ALMAL Real Estate Development แต่งตั้ง Wyndham Hotels & Resorts เป็นผู้ดูแลโครงการ The One by ALMAL Bali Nusa Dua ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือ Registry Collection

Logo

บาหลี อินโดนีเซีย–(BUSINESS WIRE)–13 มีนาคม 2026

ALMAL Real Estate Development ประกาศแต่งตั้ง Wyndham Hotels & Resorts เป็นผู้ดูแลโครงการ The One by ALMAL Bali Nusa Dua, a Registry Collection Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมหรูระดับไฮโซที่วางแผนไว้สำหรับย่านรีสอร์ทอันทรงเกียรติของนูซาดูอา บาหลี

The One by ALMAL Bali Nusa Dua, a Registry Collection Hotel (Photo: AETOSWire)

โรงแรม The One by ALMAL Bali Nusa Dua ในเครือ Registry Collection (ภาพ: AETOSWire)

The One by ALMAL ได้รับการออกแบบให้เป็นแลนด์มาร์คทางสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามตามธรรมชาติและการออกแบบสไตล์เขตร้อนของบาหลี ผสมผสานความหรูหราทันสมัยเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมของเกาะ โครงการนี้มุ่งเน้นประสบการณ์การพักผ่อนที่อบอุ่นเป็นกันเอง โดดเด่นด้วยการออกแบบที่หรูหรา สิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างดี และแนวคิดการบริการที่เป็นเลิศ ในหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โรงแรมแห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของ Registry Collection Hotels ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมระดับไฮเอนด์และหรูหราของ Wyndham Hotels & Resorts ที่ตั้งอยู่ในจุดหมายปลายทางอันโด่งดังทั่วโลก แบรนด์นี้รวบรวมโรงแรมอิสระที่ได้รับการยอมรับในด้านเอกลักษณ์และมาตรฐานการออกแบบระดับสูง พร้อมทั้งได้รับประโยชน์จากแพลตฟอร์มการตลาดระดับโลก ระบบการจอง และโปรแกรมสะสมคะแนน Wyndham Rewards ของ Wyndham

“โครงการ The One by ALMAL Bali Nusa Dua สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเราในการสร้างจุดหมายปลายทางด้านการบริการที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมที่พิถีพิถัน ทำเลที่ตั้งที่โดดเด่น และความร่วมมือกับแบรนด์ระดับนานาชาติ” Dmytro Starovoitov ผู้ก่อตั้งบริษัท ALMAL Real Estate Development กล่าว “บาหลียังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสุดหรูที่น่าปรารถนาที่สุดในโลก และโครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การบริการที่เป็นเอกลักษณ์ในใจกลางนูซาดูอา”

นูซาดูอาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่รีสอร์ทสุดหรูของบาหลี เป็นที่ตั้งของรีสอร์ทระดับโลก ชายหาดที่สวยงาม และสนามกอล์ฟระดับแชมป์ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

เกี่ยวกับ ALMAL Real Estate Development

ALMAL Real Estate Development เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติที่เชี่ยวชาญด้านโครงการที่อยู่อาศัยและโรงแรมระดับไฮเอนด์ในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วโลก บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างสรรค์อสังหาริมทรัพย์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น โดยผสมผสานความเป็นเลิศด้านการออกแบบ ทำเลที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ และมูลค่าในระยะยาว

เกี่ยวกับ Registry Collection Hotels

Registry Collection Hotels คือกลุ่มโรงแรมหรูและบูติกในเครือ Wyndham Hotels & Resorts ที่ตั้งอยู่ในจุดหมายปลายทางทั่วโลก แบรนด์นี้เชื่อมโยงโรงแรมอิสระต่างๆ เข้ากับเครือข่ายการตลาด ระบบการจอง และระบบนิเวศของสมาชิก Wyndham ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละโรงแรมไว้

Wyndham Hotels & Resorts เป็นบริษัทแฟรนไชส์โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อพิจารณาจากจำนวนโรงแรม โดยมีโรงแรมประมาณ 9,000 แห่งในกว่า 95 ประเทศ ด้วยแบรนด์ต่างๆ ในเครือและเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วโลก Wyndham ช่วยให้เจ้าของโรงแรมสามารถเข้าถึงการตลาด ระบบการจอง และโปรแกรมสะสมคะแนน Wyndham Rewards ได้

* แหล่งที่มา : AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260312735925/en

Contacts

Oksana Vitkovska, +97152458 5517
Ov@almal-investments.com

ที่มา: ALMAL Real Estate Development

Boyd เสร็จสิ้นการขายธุรกิจด้านความร้อนให้กับบริษัท Eaton ในราคา 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Logo

บริษัท Boyd พร้อมที่จะขยายธุรกิจวัสดุวิศวกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินงานในฐานะบริษัทอิสระที่มีโอกาสในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

โบคาเรตัน ฟลอริดา–(BUSINESS WIRE)–13 มีนาคม 2026

Boyd Corporation (“Boyd”) ผู้คิดค้นนวัตกรรมระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจในด้านวัสดุวิศวกรรมและโซลูชันด้านความร้อน ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้เสร็จสิ้นการขายธุรกิจด้านความร้อนให้กับ Eaton บริษัทด้านการจัดการพลังงานอัจฉริยะ ในราคา 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2025

ธุรกิจวัสดุวิศวกรรมของ Boyd จะดำเนินงานในฐานะบริษัทอิสระ โดยได้รับการสนับสนุนจาก Goldman Sachs Alternatives ธุรกิจวัสดุวิศวกรรมของ Boyd จะยังคงออกแบบและผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยในการปิดผนึก ป้องกัน ฉนวน และปกป้อง พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ของลูกค้าในตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

Boyd มีจุดยืนเชิงกลยุทธ์ที่ได้เปรียบในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง ผ่านความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์วัสดุที่กว้างขวาง วิศวกรรมขั้นสูง เทคโนโลยีการผลิตที่แตกต่าง และความร่วมมือที่ไว้วางใจได้กับลูกค้า

“Boyd ได้คว้าโอกาสการเติบโตสูงด้วยการนำเสนอโซลูชันที่สร้างสรรค์และมุ่งเน้นลูกค้าในตลาดสำคัญที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว เช่น อุปกรณ์สวมใส่ทางการแพทย์ ศูนย์ข้อมูล AI ระบบจัดเก็บพลังงานแบตเตอรี่ ดาวเทียมวงโคจรต่ำ และตลาดเกิดใหม่ เช่น หุ่นยนต์” Doug Britt ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Boyd กล่าว “จากการขายธุรกิจด้านความร้อน ทีมผู้บริหารของเรามีความยินดีที่จะเปลี่ยนไปมุ่งเน้นที่การเติบโตอย่างประสบความสำเร็จของธุรกิจวัสดุวิศวกรรมระดับโลกของเรา”

“Boyd เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Goldman Sachs Alternatives ในการสนับสนุนธุรกิจที่แข็งแกร่งซึ่งมีทีมผู้บริหารที่ยอดเยี่ยมในภาคส่วนที่มีพื้นฐานที่มั่นคงในระยะยาว” Leonard Seevers หุ้นส่วนแบบ Private Equity ของ Goldman Sachs Alternatives กล่าว ““เรารู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จของทีมงานทั้งหมดในธุรกิจด้านความร้อนของ Boyd และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะให้การสนับสนุน Boyd Corporation ในการเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป”

การขายกิจการครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของวัสดุวิศวกรรมของ Boyd เนื่องจากในอดีต Boyd ได้แยกการดำเนินงาน การบริหาร การวิจัยและพัฒนา การขาย และทีมสนับสนุนลูกค้าออกจากกันระหว่างธุรกิจด้านความร้อนและวัสดุวิศวกรรม ลูกค้าวัสดุวิศวกรรมของ Boyd จะยังคงได้รับการบริการที่มีคุณภาพสูงเช่นเดิมตามที่พวกเขาคาดหวังจาก Boyd

เกี่ยวกับ Boyd

Boyd คือผู้นำนวัตกรรมระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจในด้านโซลูชันที่ยั่งยืน ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ของลูกค้าดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น เร็วขึ้น และเชื่อถือได้มากขึ้น วัสดุวิศวกรรมที่เป็นนวัตกรรมของเราช่วยพัฒนาเทคโนโลยีของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในศูนย์ข้อมูลที่ทันสมัยที่สุดในโลก เพิ่มความแม่นยำของระบบดูแลสุขภาพส่วนบุคคลและระบบวินิจฉัยโรคที่ล้ำสมัย ช่วยให้เทคโนโลยีอากาศยานและระบบรักษาความปลอดภัยที่สำคัญมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพิ่มความน่าเชื่อถือและขยายระยะการใช้งานสำหรับแอปพลิเคชันการเคลื่อนที่อัจฉริยะ และเร่งสร้างนวัตกรรมในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอินเทอร์เฟซระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรยุคใหม่ หัวใจสำคัญของการผลิตทั่วโลกของ Boyd คือความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งในการปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วยการดำเนินงานระดับภูมิภาคที่ยั่งยืน ปรับขนาดได้ คล่องตัว และตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม ซึ่งช่วยลดของเสียและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เราส่งเสริมพนักงาน พัฒนาศักยภาพของพวกเขา และสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาทำในสิ่งที่ถูกต้องด้วยความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบเพื่อสนับสนุนความสำเร็จของลูกค้าของเรา

มาเยี่ยมชมเราได้ที่ www.boydcorp.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Neha Toshniwal
neha.toshniwal@boydcorp.com

ที่มา: Boyd Corporation

OXMIQ Labs และ AM Intelligence Labs ได้ร่วมมือกันเพื่อออกแบบแพลตฟอร์มประมวลผล AI ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

Logo

เพิ่มประสิทธิภาพตั้งแต่โฟตอนไปจนถึงผลลัพธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียน 100%

แคมป์เบลล์ รัฐแคลิฟอร์เนีย และไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย–(BUSINESS WIRE)–16 มีนาคม 2026

OXMIQ Labs (“OXMIQ”) บริษัทด้านสถาปัตยกรรม GPU และเทคโนโลยี AI ที่ก่อตั้งโดย Raja Koduri ประกาศในวันนี้ถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีกับ AM Intelligence Labs ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจหนึ่งของ AM Group เพื่อให้คำปรึกษาด้านศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานของระบบสำหรับขีดความสามารถในการประมวลผล AI ขนาด 2 GW ของ AM Intelligence Labs ภายในปี 2030 โดยเริ่มต้นด้วยฮับการประมวลผล AI ขนาด 1 GW ในรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย

OXMIQ and AM Intelligence Labs are building one of the world's largest renewable-powered AI compute platforms - 2 Gigawatts by 2030, Phase 1 online in Noida, India by 2027.

OXMIQ และ AM Intelligence Labs กำลังร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มประมวลผล AI ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีกำลังการผลิต 2 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 และเฟสแรกจะเปิดใช้งานในเมืองนอยดา ประเทศอินเดียภายในปี 2027

โดย AM Intelligence Labs เป็นหน่วยธุรกิจเชิงกลยุทธ์ของ AM Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Greenko ผู้ผลิตพลังงานสีเขียวรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ด้วยกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียน 50 GW จากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ โดยได้รับการสนับสนุนจากระบบจัดเก็บพลังงานอัจฉริยะ 100 GWh และจัดหาพลังงานประมาณ 2% ของพลังงานทั้งหมดของอินเดีย โดยพลังงานที่ผลิตได้นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ ดำเนินการ และปราศจากคาร์บอน โดยมีราคาต่ำกว่าต้นทุนพลังงานของศูนย์ข้อมูลแบบดั้งเดิมถึง 50-70%

อินเดียกำลังเป็นศูนย์กลางความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเศรษฐกิจ AI ระดับโลก ด้วยระบบนิเวศของนักพัฒนาขนาดใหญ่ เศรษฐกิจดิจิทัล และการนำ AI มาใช้ในองค์กรที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ประเทศนี้กำลังก้าวขึ้นเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกสำหรับการใช้งาน AI และการใช้งานโทเค็น

โดย AM Group ได้เริ่มพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐาน AI เรือธงของบริษัทแล้ว โดยในขณะนี้เฟส 1 ของ Noida Compute Hub ได้กำลังเริ่มดำเนินการอย่างจริงจัง การนำกำลังการประมวลผลเริ่มต้นมาใช้งานภายในสิ้นปี 2027 จะถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างแพลตฟอร์มการประมวลผล AI ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดย OXMIQ นั้นกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับ AM Group เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสถาปัตยกรรมระบบ การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งมอบการดำเนินการแบบโมดูลาร์ เพื่อให้มั่นใจว่าแพลตฟอร์มจะถูกนำไปใช้งานอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งบรรลุประสิทธิภาพและมีสเกลขนาดที่ดีที่สุด

ภายใต้ความร่วมมือนี้ OXMIQ จะทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมสำหรับแพลตฟอร์มการประมวลผล โดยทำงานร่วมกับ AM Intelligence Labs เพื่อออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ แผนงานด้านฮาร์ดแวร์ และกลยุทธ์ห่วงโซ่อุปทานที่จะรองรับสิ่งอำนวยความสะดวกนี้ โดย OXMIQ นั้นมีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งซึ่งครอบคลุมทั้งระบบการประมวลผล ตั้งแต่สถาปัตยกรรม GPU ระดับทรานซิสเตอร์และการบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง ไปจนถึงระบบระดับแร็ค การเชื่อมต่อประสิทธิภาพสูง และซอฟต์แวร์การจัดการที่จำเป็นต่อการใช้งานเวิร์กโหลด AI ในระดับมหาศาล โดยความร่วมมือนี้จะมอบการเพิ่มประสิทธิภาพแบบครบวงจรตั้งแต่โฟตอนไปจนถึงผลลัพธ์ ทำให้เศรษฐศาสตร์ระดับเซตตา (Zettascale) สามารถเข้าถึงได้สำหรับทุกคนในที่สุด

AM Group นั้นกำลังพัฒนาศูนย์ประมวลผล AI ประสิทธิภาพสูงขนาด 1 GW ในเมืองนอยดา ซึ่งจะเป็นแพลตฟอร์มแบบบูรณาการครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลขั้นสูง ตัวเร่งความเร็วประสิทธิภาพสูง ชุดซอฟต์แวร์ที่สมบูรณ์ แอปพลิเคชัน รวมถึงรูปแบบการใช้งานที่ยืดหยุ่น ตั้งแต่ AI Pods-as-a-Service ไปจนถึง Tokens-as-a-Service

ความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งของ OXMIQ ในด้านการประมวลผลทุกระดับจะช่วยให้แพลตฟอร์มได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่โฟตอนไปจนถึงโทเค็น ในทุกๆ เลเยอร์ ตั้งแต่การผลิตพลังงานหมุนเวียน สถาปัตยกรรมศูนย์ข้อมูล ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว โครงสร้างการเชื่อมต่อ การเลือกตัวเร่งความเร็ว และการจัดการภาระงาน ที่จะได้รับการออกแบบให้เป็นระบบเดียวกัน โดยแนวทางแบบบูรณาการนี้จะช่วยปลดล็อกเศรษฐศาสตร์การแปลงอิเล็กตรอนให้เป็นโทเค็นชั้นนำของอุตสาหกรรม ที่จะส่งผลให้ต้นทุนการประมวลผล AI ในระดับกิกะวัตต์ลดลงเป็นอย่างมาก

มุมมองของผู้นำ

“AM Intelligence Labs คือพันธมิตรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ OXMIQ พวกเขาได้แก้ไขข้อจำกัดที่ยากที่สุดในโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ นั่นคือ การเข้าถึงพลังงานที่เชื่อถือได้และปราศจากคาร์บอนในระดับโลก ทีมงานของเราใช้เวลาหลายทศวรรษในการสร้างซิลิคอน ระบบ และซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนแพลตฟอร์มการประมวลผลที่ทันสมัยที่สุดในโลก การนำความเชี่ยวชาญนั้นมาสู่โครงสร้างพื้นฐานของ AM Intelligence Labs ตั้งแต่การตัดสินใจด้านสถาปัตยกรรมครั้งแรก หมายความว่าทุกแร็ค ทุกการเชื่อมต่อ ทุกระบบจัดเก็บข้อมูลและระบบระบายความร้อนต่างได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงเวิร์กโหลดและต้นทุนที่จำเป็นสำหรับยุค AI”

— Raja Koduri ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ OXMIQ Labs

“OXMIQ ช่วยให้ AM Intelligence Labs เข้าถึงความเชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์และระบบที่ล้ำลึกที่สุดในอุตสาหกรรม ประสบการณ์ของทีมงานจากบริษัทชั้นนำในซิลิคอนแวลลีย์คือสิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริงในการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก เรากำลังร่วมกันวางรากฐานให้ AM Intelligence Labs กลายเป็นแพลตฟอร์มประมวลผล AI แบบครบวงจร”

— Anil Chalamalasetty ประธานกลุ่ม AM Group

เกี่ยวกับ OXMIQ Labs

OXMIQ Labs มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่แคมป์เบลล์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นบริษัทด้านสถาปัตยกรรม GPU และเทคโนโลยี AI ที่ก่อตั้งโดย Raja Koduri ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการเป็นผู้นำในบริษัทต่างๆ เช่น Apple, AMD, Intel และ ATI Technologies โดย OXMIQ นั้นนำเสนอฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ AI บนชิปเล็ตที่สามารถขออนุญาตใช้งานได้ โดยสร้างขึ้นเพื่อยุคแห่งการอนุมาน โดย OxCapsule และ OxPython จะมอบการเพิ่มประสิทธิภาพทันทีบนฮาร์ดแวร์ที่หลากหลาย ในขณะที่ OxCore และ OxQuilt จะนำเสนอแผนงานสำหรับชิปเล็ตเพื่อประสิทธิภาพระดับเซตตา (Zettascale) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม: www.oxmiq.ai

ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า: ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าซึ่งมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ผลลัพธ์ที่แท้จริงอาจแตกต่างไปอย่างมาก โครงการและการดำเนินการเฉพาะเจาะจงจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงขั้นสุดท้าย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: 
https://www.businesswire.com/news/home/20260315355703/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
OXMIQ Labs: press@oxmiq.ai

ที่มา: Oxmiq Labs Inc.


Superloop เลือกใช้ Aria Systems เพื่อปรับปรุงระบบการเรียกเก็บเงินและรองรับการเติบโตในหลายตลาด

Logo

Superloop จะนำ Aria Billing Cloud มาใช้เป็นโซลูชันการเรียกเก็บเงินแบบครบวงจรบนระบบคลาวด์ ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงานสำหรับผู้บริโภค ธุรกิจ ค้าส่ง และแบรนด์สินค้าของตนเอง

ซานฟรานซิสโก–(BUSINESS WIRE)–12 มีนาคม 2026

Aria Systemsผู้นำด้านระบบอัตโนมัติการเรียกเก็บเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ประกาศในวันนี้ว่า Superloop ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสมัยใหม่ของออสเตรเลีย ได้เลือก Aria Billing Cloud เพื่อปรับปรุงระบบการเรียกเก็บเงินและการให้คะแนนให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยครอบคลุมบริการสำหรับผู้บริโภค บริการภายใต้แบรนด์ของตนเอง บริการสำหรับธุรกิจ และบริการค้าส่ง

Superloop ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 และขยายตัวอย่างรวดเร็วในด้านบริการโทรศัพท์มือถือ บรอดแบนด์ และบริการภายในเครือข่าย โดยล่าสุดสามารถทำรายได้เติบโตถึง 31% ต่อปีในปี 2025 เพียงปีเดียว เนื่องจากบริษัทเติบโตขึ้นจากการเติบโตภายในและการเข้าซื้อกิจการ จึงได้สะสมแพลตฟอร์มการเรียกเก็บเงินภายในองค์กรหลายแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นบนเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ซึ่งเพิ่มความซับซ้อนในการดำเนินงานและการทำงานซ้ำซ้อนในระบบต่างๆ

เพื่อสนับสนุนการเติบโตในเฟสต่อไป ทาง Superloop จึงมองหาแพลตฟอร์มการเรียกเก็บเงินแบบ SaaS ที่สามารถรวมระบบเดิมหลายระบบเข้าไว้ในสภาพแวดล้อมเดียว รองรับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทในทุกกลุ่มตลาด และมอบประสบการณ์ที่ใช้งานที่ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับทั้งลูกค้าและทีมงานภายใน

“เนื่องจาก Superloop ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การรวมระบบเดิมหลายระบบเข้าไว้ในรากฐานการเรียกเก็บเงินที่ทันสมัยเพียงแห่งเดียวจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยแพลตฟอร์มนี้จะช่วยเสริมโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ AI ที่เราสร้างไว้แล้ว และเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาไปสู่รูปแบบการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและระบบอัตโนมัติมากขึ้น” Nick Pachos ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของ Superloop กล่าว

หลังจากการประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทาง Superloop ได้เลือก Aria เนื่องจากความสามารถในการสร้างรายได้ที่ครอบคลุม โดยใช้เครื่องมือประมวลผลการใช้งาน Allegro เวอร์ชั่นล่าสุด เพื่อรองรับโมเดลธุรกิจที่กำลังพัฒนาของ Superloop นอกจากนี้ โมเดลการส่งมอบ SaaS ของ Aria ยังพร้อมที่จะให้บริการเครื่องมือ AI และข้อมูลที่สำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเวิร์กโฟลว์การดำเนินงานและระบบวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจอีกด้วย

ด้วยการใช้ระบบการเรียกเก็บเงินมาตรฐานบน Aria Billing Cloud นั้น Superloop มีเป้าหมายที่จะเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเรียกเก็บเงินและสนับสนุนนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องในตลาดผู้บริโภค ธุรกิจ ค้าส่ง และพันธมิตรต่างๆ

“เราเห็นโมเมนตัมที่แข็งแกร่งในตลาดโทรคมนาคมทั่วโลก เนื่องจากผู้ให้บริการกำลังพิจารณาการเรียกเก็บเงินใหม่ในฐานะแพลตฟอร์มที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโต” Tom Dibble ประธานและซีอีโอของ Aria Systems กล่าว “การที่ Superloop เลือก Aria ได้เน้นย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการลดความซับซ้อนและสร้างรากฐานที่ปรับขนาดได้สำหรับหลายตลาด และเรารู้สึกภูมิใจที่ได้ต้อนรับ Superloop และสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงของพวกเขาในขณะที่พวกเขายังคงเติบโตต่อไป”

เกี่ยวกับ Aria Systems:

 Aria ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถสร้างระบบอัตโนมัติสำหรับโมเดลการเรียกเก็บค่าบริการตามการใช้งานและการสมัครสมาชิกที่ซับซ้อนในสภาพแวดล้อมทางการตลาดที่คล่องตัว Aria Billing Cloud ซึ่งผสานรวม AI เชิงทำนายและเชิงสร้างสรรค์เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ได้รับการจัดอันดับสูงสุดจากบริษัทวิจัยชั้นนำอย่าง Omdia, IDC และ Gartner โดยผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ เช่น Telstra, M1, Superloop และ Liberty Latin America รวมถึงองค์กรนวัตกรรมต่างๆ เช่น Experian, Honda และ Verisure ต่างพึ่งพา Aria เพื่อเร่งการสร้างสรรค์ไอเดีย มุ่งเน้นลูกค้า และเพิ่มรายได้ประจำ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมที่ www.ariasystems.com

เกี่ยวกับ Superloop:

Superloop ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ASX ตั้งแต่ปี 2015 โดยมีเป้าหมายเพื่อมอบอินเทอร์เน็ตที่ดีกว่าให้กับบ้านและธุรกิจในออสเตรเลีย เราช่วยให้แบรนด์ค้าปลีกรายใหม่ (รวมถึง Superloop และ Exetel) สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดได้มากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานตามความต้องการของ Superloop โดย Superloop นั้นให้บริการเชื่อมต่อและบริการแก่ลูกค้าในสามกลุ่มตลาด ได้แก่ ผู้บริโภค ธุรกิจ และค้าส่ง บริการของเราใช้ประโยชน์จากการลงทุนของ Superloop ในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ซึ่งรวมถึงใยแก้วนำแสง สายเคเบิลใต้น้ำ และระบบไร้สายแบบติดตั้งอยู่กับที่ ตลอดจนแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ของ Superloop โดยบ้านและธุรกิจหลายแสนแห่งต่างพึ่งพา Superloop และ Exetel ทุกวันเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการเชื่อมต่อของพวกเขา

เยี่ยมชม www.superloop.com เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Ruth Bennett | rbennett@ariasystems.com

ที่มา: Aria Systems

MidOcean Energy ของ EIG เตรียมเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมในโครงการ Gorgon LNG จาก JERA ที่ทั้งสองฝ่ายกำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์

Logo

  • ธุรกรรมดังกล่าวจะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของ MidOcean ในโครงการ LNG ชั้นนำของออสเตรเลีย
  • เพิ่มปริมาณ LNG ที่ไม่ได้ทำสัญญาเพิ่มเติม ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอและความยืดหยุ่นทางการตลาด
  • วางแผนความร่วมมือในอนาคต สำรวจธุรกรรมและโอกาสเพิ่มเติมกับ JERA ในสินทรัพย์อื่นๆ ทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในอนาคต

วอชิงตัน–(BUSINESS WIRE)–12 มีนาคม 2026

MidOcean Energy (“MidOcean”) เป็นบริษัทก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ก่อตั้งและบริหารงานโดย EIG ได้ประกาศในวันนี้ว่าได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับ JERA Co., Inc. (“JERA”) เพื่อเข้าซื้อ JERA Gorgon Pty Ltd ซึ่งถือหุ้น 0.417% ในโครงการ Gorgon โดย LNG MidOcean นั้นเป็นผู้เข้าร่วมโครงการ Gorgon LNG อยู่แล้ว และธุรกรรมนี้จะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของ MidOcean ใน Gorgon เป็น 1.417% ขอบเขตของธุรกรรมยังรวมถึงหุ้น 0.735% ของ JERA ในโครงการ Ichthys LNG ด้วย ภายใต้เงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง โดยหุ้นใน Gorgon และ Ichthys จะถูกขายให้กับ MidOcean จากนั้นหุ้นใน Ichthys จะถูกโอนไปยังผู้เข้าร่วมโครงการร่วมทุนเดิมในโครงการ Ichthys LNG โดยขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามเงื่อนไขเพิ่มเติม

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของ MidOcean ในโครงการ LNG แบบบูรณาการในสเกลใหญ่และมีอายุที่นานขึ้นที่ดำเนินการโดย Chevron และเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของสินทรัพย์การผลิตคุณภาพสูงของบริษัทอีกด้วย

ในขณะเดียวกัน MidOcean และ JERA ได้วางแผนความร่วมมือในอนาคต โดยสำรวจธุรกรรมและโอกาสต่างๆ ในอนาคตเกี่ยวกับ LNG และธุรกรรมด้านพลังงานที่เกี่ยวข้องทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายร่วมกันในการเติบโตอย่างมีระเบียบวินัยและปลดล็อกแหล่งที่มีมูลค่าเพิ่มเติมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของ LNG

โครงการ Gorgon LNG ได้รับก๊าซจากแหล่งก๊าซ Gorgon และ Jansz-Io ในแอ่ง Carnarvon นอกชายฝั่งรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย และประกอบด้วยหน่วยผลิต LNG สามหน่วย โดยมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 15.6 ล้านตันต่อปี โดยโครงการนี้ยังรวมถึงการจัดหาก๊าซภายในประเทศและการผลิตคอนเดนเซต โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานนอกชายฝั่งและบนบกที่ครอบคลุมบนเกาะ Barrow

R. Blair Thomas ประธานกรรมการของ MidOcean และซีอีโอของ EIG กล่าวว่า:

“ธุรกรรมนี้จะช่วยผลักดันกลยุทธ์ของ MidOcean ในการสร้างบริษัท LNG ขนาดใหญ่ที่มีความหลากหลายในระดับโลก โดยมีสินทรัพย์และคู่ค้าคุณภาพสูงเป็นรากฐาน การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Gorgon นี้จะช่วยเพิ่มคุณภาพและความมั่นคงของพอร์ตโฟลิโอของเรา ขณะเดียวกันก็ช่วยขยายการลงทุนในโครงการ LNG ที่เป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมอีกแห่งหนึ่ง ในอนาคต ความร่วมมือของเรากับ JERA รวมถึงการสำรวจความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ จะทำให้เราสามารถแสวงหาโอกาสที่มีคุณภาพสูงเพิ่มเติมได้อย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ”

De la Rey Venter ซีอีโอของ MidOcean กล่าวว่า:

“การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณส่วนของผู้ถือหุ้นที่ยังไม่ได้ทำสัญญา ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของเราในการเพิ่มประสิทธิภาพในพอร์ตโฟลิโอและสร้างมูลค่าผ่านวัฏจักรของสินค้าโภคภัณฑ์ โดย Gorgon นั้นเป็นสินทรัพย์คุณภาพสูงที่สร้างกระแสเงินสดได้ดี มีอายุการใช้งานสำรองที่ยาวนาน และมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง การกระชับความสัมพันธ์กับ JERA ยังจะช่วยเสริมศักยภาพของเราในการริเริ่มและดำเนินการธุรกรรมในอนาคตในตลาด LNG ระดับโลกอีกด้วย”

นาย Ryosuke Tsugaru กรรมการผู้จัดการอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำของ JERA กล่าวว่า:

“ออสเตรเลียยังคงมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อ JERA ในฐานะผู้จัดหา LNG ที่น่าเชื่อถือ และเราให้ความสำคัญกับความร่วมมืออันยาวนานที่เราได้สร้างไว้ที่นั่น ด้วยการปรับปรุงพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง เรากำลังเสริมสร้างศักยภาพของเราในการสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาวสำหรับออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และภูมิภาคโดยรวม โดย JERA หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมมือกับ MidOcean Energy ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของ LNG”

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าที่จะปิดธุรกรรมให้เสร็จสิ้นภายในครึ่งแรกของปี 2026 โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการปิดธุรกรรมตามปกติ รวมถึงการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล

UBS จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับ MidOcean และ White & Case จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย

เกี่ยวกับ EIG

EIG เป็นนักลงทุนสถาบันชั้นนำในภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ 25.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 โดย EIG มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนภาคเอกชนในภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทั่วโลก ตลอดระยะเวลา 43 ปีที่ผ่านมา ทาง EIG ได้ลงทุนในภาคพลังงานไปแล้วกว่า 53.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการหรือบริษัทต่างๆ 425 แห่งใน 44 ประเทศ ครอบคลุม 6 ทวีป ลูกค้าของ โดย EIG ประกอบด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญ บริษัทประกันภัย กองทุนบริจาค มูลนิธิ และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติชั้นนำมากมายในสหรัฐอเมริกา เอเชีย และยุโรป ซึ่ง EIG นั้นมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่วอชิงตัน ดี.ซี. และมีสำนักงานสาขาในฮิวสตัน ลอนดอน ซิดนีย์ ริโอเดอ จาเนโร ฮ่องกง และโซล

เกี่ยวกับ MidOcean Energy

MidOcean Energy เป็นบริษัท LNG ที่ก่อตั้งและบริหารโดย EIG มุ่งมั่นที่จะสร้างพอร์ตโฟลิโอ LNG ระดับโลกที่หลากหลาย ยืดหยุ่น และสามารถแข่งขันด้านต้นทุนและคาร์บอนได้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของ EIG ที่มีต่อ LNG ในฐานะองค์ประกอบสำคัญของระบบพลังงานโลกที่มีคาร์บอนต่ำ มีความสามารถในการแข่งขัน และมีความมั่นคงมากขึ้น MidOcean Energy มีผลประโยชน์ด้าน LNG ที่หลากหลาย รวมถึง Gorgon LNG, Pluto LNG, QCLNG และ Peru LNG โดยบริษัทนั้นบริหารโดย De la Rey Venter ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมนี้มากว่า 27 ปี และเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงหลายตำแหน่ง รวมถึงหัวหน้าฝ่าย LNG ระดับโลกของ Shell Plc. ด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่เว็บไซต์ของ MidOcean Energy ที่ www.midoceanenergy.com หรือเว็บไซต์ของ EIG ที่ www.eigpartners.com.

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ข้อมูลการติดต่อ EIG/MidOcean
FGS Global
Kelly Kimberly / Brandon Messina
+1 212-687-8080
EIG@fgsglobal.com

ที่มา: EIG

Smiths Detection ฉลองการขายเครื่องสแกนเอ็กซ์เรย์ 3 มิติ HI-SCAN 6040 CTiX เครื่องที่ 2000

Logo

ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ตอกย้ำตำแหน่งของ Smiths Detection ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันการตรวจคัดกรองขั้นสูงที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในโลก โดยมีการใช้งานในสนามบินมากกว่า 100 แห่ง

ฮ่องกง

Xsolla เผยรายงานอุตสาหกรรมฉบับใหม่ที่ระบุโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับอนาคตของวิดีโอเกมสำหรับนักพัฒนา

Logo

รายงานของ Xsolla จะเผยวิธีที่สตูดิโอต่างๆ สร้างรายได้ใหม่ๆ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วโลกต่างๆ รวมถึงการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน

ลอสแอนเจลิส–(BUSINESS WIRE)–11 มีนาคม 2026

Xsolla เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการค้าเกมวิดีโอ ได้เผยแพร่รายงานของ Xsolla ฉบับล่าสุดในวันนี้ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาในการจัดกิจกรรมและความร่วมมือในซานฟรานซิสโกในสัปดาห์นี้ รายงานฉบับนี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกจากการทำงานร่วมกับสตูดิโอหลายพันแห่ง เพื่อระบุถึงโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น

Graphic: Xsolla

กราฟิก: Xsolla

อุตสาหกรรมเกมยังคงคึกคักเป็นอย่างมาก แต่กลยุทธ์สู่ความสำเร็จนั้นกำลังเปลี่ยนแปลงไป สตูดิโอที่ปรับกลยุทธ์ทางการค้า หันมาใช้ระบบขายตรงถึงผู้เล่น ทำการขยายตลาดไปยังประเทศที่มีการเติบโตสูง และใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน กำลังผลักดันและสร้างธุรกิจที่ออกแบบมาเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนในอีกหลายปีข้างหน้า

“เศรษฐศาสตร์ของการพัฒนาเกมได้เปลี่ยนแปลงและยังพัฒนาต่อไปในอนาคต โดยงบประมาณต่างๆ นั้นมีการขยายตัว ต้นทุนการได้มาซึ่งผู้เล่นนั้นก็พุ่งสูงขึ้น และโมเดลการเผยแพร่แบบดั้งเดิมก็กำลังเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้น” Chris Hewish ประธานของ Xsolla กล่าว “เรามาถึงจุดเปลี่ยนที่สมมติฐานเก่าๆ ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว และผู้นำที่ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้รับความได้เปรียบอย่างมหาศาล”

“การพูดคุยเกี่ยวกับการขายตรงถึงผู้บริโภคในอุตสาหกรรมเกมได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบหลายประการ” Berkley Egenes ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและการเติบโตของ Xsolla กล่าว “สิ่งที่เริ่มต้นจากกลยุทธ์การกระจายรายได้ ได้พัฒนาไปสู่ความจำเป็นเชิงกลยุทธ์สำหรับสตูดิโอในการเติบโตและประสบความสำเร็จในอนาคตของเกมบริการต่อเนื่อง”

ผลการค้นพบที่สำคัญจากรายงาน Xsolla ประกอบด้วย:

  • บริษัทเกมชั้นนำสร้างรายได้ 15–45% ของรายได้รวมทั้งหมดผ่านร้านค้าออนไลน์ D2C ซึ่งให้ผลกำไรต่อธุรกรรมสูงกว่าการซื้อผ่านแพลตฟอร์มถึง 25%
  • ตลาดที่มีการเติบโตสูง เช่น ตุรกี (อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 13%) อินเดีย (11%) และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (6%) ถือเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมนี้ไปจนถึงปี 2029
  • AI กำลังนำมาซึ่งผลประโยชน์ด้านการดำเนินงานอย่างแท้จริง โดยจะช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาลงประมาณ 20% และช่วยลดต้นทุนการสนับสนุนลงประมาณ 40%
  • เกมเมอร์ประเภท “ผู้เล่นหลายแพลตฟอร์ม” ที่เล่นเกมทั้งบนคอนโซล พีซี และมือถือ ปัจจุบันคิดเป็น 43% ของเกมเมอร์ในสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้นจาก 30% ซึ่งสร้างช่องทางใหม่ให้สตูดิโอสามารถเข้าถึงผู้เล่นได้ทุกที่
  • เกมที่มีโมเดลไลฟ์เซอร์วิสที่ยั่งยืนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย PUBG: Battlegrounds มีผู้ใช้งานบน Steam ประมาณ 75 ล้านคน และ Roblox บน Xbox มีผู้ใช้งานเกือบ 30 ล้านคน
  • คำตัดสินของศาลสหรัฐฯ ในเดือนเมษายน 2025 ที่อนุญาตให้เชื่อมโยงแอปไปยังข้อเสนอภายนอกได้ เปิดโอกาสให้นักพัฒนาสามารถดึงดูดผู้เล่นผ่านช่องทางต่างๆ ได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

รายงานฉบับนี้ยังได้วางแผนงานที่ชัดเจนสำหรับสิ่งที่ผู้นำควรให้ความสำคัญเป็นลำดับต่อไป ได้แก่ การสร้างระบบที่มีความยืดหยุ่นและพัฒนาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับกลุ่มเป้าหมายของตนเอง และการเปลี่ยนการปฏิบัติตามกฎระเบียบให้เป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อตลาดโลกเปิดกว้างมากขึ้น

“เรากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่สตูดิโอที่มีโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าที่แข็งแกร่งจะทำผลงานได้ดีกว่าสตูดิโอที่มีเพียงแค่การสร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น” Egenes กล่าวเสริม “D2C กำลังกลายเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับเกมไลฟ์เซอร์วิสที่มีความทะเยอทะยาน และสตูดิโอที่มองช่วงเวลานี้ว่าเป็นกลยุทธ์จะเป็นผู้กำหนดอนาคตของความสำเร็จในเกมมือถือ”

รายงานของ Xsolla ฉบับเต็มพร้อมให้ดาวน์โหลดแล้วที่: xsolla.pro/xsolla-report-v9

เกี่ยวกับ Xsolla

Xsolla เป็นบริษัทพาณิชย์ระดับโลกที่มีเครื่องมือและบริการอันแข็งแกร่งเพื่อช่วยนักพัฒนาแก้ไขปัญหาสำคัญต่างๆ ของอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ตั้งแต่เกมอินดี้ไปจนถึงเกมระดับ AAA บริษัทต่างๆ ร่วมมือกับ Xsolla เพื่อช่วยระดมทุน จัดจำหน่าย ทำการตลาด และสร้างรายได้ให้กับเกมของพวกเขา ด้วยความเชื่อมั่นในอนาคตของวิดีโอเกม Xsolla มุ่งมั่นในพันธกิจที่จะเชื่อมโยงโอกาสต่างๆ เข้าด้วยกัน และจัดหาทรัพยากรใหม่ๆ ให้กับเหล่าครีเอเตอร์อย่างต่อเนื่อง โดย Xsolla มีสำนักงานใหญ่และจดทะเบียนในลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย โดยดำเนินงานในฐานะผู้ค้าเกม และได้ช่วยเหลือนักพัฒนาเกมมากกว่า 1,500 คน ให้เข้าถึงผู้เล่นได้มากขึ้นและขยายธุรกิจไปทั่วโลก ด้วยเส้นทางสู่ผลกำไรและหนทางสู่ชัยชนะที่มากขึ้น นักพัฒนาเกมจึงมีทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเพลิดเพลินไปกับเกม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ xsolla.com.

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260311021020/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Derrick Stembridge
รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลกของ Xsolla
d.stembridge@xsolla.com

ที่มา: Xsolla



InterSystems แต่งตั้ง ดร. Tim Ferris อดีตผู้นำของ NHS และ Mass General เป็นรองประธานฝ่ายปฏิบัติการด้านการดูแลสุขภาพ

Logo

ลาสเวกัส–(BUSINESS WIRE)–09 มีนาคม 2026

InterSystems ผู้ให้บริการเทคโนโลยีข้อมูลเชิงสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนบันทึกสุขภาพกว่าหนึ่งพันล้านรายการทั่วโลก ได้ประกาศในวันนี้ว่าได้แต่งตั้งนายแพทย์ Tim Ferris ให้เป็นรองประธานฝ่ายปฏิบัติการด้านการดูแลสุขภาพ โดยการประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ผู้นำด้านการดูแลสุขภาพมารวมตัวกันเพื่อเข้าร่วมการประชุมและเข้าร่วมนิทรรศการด้านสุขภาพระดับโลก HIMSS ประจำปี 2026

ซึ่งในบทบาทนี้ ดร. Ferris จะใช้ประโยชน์จากมุมมองที่ครอบคลุมของเขาเกี่ยวกับอุตสาหกรรม เพื่อช่วยขับเคลื่อนทิศทางด้านคลินิกและกลยุทธ์ของโซลูชันด้านการดูแลสุขภาพของบริษัททั่วโลกที่อาศัยประสบการณ์อันมากมายของเขา โดยเขาจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ให้กับระบบสุขภาพและรัฐบาลทั่วโลก รวมถึงการออกแบบโซลูชันเทคโนโลยีที่ตรงเป้าหมายตามความต้องการของผู้บริหารในโลกแห่งความเป็นจริง การพัฒนาการวิจัยทางวิชาการของเขาเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมข้อมูลด้านสุขภาพ และการเป็นผู้นำในการอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับจุดตัดระหว่าง AI และการส่งมอบการดูแลสุขภาพ

ดร. Ferris จะนำมุมมองระดับโลกที่ไม่เหมือนใครมาสู่ InterSystems ที่หาได้ยากในวงการดูแลสุขภาพ โดยเขามีเส้นทางอาชีพอันยาวนานกว่า 30 ปี ในฐานะแพทย์ปฐมภูมิ ผู้นำระดับบริหารในระบบสุขภาพชั้นนำของสหรัฐฯ ผู้กำกับดูแลเทคโนโลยีระดับมหภาคสำหรับรัฐบาลสหราชอาณาจักร รวมถึงผู้บ่มเพาะสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสุขภาพที่ใช้ AI

“มีผู้นำเพียงไม่กี่คนในโลกที่มองเห็นแง่มุมที่สำคัญต่างๆ มากมายในวงการดูแลสุขภาพได้เที่ยบเท่ากับ ดร. Ferris” Don Woodlock ประธานบริษัท InterSystems กล่าว “Tim เคยรักษาผู้ป่วยในฐานะแพทย์แนวหน้า ดูแลแพทย์หลายพันคนในระบบโรงพยาบาลที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กำหนดนโยบายด้านสุขภาพระดับชาติในสหราชอาณาจักร รวมถึงช่วยบ่มเพาะสตาร์ทอัพด้าน AI ที่ล้ำสมัย โดยประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขาเป็นผู้นำที่เหมาะสมที่สุดที่จะช่วยออกแบบโซลูชันด้านเทคโนโลยีที่สามารถใช้งานได้จริงสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในระบบนิเวศการดูแลสุขภาพ”

ล่าสุด ดร. Ferris ดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายดูแลสุขภาพที่ Red Cell Partners ซึ่งเป็นบริษัทบ่มเพาะเทคโนโลยีและการลงทุน โดยก่อนหน้านั้นเขาได้บริหารงบประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์ ในฐานะผู้อำนวยการระดับชาติฝ่ายการเปลี่ยนแปลงของระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ (NHS) และเป็นผู้นำในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลในระดับแนวหน้า โดยในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งนั้น เขาได้ขยายแอปพลิเคชัน NHS เพื่อให้บริการประชาชนมากกว่า 40 ล้านคน ย้ายบริการข้อมูลระดับชาติไปยังระบบคลาวด์ และอำนวยความสะดวกในการทำข้อตกลงด้านข้อมูลที่ก้าวล้ำกับบริษัทเทคโนโลยีและชีวเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกต่างๆ

โดยก่อนที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับ NHS ทาง ดร. Ferris นั้นได้เคยดำรงตำแหน่งซีอีโอและประธานขององค์กรแพทย์แมสซาชูเซตส์เจเนอรัล รวมถึงได้ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายสุขภาพประชากรที่แมสซาชูเซตส์เจเนอรัลบริกแฮม ซึ่งในบทบาทเหล่านี้ เขาได้กำกับดูแลแพทย์ 3,000 คน และเป็นผู้นำองค์กรดูแลสุขภาพที่รับผิดชอบ ซึ่งประสบความสำเร็จในการวัดผลคุณภาพในระดับประเทศ ขณะเดียวกันก็สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายสะสมได้กว่า 1 พันล้านดอลลาร์ให้กับผู้เสียภาษี

ดร. Ferris เป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์ และเป็นแพทย์ที่ได้รับการฝึกอบรมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยได้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 2018 และมีผลงานวิจัยมากกว่า 120 ชิ้นในหัวข้อการวัดคุณภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศด้านสุขภาพ และสุขภาพของประชากร และในปัจจุบันได้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

เกี่ยวกับ InterSystems

InterSystems เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีข้อมูลเชิงสร้างสรรค์ ที่ได้มอบรากฐานที่ครบวงจรสำหรับแอปพลิเคชันยุคใหม่แก่ลูกค้าในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ การเงิน การผลิต และห่วงโซ่อุปทานในกว่า 80 ประเทศ แพลตฟอร์มข้อมูลของเราสามารถช่วยแก้ปัญหาการทำงานร่วมกัน ความเร็ว และความสามารถในการขยายขนาดสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ต่างๆ ทั่วโลก เพื่อปลดล็อกศักยภาพของข้อมูลและช่วยให้ผู้คนรับรู้ข้อมูลในรูปแบบที่สร้างสรรค์ โดย InterSystems นั้นก่อตั้งขึ้นในปี 1978 มีความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศผ่านการสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์สำหรับลูกค้าและพันธมิตรทั่วโลก บริษัทเป็นบริษัทเอกชน มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่บอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ และมีสำนักงาน 38 แห่งใน 28 ประเทศทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม InterSystems.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ InterSystems:
Zach Keating
pr@intersystems.com
617-551-5158

ที่มา: InterSystems

Xsolla ได้เฉลิมฉลองวันสตรีสากลด้วยการให้ความสำคัญกับบทบาทของสตรีในวงการเกม และผลักดันวิสัยทัศน์ด้านความเป็นผู้นำของผู้หญิง

Logo

เร่งส่งเสริมการเป็นตัวแทน อินฟลูเอนเซอร์ และความเป็นผู้นำของสตรีในอุตสาหกรรมเกม

ลอสแอนเจลิส–(BUSINESS WIRE)–08 มีนาคม 2026

Xsolla เป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซวิดีโอเกมระดับโลกที่ช่วยเหลือนักพัฒนาในการเปิดตัว ขยาย และสร้างรายได้จากเกมของพวกเขา ได้ยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนผู้หญิงในระบบนิเวศเกมทั่วโลก ผ่านโครงการชุมชนที่คัดสรรมาอย่างดี ผ่านงานอีเวนต์ในอุตสาหกรรม รวมถึงแพลตฟอร์มความเป็นผู้นำทางความคิดในตลาดที่มีการเติบโตที่สำคัญต่างๆ ประกอบด้วย ตุรกี ดูไบ และไซปรัส

Graphic: Xsolla

กราฟิก: Xsolla

เนื่องจากอุตสาหกรรมเกมยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในตลาดเกิดใหม่และตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ทาง Xsolla จึงมุ่งเน้นไปที่การเสริมศักยภาพให้กับนักพัฒนาทั่วโลก รวมถึงการส่งเสริมระบบนิเวศที่ครอบคลุมมากขึ้น ที่จะช่วยให้ผู้ก่อตั้ง ผู้นำสตูดิโอ ผู้จัดจำหน่าย และผู้ประกอบการที่เป็นผู้หญิงมีโอกาสเข้าถึงการมองเห็น เข้าถึงเครือข่าย และโอกาสต่างๆ ได้มากขึ้น

โดย Xsolla ได้ให้การสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อการสนทนาเกี่ยวกับบทบาทของสตรีในตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมเกม ผ่านการจัดงานพบปะสังสรรค์ในอุตสาหกรรมและการสนทนาต่างๆ ที่นำโดยชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดที่ดูไบนั้น ทาง Xsolla ได้จัดงานเฉพาะกิจที่รวบรวมผู้ก่อตั้งและผู้นำระดับสูงที่เป็นผู้หญิงจากทั่วตะวันออกกลางและตลาดใกล้เคียงต่างๆ เนื่องจากตลาดเกมในภูมิภาค MENA ยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าจะมีรายได้สูงถึง 9.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 งานนี้จึงเป็นเวทีสำหรับการสนทนาอย่างเปิดกว้าง การแบ่งปันความรู้ และการพูดคุยเกี่ยวกับการขยายสตูดิโอเพื่อการเติบโตในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ในปี 2025 Xsolla ได้ร่วมจัดงานประชุม Women in Games Cyprus ร่วมกับ Axlebolt, WN และ Women in Games Association ที่เป็นการรวมตัวของผู้นำระดับสูงกว่า 70 คน โดยมีการจัดเวทีเสวนา โต๊ะกลม และเวิร์คช็อปต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้หญิงและผู้สนับสนุนต่างๆ ได้เชื่อมต่อ ร่วมมือ และเติบโตไปด้วยกันทั้งในด้านอาชีพและเรื่องส่วนตัว

ด้วยระบบนิเวศเกมที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างรวดเร็วที่มีรายได้ถึง 1.01 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ตุรกีจึงเป็นอีกหนึ่งตลาดเป้าหมายที่สำคัญ โดย Xsolla นั้นมองเห็นโอกาสสำคัญในการสนับสนุนตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้ ด้วยการเชื่อมโยงบุคลากรที่มีความสามารถในระดับภูมิภาคเข้ากับอุตสาหกรรมเกมระดับโลกผ่านเครือข่ายระหว่างประเทศและความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมของบริษัท โดยตุรกีนั้นเป็นแหล่งรวมผู้หญิงมืออาชีพรุ่นใหม่ที่มีความสามารถมากมายในวงการวิดีโอเกม

ด้วยการใช้ประโยชน์จากชุดเครื่องมือ ความร่วมมือ และกิจกรรมต่างๆ ที่มีอยู่ ทาง Xsolla มีเป้าหมายเพื่อ:

  • เพิ่มการมองเห็นบทบาทของผู้นำและผู้ก่อตั้งหญิงในอุตสาหกรรมเกม
  • ส่งเสริมการให้คำปรึกษาและการทำงานร่วมกันระหว่างเพื่อนร่วมงาน
  • อำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อข้ามพรมแดนระหว่างสตูดิโอในภูมิภาคและตลาดโลก
  • สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในฮับเกมเกิดใหม่ต่างๆ

“การมีตัวแทนที่หลากหลายนั้นมีความสำคัญ ไม่ใช่เพียงแค่ในระดับผู้บริหารเท่านั้น แต่รวมถึงทุกระดับของระบบนิเวศเกมด้วย” Ilayda Bayari รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ EMEA ของ Xsolla กล่าว “ด้วยการส่งเสริมการให้คำปรึกษา การสร้างแบบอย่างที่ดี และการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายระหว่างผู้มีความสามารถในระดับภูมิภาคและเครือข่ายระดับโลก ทาง Xsolla นั้นจะช่วยสร้างเส้นทางที่แท้จริงสำหรับผู้หญิงรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ โดยระบบนิเวศที่ครอบคลุมมากขึ้นจะช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมที่แข็งแกร่งขึ้น การตัดสินใจที่ดีขึ้น และการเติบโตในระยะยาวสำหรับระบบนิเวศทั้งหมด”

ย้อนกลับมาที่ลอสแอนเจลิส ทาง Xsolla สนับสนุนผู้นำหญิงทั้งในองค์กรและในชุมชนที่เป็นผู้นำทีมของเราในบทบาทต่างๆ รวมถึงฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ผู้จัดการสำนักงาน ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายฝึกอบรม และฝ่ายความสำเร็จของลูกค้า โดยผู้นำของเรานั้นมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในองค์กรที่เปิดกว้างทั้งในอุตสาหกรรมและนอกเหนือจากนั้น โดยได้รับการยอมรับจาก Women We Admire และ Top Leaders ของ OnConferences และมีส่วนร่วมในฐานะวิทยากรและพิธีกรในงานต่างๆ รวมถึงงานกับ Women in Games และ Women in Games International โดยเราเชื่อมั่นในการมอบโอกาสในการเติบโตและความเป็นผู้นำผ่านการเลื่อนตำแหน่งภายใน การทำงานร่วมกันข้ามสายงาน และการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในองค์กรอุตสาหกรรมที่สนับสนุนและยกย่องผู้หญิงในวงการเกม

ด้วยการสนับสนุนความเป็นผู้นำที่ครอบคลุมและความร่วมมือข้ามพรมแดน ทาง Xsolla นั้นมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างอุตสาหกรรมระดับโลกที่เชื่อมโยงกันและเต็มไปด้วยโอกาสมากยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Xsolla และโครงการริเริ่มด้านระบบนิเวศเกม โปรดไปที่: Xsolla.com

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Xsolla เฉลิมฉลองวันสตรีสากล โปรดไปที่: https://xsolla.pro/IWD-2026

เกี่ยวกับ Xsolla

Xsolla เป็นบริษัทพาณิชย์ระดับโลกที่มีเครื่องมือและบริการอันแข็งแกร่งเพื่อช่วยนักพัฒนาแก้ไขปัญหาสำคัญต่างๆ ของอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ตั้งแต่เกมอินดี้ไปจนถึงเกมระดับ AAA บริษัทต่างๆ ร่วมมือกับ Xsolla เพื่อช่วยระดมทุน จัดจำหน่าย ทำการตลาด และสร้างรายได้ให้กับเกมของพวกเขา ด้วยความเชื่อมั่นในอนาคตของวิดีโอเกม Xsolla มุ่งมั่นในพันธกิจที่จะเชื่อมโยงโอกาสต่างๆ เข้าด้วยกัน และจัดหาทรัพยากรใหม่ๆ ให้กับเหล่าครีเอเตอร์อย่างต่อเนื่อง โดย Xsolla มีสำนักงานใหญ่และจดทะเบียนในลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย โดยดำเนินงานในฐานะผู้ค้าเกม และได้ช่วยเหลือนักพัฒนาเกมมากกว่า 1,500 คน ให้เข้าถึงผู้เล่นได้มากขึ้นและขยายธุรกิจไปทั่วโลก ด้วยเส้นทางสู่ผลกำไรและหนทางสู่ชัยชนะที่มากขึ้น นักพัฒนาเกมจึงมีทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเพลิดเพลินไปกับเกม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ xsolla.com.

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260308595758/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Derrick Stembridge
รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลกของ Xsolla
d.stembridge@xsolla.com

ที่มา: Xsolla 


Xsolla Agency เปิดตัวเพื่อเสริมศักยภาพของครีเอเตอร์ในทรัพย์สินทางปัญญาทางด้านความบันเทิง

Logo

บริการใหม่นี้จะช่วยให้เข้าถึงลิขสิทธิ์ IP ระดับพรีเมียมได้ง่ายขึ้น เพิ่มการค้นพบ การมีส่วนร่วมของผู้เล่น และรายได้สำหรับนักพัฒนาเกม

ลอสแอนเจลิส–(BUSINESS WIRE)–05 มีนาคม 2026

Xsolla ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซวิดีโอเกมระดับโลก ได้เปิดตัว Xsolla Agency แล้วในวันนี้ โดยเป็นบริการครบวงจรที่เชื่อมโยงนักพัฒนาเกมกับทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ระดับพรีเมียมในด้านความบันเทิง บริการแบบบูรณาการนี้ช่วยแก้ปัญหาสำคัญสำหรับครีเอเตอร์เกม ได้แก่ การเข้าถึง IP ระดับโลก ความสามารถในการสร้างรายได้ในระดับโลก รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการดำเนินงานที่จำเป็นต่อการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน

Graphic: Xsolla

กราฟิก: Xsolla

Xsolla Agency ช่วยให้การเข้าถึงลิขสิทธิ์ด้านความบันเทิงง่ายขึ้นผ่านการเจรจาโดยผู้เชี่ยวชาญและความสัมพันธ์ในอุตสาหกรรม การนำเสนอข้อตกลงที่คุ้มค่าและมุ่งเน้นการสร้างรายได้ที่ออกแบบมาเพื่อ ROI สูงสุด โดยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน IP นี้จะช่วยเพิ่มการค้นพบ ลดต้นทุนการได้มาซึ่งผู้ใช้ และกระตุ้นให้ผู้เล่นใช้จ่ายมากขึ้นผ่านกิจกรรม LiveOps ที่มีประสิทธิภาพและแคมเปญส่งเสริมการขาย

บริการนี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าเดียวกันกับที่ให้บริการนักพัฒนาเกมกว่า 1,500 รายในกว่า 200 ภูมิภาค รวมถึงการชำระเงินทั่วโลกด้วยวิธีการชำระเงินกว่า 1,000 วิธี การจัดจำหน่ายและการเปิดใช้งานแพลตฟอร์ม และเครื่องมือที่เน้นครีเอเตอร์เป็นศูนย์กลางสำหรับข้อมูล การป้องกันการฉ้อโกง และการสนับสนุนด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

“เราได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ปัญหาทางการค้าสำหรับครีเอเตอร์และนักพัฒนาเกม” Chris Hewish ประธานของ Xsolla กล่าว “ตอนนี้เรากำลังขยายความเชี่ยวชาญนี้เพื่อนำ IP ด้านความบันเทิงมาสู่นักพัฒนาเกม ทำให้สตูดิโอทุกขนาดมีเครื่องมือในการขยายฐานผู้ชมและรายได้”

สำหรับนักพัฒนาเกม นั่นหมายความว่า Xsolla กำลังทำให้การเข้าถึงลิขสิทธิ์ด้านความบันเทิงง่ายขึ้นผ่านการเจรจาโดยผู้เชี่ยวชาญและความสัมพันธ์ในอุตสาหกรรม โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าทั่วโลกที่จำเป็นต่อการเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับความร่วมมือด้าน IP ในทุกๆ ด้าน

สิ่งที่ Xsolla Agency มอบให้:

การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ IP ด้านความบันเทิงสำหรับวิดีโอเกม

  • ลิขสิทธิ์ IP ระดับพรีเมียมที่ได้มาจากการเจรจาโดยผู้เชี่ยวชาญกับเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมบันเทิง
  • ข้อเสนอที่คุ้มค่า เน้นการสร้างรายได้ โดยมีโครงสร้างเพื่อให้ได้ ROI สูงสุด ไม่ใช่แค่การสร้างการรับรู้แบรนด์
  • กระบวนการที่ง่ายขึ้น ทำให้การขอใบอนุญาตซึ่งเดิมซับซ้อน ราคาแพง และเข้าถึงยาก สามารถทำได้จริง
  • ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน IP ที่ช่วยเพิ่มการค้นพบ ลดต้นทุนการได้มาซึ่งผู้ใช้ และกระตุ้นให้ผู้เล่นใช้จ่ายมากขึ้นผ่านกิจกรรม LiveOps ที่มีประสิทธิภาพและแคมเปญส่งเสริมการขาย

โครงสร้างพื้นฐานการค้าทั่วโลกสำหรับนักพัฒนาเกมที่ต้องการผสานรวม IP ด้านความบันเทิง

  • การประมวลผลการชำระเงินครอบคลุมกว่า 200 ภูมิภาค ด้วยวิธีการชำระเงินกว่า 1,000 วิธี ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้จากคอนเทนต์ทั่วโลกและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนได้
  • การเผยแพร่และการสนับสนุนแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ครีเอเตอร์เข้าถึงแฟนๆ ได้โดยตรง ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์ม ในขณะเดียวกันก็ยังคงควบคุมเนื้อหา ความสัมพันธ์กับผู้ชม และกลยุทธ์การสร้างรายได้
  • เครื่องมือที่เน้นครีเอเตอร์เป็นศูนย์กลาง ข้อมูล การป้องกันการฉ้อโกง และการสนับสนุนด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ถูกออกแบบมาเพื่อลดอุปสรรคและช่วยให้ผู้สร้างสรรค์สามารถมุ่งเน้นไปที่งานฝีมือของตนได้
  • ขณะนี้มีบริการด้านการดำเนินงานสำหรับผู้สร้างภาพยนตร์และนักดนตรีแล้ว

ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและความเสี่ยงที่ต่ำกว่า

  • สำหรับผู้พัฒนาเกม: อัตราตลาดที่แท้จริงและเงื่อนไขข้อตกลงด้าน IP ที่ยืดหยุ่นตามความบันเทิง ได้รับการออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อน ROI สูงสุดและผลกระทบต่อรายได้ที่แท้จริง
  • สำหรับครีเอเตอร์ทุกคน: ทีมงานมากประสบการณ์ที่พร้อมจัดการกับการเจรจาที่ซับซ้อน เอกสารทางกฎหมาย และความท้าทายในการดำเนินงาน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างปลอดภัย ยุติธรรม และสร้างผลกำไร
  • โครงสร้างพื้นฐานเชิงพาณิชย์ที่ขจัดอุปสรรคแบบเดิมๆ ที่ครีเอเตอร์อิสระและสตูดิโอขนาดกลางต้องเผชิญ

โอกาสใหม่ๆ ทั่วทั้งระบบนิเวศของครีเอเตอร์

  • ผู้พัฒนาเกม: เพิ่มโอกาสในการค้นพบ ลดต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้า และเพิ่มยอดใช้จ่ายของผู้เล่นผ่านลิขสิทธิ์ IP
  • ฮอลลีวูด ผู้สร้างภาพยนตร์ และนักดนตรี: การเข้าถึงระดับโลก การเข้าถึงผู้ชมที่หลากหลาย และการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนโดยไม่ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กรที่ซับซ้อน
  • สำหรับครีเอเตอร์ทุกคน: ควบคุมได้มากขึ้น พึ่งพาแพลตฟอร์มน้อยลง และมุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์ ในขณะที่ Xsolla จะดูแลเบื้องหลัง

นักพัฒนาเกมที่สนใจการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ IP ด้านความบันเทิง และครีเอเตอร์ในวงการภาพยนตร์และดนตรีที่สนใจโครงสร้างพื้นฐานด้านการค้าทั่วโลก สามารถติดต่อทีมงาน Xsolla ได้ที่ xsolla.pro/agency

เกี่ยวกับ Xsolla

Xsolla เป็นบริษัทพาณิชย์ระดับโลกที่มีเครื่องมือและบริการอันแข็งแกร่งเพื่อช่วยนักพัฒนาแก้ไขปัญหาสำคัญต่างๆ ของอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ตั้งแต่เกมอินดี้ไปจนถึงเกมระดับ AAA บริษัทต่างๆ ร่วมมือกับ Xsolla เพื่อช่วยระดมทุน จัดจำหน่าย ทำการตลาด และสร้างรายได้ให้กับเกมของพวกเขา ด้วยความเชื่อมั่นในอนาคตของวิดีโอเกม Xsolla มุ่งมั่นในพันธกิจที่จะเชื่อมโยงโอกาสต่างๆ เข้าด้วยกัน และจัดหาทรัพยากรใหม่ๆ ให้กับเหล่าครีเอเตอร์อย่างต่อเนื่อง โดย Xsolla มีสำนักงานใหญ่และจดทะเบียนในลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย โดยดำเนินงานในฐานะผู้ค้าเกม และได้ช่วยเหลือนักพัฒนาเกมมากกว่า 1,500 คน ให้เข้าถึงผู้เล่นได้มากขึ้นและขยายธุรกิจไปทั่วโลก ด้วยเส้นทางสู่ผลกำไรและหนทางสู่ชัยชนะที่มากขึ้น นักพัฒนาเกมจึงมีทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเพลิดเพลินไปกับเกม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ xsolla.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260305044119/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Derrick Stembridge
รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลกของ Xsolla
d.stembridge@xsolla.com

ที่มา: Xsolla


The Bangkok Reporter