Africa Finance Corporation ขยายการลงทุนในเอเชียอย่างต่อเนื่องด้วย Kimchi Term Loan Facility มูลค่า 140 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

Logo

การลงทุนในเอเชียล่าสุดไปยัง AFC เป็นเงินประมาณ 1.2 พันล้านเดอลลาร์สหรัฐ

ความสำเร็จเป็นตัวบ่งบอกถึงความสนใจของนักลงทุนชาวเอเชียในการพัฒนาของแอฟริกา

ลอนดอน–(BUSINESS WIRE)–20 พฤศจิกายน 2562

Africa Finance Corporation (“AFC” หรือ “Corporation) นักลงทุนผู้ให้บริการโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานระดับชั้นนำ วันนี้ได้ประกาศการทำสัญญาเสร็จสิ้นด้วยวงเงินกู้ระยะยาวกิมจิหรือ Kimchi Term Loan Facility จำนวน 140,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (“วงเงิน”)

การกู้ยืมนี้เป็นการมุ่งเป้าไปที่ตลาดการลงทุนในเกาหลีเป็นครั้งแรก ตามหลังวงเงินกู้ระยะยาวซามูไรแบบสองสกุลเงินหรือ Samurai Term Loan Facility  จำนวน 233 ล้านดอลลาร์สหรัฐและ 1 พันล้านเยน การทำสัญญาเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 2562 และสินเชื่อ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน การทำวงเงินกู้นี้ไม่รวมการซื้อของนักลงทุนชาวเอเชียอยู่ที่ 28% และการออกตราสารหนี้ระหว่างประเทศยูโรบอนด์ 16% เป็นจำนวนเงิน 500 ล้านและ 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ การลงทุนใน AFC ในตลาดเอเชียเมื่อไม่นานมานี้ (จากจีน ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ มาเลเซีย และไต้หวัน) มีมูลค่าประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

วงเงินกู้ระยะยาวกิมจิและการลงทุนอื่น ๆ ในเอเชียทั้งหมดของ AFC เป็นตัวอย่างของความสำเร็จของบริษัทที่มีส่วนร่วมจากนักลงทุนทั่วโลกและเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างพันธมิตรของนักลงทุนเพื่อกระจายแหล่งเงินทุนในขณะเดียวกันก็อนุญาตให้สถาบันต่าง ๆ จากทั่วโลกเข้าร่วมในการพัฒนาแอฟริกา รายได้จากวงเงินกู้ระยะยาวกิมจิจะใช้ตามวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัทตามข้อตกลงกับ AFC และกฎบัตร

นายซาไมลา ซุไบรุประธานและซีอีโอของ AFC กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้บรรลุเป้าหมายครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์นี้กับตลาดตราสารหนี้ของเกาหลีใต้ซึ่งเรารู้ว่าเรามีเกณฑ์การลงทุนที่คัดสรรมาอย่างดี ความสำเร็จนั้นคล้ายกันกับวงเงินกู้ซามูไรในประเทศญี่ปุ่นซึ่งแสดงให้เห็นถึงความกระหายที่เพิ่มขึ้นสำหรับการลงทุนในแอฟริกาตะวันออก เราหวังว่าจะมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องกับเกาหลีใต้เช่นเดียวกับตลาดเอเชียอื่น ๆ ที่เข้าใจถึงโอกาสในการพัฒนาที่ไม่เคยมีมาก่อในแอฟริกา”

นายบานจิ เฟฮินโตลาผู้อำนวยการอาวุโสและเหรัญญิกของ AFC กล่าวเสริมว่า “ที่ AFC เราใช้วิธีการอันหลากหลายและการคาดการณ์ล่วงหน้าในการระดมทุน เอเชียเป็นภูมิภาคที่สำคัญมากสำหรับเราและการมีส่วนร่วมของนักลงทุนชาวเอเชียในการเสนอขายตราสารหนี้ของเราได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ วงเงินกู้กิมจิและซามูไรที่เราได้รับในปีนี้เป็นตัวอย่างของการเข้าถึงตลาดและนวัตกรรมอย่างกว้างขวางของ AFC ในการระดมทุนระดับโลกเพื่อดำเนินโครงการและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนในแอฟริกา เราภูมิใจในความสำเร็จของเราในเอเชียและเราหวังว่าเราจะสามารถกระชับความเป็นหุ้นส่วนในภูมิภาคนี้ให้มากยิ่งขึ้น”

ธนาคาร Shinhan Bank สาขาลอนดอนและ Nedbank Limited ของแอฟริกาใต้ สาขาลอนดอนจะทำหน้าที่เป็น Bookrunner และผู้จัดทำเอกสาร ธนาคาร KEB Hana เป็นผู้จัดทำเอกสาร ธนาคาร NongHyup เป็นผู้จัดทำเอกสาร และธนาคาร First Abu Abu Abu PJSC เป็นผู้ประสานงาน

วงเงินการกู้เริ่มต้นและมีการเผยแพร่ทั่วไปวันที่ 16 กันยายน 2562 และสัญญาข้อตกลงเงินกู้เสร็จสิ้นวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562

บทบรรณาธิการ

เกี่ยวกับ AFCwww.africafc.org

AFC เป็นสถาบันการเงินนักลงทุนแบบพหุภาคีที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2550 โดยมีฐานเงินทุนจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นผู้นำภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในแอฟริกา มีงบดุลปัจจุบันประมาณ 5.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐAFC เป็นสถาบันการเงินนักลงทุนแบบพหุภาคีอันดับสองในแอฟริกาที่มีการจัดอันดับ A3/P2 (แนวโน้มความมีเสถียรภาพ) จาก Moody’s Investors Service AFC ประสบความสำเร็จในการระดมทุนกว่า 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2562  500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2560 และ 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2558  การออกตราสารหนี้ต่างประเทศผ่านการรับรองของคณะกรรมการมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายใต้โปรแกรมตราสารหนี้ระยะกลางหรือ Global Medium-Term Note (MTN) ตราสารหนี้ต่างประเทศทั้งหมดได้รับการจองซื้อเกินกว่าที่เสนอและเป็นที่ดึงดูดของนักลงทุนจากเอเชียยุโรปและสหรัฐอเมริกา

การลงทุนของ AFC นำเสนอความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนโดยเน้นที่การให้คำปรึกษาทางการเงินและทางเทคนิค การจัดทำโครงการ การพัฒนาโครงการและความเสี่ยงทางการเงิน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของแอฟริกาอย่างยั่งยืน AFC ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูงที่ให้บริการที่จำเป็นในภาคโครงสร้างพื้นฐานหลักด้านพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ อุตสาหกรรมหนัก การขนส่งและโทรคมนาคม ปัจจุบันบริษัทได้ลงทุนในโครงการไปแล้วกว่า 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน 30 ประเทศทั่วแอฟริกา

ติดตามเราบน Twitter – @africa_finance

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

Lucy Savage

รองประธานอาวุโสฝ่ายการสื่อสาร

โทรศัพท์: + 234 1 279 9600

อีเมล: lucy.savage@africafc.org     

Buchanan Communications

Bobby Morse / Augustine Chipungu

โทรศัพท์: +44 (0) 207 466 5000

อีเมล: afc@buchanan.uk.com  

ธนาคารกสิกรไทยชี้แจงกรณีข่าวนางฮวย ศรีวิรัตน์ (อาม่าฮวย) ฟ้องร้องธนาคาร

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–19 พฤศจิกายน 2562

คำชี้แจง

จากกรณีนางฮวย ศรีวิรัตน์ (อาม่าฮวย) ได้ฟ้องคดีอาญาลูกสาว และพนักงานของธนาคารกสิกรไทยความผิดฐานลักทรัพย์ ทำเอกสารปลอม และใช้เอกสารปลอม เกี่ยวกับการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของลูกค้าและฟ้องคดีแพ่งกับธนาคารนั้น

ธนาคารขอชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อปี 2557 และพนักงานดำเนินการไปตามความประสงค์ลูกค้าผ่านทางญาติสนิท โดยไม่มีเจตนาทุจริต ทั้งนี้ในชั้นนี้มีการฟ้องร้องเป็นคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ซึ่งจะต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทั้งรายการที่เกิดในฝั่งธนาคาร ข้อมูลความสัมพันธ์ในทางครอบครัว และข้อมูลแวดล้อมอื่น ๆ โดยธนาคารพร้อมให้ข้อเท็จจริงและนำเสนอพยานหลักฐานต่อศาล และยินดีปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลยุติธรรม

ส่วนบริหารเครือข่ายสื่อ ธนาคารกสิกรไทย
1 ซอยราษฎร์บูรณะ 27/1 ราษฎร์บูรณะ
กทม.10140
โทร.0 2470 2654-8

ผู้ร่วมสร้าง aBey Blockchain ดร. Ciprian Pungila กล่าวคำปราศรัยในวันเปิดงานการประชุมสุดยอด Blockchain ที่มอลตาปี 2562 (Malta Blockchain Summit 2019)

Logo

เมืองวาดุซ ประเทศลิกเตนสไตน์–(BUSINESS WIRE)–11 พ.ย. 2562

มูลนิธิ aBey วันนี้ได้ปล่อยข้อความและวิดีโอแบบเต็มของคำปราศรัยของดร. Ciprian Pungila ในระหว่างการเปิดการประชุมสุดยอดมอลตา blockchain 2562 โดย ดร. Pungila เป็นผู้ร่วมสร้างเทคโนโลยี aBey blockchain และทำหน้าที่เป็นหัวหน้านักวิทยาศาสตร์มูลนิธิไม่แสวงหาผลกำไรของ aBey การประชุมสุดยอดมอลต้าบล็อคเชนเกิดขึ้น ณ วันที่ 7-8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20191111005464/en/

Dr. Ciprian Pungila of the aBey Foundation delivers the keynote address on the opening day of the Malta Blockchain Summit 2019. (Photo: Business Wire)

ดร. Ciprian Pungila แห่งมูลนิธิ aBey กล่าวคำปราศรัยในวันเปิดการประชุมสุดยอดมอลตา Blockchain 2562 (ภาพ: Business Wire)

ดร. Pungila กล่าวถึงความยิ่งใหญ่ทางเทคโนโลยีผ่านทางบล็อกเชนที่มีประสิทธิภาพสูง และแนะนำวิธีการใหม่ ๆ ในการเพิ่มขีดความสามารถของบล็อกเชนผ่านสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันและการคำนวณที่มีประสิทธิภาพสูงหัวข้อที่โดดเด่นในการพูดคุยของดร. Pungila ครอบคลุมสิ่งที่เขาเรียกว่า“ ธุรกรรมค้าปลีกที่อิงจากประสิทธิภาพ หรือ performance-based retail transactions”

ดร. Pungila ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่สำคัญเกี่ยวกับ aBey blockchain โดยกล่าวว่า“ aBey ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมปี 2561 และเมื่อครบรอบปีแรกมีผู้ใช้งานมากกว่า 100,000 ราย” อัตราการเติบโตของสูงกว่าการเติบโตของ Bitcoin ในระยะเริ่มแรกถึงแปดเท่า

ดร. Pungila กล่าวต่อไปว่า“ คุณสมบัติของ aBey blockchain นั้นรวมถึงการรองรับธุรกรรมที่สามารถขอคืนได้ปริมาณมากด้วยความเร็วที่สูงมาก  (เป็นแห่งแรกของโลก) การให้ยืมที่แท้จริง ซึ่งรวมถึงการให้ยืมตามจุดพร้อมการตรวจสอบการปฏิบัติตามทันที (รายแรกของโลก) ที่สนับสนุนการอ้างอิงการตลาดแบบพันธมิตรและการจ่ายค่าคอมมิชชั่นโดยใช้เกตเวย์การชำระเงินที่เชื่อถือได้ (รายแรกของโลก) การประมวลผลการชำระเงินในห่วงโซ่และวิธีการหลายชั้นในการทำอีคอมเมิร์ซทำให้ aBey เป็น blockchain ไฮบริดที่ซับซ้อนในแง่ของการทำงานร่วมกัน ชื่อบัญชีตัวเลือกที่สามารถแทนที่หมายเลขที่มีความยาวได้นั้นเป็นเอกลักษณ์ที่แยกไม่ขาดของ aBey และไม่ได้ให้บริการแบบชำระเงินเหมือนกับ blockchains อื่น ๆ และสิ่งนี้ช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบผู้ใช้ที่ไม่ต้องได้รับอนุญาตคนอื่น ๆ ในเครือข่ายของพวกเขา

aBeyWPP ซึ่งเป็นปลั๊กอิน WordPress ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นซึ่งจะเปิดตัวในปี 2563 จะนำเสนอฟังก์ชั่นคลิกเพื่อซื้อ หรือ click-to-buy และสถานะธุรกรรมไปยังเว็บไซต์มากกว่า 75 ล้านแห่ง นอกจากนี้มูลนิธิ aBey ยังรับรองและให้ทุนสนับสนุนสำหรับความพยายามด้านการวิจัยซึ่งสนับสนุนการพัฒนาของ aBey blockchainที่กำลังดำเนินอยู่และต่อเนื่องการวิจัยบางส่วนได้รับการเผยแพร่โดยหน่วยงานระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงเช่น Springer International

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของผู้เริ่มต้นและเป็นผู้รับใบอนุญาตระบบการชำระเงินออนไลน์ที่มีปริมาณมาก ระบบ aPay Systems แห่งมอลตาได้รวมส่วนต่างๆขององค์ประกอบหลักของ aBey ในการสนับสนุนทางเทคนิคของ aPay  โดย Philipp Sauerborna ซีอีโอของ aPay กล่าวว่า“ ในฐานะที่เป็นหน่วยประมวลผลการชำระเงินที่เน้นการใช้ blockchain ซึ่งรองรับปริมาณธุรกรรมที่สูงมากต่อวินาที ผู้ใช้ B2B และ B2C ของเราต้องการการทำธุรกรรมที่รวดเร็ว การใช้เทคโนโลยี aBey ทำให้เราสามารถตอบสนองเกินความคาดหวังของพวกเขา ก่อนที่เราจะให้ใบอนุญาตและรวมเทคโนโลยี aBey เข้ากับของเราเองนั้น ธุรกรรมที่เขียนลงในบล็อกเชนอื่น ๆ นั้นจำเป็นต้องใช้เวลาหลายนาที ตอนนี้เราใช้ประโยชน์จาก aBey blockchain โดยทั่วไปแล้วเราสามารถทำธุรกรรมทุกรายการให้เสร็จในหน่วยมิลลิวินาที ไม่มีบล็อคเชนอื่นใดที่สามารถมอบความเร็วและความยืดหยุ่นดังกล่าวได้ ซึ่งขณะนี้เป็นที่ต้องการอย่างสูงจากหน่วยธุรกิจและผู้บริโภค”

ที่งานประชุม Malta Blockchain ปี 2562 ระบบ aPay ได้สาธิตวิธีการทำธุรกรรมสด ๆ จาก aPay blockchain ไปยังบัญชี China UnionPay และบัตรวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด โดยมีการดำเนินการอ่านและเขียนในเสี้ยววินาทีโดยเทคโนโลยี aBey blockchain

“ aBey ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์สที่ยืดหยุ่นและรวดเร็วที่สุดในโลกในขณะเดียวกันก็มอบโซลูชั่นที่จับต้องได้สำหรับการใช้งานของอีคอมเมิร์ซทั่วไป ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไม่มีแพลตฟอร์มอื่น ๆ ในปัจจุบันดำเนินการ” ดร. Pungila กล่าว “ เห็นได้ชัดว่าอุตสาหกรรม fintech ได้รับแรงผลักจากวาระการประชุมของอุตสาหกรรมบล็อกเชน และในขณะที่มันยังไม่ชัดเจนว่าแรงผลักดันนั้นจะเปลี่ยนชีวิตผู้คนหรือวิธีการที่จะเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการเปลี่ยนกฎหมายในประเทศต่าง ๆ ผมคิดว่ามันชัดเจนว่าในจุดหนึ่ง สังคมส่วนใหญ่ของเราจะต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้ "

วิดีโอไฮไลท์แบบเต็มและข้อความของคำปราศรัยสำคัญของดร. Pungila มีให้บริการแล้วในตอนนี้และสามารถดาวน์โหลดเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีนได้ https://we.tl/t-Nyn2ILlzS6

มูลนิธิ aBey ไม่หวังผลกำไรซึ่งตั้งอยู่ในลิกเตนสไตน์ เป็นผู้กำกับดูแลสำหรับบล็อกเชน aBey ฟรีแบบ open-sourced

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณาเยี่ยมชม http://abey.com สำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์, http://abey.org สำหรับมูลนิธิ และดาวน์โหลดชุดข้อมูลแบ็คกราวด์สำหรับสื่อ aBey เป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีนจาก https://we.tl/t-Nyn2ILlzS6

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191111005464/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ:

Simon Cousins, +1 347 850-3360

simon@allegravita.com

กสิกรไทยแจ้งกำหนดการเปิดตัวแคมเปญ #KBankxBLACKPINK

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–8 พฤศจิกายน 2562

logo

  • 9-13 พ.ย. 62 เวลา 8.00 น. เปิดตัว Teaser และภาพยนตร์โฆษณา #KBankxBLACKPINK ที่ Facebook / Twitter และ Instagram KBank Live
  • 21 พ.ย. 62 เริ่มเปิดรับสมัคร #KBankxBLACKPINK Collection ผ่าน K PLUS และธนาคารกสิกรไทยทั่วประเทศ

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่  KBank Live บนช่องทาง Facebook / Twitter และ Instagram

กสิกรไทยลดดอกกู้ช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร มีผลตั้งแต่ 11 พ.ย. 2562 เป็นต้นไป

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–8 พฤศจิกายน 2562

logo

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารตอบสนองต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยเพื่อช่วยลูกค้าของธนาคารในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ลง 0.25% จากปัจจุบันที่ 6.25% เป็น 6.00% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่กลุ่มลูกค้าของธนาคารใช้เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับลูกค้านิติบุคคลลง 0.07%-0.25% ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป โดยธนาคารยังไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดาในขณะนี้

aPay Group เปิดสำนักงานใหญ่ในมอลตา พร้อมสาธิตบล็อกเชนประมวลการชำระเงินประสิทธิภาพสูงและธุรกรรมของบัตรเติมเงินที่การประชุมบล็อกเชนที่มอลตา

Logo

ซานตา เวเนรา มอลตา–(บิสิเนสไวร์)–05 พ.ย. 2562

aPay Systems LTD ผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์ปริมาณสูง ได้เปิดตัวสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของมอลตาในวันจันทร์  เลขาธิการรัฐสภา ท่านผู้มีเกียรติ Silvio Schembri, MP ได้ตัดริบบิ้นในสำนักงานระดับเพนเฮ้าส์ซึ่งตั้งอยู่ใน ซานตา เวเนราอันเก่าแก่ของมอลตา  คุณ Schembri ซึ่งได้รับเลือกเข้าสู่รัฐสภามอลตาในปี 2556 เป็นผู้รับผิดชอบด้านการให้บริการทางการเงิน เศรษฐกิจดิจิทัล และนวัตกรรม

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20191105006057/en/

Malta Government Parliamentary Secretary Hon. Silvio Schembri inaugurates aPay headquarters on 4 November 2019 (Photo: Business Wire)

เลขาธิการรัฐสภาของมอลตาท่านผู้มีเกียรติ Silvio Schembri เปิดสำนักงานใหญ่ของ aPay เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 (รูปภาพ: บิสิเนสไวร์)

ในพิธีเปิดงาน ท่าน Schembri กล่าวว่า “การเริ่มต้นของสำนักงานเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นถึงสถานะเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดทำกรอบการกำกับดูแลที่แข็งแกร่งเกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบบันทึกรายการธุรกรรมแบบไม่มีระบบข้อมูลกลาง (Distributed Ledger Technology) ที่ได้เกิดขึ้นจริงและตอกย้ำการตัดสินใจของมอลตาในการเป็นแนวหน้าของอุตสาหกรรมนี้”

ท่าน Schembri ยังยินดีกับการตัดสินใจของ aPay ในการขอใบอนุญาตผู้ให้บริการสินทรัพย์ทางการดิจิทอลของมอลตา โดยกล่าวว่า “ผมขอขอบคุณ aPay Systems ในความมั่นใจที่มีต่อมอลตาและการเปลี่ยนแปลงที่รัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับอุตสาหกรรมนี้และเพื่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีค่าสำหรับประเทศของเรา”

สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ aPay มีพนักงาน 25 คน โดยซีอีโอ Philipp Sauerborn กล่าวว่า “มอลตาเป็นบ้านในอุดมคติสำหรับกลุ่มบริษัท aPay  สำหรับนวัตกรรมบล็อกเชนเพื่อบริการทางการเงินนั้น เส้นทางทุกสายกำลังนำไปสู่มอลตาและ aPay ได้สร้างสถานะทางกายภาพที่สำคัญบนถนนเส้นหลักที่สุด”

คุณ Sauerborn กล่าวเสริมท่าน Schembri ว่า aPay จะเป็นผู้จัดแสดงรายใหญ่ที่สุดในการประชุมสุดยอดบล็อกเชนมอลตา (Malta Blockchain Summit) ที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีสัปดาห์นี้ “aPay จะแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในภาคการชำระเงินบล็อกเชนออนไลน์ โดยเราจะจัดแสดงความคืบหน้าเหล่านี้ในการประชุม” คุณ Sauerborn กล่าว  Malta Blockchain Summit จะจัดขึ้นในวันที่ 7-8 พฤศจิกายน

การสาธิตเทคโนโลยีของ aPay จะแสดงให้ผู้เข้าชมการประชุมทราบถึงวิธีการทำธุรกรรมสดจากบล๊อกเชนของ aPay ไปยังบัญชีบัตรเติมเงิน China UnionPay, Visa และ MasterCard ด้วยการอ่านและเขียนข้อมูลในเวลาเพียงเสี้ยววินาที “การสาธิตการใช้งานที่รวดเร็วของ aPay ที่เน้นการใช้บล็อกเชนร่วมกับเครือข่ายบัตรเครดิตที่สำคัญจะสร้างความประทับใจให้ผู้เยี่ยมชม” คุณ Sauerborn กล่าว “ก่อนที่จะมีการรวมแนวคิดด้านเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยโครงการพัฒนาบล๊อกเชน aBey ของ aPay นั้น ธุรกรรมที่เขียนบนบล็อกเชนอื่นๆ ต้องใช้เวลาหลายนาทีหรือหลายชั่วโมงจึงจะเสร็จสมบูรณ์  อย่างไรก็ตาม aPay สามารถทำธุรกรรมทุกรายการให้เสร็จสมบูรณ์ในหน่วยมิลลิวินาที  ไม่มีบล็อกเชนประมวลผลการชำระเงินอื่นที่สามารถส่งมอบความเร็วและความยืดหยุ่นดังกล่าวตามความต้องการของธุรกิจและผู้บริโภค”

คุณ Sauerborn ยังเปิดเผยอีกว่าบริษัทจะจัดแสดงบัตรเติมเงิน China UnionPay ที่มีให้บริการแล้ว  คุณ Sauerborn กล่าวเพิ่มเติมว่าบัตร Visa และ MasterCard ของ aPay กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินการ  ผู้เข้าชมการประชุมสามารถเปิดบัญชีและการทำธุรกรรมสดที่บูธ Malta Blockchain Summit ของ aPay

Dr. Ciprian Pungila ผู้ร่วมก่อตั้งบล๊อกเชนโอเพ่นซอร์ส aBey กล่าวว่า “มูลนิธิ aBey ดีใจที่ได้เป็นผู้มอบเทคโนโลยี aBey ให้กับ aPay Systems  ความต้องการของ aPay ในการทำธุรกรรมปริมาณมากสามารถตอบสนองได้ง่ายด้วยเทคโนโลยีพื้นฐานของเรา ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นหนึ่งเทคโนโลยีที่เร็วที่สุดและยืดหยุ่นที่สุดในโลก” Dr. Pungila จะแสดงตนตามกำหนดเวลาที่บูธ aPay และกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานในวันสำคัญพร้อมกับท่าน Schembri

หนึ่งสัปดาห์หลังจากการสาธิตเทคโนโลยีในมอลตา aPay Systems จะจัดแสดงที่งาน Blockshow Asia 2019 ของสิงคโปร์ในระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายน “ที่ Blockshow Asia ผู้เยี่ยมชมจะได้เห็นความรวดเร็วและความยืดหยุ่นในการทำงานร่วมกันแบบออนไลน์ของ aPay Systems ด้วยบัตรเติมเงิน China UnionPay ที่เปิดตัวแล้วเช่นเดียวกับบัตร Visa และ MasterCard ที่กำลังจะเปิดตัว  ผู้เข้าชมบูธของ aPay Systems สามารถสมัครบัตร aPay China UnionPay ลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับบัตร Visa และ MasterCard ที่กำลังจะมาถึงและทำธุรกรรมในบล๊อกเชนแบบเรียลไทม” คุณ Sauerborn กล่าว

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณาเยี่ยมชม http://apay.pro และดาวน์โหลดชุดสื่อของ aPay Systems ซึ่งประกอบด้วยวิดีโอไฮไลท์แปดนาทีและการถอดเสียงแบบเต็ม ภาพถ่ายคุณภาพสูงจำนวนมาก และการเผยแพร่ข่าวเป็นภาษาอังกฤษและจีนแบบย่อ: https://we.tl/t-no9Xy0t2Bw

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191105006057/en/

ติดต่อ:

Simon Cousins, +1 347 850-3360 & simon@allegravita.com

YouTrip ผนึก เคแบงก์ เปิดตัวกระเป๋าเงินดิจิทัลรองรับหลายสกุล ตอบโจทย์นักเดินทางชูจุดเด่นเรทดีกว่าไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ ใช้จ่ายได้ทั่วโลก

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–6 พฤศจิกายน 2562

YouTrip (ยูทริป) ผู้นำด้าน Multi-Currency Travel Wallet จากสิงคโปร์ จับมือธนาคารกสิกรไทยเปิดบริการกระเป๋าเงินดิจิทัลเพื่อการเดินทาง (Multi-Currency Travel Wallet) ในประเทศไทย เพื่อให้นักเดินทางสามารถใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศได้ด้วยเรทที่ดีกว่า ชูจุดเด่นไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ ในการใช้จ่ายและใช้บริการ ไม่มีค่าธรรมเนียมแลกเงิน 2.5% ไม่มีค่าธรรมเนียมออกบัตร และค่าธรรมเนียมรายปี สามารถใช้จ่ายได้มากกว่า 150 สกุลเงินด้วยเรทที่ดีกว่าร้านแลกเงินและธนาคารอื่นๆ พิเศษสำหรับผู้ใช้งาน 50,000 คนแรกที่ใช้จ่ายผ่าน YouTrip รับฟรีโบนัส 200 บาทในบัญชี YouTrip

            YouTrip ตอบโจทย์นักเดินทางด้วยแอปพลิเคชันที่สร้างขึ้นพิเศษสำหรับนักเดินทางโดยเฉพาะ ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยน 10 สกุลเงินในแอปฯ ได้ตลอดเวลาก่อนการใช้จ่ายด้วยบัตรเติมเงินแบบคอนแทคเลส มาสเตอร์การ์ด หรือสามารถให้ระบบ SmartExchangeÔ เทคโนโลยีแลกเงินอัตโนมัติดำเนินการให้ เพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายมากกว่า 150 สกุลเงินทั่วโลก หมดห่วงเรื่องแลกเงินล่วงหน้า และยังได้เรทที่ดีกว่าเสมอ ณ เวลานั้นๆ และเพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการใช้งาน YouTrip ยังมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติสำหรับการใช้งานทุกรายการ และระบบล็อกบัตรชั่วคราวทันทีในกรณีที่บัตรสูญหาย นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถกดเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็มในต่างประเทศได้ตลอดเวลาด้วยเรทที่ดีกว่า ไม่มีค่าธรรมเนียม และเสริมความมั่นใจด้วยศูนย์บริการลูกค้าสำหรับบริการ YouTrip โดยเฉพาะตลอด 24 ชั่วโมง

            ความร่วมมือระหว่าง YouTrip และธนาคารกสิกรไทย ถือเป็นการร่วมสร้างนวัตกรรมกันครั้งแรกระหว่างบริษัทฟินเทคชั้นนำระดับภูมิภาคที่เชี่ยวชาญด้าน Travel Wallet และธนาคารชั้นนำในประเทศไทย ผู้นำด้านดิจิทัล แบงกิ้ง เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายในต่างแดนเสมือนหนึ่งใช้งานอยู่ในประเทศ (Pay like a local) โดยตั้งเป้าผู้สมัครใช้บริการ 400,000 คนภายในปีแรก

            นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทย เล็งเห็นถึงศักยภาพของ YouTrip ซึ่งเป็นฟินเทค ที่พัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน (Mobile Application) ในหลายประเทศในลักษณะของการให้บริการในระดับภูมิภาค (Regional Mobile Application) โดยเริ่มให้บริการผลิตภัณฑ์ YouTrip ในสิงคโปร์เป็นที่แรก และได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักเดินทาง นอกจากนี้ธนาคารยังให้ความสำคัญกับธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากคนไทยนิยมเดินทางไปต่างประเทศจากหลายปัจจัยหนุนความสะดวกทั้ง ค่าเงิน การขยายเส้นทางการบิน และช่องทางในการหาข้อมูลและจองการเดินทางผ่านออนไลน์ ธนาคาร จึงได้ร่วมกับ YouTrip พัฒนาบัตร และแอปพลิเคชัน YouTrip ขึ้น โดยมีผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบของธนาคารเป็นหลังบ้านในรูปแบบ “พาวเวอร์บายเคแบงก์” (Powered by KBank) และการใช้งาน YouTrip มีความเชื่อมโยงกับ K PLUS ในการทำธุรกรรมต่างๆ ให้ผู้ใช้งานมีประสบการณ์การใช้งานที่ดีเสมือนใช้งานอยู่ยนแอปพลิเคชันเดียว นอกจากนี้ YouTrip จะช่วยให้นักเดินทางวางแผนเตรียมเงิน และควบคุมการใช้จ่ายระหว่างเดินทางล่วงหน้าได้ และยังมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยจากฟีเจอร์ภายในแอปฯ ที่ออกแบบมาควบคุมการใช้จ่ายผ่านบัตรได้อัตโนมัติ

            นางสาวจุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTrip ประเทศไทย เปิดเผยว่า การร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย ที่เป็นผู้นำด้านดิจิทัล แบงกิ้ง และมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ทำให้ YouTrip สามารถมอบความปลอดภัยระดับธนาคารที่มั่นใจได้ รวมถึงความสะดวกสบายที่มากับการผสานการทำงานแบบไร้รอยต่อ (seamless integration) กับแอปพลิเคชัน K PLUS ทำให้ YouTrip สามารถส่งมอบประสบการณ์การใช้งาน Travel Wallet ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ ในการใช้จ่ายและใช้บริการ ด้วยเรทที่ดีกว่า และสะดวกสบายในการสมัครใช้งานและเติมเงิน ให้สามารถทำได้จากทุกที่ ทุกเวลา

            ไอลีน ชูว ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ มาสเตอร์การ์ด กล่าว ทั้งมาสเตอร์การ์ดและ YouTrip มีจุดมุ่งหมายเดียวกันที่จะมอบโซลูชั่นด้านการชำระเงินที่ราบรื่นและสะดวกสบายให้กับนักเดินทาง ไม่ว่าเขาจะเดินทางไปไหนและเมื่อไหร่ การร่วมมือครั้งนี้ มาสเตอร์การ์ด มุ่งหวังที่จะให้ความสำเร็จของ YouTrip ในประเทศสิงคโปร์เกิดขึ้นแบบเดียวกันกับทุกๆ ประเทศในภูมิภาคนี้ เรามีความตื่นเต้น เป็นอย่างมาก ที่ได้ร่วมมือกับ YouTrip ในการยกระดับประสบการณ์ของนักเดินทางชาวไทย

ข้อเสนอสุดพิเศษ
YouTrip เปิดให้ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ผู้ใช้งานสามารถสมัครง่าย ได้ภายใน 3 นาที เพียงเชื่อมต่อกับบัญชี      K PLUS ได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ต้องไปธนาคาร ไม่ต้องใช้เอกสาร พิเศษสุด!! รับเลย 200 บาท เมื่อใช้จ่ายครั้งแรก ไม่มีขั้นต่ำ เฉพาะ 50,000 คนแรก โดยจะได้รับเงินเข้าบัญชี YouTrip ในช่วงเดือนธันวาคม 2562

คุณสมบัติหลักของ YouTrip

  • YouTrip (ยูทริป) ผู้นำด้าน Multi-Currency Travel Wallet ในประเทศสิงคโปร์จับมือธนาคารกสิกรไทย เปิดบริการ Multi-Currency Travel Wallet (กระเป๋าเงินดิจิทัลเพื่อการเดินทาง) ในประเทศไทย ตั้งเป้าผู้สมัครใช้งาน 400,000 รายในปีแรก
  • Multi-Currency Travel Wallet ที่สามารถใช้จ่ายในต่างประเทศมากกว่า 150 สกุลเงิน ด้วยเรทที่ดีกว่า ผ่านบัตรเติมเงิน แบบคอนแทคเลส มาสเตอร์การ์ด
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ ในการใช้จ่ายและใช้บริการ ไม่มีค่าธรรมเนียมแลกเงิน 2.5% ไม่มีค่าธรรมเนียมออกบัตร และค่าธรรมเนียมรายปี
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมกด ATM ต่างประเทศ 100 บาท จนถึง 31 มกราคม 2563
  • แลกเงินล็อกเรทล่วงหน้าได้ 10 สกุลเงิน ทุกที่ ทุกเวลา สกุลเงินที่สามารถแลกเก็บได้ คือ JPY, SGD, HKD, USD, EUR, GBP, AUD, CHF, CAD และ THB
  • ระบบ SmartExchangeÔ เทคโนโลยีแลกเงินอัตโนมัติ เพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายมากกว่า 150 สกุลเงินทั่วโลก หมดห่วงเรื่องแลกเงินล่วงหน้า และยังได้เรทที่ดีกว่าเสมอ ณ เวลานั้นๆ โดยไม่มีค่าธรรมเนียม
  • ศูนย์บริการลูกค้าสำหรับบริการ YouTrip โดยเฉพาะ ตลอด 24 ชั่วโมง
  • รับเลย 200 บาท เมื่อใช้จ่ายครั้งแรกไม่มีขั้นต่ำ เฉพาะ 50,000 คนแรก ซึ่งจะได้รับเงินเข้าบัญชี  YouTrip ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2562

Moody’s เข้าถือหุ้นส่วนน้อยใน SynTao Green Finance

Logo

นิวยอร์ก–(บิสิเนสไวร์)–28 ต.ค. 2562

Moody's Corporation (NYSE: MCO) ประกาศในวันนี้ว่าบริษัทจะเข้าถือหุ้นส่วนน้อยใน SynTao Green Finance (STGF) ผู้ให้บริการชั้นนำด้านข้อมูลสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และการวิเคราะห์ที่ให้บริการในประเทศจีน

STGF ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ESG และการจัดอันดับ การตรวจสอบพันธบัตรสีเขียว และโซลูชั่นการเงินสีเขียวแก่สถาบันการเงินและบริษัทเอกชนในประเทศจีน  บริษัทยังให้ความเป็นผู้นำทางความคิดเกี่ยวกับ ESG แก่ผู้กำหนดนโยบาย  ข้อมูลของ STGF ครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนในประเทศจีน ผู้ออกตราสารหนี้ และแนวโน้มการพัฒนา ESG ในระดับมหภาค  STGF เป็นผู้ลงนามชาวจีนคนแรกที่เข้าร่วมหลักการของสหประชาชาติเพื่อการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ (UNPRI) ในฐานะผู้ให้บริการและผู้ตรวจสอบที่ได้รับอนุมัติเกี่ยวกับพันธบัตรสภาพภูมิอากาศรายแรกในประเทศจีน และเป็นผู้ตรวจสอบพันธบัตรสีเขียวของจีนเพียงรายเดียวของพันธบัตรสีเขียว/พันธบัตรสังคมโดยสมาคมตลาดทุนระหว่างประเทศ (ICMA)  นอกจากนี้ยังเป็นผู้ก่อตั้งฟอรั่มการลงทุนสังคมจีน (China Social Investment Forum)

การลงทุนใน STGF สอดคล้องกับความมุ่งมั่นทั่วโลกอย่างต่อเนื่องของ Moody’s ในการส่งเสริมมาตรฐานที่โปร่งใสสำหรับการประเมินความเสี่ยงของ ESG  การลงทุนในประเทศเสริมความแข็งแกร่งให้การมีส่วนร่วมในจีนของ Moody’s โดยมุ่งเน้นที่การสนับสนุนการเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืนและเอื้อต่อการพัฒนาสุขภาพของตลาด ESG

“นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท STGF ได้ทำให้สถานะของบริษัทในประเทศจีนมั่นคงขึ้นในฐานะผู้กำหนดมาตรฐานท้องถิ่นและแพลตฟอร์มชั้นนำในประเทศสำหรับข้อมูลและการวิเคราะห์ ESG  ชุดข้อมูลเฉพาะในประเทศจีนของ STGF ให้โอกาสในการพัฒนางานวิจัยและข้อมูล ESG ทั่วโลกของ Moody’s” Hao Shi กรรมการผู้จัดการประจำประเทศของ Moody’s กล่าว “โดยร่วมกัน เราจะใช้ประโยชน์จากจุดแข็งและความสามารถของเราในการจัดหาโซลูชั่นสำหรับนักลงทุนและความต้องการของผู้ออก ESG รวมถึงการวิจัยร่วมกัน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และความร่วมมือทางเทคนิค”

“เมื่อพิจารณาถึงมาตรฐาน ESG ทั่วโลกและลักษณะตลาดเฉพาะของจีน STGF ได้พัฒนาวิธีการ ESG ที่มีประสิทธิภาพสำหรับประเทศจีนและได้รวบรวมข้อมูลจำนวนมาก” Peiyuan Guo ประธาน STGF กล่าว “การลงทุนของ Moody’s จะช่วยให้ STGF เร่งการครอบคลุมข้อมูล การเปิดใช้งาน และความสามารถในการรองรับผู้เข้าร่วมตลาดในจีน  เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ Moody’s และตั้งหน้าตั้งตารอความร่วมมือในอนาคต”

ข้อตกลงดังกล่าวช่วยเสริมการเข้าซื้อกิจการ Vigeo Eiris ล่าสุดของ Moody’s ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้านการวิจัย ESG ข้อมูล และการประเมินผลและ Four Twenty Seven, Inc. ซึ่งเป็นผู้นำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและความเสี่ยง

ไม่มีการเปิดเผยข้อกำหนดในการทำธุรกรรมและจะไม่มีผลกระทบที่เป็นสาระสำคัญต่อผลการดำเนินงานด้านการเงินของ Moody's ในปี 2562  โดยธุรกรรมคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในต้นเดือนพฤศจิกายน 2562

เกี่ยวกับ MOODY’S CORPORATION

Moody's เป็นองค์ประกอบสำคัญของตลาดทุนระดับโลกซึ่งให้บริการการจัดอันดับเครดิต การวิจัย เครื่องมือ และการวิเคราะห์ที่ก่อให้เกิดตลาดการเงินแบบบูรณาการที่โปร่งใส  Moody's Corporation (NYSE: MCO) เป็นบริษัทแม่ของ Moody's Investors Service ซึ่งให้บริการการจัดอันดับเครดิตและการวิจัยที่ครอบคลุมตราสารหนี้และหลักทรัพย์และ Moody's Analytics ซึ่งให้บริการซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย บริการให้คำปรึกษา และวิจัยสำหรับการวิเคราะห์สินเชื่อและเศรษฐกิจ  และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน  บริษัท ซึ่งมีรายรับ 4.4 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2561 มีพนักงานประมาณ 13,200 คนทั่วโลกและมีสาขาใน 44 ประเทศ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดไปที่ www.moodys.com

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการของมูดี้ส์จะ ESG เยี่ยมชม www.moodys.com/esg

การนำมาซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนในอนาคตคือกุญแจสำคัญของแนวทางของ Moody’s ต่อความรับผิดชอบต่อสังคม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดไปที่ www.moodys.com/csr

แถลงการณ์ “Safe Harbor” ภายใต้กฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 2538

ข้อความบางประการในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าและขึ้นอยู่กับการคาดการณ์อนาคต แผนงาน และโอกาสทางธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ข้อความดังกล่าวอาจรวมถึงคำได้แก่ "เชื่อ" "คาดหวัง" "คาดการณ์" "ตั้งใจ" "วางแผน" "จะ" "คาดคะเน" "มีศักยภาพ" "ดำเนินการต่อ" "กลยุทธ์" "วิศัยทัศน์" "เป้าหมาย" "พยากรณ์" "มองไปข้างหน้า" "ประเมิน" "ควร " "น่าจะ" "อาจ" และการแสดงออก คำ หรือรูปแบบที่คล้ายกัน ซึ่งนำเสนอลักษณะที่เป็นไปได้ของเหตุการณ์หรือผลลัพธ์โดยทั่วไป  ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าและข้อมูลอื่นๆ ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้จัดทำ ณ วันที่นี้ (ยกเว้นว่าจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น) และบริษัทไม่มีข้อผูกมัด (และไม่มีเจตนา) จะปรับปรุงหรือแก้ไขแถลงการณ์ดังกล่าวต่อสาธารณะ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นผลของการพัฒนาที่ตามมา การเปลี่ยนแปลงความคาดหวังหรืออื่นๆ ยกเว้นตามที่กำหนดโดยกฎหมายหรือระเบียบที่ใช้บังคับ ในการเชื่อมต่อกับบทบัญญัติ “Safe Harbor” ของกฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลของปี 2538 บริษัทกำลังระบุตัวอย่างของปัจจัยความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างอย่างมากจากที่ระบุโดยแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้  ปัจจัยความเสี่ยงและความไม่แน่นอนเหล่านั้นรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงการหยุดชะงักของตลาดสินเชื่อหรือการชะลอตัวทางเศรษฐกิจซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณของตราสารหนี้และหลักทรัพย์อื่นๆ ที่ออกในตลาดทุนในประเทศและ/หรือทั่วโลก ประเด็นอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณของตราสารหนี้และหลักทรัพย์อื่นๆ ที่ออกในตลาดทุนในประเทศและ/หรือทั่วโลก รวมถึงกฎระเบียบ ปัญหาคุณภาพเครดิต การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย และความผันผวนอื่นๆ ในตลาดการเงินเช่นประเด็นเนื่องจากความไม่แน่นอนจาก LIBOR และการถอนตัวของสหราชอาณาจักรจากสหภาพยุโรป ระดับของการควบรวมกิจการและการเข้าซื้อกิจการในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ ประสิทธิผลที่ไม่แน่นอนและผลที่ตามมาที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการของรัฐบาลสหรัฐฯและต่างประเทศที่มีผลกระทบต่อตลาดสินเชื่อ การค้าระหว่างประเทศและนโยบายเศรษฐกิจรวมถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับภาษีและอุปสรรคทางการค้า ความกังวลในตลาดที่มีผลต่อความน่าเชื่อถือของเราหรือส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของตลาด ความสมบูรณ์ของการจัดอันดับเครดิตตัวแทนอิสระ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีของคู่แข่งโดยบริษัทอื่น แรงกดดันด้านราคาจากคู่แข่งและ/หรือลูกค้า ระดับความสำเร็จของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตัวทั่วโลก ผลกระทบของการควบคุมในฐานะ NRSRO ความเป็นไปได้ที่จะเกิดกฎหมายใหม่ในสหรัฐอเมริกา รัฐ และท้องถิ่นรวมถึงข้อกำหนดในพระราชบัญญัติการปฏิรูปและคุ้มครองผู้บริโภคของ Dodd-Frank Wall Street (“Dodd-Frank”) และข้อบังคับที่เกิดจาก Dodd-Frank ศักยภาพในการแข่งขันและระเบียบที่เพิ่มขึ้นในสหภาพยุโรปและเขตอำนาจศาลต่างประเทศอื่นๆ การเปิดรับการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการให้คะแนนความเห็นของเรารวมถึงการดำเนินคดีอื่นๆ การดำเนินการ กฎระเบียบ และการสอบสวนบริษัทของของรัฐบาลที่อาจมีการดำเนินการเป็นระยะ บทบัญญัติ Dodd-Frank ในกฎหมายการแก้ไขมาตรฐาน การร้องขอ และกฎระเบียบของสหภาพยุโรปที่ปรับเปลี่ยนมาตรฐานความรับผิดที่ใช้บังคับกับหน่วยงานจัดอันดับเครดิตในลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ไปยังหน่วยงานจัดอันดับเครดิต  ข้อกำหนดของกฎระเบียบขั้นตอนและสาระสำคัญเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำหนดราคาของบริการและการขยายตัวของการกำกับดูแลการส่งเงินเพื่อรวมการจัดอันดับที่ไม่ใช่ของสหภาพยุโรปที่ใช้สำหรับวัตถุประสงค์ด้านกฎระเบียบ ความเป็นไปได้ในการสูญเสียพนักงานคนสำคัญ ความล้มเหลวหรือความผิดปกติของการดำเนินงานและโครงสร้างพื้นฐานของเรา ช่องโหว่ใดๆ ที่มีต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์หรือความกังวลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อื่นๆ ผลการตรวจสอบใดๆ โดยการหน่วยงานควบคุมด้านภาษีทั่วโลกของบริษัท บทลงโทษทางอาญาที่อาจเกิดขึ้นหรือการเยียวยาทางแพ่งหาก บริษัทไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของต่างประเทศและของสหรัฐอเมริกาที่มีผลบังคับใช้ในเขตอำนาจศาลที่บริษัทดำเนินงานรวมถึงการปกป้องข้อมูลและกฎหมายความเป็นส่วนตัวกฎหมายการต่อต้านการทุจริต กฎหมายห้ามมิให้มีการจ่ายเงินสินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผลกระทบของการควบรวมกิจการหรือการรวมธุรกิจอื่นๆ และความสามารถของบริษัทในการรวมธุรกิจที่ได้มาดังกล่าวให้สำเร็จ ความผันผวนของสกุลเงินและอัตราแลกเปลี่ยน ระดับของกระแสเงินสดในอนาคต ระดับของการลงทุน และความต้องการเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตที่ลดลงจากสถาบันการเงิน  ปัจจัยความเสี่ยงและความไม่แน่นอนเหล่านี้รวมถึงความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอื่นๆ ที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงของ Moddy’s แตกต่างอย่างมากจากที่คาดการณ์ไว้ในแถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าได้ระบุไว้อย่างละเอียดในส่วนที่ 1 รายการ 1A ของรายงานประจำปีของบริษัทในแบบฟอร์ม 10-K สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561 และในเอกสารอื่นๆ ที่บริษัทจัดทำขึ้นเป็นครั้งคราวกับสำนักงาน ก.ล.ต. หรือวัสดุที่รวมอยู่ในที่นี้หรือในนั้น  ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนควรพึงระวังว่าการเกิดขึ้นของปัจจัยความเสี่ยงและความไม่แน่นอนเหล่านี้อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงของบริษัทแตกต่างอย่างมากจากที่คาดการณ์ไว้ในแถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า  ผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัท ผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน ปัจจัยใหม่อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทจะสามารถคาดการณ์ปัจจัยใหม่เหล่านี้และบริษัทไม่สามารถประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยใหม่ใดๆ

ดูเวอร์ชั่นที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191028005559/en/

ติดต่อ Moody’s:
SHIVANI KAK
ฝ่ายการลงทุนสัมพันธ์ Moody’s
+1 212-553-0298
Shivani.kak@moodys.com

หรือ
MICHAEL ADLER
ฝ่ายการสื่อสาร Moody’s
+1 212-553-4667
Michael.adler@moodys.com

หรือ
GEORGE ZHU
ฝ่ายการสื่อสาร Moody’s
+86 138 1057 0262
george.zhu@moodys.com

WeWork ประกาศเสร็จสิ้นการระดมทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์จาก SoftBank Group บังคับใช้การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการและการกำกับดูแล

Logo

นิวยอร์กและโตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–30 ต.ค. 2562

The We Company (“WeWork” หรือ “บริษัท”) และ SoftBank Group Corp. (“SoftBank”) ประกาศในวันนี้ว่า WeWork ได้รับเงินทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์ซึ่งเป็นการเร่งชำระเงินที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นของ WeWork ที่ $11.60 ต่อหุ้น  จากการเสร็จสิ้นการระดมทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์จาก SoftBank การเปลี่ยนแปลงด้านการกำกับดูแลหลายประการเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันนี้ รวมถึงการปฏิรูปคณะกรรมการ WeWork

ตามที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ การจ่ายเงิน $1.5 พันล้านและการเปลี่ยนแปลงการกำกับดูแล เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับ WeWork ซึ่งขณะนี้ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นของ WeWork ซึ่ง SoftBank จะให้เงินทุนจำนวนมากแก่บริษัท  แพคเกจทางการเงินนั้นรวมเงิน $5 พันล้านในการจัดหาเงินทุนหนี้ใหม่

“เงินทุน 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐที่ WeWork ได้รับในวันนี้จาก SoftBank ทำให้บริษัทมียุทธศาสตร์อนาคตและย้ำถึงความเชื่อมั่นที่มั่นคงของ Softbank ในบริษัท” Marcelo Claure ประธานกรรมการบริหารของ WeWork กล่าว “WeWork เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของอุตสาหกรรมมูลค่าหลายล้านล้านดอลล่าร์และแพคเกจทางการเงินนี้ช่วยให้บริษัทสามารถเร่งเส้นทางสู่การทำกำไรและสร้างกระแสเงินสด  ผมขอขอบคุณฝ่ายบริหารทีม WeWork สมาชิกของเรา ผู้ให้เช่า และชุมชนทั่วโลกสำหรับการสนับสนุนและการอุทิศตนอย่างต่อเนื่อง”

คุณ Claure กล่าวเสริมว่า “การลงทุนของ Softbank ที่มีความเชื่อมั่นสูงมาพร้อมกับการสนับสนุนการปฏิบัติงาน  เราคาดว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมอีก 2 คนในอนาคตอันใกล้นี้”

ตามข้อตกลงที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้กับ WeWork และการบรรลุข้อตกลงการจ่ายเงินที่มีมูลค่าสูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์อย่างรวดเร็ว  คณะกรรมการของ WeWork ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่เป็นจำนวน 10 ราย ซึ่งขั้นต้นประกอบด้วย:

  • ห้ากรรมการที่กำหนดโดย SoftBank หรือกองทุน SoftBank Vision Fund รวมทั้ง Ron Fisher, Marcelo Claure, Steven Langman และอีกสองคนจะได้รับการตั้งในภายหลัง
  • กรรมการสองท่านที่ได้รับมอบหมายจาก Benchmark Capital และ Hony Capital ซึ่งได้แก่ Bruce Dunlevie และ John Zhao ตามลำดับ
  • กรรมการสองท่านที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ WeWork ได้แก่ Jeff Sine และ Mark Schwartz และ
  • Lew Frankfort ผู้อำนวยการจากคณะกรรมการพิเศษ

การเปลี่ยนแปลงการกำกับดูแลอื่นๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันนี้ ได้แก่ :

  • Marcelo Claure วันนี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการบริหารของคณะกรรมการ
  • Adam Neumann เป็นผู้สังเกตการณ์ของคณะกรรมการและคณะกรรมการจะได้ควบคุมการลงคะแนนหุ้นของเขา

เกี่ยวกับ SoftBank Group

SoftBank เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ต้องการผลักดันการปฏิวัติข้อมูล  SoftBank Group ประกอบด้วยบริษัทโฮลดิ้ง SoftBank Group Corp. (TOKYO: 9984) และพอร์ตโฟลิโอทั่วโลกของบริษัทซึ่งรวมถึงการสื่อสารโทรคมนาคมขั้นสูง บริการอินเทอร์เน็ต AI หุ่นยนต์อัจฉริยะ IoT  และผู้ให้บริการเทคโนโลยีพลังงานสะอาด  ในเดือนกันยายน 2559 บริษัท Arm Limited บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำของโลก ได้เข้าร่วมกลุ่ม SoftBank.  SoftBank Group Corp. ลงทุนใน SoftBank Vision Fund ซึ่งวางแผนที่จะลงทุนสูงถึง หนึ่งแสนล้านเหรียญในธุรกิจและเทคโนโลยีระดับโลกที่ SoftBank Vision Fund เชื่อว่าจะปฏิวัติข้อมูลในระยะต่อไป  เรียนรู้เพิ่มได้ด้วยการเยี่ยมชม https://group.softbank/en/

เกี่ยวกับ WeWork

WeWork มอบพื้นที่ ชุมชน และบริการให้สมาชิกทั่วโลกผ่านข้อเสนอทางกายภาพและดิจิตอล  ภารกิจของบริษัทคือการสร้างโลกที่ผู้คนทำงานเพื่อสร้างชีวิต ไม่ใช่แค่เพื่อให้มีชีวิต  ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ปี 2562 WeWork มีสถานที่ตั้ง 528 แห่งใน 111 เมืองและ 29 ประเทศ  สมาชิก 527,000 รายของเราเป็นตัวแทนขององค์กรระดับโลกในหลายอุตสาหกรรมรวมถึง 38% ของ Global Fortune 500  เรามุ่งมั่นที่จะให้สมาชิกทั่วโลกของเรามีวันทำงานที่ดีขึ้นด้วยค่าใช้จ่ายน้อยลง

ดูเวอร์ชั่นที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191030006117/en/

ติดต่อ:

SoftBank
sbpr@softbank.co.jp
+81 3 6889 2300
หรือ
Ben Spicehandler / Emily Claffey / Hannah Dunning
Sard Verbinnen & Co
212.687.8080

WeWork
Gwen Rocco / Erin Clark
press@wework.com
หรือ
Joele Frank / Meaghan Repko
Joele Frank, Wilkinson Brimmer Katcher
212.355.4449

Zynga ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สามประจำปี 2562

Logo

รายรับรายไตรมาสและการจองสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ Zynga

มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 69 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 67% จากเวลาเดียวกันในปีก่อน

ยกระดับรายได้รายหนึ่งปี – หนึ่งในบริษัทเกมสาธารณะที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2562

ซานฟรานซิสโก–(BUSINESS WIRE)–31 ตุลาคม 2562

Zynga Inc. (Nasdaq: ZNGA) วันนี้เปิดตัวผลประกอบการทางการเงินสำหรับไตรมาสที่สาม ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2562 โดยการลงเอกสารกำไรประจำไตรมาสที่สามปี 2562 ของฝ่ายบริหารลงในเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ ท่านสามารถดูจดหมายรายได้รายไตรมาสที่แนบมาหรือเข้าไปที่ http://investor.zynga.com/financial-information/quarterly-results เพื่ออ่านเอกสาร

“ในไตรมาสที่ 3 เราประสบความสำเร็จในการสร้างรายได้และการจองที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Zynga ผลการดำเนินงานของเราได้รับแรงผลักดันที่แข็งแกร่งจากการให้บริการไลฟ์ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากของ Empires & Puzzles และ Merge Dragons! นอกจากนี้เกมที่เพิ่งเปิดตัวอย่าง Game of Thrones® Slots Casino และ Merge Magic! ก็เริ่มต้นได้อย่างดีเยี่ยม และด้วยการได้รับคำแนะนำที่เพิ่มขึ้นจากเราจึงทำให้ Zynga เป็นหนึ่งในบริษัทเกมสาธารณะที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2562" Frank Gibeau ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Zynga กล่าว

ฝ่ายบริหารของ Zynga จะจัดการประชุมทางไกลในเวลา 14.30 น. เวลาแปซิฟิก (17:30 น. เวลาตะวันออก) ในวันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัท จะมีการรับคำถามในช่วงการประชุมและ Zynga จะพยายามตอบคำถามให้ได้มากที่สุด

สามารถเข้าร่วมการประชุมทางโทรศัพท์ได้ที่ http://investor.zynga.com ซึ่งจะมีการฉายซ้ำผ่านทางเว็บไซต์ในภายหลัง – หรือผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์การประชุมด้านล่าง:

  • หมายเลขโทรฟรี: (800) 537-0745
  • หมายเลขโทรจากต่างประเทศ: (253) 237-1142
  • รหัสของการประชุม: 7568396

เกี่ยวกับ Zynga Inc.

Zynga เป็นผู้นำระดับโลกในด้านความบันเทิงแบบอินเตอแรคทีฟกับภารกิจในการเชื่อมต่อโลกผ่านเกม ในปัจจุบันมีผู้เล่นแฟรนไชส์ของ Zynga มากกว่าหนึ่งพันล้านคนรวมถึง CSR Racing™, Empires & Puzzles™, Merge Dragons!™, Words With Friends™ และ Zynga Poker™ เกมของ Zynga มีให้เล่นในกว่า 150 ประเทศและสามารถเล่นได้บนแพลตฟอร์มโซเชียลและอุปกรณ์มือถือทั่วโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 2550 บริษัท มีสำนักงานใหญ่ในซานฟรานซิสโกโดยมีที่ตั้งในสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ อินเดีย ตุรกีและฟินแลนด์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเยี่ยมชม www.zynga.com หรือติดตาม Zynga บน Twitter และ Facebook.

หมายเหตุบรรณาธิการ

หากต้องการดาวน์โหลดคลิป B-roll และภาพกราฟิกสำคัญสำหรับเกมของ Zynga โปรดไปที่:https://bit.ly/2IOcaej

ดูคลังภาพ/มัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52118822/en

ติดต่อ:

ฝ่ายลงทุนสัมพันธ์:
Rebecca Lau
Investors@zynga.com

สื่อ:
Sarah Ross
Sarah@zynga.com