โตชิบาเปิดตัว Photocoupler แบบสื่อสารความเร็วสูงขนาดกะทัดรัดสำหรับลอจิกคอนโทรลเลอร์ที่ตั้งโปรแกรมได้

Logo

รองรับอินพุตดิจิตอล IEC 61131-2 ประเภท 1 –

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–28 มกราคม 2563

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เปิดตัว“ TLP2363” ตัวส่งสัญญาณ Photocoupler เอาต์พุตลอจิคการสื่อสารความเร็วสูง 10Mbps สำหรับการเชื่อมต่ออินพุตแบบดิจิตอล 24V ของ ลอจิกคอนโทรลเลอร์ หรือ Programmable Logic Controllers (PLC) การจัดส่งเริ่มวันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200127005229/en/

Toshiba: a 10Mbps high-speed communication logic output photocoupler "TLP2363" (Photo: Business Wire)

โตชิบา: โฟโต้มิเตอร์เอาต์พุตลอจิคการสื่อสารความเร็วสูง 10Mbps "TLP2363" (ภาพ: Business Wire)

ข้อมูลจำเพาะของ photocoupler ใหม่นั้น รวมไปถึงค่าต่ำสุดและสูงสุดของกระแสไฟเข้า ณ เกณฑ์ที่ช่วงอุณหภูมิการทำงาน (-40 ถึง 105 ℃) การใช้ photocoupler ร่วมกันกับตัวต้านทานที่เหมาะสมสำหรับการควบคุมกระแสไฟฟ้าจะทำให้ใช้โมดูลอินพุตดิจิตอลที่ระดับ 24V ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนด IEC 61131-2 ประเภท 1[1]

นอกจากนี้ วงจรของผลิตภัณฑ์ใหม่ยังช่วยลดเสียงรบกวนซึ่งทำให้เอาต์พุตแสดงค่าว่า“ ต่ำ” หรือ“ สูง” ได้ชัดเจน แม้จะมีสัญญาณอินพุตช้า ด้วยเวลาที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงที่ยาวนาน (60 วินาทีหรือน้อยกว่า) แต่นี่ช่วยลดความจำเป็นในการสร้างวงจรรูปคลื่นในส่วนเอาต์พุต และลดจำนวนส่วนประกอบลง

photocoupler นั้นบรรจุอยู่ในแพคเกจ SO6 5pin แบบบางและมีความสูงสูงสุดที่ 2.3 มม. รูปร่างที่เพรียวบางทำให้มีอิสระในการจัดวางส่วนประกอบบนแผงวงจรพิมพ์มากขึ้น.

การใช้งาน

  • อินเทอร์เฟซดิจิตอลความเร็วสูง (PLC อุปกรณ์การวัดและอุปกรณ์ควบคุม ฯลฯ )

คุณลักษณะ

  • ค่าต่ำสุดของเกณฑ์อินพุตปัจจุบัน:  IFHL=0.3mA(ขั้นต่ำ)
  • ค่าสูงสุดของเกณฑ์อินพุตปัจจุบัน: IFHL=2.4mA (สูงสุด)
  • ช่วงอุณหภูมิในการทำงานที่กว้าง: Topr = -40 to 105℃
  • อัตราการถ่ายโอนข้อมูล: 10Mbps (typ.)
  • การมีภูมิคุ้มกันสูงสำหรับอินพุตช้า (สูงสุด 60 วินาที)
  • ใช้งานได้กับระบบแรงดันไฟฟ้า 3.3V / 5V

คุณสมบัติหลัก

(นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอื่นให้ค่า, @Ta= -40 to 105℃)

หมายเลขชิ้นส่วน

บรรจุภัณฑ์

Absolute

maximum ratings

ลักษณะเฉพาะทางไฟฟ้า

ลักษณะของสวิตช์

ลักษณะของไอโซเลชั่น

ตรวจสอบสต็อกและซื้อ

ชื่อ

ส่วนสูง

max

(mm)

อุณหภูมิขณะทำงาน

Topr

max

(℃)

กระแสเอาตูพุพ

IO

(mA)

กระแสซัพพลาย

ICCH, ICCL

max

(mA)

กระแสอุนพุตตามเกณฑ์

(H/L)

IFHL

min/max

(mA)

Propagation

delay time

tpHL, tpLH

max

(ns)

ภูมิคุ้มกันชั่วคราวโหมดทั่วไป

CMH, CML

min

@Ta=25℃

(kV/μs)

กระแสไอโซเลชัน

min

@Ta=25℃

(Vrms)

TLP2363

5pin SO6

2.3

105

25

4

0.3/2.4

80

±20

3750

ซื้อออนไลน์

หมายเหตุ:

[1] ระบุข้อกำหนดและการทดสอบสำหรับอุปกรณ์ PLC

ตามลิงค์ด้านล่างเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่

TLP2363

https://toshiba.semicon-storage.com/info/lookup.jsp?pid=TLP2363

ติดตามลิงค์ด้านล่างเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์ออปติคัลของโตชิบา

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/opto.html

เพื่อตรวจสอบความพร้อมของผลิตภัณฑ์ใหม่กับผู้จัดจำหน่ายออนไลน์กรุณาเยี่ยมชม:

TLP2363

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/semiconductor/where-to-buy/stockcheck.TLP2363.html

*ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้น ๆ

สอบถามสำหรับลูกค้า:

ฝ่ายขายและการตลาดอุปกรณ์ Optoelectronic

โทร: +81-3-3457-3431

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

ข้อมูลในเอกสารนี้รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาของบริการและข้อมูลการติดต่อเป็นข้อมูลล่าสุดในวันที่ประกาศ อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

โตชิบาอิเลคทรอนิกส์แอนด์สตอเรจคอร์ปอเรชั่นรวมความแข็งแกร่งของบริษัทใหม่เข้ากับภูมิปัญญาและประสบการณ์ โดยนับตั้งแต่ได้รับการเปิดตัวจากบริษัทโตชิบาในเดือนกรกฎาคม 2560 เราได้ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในบริษัทอุปกรณ์ทั่วไปชั้นนำและนำเสนอโซลูชันที่โดดเด่นให้แก่ลูกค้า และหุ้นส่วนทางธุรกิจในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์แบบแยกตัวระบบ LSI และ HDD

พนักงานของเราจำนวน 22,000 คน ทั่วโลกมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของเราและให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อส่งเสริมการร่วมสร้างสรรค์มูลค่าและตลาดใหม่ ๆเราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างยอดขายรายปีให้สูงกว่าในปัจจุบัน หรือ 8 แสนล้านเยน(7พันล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อเอื้อให้เกิดอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคนทุกที่

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่  https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200127005229/en/

ติดต่อสอบถามสำหรับสื่อ:

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Digital Marketing Department

Chiaki Nagasawa

โทร: +81-3-3457-4963

semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

กสิกรไทยปฏิวัติวงการ เป็นธนาคารแรกลดเรทแลกเงิน ตปท. ทุกสกุลเงินให้ถูกและคุ้มค่าที่สุด

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–27 มกราคม 2563

img

ธนาคารกสิกรไทยพร้อมปรับเปลี่ยนเพื่อตอบโจทย์ลูกค้านักท่องเที่ยวไทย ประกาศเป็นธนาคารแรกที่ลดเรทแลกเงินตราต่างประเทศ ด้วยจุดแข็ง “KBank เรท GEN ใหม่ ถูกแน่ไม่ต้องเทียบ” โดนใจลูกค้าคนไทยที่เดินทางต่างประเทศเป็นประจำทั้งท่องเที่ยว ทำธุรกิจ และศึกษาต่อต่างประเทศ ทำให้ลูกค้าได้เรทแลกเงินต่างประเทศที่คุ้มค่าที่สุด โดยไม่จำกัดวงเงินในการแลก ผ่านช่องทางที่สะดวกสบายและครอบคลุมเยอะที่สุด ทั้งสาขาธนาคาร บูธแลกเงินทั้งในและนอกสนามบิน และตู้แลกเงินอัตโนมัติรวมกว่า 1,000 จุดทั่วประเทศ ตั้งเป้าสร้างการจดจำและเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าใช้บริการเป็นอันดับแรกเมื่อต้องการแลกเงินตราต่างประเทศ

นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่าในปี 2562 มีจำนวนประมาณ 10 ล้านคน และมีมูลค่าการใช้จ่ายในต่างประเทศประมาณ 385,000-390,690 ล้านบาท ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ลูกค้าใช้สื่อดิจิทัลในการหาข้อมูลเปรียบเทียบ เช่น ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก เพื่อให้ได้รับความคุ้มค่ามากที่สุด เป็นยุคที่ธนาคารหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางท่องเที่ยวต้องปรับตัวให้ทันกับความต้องการของลูกค้า ด้วยการนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้ได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับเป้าหมายสำคัญของธนาคาร คือการเป็น “ธนาคารแห่งภูมิภาค” ดังนั้นการให้บริการของธนาคารจึงเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม โดยมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าที่เดินทางหรือติดต่อกับต่างประเทศเป็นประจำทั้งในเชิงธุรกิจการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของลูกค้า โดยลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการใหม่ ๆ มีทางเลือกในการใช้บริการที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กรอบการให้บริการการเงินแบบเดิมอย่างที่ธนาคารเคยทำมาอีกต่อไป ซึ่งในปีที่ผ่านมา ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงินระหว่างประเทศที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง เช่น บริการโอนเงินระหว่างประเทศผ่าน K PLUS, ร่วมมือกับ JCB และ VIA ให้บริการชำระเงินค่าสินค้าและบริการที่ต่างประเทศด้วย QR Code ผ่าน K PLUS ที่ญี่ปุ่นและสิงคโปร์, บัตรเดบิต JOURNEY, แอปพลิเคชัน YouTrip เป็นอี-วอลเลตที่รองรับหลายสกุลเงิน (Multi-Currency), ประกันเดินทางต่างประเทศ เป็นต้น

นายวีรวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ธนาคารประกาศปรับลดเรทแลกเงินตราต่างประเทศทุกสกุลเงิน เป็นการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคาร เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า สะดวกสบาย โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ลูกค้าคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศทั้งเพื่อการท่องเที่ยว ธุรกิจ และศึกษาต่อต่างประเทศ ด้วยคอนเซปต์ “KBank เรท GEN ใหม่ ถูกแน่ไม่ต้องเทียบ” ลูกค้าจะได้เรทแลกเงินที่คุ้มค่าที่สุดจากธนาคาร โดยไม่ต้องเสียเวลาเปรียบเทียบเรท สะดวกสบายเมื่อต้องการแลกเงินตราต่างประเทศ เพราะธนาคารมีจุดแข็งที่ช่องทางบริการของธนาคารทั้งที่เป็นสาขาธนาคารและบูธแลกเงินทั้งในและนอกสนามบิน ตู้แลกเปลี่ยนเงินอัตโนมัติ รวมมากกว่า 1,000 แห่ง

ทั้งนี้ ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นตลาดการเงินที่มีมูลค่าการทำธุรกรรมสูงสุดประเภทหนึ่ง โดยปัจจุบันธนาคารมีการเปิดให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตรารวม 28 สกุลเงิน โดย 6 สกุลเงินที่มีการแลกซื้อสูงสุดได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ (USA) เยน (JPY) ยูโร (EUR) หยวน (CNY) วอน (KRW) และดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD)

ประเภท

กรุงเทพฯ และปริมณฑล

ต่างจังหวัด

รวม

​สาขา

333

551

884

บูธแลกเปลี่ยนเงิน

​35

62

97

บูธแลกเปลี่ยนเงินในสนามบิน*

28

8

36

ตู้แลกเปลี่ยนเงินอัตโนมัติ

5

5

รวม

401

621

1,022

*ยกเว้น ชั้น 4 ขาออกหลังผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทาง สนามบินสุวรรณภูมิ, อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินดอนเมือง, ขาเข้าก่อนผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทาง สนามบินดอนเมือง

Mary Kay Inc. ฉลองครบรอบความสำเร็จครั้งสำคัญทั่วโลก

Logo

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–22 มกราคม 2563

เป่าเทียนสีชมพูก่อนอธิษฐาน ปี 2563 นี้ Mary Kay Inc. เตรียมเฉลิมฉลองครบรอบความสำเร็จครั้งใหญ่ในตลาดที่สำคัญ ๆ ทั่วโลก Mary Kay Ash ไอคอนผู้มีความสมถะจากเมืองเล็ก ๆ อย่างเท็กซัส ก่อตั้งแบรนด์ตามชื่อของเธอขึ้นในปี 2506 ก่อนสร้างชื่อเป็นปรากฎการณ์ไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ด้วยจำนวนที่ปรึกษาอิสระด้านความงามหลายล้านคนในเกือบ 40 ประเทศ ขณะที่เทรนด์ความงามเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว Mary Kay กลับยังคงทรงพลังต่อสิ่งทีไม่เคยล้าสมัย นั่นก็คือ การสร้างพลังให้กับผู้หญิงและเป้าหมายในการทำความดีที่ยิ่งใหญ่ขึ้น

“ขณะที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสุดล้ำ เครื่องสำอางที่สีไม่เคยตกเทรนด์ น้ำหอม และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายของเราเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคหลายล้านคนทั่วโลกมากว่า 56 ปี บริษัทของเรายังคำนึงถึงเรื่องต่าง ๆ ที่มากกว่าความงาม” Deborah Gibbins ผู้อำนวยการสูงสุดฝ่ายปฏิบัติการของ Mary Kay กล่าว “Mary Kay Ash ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งของเรา สร้างบริษัทในฝันของเธอขึ้นมาพร้อมเป้าหมายสองข้อ คือ การสร้างอิสระทางการเงินให้กับผู้หญิงด้วยการเป็นผู้ประกอบการ และการทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้น”

วิสัยทัศน์ดั้งเดิมของ Mary Kay Ash นั้นฉายประกายแวววาวดังรถคาดิลแลคสีชมพูที่เพิ่งผ่านการขัดเงา และยังคงความเฉิดฉาย โมเดลธุรกิจที่ได้รับการยอมรับของเธอได้ช่วยผู้หญิงจำนวนนับไม่ถ้วนพัฒนาหรือยกระดับความฉลาดหลักแหลมในการทำธุรกิจของพวกเธอผ่านบริษัทที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าและมีพลัง และ Mary Kay ยึดมั่นต่อการสนับสนุนผู้หญิงและครอบครัวของพวกเธอด้วยการร่วมเป็นพันธมิตรกับองค์กรต่าง ๆ จากทั่วโลก ซึ่งให้ความสำคัญกับการสนับสนุนวิจัยด้านมะเร็ง ปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัว สร้างชุมชนที่สวยงามน่าอยู่ สนับสนุนเด็ก ๆ ให้เดินตามฝันของพวกเขา และอื่น ๆ อีกมากมาย

ในปี 2563 นี้ ตลาดในประเทศด้านล่างนี้จะฉลองครบรอบความสำเร็จด้วยงานเฉลิมฉลอง โอกาสสำหรับอาสาสมัคร และกิจกรรมพิเศษร่วมกับพนักงานและเจ้าหน้าที่ขายอิสระทั่วโลก

5 ปี

โคลัมเบีย

10 ปี

อาร์เมเนีย

15 ปี

มอลโดวา

20 ปี

คาซัคสถาน

มาเลเซีย

ฟิลิปปินส์

สโลวาเกีย

25 ปี

จีน

โปรตุเกส

40 ปี

อาร์เจนตินา

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay Ash คือหนึ่งในผู้ที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคที่มองไม่เห็น และก่อตั้งบริษัทความงามของตัวเองขึ้นเมื่อ 56 ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมาย 3 ข้อได้แก่ มอบโอกาสให้กับผู้หญิง ผลิตสินค้าที่เป็นที่ต้องการ และสร้างโลกให้น่าอยู่ ความฝันของเธอได้เบ่งบานขึ้นกลายเป็นบริษัทที่เติบโตทางการเงินมูลค่าหลายพันล้าน พร้อมพนักงานขายอิสระกว่าล้านคนใน 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังความงามและผลิตสินค้าบำรุงผิว เครื่องสำอาง อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและน้ำหอมมากมาย และยังทุ่มเทกับการช่วยให้ผู้หญิงและครอบครัวของพวกเขามีพลังด้วยการร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญและสนับสนุนกับการวิจัยด้านมะเร็ง ปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ชุมชนของเราสวยงาม และส่งเสริมให้เด็ก ๆ ทำตามความฝัน วิสัยทัศน์ดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ยังคงเปล่งประกายและพาเธอสู่ความสำเร็จไปทีละขั้น เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ MaryKay.com

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200122005069/en/

ติดต่อ:

ฝ่ายสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.
marykay.com/newsroom
972.687.5332 or media@mkcorp.com

CollabNet VersionOne และ XebiaLabs รวมธุรกิจเพื่อสร้างแพลตฟอร์มพัฒนาซอฟต์แวร์แบบอไจล์ที่ครบวงจร

Logo

  • บริษัทประกาศซีอีโอใหม่เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตหลังการรวมธรุกิจ
  • การควบรวมที่สนับสนุนโดย TPG Capital คือก้าวแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในทางกลยุทธ์ที่ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสร้างแพลตฟอร์มชั้นนำสำหรับพัฒนาซอฟต์แวร์แบบอไจล์ที่ครบวงจรสำหรับองค์กร

แอตแลนตา & บอสตัน–(BUSINESS WIRE)–22 มกราคม 2563

CollabNet VersionOne (CollabNet) ผู้ให้บริการชั้นนำด้านการวางแผนแบบอไจล์และการพัฒนาซอฟต์แวร์ร่วมกัน และ XebiaLabs ผู้นำด้านระบบควบคุม ติดตั้ง และส่งมอบซอฟต์แวร์แบบต่อเนื่อง ประกาศถึงการรวมธุรกิจของทั้งสองบริษัทในวันนี้ การรวมกันซึ่งสนับสนุนโดย TPG Capital ครั้งนี้ เป็นการรวมระบบวางแผนแบบอไจล์ในส่วนต้นน้ำและฟังก์ชันการควบคุมเวอร์ชันสำหรับองค์กรของ CollabNet เข้ากับระบบควบคุมการปล่อยซอฟต์แวร์ในส่วนปลายน้ำและศักยภาพในการติดตั้งระบบแบบอัตโนมัติของ XebiaLabs เพื่อสร้างแพลตฟอร์มพัฒนาซอฟต์แวร์แบบอไจล์ที่ครบวงจรสำหรับองค์กร

จากการควบรวมกิจการครั้งนี้ Ashok Reddy ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมและอดีตผู้บริหารจาก Broadcom จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทในฐานะซีอีโอ แทนที่ Flint Brenton ซึ่งจะลดบทบาทลงเพื่อมุ่งความสนใจไปที่ครอบครัวและความสนใจส่วนตัวหลังความสำเร็จในการบริหารบริษัทมาเป็นเวลาเกือบห้าปี Derek Langone ซีอีโอคนปัจจุบันของ XebiaLabs จะรับตำแหน่งประธานของบริษัทหลังควบรวม ขณะที่ Stephen Gregorio ซึ่งดำรงตำแหน่ง EVP และ CFO ของ XebiaLabs จะเข้ามารับตำแหน่ง CFO แทน

“การรวมกันของ CollabNet และ XebiaLabs ช่วยให้ลูกค้าองค์กรมองเห็นและดำเนินการจัดการที่จำเป็นในการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างรวดเร็ว น่าเชื่อถือ และมีความปลอดภัยตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ซึ่งท้ายที่สุดจะช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนแปลงเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น” Nehal Raj และ Art Heidrich จาก TPG Capital กล่าว “พวกเรายินดีกับ Flint กับความสำเร็จตลอดช่วงระยะเวลาที่อยู่ในตำแหน่ง และตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับ Ashok, Derek และทีมงานที่ใหญ่ขึ้น เพื่อใช้กลยุทธ์ของเราสร้างบริษัทให้เป็นบริษัทชั้นนำด้านแพลตฟอร์มพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรในเวลาที่รวดเร็ว”

XebiaLabs ก่อตั้งขึ้นในปี 2551 และเป็นผู้ให้บริการระบบจัดการการปล่อยซอฟต์แวร์และเครื่องมือพัฒนาแบบอัตโนมัติที่มีการเติบโตสูง บริษัทให้บริการซอฟต์แวร์ควบคุมกระบวนการปล่อยและส่งมอบแอปพลิเคชันที่ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมและวิเคราะห์การพัฒนาซอฟต์แวร์ได้แบบอัตโนมัติตั้งแต่เริ่มจนถึงมือผู้ใช้ปลายทาง ขณะที่ศักยภาพในส่วนปลายน้ำ (upstream) ของ XebiaLabs จะเข้ามาเติมเต็มกลุ่มสินค้าในส่วนต้นน้ำของ CollabNet ซึ่งประกอบด้วย VersionOne สำหรับวางแผนและจัดการองค์กรแบบอไจล์ VS สำหรับขั้นตอนการทำงานที่เชื่อมถึงกันและติดตามได้ตลอดสายธารคุณค่า (value stream) ของการส่งมอบ รวมถึง TeamForge สำหรับจัดการการควบคุมและวงจรการใช้งานแอปพลิเคชันในระดับองค์กร แพลตฟอร์มและเครื่องมือของทั้งสองบริษัทได้รับการยอมรับจากนักวิเคราะห์ที่ยกให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเป็นผลิตภัณฑ์ชั้นนำของอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมให้เข้าสู่ตลาด

“พวกเรามีภารกิจที่จะเปลี่ยนพื้นฐานการพัฒนาและส่งมอบซอฟต์แวร์ขององค์กร” Reddy กล่าว “การรวมกันของ CollabNet และ XebiaLabs จะนำมาสู่การบริการแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัลในขนาดที่จำเป็นด้วยกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบอไจล์ เพื่อการปรับตัว เรียนรู้ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโลกที่แอปพลิเคชันอัจฉริยะและประสบการณ์ต่าง ๆ ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้เข้าร่วมบริษัทในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ และตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับทีมงานทั้งหมดเพื่อนำบริษัทที่ควบรวมกันนี้ไปสู่การเติบโตในบทถัดไป”

“XebiaLabs กำหนดให้ตัวเองเป็นมาตรฐานของกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ในองค์กรขนาดใหญ่ ด้วยการประเมินจากกลุ่มลูกค้าของเราที่เป็นบริษัทด้านการเงิน สุขภาพ และการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของโลก สิ่งที่เราให้ความสำคัญมาตลอดคือการสร้างแพลตฟอร์มโดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและกระบวนการที่เรามี ไปพร้อมกับให้บริการด้านขนาด มาตรฐาน ความปลอดภัย และการรายงานที่จำเป็นสำหรับองค์กรขนาดใหญ่” Langone กล่าว “ผมรู้สึกยินดีกับความสำเร็จที่เราสร้าง ด้วยการสนับสนุนจาก Susquehanna Growth Equity และ Accel เมื่อรวม XebiaLabs และ CollabNet เข้าด้วยกันแล้ว ลูกค้าที่เรามีร่วมกันจะได้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มพัฒนาซอฟต์แวร์แบบอไจล์ที่มีศักยภาพมากที่สุดในท้องตลาด นี่คือสิ่งที่จะเข้ามาพลิกโฉมธุรกิจที่จำเป็นต้องยกระดับการใช้งานซอฟต์แวร์ให้มีศักยภาพสูงสุด ไปพร้อมกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดและระเบียบด้านความปลอดภัยที่ซับซ้อนต่าง ๆ”

ก่อนหน้านี้ไม่นาน Reddy เป็นผู้นำฝ่ายซอฟต์แวร์องค์กรของ Broadcom ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และเขาได้ช่วยสร้างแพลตฟอร์มสำหรับองค์กรระดับโลกหลายแห่งที่เพิ่มความสามารถในการเปลี่ยนสู่องค์กรดิจิทัลและเป็นธุรกิจดิจิทัลแบบเรียลไทม์ จากการทำงานในสายงานด้านซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรและประสบการณ์ที่โชกโชนในเรื่องการเปลี่ยนแปลงการพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบอไจล์ที่สะสมมากว่า 25 ปี Reddy ได้มีส่วนช่วยผู้บริหารในบริษัทที่ติดการจัดอันดับบริษัทชั้นนำของโลก 500 แห่งหลาย ๆ บริษัท ได้แก่ IBM, CA Technologies, Rational Software, Honeywell, และ Novartis โดย Reddy จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Langone และ Gregorio ผู้บริหารที่มากด้วยประสบการณ์ด้านซอฟต์แวร์ทั้งสอง เพื่อนำพาบริษัทที่ควบรวมกันแห่งนี้ไปสู่ความสำเร็จ

“ผมอยากขอบคุณเพื่อนร่วมงานของผมที่ CollabNet สำหรับความสำเร็จที่เกิดจากการทำงานอย่างหนักและความทุ่มเทของพวกเขา” Brenton กล่าว “ผมภูมิใจกับสิ่งที่พวกเราได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา ขณะเดียวกัน ผมได้ตัดสินใจแล้วว่านี้คือเวลาที่เหมาะสำหรับผมที่จะกลับไปยังแคลิฟอร์เนียและเริ่มต้นชีวิตในบทถัดไปของผม CollabNet และ XebiaLabs อยู่ภายใต้การนำของทีมที่แกร่งและมีศักยภาพอย่าง Ashok, Derek และ TPG Capital และผมมั่นใจว่าภายใต้การนำของพวกเขา บริษัทที่รวมเข้ากันนี้จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มากกว่าเดิม”

Barclays, Evercore และ KeyBanc ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้กับ TPG Capital และ CollabNet และ Ropes & Gray LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย Shea & Company ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้กับ XebiaLabs และ Weil, Gotshal & Manges LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย Susquehanna Growth Equity และ Accel ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของ XebiaLabs ได้ขายหุ้นในบริษัทของพวกเขาหลังจากการรวมบริษัทครั้งนี้ ข้อกำหนดอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ไม่ได้รับการเปิดเผย

เกี่ยวกับ CollabNet VersionOne

CollabNet VersionOne เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มชั้นนำด้านการจัดการสายธารความยั่งยืน (Value Stream) การวางแผนแบบอไจล์ การพัฒนาซอฟต์แวร์ และการจัดการซอร์สโค้ด ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทประกอบด้วยโซลูชันแบบครบวงจรสำหรับองค์กรระดับโลกและผู้นำอุตสาหกรรมของรัฐบาล ซึ่งช่วยให้หน่วยงานเหล่านั้นสามารถสร้างไอเดีย พัฒนา และควบคุมการขับเคลื่อนสายธารแห่งคุณค่าตลอดกระบวนการส่งมอบที่ต่อเนื่องด้วยผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สามารถวัดค่าได้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเราที่: www.collab.net

เกี่ยวกับ XebiaLabs

พันธกิจของ XebiaLabs คือการช่วยให้บริษัทขนาดใหญ่สามารถเร่งกระบวนการปล่อยซอฟต์แวร์ให้เกิดขึ้นเร็วขึ้นและมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ไม่ว่าโครงสร้างจะมีความหลากหลายและกระบวนการจะมีความซับซ้อนมากเพียงใด แพลตฟอร์มพัฒนาซอฟต์แวร์ของ XebiaLabs เป็นเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์และโซลูชันการรายงานแบบครบวงจรเพียงหนึ่งเดียวของอุตสาหกรรม ที่ทำงานแบบอัตโนมัติ ให้การควบคุมและวิสันทัศน์ที่องค์กรจำเป็นต้องมีสำหรับการส่งมอบซอฟต์แวร์ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นและมีความเสี่ยงน้อยลง ด้วยแพลตฟอร์มพัฒนาซอฟต์แวร์ของ XebiaLabs องค์กรสามารถเชื่อมเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน จัดการการสื่อสารระหว่างระบบ ติดตั้งในทุกสิ่งแวดล้อมของระบบ และสร้างศูนย์กลางข้อมูลสำหรับการรายงาน โดยไม่สร้าง การเขียนสคริปต์แบบ ad-hoc และการบำรุงรักษาที่ไม่สิ้นสุด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ www.xebialabs.com

เกี่ยวกับ TPG

TPG เป็นบริษัทด้านสินทรัพย์ทางเลือกชั้นนำของโลกที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2535 มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมูลค่ากว่า 1.19 แสนล้านบาท และมีสำนักงานอยู่ในออสติน ปักกิ่ง บอสตัน ดัลลัส ฟอร์ตเวิร์ต ฮ่องกง ฮูสตัน ลอนดอน ลักเซมเบิร์ก เมลเบิร์น มอสโก มุมไบ นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก โซล และสิงคโปร์ แพลตฟอร์มด้านการลงทุนของ TPG ครอบคลุมประเภทสินทรัพย์ที่หลากหลาย ได้แก่ การลงทุนนอกตลาด การลงทุนเพื่อการเติบโต อสังหาริมทรัพย์ เครดิต และการลงทุนในบริษัทที่อยู่ในตลาหลักทรัพย์ TPG ตั้งเป้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และทางเลือกต่าง ๆ ที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วให้กับนักลงทุน ไปพร้อมกับการสร้างวินัยและความเป็นเลิศด้านการดำเนินการในทุกกลยุทธ์การลงทุนและศักยภาพของผลิตภัณฑ์ทุกประเภท ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tpg.com

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่นี่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200121006172/en/

สื่อ
Olivia Heel, Catapult PR-IR
oheel@catapultpr-ir.com
303-581-7760

Hannah Inman
press@xebialabs.com

TPG
Luke Barrett and Courtney Power
media@tpg.com

การศึกษาของ AJC เกี่ยวกับ GVC ถูกนำเสนอในการประชุมระดับสูงเรื่องการค้าและการลงทุนภายในอาเซียนที่จัดขึ้นในกรุงฮานอย

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)– 22 มกราคม 2563

นาย Masataka Fujita เลขาธิการศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น (AJC) ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการสัมมนาระดับสูงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียน:“ การส่งเสริมการค้าและการลงทุนภายในอาเซียนสำหรับประชาคมอาเซียนที่ยั่งยืนและตอบสนองอย่างทันท่วงที หรือ “Enhancing Intra-ASEAN Trade and Investment for Cohesive and Responsive ASEAN Community”” ซึ่งจัดขึ้นในกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2563 เพื่อแบ่งปันความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของการค้าและการลงทุนภายในอาเซียนโดยมุ่งเน้นที่การเติบโตของการมีส่วนร่วมของอาเซียนในห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก (GVCs)

SG Fujita of the AJC (third from the right) participating in the High-Level Symposium on Intra-ASEAN Trade and Investment.  From the left, Mr. Hirokazu Kobayashi, Executive Director, JETRO Singapore; Ms. Hoang Ngoc Anh, Acting General Secretary, Vietnam Textile and Apparel Association – VITAS; Mrs. Le Thi Hai Van, Deputy Director-General, Foreign Investment Agency, Ministry of Planning and Investment of Viet Nam; Mr. Masataka Fujita, Secretary General, ASEAN-Japan Centre; Dr. Nguyen Duc Thanh, Associate Professor, Founder and Director of the Viet Nam Institute for Economic and Policy Research (VEPR); and Atty. Allan B. Gepty, SEOM Leader of the Philippines (Photo: Business Wire)

SG Fujita จาก AJC (ลำดับสามจากขวา) มีส่วนร่วมในการสัมมนาระดับสูงด้านการค้าและการลงทุนภายในอาเซียน จากซ้าย นาย Hirokazu Kobayashi ผู้อำนวยการบริหาร JETRO Singapore ; Ms. Hoang Ngoc Anh, รักษาการเลขาธิการสมาคมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเวียดนาม Vietnam Textile and Apparel Association – VITAS;  Mrs. Le Thi Hai Hai รองผู้อำนวยการสำนักงานการลงทุนต่างประเทศกระทรวงการวางแผนและการลงทุนของเวียดนาม, Mr. Masataka Fujita, เลขาธิการศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น; ดร. Nguyen Duc Thanh รองศาสตราจารย์ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจและนโยบายแห่งเวียดนาม (VEPR); และAtty. Allan B. Gepty, ผู้นำ SEOM ของฟิลิปปินส์ (รูปภาพ: Business Wire)

การประชุมครั้งนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เป็นทางการครั้งแรกของอาเซียนในปี 2563 นับตั้งแต่ที่เวียดนามเข้ารับตำแหน่งประธานอาเซียน และถูกจัดโดยกระทรวงการต่างประเทศของเวียดนามในการประสานงานกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าและกระทรวงการวางแผนและการลงทุน มีแขกผู้มีเกียรติและผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 120 คน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีในอดีตและผู้ดำรงตำแหน่งจากบางประเทศในอาเซียน เจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจ (SEOM) จากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ รวมไปถึงผู้แทนและผู้เชี่ยวชาญจากสำนักเลขาธิการอาเซียน องค์กรระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศอื่น ๆ

ทังนี้โดยมีฉากหลังที่ว่าสถานการณ์การค้าและการลงทุนในอาเซียนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มเศรษฐกิจอื่น ๆ และด้วยความเชื่อมั่นว่าการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียนจะช่วยให้ทำให้ประชาคมอาเซียนที่มีความร่วมมือและตอบสนองที่ดีขึ้น การประชุมสัมมนาได้ถกปัญหาสามประเภท ได้แก่ การขจัดอุปสรรคด้านสถาบันและนโยบาย การเคลื่อนตัวไปตาม GVC และการพัฒนาโลจิสติกส์ที่ราบรื่น การประชุมมีจุดมุ่งหมายที่จะมาพร้อมกับข้อเสนอแนะทางนโยบายที่จะรายงานต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและอาเซียนในปี 2563 เพื่อพิจารณาต่อไป

SG Fujita ได้เข้าร่วมการเสวนาเรื่อง“ การที่อาเซียนมีส่วนร่วมมากขึ้นและขยับเข้าหาห่วงโซ่คุณค่าระดับโลกมากขึ้น” ในการปราศรัยของเขา เขาพูดถึงภาพรวมของ GVCs ในอาเซียน และแบ่งปันมุมมองของเขาโดยอ้างอิงจากงานวิจัยของ AJC เกี่ยวกับวิธีการที่อาเซียนสามารถมีส่วนร่วมมากขึ้นใน GVC และวิธีการที่จะเลื่อนขั้นทาง GVC อ้างอิงจากข้อมูลการค้าที่เพิ่มมูลค่า เขาเน้นว่าประเทศสมาชิกอาเซียนควรมีส่วนร่วมใน GVCs เนื่องจากมีความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างการมีส่วนร่วมของ GVC และอัตราการเติบโตของ GDP ต่อหัว เช่นหากประเทศมีส่วนร่วมมากขึ้นใน GVCs ประเทศนั้นมีแนวโน้มที่จะมีโอกาสสูงที่จะมีการเติบโตของ GDP ต่อหัวที่สูงขึ้น เขาอธิบายเพิ่มเติมว่านอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างการมีส่วนร่วมของ GVC และปริมาณการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI): กล่าวคือยิ่งประเทศได้รับ FDI มากเท่าไหร่ประเทศก็มีโอกาสที่จะมีส่วนร่วมมากขึ้นใน GVC และแนะนำประเทศสมาชิกอาเซียนให้เข้มแข็งและปรับปรุงมาตรการของตนเพื่อสร้างความดึงดูดต่อไป

SG Fujita ได้เสนอประเด็นนโยบายห้าประการ เพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนที่เข้าถึง GVC จะได้รับประโยชน์จากการมีส่วนร่วมของ GVC และจากการอัพเกรดทาง GVC สำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคต่อไป ซึ่งประเด็นนโยบายประกอบด้วย (1) การนำ GVC รวมเข้าไปในกลยุทธ์การพัฒนาโดยรวมและนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม (2) การสร้างการเจริญเติบโตของ GVC โดยการรักษาสภาพแวดล้อมทางการค้าและการลงทุนที่เอื้ออำนวยและวางข้อกำหนดเบื้องต้นไว้สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน (3) การสร้างขีดความสามารถในการผลิตในบริษัทท้องถิ่น (4) การลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของ GVC ซึ่งต้องมีกรอบการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมสังคมและการกำกับดูแลที่ดี และ (5) การปรับนโยบายการค้าและการลงทุนซึ่งหมายถึงการระบุการผนึกกำลังระหว่างนโยบายทั้งสองด้านและในสถาบันที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

หลังจากเข้าร่วมการประชุม เขารู้สึกประทับใจกับความสนใจของผู้กำหนดนโยบายอาเซียนในการศึกษาของ AJC เกี่ยวกับ GVC “ผมหวังว่าคำแนะนำของเราอาจเป็นประโยชน์สำหรับอาเซียนในการเพิ่มการมีส่วนร่วมใน GVC และการใต่ระดับไปพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลงทิศทาง GVC ของตน เนื่องจากนี่เป็นตัวเลือกเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับอาเซียนในการจะมุ่งสู่การบรรลุประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) พิมพ์เขียวปี 2568 โดยการใช้ลักษณะของ 'เศรษฐกิจที่มีการบูรณาการสูงและมีความแน่นแฟ้น' และ 'อาเซียนที่มีการแข่งขันระดับนวัตกรรมและมีความเป็นพลวัตร' "เขากล่าว

AJC เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นโดยประเทศสมาชิกอาเซียนและญี่ปุ่นในปี 2524 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวรวมถึงการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับญี่ปุ่น

เว็บไซต์ทางการของศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น: https://www.asean.or.jp/en/

เอกสารของ AJC: https://www.asean.or.jp/en/centre-wide/centrewide_en/

ดูคลังภาพ/มัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52160169/en

ติดต่อ:

Junko Nukiyama

สำนักงานเลขาธิการ

ASEAN-Japan Centre

โทร: +81-3-5402-8118

อีเมล: toiawase_ga@asean.or.jp

Gojek และ The Trade Desk เปิดตัวการเป็นหุ้นส่วนด้านการโฆษณาในอินโดนีเซีย

Logo

โซลูชันแบบออนไลน์สู่ออฟไลน์ (O2O) ครั้งแรก ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะนำพาการเติบโตทางธุรกิจของทั้งสองคู่ค้าไปสู่อีกระดับ

จาการ์ตา, อินโดนีเซีย–(BUSINESS WIRE)–21 มกราคม 2563

Gojek ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ The Trade Desk (Nasdaq: TTD) ผู้นำด้านเทคโนโลยีการโฆษณาระดับโลกได้เปิดตัวพันธมิตรพิเศษเพื่อให้ผู้โฆษณาได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลลัพธ์ของแคมเปญโฆษณาออนไลน์ของพวกเขาต่อการขายออฟไลน์ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการตัดสินใจทางการตลาดเพื่อกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจ ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นโซลูชั่นออนไลน์สู่ออฟไลน์ (O2O) ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเริ่มต้นครั้งแรกในประเทศอินโดนีเซีย

Pulkit Khanna รองประธานฝ่ายวิจัยและวิเคราะห์ของ Gojek กล่าวว่า "ภารกิจของเราคือการขจัดข้อจำกัดประจำวันของชีวิตโดยการเชื่อมโยงผู้บริโภคกับผู้ให้บริการสินค้าและบริการที่ดีที่สุดในตลาด การเป็นหุ้นส่วนนี้จะช่วยให้ผู้โฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Trade Desk สามารถใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของ Gojek ในการวัดแคมเปญของพวกเขาและเพิ่มประสิทธิภาพการโฆษณาของพวกเขาได้ในที่สุด”

Gojek จะทำงานร่วมกับ TTD เพื่อวัดผลกระทบของการโฆษณาออนไลน์โดยใช้ธุรกรรมการซื้อในร้านของ Gojek จริงแทนที่จะใช้ข้อมูลที่อิงกับคุกกี้การซื้อเชื่อมโยงการซื้อออนไลน์และออฟไลน์โดยใช้ Gojek ด้วยการโฆษณาที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม TTD ซึ่งจะรวมถึงการซื้อภายในแอป Gojek อย่างเช่น บริการจัดส่งอาหาร GoFood ตลอดจนถึงการทำธุรกรรมในร้านกับร้านค้าที่ใช้ GoPay

นักการตลาดจะสามารถเชื่อมโยงการขายกับแคมเปญโฆษณาควบคุมความสามารถในการระบุแหล่งที่มาแบบออฟไลน์เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาของพวกเขา

“เรามีความยินดีที่ได้เป็นพันธมิตรกับ Gojek ในฐานะผู้บุกเบิกโมเดลซุปเปอร์แอพเพื่อส่งมอบการวัดค่า O2O ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” Mitch Waters รองประธานอาวุโสของ The Trade Desk กล่าว “ การวิเคราะห์แหล่งที่มาออฟไลน์นั้นเป็นแรงบันดาลใจสำหรับนักการตลาดทุกที่ ด้วยแนวคิดและนวัตกรรมของ Gojek เราจึงสามารถทำให้เป้าหมายนั้นเป็นจริงได้”

ความร่วมมือครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่อินโดนีเซีย แต่คาดว่าจะเปิดตัวในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีนี้

เกี่ยวกับ Gojek Group

Gojek เป็นกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกรูปแบบซุปเปอร์แอพ และระบบนิเวศ Gojek ก่อตั้งขึ้นบนหลักการของการใช้เทคโนโลยีเพื่อขจัดข้อจำกัดรายวันของชีวิตโดยเชื่อมต่อผู้บริโภคกับผู้ให้บริการสินค้าและบริการที่ดีที่สุดในตลาด

บริษัท ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 2553 โดยมุ่งเน้นไปที่บริการจัดส่งและบริการส่งทางมอเตอร์ไซค์ก่อนที่จะเปิดตัวแอพในเดือนมกราคม 2558 ในอินโดนีเซีย ตั้งแต่นั้นมา Gojek ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็น Super App ชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้การเข้าถึงบริการที่หลากหลายตั้งแต่การขนส่งและการชำระเงินดิจิตอล ตลอดไปจนถึงการจัดส่งอาหาร

ขณะนี้ Gojek ให้บริการใน 207 เมืองในห้าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย ณ ไตรมาสที่สามของปี 2562 แอปพลิเคชันของ Gojek และระบบนิเวศของมันถูกดาวน์โหลดมากกว่า 155 ล้านครั้งโดยผู้ใช้ของ Gojek ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในฐานะที่เป็นซุปเปอร์แอป Gojek ทุ่มเทเพื่อแก้ปัญหาความท้าทายในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคในขณะเดียวกันก็ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คนหลายล้านคนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะในภาคการทำงานนอกระบบและธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) ในระหว่างที่ Gojek ยังคงปฏิบัติภารกิจในการสร้างและขยายผลกระทบทางสังคมในเชิงบวกต่อระบบนิเวศของลูกค้า คู่ค้า ผู้ให้บริการพันธมิตรธุรกิจและคู่ค้า MSME ในเดือนสิงหาคม 2562 Gojek อยู่ในอันดับที่ 11 จาก 52 บริษัท ในลิสต์ของบริษัทที่เปลี่ยนแปลงโลกของฟอร์จูน หรือ Fortune’s “ Change the World” ประจำปี 2562 ซึ่งเป็นบริษัทเดียวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แอป Gojek มีให้บริการบน iOS และ Android.

เกี่ยวกับ The Trade Desk

The Trade Desk™ เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ให้อำนาจผู้ซื้อในด้านโฆษณา ผู้ซื้อโฆษณาสามารถสร้าง จัดการ และเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญโฆษณาดิจิตอลผ่านรูปแบบโฆษณาและอุปกรณ์ผ่านบริการตนเองผ่านแพลตฟอร์มคลาวด์ การบูรณาการข้อมูลสำคัญ คลังโฆษณา และพันธมิตรผู้เผยแพร่โฆษณาช่วยให้มั่นใจถึงความสามารถในการเข้าถึงและการตัดสินใจสูงสุดและ API ขององค์กทำให้สามารถใช้งานการพัฒนาที่กำหนดเองบนแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ The Trade Desk มีสำนักงานใหญ่ในเวนทูรา แคลิฟอร์เนีย มีสำนักงานทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมโปรดไปที่ thetradedesk.com หรือตามเราบน Facebook, Twitter, LinkedIn และ YouTube.

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200120005517/en/

ติดต่อ Gojek: Devi Nugraha – devi.nugraha@gojek.com

ติดต่อ The Trade Desk: John Mandeville – john.mandeville@thetradedesk.com

Keio Plaza Hotel Tokyo เป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงนิทรรศการศิลปะตุ๊กตาเด็กหญิง “ฮินะ มัตสุริ”

Logo

– โดยจัดแสดงศิลปะเครื่องประดับแขวน 6,800 ชิ้นและดอกไม้ที่งดงาม

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–20 ม.ค. 2563

Keio Plaza Hotel Tokyo (KPH) หนึ่งในโรงแรมนานาชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นในชินจูกุ โตเกียวเตรียมจัดงานนิทรรศการศิลปะตุ๊กตาหญิง “ฮินะ มัตสุริ” เพื่อให้แขกได้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตุ๊กตาเด็กหญิงหรือที่เรียกว่า “ฮินะ มัตสุริ” อันเป็นวัฒนธรรมของญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ถึง 26 มีนาคม 2563  งานที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงนี้จัดขึ้นทุกปีโดยจัดแสดงศิลปะเครื่องประดับแขวนที่งดงามและประณีตกว่า 6,800 ชิ้นที่ทำจากผ้าไหมเก่า  เครื่องประดับเหล่านี้ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนถึงความปรารถนาให้เด็กได้มีสุขภาพที่แข็งแรงและเปี่ยมไปด้วยความสุข  นอกจากนี้นิทรรศการ คอนเสิร์ต และงานประชุมในปีนี้จะมีธีมเป็นดอกไม้พีชตามเทศกาลพีชและความเชื่อว่าพีชนั้นนำไปสู่การมีอายุยืนยาวเพราะช่วยขับไล่วิญญาณชั่วร้าย

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200120005118/en/

About 6,800 hanging ornaments, each one handmade from kimono and quilt fabrics, and tiered stand of dolls of the Emperor and Empress will be displayed to celebrate the traditional Hina-Matsuri, known as Girls' Day. (Photo: Business Wire)

เครื่องประดับแขวนประมาณ 6,800 ชิ้น แต่ละชิ้นทำจากผ้ากิโมโนและผ้านวมและจะมีการจัดแสดงตุ๊กตาจักรพรรดิและจักรพรรดินีเพื่อเฉลิมฉลองประเพณี “ฮินะ มัตสุริ” ซึ่งนับว่าเป็น “วันของเด็กหญิง” (รูปภาพ: บิสิเนสไวร์)

นิทรรศการธีมดอกไม้จะจัดขึ้นที่ชั้นสามของบริเวณ Art Lobby  จะมีนิทรรศการ “แจกันดอกไม้ไร้ดอกไม้” โดยจัดแสดงแจกันเคลือบ แจกันดินเผา แจกันไม้ไผ่ และแจกันวัสดุอื่นๆ ที่จะแสดงให้เห็นถึงความงามพิเศษของแจกัน  นอกจากนี้ศิลปินวาดภาพชาวญี่ปุ่น Masatsugu Ito จะแสดงภาพเขียน "ดอกซากุระ" บนแผงประตูบานเลื่อนแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นเพื่อนำเสนอความงามสง่าของภาพวาดญี่ปุ่น

ศิลปินจัดดอกไม้ Hiroki Maeno จะบรรยายเกี่ยวกับความหมายและความละเอียดอ่อนของการจัดดอกไม้ญี่ปุ่น “อิเคบานะ” เดือนละสองครั้งในวันพุธ  แขกสามารถนำดอกไม้ที่ตนจัดกลับบ้านเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตุ๊กตาเด็กหญิงพร้อบกับครอบครัว  นอกจากนี้ยังมีรายการเมนูพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตุ๊กตา “ฮินะ มัตสุริ” ที่ร้านอาหารและเลานจ์เจ็ดแห่งของเราในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2563

เอกสารเผยแพร่

เกี่ยวกับ Keio Plaza Hotel

Keio Plaza Hotel Tokyo (KPH) ตั้งอยู่ในชินจูกุใจกลางเมืองหลวงของโตเกียว เป็นหนึ่งในโรงแรมชั้นนำระดับนานาชาติของญี่ปุ่น โรงแรมของเรามีร้านอาหารและบาร์กว่า 15 แห่งและเราเป็นเจ้าภาพงานมากมายให้กับแขกทั้งในและต่างประเทศ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก การต้อนรับที่อบอุ่น และบริการที่เป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยให้แขกได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงประสบการณ์งานแต่งงานกิโมโน พิธีชงชา และอื่นๆ อีกมากมาย  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา YouTube, Facebook หรือ Instagram

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200120005118/en/

ติดต่อ:

Keio Plaza Hotel Tokyo
Keiko Kawashima, +81-3-5322-8010
Public Relations Manager (ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์)
keiko-kawashima@keioplaza.co.jp

Evercore ได้รับรางวัล Best M&A Adviser ในสิงคโปร์เป็นครั้งที่สี่จาก Triple A Country Award ประจำปี 2562

Logo

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–20 มกราคม 2563

Evercore (NYSE: EVR) บริษัทที่ปรึกษาด้านวาณิชธนกิจอิสระชั้นนำระดับโลกได้รับการยอมรับอีกครั้งในฐานะผู้ให้คำปรึกษาด้านการควบรวมกิจการที่ดีที่สุด หรือ Best M&A Adviser ในสิงคโปร์โดยนิตยสาร The Asset ในงาน Triple A Country Awards ประจำปี 2562 ณ ฮ่องกง เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2563

รางวัลประจำปีซึ่งขณะนี้เป็นปีที่ 21 ถือเป็นการให้การการยอมรับสถาบันระดับแนวหน้าที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย โดย Evercore ได้รับรางวัลนี้ในช่วงสี่ในห้าปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งเป็นปีแรกที่ Evercore ได้รับใบอนุญาตประกอบการตลาดทุน (“ Capital Markets Services หรือ CMS”) จาก Monetary Authority of Singapore ทั้งนี้ นับตั้งแต่ก่อตั้งมา บริษัท Evercore ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับธุรกรรมที่ใหญ่ ซับซ้อน และสร้างความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในสิงคโปร์ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Keith Magnus ประธานร่วมธุรกิจของ Evercore ในเอเชียกล่าวว่า“ เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่ดีที่สุดสำหรับ M&A ในสิงคโปร์เป็นครั้งที่สี่ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เราได้สร้างแฟรนไชส์ของเราอย่างต่อเนื่องในตลาดนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาและยังคงมุ่งมั่นในการให้คำแนะนำที่ดีที่สุดและดำเนินการอย่างพิถีพิถันที่สุดสำหรับลูกค้าของเรา เราอุทิศรางวัลนี้ให้กับลูกค้าของเราและขอขอบคุณพวกเขาสำหรับความเชื่อมั่นของพวกเขาที่มีต่อเราเสมอมา”

“เราจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของเราและมุ่งมั่นที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ของลูกค้าผ่านคำแนะนำเชิงกลยุทธ์และการดำเนินธุรกรรมระดับโลก” Magnus กล่าว

Ralph Schlosstein ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Evercore กล่าวว่า“ ผมภูมิใจอย่างยิ่งต่อการเติบโตของธุรกิจสิงคโปร์ของเราในช่วงห้าปีที่ผ่านมา และจากคำแนะนำที่เรามอบให้กับบริษัทที่ใหญ่ที่สุด สถาบันที่เชื่อมโยงกับรัฐบาล ครอบครัวที่มีชื่อเสียง ,ผู้สนับสนุนทางการเงินและธุรกิจภายในภูมิภาค การได้รับรางวัลในครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของแฟรนไชส์สิงคโปร์ของเรา นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2558 ทีมของเราได้ดำเนินการให้คำปรึกษาด้านการควบรวมกิจการ การให้คำปรึกษาด้านทุนและการระดมทุนในวงกว้างด้วยความแข็งแกร่งของฐานความสามารถของสิงคโปร์ ชื่อเสียงของ Keith Magnus ในฐานะที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจระดับโลกนั้นปรากฏให้เห็นในผลลัพธ์ของข้อตกลงที่ทำเพื่อลูกค้าของเรา เรามั่นใจว่า Evercore Singapore จะยังคงเป็นเสาหลักของ บริษัท อันเป็นผลมาจากความสำเร็จและตำแหน่งของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับเอเชีย”

Evercore ให้คำแนะนำโดยปราศจากความขัดแย้งแก่ลูกค้าเกี่ยวกับการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงธุรกรรมข้ามพรมแดนและการปรับใช้เงินทุนเชิงกลยุทธ์ สำนักงานสิงคโปร์ของบริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี 2556 โดยมีการแต่งตั้งนาย Keith Magnus เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Evercore Singapore ซึ่งครอบคลุมภูมิภาค รวมทั้งเป็นกรรมการผู้จัดการอาวุโสของ Evercore ทั้งนี้ Evercore ได้รับใบอนุญาตตลาดทุนจาก Monetary Authority of Singapore ในช่วงกลางปี 2557 และเปิดตัวสำนักงานอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2558 และเพื่อเป็นการตอกย้ำความสำคัญของสำนักงานในสิงคโปร์ Magnus ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานร่วมของธุรกิจในเอเชียของ Evercore ในเดือนมีนาคม 2560.เพื่อเป็นการสร้างความรับรู้ถึงความเป็นผู้นำและการมีส่วนร่วมกับแฟรนไชส์ Evercore ในวงกว้าง นาย Magnus ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกของคณะกรรมการบริหารระดับโลกของบริษัทในเดือนตุลาคม 2562

เกี่ยวกับ Evercore

Evercore (NYSE: EVR) เป็น บริษัท ที่ปรึกษาด้านวาณิชธนกิจอิสระระดับโลก เราทุ่มเทเพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราบรรลุผลลัพธ์ที่เหนือกว่าผ่านคำแนะนำระดับนวัตกรรมที่เป็นอิสระในเรื่องที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่อคณะกรรมการคณะผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรวมถึงการควบรวมกิจการการให้คำปรึกษาผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ นอกจากนี้ Evercore ยังช่วยเหลือลูกค้าในการระดมทุนของภาครัฐและเอกชนและให้บริการการวิจัยด้านตราสารทุน การขายตราสารทุน และการดำเนินการซื้อขายผ่านตัวแทนนอกเหนือจากการให้บริการการบริหารความมั่งคั่งและการลงทุนแก่ผู้มีมูลค่าสุทธิและนักลงทุนสถาบัน บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2538 โดยมีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์กและมีสำนักงานและสำนักงานสาขาในศูนย์กลางการเงินที่สำคัญในอเมริกาเหนือยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม www.evercore.com.

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200119005036/en/

ติดต่อด้านธุรกิจ: Keith Magnus

ประธานร่วมภูมิภาคเอเชีย

+65.6290.7000

ติดต่อสำหรับผู้ลงทุน: Hallie Elsner Miller

หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ Evercore

+1.212.767.4173

ติดต่อสำหรับสื่อ: Dana Gorman

The Abernathy MacGregor Group สำหรับ Evercore

+1.212.371.5999

Kurita Water Industries ได้รับรางวัล Natural Resources and Energy Director-General’s Award ในงานรางวัล Energy Conservation Grand Prize ปี 2562 ด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนด้วยเทคโนโลยี Dropwise Condensation

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–17 ม.ค. 2563

Kurita Water Industries Ltd. (โตเกียว: 6370) (สำนักงานใหญ่: นาคาโนะ-คิว โตเกียว; ประธาน: Michiya Kadota; ต่อไปนี้เรียกว่า "Kurita") มีความยินดีที่จะประกาศว่าทางบริษัทได้รับรางวัลผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน (Natural Resources and Energy Director-General's Award) ในหมวดผลิตภัณฑ์และรูปแบบธุรกิจในรางวัลอนุรักษ์พลังงานปี 2562 (2019 Energy Conservation Grand Prize) ซึ่งจัดโดยศูนย์อนุรักษ์พลังงานประเทศญี่ปุ่น (Energy Conservation Center, Japan) (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น)  รางวัลนี้ได้ยกย่องการปรับปรุงประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนด้วยเทคโนโลยี Dropwise Condensation ของ Kurita  เป็นครั้งที่สองที่ Kurita ได้รับรางวัล Energy Conservation Grand Prize หลังจากได้รับรางวัล Energy Conservation Center Chairman’s Award สำหรับเทคโนโลยี DReeM Polymer™ ในปี 2560

รางวัล Energy Conservation Grand Prize ตระหนักถึงความริเริ่มด้านการอนุรักษ์พลังงานในส่วนของผู้ประกอบการและสถานที่ รวมถึงผลิตภัณฑ์และรูปแบบธุรกิจที่แสดงให้เห็นถึงการอนุรักษ์พลังงานที่ยอดเยี่ยม  ความพยายามดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อขยายการรับรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานในญี่ปุ่น ส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานอย่างกว้างขวาง และช่วยสร้างสังคมอนุรักษ์พลังงาน  ในปี 2562 รางวัล Energy Conservation Grand Prize ได้เชิดชูหัวข้อทั้งหมด 52 ประเด็น โดยมีเจ้าของรางวัล Agency of Natural Resources and Energy Director-General's Award ในหมวดหมู่รูปแบบผลิตภัณฑ์และธุรกิจจำนวนห้าราย

Kurita ได้รับการยอมรับด้านแนวคิดในการอนุรักษ์พลังงานผ่านทางเทคโนโลยี Dropwise Condensation และเทคโนโลยีพื้นฐาน  โดยทั่วไปแล้ว ปลายของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบไอน้ำจะเกิดชั้นน้ำบนพื้นผิวโลหะเนื่องจากการควบแน่นของไอน้ำ  ชั้นน้ำนี้อาจลดประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนอย่างมาก ก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงานและประสิทธิภาพลดลงเนื่องจากต้องใช้ปริมาณไอน้ำมากขึ้น  เทคโนโลยี Dropwise Condensation ของ Kurita มอบคุณสมบัติกันน้ำให้กับพื้นผิวโลหะของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเพื่อกำจัดชั้นน้ำบนพื้นผิวโลหะและปรับปรุงประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน  ผลลัพธ์นี้จะช่วยประหยัดพลังงานเนื่องจากปริมาณไอน้ำที่ใช้ลดลงและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ  ยิ่งกว่านั้น เนื่องจากผลลัพธ์นี้ทำได้โดยเพียงเพิ่มสารเคมีบำบัดน้ำที่มีคุณสมบัติกันน้ำในท่อไอน้ำก่อนการแลกเปลี่ยนความร้อน จึงสามารถนำโซลูชันนี้มาใช้กับโรงงานปัจจุบันได้

Kurita กำลังเปิดตัวโซลูชั่นที่ใช้เทคโนโลยีนี้ในหลายสาขาธุรกิจและได้รับรองผลลัพธ์ที่โรงงานกระดาษที่ได้ลดปริมาณการใช้ไอน้ำต่อหน่วยและได้ลดการปล่อยก๊าซ CO2 โดยเฉลี่ย 5-10% ต่อปี  นอกจากนี้ ยังสามารถปรับปรุงผลลัพธ์การการประหยัดให้ดีขึ้นได้ด้วยการใช้ร่วมกับเทคโนโลยีด้านไอทีและการตรวจจับ  ในอนาคต Kurita จะเปิดตัวโซลูชั่นเหล่านี้ในฐานะผู้รับเหมาโดยแบ่งปันผลประโยชน์ที่มีต่ออุปกรณ์การผลิตร่วมกับลูกค้า เช่น การใช้พลังงานที่ลดลงและปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น

ภายใต้แผนการจัดการระยะกลาง MVP-22 Kurita มองว่า “การแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ” และ “การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน” เป็นประเด็นทางสังคมที่ต้องจัดลำดับความสำคัญและจะมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม  Kurita Group มุ่งใส่ใจการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอุตสาหกรรม ส่งมอบการปรับปรุงประสิทธิภาพเชิงความร้อนทั่วทั้งโรงงาน และจะทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อแสวงหาการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

การอ้างอิง: ข้อมูลและลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200116005911/en/

ติดต่อ:

Kurita Water Industries Ltd.
Marketing Department1, Marketing Group, Solution Business Division (ฝ่ายการตลาด 1 กลุ่มการตลาด ฝ่ายโซลูชันธุรกิจ)
Mail: kwi_global_inquiry@kurita-water.com

Jeff Staple ดีไซเนอร์ระดับตำนานแห่งวงการสตรีทแวร์ จับมือ Overwatch League™ สร้างสรรค์ชุดแข่งสำหรับกีฬาอีสปอร์ตขึ้นเป็นครั้งแรก

Logo

ทีมใน Overwatch League ทั้ง 20 ทีมจะได้รับชุดแข่งทีมเหย้าและทีมเยือนที่มีเอกลักษณ์สำหรับลงแข่งในซีซัน 2020 ซึ่งจะเริ่มขึ้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้

เออร์ไวน์, แคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–17 มกราคม 2563

วันนี้ Overwatch League™ ประกาศจับมือกับดีไซเนอร์และพาวเวอร์เฮาส์ด้านสตรีทแวร์อย่าง Jeff Staple เพื่อร่วมกันเปลี่ยนภาพลักษณ์ ออกแบบ และพัฒนาชุดแข่งสำหรับนักกีฬาอีสปอร์ตขึ้นเป็นครั้งแรก โดยชุดที่ร่วมกันออกแบบขึ้นมาใหม่นี้ บรรดาผู้เล่นจาก Overwatch League ได้ร่วมออกความเห็นเพื่อให้ได้ลุคและสัมผัสที่มีเอกลักษณ์ทั้งในแง่ของการเล่นกีฬาแบบทั่วไปและกีฬาอีสปอร์ต ใช้ผ้าที่มีคุณภาพมากขึ้น ตกแต่งด้วยลวดลายที่ดูพรีเมียม พร้อมแทรกผ้าขยายช่วงตัวด้านข้างเพื่อให้สวมใส่ได้สบาย นอกจากนี้ยังมีการเลือกทรงและใช้วิธีการตัดเย็บที่มีคุณภาพเพื่อให้มีความทนทานต่อการสวมใส่ระหว่างเล่นเกม ทีมนักกีฬาทั้งหมด 20 ทีมของ Overwatch League จะได้เป็นเจ้าของชุดแข่งทีมเหย้าและทีมเยือนของตัวเองระหว่างทำการแข่งขันตลอดซีซัน 2020 ซึ่งมีกำหนดเริ่มขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200116005551/en/

(Photo: Business Wire)

(รูปภาพ: Business Wire)

Staple ได้ร่วมทำงานกับนักกีฬาของ Overwatch League ตลอดกระบวนการออกแบบ เพื่อให้มั่นใจว่าชุดแข่งที่ออกมานั้นสวมใส่สบาย เป็นชุดเครื่องแบบที่ใช้งานได้จริงสำหรับการแข่งขันและยังมีดีไซน์ที่สวยงามตามแบบฉบับของ Staple ชุดแข่งใหม่นี้นำผ้าตาข่ายที่รูตาข่ายมีขนาดเล็กมากและมีคุณภาพมากขึ้นมาใช้ตัดเย็บเสื้อเพื่อให้มีน้ำหนักเบาและระบายอากาศได้ดี ช่วยกระจายความร้อยและให้อุณหภูมิร่างกายของผู้เล่นมีความสมดุล เพื่อมอบความสบายสูงสุดขณะสวมใส่ โดยเซ็ตชุดแข่งสำหรับนักกีฬาทั้งหมด 20 ทีมในลีกจะประกอบด้วยเสื้อแข่งแขนสั้น เสื้อแข่งแขนยาว เสื้อแจ็คเก็ต ปลอกรัดแขน หมวก และหมวกบีนี่

“การร่วมมือในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อนนี้เป็นตัวสะท้อนอย่างดีถึงวิวัฒนาการของกีฬาอีสปอร์ตที่เข้ามามีส่วนในรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คน สิ่งนี้ไม่ใช่เพียงชัยชนะของ Overwatch League เท่านั้น แต่รวมถึงแฟน ๆ ของเรา และอุตสาหกรรมอีสปอร์ตด้วย” Daniel Cherry ผู้อำนวยการสูงสุดด้านการตลาดของ Activision Blizzard Esports กล่าว “พวกเราตื่นเต้นกันอย่างมากที่จะได้ร่วมงานกับผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนของเราและตำนานแห่งวงการสตรีทแวร์อย่าง Jeff Staple ในการออกแบบชุดทีมเหล่านี้ ความเป็นพันธมิตรที่มีความใกล้ชิดระหว่างผู้เล่นของเราและ Jeff สามารถเห็นและสัมผัสได้ผ่านองค์ประกอบในการออกแบบต่าง ๆ ที่ถูกนำมาใช้ในเสื้อผ้าเหล่านั้น เราต่างตั้งตารอที่จะได้เห็นชุดเหล่านี้ถูกสวมใส่ตามท้องถนนในเมืองต่าง ๆ ที่มีทีมจาก Overwatch League ของเราอยู่ในซีซันนี้”

“ผมเฝ้ามองวงการกีฬาอีสปอร์ตมาเป็นเวลาหลายปีและเป็นแฟนตัวยงของสิ่งที่ Overwatch League ได้สร้างเอาไว้ เมื่อผมได้รับคำเชิญให้ออกแบบชุดแข่งใหม่ให้พวกเขา ผมตื่นเต้นมาก” Staple กล่าว “นี่คือโอกาสครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้นำสิ่งที่ดีที่สุดจากโลกอีสปอร์ตและโลกสตรีแวร์มารวมกัน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่มีความแตกต่างและไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน ชุดแข่งเหล่านั้นจะถูกพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้เล่น ไม่เพียงเท่านั้นยังจะได้รับการออกแบบให้ดูดีเมื่อสวมใส่นอกสถานที่จัดการแข่งขันด้วย”

Staple โลดแล่นอยู่ในวงการมากว่าสองทศวรรษ และได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับแนวหน้ามากมายทั้งในวงการดีไซน์ ไลฟ์สไตล์และบันเทิง สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา รวมถึงแบรนด์ Staple Pigeon ที่โด่งดังทั่วโลก จะนำรูปโฉมใหม่มาสู่แบรนด์ของแต่ละทีม

แฟน ๆ สามารถสั่งซื้อเสื้อแข่ง OWL X STAPLE ใหม่ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม นี้ ที่ shop.overwatchleague.com

รูปภาพและวิดีโอลิงก์

เกี่ยวกับ Overwatch League™

Overwatch League™ คือ ลีกการแข่งขันอีสปอร์ตมืออาชีพระดับโลกเจ้าแรก และมีทีมจากเมืองต่าง ๆ ทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ Overwatch® ก่อตั้งขึ้นโดยผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเกมที่ได้รับการยอมรับระดับโลกอย่าง Blizzard Entertainment (ภายใต้ Activision Blizzard—Nasdaq: ATVI) ซึ่งแฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงของบริษัทได้ช่วยวางรากฐานและผลักดันวงการอีสปอร์ตมืออาชีพมาตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ในฐานะน้องใหม่ที่เข้ามาร่วมวงเกมที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 [1] ทั้ง 21 เกมของ Blizzard Overwatch ถูกสร้างขึ้นเพื่อการแข่งขันเกมออนไลน์ โดยมีตัวละครที่น่าจดจำและรูปแบบการเล่นที่รวดเร็ว ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบสนองการเล่นเกมที่เข้าถึงผู้เล่นมากที่สุดและประสบการณ์ของผู้รับชม เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Overwatch League ได้ที่ www.overwatchleague.com

[1] ยอดขายและ/หรือยอดดาวน์โหลด ข้อมูลจากบันทึกภายในของบริษัทและรายงานจากตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่

เกี่ยวกับ Blizzard Entertainment, Inc.

Blizzard Entertainment, Inc. (https://www.blizzard.com) สร้างชื่อจากเกมฮิตระดับบล็อกบัสเตอร์อย่าง World of Warcraft®, Hearthstone®, Overwatch®, the Warcraft®, StarCraft® และ Diablo® รวมถึงเกมที่มีแฟรนไชส์มากมายอย่าง Heroes of the Storm® และเป็นบริษัทในเครือของ Activision Blizzard (NASDAQ: ATVI) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและจำหน่ายซอฟต์แวร์ด้านความบันเทิงที่ได้รับการยอมรับในด้านการสร้างสรรค์เกมต่าง ๆ ที่เป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดของอุตสาหกรรม เครื่องการันตีผลงานของ Blizzard Entertainment ประกอบด้วยเกมที่ได้รับความนิยมอันดับ 1* ทั้งหมด 21 เกม และรางวัล Game of the Year ที่คว้ามาได้มากมาย บริการด้านเกมออนไลน์ของบริษัทอย่าง Blizzard Battle.net® เป็นหนึ่งในบริการด้านเกมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก และมีผู้เล่นกว่าล้านคนในปัจจุบัน

*ยอดขายและ/หรือยอดดาวน์โหลด ข้อมูลจากบันทึกภายในของบริษัทและรายงานจากตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่

เกี่ยวกับ Activision Blizzard Esports

Activision Blizzard Esports (ABE) เป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการพัฒนา การดำเนินการ และการจัดจำหน่ายทรัพย์สินประเภทเกมของ Activision Blizzard ประกอบด้วย Overwatch League™, the Call of Duty® League™, Call of Duty Challengers™, Hearthstone® Masters, StarCraft® II esports, Warcraft® III: Reforged™ และ the World of Warcraft® Arena World Championship รวมถึง Mythic Dungeon International และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ABE ยังเป็นผู้จัดการแข่งขันอีสปอร์ตระดับสถาบันศึกษารายการชั้นนำอย่าง Tespa วิสัยทัศน์ของ ABE คือการเป็นผู้พัฒนาด้านความบันเทิงด้านการแข่งขันระดับโลก ที่มีคุณค่า พร้อมขยายขนาด และมีความล้ำมากที่สุด

โลโก้ OVERWATCH, OVERWATCH LEAGUE และ the OVERWATCH LEAGUE เป็นเครื่องหมายการค้า หรือ เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Blizzard Entertainment, Inc. ในสหรัฐอเมริกา และ/หรือประเภทอื่น ๆ ชื่ออื่น ๆ เป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

ข้อควรระวังเกี่ยวกับคำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า: ข้อมูลในเอกสารประชาสัมพันธ์นี้ที่เกี่ยวข้องกับควมคาดหวัง แผน ความตั้งใจ หรือ กลยุทธ์ในอนาคตของ Overwatch League ซึ่งรวมถึงคำแถลงการณ์เกี่ยวกับความร่วมมือกับ Jeff Staple และวันจัดกิจกรรมของ Overwatch League ในซีซัน 2020 ถือเป็นคำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงและเกี่ยวข้องกับปัจจัยและความไม่แน่นอนหลายประการ ปัจจัยที่อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในอนาคตของ ของ Overwatch League แตกต่างจากที่กล่าวในคำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าที่รวมอยู่ในเอกสารประชาสัมพันธ์นี้ ประกอบด้วย ความล่าช้าของผลิตภัณฑ์ที่คาดไม่ถึง และปัจจัยอื่น ๆ ที่ระบุภายใต้หัวข้อปัจจัยเสี่ยงในรายงานประจำปีฉบับล่าสุดของ Activision Blizzard ในฟอร์ม 10-K และรายงานประจำไตรมาสที่จัดทำในเวลาต่อมาในฟอร์ม 10-Q คำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าในเอกสารประชาสัมพันธ์นี้จัดทำขึ้นโดยใช้ข้อมูล ณ ปัจจุบันที่ Overwatch League และ Activision Blizzard มี ในวันที่เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ถูกเผยแพร่ ทั้ง Overwatch League และ Activision Blizzard ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องปรับปรุงคำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์นี้ให้เป็นปัจจุบัน ถ้อยคำในคำแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ที่ถือว่ามีความถูกต้องในวันที่จัดทำนี้อาจพบว่าไม่ถูกต้องในภายหลัง ถ้อยคำเหล่านี้ไม่สามารถการันตีถึงผลการดำเนินงานในอนาคตของ Overwatch League หรือ Activision Blizzard ได้ และขึ้นอยู่กับความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ซึ่งบางอย่างเหนือการควบคุมของบริษัท และอาจส่งผลให้ ผลลัพธ์ที่แท้จริงของเราอาจแตกต่างไปอย่างมากจากที่คาดการณ์ในปัจจุบัน

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200116005551/en/

ติดต่อ:

Mark Van Lommel
Overwatch League
949-955-1380 x61147
MVanLommel@overwatchleague.com

Kevin Scarpati
Overwatch League
949-955-1380 x61298
Kscarpati@overwatchleague.com