EIG ปิดการระดมทุนกองทุนเอกชนระดับโลก

Logo

กองทุน EIG Direct Lending ระดมทุนได้ถึง $2 พันล้าน

วอชิงตัน–(BUSINESS WIRE)–4 พฤษภาคม 2560

EIG Global Energy Partners (EIG) ประกาศความสำเร็จในการปิดการระดมทุนให้กองทุนปิด Global Private Debt Fund (GPF IV) ซึ่งเป็นความต่อเนื่องของแพลตฟอร์มชั้นนำด้านการให้สินเชื่อด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานและการให้กู้ยืมโดยตรง  GPF IV เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปิดการระดมทุนครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2015 และนำไปดำเนินการลงทุนใน 5 โครงการซึ่งได้ผลตอบแทนเต็มตัว 2 ครั้ง  เงินทุนจากนักลงทุนสถาบันที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกสหรัฐคิดเป็น 68% ของเงินในกองทุน ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นธุรกิจนานาชาติของ EIG  การปิดการระดมทุน GPF IV ถือว่าเป็นการสานต่อความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของ EIG ในการให้กู้ยืมโดยตรงแก่โครงการและบริษัทด้านพลังงานต่าง ๆ ทั่วโลก

CEO ของ EIG R. Blair Thomas กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้าและที่ปรึกษาของเราและรู้สึกขอบคุณสำหรับความเชื่อมั่นของพวกเขาในการปิดการระดมทุน GPF IV ในครั้งนี้  ผลสำเร็จนี้เป็นที่น่าประทับใจอย่างยิ่งเพราะการระดุมทุนได้เกิดขึ้นท่ามกลางการลดลงของราคาน้ำมันถึง 71% จึงเป็นข้อพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของ EIG ในการให้กู้ยืมโดยตรงในห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงานทั่วโลก  ด้วยแพลตฟอร์มการระดมทุนเชิงลึกของ EIG เราเชื่อว่าเรามีความพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการเงินทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง และสามารถต่อเติมในสิ่งที่ผู้ให้กู้ทั่วไปไม่สามารถดำเนินงานได้เพราะขีดจำกัดด้านกฎระเบียบ  เราเชื่อว่าปัจจัยพื้นฐานของตลาดที่แข็งแกร่งจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้น  ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ ประวัติอันยาวนาน และแพลตฟอร์มระดับโลกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง EIG พร้อมที่จะเข้าถึงโอกาสมากมายที่มีในตลาดปัจจุบัน"

ผู้แทนจัดจำหน่ายของ EIG สำหรับ GPF IV คือ Credit Suisse และที่ปรึกษาด้านกฎหมายคือ Debevoise & Plimpton LLP

เกี่ยวกับ EIG

EIG Global Energy Partners เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนภาคเอกชนในโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับพลังงานและพลังงานทั่วโลกและมีเงินทุนภายใต้การบริหารจัดการ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 มูลค่า 15.1 พันล้านดอลลาร์  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 EIG เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการชั้นนำด้านทุนจดทะเบียนของสถาบันในอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นผู้จัดหาโซลูชันทางการเงินสำหรับบริษัทและโครงการต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงานและพลังงานทดแทน ทั่วโลก  EIG ได้ลงทุน 23.7 พันล้านดอลลาร์ใน 317 โครงการใน 36 ประเทศ  EIG มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และมีสาขาตั้งอยู่ที่ฮูสตัน ลอนดอน ซิดนีย์ ริโอเดจาเนโร ฮ่องกง และโซล  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม www.eigpartners.com

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170504006056/en/

ติดต่อ:

Sard Verbinnen & Co.
Robert Rendine / Brandon Messina, 212-687-8080

พื้นที่เพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพและพืชจีเอ็มเพิ่มขึ้นเป็น 185.1 ล้านเฮกตาร์ในปี พ.ศ. 2559

Logo

พื้นที่ทั่วโลกฟื้นตัวจากปี พ.ศ. 2558  หลังจากที่เกษตรกรปรับใช้วิธีการปลูกพืชแบบเทคโนโลยีชีวภาพอย่างต่อเนื่อง

ปักกิ่ง–(BUSINESS WIRE)–4 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

วันนี้ the International Service for the Acquisition of Agri-biotech Applications หรือ ISAAA ได้เปิดเผยรายงานประจำปีซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของพื้นที่การเพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพที่เพิ่มขึ้นถึง 110 เท่าทั่วโลก ภายในเวลาเพียง 21 ปีหลังจากมีการนำเข้าสู่ตลาด โดยมีการใช้พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นจาก 1.7 ล้านเฮกตาร์ในปี พ.ศ. 2539 เป็น 185.1 ล้านเฮกตาร์ในปี พ.ศ. 2559 ทั้งนี้รายงานของ ISAAA ซึงมีหัวข้อว่า "สถานะของพืชเทคโนโลยีชีวภาพและพืชจีเอ็มเชิงพาณิชย์ทั่วโลก: 2016" ยังแสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ที่ดำรงอยู่อย่างยาวนาน ของพืชเทคโนโลยีชีวภาพสำหรับเกษตรกรในประเทศกำลังพัฒนา และประเทศอุตสาหกรรม ซึ่งรวมไปถึงผลประโยชน์ของผู้บริโภคที่ได้รับจากพืชเทคโนโลยีชีวภาพอันหลากหลาย ที่เพิ่งได้รับอนุมัติให้มีการวางขายในท้องตลาดอีกด้วย

"พืชเทคโนโลยีชีวภาพได้กลายเป็นทรัพยากรทางการเกษตรที่สำคัญสำหรับเกษตรกรทั่วโลก เนื่องจากประโยชน์อันมหาศาลที่เกิดจากผลผลิต ความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการเก็บรักษาได้ดีขึ้น" ประธานคณะกรรมการของ ISAAA คุณ Paul S. Teng กล่าวไว้ "หลังจากที่ได้มีการการอนุมัติในเชิงพาณิชย์ให้มีการเพาะปลูกมันฝรั่งและแอปเปิ้ลพันธุ์เทคโนโลยีชีวภาพ ผู้บริโภคจะเริ่มได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากเทคโนโลยีชีวภาพ จากการที่ผลผลิตมีโอกาสเน่าเสีย หรือได้รับความเสียหายน้อยลง ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการลดขยะที่เกิดจากอาหาร และลดค่าใช้จ่ายในการซื้อผลผลิตอาหารอีกด้วย "

เมื่อกล่าวถึงผลประโยชน์อื่น ๆ ของเทคโนโลยีชีวภาพ ISAAA รายงานว่า การใช้วิธีปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 เสมือนกับการลดรถตามท้องถนนลง เป็นจำนวนประมาณ 12 ล้านคันต่อปี ต่อเนื่องทุกปีในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง คือการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพโดยการลดการใช้พื้นดินทางการเกษตรลง 19.4 ล้านเฮกตาร์ ในปีพ.ศ. 2558 อีกทั้งยังลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและการใช้สารเคมีกำจัดแมลงลงไป 19%1 ในส่วนของประเทศกำลังพัฒนา การเพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพช่วยบรรเทาความหิวโหยโดยการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อยและครอบครัวทั้งหมด 18 ล้านราย นำเสถียรภาพทางการเงินที่ดีขึ้นมาสู่กว่า 65 ล้านคน

"เทคโนโลยีชีวภาพเป็นเครื่องมือที่จำเป็นอย่างหนึ่งในการช่วยเกษตรกรปลูกอาหารให้มากขึ้นโดยใช้พื้นที่น้อยลง" Randy Hautea ผู้ประสานงานของ ISAAA กล่าว "อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของพืชเทคโนโลยีชีวภาพจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็เฉพาะในกรณีที่เกษตรกรสามารถหาซื้อและปลูกพืชเหล่านี้ได้โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์การตรวจสอบและอนุมัติ ทางวิทยาศาสตร์"

เนื่องจากมีอัตราการอนุมัติและการขายของพืชเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการนำไปใช้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้น ISSA คาดว่าอัตราการปลูกเพื่อการสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรจากประเทศกำลังพัฒนาจะเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ในหมู่ประเทศในแอฟริกาที่เคยมี กระบวนการเชิงกฎเกณฑ์ที่สร้างอุปสรรคต่ออัตราการยอมรับพืชเทคโนโลยีชีวภาพ ปัจจุบันนี้ก็มีการยอมรับพืชเทคโนโลยีชีวภาพเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปี พ. ศ. 2559 แอฟริกาใต้และซูดาน เพิ่มการเพาะปลูกข้าวโพด ถั่วเหลือง และฝ้าย เทคโนโลยีชีวภาพจาก 2.29 ล้านเฮกตาร์ ในปี 2558 เป็น 2.66 ล้านเฮกตาร์ ในปี พ.ศ. 2559 ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ในทวีป อันได้แก่ เคนยา มาลาวี ไนจีเรีย เอธิโอเปีย กานา ไนจีเรีย สวาซิแลนด์ และยูกันดา ก็เกิดคลื่นลูกใหม่ของการยอมรับขึ้น ส่งผลต่อความก้าวหน้าในการทบทวนกฎระเบียบ และกฎการอนุมัติในเชิงพาณิชย์สำหรับพืชเทคโนโลยีชีวภาพหลากหลายชนิดส่วนหนึ่ง

"แม้จะมีปัญหาเกี่ยวกับอุปสรรคด้านกฎระเบียบมายาวนาน แต่เกษตรกรชาวแอฟริกันก็ยังคงปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพต่อไปเนื่องจากความคุ้มค่าที่เกิดขึ้นจากความสามารถในการผลิต และความทนทานของพันธุ์พืชเทคโนโลยีชีวภาพ" Hautea กล่าว "ขณะนี้หลาย ๆ ประเทศอื่น ๆ กำลังเดินหน้าในการทบทวนกฎระเบียบสำหรับพืชเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น กล้วย พืชจำพวกถั่ว และข้าวฟ่าง เราเชื่อว่าการเพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพจะยังคงเติบโตในประเทศอื่น ๆ ในแอฟริกา และในที่อื่น ๆ ด้วย "

นอกจากนี้ ในปี พ. ศ. 2559 บราซิลเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพเป็นร้อยละ 11 ให้กับการปลูกข้าวโพด ถั่วเหลือง ฝ้าย และคาโนลา ทำให้บราซิลยังคงเป็นประเทศผู้ผลิตพืชเทคโนโลยีชีวภาพรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา พื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองเทคโนโลยีชีวภาพในบราซิลมีขนาดถึง 32.7 ล้านเฮกตาร์ จากพื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองทั้งหมด 91.4 ล้านเฮกตาร์ที่ปลูกทั่วโลก

สำหรับปี พ. ศ. 2559 ISAAA มีรายงานถึงความสำเร็จของการทำการตลาดและการปลูกพืชผักและผลไม้เทคโนโลยีชีวภาพที่เกิดผลประโยชน์โดยตรงแก่ผู้บริโภค ซึ่งความสำเร็จนี้รวมถึงรวมถึงการอนุมัติเชิงพาณิชย์ของ Innate ™ Russet Burbank Gen 2 มันฝรั่งที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาเพื่อขายในสหรัฐอเมริกา และ Simplot Gen 1 White Russet ™ หรือ มันฝรั่งที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การสุขภาพของแคนาดา (Health Canada) สำหรับการขายในตลาดสด ในแคนาดา. พันธุ์พืชเทคโนโลยีชีวภาพเหล่านี้มีระดับแอสพาราจีน (asparagine) ต่ำกว่าปกติ ซึ่งจะช่วยลดการสร้างสารอะคริลาไมด์ (acrylamide) ในระหว่างการปรุงอาหารแบบใช้ความร้อนสูง นอกจากนี้ยังได้มีการเก็บเกี่ยวแอปเปิ้ลรุ่น Arctic® Apples ในปริมาณมากพอสำหรับการขายเชิงพาณิชย์  ในปี พ. ศ. 2559 ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในช่วงฤดูหนาว และคาดว่าจะนำออกขายในร้านขายของชำในสหรัฐอเมริกาต่อไปในปี พ. ศ. 2560

ข้อมูลเพิ่มเติมจากรายงาน ของ ISAAA ปี พ.ศ. 2559 ยังรวมถึง:

  • พื้นที่เพาะปลูกทั่วโลกฟื้นตัวขึ้นในปี พ.ศ. 2559 ด้วยการใช้พื้นที่เพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพ 185.1 ล้านเฮกตาร์เทียบกับ 179.7 ล้านเฮกตาร์ในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งลดลงจากพื้นที่ 181.5 ล้านเฮกตาร์ในปี  พ.ศ. 2557
  • ในปี พ.ศ. 2559 มีทั้งหมด 26 ประเทศ ซึ่งได้แก่ 19 ประเทศกำลังพัฒนาและ 7 ประเทศอุตสาหกรรม ที่ปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพ การเพาะปลูกของประเทศกำลังพัฒนาอยู่ที่ 54% เมื่อเทียบกับ 46% ของประเทศอุตสาหกรรม
  • 8 ประเทศในเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงจีนและอินเดียมีการปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพโดยใช้พื้นที่ 18.6 ล้านเฮกตาร์ ในปี พ. ศ. 2559
  • 10 ประเทศในลาตินอเมริกา ซึ่งรวมถึง ปารากวัยและอุรุกวัย มีการปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพโดยใช้พื้นที่ 80 ล้านเฮกตาร์ ในปี พ. ศ. 2559
  • ในปี พ. ศ. 2559 ประเทศผู้นำในการปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพยังคงเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา บราซิล อาร์เจนตินา แคนาดา และอินเดีย ซึ่ง 5 ประเทศเหล่านี้ใช้พื้นที่ปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพเป็นจำนวน 91% ของพื้นที่เพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพทั่วโลก
  • 4 ประเทศในยุโรปซึ่งได้แก่ สเปน โปรตุเกส สาธารณรัฐเช็ก และสโลวาเกีย ใช้พื้นที่มากกว่า 136,000 เฮกตาร์ในการปลูกพันธุ์ข้าวโพดเทคโนโลยีชีวภาพ ในปี พ. ศ. 2559 ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นจากปี พ. ศ. 2517 ถึง 17% นับเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการข้าวโพดที่ทนต่อแมลงของสหภาพยุโรป
  • พื้นที่เพาะปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพที่มีลักษณะรวม หรือ แบบ stacked traits คิดเป็น 41% ของพื้นที่โลก ถือเป็นอันดับสอง โดยเป็นรองแค่พื้นที่ปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพที่มีลักษณะ ทนทานต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูก 47%
  • พื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองเทคโนโลยีชีวภาพคิดเป็น 50% ของพื้นที่ปลูกพืชเทคโนโลยีชีวภาพทั้งหมดทั่วโลก โดยทั้งนี้ เมื่อเจาะจงลงไปในพืชแต่ละชนิด 78% ของถั่วเหลือง 64% ของฝ้าย 26% ของข้าวโพดและ 24% ของกระเจี๊ยบที่ปลูกในโลกมั้งหมด เป็นพันธุ์ที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ
  • ประเทศที่มีการนำถั่วเหลืองเทคโนโลยีชีวภาพไปใช้มากกว่า 90% ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา แคนาดาแอฟริกาใต้ และอุรุกวัย เกือบถึงหรือมากกว่า 90% ของการเพาะปลูกข้าวโพดเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นของ สหรัฐอเมริกา บราซิล อาร์เจนตินา แคนาดา แอฟริกาใต้ และอุรุกวัย มากกว่า 90% ของการปลูกฝ้ายเทคโนโลยีชีวภาพ 90% เป็นของ สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา อินเดีย จีน ปากีสถาน แอฟริกาใต้ เม็กซิโก ออสเตรเลีย และพม่า และ 90% หรือมากกว่าของการเพาะปลูกคาโนลาเทคโนโลยีชีวภาเป็นของประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือบทสรุปผู้บริหารของรายงาน โปรดเข้าไปอ่านได้ที่ www.isaaa.org.

เกี่ยวกับ ISAAA:

The International Service for the Acquisition of Agri-biotech Applications (ISAAA) เป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไรที่มีเครือข่ายระหว่างประเทศ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาความหิวโหย และความยากจน ด้วยการแบ่งปันความรู้และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพด้านพืชผล Clive James, ประธานกิตติมศักดิ์และผู้ก่อตั้ง ISAAA ได้ใช้เวลาอยู่อาศัย และทำงานเป็นเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ในประเทศกำลังพัฒนา ในภูมิภาคเอเชีย ลาตินอเมริกา และแอฟริกา โดยเขาได้ทุ่มเทความพยายามของเขาในการวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตร โดยมุ่งเน้นด้านพืชเทคโนโลยีชีวภาพ และความมั่นคงด้านอาหารทั่วโล

1 Brookes and Barfoot, 2017, Forthcoming

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170503005134/en/

ติดต่อ ISAAA
Caitlyn Lower, 512-495-7188
caitlyn.lower@fleishman.com

รางวัลผู้ลี้ภัย Sharjah’s Refugee Award เชิดชูความสำเร็จของมูลนิธิจากประเทศเยเมนด้วยเงินมูลค่า 100,000 เหรียญสหรัฐ

Logo

ชาร์จาห์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)– 3 พฤษภาคม 2560

มูลนิธิ Sustainable Development Foundation (SDF) ในเยเมนได้รับเงินรางวัล 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะความพยายามด้านมนุษยธรรมในการช่วยชีวิตและฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  มูลนิธิได้จัดหาปัจจัยสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ น้ำ อาหาร และที่พักพิง รวมทั้งโครงการด้านการศึกษาและภารกิจล้างกับระเบิดให้กับเขตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: http://www.businesswire.com/news/home/20170503005543/en/

SIARA

SIARA

รางวัลสำหรับการอุทิศตนอย่างต่อเนื่องนี้นำเสนอโดย Sharjah International Award for Refugee Advocacy and Support ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มจาก ชาร์จาห์ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  รางวัลนี้จัดทำโดยข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และมูลนิธิ Big Heart ของเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลเพื่อมนุษยธรรมระดับโลกที่อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและคนที่ยากไร้ทั่วโลก  แม้จะเผชิญกับอันตรายอย่างต่อเนื่องและสภาพที่เลวร้ายในชีวิตประจำวัน SDF ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2546 โดยกลุ่มอาสาสมัครขนาดเล็ก ได้ดำเนินการโครงการด้านชุมชนและด้านมนุษยธรรมในย่านที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยให้การคุ้มครองพลเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชนบท

รางวัลนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างการรับรู้และยกย่องผู้ที่ประสบความสำเร็จด้านมนุษยธรรมซึ่งได้ช่วยเหลือผู้ต้องการหลบภัยและครอบครัวที่พำนักในเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ  โครงการนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้การอุปถัมภ์ของ His Highness Sheikh Dr Sultan Bin Muhammad Al Qasimi สมาชิกสภาของชาร์จาห์ และพระมเหสี Her Highness Sheikha Jawaher bint Mohammed Al Qasimi ประธานมูลนิธิ Big Heart และผู้สนับสนุนทรงเกียรติประเด็นเด็กผู้ลี้ภัยของ UNHCR

Her Highness Sheikha Jawaher bint Mohammed Al Qasimi ทรงตรัสว่า “โครงการริเริ่มของมูลนิธินี้นับว่าเป็นแบบอย่างที่คู่ควรสำหรับองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ในภูมิภาคที่จะปฏิบัติตามเพื่อช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอ ป่วย และไร้ที่อยู่อาศัย  การเชิดชูและให้รางวัลแก่ผู้ที่อุทิศเวลาและความทุ่มเทให้กับความมุ่งหมายอันสูงส่งเหล่านี้นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง”

ความสำเร็จเหล่านี้เป็นการเตือนความจำว่าโลกนี้มีผู้คนและสิ่งดี ๆ อยู่มากมาย และ Sharjah International Award for Advocate and Supporting Refugee เป็น เครื่องหมายแสดงความเคารพและขอบคุณทุกคนที่ได้ขยายแรงช่วยเหลือดังกล่าวไปยังผู้ลี้ภัยทั่วโลก”

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่  businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170503005543/en/

ติดต่อ:

National Network Communications
Fadia Daouk, 052 617 2111
f.daouk@nncpr.com

ณ งานออโต้ โชว์ Auto Shanghai ปี 2560: JAC นำเสนอรถใหม่เกือบ 40 รุ่น

Logo

เซี่ยงไฮ้–(BUSINESS WIRE)–27 เมษายน พ.ศ. 2560

JAC ได้จัดแสดงรถทุกรุ่นที่มี ซึ่งเป็นจำนวนเกือบทั้งหมด 40 รุ่น ณ งานออโต้ โชว์ เซี่ยงไฮ้ ณ วันที่ 17 ถึง 28 เมษายนที่ผ่านมา โดยรถที่นำมาแสดงมีตั้งแต่ รถยนต์เชิงพาณิชย์ รถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคล ตลอดไปจนถึงรถพลังงานสีเขียว JAC  โดยรถรุ่น A60 รุ่น M6 และรถบรรทุก N-series truckได้รับความสนใจสูงสุดจากสาธารณชน ในขณะที่รถรุ่น S7 SUVของ  JAC ซึ่งเพิ่งเปิดตัวออกมาใหม่ ก็ถือว่าเป็นจุดสนใจในงานออโต้โชว์นี้เช่นกัน

ประสิทธิภาพที่สูงที่มาพร้อมกับความพิถีพิถัน

 S7  เป็นรถโดยสารของ JAC  อีกหนึ่งรุ่น ที่มีการตั้งค่าค่าในระดับไฮเอนด์อัจฉริยะ เช่น การมีระบบควบคุมความเร็วให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้วยตนเอง ระบบแจ้งเตือนการออกจากเลน ระบบการเตือนเพื่อกันการชน ระบบเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ และการตรวจสอบจุดบอด เป็นต้น หากมองลงไปภายใต้ประทุนของ  S7 ก็จะพบระบบส่งกำลัง แพลทินัมแบบ 1.5T GDI และ 6DCT, เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จเจอร์ และ DVVT ในส่วนของกำลังสูงสุดของ SUV มีค่าอยู่ที่ 128Kw ขณะที่แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 251Nm รถรุ่นนี้ถูกจัดให้อยู่ใน 10 อันดับเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดในประเทศจี

รถบรรทุก JAC Trucks ก้าวเข้าสู่ตลาดโลก

JAC World Truck ถือเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมรถบรรทุกเพราะความหลากหลายของตัวเลือกการปรับแต่ง เมื่อเปรียบเทียบกับสายผลิตภัณฑ์รถบรรทุกกว่า 220 รุ่น จะเห็นว่า JAC  World Truck สามารถตอบสนองความต้องการโดยเฉพาะของแต่ละบริษัทขนส่งทั่วโลก นอกจากนี้ JAC World Truck ยังสามารถผลิตรถบรรทุกที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมใด ๆ ที่ลูกค้าอาจพบเจอได้ในอนาคต ทำให้เป็นผู้ผลิตสามารถเข้าถึงการปรับแต่งผลิตภัณฑ์ได้ มากกว่า 300 รายการที่หลากหลาย

JAC World Truck มีคุณลักษณะทางการตลาดชั้นนำสิบประการ เช่น การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ถุงลมนิรภัยคู่ ระบบการแสดงภาพ 360 องศา และระบบเสียงอัจฉริยะ เป็นต้น การสรรสร้างรถบรรทุกที่เหนือชั้นกว่าเช่นนี้ ช่วยเพิ่มมูลค่าโดยการมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้ยานพาหนะ

เพราะความเชื่อในนโยบายพลังงานสีเขียว JAC จึงได้พัฒนารถบรรทุกไฟฟ้าขนาดกลางและขนาดเล็ก (light-duty trucks) สองรุ่น ด้วยการร่วมมือกับ Navistar JAC จะสามารถลดการใช้เชื้อเพลิงของผลิตภัณฑ์ลง 30% และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงถึง 50%

การเปิดตัวรถบรรทุกขนาดใหญ่ JAC K7 Heavy-Duty Truck

รถบรรทุกขนาดใหญ่รุ่นล่าสุดที่จะถูกเพิ่มลงในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ JAC คือรุ่น K7 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงทันทีในงานออโต้ โชว์ โดยรถรุ่นนี้มีเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะ 540 แรงม้า ระบบส่งกำลัง ZF AMT แรงบิดขนาดใหญ่ เพลาล้อขนาดเล็ก และความเร็วที่ 95 กม.ต่อชั่วโมง เมื่อเครื่องยนต์ไต่ระดับถึง 1300 รอบต่อนาที นอกจากนี้ K7 ยังมาพร้อมกับหลังคาที่สูง (ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถยืนและเดินได้) พื้นที่เก็บของขนาด 910 ลิตร เบาะที่กว้าง, ซันรูฟอัตโนมัติ, โต๊ะพับ, ตู้เย็น และหน่วยเครื่องปรับอากาศ ซึ่งในระหว่างงานออโต้ โชว์ครั้งนี้  JAC ได้พิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าเป็นบริษัทที่มาแรงมากในอุตสาหกรรมยานยนต์

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับที่businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20170427005785/en/

ติดต่อ:

JAC Motors
Crystal Feng, +86-551-62296885
jacmotors@jac.com.cn
http://jacen.jac.com.cn/showroom/s5.html
http://goal.jac.com.cn/

Keio Plaza Hotel Tokyo จัดนิทรรรศการโชว์พัดญี่ปุ่น-ยุโรป

Logo

ภายใต้ความร่วมมือกับเมืองเกียวโตและสถาบัน POLA

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)—2 พ.ค. 2560

Keio Plaza Hotel Tokyo ซึ่งเป็นโรงแรมนานาชาติที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในย่านชินจูกุ กรุงโตเกียว เตรียมจัดนิทรรศการพิเศษ “Ogi Mystique -Exhibition of Japanese & European Fans-” หรือแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “มนตร์แห่งโอกิ – นิทรรศการแสดงพัดญี่ปุ่นและยุโรป” เพื่อโชว์ความสวยงามของพัดญี่ปุ่นสำหรับตกแต่ง สำหรับพัดญี่ปุ่นเหล่านี้มีชื่อเสียงเลื่องลือไปจนถึงทวีปยุโรป จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับพัดของเหล่าสตรีชั้นสูงในยุโรป สำหรับงานนี้จะมีการแสดงพัดหลากหลายรูปแบบราว 50 เล่มที่อวดโฉมอันงดงามของตนจนกลายเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในกลุ่มขุนนางสตรีแห่งสมัยโรโกโกในศตวรรษที่ 18 งานนี้เปิดให้เข้าชมฟรีในเดือน พ.ค. นี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้อยู่ในรูปแบบสื่อมัลติมีเดียอัจฉริยะ อ่านฉบับเต็มได้ทาง: http://www.businesswire.com/news/home/20170502005725/en/

The exhibition of Japanese and European fans shows their beautiful allure and how they came to be hi ...

พัดญี่ปุ่นและยุโรปเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในกลุ่มขุนนางสตรีแห่งสมัยโรโกโกในศตวรรษที่ 18 ซึ่งจะนำมาจัดแสดงในงาน (ภาพ: Business Wire)

สำหรับพัดญี่ปุ่นแบบ “โอกิ” ที่จะนำมาจัดแสดงนั้นยืมมาจากพิพิธภัณฑ์หัตถกรรมโบราณเมืองเกียวโต (Kyoto Museum of Traditional Crafts) สมาคมความร่วมมือทางการค้าพัดพับและพัดกลมเมืองเกียวโต (Kyoto Folding Fans and Round Fans Commercial Cooperative Association) และองค์กรมรดกทางวัฒนธรรม (Organization of Cultural Inheritance) เพื่อนำมาบอกเล่าประวัติศาสตร์ของพัด “ฮิโอกิ” ซึ่งใช้ในราชสำนักญี่ปุ่นในอดีต พัดอันวิจิตรงดงามเหล่านี้มีวิธีการใช้งานหลากหลายรูปแบบ โดยในงานจะมีการถ่ายทอดวิธีการใช้งานผ่านการเต้นรำแบบญี่ปุ่นและศิลปะการเล่าเรื่องแบบระขุโกะ ตลอดจนจัดแสดงพัดราว 30 เล่มเพื่อแสดงภาพความงดงามของศิลปะวัฒนธรรมญี่ปุ่น

ขณะเดียวกัน สถาบันวิจัยความงามและวัฒนธรรม POLA (The POLA Research Institute of Beauty and Culture) จะยืมพัดอีกราว 20 เล่มจากทวีปยุโรปมาร่วมจัดแสดงในงาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสวยงามและคุณค่าทางวัฒนธรรมของพัดเหล่านี้ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากพัดโอกิของญี่ปุ่น และนิยมใช้กันในหมู่สตรีชั้นสูงในยุโรปสมัยศตวรรษที่ 18-20

พัดที่จะนำมาจัดแสดงนั้นมีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ ผลิตจากวัสดุแตกต่างกันหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นพัดที่บรรจงถักขึ้นจากเชือกโปร่งแสงเหมือนกับที่ใช้ในงานแต่งงาน พัดสไตล์โกธิคที่มีขอบปักด้วยใบไม้ทองคำ พัดทรงประหลาดจากประเทศจีน และพัดแนวศิลปะสมัยใหม่ที่ทำขึ้นสำหรับครอบครัวชนชั้นสูง พร้อมคำบรรยายบอกเล่าประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของพัดเหล่านี้มาตั้งแต่อดีต ผู้เข้าชมงานยังจะได้เรียนรู้บทบาทของพัดในประวัติศาสตร์ และการนำพัดไปใช้งานเพื่ออวดโฉมความวิจิตรงดงาม

เกี่ยวกับ Keio Plaza Hotel

Keio Plaza Hotel Tokyo ตั้งอยู่ในย่านชินจูกุ กรุงโตเกียว เป็นโรงแรมนานาชาติชั้นนำแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น บริการอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นห้องพักธีม Hello Kitty การทดลองสวมชุดแต่งงานแบบกิโมโน พิธีชงชา  การจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น และอื่น ๆ อีกมากมาย

อ่านข่าวจากแหล่งที่มาได้ทาง businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170502005725/en/

ช่องทางการติดต่อ:

Keio Plaza Hotel Tokyo
Sunaho Nakatani, +81-3-5322-8010
Public Relations Manager
s-nakatani@keioplaza.co.jp

NTT Com ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมระหว่างประเทศในอินเดีย

Logo

ผู้ให้บริการ ICT รายแรกของญี่ปุ่นที่ได้รับใบอนุญาตนี้

มุมไบ, อินเดีย – (BUSINESS WIRE) – 25 เม.ย., 2560

NTT Communications (NTT Com) ซึ่งเป็นบริษัทด้านโซลูชั่นไอซีทีและธุรกิจสื่อสารมวลชนในเครือของ NTT Group ได้ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้รับใบอนุญาต Virtual Network Operator – International Long Distance (VNO-ILD) ในอินเดียผ่านบริษัทเครือข่ายของของตนที่ชื่อว่า NTT Communications India Network Services (NTTCINS) ในวันที่ 1 มีนาคมปีนี้

การได้รับใบอนุญาตจะช่วยให้ NTT Com สามารถเพิ่มบริการ Arcstar Universal One International Network Services ให้กับตลาดอินเดีย  ปัจจุบัน NTT Com ให้บริการเครือข่าย National Long Distance (NLD) แบบระยะทางไกลผ่านทาง NTTCINS และบริการ Colocation, Managed Hosting, Cloud และ ICT ผ่าน Netmagic ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ  ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ NTT Com จะนำเสนอโซลูชั่นด้านไอซีทีที่มีคุณภาพสูงและครบวงจรเพื่อช่วยให้ลูกค้าองค์กรของตนในการสร้างโครงสร้าง ICT เพื่อขยายธุรกิจในอินเดีย

"ด้วยความสามารถด้านเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับบริการ Managed Hosting และ Cloud เรามุ่งมั่นที่จะทำให้ลูกค้าของเราสามารถเก็บเกี่ยวผลตอบแทนสูงสุดจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีของพวกเขา  ข้อเสนอชุดนี้ถือว่าเป็นบริการที่มีคุณค่าที่จะตอบสนองความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและความต้องการด้านการเชื่อมต่อของลูกค้าเรา” Sharad Sanghi ผู้จัดการและ CEO ของ Netmagic Solutions กล่าว

NTT Com มุ่งหวังที่จะนำเสนอโซลูชั่นด้านไอซีทีครบวงจร ได้แก่ WAN, LAN, ศุนย์ข้อมูล และบริการเสริมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนธุรกิจของอินเดียและบริษัทข้ามชาติ

NTT Com มีแผนจะเพิ่มบริการเครือข่ายด้วยการเพิ่มตัวเลือกการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการด้วยการเสริมความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับผู้ให้บริการในท้องถิ่น

รูปภาพ
http://www.ntt.com/en/about-us/press-releases/news/article/2017/0425/a.html

เกี่ยวกับ NTT Communications India Network Services

NTT Communications India Network Services เป็นบริษัทในเครือของ NTT Com  ปัจจุบันให้บริการเครือข่ายทางไกลแก่ธุรกิจในอินเดีย

เกี่ยวกับ Netmagic Solutions (บริษัทในเครือ NTT Communications)

Netmagic ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ NTT Communications เป็นผู้นำในอินเดียในการให้บริการ Managed Hosting and Cloud โดยมีศูนย์ข้อมูลที่ทันสมัยถึง 9 แห่งและให้บริการมากกว่า 2000 บริษัททั่วโลก  Netmagic มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่มุมไบและให้บริการด้าน Remote Infrastructure Management (RIM) แก่ลูกค้าองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงลูกค้าของ NTT Communication ทั่วทั้งอเมริกา ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก  Netmagic เป็นบริษัทแรกในอินเดียที่เปิดให้บริการ Cloud Computing, Managed Security, Disaster Recovery-as-a-Service (DRaaS) และ Software-Defined Storage  Netmagic ได้รับรางวัล 6 รางวัลจาก CIO Choice Award 2016 และ Frost & Sullivan India ICT Award 2016  หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชม www.netmagicsolutions.com

เกี่ยวกับ NTT Communications Corporation

NTT Communications ให้บริการด้านการให้คำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัย และระบบคลาวด์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ขององค์กร  การให้บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกของบริษัท รวมถึงเครือข่ายไอพีชั้น 1 ระดับโลก เครือข่าย Arcstar Universal One™ VPN ที่ครอบคลุมถึง 196 ประเทศ และ ศูนย์ข้อมูล 140 แห่งทั่วโลกที่มีความปลอดภัยสูง

www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170424006771/en/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

Netmagic Solutions (An NTT Communications Company)
Sikta Samantaray
Sikta.s@netmagicsolutions.com

Smartmatic ได้ทำการแต่งตั้งประธานเอเซียแปซิฟิกคนใหม่

Logo

นาย Ramaakanth Sakeเข้าร่วม Smartmatic เพื่อเสริมสร้างตำแหน่งในภูมิภาค

ลอนดอน–(บิสิเนส ไวร์)–25 เมษายน 2017 ลอนดอนสำนักงานใหญ่ของ Smartmatic เป็นผู้นำระดับโลกในการเลือกตั้งอัตโนมัติเมืองสมาร์ทและโซลูชันการจัดการรหัสประจำตัว ได้ประกาศการแต่งตั้งของนาย Ramaakanth Sake เป็นประธานของออเปอเรชั่นในเอเชียแปซิฟิก (APAC)
Ramaakanth ซึ่งรากฐานอยู่ที่ประเทศสิงคโปรจะเข้าควบคุมดูแลรับผิดชอบออเปอเรชั่นและควบคุมองค์กรทั้งหมดในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก Ramaakanth ในฐานะประธานของ APAC จะเข้าดูแลประเทศต่อไปนี้ ได้แก่ สหราชอาณาจักร อินเดีย เนปาล ศรีลังกา มัลดีฟส์ ภูฏาน บังคลาเทศ โอเชียเนีย ญี่ปุ่น เกาหลี จีน และประเทศในตะวันออกเฉียงใต้
ตั้งแต่การก่อตั้งในปี 2000 Smartmatic ได้พัฒนาและผลิตเครื่องลงคะแนนและนับคะแนนกว่า 275,000 เครื่องในเอเซีย ห้องแลบ R&D เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Smartmatic เป็นผู้นำในอุตสากรรมนี้ Smartmatic ได้ช่วยในการจัดตั้งการนับคะแนนแบบอิเล็กทรอนิคส์ 3 โครงการที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย และได้ประสบความสำเร็จในการสร้างโครงการสมารท์ซิตี้ ในจังหวัดบาตาน และบูลาตานในประเทศฟิลิปปินส์
ตามความคิดของซีอีโอ Smartmatic นาย Antonio Mugica การแต่งตั้งนาย Ramaakanth นั้นเป็นกลยุทธ์สำคัญโดยที่เขาได้กล่าวไว้ว่า ภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกสากำลังแปลรูปเป็นเครื่องกลสำคัญในการกำหนดเศรษฐกิจโลก เลยเปิดโอกาสมหาศาลสำหรับอุตสากรรมนี้
นายAntonio ยังได้กล่าวต่อว่า “ผมมั่นใจในประสายการณ พลังงานและวิสัยทัศน์ผสมผสานไปด้วยความคิดในเชิงกลยุทธ์ บวกกับประวัติการขายที่ยอดเยี่ยมและความเป็นผู้นำที่โดดเด่นเลยทำให้เขาเป็นผู้บริหารในอุดมคติ ซึ่งจะเป็นผู้นำในความพยายามของเราที่จะร่วมกับรัฐบาลที่มองเห็นถึงอนาคตที่จะนำพาเทคโโลยีมาช่วยในการปกครอง”
นาย Ramaakanth ซึ่งมีความมั่นใจที่จะเพิ่มโอกาสให้ ในภูมิภาคได้กล่าวต่อว่าผมตื่นเต้นที่ได้ร่วมในทีม Smarttatic ซึ่งมีทั้งพลังและความหลงไหลในงาน ผมยังมองถึงโอกาสที่จะได้ร่วมงานกับหน่วยเลือกตั้งและรัฐบาในภูมิภาค APAC เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการเลือกตั้ง เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วไปนาย Ramaakanth ซึ่งประสพความสำเร็จในหน้าที่การงานมามากกว่า20ปี ก่อนหน้าSmartmatic เขาได้ทำงานมากับบริษยา Tata และบริษัท Motorola Solution มากว่า 20 ปี ในประเทศอินเดียและสิงคโปร์ ซึ่งเขาได้รับตำแหน่งรองประธาน-MSSSIเกี่ยวกับ Smartmatic

Smartmatic เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาและดำเนินการโดยเอาเทคโนโลยีและบริการเพื่มมาช่วยรัฐบาลโดยการเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการทำงาน Smartmatic มีพนักงานรวมอยู่ประมาณ600คน ในประเทศดังต่อไปนี้ สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม อเมริกา เม็กซิโก บาร์บาโดส เฮติ บราซิล ปานามา เวเนซูเอล่า โคลัมเบีย ฟิลิปปินส์ อินโนเซี่ย ออสเตร่เลีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไต้หวัน

View source version on businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20170424006511/en/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Smartmatic
Mrs. Samira Saba, +1-561-862-0747
Marketing and Communications Director
Communications@smartmatic.com

Powerphase และ PLN ลงนาม MoU ในการใช้ Turbophase® ในอินโดนีเซีย

Logo

จาการ์ต้า อินโดนีเซีย – (BUSINESS WIRE) – 20 เม.ย. 2560

Powerphase ของสหรัฐอเมริกาและ PT Perusahaan Listrik Negara (PLN) บริษัทพลังงานของรัฐอินโดนีเซีย ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในวันนี้  MoU นี้ลงนามโดย PLN และ Powerphase เนื่องในโอกาสที่รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา Mike Pence ได้มาเยือนประเทศอินโดนีเซีย  ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะให้ความร่วมมือในการจัดทำแผนปฏิบัติการ Turbophase® Dry Air Injection โดยเริ่มจากการศึกษาความเป็นไปได้ รวมถึงโครงการสองโครงการขนาด 50 เมกะวัตต์ ตามด้วยการเพิ่มการใช้พลังงานอีก 2 GW โดยคากว่าจะมีการทำสัญญาและติดตั้งในสินทรัพย์ที่มีอยู่ของ PLN ในช่วงสองปีข้างหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณลักษณะมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51544348&lang=en

logo“Bob Kraft, President & CEO ของ Powerphase ร่วมกับตัวแทนจากกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอินโดนีเซีย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าของอินโดนีเซีย” (รูปภาพ: Business Wire)

เศรษฐกิจอินโดนีเซียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องด้วยประชากรกว่า 250 ล้านคนที่มีชนชั้นกลางขนาดใหญ่และกำลังเติบโต  เมื่อประชากรอินโดนีเซียมีการสัมผัสกับชีวิตในเมืองและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ความต้องการพลังงานไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน  PLN บริษัทพลังงานของรัฐ ได้มีการเคลื่อนไหวเพื่อสนองความต้องการนี้โดยได้สร้างกรอบทางเศรษฐศาสตร์ที่เอื้อต่อการลงทุนในภาคพลังงาน  เพราะเหตุนี้ บริษัทต่าง ๆ เช่น Powerphase ในสหรัฐอเมริกาได้มีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่แก่อินโดนีเซียเพื่อช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างรวดเร็ว

Powerphase มีสิทธิบัตรมากกว่า 100 ตัวทั่วโลกที่กำลังรอการรับรองอยู่เกี่ยวกับกับเทคโนโลยีการฉีดอากาศแห้งสำหรับกังหันก๊าซที่เรียกว่า Turbophase®  การติดตั้งระบบ Turbophase® ในประเทศอินโดนีเซียจะทำให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพขึ้นจากโรงไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม  “หนึ่งในข้อดีที่สำคัญของระบบ Turbophase® คือความรวดเร็วในการนำไปใช้งาน" Bob Kraft ประธานและ CEO ของ Powerphase กล่าว “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะนำเสนอเทคโนโลยีของเราให้กับอินโดนีเซียและขอขอบคุณกรมพาณิชย์ในสหรัฐฯ ที่ได้ช่วยเราในการทำงานกับ PLN และรัฐบาลอินโดนีเซีย"

ระบบ Turbophase® ในอินโดนีเซียจะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยจากบริษัทของสหรัฐอเมริกาเกือบทั้งหมด เช่น Powerphase รวมทั้งเครื่องยนต์จาก Caterpillar ระบบควบคุมจาก General Electric อุปกรณ์จาก Emerson และวาล์วจาก Bray  การที่กรมพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้ช่วยติดต่อกับบริษัทในสหรัฐฯ เป็นการสนองภารกิจของตนในการสร้างความมั่งคั่งโดยการทำการค้าในตลาดโลก  โครงการนี้จะสร้างงานทั้งในสหรัฐอเมริกาและอินโดนีเซียเนื่องจากการใช้งานส่วนบุคคลจะเกิดขึ้นทั่วทั้งสองประเทศ

การดำเนินงานเต็มรูปแบบจะช่วยลด C02 ได้มากกว่า 2 ล้านตัน ซึ่งเทียบเท่ากับการนำรถยนต์มากกว่า 400,000 คันออกจากท้องถนน  มูลค่าโครงการทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 80 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับระยะที่ 1 และ 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐสำหรับโครงการเต็มรูปแบบ  Powerphase ได้เสนอโครงการจ้างเหมาเบ็ดเสร็จซึ่งรวมถึงการจัดหาเงินทุน  การดำเนินการของโครงการทั้งหมดจะช่วยให้อินโดนีเซียสามารถประหยัดเงินได้ราว 11.6 พันล้านเหรียญสหรัฐในระยะเวลา 20 ปี 

เกี่ยวกับ Powerphase:

Powerphase เป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีกังหันสำหรับเผาไหม้ที่มีสิทธิบัตรมากกว่า 100 ฉบับที่กำลังรอการรับรองอยู่  การเน้นเรื่องประสิทธิภาพของกังหันลมเผาไหม้ทำให้ Powerphase สามารถเข้าถึงศักยภาพของกังหันก๊าซเผาไหม้ได้มากกว่าที่เคยมีมา ทำให้สามารถปรับปรุงผลผลิตได้อย่างประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการดำเนินการ  Powerphase ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา โดยมีมีสำนักงานใหญ่ระดับโลกในเมือง จูปีเตอร์ รัฐฟลอริดา และสำนักงานภูมิภาคใน เดนเวอร์ โคโลราโด ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสิงคโปร์

ดูเวอร์ชันของแหล่งที่มาใน businesswire.com:  www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51544348&lang=en

Powerphase

ติดต่อสำหรับการประชาสัมพันธ์:
Mr. Steve Quisenberry, +1 561-339-2096
Vice President


JAC ประกาศอัพเกรดแบรนด์ ยักษ์ใหญ่ยานยนต์จีนเผยแผนรุกสร้างแบรนด์ในงานสัมมนาประจำปี

Logo

ซูโจว ประเทศจีน–(BUSINESS WIRE)—17 เม.ย. 2560 JAC ประกาศในงานสัมมนาตัวแทนจำหน่ายระหว่างประเทศประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 16-19 เม.ย. เปิดตัวกลยุทธ์อัพเกรดแบรนด์ใหม่ ตอกย้ำแผนสร้างแบรนด์อันทรงพลังในเวทีโลก สำหรับกลยุทธ์ใหม่ของ JAC จะให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจ 3 ส่วนด้วยกัน คือ นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ การส่งออก และการเสริมสร้างความร่วมมือภายในอุตสาหกรรมยานยนต์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น An Jin ประธาน JAC กล่าวว่า “พัฒนาการไม่จำเป็นจะต้องหมายถึงการขยายธุรกิจเสมอไป แต่อาจจะเป็นการยกระดับแบรนด์ก็ได้ สำหรับ JAC แล้ว พัฒนาการจะเกิดขึ้นเมื่อแบรนด์ของ JAC สามารถแข่งขันกับแบรนด์ของกิจการร่วมค้าระหว่างบริษัทจีนกับต่างชาติได้”

ยกระดับผลิตภัณฑ์

JAC พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับแนวคิด “เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประสานเทคโนโลยีสีเขียว โฉบเฉี่ยวปลอดภัยด้วยดีไซน์อัจริยะ” JAC ทุ่มงบประมาณลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีหลัก 3 ด้านด้วยกัน คือ แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบควบคุมด้วยไฟฟ้า จนถึงวันนี้ JAC จำหน่ายยานยนต์พลังงานใหม่ ไปแล้วกว่า 35,000 หน่วย มีระยะทางขับขี่รวมกันกว่า 600 ล้านกิโลเมตร

สำหรับผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ของ JAC ประกอบไปด้วย A60 รถบรรทุกขนาดกลางและเล็กซีรีส์ N และรถโค้ช BEST ในปีนี้ JAC วางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น S7 SUV ที่สุดแห่งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ตลอดจนรถบรรทุกอเนกประสงค์ MPV M6 และ K7 เพื่อใช้ในการพาณิชย์

ดียิ่งกว่า กว้างไกลยิ่งขึ้น: กลยุทธ์ระดับโลก

ในปี 2559 ที่ผ่านมา JAC Motors ประสบความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจระดับโลก โดยมีการส่งออกคิดเป็น 8.2% ของยอดขายทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 10% ในปี 2560 An Jin ประธาน JAC มุ่งมั่นที่จะเพิ่มอัตราส่วนดังกล่าวเป็น 20% ในช่วงเวลาไม่กี่ปีข้างหน้านี้

JAC ดำเนินนโยบายการจัดจำหน่ายโดยให้ความสำคัญกับตลาดกลยุทธ์ต่าง ๆ ตลอดจนข้อมูลทางประชากรศาสตร์ที่สำคัญและความต้องการของผู้บริโภค จนทำให้ JAC มีปริมาณการส่งออกเป็นอันดับ 5 ในอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในเวลานี้ อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานและสายต่อประกอบในคาซัคสถาน แอลจีเรีย อิหร่าน เวียดนาม และปารากวัย นอกจากนี้ JAC ยังยืนหยัดอย่างมั่นคงในตลาดทวีปอเมริกาใต้หลังความพยายามอันยาวนานหลายปี และกำลังเตรียมตัวบุกออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นตลาดในระดับสูงยิ่งขึ้นไปอีก

ความร่วมมือคือกุญแจสำคัญ

เมื่อเดือนเม.ย. 2559 JAC ลงนามในข้อตกลงกับ NEXTEV หลังจากที่ก่อนหน้านั้นได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับ Volkswagen China โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเพิ่มความร่วมมือกับพันธมิตรร่วมอุตสาหกรรม สำหรับ JAC Motors อาศัยประสบการอันยาวนานในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ ผนวกกับแบรนด์อันทรงพลังของ Volkswagen จนประสบความสำเร็จในการสร้างผลประโยชน์ร่วมกันมหาศาล An Jin กล่าวว่า “เราต้องการขยายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและเปิดประตูต้อนรับการขยายความร่วมมือในอุตสาหกรรมนี้อยู่เสมอ”  

เกี่ยวกับ JAC Motors

JAC Motors คือบริษัทผลิตยานยนต์ผู้พัฒนายานพาหนะแบรนด์อิสระเป็นจำนวนมาก อาทิ รถบรรทุกขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก, รถเก๋ง, MPV, SRV, รถบัส, แชสซี, เครื่องจักรวิศวกรรม, เครื่องยนต์ และกระปุกเกียร์ JAC Motors มีฐานการดำเนินธุรกิจอยู่ใน เหอเฝย์ ประเทศจีน โดยมีศูนย์การวิจัยและพัฒนาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม นอกจากนี้ JAC ยังก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาของจีนแห่งแรกในต่างประเทศขึ้นในเมืองตูริน ประเทศอิตาลี และแห่งที่ 2 ที่กรุงโตเกียว ประเทศจีน

อ่านข่าวจากแหล่งที่มาได้ทาง businesswire.com: www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51541481&lang=en

JAC Motors

Crystal Feng, +86-551-62296885

jacmotors@jac.com.cn

jacen.jac.com.cn/showroom/s5.html

goal.jac.com.cn/

GTA จะเข้าร่วมกับ Hotelbeds กรุ๊ป1

Logo

·         Hotelbeds กรุ๊ป และ GTA 2 จะรวมพลังเพื่อขับเคลื่อนความเป็นเลิศด้านการจัดจำหน่ายธุรกิจการท่องเที่ยวแบบ B2B หรือรูปแบบการขายระหว่างร้านค้าและร้านค้าด้วยกัน ทั้งแบบค้าส่งและค้าปลีก

·         ข้อตกลงนี้จะรวมเอา 2 บริษัท ที่มีทั้งการดำเนินงานและการครอบคลุมทางภูมิศาสตร์ที่ส่งเสริมกัน เข้าไว้ด้วยกัน3

·         การเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางของ GTA ในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วของเอเชียแปซิฟิก และตะวันออกกลาง สอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตของ Hotelbeds กรุ๊ป

พาลมา, สเปน–(BUSINESS WIRE)–21 เมษายน พ.ศ. 2560

Hotelbeds กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทท่องเที่ยวแบบ bedbank (ผู้ที่ต่อรองราคาแล้วนำผลิตภัณฑ์มาเสนอต่อแบบค้าส่ง) ระดับโลก และเป็นผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบการขายระหว่างร้านและร้านด้วยกัน(B2B) ได้ประกาศแผนการที่จะให้ GTA เข้าร่วมหน่วยธุรกิจการค้าส่งของ Hotelbeds กรุ๊ป ในวันนี้

ข่าวสมาร์ทนิวส์มีลักษณะเป็นมัลติมีเดีย สามารถดูฉบับเต็มได้ที: http://www.businesswire.com/news/home/20170421005192/en/

GTA to join Hotelbeds Group (Photo: Business Wire)

GTA to join Hotelbeds Group (Photo: Business Wire)

Joan Vilà ประธานบริหารของกลุ่ม Hotelbeds กล่าวว่า " เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่จะประกาศให้ทราบว่า GTA จะเข้าร่วม Hotelbeds กรุ๊ป"

" ข้อตกลงนี้ส่งเสริมธุรกิจแบบ bedbank ให้กับครอบครัว Hotelbeds กรุ๊ปมากขึ้นไปอีก หลังจากที่มีการประกาศก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ว่า Tourico Holidays จะเข้าร่วมกับเรา ข้อตกลงที่สำคัญทั้งสองกรณีนี้ เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ ในการเร่งการเติบโตของธุรกิจของเรา ทั้งแบบที่เป็นไปตามการดำเนินกิจการในปัจจุบัน และจากการควบรวมกิจการ (M & A)4

" GTA เป็นผู้จัดจำหน่ายการท่องเที่ยวแบบ B2B ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีประวัติที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สามารถนำเสนอบริการโรงแรม การเดินทาง และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมไปถึงการเสนอบริการด้านบริษัทพ่อค้าคนกลาง บริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ และตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยว โดยมีการดาเนินงานเช่นเดียวกับ Hotelbeds กรุ๊ป ในลักษณะที่ว่า GTA จะทำสัญญากับโรงแรม และผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่นทั่วโลกโดยตรง ซึ่งจะเชื่อมต่อและจัดจำหน่ายผ่านการผสานรวมกับระบบ API หรือ แพลตฟอร์มการจองแบบออนไลน์ "

" การเป็นที่รู้จักทั่วโลกของ GTA และโดยเฉพาะชื่อเสียงทีถูกบ่มเพาะมาอย่างดีในตลาดแถบเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลางที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วนั้น สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเติบโตของ Hotelbeds กรุ๊ป เราตั้งตาคอยที่จะต้อนรับพวกเขาในกรุ๊ปของเรา "

Ivan Walter ซีอีโอของ GTA กล่าวเพิ่มเติมว่า "เรารู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสที่จะได้ผนึกกำลังกับ Hotelbeds กรุ๊ป ประวัติศาสตร์ และความสำเร็จของบริษัทเราพิสูจน์ให้เห็นในตัวของมันเอง การมาร่วมกับ Hotelbeds กรุ๊ป เราสามารถรวบรวมประสบการณ์มากมายที่สั่งสมมา ความมุ่งมั่น และกลยุทธ์ที่ชัดเจนที่เกี่ยวกับภาคธุรกิจ B2B เราเชื่อว่าข่าววันนี้จะเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และเป็นข่าวดีสำหรับผู้จัดจำหน่ายทั้งหลาย ตลอดไปจนถึงลูกค้าของเรา "

เกี่ยวกับ Hotelbeds กรุ๊ป:

Hotelbeds กรุ๊ป เป็นบริษัทอันดับหนึ่งของโลกในด้าน bedbank และเป็นผู้ให้บริการด้านการขายระหว่างร้านค้าและร้านค้าด้วยกัน ที่ทำงานในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก

ด้วยการดำเนินงานส่วนใหญ่ภายใต้แบรนด์ Hotelbeds และ Bedsonline บริษัทเชื่อมต่อกับบริษัทนายหน้าผู้ให้บริการท่องเที่ยวกว่า 35,000 บริษัทจากกว่า 120 แหล่งตลาดทั่วโลก โดยมีผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวในกว่า 180 ประเทศ และเป็นตัวแทนโรงแรมมากกว่า 120,000 แห่ง นำเสนอรูปแบบการเดินทางมากกว่า 20,000 แบบ และมีกิจกรรมมากกว่า 12,000 กิจกรรม

ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 บริษัทได้กลายเป็นอิสระภายใต้กรรมสิทธิ์ของ Cinven และ Canada Pension Plan Investment Board (CPPIB) บริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองพาลมาประเทศสเปน และมีพนักงานทั้งสิ้น 6,150 คน ที่ทำงานอยู่ใน 150 สำนักงานทั่วโลก ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2547/48 Hotelsbeds กรุ๊ป ขายห้องพักค้างคืนได้ประมาณ 26 ล้านห้องพัก และได้มูลค่าธุรกรรมรวม (TTV) เป็นเงิน 3.8 พันล้านยูโร

www.hotelbedsgroup.com

เกี่ยวกับ GTA:

เพราะ GTA ดูแลเรื่องการท่องเที่ยวทั่วโลกจึงสามารถทำให้ GTA สามารถให้ตัวเลือกแก่ลูกค้าในด้านที่พักอาศัย การเดินทาง การท่องเที่ยวและกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั่วอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยการทำงานร่วมกับ เอเย่นท่องเที่ยวออนไลน์รายที่ใหญ่และทำงานดีที่สุดจำนวนหนึ่ง ไปตลอดจนถึงผู้ประกอบกิจการนำเที่ยว และเอเย่นท่องเที่ยวทั่วไปที่ดีที่สุดอีกหลายราย GTA ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระหว่างร้านค้าและร้านค้าด้วยกัน (business-to-business travelindustry) มาเกือบ 4 ทศวรรษ  GTA เป็นที่เชื่อถือได้เนื่องจากประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน ความสัมพันธ์แบบมีสิทธิพิเศษกับหลายธุรกิจและหน่วยงาน และความชำนาญในการลงพื้นที่จริง ๆ เทคโนโลยีของ GTA ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อซัพพลายเออร์กับผู้ทำกิจการการท่องเที่ยวทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย จำนวนของลูกค้าที่จองผ่านเว็บไซต์ที่เปิดให้ลูกค้ารายย่อยจอง ซึ่งได้แก่ TravelBound ในอเมริกาเหนือ และ TravelCube ในยุโรป ลาตินอเมริกา ออสเตรเลีย และ เอเชีย ตลอดไปจนถึงเว็บ GTA และ API สำหรับผู้ทำการค้าส่ง มีจำรวมกันเกือบ 40,000 การจองทุกวันทั่วโลก วิสัยทัศน์ของ GTA คือการเป็นหุ้นส่วนผู้ให้บริการการเดินทางที่สะดวกที่สุดในโลก ทำธุรกิจที่ทำให้ลูกค้าขายได้มากขึ้นและผลักดันให้เกิดความสำเร็จทางธุรกิจ

www.gta-travel.com

1 ข้อตกลงนี้เป็นไปตามกฎหมายจารีตประเพณี และการอนุมัติด้านการต่อต้านการผูกขาด

2 GTA Travel เป็นชื่อการค้าของกิจกรรมธุรกิจการจัดจำหน่ายทั่วโลกของ Kuoni กรุ๊ป ข้อตกลงนี้จะควบรวมถึงบริษัทจำกัด GTA Travel Holding Ltd บริษัทมหาชน Kuoni Holdings Plc และบริษัทในแบรนด์เดียวกันนี้ทั้งหมดทั้งมวลรวมถึงโดยทางอ้อม ซึ่งรวมถึง TravelCube และ TravelBound ด้วย ยกเว้นแต่เฉพาะ MTS Globe ซึ่งกำลังจะถูกซื้อคืนโดยเจ้าของเดิม

3 ข้อตกลงนี้มีโครงสร้างตามกฎหมาย และมาจากการที่บริษัทที่ถือหุ้นสูงสุดของ GTA กรุ๊ป ถูกซื้อกิจการ 100% โดย Hotelsbeds กรุ๊ป ผ่านบริษัทที่ถือหุ้นอยู่ในสหราชอาณาจักร ผู้ถือหุ้นใน Kuoni นำโดย EQT VII (กองทุนที่ดูแลโดยกลุ่ม EQT Partners) ซึ่งเป็นเจ้าของ GTA จะมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่สำคัญในธุรกิจที่รวมกันหลังจากการทำธุรกรรม จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในคณะกรรมการบริหารของ Hotelbeds กรุ๊ป

4 ข้อตกลง GTA และ Tourico Holidays เป็นข้อตกลงคนละฉบับแยกกัน กระบวนการกำกับดูแลแยกจากกันและเป็นอิสระภายใต้ระยะเวลาของแต่ละข้อตกลงเอง บริษัท Tourico Holidays และ GTA จะยังคงเป็น บริษัทอิสระ จนกว่าแต่ละข้อตกลงจะมีการทำให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์

ดูเวอร์ชันต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20170421005192/en/

ติดต่อ:

Hotelbeds กรุ๊ป
Roman Townsend, +34-619-988-580
หัวหน้าแผนกสื่อสารมวลชนและฝ่ายกิจการสัมพันธ์ที่ Hotelbeds กรุ๊ป
rtownsend@hotelbeds.com