uLab Systems ประกาศความร่วมมือกับ Dental Assist เพื่อขยายการวางจำหน่ายซอฟต์แวร์วางแผนการรักษาในญี่ปุ่น

Logo

เรดวูดซิตี้ แคลิฟอร์เนีย–(บิสิเนสไวร์)–20 มี.ค. 2019

uLab Systems ผู้สร้างซอฟแวร์การวางแผนการรักษาทันตกรรมจัดฟันในสำนักงาน ประกาศความร่วมมือกับ Dental Assist เพื่อการค้าในประเทศญี่ปุ่น  Dental Assist เป็นผู้ผลิตชั้นนำสำหรับผู้จัดฟันสำหรับทันตแพทย์จัดฟันและคลินิกทันตกรรมในประเทศญี่ปุ่น

Charlie Wen ประธานของ uLab Systems กล่าวว่า “Dental Assist ช่วยให้เรามีโอกาสที่ดีในการช่วยขยายสู่ตลาด aligner ในญี่ปุ่น  เริ่มแรก Dental Assist ได้ติดต่อเราเพื่อหาวิธการขยายผลการผลิตในห้องปฏิบัติการดิจิตอลของพวกเขา  ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เราสามารถเพิ่มการผลิตด้วยซอฟต์แวร์ uLab  ผลลัพธ์ของเราเสริมคุณค่าและพลังที่ซอฟต์แวร์ uLab Systems สามารถนำไปสู่กระบวนการผลิต aligner”

Dental Assist มุ่งเน้นไปที่ผู้ผลิต aligner เป็นหลักและมีประสบการณ์มากมายกับซอฟต์แวร์การวางแผน aligner  เมื่อ Dental Assist เปลี่ยนไปใช้ uLab System พวกเขารู้สึกตื่นเต้นที่พบซอฟต์แวร์ aligner ที่ทรงพลังและใช้งานง่าย  Dr. Naozumi Matsumoto ซีอีโอของ Dental Assist กล่าวว่า “ความร่วมมือของเรากับ uLab ช่วยเปลี่ยนกระบวนการพัฒนา aligner  ซอฟต์แวร์ uLab System เกินความคาดหวังของเราและเราหวังว่าจะได้เห็นนวัตกรรมเพิ่มเติมในอนาคตที่จะก้าวหน้าและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบริการของเรา”

uLab กำลังเตรียมที่จะขยายการเปิดตัวของพวกเขาโดยการมอบใบอนุญาติให้กับทันตแพทย์จัดฟันที่การประชุม  American Association of Orthodontists ประจำปีในเดือนพฤษภาคม  หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ uLab Systems หรือสนใจที่จะร่วมงานกับ uLab นอกอเมริกาเหนือ โปรดไปที่เว็บไซต์ www.ulabsystems.com หรือติดต่อเราผ่านข้อมูลด้านล่าง

เกี่ยวกับ uLab Systems

uLab โดยผู้ประกอบการและนักเทคโนโลยีที่มุ่งมั่นที่จะให้บริการชุมชนทันตกรรมจัดฟันและผู้ป่วยของพวกเขาโดยคืนการควบคุมกลับไปที่ทันตแพทย์จัดฟัน  uLab Systems ตั้งอยู่ในเรดวูดซิตี้ แคลิฟอร์เนียและก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดย Charlie Wen และ Amir Abolfathi

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190320005102/en/

ติดต่อ:

Joe Breeland

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์

joe@ulabsystems.com

ผลสำรวจ: ผู้บริหารโครงการจำเป็นต้องใช้ PMTQ ให้มากขึ้น

Logo

รายงาน Pulse of the Profession ประจำปี 2019 ขององค์กร PMI ระบุถึงข้อบกพร่อง และวิธีแก้ไขปัญหาสำหรับการบริหารโครงการการวัดผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ที่ด้อยประสิทธิภาพ

ฟิลาเดลเฟีย–(BUSINESS WIRE)–18 มีนาคม 2019

วันนี้ องค์กร Project Management Institute (PMI) ได้ออกรายงาน Pulse of the Profession® ที่เปิดเผยถึงการสูญเสียเงินลงทุนเกือบถึง 12% ในการทำโครงการเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากความด้อยในด้านประสิทธิภาพ โดยตัวเลขนี้แทบจะไม่ขยับมากว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นองค์กรที่ช่วยแก้ไขปัญหา ทาง PMI ได้ชักชวนผู้บริหารโครงการจากทั่วโลกให้มีการยกระดับและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี Project Management Technology Quotient หรือ PMTQ โดยมีองค์กร PMI เป็นผู้พัฒนาทฤษฎี PMTQ โดยใช้แบบร่างข้อมูลเชิงลึกจากบริษัทผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านดิจิตอลเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับพันธสัญญาที่ยึดมั่นในการบริการโครงการอย่างเข้มแข็ง

PMTQ จะเพิ่มโครงสร้างอีกชั้นในการบริหารโครงการให้เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ของการพัฒนาความสามารถในการใช้เทคโนโลยี (technology quotient) ซึ่งนั่นหมายถึงความสามารถของบุคคลในการปรับตัว จัดการ และเชื่อมโยง ให้เข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อใช้ในโครงการหรือองค์กร

 “สำหรับงานต่าง ๆ ในอนาคต ทีมงานของโครงการจำเป็นจะต้องมีความสามารถในด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งในฐานะหัวหน้าทีมหรือในฐานะสมาชิกของทีมก็ตาม” Murat Bicak รองประธารอาวุโสฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ของ PMI กล่าว “การมี PMTQ ที่แข็งแกร่งและมีความคล่องแคล่วในการใช้เทคโนโลยีจะเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับบุคคลที่มีหน้าที่เปลี่ยนกลยุทธ์ที่เขียนไว้ให้เป็นความจริงขึ้นมาได้”

ข้อมูลจากแบบสำรวจความเป็นมืออาชีพในการบริหารโครงการจากทั่วโลกประจำปีของ PMI หรือ Pulse of the Profession ปี 2019 ถูกนำมาใช้เพื่อระบุ PMTQ Innovators องค์กรผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านดิจิตอลในการบริหารโครงการเป็นอันดับแรก เมื่อเปรียบเทียบกับ Laggards องค์กรที่ไม่ได้ให้ความสำคัญด้านเทคโนโลยีมากนัก

องค์ประกอบสำคัญของ PMTQ

  • มีความสงสัยใคร่รู้อยู่เสมอ: ผู้บริหารโครงการที่มี PMTQ สูง จะมีความสนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปและพยายามลองค้นหาวิธี ความคิด ทัศนคติ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการนำเสนอโครงการ ข้อมูลจาก Pulse เปิดเผยว่าองค์กรที่เป็น PMTQ Innovators จะมีความสามารถในการปฏิบัติงานให้เสร็จได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อันที่จริง 60% ขององค์กรแสดงให้เห็นว่ามีการใช้วิธีการบริหารโครงการแบบผสมผสาน เมื่อเปรียบเทียบกับ 29% ขององค์กรที่เป็น PMTQ Laggards
  • มีความเป็นผู้นำรอบด้านผู้บริหารที่มี PMTQ สูง ไม่เพียงแค่สามารถบริหารคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังสามารถจัดการกับเทคโนโลยี รวมถึงคนที่ต้องทำงานกับเทคโนโลยีได้อย่างดีอีกด้วย องค์กรที่เป็น PMTQ Innovators 78% ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความสามารถทางธุรกิจในการบริหารโครงการ อ้างอิงจากข้อมูลของ Pulse
  • มีบุคลากรพร้อมความสามารถที่ทันสมัยองค์กรที่เป็น PMTQ Innovators จะคัดสรรและรักษาบุคคลที่มีความสามารถ พร้อมด้วยทักษะที่จำเป็นในการทำงานแบบดิจิตอลเอาไว้ นั่นหมายถึงลูกจ้างหรือพนักงานที่รู้จักเทรนด์ใหม่ ๆ และสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้สอดคล้องกัน อ้างอิงจากข้อมูลของ Pulse 82% ขององค์กรที่เป็น PMTQ Innovators (เมื่อเปรียบเทียบกับ 9% ขององค์กรที่เป็น PMTQ Laggards) จะให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะด้านเทคนิคในการบริหารโครงการ และ 81% มีการฝึกอบรมผู้บริหารโครงการ (เมื่อเปรียบเทียบกับ 34% ขององค์กรที่เป็น PMTQ Laggards)

การใช้ประโยชน์และรักษามาตรฐานสูงสุดของ PMTQ เอาไว้จำเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือจากบุคลากรทุกระดับในองค์กร ในขณะที่ผู้นำทางธุรกิจควรจะแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการบุคลากร ที่มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังมีความไม่สัมพันธ์กันเกิดขึ้นตรงที่ผู้นำส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้มีบุคลากรเหล่านี้เพิ่มขึ้น ในความเป็นจริงแล้วบริษัท Accenture พบว่าผู้นำทางธุรกิจ 60% มีงบประมาณลงทุนกับ AI เพิ่มมากขึ้นในปี 2017 และมีเพียง 3% เท่านั้นที่จะลงทุนกับโปรแกรมการฝึกฝนและพัฒนาทักษะตลอดปี 2020 ผู้นำขององค์กรจะต้องมองเห็นความสำคัญของการสร้างทักษะด้านดิจิตอลในองค์กร เพื่อให้ผู้จัดการโครงการ สามารถทำให้งานที่ได้รับมอบหมายให้ลุล่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่เหล่าผู้นำทางธุรกิจกำลังจดบันทึก และผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนโครงการกำลังปฏิบัติภาระกิจ PMTQ ข้อมูลจาก Pulse of the Profession แสดงให้เห็นว่าองค์กรที่เป็น PMTQ Innovator ทำผลงานของโครงการออกมาได้ดีในระดับต้น ๆ โครงการของพวกเขาดูเหมือนจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้น และทำงานได้สำเร็จตรงเวลา และอยู่ในงบประมาณที่วางไว้ อีกทั้งยังช่วยลดขอบเขตของงานที่ขยายออกไปและความผิดพลาดโดยรวมอีกด้วย

PMTQ Innovators ไม่เพียงแค่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มระดับความพอใจของผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่ถ้าหากโครงการเกิดความล้มเหลวขึ้นมา อัตราความสูญเสียที่เกิดขึ้นจะน้อยกว่าองค์กรที่เป็น PMTQ Laggards (8.5% เมื่อเปรียบเทียบกับ 16.3%)

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PMTQ ในแบบสำรวจ Pulse of the Profession ล่าสุดในหัวข้อ The Future of Work: Leading the Way With PMTQ ได้ที่ www.PMI.org/Pulse

เกี่ยวกับแบบสำรวจ Pulse of the Profession® จาก PMI

แบบสำรวจ Pulse of the Profession Survey ได้ทำการสำรวจออนไลน์ตั้งแต่เดือนพฤษจิกายนจนถึงเดือนธันวาคม 2018 จากรายงานได้เน้นให้เห็นถึงความคิดเห็นและข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริหารจัดการโครงการมืออาชีพ 3,133 คน ผู้บริหารหน่วยงานกลางขององค์กร (Project Management Office) 441 คน และผู้นำฝ่ายบริหาร 368 คนจากองค์กรหลากหลายประเภทอย่างองค์กรเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการทางการเงิน โรงงานผลิต รัฐบาล อุตสาหกรรมพลังงาน องค์กรสาธารณสุข อุตสาหกรรมกาอสร้างและองค์กรโทรคมนาคมจากทั่วโลก

เกี่ยวกับ Project Management Institute (PMI)

Project Management Institute (PMI) เป็นสมาคมชั้นนำของโลกสำหรับผู้ที่มองหาการจัดการผลงาน โปรแกรม หรือโครงการเพื่อพัฒนาอาชีพ PMI ก่อตั้งขึ้นในปี 1969 สร้างบุคลากรมืออาชีพมาแล้วกว่า 3 ล้านคนเกือบทุกประเทศในโลกผ่านการสนับสนุน ความร่วมมือ การศึกษา และการวิจัย บริษัทมุ่งยกระดับอาชีพ ปรับปรุงพัฒนาความสำเร็จขององค์กร และสร้างความเติบโตในอาชีพผ่านมาตรฐาน การรับรอง ชุมชน ทรัพยากร เครื่องมือ การวิจัยทางวิชาการ การตีพิมพ์ คอร์สการพัฒนามืออาชีพ และช่องทางเครือข่ายที่ยอมรับในระดับสากล ทาง ProjectManagement.com ได้สร้างชุมชนออนไลน์จากทั่วโลกเพื่อส่งมอบแหล่งข้อมูล อุปกรณ์ที่ดีกว่า เครือข่ายที่ใหญ่กว่าและมุมมองความคิดที่กว้างไกลออกไปในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว PMI เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ www.PMI.orgwww.projectmanagement.com,www.facebook.com/PMInstitute และบนทวิตเตอร์ @PMInstitute.

i Reworking the Revolution, Accenture (2018)

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190318005462/en/

ติดต่อ:

Mary Ortega
ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์
Project Management Institute
14 Campus Blvd.
Newtown Square, PA 19073
โทร: +1 610 356 4600 X7030
อีเมล: mary.ortega@pmi.org
เว็บไซต์: www.pmi.org

GBS ปรับปรุงการจดทะเบียนธุรกิจในเวียดนามสำหรับธุรกิจต่างชาติ

Logo

โฮจิมินห์, เวียดนาม–(BUSINESS WIRE)–18 มีนาคม 2019

บริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายธุรกิจ GBS กำลังปรับการจัดตั้งธุรกิจในเวียดนามให้ทำได้ง่ายขึ้นโดยการปรับปรุงประสิทธิภาพบริการจดทะเบียนธุรกิจ

บริการดังกล่าวจะสนับสนุนธุรกิจต่างชาติให้ลงทุนในธุรกิจหลายประเภทและจดทะเบียนภาษี ทั้งยังพร้อมให้บริการในเว็บไซต์ https://gbs.com.vn แล้ว โดยบริการในแพ็กเกจดังกล่าวจะมีทั้งการตรวจสอบชื่อบริษัทที่ใช้ได้ การออกใบรับรองการจดทะเบียนการลงทุน (IRC) การออกใบรับรองการจดทะเบียนวิสาหกิจ (ERC) การออกใบรับรองการจดทะเบียนตราประทับ การจัดทำตราประทับและกำหนดรหัสภาษีของบริษัท รวมถึงการเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งนั่นหมายความว่าธุรกิจต่างชาติไม่จำเป็นต้องติดต่อกับเอเจนซีอื่น ๆ เพื่อจดทะเบียนอีกต่อไป

โครงการเหล่านี้เกิดขึ้นหลังนักลงทุนต่างชาติแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับกระบวนการในการจดทะเบียนธุรกิจในเวียดนาม และต้องการให้มีการปรับปรุง โดยที่ยังมีความท้าทายหลาย ๆ อย่าง

การปรับปรุงการจดทะเบียนธุรกิจจะเป็นผลดีต่อนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการจัดตั้งธุรกิจในเวียดนามหรือเพิ่มการจดทะเบียนนอกเหนือจากธุรกิจที่มีอยู่แล้ว

บริการจดทะเบียนธุรกิจสำหรับการจดทะเบียนธุรกิจและบริษัทจะช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ จดทะเบียนได้โดยไม่ต้องติดต่อกับเอเจนซี เนื่องจาก GBS จะเป็นผู้ติดต่อกับเอเจนซีเหล่านั้นในนามของลูกค้าเอง

GBS จะให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนในคราวเดียว โดยจะเป็นผู้ร่างใบสมัครของ IRC ร่างสัญญาการจัดตั้ง และโครงร่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อตั้งบริษัท และส่งเอกสารดังกล่าวไปยังเอเจนซีต่างๆ หลังจากยืนยันกับธุรกิจแล้ว รวมถึงติดตามผลเพื่อยืนยันสถานะของการสมัครและเก็บ IRC ไว้ในนามของธุรกิจ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเกิดขึ้น

Ms. Sophie Dao พาร์ทเนอร์ของ GBS ได้กล่าวว่า “ประเทศเวียดนามยังคงเดินหน้าเพื่อเป็นจุดหมายปลายทางในการลงทุนที่น่าดึงดูดสำหรับธุรกิจหลายๆ ประเภท มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาในประเทศจนเกิดเป็นสถิติใหม่ขึ้นในปี 2018 เรายินดีที่จะสนับสนุนวิสาหกิจจากทั่วทุกมุมโลกที่ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ เพื่อระบุโอกาสทางธุรกิจและขยายการประกอบธุรกิจในประเทศ”

ประเภทของนิติบุคคลที่ต้องการจัดตั้งมากที่สุดในเวียดนาม คือ บริษัทจำกัด (LLC) และการร่วมหุ้นในบริษัท (JSC) ทั้งนี้ ธุรกิจต่างๆ อาจเปิดสำนักงานตัวแทนในเวียดนามหรือสาขาหากมีธุรกิจอยู่ในประเทศอื่นแล้ว

หากต้องการขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดตั้งธุรกิจที่ลงทุนโดยชาวต่างชาติในเวียดนาม โปรดติดต่อ Ms. Sophie Dao โดยตรงผ่าน info@gbs.com.vn สายด่วน +84903189033 หรือเว็บไซต์ของบริษัทที่ https://gbs.com.vn

เกี่ยวกับ GBS:

GBS เป็นบริษัทที่ปรึกษากฎหมายที่มีชื่อเสียงที่สุดบริษัทหนึ่งในเวียดนาม ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2002 มีเครือข่ายอยู่ทั้งในภูมิภาคเอเชียและยุโรป โดย GBS พร้อมให้ข้อมูลแก่ธุรกิจและคอยช่วยเหลือธุรกิจในด้านของการประกอบธุรกิจ สร้างกำไร พัฒนาและขยายธุรกิจ รวมถึงทำตามและเข้าถึงกลุ่มตลาดใหม่

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190318005436/en/

ติดต่อ:

Ms. Sophie Dao
sophie@gbs.com.vn
หมายเลขโทรศัพท์: +84903189033

Pole To Win International แต่งตั้ง Deborah Kirkham นั่งตำแหน่ง CEO คนใหม่

Logo

Kirkham จะทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท โดยมุ่งเน้นไปที่การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการสรรหาลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเก่าไว้

ซานฟรานซิสโก–(BUSINESS WIRE)–12 มีนาคม 2019

Pole To Win International, Inc. (PTW) บริษัทเอ้าท์ซอร์สที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีและวิดีโอเกมชั้นนำในอุตสาหกรรม วันนี้ได้ประกาศการแต่งตั้ง Deborah Kirkham เป็นซีอีโอหรือผู้บริหารสูงสุดคนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2019 ก่อนหน้านี้ Kirkham ได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการเป็นเวลา 8 ปี ในตำแหน่งใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งนี้ Kirkham จะรับผิดชอบเกี่ยวกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทโดยมุ่งเน้นไปที่การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการสรรหาลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเก่าไว้

ในช่วงแรกที่ Kirkham ได้ร่วมงานกับบริษัท e4e (ซึ่งต่อมาถูกซื้อกิจการจากหนึ่งในบริษัทลูกของ PTW) เป็นบริษัทที่เปิดดำเนินการใน 3 ประเทศด้วยจำนวนพนักงานไม่เกิน 500 คนทั่วโลก ภายใต้การนำทัพใน PTW ซึ่งเธอเพิ่งก้าวเป็นซีอีโอขณะนี้ จำนวนพนักงานของบริษัทได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,800 คน ประจำในสำนักงาน 16 แห่งใน 10 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เธอช่วยให้บริษัทเติบโตในอัตราเลขสองหลักปีต่อปี รวมถึงในปี 2019 ด้วย นอกจากนี้ในปี 2018 Kirkham ยังได้นำร่องปรับโครงสร้างและรีแบรนด์องค์กรใหม่เพื่อรองรับการเติบโตอันสดใส ยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้า เคียงข้างต่อสู้เสริมสร้างวัฒนธรรมอันแข็งแกร่งของ PTW ในด้านความหลากหลายและความเท่าเทียมกันทางเพศทั่วโลก รวมทั้งสร้างพลังให้สถานปฏิบัติงานดำเนินการไปอย่างคล่องตัวและสร้างผลกำไรมากขึ้นด้วย

Deborah Kirkham ซีอีโอหรือผู้บริหารสูงสุดแห่ง PTW กล่าวว่า “ความเป็น PTW อยู่ในดีเอ็นเอของฉัน ฉันรักบริษัทนี้เหมือนบริษัทของตัวเอง และหน้าที่ใหม่ในฐานะซีอีโอ ฉันขอให้พันธสัญญาในการส่งมอบความเติบโตก้าวหน้าแก่พนักงาน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ จากการขยายบริษัทในภูมิภาคต่าง ๆ ไม่กี่ปีมานี้โดยเฉพาะในแคนาดา เอเชีย อินเดีย และยุโรป ทำให้ PTW ดำเนินธุรกิจตามเส้นทางที่วางไว้ในการช่วยลูกค้าทั่วโลกนำเสนอเรื่องราวของตนเองสู่สายตาโลก เมื่อ PTW อยู่ในฐานะพร้อมให้บริการแล้ว เราก็จะส่งต่อให้ลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้บริษัทโดดเด่น ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คณะกรรมการบริษัทพิจารณาให้ฉันเป็นผู้นำทัพไปพร้อมกับทีมผู้บริหารคนอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วง”

Kirkham เข้ามาดำรงตำแหน่งแทนซีอีโอคนเก่าอย่าง Teppei Tachibana ซึ่งประกาศลงจากตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคม 2018 หลังจากที่ได้ปฏิบัติภารกิจในฐานะซีอีโอแห่ง PTW มาเกือบ 9 ปี และขณะนี้ได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริษัท (Chairman) แห่ง PTW และก็ยังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารและผู้บริหารสูงสุดของ Poletowin Pitcrew Holdings, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ PTW ด้วย

Tachibana กล่าวถึงการแต่งตั้ง Kirkham ในฐานะซีอีโอคนใหม่ว่า “Kirkham เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ประเมินค่ามิได้ เราได้ทำงานร่วมทุกข์ร่วมสุขและใกล้ชิดกันมากว่าทศวรรษ ผมนับถือความมุ่งมั่นและความเก่งของเธอ และผมมั่นใจว่าภายใต้การนำทัพของเธอจะช่วยทำให้บริษัทขยายสู่ตลาดใหม่ ๆ และสร้างชื่อเสียงให้บริษัทเป็นที่รู้จัก และด้วยประสบการณ์อันโชกโชนในการสร้างความเติบโตทางธุรกิจ Kirkham จะนำมุมมองการพัฒนาใหม่ ๆ มาให้บริษัท ซึ่งทางคณะกรรมการบริษัทยินดีกับการแต่งตั้งเธอให้เป็นผู้บริหารสูงสุดนี้”

Pole To Win Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี 1994 มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด และมีการก่อตั้งแบรนด์ย่อยในฐานะผู้ให้บริการทางเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกแก่ตลาดจำนวนมาก บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ให้บริการหลากหลายของ PTW ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติการอุตสาหกรรมวิดีโอเกม สื่อความบันเทิงแบบอินเทอร์แอคทีฟ การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Learning) การพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) และการเชื่อมโยงหรือส่งข้อมูลถึงกันผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (IoT) โดยบริษัทมุ่งเน้นช่วยบริษัทลูกค้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้พร้อมใช้งานในตลาดโลก

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PTW และการให้บริการระดับโลกต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์: https://www.ptw.com/

เกี่ยวกับ Pole To Win International

Pole To Win International, Inc. (PTW) เป็นผู้ให้บริการโซลูชันวิดีโอเกม ความบันเทิงแบบดิจิทัล และสื่ออินเทอร์แอคทีฟ มีสำนักงาน 16 แห่งใน 10 ประเทศทั่วโลก บริการของเราประกอบด้วยการรับรองคุณภาพ การปรับบริการให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ การดูแลลูกค้า บริการด้านวิศวกรรมและการพัฒนา และบริการการผลิตงานด้านเสียง Pole To Win Co., Ltd และ PTW สั่งสมประสบการณ์การให้บริการมากว่า 25 ปี และมีโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายในโครงการและลูกค้าทุกขนาด

PTW เป็นบริษัทถือหุ้นรายใหญ่มีสำนักงานในสหราชอาณาจักรและมีบริษัทลูกมากมายทั่วโลก บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ภายใต้การบริหารงานของ Poletowin Pitcrew Holdings, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวโดยทำการซื้อขายในส่วนกระดานที่หนึ่ง (First Section) เท่านั้นที่ 3657 POLE TO WIN เป็นชื่อจดทะเบียนของ Pole To Win Co., Ltd. ในประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งประเทศอื่น ๆ ข้อมูลนี้ได้รับการสงวนลิขสิทธิ์ ข้อมูลเพิ่มเติม เข้าชมที่ https://www.ptw.com/

ติดตามข่าวสารของ PTW ได้ที่ FacebookTwitter และ LinkedIn

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190312005547/en/

ติดต่อ:

Allison DeLeo
Racepoint Global for Pole To Win International
โทรศัพท์: +1 (415) 694-6700
ptw@racepointglobal.com

Triumph Group ร่วมมือกับ CATC ประเทศไทย สนับสนุนการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Logo

เบอร์วิน เพนซิลวาเนีย–(BUSINESS WIRE)–5 มีนาคม 2019

Triumph Group, Inc. (NYSE: TGI) วันนี้ได้ประกาศการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างบริษัทในเครือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง Triumph Aviation Services Asia (TASA) และ Triumph Structures – Thailand (TST) กับสถาบันการบินพลเรือน (CATC) ในการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรการบินมืออาชีพในประเทศไทย

ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาจะมีการขยับขยายและปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจซ่อมเครื่องบินและธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการลุงทุนของรัฐบาลไทยในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) บันทึกความเข้าใจระหว่าง Triumph และสถาบันการบินพลเรือนประกอบด้วยข้อตกลงในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภาเพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการบินให้เพียงพอต่ออุตสาหกรรมการซ่อมเครื่องบินของประเทศที่กำลังเติบโตนี้

Monty Richardson ประธานบริษัท Triumph Aviation Services Asia ผู้ออกแบบ ผลิต และซ่อมบำรุงชิ้นส่วนอากาศยานของ Triumph Product Support กล่าวว่า “การลงนามบันทึกความเข้าใจของ Triumph Group มีเจตนาสำคัญและแน่วแน่ในการเข้าไปมีบทบาทเพื่อการสร้างผลกระทบและบูรณาการเชิงกลยุทธ์ในภูมิภาค Triumph และอุตสาหกรรมการบินทั้งหมดในประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากช่างซ่อมเครื่องบินและผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะด้านจากการฝึกอบรมนี้”

ในฐานะผู้นำทางอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคที่พร้อมมอบความเชี่ยวชาญ Triumph จึงได้รับเลือกให้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจของสถาบันการบินพลเรือน ส่วน Triumph Structures – Thailand (TST) ก็ได้ร่วมมือกับสถาบันการบินพลเรือนในการพัฒนาหลักสูตรสำหรับการผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างอากาศยานอีกด้วย

GB Kohoutek หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Triumph Structures – Thailand (TST) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตและซ่อมแซมชิ้นส่วนโครงสร้างอากาศยานของ Triumph กล่าวว่า “บันทึกความเข้าใจและการพัฒนาบุคลากรมืออาชีพที่จัดทำขึ้นโดยสถาบันการบินพลเรือนจะช่วยเพิ่มจำนวนช่างซ่อมเครื่องบินและผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีและพร้อมใช้งานในตลาด โดยจะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายสำหรับธุรกิจการบินในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ได้”

รัฐบาลไทยประเมินมูลค่าโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกไว้ที่ 4.3 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 1.5 ล้านล้านบาทตลอด 5 ปีข้างหน้า

นายรัตญา ณ สงขลา ผู้อำนวยการฝ่ายขายจาก Triumph Aviation Services Asia (TASA) กล่าวว่า “จากการลงนามบันทึกความเข้าใจนี้ รัฐบาลไทยมีความมั่นใจค่อนข้างสูงกับสิ่งที่ Triumph Group จะมอบให้เพื่อยกระดับความเป็นมืออาชีพของบุคลากรทางการบินในประเทศไทย นับเป็นโอกาสอันมีค่ามากในการขยายขอบเขตธุรกิจของเราที่มีอยู่เพื่อเป็นช่องทางความร่วมมือที่เติบโตงอกงามและเป็นประโยชน์มากขึ้น”

และเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานของสถาบันการบินพลเรือนและ/หรือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก Triumph Aviation Services Asia (TASA) จึงได้ส่งเสริมศักยภาพและความสามารถโดยการพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมภายในอย่างเข้มข้น ประกอบไปด้วยโปรแกรมการดูแลพนักงานใหม่ การปะยุกต์วิธีการฝึกอบรม เทคนิค และการเรียนรู้แบบเสริมกำลังเชิงภาพใหม่ๆ แบบจริงจังมากขึ้นที่ศูนย์การผลิตในจังหวัดชลบุรี

Triumph Aviation Services Asia (TASA) คือสำนักงานใหญ่การบริการตลาดหลังการขายระดับภูมิภาคของ Triumph Product Support เป็นศูนย์บริการเพียงรายเดียวที่ให้บริการทั่วทั้งภูมิภาคสำหรับโครงสร้างเครื่องบินเชิงพานิชย์ พื้นบังคับอากาศยาน ส่วนประกอบ และอุปกรณ์การผลิตและซ่อมบำรุงอากาศยาน

Triumph Structures – Thailand เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนแผ่นบาง โครงสร้างเชิงประกอบ และชิ้นส่วนประกอบสำหรับอากาศยานรวมทั้งเครื่องยนต์ด้วย

Triumph Group, Inc. มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเบอร์วิน รัฐเพนซิลวาเนีย สหรัฐฯ ให้บริการออกแบบ วิศวกรรม ผลิต ซ่อมบำรุง และปรับปรุงชิ้นงานด้านระบบป้องกันและอวกาศ ส่วนประกอบ และโครงสร้างแก่อุตสาหกรรมการบินระดับโลก ทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วนขั้นแรกและผู้ให้บริการเครื่องบินทั้งเชิงพานิชย์และเครื่องบินรบ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Triumph Group สามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์ของบริษัท http://www.triumphgroup.com

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190305005990/en/

ติดต่อ:

Michele Long
ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการสื่อสาร
โทร (610) 251-1000
mmlong@triumphgroup.com

Michael Pici
รองประธานฝ่ายวางแผนการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์
โทร (610) 251-1000
mpici@triumphgroup.com

Project Management Institute แต่งตั้ง Sunil Prashara เป็นประธานบริษัทและประธานกรรมการบริหารคนใหม่

Logo

ฟิลาเดลเฟีย–(BUSINESS WIRE)–4 มีนาคม 2019

Project Management Institute (PMI) ประกาศวันนี้ว่าทางคณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งนาย Sunil Prashara เป็นประธานบริษัทและประธานบริหารคนใหม่โดยมีผลทันที ซึ่ง Sunil จะมีบทบาทในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้นำการสนับสนุนองค์กรระดับโลกอย่าง PMI ที่ให้บริการแก่บุคลากรมืออาชีพมากกว่า 3 ล้านคนเกือบทุกประเทศทั่วโลก การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการบริษัท Sunil จะทำหน้าที่ดูภาพรวมแผนการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ใหม่ ๆ ของ PIM และพาองค์กรไปสู่อนาคตที่ออกแบบเพื่อช่วยให้บุคลากรโครงการมืออาชีพหลายล้านคนทั่วโลกยกระดับอาชีพและประยุกต์ความคิดของตนเองให้ใช้ได้จริง

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่ https://www.businesswire.com/news/home/20190304005698/en/

Project Management Institute names Sunil Prashara as new President and Chief Executive Officer. In h ...

Project Management Institute แต่งตั้งนาย Sunil Prashara เป็นประธานบริษัทและประธานบริหารคนใหม่ Prashara จะมีบทบาทในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ให้กับ PMI และนำพาองค์กรสู่อนาคตที่มีเป้าหมายในการช่วยเหลือบุคลากรมืออาชีพหลายล้านคนทั่วโลกก้าวหน้าในอาชีพ และสร้างสรรค์แนวคิดต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นจริง (รูปภาพ: Business Wire)

Randall T. (Randy) Black, P. Eng., PMP ประธานคณะกรรมการบริษัทกล่าวว่า “จากความสำเร็จตลอดระยะเวลา 50 ปีในการดำเนินการโครงการนี้ทั่วโลก PMI กำลังกำหนดทิศทางใหม่อันน่าตื่นเต้นในอีก 50 ปีหรือมากกว่าข้างหน้า และจากประสบการณ์ความเป็นผู้นำระดับโลก ความเชี่ยวชาญในการเปลี่ยนรูปแบบองค์กรไปสู่ดิจิทัล และความหลงใหลในภารกิจของ PMI สิ่งเหล่านี้ทำให้ Sunil เหมาะสมกับตำแหน่งประธานบริหารคนใหม่ของเรา ซึ่งความเป็นผู้นำของเขาจะช่วยยกระดับความโปร่งใสและความร่วมมือมิติใหม่ในการกระตุ้นสมาชิก อาสาสมัคร และผู้ถือหุ้นให้สนับสนุนงานของ PMI เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเราได้สื่อสารถึงผลกระทบและคุณค่าที่ได้รับของการจัดการโครงการนี้ทั่วโลก”

Sunil จะนำความสามารถจากการเป็นผู้นำระดับโลกอันเป็นประโยชน์ที่สั่งสมมากว่าสามทศวรรษมายัง PMI ทั้งประสบการณ์อันโชกโชนในด้านการวางกลยุทธ์ การคิดแผนการสำคัญระดับองค์กรเพื่อเปลี่ยนรูปแบบไปสู่ดิจิทัล และความท้าทายในการสร้างการเติบโตและผลกำไรแก่องค์กรต่างชาติมากมาย

Sunil กล่าวว่า “เทคโนโลยีกำลังเข้ามาเปลี่ยนแนวทางการดำเนินธุรกิจจนเราอาจตามไม่ทัน ผมจึงหวังที่จะได้ร่วมงานกับทีมงาน PMI เพื่อส่งมอบความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานใหม่ๆ และชัดเจนเพื่อปรับทิศทางกลยุทธ์ขององค์กรให้ไปในทางที่เหมาะสม ยกระดับศักยภาพทางเทคโนโลยีเพื่อรักษาเทรนด์การทำงานไม่เป็นเวลาไว้ และส่งต่อมูลค่าที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้แก่สมาชิก อาสาสมัคร สาขาขององค์กร และบุคลากรโครงการมืออาชีพ ในฐานะที่ผมเคยแป็นผู้นำทางธุรกิจของบริษัทยักษ์ใหญ่โครงสร้างซับซ้อนระดับโลก ผมมองเห็นพลังอันดีเยี่ยมที่การจัดการโครงการมืออาชีพจะช่วยสร้างบุคลากรและองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้”

Sunil เคยทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการบริหารของบริษัท i1too Ltd ในสหราชอาณาจักร ก่อนที่จะร่วมงานกับ PMI เขามีส่วนในการช่วยกระตุ้นยอดขายแก่บริษัทดิจิทัลสตาร์ตอัพ ซึ่งเป็นบริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นเองในปี 2016 และขยายกิจการไปทั่วโลก ก่อนหน้านี้ Sunil เป็นประธานกรรมการบริษัท Expereo International และยังพ่วงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงอีกหลายตำแหน่งในองค์กรด้านข้อมูลและเทคโนโลยีการสื่อสารและกิจการโทรคมนาคม จากการทำงานหลากหลายตำแหน่ง หลายวัฒนธรรม ในหลายประเทศ ประสบการณ์ของ Sunil จึงพร้อมไปด้วยการจัดการการขาย การปฏิบัติงาน และการเปลี่ยนรูปแบบองค์กรไปสู่ดิจิทัลให้กับบริษัทชั้นนำต่าง ๆ เช่น Vodafone, Nokia, Accenture และ Perot Systems (NTT) นอกจากนี้ ในฐานะผู้บริหารธุรกิจ เขายังได้เพิ่มพูนความเชี่ยวชาญการจัดการโครงการเพื่อให้ PMI สามารถขยายธุรกิจไปทั่วโลกผ่านการมองภาพธุรกิจทั้งภายในและภายนอกด้วยความเข้าใจ

เกี่ยวกับ Project Management Institute (PMI)

Project Management Institute (PMI) เป็นสมาคมชั้นนำของโลกสำหรับผู้ที่มองหาการจัดการผลงาน โปรแกรม หรือโครงการเพื่อพัฒนาอาชีพ PMI ก่อตั้งขึ้นในปี 1969 สร้างบุคลากรมืออาชีพมาแล้วกว่า 3 ล้านคนเกือบทุกประเทศในโลกผ่านการสนับสนุน ความร่วมมือ การศึกษา และการวิจัย บริษัทมุ่งยกระดับอาชีพ ปรับปรุงพัฒนาความสำเร็จขององค์กร และสร้างความเติบโตในอาชีพผ่านมาตรฐาน การรับรอง ชุมชน ทรัพยากร เครื่องมือ การวิจัยทางวิชาการ การตีพิมพ์ คอร์สการพัฒนามืออาชีพ และช่องทางเครือข่ายที่ยอมรับในระดับสากล

เยี่ยมชมเราได้ที่ www.PMI.orgwww.projectmanagement.com,www.facebook.com/PMInstitute และทวิตเตอร์ @PMInstitute.

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190304005698/en/

ติดต่อ:

Karen Flanagan
+1 610-356-4600 x1092
Karen.flanagan@pmi.org

Sage Metals เข้าซื้อกิจการ Jayco Manufacturing

Logo

นิวยอร์ก–BUSINESS WIRE–28 กุมภาพันธ์ 2019

Sage Metals Private Limited (“Sage”) หนึ่งในกลุ่มบริษัท Delos Capital (“Delos”) และผู้นำทางการผลิตสินค้าโลหะผสมพิเศษ ประกาศการเข้าซื้อกิจการบริษัท Jayco Manufacturing, LLC (“Jayco”)

Joyco ตั้งอยู่ที่เมืองแกรนด์ แพรี รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ โดยทำธุรกิจเกี่ยวกับการประกอบ การเชื่อมและผลิตชิ้นส่วนโลหะรูปทรงต่าง ๆ ตามสั่งสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตแก่ลูกค้าอุตสาหกรรมและลูกค้าปลายทางบุคคล โดยธุรกิจเปิดดำเนินงานในแถบอเมริกาเหนือเป็นหลัก

การรวมบริษัทจะยังคงมอบบริการแก่ลูกค้าต่อไปในฐานะพาร์ทเนอร์ชั้นนำทางธุรกิจซัพพลายเชนระดับโลก พร้อมศักยภาพทางการผลิตและการส่งมอบผลิตภัณฑ์อันหลากหลายขึ้น

R. Krishnan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่ง Sage กล่าวว่า “Sage รู้สึกตื่นเต้นมากกับการเข้าซื้อกิจการ Jayco เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพการะบวนการทำงานและความสามารถทางการตลาดแก่ลูกค้าในอเมริกาเหนือ ประสบการณ์ที่มากมายของ Kevin Maynard แห่ง Jayco จะช่วยเพิ่มมูลค่ามหาศาลแก่ Sage ในการบรรลุเป้าหมายการทำธุรกิจในอเมริกาเหนือในปีต่อไป”

Kevin Maynard ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Jayco กล่าวว่า “ทาง Jayco รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Sage ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านการแปรรูปโลหะ การกัดโลหะให้เป็นรูปทรง และการหล่อโลหะ ทำให้เราโดดเด่นกว่าคู่แข่งอื่น ๆ ในตลาดที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง การรวมลูกค้าและผลิตภัณฑ์ของ Sage กับฐานลูกค้าปัจจุบันและศักยภาพทางการผลิตของเรา จะทำให้เราเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมนี้ในอนาคต”

เกี่ยวกับ Delos Capital

Delos Capital ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 เป็นบริษัทลงทุนนอกตลาดหลักทรัพย์ระดับกลางไปถึงเล็ก มีความเชี่ยวชาญในด้านการจัดการซื้อขายหุ้นบริษัท ปรับโครงสร้างหนี้ และลงทุนแบบเน้นการเติบโต

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190228006083/en/

ติดต่อ:

Delos Capital
Joseph Safdeye
press@deloscap.com

การขยายตัวของการผลิตของประเทศเซนต์คิตส์และเนวิสเอื้อต่อพลเมืองเศรษฐกิจ

Logo

ลอนดอน–(บิสิเนสไวร์) –19 กุมภาพันธ์ 2019

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาประเทศเซนต์คิตส์และเนวิสเผยการคาดการณ์เชิงบวกสำหรับภาคการผลิต  หลังจากการเยี่ยมชมห้าโรงงานภายในประเทศ รัฐบาลรายงานว่าแผนอุตสาหกรรมและการคาดการณ์บ่งชี้ถึงการเติบโตของการแข่งขันในปีหน้า  การผลิตเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากการผลิตและความแข็งแกร่ง  ในขณะที่พลเมืองทางเศรษฐกิจที่ลงทุนในประเทศผ่านกองทุน Sustainable Growth Fund (SGF)  การเติบโตที่เพิ่มขึ้นจะให้ผลตอบแทนการลงทุนที่มากขึ้นสำหรับผู้สมัครโครงการลงทุน Citizenship by Investment (CBI)

พลเมืองทางเศรษฐกิจ

โครงการ CBI ของเซนต์คิตส์และเนวิสมอบสัญชาติที่สองเพื่อตอบแทนในการลงทุนใน SGF  โปรแกรม 'Platinum Standard' เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก โดยได้รับการยอมรับ จาก Financial Times สำหรับมาตรฐานระดับสูงของการวิเคราะห์ธุรกิจและการประมวลผล  เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลได้เพิ่มระดับการวิเคราะห์ธุรกิจจากการออกกฎหมายบัญชีค้ำประกันที่เข้มงวดขึ้นและข้อกำหนดใหม่สำหรับผู้สมัครเพื่อให้ข้อมูลไบโอเมตริกซ์ในรูปแบบของลายนิ้วมือดิจิตอล  โดยแตกต่างจากตัวเลือกอสังหาริมทรัพย์ ผู้สมัคร SGF ลงทุนโดยตรงในการพัฒนาของประเทศ และจึงได้รับประโยชน์จากการเจริญเติบโตโดยรวมของเศรษฐกิจ  การลงทุนที่สำคัญ ได้แก่ การดูแลสุขภาพ โรงเรียน โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาธุรกิจ  ผู้สมัครหลายคนยังได้รับสัญชาติที่สองเพื่อปกป้องความปลอดภัยของพวกเขาและสมาชิกในครอบครัว  เศรษฐกิจที่เติบโตและแข็งแกร่งนั้นเปิดโอกาสให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงส่วนบุคคลมากขึ้น

อนาคตที่แข็งแกร่งมากขึ้น

ผลิตเพื่อการส่งออกที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของรายรับสำหรับเซนต์คิตส์และเนวิส  สินค้าได้ถูกจัดส่งไปทั่วโลก รวมถึงสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งเป็นที่ที่ใช้ผลิตภัณฑ์การบินและอวกาศของเซนต์คิตส์และเนวิส  นายกรัฐมนตรี Dr Timothy Harris ได้เยี่ยมชมโรงงานและกล่าวอย่างยินดีกว่า “[การผลิต] เป็นอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อนและมีการแข่งขันสูง และผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเรามีมาตรฐานที่สูง  นั่นคือสาเหตุที่เซนต์คิตส์และเนวิสเป็นทางเลือกในการขยายฐานการผลิตสำหรับปี 2018/2019”  นายกฯได้เยื่ยมชมโรงงานต่างๆ เช่นโรงงานของ Lutron Liamuiga, Kajola Kristada, Jaro Electronics, Carib Brewery (เซนต์คิตส์และเนวิส) ใน Basseterre และ API Harowe St Kitts ใน Sandy Point  มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ 11 คนเยี่ยมชมพร้อมกับนายกฯ

– จบ –

CS Global Partners เป็นที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศและการเป็นพลเมืองและตัวแทนการลงทุนของรัฐบาลเซนต์คิตส์และเนวิส

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190219005171/en/

ติดต่อ:

Thomas Kohn

pr@csglobalpartners.com

+ (44) 2073184343

www.csglobalpartners.com

AJWELP ให้การสนับสนุนและเพิ่มศักยภาพสตรีสตาร์ทอัพในประเทศสมาชิกอาเซียน

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–19 กุมภาพันธ์ 2019

ศูนย์อาเซียนญี่ปุ่น ASEAN-Japan Centre –  AJC) จัดทำโครงการ ASEAN-Japan Women Entrepreneurs’ Linkage (AJWELP) ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะช่วยเสริมสร้างผู้ประกอบการสตรีในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 27 – 30 มกราคม 2019 โดยมีเจ้าภาพร่วม SME Corporation Malaysia

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190218005438/en/

Snapshot from the 3rd AJWELP (Photo: Business Wire)

ภาพ จาก AJWELP ครั้งที่ 3 (รูปภาพ: Business Wireจ)

รัฐบาลของประเทศสมาชิกอาเซียนและญี่ปุ่นมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการพัฒนา MSMEs รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการสตรีเพื่อพัฒนาสังคมที่เท่าเทียมกันทางเพศ  เพื่อเพิ่มพูนความพยายามนี้ AJC ได้เปิดตัว AJWELP โครงการสนับสนุนสำหรับผู้ประกอบการสตรีในประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง สตาร์ทอัพ บริษัท และที่ปรึกษา โครงการจัดขึ้นครั้งแรกในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ในปี 2016 ตามมาด้วยกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียในปี 2017

หนึ่งในไฮไลท์ของ AJWELP ครั้งที่ 3 คือการนำเสนอทางธุรกิจในวันที่ 29 มกราคม ที่ซึ่งสตาร์ทอัพจากประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ได้นำเสนอเกี่ยวกับธุรกิจของพวกเขา และความท้าทายต่อหน้าตัวแทนจากบริษัทและที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้ประกอบการระดับสูง   หลังจากการนำเสนอทางธุรกิจ ตัวแทนของบริษัททำการตัดสินในสตาร์ทอัพที่พวกเขาจะให้การสนับสนุน ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจของบริษัท  มีการสนับสนุนทั้งหมด 153 รายการให้กับผู้ที่เข้ารอบ 10 คนจาก 27 บริษัท ที่สนับสนุน

ช่วงเวลาสำคัญอีกอย่างคืองานสร้างเครือข่ายธุรกิจในช่วงเย็นที่จัดขึ้นหลังจากการนำเสนอทางธุรกิจ โดยได้รับเกียรติจากการเยี่ยมชมของ Yang Amat Berhormat Dato’ Seri Dr. Wan Azizah Wan Ismail รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสตรี ครอบครัว และการพัฒนาชุมชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทรงเกียรติอื่น ๆ  รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ แบ่งปันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ประกอบการ SME ในมาเลเซียที่เจ้าของเป็นผู้หญิง และวิธีการที่รัฐบาลมาเลเซียให้การสนับสนุนพวกเขา  นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีแสดงความคิดเห็นต่อ AJWELP ว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จมากขึ้นในการเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงในภูมิภาคอาเซียนเนื่องจากเป็นปีที่สามติดต่อกันแล้ว

AJC เชื่อว่าการสนับสนุนและการให้คำปรึกษาจากบริษัทและที่ปรึกษาจะให้แรงบันดาลใจและเป็นประโยชน์สำหรับสตาร์ทอัพเพื่อขยายธุรกิจของพวกเขาต่อไป  เป็นที่คาดหวังว่าในที่สุด สตาร์ทอัพที่เข้าร่วมโครงการจะกลายเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จและเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ในอนาคต

ASEAN-Japan Centre

ASEAN-Japan Centre เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นโดยประเทศสมาชิกอาเซียนและญี่ปุ่นในปี 1981  องค์กรนี้ได้ส่งเสริมการส่งออกจากอาเซียนไปยังประเทศญี่ปุ่นในขณะที่ฟื้นฟูการลงทุน การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนในประเทศสมาชิกอาเซียนและญี่ปุ่น

URL: https://www.asean.or.jp/en/

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190218005438/en/

ติดต่อ:

ASEAN-Japan Centre

Junko Nukiyama

โทร + 81-3-5402-8118

FAX + 81-3-5402-8003

E-mail: toiawase_ga@asean.or.jp

1F, Shin Onarimon Bldg., 6-17-19 Shimbashi,

Minato-ku, Tokyo 105-0004 Japan


เวสเทิร์นยูเนี่ยนเปิดตัวทางเลือกใหม่แห่งการชำระเงิน สำหรับนักช็อปบนเว็บไซต์อเมซอนในไทย

Logo

วิถีใหม่แห่งการใช้จ่ายจะช่วยให้นักช็อปซื้อสินค้าได้ทั่วโลกแต่จ่ายเป็นสกุลเงินท้องถิ่นได้

กรุงเทพฯ – 13 กุมภาพันธ์ 2562 – – เดอะ เวสเทิร์น ยูเนี่ยน คอมพานี (The Western Union Company) (NYSE: WU) ผู้นำด้านบริการชำระเงินทั่วโลก เปิดตัวทางเลือกใหม่ในการชำระเงินสำหรับลูกค้าเว็บไซต์อเมซอน (Amazon.com) ซึ่งจะช่วยให้นักช็อปเลือกซื้อสินค้ามากมายจากทั่วโลกที่จำหน่ายอยู่บนเว็บไซต์อเมซอน และสามารถจ่ายเงินในสกุลท้องถิ่นได้ โดยในระยะแรกสามารถให้บริการดังกล่าวนี้แล้วใน 10 ประเทศ ได้แก่ ชิลี โคลัมเบีย เปรู เคนยา ไต้หวัน ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย

(Graphic: Business Wire)

(Graphic: Business Wire)

แพลตฟอร์มการชำระเงินแบบใหม่ของเวสเทิร์นยูเนี่ยนนี้มีชื่อว่า เปย์โค้ด (PayCode) ซึ่งจะช่วยเพิ่มตัวเลือกในการชำระเงินข้ามประเทศสำหรับเว็บไซต์อเมซอน โดยดำเนินธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ที่ซับซ้อนทั้งการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน การชำระเงิน และการโอนเงินระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเลือกชำระเงินด้วย เปย์โค้ด (PayCode) ในหน้าชำระเงินบนเว็บไซต์อเมซอน ลูกค้าจะได้รับโค้ดพร้อมคำแนะนำวิธีการชำระเงินด้วยตนเองผ่านสาขาของเวสเทิร์นยูเนี่ยนที่ร่วมรายการ ความร่วมมือระหว่างเวสเทิร์นยูเนี่ยนและอเมซอนในครั้งนี้จะช่วยมอบโอกาสในการเข้าถึงและเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ลูกค้า ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สามารถทำการซื้อสินค้าออนไลน์ได้ด้วยข้อจำกัดด้านการชำระเงิน

ขยายโอกาสเข้าถึงสินค้าให้แก่ลูกค้าและปิดช่องว่างด้านการชำระเงิน

บริษัทวิจัยฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช (Forrester Research) คาดการณ์ว่าภายในปีค.ศ. 2022 การซื้อสินค้าข้ามประเทศจะมีสัดส่วนราว 20% ของปริมาณการซื้อสินค้าออนไลน์ทั้งหมดทั่วโลก โดยมีมูลค่าสูงถึง 630,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ1  แม้ว่าตัวเลือกด้านสินค้า คุณภาพ และราคาจะเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าข้ามประเทศสำหรับนักช็อปออนไลน์ แต่ตัวเลือกในการชำระเงินที่มีอย่างจำกัดยังคงเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ที่ต้องการชำระเงินสดด้วยตนเอง และผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่เป็นสากล

“เราต้องการที่จะช่วยปลดล็อคการเข้าถึงสินค้าบนเว็บไซต์อเมซอนให้แก่ลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าที่สำหรับหลายๆ พื้นที่ในโลก ที่อาจมีจำหน่ายแต่บนออนไลน์เท่านั้น” นายคาลิด เฟลลาฮี รองประธานกรรมการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปของบริษัทเวสเทิร์นยูเนี่ยน ดิจิตอลกล่าว “นี่เป็นตัวอย่างที่ดีอันหนึ่งในการแสดงถึงการร่วมมือกันของสองบริษัทระดับโลกเพื่อสร้างนวัตกรรมที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและตัวเลือกให้แก่ลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ในโลกที่การซื้อขายสินค้าออนไลน์ข้ามประเทศมักจะเกิดขึ้นข้ามทวีปซึ่งอาจมีระบบและบริการทางการเงินที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แพลตฟอร์มนี้ของเราเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะช่วยลดความซับซ้อนยุ่งยากในการเก็บเงินในสกุลท้องถิ่นแล้วเปลี่ยนเป็นสกุลเงินอะไรก็ตามที่ผู้ขายกำหนดไว้”

“อเมซอนมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกค้าทั่วโลกในการซื้อสินค้าบนเว็บไซต์อเมซอน และที่สำคัญคือช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระเงินในการซื้อสินค้าออนไลน์ข้ามประเทศด้วยวิธีที่สะดวกสบายที่สุดสำหรับลูกค้า” นายเบน โวล์ค ผู้อำนวยการฝ่ายPayment Acceptance and Experience ของบริษัทอเมซอนกล่าว “ระบบเปย์โค้ดของอเมซอนจะช่วยยกระดับการใช้บริการเวสเทิร์นยูเนี่ยน เพื่อทำให้การซื้อสินค้าออนไลน์ข้ามประเทศน่าเชื่อถือและสะดวกสบายสำหรับลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต หรือผู้ที่ต้องการชำระด้วยเงินสด”

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทางเลือกในการชำระเงินแบบใหม่ของเวสเทิร์นยูเนี่ยนได้ที่ https://www.westernunion.com/paylocal/th/  และดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเปย์โค้ดของอเมซอนที่ https://www.amazon.com/paycode_Thailand

เกี่ยวกับแพลตฟอร์มการชำระเงินข้ามประเทศของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน

แพลตฟอร์มการโอนเงินต่างสกุลเงินข้ามประเทศของเวสเทิร์นยูเนี่ยน ซึ่งได้สร้างมาตรฐานสำหรับการโอนย้ายเงินข้ามประเทศ ประกอบด้วยระบบฐานข้อมูลลูกค้าที่มั่นคงและปลอดภัย ระบบชำระเงิน เครื่องมือในการตรวจสอบและควบคุมการทำธุรกรรมที่ผิดกฏหมาย  เครือข่ายผู้ให้บริการที่มีอยู่มากกว่า 500,000 จุดในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก และความสามารถในการส่งเงินได้หลายพันล้านบัญชี รวมทั้งโมบายล์วอลเล็ต  ในปีพ.ศ. 2560 มีธุรกรรมเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มของเวสเทิร์นยูเนี่ยนเฉลี่ย 32 รายการในทุกๆวินาที และมีการโอนย้ายเงินมูลค่า 300,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐในสกุลเงินต่างๆกว่า 130 สกุล

ความพร้อมด้านเทคโนโลยีของเวสเทิร์นยูเนี่ยน ระบบเอพีไอ ระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและชำระเงิน เครือข่ายตัวแทน และความสามารถในการตรวจจับการฟอกเงินและการโจรกรรมทางการเงิน ช่วยเชื่อมต่อโลกทางการเงินแบบดิจิตอลและเข้าด้วยกัน และทำให้เวสเทิร์นยูเนี่ยนเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโอนย้ายเงินดิจิตัลและเงินสดข้ามประเทศที่ใหญ่ที่สุดสำหรับลูกค้าทั่วโลก ปัจจุบันบริษัทให้บริการด้านธุรกรรมทางดิจิตัลมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของธุรกรรมทางดิจิตัลของเวสเทิร์นยูเนี่ยนทั้งหมดทั่วโลกมาจากโทรศัพท์มือถือ

เกี่ยวกับเวสเทิร์น ยูเนี่ยน

เดอะ เวสเทิร์น ยูเนี่ยน คอมพานี (The Western Union Company) (NYSE: WU)  เป็นผู้นำด้านบริการชำระเงินทั่วโลก แฟลตฟอร์มที่มีความหลากหลายของเวสเทิร์นยูเนี่ยนช่วยเชื่อมต่อโลกของเงินดิจิตัลและเงินสดเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าและผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์สามารถรับ  ส่ง และชำระเงินได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และปลอดภัย ในปีที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2561) เครือข่ายตัวแทนของเรามีจุดให้บริการมากกว่า 550,000 จุดทั่วโลก ให้บริการโอนย้ายเงินข้ามประเทศทั่วโลกผ่านแบรนด์ Western Union และ Vigo หรือ Orlandi Valuta ที่มีอยู่ในกว่า 200 ตลาด ทำให้สามารถโอนเงินไปยังกว่าหลายพันล้านบัญชี นอกจากนี้ช่องทางที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2561 อย่าง westernunion.com ยังสามารถเปิดให้บริการในกว่า 60 ตลาดทั่วโลก โดยในปี 2561 บริษัทฯ สามารถโอนเงินกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในสกุลเงินต่างๆ กว่า 130 สกุล โดยมีการทำธุรกรรมในทุกบริการเฉลี่ย 34 ครั้งต่อวินาที ด้วยเครือข่ายที่เชื่อมโยงทั่วโลก เวสเทิร์นยูเนี่ยนช่วยให้การโอนย้ายเงินข้ามประเทศง่ายยิ่งขึ้น ช่วยเชื่อมต่อการทำธุรกรรมการเงินระหว่างครอบครัว เพื่อน และภาคธุรกิจ และเพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม คลิก www.westernunion.com

1แหล่งที่มาของข้อมูล:  บริษัทวิจัยฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช (Forrester Research), “Online Cross-Border Retail Forecast, 2017-2022 (Global)”, 20 เมษายน  2560

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51939907&lang=en

สื่อมวลชนสัมพันธ์

ญาณินี กสิธรานนท์

เฟลชแมน ฮิลลาร์ด ประเทศไทย

โทร. 085-953-3330

อีเมล: yaninee.kasitaranon@fleishman.com

Nick Caplin

Amazon

+44 (20) 3680 2144

ncaplin@amazon.co.uk