NTT Communications ไ ด้รับตำแหน่งเป็นผู้นำใน Gartner Magic Quadra nt ปี 2016 สำหรับ Cloud-Enabled Managed Hosting เอเชีย/แป ซิฟิค

Logo

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–26 ตุลาคม 2016

NTT Communications Corporation (NTT Com) ผู้ให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นส์และการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือของ NTT (NYSE: NTT) ประกาศวันนี้ว่าบริษัทได้รับตำแหน่งเป็นผู้นำของกลุ่มของรายงาน “Magic Quadrant for Cloud-Enabled Managed Hosting, Asia/Pacific”*1 ตีพิมพ์โดย Gartner Inc. ในเดือนตุลาคม 2016 เป็นปีที่สอง โดยวัดจากความสามารถในการปฏิบัติการและวิสัยทัศน์ที่ได้บรรลุสำเร็จเรียบร้อย

Gartner ได้ให้ความหมายกับ cloud-enabled managed hosting (CEMH) เป็นดั่งโฮสติ้งมาตรฐานให้บริการกับผู้ใช้โดยเฉพาะ โดยให้บริการที่สามารถรวมเอาแพลตฟอร์มระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบ cloud-enabled ประกอบไปด้วยการคำนวณ การสร้างเครือข่าย และฮาร์ดแวร์การบรรจุ โดยมีซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มในการบริหารจัดการคลาวด์ เพื่อให้บริการอำนวยความสะดวกในการให้บริการตนเอง และจัดหาให้อย่างรวดเร็วด้วยบริการที่ได้รับการบริหารจัดการแล้ว Gartner กล่าวว่า “ผู้ให้บริการต้องการกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง เพื่อที่จะเป็นผู้นำในเอเชีย/แปซิฟิค พวกเขาต้องลงทุนในผลิตภัณฑ์ของตนเอง การครอบคลุมในภูมิศาสตร์และความสามารถในการให้บริการให้มากขึ้น ซึ่งพวกเขาสามารถมาเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคที่แข็งแรงขึ้น เพื่อให้มีตำแหน่งในตลาด พวกเขาต้องมีความสามารถและความปรารถนาในการลงทุนสำหรับอนาคต” 

“พวกเราภูมิใจมากที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้นำในตลาด Cloud-Enabled Managed Hosting โดยขึ้นกับความสามารถของเราในการปฏิบัติงานและวิสัยทัศน์ที่ได้บรรลุสำเร็จเรียบร้อย” Masaaki Moribayashi ซึ่งเป็นรองประธานอาวุโสของ Cloud Services ที่ NTT Com “NTT Com จะยังคงให้บริการในด้านโซลูชั่นส์คลาวด์ที่มีนวัตกรรม เพื่อช่วยองค์กรในการได้รับความต้องการที่ซับซ้อนในด้านการเปลี่ยนแปลงดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิคและทั่วโลก” 

NTT Com จะยังคงมุ่งพัฒนา ICT Solution ให้ดีขึ้นแบบไร้รอยต่อ ซึ่งจะทำให้สามารถในการบริหารจัดการองค์กร ICT ที่ซับซ้อน การเริ่มต้นเหล่านี้รวมถึงการติดต่อสื่อสารที่มีความยืดหยุ่นและออนดีมานด์ เพื่อใช้คลาวด์แบบมัลติเพิล (SD-Exchange) และการการเพิ่ม Cloud Management Platform (SD-WAN) ในอนาคต

สามารถรับชมรายงาน “Magic Quadrant for Cloud-Enabled Managed Hosting, Asia/Pacific” ได้ที่ https://www.gartner.com/technology/media-products/reprints/ntt_com/294926.html

ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบของ Gartner

Gartner ไม่ได้รับรองผู้จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่กล่าวในการวิจัยที่ตีพิมพ์ และไม่ได้แนะนำผู้ใช้เทคโนโลยีในการเลือกเพียงผู้จำหน่ายที่ได้รับการจัดอันดับสูงหรือที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น การวิจัยที่ตีพิมพ์ของ Gartner ประกอบด้วยความเห็นขององค์กรการวิจัยของ Gartner และไม่ควรที่จะตีความว่าเป็นข้อเท็จจริง Gartner ปฏิเสธความรับผิดชอบในการรับประกันทั้งหลายที่ได้กล่าวหรือหมายความถึงในรายงานการวิจัยนี้ รวมถึงการรับประกันต่างๆ ในด้านการรับประกันโดยนัยทั้งในด้านสภาพการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และความเหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะ

*1 Gartner, “Magic Quadrant for Cloud-Enabled Managed Hosting, Asia/Pacific” จัดทำโดย To Chee Eng, Kenshi Tazaki, Vincent Fu, Arup Roy 11 ตุลาคม 2016

เกี่ยวกับ NTT Communications Corporation
         NTT Communications ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่ายชั้นนำ Global Tier-1 IP อย่าง Arcstar Universal One(TM) VPN ซึ่งครอบคลุมถึง 196 ประเทศ/ดินแดน และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัย 140 แห่งทั่วโลก โซลูชั่นของ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ใช้ทรัพยากรของกลุ่มบริษัท เอ็นทีที ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA 
 www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161025006888/en/

ติดต่อ:

NTT Communications Corporation

Ms. Yuko Miyamoto, Ms. Hana Tsuchiya, +81 3 6700 4010

Public Relations

CapREG: สามปีในกา รโปรโมทพลังงานทดแทนในเอเชียตะว ันออกเฉียงใต้และละตินอเมริกาผ่ านการสร้างกำลังการผลิต

Logo

เบอร์ลิน–(บิสิเนส ไวร์)–21 ตุลาคม 2016

สัปดาห์ที่แล้วในเวียดนาม Renewables Academy AG (RENAC) ได้จัดสัมมนา “Bankability of Renewable Energy Projects” ซึ่งเป็นสัมมนาครั้งสุดท้ายของซีรี่ส์การสัมมนาแบบเฟสทูเฟสที่ประสบความสำเร็จ โดยจัดตั้งขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการสร้างกำลังการผลิต CapREG – Capacity Development on Renewable Energy and Grid Integration โดย RENAC ได้รับการสนับสนุนโดย  German Federal Ministry for the Environment, Nature Conservation, Building and Nuclear Safety (BMUB) ในขอบข่ายการทำงานของ German International Climate Initiative (IKI) เพื่อนำใช้โปรแกรมให้ทุนการศึกษา 3 ปีนี้กับประเทศที่เป็นพันธมิตร คืออินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม เม็กซิโก เปรู และเอกวาดอร์

นับตั้งแต่การเริ่มโครงการ CapREG ในปี 2014 ทาง RENAC ได้ให้ทุนกว่า 1,200 ทุนแก่ผู้เชี่ยวชาญที่มาจากองค์กรด้านพลังงานทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศพันธมิตร 7 ประเทศ เพื่อให้ได้รับการฝึกฝนในหัวข้อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทนและการบูรณาการกริด เป้าหมายของ CapREG คือการสนับสนุนการสร้างกรอบความคิด ไอเดีย และความเชื่อที่เหมาะสมสำหรับการใช้พลังงานทดแทน และช่วยเพิ่มการใช้งานได้ “CapREG เป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ specifications ของพลังงานทดแทนและการบูรณาการกริด ไม่ใช่เพียงในเยอรมัน แต่ในประเทศต่างๆ ผ่านความหลากหลายของผู้ที่มาเข้าร่วมโปรแกรม” Mr. René Narváez ผู้อำนวยการ Clean Energy Regulation ที่ Energy Regulatory Commission จากเม็กซิโก กล่าว “RENAC ได้จัดสัมมนาแบบเจาะลึกและให้ความรู้แบบล้ำสมัย”

CapREG ให้ทุนการศึกษาแก่ผู้เชี่ยวชาญในการให้เข้าร่วมสัมมนาในประเทศที่เป็นพันธมิตร รวมถึงที่สำนักงานใหญ่ของ RENAC ที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน รวมทั้งมีส่วนร่วมในการเทรนนิ่งแบบออนไลน์ หัวข้อในการฝึกอบรมได้รับการระบุระหว่าง Capacity Needs Assessment จัดโดย RENAC ในการเริ่มต้นของ CapREG ซึ่งรวมถึงคอนเซ็ปต์โดยทั่วไปของเทคโนโลยีพลังงานทดแทน การบูรณาการกริดในการใช้กับพลังงานทดแทนปริมาณมาก เรื่องการเงินรวมถึงการพัฒนาของโปรเจ็กต์ ซึ่งหัวข้อเหล่านี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เมื่อดูจากการที่มีคนสมัครเข้ามามากกว่า 1,000 คนสำหรับสัมมนา 28 ครั้งที่จัดขึ้น.

RENAC ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่เบอร์ลิน เป็นผู้นำของโลกในการให้การฝึกอบรมและการสร้างกำลังการผลิตในเรื่องของพลังงานทดแทนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ นับตั้งแต่ปี 2008 RENAC ได้ทำงานร่วมกับผู้เข้าร่วมกว่า 6,800 คนจาก 145 ประเทศทั่วโลก 

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ CapREG

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161021005403/en/

ติดต่อT:

RENAC

Cecilia Strandberg, Project Manager CapREG

หรือ

Albrecht Tiedemann, Project Director CapREG

strandberg@renac.de

+49 (0) 30-52 689 58 70

นิทรรศการเคลื่อนที ่ของ Renewables Academy AG (RENAC) อธิบายถึง การบูรณาการกริดของพลังงานทดแทน

Logo

กรุงเทพ—(บิสิเนส ไวร์)–20 ตุลาคม 2016

นิทรรศการเคลื่อนที่ของ Renewables Academy AG (RENAC) ในชื่อว่า “การบูรณาการกริดของพลังงานหมุนเวียน” ได้ถูกจัดขึ้นที่การประชุม “2nd Thai-German Community-based Renewable Energy Conference 2016” ในกรุงเทพ (ประเทศไทย) ซึ่งได้จัดร่วมกับ Deutsche Gesellschaft für internationale Zusammenarbeit (GIZ) และกระทรวงพลังงาน (MoEN) นิทรรศการนี้ได้อธิบายถึงประเด็นที่ซับซ้อนมากของการบูรณาการกริดของพลังงานลมและแสงแดดเป็นกริดพลังงานไฟฟ้าด้วยวิธีการที่ง่ายไม่ซับซ้อน นิทรรศการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมประชุม 150 คน หลังจากอีเว้นท์นี้ นิทรรศการเคลื่อนที่จะมีการแสดงอีกหลายสัปดาห์ในสถานที่จัดงานของ MoEN

RENAC ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญนานาชาติในการสร้างพลังงานทดแทนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ได้เป็นผู้พัฒนานิทรรศการแห่งนี้ ในประเทศไทยรวมถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลก การบูรณาการการใช้พลังงานทดแทนกับกริดไฟฟ้าเป็นประเด็นร้อนที่สำคัญในอุตสาหกรรมนี้  ด้วยการที่เรามีกริดการใช้พลังงานลมและไฟฟ้ามากขึ้น การทำความเข้าใจในคุณสมบัติเฉพาะต่างๆ ของระบบพลังงานนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติการที่ต่อเนื่องและปลอดภัยของกริดไฟฟ้า CEO ของ RENAC คุณ Berthold Breid กล่าวว่า “นิทรรศการนี้ได้รวมส่วนที่เป็นกราฟิคกับตัวอักษรที่มีศิลปะไว้ด้วยกันโดยนำเสนอบนแบนเนอร์ 15 ชิ้น ซึ่งช่วยในการอธิบายประเด็นที่ซับซ้อนให้กับผู้ชมในวงกว้างได้เข้าใจโดยที่ไม่ต้องมีพื้นฐานทางเทคโนโลยี”

นิทรรศการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมในการสร้างความสามารถใน 3 ปี “CapREG – Capacity Development on Renewable Energy and Grid Integration” ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินโดย German Federal Ministry for the Environment, Nature Conservation, Building and Nuclear Safety (BMUB) ใน German International Climate Initiative (IKI) ซึ่ง CapREG มีจุดมุ่งหมายในการส่งผ่านองค์ความรู้และวิธีการในด้านพลังงานทดแทนและการบูรณาการกริดผ่านการทำเทรนนิ่งที่หลากหลายจากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เอกวาดอร์ เม็กซิโก และเปรู นับตั้งแต่ปี 2014 ทาง RENAC ได้รับผิดชอบในการริเริ่ม CapREG ได้ให้ทุตการศึกษากับผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คนที่มาจากทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยในการเข้าร่วมเทรนนิ่ง

นิทรรศการเคลื่อนที่นี้เติมเต็มกิจกรรมการสร้างกำลังการผลิตต่างๆ ภายใน CapREG โดยนิทรรศการเคลื่อนที่นี้ ร่วมกับพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นในประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เม็กซิโก เอกวาดอร์และเปรู ได้จัดแสดงในอีเว้นท์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานมาแล้วหลายที่ในปี 2016

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.renac.de/en/current-projects/capreg/mobile-exhibition.html

สามารถชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161020005815/en/

ติดต่อ:

Renewables Academy AG

Cecilia Strandberg (Ms)

Project Manager CapREG

อีเมล์: strandberg@renac.de

โทรศัพท์: +49 (0) 30-52 689 58 70

มหกรรมหนังสือ ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก มีสำนักพิมพ์เข้าร่วม 1,420 แห่งโด ยแสดงผลงานหนังสือของตนเอง 1.5 ล้า นเล่มในชาร์จาห์

Logo

ชาร์จาห์, สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์–(บิสิเนส ไวร์)–20 ตุลาคม 2016

Sharjah International Book Fair (SIBF) ในปีนี้ ซึ่งเป็นมหกรรมหนังสือที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของโลก จะมีสำนักพิมพ์เข้าร่วม 1,420 แห่งจาก 60 ประเทศ แสดงผลงานหนังสือมากกว่า 1.5 ล้านเล่มตลอด 11 วัน

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20161013005594/en/

ภาพจากงาน Sharjah International Book Fair 2015logo

SIBF จัดโดย Sharjah Book Authority ซึ่งอีเว้นท์เกี่ยวกับวรรณกรรมที่สำคัญของภูมิภาคนี้จัดขึ้น 2-12 พฤศจิกายนนี้ที่ซาร์จาห์ และจัดภายใต้ธีม “อ่านมากขึ้น” และครองพื้นที่ถึง 25,000 ตารางฟุตที่ Sharjah Expo Centre ผู้เข้าร่วมงานจะเพลิดเพลินกับกิจกรรมมากกว่า 1,417 โปรแกรมที่จัดขึ้น

สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ในปีนี้มีสำนักพิมพ์ร่วมงาน 205 แห่ง ตามมาด้วยอียิปต์ 163, เลบานอนและอินเดียประเทศละ 110 อังกฤษ 79 ซีเรีย 66 อเมริกา 63 และ KSA 61

SIBF ได้ประกาศว่า United Nations Educational, Scientific and Cultural Organisation (UNESCO) เป็น Guest of Honour ในปี 2016 โดยได้รับเลือกจากงานขององค์กรในการโปรโมทวัฒนธรรมและมรดกทั่วโลกนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1945

ผู้ทรงคุณวุฒิชาวอาหรับและนานาชาติจำนวน 228 คนจะมาร่วมงาน SIBF 2016 ซึ่งรวมถึงนักประพันธ์อย่าง Cassandra Clare เจ้าของหนังสือ ‘The Mortal Instruments: City of Bones; Eric Van Lustbader จากสหรัฐอเมริกา เจ้าของหนังสือ ‘Bourne’ 10 เล่ม; นักข่าวและนักเขียน Claudia Gray เจ้าของหนังสือซีรี่ส์ ‘Star Wars’; และนักประพันธ์และผู้เขียนบทของ Graeme Simsion จากออสเตรเลีย Kailash Satyarthi ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลปี 2014 รวมถึงนักแสดงชื่อดัง Shilpa

ผู้มาร่วมงานจากโลกของอาหรับ คือนักแสดงชาวอียิปต์ Ezzat Al Alaili; Sheikha Maysoon Al Qasimi นักกวี ผู้เขียนบทประพันธ์ และศิลปิน; รวมถึง Sheikh Majed Al Sabah ผู้มีอิทธิพลทางโลกออนไลน์ 

SIBF 2016 จะจัดโปรแกรมการพบปะกันของนักธุรกิจ ซึ่งเป็นอีเว้นท์ที่จัดขึ้นนับตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน ในสามวันนี้จะมีการจัดเทรนนิ่งสำหรับเจ้าของสำนักพิมพ์ในอาหรับ โดยจัดขึ้นด้วยความร่วมมือกับ Center for Publishing ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก รวมถึงเวทีเสวนาและการพบปะทางธุรกิจต่างๆ การประชุมสัมมนาที่จัดร่วมกันระหว่า SIBF และ American Library Association (ALA) จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่สามเช่นกัน โดยจัดวันที่ 8-10 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นการประชุม ALA เดียวที่จัดขึ้นนอกสหรัฐอเมริกา

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161013005594/en/

ติดต่อ:

SIBF

Fadia Daouk , +971 52 617 2111

f.daouk@nncpr.com

Mirantis และ NTT Communications ร่วม มือกันเพื่อให้บริการ Private OpenStack

Logo

ซันนี่เวลล์, แคลิฟอร์เนีย & โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–20 ตุลาคม 2016

Mirantis และ NTT Communications Corporation (NTT Com) วันนี้ประกาศว่าพวกเขาจะจับมือกันเพื่อให้บริการการบริหารจัดการเต็มรูปแบบ Private OpenStack ซึ่งเป็นบริการในด้าน NTT Com Enterprise Cloud และบริการศูนย์ข้อมูลทั่วโลก NTT Com ในฐานะที่เป็นพาร์ทเนอร์ในการให้บริการศูนย์ข้อมูลเจ้าแรกของ Mirantis จะให้บริการ Mirantis Managed OpenStack บน Metal-as-a-Service ของ NTT Com Enterprise Cloud การร่วมมือกันนี้จะให้ลูกค้าทั่วโลกได้รับความยืดหยุ่นสำหรับการใช้งานแบบปิดสถานที่ตั้ง ซึ่งเป็นทางเชื่อมที่รวดเร็วให้กับบริการของ OpenStack โดยไม่มีความซับซ้อน และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลดค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของ 

“OpenStack เป้นส่วนประกอบสำคัญสำหรับสถาปัตยกรรมไพรเวทคลาวด์สำหรับอนาคต และ Mirantis มีเทคโนโลยีที่เป็นผู้นำและกระบวนการในซอฟท์แวร์และบริการ OpenStack ทำให้มันสามารถบริหารจัดการโครสร้างพื้นฐาน OpenStack เป็นดั่งโค้ด,” รองประธานของ Cloud Services,  NTT Com คุณ Hideki Kurihara กล่าว “การร่วมมือกันทั้งในด้านเทคนิคและการเข้าสู่ตลาดจะทำให้เกิดประสบการณ์ในการปฏิบัติการ OpenStack อย่างแท้จริง ซึ่งจะมีการให้บริการนี้ทั่วโลก”

Mirantis Managed OpenStack เป็นไพรเวทคลาวด์แบบบริหารจัดการ มีพื้นฐานจากซอฟท์แวร์ Mirantis OpenStack ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม การให้บริการนี้จะให้ลูกค้าสามารถมีการปฏิบัติการ 24×7 “เป็นดั่งบริการ” โดย Mirantis และมากสุดถึง 99.99% SLAs ใน 100% ซอฟท์แวร์และเครื่องมือแบบแหล่งเปิด

Enterprise Cloud ของ NTT Com ซึ่งสามารถใช้ OpenStack ในการออกแบบทางวิศวกรรม ให้องค์กรทั่วโลกได้ใช้ในเส้นทางการเปลี่ยนแปลงด้าน IT โดย Metal-as-a-Service ได้ให้โมเดลบริการแบบออนดีมานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ และสามารถติดต่อกับเน็ตเวิร์คแบบปิดได้ มันได้ให้การติดต่อ 10Gbps ระหว่างศูนย์ข้อมูลของโลกและคลาวด์

NTT Com เป็นบริษัทในเครือของ NTT (NYSE: NTT) Group ซึ่งให้บริการทางด้านศูนย์ข้อมูลโดยมีรายรับสุทธิ 95 พันล้านเหรียญ NTT Com ตั้งอยู่ที่ 140 แห่งทั่วเอเชีย สหรัฐอเมริกา และยุโรป

“NTT Group มีอยู่ใน 87 ประเทศและภูมิภาค จึงเป็นศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก” CMO และผู้ก่อตั้งร่วมของ Mirantis คุณ Boris Renski กล่าว “การร่วมมือกันในครั้งนี้จะทำให้เราสามารถประสบการณ์คลาวด์แบบบริหารจัดการในเวลาที่รวดเร็วทันทีสำหรับลูกค้าทั่วโลกของเรา"

เกี่ยวกับ NTT Communications Corporation
NTT Communications ให้บริการคำปรึกษา สถาปัตยกรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และบริการคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขององค์กรธุรกิจ บริการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของ NTT Communications ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงเครือข่ายชั้นนำ Global Tier-1 IP อย่าง Arcstar Universal One(TM) VPN ซึ่งครอบคลุมถึง 196 ประเทศ/ดินแดน และศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัย 140 แห่งทั่วโลก โซลูชั่นของ NTT Communications ใช้ทรัพยากรของกลุ่มบริษัท NTT ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Dimension Data, NTT DOCOMO และ NTT DATA 

www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

เกี่ยวกับ Mirantis

Mirantis ช่วยให้องค์กรระดับแนวหน้าได้สร้างและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานของไพรเวทคลาวด์โดยใช้ OpenStack และเทคโนโลยีแบบแหล่งเปิดที่เกี่ยวข้อง

บริษัทเป็นผู้ให้บริการระดับต้นๆ ในด้านโค้ดแบบแห่งเปิดสำหรับโปรเจ็กต์ และตามโมเดลแบบ สร้าง-ปฏิบัติการ-โอนข้อมูล เพื่อให้บริการกระจาย OpenStack และบริการการบริหารคลาวด์ ทำให้ลูกค้าสามารถได้ประโยชน์จากนวัตกรรมแหล่งเปิดโดยไม่ต้องใช้ล็อคอิน จนถึงปัจจุบันนี้ Mirantis ได้ช่วงองค์กรกว่า 200 แห่งในการสร้างและบริหารจัดการคลาวด์ OpenStack ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลูกค้ารวมถึงแบรนด์ที่เป็นไอคอนอย่าง AT&T, Comcast, Shenzhen Stock Exchange, eBay, Wells Fargo Bank และ Volkswagen ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.mirantis.com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161020005082/en/

ติดต่อ:

Mirantis

Sarah Bennett

ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์

sbennett@mirantis.com

หรือ

NTT Communications Corporation

Mr. Yasumasa Morita / Mr. Masayuki Hayashi / Ms. Yuko Tomita, +81 3 6733-9521

คลาวด์เซอร์วิส

g-cl@ntt.com

IE เอ็กซ์โป ก วางโจว 2016: การเข้าสู่ตลาดอย่างแข ็งแกร่งในด้านการปกป้องสิ่งแวดล ้อมของประเทศจีนตอนใต้

Logo

เซี่ยงไฮ้–(บิสิเนส ไวร์)–20 ตุลาคม 2016

IE เอ็กซ์โป กวางโจว 2016 ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมโดย Guangdong Association of Environmental Protection Industry (GAEPI), Messe München GmbH, และ Messe Müenchen Zhongmao Co., Ltd., จะจัดขึ้นวันที่ 24-26 พฤศจิกายน 2016 ที่ China Import & Export Fair Complex ซึ่งได้ครอบคลุมหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ 6 ประเภทสำหรับน้ำ อากา​ศ ขยะ ดิน อุปกรณ์สังเกตการณ์ และบริการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ในปีนี้ อีเว้นท์คาดว่าจะสามารถรวบรวมผู้แสดงงานได้ประมาณ 300 รายและมีผู้เข้างาน 20,000 คน ซึ่งมากเกือบเป็นสองเท่าจากปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ศาลาของเกาหลีขนาด 200 ตารางเมตร จะแสดงเป็นอันดับแรกให้เห็นถึงเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ล่าสุดของเกาหลี องค์กรรายใหญ่ที่ตกลงในการเข้าร่วมงานแล้วคือ Optex, Brentwood Industries, Emerson และ Kubota รายชื่อผู้แสดงงานรวมถึงแผนที่ของสถานที่จัดนั้น สามารถรับชมได้ที่ gz.ie-expo.com/exhibitors/hall

นอกจากนี้ยังมีการประชุมและกิจกรรมสำหรับสร้างเน็ตเวิร์คทางธุรกิจมากมาย ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงานที่ทั้งผู้แสดงงานและผู้เข้าร่วมงานไม่ควรพลาด 

ฟอรั่มเกี่ยวกับนวัตกรรม IE เอ็กซ์โป (กวางโจว) 2016: การป้องกันด้านสิ่งแวดล้อม การร่วมมือกันและการพัฒนา Pan-Pearl River Delta 2016

ฟอรั่มนี้ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงข้อตกลง Pan-Pearl River Delta Environmental Agreement ที่เซ็นโดย 9 มณฑลของประเทศจีนในภูมิภาค รวมถึงฮ่องกงและมาเก๊า (ข้อตกลง 9+2) มุ่งหวังเพื่อเพิ่มความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยฟอรั่ม 2 วันนี้จะครอบคลุมประเด็นของการอนุรักษ์ธรรมชาติ การปกป้องเรื่องน้ำ การควบคุมมลพิษทางอากาศ การสังเกตการณ์ การศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติ และเทคโนโลยีทางด้านสิ่งแวดล้อม

การประชุมแลกเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีและการจับคู่ทางธุรกิจ: การควบคุมมลพิษ VOCs และการสังเกตการณืสำหรับอุตสาหกรรมหลักในมณฑลกวางโจว กาารควบคุมมลพิษและการฟื้นฟูโลหะหนักในดินสีแดง

การประชุมในการจับคู่ทางธุรกิจมุ่งหวังที่จะเร่งในการใช้เทคโนโลยี VOCs และโลหะหนัก โปรโมทการร่วมมือกันในการควบคุมด้านมลพิษ และอัพเกรดความสามารถในการควบคุม VOCs และมลพิษโลหะหนัก ขอเชิญองค์กรที่มีความเกี่ยวข้องกับ VOCs และการควบคุมโลหะหนักร่วมงาน

WasteMET เอเชีย 2016

WasteMET เอเชีย 2016 จะจัดขึ้นพร้อมๆ กันและจัดที่เดียวกันกับ IE เอ็กซ์โป กวางโจว 2016 และจัดขึ้นโดยองค์กรเกี่ยวกับการจัดการขยะ 9 แห่งจาก Asia Pacific Waste and Environment Alliance จากจีน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และเกาหลี ซึ่งจะมีโปรแกรมในการจับคู่ทางธุรกิจเพื่อให้ธุรกิจสามารถติดต่อกันได้ที่มีแนวโน้มเป็นพาร์ทเนอร์และซัพไพลเออร์ในอนาคต

สามารถลงทะเบียนออนไลน์งาน IE เอ็กซ์โป กวางโจว 2016 ได้แล้ววันนี้ที่ http://guangzhou.ie-expo.cn/visitors/register.html 

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://guangzhou.ie-expo.com

 สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161020005653/en/

ติดต่อ:

Messe Muenchen Zhongmao Co., Ltd.

Ketty Zhang, +86 21-23521128 (จันทร์-พฤหัสบดี) / 20205539 (ศุกร์)

ketty.zhang@mm-sh.com

Target ประกาศร่วมทำ คอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลิร่วมกับว ิคตอเรีย เบคแฮม

Logo

มินนีแอโพลิส–(บิสิเนส ไวร์)–20 ตุลาคม 2016

– คอลเล็คชั่นแบบลิมิตอิดิชั่นสะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์และการใช้งานได้จริงของเสื้อผ้าผู้หญิงวิคตอเรีย,วิคตอเรีย เบคแฮม และรวมถึงการแตกไลน์ของดีไซเนอร์ไปในเสื้อผ้าเด็ก

Target Corporation (NYSE:TGT) วันนี้ประกาศเปิดตัวคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลิแบบลิมิตอิดิชั่นที่ร่วมกับดีไซเนอร์วิคตอเรีย เบคแฮม ซึ่งจะมีวางขายในวันที่ 9 เมษายน 2017 ที่ร้าน Target ทุกสาขาและ target.com วิคตอเรีย เบคแฮมสำหรับ Target นี้สะท้อนให้เห็นถึงแก่นของวิคตอเรีย, วิคตอเรีย เบคแฮม ที่รวมถึงดีไซน์แบบดั้งเดิมและแรงบันดาลใจจากภาพเงาที่เป็นไอคอน ด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับสำหรับผู้หญิง เด็กหญิง ทารก และเด็กอ่อน การร่วมงานกับ Target เป็นครั้งแรกที่ดีไซเนอร์ได้เข้ามาทำสินค้าในกลุ่มเสื้อผ้าเด็ก เสื้อผ้าบางแบบจากคอลเล็คชั่นนี้จะมีวางขายทั่วโลกผ่านทาง victoriabeckham.com

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20161019006631/en/

(รูปภาพ: วิคตอเรีย เบคแฮม)logo

“การทำงานกับ Target ถือว่าเป็นาการทำงานที่น่าตื่นเต้นมาก และการร่วมมือกันนี้ทำให้เราสามารถแชร์แก่นของวิคตอเรีย, วิคตอเรีย เบคแฮม ให้กับผู้คนมากมายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” วิคตอเรีย เบคแฮม กล่าว “ฉันได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ไลน์วิคตอเรีย, วิคตอเรีย เบคแฮมเมื่อฉันท้อง Harper อยู่และนับตั้งแต่มันได้รับการเปิดตัว หมวดหมู่นี้ก็ได้มีวิวัฒนาการไปสู่คอลเล็คชั่นแบบไลฟ์สไตล์ สำหรับไลน์นี้ประจวบเหมาะกับการที่ลูกสาวของฉันกำลังจะมีอายุครอบ 5 ขวบ ฉันรู้สึกว่ามันเป็นเวลาที่เพอร์เฟ็คในการที่จะขยายแบรนด์ไปสู่ตลาดที่มีราคาเข้าถึงได้และเพื่อฉลองโดยการขยายไปสู่เสื้อผ้าเด็กเป็นครั้งแรก”

“วิคตอเรีย เบคแฮมเป็นตัวแทนของสไตล์ที่ไร้ที่ติ และเธอก็เป็นที่รู้จักทั่วโลกในมุมมองที่แตกต่างของเธอในการเป็นดีไซเนอร์” Mark Tritton ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาวุโส และผู้บริหารระดับสูงฝ่ายจัดซื้อของ Target กล่าว “มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากที่ได้เห็นว่าแบรนด์ของวิคตอเรียได้มีวิวัฒนาการทุกๆ ปี และเราก็ตื่นเต้นที่ลูกค้าของ Target จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางนี้ผ่านการร่วมมือของพวกเรา” 

วิคตอเรีย เบคแฮมสำหรับ Target ได้รับแรงบันดาลใจโดยไลน์วิคตอเรีย, วิคตอเรีย เบคแฮม รวมถึงชีวิตประจำวันของเบคแฮมและประสบการณืที่มีต่อกันระหว่างแม่และลูก โดยมีกว่า 200 ชิ้นที่ออกแนวโทนสีพาสเทลอ่อนๆ สีสันสดใส และลายพิมพ์น่ารักรับฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นคอลเล็คชั่นที่มีความเป็นผู้หญิงสูง สวมใส่ได้ง่าย และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของดีไซเนอร์ในการใช้การตัดเย็บที่มีคุณภาพ โดยมีราคาประมาณ 6-70 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่มีราคาต่ำว่า 40 ดอลลาร์ และวิคตอเรีย เบคแฮมสำหรับ Target มีขนาด XS-3X สำหรับผู้หญิงและ NB-XL สำหรับเด็กหญิง ทารก และเด็กอ่อน ชิ้นที่โดดเด่นคือเดรสแบบพร้อมใส่ ชุดหมี และเสื้อท่อนบนที่มีลูกเล่นและท่อนล่างสำหรับผู้หญิง ด้วยสไตล์ที่สอดคล้องกันกับเด็กหญิง ทารก และเด็กแรกเกิด

วิคตอเรีย เบคแฮม เป็นนักธุรกิจหญิง แฟชั่นดีไซเนอร์ และสไตล์ไอคอนที่ชื่อดังของโลก นับตั้งแต่เปิดตัวในนิวยอร์กแฟชั่นวีคปี 2008 แบรนด์วิคตอเรีย เบคแฮมได้พัฒนามาเป็นแบรนด์หลักสำคัญในวงการแฟชั่น ในปี 2011 จากการที่คอลเล็คชั่นหลักได้ประสบความสำเร็จ เบคแฮมได้เปิดตัวไลน์ใหม่ วิคตอเรีย, วิคตอเรีย เบคแฮม ซึ่งเป็นไลน์ที่มีความอิสระคอลเล็คชั่นแนวพร้อมสวมใส่ โดยให้ความอ่อนช้อยมากกว่าและมีลูกเล่นมากกว่า ในทุกๆ คอลเล็คชั่นที่ออกมานั้น วิคตอเรียได้ปรับเอาสไตล์ส่วนตัวของเธอมาให้ตรงกับความต้องการและปรารถนาของผู้หญิงทั่วโลกที่สวมใส่เสื้อผ้าหรูหราและน่าดึงดูด

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิคตอเรีย เบคแฮมสำหรับ Target ได้ที่ ABullseyeView.com ลูกค้าสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ที่สื่อโซเชียลมีเดีย โดยใช้ #VBxTarget

เกี่ยวกับ Target

Target Corporation (NYSE: TGT) ตั้งอยู่ที่มินนีแอโพลิสได้ให้บริการลูกค้าผ่านทางร้านค้า 1,800 แห่งและที่ target.com นับตั้งแต่ปี 1946 Target ได้ให้ 5% ของกำไรกับชุมชนต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันมีค่ามากกว่า 4 ล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติบสามารถเข้าชมเว็บไซต์ Target.com/abullseyeview หรือติดตามผ่าน Twitter ได้ที่ @TargetNews

เกี่ยวกับวิคตอเรีย, วิคตอเรีย เบคแฮม

วิคตอเรีย, วิคตอเรีย เบคแฮม เป็นไลน์ที่ควบคูู่กับเสื้อผ้าแบบพร้อมใส่หลักของแบรนด์วิคตอเรีย เบคแฮม และไลน์นี้ได้รับการเปิดตัวในนิวยอร์กแฟชั่นวีคในเดือนกันยายน 2011 โดยให้ความอ่อนช้อยมากกว่าและมีลูกเล่นมากกว่า ในราคาที่เข้าถึง วิคตอเรีย, วิคตอเรีย เบคแฮม ได้เริ่มต้นจากการมีคอลเล็คชั่นที่เป็นเดรสเท่านั้น แต่ได้พัฒนาอย่างรวดเร็วไปสู่หมวดหมู่หลักๆ อื่นๆ เช่นเสื้อผ้าแยกชิ้น ผ้าถักไหมพรม และเสื้อคลุม ในเดือนพฤษภาคม 2015 แบรนด์ได้ประการควบรวมระหว่าง วิคตอเรีย, วิคตอเรีย เบคแฮม และไลน์เดนิมสำหรับ Pre SS16 ส่งผลให้มีคอลเล็คชั่นไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายจนถึงทุกวันนี้ โดยคอลเล็คชั่นวิคตอเรีย, วิคตอเรีย เบคแฮมมีการพัฒนาอยู่ที่สตูดิโอของวิคตอเรียในลอนดอน ซึ่งมีการทำมือในยุโรป เป็นสินค้าคุณภาพระดับพรีเมี่ยม และมีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิคตอเรีย เบคแฮมได้ที่ www.victoriabeckham.com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161019006631/en/

ติดต่อ:

Target Communications

Joshua Thomas, 612-761-6795

หรือ

Target Media Hotline, 612-696-3400

สตาร์บัคส์เลื ่อนตำแหน่ง Belinda Wong เป็น CEO ของสตาร์ บัคส์ประเทศจีน มุ่งมีร้าน 5,000 ร้ านในจีนแผ่นดินใหญ่ภายในปี 2011

Logo

เซี่ยงไฮ้–(บิสิเนส ไวร์)–19 ตุลาคม 2016

บริษัทสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (NASDAQ: SBUX) วันนี้ประกาศเลื่อนตำแหน่ง Belinda Wong เป็น CEO ของสตาร์บัคส์ประเทศจีน Wong ได้เป็นผู้ที่ทำให้สตาร์บัคส์ในประเทสจีนโตขึ้นอย่างเป็นประวัติการณ์ จาก 400 ร้านในปี 2011 เป็น 2,300 ร้านในปัจจุบัน โดยเป็นผู้นำในการเน้นย้ำในคุณค่าของพันธกิจของสตาร์บัคส์และขับเคลื่อนนวัตกรรมที่มีคุณค่าและความหมายสำหรับพาร์ทเนอร์ของสตาร์บัคส์ (พนักงาน) และลูกค้าในประเทศจีน ในตำแหน่งนี้ Wong จะดูแลรับผิดชอบในการวางแผนสตาร์บัคส์เพื่อเพิ่มขนาด 2 เท่าเป็น 5,000 ร้านในประเทศจีนภายในปี 2012 เธอจะทำงานภายใต้ John Culver ประธานกลุ่ม Starbucks Global Retail

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20161019005502/en/

Belinda Wong เป็น CEO ของสตาร์บัคส์ประเทศจีน (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)logo

“กว่า 5 ปีที่แล้ว วัสัยทัศน์ของ Belinda รวมถึงประสบการณ์และการผลักดันของเธอในเรื่องนวัตกรรมได้ยกระดับให้สตาร์บัคส์อยู่ในใจของคนจีน และสามารถสร้างรากฐานสำคัญให้กับการเติบโตของสตาร์บัคส์ในประเทศจีน” John Culver ประธานกลุ่ม Starbucks Global Retail กล่าว “Belinda ทำให้วิสัยทัศน์ของเราเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาและคุณค่าของบริษัท และการเลื่อนตำแหน่งของเธอจะช่วยขับเคลื่อนความพยายามของสตาร์บัคส์มากขึ้นในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพาร์ทเนอร์และลูกค้าในตลาดจีนในระยะยาว” 

“ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการแต่งตั้งให้นำธุรกิจสตาร์บัคส์ในประเทศจีนในเวลาสำคัญเช่นนี้” Wong กล่าว “สตาร์บัคส์ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาและฉันก็ตั้งตารอที่จะทำให้วิสัยทัศน์และคุณค่าของบริษัทของเราเป็นรุปร่างมากขึ้นผ่านการเติบโตและนวัตกรรมสำหรับพาร์ทเนอร์และลูกค้าชาวจีนของเรา”

Wong ทำงานกับสตาร์บัคส์ในเดือนมกราคม 2000 และได้มีตำแหน่งผู้นำหลายตำแหน่งในสตาร์บัคส์ประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ในตำแหน่งใหม่ของเธอนี้ Wong จะเน้นย้ำในเรื่องการวางกลยุทธ์ระยะยาวในการเติบโตโดยรวม และเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมสำหรับสตาร์บัคส์ประเทศจีน เธอจะรับผิดชอบในส่วนหลักๆ สำคัญ รวมถึงโอกาสด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซในตลาดและเปิด Starbucks Reserve™ Roastery เป็นแห่งแรกในเซี่ยงไฮ้ในปี 2017 

ในฐานะที่เป็นประธานของสตาร์บัคส์ประเทศจีน Wong ได้นำมาซึ่งวิวัฒนาการของ Starbucks Experience ในจีนด้วยการเปิดแฟลกชิพสตอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ 4 แห่ง ซึ่งนำเอาความรักในด้านกาแฟและศิลปะในการทำกาแฟได้มาให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์เหล่านี้ กว่า 5 ปีที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ได้มีกิจกรรมริเริ่มเพื่อยกระดับประสบการณ์ของพาร์ทเนอร์สตาร์บัคส์มากมาย ซึ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อพื้นฐานของบริษัทในการให้ความสำคัญในการลงทุนอนาคตของพาร์ทเนอร์เพื่อสนับสนุนการเติบโตรวมถึงความทะเยอทะยานในการเป็นมืออาชีพของพวกเขา กิจกรรมริเริ่มที่เกี่ยวกับพาร์ทเนอร์​รวมถึงการให้ที่พักกับบาริสตาที่ทำงานประจำรวมถึงหัวหน้างานที่ทำเป็นกะ รวมถึงเทรนนิ่งที่มีอย่างต่อเนื่อง และโอกาสในการพัฒนาผ่านโปรแกรม Starbucks China University และ Partner Family Forums ของบริษัทที่มีจัดเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและคุณค่าของสตาร์บัคส์ให้กับพ่อแม่ของพาร์ทเนอร์สตาร์บัคส์เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับบริษัท

ในเดือนกันยายน 2016 Wong เป็น 1 ใน 50 ของผู้ที่ได้รับ Magnolia Award โดย Shanghai Municipal Government เพื่อเป็นการชื่นชมในการอุทิศตนของเธอที่โดดเด่นและได้ช่วยเหลือในเรื่องการพัฒนาในเซี่ยงไฮ็ Wong เป็น 1 ใน 50 คนที่ปูอนาคตของความสัมพันธ์ของสหรัฐอเมริกาและจีนโดย Foreign Policy และเป็น 1 ใน 100 นักธุรกิจหญิงจีนจัดอันดับโดยนิตยสาร Forbes China ในปี 2015 และนับตั้งแต่ปี 2012 Wong ได้ติดอันดับ 1 ใน 25 นักธุรกิจหญิงที่มีอิทธิพล การแจกรางวัลประจำปีอย่างมีเกียรติจากนิตยสาร Fortune China 

Leo Tsoi ซึ่งเป็นรองประธานของสตาร์บัคส์ประเทศจีน ในด้านการพัฒนาและออกแบบร้าน ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็น COO ของสตาร์บัคส์ประเทศจีน Tsoi ในฐานะที่เป็น COO จะเริ่มขยายและพัฒนาโครงสร้างร้าน ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานในตลาด ใช้ระบบปฏิบัติการหลักๆ และพัฒนาธุรกิจอาหารเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในประเทศจีน ในฐานะที่เป็น VP ในด้านการพัฒนาและออกแบบร้าน เขาและทีมได้เพิ่มร้านสตาร์บัคส์ใหม่ 550 ร้าน รวมถึงแฟลกชิพสตอร์ ร้านกาแฟไฮโปรไฟล์ และ Starbucks Reserve™ บาร์ 75 แห่งและบาร์ Pour Over มากกว่า 380 แห่งสำหรับลูกค้าสตาร์บัคส์

นับตั้งแต่ร่วมงานกับบริษัทในปี 2012 Tsoi ได้เป็นผู้นำในหลากหลายภาคส่วนสำคัญทางธุรกิจ เป็น CMO และ VP จีนตอนเหนือ เพื่อเน้นย้ำตำแหน่งผู้นำของกาแฟสตาร์บัคส์ในตลาด

หน้าที่ของ Wong และ Tsoi นั้นเริ่มต้นขึ้นในทันที 

เกี่ยวกับสตาร์บัคส์

นับตั้งแต่ปี 1971 บริษัทสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ได้มุ่งมั่นอย่างมีจริยธรรมในการเสาะหาและคั่วกาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูง วันนี้บริษัทที่มีร้านทั่วโลกได้เป็นผู้นำของโลกในด้านการคั่วกาแฟและจำหน่ายกาแฟแบบพิเศษ ด้วยพันธสัญญาที่มุ่งมั่นเป็นเลิศและหลักการของพวกเรา เราได้สร้างประสบการณ์สตาร์บัคส์ที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับลูกค้าทุกคนในทุกๆ ถ้วยกาแฟ สามารถแบ่งปันประสบการณ์ได้ที่ร้านค้าของเรา หรือออนไลน์ได้ที่ www.starbucks.com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161019005502/en/

ติดต่อ: 

Starbucks Coffee Company

Marianne Duong

mduong@starbucks.com



[travel-leisure] เรือสำราญเวอร ์จิ้นพร้อมแล่นเต็มกำลังภายใต้ช ื่อใหม่ “Virgin Voyages”

Logo

ไมอามี–(บิสิเนส ไวร์)–18 ตุลาคม 2016

ผู้ก่อตั้งเวอร์จิ้น กรุ๊ป Sir Richard Branson วันนี้ได้เผยว่า Virgin Voyages เป็นแรงบันดาลใจสิ่งใหม่ของธุรกิจไลน์เรือสำราญของบริษัท โดยการเปิดเผยครั้งนี้ได้มีประธานและ CEO ของบริษัท Tom McAlpin ร่วมด้วย โดยได้ประกาศชื่อ และแบ่งปันว่า Virgin Voyages ได้เซ็นสัญญาในการสร้างเรือ 3 ลำด้วยผู้สร้างเรือชาวอิตาลี Fincantieri และบริษัทจะเป็นบริษัทแรกที่มีไลน์เรือสำราญที่มีระบบการใช้พลังงานที่สะอาด Climeon Ocean

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20161018006741/en/

Sir Richard Branson พร้อมกับประธานและ CEO ของบริษัท Tom McAlpin เผยว่า Virgin Voyages เป็นงานที่เป็นเอกลักษณ์ตัวใหม่ของไลน์เรือสำราญของบริษัท (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

logoอีเว้นท์ที่เผยถึงไลน์เรือสำราญนี้จัดขึ้นที่ Faena Hotel Miami Beach ซึ่งมีการจัดการแสดงสุดยิ่งใหญ่โดย Sir Richard ปรากฏตัวพร้อมกับนักแสดงสองคนที่เต้นบนเก้าอี้ผ้าใบต่อหน้าผู้ชม สื่อมวลชนนานาชาติ นักการเมืองในไมอามี รวมถึงผู้นำทางธุรกิจ

Sir Richard ได้ให้พันธะสัญญาของ Virgin Voyages ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการล่องเรือสำราญ​ “ผู้ขับเรือและนักท่องเที่ยวที่เชี่ยวชาญนับพันๆ คนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเราและยกให้เราให้บริการการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจทางทะเลที่ดีที่สุดและเพียงชื่อแบรนด์ของเราก็ทำให้พวกเขามีความคาดหวังเกิดขึ้น” Sir Richard กล่าว “ผมมีความตื่นเต้นในการเปิดเผยว่าขณะนี้เราเป็น Virgin Voyages และแม้เราจะมีงานมากมายที่ต้องทำรออยู่ในการสร้างเรือ 3 ลำ แต่เราก็อดใจรอแทบไม่ไหวที่จะต้อนรับพวกคุณบนเรือที่เพียบพร้อมของเรา” 

Virgin Voyages ได้รับการสนับสนุนโดยผู้ลงทุนหลัก Bain Capital Private Equity และ Virgin Group ซึ่งคาดหวังว่าแพ็กเกจทางการเงินหลายพันล้านดอลลาร์สำหรับการซื้อเรือ 3 ลำจะได้รับการสรุปในเร็ววันนี้ พาร์ทเนอร์ผู้ให้กูยืมหลักคือ Cassa depositi e prestiti (Cdp) และ UniCredit และเงินกู้จะได้รับการสนับสนุนโดยเครดิตเอเยนซี่อิตาเลียน SACE และได้รับการสนับสนุนโดย SIMEST ซึ่งทั้งคู่เป็นบริษัทในเครือของ Cdp โดย McAlpin ได้วางโครงในการสร้างเรือไว้ว่าจะมีการตัดเหล็กในต้นปี 2017 ตามด้วยวางกระดูกงูเรือใน Genoa ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2017

“พาร์ทเนอร์ระดับโลกของเราอย่าง Bain Capital Private Equity, Virgin Group และ Fincantieri รวมถึงบริษัททางการเงินอย่าง Cdp, UniCredit, SACE และ SIMEST แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งของ Virgin Voyages และพันธะสัญญาในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เยี่ยมยอด ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงการล่องเรือหรือสำหรับวันหยุดธรรมดา แต่จะเป็นประสบการณ์ที่พิเศษสุดในการให้บริการแบบผจญภัญในสไตล์เวอร์จิ้น” McAlpin กล่าว

Virgin Voyages เป็นไลน์เรือสำราญใหญ่รายแลกที่ร่วมมือกับ Climeon ซึ่งเป็นผู้ลงทุนชื่อดังระดับโลกในด้านการใช้พลังงานสะอาด Virgin จะติดตั้ง Climeon Ocean ในเรือทั้ง 3 ลำ ซึ่งเป็นระบบที่จะเปลี่ยนพลังงานแบบโลว์เกรดมาเป็นการใช้ไฟฟ้าที่สะอาด ซึ่งจะส่งผลกระทบที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมโดยประหยัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 5,400 ตันต่อปีต่อเรือ 1 ลำ ซึ่งเป็นปริมาณที่เทียบได้กับการที่ต้องใช้ต้นไม้ 180,000 ต้นกว่า 30 ปีในการดูดก๊าซนี้เข้าไป 

“ระบบพลังงานความร้อนของ Climeon เป็นนวัตกรรมทางสิ่งแวดล้อม และการทำงานร่วมกับเวอร์จิ้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพวกเรา เราตื่นเต้นที่ Sir Richard Branson และเวอร์จิ้นที่มีความสนใจในการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ตัดสินใจเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี การแปลงเปลี่ยนน้ำร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้าจะเป็นแหล่งการผลิตพลังงานใหญ่ที่น่าจับตามอง” ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Climeon คุณ Thomas Öström กล่าว

เรือลำแรกของ Virgin Voyages จะมาถึง PortMiami ในปี 2020 โดยมีลูกเรือ 2,700 คนและพนักงาน 1,150 คน สำหรับเรือลำแรกนี้ ทาง Virgin Voyages จะให้ตารางการเดินทางในแถมแคริบเบียนมากมาก ที่จะให้ประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์สุดพิเศษ หากลูกเรือในอนาคตสนใจใน Virgin Voyages สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.virginvoyages.com หรือตามได้ที่อินสตาแกรม @virginvoyages Snapchat and Twitter หรือ Facebook

 สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161018006741/en/

ติดต่อสำหรับ Virgin Voyages:

rbb Communications

Shawn Warmstein, 305-444-3383

รองประธาน

Shawn.Warmstein@rbbcommunications.com

โตเกียวขยับขึ ้นติดท็อป 3 ในการจัดอันดับเมือง GP CI 2016 โดยที่ลอนดอนและนิวยอร์กติด 2 อันดับแรกและปารีสตกไปอยู่อันด ับที่ 4

Logo

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–18 ตุลาคม 2016

Institute for Urban Strategies ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยซึ่งก่อตั้งโดย Mori Building ของ The Mori Memorial Foundation ในวันนี้เปิดเผยรายงาน Global Power City Index (GPCI) ประจำปี 2016 รายงานนี้ริเริ่มมตั้งแต่ปี 2008 โดยได้ประเมินและจัดอันดับเมืองใหญ่ 42 เมืองโดยอ้างอิงจาก “การเป็นแม่เหล็กดึงดูด” หรือวัดจากอำนาจภาพรวมของเมืองนั้นๆ ในการดึงดูดผู้คนและองค์กรที่มีความสร้างสรรค์จากทั่วโลก 

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20161018005656/en/logo

การจัดอันดับ 42 เมืองและการจัดอันดับแบบเฉพาะเจาจงที่ติดท็อป 10 (กราฟิก: บิสิเนส ไวร์) 

รายงานเผยว่าโตเกียวได้ติดอันดับ 1 ใน 3 เป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้ติดอันดับ 4 มาตลอดหลายปี โดยได้การประเมินในแง่บวกในเรื่องของวัฒนธรรม ความเหมาะสมในการอยู่อาศัย และการเข้าถึง ซึ่งช่วยให้คะแนนการประเมินเพิ่มขึ้นมาก ลอนดอนยังคงเป็นเมืองอันดับต้นๆ เป็นปีที่ 5 แม้คะแนนรวมจะลดลงก็ตาม นิวยอร์กยังติดอันดับ 2 คงที่เป็นปีที่ 5 เช่นกัน ปารีสตกจากอันดับ 3 เป็นอันดับ 4 เนื่องจากการลดลงในด้านการมีปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมรวมถึงด้านการวิจัยและการพัฒนา ซึ่งการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วมีส่วนในการทำให้ตกอันดับ 

ไฮไลท์สำคัญ

    •    โตเกียวครองอันดับ 3 แทนปารีส โดยมาจากหลายปัจจัย ซึ่งรวมถึงภาษีองค์กรที่ลดลงในญี่ปุ่น การเพิ่มจำนวนของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ และการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินที่บินตรงจากจุดหมายปลายทางต่างๆ การอ่อนตัวของค่าเงินเยนก่อให้เกิดผลกระทบแง่ลบต่อ GDP ของโตเกียวเมื่อเป็นเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม โตเกียวยังคงครอง GDP อันดับสูงสุดใน 42 เมืองนี้ คะแนนในเรื่องของความเหมาะสมในการอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นจากการที่ค่าบ้านและค่าใช้ข่ายในการดำเนินชีวิตทั่วไปในโตเกียวลดลง (เมื่อกล่าวเป็นดอลลาร์สหรัฐ)

    •    ลอนดอนได้คะแนนลดลงเนื่องจาก GDP การเติบโตของ GDP รวมถึงการเติบโตทางเศรฐกิจโดยรวมที่ลงดลง อย่างไรก็ตามก็ยังคงมีความแข็งแกร่งในด้านวัฒนธรรม โดยมี นักท่องเที่ยว นักเรียนนักศึกษาจากต่างประเทศให้ความสนใจมากขึ้น จึงทำให้เมืองหลวงนี้ยังคงเป็นผู้นำ (หมายเหตุ: การวิจัยนี้ขึ้นกับข้อมูลที่รวบรวมก่อนโหวต Brexit ในเดือนมิถุนายน 2016)

    •    ในอเมริกาเหนือ นิวยอร์กไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยยังคงเป็นอันดับ 2 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างแข็งแกร่งในด้านเศรษฐกิจ การวิจัยและพัฒนา รวมถึงด้านวัฒนธรรม ลอส แอนเจลิสขยับจากอันดับ 14 เป็น 13 โดยได้คะแนนสูงจากด้าน การวิจัยและพัฒนา รวมถึงด้านวัฒนธรรม ซานฟรานซิสโก ชิคาโก บอสตันและวอชิงตันดีซี อยู่อันดับที่ 24, 25, 27 และ 29 ตามลำดับ

    •    ในยุโรป ปารีสได้คะแนนด้านวัฒนธรรมที่น้อยลง โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงซึ่งรวมถึงนักเรียนนักศึกษาต่างชาติ เหตุจากความไม่สงบที่เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วทำให้นักท่องเที่ยวคำนึงถึงความปลอดภัยมากขึ้น ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ปารีสตกมาอยู่อันดับที่ 4 สำหรับการจัดอันดับโดยรวม เบอร์ลินตกอันดับจาก 8 เป็น 9 โดยอัมสเตอร์ดัม ในขณะที่เวียนนาและแฟรงค์เฟิร์ตยังคงอยู่อันดับ 10 และ 11 ตามลำดับ

    •    ในเอเชียแปซิฟิค สิงคโปร์ยังคงเป็นอันดับ 5 แม้จะมีคะแนนโดยรวมลดลง ซึ่งเกิดจากสัญญาณด้านเศรษฐกิจ ทำให้การเติบโต GDP ลดลงและมีการจ้างงานที่ลดลงด้วย เซี่ยงไฮ้ไต่อันดับจาก 17 มาที่ 12 ซึ่งได้คะแนนโดยรวมเพิ่มขึ้นจากทุกด้าน ซิดนีย์ตกลง 2 อันดับมาอยู่ที่อันดับ 14 โซลและฮ่องกงอยู่อันดับที่ 6 และ 7 ในขณะที่ปักกิ่งขึ้นมา 1 อันดับมาอยู่ที่ 17 กัวลาลัมเปอร์ ไทเป และกรุงเทพ อยู่อันดับที่ 32, 33, 34 ตามลำดับ

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mori-m-foundation.or.jp/english/ius2/gpci2/index.shtml

“ผลด้านบวกของโตเกียวเกิดจากการปฏิรูปหลายด้านซึ่งเป็นส่วนของนโยบาย National Strategic Economic Zone รวมไปถึงอิทธิพลจากปัจจัยเศรษฐศาสตร์จุลภาคและอะเบะโนมิกส์” Heizo Takenaka ประธาน Institute for Urban Strategies, The Mori Memorial Foundation กล่าว “การผ่อนคลายในกฎระเบียบการค้ามากขึ้นเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้โตเกียวติดอันดับ 3 และช่วยโตเกียวในการตั้งเป้าในการจัดอันดับในอันดับที่สูงขึ้นในการเป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปกในปี 2020”

ดร. Hiroo Ichikawa กรรมการบริหารของ The Mori Memorial Foundation กล่าวว่า “ลอนดอนยังคงอยู่อันดับต้นก็จริง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าการโหวตที่ออกจาก EU จะส่งผลกระทบอะไรต่อตำแหน่งของเมืองนี้ในอนาคตบ้าง”

สำหรับคอมเม้นท์ท่านๆ อื่นๆ สามารถศึกษาได้ที่: http://www.mori-m-foundation.or.jp/english/ius2/gpci2/index.shtml#comments2

(ซึ่งรวมถึงคอมเม้นท์จากผู้ว่าโตเกียว Yuriko Koike, นายกเทศมนตรีของลอนดอน Sadiq Khan, นายกเทศมนตรีของเกาหลี Park Won-Soon, และนายกเทศมนตรีของอัมสเตอร์ดัม Eberhard van der Laan)

Institute for Urban Strategies ของ The Mori Memorial Foundation ได้จัดทำรายงานประจำปี GPCI ตั้งแต่ปี 2008 โดยขึ้นกับการประเมินจากคุณสมบัติ 70 อย่างใน 6 หมวด คือด้านเศรษฐกิจ R&D วัฒนธรรม ความเหมาะสมในการอยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม และการเข้าถึงได้ โดยวิเคราะห์จากจุดแข็งและจุดอ่อนของเมืองใหญ่ต่างๆ ในโลกที่มีความแข่งขันสูง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้ที่

www.mori-m-foundation.or.jp/english/aboutus2/index.shtml#about_strategies

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161018005656/en/

สื่อมวลชนติดต่อ

Weber Shandwick

Ayumi Matsubara, +81-90-9006-5841

Masashi Nonaka, +81-80-1037-7879

moribldg@webershandwick.com