Papa John’s แต่งตั้ง Marvin Boakye เป็นผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (Chief People Officer) คนแรก

Logo

หลุยส์วิลล์ เคนทักกี้–(บิสิเนสไวร์)–23 ม.ค.2019

Papa John's International, Inc. (NASDAQ: PZZA) หนึ่งใน บริษัท ส่งพิซซ่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศแต่งตั้ง Marvin Boakye ให้เป็นผู้บริหารสูงสุดคนแรกของบริษัท เขาจะทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของทีมผู้นำของ Papa John และจะรายงานต่อ Steve Ritchie ประธานและซีอีโอบริษัท

Boakye มีประสบการณ์ด้านทรัพยากรบุคคลมากกว่า 20 ปี ซึ่งรวมถึงความเชี่ยวชาญในการจัดการการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม (culture transformation) เขาเคยดำรงตำแหน่งป็นผู้นำด้านทรัพยากรมนุษย์สำหรับองค์กรต่าง ๆ ทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา และละตินอเมริกา Boakye ได้เข้ามาร่วมงานกับ Papa John หลังจากดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทปิโตรเลียม Andeavor ในเมืองซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส ซึ่งเพิ่งถูกซื้อกิจการโดย Marathon Petroleum ก่อนหน้า Andeavor เขาเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ MTS Allstream ซึ่งเป็นบริษัท โทรคมนาคมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Bell Canada และดำรงตำแหน่งอาวุโสด้านทรัพยากรบุคคลที่ Goodyear, Pulte Group และ The Home Depot

“ ความเชี่ยวชาญของ Boakye จะช่วยให้เราผลักดันให้ Papa John ก้าวไปข้างหน้าในการเปลี่ยนแปลงของเรา เพื่อให้เป็นสถานที่ที่ดีกว่าในการทำงานสำหรับสมาชิกในองค์กรและแฟรนไชส์ของเรา 120,000 คน” Steve Ritchie ประธานและ CEO ของ Papa John กล่าว “ ในการค้นหาผู้บริหารระดับสูงของเรา เป้าหมายของเราคือการระบุผู้นำการพัฒนาที่ความสามารถได้รับการพิสูจน์แล้ว และที่มีความพร้อม ความเชี่ยวชาญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงองค์กร ภูมิหลังอันน่าประทับใจของ Boakye จะเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญต่อกลยุทธ์การเติบโตของ Papa John โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรายังคงมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจของเรานอกทวีปอเมริกาเหนือต่อไป”

Boakye จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการนำกลยุทธ์การบริหารความสามารถ หรือ talent maangement ของบริษัท ซึ่งรวมถึงด้าน การปฏิบัติงานของบุคลากร ค่าตอบแทนและผลประโยชน์ และการเรียนรู้และพัฒนา เขาเข้ามาดำรงตำแหน่งแทนรองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการบุคลล Bob Smith ซึ่งเกษียณจาก Papa John's ในเดือนสิงหาคม 2018 หลังจากทำงานกับ บริษัทมา 15 ปี

เกี่ยวกับ Papa John's

Papa John's International, Inc. (NASDAQ: PZZA) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ใน หลุยส์วิลล์ เคนทักกี้ เป็นบริษัทส่งพิซซ่าที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ในปี 2018 ผู้บริโภคได้จัดอันดับให้ Papa John’s เป็นอันดับหนึ่งในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ ในหมู่บริษัทพิซซ่าในประเทศในดัชนีความพึงพอใจของลูกค้าชาวอเมริกัน (ACSI) ซึ่ง ผู้บริโภคได้จัดอันดับให้  Papa John's เป็นอันดับ 1 เป็นเวลา 17 ปีใน 19 ปีที่ผ่านมา ในดัชนี ACSI หรือ the American Customer Satisfaction Index  นี้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บริษัท หรือสั่งซื้อพิซซ่าออนไลน์ ไปที่ www.papajohns.com.

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190123005518/en/

ติดต่อ:

Madeline Chadwick

รองประธานฝ่ายสื่อสาร

(O) 502.261.4189

Madeline_Chadwick@papajohns.com

เอ็นซีเอช ประเทศไทย จัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ฉลองครบรอบ 100 ปี

Logo

กรุงเทพฯ, ประเทศไทยเอ็นซีเอช ประเทศไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมการรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท เอ็นซีเอช ที่จัดขึ้นทั่วโลกในการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี โดยร่วมกับมูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ FEED จัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2562 ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบกบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทย

NCH Thailand as part of NCH's Global CSR initiatives in celebration of NCH 100th year anniversary an ...

การปลูกป่าชายเลนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมการรับผิดชอบต่อสังคมฉลองครบรอบ 100 ปีของเอ็นซีเอช โดยพนักงานจาก 50 ประเทศทั่วโลกจะมีส่วนร่วมในการอุทิศเวลาให้กับชุมชนของพวกเขาเพื่อทำกิจกรรม CSR ที่แตกต่างกันมากกว่า 100 โครงการภายในปี 2562

Mr. Rod Arellano Country Manager บริษัท เอ็นซีเอช ประเทศไทย กล่าวว่า "ผมดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมปลูกต้นไม้ป่าชายเลน โครงการปลูกป่านี้มีคุณค่าอย่างมาก พนักงานของเราสนุกกับกิจกรรมกลุ่มเกี่ยวกับความสำคัญของป่าชายเลนและกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม"

เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการกล่าวเปิดงานโดย Mr. Rod Arellano ตามด้วยกิจกรรมความสำคัญของป่าชายเลนที่สนุกสนาน และท้ายที่สุดคือกิจกรรมการปลูกป่าชายเลน โดยมีพนักงานกว่า 60 คนร่วมกิจกรรม สำหรับโครงการCSR ปลูกป่าชายเลน นี้ พนักงานได้ตระหนักถึงสำคัญของป่าชายเลน รวมถึงได้รับความรู้ในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหลากหลายชนิด และท้ายที่สุดทีมงานขององค์กร FEED ได้บรรยายวิธีการที่ถูกต้องในการปลูกต้นไม้ชายเลน โดยรวม เอ็นซีเอช ได้ปลูกต้นโกงกางใบเล็กกว่า 180 ต้น

เกี่ยวกับ มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย)

มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ Foundation for Environmental Education for Sustainable Development (Thailand)  มีชื่อย่อว่า FEED เป็นองค์กรที่ส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยด้วยกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เกี่ยวกับ บริษัทเอ็นซีเอช 

เอ็นซีเอช (NCH)  ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1919 เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง เออร์วิง รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ด้วยยอดขายกว่า 1พันล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 8,000 คน มีสาขาและโรงงานผลิต กว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการบำรุงรักษาครบวงจรให้บริการครอบคลุมทั้งเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรมและสาธารณูปโภค  เอ็นซีเอช ประเทศไทย ก่อตั้งมา 50 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ปัจจุบันมีพนักงานจำนวน 100 คน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

บริษัท เอ็นซีเอช (ประเทศไทย) จำกัด

นันทิยา ลิมปิอนันต์ชัย

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด

โทร: 02 770 9686-8 แฟกซ์: 09 8286 6363

อีเมล: nantiya.limpiananchai@nch.com

เว็บไซต์: www.nchthailand.com

Y Analytics เปิดตัวเพื่อรวบรวมเงินทุนและการวิจัยเพื่อการกระทำที่ดี

Logo

Y Analytics  จะช่วยให้ผู้จัดสรรเงินทุนเข้าใจ ประเมินค่า และการจัดการผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น โดยเพิ่มประสิทธิภาพและการเข้าถึงสำหรับสังคมการลงทุน

วอชิงตันและดาโวส, สวิตเซอร์แลนด์–(บิสิเนสไวร์)–23 มกราคม 2019

วันนี้เป็นการเปิดตัว Y Analytics ซึ่งเป็นองค์กรอิสระใหม่ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อผลักดันการลงทุนที่เพิ่มขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการสร้างผลประโยชน์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยการมอบพื้นฐานการวิจัยให้กับผู้จัดสรรทุนเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบของการตัดสินใจของพวกเขา  องค์กร ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และนำโดย Maryanne Hancock จะช่วยเชื่อมความแตกต่างระหว่างชุมชนการวิจัยและผู้จัดสรรทุน  ในที่สุดสิ่งนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุนที่มุ่งไปสู่การแก้ไขเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาตินั้นถูกใช้อย่างกว้างขึ้น มีประสิทธิภาพมากที่สุด และเพิ่มความสามารถของเราในการกำกับทุนนิยมไปสู่แนวทางแก้ไขปัญหาที่มีศักยภาพ

จาก Maryanne Hancock ซีอีโอของ Y Analytics: “เรากำลังเสริมสร้างความพยายามอย่างกว้างขวางของผู้อื่นที่ได้ทำงานมาหลายสิบปีในการสร้างความเข้าใจให้กับโลกนี้เกี่ยวกับสิ่งที่สร้างผลกระทบ  Y Analytics สร้างขึ้นบนพื้นฐานของการเรียนรู้จากการทำงานของพวกเขา การใช้การวิจัยเพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่สร้างผลกระทบ การสร้างเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการพยากรณ์ การรับประกันและจัดการ และการแบ่งปันงานนั้นกับผู้อื่นเพื่อขับเคลื่อนการตัดสินใจที่ดีขึ้น  การเสริมสร้างการตัดสินใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับวิธีที่โลกนำเงินทุนไปสู่การเปลี่ยนแปลงจะมีความสำคัญในการบรรลุความก้าวหน้าที่เราพยายามทำ”

จาก Bono ผู้ร่วมก่อตั้ง The Rise Fund: “ระบบทุนนิยมนั้นไม่ได้ผิดศีลธรรม แต่มันเป็นสิ่งที่ปราศจากศีลธรรมและจึงต้องมีการทำทาง  หากทุนนิยมจะกลายเป็นพลังที่ดีได้นั้น เราต้องสามารถวัดได้เมื่อมันทำดีและเมื่อมันทำอันตราย เพื่อชักชวนนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ที่สุดให้มอบเงินทุนเพื่อรับมือกับความท้าทายที่เร่งด่วนที่สุดในโลก เราจำเป็นต้องมีความมั่นใจเกี่ยวกับผลกระทบที่เทียบเท่ากับความมั่นใจในผลตอบแทนทางการเงิน – การคิดที่คลุมเครือนั้นใช้การไม่ได้  เราต้องการข้อเท็จจริง – นั่นคือสิ่งที่ Y Analytics ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อนำเสนอ”

จาก Bill McGlashan ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ The Rise Fund: “เราเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมโลกที่น่ากลัว และตามที่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติได้ชี้แนะ เราต้องเปิดใช้กลไกการประกอบการที่ปรับขนาดได้เพื่อก้าวถึงเป้าหมายเหล่านั้นได้    ในการทำเช่นนั้น เราต้องช่วยให้ผู้คนเข้าใจดีขึ้นว่าอะไรคือสิ่งที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงและช่วยให้พวกเขาเสิรมสร้างโซลูชั่นที่ใช้งานได้  Y Analytics จะช่วยให้คำแนะนำแก่เงินทุนที่แสวงหาการเปลี่ยนแปลง โดยทำให้มั่นใจว่าเงินทุกดอลลาร์ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดและใช้ภาษากลางเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก – โดยสามารถลดช่องว่างในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและก้าวไปสู่ความยั่งยืนและระบบเศรษฐกิจที่รวมทุกคน

จาก Sir Ronald Cohen ประธาน Global Steering Group for Impact Investment: “การเปิดตัว Y Analytics นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของความพยายามที่สำคัญในการเพิ่มช่องทางการลงทุนเพื่อพัฒนาชีวิตและโลกใบนี้   ความเชื่อว่าผลกระทบนั้นไม่สามารถวัดและเปรียบเทียบได้อย่างน่าเชื่อถือนั้นไม่เป็นความจริง  หากการลงทุนในการสร้างผลกระทบนั้นเปรียบเป็นจรวดเพื่อการพัฒนาสังคมของเรา การวัดผลกระทบก็ถือว่าเป็นระบบนำทางของจรวดนี้  ผมจะคอยสนับสนุนความพยายามของ Y Analytics เพื่อเร่งการปฏิวัติผลกระทบล่วงหน้า”

จาก Anders Strömblad หัวหน้าฝ่ายการจัดการภายนอก AP2: “เราสนับสนุนภารกิจของ Y Analytics ในการแสวงหาความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับวิธีการผลักดันผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับอัตราผลตอบแทนของตลาด  สำหรับนักลงทุนนั้น ผลกระทบไม่เพียงแค่เป็นคำศัพท์เชิงคุณภาพเท่านั้น มันควรจะเป็นสิ่งที่อยู่ภายในและรวมเข้ากับรูปแบบธุรกิจอย่างสมบูรณ์แบบและวัดปริมาณได้  การทำงานของ Y Analytics เพื่อทำความเข้าใจและประเมินสิ่งที่สร้างผลกระทบและเพื่อติดตามและประเมินผลเมื่อเวลาผ่านไปนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง  เราทุกคนทราบถึงสาเหตุที่ต้องพิจารณาผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่การสร้างความรับผิดชอบต่อเป้าหมายของเราคือโจทย์หลักของประเด็นนี้”

Y Analytics เป็นผลจากการเติบโตของ The Rise Fund จากกองทุนเพิ่มขึ้นและได้รับการชี้นำจากประสบการณ์การลงทุนที่บริหารเงินรวมเกือบ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐจากการลงทุน 25 รายการในภาคอุตสาหกรรมที่หลากหลายและตลาดที่ครอบคลุมทั่วโลก  การสร้างผลงานของ The Rise Fund – โดยความร่วมมือกับ Bridgespan และ KPMG – และทีมงานของนักเศรษฐศาสตร์และนักวิจัย Y Analytics จะพยายามแปลงานวิจัยเพื่อช่วยผู้ตัดสินใจประเมินผลกระทบที่ส่วนหน้าของกระบวนการจัดสรรทุน และจัดการผลกระทบอย่างจริงจังหลังจากนั้น  นอกจากนี้ยังจะร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ที่ทำงานอย่างสร้างสรรค์ในพื้นที่นี้และแบ่งปันการเรียนรู้เพื่อช่วยพัฒนาความรู้ในด้านนี้  Y Analytics จะมุ่งเน้นไปที่สองสายงานหลัก:

  • การสร้าง ความก้าวหน้า และการพิทักษ์รักษาการวิจัย – กลไกการสร้างและวิธีการที่เชื่อมโยงชุมชนการวิจัย ผู้จัดสรรทุน และผู้มีอำนาจตัดสินใจอื่นๆ  Y Analytics จะแบ่งปันวิธีการและการเรียนรู้ให้กับสาธารณชนอย่างแข็งขันเพื่อช่วยพัฒนาวงการ
  • การประเมินผลกระทบและบริการวิเคราะห์ – ช่วยให้นักลงทุนมีกระบวนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพและอิงกับหลักฐานมากขึ้นโดยใช้วิธีการที่เข้มงวดที่ดูแลและแปลงานวิจัยเพื่อแจ้งการประเมินผลกระทบสุทธิในแง่เศรษฐกิจที่การลงทุนสร้างขึ้นในหลายเส้นทาง

Y Analytics  จะมีส่วนร่วมกับผู้นำในหลากหลายสาขาวิชาเพื่อให้แน่ใจว่าจะนำมุมมองที่หลากหลายมาใช้ในการทำงาน  คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านบรรณาธิการของบริษัทประกอบด้วย Helene Gayle (ประธานและซีอีโอของ The Chicago Community Trust และอดีตซีอีโอของ CARE), Lenny Mendonca (หุ้นส่วนอาวุโส, McKinsey and Company), Judith Rodin (อดีตประธานา Rockefeller Foundation และประธานอาวุโส University of Pennsylvania ), Laura Tyson (ศาสตราจารย์พิเศษของบัณฑิตวิทยาลัย Haas School of Business และประธานคณะกรรมการมูลนิธิ Blum Center for Developing Economies, University of California, Berkeley) และ Robert J. Zimmer (ประธาน University of Chicago) Y Analytics กำลังสร้างความร่วมมือกับสถาบันการวิจัยชั้นนำเช่น Abdul Latif Jameel Poverty Action Lab at MIT, the  World Resources Institute และกับนักวิจัยชั้นนำที่จะทำหน้าที่เป็นสภาที่ปรึกษาด้านการวิจัย  พันธมิตรเหล่านี้จะช่วยให้ Y Analytics พัฒนาความเข้าใจอย่างละเอียดยิ่งขึ้นเกี่ยวกับเส้นทางผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

Y Analytics จะร่วมมือและให้บริการองค์กรและอุตสาหกรรมที่หลากหลาย

เกี่ยวกับ Y Analytics: Y Analytics เป็นบริษัท เพื่อสาธารณประโยชน์อิสระแห่งใหม่ที่ซึ่งการวิจัยและเงินทุนมาบรรจบกันเพื่อความดี  Y Analytics เชื่อมโยงการผู้มีอำนาจตัดสินใจและชุมชนการวิจัยโดยใช้การวิจัยเพื่อช่วยให้เข้าใจถึงผลกระทบของการตัดสินใจจัดสรรทุน  Y Analytics จะช่วยให้การเพิ่มประสิทธิภาพและการเข้าถึงของเงินทุกดอลลาร์ที่ลงทุนและในที่สุดจะช่วยกระตุ้นอนาคตที่ยั่งยืน  องค์กร ซึ่งรวมถึงองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรในเครือ มีสำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตันดีซีและนำโดยซีอีโอ Maryanne Hancock

ดูเวอร์ชันต้นฉบับใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190123005305/en/

ติดต่อ:

Frank Thomas

The Rise Fund

Frank.Thomas@therisefund.com

หรือ

Francesca Gilmore

Freuds

Francesca.gilmore@freuds.com

Toshiba Memory Corporation เปิดตัวหน่วยความจำแฟลช UFS เวอร์ชัน 3.0 เป็นรายแรกในตลาด

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–23 มกราคม 2562

Toshiba Memory Corporation ผู้นำด้านโซลูชันหน่วยความจำระดับโลก ประกาศจัดส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ [1] ที่เป็นรายแรกของอุตสาหกรรม [2] อุปกรณ์หน่วยความจำแฟลชแบบฝัง UFS เวอร์ชัน 3.0[3] ผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่นี้ใช้เทคโนโลยี BiCS FLASH™ 96 ชั้น แบบ 3D ที่มีความล้ำสมัย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของบริษัทเอง มาในความจุสามขนาด ได้แก่ 128 กิกะไบต์ 256 กิกะไบต์ และ 512 กิกะไบต์[4] และด้วยประสิทธิภาพในการอ่าน/เขียนข้อมูลด้วยความเร็วสูงและไม่กินไฟ ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่นี้จึงเหมาะกับการใช้งานกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ สมาร์ทโฟน แท็บเลต และอุปกรณ์ระบบ AR และ VR

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190122006030/en/

Toshiba Memory Corporation: Industry's First UFS Ver. 3.0 Embedded Flash Memory Devices (Photo: Busi ...

Toshiba Memory Corporation: อุปกรณ์หน่วยความจำแฟลชแบบฝัง UFS เวอร์ชัน 3.0 ชิ้นแรกของอุตสาหกรรม (รูปภาพ: Business Wire)

อุปกรณ์ชิ้นใหม่นี้ประกอบด้วยหน่วยความจำแบบ BiCS FLASH™ 96 ชั้น แบบ 3D และตัวควบคุมในแพ็คเกจขนาด 11.5 x 13.0มม. ตามมาตรฐาน JEDEC ตัวควบคุมมีหน้าที่แก้ไขข้อผิดพลาด ค่าเสื่อมของแบตเตอรี่ แปลที่อยู่ทางตรรกะเป็นที่อยู่ทางกายภาพ และจัดการบล็อคที่ไม่ดีเพื่อการพัฒนาระบบที่ไม่ซับซ้อน

อุปกรณ์ทั้งสามชิ้นสามารถใช้ได้กับ JEDEC UFS เวอร์ชัน 3.0 รวมถึง HS-GEAR4 ซึ่งมีความเร็วอินเตอร์เฟสทางทฤษฎีสูงสุด 11.6 กิกะบิตต่อเลน (2 เลน = 23.2 กิกะบิต) ขณะที่สนับสนุนคุณสมบัติอื่น ๆ ที่ทำให้อุปกรณ์ไม่กินไฟเพิ่มมากขึ้น ประสิทธิภาพในการอ่านและเขียนข้อมูลตามลำดับของอุปกรณ์ที่มีความจุ 512 กิกะไบต์ เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 70 และร้อยละ 80 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับอุปกรณ์ในเจเนอเรชันก่อนหน้า[5]

* ชื่อของบริษัท ผลิตภัณฑ์ และบริการอื่น ๆ ที่กล่าวถึงในที่นี้อาจเป็นเครื่องหมายทางการค้าของบริษัทนั้น ๆ

หมายเหตุ

[1] การจัดส่งอุปกรณ์ตัวอย่างขนาด 128 กิกะไบต์ มีกำหนดเริ่มวันนี้ ตามด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เหลือหลังจากเดือนมีนาคม ข้อมูลจำเพาะของตัวอย่างอาจต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง

[2] ที่มา: Toshiba Memory Corporation ข้อมูลสิ้นสุดเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2562

[3] Universal Flash Storage (UFS) เป็นหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์สำหรับคลาสของผลิตภัณฑ์หน่วยความจำแบบฝังที่สร้างขึ้นตามข้อกำหนดมาตรฐาน JEDEC UFS เนื่องจากมีอินเตอร์เฟสแบบอนุกรม UFS จึงรอบรับการสื่อสารข้อมูลแบบสองทาง ซึ่งทำให้การอ่านและเขียนข้อมูลระหว่างหน่วยประมวลผลของโฮสต์และอุปกรณ์ UFS สามารถทำพร้อมกันได้

[4] ความหนาแน่นของผลิตภัณฑ์ถูกระบุตามความหนาแน่นของชิปหน่วยความจำภายในผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่จำนวนความจุหน่วยความจำในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลโดยผู้ใช้ปลายทาง ความจุที่ผู้บริโภคสามารถใช้ได้จะลดลงเนื่องจากพื้นที่ที่ข้อมูลที่สงวนไว้สำหรับข้อมูลที่ติดตั้งไว้แล้ว การฟอร์แมต บล็อกที่ไม่ดี และข้อจำกัดอื่น ๆ และอาจแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์โฮสต์และแอปพลิเคชัน สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ โปรดอ้างอิงจากข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้ 1 กิกะไบต์ = 230 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์

[5] เปรียบเทียบกับอุปกรณ์รุ่น “THGAF8T1T83BAIR” ขนาดความจุ 256 กิกะไบต์ ของ Toshiba Memory Corporation

ข้อมูลติดต่อสำหรับลูกค้า:
Toshiba Memory Corporation
ฝ่ายวางแผนการขาย
โทร: +81-3-6478-2423
https://business.toshiba-memory.com/en-jp/contact.html

ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูล ณ ปัจจุบันในวันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190122006030/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ:
Toshiba Memory Corporation
ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์การขาย
Koji Takahata
โทร: +81-3-6478-2404

V-CAT นำร่องการระดมทุนสาธารณะผ่านสกุลเงินดิจิทัล

Logo

จากการแลกเปลี่ยนระดับโลกไปสู่ทรัพย์สินส่วนบุคคล

โฮจิมินห์, เวียดนาม–(BUSINESS WIRE)–23 มกราคม 2019

V-CAT Vietnam มีแผนเปิดให้บริการการระดมทุนสาธารณะ (Crowdfnding) สกุลเงินดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์มที่ใช้กับสกุลเงินดิจิทัล JC-coin ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินจะมีการรักษาความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนอันล้ำสมัย ผู้ใช้บริการที่มี JC-coin สามารถแลกเปลี่ยนทรัพย์สินดิจิทัลและทรัพย์สินที่จับต้องได้บนแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่ม JC-coin ให้มากขึ้นได้ ซึ่งจะทำให้การระดมทุนในแต่ละครั้งได้รับการพัฒนาในเชิงการให้บริการและตัวผลิตภัณฑ์แก่ผู้ใช้บริการทั่วโลก นอกจากนั้นจะช่วยสร้างโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ในธุรกิจที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย

กระบวนการพัฒนาของ V-CAT จะดำเนินการไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาแพลตฟอร์ม MALLLESS ล่วงหน้าก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2019 โดยตั้งเป้ามีผู้ใช้งาน 10 ล้านคนทั่วโลกภายในปี 2020 ความโดดเด่นของ MALLLESS คือการที่คนทั่วไปและนิติบุคคลได้รับประโยชน์จากเว็บไซต์ต้นแบบที่ใช้ทำธุรกรรมและกลไกการเป็นเจ้าของสิทธิ์ผ่านระบบ Wallet ซึ่งจะทำให้เกิดการขายสินค้าใหม่หรือสินค้าที่ใช้แล้ว รวมทั้งสินค้าที่จับต้องไม่ได้ ส่วนการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ เช่น บิตคอยน์ หรือแม้แต่สกุลเงินที่ใช้จริงในโลกปัจจุบันอย่างดอลลาร์หรือยูโร ก็สามารถทำผ่านวิธีการนี้ได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งาน V-CAT ผ่านระบบที่คล้าย ๆ กันอย่าง JAM point (http://ogb-jam.com/merit/) ได้อีกด้วย

V-CAT ยังอยู่ระหว่างการเตรียมการเปิดตัวการระดมทุนสาธารณะผ่านแอพลิเคชัน Raudo ในเดือนสิงหาคมปี 2020 โดยตั้งเป้ามีผู้ใช้งานจำนวน 10 ล้านคนทั่วโลกภายในปี 2021 ซึ่งไม่ว่าใครอยู่ที่ไหนบนโลกก็สามารถมีส่วนร่วมในการระดมทุนสาธารณะได้ และยังสามารถสร้างการระดมทุนสาธารณะขึ้นโดยไม่ต้องพัฒนาสกุลเงินที่ต้องเข้ารหัสเอง

V-CAT จะยังคงให้บริการสิ่งที่บุคคลทั่วไปและนิติบุคคลไม่เคยได้รับในอดีตต่อไปโดยใช้สกุลเงิน JC-coin เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบด้วย

  1. คิดอัตราแลกทรัพย์สินตามสกุลเงินที่ใช้จริง (ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์) หรือสกุลเงินดิจิทัล (Bitcoin) ที่ผู้ใช้เป็นเจ้าของในรูปแบบ JC-coin
  2. การหาเงินผ่านการระดมทุนสาธารณะเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ หรือธุรกิจใหม่ ๆ
  3. โปรโมชันสำหรับผลิตภัณฑ์และการบริการทั่วโลก การซื้อขายผลิตภัณฑ์และการบริการบนแพลตฟอร์มที่ปลอดภัย ป้องกันการแฮ็คข้อมูลได้
  4. สร้างแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยสำหรับการทำธุรกรรมต่าง ๆ

หมายเหตุ: ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนธุรกิจโดย V-CAT ได้ที่ http://vcat-otv.net/ 

เกี่ยวกับองค์กร

V-CAT ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 ที่เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม มีสมาชิกหลักที่ร่วมก่อตั้งทั้งหมด 14 คน ซึ่งใน 5 คนเป็นวิศวกรพัฒนาแพลตฟอร์มบนเทคโนโลยีบล็อกเชนอันล้ำสมัย V-CAT เน้นมอบการบริการระบบที่ปลอดภัย

ข้อมูลจากภาษาต้นฉบับของเนื้อหานี้เป็นเอกสารทางการ การแปลเป็นภาษาปลายทางต่างๆ จะทำเพื่อเป็นข้อมูลชั่วคราวเท่านั้น ควรมีการอ้างอิงข้อมูลจากภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่มีผลทางกฏหมาย

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190122005348/en/

ติดต่อ:

V-CAT Vietnam
ซีอีโอ: PHAM MINH HONG
ข้อมูลติดต่อ: info@vcat-vcv.com
เว็บไซต์องค์กร: http://vcat-otv.net/
Twitter: @jc_rdfunding

Toshiba เปิดตัววงจรรวมเชื่อมระบบอีเธอร์เน็ตสำหรับการใช้งานในรถยนต์และอุตสาหกรรม

Logo

–ผลิตภัณฑ์ใหม่สามรายการมาพร้อมระบบ โปรโตคอลอินเตอร์เฟสขั้นสูง ความหน่วงในการถ่ายโอนข้อมูลต่ำ และระบบ system optimizations–

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–22 มกราคม 2019

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) เปิดตัวผลิตภัณฑ์วงจรรวมเชื่อมระบบอีเธอร์เน็ตสำหรับรถยนต์ รุ่น TC9562AXBG ในซีรีส์ “TC9562” ซึ่งมีตัวประสานหรืออินเตอร์เฟสมากกว่าวงจรรวมเชื่อมระบบในปัจจุบันของ Toshiba และรุ่น TC9562BXBG ในซีรีส์ TC9560 ซึ่งรองรับระบบ TSN[1] และ AVB[2] รวมถึงรุ่น TC9562XBG ซึ่งมีการคอนฟิกวงจรที่ซับซ้อนน้อยกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นปัจจุบัน

การจัดส่งผลิตภัณฑ์ตัวอย่างจะเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ และการผลิตเพื่อจำหน่ายจะเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคม

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190121005177/en/

Toshiba: New Ethernet bridge ICs "TC9562 Series" for automotive and industrial applications. (Photo: ...

Toshiba: วงจรรวมเชื่อมระบบอีเธอร์เน็ต ซีรีส์ "TC9562" สำหรับการใช้งานในรถยนต์และอุตสาหกรรม (รูปภาพo: Business Wire)

ระบบ AVB ของอีเธอร์เน็ตทำให้การถ่ายโอนข้อมูลแบบเรียลไทม์เชื่อถือได้ และถูกนำไปใช้ในยานพาหนะมากขึ้น ปัจจุบัน Toshiba มีวงจรซีรีส์ TC9560 สำหรับเทคโนโลยี Gigabit Ethernet (10/100/1000Mbps) ที่ IEEE 802.1AS[3] และ IEEE 802.1Qav[4]

ปัจจุบัน ยานพาหนะบนท้องถนนจำนวนมากและมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างมีระบบเชื่อมต่อที่ติดตั้งมาให้พร้อมกับรถ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ได้ รวมถึงทำให้มีการแบ่งปันข้อมูลระหว่างระบบที่ติดตั้งมาภายในรถกับอุปกรณ์ กับระบบและบริการจากภายนอก นอกเหนือจากนั้นความหน่วงในการส่งข้อมูลที่ต่ำเป็นสิ่งสำคัญสำหรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) และเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติต่าง ๆ การพัฒนาเหล่านี้ต่างจำเป็นต้องใช้ระบบการสื่อสารภายในรถยนต์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งรองรับโดยมาตรฐานการถ่ายโอนข้อมูลที่เชื่อถือได้ และต้องมีการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ มาตรฐาน TSN สำหรับอีเธอร์เน็ตพัฒนาขึ้นความต้องการเหล่านี้

กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Toshiba ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดด้วยการรองรับทั้งระบบ AVB ในปัจจุบัน และมาตรฐานเครือข่าย TSN ใหม่ ผลิตภัณฑ์รุ่น TC9562XBG สามารถเริ่มการทำงานได้ง่ายกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นปัจจุบัน รุ่น TC9562AXBG รองรับการใช้งานเกี่ยวกับอินเตอร์เฟสมากขึ้น ได้แก่ระบบ SGMII รวมถึง RGMII, RMII และ MII[5] มากกว่ารุ่นปัจจุบัน ขณะที่รุ่น TC9562BXBG รองรับมาตรฐาน IEEE 802.1Qbv, IEEE 802.1Qbu[6] และ IEEE 802.3br[7] ซึ่งเป็นคุณสมบัติเพิ่มเติมที่เหนือกว่ารุ่น TC9562AXBG

Toshiba ตั้งเป้าพัฒนาโหมดพลังงานต่ำสำหรับผลิตภัณฑ์ซีรีส์ TC9562 โดยบริโภคพลังงานเพียง 0.5mW และเวลากู้คืน (typical)[8]  ที่ 100ms

วงจรรวมเชื่อมระบบอีเธอร์เน็ตรุ่นใหม่จะได้รับการรับรองโดย AEC[9]-Q100 ระดับ เกรด 3

การใช้งาน

ระบบอินโฟเทนเมนต์ในรถยนต์ ระบบเทเลมาติกส์ เครื่องขยายเสียง และอุปกรณ์ทางอุตสาหกรรม

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่

หมายเลขชิ้นส่วน

TC9562XBG/TC9562AXBG/TC9562BXBG

CPU core

Arm® Cortex®-M3

อินเตอร์เฟสโฮสต์

PCIe I/F: Gen2.0(5GT/s), Endpoint , Single lane

อินเตอร์เฟสรถยนต์

– Ethernet AVB MAC integrated

ตัวเลือกอินเตอร์เฟสระหว่าง SGMII/RGMII/RMII/MII

(TC9562AXBG, TC9562BXBG รองรับ SGMII )

ใช้ได้กับมาตรฐาน IEEE802.1AS, IEEE802.1Qav

– Ethernet AVB/TSN MAC integrated (รุ่น TC9562BXBG เท่านั้น)

ใข้ได้กับมาตรฐาน IEEE 802.1Qbv, IEEE 802.1Qbu, IEEE 802.3br

อินเตอร์เฟสระบบเสียง

เลือกระหว่าง I2S หรือ TDM

การเชื่อมต่ออุปกรณ์

– I2C หรือ SPI

– Quad-SPI

– UART 2ch

– Interrupt ports

– GPIO

แหล่งจ่ายไฟ

เลือกระหว่าง 1.8V/3.3V (สำหรับ I/O)

เลือกระหว่าง 1.8V/2.5V/3.3V (สำหรับ RGMII/RMII/MII)

1.8V (สำหรับ SGMII, PCIe)

1.1V (สำหรับ Core)

แพ็คเกจ

P-LFBGA 120 balls; 9มม. x 9มม., ขา 0.65มม.

หมายเหตุ:

[1]

Ethernet TSN: IEEE802.1 Time Sensitive Networking

[2]

Ethernet AVB: IEEE802.1 Audio/Video Bridging

[3]

IEEE 802.1AS: มาตรฐานสำหรับการปรับเทียบเวลา

[4]

IEEE 802.1Qav: มาตรฐานสำหรับการตั้งค่าระบบ traffic shaping

[5]

SGMII, RGMII, RMII, MII: Ethernet interface. SGMII = Serial Gigabit Media Independent Interface; RGMII = Reduced Gigabit Media Independent Interface; RMII = Reduced Media Independent Interface; MII = Media Independent Interface

[6]

IEEE 802.1Qbv: มาตรฐานสำหรับส่วนเสริมของระบบ scheduled traffic

[7]

IEEE 802.1Qbu/IEEE 802.3br: มาตรฐานสำหรับระบบ Frame preemption/Interspersing Express Traffic

[8]

ผลจากการทดสอบโดย Toshiba ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส

[9]

AEC: Automotive Electronics Council

* Arm and Cortex คือเครื่องหมายทางการค้าที่จดทะเบียนโดย Arm Limited (หรือหนึ่งในบริษัทในเครือ) ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่น ๆ

* PCI Express และ PCIe คือเครื่องหมายทางการค้าที่จดทะเบียนโดย PCI-SIG

* ชื่อบริษัท ผลิตภัณฑ์ และบริการอื่น ๆ อาจเป็นเครื่องหมายทางการค้าของบริษัทนั้น ๆ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ โปรดดูที่:

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/automotive/interface-bridge.html

ข้อมูลติดต่อสำหรับลูกค้า:
แผนก System LSI Marketing Dept.III
โทร: +81-44-548-2422
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูล ณ ปัจจุบันในวันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation เป็นบริษัทใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและประสบการณ์ นับตั้งแต่แยกตัวออกจากบริษัทเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เราได้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านอุปกรณ์ทั่วไป และได้นำเสนอโซลูชันเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ LSIs และ ระบบ HDD อันโดดเด่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจของเรา

เรามีพนักงานจำนวน 22,000 คนทั่วโลก ซึ่งมีความตั้งใจร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของเราให้ถึงระดับสูงสุด และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ๆ ร่วมกัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มยอดขายต่อปีซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 800 พันล้านเยน (7 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ให้สูงขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเราที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190121005177/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
แผนกการตลาดดิจิทัล
Chiaki Nagasawa
โทร: +81-3-3457-4963
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp


Nestlé Skin Health เปิดสำนักงานในมาเลเซีย

Logo

เพิ่มพื้นที่ในเอเชียแปซิฟิกผ่านพันธมิตรใหม่ในกัวลาลัมเปอร์

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–(บิสิเนสไวร์)–22 ม.ค. 2019

Nestlé Skin Health ผู้นำระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการนำเสนอโซลูชั่นด้านวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพผิวประกาศเปิดสำนักงานใหม่ในมาเลเซียซึ่งจะช่วยให้บริษัทเร่งการเติบโตในภูมิภาค

การเป็นพันธมิตรในมาเลเซียเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ บริษัท ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้นในขณะเดียวกันก็เป็นการเข้าหาโอกาสที่กำลังเติบโตในภูมิภาค

Can Ongen รองประธานและหัวหน้าฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศของNestlé Skin Health SA พูดเกี่ยวกับการเปิดสำนักงานในกัวลาลัมเปอร์ ว่า “ วิสัยทัศน์ของเราคือการเปลี่ยนวิธีที่โลกคิดเกี่ยวกับสุขภาพผิว ด้วยการเปิดตัวของบริษัทที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ครั้งนี้ผู้บริโภคและผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพในประเทศสามารถคาดหวังว่าโซลูชั่นด้านสุขภาพผิวที่ได้รับการพัฒนาเพื่อปกป้องให้บริการและปรับปรุงสุขภาพผิว ที่มากยิ่ง ๆ ขึ้น”

Fraser Halscheid หัวหน้าผู้จัดการเอเชียและผู้จัดการทั่วไปสิงคโปร์ของ Nestlé Skin Health กล่าวว่า“ การตัดสินใจขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และการเปิดบริษัทในเครือโดยเฉพาะนั้น เป็นขั้นตอนที่มีเหตุผลในกลยุทธ์สำหรับการเติบโตทางธุรกิจของเรา เราเชื่อว่าวิธีการที่เราอยู่ในตลาดเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากทีมงานในท้องถิ่นของเราจะช่วยให้เราสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับลูกค้าของเรามากขึ้นและเข้าใจถึงความแตกต่างและความต้องการของผู้บริโภคด้านสุขภาพผิวภายในประเทศ”

ศักยภาพทางการตลาดที่แข็งแกร่ง

ด้วยประชากรกว่า 30 ล้านคน มาเลเซียมีเศรษฐกิจที่หลากหลาย แลมีความต้องการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและการดูแลสุขภาพส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่บอบบางเป็นหมวดหมู่ที่กำลังมีการเติบโตของที่ดีโดยเฉพาะ1 นี่จึงเป็นการยืนยันถึงศักยภาพทางการตลาดที่แข็งแกร่งสำหรับ Nestlé Skin Health

ทั้งนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการตอกย้ำความนิยมในมาเลเซีย โดยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบรนด์ Cetaphil ได้รับรางวัล ' แบรนด์ที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุด ' จาก Watson ผู้ประกอบห้างร้าการดูแลสุขภาพและความงามที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย นอกจากนี้ในปี 2018 Guardian ได้มอบรางวัลให้ Cetaphil Baby เป็น 'แบรนด์ที่ได้รับการโหวตมากที่สุดแห่งปี' ในหมวดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเด็ก

Nael Itani ผู้จัดการทั่วไปของอินโดนีเซียและตลาดส่งออกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นผู้นำทางพันธมิตรใหม่ภายใต้การควบคุมดูแลของหัวหน้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หัวหน้า Fraser Halscheid ส่วนสำนักงานในกรุงกัวลาลัมเปอร์จะมีทีมงานในท้องถิ่นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการค้า Cindy Tiu เป็นผู้ดูแล ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากเพื่อนร่วมงานจาก Nestlé Skin Health ในภูมิภาค ทีมงานตื่นเต้นมากเกี่ยวกับโอกาสที่จะนำธุรกิจไปสู่อีกระดับในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้

เกี่ยวกับ Nestlé Skin Health

พันธกิจของเนสท์เล่สกินเฮลท์คือการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการนำเสนอโซลูชั่นที่เน้นวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพของผิวหนัง เส้นผม และเล็บ ในฐานะหนึ่งในบริษัทผู้นำของหมวดหมู่นี้ Nestlé Skin Healthดำเนินการวิจัยผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดยั้งเพื่อให้บริการชุมชนและผู้บริโภคในด้านการดูแลสุขภาพด้วยความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อปกป้องและปรับปรุงสุขภาพผิว

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม www.nestleskinhealth.com

1 ที่มา: Nielsen YTD พ.ย. 2018 (ค่า)

ดูเวอร์ชันแหล่งที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190121005188/en/

ติดต่อสำหรับสื่อ

Sébastien Cros หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร,

 info@nestleskinhealth.com

Terns Pharmaceuticals ประกาศแต่งตั้ง Erin Quirk M.D. ในตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์

Logo

ซานมาเทโอ แคลิฟอร์เนียและเซี่ยงไฮ้–(บิสิเนสไวร์)–17 มกราคม 2019

Terns Pharmaceuticals Inc. บริษัท เวชภัณฑ์ชีวภาพระดับโลกที่มุ่งเน้นการค้นพบและพัฒนายาโมเลกุลขนาดเล็กแบบปากเปล่าที่ใช้ในการรักษา NASH และมะเร็ง ประกาศแต่งตั้ง Erin Quirk, M.D. เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ (CMO)  ดร. Quirk นำประสบการณ์ด้านเวชภัณฑ์และการพัฒนายามานานกว่าสองทศวรรษซึ่ง โดยล่าสุดได้ดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายวิจัยทางคลินิกที่ Gilead Sciences

“Erin เป็นแพทย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยประวัติการทำงานที่กว้างขวางในการพัฒนาและลงทะเบียนการรักษาใหม่สำหรับโรคติดเชื้อและโรคตับ  ความเชี่ยวชาญของเธอจะมีค่ายิ่งเมื่อเราพัฒนายาสำหรับโรค NASH ซึ่งรวมถึง TERN-101, TERN-201 และยาในอนาคตผ่านทางคลินิก” Weidong Zhong, Ph.D. ประธานและซีอีโอของ Terns กล่าว “เรามีความยินดีที่ Erin ได้เข้าร่วมกับเราในช่วงเวลาเติบโตที่สำคัญนี้ เพราะประสบการณ์และพื้นหลังของเธอทั้งในการพัฒนายาในช่วงต้นและขั้นปลายทำให้เธอเหมาะสมที่จะชี้นำการเติบโตของทีมพัฒนาทางคลินิกของ Terns ”

ดร. Quirk แสดงความเห็นว่า “ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานที่มุ่งเน้นการพัฒนาวิธีการรักษาสำหรับ NASH ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาที่ได้รับอนุมัติ  ฉันตั้งตารอที่จะใช้ประโยชน์จากพื้นฐานการพัฒนาทางคลินิกของฉันเพื่อพัฒนายาสำคัญเหล่านี้”

ก่อนหน้านี้ ดร. Quirk เป็นรองประธานฝ่ายวิจัยทางคลินิกที่ Gilead Sciences ซึ่งเธอดูแลการพัฒนาทางคลินิกทุกขั้นตอนสำหรับการป้องกันและรักษาเอชไอวีของ Gilead และรับผิดชอบกับกลยุทธ์และวงจรการเก็บรักษาสำหรับชุดชิ้นงานเกี่ยวกับเอชไอวี โดยได้พัฒนาสารประกอบหลายชนิดและผลิตภัณฑ์รวมกันให้เข้าสูกระบวนการพัฒนาทางคลินิกและกระบวนการอนุมัติ  นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้นำการพัฒนาทางคลินิกของโมเลกุลขนาดเล็กภายในชุดชิ้นงานเกี่ยวกับโรคไวรัสที่เกิดขึ้นใหม่และถูกทอดทิ้งของ Gilead รวมถึงยาต้านไวรัสสำหรับโรคไวรัสอีโบลา  ก่อนที่จะร่วมงานกับ Gilead ดร. Quirk เป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยทางคลินิกที่ Merck ซึ่งเธอได้ทำการทดลองทางคลินิกขั้นสูงสำหรับผลิตภัณฑ์ทดลองวัคซีนเอชไอวีของ Merck และได้ดูแลการพัฒนาทางคลินิกของโมเลกุลขนาดเล็กสำหรับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ดร. Quirk สำเร็จการศึกษาทางการแพทย์จากมหาวิทยาลัยโคโลราโดและสำเร็จการฝึกอบรมด้านอายุรศาสตร์และโรคติดเชื้อที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันในเซนต์หลุยส์ ซึ่งเธอเป็นสมาชิกคณาจารย์ก่อนที่จะเข้าร่วมอุตสาหกรรมยา

เกี่ยวกับ Terns Pharmaceuticals

Terns Pharmaceuticals ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองซานมาเทโอ รัฐแคลิฟอร์เนียและเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เป็นบริษัทชีวเวชภัณฑ์ระดับโลกที่มุ่งมั่นที่จะค้นพบและพัฒนายาโมเลกุลขนาดเล็กในช่องปากเพื่อรักษาโรคตับและมะเร็ง  บริษัทรวมความเชี่ยวชาญในด้านชีววิทยาของโรค เคมียา และความสามารถในการพัฒนาทางคลินิกอย่างกว้างขวางในประเทศจีนเพื่อความก้าวหน้าของการขยายตัวของยาที่ปรับให้เหมาะสมกับเป้าหมายที่ผ่านการตรวจสอบทางคลินิกหรือเป้าหมายซึ่งมีการตรวจสอบพรีคลินิก  โดยใช้รูปแบบการค้นพบยาที่มีประสิทธิภาพคุ้มทุน ภารกิจของบริษัทคือการนำเสนอวิธีการรักษาแบบใหม่ที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยในตลาดที่ด้อยโอกาสผ่านโครงการพัฒนาระดับโลกและระดับภูมิภาค  Terns วางแผนที่จะมุ่งเน้นกิจกรรมการพัฒนาเบื้องต้นเกี่ยวกับการอนุมัติด้านกฎระเบียบในประเทศจีนและสำรวจการพัฒนาทางคลินิกในตลาดโลกเพิ่มเติม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชม www.TernsPharma.com

ดูเวอร์ชันต้นฉบับได้ใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190117005018/en/

สื่อสหรัฐอเมริกาติดต่อ:

Margaret Robinson

+(415)-690-0084

สื่อจีนติดต่อ:

Eddy Wu

+ 86 180 1631 1449

Keio Plaza Hotel จัดงาน“ Hina-matsuri (เทศกาลตุ๊กตาหญิง)” – ด้วยเครื่องประดับอันงดงามแขวนประดับไว้ 6,800 ชิ้นและพิธีชงชา

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–16 มกราคม 2019

โรงแรม Keio Plaza Tokyo (KPH) หนึ่งในโรงแรมนานาชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ที่ชินจูกุ โตเกียวเตรียมจัดงานที่มีชื่อว่า“ Hina-matsuri ผ่านวัฒนธรรมพิธีชงชาและศิลปะการแขวน” เพื่อเชิญให้แขกมาร่วมเฉลิมฉลองงานเทศกาลตุ๊กตาหญิงหรือ "Hina-matsuri" ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของญี่ปุ่น  ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ถึงวันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคมในปี 2019 จะมีการจัดแสดงผลงานศิลปะที่แขวนอยู่ในล็อบบี้และรายการอาหารพิเศษที่ร้านอาหารของเรา  นอกจากการจัดแสดงตุ๊กตาทำด้วยมือที่งดงามและหรูหรากว่า 6,800 ชิ้นและการตกแต่งแบบดั้งเดิมอื่นๆ ในงานนี้แล้ว โรงแรมของเรายังจะแสดงรายการศิลปะแบบดั้งเดิมและประวัติศาสตร์ที่ใช้ในพิธีชงชาญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการอบรมทางวัฒนธรรมของผู้หญิงญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยเมจิ (1868 ถึง 1912)

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูตัวเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190116005191/th/

About 6,800 hanging decorative art ornaments meticulously hand stitched from cloth of old silk kimon ...

เครื่องประดับประมาณ 6,800 ชิ้นที่เย็บจากชุดกิโมโนและตุ๊กตาไม้แบบดั้งเดิมได้ถูกแขวนไว้ล้อมรอมตุ๊กตาจักรพรรดิ จักรพรรดินีสุภาพ คนรับใช้ และนักดนตรีถูกจัดวางไว้ในล็อบบี้หลักของโรงแรมเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตุ๊กตาหญิง (ภาพ: บิสิเนสไวร์)

เครื่องประดับแขวนที่เป็นงานศิลปะอย่างปราณีตที่เย็บจากมือโดยใช้ผ้าชุดกิโมโนผ้าไหมโบราณโดยศิลปินผ้าห่มชื่อดัง Mitsuyo Matsuo และสมาชิก 90 คนในกลุ่มศิลปิน Himawari ของจะถูกจัดแสดงในงานนี้   เครื่องประดับเหล่านี้ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันสำหรับนิทรรศการนี้และสะท้อนถึงความหวังด้านสุขภาพและความสุขให้กับเด็กๆ  ตัวอย่างได้แก่ การตกแต่งที่สร้างขึ้นสำหรับนิทรรศการนี้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ต่างๆ  เช่น ลิงที่มีความสามารถในการปัดเป่าหายนะ เป็ดแมนดารินที่สะท้อนถึงความรักระหว่างคู่สมรส และหมอนที่เป็นตัวแทนให้เด็กได้หลับสบายและเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง  นอกจากนี้ตุ๊กตาไม้ Mataro ดั้งเดิมจากศาลเจ้า Kamikamo ในเกียวโตจะถูกจัดแสดงพร้อมกับการจัดแสดงผลงานศิลปะจะถูกแขวนไว้สูง 3.3 เมตรในบริเวณล็อบบี้หลักชั้นสามเพื่อต้อนรับแขกที่มาพักที่โรงแรมของเรา 

งานนิทรรศการวัฒนธรรมพิธีชงชาจะจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับศาสตราจารย์ Hiroichi Tsutsui แห่งมหาวิทยาลัยเกียวโตและจัดแสดงถ้วยชาช้อนชา ไม้ไผ่ ภาชนะใส่น้ำ และเครื่องมือที่มีค่าและสวยงามอื่นๆ ที่ใช้ในพิธีชงชาแบบดั้งเดิม   นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงรายการพิธีชงชาอื่นๆ  เช่นเครื่องประดับห้องนั่งเล่น ธูป และรูปภาพม้วนของกระจุกกระจิกญี่ปุ่นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความงามทางวัฒนธรรมและความงามที่สะท้อนในพิธีชงชาญี่ปุ่น

นอกจากนี้ยังมีรายการเมนูพิเศษเพื่อรำลึกถึง“ Hina-matsuri (Girls 'Doll Festival)” ที่ร้านอาหารเก้าแห่งของเราในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2562

เก็บเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับของ businesswire.com: https: / https://www.businesswire.com/news/home/20190116005191/en/

ติดต่อ:

Keio Plaza Hotel Tokyo

Keiko Kawashima, + 81-3-5322-8010

ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์

keiko-kawashima@keioplaza.co.jp

TurbineAero Inc. ประกาศเข้าซื้อธุรกิจซ่อมชิ้นส่วน APU จาก Triumph Group

Logo

ชลบุรี, ประเทศไทย–(BUSINESS WIRE)–15 มกราคม 2019

TurbineAero บริษัทในเครือ The Gores Group ประกาศเข้าซื้อสายผลิตภัณฑ์ซ่อมแซมชิ้นส่วน (“RPL”) APU จาก Triumph Aviation Services Asia, Ltd.

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190115005959/en/

TurbineAero Repair–Asia, APU Operations Team (Photo: Business Wire)

ทีมปฎิบัติงานหน่วย APU ของ TurbineAero Repair–Asia (รูปภาพ: Business Wire)

การเข้าซื้อธุรกิจในเซกเมนต์นี้เป็นบูรณาการการซ่อมแซมชิ้นส่วน APU เข้ากับการซ่อมบำรุงระบบ APU สำหรับอากาศยานของ TurbineAero ในเอเชีย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ลดเวลาในกระบวนการให้บริการ และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

การเข้าซื้อกิจการ ซึ่งจะมีผลทันที จะจัดให้มีพิธีการ ณ ศูนย์ซ่อมบำรุงแห่งใหม่ของ TurbineAero Asia ในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่ 80,000 ตารางเมตร และมีพนักงาน 250 คนปฏิบัติงาน และเป็นสถานที่สำหรับการทดสอบทางเทคโนโลยีขั้นสูง การบำรุงรักษา การซ่อมแซมและบริการซ่อมบำรุงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับส่วนประกอบเครื่องบินและระบบต่าง ๆ ให้กับลูกค้าของเราที่มีอยู่ทั่วโลก รวมถึงบริการซ่อมแซมชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น APU MRO, LRUs และ APU

“พวกเรามีความยินดีที่ได้นำเทคโนโลยีซ่อมแซมชิ้นส่วน APU มารวมเข้ากับความสามารถในด้านซ่อมบำรุงระบบ APU ที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการซ่อมบำรุงระบบ APU และให้เราสามารถนำเสนอบริการที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นให้กับฐานลูกค้าของเราที่มีอยู่ทั่วโลก” Peter Gille รองประธานและผู้จัดการทั่วไปแห่ง TurbineAero Repair-Asia กล่าว “การเข้าซื้อกิจการยังเป็นการเน้นย้ำถึงการเติบโตของ TurbineAero ในช่วงสองปีที่ผ่านมา และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการพัฒนาของอุตสาหกรรมอากาศยานในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเกียรติที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตนี้”

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้บรรลุข้อตกลงการเข้าซื้อกิจการสายผลิตภัณฑ์ซ่อมแซมชิ้นส่วน APU จาก Triumph Group การเข้าซื้อธุรกิจครั้งนี้จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเราให้มากขึ้น และจะเป็นการเพิ่มทีมงาน TurbineAero ของเราในประเทศไทย เพื่อให้บริการซ่อมบำรุงกับธุรกิจการบินที่กำลังเติบโตในภูมิภาคนี้” Robert Wilson ซีอีโอ TurbineAero Inc. กล่าว

เกี่ยวกับ TurbineAero, Inc.

TurbineAero มีสำนักงานใหญ่ในแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา เป็นผู้ให้บริการซ่อมบำรุงระบบ APU สำหรับอากาศยานชั้นนำ ประกอบด้วยโซลูชันที่มีความครอบคลุม ยืดหยุ่น และน่าเชื่อถือ ให้กับชุมชนการบินทั่วโลก ในฐานะผู้ซ่อมบำรุงระบบ APU สำหรับอากาศยานที่มีขนาดใหญ่ที่สุด TurbineAero มีบริการซ่อมแซม จำหน่าย ให้เช่า ทดสอบและให้การรับรองอุปกรณ์ APU และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน TurbineAero มีสำนักงานสี่แห่ง หน่วยธุรกิจสามหน่วย และตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา และแห่งที่สี่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ www.turbineaero.com

About The Gores Group

The Gores Group ก่อตั้งขึ้นโดย Alec Gores ในปี 1987 เป็นบริษัทด้านการลงทุนระดับโลกที่มุ่งเน้นด้านการเข้าเป็นพันธมิตรกับธุรกิจที่มีความแตกต่าง ซึ่งสามารถสร้างประโยชน์จากความรู้ในอุตสาหกรรมที่มีอยู่อย่างมาก รวมถึงประสบการณ์ที่ยาวนานกว่าทศวรรษ และเงินกองทุนที่มีความยืดหยุ่น กว่า 30 ปี บริษัทได้พัฒนาความเข้าใจอย่างลึกซึ้งด้านการสร้างธรุกิจและมูลค่าทางธุรกิจควบคู่ไปกับการจัดการ สำนักงานใหญ่ของ Gores Group ตั้งอยู่ในลอสแอนเจลิส และมีสำนักงานในเมืองกรีนิช รัฐคอนเนตทิคัต และเมืองโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ www.gores.com

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190115005959/en/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TurbineAero กรุณาติดต่อ:
Lisa Gates
เจ้าหน้าที่การตลาดและการสื่อสาร, TurbineAero
(480) 824-2700
lisa.gates@turbineaero.com

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ The Gores Group กรุณาติดต่อ:
Jennifer Kwon Chou
กรรมการผู้จัดการ, The Gores Group
(310) 209-3010
jchou@gores.com