บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อหุ้น Tapioca Development Corporation Limited จำนวน 33.3% จาก Japan Corn Starch Tokyo Japan

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–22 พฤษภาคม 2019

บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) (“TWPC”) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยแจ้งให้ Japan Corn Starch (“JCS”) ทราบถึงความตั้งใจที่จะซื้อหุ้นของบริษัท Tapioca Development Corporation Limited (“TDC”) จำนวน 33.3% เพื่อย้ายที่ตั้งโรงงานที่ชายหาดพัทยาประเทศไทยตามที่สัญญาเช่าเดิมสิ้นสุดเมื่อสามสิบปีที่แล้ว  TWPC ขอให้ JCS โอนหุ้นทั้งหมดใน TDC เพื่อให้การปรับโครงสร้างของ TDC เป็นไปอย่างราบรื่นเนื่องจากสัญญาเช่าหมดอายุ  JCS เข้าใจถึงกลยุทธ์ทางธุรกิจของ TDC และความจำเป็นในการปฏิบัติตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่ากับเจ้าของที่ดินเพื่อการเช่าที่ดินที่โรงงานของ TDC มาสามสิบปี  ดังนั้น JCS จึงตัดสินใจตกลงที่จะโอนหุ้นทั้งหมดใน TDC

จากที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2019 JCS ได้ทำการโอนหุ้นทั้งหมด (33.33%) ใน TDC ให้แก่ บริษัท ไทยวาไบโอพาวเวอร์ จำกัด (“TWBP”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TWPC.  TDC เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแป้งดัดแปรในประเทศไทยและคาดว่าสัญญาเช่าที่ดินกับเจ้าของโรงงานในหาดพัทยาประเทศไทยจะไม่ได้รับการต่ออายุ

ตั้งแต่ปี 1989 JCS เป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกับ TWPC และ บริษัทสหรัฐ/ยุโรปเป็นเจ้าของ 33.33% ของ TDC  ภายหลังการโอนกิจการ JCS จะยังคงดำเนินธุรกิจมันสำปะหลังต่อไปโดยผ่านเครือข่ายของตนเองในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และขยายธุรกิจแป้งรวมถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แป้งดัดแปรที่มีความซับซ้อนสูงเพื่อทดแทนธุรกิจไทยปัจจุบันผ่าน TDC

ดูแหล่งที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190522005278/en/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

[สำหรับสื่อมวลชน]

บุคคลที่รับผิดชอบ

Tomohiko Sato

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ริษัท

Japan Corn Starch Co., Ltd.

โทร: + 81-3-5570-7000 / แฟกซ์: + 81-3-5570-7001

อีเมล: soumu@japan-cornstarch.com

popIn เปิดตัว popIn Action บริการแนะนำสินค้าโดยใช้เทคโนโลยีจดจำรูปภาพ สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซในสิบประเทศและภูมิภาค

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–19 เมษายน 2562

popIn Inc. ประกาศเปิดตัวบริการแนะนำรูปภาพ popIn Action ในสิบประเทศและภูมิภาค เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา โดยบริการ popIn Action ใช้เทคโนโลยีจดจำรูปภาพค้นหาเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซและแสดงผลิตภัณฑ์ที่มีความใกล้เคียงกันจากเว็บไซต์เดียวกัน

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190419005004/en/

Example of popIn Action's similar product image display tool (Graphic: Business Wire)

ตัวอย่างเครื่องมือแสดงรูปภาพผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกันของ popIn Action (กราฟิก: Business Wire

ตัวอย่างเครื่องมือแสดงรูปภาพผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกันของ popIn Action (กราฟิก: Business Wire)

popIn Action คืออะไร (https://action.popin.cc/)

บริการ popIn Action จะช่วยให้ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ค้นหาสินค้าจากเครื่องมือแนะนำ ซึ่งจะแสดงผลเป็นสินค้าที่มีความใกล้เคียงกับสินค้าที่กำลังเลือกซื้อ หรือรูปภาพที่พวกเขาอัปโหลด

เครื่องมือแนะนำที่ใช้โดยเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้ระบบแนะนำแบบ collaborative filtering ซึ่งเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าแล้วหนึ่งชิ้น ระบบจะคาดการณ์แนวโน้มในการซื้อสินค้าเพิ่ม หรือสินค้าอื่น ๆ ที่มักซื้อพร้อมกัน และเนื่องจากว่าร้านค้าออนไลน์ต้องใช้ข้อมูลประวัติการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้าจำนวนมากเพื่อแสดงคำแนะนำสินค้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ดังนั้นวิธีนี้จึงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้จำหน่ายสินค้าออนไลน์รายเล็ก ขณะที่ popIn Action สามารถแสดงสินค้าที่มีความใกล้เคียงกันโดยใช้เทคโนโลยีจดจำรูปภาพ ซึ่งแสดงสินค้าที่มีความใกล้เคียงกันด้วยการกำหนดตัวแปรต่าง ๆ ให้กับสินค้าเหล่านั้น เช่น สี รูปทรงของวัสดุ และสามารถติดตั้งบนเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ได้ง่ายโดยไม่ต้องอาศัยข้อมูลจากประวัติการสั่งซื้อสินค้าในอดีตของลูกค้า

popIn Action สามารถแสดงข้อมูลได้ดังนี้

1) แสดงสินค้าแนะนำ ที่มีความใกล้เคียงกับสินค้าบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
2) แสดงสินค้าบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ที่มีความใกล้เคียงกับรูปภาพที่อัปโหลดโดยใช้สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์

ประโยชน์จากการติดตั้ง popIn Action

เนื่องจากลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์จะไม่สามารถสัมผัสสินค้าได้โดยตรง รูปภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ การติดตั้ง popIn Action พร้อมกับระบบแนะนำแบบ collaborative filtering ที่ใช้ประวัติการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้า จึงช่วยเพิ่มตัวเลือกในการซื้อสินค้าให้กับลูกค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการซื้อสินค้าและนำไปสู่การซื้อสินค้าจริง

เกี่ยวกับ popIn Action – การติดตั้งและค่าใช้จ่าย

หลังจากทำการติดตั้ง popIn Action แท็กพิเศษที่ออกโดย popIn แล้ว popIn จะให้สร้างการออกแบบที่กำหนดเองได้ และเริ่มแสดงคำแนะนำ

บริการ popIn Action จะคิดค่าบริการหลังจากลูกค้าคลิกที่รูปภาพที่แนะนำ และเพิ่มสินค้านั้นลงในตะกร้าสินค้าแล้วเท่านั้น แทนที่จะคิดเงินจากจำนวน PV หรือ impressions

เนื่องจากต้นทุนของบริการนี้เชื่อมโยงกับรายได้ ผู้จำหน่ายสินค้าออนไลน์ทางเว็บไซต์สามารถลดความเสี่ยงจากการติดตั้งบริการนี้

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ติดตั้ง popIn Action จำนวน 14 เว็บไซต์ ให้บริการใน 10 ประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก (ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเดือนเมษายน)

ญี่ปุ่น: https://elleshop.jp/
ญี่ปุ่น: https://www.store-raycassin.jp/
เกาหลี: http://www.ely-sia.net/
เกาหลี: http://www.cocoblack.kr/
เกาหลี: http://www.uptownholic.com/
เกาหลี: http://www.bigsizeclub.co.kr/
ไต้หวัน: https://www.shtickinc.com/Shop/
ฮ่องกง: https://www.shtickinc.com/Shop/
มาเก๊า: https://www.shtickinc.com/Shop/
อินโดนีเซีย: https://www.hijup.com/
สิงคโปร์: https://www.hijup.com/
มาเลเซีย: https://www.hijup.com/
บรูไน: https://www.hijup.com/
อินเดีย: http://www.layuva.com/

ความเห็นจาก Tao Cheng ซีอีโอของ popIn Inc.

popIn Action คือบริการที่ใช้เทคโนโลยีจดจำภาพที่มีการทำงานเชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อ สามารถใช้ได้กับเว็บไซต์ภาษาต่าง ๆ ได้ทั่วโลก เราพัฒนาบริการนี้ขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และตั้งเป้าที่จะขยายบริการและสร้างการเติบโตไปทั่วโลก โดยเริ่มจากในเอเชีย

popIn จะยังคงนำเสนอความสามารถที่หลากหลายให้กับผู้ใช้และพันธมิตรทั่วโลก

■หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ popIn Action กรุณาติดต่อเราทางอีเมลที่: popInAction_info@popin.cc

[เกี่ยวกับ popIn Inc.]

สำนักงานใหญ่:

Roppongi Hills Mori Tower 39F, Roppongi 6-10-1, Minato-ku, Tokyo

ซีอีโอ:

Tao Cheng

ลิงก์ไปยังเว็บไซต์:

https://www.popin.cc/

ภาพรวมธุรกิจ:

popIn Inc. คือผู้จัดหาบริการเสริมสร้างความชาญฉลาด เช่น แพลตฟอร์มสำรวจเนื้อหาสำหรับการโฆษณาแบบ Native Advertising ไปจนถึงสื่อประเภทข่าวที่สำคัญ ๆ บริษัทเป็นผู้พัฒนาและจำหน่าย popIn Aladdin ซึ่งเป็นไฟเพดานที่มาพร้อมจอโปรเจกเตอร์รายแรกของโลกนับตั้งแต่ปี 2560

 

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190419005004/en/

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อ:
Chikako Iwama แผนกประชาสัมพันธ์ popIn Inc. และ Baidu Japan, Inc.
อีเมล: info@popin.cc
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: http://www.popin.cc/

 

Amazon และ Google ประกาศเปิดตัวแอพ YouTube อย่างเป็นทางการบน Fire TV; Prime โดยแอพ Video ของ Prime จะมาสู่ Chromecast และ Android TV

Logo

แอพ YouTube อย่างเป็นทางการจะสามารถใช้ได้บน Fire TV ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงโลกแห่งความบันเทิงได้อย่างราบรื่น ซึ่งรวมไปถึงการรับชมมิวสิควิดีโอ รายการสุดโปรด ภาพยนตร์ โชว์ ข่าว กีฬาสด และอื่น ๆ อีกมากมาย

สมาชิก Prime สตรีมมิ่งบน Chromecast และบนอุปกรณ์ Android TV จะสามารถเข้าถึงรายการบันเทิงต่าง ๆ และรายการที่ถูกจัดทำขึ้นสำหรับ Amazon เท่านั้น หรือ Amazon Originals หลายพันรายการ ได้อย่างไม่จำกัด ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งรวมไปถึงรายการที่ชนะรางวัลระดับโลกอย่าง The Marvelous Mrs. Maisel, Jack Ryan, Homecoming, Hanna และ The Widow

ซีแอตเทิลและเมาท์เทนวิว, แคลิฟอร์เนีย – (BUSINESS WIRE) – 18 เม.ย. 2019

วันนี้ Amazon (NASDAQ: AMZN) และ Google (NASDAQ: GOOGL) ประกาศว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าทั้งสองบริษัท จะเปิดตัวแอพ YouTube อย่างเป็นทางการบนอุปกรณ์ Amazon Fire TV และสมาร์ททีวี Fire TV Edition ตลอดจนถึง แอพ Prime Video สำหรับการสตรีมไปยังอุปกรณ์ Chromecast และอุปกรณ์ที่มี Chromecast บิวท์อินอยู่ในตัว นอกจากนี้ Prime Video จะสามารถถูกใช้ได้ผ่านอุปกรณ์พันธมิตรทั้งหมดของ Android TV ในส่วนของ YouTube TV และ YouTube Kids ก็จะพร้อมใช้บน Fire TV ภายในปีนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ ที่นี่:https://www.businesswire.com/news/home/20190418005212/th/

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับ Amazon เพื่อเปิดตัวแอป YouTube อย่างเป็นทางการบนอุปกรณ์ Fire TV ทั่วโลก” Heather Rivera, Global หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรผลิตภัณฑ์ที่ YouTube กล่าว “ การนำประสบการณ์ YouTube มาสู่ Amazon Fire TV ช่วยให้ผู้ใช้ของเราสามารถดูวิดีโอจากผู้สร้างสรรค์ผลงานที่พวกเขาชื่นชอบได้มากขึ้น”

“ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะนำแอพ Prime Video ไปยังอุปกรณ์ Chromecast และ Android TV และเพื่อให้ลูกค้าของเราสะดวกสบายในการเข้าถึงรายการและภาพยนตร์ที่พวกเขาชื่นชอบมากขึ้น” Andrew Bennett หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจทั่วโลกของ Prime Video กล่าว “ ไม่ว่าจะเป็นการดูซีซั่นล่าสุดของThe Marvelous Mrs. Maisel การจับกลุ่มมารับชม Thursday Night Football ด้วยกัน หรือการเช่าภาพยนตร์ออกใหม่ ลูกค้าจะมีวิธีมากขึ้นในการสตรีมสิ่งที่พวกเขาต้องการในทุกครั้งที่พวกเขาต้องการ โดยไม่จำกัดว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน”

แอพ YouTube อย่างเป็นทางการบน Fire TV

แอพ YouTube รุ่นแรกนี้จะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้ใช้ในการดูเนื้อหา YouTube ที่ชื่นชอบทั้งหมดบน Fire TV โดยผู้ใช้จะสามารถลงชื่อเข้าใช้บัญชี YouTube ที่มีอยู่ การเข้าถึงห้องสมุดเนื้อหาทั้งหมด และการเล่นวิดีโอในระดับความละเอียด 4K HDR ที่ 60 fps บนอุปกรณ์ที่รองรับ นอกจากนี้แอพ YouTube TV และ YouTube Kids แบบสแตนด์อโลนจะได้รับการเปิดตัวในปลายปีนี้บนอุปกรณ์ Fire TV และสมาร์ททีวี Fire TV Edition ในที่ที่อุปกรณ์เหล่านี้เข้าถึงได้

Prime Video App บน Chromecast และ Android TV

ผู้ใช้ Chromecast และ อุปกรณ์บิวท์อิน Chromecast และผู้ใช้ Android TV จะสามารถเข้าถึงแคตตาล็อกวิดีโอ Prime ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งรวมไปถึงซีซั่นล่าสุดของ Amazon Originals อย่างเช่น The Marvelous Mrs. Maisel, Hanna, Homecoming, Bosch, Catastrophe and The Grand Tour, พร้อมกับภาพยนตร์ที่มีฉายเฉพาะบน Amazon อย่างเช่น Donald Glover‘s Guava Island และภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ เช่นThe Big Sick และ Cold War โดย Prime Video นำเสนอคุณสมบัติพิเศษของผู้ใช้ อย่างเช่น การ X-Ray รวมไปถึงการเข้าถึงรายการที่มีความละเอียดระดับ 4K ที่มาพร้อมกับ Prime โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และด้วยการใช้ Prime Video ผู้ใช้ยังสามารถเช่าหรือซื้อรายการ หรือเลือกจากช่องของ Prime Video ได้อีกกว่า 150 รายการ ซึ่งรวมไปถึง Showtime, HBO, CBS All-Access, Cinemax และ STARZ

Android TV เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC

เกี่ยวกับ Amazon

Amazon ปฏิบัติงานตามหลักการ 4 ประการ คือความหลงใหลในลูกค้ามากกว่าการเน้นการแข่งขัน ความหลงใหลในการประดิษฐ์ ความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่เป็นเลิศ และความคิดระยะยาว ผลิตภัณฑ์และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ส่วนหนึ่งของ Amazon ได้แก่ ความคิดเห็นของลูกค้า (customer review) 1-Click shopping คำแนะนำในแบบของคุณ (personalized recommendations) Prime, Fulfillment by Amazon, AWS, Kindle Direct Publishing, Kindle, Fire tablets, Fire TV, Amazon Echo และ Alexa สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดไปที่ www.amazon.com/about สามารถติดตามเราได้ที่ @AmazonNews

เกี่ยวกับ Google

ภารกิจของ Google คือการจัดระเบียบข้อมูลของโลกและทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลอย่างเป็นประโยชน์ และในระดับสากล ผ่านผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มเช่น Search, Maps, Gmail, Android, Google Play, Chrome และ YouTube โดย Google มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คนหลายพันล้านคน และกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ทั้งนี้ Google เป็นบริษัทย่อยของ Alphabet Inc.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบนbusinesswire.com:https://www.businesswire.com/news/home/20190418005212/en/

Amazon.com, Inc.
สายด่วนสื่อ
Amazon-pr@amazon.com
www.amazon.com/pr

The 1 มอบสิทธิพิเศษแบบ 1 ต่อ 1 แก่สมาชิก ‘เติม 1 ลิตร รับสูงสุด 1 คะแนน’ ที่ปั๊มบางจาก

Logo

The 1 X Bangchak_Main Picture.jpg
   The 1 X Bangchak.jpg   The 1 X Bangchak_2.jpg

บริษัท เดอะวันเซ็นทรัล จำกัด นำโดย คุณกมล ธนนิธาพร (ที่ 3 จากซ้าย) Head of Strategic Partnership, คุณดิตพันธ์ จิราธิวัฒน์ (ที่ 2 จากซ้าย) Business Development Senior Manager  ร่วมกับบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณสมชัย เตชะวณิช (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด และคุณวรากร โกศลพิศิษฐ์กุล (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์และวางแผนการตลาด ร่วมมอบสิทธิพิเศษเหนือระดับให้แก่สมาชิก The 1 โดยต่อยอดจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพียงเติมน้ำมันบางจากทุกผลิตภัณฑ์ หรือซื้อน้ำมันเครื่องที่ร่วมรายการ รับคะแนนสะสม The 1 ได้ทันที และสามารถใช้คะแนน The 1 เพื่อแลกรับส่วนลดเติมน้ำมันที่ปั๊มบางจาก

คุณกมล ธนนิธาพร Head of The 1 Strategic Partnership กล่าวว่า ‘‘The 1 มุ่งมั่นที่จะต่อยอดและเติมเต็มประสบการณ์ ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ให้กับสมาชิก The 1 อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกการใช้จ่าย และทุกคะแนนสะสม The 1 สามารถเพิ่มความสุขพร้อมมอบสิทธิพิเศษให้แก่สมาชิกได้อย่างไม่สิ้นสุด เราจึงได้ร่วมมือกับบางจากฯ บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของไทย เพื่อมอบสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก The 1 โดยสามารถสะสมคะแนน The 1 ที่ปั๊มบางจาก รวมถึงสามารถนำคะแนน The 1 มาใช้เป็นส่วนลดในการใช้บริการที่ปั๊มบางจากได้ด้วยเช่นกัน จึงทำให้สมาชิก The 1 มีทางเลือกในการสะสมและใช้คะแนนอย่างหลากหลาย ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์และเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่ายของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น’’

The 1 และ บางจากฯ ร่วมมอบสิทธิพิเศษให้แก่สมาชิก The 1 เพียงเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 1 ลิตร หรือเติมน้ำมันดีเซล 4 ลิตร รับคะแนน The 1 จำนวน 1 คะแนน รวมถึงเมื่อซื้อน้ำมันเครื่องที่ร่วมรายการ ทุก 25 บาท รับคะแนน The 1 จำนวน 1 คะแนน นอกจากนี้สมาชิกยังสามารถนำคะแนน The 1 จำนวน 800  คะแนน แลกรับส่วนลดน้ำมัน 100 บาท ได้ที่ปั๊มบางจากทั่วประเทศที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 ถึง 31 มีนาคม 2565 ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมที่ The 1 Call Center 0-2660-1000 หรือ www.the1.co.th

Farmers Edge เพิ่ม In-Cab Intelligence เพื่อแพลตฟอร์มดิจิทัลที่แม่นยำ

Logo

เครื่องมือแอพพลิเคชั่นมอบการเชื่อมต่อสากลในห้องโดยสารและจากระยะไกลเพื่อให้การสนับสนุนการตัดสินใจและการเก็บบันทึกอย่างง่ายสำหรับการวิเคราะห์ผลกำไรที่แม่นยำ

วินนิเพ็ก รัฐแมนิโทบาและเอมส์ รัฐไอโอวา – (บิสิเนสไวร์) – 17 เมษายน 2019

Farmers Edge™ วันนี้เปิดตัวเครื่องมือข่าวกรองภาคสนามที่ใช้แอพมอบประสบการณ์ดิจิตอลที่ไร้รอยต่อจากสำนักงานไปยังรถ เครื่องมือ In-Cab Tool เชื่อมโยงผู้ปลูก ผู้ค้าปลีก ผู้ให้คำปรึกษาที่เชื่อถือได้ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักอื่นๆ ให้การแสดงผลที่สมบูรณ์ของทุกกิจกรรมภาคสนามในขณะที่ลดความซับซ้อนของการเก็บบันทึก ปรับปรุงเวิร์กโฟลว์ และลดความเสี่ยงจากการสูญเสียข้อมูล โดยบูรณาการกับคุณสมบัติพิเศษที่มีอยู่ของแพลตฟอร์ม FarmCommand™ รวมถึง: สภาพอากาศและการพยากรณ์ในฟาร์ม ภาพดาวเทียมรายวัน การสร้างแบบจำลอง การทำนาย และการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงสุขภาพพืชอัตโนมัติ เครื่องมือ In-Cab Tool มอบการสนับสนุนการตัดสินใจขั้นพื้นฐานเพิ่มเติม ระดับใหม่เพื่อประสิทธิภาพและผลกำไรในฟาร์ม

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูการเปิดตัวเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190417005267/en/

Farmers Edge new In-Cab Tool delivers a seamless digital experience from the office to the cab. (Pho ...

เครื่องมือ In-Cab Tool ใหม่ของ Farmers Edge มอบประสบการณ์ดิจิตอลที่ไร้รอยต่อจากสำนักงานไปยังรถ (ภาพ: บิสิเนสไวร์)

โดยสานต่อจากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัทชั้นนำด้านการเกษตรรวมถึง CNHi, Global Ag Risk Solutions, PartnerRe, HBS, Raven, Lindsay Corporation, Richardson Pioneer และ NuFarm, Farmers Edge ออกแบบเครื่องมือ In-Cab เพื่อให้บริการระดับสูงสุดของความเข้ากันได้และความยืดหยุ่น เครื่องมือนี้มีการเชื่อมต่อแบบไร้สายผสมกับเครื่องทันสมัยทุกชนิดและสามารถใช้ในการวางแผนงาน ดูสตรีมข้อมูลสดและการทำแผนที่ ปรับการทำงานในพื้นที่ จัดการตารางการบำรุงรักษา ติดตามอุปกรณ์ และแบ่งปันข้อมูล ทำให้เป็นแพลตฟอร์มมือถือที่ทันสมัยที่สุดของในตลาด ขับเคลื่อนโดยอุปกรณ์ telematics ที่สนับสนุนทุกแบรนด์ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ของบริษัท – Gen. 2 CanPlug™ – ข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวบรวม ถ่ายโอน และประมวลผลโดยอัตโนมัติเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสำคัญถูกเก็บไว้เพื่อการรายงานที่ถูกต้อง

“การรวมกันของการโต้ตอบสดและการรายงานอัตโนมัติช่วยเพิ่มความสามารถให้กับผู้ปลูก ผู้ค้าปลีก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ในการระบุและแก้ไขปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้หรือผลผลิตของฟาร์ม” Ron Osborne หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และเจ้าหน้าที่ผลิตภัณฑ์ของ Farmers Edge “ไม่ว่าจะเป็นการส่งเครื่องพ่นอย่างชาญฉลาดมากขึ้น การลดช่วงเวลาที่ไม่ทำงาน การตรวจสอบโปรแกรมที่กำหนดเองเพื่อความถูกต้อง หรือการเข้าใจถึงเครื่องที่ทำงานได้ดีที่สุดสำหรับแต่ละงาน เครื่องมือ FarmCommand ใน In-Cab Tool มอบความโปร่งใสและความยืดหยุ่นที่ไม่มีใครเทียบได้เพื่อปลดล็อกมูลค่าของข้อมูล”

วิธีการทำงาน

เครื่องมือ In-Cab Tool เชื่อมต่อกับ Farmers Edge Gen. 2 CanPlug ผ่านบลูทูธและสตรีมการฉีด การเก็บเกี่ยว การใช้ปุ๋ย และข้อมูลการบำรุงรักษาสนามแบบไร้สายและเรียลไทม์พร้อมกับการวินิจฉัยประสิทธิภาพของอุปกรณ์กับแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์โทรศัพท์ เครื่องมือจะซิงค์กับระบบคลาวด์โดยอัตโนมัติเพื่อเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ในที่เดียว ด้วยทั้งมุมมองผู้จัดการและผู้ปฏิบัติงาน เครื่องมือช่วยให้สามารถควบคุมการปฏิบัติงานภาคสนามได้มากขึ้นผ่านการตรวจสอบระยะไกล การกำหนดเวลา และการจัดการ

มุมมองผู้จัดการ – ผู้จัดการฟาร์มที่ใช้เครื่องมือนี้สามารถเชื่อมต่อเครื่องหลายเครื่องภายในหนึ่งฟิลด์ไปยังมุมมองเดียวและสลับระหว่างเครื่องทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่แตะบนเครื่องใดๆ ภายในงานจะแสดงมุมมองผู้ควบคุมเครื่องสำหรับการเข้าถึงมูลค่างานโดยละเอียด เครื่องมือนี้มอบวิธีการดูงานที่กำลังทำอยู่ทั้งหมดในฟาร์มอย่างง่ายดาย เข้าถึงข้อมูลงาน เก็บบันทึกต่างๆ และทำความเข้าใจถึงผลกำไรอย่างแท้จริง

มุมมองผู้ปฏิบัติงาน- ผู้ประกอบการฟาร์มเชื่อมต่อโดยตรงจากอุปกรณ์มือถือหรือแท็บเล็ตไปยังมุมมองสด ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว พวกเขาสามารถปรับแผนได้ในระหว่างเดินทาง ดูแอปพลิเคชั่นสดหรือการเก็บเกี่ยว และแบ่งปันข้อมูลที่สำคัญกับผู้จัดการและที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้อย่างง่ายดาย

การปรับปรุงในอนาคต

Farmers Edge ยังได้เปิดเผยการปรับปรุงเครื่องมือ In-Cab Tool ในอนาคต ได้แก่ :

  • การจัดการการเก็บเกี่ยวแบบเรียลไทม์- การปรับปรุงการจัดการสินค้าคลังข้าวอัตโนมัติเพิ่มเติมมาตราส่วนแบบบูรณาการเพื่อจะได้ไม่ต้องป้อนข้อมูลเอง และสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลนั้นถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

  • ข้อมูลการตลาดแบบบูรณาการ– แจ้งให้ทราบถึงกิจกรรมการตลาดตลอดทั้งวันด้วยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสินค้าเกษตรที่ได้รับความนิยมสูงสุด รวมถึงข้าวโพด ถั่วเหลือง คาโนลา และข้าวสาลีเพื่อช่วยให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเก็บเกี่ยว

  • Real-Time Kinematics (RTK) – ผู้จำหน่ายและเกษตรกรจะได้รับประโยชน์จาก CanPlug ที่นำโดย RTK. Farmers Edge ทำงานร่วมกับเครือข่ายคู่ค้าและตัวแทนจำหน่ายของสถานีฐานเพื่อส่งสัญญาณที่แก้ไขข้อผิดพลาดการวางตำแหน่งที่เกิดจากชั้นบรรยากาศของโลก

  • A / B Line Sharing— เพื่อส่งมอบการเชื่อมต่อแบบเรียลไทม์ในระดับที่สูงขึ้น ฟีเจอร์นี้จะเปิดใช้งานการแชร์สายในอุปกรณ์และเครื่องมือหลายชิ้น

คุณสมบัติพิเศษโดยสรุป

เมื่อรวมเข้ากับ FarmCommand เครื่องมือ In-Cab Tool ช่วยเติมเต็มชุดเครื่องมือการสนับสนุนการตัดสินใจแบบดิจิตอลที่มีอยู่เดิม ซึ่งรวมถึง:

  • ข้อมูลสภาพอากาศในพื้นที่เชิงลึก—FarmCommand เชื่อมต่อกับสถานีตรวจอากาศในฟาร์มเพื่อให้ข้อมูลสภาพปัจจุบัน การพยากรณ์ เรดาร์ และข้อมูลสภาพอากาศศูนย์กลางอื่นๆ ข้อมูลในพื้นที่เชิงลึกนี้รองรับการตั้งเวลาและฟีดลงในแบบจำลองการทำนายเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับไนโตรเจนที่ถูกต้อง การทำนายศัตรูพืชและโรค และการจัดเตรียมการเจริญเติบโตของพืช

  • การจัดการอุปทานแบบเรียลไทม์—จัดการเมล็ดพันธุ์ เคมี และปุ๋ยให้ถูกต้องจากสนามเพื่อติดตามข้อมูลวัสดุและค่าใช้จ่าย ตั้งค่าวัสดุสำหรับการประกอบงานด่วนหรือป้อนอุปกรณ์ใหม่ได้ทุกที่

  • การจัดการสินค้าคลังข้าวอัตโนมัติ—โดยแสดงรายชื่อผลผลิต พันธุ์ และน้ำหนักรวมตามฟิลด์ เครื่องมือนี้จะให้ข้อมูลสรุปผลการเก็บเกี่ยวอย่างรวดเร็วเพื่อการเก็บบันทึกที่ดีขึ้น

  • ภาพรายวันและเลเยอร์แผนที่ที่ไม่ซ้ำใคร—เข้าถึงคอลเล็กชันแผนที่เลเยอร์คุณภาพสูงเพื่อรับเรื่องราวที่สมบูรณ์ของฟิลด์ ตรวจสอบความก้าวหน้าด้านสุขภาพของพืชและระบุปัญหาล่วงหน้าด้วยภาพถ่ายดาวเทียมรายวันหรือดูชุดของแผนที่อุปกรณ์เพื่อตรวจสอบแอปพลิเคชันและวัดประสิทธิภาพ แผนที่สามารถทำเป็นเลเยอร์หรือเปรียบเทียบแบบเคียงข้างกันเพื่อตรวจสอบฤดูกาลและค้นหารูปแบบใหม่

  • การตรวจจับพืชโดยอัตโนมัติ—แผนที่สุขภาพและการแจ้งเตือนสแกนภาพและเรียกการแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในสนาม เครื่องมือที่ไม่ซ้ำใครนี้ระบุถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นรวมถึงศัตรูพืช โรค การขาดสารอาหาร สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย การใช้งานที่พลาด ความผิดพลาดของอุปกรณ์ ปัญหาการระบายน้ำ และอื่นๆ โดยเพิ่มคุณค่าของภาพชีวิตประจำวันโดยช่วยให้ชาวนาจัดลำดับความสำคัญของการตรวจสอบ ระบุปัญหาได้ง่ายขึ้น และตอบสนองต่ออันตรายต่อพืชก่อนได้รับผลกระทบ GPS ในตัวทำให้ง่ายต่อการไปยังพื้นที่ต่างๆ ของเขตข้อมูลที่แสดงความแปรปรวนหรือปัญหาเพื่อบันทึกการสังเกต การจับภาพ และแบ่งปันข้อมูล

การวางจำหน่าย

เครื่องมือ In-Cab Tool มีให้บริการแล้วบน iTunes (iOS 1.35.9) และ Google Play (Android 1.35.9)

เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือ FarmCommand In-Cab กรุณาเยี่ยมชม: https://www.FarmersEdge.ca/InCabTool

เกี่ยวกับ Farmers Edge

Farmers Edge เป็นผู้นำระดับโลกในการตัดสินใจด้านการเกษตรที่ให้บริการผลิตภัณฑ์ 24 ล้านเอเคอร์ทั่วโลกด้วยโซลูชั่นดิจิตอลที่มีความแม่นยำ ด้วยการผสานรวมข้อมูลที่เน้นภาคสนาม ซอฟต์แวร์ที่ใช้งานง่าย เทคโนโลยีการประมวลผลที่ล้ำสมัย การสร้างแบบจำลองการพยากรณ์และการวิเคราะห์เชิงเกษตรขั้นสูง Farmers Edge มอบโซลูชั่นที่ปรับขนาดได้ให้กับผู้ปลูก ด้วยการใช้เครื่องมือทางการเกษตรแบบดิจิตอลที่เป็นนวัตกรรมโซลูชั่น Farmers Edge มุ่งเน้นไปที่การผลิตพืชที่ให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพสูงอย่างยั่งยืนและได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของปัจจัยการผลิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปกป้องศักยภาพทางเศรษฐกิจของฟาร์ม จากการเลือกเมล็ดพันธุ์ไปยังการวิเคราะห์ข้อมูลผลผลิต Farmers Edge แปลงข้อมูลขนาดใหญ่ให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่ทันเวลาและแม่นยำเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจอย่างชาญฉลาด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกษตรกรขอบเยี่ยมชม FarmersEdge.ca หรือ FarmersEdgeUSA.com

ดูรุ่นแหล่งที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190417005267/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ:

Farmers Edge

Jill

Sift Communications ของ Farmers Edge

farmersedge@siftpr.com

Ph + 1-415- 722-2433

โรงงานแปรรูปโครงสร้างเหล็กที่เมืองเบียนหัว ของ Nova Buildings ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกับปฏิบัติการเต็มรูปแบบ

Logo

เมืองโฮจิมินห์ซิตี้และเบียนหัว ประเทศเวียดนาม–(BUSINESS WIRE)–9 เม.ย. 2019

ในช่วงต้นปีกลุ่ม บริษัท Nova Buildings Group ประกาศการเข้าซื้อโรงงานแปรรูปโครงสร้างเหล็กหลัก ของ BlueScope Buildings ที่เมืองเบียนหัว ในจังหวัดดองไน ณ ประเทศเวียดนาม นับตั้งแต่มีการประกาศในครั้งนั้นบริษัทก็ได้เข้าครอบครองสถานที่ผลิตและแปรรูปโครงสร้างเหล็กซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโฮจิมินห์ประมาณ 30 กิโลเมตร พร้อมกับมีการเตรียมการตกแต่งใหม่และเตรียมพื้นที่สำหรับการปฏิบัติงาน

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190408005877/th/

Nova Buildings Vietnam team at Bien Hoa site.(Photo: Business Wire)

ทีมงาน Nova Buildings เวียดนามที่ไซต์งานเมืองเบียนหัว (รูปภาพ: Business Wire)

“ Nova Buildings สร้างและแปรรูปโครงสร้างเหล็กตามมาตรฐานคุณภาพนานาชาติ โดยนับตั้งแต่เข้าได้เข้าครอบครองโรงงาน ทีมงานของเราได้ทำงานอย่างหนักเพื่อวางขั้นตอนการผลิต ตลอดจนถึงมาตรฐานและกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ มุ่งเน้นไปที่การฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานและช่างเชื่อมของเราทุกคนเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ามีคุณสมบัติและผ่านการรับรองทางศักยภาพที่จำเป็น และเนื่องจากด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ที่ได้รับอยู่ในสภาพที่ดีและพร้อมต่อการทำงานบวกกับความขยันของทีมงานของเรา จึงทำให้การเตรียมการสำหรับการเริ่มการทำงานใหม่เป็นไปได้ดีกว่าที่คาดไว้ตามกำหนดเวลา ตอนนี้เรามีความยินดีที่จะผลิตชุดเหล็กเฟรมสำหรับโครงการของลูกค้าในภูมิภาค และมีแผนในการเร่งการผลิตอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการที่คาดว่าจะมากขึ้นของผลิตภัณฑ์ของเรา” คุณ Cheong Ku Wei ซีอีโอของ Nova Buildings Group กล่าว

โรงงานที่เบียนหัวพร้อมแล้วสำหรับการดำเนินงานเต็มรูปแบบและคำสั่งซื้อสำหรับโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูปโดยการผลิตและแปรรูปจะเกิดขึ้นที่นี่และจะถูกส่งไปยังที่ตั้งโครงการทั้งในประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และส่วนอื่น ๆ ของโลก โรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิตต่อปีสำหรับการผลิตโครงเหล็กสูงถึง 12,000 ตันต่อปี และคาดว่าจะเป็นศูนย์กลางการผลิตและศูนย์ส่งออกที่สำคัญของ Nova Buildings

โรงงานแห่งนี้นำโดยสมาชิกทีมปฏิบัติการหลัก ซึ่งแต่ก่อนเคยบริหารจัดการโรงงานภายใต้บริษัท BlueScope Buildings เพื่อสร้างความมั่นใจว่ามรดกแห่งคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิตจะยังคงมีอยู่เหมือนเดิม พร้อมกับส่งทอดผลประโยชน์ต่อไปยังลูกค้าของเรา

เกี่ยวกับ  NOVA BUILDINGS

Nova Buildings มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์โดยมีหน่วยงานธุรกิจในท้องถิ่นที่จัดตั้งขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม หน่วยงานเหล่านี้ที่มีประสบการณ์ด้านการขายในตลาด และทีมงานวิศวกรรมจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อจัดหาอาคารโครงสร้างเหล็กที่มีคุณภาพ ที่ใช้งานบูรณาการร่วมได้รวมกับผลิตภัณฑ์อาคารและระบบที่มีคุณภาพหลากหลายที่มาจากท้องถิ่นหรือภายในประเทศ

บริษัทได้รับการสนับสนุนโดย Fintonia Group ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนเอกชนในสิงคโปร์ ในการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับนักลงทุนรายใหญ่จากอุตสาหกรรมการก่อสร้างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจและสำนักงาน กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราที่  www.novabuildingsasia.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190408005877/en/

ติดต่อ:

Nova Buildings – สำนักงานใหญ่สิงคโปร์

Margaret Cheng

Margaret.re1.Cheng@novabuildingsasia.com

Nova Buildings เวียดนาม

Phung Quoc Dien

Dien cc1.Phung@novabuildingsasia.com

รางวัลกิจการที่ให้บริการยอดเยี่ยมที่สุดในฮ่องกงประจำปี 2019 โดย CORPHUB

Logo

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–08 เมษายน 2019

พิธีมอบรางวัลกิจการที่ให้บริการยอดเยี่ยมที่สุดในฮ่องกงประจำปี 2019 ซึ่งจัดโดย CORPHUB เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2019 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเกาลูนแชงกรีล่าของฮ่องกงเป็นไปอย่างเรียบร้อยเมื่อ โดยมีบริษัทและองค์กรจากทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 60 รายเข้ารับมอบรางวัลซึ่งแสดงถึงความสำเร็จในด้านการให้บริการ ผู้รับมอบรางวัลทั้งหมดถูกคัดเลือกโดยคณะกรรมการอิสระ นำโดยผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนั้น ๆ  สมาชิกผู้บริหารหอการค้าธุรกิจ และผู้นำด้านต่าง ๆ เพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปอย่างยุติธรรม โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับ

ฮ่องกงได้รับการยกย่องว่ามีการบริการที่ดีและสิ่งนี้คือจุดเด่นที่ทำให้ฮ่องกงสร้างชื่อในฐานะหนึ่งในเมืองที่ดีที่สุดของโลก องค์กรที่ได้รับรางวัล ซึ่งมาจากหลายภาคส่วน ต่างได้พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณภาพของบริการที่ดีที่สุดที่มอบให้กับธรุกิจ ลูกค้า และสาธารณะ ซึ่งส่งผลดีต่อการพัฒนาสังคมโดยรวม

ในงานมอบรางวัล มีแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากได้เข้าร่วมงาน รวมถึง Mr. CY Lui ผู้จัดการอาวุโส StartmeupHK, InvestHK; Dr. Francis Law ประธาน Hong Kong Mediation Centre; Mr. Rem Tai ประธาน Silk Road Development Association; และ Ms. Katherine Cheung ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายกิจกรรมและการตลาด Hong Kong Federation of E-Commerce นอกจากนี้ ภายในงานยังเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการพบปะพูดคุยกันอย่างทั่วถึงระหว่างแขกผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 150 คน

บริษัทที่ได้รับมอบรางวัลดำเนินกิจการด้านต่าง ๆ ในหลายสาขาและอุตสาหกรรม เช่น AASTOCKS.com Limited, King Parrot Group, Aptorum Group (NASDAQ: APM), Popular Holdings, Hung Fook Tong Group (HKG: 1446), The Executive Centre Limited และอื่น ๆ อีกมากมาย

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190408005410/en/

ติดต่อ:

Keith Tse
www.corphub.hk
event@corphub.hk
enquiries: 3488 1005

ฮ่องกงขยายอุโมงค์กักเก็บน้ำเพื่อประหยัดพื้นที่บนบก

Logo

Black & Veatch เตรียมช่วยเหลือกรมการประปาเปลี่ยนถูมิประเทศเนินเขาและโขดหินเป็นพื้นที่เพื่อการใช้สอย

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–25 มีนาคม 2019

กรมการประปาของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง (WSD) กำลังพิจารณาการย้ายแหล่งน้ำจืด Diamond Hill และอ่างเก็บน้ำเค็ม (DHSRs) ไปยังอุโมงค์ใต้ภูเขา

โดยกรมการประปาได้แต่งตั้งบริษัท Black & Veatch เพื่อสำรวจ ออกแบบ และจัดการโครงการก่อสร้างอุโมงค์และบริเวณที่จัดเก็บแหล่งน้ำจืดและน้ำเค็มแห่งใหม่

“การปรับปรุงทรัพยากรทางพื้นดินเป็นเรื่องสำคัญต่อความสำเร็จของฮ่องกง อ่างเก็บน้ำในอุโมงค์คือทางเลือกที่สามารถใช้ในการเพิ่มพื้นที่ทรัพยากรบนบกได้ จากการร่วมมือกับกรมการประปา ทำให้เรามองเห็นความสิ่งจำเป็นหลักในการอำนวยความสะดวกสบายตามมาตรฐานโลก” Andy Kwok กรรมการผู้จัดการบริษัท Black & Veatch ฮ่องกง กล่าว

เป้าหมายหลักสำหรับโครงการนี้คือการใช้พื้นที่บนบกเพื่อประโยชน์ทางด้านอื่น พร้อมสรรหาน้ำประปาคุณภาพเพื่อใช้ในพื้นที่ชนบท

อ่างเก็บน้ำจืดและอ่างเก็บน้ำเค็มแห่งใหม่ และสถานีสูบน้ำจากแหล่งเหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นภายในอุโมงค์เพื่อแทนที่การติดตั้งที่มีอยู่ในปัจจุบัน

Black & Veatch จะทำหน้าที่ออกแบบอุโมงค์ ถ้ำ และงานที่เกี่ยวข้องสำหรับอ่างเก็บน้ำจืดและอ่างเก็บน้ำเค็มแห่งใหม่ (DHSRs) ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มศักยภาพระบบน้ำประปาของอ่างเก็บน้ำ และการปลดระวางพื้นที่อ่างเก็บน้ำจืดและอ่างเก็บน้ำเค็ม (DHSRs) รวมถึงสถานีสูบน้ำเดิมที่มีอยู่

Black & Veatch ได้แสดงความสามารถในการออกแบบและจัดการการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำและโครงสร้างพื้นฐานการบริการน้ำทั่วโลก บริษัทยังมอบโซลูชั่นส์แบบบูรณาการและร่วมมือ โดยใช้เป็นที่แรกในฮ่องกงจากการก่อสร้างที่การันตีด้วยรางวัลอย่าง Western Salt Water Service Reservoirs

หมายเหตุจากผู้เขียน:

  • Black & Veatch ได้รับมอบหน้าที่จากกรมการประปาฮ่องกง (WSD) เป็นผู้ให้คำปรึกษาสำหรับโครงการ “การศึกษาความเป็นไปได้ เรื่องการย้ายแหล่งน้ำจืด Diamond Hill และอ่างเก็บน้ำเค็มไปยังอุโมงค์”
  • Black & Veatch ริเริ่มการออกแบบและก่อสร้างของอ่างเก็บน้ำเค็ม Western Salt Water Service Reservoirs ในอุโมงค์หิน โดยเก็บพื้นดินไว้เป็นที่พัฒนาวิทยาเขตการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮ่องกง ซึ่งทำด้วยการตัดหน้าดินขนาด 300,000m3 และหลีกเลี่ยงการตัดต้นไม้จำนวนมาก วิธีการนี้จะช่วยประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง โครงการนี้ได้รับรางวัลนวัตกรรมจากสภาหอการค้าฮ่องกงและรางวัลโครงการนวัตกรรมจากสมาคมน้ำนานาชาติ สาขาการออกแบบในปี 2010
  • โครงการขุดถ้ำ/อุโมงค์อื่น ๆ ของบริษัท Black & Veatch ประกอบด้วยการย้าย Sai Kung Sewage Treatment Works ไปยังอุโมงค์ และการเชื่อมต่อเส้นทางหรืออุโมงค์ใต้น้ำระหว่างอ่างเก็บน้ำ Kowloon Byewash Reservoir และอ่างเก็บน้ำ Lower Shing Mun Reservoir ของกรมการระบายน้ำของรัฐบาลฮ่องกง รวมถึงกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อการพัฒนาอุโมงค์ในฮ่องกงของกรมการพัฒนาและวิศวรรมโยธา (CEDD) ซึ่งเป็นกรมในสังกัดรัฐบาลฮ่องกงซึ่งรายงานผลงานต่อสำนักงานการพัฒนาฮ่องกง

เกี่ยวกับ Black & Veatch

Black & Veatch เป็นบริษัทที่มีพนักงานเป็นเจ้าของและเป็นผู้นำระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน น้ำ การสื่อสารโทรคมนาคม และงานราชการ ตั้งแต่ปี 1915 บริษัทได้ช่วยลูกค้าพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในกว่า 100 ประเทศผ่านการให้คำปรึกษา วิศวกรรม การก่อสร้าง การดำเนินงาน และการจัดการโครงการ รายได้ของบริษัทในปี 2018 มีมูลค่า 35,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ติดตามข่าวสารของเราได้ที่ www.bv.com และโซเชียลมีเดีย

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190325005258/en/

ติดต่อ:

Black & Veatch
EMILY CHIA | +65 6761 3511 p | +65 9875 8907 m | ChiaLP@BV.com
สายด่วนสำหรับสื่อ ให้บริการ 24 ชั่วโมง | +1 866 496 9149

uLab Systems ประกาศความร่วมมือกับ Dental Assist เพื่อขยายการวางจำหน่ายซอฟต์แวร์วางแผนการรักษาในญี่ปุ่น

Logo

เรดวูดซิตี้ แคลิฟอร์เนีย–(บิสิเนสไวร์)–20 มี.ค. 2019

uLab Systems ผู้สร้างซอฟแวร์การวางแผนการรักษาทันตกรรมจัดฟันในสำนักงาน ประกาศความร่วมมือกับ Dental Assist เพื่อการค้าในประเทศญี่ปุ่น  Dental Assist เป็นผู้ผลิตชั้นนำสำหรับผู้จัดฟันสำหรับทันตแพทย์จัดฟันและคลินิกทันตกรรมในประเทศญี่ปุ่น

Charlie Wen ประธานของ uLab Systems กล่าวว่า “Dental Assist ช่วยให้เรามีโอกาสที่ดีในการช่วยขยายสู่ตลาด aligner ในญี่ปุ่น  เริ่มแรก Dental Assist ได้ติดต่อเราเพื่อหาวิธการขยายผลการผลิตในห้องปฏิบัติการดิจิตอลของพวกเขา  ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เราสามารถเพิ่มการผลิตด้วยซอฟต์แวร์ uLab  ผลลัพธ์ของเราเสริมคุณค่าและพลังที่ซอฟต์แวร์ uLab Systems สามารถนำไปสู่กระบวนการผลิต aligner”

Dental Assist มุ่งเน้นไปที่ผู้ผลิต aligner เป็นหลักและมีประสบการณ์มากมายกับซอฟต์แวร์การวางแผน aligner  เมื่อ Dental Assist เปลี่ยนไปใช้ uLab System พวกเขารู้สึกตื่นเต้นที่พบซอฟต์แวร์ aligner ที่ทรงพลังและใช้งานง่าย  Dr. Naozumi Matsumoto ซีอีโอของ Dental Assist กล่าวว่า “ความร่วมมือของเรากับ uLab ช่วยเปลี่ยนกระบวนการพัฒนา aligner  ซอฟต์แวร์ uLab System เกินความคาดหวังของเราและเราหวังว่าจะได้เห็นนวัตกรรมเพิ่มเติมในอนาคตที่จะก้าวหน้าและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบริการของเรา”

uLab กำลังเตรียมที่จะขยายการเปิดตัวของพวกเขาโดยการมอบใบอนุญาติให้กับทันตแพทย์จัดฟันที่การประชุม  American Association of Orthodontists ประจำปีในเดือนพฤษภาคม  หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ uLab Systems หรือสนใจที่จะร่วมงานกับ uLab นอกอเมริกาเหนือ โปรดไปที่เว็บไซต์ www.ulabsystems.com หรือติดต่อเราผ่านข้อมูลด้านล่าง

เกี่ยวกับ uLab Systems

uLab โดยผู้ประกอบการและนักเทคโนโลยีที่มุ่งมั่นที่จะให้บริการชุมชนทันตกรรมจัดฟันและผู้ป่วยของพวกเขาโดยคืนการควบคุมกลับไปที่ทันตแพทย์จัดฟัน  uLab Systems ตั้งอยู่ในเรดวูดซิตี้ แคลิฟอร์เนียและก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดย Charlie Wen และ Amir Abolfathi

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190320005102/en/

ติดต่อ:

Joe Breeland

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์

joe@ulabsystems.com

ผลสำรวจ: ผู้บริหารโครงการจำเป็นต้องใช้ PMTQ ให้มากขึ้น

Logo

รายงาน Pulse of the Profession ประจำปี 2019 ขององค์กร PMI ระบุถึงข้อบกพร่อง และวิธีแก้ไขปัญหาสำหรับการบริหารโครงการการวัดผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ที่ด้อยประสิทธิภาพ

ฟิลาเดลเฟีย–(BUSINESS WIRE)–18 มีนาคม 2019

วันนี้ องค์กร Project Management Institute (PMI) ได้ออกรายงาน Pulse of the Profession® ที่เปิดเผยถึงการสูญเสียเงินลงทุนเกือบถึง 12% ในการทำโครงการเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากความด้อยในด้านประสิทธิภาพ โดยตัวเลขนี้แทบจะไม่ขยับมากว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นองค์กรที่ช่วยแก้ไขปัญหา ทาง PMI ได้ชักชวนผู้บริหารโครงการจากทั่วโลกให้มีการยกระดับและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี Project Management Technology Quotient หรือ PMTQ โดยมีองค์กร PMI เป็นผู้พัฒนาทฤษฎี PMTQ โดยใช้แบบร่างข้อมูลเชิงลึกจากบริษัทผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านดิจิตอลเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับพันธสัญญาที่ยึดมั่นในการบริการโครงการอย่างเข้มแข็ง

PMTQ จะเพิ่มโครงสร้างอีกชั้นในการบริหารโครงการให้เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ของการพัฒนาความสามารถในการใช้เทคโนโลยี (technology quotient) ซึ่งนั่นหมายถึงความสามารถของบุคคลในการปรับตัว จัดการ และเชื่อมโยง ให้เข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อใช้ในโครงการหรือองค์กร

 “สำหรับงานต่าง ๆ ในอนาคต ทีมงานของโครงการจำเป็นจะต้องมีความสามารถในด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งในฐานะหัวหน้าทีมหรือในฐานะสมาชิกของทีมก็ตาม” Murat Bicak รองประธารอาวุโสฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ของ PMI กล่าว “การมี PMTQ ที่แข็งแกร่งและมีความคล่องแคล่วในการใช้เทคโนโลยีจะเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับบุคคลที่มีหน้าที่เปลี่ยนกลยุทธ์ที่เขียนไว้ให้เป็นความจริงขึ้นมาได้”

ข้อมูลจากแบบสำรวจความเป็นมืออาชีพในการบริหารโครงการจากทั่วโลกประจำปีของ PMI หรือ Pulse of the Profession ปี 2019 ถูกนำมาใช้เพื่อระบุ PMTQ Innovators องค์กรผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านดิจิตอลในการบริหารโครงการเป็นอันดับแรก เมื่อเปรียบเทียบกับ Laggards องค์กรที่ไม่ได้ให้ความสำคัญด้านเทคโนโลยีมากนัก

องค์ประกอบสำคัญของ PMTQ

  • มีความสงสัยใคร่รู้อยู่เสมอ: ผู้บริหารโครงการที่มี PMTQ สูง จะมีความสนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปและพยายามลองค้นหาวิธี ความคิด ทัศนคติ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการนำเสนอโครงการ ข้อมูลจาก Pulse เปิดเผยว่าองค์กรที่เป็น PMTQ Innovators จะมีความสามารถในการปฏิบัติงานให้เสร็จได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อันที่จริง 60% ขององค์กรแสดงให้เห็นว่ามีการใช้วิธีการบริหารโครงการแบบผสมผสาน เมื่อเปรียบเทียบกับ 29% ขององค์กรที่เป็น PMTQ Laggards
  • มีความเป็นผู้นำรอบด้านผู้บริหารที่มี PMTQ สูง ไม่เพียงแค่สามารถบริหารคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังสามารถจัดการกับเทคโนโลยี รวมถึงคนที่ต้องทำงานกับเทคโนโลยีได้อย่างดีอีกด้วย องค์กรที่เป็น PMTQ Innovators 78% ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความสามารถทางธุรกิจในการบริหารโครงการ อ้างอิงจากข้อมูลของ Pulse
  • มีบุคลากรพร้อมความสามารถที่ทันสมัยองค์กรที่เป็น PMTQ Innovators จะคัดสรรและรักษาบุคคลที่มีความสามารถ พร้อมด้วยทักษะที่จำเป็นในการทำงานแบบดิจิตอลเอาไว้ นั่นหมายถึงลูกจ้างหรือพนักงานที่รู้จักเทรนด์ใหม่ ๆ และสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้สอดคล้องกัน อ้างอิงจากข้อมูลของ Pulse 82% ขององค์กรที่เป็น PMTQ Innovators (เมื่อเปรียบเทียบกับ 9% ขององค์กรที่เป็น PMTQ Laggards) จะให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะด้านเทคนิคในการบริหารโครงการ และ 81% มีการฝึกอบรมผู้บริหารโครงการ (เมื่อเปรียบเทียบกับ 34% ขององค์กรที่เป็น PMTQ Laggards)

การใช้ประโยชน์และรักษามาตรฐานสูงสุดของ PMTQ เอาไว้จำเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือจากบุคลากรทุกระดับในองค์กร ในขณะที่ผู้นำทางธุรกิจควรจะแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการบุคลากร ที่มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังมีความไม่สัมพันธ์กันเกิดขึ้นตรงที่ผู้นำส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้มีบุคลากรเหล่านี้เพิ่มขึ้น ในความเป็นจริงแล้วบริษัท Accenture พบว่าผู้นำทางธุรกิจ 60% มีงบประมาณลงทุนกับ AI เพิ่มมากขึ้นในปี 2017 และมีเพียง 3% เท่านั้นที่จะลงทุนกับโปรแกรมการฝึกฝนและพัฒนาทักษะตลอดปี 2020 ผู้นำขององค์กรจะต้องมองเห็นความสำคัญของการสร้างทักษะด้านดิจิตอลในองค์กร เพื่อให้ผู้จัดการโครงการ สามารถทำให้งานที่ได้รับมอบหมายให้ลุล่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่เหล่าผู้นำทางธุรกิจกำลังจดบันทึก และผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนโครงการกำลังปฏิบัติภาระกิจ PMTQ ข้อมูลจาก Pulse of the Profession แสดงให้เห็นว่าองค์กรที่เป็น PMTQ Innovator ทำผลงานของโครงการออกมาได้ดีในระดับต้น ๆ โครงการของพวกเขาดูเหมือนจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้น และทำงานได้สำเร็จตรงเวลา และอยู่ในงบประมาณที่วางไว้ อีกทั้งยังช่วยลดขอบเขตของงานที่ขยายออกไปและความผิดพลาดโดยรวมอีกด้วย

PMTQ Innovators ไม่เพียงแค่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มระดับความพอใจของผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่ถ้าหากโครงการเกิดความล้มเหลวขึ้นมา อัตราความสูญเสียที่เกิดขึ้นจะน้อยกว่าองค์กรที่เป็น PMTQ Laggards (8.5% เมื่อเปรียบเทียบกับ 16.3%)

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PMTQ ในแบบสำรวจ Pulse of the Profession ล่าสุดในหัวข้อ The Future of Work: Leading the Way With PMTQ ได้ที่ www.PMI.org/Pulse

เกี่ยวกับแบบสำรวจ Pulse of the Profession® จาก PMI

แบบสำรวจ Pulse of the Profession Survey ได้ทำการสำรวจออนไลน์ตั้งแต่เดือนพฤษจิกายนจนถึงเดือนธันวาคม 2018 จากรายงานได้เน้นให้เห็นถึงความคิดเห็นและข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริหารจัดการโครงการมืออาชีพ 3,133 คน ผู้บริหารหน่วยงานกลางขององค์กร (Project Management Office) 441 คน และผู้นำฝ่ายบริหาร 368 คนจากองค์กรหลากหลายประเภทอย่างองค์กรเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการทางการเงิน โรงงานผลิต รัฐบาล อุตสาหกรรมพลังงาน องค์กรสาธารณสุข อุตสาหกรรมกาอสร้างและองค์กรโทรคมนาคมจากทั่วโลก

เกี่ยวกับ Project Management Institute (PMI)

Project Management Institute (PMI) เป็นสมาคมชั้นนำของโลกสำหรับผู้ที่มองหาการจัดการผลงาน โปรแกรม หรือโครงการเพื่อพัฒนาอาชีพ PMI ก่อตั้งขึ้นในปี 1969 สร้างบุคลากรมืออาชีพมาแล้วกว่า 3 ล้านคนเกือบทุกประเทศในโลกผ่านการสนับสนุน ความร่วมมือ การศึกษา และการวิจัย บริษัทมุ่งยกระดับอาชีพ ปรับปรุงพัฒนาความสำเร็จขององค์กร และสร้างความเติบโตในอาชีพผ่านมาตรฐาน การรับรอง ชุมชน ทรัพยากร เครื่องมือ การวิจัยทางวิชาการ การตีพิมพ์ คอร์สการพัฒนามืออาชีพ และช่องทางเครือข่ายที่ยอมรับในระดับสากล ทาง ProjectManagement.com ได้สร้างชุมชนออนไลน์จากทั่วโลกเพื่อส่งมอบแหล่งข้อมูล อุปกรณ์ที่ดีกว่า เครือข่ายที่ใหญ่กว่าและมุมมองความคิดที่กว้างไกลออกไปในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว PMI เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ www.PMI.orgwww.projectmanagement.com,www.facebook.com/PMInstitute และบนทวิตเตอร์ @PMInstitute.

i Reworking the Revolution, Accenture (2018)

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190318005462/en/

ติดต่อ:

Mary Ortega
ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์
Project Management Institute
14 Campus Blvd.
Newtown Square, PA 19073
โทร: +1 610 356 4600 X7030
อีเมล: mary.ortega@pmi.org
เว็บไซต์: www.pmi.org