โทโฮกุ เฟสติวัล พาเหรด จะจัดขึ ้นในเฟสติวัลท้องถิ่น 6 แห่งเพื่อ สนับสนุนช่วยเหลือการฟื้นฟูในภู มิภาคที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดิ นไหว

Logo

แสดงวัฒนธรรมอันหลากหลายจากโทโฮกุและโตเกียว ซึ่งจะเป็นอีเว้นท์ใหญ่สำคัญครั้งแรกที่จัดขึ้นในเขตโทราโนมอนที่เป็นแหล่งวัฒนธรรมและการค้าแห่งใหม่ใจกลางโตเกียว

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–13 ตุลาคม 2016

คณะกรรมการผู้บริหารของ TOKYO SHINTORA MATSURI วันนี้ได้ประกาศว่าจะจัด TOKYO SHINTORA MATSURI เฟสติวัลที่ Shintora-dori อเวนิวที่เป็นถนนสายใหม่สร้างขึ้นในส่วนของการพัฒนาเขตโทราโนมอน โดยมีขึ้นวันที่ 19 และ 20 พฤศจิกายน งานเฟสติวัลนี้จะเป็นอีเว้นท์ใหญ่ที่สำคัญครั้งแรกที่จะได้ใช้พื้นที่แห่งใหม่นี้ที่สร้างขึ้นในเขตชินโทรา (ชิมบาชิ-โทราโนมอน) ซึ่งเป็นแหล่งธุรกิจและวัฒนธรรมนานาชาติแห่งใหม่ของโตเกียว ซึ่จะรวมถึงโทโฮกุ รกคนไซ (6 เฟสติวัล) พาเหรด ซึ่งเป็นการแสดงบนถนนสุดพิเศษโดยการรวบรวมเอาที่เสน่ห์ดึงดูดของทั้ง 6 เฟสติวัลที่เป็นเอกลักษณ์ จากเมืองอาโอโมริ อาคิตะ โมริโอกะ ยามากาตะ เซนได และฟุกุชิมะ ในภูมิภาคโทโฮกุ

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20161012006397/en/

โทโฮกุ เฟสติวัล พาเหรด ที่ TOKYO SHINTORA MATSURI (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

logoโทโฮกุ เฟสติวัล พาเหรด ได้จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2011 ในเมืองเซ็นได มีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการฟื้นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากแผ่นดินไหว Great East Japan Earthquake เมื่อต้นปีนั้น ซึ่งมีกระทำขึ้นทุกปีในเมืองใหญ่อื่นๆ ในโทโฮกุ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองถึงความหลากหลายและความสามารถในการฟื้นฟูของภูมิภาค พาเหรดที่มีความยาว 300 เมตร จะจัดขึ้นใน Sintora-dori อเวนิวในวันที่ 20 พฤศจิกายน โดยมีนักเต้นและนักแสดงกว่า 300 คน มาร่วมแสดงการแสดงที่จัดใน 6 เฟสติวัลของเมืองโทโฮกุ

TOKYO SHINTORA MATSURI จะมีโปรแกรมต่างๆ อีกมากมายภายใต้ธีมที่มีความกันคือ “โทโฮกุ x โตเกียว” และ “พื้นเมือง x นวัตกรรม” แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ทางวัฒนธรรมจากโตเกียวและภูมิภาคอื่นๆ ในญี่ปุ่น อีเว้นท์อื่นๆ ของเฟสติวัลนี้จะรวมถึงฟอรั่ม Japan Culture Future Forum ซึ่งเป็นการสัมมนาเกี่วกับเกมส์ของญี่ปุ่น รวมถึงอนิเมะและเพลง และ Tohoku x Tokyo Festa ซึ่งจะจัดแสดงศิลปะพื้นเมืองจากโตเกียว เครื่องประดับตกแต่งสำหรับงานเฟสติวัลจากโทโฮกุและอาหารจากทั้งสองภูมิภาค

เฟสติวัลที่เพิ่มมาอีกสองงานจะมีจัดขึ้นในเวลาเดียวกันคือ “MINATO 70th x TOHOKU PARK” ซึ่งจะมีจำหน่ายอาหารท้องถิ่นจากเมือง 6 เมืองในโทโฮกุ และร้านอาหารพื้นเมืองต่างๆ รอบๆ ชิบะในโตเกียว และ “The Taste of TOHOKU” มีสาเกญี่ปุ่นแบบพื้นเมืองจากภูมิภาคโทโฮกุ นำเสนอโดยร้านอาหารที่เข้าร่วมรายการจาก Toranomon Hills

งานอีเว้นท์จะร่วมจัดโดย Tokyo Metropolitan Government, the Arts Council Tokyo (Tokyo Metropolitan Foundation for History and Culture) และคณะกรรมการผู้บริหารของ TOKYO SHINTORA MATSURI

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.shintora.tokyo

ภาคผนวก: โปรแกรมหลักของงาน TOKYO SHINTORA MATSURI

Tohoku Rokkonsai Parade

องค์ประกอบต่างๆ จากเฟสติวัลแต่ละแห่งจะมารวมกัน โดยบางส่วนขึ้นชื่อว่าเป็น “ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ” ซึ่งจะเอามารวมอยู่ในพาเหรดนี้ด้วย:

    •    Aomori Nebuta – มีผู้เข้างาน 2 ล้านคนทุกปี มีการพาเหรดเครื่องประดับ Nebuta ที่ได้ถูกนำมาพิเศษกว้าง 7 เมตร 

    •    Akita Kanto – มีประวัติยาวนานว่าเป็นอีเว้นท์ที่ปัดเป่าวิญญาณความชั่วร้าย นักแสดงจะแห่เสาโคมไฟสูง 12 เมตร

    •    Morioka Sansa – การแสดงพื้นเมืองนับย้อนไปสมัยอิโดะ ซึ่งมีการแสดงการตีกลองที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

    •    Yamagata Hanagasa – นักเต้นในชุดคอสตูมจะเต้นประกอบเสียงกลอง โดยใส่หมวกงอกประดับด้วยดอกไม้

    •    Sendai Tanabata –  มีผู้เข้างานมากกว่า 2 ล้านคนต่อปีและมีการเต้นที่นักแสดงถือพัดญี่ปุ่นไว้ในมือ

    •    Fukushima Waraji – แสดง O’waraji ซึ่งเป็นรองเท้าสานของญี่ปุ่นขนาดใหญ่จากศาลเจ้า  Ashio-Jinja Shrine เพื่อช่วยในเรื่องการเดินทางให้ปลอดภัย

สามารถรับชมวิดีโอพาเหรดที่จัดในอาโอโมริปี 2016 ได้ที่ http://www.shintora.tokyo/rokkonsai.html.

วันที่: 20 พฤศจิกายน 2016

เวลา: 10:15 และ 15:00 (10:15 พาเหรดจะเริ่มขึ้น)

สถานที่: Shintora-dori Avenue, Loop Road No.2

ราคา: ฟรี (มีการลงทะเบียนล่วงหน้า) 

สมัคร: การลงทะเบียนเปิดตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม กรุณาลงทะเบียนที่เว็บไซต์ www.shintora.tokyo

Japan Culture Future Forum

เป็นส่วนหนึ่งในการมุ่งโปรโมทวัฒนธรรมญี่ปุ่น โดยฟอรั่มนี้จะมีการสัมมนาในหัวข้อต่างๆ เช่น เฟสติวัล เพลง และเกมส์ และคาดว่าจะสามารถดึงดูงผู้มีความคิดสร้างสรรค์และความสามารถจากญี่ปุ่นและต่างประเทศได้ 

วันที่: 20 พฤศจิกายน 2016

เวลา: 11:00–14:00 (TBC)

สถานที่: Toranomon Hills Forum, 5F Main Hall

ราคา: TBC 

สมัคร: มีการลงทะเบียนล่วงหน้า กรุณาลงทะเบียนที่เว็บไซต์ www.shintora.tokyo

Tohoku x Tokyo Festa

จะแสดง “weaver star” ของ Tanabata ซึ่งเป็นเครื่องประดับสุดอลังการที่ทำให้เมืองเซ็นไดส่องสว่างอย่างสวยงามทุกๆ ปี 

วันที่: 15-20 พฤศจิกายน 2016

เวลา: 11:00 (TBC)

สถานที่: Toranomon Hills, ชั้น 2 Atrium

งานอีเว้นท์รวมถึง: 

เวทีบันเทิงสำหรับเมือง 6 เมืองของโทโฮกุและงานศิลปะพื้นเมืองโตเกียว 

จะแสดงอีเว้นท์และการแสดงหลากหลายในการโปรโมทภูมิภาคโทโฮกุ โดยรวมถึงการแสดงศิลปะพื้นเมืองของโตเกียว 

วันที่: 19-20 พฤศจิกายน 2016

เวลา: 11:00 เป็นต้นไป (TBC)

สถานที่: Toranomon Hills, Oval Plaza

ขนมพื้นบ้านของโทโฮกุและเกมส์การละเล่นพื้นเมือง 

บู้ทขายขนมพื้นบ้านของโทโฮกุและผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมถึงเกมส์การละเล่นพื้นเมือง

วันที่: 20 พฤศจิกายน 2016

เวลา: 11:00 – 18:00 (TBC)

สถานที่: Toranomon Hills, ทางเข้า 4F

เวิร์คชอปหัตกรรมพื้นเมืองของญี่ปุ่น

ศิลปินจะแสดงงานแสะสาธิตหัตถกรรมพื้นเมืองของญี่ปุ่นจากโตเกียว 

วันที่: 20 พฤศจิกายน 2016

เวลา: 12:00, 14:00, 16:00 (TBC)

สถานที่: Toranomon Hills Forum, 4F, Hall B

ผู้เข้าร่วมงาน: จำกัดผู้เข้าชม 20 คนต่อครั้ง (TBC) 

ราคา: TBC ซึ่งจะคิดเฉพาะค่าอุปกรณ์ 

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161012006397/en/

สื่อมวลชนติดต่อ: 

Weber Shandwick

Reina Matsushita, +81-80-2375-0295

Ayumi Matsubara, +81-90-9006-5841

Masashi Nonaka, +81-80-1037-7879

shintora.tokyo@webershandwick.com







Datacolor® จะจัดแสดงผ ลิตภัณฑ์การจัดการสีรุ่นใหม่ล่า สุดสำหรับอุตสาหกรรมผ้าและเครื่ องนุ่งห่ม ในงาน ITMA เอเชีย 2016 (ณ Hall H5, Booth F60)

Logo

ลอว์เรนซ์วิล, นิวเจอร์ซีย์–(บิสิเนส ไวร์)–23 กันยายน 2016

Datacolor® ผู้นำของโลกในด้านผลิตภัณฑ์การจัดการสีและเทคโนโลยีการสื่อสารของสีจะแสดงsolution workflows ของที่งาน ITMA เอเชีย 2016 (ฮอล H5, บู้ท F60) ซึ่งเป็นงานแสดงเครื่องจักรสำหรับอุตสหกรรมผ้าและสิ่งทอนานาชาติ จัดขึ้นวันที่ 21-25 ตุลาคม 2016 ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจีน ผลิตภัณฑ์จะรวมถึงเครื่องวัดสี Spectrophotometer ตัวใหม่ ในซีรี่ส์ 800 และ 500 และยังมี โปรแกรม Datacolor Match Textle เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่จะจัดแสดงควบคู่กัน

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51426281&lang=en

เครื่องวัดสี Spectrophotometer Datacolor 800 (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์) 

logo

นอกจากนั้น Datacolor จะจัดแสดงเครื่องย้อมสีแบบ IR สำหรับในห้องแล็บ ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีความเร็ว ความแม่นยำ และเชื่อถือได้ในอุตสหากรรมผ้าคือ AHIBA IR™ Pro รวมทั้งเครื่อง dispenser สีย้อม Autolab TF 80 ซึ่งเป็นระบบกราวิเมตริกแบบไร้ท่อและมีความแม่นยำสูงมาก

ทีมผู้เชี่ยวชาญ Applications Team ของ Datacolor จะประจำการอยู่ที่ ITMA เอเชียเพื่อตอบข้อสงสัยทางเทคนิคทั้งหมด สามารถรับข้อมูลเกี่ยวกับ Datacolor ได้ที่ http://www.industrial.datacolor.com

เกี่ยวกับ Datacolor
         Datacolor เป็นผู้นำของโลกในด้านผลิตภัณฑ์การจัดการสี บริษัทให้บริการและผลิตซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ และบริการต่างๆ ที่รับประกันความแม่นยำของสีในหลากหลายอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ และรูปภาพ บรรดาแบรนด์ชั้นนำของโลก ผู้ผลิตและผู้เชี่ยวชาญในวงการครีเอทีฟต่างใช้โซลูชั่นนวัตกรรมของดาต้าคัลเลอร์ จนประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการจัดการสีได้อย่างถูกต้องมายาวนานกว่า 45 ปี

         บริษัทดำเนินงานด้านการขาย บริการ และการช่วยเหลือทาด้านเทคนิค ในกว่า 100 ประเทศทั่วยุโรป อเมริกา และเอเชีย อุตสาหกรรมที่รองรับการบริการของเรา ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย สีและสารเคลือบผิว ยานยนต์ พลาสติก ไมโครสโคปี รูปถ่าย และวิดีโอ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่ http://www.datacolor.com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51426281&lang=en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ:

Datacolor Asia Pacific (HK) Limited

Nelson Ngai, +852-6406-4093

Marketing Manager, Asia Pacific

nngai@datacolor.com

www.datacolor.com

หรือ

Datacolor Trading (Shanghai) Limited

Rachel He, +86-185-1633-9071

Marketing Specialist, China

rhe@datacolor.com

www.datacolorchina.cn


Janus Capital Group Inc. และ Henderson Group plc ประกาศควบรวมกิจการ

Logo

ลอนดอน & เดนเวอร์–(บิสิเนส ไวร์)–3 ตุลาคม 2016

“ห้ามเผยแพร่ ตีพิมพ์หรือแจกจ่าย ไม่ว่าในรูปแบบใด ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การประกาศนี้ประกอบด้วยข้อมูลวงใน”

ดูข่าวฉบับเต็มได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20161002005078/en/

วันนี้บริษัท Henderson Group plc (“Henderson”) (LSE & ASX: HGG) และบริษัท Janus Capital Group Inc. (“Janus”) (NYSE: JNS) นำโดยคณะกรรมการบริหารของทั้งสองบริษัท ได้ออกมาประกาศควบรวมกิจการ โดยได้มีข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นเอกฉันท์ ให้รวมกิจการของทั้งสองบริษัท โดยจะบริหารกิจการ ภายใต้บริษัทใหม่ ชื่อ Janus Henderson Global Investors plc.

การควบรวมกิจการดังกล่าว จะดำเนินการผ่านการปรับมูลค่าและโครงสร้างการถือหุ้นของทั้งสองบริษัท โดยหุ้นพื้นฐานของ Janus จะถูกปรับมูลค่าเป็น 4.7190 หน่วยหุ้น เพื่อนำไปควบรวมกับหน่วยหุ้นของ Henderson ทั้งนี้คาดการณ์ว่าโครงสร้างการถือหุ้นใหม่หลังจากควบรวมกิจการ ภายใต้ชื่อ Janus Henderson Global Investors จะมีสัดส่วนการถือหุ้น แบ่งเป็น 57% ถือโดย Henderson และ 43% ถือโดย Janus โดยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานของมูลค่า และปริมาณผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัท ณ ปัจจุบัน การควบรวมกิจการในครั้งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่สองของปี 2017 เนื่องจากจำเป็นต้องรอให้ผ่านความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นทั้งหมด รวมถึงผ่านขั้นตอนตามกฎระเบียบ และขั้นตอนทางกฎหมายต่างๆ

การควบรวมกิจการของทั้งสองบริษัทยักษ์ใหญ่ในครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้เกิดความตื่นตัวทางด้านการบริหารสินทรัพย์ ในระดับโลกอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เกิดแผนพัฒนาทั้งสินค้าและการลงทุนที่หลากหลาย และเกิดความเปลี่ยนแปลงต่อการกระจายตัวทางเศรษฐกิจโลกในเชิงลึกอย่างกว้างขวาง ผลที่ตามมาคือ องค์กรใหม่ ที่จะถูกจัดเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการทางด้านการบริหารสินทรัพย์ รายสำคัญอันดับต้นๆ ของโลก เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด และยกระดับมูลค่าหุ้นในตลาดหุ้นในอนาคต

Andrew Formica ผู้บริหารระดับสูงของ Henderson กล่าวว่า “เรา Henderson และ Janus จับมือกันเพื่อสร้าง ส่วนผสมทางธุรกิจที่ลงตัว นำไปสู่โอกาสในการพัฒนากลยุทธ์ทางธุกิจใหม่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด นั่นก็คือ การให้การบริการด้านการบริหารสินทรัพย์ระดับโลกที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าของเรา ผมมีความยินดีที่จะทำงานเคียงข้างกับ Dick เพื่อยกระดับการให้บริการของเราไปสู่ลูกค้าทั่วโลกพร้อมกันกับสร้างเสถียรภาพ และฐานกำลังให้ธุกิจของเราสามารถรองรับความต้องการ และการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตได้อย่างยั่งยืน”

Dick Weil ผู้บริหารระดับสูงของ Jenus กล่าวว่า “ผมคิดว่าการควบรวมกิจการในครั้งนี้จะส่งผลดีต่อทั้งสองบริษัท Janus มีฐานธุรกิจที่มั่นคงทั้งในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ในขณะที่ Henderson ก็มีฐานที่เข้มแข็งทั้งในอังกฤษและภาคพื้นยุโรป ผมเชื่อว่าด้วยฐานการตลาดและธรรมชาติที่สอดรับกันทางธุกิจของทั้งสองบริษัทจะทำให้การควบรวมในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น และเป็นการสร้างบริษัทใหม่ที่จะขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วโลก สร้างบริการที่เหมาะสมและสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกระดับ ยกระดับความสามารถในการดำเนินกิจการ รวมถึงทำให้สถานะทางการเงินของเราเข้มแข็ง ช่วยเสริมให้การประกอบธุรกิจของเรามีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อทั้งลูกค้า ผู้ถือหุ้น และพนักงานทุกคนของบริษัท”

ผลประโยชน์จาการควบรวมกิจการ

ขยายทีมให้บริการที่เข้าถึงลูกค้าอย่างทั่วถึง

  • เพิ่มศักยภาพในการจัดจำหน่ายสินค้าและบริการ ครอบคลุมในทุกๆตลาดใหญ่ ทั้งในสหรัฐอมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอังกฤษ รวมถึงขยายตลาดในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา;
    • Janus Henderson Global Investors’ AUM คาดว่าจะแบ่งฐานการให้บริการ ในแต่ละภูมิภาคดังนี้ – 54% ในอเมริกา, 31% ในยุโรป-ตะวันออกกลาง-และแอฟริกา (EMEA), 15% ในเอเชียและแปซิฟิก; และ
  • ขยายฐานตลาดอย่างต่อเนื่องและ สร้างแบรนด์ที่เข้มแข็ง ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล

สร้างความหลากหลายของสินค้าและบริการ รวมถึงเสนอกลยุทธ์ในการลงทุนที่หลากหลาย

  • สร้างความหลากหลายของสินค้าและบริการ รวมถึงเสนอกลยุทธ์ในการลงทุนเพื่อสนองความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น;
    • ทั้ง Henderson และ Janus ลงทุนเพื่อตอบสนองความต้องการสูงสุดของลูกค้าในอนาคต เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลาย รวมถึงได้รับรายได้ และผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ;
  • การควบรวมองค์กรจะทำให้มีช่องทางการทำงาน และการวางแผนงานที่กว้างขึ้น; และ
  • เพิ่มแนวทางในการลงทุน, ยกระดับประสบการณ์ในการบริหารจัดการสินทรัพย์, และปรับปรุงคุณภาพงานวิจัยเชิงลึก เพื่อให้บริการที่ดียิ่งๆขึ้น เพื่อตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า

ยกระดับความสามารถในการดำเนินงาน

  • สร้างองค์กรที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นโดยการรวบรวมทักษะและความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน ด้วยจำนวนพนักงานที่มีรวมกันกว่า 2,300 คน ทั่วโลก;
  • สร้างรูปแบบธุรกิจที่สมบูรณ์ ด้วยการรวมธรรมชาติที่สอดรับกันในการดำเนินธุรกิจของทั้งสองธุรกิจเป็นหนึ่งเดียว ขยายฐานการประกอบธุรกิจ เพื่อสร้างรูปแบบการทำงานที่กว้างขวางครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และ
  • สร้างวัฒนธรรมในการขับเคลื่อนองค์กรโดยให้ความสำคัญกับทั้งสองกลุ่มลูกค้า ของทั้งสองบริษัทเดิม ที่มีร่วมกัน และลดความเหลื่อมล้ำกันของกลยุทธ์ในการลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์โดยรวมของลูกค้า

เพิ่มความมั่นคงทางการเงิน

  • รวบรวมการบริหารจัดการทางบัญชีของทั้งสองบริษัทเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเพิ่มเสถียรภาพ และความมั่นคงทางการเงิน ผ่านวัฏจักรทางการตลาด เพื่อให้ธุรกิจของ Janus Henderson Global Investors มีการเติบโตอย่างมั่นคง ต่อเนื่อง และสามารถลงทุนเพื่อขยายโอกาสทางธุกิจใหม่ๆต่อไป;
  • การควบรวมทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกันทำให้รายได้รวมของบริษัทมีมูลค่ามากกว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีรายได้รวมก่อนหักดอกเบี้ย-ภาษี-ค่าเสื่อมราคา-และค่าใช้จ่าย (EBITDA) กว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อ้างอิงจากข้อมูลเมื่อ 31 ธันวาคม ปี 2015 –(ดูหมายเหตุ); 
  • ขยายฐานทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจและเพิ่มผลกำไรรวม และ
  • คาดว่าคณะผู้บริหารของ Janus Henderson Global Investors จะดำเนินนโยบายการเพิ่มผลประกอบการและจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินการทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก เน้นการเพิ่มผลกำไร ตามนโยบายมาตรฐานด้วยสัดส่วนการปันผลคงที่ด้วยรูปแบบการดำเนินการของ Henderson ที่มีอยู่เดิม

สร้างมูลค่าเพิ่ม

  • โดยตั้งเป้าต้นทุนประกอบการประจำปีไว้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลา 12 เดือนแรก และคาดว่าจะสามารถระดมทุนเต็มที่ได้ภายในระยะเวลา 3 ปี คิดเป็น 16% ของมูลค่ารายได้รวมก่อนหักดอกเบี้ย-ภาษี-ค่าเสื่อมราคา-และค่าใช้จ่าย (EBITDA) –(ดูหมายเหตุ)
  • คาดว่าการทำงานร่วมกันของทั้งสองบริษัทจะสามารถขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางธุรกิจได้ในระดับตัวเลขสองหลัก-ต่อหุ้น (หลังหักค่าใช้จ่าย) ภายในระยะเวลา 12 เดือนแรก; และ
  • คาดว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าเงินรวมของบริษัทได้ถึง 2-3 เปอร์เซนต์ โดยประมาณ ภายหลังจากการควบรวมกิจการ

บรรษัทภิบาลและการบริหารจัดการ

จำนวนคณะกรรมการบริหารประกอบด้วยกรรมการจากบริษัท Henderson และ Janus ในจำนวนที่เท่ากัน โดยมี Richard Gillingwater ประธานคณะกรรมการจาก Henderson เดิม ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารของบริษัทใหม่ และมี Glenn Schafer ประธานคณะกรรมการจาก Janus เดิม ดำรงตำแหน่งรองประธาน

โดย Janus Henderson Global Investors จะบริหารงานโดย คณะกรรมการบริหารที่มีการคัดเลือกใหม่ ขึ้นตรงต่อทั้ง Dick Weil และ Andrew Formica ซึ่งดำรงตำแหน่ง CEO ร่วมกัน โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ในแผนกต่างๆดังต่อไปนี้:

  • Enrique Chang หัวหน้าแผนกการลงทุนของ Janus เดิม จะดำรงตำแหน่งเป็น Global Chief Investment Officer
  • Phil Wagstaff Global Head of Distribution ของ Henderson เดิม จะดำรงตำแหน่งเป็น Global Head of Distribution
  • Bruce Koepfgen ประธานบริษัท Janus เดิม จะดำรงตำแหน่งเป็น Head of North America
  • Rob Adams -Executive Chairman Pan Asia ของ Henderson เดิม จะดำรงตำแหน่งเป็น Head of Asia Pacific
  • Jennifer McPeek CFO ของ Janus เดิม จะดำรงตำแหน่งเป็น Chief Operating and Strategy Officer
  • Roger Thompson ผู้บริหารระดับสูงดูแลการเงินและการบัญชีของ Henderson เดิม จะดำรงตำแหน่งเป็น หัวหน้าฝ่ายการเงินและการบัญชี (CFO)
  • David Kowalski – Chief Compliance Officer ของ Janus เดิม จะดำรงตำแหน่งเป็น Chief Risk Officer
  • Jacqui Irvine – General Counsel and Company Secretary จาก Henderson เดิม จะยังดำรงตำแหน่งเป็น Group General Counsel and Company Secretary

บริษัทลูกของ Janus ทั้ง INTECH และ Perkins จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆในการควบรวมกิจการในครั้งนี้ โดย Adrian Banner–CEO ของ INTECH จะยังคงขึ้นตรงต่อคณะกรรมการบริหารของ INTECH รวมทั้ง, Tom Perkins–CEO ของ Perkins ก็ยังคงขึ้นตรงต่อคณะกรรมการบริหารของ Perkins เช่นเดิม

เงินปันผลและการซื้อคืนหุ้น

ภายใต้เงื่อนไขในการควบรวมกิจการของ Henderson และ Janus มีข้อตกลงร่วมกันดังต่อไปนี้:

  • ก่อนการปิดงบประมาณ และก่อนได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นเดิมของ Henderson จะได้รับเงินปันผล สำหรับวาระล่าสุดภายใต้เงื่อนไขปกติของสิ้นปี–ในวันที่ 31 ธันวาคม 2016 โดยอาจมีการเลื่อนการจ่ายเงินปันผลขึ้นมาก่อนกำหนด ซึ่งทำให้การจ่ายเงินปันผลดังกล่าว ต้องมีการสั่งจ่ายก่อนช่วงเวลาปิดงบประมาณ
  • ก่อนการเสร็จสิ้นการควบรวมกิจการ และก่อนได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นเดิมของ Janus จะได้รับสิทธิ ในการจ่ายเงินปันผลสำหรับไตรมาสล่าสุด ในเดือน พฤศจิกายน 2016 และ กุมภาพันธ์ 2017  และ
  • หลังจากเสร็จสิ้นการควบรวมกิจการ ผู้ถือหุ้นของบริษัทใหม่ นั่นคือ Janus Henderson Global Investors จะได้รับสิทธิในการรับเงินปันผลในระยะเวลาสามเดือนแรกของปี โดยสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว ในวันที่ 31 มีนาคม ปี 2017 จำนวนเงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นได้รับ จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารบริษัท ภายใต้กรอบเวลาดังกล่าว

การซื้อคืนหุ้น มูลค่า 25 ล้านยูโร ของบริษัท Henderson ที่กำหนดไว้แต่เดิมว่า จะมีการเริ่มซื้อคืนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2016 จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป

ความสัมพันธ์กับ Dai-ichi

  • Dai-ichi เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Janus มีความเห็นชอบในการควบรวมกิจการดังกล่าว ของ Janus และ Henderson โดยเชื่อว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มความเข้มแข็งทางการเงิน รวมถึงเพิ่มเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจในระดับสากล ภายใต้บริษัท Janus Henderson Global Investors
  • หลังจากการควบรวมกิจการแล้ว เพื่อบรรลุเงื่อนไขความเป็นเจ้าของ ในส่วนที่ Dai-ichi เป็นเจ้าของหุ้นอยู่เดิม และเพื่อให้การควบรวมกิจการดำเนินการโดยสมบูรณ์ ผู้บริหารระดับสูงมีความเห็นตรงกัน ให้มีการขายหุ้นของ Janus Henderson Global Investors ให้แก่ Dai-ichi จำนวนไม่เกิน 5% ของกองทุนรวม  และ
  • Dai-ichi สามารถลงทุนเพิ่มในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใดๆ ของ Janus Henderson Global Investors ในมูลค่าไม่เกิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์ทั้งหมดที่ใช้ในการลงทุนในกองทุนรวมของ Janus Henderson Global Investors มีมูลค่า เพิ่มขึ้นเป็น 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เกี่ยวกับบริษัท Henderson

Henderson เป็นบริษัทด้านการดูแลบริหารจัดการสินทรัพย์สากล เชี่ยวชาญในด้านการบริหารจัดการตราสารหนี้โดยเฉพาะ โดยตั้งชื่อบริษัทตามลูกค้ารายแรก และบริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1934 Henderson เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการทำธุรกิจในการให้บริการลูกค้าในระดับสากล โดยมีพนักงานกว่า 1,000 คนทั่วทุกมุมโลก และมีสินทรัพย์กว่า 95 พันล้านยูโร (อ้างอิงจากข้อมูลเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2016) หัวใจหลักคือการบริการด้านตราสารทุน และตราสารหนี้ ทั้งในยุโรป และระดับสากล หลักทรัพย์สากล บริการการจัดการสินทรัพย์หลากหลาย และบริการในการเสนอทางเลือกในการลงทุนต่างๆ โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีสำนักงาน 19 แห่ง ทั่วทุกมุมโลก 

Henderson เป็นบริษัทจดทะเบียนคู่ โดยจดทะเบียนทั้งในตลาดหุ้นตราสารหนี้ ของออสเตรเลีย (ออสเตรเลียn Securities Exchange: “ASX”) พร้อมๆกันกับจดทะเบียนอยู่ใน ตลาดหุ้นของลอนดอน (ลอนดอน Stock Exchange: “LSE”) โดยมีค่าดัชนีใน ASX อยู่ที 100 จุด และใน FTSE อยู่ที่ 250 จุด และมีมูลค่าการจดทะเบียนรวมอยู่ที่ 2.6 พันล้านยูโร (อ้างอิงจากข้อมูลเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2016)

จากข้อมูลเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2016 Henderson มีสินทรัพย์รวมถึง 1,876 ล้านยูโร และมีผลกำไรก่อนหักภาษีอยู่กว่า 220 ล้านยูโร สำหรับผลประกอบการสิ้นปี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2015 

เกี่ยวกับบริษัท Janus

Janus Capital Group Inc. เป็นบริษัทดูแลและให้คำแนะนำด้านการลงทุนระดับสากล โดยเน้นการให้บริการเพื่อได้ผลลัพธ์ในการลงทุนที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้า ผ่านการบริการด้านการลงทุนที่ครอบคลุมและหลากหลาย ทั้งด้าน ตราสารทุน ตราสารหนี้ กองทุนรวม การเสนอทางเลือกในการลงทุน รวมทั้งกลยุทธ์ในการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย โดยการดำเนินการผ่านรูปแบบระบบการบริหารจัดการสินทรัพย์ในหลายๆช่องทาง ทั้งจากบริษัท Janus Capital Management LLC (Janus) เอง และบริษัทในเครืออื่นๆ นั่นคือบริษัท INTECH, Perkins, และ Kapstream ซึ่งนอกจากการให้บริการด้านการลงทุน ในตลาดแลกเปลี่ยนแล้ว ด้วยทักษะและความเชี่ยวชาญที่หลากหลายของบริษัทในเครือ ทำให้การบริการด้านการลงทุนสินทรัพย์ของ Janus มีความชำนาญทั้งในรูปการให้บริการแบบเฉพาะด้าน และให้คำปรึกษาโดยภาพรวม พร้อมกันกับการให้ความเห็นเชิงลึก นอกจากนั้นยังสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงในการลงทุนต่างๆอีกด้วย  โดยบริษัทสามารถให้บริการได้ทั้งการลงทุนในกองทุนรวมของสหรัฐอเมริกา และในประเทศอื่นๆ ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการบริหารจัดการผ่านบัญชีแยก การสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนสะสม และการลงทุนในตลาดตราสารแลกเปลี่ยน  

สำนักงานใหญ่ของ Janus ตั้งอยู่ที่เมือง เดนเวอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และอีกกว่า 12 แห่งทั่วโลก ทั้งในอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย  อ้างอิงจากข้อมูลในวันที่ 30 กรกฎาคม 2016  บริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์จดทะเบียน (ETP) รวมอยู่ที่  195 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 

Janus จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค (นิวยอร์ค Stock Exchange: “NYSE”) โดยใช้ชื่อย่อ JNS ปัจจุบันมีกองทุนในตลาดหุ้นที่มีมูลค่ากว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 

จากข้อมูล วันที่ 30 กรกฎาคม 2016 Janus มีสินทรัพย์รวมกว่า 2,839.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีผลกำไรสิ้นปี ก่อนหักภาษี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2016 กว่า 253.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

กำหนดการ การบรรยายสรุปสถานการณ์ทางการตลาด

Andrew Formica และ Dick Weil ผู้บริหารระดับสูงของ Henderson และ Janus เป็นผู้บรรยายสรุป สถานการณ์ทางการตลาด ในวันที่ 3 ตุลาคม 2016 

การบรรยายสรุปที่ 1: นำโดย Andrew Formica ผู้บริหารระดับสูงของ Henderson:

เวลา 21:30 (ซิดนีย์) / 11:30 (ลอนดอน) / 06:30 (นิวยอร์ค) / 04:30 (เดนเวอร์)

รายละเอียดในการบรรยาย และ การออกอากาศผ่านเว็บไซต์: สามารถดูสไลด์การบรรยาย และเข้าร่วมฟังการถ่ายทอดเสียงการบรรยายทางเว็บไซต์ได้ที่ www.henderson.com/ir โดยเลือกเมนูจากหน้าเว็บเพื่อเข้าชม  บันทึกการบรรยายสามารถ รับชม/รับฟังย้อนหลังได้หลังจากจบการบรรยาย

รายละเอียดการเข้าร่วมประชุมทางไกล: สามารถเข้าร่วมฟังการบรรยายผ่านการประชุมทางไกล ได้โดยการต่อสายตามรายละเอียดด้านล่าง แนะนำให้ผู้เข้าร่วมประชุมต่อสาย 10 ถึง 15 นาทีก่อนกำหนดการเริ่มการบรรยาย

สหราชอาณาจักร            0800 694 0257 (ไม่มีค่าบริการ)

ออสเตรเลีย            1800 020 199 (ไม่มีค่าบริการ)

สหรัฐ                1 866 966 9439 (ไม่มีค่าบริการ)

ประเทศอื่นๆ            +44 (0) 1452 555 566 (หมายเลขนี้ต้องจ่ายค่าบริการในการโทร)

หัวข้อการประชุม            Henderson Group, Market Update

หมายเลขการประชุม        89099212

ผู้นำการประชุม            Andrew Formica

การบรรยายสรุปที่ 2: นำโดย , Dick Weil ผู้บริหารระดับสูงของ Janus:

เวลา 01:00 (ซิดนีย์) / 15:00 (ลอนดอน) / 10:00 (นิวยอร์ค) / 08:00 (เดนเวอร์)

รายละเอียดในการบรรยาย และ การออกอากาศผ่านเว็บไซต์: สามารถดูสไลด์การบรรยาย และเข้าร่วมฟังการถ่ายทอดเสียงการบรรยายทางเว็บไซต์ได้ที่ ir.janus.com โดยเลือกเมนูจากหน้าเว็บเพื่อเข้าชม  บันทึกการบรรยายสามารถ รับชม/รับฟังย้อนหลังได้หลังจากจบการบรรยาย

รายละเอียดการเข้าร่วมประชุมทางไกล: สามารถเข้าร่วมฟังการบรรยายผ่านการประชุมทางไกล ได้โดยการต่อสายตามรายละเอียดด้านล่าง แนะนำให้ผู้เข้าร่วมประชุมต่อสาย 10 ถึง 15 นาทีก่อนกำหนดการเริ่มการบรรยาย

สหรัฐ / แคนาดา:            +1 (877) 723 9511

สหราชอาณาจักร:            0808 101 7162

ออสเตรเลีย:            1800 617 345

ประเทศอื่นๆ:            +1 (719) 325 4926

หัวข้อการประชุม            Janus Capital Group Conference Call

หมายเลขการประชุม        2501328

ผู้นำการประชุม            Dick Weil

รับชม/รับฟังบันทึกการบรรยายสรุปย้อนหลังได้ หลังจากจบการบรรยายสด จากเว็บไซต์ของ Henderson Group ที่: www.henderson.com/ir และ เว็บไซต์ของ Janus ที่: ir.janus.com

รายละเอียดเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ

ภายใต้เงื่อนไขการเสนอการควบรวมกิจการ ระหว่างบริษัท Henderson และ Janus การควบคุมดูแลหลังจากการควบรวมกิจการจะอยู่ภายใต้การดำเนินการของ บริษัท Henderson เป็นหลัก ภายใต้ชื่อบริษัทใหม่ คือ Janus Henderson Global Investors plc (“Janus Henderson Global Investors”)

การควบรวมกิจการจะเกิดขึ้นผ่านการถ่ายโอนหุ้น โดยในการถ่ายโอนหน่วยหุ้นเดิมของ Janus จะมีค่าเท่ากับ 4.7190 หน่วย ของหน่วยหุ้นปกติของบริษัท Henderson โดยสัดส่วนในการแลกเปลี่ยนดังกล่าวอ้างอิงจาก ค่าเฉลี่ย VWAP  มาตรฐานประจำวัน ในช่วงเวลา 30 วัน ก่อนการประกาศควบรวมกิจการในครั้งนี้

หุ้นของ Janus Henderson Global Investors จะถูกส่งต่อไปยังผู้ถือหุ้นของ Janus ในกระบวนการการควบรวม โดย Janus Henderson Global Investors มีการขออนุญาตจดทะเบียนในตลาดหุ้น NYSE เป็นหลัก ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาสถานะกองทุนในตลาดหุ้น ASX ที่มีอยู่เดิมไว้  ทั้งนี้ Janus Henderson Global Investors มีความตั้งใจจะจดทะเบียนอย่างเต็มรูปทั้งในตลาดหลักทรัพย์ ของอเมริกา และ ASX ในอนาคต

Henderson จะเปลี่ยนชื่อเป็น Janus Henderson Global Investors ทันทีหลังจากมีการควบรวมกิจการ ทั้งนี้การบริหารงานของบริษัทจะยังคงรูปแบบการเป็นบริษัท Jersey ที่จัดตั้งและถิ่นที่อยู่ภาษีก่อตั้งอยู่ใน สหราชอาณาจักร

รายการสินทรัพย์

ปัจจุบันหุ้นของ Henderson ทำการซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ LSE และ ASX โดยดัชนีหุ้นของ Henderson ในกลุ่ม FTSE ปัจจุบันมีค่า 250 จุด และดัชนีในกลุ่ม ASX เท่ากับ 100 จุด ส่วนหุ้นของ Janus ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ NYSE โดยอยู่ในกลุ่ม S&P Mid-Cap เท่ากับ 400 จุด และ Rusell เท่ากับ 2000 จุด

ทั้ง Henderson และ Janus เชื่อว่า การควบรวมกิจการของทั้งคู่ในครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อดัชนีการลงทุน และสภาพคล่องของทั้งสองบริษัท โดยในปัจจุบัน Henderson มีสภาพคล่องสูงสุดในตลาด ออสเตรเลีย และ Janus มีสภาพคล่องสูงสุดในตลาดอเมริกา 

หลังจากมีการพิจารณาความคุ้มค่าในการลงทุน หลังจากควบรวมกิจการแล้ว Henderson จะยังคงรักษาสถานภาพการลงทุน NYSE ไว้ แต่จะถอนการลงทุนในตลาด LSE (“London Delisting”) โดยจะโอนหลักทรัพย์ไปยัง SEC โดยจะเข้าลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ NYSE เป็นหลัก และหลังจากควบรวมกิจการแล้ว Janus Henderson Global Investors คาดว่าจะยังคง รักษาสถานภาพหลักทรัพย์ในตลาด ASX ไว้ที่ 100 จุด  และใน Russell ที่ 2000 จุด และคาดว่าจะรวบรวมดัชนี ในกลุ่ม S&P เข้ามาในอนาคต               

การสร้างมูลค่าเพิ่ม

Henderson และ Janus เชื่อในโอกาสทางธุรกิจใหม่ และเชื่อมั่นว่าการควบรวมกิจการจะทำให้บริษัทสามารถลดภาระทางการเงินและเพิ่มการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง

จากประวัติการทำธุรกิจตลอดมา ทั้ง Henderson และ Janus สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้มูลค่าหุ้นของบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการทำธุรกิจทางการเงินโดยบูรณาการ และจับมือร่วมกับบริษัทเครือข่าย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามกำหนดเงื่อนไขภายในกรอบเวลาที่กำหนด ทั้ง Henderson และ Janus เชื่อว่าจะสามารถผลักดันให้เกิดการเติบโตของธุรกิจ และ รักษาคุณภาพมาตรฐานในการให้บริการที่ดีไว้ได้อย่างต่อเนื่อง 

การลดต้นทุนด้วยการทำงานร่วมกัน

Henderson กับ Janus ตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถประหยัดค่าดำเนินการได้อย่างน้อย 110 ล้านดอลลาร์ ของอัตราค่าใช้จ่ายดำเนินการรายปีสุทธิ ภายในระยะเวลา 12 เดือนแรก และคาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายอย่างสมบูรณ์ หลังจากนั้นสามปี

คาดว่าการประหยัดค่าดำเนินการจะเกิดจากการรวมหน่วยงานที่ทับซ้อนเข้าด้วยกัน และจากค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าเช่า ไอที ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและที่ปรึกษามืออาชีพ นอกจากนั้นยังสามารถลดต้นทุนได้โดยใช้นโยบายการปรับปรุงรูปแบบการทำงานที่มีอยู่เดิมของทั้งสองบริษัท โดยการลดต้นทุนด้วยการทำงานร่วมกันในครั้งนี้  โดยการประหยัดค่าดำเนินการจะมีการตรวจสอบอย่างอิสระจากนักบัญชีภายนอก

การดำเนินการกระบวนการในการลดภาระต้นทุนในครั้งนี้ คาดว่าจะใช้งบประมาณ 165-185 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการดำเนินงานเพียงครั้งเดียว

โอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ

นอกจากการลดภาระต้นทุนดังที่ได้กล่าวไว้ในเบื้องต้นแล้ว คณะกรรมการบริหารของ Henderson และ Janus เชื่อว่าการควบรวมกิจการจะเป็นการสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยการใช้แบรนด์ที่เข้มแข็งของทั้งสองบริษัทเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และขยายรูปแบบการให้บริการและสินค้าจากทั้งสองบริษัทเดิม รวมถึงฐานลูกค้าที่ครอบคลุมภูมิภาคต่างๆทั่วโลกมากยิ่งขึ้น: 

  • สาขาย่อยในสหรัฐอเมริกาของ Janus ที่มีมูลค่า รวมโดยประมาณ 116 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ของ AUM ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าสาขาของ Henderson ของสหรัฐอเมริกาที่มีมูลค่า ของ AUM เพียง 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยประมาณ;
  • ฐานในญี่ปุ่นของ Janus ซึ่งมีมูลค่าของ AUM รวม 16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการได้รับผลตอบแทนจากความสัมพันธ์กับ Dai-ichi ซึ่งถือว่ามีมูลค่ามาก เมื่อเทียบกับฐานในประเทศญี่ปุ่นของ Henderson ซึ่งมีมูลค่าของ AUM รวมน้อยกว่า 0.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ในสหราชอาณาจักร ซึ่ง Henderson มีมูลค่าของ AUM รวม 66 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ Janus มี มูลค่าของ AUM รวมในสหราชอาณาจักรเพียง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ในยุโรปและลาตินอเมริกา ซึ่ง Henderson มีมูลค่าของ AUM รวม 28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับ Janus มีมูลค่าของ AUM รวมในภูมิภาคนี้เพียง 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

คณะกรรมการบริหารของ Henderson และ Janus เชื่อว่า การรวมตัวกันของทั้งสองบริษัท จะทำให้เกิดการเติบโตทางธุรกิจโดยประมาณ 2-3 เปอร์เซนต์ ของมูลค่าบริษัทรวมสุทธิ

ผลกระทบทางการเงิน จากการควบรวมกิจการ

การควบรวมกิจการคาดว่าจะเพิ่มมูลค่าผลประกอบการต่อหุ้นให้ทั้งสองบริษัทได้ถึงระดับสองหลัก หลังหักค่าใช้จ่าย ภายในระยะเวลา 12 เดือนหลังจากควบรวมกิจการ

ทั้งนี้เป็นที่คาดการณ์เช่นกันว่าอัตราการจ่ายภาษีหลังจากมีการควบรวมแล้วอาจสูงขึ้น ซึ่งอาจเท่ากับอัตราภาษีของทั้งสองบริษัท Henderson และ Janus เดิม รวมกัน 

ข้อเสนอแนะจากกรรมการบริหารของ Henderson

ผู้อำนวยการของ Henderson พิจารณาการควบรวมกิจการในครั้งนี้ว่า จะส่งผลดีต่อ Henderson และผู้ถือหุ้นของ Henderson ในภาพรวม คณะผู้บริหารจึงเสนอให้ผู้ถือหุ้นออกเสียงให้ความเห็นชอบการควบรวมกิจการในครั้งนี้ในวาระการประชุมทั่วไปของบริษัท Henderson ที่กำลังจะเกิดขึ้น 

ผู้อำนวยการของ Henderson ได้รับคำแนะนำด้านการเงินจากองค์กรธนาคารที่น่าเชื่อถือต่างๆ อาทิเช่น Bank of America, Merrill Lynch, และ Centerview Partners และรับคำปรึกษาด้านกฏหมายจากที่ปรึกษากฏหมายชั้นนำอาทิ เช่น Freshfields Bruckhaus Deringer LLP ในการควบรวมกิจการในครั้งนี้ ทั้งนี้การให้คำปรึกษาจากสถาบันการเงินดังกล่าวต่อผู้อำนวยการของ Henderson สถาบันได้ให้คำปรึกษาอยู่บนพื้นฐานของการควบรวมการบริหารสินทรัพย์เชิงพาณิชย์ของบริษัทเป็นหลัก    

                                                                                                    

ข้อเสนอแนะจากกรรมการบริหารของ Janus

คณะกรรมการบริหารของ Janus มีความเห็นชอบให้มีการควบรวมกิจการในครั้งนี้ โดยพื้นฐานที่เชื่อว่าการควบรวมกิจการจะส่งผลดีต่อการประกอบธุรกิจของบริษัท และผู้ถือหุ้นทั้งหมด เช่นเดียวกัน คณะกรรมการบริหารของ Janus เสนอให้ผู้ถือหุ้น  ลงมติอนุมัติเห็นชอบการควบรวมกิจการในครั้งนี้ ในวาระการประชุมพิเศษที่บริษัทจัดขึ้นเพื่อสรุปวาระการควบรวมกิจการในครั้งนี้ 

Janus Capital Group Inc. ได้รับคำปรึกษาทางการเงินและการลงทุนจาก Loeb Spencer House Partners, โดยแผนก ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนของ Loeb Partners Corporation โดยเฉพาะ, และบริษัทอื่นๆอีกเช่น Skadden, Arps, Slate, Meagher and Flom LLP and Affiliates.

ตารางสรุปกิจกรรม

กิจกรรมหลัก                                    วันที่

การประกาศการควบรวม                                 3 ตุลาคม 2016

ผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ของ Janus                        25 ตุลาคม 2016

ประกาศการซื้อขายในไตรมาสที่ 3 ของ Henderson                    27 ตุลาคม 2016

ผลประกอบการสิ้นปี 2016 ของ Henderson                        9 กุมภาพันธ์ 2017

ผลประกอบการที่คาดหวังสำหรับสิ้นปี 2016 ของ Janus                    25 กุมภาพันธ์ 2017

เผยแพร่เอกสารการควบรวมเปิดผนึก                            ปลายปี 2016

 —การควบรวมเสร็จสมบูรณ์—

  • Janus Henderson Global Investors เปิดซื้อ-ขายใน NYSE
  • Henderson คาดว่าจะหยุดซื้อขายใน LSE ไตรมาสที่ 2 ของปี 2017
  • CDI ของ Janus Henderson Global Investors ยังคงซื้อ-ขายต่อเนื่องใน ASX 

มูลค่าการซื้อขาย ณ ปัจจุบัน

มูลค่า AUM ของ Henderson ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2016 อยู่ที่ 100 ล้านยูโร(ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2016 อยู่ที่ 95 พันล้านยูโร)

ข้อตกลงในการควบรวมกิจการ

ในวันที่ 3 ตุลาคม 2016 Henderson และ Janus ได้มีข้อตกลงร่วมกัน ในการดำเนินแผนการควบรวมกิจการ (“ข้อตกลงในการควบรวมกิจการ”) โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับสัดส่วนในการดำเนินธุรกิจของ Henderson และ Janus เป็นหลัก  ข้อตกลงในการควบรวมกิจการที่จัดทำขึ้นใหม่นั้นกำหนดว่าบริษัทสาขาของ Henderson ทั้งหมด จะถูกควบรวมกับ Janus โดยมีเงื่อนไขว่ากรรมสิทธิ์ของ Janus ทั้งหมด จะอยู่ภายใต้การดูแลของ Henderson และกำหนดให้ Janus มีสถานะเป็นบริษัทลูกของ Henderson ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขการควบรวมดังกล่าว หน่วยหุ้นของ Janus จะถูกถ่ายโอนไปยัง Henderson โดย หนึ่งหน่วยหุ้นของ Janus จะมีค่าเทียบเท่า 4.7190 หน่วยหุ้นทั่วไปของ Henderson

อนึ่ง ข้อตกลงในการควบรวมกิจการดังกล่าว Dia-ichi ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ส่วนหนึ่งใน Janus ได้ให้ความเห็นชอบ ยอมรับเงื่อนไขในการโอนหุ้นของในส่วนตน เพื่อควบรวมกิจการ

ในการควบรวมกิจการของ Henderson และ Janus บริษัทมีความประสงค์ที่จะได้รับอนุมัติผ่านเงื่อนไขในการรับรององค์กร จากองค์กรกลาง ของประเทศสหรัฐอเมริกา –ในประเภท การปรับโครงสร้างองค์กร  เพื่อจุดประสงค์ในการหักภาษีรายได้ จากการดำเนินงานของบริษัท

ข้อตกลงในการควบรวมกิจการ ประกอบด้วยข้อตกลงร่วมกันในการแต่งตั้งตัวแทน และเงื่อนไขรับประกันต่างๆ จากทั้ง Henderson และ Janus นอกจากนั้นยังประกอบด้วย พันธสัญญาก่อน-การควบรวมกิจการ รวมถึงพันธสัญญาอื่นๆ นั่นคือ (1) ก่อนการควบรวมทั้งสองบริษัท ภายใต้เงื่อนไขปกติ ทั้งสองบริษัทจะยังคงดำเนินการทางธุรกิจต่างๆไปตามรูปแบบที่มีมาแต่เดิม โดยไม่มีการแทรกแซงการทำงานระหว่างองค์กรใดๆ (รวมถึงการชี้แจงเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และการจ่ายเงินปันผลที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้า), (2) ห้ามให้มีการร้องขอ ชักจูง หรือชี้นำเพื่อให้เกิดการกระทำใดๆเพื่อ กระตุ้น การหลบเลี่ยงเงื่อนไขใดๆก็ตามที่ส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ดังที่กล่าวมา นอกจากนั้นยังห้ามไม่ให้มีการเข้าร่วมในการพูดคุย หรือ ต่อรองใดๆ ในอันที่จะก่อให้เกิดการละเมิดข้อตกลงเดิม (3) ห้ามไม่ให้มีการยกเว้นข้อตกลงใดๆ  ห้ามไม่ให้มีการเพิกถอน เพิ่มเติม หรือปรับเปลี่ยน การสนับสนุนใดๆของผู้อำนวยการบริหาร ตามข้อตกลงในการควบรวมกิจการ และ (4) ห้ามไม่ให้มีการเสนอผลประโยชน์ใดๆต่อเจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อผลในการอนุมัติเงื่อนไขใดๆในการควบรวมกิจการในครั้งนี้

ข้อตกลงในการควบรวมกิจการ ประกอบด้วยเงื่อนไขของสิทธิในการเพิกถอนข้อตกลงของ ทั้ง Henderson และ Janus ในกรณีต่าง ๆ ต่อไปนี้ (1) หากการควบรวมไม่สามารถทำให้เสร็จสมบูรณ์ได้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2017 (ต่อไปนี้จะเรียกกำหนดวันที่ดังกล่าวว่าเป็น “ระยะเวลาเกินกำหนด”) (2) หากไม่ได้รับการอนุมัติความเห็นชอบในการควบรวมกิจการจากผู้ถือหุ้นของทั้ง Henderson และ Janus ตามวาระการประชุมที่กำหนด หรือ (3) หากมีข้อยกเว้นใดๆทางกฎหมายที่สามารถยับยั้ง หรือสั่งห้ามไม่ให้การควบรวมกิจการให้ลุล่วงไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น Henderson และ Janus ยังสามารถเพิกถอนข้อตกลงในการควบรวมกิจการได้ ในเงื่อนเวลาก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นที่กำหนดไว้เดิม เฉพาะในกรณีที่คณะผู้บริหารของทั้งสองบริษัท หรือบริษัทใดบริษัทหนึ่ง มีการเปลี่ยนแปลงข้อเสนอแนะ โดยที่ผู้ถือหุ้น หรือกลุ่มบุคคลที่สาม มีการอนุมัติให้ควบรวมก่อนการประชุม และหยิบยกข้อตกลงในการควบรวมกิจการดังกล่าวมาบังคับใช้

นอกจากนั้นข้อตกลงในการควบรวมกิจการ ยังเปิดช่องให้ ในกรณีที่ถ้าหาก Henderson หรือ Janus เพิกถอนข้อตกลงในการควบรวมกิจการ เนื่องจากไม่ได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นหรือกลุ่มบุคคลที่สาม ตามวาระการประชุมเพื่ออกเสียงที่กำหนดไว้ Henson หรือ Janus สามารถเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายใดๆที่มีการสำรองจ่ายไปก่อน หรือค่าใช้จ่ายใดๆที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการดังกล่าว จากบุคคลที่สามที่ไม่อนุมัติเห็นชอบ หรือไม่ยอมรับการควบรวมกิจการดังที่กล่าวไว้ การชำระต้องอยู่ภายในวงเงิน 10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (หรือประมาณ 8 ล้านยูโร) โดยกรณี หากการเพิกถอนข้อตกลงในการควบรวมดังกล่าว เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) เกิดการเปลี่ยนแปลงข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการผู้บริหารจาก Henderson หรือ Janus หรือ (2) มีการเพิกถอนข้อตกลงในการควบรวมบริษัทเนื่องจากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ถือหุ้นหรือกลุ่มบุคคลที่สาม และทำให้การควบรวมกิจการไม่สามารถทำให้เสร็จสิ้นได้ก่อนระยะเวลาเกินกำหนด ที่ระบุไว้  ในขณะเดียวกันหากมีข้อเสนอหรือทางเลือกอื่นใดจากกลุ่มบุคคลที่สาม (กลุ่มบุคคลใดๆที่สามารถทำให้การควบรวมกิจการสมบูรณ์แล้วเสร็จได้ภายในช่วงเวลา 12 เดือน) ในกรณีนี้ Henderson และ Janus จะต้องชำระเงินให้แก่บุคคลกลุ่มบุคคลที่สามเป็นค่าใช้จ่ายในการเพิกถอนดังกล่าว ด้วยเงินสดจำนวน 34 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ1 (หรือ 26 ล้านยูโรโดยประมาณ)

กฎข้อบังคับ 

การควบรวมกิจการ อยู่บนเงื่อนไขกฎข้อบังคับความเห็นชอบตามธรรมเนียมร่วมกัน ข้อบังคับดังกล่าว รวมถึง การกำหนดวันสิ้นสุดเงื่อนไข และการบอกเลิกการดำเนินการระหว่างระยะเวลาในการรอพิจารณาใดๆ หากเงื่อนไขดังกล่าวเข้าข่ายภายใต้กฎหมาย Hart-Scott-Rodino Antitrust Improvements Act of 1976 โดยอนุญาตให้การควบรวมกิจการทำได้โดย บริษัท Financial Industry Regulatory Authority, Inc และการอนุมัติให้ควบรวมภายใต้บัญญัติ Financial Conduct Authority (“FCA”) โดยให้สิทธิ Henderson ในการควบคุมทรัพย์สินของ Janus ได้โดยทันทีภายใต้อำนาจในบทบัญญัติ FCA

เงื่อนไขในการควบรวมกิจการ

การควบรวมกิจการให้เสร็จสมบูรณ์ดังที่กล่าวมานั้น ต้องตั้งอยู่บนเงื่อนไขตามธรรมเนียมที่ทำร่วมกัน เหนืออื่นใด ในการซื้อขายด้วยมูลค่าดังกล่าว การดำเนินการจำเป็นต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) ได้รับความเห็นชอบให้ควบรวมกิจการจากผู้ถือหุ้นของ Janus (2) ได้รับความเห็นชอบให้ควบรวมกิจการจากผู้ถือหุ้นของ Henderson และมีการเปลี่ยนชื่อบริษัทจากเดิม Henderson Group plc เป็น Janus Henderson Global Investors plc ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงชื่อดังกล่าวครอบคลุมถึงการเปลี่ยนชื่อในหนังสือบริคณห์สนธิ และบันทึกใดๆ (Memorandum and Articles of Association) ของบริษัท Henderson เดิม รวมถึงการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน London Delisting ด้วย (3) ความเห็นชอบในกฎข้อบังคับต่างๆต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ข้างต้น (4) SEC ต้องมีการแถลงผลการลงทะเบียนหุ้นของ Henderson โดยหลังการแถลง กำหนดให้การควบรวมกิจการตามเงื่อนไขดังกล่าวมีการบังคับใช้โดยทันที โดยให้บริษัท Henderson จดทะเบียนในตลาดหุ้น NYSE  (5) ห้ามไม่ให้มีการพิพากษา โดยใช้คำสั่ง ข้อบังคับ หรือ กฤษฎีกา ใดๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาบังคับใช้เพื่อให้การควบรวมกิจการมีผลสมบูณ์  (6) ต้องมีการเห็นชอบในข้อตกลงใหม่ให้มีการลงทุนในสัดส่วน 67.5% ของกองทุนสาธารณะของ Janus และ (7) ห้ามไม่ให้มีการฝ่าฝืน การรับรอง หรือ การรับประกันต่างๆ ที่ดำเนินการโดย Henderson และ Janus (ขึ้นอยู่กับสาระสำคัญของคุณสมบัตินั้นๆ) และไม่ขัดต่อผลการการบังคับใช้ใดๆตามพันธะสัญญาที่กำหนดไว้โดย Henderson และ Janus

ข้อตกลงกับ Dai-ichi 

Dai-ichi คือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Janus มีมติเห็นชอบการควบรวมกิจการ โดยเชื่อว่าการเข้าร่วมทุนจะช่วยเสริมความเป็นพันธมิตรระดับโลกของ Janus Henderson Global Investors กับ Dai-ichi มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น หลังจากการควบรวมกิจการแล้ว Dai-ichi จะยังคงถือหุ้นรวมในสัดส่วน 9% โดยประมาณ และคาดว่าจะลงทุนเพิ่มในอนาคต เพื่อให้สัดส่วนการถือหุ้นของ Dia-ichi อยู่ที่ 15% โดยประมาณ เพื่อช่วยให้บรรลุความประสงค์ดังกล่าว เมื่อการควบรวมกิจการเสร็จสมบูรณ์แล้ว กลุ่มผู้บริหารมีความเห็นชอบที่จะเสนอทางเลือกในการขายหุ้นของ Janus Henderson Global Investors ให้แก่ Dai-ichi เพิ่มอีก 5% ซึ่งหาก Dai-ichi มีความประสงค์ในการซื้อหุ้นในสัดส่วนที่เสนอขายเพิ่มให้ตามข้อตกลงดังกล่าว  จะทำให้มูลค่าการลงทุนของบริษัทใหม่ เพิ่มขึ้น กว่า 500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ คิดเป็นผลให้มูลค่าการลงทุนรวมของ Janus Henderson Global Investors ทั้งสิ้นมีมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ

ข้อตกลงแผนความร่วมมือและการลงทุน

ในวันที่ 3 ตุลาคม 2016 บริษัท Janus Henderson และ Dai-ichi ได้ลงนามและแถลงข้อตกลงแผนความร่วมมือและการลงทุนร่วมกัน (Investment and Strategic Cooperation Agreement: – “ISCA”) ระหว่าง Dai-ichi กับกลุ่มบริษัทร่วมกิจการขึ้นมาใหม่ โดยใน ISCA ได้ให้สิทธิแก่ Dai-ichi ในการแต่งตั้งกรรมการของ Janus Henderson Global Investors และให้ Dai-ichi มีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะบางประการของบริษัทผู้ร่วมทุน และสิทธิในการเข้าร่วมการออกหุ้น หรือเสนอขายหุ้นใหม่ของบริษัทผู้ร่วมทุนในอนาคต ด้วยวิธีการจองหุ้น ในกรณีใดๆก็ตาม Dai-ichi ยังคงมีสิทธิในการถือหุ้นตามสัดส่วนที่ระบุไว้ โดยทันทีหลังจากการควบรวมกิจการ (ทั้งนี้อาจยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์) (โดยจากนี้จะเรียกสัดส่วนนี้ว่า  “สัดส่วนที่เหมาะสม”) ทั้งนี้ สัดส่วนในการถือหุ้นในบริษัทผู้ร่วมทุนของ Dai-ichi ต้องไม่เกิน 20% 

ISCA กำหนดให้ Dai-ichi ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) Dai-ichi ต้องรับภาระใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับปริมาณหุ้นที่ถืออยู่ใน Janus Henderson Global Investors เว้นแต่สัดส่วนในการถือหุ้นของ Dai-ichi ที่ถืออยู่ในบริษัทร่วมทุน มีการลดลงต่ำกว่า 3% (ในกรณีนี้ภาระผูกพันธ์ใด ๆ ถือเป็นอันตกไป) (2) ห้ามไม่ให้มีการขายหุ้นที่มีอยู่ใน Janus Henderson Global Investors (โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ) ทั้งนี้เงื่อนไขในการโอนหรือขายหุ้นในส่วนของ Dai-ichi ดังกล่าว เป็นอันตกไปหากมีการเพิกถอนตามเงื่อนไขของ ISCA หรือภายในสามปีหลังจากมีการเซ็นสัญญาดังกล่าว โดย Janus Henderson Global Investors มีสิทธิ์ในการเสนอชื่อผู้ถือหุ้นที่เหมาะสมรายใหม่ เพื่อมาถือหุ้นแทนในส่วนของ Dia-ichi การเสนอชื่อดังกล่าวสามารถทำได้ตามที่ Henderson Global Investors เห็นสมควร

Dai-ichi ได้ตกลงที่จะคงส่วนการลงทุนในบริษัทร่วมทุน ให้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ และอาจลงทุนเพิ่มเติมจากมูลค่าดังกล่าวอีกไม่เกิน 500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยยอมรับในเงื่อนไขต่างๆที่เกิดขึ้นจากการพูดคุยโดยสุจริต ซึ่งสัดส่วนที่ Dai-ichi ลงทุน จะคงอยู่ในกองทุนหลัก ทั้งนี้ ทั้ง Janus Henderson Global Investors และ Dai-ichi มีข้อตกลงร่วมกันที่จะดำเนินการต่างๆโดยสุจริต และร่วมมือกันทางธุรกิจเพื่อเปิดช่องทางในการค้าขายและสร้างผลกำไรให้สินค้าและบริการของบริษัทร่วมทุนในทุกๆช่องทางระหว่างกัน

ISCA มีสิทธิในการเพิกถอน รวมทั้งสิทธิในการบอกเลิกข้อตกลงของทั้ง Janus Henderson Global Investors หรือ Dai-ichi ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) หากมูลค่าหุ้นที่ Dai-ichi ถือครองตกลงต่ำกว่าสัดส่วนตามเงื่อนไข (2) หาก Dai-ichi เสียสิทธิในการแต่งตั้งผู้อำนวยการคณะกรรมการบริหารของ Janus Henderson Global Investors และ (3) หลังจากเซ็นสัญญาไปแล้วเป็นเวลา 3 ปี โดยต้องมีการแจ้งล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ต่ำกว่า 90 วัน

ข้อตกลงทางเลือก

Henderson และ Dai-ichi ได้เข้าร่วมในข้อตกลงทางเลือก ภายใต้เงื่อนไข เพื่อให้ข้อตกลงในการควบรวมกิจการสมบูรณ์ Henderson จะเสนอข้อเสนอต่างๆให้ Dai-ichi ดังต่อไปนี้ (1) การแบ่งชำระค่าหุ้นเป็น 11 งวด สำหรับหน่วยหุ้นของ Janus Henderson Global Investors จำนวน 5,000,000 หน่วยหุ้น โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2.7% ของมูลค่าหุ้นรวมในราคา 299.72 เพนนี (pence) ต่อหุ้น และ (2) โดยการบังคับใช้ภายใต้ความยินยอมของผู้ถือหุ้นของ Henderson อนุญาตให้สามารถแบ่งชำระสำหรับหน่วยหุ้น ของ Janus Henderson Global Investors จำนวน 5,000,000 หุ้น ออกเป็น 9 งวด โดยคิดเป็นสัดส่วนการลงทุนมูลค่าประมาณ 2.2% ของมูลค่าหุ้นรวม ในราคา 299.72 เพนนี (pence) ต่อหุ้น ซึ่งราคาที่ Dai-ichi จำเป็นต้องชำระเพื่อดำเนินการสำหรับทางเลือกดังกล่าว มีมูลค่า 19.8 ล้านยูโร เพราะฉะนั้น โดยสรุปคือ หาก Dai-ichi ดำเนินการตามทางเลือกดังกล่าว จะทำให้ Dai-ichi เป็นเจ้าของหุ้นบริษัทผู้ร่วมทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% โดยประมาณ

เรื่องบัญชี

Janus Henderson Global Investors จะรายงานสถานการณ์ทางบัญชีด้วยสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ ภายใต้ U.S, GAAP โดยเปลี่ยนจากการใช้ IFRS เดิม ไปเป็น U.S. GAAP เอกสารข้อมูลทางการเงินที่ส่งล่วงหน้าไปยัง U.S. GAAP ของ Henderson จะถูกเผยแพร่ใน U.K. Circular โดยเอกสารจะผ่านการตรวจสอบโดย SEC นอกเสียจากกรณีที่ข้อมูลทางการเงินที่ระบุอยู่ในเอกสารดังกล่าวถูกเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของ IFRS ประวัติการรายงานใดๆที่ผ่านการใช้ IFRS อาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่ทำร่วมกับ U.S. GAAP

Henderson สามารถกำหนดหน่วยค่าเงินทุนเรือนหุ้นของตนใหม่จากสกุลเงินจากปอนด์ (pounds sterling) เป็นดอลล่าร์สหรัฐ โดยต้องมีผลบังคับตั้งแต่เพิ่มเติมในหนังสือบริคณห์สนธิ ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น ระหว่างวาระการประชุมสามัญทั่วไป  

การพิจารณาการซื้อธุรกิจแบบย้อนกลับ (Reverse Takeover)

อ้างอิงจากเงื่อนไขตามข้อบังคับ Rule 5.6.12G(2) ของข้อบังคับการแจกแจงรายการทรัพย์สินแห่งราชอาณาจักร (Listing Rules of the U.K. Listing Authority) หรือในที่นี้จะเรียกว่า “ข้อบังคับการแจกแจงรายการ” ( “Listing Rules”) Henderson ยืนยันว่า เนื่องจากการควบรวมกิจการ อยู่บนโครงสร้างการควบรวมบริษัท Janus เข้ากับบริษัท Henderson ซึ่งกระทำการโดยบริษัท Henderson โดยการเปรียบเทียบมูลค่าของบริษัท Janus สัมพันธ์กับมูลค่าของบริษัท Henderson การกระทำในลักษณะดังกล่าว เป็นผลให้การควบรวมในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการเข้าควบคุมกิจการบริษัท Janus โดยบริษัท Henderson ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ใน ข้อบังคับการแจกแจงรายการ

โดยอ้างอิงจากเงื่อนไขตามข้อบังคับ Rule 5.6.12G(2) บริษัท Henderson ยืนยันว่า (ก.) Jenus ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการแจกแจงทรัพย์สินของ NYSE และ (ข.) ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของเนื้อหาแตกต่างกันระหว่างรายงานการแจกแจงทรัพย์สินต่อ NYSE กับรายงานการแจกแจงทรัพย์สินโดยโปร่งใสตามที่ระบุในคู่มือของ FCA ทั้งนี้ข้อมูลทรัพย์สินใดๆที่เปิดเผยต่อ NYSE อาจสามารถเข้าถึงได้ผ่าน www.janus.com  

Henderson จะเผยแพร่ข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นดังกล่าวเบื้องต้น ในวาระการประชุมทั่วไป ซึ่งจำเป็นจะต้องขอความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นในการควบรวมกิจการ และรวมทั้งขอความเห็นชอบในกิจกรรมใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการดังกล่าว

ทั้งนี้ สถานภาพการควบรวม ณ ปัจจุบัน ยังไม่ถือเป็นการซื้อธุรกิจ (Takeovers) และ/หรือ การควบรวมกิจการ (Mergers) ใดๆทั้งสิ้น  ตามเงื่อนไขของ City Code

แถลงการณ์เป้าหมายในอนาคต และข้อมูลสำคัญอื่นๆ 

ประกาศนี้ระบุเกี่ยวกับ “แถลงการณ์เป้าหมายในอนาคต” (“Forward-looking statements”) อ้างอิงนิยามตาม กฏหมายหลักทรัพย์แห่งรัฐ (federal securities laws) ในส่วน Section 27A ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ ปี 1933 (Securities Act) และ ในส่วน Section 21E ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และการแลกเปลี่ยน ปี 1934 (Securities Exchange Act of 1934) ในประเด็นเกี่ยวกับเงื่อนไขทางการเงิน ซึ่งส่งผลต่อการประกอบธุรกิจของบริษัท Janus  บริษัท Henderson และบริษัทร่วมทุน  โดยธรรมชาติในการประกอบธุรกิจของกลุ่มบริษัทที่กล่าวถึงนั้น ทำให้แถลงการณ์เป้าหมายในอนาคต ดังกล่าวนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากอาจได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในการประกอบธุรกิจ อันขึ้นอยู่กับสถานการณ์แวดล้อมต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต อันส่งผลให้ผลลัพธ์ที่กล่าวถึงใน แถลงการณ์เป้าหมายในอนาคตนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงจากที่ประกาศไว้เดิมในปัจจุบัน  ทั้งนี้ถ้อยแถลงที่อยู่ในประกาศฉบับนี้ไม่ใช่การคาดการณ์ผลกำไรหรือรายได้ทางธุรกิจใดๆในอนาคต  ทั้งนี้ ทั้งบริษัท Janus และ Henderson ไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความเปลี่ยนแปลง หรือการปรับปรุงข้อมูลใดๆทั้งสิ้นในประกาศแถลงการณ์เป้าหมายในอนาคตฉบับนี้  ทั้งนี้ ทั้งบริษัท Janus และ Henderson ไม่ได้มีความประสงค์ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงข้อความ หรือผลลัพธ์ใดๆในประกาศนี้ ในอนาคต นอกจากว่า เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อันเป็นผลจากการบังคับใช้กฎหมายหลักทรัพย์หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องใดๆในอนาคต

เพื่อเชื่อมโยงกับธุรกรรมที่ได้นำเสนอไว้ข้างต้น บริษัท Henderson มีความประสงค์ที่จะจดทะเบียนข้อมูลถ้อยแถลง โดยระบุให้บริษัท Henderson ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของบริษัท Janus สำหรับการดำเนินการด้านเอกสารใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่ได้เสนอไว้ข้างต้น โดยจะดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการหลักทรัพย์และการแลกเปลี่ยนแห่งสหรัฐอเมริกา (the U.S. Securities and Exchange Commission: the “SEC”)

ผู้ถือหุ้นของ Janus และ Henderson จะต้องอ่านและทำความเข้าใจเอกสารใดๆทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการ หากเอกสารนั้นๆเปิดเผยให้สามารถเข้าถึงได้ (รวมถึงเอกสารที่เปิดเผยต่อสาธารณะ) เนื่องจากเอกสารใดๆเหล่านั้น มีการระบุสาระสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินการต่างๆในการควบรวมกิจการไว้ทั้งหมด  เช่นเดียวกัน ขอแนะนำให้ผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้นอ่านทำความเข้าใจข้อมูลในส่วนของ Janus ที่ได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมโดย SEC ที่เปิดเผยต่อสาธารณะโดยละเอียดถี่ถ้วน  ไม่เพียงแต่รายงานประจำปีที่ระบุในแบบฟอร์ม 10-K เท่านั้น แต่รวมถึง proxy statements รายงาน 8-K ฉบับปัจจุบัน  และรายงานในแบบฟอร์ม 10-Q ประจำไตรมาส สำหรับสำเนาประกาศแถลงเรื่องตัวแทนจะมีการส่งให้ผู้ถือหุ้นของ Janus ทุกๆคน เมื่อมีการประกาศข้อมูลดังกล่าวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว  และสำเนาประกาศแถลงเรื่องตัวแทน อาจสามารถอ่านได้จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ SEC ที่ http://www.sec.gov หรือโดยการร้องขอโดยตรงไปที่ Janus Capital Group Inc. ตามที่อยู่ 151 Detroit Street, Denver, Colorado 80206

ภายใต้กฎข้อบังคับของ  SEC นั้น บริษัท Janus และ บริษัท Henderson รวมทั้งคณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของทั้งสองบริษัท อาจถือเป็นผู้ทำหน้าที่เสมือนเป็นผู้แทนของผู้ถือหุ้น ในการดำเนินการ และการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆในนามองค์กร

ข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการและผู้บริหารระดับสูง ของ บริษัท Janus รวมถึงข้อมูลการถือหุ้นและการเป็นเจ้าของหุ้นร่วมกันจะถูกระบุอยู่ในรายงานประจำปีฉบับที่ 4 ในแบบฟอร์ม 10-K ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2015  ข้อมูลดังกล่าวนี้ได้รับการตรวจสอบ เพิ่มเติมโดย SEC ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2016 นอกจากนั้นข้อมูลเพิ่มเติมใดๆที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของบุคคลที่สาม หรือบุคคลใดๆที่เป็นผู้ดำเนินการเสมือนตัวแทนของผู้ถือหุ้นของ Janus อาจถูกระบุอยู่ในประกาศแถลงเรื่องตัวแทนเพื่อการดำเนินธุรกรรมต่างๆภายใต้ชื่อองค์กร  โดยสำเนาประกาศแถลงเรื่องตัวแทนดังกล่าวจะถูกส่งไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนทันทีที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้รายละเอียดต่างๆจะเป็นไปตามที่ระบุไว้ตามข้อความในย่อหน้าที่กล่าวไว้เบื้องต้น

ประกาศนี้จัดทำขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของสหราชอาณาจักรและประเทศออสเตรเลีย โดยข้อมูลที่ระบุในประกาศนี้อาจไม่เหมือนกับข้อความประกาศเดียวกัน ที่ใช้กับกฎข้อบังคับนอกเหนือจากสหราชอาณาจักร และประเทศออสเตรเลีย  ข้อมูลในประกาศนี้ไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และห้ามทำการเผยแพร่เนื้อหาใดๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หากฝ่าฝืน ผู้ฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษสูงสุดตามขอบเขตของกฎหมาย 

ห้ามไม่ให้บุคคลใด นำเสนอหรือเปิดเผยข้อมูลใดๆ นอกเหนือไปจากที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ และ ในกรณีเมื่อมีการให้เผยแพร่ หรือนำเสนอเอกสารสู่สาธารณชน  ข้อมูลที่เผยแพร่ออกไปดังกล่าวจะไม่ถือว่าอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลใดๆของ บริษัท Henderson หรือ Merrill Lynch International หรือ Centerview Partners อีกต่อไป

นอกเหนือจากที่กล่าวไว้อย่างชัดเจนในข้อความต่างๆข้างต้นแล้ว ข้อมูลอื่นใดก็ตาม ทั้งจากกลุ่มบริษัท Henderson และ กลุ่มบริษัท Janus หรือ เว็บลิงค์ใดๆก็ตาม ที่ระบุไว้บนเว็บไซต์ของ Henderson และ Janus ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของประกาศฉบับนี้ 

ประกาศฉบับนี้ ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการเสนอขาย หรือการเชิญชวนให้ซื้อหุ้นใดๆในประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น  สินทรัพย์ใดๆก็ตามที่ถูกกล่าวถึงหรืออ้างถึงในประกาศฉบับนี้ อาจไม่สามารถเสนอขายในประเทศสหรัฐอเมริกา หากไม่มีการจดทะเบียนภายใต้บัญญัติหลักทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริกา ปี 1993 ซึ่งในที่นี้จะเรียกสั้นๆว่า บัญญัติหลักทรัพย์ (U.S. Securities Act of 1933: – "Securities Act") นอกเสียจากได้รับอนุญาตให้สามารถยกเว้นใดๆ ตามที่ระบุไว้ใน บัญญัติหลักทรัพย์ หรือได้รับการยกเว้นใดๆตามบทบัญญัติดังกล่าว  ทั้งนี้การเสนอขายหลักทรัพย์ รวมถึงประกาศแถลงทางการเงินใดๆในสหรัฐอเมริกา จะต้องกระทำภายใต้ชื่อ Henderson และ Janus หรือบริษัทในการดูแลเท่านั้น  ข้อยกเว้นใดๆที่ไม่ได้ระบุอยู่ในบัญญัติหลักทรัพย์ไม่สามารถบังคับใช้ได้ ถึงแม้ว่าจะดำเนินการโดย Henderson เองก็ตาม

ประกาศนี้เป็นประกาศเพื่อแจ้งให้ทราบเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการนำเสนอข้อมูลใดๆเพื่อผลทางการค้าหลักทรัพย์ใดๆก็ตามที่ถูกระบุไว้ในประกาศ และไม่ใช่ประกาศที่ทำขึ้นเพื่อหวังผลประโยชน์ใดๆในการออกเสียง หรือการผ่านการอนุมัติใดๆ รวมถึงไม่ใช่เอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อคาดหวังผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น

Merrill Lynch International (หรือ “Bank of America Merrill Lynch”) เป็นองค์กรสาขาของ Bank of America ซึ่งได้รับการรับรองโดย Prudential Regulation Authority และกำกับดูแลโดย Financial Conduct Authority และ Prudential Regulation Authority ของสหราชอาณาจักร โดย Bank of America Merrill Lynch ดำเนินการให้กับ Henderson โดยเฉพาะ และไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการควบรวมกิจการใดๆให้กับบริษัทหรือองค์กรอื่นใดอีกทั้งสิ้น Bank of America Merrill Lynch ไม่มีส่วนในการรับผิดชอบองค์กรอื่นใดนอกจากบริษัท Henderson ในการคุ้มครองลูกค้า และให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับศักยภาพในการควบรวมกิจการ หรือ เรื่องอื่นใดที่อยู่ในประกาศฉบับนี้

Centerview Partners U.K. LLP (หรือ “Centerview Partners”) รับรอง และคุ้มครองโดย Financial Conduct Authority โดย Centerview Partners ดำเนินการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการให้เพียงเฉพาะบริษัท Henderson เท่านั้น Centerview Partners ไม่มีส่วนในการรับผิดชอบองค์กรอื่นใดนอกจากบริษัท Henderson ในการคุ้มครองลูกค้า และให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับศักยภาพในการควบรวมกิจการ หรือ การงานอื่นใดที่อยู่ในประกาศฉบับนี้

นอกเหนือจากความรับผิดชอบและภาระหนี้สินผูกพันธ์ใดๆ ซึ่งอาจถูกเรียกเก็บโดย บัญญัติ Financial Services and Markets Act ปี 2000  ทั้ง Bank of America Merrill Lynch และ Centerview Partners จะไม่ขอมีส่วนรับผิดชอบ ไม่ว่าในกรณีใดๆ และไม่มีส่วนรับผิดชอบ การรับรอง หรือการรับประกันใดๆที่ระบุในประกาศฉบับนี้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งความถูกต้องแม่นยำ ความยุติธรรม ประสิทธิภาพ และความสมบูรณ์ หรือ การตรวจสอบความเป็นจริง หรือ ถ้อยแถลงใดๆที่สร้างขึ้น หรือ มีผลภายใต้ประกาศฉบับนี้ ที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการของ บริษัท Henderson หรือ ศักยภาพ ในการควบรวมกิจการ และรวมถึงข้อความใดๆก็ตามในประกาศฉบับนี้ ที่อาจส่งผลใดๆ หรือมีการสัญญาว่าจะกระทำการใดๆ ทั้งในอดีต และอนาคตต่อไป โดยทั้ง Bank of America Merrill Lynch และ Centerview Partners ขอปฏิเสธการเกี่ยวข้องกับข้อผูกมัดใดๆ โดยทั้งสององค์กรได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายตามสิทธิอย่างเต็มรูป ต่อความรับผิดชอบและภาระหนี้สินผูกพันธ์ใดๆ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากการละเมิด พันธะสัญญา หรือ อื่นๆ (ตามสิทธิคุ้มครองที่ได้กล่าวถึงข้างต้น) ที่เกิดขึ้นจากผลการบังคับใช้ประกาศฉบับนี้

ไม่มีข้อความใดในประกาศฉบับนี้ที่แสดงถึงเจตนาในการคาดการณ์ผลกำไรในอนาคต และห้ามไม่ให้มีการแปลความใดๆที่สื่อถึงรายได้ต่อหุ้นของ Henderson ทั้งในรอบปีงบประมาณปัจจุบัน และในอนาคต ทั้งนี้ตัวเลขทางการเงินที่ระบุอยู่ในประกาศฉบับนี้ ไม่ได้สะท้อนถึงรายได้ใดๆในอนาคต รวมถึงประวัติผลประกอบการที่ผ่านมาใดๆของ Henderson ที่ระบุไว้ไม่สามารถสะท้อนผลประกอบการในอนาคตแต่อย่างใด

เนื้อหาในเว็บไซต์ใดๆก็ตามที่ถูกอ้างถึงในประกาศฉบับนี้ ไม่ได้ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของประกาศฉบับนี้  และไม่มีเนื้อหาใดๆในประกาศฉบับนี้ที่สามารถนำไปใช้ในการให้คำแนะนำ หรือนำเสนอผลประโยชน์เพื่อการลงทุนใดๆทั้งสิ้น

ถ้อยคำที่อยู่ในประกาศฉบับนี้ อันเกี่ยวข้องกับแนวโน้มหรือกิจกรรมในอดีตใดๆ ไม่สามารถนำไปใช้เป็นคำรับรองว่าแนวโน้มหรือกิจกรรมต่างๆเหล่านั้นจะยังคงดำเนินต่อเนื่องไปเช่นเดิมในอนาคต ข้อมูลที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องมีการประกาศล่วงหน้า นอกเสียจากว่าเป็นข้อกำหนดทางกฎหมาย  ทั้งนี้ บริษัท Henderson หรือ Bank of America Merrill Lynch หรือ Centerview Partners หรือบริษัทในเครืออื่นใด ไม่มีส่วนในความรับผิดชอบ หรือถือเป็นภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ในการตรวจทาน หรือในการตรวจแก้ไขใดๆในส่วนแถลงการณ์เป้าหมายในอนาคต ที่ได้ระบุไว้ในประกาศนี้  ทั้งนี้บริษัทข้างต้นมิได้มีส่วนรับผิดชอบต่อผลในอนาคตใดๆที่เกิดจากคำประกาศ   นอกจากนั้น ไม่ควรยึดข้อความใดๆจากแถลงการณ์ไปใช้ นอกเหนือจากวันที่ประกาศเท่านั้น 

เพื่อเชื่อมโยงกับข้อเสนอในการควบรวมกิจการของ Henderson และ Janus จำเป็นต้องให้ Henderson มีการเก็บรักษาข้อมูลการจดทะเบียนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และการเป็นตัวแทนของ Janus และ Henderson จะต้องเผยแพร่ข้อมูลในรูปแบบหนังสือเวียนให้ผู้ถือหุ้นในสหราชอาณาจักร ซึ่งเอกสารดังกล่าว จะระบุข้อมูลสำคัญ เกี่ยวกับการควบรวมกิจการ  ที่จำเป็นต้องอ่านและศึกษาโดยละเอียด ก่อนการตัดสินใจดำเนินกิจกรรมใดๆที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการ โดยผู้ถือหุ้นของ Henderson และ Janus ต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้อย่างอิสระโดยปราศจากค่าใช้จ่ายใดๆ  ผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้นจะต้องได้รับข้อมูลในการจดทะเบียนต่างๆ (เมื่อมีการเผยแพร่) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โดยผ่านเว็บไซต์ของ SEC ที่  www.sec.gov เอกสารจดทะเบียนใดๆที่เกี่ยวข้องกับ SEC อาจสามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านเว็บไซต์ของ Henderson เช่นกันที่ www.henderson.com/ir และเว็บไซต์ของ Janus ที่  ir.janus.com 

และเมื่อมีการเผยแพร่หนังสือเวียน กำหนดให้ผู้ถือหุ้นในสหราชอาณาจักรสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ทางเว็บไซต์ www.henderson.com/ir

โดยสรุป ข้อตกลงต่างๆในการควบรวมกิจการ ที่ได้กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด จะถูกรวบรวมเพื่อนำเสนอต่อนักลงทุน ข้อตกลงในการควบรวมกิจการ จะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับเปลี่ยนเนื้อหาข้อความใดๆ หรือแบ่งการเผยแพร่ออกเป็นบางส่วน สำหรับข้อมูลที่อ้างอิงเกี่ยวกับ Janus ในรายงานที่ผ่านการตรวจสอบ เพิ่มเติมโดย SEC   เว้นแต่อาจเผยแพร่ในส่วนของสถานะข้อตกลงในการควบรวมกิจการในรูปแบบเอกสารสัญญา ที่มีการตีพิมพ์และควบคุมดูแลโดยรัฐบาล เกี่ยวกับข้อกฎหมายระหว่างกลุ่มบุคคล อันเกี่ยวข้องกับธุรกรรม อันเกี่ยวเนื่องกับข้อตกลงการควบรวมกิจการ ทั้งนี้ไม่มีเจตนาเพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงในเชิงธุรกิจ หรือข้อมูลในการดำเนินกิจกรรมใดๆของกลุ่มบุคคลภายนอก  การรับรองและการรับประกัน และพันธะสัญญาต่างๆที่กระทำโดยกลุ่มบุคคลในข้อตกลงในการควบรวมกิจการ ไม่ได้กระทำเพื่อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มบุคคลใดๆโดยเฉพาะ รวมทั้งข้อมูลใดๆที่ไม่มีการเปิดเผย อันอาจเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใดๆกับกลุ่มบุคคลภายนอกอื่นๆเพื่อบังคับใช้ข้อตกลงนั้นๆ  การรับรองและการรับประกันอาจสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการรวบรวมเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับปัจจัยความเสี่ยงระหว่างกลุ่มบุคคล รวมถึงกลุ่มบุคคลที่อาจจะไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงทั้งหมด ทั้งนี้ นักลงทุนไม่ได้จัดเป็นกลุ่มบุคคลที่สามที่ได้รับผลประโยชน์จากข้อตกลงในการควบรวมกิจกรรมดังกล่าว ในขณะเดียวกันนักลงทุนไม่ควรยึดข้อมูลการรับรอง การประกันหรือพันธะสัญญาใดๆ หรือคำบรรยายใดๆในประกาศนี้ แทนเจตคติที่มีต่อ บริษัท Henderson บริษัท Janus หรือบริษัทในเครือใดๆที่ถูกกล่าวถึงในรายงานฉบับนี้

ผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม

Janus, Henderson กรรมการและผู้บริหารระดับสูง รวมถึงสมาชิกระดับบริหารและพนักงานทุกคน อาจได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมเป็นตัวแทน ในกิจกรรมการเสนอการควบรวมกิจการในครั้งนี้ โดยข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงของ Janus จะถูกระบุไว้ในแบบฟอร์ม 10-K สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2015 และจะมีการตรวจสอบ เพิ่มเติม ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2016   ในส่วนของบริษัท Henderson นั้นมีความประสงค์ที่จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงในเอกสารลงทะเบียน ในกรณีหากเอกสารจดทะเบียนนั้น ผ่านการตรวจสอบ สำหรับข้อมูลอื่นๆเกี่ยวกับสิทธิการเข้าร่วมเป็นตัวแทน และข้อความบรรยายเกี่ยวกับผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมในการถือหลักทรัพย์ จะถูกระบุไว้ในเอกสารที่ผ่านการตรวจสอบ เพิ่มเติมจาก SEC ที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการ  นักลงทุนควรทำการศึกษาข้อมูลเอกสารจาก SEC โดยละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงความเห็นใดๆ โดยสำเนาเอกสารต่างๆสามารถหาได้จากแหล่งข้อมูลที่ระบุไว้ข้างต้น

หมายเหตุ

ประกาศนี้ได้รวมข้อมูลชี้วัดที่เป็น non-US GAAP ซึ่งใช้ในการชี้วัดดัชนีของ Janus และตัวชี้วัดทางการเงินที่เป็น non-IFRS ที่ใช้ในการชี้วัดดัชนีของ Henderson ตัวชี้วัดนี้รวมถึง EBITDA  โดยตัวชี้วัด non-US GAAP และ ตัวชี้วัดทางการเงิน non-IFRS ดังกล่าว ควรใช้เป็นดัชนีในการพิจารณาประสิทธิภาพทางการเงินเพิ่มเติม สำหรับ Janus ตัวชี้วัดได้จัดทำตามดัชนีชี้วัด US GAAP และในทำนองเดียวกัน  สามารถใช้ตัวชี้วัดดังกล่าว เป็นดัชนีในการพิจารณาประสิทธิภาพทางการเงินของ Henderson ได้จัดทำตามดัชนีชี้วัด IFRS นอกจากนี้ ตัวชี้วัดดังกล่าวอาจถูกนิยามต่างออกไปตามบริบทอื่นๆ 

สามารถศึกษาแหล่งข้อมูลจากเว็บไซต์ businesswire.com ได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20161002005078/en/

ติดต่อ:

สำหรับนักลงทุน

Henderson

Miriam McKay, Head of Investor Relations

+44 (0) 20 7818 2106

miriam.mckay@henderson.com

investor.relations@henderson.com

หรือ

Janus Capital Group

John Groneman, Vice President, Head of Investor Relations & Assistant Treasurer

+1 (303) 336-7466

john.groneman@janus.com

InvestorRelations@janus.com

หรือ

สำหรับสื่อมวลชน

Henderson

Angela Warburton, Global Head of Communications

+44 (0) 20 7818 3010

angela.warburton@henderson.com

หรือ

Janus Capital Group

Erin Passan, Head of Corporate Communications

+1 (303) 394-7681

erin.passan@janus.com

หรือ

สหราชอาณาจักร: FTI Consulting

Andrew Walton, +44 (0) 20 3727 1514

หรือ

เอเชียแปซิฟิค: Honner

Rebecca Piercy, +61 2 8248 3740

หรือ

Bank of America Merrill Lynch (ที่ปรึกษาทางการเงิน โบรคเกอร์ และCorporate Broker and Sponsor to Henderson)

Damon Clemow

Edward Peel

+44 (0) 20 7628 1000

หรือ

Centerview Partners (ที่ปรึกษาทางการเงินของ Henderson)

Robin Budenberg

Nick Reid

+44 (0) 20 7409 9700

ผลสำรวจของเฮอร์บาไลฟ์นิวทริชั ่นในเอเชียแปซิฟิกเผย กลุ่มมิลเ ลนเนียนประสบปัญหาด้านการออกกำล ังกายในชีวิตการทำงานปัจจุบัน

20161003006663-copy
ฮ่องกง–(บิสิเนส ไวร์)–4 ตุลาคม 2559

– เวลเนสทัวร์ในเอเชียแปซิฟิก ชูประเด็นให้กลุ่มคนทำงานยุคมิลเลนเนียมตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อวิถีชีวิตที่ดีขึ้น

เฮอร์บาไลฟ์นิวทริชั่น บริษัทโภชนาการระดับโลก เผยผลสำรวจจาก Asia Pacific Millennials at Work Survey พบว่าพนักงานอายุน้อยในแถบเอเชียมีความต้องการที่จะออกกำลังกายในวันทำงาน แต่ประสบปัญหาว่าสถานที่ทำงานปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยต่อความต้องการนี้

ด้วยความคาดหวังที่ว่าเจเนอเรชั่นมิลเลเนียนจะเป็นแรงงานสำคัญกว่า 50% ของแรงงานโลกในปีค.ศ. 2020 ดังนั้นการสร้างความมั่นใจเรื่องความเป็นอยู่ที่ดีให้เจเนอเรชั่นมิลเลเนียนจะส่งผลดีต่อการสร้างผลผลิตที่ดีในที่ทำงาน จากผลการสำรวจ 66% ของเอเชียนเจเนอเรชั่นมิลเลเนียน (ผู้เกิดระหว่างปี 1980-2000) ใช้เวลาน้อยกว่า 30 นาทีต่อวันในการใช้กำลังกายในที่ทำงาน รวมถึงกิจกรรมการยืน การยืดกล้ามเนื้อและการเดิน นอกจากนี้ 71% กล่าวว่าพวกเขาสามารถที่จะกระฉับกระเฉงเพิ่มมากขึ้นได้ถ้าหากเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมขององค์กร

“ขณะที่เจเนอเรชั่นมิลเลเนียนส่วนใหญ่ต้องการมีวิถีชีวิตสุขภาพดี พวกเขากลับประสบอุปสรรคที่เกิดขึ้นจริงในที่ทำงาน” Frank Lamberti รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการของเฮอร์บาไลฟ์ ภูมิภาคเอเชียเหนือกล่าว “ที่เฮอร์บาไลฟ์นิวทริชั่น เราจัดเตรียมให้พนักงานได้รับประทานโภชนาการจากเฮอร์บาไลฟ์ในที่ทำงาน จ่ายเงินสนับสนุนค่าสมาชิกยิม และจัดโปรแกรมเกี่ยวกับโภชนาการและสุขภาพดีอย่างสม่ำเสมอ และสนับสนุนการมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลางแจ้งและการแข่งขันกีฬา”

ผลสำรวจเปิดเผยว่า

7 ใน 10 ของเจเนอเรชั่นมิลเลเนียนมุ่งมั่นในการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและกระฉับกระเฉง เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นก่อนซึ่งมีเพียง 6 ใน 10
อย่างไรก็ตาม เจเนอเรชั่นมิลเลเนียนส่วนใหญ่พบว่าการดำรงวิถีชีวิตแอคทีฟในที่ทำงานเป็นไปอย่างท้าทาย 9 ใน 10 เจเนอเรชั่นมิลเลเนียนใช้เวลา 6-13 ชั่วโมงที่โต๊ะทำงานต่อวัน และ 66% (เทียบกับ 59% ของเจเนอเรชั่นก่อน) ใช้เวลาน้อยกว่า 30 นาทีกับกิจกรรมการเคลื่อนไหวในที่ทำงานเฉลี่ยต่อวัน ทั้งการยืน การเหยียดกล้ามเนื้อและการเดิน
นอกจากนี้ 56% ระบุว่าการ “ไม่มีเวลา” เป็นอุปสรรคสำคัญในการออกกำลังกายในวันทำงาน
เพื่อเป็นการนำเสนอเคล็ดลับให้แก่เจเนอเรชั่นมิลเลเนียนและพนักงานในการผสมผสานโภชนาการที่ถูกต้องและวิถีการดำเนินชีวิตในที่ทำงาน เฮอร์บาไลฟ์นิวทริชั่นได้จัดงานเวเนสทัวร์ครั้งที่ 6 ในเอเชียแปซิฟิกโดยมี ผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่านจากคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ เดินทางสู่ 21 เมืองในแถบเอเชียเพื่อพูดคุย ทำกิจกรรมเวิร์คชอปและการประชุมสัมมนาด้านการแพทย์ระหว่างวันที่ 7-30 ตุลาคม โดยเวลเนสทัวร์ 5 ครั้งที่ผ่านมาได้ต้อนรับผู้เข้าร่วมงานกว่า 100,000 คน

“ด้วยความพยายามดังกล่าว เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะให้เครื่องมือที่ถูกต้องแก่องค์กรและพนักงาน เพื่อส่งเสริมการสร้างบรรยากาศแห่งสุขภาพดีในที่ทำงาน ทั่วเอเชียแปซิฟิก” Stephen Conchie รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการเฮอร์บาไลฟ์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

ในงานเวลเนสทัวร์ในแต่ละเมืองดังกล่าว จะได้พบกับสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการร่วมแบ่งปันมุมมอง ทัศนคติที่มีต่อหัวข้อด้านสุขภาพ ซึ่งรวมถึงการจัดการเรื่องน้ำหนัก สุขภาพสมองและความชรา ระบบการเผาผลาญของร่างกาย เวชศาสตร์การกีฬา วิทยาศาสตร์การกีฬาและโภชนาการ สมาชิก คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการจะร่วมแบ่งปันประสบการณ์เรื่องทำอย่างไรเจเนอเรชั่นมิลเลเนียนจะสามารถนำรูปแบบวิถีชีวิตที่เหมาะสมและหลักการด้านโภชนาการแบบง่ายๆ ไปประยุกต์ใช้ในที่ทำงานเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว

ภาพถ่าย:

1. ลักษณะเฉพาะของคนยุคมิลเลนเนียนในที่ทำงาน (กราฟิค: บิสิเนส ไวร์)

2. ไลฟ์สไตล์ที่คนยุคมิลเลนเนียนต้องการในที่ทำงาน (กราฟิค: บิสิเนส ไวร์)

3. เคล็ดลับการใช้ชีวิตแอคทีฟแบบมีสุขภาพดีสำหรับคนยุคมิลเลนเนียนในที่ทำงาน (กราฟิค: บิสิเนส ไวร์)

 

herbalife_millennials-at-work_final

herbalife_lifestyle-aspirations_final

herbalife_healthy-active-living_final-copy

สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการที่เข้าร่วมกับเวลเนสทัวร์ในครั้งนี้ได้แก่:

Dr. Gary Small ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความชราของสมอง นักเขียนผลงานด้านวิทยาศาสตร์กว่า 500 เรื่องและได้รับรางวัลมากมาย รวมทั้งเกียรติคุณ “Senior Investigator Award” จากสมาคมจิตเวชศาสตร์ผู้สูงวัยแห่งอเมริกา (American Association for Geriatric Psychiatry)
Dr. Chin-Kun Wang ผู้ชำนาญการด้านกระบวนการทางเคมีในร่างกายและโภชนาการ ผลงานที่สร้างชื่อคือการประเมินทางคลินิก ด้านผลิตภัณฑ์เสริมโภชนาการ โภชนเภสัช อาหารเฉพาะด้านและสมุนไพร Dr. Chin-Kun ได้รับรางวัล National Award of Biomedicine ในไต้หวัน ปีค.ศ. 2008 ในการสนับสนุนการศึกษาทางการแพทย์
Dr. Julian Alvarez Garcia ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและสรีรวิทยาการกีฬา ผู้แนะนำทีมผู้เชี่ยวชาญ ทีมระดับชาติและนักกีฬารายบุคคลถึงหลักการปฏิบัติของนักกีฬาในกีฬายกน้ำหนัก ไตรกีฬา จักรยานภูเขา ฟุตบอลและบาสเกตบอล
Dr. Darren Burgess ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและโภชนาการ ได้เขียนผลงานทางวิชาการมากมายในวารสารทางวิชาชีพ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าของ High Performance ที่ Port Adelaide Football (AFL) Club และอดีตหัวหน้าของ Fitness and Conditioning ที่ Liverpool Football Club
Dr. Rocio Medina รองประธานฝ่ายศึกษาอบรมของเฮอร์บาไลฟ์ และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและภาวะโรคอ้วน ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Medical College of Surgeons and Professionals in Obesity and Clinical Nutrition ณ Nuevo León ประเทศแมกซิโก ในปีค.ศ. 2000 ซึ่งเป็นที่ Dr. Rocio เคยดำรงตำแหน่งประธานระหว่างปี ค.ศ. 2009-2010
การสำรวจ 1Herbalife’s Millennials At Work Survey ได้จัดทำขึ้นในปีค.ศ. 2016 ผู้ตอบแบบสอบถาม 5,500 คนที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จากประเทศออสเตรเลีย ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม

เกี่ยวกับ Herbalife

เฮอร์บาไลฟ์ บริษัทโภชนาการระดับโลก ช่วยส่งเสริมให้ชีวิตผู้คนทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 ผลิตภัณฑ์คุณภาพของเฮอร์บาไลฟ์ ครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์โภชนาการ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการจัดการน้ำหนัก ผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมสร้างพลังงานและเพื่อการกีฬา ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณและเส้นผม จัดจำหน่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนตัวของสมาชิกอิสระของเฮอร์บาไลฟ์และผ่านสมาชิกไปยังผู้บริโภคในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก เฮอร์บาไลฟ์มุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับภาวะการได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน และสภาวะน้ำหนักเกินของผู้คนทั่วโลก ด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากสมาชิกและชมรมของเฮอร์บาไลฟ์ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภคได้ใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและมีวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉง

บริษัทให้การสนับสนุน เฮอร์บาไลฟ์ แฟมิลี่ ฟาวเดชั่น (Herbalife Family Foundation : HFF) และโครงการคาซ่า เฮอร์บาไลฟ์ เพื่อนำพาโภชนาการที่ดีไปสู่เด็กๆ ที่ขาดแคลน อีกทั้งยังให้การสนับสนุนนักกีฬา สโมสรกีฬา รวมถึงการจัดการแข่งขันระดับโลกรวมกว่า 190 ราย อาทิ คริสเตียโน โรนัลโด ทีมฟุตบอลแอลเอ กาแล็กซี่ และนักกีฬาระดับแชมเปี้ยนของกีฬาประเภทต่างๆ

ปัจจุบัน เฮอร์บาไลฟ์มีพนักงานทั่วโลกกว่า 8,000 คนและหุ้นได้มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE: HLF) ด้วยยอดขายสุทธิ 4.5 พันล้านเหรียญในปี 2015 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ได้จาก www.Herbalife.com หรือ www.IAmHerbalife.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51431511&lang=en

ติดต่อ:

Herbalife Asia Pacific

Daliea Mohamad-Liauw, +852-3589-2643

รองประธานกรรมการ ฝ่ายสื่อสารองค์กร เอเชียแปซิฟิก

dalieal@herbalife.com

Interbrand นำเสนอราย งานแบรนด์ระดับโลกที่ดีที่สุดปี 2016: Apple และ Google ครองสองอันดับแ รก ในขณะที่ Tesla และ Dior ติดอันดับด้ว ย

Logo

นิวยอร์ก—(บิสิเนส ไวร์)–5 ตุลาคม 2016

Interbrand ที่ปรึกษาแบรนด์ชั้นนำ ได้จัดให้ Apple, Google และ Coca-Cola เป็นแบรนด์ 3 อันดับแรกที่มีมูลค่าและคุณค่ามากที่สุดในรายงาน Best Global Brands ปี 2016 ด้วยแบรนด์เกี่ยวกับยานยนต์และเทคโนโลยีเป็นผู้ติดอันดับมากที่สุด Tesla และ Dior ติดอันดับใน 100 ด้วย ในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ 17 รายงานได้เผยให้เห็นถึง Anatomy of Growth และแสดงให้เห็นถึงมุมมองของคนในอุตสาหกรรมที่อธิบายว่าแบรนด์ที่ดีสามารถทำให้ธุรกิจที่ดีโตได้อย่างไร

“ชัดเจนว่าแบรนด์ระดับโลกที่ดีที่สุดไม่ใช่เพียงเผชิญและผจญกับความเปลี่ยนแปลง แต่เป็นผู้ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงนั้น” Jez Frampton ซึ่งเป็น CEO ของโลก ของ Interbrand กล่าว “พวกเขาเข้าใจว่า Anatomy of Growth ของเขานั้นซับซ้อน มีเอกลักษณ์ และเป็นเรื่องส่วนตัว พวกเขามองมาข้างในและมองไปด้านนอก ขยายไปที่ตลาดใหม่ๆ และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นเพื่อการเติบโตของแบรนด์และธุรกิจ”

Apple และ Google ได้อันดับสูงสุดสี่ปีติดต่อกัน มูลค่าของแบรนด์ Apple เติบโต 5% อยู่ที่  $178,119 ล้านเหรียญ ในขณะที่มูลค่าของแบรนด์ Google ขึ้น 11% อยู่ที่ $133,252 ล้านเหรียญ Coca-Cola, Microsoft, Toyota, IBM, Samsung, Amazon, Mercedes-Benz และ GE ติด 10 อันดับแรก Dior และTesla ติดอันดับในรายงาน Best Global Brands นี้เป็นครั้งแรกที่ลำดับที่ #89 และ #100 ตามลำดับ

แบรนด์ที่เติบโตขึ้นติด 5 อันดับของโลก คือ Facebook (เติบโต 48%), Amazon (33%), LEGO (25%), Nissan (22%) และ Adobe (21%)

29 อันดับที่ได้ในรายงั้นนั้นเป็นของแบรนด์ด้านยานยนต์และเทคโนโลยี ค้าปลีกเป็นภาคส่วนที่เติบโตอันดับต้นๆ เพิ่มขึ้น 19% ตามด้วยภาคส่วนกีฬาและลักซ์ชัวรี่ ซึ่งทั้งสองได้เติบโตขึ้น 10%

แบรนด์ 100 อันดับได้รวมมูลค่าไว้ที่ $1,796,384 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 4.8% จากปี 2015 สำหรับการจัดอันดับ Top 100 และรายงานพร้อมการวิเคราะห์เจาะลึกในด้านการเติบโต ภาคส่วนธุรกิจและเทรนด์ของอุุตสาหกรรม สามารถรับชมได้ที่ www.bestglobalbrands.com

ระเบียบวิธี

รายงานประจำปีของ Interbrand ครั้งที่ 17 วิเคราะห์ว่าแบรนด์ช่วยทำให้ธุรกิจเตบโตได้อย่างไร จากการมอบความคาดหวังของลูกค้า ไปจนถึงการขับเคลื่อนมูลค่าทางเศรษฐกิจ ระเบียบวิธีนี้เป็นวิธีประเมินค่าแบรนด์เป็นครั้งแรกที่กลายมาเป็นการรับรอง ISO

การจัดอันดับนี้ขึ้นกับส่วนประกอบ 3 ประการที่ทำให้เกิดมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์:

    •    ประสิทธิภาพทางการเงินของผลิตภัณฑ์และบริการของแบรนด์

    •    บทบาทที่แบรนด์มีในการมีอิทธิพลในการเลือกของลูกค้า 

    •    ความแข็งแกร่งของแบรนด์ในการได้ราคาพรีเมียมและรับประกันรายได้ของบริษัท 

เกี่ยวกับ Interbrand

ที่ Interbrand เราเชื่อว่าจะองค์กรจะสามารถเติบโตได้เมื่อมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและให้ประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมกับลูกค้าได้ เราทำทั้งสองสิ่ง โดยผ่านการรวมกันระหว่างกลยุทธ์ ความสร้างสรรค์ และเทคโนโลยี ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโต สำหรับแบรนด์และธุรกิจของลูกค้าของเรา ด้วยเครือข่าย 29 ออฟฟิศใน 22 ประเทศ Interbrand เป็นแบรนด์เอเยนซี่ระดับโลก และผู้พิมพ์รายงานประจำปีที่ทรงอิทธิพลอย่าง Best Global Brands and Breakthrough Brands และ Webby Award-winning brandchannel โดย Interbrand เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเอเยนซี่ กลุ่ม Omnicom (NYSE:OMC)

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161004006720/en/

ติดต่อ:

Interbrand

Paola Norambuena, +1-212-798-7590

Chief Content Officer

paola.norambuena@interbrand.com

Light Reaction เปิดตัวในเวียดนาม

Logo

โฮจิมินห์ซิตี, เวียดนาม–(บิสิเนส ไวร์)–4 ตุลาคม 2016

– ธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระดับโลกรับประกันผลลัพธ์ผ่านโมเดลสื่อที่สร้างสรรค์และในรูปแบบของ Pay-for-Performance

Light Reaction ธุรกิจโฆษณาที่เน้นผลสัมฤทธิ์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Xaxis ประกาศวันนี้ในการเปิดการปฏิบัติงานที่เวียดนาม โมเดลสื่อแบบ pay-for-performance ของ Light Reaction ให้นักโฆษณาได้มีทางในการขับเคลื่อนให้ได้ผลลัพธ์แบบไม่มีความเสี่ยง เช่นเรื่องการขาย การสมัครสมาชิก และการมีส่วนร่วมกันในวิธีอื่นๆ โดยจ่ายเมื่อได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน และในวันนี้ที่เปิดตัวในเวียดนาม Light Reaction ได้มีในตลาด 32 แห่งทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง

Light Reaction ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดที่สามารถทำได้โดยการใช้ประโยชน์สูงสุดสำหรับปัจจัยหลักในการสร้างประสิทธิภาพที่รวมถึงเวลาในการเข้าถึงเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ในสถานที่และเวลาที่เหมาะสม และ placement ID ที่ให้จุดของสถานที่ที่ดีที่สุดบนเว็บเพจหรือแอพสำหรับเป้าหมายของแคมเปญที่เฉพาะเจาะจง

นอกจากเทคโนโลยีที่มากมายในการทำงาน ข้อมูลของ Light Reaction ทั้งหมด รวมถึงการใช้เครื่องมือและวิธีการได้มีการแลกเปลี่ยนอย่างเปิดเผยกับลูกค้า แสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่แม่นยำและการตัดสินใจที่นำไปสู่ผลลัพธ์

“Light Reaction ได้ทำให้นักโฆษณาของโลกได้รับผลลัพธ์ที่มีความหมาย โดยไม่มีความเสี่ยง รวมถึงความสามารถในการสเกลผลลัพธ์ในช่องทางต่างๆ ได้” Auke Boersma ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของเอเชียแปซิฟิคของ Light Reaction กล่าว “โฟกัสอยู่ที่การระบุถึงผู้เข้าชมที่สามารถให้ผลลัพธ์แง่บวกได้ในเวลาที่ถูกต้องเหมาะสมไม่ว่ากลุ่มผู้ชมจะรับสื่อจากช่องทางไหน ซึ่งจะเป็นการทำให้แบรนด์ได้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการได้รับการตอบรับจากลูกค้าในขณะที่สามารถเชื่อมโยงได้โดยตรงระหว่างโฆษณาและผลลัพธ์”

นอกจากการใช้ข้อมูลของผู้ชมที่เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สื่อที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงเทคโนโลยีโปรแกรมแบบเรียลไทม์ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Light Reaction เข้าได้กับช่องทางต่างๆ ผู้โฆษณาสามารถรันแคมเปญผ่านช่องทางหลากหลายเพื่อวัดผลลัพธ์ที่ไหนก็ได้ที่ต้องการ

“แทรฟฟิคเป็นสิ่งสำคัญ แต่ปัจจัยอย่างการขาย มาร์จิ้น และการดำเนินธุรกิจที่เกิดการซื้อต่อเนื่องเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดความสำเร็จทางธุรกิจ” Michel de Rijk ซึ่งเป็น CEO ของ Xaxis เอเชียแปซิฟิคกล่าว “ความงามของ Light Reaction คือพวกเราและโฆษณาของเรามีความชาญฉลาดขึ้น ผลลัพธ์ของผู้ชมได้รับการวัดว่าการส่งผ่านคุณค่าไปยังผู้ชมนั้นสำเร็จเพียงใดและสามารถส่งกลับมาที่ระบบเป็นดั่ง learning event ข้อมูลที่ส่งผ่านมานี้ทำให้เราสามารถพัฒนาความแม่นยำในการจับคู่ระหว่างผู้ชมและผลลัพธ์ที่ปราราถนาและมีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องเป็นมาตรฐาน”

เกี่ยวกับ Light Reaction

Light Reaction รับประกันผลลัพธ์ที่แท้จริงสำหรับแบรนด์โดยการรวมสื่อที่เป็นกรรมสิทธิ์ ข้อมูล และเทคโนโลยี วิธีการของบริษัทในการทำการตลาดเพื่อประสิทธิภาพได้เข้าถึงผู้บริโภคในช่องทางอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์ที่แท้จริงสำหรับแบรนด์ Light Reaction มีอยู่ใน 32 ตลาดทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lightreaction.com

เกี่ยวกับ Xaxis

Through the expert use of proprietary data and advertising technology along with unparalleled media relationships, Xaxis delivers results for over 3,000 clients in 46 markets across North America, Europe, Asia Pacific, Latin America and the Middle East. Advertisers working with Xaxis achieve exceptionally high return on advertising spend through the company’s proprietary media products, as well as through its specialist companies, Light Reaction and plista. For more information, visit www.xaxis.com.

Xaxis เป็นผู้ให้บริการด้านการซื้อสื่อแบบเลือกผู้ชมรายใหญ่ที่สุดของโลก ที่สามารถเชื่อมต่อนักโฆษณากับผู้ชมในทุกช่องทางที่เข้าถึง Xaxis ให้ผลลัพธ์กับลูกค้ากว่า 3,000 รายใน 46 ตลาดทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชียแปซิฟิค ลาตินอเมริกาและตะวันออกกลาง นักโฆษณาทำงานกับ Xaxis เพื่อได้สิ่งตอบแทนอย่างสูงในการใช้จ่ายเพื่อการโฆษณาผ่านผลิตภัณฑ์สื่อของบริษัท รวมถึงผ่านบริษัทที่เป็นผู้เชี่ยวชาญอย่าง Light Reaction และ plista สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมเวบไซต์ www.xaxis.com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161003006649/en/

ติดต่อ:

Harmonica / Xaxis

Peter Epstein หรือ Rabeeah Patail

+1-323-251-3567 หรือ +1-310-935-3886

peter@harmonica.co หรือ rabeeah@harmonica.co

การพัฒนา นวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชา ติ: ใกล้เข้ามาแล้วกับเทศกาล China Yiwu International Forest Products Fair

Logo

อี้อู, จีน–(บิสิเนส ไวร์)–2 ตุลาคม 2016

อีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้นงานเทศกาล China Yiwu International Forest Products Fair ก็จะเวียนมาถึง ในวันที่ 1-4 พฤศจิกายน 2016 ที่ Yiwu International Exhibition Center และการคัดเลือกผู้เข้าร่วมแสดงสินค้า การลงทุน และกิจกรรมที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลืออื่นๆ ได้ดำเนินมาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51431383&lang=en

พิธีเปิดเทศกาล China Yiwu International Forest Products Fair ครั้งที่ 8 จัดขึ้นในปี 2015 (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

picผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าที่มีคุณภาพนับพันราย และผู้ซื้อที่เข้างานกว่า 100,000 คนจากทั่วโลก จะมารวมตัวกันที่งานเทศกาลนี้ ซึ่งเป็นเทศกาลที่แสดงเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยที่สุดของประเทศจีน นวัตกรรมเกี่ยวกับป่าและพันธุ์พืชที่เป็นที่นิยม และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับระบบนิเวศ ผู้เข้างานสามารถได้รับประสบการณ์ที่ทั้งอนุรักษ์ธรรมชาติและสนุกไปพร้อมๆ กันที่เทศกาลแห่งนี้

งานเทศกาล Forest Products Fair ครั้งที่ 9 จะขยายพื้นที่แสดงสินค้าไปที่ 80,000 ตารางเมตร โดยมีบู้ทถึง 3,600 บู้ท โดยมีการจัด 8 หมวดหมู่ด้วยกันคือ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง, งานไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้, งานช่างหัตถกรรมที่ทำด้วยไม้และไม้ไผ่, สินค้าประจำวันที่ทำด้วยไม้และไม้ไผ่, อาหารป่า, ผลิตภัณฑ์ชา, ดอกไม้และการทำสวน, เทคโนโลยีเกี่ยวกับป่าและพันธุ์พืช และอุปกรณ์เกี่ยวกับป่าและพันธุ์พืช

ด้วยจุดมุ่งหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ งานเทศกาลนี้จะเน้นไปที่การโปรโมทการซื้อขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับป่าและพันธุ์พืช ในขณะที่นำร่องสนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้าในชนกลุ่มน้อยและที่เกี่ยวกับภูมิภาคต่างๆ “Taiwan Agroforestry Products Collections,” “Rosewood Furniture Boutiques,” “Forestry Products of ‘She People’, ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยของมณฑลเจ้อเจียง, “Classical Bamboo Products,” “Agroforestry E-Commerce,” “Creative Forestry Products” เป็นเพียงธีมการจัดงานบางส่วนที่ผู้คนชื่นชอบ นอกจากธีมเหล่านี้ ยังมีโซน “One Belt and One Road” ที่สะท้อนให้เห็นถึงการริเริ่มด้านเศรษฐกิจล่าสุดของจีน และให้ผู้เข้าชมงานได้ประสบการณ์ของเส้นทางสายไหมทางทะเลยในศตวรรษที่ 21

ไม่ว่าคุณมองหาผลิตภัณฑ์ที่หรูหราหรือผลิตภัณฑ์และพันธุ์พืชดั้งเดิมจากป่า คุณสามารถพบได้ที่งาน Forest Products Fair ครั้งที่ 9 นี้

เกี่ยวกับเทศกาล China Yiwu International Forest Products Fair

เทศกาล China Yiwu International Forest Products Fair ซึ่งจัดโดย State Forestry Administration และรัฐบาลมณฑลเจ้อเจียง ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ปี 2008 เป็นนิทรรศการที่เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการพูดคุยธุรกิจ โอกาสทางธุรกิจ การจูงใจระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียง และมีระบบการบริการที่ไร้ที่ติ Forest Fair เป็นเทศกาลที่เกี่ยวกับป่าและพันธุ์พืชแห่งเดียวของจีนและอันดับสองของโลก ซึ่งได้รับการรับรองโดย Global Association of the Exhibition Industry (UFI)

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51431383&lang=en

ติดต่อ:

China Yiwu International Forest Products Fair

Hui Wang, +86-579-85415888

service@yiwufair.com

โตชิบาเปิดตัว โฟโต้รีเลย์แพ็กเกจขนาดเล็ก VSON4 โ ดยสามารถทนความร้อนได้สูงสุด 110 อ งศาเซลเซียส

Logo

สามารถเพิ่มอุณหภูมิในการปฏิบัติการเพื่อให้ได้มาตรฐานสำหรับการใช้งานในอุปกรณ์ที่ต้องทนความร้อนสูง ซึ่งรวมถึงที่ตรวจสอบเซมิคอนดักเตอร์

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–30 กันยายน 2016

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Tokyo:6502) วันนี้ประกาศเปิดตัวโฟโต้รีเลย์ในแพ็กเกจขนาดเล็ก “VSON4 Series” ที่ใช้ในการปฏิบัติการในอุณหภูมิระหว่าง 85 ถึง 110 องศาเซลเซียส การจัดส่งโฟโต้รีเลย์เริ่มตั้งแต่วันนี้ โดยเป็นโฟโต้รีเลย์ที่ใช้ในที่ตรวจสอบเซมิคอนดักเตอร์ probe card และใช้แทนเมคานิคอลรีเลย์

รับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20160930005192/en/

โตชิบา: โฟโต้รีเลย์ "VSON4 Series" (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

pic

การใช้โฟโต้รีเลย์สำหรับอุณหภูมิสูงมีการใช้แพร่หลายมากขึ้น รวมถึงที่ตรวจสอบเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค อุณหภูมิของผลิตภัณฑ์ในแพ็กเกจขนาดเล็ก 2.45mm(ยาว)×1.45mm(กว้าง)×1.3mm(สูง) “VSON4 Series” ได้เพิ่มจาก 85 องศาเซลเซียส เป็o 110 องศาเซลเซียส โดยสามารถใช้ในช่วงอุณหภูมิ -40 ถึง 110 องศาเซลเซียส ผู้ออกแบบสามารถทำการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้มาขึ้นจากการเพิ่มอุณหภูมินี้

ไลน์สินค้าและข้อมูลจำเพาะหลัก

Product Name

VOFF

ION

RON

RON

COFF

IOFF

tON

tOFF

(Min)

(Max)

(typ.)

(Max)

(typ.)

(Max)

(Max)

(Max)

TLP3403

20V

1000mA

0.18Ω

0.22Ω

40pF

1nA

2.0ms

1.0ms

TLP3431

20V

450mA

0.8Ω

1.2Ω

5pF

1nA

0.5ms

0.5ms

TLP3450

20V

200mA

0.8pF

1nA

0.2ms

0.2ms

TLP3440

40V

120mA

12Ω

14Ω

0.45pF

1nA

0.2ms

0.3ms

TLP3441

40V

140mA

10Ω

0.7pF

1nA

0.2ms

0.2ms

TLP3442

40V

100mA

15Ω

20Ω

0.3pF

1nA

0.2ms

0.2ms

TLP3475

50V

300mA

1.5Ω

12pF

1nA

0.5ms

0.4ms

TLP3412

60V

400mA

1.5Ω

20pF

1nA

0.5ms

0.5ms

TLP3451

60V

120mA

10Ω

15Ω

0.7pF

1nA

0.2ms

0.2ms

TLP3417

80V

120mA

12Ω

5pF

1nA

0.5ms

0.2ms

TLP3419

80V

200mA

6.5pF

1nA

0.4ms

0.4ms

TLP3420

100V

100mA

14Ω

6pF

1nA

0.3ms

0.3ms

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และโตชิบาโฟโต้รีเลย์ได้ที่

http://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/opto/photocoupler/photorelay.html

ลูกค้าสามารถติดต่อได้ที่:

Optoelectronic Device Sales & Marketing Department

โทร: +81-3-3457-3431

http://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

เกี่ยวกับโตชิบา

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016) 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/in

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20160926005575/en/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Toshiba Corporation

Storage & Electronic Devices Solutions Company

Digital Marketing Department

Koji Takahata, +81-3-3457-4963

semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

โตชิบา ประกาศระบบทรานสมิทเตอร์ไร้สาย 15 W ได้รับการรับรอง Qi

Logo

  • ระบบทรานสมิทเตอร์ MP-A2 แรกในอุตสาหกรรม

โตชิบา–(บิสิเนส ไวร์)–28 กันยายน 2016

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น วันนี้ประกาศว่าระบบทรานสมิทเตอร์ไร้สายที่ใช้ทรานสมิทเตอร์ IC ไร้สาย “TC7718FTG” 15W ได้รับการรับรอง Qi[1] v1.2 EPP (Extended Power Profile) โดย Wireless Power Consortium (WPC) ระบบใช้ MP-A2[2] ซึ่งช่วยทำให้ระบบมีการจัดวางที่ง่าย และเป็นระบบทรานสมิทเตอร์ MP-A2 แรกในอุตสาหกรรม[3] ที่ได้รับการรับรอง Qi

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20160928005506/en/

โตชิบา: “TC7718FTG" IC ทรานสมิทเตอร์ไร้สายแบบ 15W (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

logo

“TC7718FTG”  ซึ่งนำมาใช้เชื่อมต่อกับไมโครคอนโทรลเลอร์ ได้มีระบบทรานสมิทเตอร์พลังงานแบบไร้สายได้ตามมาตรฐานของ Qi ขั้นตอนของ CD-0.13 ที่ล้ำสมัยของโตชิบามีแพ็กเกจที่เล็กและให้ประสิทธิภาพสูง ทำให้การบูรณาการของระบบเป็นไปได้ง่าย ทรานสมิทเตอร์ไร้สาย 15W ที่ทำให้ขึ้นฟอร์มด้วย IC แบบใหม่จะทำให้มีการรีชาร์จอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว ในเวลาที่เท่าหรือสั้นกว่าที่ชาร์จแบบมีสาย IC นี้เหมาะที่จะใช้ในการใช้งานมากมาย รวมถึงอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต และอุปกรณ์ทางอุตสาหกรรม

ระบบทรานสมิทเตอร์พลังงานแบบไร้สายใช้ “TC7718FTG” สามารถใช้ได้กับระบบรับ 5W ที่ใช้ IC “TC7764WBG” ของโตชิบา และระบบรับ 10W ที่ใช้ IC “TC7765WBG” ซึ่งกำลังได้รับการผลิตจำนวนมากอยู่ IC แบบ 15W “TC7766WBG” ได้รับการรับรอง Qi v1.2 EPP แล้ว ซึ่งระบบพลังงานแบบไร้สายนี้สามารถรับได้ถึง 15W

โตชิบาเป็นบริษัทแรกในอุตสาหกรรม[3] ที่ได้ให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง Qi v1.2 EPP สำหรับทั้งทรานสมิทเตอร์ไร้สาย 15W และตัวรับ

ฟีเจอร์หลัก

WPC Qi v1.2 (รวมกับไมโครคอนโทรลเลอร์)

Full-bridge เกท ไดรฟเวอร์ (ใช้ได้กับ half-bridge เช่นกัน): 1ch

LPF[4] แบบบิลด์อินสำหรับการกู้สัญญาณ ASK

LDO แบบบิลด์อิน (3.3V เอาท์พุต)

การใช้งาน

สำหรับการชาร์จอุปกรณ์เคลื่อนที่ (สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต) และอุปกรณ์ในอุตสาหกรรม

ข้อมูลจำเพาะหลัก

หมายเลขชิ้นส่วน TC7718FTG
ทรานสมิทเตอร์/รีซีฟเวอร์ ทรานสมิทเตอร์
ทรานสมิทเตอร์ Electromagnetic induction
ช่วงแรงดันในการใช้งาน   4.5V to 25V
คลื่นความถี่ในการใช้งาน 110kHz to 205kHz
แพ็กเกจ   P-VQFN36-0505-0.40

[1] Qi: มาตรฐานระดับนานาชาติสำหรับการชาร์จแบบไร้สาย ได้รับการนิยามโดย WPC

[2] MP-A2: ระบบทรานสมิทเตอร์พลังงานไร้สาย ได้รับการนิยามโดย WPC ว่าใช้ขดเดี่ยวแบบ 12V

[3] ณ วันที่ 28 กันยายน 2016 จากการเซอร์เวย์โดยโตชิบา

[4] LPF (Low Pass Filter): เป็นฟิลเตอร์ที่ผ่านสัญญาณด้วยความถี่ต่ำกว่าความถี่คัทออฟและทำให้สัญญาณอ่อนลงด้วยความถี่สูงกว่าความถี่คัทออฟ

เว็บไซต์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง Qi ของ WPC:

https://www.wirelesspowerconsortium.com/products/details/1790/tc7718ftg

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่:

http://toshiba.semicon-storage.com/info/lookup.jsp?pid=TC7718FTG&region=apc&lang=en

ลูกค้าติดต่อได้ที่:

Mixed Signal IC Sales and Marketing Department

โทร: +81-44-548-2821

http://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

เกี่ยวกับโตชิบา

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016) 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/in

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160928005506/en/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Toshiba Corporation

Storage & Electronic Devices Solutions Company

Chiaki Nagasawa, +81-3-3457-4963

semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

Herbalife Nutrition และ Special Olympics ประกาศความร่วมมือด้าน ฟิตเนส 1 ล้านเหรียญ

Logo

ลอสแองเจลิส–(บิสิเนส ไวร์)–27 กันยายน 2016

Herbalife (NYSE: HLF) บริษัทโภชนาการระดับโลก วันนี้ประกาศความร่วมมือ 1 ล้านเหรียญกับ Special Olympics เพื่อสนับสนุนโปรแกรมฟิตเนสทั่วดลก โดยมุ่งไปที่การเพิ่มกิจกรรมทางด้านร่างกายและพัฒนาโภชนาการและภาวะน้ำในร่างกาย

ด้วยการขยายโกลบอลทีมของ Herbalife Nutrition ด้วยนักวิทยาศาสตร์กว่า 300 คนและผู้สำเร็จปริญญาเอก 36 คนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านโภชนาการและการออกกำลังกาย ทางบริษัทได้ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและเนื้อหาการศึกษา รวมถึงวิดีโอและเครื่องมือต่างๆ ให้กับโค้ช นักกีฬา ผู้ดูแล และสมาคม Special Olympics ที่ขยายใหญ่ขึ้น

“Special Olympics เป็นมากกว่าการแข่งขันของนักกีฬา” Kyle Washburn ผู้อำนวยการด้านฟิตเนสของ Special Olympics “นักกีฬาของพวกเรามีชุมชน สังคมที่ช่วยสนับสนุนพวกเขาผ่านการกีฬา สุขภาพ ฟิตเนส”

Dana Ryan, Ph.D. ผู้จัดการอาวุโสของฝ่ายการกีฬาและการศึกษาของ Herbalife ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผู้สนับสนุน จะร่วมกับ Special Olympics Global Fitness Task Force ในการนำมุมมองและความเชี่ยวชาญมาสนับสนุนนักกีฬาของ Special Olympics รวมถึงโค้ช ครอบครัว และผู้สนับสนุน ผลิตภัณฑ์โปรตีนหลากหลายของ Herbalife Nutrition จะมีการนำเสนอโลโก้ของ Special Olympics ในตลาดโกลบอลที่ได้รับเลือกเพื่อเป็นการเพิ่มการรับรู้ในด้านความสำคัญของโภชนาการและการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟ Global Fitness Task Force เป็นคณะกรรมการนานาชาติซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านฟิตเนสและนักกีฬา ซึ่งร่วมมือกันเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและสุขภาพของนักกีฬาผ่านฟิตเนสต่างๆ

“พันธกิจของเราคือการนำเอาโภชนาการสู่ผู้คนทั่วโลก และให้การสนับสนุนผู้ที่ต้องการการมีสุขภาพที่ดี ไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟ” Michael O. Johnson ประธานและ CEO ของ Herbalife กล่าว “ชุมชนโกลบอล Herbalife ของเราได้รับแรงบันดาลใจจาก Special Olympics และนักกีฬาที่สุดยอดของเขา และพวกเราก็ภาคภูมิใจที่จะได้ให้โภชนาการและทรัพยากรด้านฟิตเนสแก่พวกเขา”

ในงาน Special Olympics 2015 Summer World Games ที่จัดในลอสแองเจลิส ทางสมาชิกและพนักงานของ Herbalife Nutrition ได้ให้การสนับสนุนประมาณ 10% ของนักกีฬา Special Olympic ในการแข่งขันใน World Games นอกจากนั้น Herbalife Nutrition ได้มอบบาร์ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการ 280,000 ชิ้นและให้ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนและรับรองนักกีฬา โค้ช และอาสาสมัครหลายพันคน

สามารถศึกษาเรื่องราวของ Special Olympics, World Games และโอกาสในการเป็นอาสาสมัครได้ที่ www.specialolympics.org/Sponsors/Herbalife.aspx

เกี่ยวกับ Herbalife

Herbalife เป็นบริษัทโภชนาการระดับโลกที่ได้เปลี่ยนชีวิตผู้คนด้วยผลิตภัณฑ์มาแล้วมากมายนับตั้งแต่ปี 1980 โภชนาการ การบริหารจัดการน้ำหนัก พลังงาน และฟิตเนส และผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลส่วนตัวของเรา สามารถหาซื้อได้แบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านสมาชิกอิสระที่ทุ่มเทของ Herbalife ในกว่า 90 ประเทศ พวกเรามุ่งมั่นในการต่อสู้กับปัญหาทั่วโลกในด้านโภชนาการที่ไม่ถูกสุขลักษณะและความอ้วน โดยได้สรรค์สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง การโค้ชชิ่งแบบตัวต่อตัวโดยสมาชิก Herbalife และชุมชนที่ต่างให้กำลังใจลูกค้าในการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและแอคทีฟ

เราสนับสนุน Herbalife Family Foundation (HFF) และโปรแกรม Casa Herbalife ของเขาในการช่วยให้โภชนาการที่ดีแก่เด็กที่มีความต้องการ เราให้การสนับสนุนนักกีฬาระดับโลกกว่า 190 คน รวมถึงทีมและอีเว้นท์ต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Cristiano Ronaldo, the LA Galaxy และผู้ชนะในกีฬาอื่นๆ อีกมากมาย

บริษัทมีพนักงานกว่า 8,000 คนทั่วโลก และหุ้นได้มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE: HLF) ด้วยยอดขายสุทธิ 4.5 พันล้านเหรียญในปี 2015 เว็บไซต์ของ Herbalife มีข้อมูลสำคัญด้านการเงินและข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท รับชมได้ที่ ir.Herbalife.com บริษัทสนับสนุนให้นักลงทุนเยี่ยมชมเว็บไซต์เป็นระยะๆ เนื่องจากข้อมูลได้รับการอัพเดทด้วยข้อมูลใหม่ๆ อยู่เสมอ ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Herbalife.com หรือ IAmHerbalife.com

เกี่ยวกับ Special Olympics

Special Olympics เป็นการขับเคลื่อนแบบโกลบอลที่ช่วยปลดปล่อยจิตวิญญาณของผู้คนผ่านการเปลี่ยนแปลงในด้านพลังและความสนุกสนานของกีฬาในทุกวันรอบโลก เรากระตุ้นและให้กำลังใจผู้คนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาในการเป็นที่ยอมรับและเป็นสมาชิกของสังคมที่มีคุณค่า ซึ่งจะนำพาไปสู่สังคมทีี่มีความเคารพซึ่งกันและกัน การใช้กีฬาเป็นตัวกระตุ้นและจัดโปรแกรมด้านกีฬาและการศึกษานั้น Special Olympics ได้ต่อสู้กับความไม่ยุติธรรม ไม่อดทนผ่อนปรนที่ปรากฏในสังคม ก่อตั้งในปี 1968 โดย Eunice Kennedy Shriver การขับเคลื่อนของ Special Olympics ได้เติบโตขึ้นโดยมีนักกีฬา 4.5 ล้านคนจาก 170 ประเทศ ด้วยการสนับสนุนจากโค้ชและอาสาสมัครกว่า 1.4 ล้านคน Special Olympics ได้มอบกีฬาในรูปแบบของโอลิมปิค 32 แบบและให้เกมส์การแข่งขันกว่า 108,000 เกมส์ตลอดปี สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ specialolympics.org ติดต่อทางโซเชียลมีเดียได้ที่: Twitter@specialolympics, fb.com/specialolympics, youtube.com/specialolympicshq, instagram.com/specialolympics and specialolympicsblog.wordpress.com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160926005313/en/

ติดต่อ:

Herbalife

Jennifer Butler, 213-745-0420

jenb@herbalife.com