ซื้อคริปโทด้วยสกุลเงินประเทศของตนกับ Narkasa

Logo

ในหกเดือนที่ผ่านมา จำนวนการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีได้เพิ่มขึ้น 20% เนื่องจากการย่อตัวของตลาดหุ้นโลก  Narkasa เป็นตลาดซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีที่ตั้งอยู่ในอิสตันบูลที่มุ่งให้ลูกค้าสามารถซื้อขายโดยใช้สกุลเงิน 156 ประเทศ

อิสตันบูล–(บิสิเนสไวร์)–1 กรกฎาคม 2563

ปัจจุบันตลาดคริปโทเคอร์เรนซีทั่วโลกมีมูลค่าเกือบ 265 พันล้านเหรียญสหรัฐและมีมูลค่าการซื้อขายเกือบ 7 หมื่นล้านเหรียญต่อวัน  ปัจจุบันมีตลาดซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรวม 314 แห่งทั่วโลกโดยอิงจาก crypto-tracker Coinmarketcap  อย่างไรก็ตาม ปกติการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีจำเป็นต้องใช้สกุลเงินดอลลาร์หรือยูโรเท่านั้น

Narkasa แตกต่างจากรายอื่น โดยเป็นตลาดซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีจากอิสตันบูลซึ่งอนุญาตให้นักลงทุนซื้อสินทรัพย์คริปโทด้วยสกุลเงินอื่นๆ มากมาย  ยิ่งไปกว่านั้นบริการใหม่นี้ยังมอบส่วนลดค่าธรรมเนียม 50 เปอร์เซ็นต์สำหรับทุกธุรกรรมภายใน 90 วันหลังจากการเปิดตัว

156 สกุลเงินจากทั่วโลก

ด้วยเทคโนโลยีและบริการที่ล้ำสมัยใน 12 ภาษา Narkasa ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลที่รวดเร็วและปลอดภัยในสกุลเงินต่างๆ “นอกเหนือจากเงินดอลลาร์และยูโรแล้ว Narkasa ยังรองรับธุรกรรมในรูเบิลของรัสเซีย ฮอว์นีสของยูเครน เรียลของบราซิล เทงของคาซัคสถาน และลีราของตุรกี” ซีอีโอของ Narkasa Erdal Kaya กล่าว

“นอกจากนี้ เรากำลังวางแผนที่จะขยายการดำเนินงานของเราต่อไปเพื่อให้สามารถซื้อขายคริปโทในสกุลเงินต่างประเทศได้ 156 สกุล (เงิน fiat)  Narkasa ต่างจากตลาดซื้อขายอื่นๆ ตรงที่จะอนุญาตให้นักลงทุนซื้อคริปโทเคอร์เรนซีด้วยสกุลเงินจากประเทศใดก็ตาม”

การซื้อขายที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้

Narkasa ไม่เรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นใดๆ จากการซื้อสกุลเงินดิจิตอลผ่านแพลตฟอร์มและยังรับประกันได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทั้งหมดนั้นปลอดภัย  ทางบริษัทถูกตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอโดยบริษัทบัญชีอิสระและดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการฟอกเงิน/การต่อต้านการก่อการร้ายของสหภาพยุโรปในขณะที่ปฏิบัติตามแนวทาง “รู้จักลูกค้าของคุณ”  ยิ่งไปกว่านั้น การใช้เทคโนโลยี API ทำให้ Narkasa เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายอัลกอริธึมสกุลเงินดิจิตอลที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการการลงทุนของพวกเขาโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อป้องกันความผันผวนของตลาดอย่างฉับพลัน

คริปโทครองใจโลกอย่างฉับพลัน

ปัจจุบันมีคริปโทเคอร์เรนซีที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจำนวน 2,687 เหรียญ  Bitcoin, Ethereum, Tether และ Ripple คิดเป็นสัดส่วน 82% ของปริมาณการค้าทั้งหมดโดยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  การแพร่หลายของตลาดซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีได้นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของนักลงทุนอย่างมาก

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52242376/en

ติดต่อ:

ทีมสนับสนุน Narkasa 
support@narkasa.com

Tulay Genc
support@b2press.com
+31 30 799 6022

 

CoinFLEX เปิดตัวศูนย์กลางตลาดซื้อคืนสินทรัพย์

Logo

สะพานระหว่างเทรดเดอร์ perpetual, spot, ผู้กู้และผู้ให้กู้

ตลาดซื้อขายฟิวเจอร์สแบบส่งมอบสินค้าจริงแห่งแรกนี้มอบความยืดหยุ่นของการเทรดให้กับนักลงทุนคริปโท

ฮ่องกง–(บิสิเนสไวร์)–29 มิถุนายน 2563

วันนี้ CoinFLEX ตลาดฟิวเจอร์สสกุลเงินดิจิตอลแบบส่งมอบสินค้าจริงแห่งแรกของโลก เปิดตัวศูนย์กลางตลาดซื้อคืนแห่งแรกของอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนโดยฟิวเจอร์สแบบ perpetual  CoinFLEX เป็นตลาดซื้อขายแห่งแรกที่ได้พัฒนาและนำเสนอฟิวเจอร์สแบบ perpetual ที่ส่งมอบสินค้าจริง

ตลาดซื้อคืนของ CoinFLEX มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักลงทุนมีโอกาสเข้าถึงการปล่อยสินเชื่อและเงินกู้ที่มีสภาพคล่องสูงโดยไม่จำเป็นต้องทำงานผ่านช่องทางของตลาดซื้อคืนแบบดั้งเดิมเช่นธนาคารหรือตัวกลางอื่นๆ ส่งผลให้การซื้อขายมีความยืดหยุ่นและเข้าถึงผลกำไรมากขึ้น CoinFLEX สร้างตลาดซื้อคืนและฟิวเจอร์แบบ perpetual สำหรับคริปโทเคอร์เรนซีเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการซื้อขายที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมตลาดโดยเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนอย่างมาก

Mark Lamb ซีโอของของ CoinFLEX กล่าวว่า “การสร้างตลาดซื้อคืนนั้นเป็นการสร้างตลาดซื้อขายที่ยุติธรรม โปร่งใส และยืดหยุ่นสำหรับผู้เข้าร่วมตลาดทั้งหมด  การนำเสนอฟิวเจอร์สแบบ perpetual ที่ส่งมอบสินค้าจริงจะช่วยให้นักเทรดสามารถเข้าถึงตราสารอนุพันธ์ที่มีสภาพคล่องสูงและมีเลเวอเรจพร้อมตัวเลือกในการส่งมอบ โดยเป็นเครื่องมือการลดความเสี่ยงแบบใหม่สำหรับนักลงทุน”

เขากล่าวต่อว่า “ตลาดซื้อคืน CoinFLEX กับ FutFable Deliverable Perpetual Futures เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับผลประโยชน์จากการซื้อขายแบบดั้งเดิมในตลาดอัตราดอกเบี้ยใหม่สำหรับคริปโทซึ่งสามารถรับผลตอบแทนจากการลงทุนได้  ในโลกการเงินแบบดั้งเดิมที่ให้ผลตอบแทนที่ไม่แน่นอน ความสามารถในการเก็บผลตอบแทนจากคริปโทเคอร์เรนซีเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับนักลงทุนที่ใช้ดอลลาร์หรือคริปโท

CoinFLEX เปิดตัวในต้นปี 2562 โดยให้บริการแก่ผู้ค้ารายย่อยเช่นเดียวกับตลาดป้องกันความเสี่ยงเชิงพาณิชย์ ซึ่งรวมถึงบริษัทขุดคริปโท บริษัทซื้อขาย OTC และบริษัทตลาดซื้อขายกรรมสิทธิ์ระดับโลกและเป็นรายแรกที่เปิดตัวการซื้อขายฟิวเจอร์ของโทเค็น Polkadot และ Dfinity  CoinFLEX ทำการซื้อขายหลายร้อยล้านสัญญาต่อวันในช่วงสิบสองเดือนที่ผ่านมาและความสำเร็จได้นำไปสู่การสนับสนุนจากนักลงทุนอย่างกว้างขวางรวมกว่า 10 ล้านดอลลาร์จาก Polychain Capital, Digital Currency Group, Dragonfly Capital, B2C2 และ Grapefruit Trading.

นักเทรดและนักลงทุนที่สนใจสามารถเข้าถึง CoinFLEX โดยการลงทะเบียนออนไลน์ที่ https://coinflex.com/

เกี่ยวกับ CoinFLEX

CoinFLEX (Coin Futures and Lending Exchange) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2562 โดย Mark Lamb และ Sudhu Arumugam เป็นตลาดซื้อขายฟิวเจอร์สแบบส่งมอบสินค้าจริงรายแรกของโลกที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้นักลงทุนสามารถซื้อขายและป้องกันความเสี่ยงคริปโทเคอร์เรนซีโดยมีความเสี่ยงจากดัชนีหรือการส่งมอบที่ต่ำ

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200629005543/en/

ติดต่อ:

Carissa Felger
Gasthalter & Co.
coinflex@gasthalter.com

ผลวิจัยใหม่ของเวสเทิร์น ยูเนี่ยนให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอนาคตของการศึกษานานาชาติ

Logo

ความต้องการ ทัศนคติ และพฤติกรรมของนักศึกษาต่างชาติในอนาคตจะเปลี่ยนวิธีที่มหาวิทยาลัยจะมอบการศึกษา พัฒนา และเป็นเจ้าภาพให้กับประชากรของพวกเขา

เดนเวอร์–(บิสิเนสไวร์)–01 มิ.ย. 2563

The Western Union Company (NYSE: WU) ผู้นำการโอนเงินข้ามพรมแดน การแลกเปลี่ยนเงินตรา และการทำธุรกรรมเปิดเผยรายงานใหม่เกี่ยวกับ “อนาคตของการศึกษานานาชาติ” โดยร่วมมือกับ The Future Laboratory สมุดปกขาวนี้นำเสนอห้าโปรไฟล์นักเรียนใหม่ที่จะเป็นผลมาจากทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงและพฤติกรรมของเยาวชนในวันนี้ เช่น นักคิดผสมผสาน หรือ ผู้จบการศึกษาสีเขียว รายงานใหม่นี้คาดการณ์ถึงสิ่งที่สถาบันการศึกษาควรปรับตัวเพื่อตอบสนองความคาดหวังเหล่านี้

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200601005162/en/

Meet the students of the future: new student profiles uncovered in “The Future of International Education” (Graphic: Business Wire)

พบกับนักเรียนในอนาคต: โปรไฟล์นักศึกษาใหม่ที่เปิดตัวใน “อนาคตของการศึกษานานาชาติ” (กราฟิก: บิสิเนสไวร์)

การวิจัยเกิดขึ้นในช่วงที่มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยทั่วโลกกำลังปรับตัวเพื่อรองรับสถานการณ์ COVID-19 ตั้งแต่การปรับเป็นภาคออนไลน์ไปจนถึงการเลื่อนวันสอบภาคเรียน  สถาบันสามารถใช้รายงานเพื่อให้แน่ใจว่านโยบายใหม่ของเขาสอดคล้องกับความต้องการและลำดับความสำคัญของนักศึกษาต่างชาติ

“เราเห็นการตอบรับที่เหลือเชื่อจากสถาบันการศึกษาเกี่ยวกับ COVID-19  การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่พวกเขากำลังนำดำเนินการเนื่องจากการระบาดครั้งนี้กำลังเร่งเทรนด์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสถาบันและนักเรียนในระยะยาว ตัวอย่างเช่นการย้ายไปสู่ห้องเรียนเสมือนได้ทำให้เทรนด์ การเรียนรู้ข้ามชาติ เป็นจริงเร็วขึ้นซึ่งเพิ่มการเข้าถึงและความยืดหยุ่นของหลักสูตรที่เปิดสอน” Andrew Summerill หัวหน้าฝ่ายการทำธุระกรรมทั่วโลกของ Western Union กล่าว

“การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยสถาบันการศึกษาในการดึงดูดนักศึกษาต่างชาติในอนาคต” คุณ Summerill กล่าว “ตามที่เราทราบ พวกเขาต้องการให้มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยต่างๆ ลงทุนในเทคโนโลยีใหม่เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของนักเรียนให้ทันสมัยยิ่งขึ้น  ในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ซึ่งได้ชี้นำมหาวิทยาลัยในการพัฒนาเพื่อตอบสนองความคาดหวังของนักเรียนในอนาคต เราได้ทำการวิจัยนี้เพื่อช่วยให้พวกเขาปรับตัวตามความท้าทายเหล่านี้”

“มหาวิทยาลัยที่ตอบสนองกับโปรไฟล์นักศึกษาต่างชาติในอนาคตจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นในภาคการศึกษาและส่งเสริมการเติบโตของภาคการศึกษาอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตที่มั่นคง” Summerill กล่าว

แนวโน้มที่เกิดขึ้นใหม่เหล่านี้ถือเป็นวิธีการให้มหาวิทยาลัยดึงดูดนักศึกษาต่างชาติในอนาคตและเจริญเติบโตอย่างแท้จริงในทศวรรษหน้า  ในขณะที่ภาคการศึกษากำลังผ่านวิวัฒนาการครั้งยิ่งใหญ่เพื่อให้เหมาะกับนักศึกษาต่างชาติในอนาคต การปรับใช้และผสมผสานองค์ประกอบของการปฏิวัติทางดิจิตอลที่สร้างแรงบันดาลใจ มีประโยชน์ และยอดเยี่ยมที่สุดจะมีความสำคัญต่อการรักษาวัฒนธรรมและสังคมของมหาวิทยาลัย

Western Union Business Solutions เป็นผู้ให้บริการทำธุรกรรมที่น่าเชื่อถือที่ได้โอนเงินมูลค่ารวมกว่า 14 พันล้านดอลลาร์ในนามของผู้ให้บริการการศึกษา  แปดในสิบอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดทั่วโลกi ได้ประหยัดเวลาและทุนด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อให้นักเรียนต่างชาติจ่ายค่าเล่าเรียนใน 200 ประเทศและ 130 สกุลเงิน ดาวน์โหลดรายงานที่นี่

Future Laboratory เป็นหนึ่งในที่ปรึกษาด้านแนวโน้มของอนาคตที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก  ทางองค์กรมีการผสมผสานของการคาดการณ์เทรนด์ ความเข้าใจผู้บริโภค การมองการณ์ไกล กลยุทธ์แบรนด์ และนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใครเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและช่วยองค์กรในการป้องกันความเสี่ยงในอนาคต

เกี่ยวกับเวสเทิร์น ยูเนี่ยน

The Western Union Company (NYSE: WU) เป็นผู้นำระดับโลกด้านการโอนเงินข้ามพรมแดน การแลกเปลี่ยนเงินตรา และการทำธุรกรรม แพลตฟอร์มหลากหลายช่องทาง (omnichannel) ของเราเชื่อมต่อโลกดิจิตอลกับโลกกายภาพและทำให้ผู้บริโภคและธุรกิจสามารถรับและส่งเงินและทำธุรกรรมด้วยความเร็ว ความสะดวก และความไว้วางใจ  ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 เครือข่ายของเรามีตัวแทนปลีกกว่า 550,000 แห่งที่ให้บริการแบรนด์ของเราในกว่า 200 ประเทศและดินแดน พร้อมความสามารถในการส่งเงินไปยังบัญชีหลายพันล้านรายการ  นอกจากนี้ westernunion.com ซึ่งเป็นช่องทางที่เติบโตเร็วที่สุดของเราในปี 2562 มีให้บริการในกว่า 75 ประเทศรวมถึงพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อให้สามารถโอนเงินทั่วโลก  ด้วยเครือข่ายทั่วโลกของเราเวสเทิร์น ยูเนี่ยนช่วยโอนเงินเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น โดยเชื่อมโยงครอบครัว เพื่อนพ้อง และธุรกิจเพื่อสร้างการเข้าถึงเงินและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชม www.westernunion.com

WU-G

i โดย Times Higher Education อันดับมหาวิทยาลัยโลก 2020

อ่านที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200601005162/en/

ติดต่อ:

Cristina Hoole
Western Union
มือถือ: +44-(0)7766 070978
Cristina.Hoole@wu.com

บริหารความมั่งคั่งแบบซิตี้โกลด์ ด้วยการลงทุนหลากหลาย การกระจายความเสี่ยง มีเทคโนโลยีชั้นนำช่วย พร้อมแนะลงทุนแบบประจำ (RSP) เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–25 พฤษภาคม 2563

imgเพราะเราทุกคนต่างมีความฝันและมีความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนั้นการที่จะทำให้ความฝันหรือความต้องการเป็นจริงได้ต้องใช้หลายปัจจัยมาสนับสนุน ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่ปฎิเสธไม่ได้ว่ามีความสำคัญก็คือ “เงิน” ที่จะมาช่วยให้ความฝันและความต้องการเป็นจริงได้ง่ายมากขึ้น แน่นอนว่าการจะทำให้เงินเพิ่มพูนมากขึ้นและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เจ้าของ เชื่อว่าหลาย ๆ คนมีวิธีการปฏิบัติที่แตกต่างกันไปและเทรนด์การลงทุนก็เป็นหนึ่งในวิธีที่คนนิยมกัน และปัจจุบันการลงทุนก็มีหลากหลายประเภทให้ผู้ลงทุนได้เลือกตัดสินใจ เนื่องจากแต่ละบุคคลย่อมตั้งเป้าหมายการลงทุนไว้แตกต่างกัน ไม่ว่าจะมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อความมั่งคั่ง การลงทุนเพื่อการท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ การลงทุนเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง การลงทุนเพื่อเป็นทุนการศึกษาของบุตรหลานในอนาคต ตลอดจนการลงทุนระยะยาวเพื่อช่วงชีวิตวัยเกษียณ ฯลฯ เป็นต้น

นายดอน จรรย์ศุภรินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ซิตี้โกลด์ พร้อมมอบบริการด้านบริหารความมั่งคั่งรวมถึงให้คำปรึกษาด้านการลงทุนสำหรับลูกค้าคนสำคัญ ด้วยการนำเสนอบริการในการกระจายการลงทุนทั่วโลกกว่า 200 กองทุนจากพาร์ทเนอร์ทางการเงินที่หลากหลายกับ 5 บลจ. ในประเทศและ 13 บลจ. ต่างประเทศ ครอบคลุมความหลากหลายของกองทุนทั้งประเภทของสินทรัพย์และภูมิภาคของการลงทุน

นอกจากนี้สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันแนวทางการลงทุนที่เหมาะสมหนึ่งคือ การลงทุนแบบประจำ (Regular Savings Plan) หรือ RSP สำหรับลูกค้าซิตี้โกลด์ เพื่อลดผลกระทบความผันผวนของตลาด โดยการลงทุนแบบประจำ คือ

  • ลงทุนในจำนวนเงินสัดส่วนที่เท่ากันทุกเดือน โดยผู้ลงทุนสามารถแจ้งความจำนงที่จะซื้อกองทุนรวมด้วยการตัดเงินจากบัญชีธนาคารอัตโนมัติทุก ๆ เดือนได้โดยตรง เป็นการสร้างวินัยในการลงทุนอีกช่องทางหนึ่งทำให้ผู้ลงทุนบรรลุจุดประสงค์ทางการเงินในระยะยาวได้
  • ลงทุนสม่ำเสมอมั่นคงกว่าการลงทุนเพียงครั้งเดียว RSP เป็นการใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบทยอยลงทุน หรือ Dollar Cost Average (DCA)  ที่นักลงทุนไม่ต้องคอยถามว่า “ลงทุนช่วงเวลาไหนดี” และไม่พลาดโอกาสการลงทุนในทุกช่วงเวลา เนื่องจากสภาวะตลาดและการลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
  • ผลตอบแทนที่มั่นคง ได้ประโยชน์จากผลตอบแทนทบต้นทบดอก ซึ่งนักลงทุนสามารถกระจายการลงทุนแบบ RSP ในหลากหลายสินทรัพย์ลงทุนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และตรงกับเป้าหมายทางการเงินที่ต้องการ

ทั้งนี้ซิตี้แบงก์พร้อมมอบประสบการณ์ด้านการบริหารความมั่งคั่งของลูกค้าซิตี้โกลด์ให้สะดวกสบายและง่ายขึ้นผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ซิตี้แบงก์ ออนไลน์ และ ซิตี้ โมบายล์ แอปพลิเคชัน อาทิ การโอนเงินระหว่างบัญชีธนาคารทั้งในประเทศและต่างประเทศ การตรวจสอบความเคลื่อนไหวของพอร์ทการลงทุน การทำธุรกรรมผ่านทางออเธอไรเซชั่น คอร์เนอร์ (Authorization Corner) ฟังก์ชั่นที่ให้ลูกค้าสามารถทำการตรวจสอบยืนยันเอกสารคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน ดูเอกสารที่เกี่ยวข้อง และอนุมัติการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่าน OTP โดยไม่ต้องเดินทางมาที่สาขา นอกจากนี้ลูกค้าสามารถเปิดบัญชีสกุลเงินตราต่างประเทศได้สูงสุด 8 สกุลเงินโดยทันทีภายใต้บริการ ซิตี้ โกลบอล วอลเลท (Citibank Global Wallet) เพื่อใช้จ่ายในสกุลเงินต่างประเทศหรือซื้อสินค้าหรือบริการทางออนไลน์ โดยสามารถทราบอัตราแลกเปลี่ยนที่แน่นอนในขณะที่ทำการแลกเงิน ตลอดจนบริการใหม่ล่าสุด International Telegraphic Fund Transfer ให้ลูกค้าสามารถโอนเงินต่างประเทศด้วย 38 สกุลเงินทั่วโลกโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมบริการ

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ซิตี้แบงก์มอบโปรโมชั่นพิเศษเวลคัมโบนัสและดับเบิ้ลอัพคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ดสูงสุด 230,000 คะแนน พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์และการลงทุนต่าง ๆ มากมาย อาทิ เครดิตการสั่งอาหารจากร้านอาหารระดับมิชลินมูลค่าสูงสุด 30,000 บาทต่อปี เครดิตเงินคืนบริการจาก Grab มูลค่าสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน ฯลฯ ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 20 ธันวาคม 2563 ตลอดจนมอบข้อเสนอช่วงเวลาสุดพิเศษสำหรับลูกค้าซิตี้โกลด์อีลีทที่มีเงินลงทุนตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.8% นาน 6 เดือน เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารฯ กำหนด สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.citibank.co.th/th/newcitigoldcustomer/index.htm

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับซิตี้โกลด์ กรุณาติดต่อธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย โทร. 0-2081-0999หรือ www.citibank.co.th/th/citigold  หรือเพิ่ม Citi Thailand เป็นเพื่อนทาง LINE

###

หมายเหตุถึงกองบรรณาธิการ

เกี่ยวกับ “ซิตี้”

ธนาคารชั้นนำของโลก ที่ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 200 ล้านราย ในกว่า 160 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก ซิตี้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลายให้กับลูกค้าบุคคล องค์กร ภาครัฐและสถาบันต่างๆ โดยธุรกิจหลักครอบคลุมการธนาคารและสินเชื่อเพื่อลูกค้าบุคคล (สายบุคคลธนกิจ) ธนาคารเพื่อองค์กรและการลงทุน (สายสถาบันธนกิจและวาณิชธนกิจ) ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ บริการธุรกรรมทางการเงินต่างๆ รวมถึงบริการบริหารความมั่งคั่ง ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.citibank.co.th | เฟซบุ๊ก: Citi Thailand  | LINE: Citi Thailand

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน ติดต่อ

ธนาคารซิตี้แบงก์

วันวิสาข์ โคมินทร์

+662 079 3251

wanvisa.komindr@citi.com

เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์  JC&CO PUBLIC RELATIONS

ณภัทร กาญจนะจัย / +668 1355 9221 / napatk@jcpr.co.th

นิกรณ์กานต์ วิจักษณ์ไพศาล / +669 7230 0528 / nikornkarnw@jcpr.co.th

MEDIA HOTLINE : 02-634-4557 / 6681-486-3407 (ฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์)

กสิกรไทยเพิ่มโอนเงินต่างประเทศผ่าน K PLUS เป็น 12 สกุล ใน 30 ประเทศ ตั้งเป้าโอนได้ทั่วโลกในสิ้นปีนี้

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–20 พฤษภาคม 2563

imgธนาคารกสิกรไทยผนึกพันธมิตร NIUM ผู้ให้บริการโอนเงินข้ามประเทศชั้นนำจากสิงคโปร์ พัฒนาเทคโนโลยีการโอนเงินระหว่างประเทศผ่าน Application Programming Interface (API) ขยายสกุลโอนเงินไปต่างประเทศผ่านแอป K PLUS เพิ่มอีก 6 สกุลเงิน เป็น 12 สกุลเงิน ครอบคลุม 30 ประเทศทั่วโลก โดยไม่ต้องใช้เอกสาร ทำรายการได้เองผ่าน K PLUS  ตั้งเป้าโอนไปทุกประเทศทั่วโลกภายในสิ้นปี 63     

นายศีลวัต สันติวิสัฏฐ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า หลังจากเปิดให้บริการโอนเงินต่างประเทศผ่านแอป K PLUS (Outward Remittance on K PLUS) ในเดือนพฤษภาคม 2562 เป็นเวลากว่า 1 ปี    ปรากฏว่ามีลูกค้ารายใหม่ ที่ยังไม่เคยใช้บริการเงินโอนต่างประเทศเข้ามาใช้งานเป็นจำนวนมาก มีการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีจากมูลค่าการโอนมากกว่า 4,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะโอนเงินไปต่างประเทศเพื่อการศึกษา ชำระค่าสินค้า แรงงานต่างชาติที่โอนเงินกลับบ้าน โอนให้ครอบครัวที่อยู่ต่างประเทศ โดยปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมีมูลค่าในตลาดการโอนเงินต่างประเทศกลุ่มลูกค้ารายย่อยวงเงินโอนต่อรายการต่ำหรือ Low Value ในปี 2562 คิดเป็นสัดส่วนทางการตลาดกว่า 25% ของมูลค่ารวมของตลาด

จากการที่ธนาคารกสิกรไทยจับมือเป็นพันธมิตรกับ NIUM ฟินเทคที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน ซึ่ง Beacon VC บริษัทร่วมลงทุนของธนาคารกสิกรไทย ได้ร่วมลงทุนกับ NIUM เมื่อปี 2561 จากความร่วมมือในครั้งนั้นทำให้ธนาคารกสิกรไทยสามารถพัฒนาคุณภาพการให้บริการโอนเงินข้ามประเทศแก่ลูกค้ารายย่อย จนมีปริมาณธุรกรรมและมูลค่าธุรกรรมการโอนเงินต่างประเทศเติบโตแบบก้าวกระโดด และล่าสุดสามารถต่อยอดด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีการโอนเงินระหว่างประเทศผ่าน Application Programming Interface (API) ทำให้สามารถโอนเงินไปต่างประเทศได้เพิ่มอีก 6 สกุลเงิน รวมเป็น 12 สกุลเงิน  ประกอบด้วย เงินดอลลาร์ของสหรัฐฯ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ฮ่องกง เงินปอนด์ ยูโร เปโซฟิลิปปินส์ รูปีอินเดีย รูเปียอินโดนีเซีย ดองเวียดนาม วอนเกาหลีใต้ และริงกิตของมาเลเซีย ครอบคลุมถึง 30 ประเทศ จากเดิม 24 ประเทศ

ธนาคารกสิกรไทยมีเป้าหมายภายในสิ้นปี 2563 ที่จะพัฒนาบริการให้ลูกค้าสามารถโอนไปทุกประเทศทั่วโลกผ่าน K PLUS และตั้งเป้าจะมียอดธุรกรรมมากกว่า 60,000 รายการต่อปี มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2568

             

นายโรฮิต บาม์มี่  Global Head of Institution Business, NIUM กล่าวว่า เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมพัฒนานวัตกรรมการให้บริการเงินโอนต่างประเทศบนแอปพลิเคชันของธนาคารกสิกรไทยด้วยสกุลเงินที่หลากหลายขึ้น  ในฐานะฟินเทคผู้เชี่ยวชาญด้านบริการเงินโอนข้ามประเทศ เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้ธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการเงินดิจิทัลที่ง่าย สะดวกสบาย รวดเร็ว ในราคาที่เหมาะสม  ซึ่งเห็นได้ชัดจากการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรอย่างธนาคารกสิกรไทยเพื่อให้บริการเงินโอนต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในครั้งนี้  โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการโอนเงินต่างประเทศแบบเรียลไทม์ ทั้งนี้เรามุ่งหวังที่จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับธนาคารกสิกรไทยต่อไปเพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านการชำระเงินข้ามประเทศที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของธนาคาร

นายศีลวัตกล่าวในตอนท้ายว่า บริการโอนเงินต่างประเทศผ่านแอป K PLUS เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับช่วงนี้สถานการณ์โควิด-19 ที่ควรหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่ชุมชน รวมทั้งการสัมผัสเงินสด  การทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะลูกค้าสามารถทำธุรกรรมจากที่บ้าน หรือจากทุกที่ได้โดยไม่ต้องเดินทางมาสาขาธนาคาร นับว่าเป็นทางเลือกของการโอนเงินต่างประเทศที่สะดวก ง่าย ปลอดภัย ได้รับเงินเต็มจำนวน และไม่ต้องแนบเอกสารประกอบ ด้วยค่าธรรมเรียมที่ถูก สามารถโอนเงินได้เองมากถึง 12 สกุลเงิน ครอบคลุม 30 ประเทศทั่วโลก

ทั้งนี้ ธนาคารจัดโปรโมชั่นคิดค่าธรรมเนียมราคาพิเศษ 250 บาทต่อรายการ จากปกติ 450 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563 นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าใหม่ที่โอนเงินไปยังต่างประเทศผ่าน K PLUS ครั้งแรกตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปต่อรายการ ได้รับ e-Gift Card Starbucks มูลค่า 150 บาท   ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2563

EIG ระดมทุน 1.1 พันล้านเหรียญสำหรับกองทุนโครงการทั่วโลกที่ 5

Logo

โดยเป็นส่วนหนึ่งของการระดมทุน 2.6 พันล้านเหรียญเพื่อกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อโดยตรง

การเป็นผู้นำตลาดแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นสินเชื่อไม่ด้อยสิทธิ

วอชิงตัน–(บิสิเนสไวร์)–18 พฤษภาคม 2563

EIG Global Energy Partners (EIG) ประกาศการปิดกองทุน EIG Global Project Fund V (เรียกว่า GPF V หรือกองทุน) โดยมีทุนทั้งหมด 1.1 พันล้านดอลลาร์ โดยสูงกว่าเป้าหมายเดิมของกองทุนถึง 50% หรือ 750 ล้านดอลลาร์  EIG ยังได้ระดมทุนเพิ่มเติมอีก 1.5 พันล้านดอลลาร์ในรูปแบบของกองทุนที่มีการจัดการแยกต่างหากซึ่งจะลงทุนควบคู่กับ GPF V  นับตั้งแต่การปิด GPF V ครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2562 EIG ได้เพิ่มทุนเป็น $ 2.6 พันล้านดอลลาร์สำหรับกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อโดยตรง  GPF V เป็นความต่อเนื่องของแพลตฟอร์มของ EIG สำหรับการปล่อยสินเชื่อในอุตสาหกรรมพลังงาน ห่วงโซ่ระดับกลาง ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก  เงินทุนกว่า 70% มาจากนักลงทุนนอกสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะนานาชาติของธุรกิจ EIG

ซีอีโอของ EIG R. Blair Thomas กล่าวว่า “เรายินดีที่จะปิด GPF V ด้วยการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากฐานนักลงทุนระดับโลกของเรา ความสำเร็จในการระดมทุนของเราในสภาพแวดล้อมปัจจุบันเป็นข้อพิสูจน์ถึงความไว้วางใจที่ยั่งยืนของนักลงทุนในความสามารถของเราในการค้นหาและลงทุนในโอกาสที่น่าสนใจในห่วงโซ่พลังงานและโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก  เงินทุนเป็นออกซิเจนสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานและ GPF V นั้นพร้อมที่จะช่วยตอบสนองความต้องการเงินทุนสำหรับโครงการพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน  ในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายนี้ ความสามารถในการระดมทุนและแพลตฟอร์มระดับโลกของเราทำให้เราเป็นที่ยอมรับในอนาคต”

Randy Wade ประธาน EIG กล่าวว่า “GPF V ช่วยให้ EIG สามารถสร้างผลงานในระยะเวลา 20 ปีในการปล่อยสินเชื่อโดยตรง  เพราะความต้องการผลตอบแทนที่สูงและการหายตัวของแหล่งผลกำไรดั้งเดิม ทางกองทุนของเรากำลังหาโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงจากไฮโดรคาร์บอนดั้งเดิมไปสู่การผลิตพลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้น  เราเชื่อว่าวิธีการของเราและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่มีระเบียบโดยเน้นความหลากหลายของภาคธุรกิจทำให้เราสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในวงจรตลาดต่างๆ ”

ตัวแทนของ EIG สำหรับ GPF V คือ Credit Suisse; Kirkland & Ellis ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย

เกี่ยวกับ EIG Global Energy Partners

EIG Global Energy Partners (EIG) เป็นนักลงทุนสถาบันชั้นนำสำหรับกลุ่มพลังงานระดับโลกด้วยมูลค่าเงินทุนที่บริหารรวม 22.4 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563  EIG เชี่ยวชาญในการลงทุนภาคเอกชนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในระดับโลก ในช่วง 38 ปี EIG ได้ลงทุนกว่า 33.7 พันล้านดอลลาร์ในภาคพลังงานผ่าน 360 โครงการหรือบริษัทใน 36 ประเทศในหกทวีป  ลูกค้าของ EIG ได้แก่แผนการบำเหน็จบำนาญชั้นนำ บริษัทประกันภัย มูลนิธิ และกองทุนความมั่งคั่งในสหรัฐฯ เอเชีย และยุโรป  EIG มีสำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตันดีซีและมีสำนักงานในฮูสตัน ลอนดอน ซิดนีย์ ริโอเดอจาเนโร ฮ่องกง และโซล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ EIG ที่ www.eigpartners.com

อ่านที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200518005102/en/

ติดต่อ:

Sard Verbinnen & Co.
Kelly Kimberly / Brandon Messina
EIG-SVC@sardverb.com

Interactive Brokers เปิดตัวตลาดกองทุนรวมที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหน่วยลงทุน (no load) ที่ใหญ่ที่สุด*

Logo

กองทุนรวมขนาดใหญ่ในราคาที่ต่ำหรือไม่มีค่าใช้จ่ายเลย พร้อมให้ประชาชนทั่วโลกเลือกหา

กรีนิช คอนเนคติกัต.–(BUSINESS WIRE)–19 พ.ค. 2563

Interactive Brokers Group, Inc. (Nasdaq: IBKR) ประกาศในวันนี้ ว่าด้วยการเปิดตัวกองทุนรวมตลาดเงินกองทุนใหม่ หรือ  Mutual Fund Marketplace ซึ่งให้บริการกองทุนรวมมากกว่า 25,000 กองทุน ซึ่งรวมถึงกองทุนกว่า 21,000 กองทุนที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหน่วยลงทุน (no load) และอีกกว่า 8,300 กองทุนที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมธุรกรรม โดยมีให้เลือกจากกว่า 290 กลุ่มกองทุน (fund families) ท่านสามารถเข้าชม marketplace ได้ที่ ibkr.com/funds โดยจะเปิดบริการให้เลือกหาสำหรับผู้อยู่อาศัยในกว่า 200 ประเทศและเขตแดน

Steve Sanders รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์กล่าวว่า“ Interactive Brokers Mutual Fund Marketplace กลายเป็นแหล่งซื้อขายหน่วยลงทุนแห่งเดียวและแห่งที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ในด้านกองทุนรวมที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหน่วยลงทุน (no load) “ นอกจากนี้ marketplace ที่มีตัวเลือกด้านกองทุนรวมอย่างมากมายของเรา ยังมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า หรืออาจจะต่ำที่สุดเสียด้วยซ้ำ”

ลูกค้าสามารถเลือกซื้อกองทุนได้จากกองทุนรวมหลายพันรายการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือหากมีก็จ่ายเพียงแค่ 4.95 ยูโร (หรือเทียบเท่า) ต่อการซื้อขายหนึ่งครั้ง ** Sanders ยังกล่าวอีกว่า Interactive Brokers ต่างจากคู่แข่งหลายราย ตรงที่ไม่เคยคิดค่าดูแลและเก็บรักษาหลักทรัพย์ นอกจากนี้ Interactive Brokers’ Mutual Funds Marketplace ยังมีบริการผลิตภัณฑ์ exclusive เฉพาะจากบริษัทภายนอกต่าง ๆ อีกด้วย

“แทนที่จะผลักดันกองทุนที่เป็นกรรมสิทธิ์ หรือ  proprietary funds แบบที่ Fidelity, Vanguard, Schwab และที่บริษัทอื่น ๆ ทำ ทาง Interactive Brokers เป็นกลางต่อทุกผลิตภัณฑ์” Sanders กล่าว “ เรามีกลุ่มกองทุนหรือ fund families ที่หลากหลายบน marketplace ที่เปิดกว้างของเรา”

เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหาใน marketplace ที่มีขนาดใหญ่ ในสัปดาห์นี้ Interactive Brokers จึงได้แนะนำเครื่องมือค้นหากองทุนรวมเพื่อให้ลูกค้าและผู้ที่ไม่ใช่ลูกค้าสามารถค้นหาผลิตภัณฑ์และเลือกหาได้ตามหมวดประเทศที่พำนัก ค่าคอมมิชชั่น ประเภทกองทุน และกลุ่มกองทุน (family fund)

นอกเหนือจากกองทุนรวมแล้ว ลูกค้าของ Interactive Brokers ยังสามารถลงทุนในหุ้น หุ้นออปชั่น หุ้นฟิวเจอร์ส ฟอเร็กซ์ พันธบัตรและอีทีเอฟในตลาด 135 แห่งใน 31 ประเทศ จากบัญชีที่รวมทุกอย่างเอาไว้ในบัญชีเดียว

“Interactive Brokers ให้ความสำคัญกับการจัดหาเทคโนโลยีขั้นสูง การกำหนดราคาที่ดีกว่า และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ทั่วโลก ขณะนี้เราได้สร้างตลาดกองทุนรวมที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหน่วยลงทุนที่ใหญ่ที่สุด เพื่อช่วยให้นักลงทุนเพลิดเพลินกับการเข้าถึงตลาดโลกและการกระจายความเสี่ยงที่ดีมากยิ่งขึ้น” Sanders กล่าว

ผู้อยู่อาศัยในออสเตรเลีย ฮ่องกง อิสราเอล ญี่ปุ่น และสิงคโปร์จะยังไม่สามารถเข้าถึงตลาด marketplace ได้ทันที แต่ควรหมั่นตรวจสอบความพร้อมด้านการใช้งาน (availability) อยู่เรื่อย ๆ สำหรับผู้อยู่อาศัยในประเทศหรือดินแดนที่ถูกแบน (sanctioned) จะไม่สามารถใช้งานได้

เกี่ยวกับ Interactive Brokers Group, Inc.

บริษัทในเครือ Interactive Brokers Group ให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ สินค้า และการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแบบอัตโนมัติตลอดเวลา ในตลาดกว่า 135 ตลาดในหลายประเทศและหลายสกุลเงิน ตั้งแต่บัญชีการลงทุนแบบบูรณาการ IBKR ไปจนถึงลูกค้าทั่วโลก เราให้บริการนักลงทุนรายย่อย กองทุนเฮดจ์ฟันด์ กลุ่มการค้าที่เป็นกรรมสิทธิ์ ที่ปรึกษาทางการเงิน และด้านการแนะนำจัดหาโบรกเกอร์ สี่ทศวรรษที่เราให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติทำให้เราสามารถจัดหาแพลตฟอร์มที่มีความซับซ้อนและไม่ซ้ำใครให้กับลูกค้าเพื่อจัดการพอร์ตการลงทุนของพวกเขา เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการลูกค้าด้วยราคาการดำเนินการที่คุ้มค่า และเครื่องมือการจัดการความเสี่ยงและการลงทุน พอร์ตการวิจัยและผลิตภัณฑ์การลงทุนทั้งหมดในราคาที่ต่ำหรือที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อทำให้ลูกค้าได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด Interactive Brokers ติดอันดับ 1 ของ Barron โดยได้รับ 5 ดาวเต็ม ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 จากการรีวิวเกี่ยวกับโบรกเกอร์ออนไลน์ที่ดีที่สุด หรือ Best Online Broker Review

*จำนวนกองทุนที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหน่วยลงทุน และที่ไม่มีค่าธรรมเนียม ได้มาจาก การรีวิวโบรกเกอร์ออนไลน์ที่ดีที่สุดที่ตีพิมพ์ใน the Investopedia หรือ  the Investopedia – Best Online Brokers 2020 review วันที่ 31 มีนาคม 2563 การบริการจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัท บริษัทบางแห่งที่อยู่ในรีวิวอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมหรือมีการลดค่าคอมมิชชั่นหรือค่าธรรมเนียม ขึ้นอยู่กับกิจกรรมหรือมูลค่าของบัญชี เอกสารประกอบเพิ่มเติมสำหรับการเคลมเรียกร้องและข้อมูลทางสถิติ จะถูกจัดให้เมื่อมีการร้องขอ

**นอกจากนี้บริษัทยังเสนอกองทุนประมาณ 400 กองทุนพร้อมค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้น

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200518005698/en/

ติดต่อสำหรับ Interactive Brokers Group, Inc.

ติดต่อสำหรับนักลงทุน: Nancy Stuebe, 203-618-4070

ติดต่อสำหรับสื่อ: Kalen Holliday, 203-913-1369 หรือ media@ibkr.com

ห่วงโซ่คุณค่าระดับโลกของเวียดนาม: การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น ยังเป็นถามคำที่รัฐบาลต้องหาคำตอบเพื่อแก้ไขปัญหา ศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น กล่าว

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–14 พ.ค. 2563

ถึงแม้ว่าเวียดนามซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกในช่วงทศวรรษ 1980 จะกลายมาเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจแบบการตลาด และที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีความโดดเด่นในปัจจุบัน แต่ความจริงที่ว่าประเทศสร้างมูลค่าเพิ่มจากการส่งออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (หรือ 69,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2562) ซึ่งถือเป็นเพียงหนึ่งในสี่ของมูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการ (260,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) แสดงให้เห็นถึงปัญหาเชิงกลยุทธ์หลายประการต่อการพัฒนาของเวียดนาม ศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่นกล่าวไว้เช่นนั้นในรายงาน ห่วงโซ่มูลค่าโลกในอาเซียน: เวียดนาม หรือ Global Value Chains in ASEAN: Viet Nam [https://www.asean.or.jp/en/centre-wide-info/gvc_database_paper11/] ซึ่งได้รับการตีพิมพ์แล้ววันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200513005939/en/

"Global Value Chains in ASEAN – Paper 11: Viet Nam" is available on AJC website. (Graphic: Business Wire)

รายงาน "Global Value Chains in ASEAN – Paper 11: Viet Nam"ตีพิมพ์แล้วบนเว็บ . (ภาพ: Business Wire)

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศจำนวนมาก (FDI) โดยเฉพาะในด้านการแปรรูปเพื่อการส่งออกในเวียดนาม ย่อมหมายความว่า ประเทศเวียดนามได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการผลิตเพื่อการส่งออก แต่ถึงแม้ว่าการส่งออกโดยรวมของเวียดนามจะเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนของการส่งออกที่ได้รับการเพิ่มมูลค่าภายในประเทศ (หมายถึง มูลค่าเพิ่มที่สร้างขึ้นในประเทศสำหรับการส่งออกของเวียดนาม) ต่อเศรษฐกิจของประเทศยังมีขนาดต่ำ โดยคิดเป็นเพียงร้อยละ 12 ของ GDP เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอาเซียนซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 33

ผลกระทบของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศต่อเศรษฐกิจและการส่งออกขึ้นอยู่กับโครงสร้างมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจเวียดนาม ซึ่งสำหรับภาครอง (ด้านการผลิต) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบได้แสดงผลที่มีการทวีคูณขนาดใหญ่ การทวีคูณผลกระทบที่มากขึ้น ก็จะหมายถึงการคาดหวังผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้นจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

ห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก หรือ Global value chains (GVCs) ของเวียดนามเป็นตัวระบุระดับที่ประเทศมีส่วนร่วมในเครือข่ายการผลิตระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยในช่วงระยะเวลาเกือบสามทศวรรษที่ผ่านมา ส่วนแบ่งของการมีส่วนร่วมของต่างประเทศในการเพิ่มมูลค่าการส่งออกจากเวียดนามผันผวนอยู่ระหว่างร้อยละ 23 ถึง ร้อยละ 42 ก่อนที่จะมาทรงตัวที่ร้อยละ 32 ถึง 33  ในเวลานั้นสมาชิกอาเซียน สาธารณรัฐเกาหลี และจีนได้กลายเป็นผู้ส่งออกระดับกลางที่สำคัญไปยังประเทศอาเซียน และโดยการร่วมกับญี่ปุ่นพวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่าระดับโลกของเวียดนาม และมีส่วนร่วมอย่างยิ่งในการส่งออกโดยรวมของเวียดนาม สิ่งที่แตกต่างจากประเทศอาเซียนอื่น ๆ คือความสำคัญสัมพัทธ์ของปัจจัยการผลิตนำเข้าจากญี่ปุ่นและการใช้การใช้ปัจจัยการผลิตในการส่งออกของเวียดนามยังคงอยู่ที่ระดับสูง (ร้อยละ 7 ของการส่งออกทั้งหมด) ในขณะที่ประเทศอาเซียนอื่น ๆ ความสำคัญในด้านนี้ลดต่ำลงอยู่ตลอดเวลา

การเปลี่ยนแปลงของอัตราการมีส่วนร่วมของ GVC ของเวียดนามส่วนใหญ่เกิดจากส่วนต้นน้ำของห่วงโซ่ (เช่น การจัดหาปัจจัยการผลิต) มากกว่าจะเป็นที่ส่วนปลายน้ำ ซึ่งก็เป็นส่วนที่โดดเด่นมาตั้งแต่ปี 2533 โดยถึงแม้ว่าประเทศจะมีส่วนร่วมมากขึ้นในเครือข่ายการผลิตระหว่างประเทศ ห่วงโซ่ที่สร้างขึ้นภายในภูมิภาคอาเซียน (ห่วงโซ่คุณค่าระดับภูมิภาค) กลับยังไม่แข็งแกร่งเท่ากับค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอาเซียน

มีความสัมพันธ์ระหว่างการเพิ่มขึ้นของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศและการเติบโตของการมีส่วนร่วมของเวียดนามใน GVC และทั้งสองสิ่งนี้ต่างสร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจ โดยได้รับการพิสูจน์ให้เห็นเป็นประจักษ์แล้วว่าการมีส่วนร่วมของ GVC นั้นเกี่ยวข้องกับโอกาสสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น

เพื่อใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เวียดนามควรปรับปรุงกรอบกฎหมายและขั้นตอนการบริหารเพื่อช่วยให้ภาคภายในประเทศรับมือกับความท้าทายในปัจจุบันและติดตามการปฏิรูปทางเศรษฐกิจภายใต้นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ “โด่ย เหมย" เพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศจำนวนมาก พร้อม ๆ ไปกับการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงและโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200513005939/en/

ติดต่อ:

Tomoko Miyauchi

เว็บไซต์: https://www.asean.or.jp/en/

อีเมล: toiawase_ga@asean.or.jp

Western Union ร่วมยกย่อง เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินและผู้ทำงานที่จำเป็นทุกท่านในประเทศไทย

Logo

Western Union มอบส่วนลดค่าธรรมเนียมสำหรับเจ้าหน้าที่ในแนวหน้าและผู้ทำงานที่จำเป็น
ในฐานะส่วนหนึ่งของแนวทางช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องของบริษัทในการให้บริการโอนเงิน
และชำระเงินที่จำเป็นในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19

เดนเวอร์, กรุงเทพมหานคร–(BUSINESS WIRE)–7 พฤษภาคม 2563

Western Union (NYSE: WU) ในฐานะผู้นำบริการโอนเงินและชำระเงินข้ามประเทศและข้ามสกุลเงิน วันนี้บริษัทได้ประกาศมอบส่วนลดค่าธรรมเนียม 50%1  ให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินในแนวหน้าและผู้ทำงานที่จำเป็น ในการส่งเงินไปทั่วโลกผ่านช่องทางดิจิทัลทั้งหมดของบริษัทในช่วงสองสัปดาห์นับจากนี้ โปรโมชันของบริษัทในครั้งนี้เป็นการร่วมยกย่องลูกค้าผู้มีส่วนทุ่มเทช่วยเหลือชุมชนในท้องถิ่นของตนอย่างไม่หยุดยั้งและมุ่งมั่นที่จะค้ำจุนระบบโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นดำเนินต่อไปได้

มากกว่า 65% ของพลเมืองโลกที่ทำงานและอยู่อาศัยทั่วโลกมีบทบาทหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินหรืออยู่ในอุตสาหกรรมบริการที่จำเป็น ตามข้อมูลทางธุรกิจของ Western Union ประชากรโลกเหล่าที่ทำหน้าที่ในบทบาทดังกล่าวมีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศสำคัญๆ ทั่วโลก 63% ในสหรัฐอเมริกา, 67% ในสหราชอาณาจักร, 68% ในฝรั่งเศส, 70% ในเยอรมนี, 62% ในออสเตรเลีย, 58% ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ 71% ในซาอุดีอาระเบีย

“เมื่อโลกหยุดนิ่ง หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินและผู้ทำงานที่จำเป็นทุกท่านยังคงทำงานต่อไป” Hikmet Ersek ประธานและซีอีโอของ Western Union กล่าว “พวกเขายังคงมาทำงานวันแล้ววันเล่า เพื่อให้ชุมชนและเศรษฐกิจของเรายังคงดำเนินต่อไปได้”

“เจ้าหน้าที่ในแนวหน้าหรือผู้ทำงานที่จำเป็นทั่วโลกจำนวนมากนั้นเป็นพลเมืองโลกที่ใช้บริการส่งเงินไปยังคนที่พวกเขารักที่อยู่ทางบ้าน ที่ Western Union แรงบันดาลใจของเรานั้นมาจากลูกค้าที่ไว้วางใจให้เราจัดการกับเงินที่พวกเขาหามาด้วยความเหนื่อยยาก เราจึงต้องการตอบแทนความทุ่มเทของพวกเขาที่ยังคงส่งเงินอย่างต่อเนื่องไปยังชุมชนและเศรษฐกิจทั่วโลกใบนี้ ซึ่งยังต้องอาศัยพึ่งพาบุคคลเหล่านี้มากที่สุด และเรายังต้องการช่วยสนับสนุนพวกเขาในการส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของชุมชนรอบๆ ตัวพวกเขาด้วย”

ค่าธรรมเนียมที่ลดลงโดยใช้โค้ด THANKS2020 สามารถใช้กับธุรกรรมใดๆ ที่มีต้นทางดำเนินการในประเทศส่วนใหญ่ที่รองรับระบบดิจิทัลของ Western Union ผ่าน westernunion.com หรือผ่าน แอป Western Union และรับเงินจากที่ใดก็ได้ที่ Global Network ของ Western Union เข้าถึง ทั้งผ่านบัญชีธนาคารหรือผ่านการจ่ายเงินทางกระเป๋าเงินในมากกว่า 100 ประเทศ รวมถึงตัวแทนรายย่อยใน 200 ประเทศและเขตแดน การลดค่าธรรมเนียมจะมีผลตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2563 และมอบสิทธิ์ให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินที่เป็นตัวแทนของหน่วยงานทางการแพทย์ ตำรวจ และตำรวจดับเพลิง รวมถึงผู้ทำงานที่จำเป็นในอุตสาหกรรมอาหาร ขนส่ง สาธารณูปโภค และอุตสาหกรรมที่จำเป็นอื่นๆ รวมทั้งการผลิตและการก่อสร้าง

“เรารู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งสำหรับชุมชนของพลเมืองโลกแห่งนี้ที่ได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือประเทศไทย พร้อมกับสนับสนุนและค้ำจุนครอบครัวของพวกเขาในบ้านเกิด” Sohini Rajola หัวหน้าฝ่ายเครือข่าย ภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียแปซิฟิกของ Western Union กล่าว

เมื่อเดือนที่แล้ว Western Union ได้ประกาศขยายขอบเขตบริการโอนเงินดิจิทัล ซึ่งนับเป็นสายธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุด ไปถึงกว่า 75 ประเทศ การครอบคลุมจากต้นทางจนถึงปลายทางนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าบริการดิจิทัลที่ปลอดภัยและสะดวกสบายนี้พร้อมให้บริการผู้ที่ส่งเงินเป็นประจำนับล้านๆ รายทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 นี้ นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมา ทางบริษัทยังได้เปิดตัว “Digital Location” ซึ่งเป็นบริการอำนวยความสะดวกผ่านทางโทรศัพท์เพื่อช่วยให้ลูกค้าทำธุรกรรมดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยจากที่บ้านของตน รวมถึงบริการจัดส่งเงินถึงบ้านในบางประเทศอีกด้วย

Western Union และ Western Union Foundation พร้อมพันธมิตรอีกหลายรายได้เรี่ยไรเงินมากกว่าหนึ่งล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อนำไปช่วยรับมือกับไวรัสโควิด-19 โดยทางมูลนิธิได้มุ่งเน้นไปที่โครงการริเริ่มต่างๆ อาทิ การช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบดูแลสุขภาพทั่วโลก การบริหารกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ อาทิ ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ นอกจากนั้นทางมูลนิธิก็จะยังคงให้การสนับสนุนองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรในระดับท้องถิ่นและระดับโลกอย่างต่อเนื่องที่มอบการเข้าถึงบริการที่จำเป็นต่างๆ เช่น การบรรเทาความอดอยาก การฝึกอบรมทางการแพทย์ การศึกษา สิ่งของเครื่องใช้ และอุปกรณ์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในแนวหน้า

นอกจากนี้แล้วแพลตฟอร์ม WU® NGO GlobalPay ของ Western Union Business Solutions ยังได้ช่วยให้องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรมุ่งเน้นไปที่งานที่สำคัญในขณะนี้ ในการส่งมอบการดำเนินงานในระดับนานาชาติที่จำเป็นเพื่อรองรับชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือ นับตั้งแต่ปี 2555 มีองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรมากกว่า 2,000 รายที่ได้ส่งเงินมูลค่าเกือบ 8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ไปทั่วโลกใน 132 สกุลเงินไปยังกว่า 200 ประเทศผ่านแพลตฟอร์มนี้

สามารถดูเกี่ยวกับการดำเนินการและโครงการริเริ่มทั้งหมดของ Western Union ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสโควิด-19 ได้จากศูนย์รวมแหล่งข้อมูลโดยเฉพาะของเราที่นี่

WU-G

# # #

เกี่ยวกับ Western Union

Western Union Company (NYSE: WU) คือผู้นำระดับโลกในด้านบริการโอนเงินและชำระเงินข้ามประเทศและข้ามสกุลเงิน แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทั้งออนไลน์และออฟไลน์ของเราได้เชื่อมต่อโลกดิจิทัลและโลกความเป็นจริงเข้าด้วยกัน และยังช่วยให้ผู้บริโภคและธุรกิจต่างๆ สามารถรับและส่งเงินและชำระเงินได้ด้วยความรวดเร็ว ง่ายดาย และน่าเชื่อถือ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 เครือข่ายของเราประกอบด้วยตัวแทนรายย่อยกว่า 550,000 แห่ง ที่มอบบริการภายใต้แบรนด์ของเราในกว่า 200 ประเทศและเขตแดน พร้อมความสามารถในการส่งเงินไปยังบัญชีนับพันๆ ล้านบัญชี  นอกจากนี้ westernunion.com ซึ่งเป็นช่องทางที่เติบโตเร็วที่สุดของเราในปี 2562 ยังพร้อมให้บริการแล้วในกว่า 75 ประเทศและเขตแดนอื่นๆ เพื่อช่วยนำส่งเงินไปทั่วโลก  ด้วยบริการที่ครอบคลุมทั่วโลก Western Union จึงสามารถนำส่งเงินได้ดียิ่งขึ้น พร้อมเชื่อมโยงครอบครัว เพื่อน และธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อการเข้าถึงบริการทางการเงินที่เปิดกว้างและส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเข้าไปที่ www.westernunion.com

ข้อมูลอ้างอิง:

Western Union สร้างรายได้จากการแปลงสกุลเงินต่างประเทศ

สื่อมวลชน โปรดติดต่อ:

Western Union Global Communications
Pia De Lima; 
Pia.DeLima@westernunion.com 
+1 (954) 260-5732

Western Union อเมริกา
Margaret Fogarty; 
margaret.fogarty@wu.com

Western Union ตะวันออกกลางและแอฟริกา
Mohamed El Khalouki; 
Mohamed.ElKhalouki@wu.com

Western Union เอเชียแปซิฟิก
Karen Santos; 
Karen.Santos2@westernunion.com

กสิกรไทย เตรียมวงเงิน 1 พันล้านบาท เปิดโครงการ “สินเชื่อ 0% เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี” เพื่อให้เป็นทุนสำหรับว่าจ้างพนักงานกว่า 41,000 คน

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–5 พฤษภาคม 2563

กสิกรไทย ลุยช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง หลังเปิดตัวโครงการ “เถ้าแก่ใจดี เจ้าหนี้มีใจ” เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ล่าสุดจัดตั้งโครงการ “สินเชื่อ 0% เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี” ช่วยธุรกิจขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่เกิน 200 คน ให้มีเงินทุนในการจ้างพนักงานให้มีรายได้และอยู่รอด ด้วยการสนับสนุนเงินกู้ ดอกเบี้ย 0% ไม่ต้องผ่อน 1 ปี เตรียมวงเงิน 1,000 ล้านบาท คาดมีเอสเอ็มอีเข้าร่วมกว่า 1,000 บริษัท และช่วยพนักงานได้กว่า 41,000 คน

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ (Chairman Emeritus) ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจขนาดเล็กได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เพราะไม่ได้มีเงินทุนสำรองมากพอ เมื่อขาดสภาพคล่องก็จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนยาก ธนาคารจึงได้จัดตั้งโครงการ “สินเชื่อ 0% เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี”  เป็นเงินกู้สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็กเพื่อให้สามารถจ้างพนักงานต่อไปได้ มีอัตราดอกเบี้ย 0% สิ่งสำคัญของโครงการนี้ คือ การเข้าไปช่วยเหลือพนักงานให้ยังมีงานทำและมีเงินเดือนเพื่อเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว โดยพนักงานแต่ละคนจะได้เงินคนละ 8,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ธนาคารได้เตรียมวงเงินสินเชื่อสำหรับโครงการนี้ไว้ 1,000 ล้านบาท และทำให้เกิดการจ้างงานพนักงานกว่า 41,000 คนต่อไป ธนาคารยอมสูญเสียรายได้เพื่อให้คนในสังคมส่วนหนึ่งอยู่รอด เพราะการที่ทุกคนจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ จะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง คนที่มีต้องช่วยคนที่ไม่มี ถ้าทุกคนช่วยกันประเทศไทยก็จะสามารถฝ่าฟันและผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน

โครงการ “สินเชื่อ 0% เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี” เป็นการเชิญลูกค้าเอสเอ็มอีรายเล็กที่มีพนักงานไม่เกิน 200 คน และมีการใช้บริการกับธนาคารมานานหลายปีเข้าร่วมโครงการเท่านั้น ซึ่งเจ้าของธุรกิจต้องเป็นคนดี เป็นนักสู้ที่พยายามต่อสู้เพื่อนำพาธุรกิจและพนักงานรอดไปด้วยกัน การช่วยเหลือภายใต้โครงการนี้ ธนาคารจะช่วยจ่ายค่าจ้างพนักงานทุกคนให้บางส่วน ธุรกิจต้องดำเนินต่อไปได้ และสามารถดูแลค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในส่วนอื่น ๆ ได้เอง โดยไม่หยุดหรือปิดกิจการ ธนาคารสนับสนุนเงินกู้เพื่อจ้างพนักงาน อัตราดอกเบี้ย 0% ฟรีค่าธรรมเนียมทุกประเภท ไม่ต้องมีหลักประกัน ระยะเวลากู้ 10 ปี และไม่ต้องผ่อนชำระคืนเงินกู้ 1 ปี เพื่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอีรายเล็กมีเงินทุนในการจ้างพนักงานให้พวกเขามีรายได้และอยู่รอด โดยวงเงินกู้ของแต่ละบริษัทนั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงาน พนักงานแต่ละคนจะได้เงินคนละ 8,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ทั้งนี้ธนาคารจะมีกระบวนการตรวจสอบได้ว่าเงินได้เข้าบัญชีพนักงานทุกคนจริง ซึ่งธนาคารได้เตรียมวงเงินสินเชื่อสำหรับโครงการนี้ไว้ 1,000 ล้านบาท จะสามารถช่วยธุรกิจทั่วประเทศจำนวนกว่า 1,000 บริษัท ให้มีเงินทุนในการจ้างพนักงานกว่า 41,000 คน 

ทั้งนี้ เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยได้เปิดตัวโครงการ “เถ้าแก่ใจดี เจ้าหนี้มีใจ” ซึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยร่วมมือกับเจ้าของกิจการในการช่วยเหลือพนักงานที่มีเงินเดือนน้อยให้อยู่รอดได้ โดยมีจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่อง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี มีความคืบหน้าในการรักษาการจ้างพนักงานได้กว่า 2,000 คน จากที่ตั้งเป้าไว้ 3,000 คน คิดเป็นเกือบ 70% ของเป้า และธนาคารยังช่วยลดดอกเบี้ยบนเงินกู้เดิมที่ผู้ประกอบการมีกับธนาคาร คิดเป็นมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท