาญระดับโลกทุกหน่วยธุรกิจเพื่อสนับสนุนผู้รับเหมาก่อสร้างจากจีนทั้งด้านวิศวกรรม การจัดซื้อและการก่อสร้าง (Engineering, Procurement and Construction – EPC) เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าจะได้รับคุณภาพ ความปลอดภัย และคุณค่าที่พวกเขาต้องการ” Jim Spenceley  รองประธานอาวุโสฝ่ายเหมืองแร่ Black & Veatch กล่าว

ในฐานะผู้นำกลุ่มการค้าร่วม Black & Veatch จะทำการทบทวนการออกแบบ ตรวจสอบอุปกรณ์ และให้ความเชี่ยวชาญในเรื่องพลังงานและการแปรสภาพถ่านหินเป็นแก๊ส  Progesys หนึ่งในกลุ่มบริษัทร่วมค้า จะจัดการขอบเขตการออกแบบกระบวนการถลุงแร่อลูมินาในขณะที่บริษัท Jaya CM จะจัดหาวิศวกรและผู้ตรวจสอบ

Progesys เป็นบริษัทวิศวกรรมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในแคนาดา Jaya CM เป็นบริษัทบริหารงานก่อสร้างจากอินโดนีเซีย

ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ กลุ่มบริษัทร่วมค้าจะรับผิดชอบในการประเมินงานวิศวกรรม การจัดซื้อ และการเสนอราคาการก่อสร้าง และการทบทวนการออกแบบทางวิศวกรรม กลุ่มบริษัทร่วมค้าจะดูแลควบคุมการจัดหาอุปกรณ์ที่สำคัญและดำเนินการทดสอบการทำงานของโรงงาน  นอกจากนี้ยังจะดูแลการก่อสร้างและสัญญาการว่าจ้าง

ความเชี่ยวชาญของ Black & Veatch ในด้านหลักเกณฑ์และมาตรฐานทางวิศวกรรมระหว่างประเทศและเฉพาะประเทศและโครงสร้างสัญญานั้นช่วยลดต้นทุนโครงการและกำหนดความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ  ด้วยการทำหน้าที่เป็นส่วนต่อประสานระหว่างมาตรฐานทางวิศวกรรมต่างๆ Black & Veatch มอบการรับประกันแก่ลูกค้าว่าผู้รับเหมาก่อสร้าง EPC จะส่งมอบภาระผูกพันตามโครงการเฉพาะอย่างมีประสิทธิภาพ

Black & Veatch ให้การสนับสนุนลูกค้าทั่วโลกเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยใช้นวัตกรรมทางวิศวกรรมเพื่อจัดการกับความซับซ้อนทางเทคนิคในอุตสาหกรรมหนักเช่นการทำเหมืองแร่

คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดภาพประกอบ

หมายเหตุบรรณาธิการ:

  • Black & Veatch มีผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 100 คนในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ปัจจุบันทำงานเป็นผู้รับเหมา EPC มากกว่า 4.5 กิกะวัตต์ของโครงการผลิตไฟฟ้าในอินโดนีเซีย
  • นับตั้งแต่ปี 2512 Black & Veatch ได้ดำเนินโครงการพลังงาน น้ำและน้ำมัน และก๊าซเกือบ 100 แห่งใน 24 จังหวัดทั่วประเทศอินโดนีเซีย  ในการผลิตกระแสไฟฟ้า บริษัทได้มีส่วนร่วมกับการติดตั้งกำลังผลิตเกือบ 15,000 MW เมกะวัตต์

เกี่ยวกับ Black & Veatch

Black & Veatchที่มีพนักงานเป็นหุ้นส่วน เป็นผู้นำระดับโลกในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของมนุษย์ที่สำคัญในด้านพลังงาน น้ำ โทรคมนาคม และบริการภาครัฐ  ตั้งแต่ 2458 เราได้ช่วยลูกค้ายกระดับความเป็นอยู่ของผู้คนกว่า 100 ประเทศผ่านการให้คำปรึกษา วิศวกรรม การก่อสร้าง การดำเนินงาน และการจัดการโปรแกรม  รายได้ของเราในปี 2561 รวม 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ  ติดตามเราได้ที่ www.bv.com และในโซเชียลมีเดีย

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ:

Black & Veatch
Emily Chia

+65 6761 3511 p
+65 9875 8907 m
ChiaLP@BV.com

สายด่วนสื่อ 24 ชั่วโมง
+1 866 496 9149

Forter Fraud Attack Index เปิดเผยว่ามีการฉ้อโกงเพิ่มขึ้นถึง 89% ใน Loyalty Program

Logo

ผู้ฉ้อโกงได้เปลี่ยนการมุ่งเน้นไปใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในกลยุทธ์การป้องกันการฉ้อโกงของบรรดาผู้ค้า ซึ่งคุกคามตลาดที่มีมูลค่ากว่า 18 ล้านล้านเหรียญสหรัฐทั่วโลก

นิวยอร์ค นครนิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–15 ตุลาคม 2019

Forter ผู้นำในด้านการป้องกันการฉ้อโกงอีคอมเมิร์ซ ประกาศการเปิดตัว Fraud Attack Index รุ่นที่เจ็ดของบริษัทในวันนี้ รายงานนี้จะติดตามการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของธุรกิจออนไลน์ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย

Fraud Attack Index ฉบับล่าสุดระบุว่าการฉ้อโกงได้มีพัฒนาการอย่างรวดเร็วจนส่งผลกระทบมากกว่าแค่จุดการทำธุรกรรม โดยยังมีการส่งผลกระทบต่อบัญชีต่างๆ เช่น Loyalty Program และการละเมิดนโยบายการส่งคืน การฉ้อโกงในโปรแกรมแรงจูงใจนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 89% ปีต่อปี ในขณะที่จำนวนเม็ดเงินดอลลาร์ทั้งหมดในการฉ้อโกงทางออนไลน์ได้เพิ่มขึ้นเป็น 12% ปีต่อปี

“กำลังเกิดเทรนด์ใหม่ที่ชัดเจนในการฉ้อโกงทางออนไลน์” Michael Reitblat ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Forter กล่าว “อุตสาหกรรมในภาพรวมมีการทำงานได้อย่างดีเยี่ยมในการตรวจจับและป้องกันการฉ้อโกงในการชำระเงินที่จุดทำธุรกรรม สิ่งนี้จะกำจัดพวกมือใหม่ออกไป เราจึงพบว่าตอนนี้ผู้ฉ้อโกงได้เปลี่ยนจุดมุ่งหมายการดำเนินการใน Customer Journey เร็วขึ้น ซึ่งทำให้เข้าถึงบัญชีต่างๆ ของลูกค้าได้” 

Fraud Attack Index แสดงให้เห็นว่าผู้ฉ้อโกงมีอัตราการประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นอย่างมากในการโจมตีเพื่อเข้ายึดบัญชี (ATO) บุคคลกว่า 1.5 ล้านรายที่บัญชีถูกโจมตีจนเกิดความเสี่ยง ได้มีผู้เปิดบัญชีเพิ่มเติมโดยใช้ชื่อของพวกเขา ผู้ฉ้อโกงจะโอนเงินทุนไปยังบัญชีเหล่านี้จากบัญชีต่างๆ ที่ถูกกฎหมายของเหยื่อ ซึ่งนับว่าเป็นการเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าจากจุดสูงสุดก่อนหน้า

“เทรนด์ที่สอง” Reitblat กล่าวต่อ “แสดงให้เห็นว่าผู้ฉ้อโกงกำลังกระจายทรัพย์สินไปยังสกุลเงินที่อ่อนลง ซึ่งไม่ใช่สกุลเงินหลักในอุตสาหกรรมการเงิน และได้มีการดำเนินการมากกว่าการฉ้อโกงบัตรเครดิต โดยได้มีความเคลื่อนไหวในด้านอื่นๆ เช่น การฉ้อโกงบัญชีโปรแกรมแรงจูงใจ และการละเมิดนโยบาย”

โดยใช้ประโยชน์จากไซโลที่แยกการปฏิบัติงานของบริษัทที่มีหน้าร้านจริงและการปฏิบัติงานทางออนไลน์ออกจากกัน การฉ้อโกงการซื้อทางออนไลน์และส่งคืนที่ร้านค้า (BORIS) เพิ่มขึ้น 23% และการซื้อออนไลน์จากนั้นมารับที่ร้าน (BOPIS) ก็เพิ่มขึ้น 23% เช่นกัน นอกจากนั้น การละเมิดคูปองก็เพิ่มขึ้นเป็น 10%

“วันนี้ Customer Journey ได้กลายเป็นสิ่งที่ซับซ้อนมากขึ้นเพราะลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ในจุดสัมผัสบริการที่หลากหลายเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ได้ประสบการณ์แบบหลายช่องทางที่แท้จริง” Jordan McKee ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ 451 Research กล่าว “ข้อมูลใน Fraud Attack Index ฉบับล่าสุดเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เมื่อการชำระเงินทั่วโลกและระบบอีคอมเมิร์ซได้มีการเปลี่ยนแปลง อาชญากรรมออนไลน์ก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เมื่อการฉ้อโกงเปลี่ยนแปลงไปยังจุดที่อ่อนแอกว่าในระบบ ผู้ค้าจึงต้องขยายการเอาใจใส่เพื่อป้องกันร้านค้าและลูกค้าในจุดสัมผัสบริการทั้งหมดด้วยเช่นกัน”

“ผู้ค้าต้องตอบสนองโดยปรับใช้แนวทางในการประเมินสถานการณ์ที่มีความต่อเนื่องและปฏิบัติงานได้ด้วยตัวเองใน Customer Journey ทั้งหมด” Reitblat กล่าว “การมุ่งเน้นไปที่การฉ้อโกงการขอคืนยอดชำระและบัตรเครดิตที่จุดทำธุรกรรมไม่เพียงพออีกต่อไป แพล็ตฟอร์มการป้องการการฉ้อโกงแบบบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบเท่านั้นที่จะช่วยให้ผู้ค้าแก้ปัญหาการฉ้อโกงได้อย่างครบถ้วนและแม่นยำในทั่วทั้ง Customer Journey”  

เกี่ยวกับ Forter

Forter คือผู้นำในด้านการป้องกันการฉ้อโกงในอีคอมเมิร์ซ ซึ่งปกป้องธุรกรรมการค้าทางออนไลน์กว่า 1.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐให้กับลูกค้ากว่า 500 ล้านรายทั่วโลกจากการฉ้อโกงบัตรเครดิต การเข้ายึดบัญชี การขโมยข้อมูลประจำตัว และอื่นๆ โซลูชั่นการป้องกันการฉ้อโกงที่ใช้ข้อมูลประจำตัวของบริษัทจะตรวจจับกิจกรรมการฉ้อโกงในเวลาจริง ในประสบการณ์ของลูกค้าทางออนไลน์ทั้งหมด

แพล็ตฟอร์มการป้องการการฉ้อโกงแบบบูรณาการของ Forter จัดทำโดย Global Merchant Network ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการวิจัยการฉ้อโกงเชิงพยากรณ์และการจำลองแบบ และความสามารถในการจัดทำแพล็ตฟอร์มตามความต้องการแบบเจาะจงสำหรับลูกค้า ด้วยเหตุนี้ Forter จึงเป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท Fortune 500 ต่างๆ ในการนำเสนอความแม่นยำที่ยอดเยี่ยม ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ราบรื่นยิ่งขึ้น และช่วยยกระดับการขายด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า

Forter มีเงินทุนเป็นจำนวน 100 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐจากกลุ่มการร่วมทุนทางธุรกิจชั้นแนวหน้า ซึ่งรวมถึง Sequoia, NEA และ Salesforce

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191015005167/en/

ติดต่อ:

Gary Schwartz

VP Brand and Communications, Forter

gary.schwartz@forter.com

CSC ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 10 บริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายและที่ให้บริการด้านเทคนิคที่ดีที่สุด

Logo

APAC CIO Outlook เลือก 10 บริษัท ที่ให้ความช่วยเหลือชุมชนทางกฎหมายที่ดีที่สุด

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)– 15 ตุลาคม 2562

CSC ได้รับการจัดอันดับให้เป็น หนึ่งในสิบบริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและบริการด้านเทคนิคที่ดีที่สุดในปี 2562 โดย APAC CIO Outlook

จากคำรายงานของนิตยสาร “ด้วยว่ามีบริษัทที่ปรึกษาและที่ให้บริการด้านกฎหมายจำนวนมากที่เสนอบริการที่คล้ายกัน  คณะบรรณาธิการของ APAC CIO Outlook จึงได้ทำการประเมินและคัดเลือกองค์กรที่มีชื่อเสียงโดดเด่นที่สุดในอุตสาหกรรมจำนวนหนึ่ง ตัวอย่างเช่น CSC "

เกียรติยศนี้ถูกมอบให้กับบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกจำนวนหนึ่งจากชุมชนกฎหมายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

“ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นหนึ่งใน 10 บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคนิค / บริการด้านกฎหมายในเอเชียที่ดีที่สุด โดย CSC ได้ทำสิ่งต่างๆมากมายในการสร้างความตระหนักในความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัล ตลอดจนถึงชื่อโดเมน ” Jayce Yeo ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาคของ APAC กล่าว

CSC ได้รับเลือกผ่านกระบวนการหลายชั้นซึ่งรวมถึงข้อมูลจากคณะผู้ประเมินและข้อเสนอแนะของสมาชิกซึ่ง APAC CIO Outlook มีมากกว่า 60,000 รายการประกอบด้วย CIOs, CTO, หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการทางกฎหมาย, หัวหน้าปฏิบัติงาน และหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยข้อมูล 

CSC ยังถูกนำไปลงเป็นหัวเรื่องหลักประจำปกนิตยสาร "แบรนด์ของคุณ: ปลอดภัย! หรือ Your Brand: Secured!" โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสำคัญของความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีอยู่ โดยสามารถหาอ่านได้ที่ cscdigitalbrand.services/en/apac-cio.

“ เรามีมาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบการละเมิดแบรนด์และการบังคับใช้สิทธิ์ และเราเชื่อมั่นว่าการปกป้องแบรนด์และข้อความการรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ได้รับการยอมรับมากขึ้นจากผู้นำระดับสูงในกลุ่มงานหลัก เช่น ไอที กฎหมาย และฝ่ายรักษาความปลอดภัยในองค์กรต่าง ๆ ” Yeo กล่าว

เกี่ยวกับ CSC

CSC สนับสนุน บริษัทที่มีการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญในด้านความปลอดภัย โดยการระบุจุดบอดที่มีอยู่ในสินทรัพย์ทางอินเทอร์เน็ตขั้นพื้นฐาน เช่น ชื่อโดเมน DNS และดิจิตัลเซอร์ติฟิเคต ด้วยการใช้ประโยชน์จากโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา CSC จะสามารถช่วยปกป้องบริษัทต่าง ๆ จากภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อสินทรัพย์ดิจิตัลของพวกเขา ช่วยให้บริษัทหลีกเลี่ยงการสูญเสียรายได้ ความเสียหายด้านชื่อเสียง หรือการโดนบทลงโทษทางการเงินที่สำคัญอันเป็นผลมาจากนโยบายต่าง ๆ เช่น นโยบาย GDPR นอกเหนือไปจากการปกป้องทรัพย์สินทางอินเทอร์เน็ตแล้ว CSC ยังปกป้องแบรนด์ออนไลน์ที่ถูกใช้ประโยชน์ในทางที่ผิดจากเว็บไซต์ปลอม จากการฉ้อโกง และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และยังช่วยตรวจสอบและบรรเทาปัญหานี้โดยการให้บริการด้านการบังคับใช้และคำแนะนำเพื่อปกป้องแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดระดับโลกหลายแบรนด์ เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ cscdigitalbrand.services.

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191014005025/en/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม:

CSC® News Room

Laura Crozier

ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์สหรัฐอเมริกา

(302) 636-5401 x. 65526

laura.crozier@cscglobal.com

Letitia Thian

ผู้จัดการฝ่ายการตลาดเอเชียแปซิฟิก

+65 6671 0281

letitia.thian@cscglobal.com

Project Management Institute ประกาศชื่อ 50 โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบ 50 ปี

Logo

ตั้งแต่โครงการตึกระฟ้า ไปจนถึงเทคโนโลยีล้ำยุค และการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ PMI เน้นย้ำความพยายามที่แสนพิเศษซึ่งกำหนดนิยามใหม่ให้กับโลกของเรา

ฟิลาเดลเฟีย–(BUSINESS WIRE)–07 ตุลาคม 2562

วันนี้ Project Management Institute (PMI) Project Management Institute (PMI) ประกาศชื่อโครงการ 50 โครงการที่ทรงอิทธิพลและเป็นที่จดจำมากที่สุดในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาในการจัดอันดับโครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดที่จัดทำโดยสถาบัน ซึ่งเป็นการจัดอันดับครั้งแรกโดย PMI เพื่อเฉลิมฉลองให้กับโครงการต่าง ๆ ที่สร้างผลกระทบในวงกว้างสูงสุดตลอดเวลา 50 ปีที่ผ่านมา และสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการโครงการที่ช่วยเปลี่ยนแนวคิดต่าง ๆ ให้กลายเป็นจริง

การจัดอันดับโครงการที่ทรงอิทธิพลสูงสุดเป็นการแสดงการยกย่องโครงการต่าง ๆ ที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมและโครงสร้างในการทำธุรกิจไปอย่างสิ้นเชิง ครอบคลุมตั้งแต่ด้านเทคโนโลยีไปจนถึงสุขภาพ ระบบโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงสถาปัตยกรรม และการเงินไปจนถึงความบันเทิง โครงการที่ได้รับการยกย่องประกอบด้วยโครงการต่าง ๆ ที่เป็นที่จดจำของผู้คน อย่างเช่นโครงการอะพอลโล 11 โครงการเครื่องบิน Boeing 747® และโครงการจีโนมมนุษย์ รวมถึงความสำเร็จในการก่อสร้างอาณาจักรใต้ดินอย่างโครงการอุโมงค์เมล็ดพันธุ์พืชแห่งสฟาลบาร์ในประเทศนอร์เวย์ และโครงการสนามโซลาร์กลางทะเลทรายเถิงเก๋อหลี่ของประเทศจีน ส่วนโครงการที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับแรกได้แก่โครงการพัฒนาระบบเวิลด์ไวด์เว็บ

โครงการที่ได้รับการยกย่องผ่านการคัดเลือกจากโครงการที่สร้างผลกระทบในวงกว้างต่าง ๆ มากกว่า 1,000 โครงการ โดยผู้นำในคอมมิวนิตีการจัดการโครงการทั่วโลกที่ประกอบด้วยผู้นำและสมาชิกจาก PMI นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวม 400 คน การคัดเลือกในรอบสุดท้าย ซึ่งดำเนินการโดยทีมที่เป็นผู้นำทางความคิดของ PMI ได้ให้ภาพสะท้อนที่สร้างแรงบันดาลใจต่อสิ่งที่โครงการต่าง ๆ ได้สร้างให้เกิดขึ้น และบทบาทสำคัญของโครงการต่อการสร้างโลกปัจจุบันของเรา

“โครงการเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าการจัดการโครงการได้เปลี่ยน กำลังเปลี่ยน และจะเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง โครงการเหล่านี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ PMI ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินการโครงการที่เป็นเลิศ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการเผชิญกับความท้าทายและโอกาสแห่งอนาคต" Sunil Prashara ประธานและซีอีโอของ Project Management Institute กล่าว”

การจัดอันดับครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบคอบปีที่ 50 ของ PMI เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในบทบาทของการจัดการโครงการที่มีส่วนในความสำเร็จของโครงการต่าง ๆ ตลอดห้าทศวรรษที่ผ่านมา รวมถึงเฉลิมฉลองให้กับทิศทางของสายอาชีพนี้ในการเดินหน้าสู่อนาคต นอกจากการจัดอันดับดังกล่าว PMI ยังได้เผยรายชื่อโครงการที่ทรงอิทธิพลสูงสุด 10 อันดับแรกใน 14 ประเภทซึ่งแบ่งตามภูมิภาคและอุตสาหกรรมอีกด้วย

ดูรายชื่อโครงการที่ทรงอิทธิพลสูงสุดทั้งหมด และโครงการที่ทรงอิทพลสูงสุด 10 อันดับแรกแบ่งตามอุตสาหกรรมและภูมิภาค ได้ที่ pmi.org/most-influential-projects รวมถึงนิตยสารที่ได้รับรางวัลอย่าง PM Network® ในฉบับพิเศษ

โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุด 50 อันดับแรก

  1. โครงการเวิลด์ไวด์เว็บ – สำหรับความสำเร็จในการเชื่อมโยงทุกคนเข้ากับทุกสิ่งทุกอย่าง
  2. โครงการอะพอลโล 11 – สำหรับความสำเร็จในการพิสูจน์ว่าการจัดการความเสี่ยงและความมุ่งมั่นทะเยอทะยานสามารถเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้
  3. ระบบ Intel® 4004 Microprocessor – สำหรับความสำเร็จในการสร้างการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ให้กับผู้คนอย่างเท่าเทียม*
  4. สกุลเงินยูโร – สำหรับความสำเร็จในการริเริ่มใช้เงินสกุลใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  5. โครงการจีโนมมนุษย์ – สำหรับความสำเร็จในการยกระดับมาตรฐานเพื่อปลดล็อคโครงสร้างพันธุกรรมของมนุษย์ และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ด้านการแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
  6. งาน Alibaba® Singles Day – สำหรับความสำเร็จในการจัดงานวันอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก และการเปลี่ยนแปลงวิธีการซื้อสินค้าของผู้คน*
  7. รถยนต์ Prius® – สำหรับความสำเร็จในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์สู่อนาคตที่มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น*
  8. คอนเสิร์ต Live Aid® – สำหรับความสำเร็จในการสร้างมาตรฐานใหม่เกี่ยวกับขนาดของความยิ่งใหญ่และรูปแบบของจัดงานการกุศลที่มีผู้มีชื่อเสียงเข้าร่วมจำนวนมาก*
  9. แพลตฟอร์มการเงินระดับจุลภาคบนมือถือ M-Pesa® – สำหรับความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีมือถือสุดล้ำ ซึ่งช่วยให้ประเทศเคนยาสามารถสร้างระบบเศรษฐกิจที่ทันสมัยได้แบบก้าวกระโดด และริเริ่มการปฎิวัติระบบการเงินการธนาคาร*
  10. อุโมงค์เมล็ดพันธุ์พืชแห่งสฟาลบาร์ – สำหรับความสำเร็จในการสร้างหลักประกันแหล่งอาหารของโลกที่ยอดเยี่ยมที่สุด
  11. ระบบสตรีมมิง Netflix® – สำหรับความสำเร็จในการพิสูจน์ว่าโครงการเพียงโครงการเดียวสามารถพลิกโฉมบริษัท อุตสาหกรรม และพฤติกรรมในการรับชมสื่อของผู้คนทั่งโลก*
  12. โทรศัพท์มือถือ DynaTAC 8000x™ – สำหรับความสำเร็จในการเชื่อมโยงโทรศัพท์เข้ากับผู้คน ไม่ใช่สถานที่*
  13. ระบบสั่งงานบริการด้วยเสียง Alexa® – สำหรับความสำเร็จในการทำให้ระบบควบคุมคอมพิวเตอร์ด้วยเสียงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน*
  14. งานสัปดาห์แฟชันแห่งปารีส – สำหรับความสำเร็จในการเปลี่ยนโชว์ของอุตสาหกรรมที่ธรรมดา ๆ ให้เป็นงานที่ทั่วโลกต้องจับตามอง
  15. ตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์– สำหรับความสำเร็จในการสร้างตึกสูง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลายทางเศรษฐกิจในตะวันออกกลาง
  16. โครงการ Walt Disney World® Resort – สำหรับความสำเร็จในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับความบันเทิงที่มีความสมจริง และยกระดับมาตรฐานนั้นให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ*
  17. ระบบสืบค้น Google® – สำหรับความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงวิธีการคิดและเข้าใจข้อมูล*
  18. โครงการเส้นทางสายไหม – สำหรับความสำเร็จในการความพยายามก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นบนโลก ประกอบด้วยโครงการย่อย 1,814 โครงการและยังมีโครงการใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
  19. บิตคอยน์ – สำหรับความสำเร็จในการปักหมุดสกุลเงินคริปโทบนแผนที่ และให้กำเนิดเทคโนโลยีบล็อกเชน
  20. เทคโนโลยี MRI – สำหรับความสำเร็จในการปฏิวัติวงการแพทย์ด้วยวิธีการที่ไม่รุกล้ำร่างกาย (noninvasive way)
  21. หนังสือ Harry Potter® – สำหรับความสำเร็จในการทำให้การอ่านหนังสือเป็นเรื่องเท่ และนั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของเวทมนต์*
  22. เครื่องบิน Boeing 747® – สำหรับความสำเร็จในการทำให้โลกแคบลงด้วยการพัฒนาเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ขึ้นเป็นครั้งแรก*
  23. เครื่องเล่นเพลง iPod® – สำหรับความสำเร็จในฐานะแกดเจ็ตที่เป็นประตูสู่จักรวาล iUniverse*
  24. ระบบสำรองพลังงาน Hornsdale – สำหรับความสำเร็จในการแสดงให้เห็นว่าแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพียงหนึ่งชิ้นสามารถปฏิวัติระบบพลังงานหมุนเวียนได้
  25. คณะกรรมการเพื่อความเป็นเอกภาพและปรองดองแห่งรวันดา – สำหรับความสำเร็จในการปูทางสู่การฟื้นฟูและการกอบกู้ชาติท่ามกลางความเจ็บปวด
  26. สถานีอวกาศนานาชาติ – สำหรับความสำเร็จในการแสดงให้เห็นว่าการสำรวจอวกาศอยู่เหนือเรื่องการเมือง
  27. การขยายคลองปานามา – สำหรับความสำเร็จในการขยายขนาดคลองส่งน้ำอายุร้อยปี เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการขนส่งในโลกยุคใหม่
  28. โครงการต่อต้านกำจัดโรคโปลิโอสากล – สำหรับความสำเร็จในการเป็นผู้นำโครงการด้านสาธารณสุขที่ใหญ่ที่สุดของโลก และทำให้การระบาดของโรคที่คร่าชีวิตผู้คนลดลง
  29. เครื่องเล่นวิดีโอเกม Atari 2600™ – สำหรับความสำเร็จในการนำประสบการณ์การเล่นเกมอาร์เคดมาสู่ครัวเรือนทั่วโลก*
  30. ผังแม่บทกราวด์ซีโร – สำหรับการช่วยให้ชาวเมืองและชาติได้เยียวยา ระลึกถึง และลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง
  31. ระบบ Aadhaar – สำหรับความสำเร็จในการใช้ไบโอเมตริกซ์พลิกโฉมระบบการติดต่อสื่อสารระหว่างชาวอินเดียกับรัฐบาล
  32. ฟาร์มกังหันลมกลางทะเล Vindeby – สำหรับความสำเร็จในการแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่ไม่อยู่บนบก
  33. รถโดยสารด่วนพิเศษแห่งเมืองกูรีตีบา – สำหรับความสำเร็จในการจุดประกายในการปฏิวัติระบบการเดินทางในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก
  34. ระบบติดตามพัสดุ COSMOS™ – สำหรับความสำเร็จในการเปิดช่องระบายในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ ด้วยระบบติดตามพัสดุแบบเรียลไทม์สำหรับผู้บริการจัดส่งสินค้าแบบด่วน*
  35. โครงการหุบเขาสวัต – สำหรับความสำเร็จในการสร้างการศึกษาและสร้างพลังให้กับเด็กผู้หญิงในประเทศที่ผู้นำเคยถูกโจมตีเกี่ยวกับการให้สิทธิในเรื่องดังกล่าว
  36. สารานุกรมออนไลน์ Wikipedia® – สำหรับความสำเร็จในการเจาะลึกแหล่งรวมความรู้ของโลก ด้วยสารานุกรมออนไลน์ที่เผยแพร่ในหลายภาษา และเกิดจากความร่วมมือที่สำคัญ*
  37. ภาพยนตร์ Star Wars® – สำหรับความสำเร็จในการนำเสนอสเปเชียลเอฟเฟกต์รูปแบบใหม่ และเชื่อมโยงแนวคิดในการสร้างภาพยนตร์ชุดระดับบล็อกบลัสเตอร์ ขณะที่พาผู้ชมท่องไปสู่จักรวาลอันไกลโพ้น*
  38. โครงการ Project Tiger – สำหรับความสำเร็จในการช่วยเหลือเสือจากการสูญพันธุ์จากป่า
  39. โครงการแยกเกลือออกจากน้ำทะเลเมืองโซเรก – สำหรับความสำเร็จในการเติมความชุ่มชื้นให้ผืนทะเลทรายที่แห้งแล้งด้วยวิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืน
  40. เด็กหลอดแก้วคนแรกของโลก – สำหรับความสำเร็จในการสร้างปาฏิหารย์ทางการแพทย์ยุคใหม่
  41. โครงการ Chernobyl Cleanup – สำหรับความสำเร็จในการบรรเทาหายนะจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เลวร้ายที่สุดของโลก ถึงสองครั้ง
  42. โครงการ E-Estonia – สำหรับความสำเร็จในฐานะประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลประเทศแรกของโลก
  43. เกมอินเทอร์แอคทีฟ World of Warcraft® – สำหรับความสำเร็จในการนำประสบการณ์การเล่นวิดีโอเกมไปสู่ขั้นใหม่*
  44. เครื่องชนอนุภาคแฮดรอนขนาดใหญ่ – สำหรับความสำเร็จในการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ครั้งใหญ่ ซึ่งช่วยนักฟิสิกส์ถอดรหัสจักรวาล
  45. โครงการ TGV – สำหรับความสำเร็จในการริเริ่มการพัฒนารถไฟความเร็วสูงของยุโรปได้อย่างปลอดภัย
  46. บริการทางการศึกษา Khan Academy® – สำหรับความสำเร็จในการแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่มากมายที่ได้จากการเรียนรู้ออนไลน์*
  47. ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ Watson® – สำหรับความสำเร็จในการนำปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้แบบ machine learning มาสู่กระแสหลักของโลก*
  48. โครงการสนามโซลาร์กลางทะเลทรายเถิงเก๋อหลี่ – สำหรับความสำเร็จในการสร้างสิ่งมหัศจรรย์ของโลกชิ้นใหม่ของจีนในรูปแบบของสนามโซลาร์
  49. โครงการ Operation Flood – สำหรับความสำเร็จในการเปลี่ยนอินเดียเป็นแหล่งผลิตนมที่ใหญ่ที่สุดของโลก และช่วยเป็นพื้นฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศ
  50. โรงอุปรากรซิดนีย์ – สำหรับความสำเร็จในฐานะสถาปัตยกรรมที่สร้างนิยามใหม่ให้กับเมือง

เกี่ยวกับ Project Management Institute (PMI)

Project Management Institute (PMI) เป็นสมาคมชั้นนำของโลกสำหรับผู้ประกอบอาชีพด้านการจัดการโครงการและพอร์ตโฟลิโอ เราได้สร้างบุคลากรมืออาชีพมาแล้วกว่า 3 ล้านคนทั่วโลกผ่านการสนับสนุน ความร่วมมือ การศึกษา และการวิจัยในระดับโลกให้กับโครงการ The Project Economy ระบบเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งการทำงานงานและบุคคลจะถูกกำหนดตามโครงการ สมาคมกำลังเดินหน้าสู่การเฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 50 ในปี 2562 นี้ ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เราได้ทำปฏิบัติงานในเกือบทุกประเทศทั่วโลกเพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ ยกระดับความสำเร็จของหน่วยงาน และและสร้างความเติบโตในอาชีพผ่านมาตรฐาน การรับรอง ชุมชน ทรัพยากร เครื่องมือ การวิจัยทางวิชาการ การตีพิมพ์ คอร์สการพัฒนามืออาชีพ และโอกาสต่าง ๆ จากการร่วมมือเป็นเครือข่าย โดย ProjectManagement.com ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว PMI ได้สร้างชุมชนออนไลน์ที่เป็นแหล่งรวมทรัพยากรและเครื่องมือดีกว่าทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ เครือข่ายที่ใหญ่ขึ้นและมุมมองที่กว้างกว่า เยี่ยมชมเราได้ที่ www.PMI.orgwww.projectmanagement.comwww.facebook.com/PMInstitute และติดตามเราทาง Twitter ได้ที่ @PMInstitute.

*ชื่อผลิตภัณฑ์ โลโก้ และตราสินค้าทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20191007005252/en/

ติดต่อ:

Rachael Ballard
443-618-7014

Project Management Institute ประกาศรายชื่อคณะกรรมการบริหารประจำปี 2563

Logo

ฟิลาเดลเฟีย–(BUSINESS WIRE)–06 ตุลาคม 2562

Project Management Institute (PMI) สมาคมชั้นนำของโลกสำหรับผู้ประกอบอาชีพด้านการจัดการโครงการและพอร์ตโฟลิโอ ประกาศรายชื่อคณะกรรมการบริหารประจำปี 2563 วันนี้ สมาชิกของ PMI ได้เลือกคณะผู้กำกับดูแลเพื่อทำหน้าที่ตลอดวาระเป็นระยะเวลาสามปี โดยผู้อำนวยการสี่ท่านได้รับการคัดเลือกจากเพื่อนร่วมงานให้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่และประธานคณะกรรมการ PMI ตามรายละเอียดดังนี้:

บุคคลที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้จะดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารประจำปี 2563:

  • ประธานคณะกรรมการบริหาร PMI – Anthony (Tony) Appleby, MBA, PMP
  • ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกลยุทธ์ – Tejas Sura, MS, MBA, PMP, PfMP
  • ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ – Galen Townson, PMP
  • ประธานคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน – Caterina (Cathy) La Tona, BCS, PMP, PfMP

บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการดังต่อไปนี้จะทำหน้าที่ระหว่างปี 2563 – 2565:

  • Anca Slușanschi, MSc, PMP, ICP-APM

ผู้อำนวยการที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้จะยังคงดำรงตำแหน่งในปี 2563:

  • Anthony (Tony) Appleby, MBA, PMP
  • Randall T. (Randy) Black, P.Eng., PMP
  • J. Davidson Frame, PhD, PMP, PMI Fellow
  • Teresa A. (Terri) Knudson, MBA, PMP, PgMP, PfMP
  • Caterina (Cathy) La Tona, BCS, PMP, PfMP
  • Beth Partleton, PMP, PMI Fellow
  • LuAnn Piccard, PMP
  • Jennifer Tharp, PMP
  • Roberto Toledo, MBA, PMP
  • Galen Townson, PMP
  • Tejas Sura, MS, MBA, PMP, PfMP

เกี่ยวกับ Project Management Institute (PMI)

Project Management Institute (PMI) เป็นสมาคมชั้นนำของโลกสำหรับผู้ประกอบอาชีพด้านการจัดการโครงการและพอร์ตโฟลิโอ เราได้สร้างบุคลากรมืออาชีพมาแล้วกว่า 3 ล้านคนทั่วโลกผ่านการสนับสนุน ความร่วมมือ การศึกษา และการวิจัยในระดับโลกให้กับโครงการ The Project Economy ระบบเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งการทำงานงานและบุคคลจะถูกกำหนดตามโครงการ สมาคมกำลังเดินหน้าสู่การเฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 50 ในปี 2562 นี้ ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เราได้ทำปฏิบัติงานในเกือบทุกประเทศทั่วโลกเพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ ยกระดับความสำเร็จของหน่วยงาน และและสร้างความเติบโตในอาชีพผ่านมาตรฐาน การรับรอง ชุมชน ทรัพยากร เครื่องมือ การวิจัยทางวิชาการ การตีพิมพ์ คอร์สการพัฒนามืออาชีพ และโอกาสต่าง ๆ จากการร่วมมือเป็นเครือข่าย โดย ProjectManagement.com ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว PMI ได้สร้างชุมชนออนไลน์ที่เป็นแหล่งรวมทรัพยากรและเครื่องมือดีกว่าทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ เครือข่ายที่ใหญ่ขึ้นและมุมมองที่กว้างกว่า เยี่ยมชมเราได้ที่ www.PMI.orgwww.projectmanagement.comwww.facebook.com/PMInstitute และติดตามเราทาง Twitter ที่ @PMInstitute

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20191006005027/en/

ติดต่อ:

Mary Ortega
mary.ortega@pmi.org

Project Management Institute ประกาศเข้าซื้อ FLEX จาก Net Objectives

Logo

การเข้าซื้อครั้งนี้ช่วยขยายบริการที่มีความคล่องตัวให้กับผู้จัดการโครงการ ทีม และธุรกิจต่าง ๆ

ฟิลาเดลเฟีย–(BUSINESS WIRE)–26 กันยายน 2562

วันนี้ Project Management Institute (PMI) สมาคมที่ไม่แสวงหาผลกำไรชั้นนำของโลกสำหรับผู้ประกอบอาชีพด้านการจัดการโครงการ ประกาศเข้าซื้อ FLEX จาก Net Objectives FLEX คือขั้นตอนที่ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ เข้าใจถึง “สิ่งที่ไม่เป็นผลดีต่อองค์กร” ในระดับที่ลึกถึงระบบ และช่วยระบุถึงสิ่งที่เป็นอุปสรรคและกำจัดอุปสรรคเหล่านั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของขั้นตอนการทำงาน เมื่อรวมกัน FLEX และ Disciplined Agile (DA) ซึ่ง PMI ทำการเข้าซื้อเมื่อไม่นานมานี้ จะสามารถให้บริการโซลูชันต่าง ๆ ที่ช่วยระบุถึงปัญหาหลัก ๆ ของหน่วยงาน เพื่อนำมาซึ่งผลลัพธ์ทางธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งและการทำงานที่รวดเร็วมากขึ้น

การนำประสิทธิภาพของ FLEX มาเติมเต็ม DA มีข้อดีหลายประการ ดังนี้:

  • สมาชิก PMI จะได้รับโอกาสในการพัฒนาความสามารถใหม่ ๆ ที่เป็นจุดแข็งและน่าเชื่อถือ และการรับรองที่จะทำให้พวกเขาโดเด่นกว่าผู้อื่น รวมถึงเปิดประตูสู่บริการจาก DA และ FLEX รวมกัน
  • ผู้ฝึกหัดปัจจุบันสามารถใช้ประโยชน์จากวิธีการที่มีการคิดอย่างใส่ใจและตรงกับความต้องการมากขึ้น ขับเคลื่อนโดยวิธีคิดที่ไม่ซับซ้อน เสริมด้วยกระบวนการต่าง ๆ ที่เหมาะกับเนื้อหาของพวกเขา ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่มีแข็งแกร่ง
  • ธุรกิจทั่วโลกจะได้รับบริการที่ตรงกับความต้องการมากขึ้นเพื่อเสริมความคล่องตัวของธุรกิจในด้านและบริบทที่มีความเฉพาะเจาะจง
  • พันธมิตรของ PMI, DA และ FLEX สามารถเข้าถึงชุดผลิตภัณฑ์ที่กว้างขึ้นสำหรับทั้งผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจและลูกค้าของพวกเขา
  • สมาชิกของ PMI และ DA สามารถเข้าถึงเนื้อหาและระบบเรียนรู้ออนไลน์ของ FLEX

“การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นตัวต่อที่สำคัญสำหรับ PMI ในการชี้ให้เห็นถึงวิธีการทำงานใหม่ ๆ ในโลกที่ขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของผู้จัดการโครงการได้อย่างมาก เช่นเดียวกับผู้ฝึกปฏิบัติที่มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ” Sunil Prashara ประธานและซีอีโอแห่ง PMI กล่าว “ปัจจุบัน PMI อยู่ในจุดที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับสมาชิกได้มากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ การฝึกอบรม และการรับรองแบบครบวงจรให้กับผู้จัดการโครงการ ผู้นำที่มีความกระตือรือร้นและทีมของพวกเขาได้ในทุก ๆ ช่วงของการทำงาน แม้บางครั้งพวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาต้องการสิ่งเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีการแบบดั้งเดิมที่ปฏิบัติต่อ ๆ กันมาหรือวิธีการที่มีความคล่องแคล่วว่องไว ตัวโครงการหรือตัวผลิตภัณฑ์ PMI อยู่ในจุดที่สามารถมอบมูลค่าเหล่านั้นให้กับทั้งตัวบุคคลและองค์กรที่พวกเขาทำงานอยู่ได้อย่างแตกต่าง”

“จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการรวมกันเพื่อนำมูลค่าที่มีความพิเศษและแตกต่างมาสู่ลูกค้าของเรา Net Objectives ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เกินความคาดหวังสำหรับคอมมิวนิตีที่มีการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว” Al Shalloway ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Net Objectives และผู้คิดค้น FLEX “พวกเรามีความตื้นเต้นอย่างมากที่จะได้เข้าถึงกลุ่มคนในวิชาชีพนี้ได้มากขึ้น และช่วยให้พวกเขาเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่จำเป็นต่อความสำเร็จของพวกเขา ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นได้โดยความสัมพันธ์ในระดับโลกของ PMI รวมถึงบริการของ PMI, Disciplined Agile และ FLEX ที่รวมกันได้อย่างลงตัวและแตกต่างจากที่อื่น สิ่งนี้ถูกออกแบบให้มีความเหมาะสม เมื่อรวมเข้ากับการออกใบรับรองที่เข้มงวดของ PMI และมุมมองด้านสภาพแวดล้อมที่มีความคล่องแคล่วว่องไวที่กว้างขึ้น ซึ่งไม่ถูกจำกัดอยู่ที่กระบวนการหรือขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง”

การรวมกิจการจะเริ่มขึ้นทันทีและ PMI จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมแก่สมาชิกและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเวลาอันสมควร

เกี่ยวกับ PMI

เป็นสมาคมชั้นนำของโลกสำหรับผู้ที่มองหาการจัดการผลงาน โปรแกรม หรือโครงการเพื่อพัฒนาอาชีพ PMI ก่อตั้งขึ้นในปี 2512 สร้างบุคลากรมืออาชีพมาแล้วกว่า 3 ล้านคนเกือบทุกประเทศในโลกผ่านการสนับสนุน ความร่วมมือ การศึกษา และการวิจัย บริษัทมุ่งยกระดับอาชีพ ปรับปรุงพัฒนาความสำเร็จขององค์กร และสร้างความเติบโตในอาชีพผ่านมาตรฐาน การรับรอง ชุมชน ทรัพยากร เครื่องมือ การวิจัยทางวิชาการ การตีพิมพ์ คอร์สการพัฒนามืออาชีพ และช่องทางเครือข่ายที่ยอมรับในระดับสากลทาง ProjectManagement.com ได้สร้างชุมชนออนไลน์จากทั่วโลกเพื่อส่งมอบแหล่งข้อมูล อุปกรณ์ที่ดีกว่า เครือข่ายที่ใหญ่กว่าและมุมมองความคิดที่กว้างไกลออกไปในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว PMI เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ www.PMI.orgwww.projectmanagement.comwww.facebook.com/PMInstitute และติดตามเราทาง Twitter ได้ที่ @PMInstitute.

เกี่ยวกับ FLEX

FLEX เป็นวิธีการที่มีความคล่องแคล่วว่องไวชั้นนำของอุตสาหกรรม พัฒนาขึ้นจากแนวคิดแบบ Lean-Thinking และรูปแบบที่ช่วยพัฒนาความสามารถขององค์กรที่จะนำไปสู่ความคล่องตัวของธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วยการตระหนักถึงคุณค่าที่คาดการณ์ ที่มีความยั่งยืน พร้อมทั้งมีคุณภาพระดับสูง บริษัทหลายแห่งต่างพึ่งพา FLEX มากขึ้น เพื่อช่วยให้การส่งมอบมูลค่าทางธุรกิจที่เร็วขึ้น โดยใช้กลยุทธ์ที่มีความคล่องแคล่วว่องไวซึ่งสะท้อนความเป็นจริงของการส่งมอบบริการอันรวดเร็วในสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนของธุรกิจ ในฐานะผู้นำที่มีแนวคิดที่คล่องแคล่วว่องไว Al Shalloway ได้เขียนหนังสือมากกว่า 10 เล่ม และเป็นวิทยากรให้กับผู้ฝึกอบรมที่มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้หลายพันคน เพื่อสร้างระเบียนขั้นตอนต่าง ๆ ที่มีความคล่องแคล่วว่องไวมากขึ้นสำหรับองค์กร

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190926005207/en/

ติดต่อ:

Mary Ortega
โทร: 610-356-4600 x7030
Mary.Ortega@pmi.org

คณะกรรมการบริษัท WeWork ประกาศการเปลี่ยนแปลงผู้นำ

Logo

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–24 ก.ย. 2562

คณะกรรมการของ WeWork ประกาศในวันนี้ถึงการเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำดังต่อไปนี้ กล่าวคือ Adam Neumann ผู้ร่วมก่อตั้งได้ตัดสินใจที่จะถอยออกจากบทบาทของเขาในฐานะ CEO และจะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการแบบที่ไม่เป็นผู้บริหารต่อไป ส่วน Artie Minson ซึ่งเคยเป็นประธานร่วมและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และ Sebastian Gunningham ซึ่งเคยเป็นรองประธานบริษัทได้รับการเสนอชื่อให้เป็น CEO ร่วมของบริษัท ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะมีผลทันที

Adam Neumann กล่าวว่า “ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง WeWork ผมภูมิใจในทีมงานและบริษัทที่น่าทึ่งที่เราได้สร้างขึ้นตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ขณะนี้แพลตฟอร์มระดับโลกของเราครอบคลุม 111 เมืองใน 29 ประเทศ และให้บริการสมาชิกมากกว่า 527,000 คนต่อวัน ถึงแม้ว่าธุรกิจของเราจะอยู่ในจุดที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาการที่ผมถูกตรวจสอบอย่างละเอียดได้กลายเป็นสิ่งที่รบกวนธุรกิจของเราอย่างมีนัยสำคัญ ผมจึงได้ตัดสินใจแล้วว่ามันจะเป็นประโยชน์สูงสุดของบริษัทเรา ที่ผมจะก้าวลงจากตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ขอขอบคุณเพื่อนร่วมงาน สมาชิกของเรา หุ้นส่วนของเรา และนักลงทุนของเรา ที่เชื่อมั่นในธุรกิจที่ยอดเยี่ยมนี้อย่างต่อเนื่อง”

Artie Minson และ Sebastian Gunningham กล่าวว่า:“ เราขอขอบคุณ Adam สำหรับวิสัยทัศน์ของเขา ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา รูปแบบการเป็นสมาชิกที่เป็นนวัตกรรม การออกแบบที่สวยงาม และการนำเสนอชุมชนที่สร้างสรรค์ของเรา ได้เปลี่ยนวิธีที่บุคคลและองค์กรทั่วโลกคิดเกี่ยวกับพื้นที่ทำงานของพวกเขา ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้นำ WeWork ในช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของบริษัท ธุรกิจหลักของเราเป็นไปอย่างแข็งแกร่งและเราจะดำเนินการอย่างชัดเจนเพื่อสร้างความสมดุลในการเติบโต การทำกำไร และการสร้างประสบการณ์สมาชิกที่ไม่เหมือนใครของ WeWork ในขณะเดียวกันเราก็จะประเมินเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเสนอขายหุ้น IPO เรามุ่งมั่นสู่ความสำเร็จของสมาชิก หุ้นส่วน พนักงาน และผู้ถือหุ้นของเราอย่างต่อเนื่องในการเดินทางครั้งใหม่นี้”

Bruce Dunlevie สมาชิกคณะกรรมการ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนใน Benchmark และนักลงทุนรายแรกใน WeWork กล่าวว่า“ Adam ได้กำกับดูแลการสร้างแพลตฟอร์มระดับโลก ให้การสนับสนุนสมาชิกทุกวัน และสร้างรายรับมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ ในระยะเวลาไม่ถึงสิบปี เขาและทีม WeWork ได้นิยามวิธีการที่ผู้คนและบริษัทต่าง ๆ ทำงานร่วมกันและได้นำนวัตกรรมมาสู่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ผมตื่นเต้นเกี่ยวกับอนาคตของ WeWork และตื่นเต้นที่ได้ Artie และ Sebastian มารับหน้าที่ต่อจาก Adam เพื่อมาเป็นผู้นำในการเติบโตในระยะต่อไป”

Lew Frankfort สมาชิกคณะกรรมการกล่าวว่า“ Adam เป็นผู้ประกอบการประเภทที่หายากมากที่มีวิสัยทัศน์และแรงผลักดันในการสร้างโอกาสทางธุรกิจมหาศาล และทำงานตามวิสัยทัศน์นั้นอย่างไม่ลดละ เขาสร้างธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ และเหล่าผู้อำนวยการและผมขอขอบคุณเขาสำหรับความเป็นผู้นำของเขา คณะกรรมการของเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ต้อนรับ Artie และ Sebastian ในฐานะผู้นำของ WeWork ในระยะต่อไป และรู้สึกยินดีกับวิถีการเติบโตที่รวดเร็วของบริษัท และสถานะความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมในตลาด”

ดูแหล่งข่าวต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190924005965/en/

ติดต่อ:

Jimmy Asci, Gwen Rocco

press@wework.com

บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อหุ้น Tapioca Development Corporation Limited จำนวน 33.3% จาก Japan Corn Starch Tokyo Japan

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–22 พฤษภาคม 2019

บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) (“TWPC”) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยแจ้งให้ Japan Corn Starch (“JCS”) ทราบถึงความตั้งใจที่จะซื้อหุ้นของบริษัท Tapioca Development Corporation Limited (“TDC”) จำนวน 33.3% เพื่อย้ายที่ตั้งโรงงานที่ชายหาดพัทยาประเทศไทยตามที่สัญญาเช่าเดิมสิ้นสุดเมื่อสามสิบปีที่แล้ว  TWPC ขอให้ JCS โอนหุ้นทั้งหมดใน TDC เพื่อให้การปรับโครงสร้างของ TDC เป็นไปอย่างราบรื่นเนื่องจากสัญญาเช่าหมดอายุ  JCS เข้าใจถึงกลยุทธ์ทางธุรกิจของ TDC และความจำเป็นในการปฏิบัติตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่ากับเจ้าของที่ดินเพื่อการเช่าที่ดินที่โรงงานของ TDC มาสามสิบปี  ดังนั้น JCS จึงตัดสินใจตกลงที่จะโอนหุ้นทั้งหมดใน TDC

จากที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2019 JCS ได้ทำการโอนหุ้นทั้งหมด (33.33%) ใน TDC ให้แก่ บริษัท ไทยวาไบโอพาวเวอร์ จำกัด (“TWBP”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TWPC.  TDC เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแป้งดัดแปรในประเทศไทยและคาดว่าสัญญาเช่าที่ดินกับเจ้าของโรงงานในหาดพัทยาประเทศไทยจะไม่ได้รับการต่ออายุ

ตั้งแต่ปี 1989 JCS เป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกับ TWPC และ บริษัทสหรัฐ/ยุโรปเป็นเจ้าของ 33.33% ของ TDC  ภายหลังการโอนกิจการ JCS จะยังคงดำเนินธุรกิจมันสำปะหลังต่อไปโดยผ่านเครือข่ายของตนเองในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และขยายธุรกิจแป้งรวมถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แป้งดัดแปรที่มีความซับซ้อนสูงเพื่อทดแทนธุรกิจไทยปัจจุบันผ่าน TDC

ดูแหล่งที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190522005278/en/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

[สำหรับสื่อมวลชน]

บุคคลที่รับผิดชอบ

Tomohiko Sato

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ริษัท

Japan Corn Starch Co., Ltd.

โทร: + 81-3-5570-7000 / แฟกซ์: + 81-3-5570-7001

อีเมล: soumu@japan-cornstarch.com

popIn เปิดตัว popIn Action บริการแนะนำสินค้าโดยใช้เทคโนโลยีจดจำรูปภาพ สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซในสิบประเทศและภูมิภาค

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–19 เมษายน 2562

popIn Inc. ประกาศเปิดตัวบริการแนะนำรูปภาพ popIn Action ในสิบประเทศและภูมิภาค เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา โดยบริการ popIn Action ใช้เทคโนโลยีจดจำรูปภาพค้นหาเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซและแสดงผลิตภัณฑ์ที่มีความใกล้เคียงกันจากเว็บไซต์เดียวกัน

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190419005004/en/

Example of popIn Action's similar product image display tool (Graphic: Business Wire)

ตัวอย่างเครื่องมือแสดงรูปภาพผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกันของ popIn Action (กราฟิก: Business Wire

ตัวอย่างเครื่องมือแสดงรูปภาพผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกันของ popIn Action (กราฟิก: Business Wire)

popIn Action คืออะไร (https://action.popin.cc/)

บริการ popIn Action จะช่วยให้ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ค้นหาสินค้าจากเครื่องมือแนะนำ ซึ่งจะแสดงผลเป็นสินค้าที่มีความใกล้เคียงกับสินค้าที่กำลังเลือกซื้อ หรือรูปภาพที่พวกเขาอัปโหลด

เครื่องมือแนะนำที่ใช้โดยเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้ระบบแนะนำแบบ collaborative filtering ซึ่งเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าแล้วหนึ่งชิ้น ระบบจะคาดการณ์แนวโน้มในการซื้อสินค้าเพิ่ม หรือสินค้าอื่น ๆ ที่มักซื้อพร้อมกัน และเนื่องจากว่าร้านค้าออนไลน์ต้องใช้ข้อมูลประวัติการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้าจำนวนมากเพื่อแสดงคำแนะนำสินค้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ดังนั้นวิธีนี้จึงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้จำหน่ายสินค้าออนไลน์รายเล็ก ขณะที่ popIn Action สามารถแสดงสินค้าที่มีความใกล้เคียงกันโดยใช้เทคโนโลยีจดจำรูปภาพ ซึ่งแสดงสินค้าที่มีความใกล้เคียงกันด้วยการกำหนดตัวแปรต่าง ๆ ให้กับสินค้าเหล่านั้น เช่น สี รูปทรงของวัสดุ และสามารถติดตั้งบนเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ได้ง่ายโดยไม่ต้องอาศัยข้อมูลจากประวัติการสั่งซื้อสินค้าในอดีตของลูกค้า

popIn Action สามารถแสดงข้อมูลได้ดังนี้

1) แสดงสินค้าแนะนำ ที่มีความใกล้เคียงกับสินค้าบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
2) แสดงสินค้าบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ที่มีความใกล้เคียงกับรูปภาพที่อัปโหลดโดยใช้สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์

ประโยชน์จากการติดตั้ง popIn Action

เนื่องจากลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์จะไม่สามารถสัมผัสสินค้าได้โดยตรง รูปภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ การติดตั้ง popIn Action พร้อมกับระบบแนะนำแบบ collaborative filtering ที่ใช้ประวัติการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้า จึงช่วยเพิ่มตัวเลือกในการซื้อสินค้าให้กับลูกค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการซื้อสินค้าและนำไปสู่การซื้อสินค้าจริง

เกี่ยวกับ popIn Action – การติดตั้งและค่าใช้จ่าย

หลังจากทำการติดตั้ง popIn Action แท็กพิเศษที่ออกโดย popIn แล้ว popIn จะให้สร้างการออกแบบที่กำหนดเองได้ และเริ่มแสดงคำแนะนำ

บริการ popIn Action จะคิดค่าบริการหลังจากลูกค้าคลิกที่รูปภาพที่แนะนำ และเพิ่มสินค้านั้นลงในตะกร้าสินค้าแล้วเท่านั้น แทนที่จะคิดเงินจากจำนวน PV หรือ impressions

เนื่องจากต้นทุนของบริการนี้เชื่อมโยงกับรายได้ ผู้จำหน่ายสินค้าออนไลน์ทางเว็บไซต์สามารถลดความเสี่ยงจากการติดตั้งบริการนี้

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ติดตั้ง popIn Action จำนวน 14 เว็บไซต์ ให้บริการใน 10 ประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก (ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเดือนเมษายน)

ญี่ปุ่น: https://elleshop.jp/
ญี่ปุ่น: https://www.store-raycassin.jp/
เกาหลี: http://www.ely-sia.net/
เกาหลี: http://www.cocoblack.kr/
เกาหลี: http://www.uptownholic.com/
เกาหลี: http://www.bigsizeclub.co.kr/
ไต้หวัน: https://www.shtickinc.com/Shop/
ฮ่องกง: https://www.shtickinc.com/Shop/
มาเก๊า: https://www.shtickinc.com/Shop/
อินโดนีเซีย: https://www.hijup.com/
สิงคโปร์: https://www.hijup.com/
มาเลเซีย: https://www.hijup.com/
บรูไน: https://www.hijup.com/
อินเดีย: http://www.layuva.com/

ความเห็นจาก Tao Cheng ซีอีโอของ popIn Inc.

popIn Action คือบริการที่ใช้เทคโนโลยีจดจำภาพที่มีการทำงานเชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อ สามารถใช้ได้กับเว็บไซต์ภาษาต่าง ๆ ได้ทั่วโลก เราพัฒนาบริการนี้ขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และตั้งเป้าที่จะขยายบริการและสร้างการเติบโตไปทั่วโลก โดยเริ่มจากในเอเชีย

popIn จะยังคงนำเสนอความสามารถที่หลากหลายให้กับผู้ใช้และพันธมิตรทั่วโลก

■หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ popIn Action กรุณาติดต่อเราทางอีเมลที่: popInAction_info@popin.cc

[เกี่ยวกับ popIn Inc.]

สำนักงานใหญ่:

Roppongi Hills Mori Tower 39F, Roppongi 6-10-1, Minato-ku, Tokyo

ซีอีโอ:

Tao Cheng

ลิงก์ไปยังเว็บไซต์:

https://www.popin.cc/

ภาพรวมธุรกิจ:

popIn Inc. คือผู้จัดหาบริการเสริมสร้างความชาญฉลาด เช่น แพลตฟอร์มสำรวจเนื้อหาสำหรับการโฆษณาแบบ Native Advertising ไปจนถึงสื่อประเภทข่าวที่สำคัญ ๆ บริษัทเป็นผู้พัฒนาและจำหน่าย popIn Aladdin ซึ่งเป็นไฟเพดานที่มาพร้อมจอโปรเจกเตอร์รายแรกของโลกนับตั้งแต่ปี 2560

 

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190419005004/en/

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อ:
Chikako Iwama แผนกประชาสัมพันธ์ popIn Inc. และ Baidu Japan, Inc.
อีเมล: info@popin.cc
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: http://www.popin.cc/