NIPPON KINZOKU เปิดตัว “พื้นผิวสเตนเลสสตีลตกแต่งสำหรับการใช้งานภายนอก” แบบใหม่ รังสรรค์งานออกแบบเมทัลลิกที่หลากหลาย ตั้งแต่ความเงางามราวกับกระจกไปจนถึงสีดำสนิท

Logo

การส่งมอบประสิทธิภาพขั้นสุดท้ายตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัสดุเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม –

กรุงโตเกียว–(BUSINESS WIRE)–01 กรกฎาคม 2026

NIPPON KINZOKU CO., LTD. (สำนักงานใหญ่: เขตมินาโตะ กรุงโตเกียว; ประธานบริษัท: ยาสุชิ ชิโมคาวะ; TOKYO: 5491) ผู้ผลิตสเตนเลสสตีลรีดเย็นชั้นนำ ได้เปิดตัว “พื้นผิวสเตนเลสตกแต่งสำหรับการใช้งานภายนอก” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ในวันนี้ โดยแถบสเตนเลสสตีลรีดเย็นเกรดพรีเมียมเหล่านี้ซึ่งมีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายในชิ้นส่วนคิ้วขอบยานยนต์และตู้ใส่อุปกรณ์โทรคมนาคมได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตสามารถลดขั้นตอนการประมวลผลหลังการผลิต เช่น การขัดเงาและการทาสี ออกไปได้ พร้อมทั้งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก

FB (สีดำเมทัลลิกเนื้อละเอียด): มอบเฉดสีดำเมทัลลิกที่ลุ่มลึกผ่านกระบวนการแทรกสอดและการดูดซับแสงของชั้นฟิล์มออกไซด์ที่โปร่งใสและบางเฉียบ นอกจากนี้ พื้นผิวยังผ่านกระบวนการเพิ่มความแข็งสูตรเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจถึงความทนทานต่อการกัดกร่อนและการสึกหรอได้อย่างยอดเยี่ยม M-FB (สีดำเมทัลลิกเนื้อด้าน): พื้นผิวเนื้อด้านของซีรีส์ FB ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดสำหรับพื้นผิวที่ลดการสะท้อนของแสงและเพิ่มความหรูหราที่เรียบง่ายอย่างมีระดับให้กับผลิตภัณฑ์ซีรีส์ FB BA5 (ผิวเงากระจก): พื้นผิว BA มาตรฐานของเรา ซึ่งใช้เทคโนโลยีอันเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะตัว ทำให้ได้ความเงางามที่เหนือกว่าการอบอ่อนแบบเงาทั่วไป PW (สีขาวประกายมุก): พื้นผิวกึ่งเงากึ่งด้านซึ่งออกแบบมาเพื่อความสวยงามในโทน “สีขาว” ที่ดูประณีต พร้อมมอบผิวสัมผัสที่ดูเรียบหรูและสุขุม มีให้เลือกหลายระดับ (PW3–PW10) เพื่อตอบสนองความต้องการความหยาบของพื้นผิวที่แตกต่างกัน

คุณลักษณะและประโยชน์ของผลิตภัณฑ์
“พื้นผิวสเตนเลสสตีลตกแต่งสำหรับการใช้งานภายนอก” ของ NIPPON KINZOKU มีตัวเลือกด้านความสวยงามที่หลากหลาย และนิยมนำไปใช้งานอย่างกว้างขวางกับชิ้นส่วนตกแต่งภายนอกของยานยนต์ รวมถึงเคสภายนอกของสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์พกพา
จุดแข็งของเราอยู่ที่กระบวนการผลิตอันต่อเนื่องแบบ “ม้วนต่อม้วน” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาอย่างประณีตผ่านความเชี่ยวชาญด้านการรีดเย็นมานานหลายทศวรรษ ทำให้เราสามารถส่งมอบงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวควบคู่ไปกับคุณภาพที่สม่ำเสมอด้วยประสิทธิภาพการผลิตในระดับสูง
เนื่องจากพื้นผิวตกแต่งได้รับการผสานเข้ากับเนื้อวัสดุโดยตรง ผลิตภัณฑ์ของเราจึงมีข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ดังนี้

  •  กระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน: ช่วยลดขั้นตอนการขัดเงา การพ่นสี และการปรับสภาพผิวขั้นที่สอง (เช่น การทำอโนไดซ์) ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการผลิตสูงขึ้นและต้นทุนรวมลดลง
  •  ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ด้วยการปรับลดขั้นตอนในกระบวนการผลิต และในฐานะ “ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านระดับโลกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050

รูปแบบหลากหลาย (กลุ่มผลิตภัณฑ์พื้นผิวตกแต่ง)
เรามีพื้นผิวตกแต่งพร้อมรองรับความต้องการในการใช้งานเฉพาะด้านและแนวคิดด้านการออกแบบดังต่อไปนี้
https://www.nipponkinzoku.co.jp/assets/images/2026/06/Surface-Finish-Lineup.png

นอกจากนี้ ยังมีพื้นผิวแบบมาตรฐาน 2D (ผ่านการอบอ่อนและการกัดกรด) และแบบ 2B (ผ่านการรีดปรับผิวเรียบ) ให้เลือกใช้ ทั้งนี้เรายังเสนอบริการปรับแต่งตามความต้องการโดยการผสมผสานพื้นผิวรูปแบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างพื้นผิวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะ

คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
https://www.nipponkinzoku.co.jp/assets/images/2026/06/20260701-En-Press-Release.pdf

เกี่ยวกับ NIPPON KINZOKU Group
มีการนำผลิตภัณฑ์ของเราไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่อุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูงไปจนถึงอุตสาหกรรมก่อสร้าง https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260630911420/en

Contacts

NIPPON KINZOKU CO., LTD.
แผนกกระบวนการผลิตและการสนับสนุน
https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/inquiry

ที่มา: NIPPON KINZOKU CO., LTD.

Toshiba เปิดตัว Power MOSFET ชนิด N-Channel ขนาด 80V โดยใช้กระบวนการผลิตเจเนอเรชันล่าสุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI)

Logo

เมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–30 มิถุนายน 2026

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) เปิดตัว “ TPM1R408RH” Power MOSFET ชนิด N-Channel ขนาด 80V ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี U-MOS11-H ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตเจเนอเรชันล่าสุดของ Toshiba[1] MOSFET รุ่นนี้มุ่งเน้นการใช้งานในอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น แหล่งจ่ายไฟแบบสวิตช์โหมดสำหรับอุปกรณ์อุตสาหกรรมที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์และสถานีฐานระบบสื่อสารโทรคมนาคม โดยเริ่มจัดส่งสินค้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Toshiba: Power MOSFET ชนิด N-channel ขนาด 80V รุ่น “TPM1R408RH” ผลิตด้วยกระบวนการ U-MOS11-H ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเจเนอเรชันล่าสุดของ Toshiba

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของการประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ส่งผลให้ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในศูนย์ข้อมูลเพิ่มสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารก็ยิ่งทำให้ความต้องการแหล่งจ่ายไฟแบบสวิตช์โหมดมีความเข้มงวดมากขึ้น โดยต้องมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น มีขนาดที่เล็กลง (ความหนาแน่นของกำลังไฟฟ้าสูงขึ้น) และมีสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMI) ที่ต่ำลง เนื่องจากการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้พลังงานของระบบ การเกิดความร้อน และภาระของระบบทำความเย็น ดังนั้น การเลือกใช้สารกึ่งตัวนำกำลังที่มีคุณสมบัติช่วยลดทั้งการสูญเสียจากการนำกระแสไฟฟ้าและการสูญเสียจากการสลับสถานะอย่างสมดุลจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ระบบในภาพรวม ทั้งด้านการลดสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า การออกแบบระบบระบายความร้อน และความสะดวกในการติดตั้งอุปกรณ์

TPM1R408RH โดดเด่นด้วยโครงสร้างอุปกรณ์ที่ได้รับการปรับแต่งให้มีความเหมาะสม และสามารถทำค่าความต้านทานขณะเปิดได้ต่ำสุดถึง 1.4 มิลลิโอห์ม (ค่าสูงสุด)[2] ซึ่งต่ำลงประมาณ 26% เมื่อเทียบกับรุ่น “TPM1R908QM” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขนาด 80V ของ Toshiba ที่ผลิตด้วยกระบวนการ U-MOS X-H เจเนอเรชันก่อนหน้า นอกจากนี้ ยังปรับปรุงความสมดุลระหว่างค่าความต้านทานขณะเปิด (RDS(ON) ) และค่าประจุไฟฟ้าทั้งหมดที่เกต (Qg ) ส่งผลให้ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพลดลงประมาณ 45%, RDS(ON) × Qg เมื่อเทียบกับรุ่น TPM1R908QM ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้แสดงถึงระดับการสูญเสียพลังงานที่ต่ำ[3] ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ TPM1R408RH ยังช่วยลดแรงดันกระชากที่เกิดขึ้นระหว่างเดรนและซอร์สขณะสลับสถานะ ทำให้สัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้าในแหล่งจ่ายไฟแบบสวิตช์โหมดลดลงได้เป็นอย่างดี ซึ่งโดยปกติแล้ว การขจัดสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้ามักจำเป็นต้องมีการแก้ไขงานในขั้นตอนท้าย ๆ ของการออกแบบระบบ แต่การยับยั้งแรงดันกระชากที่เกิดขึ้นจากตัวอุปกรณ์ตั้งแต่ต้นจะช่วยลดขั้นตอนการแก้ไขงานดังกล่าว อีกทั้งช่วยให้การออกแบบวงจรกรองสัญญาณและวงจรสนับเบอร์เป็นไปได้โดยง่ายและไม่ซับซ้อน

ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ใช้ตัวถังแบบ SOP Advance(E) ซึ่งช่วยลดค่าความต้านทานไฟฟ้าของตัวถังลงได้ประมาณ 65% และลดค่าความต้านทานความร้อนลงได้ประมาณ 15% เมื่อเทียบกับตัวถังแบบ SOP Advance(N) รุ่นปัจจุบันของ Toshiba ทั้งนี้ ตัวถังรุ่นใหม่นี้ช่วยสนับสนุนการออกแบบอุปกรณ์จ่ายไฟให้สามารถจ่ายกำลังไฟได้สูงขึ้นและมีขนาดที่กะทัดรัดยิ่งขึ้นด้วยการยับยั้งการเกิดความร้อนและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อน

Toshiba ยังมีเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการออกแบบวงจรสำหรับอุปกรณ์จ่ายไฟแบบสวิตช์โหมด โดยนอกเหนือจากโมเดล G0 SPICE ที่ใช้ตรวจสอบการทำงานของวงจรได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังมี โมเดล G2 SPICE ที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งสามารถจำลองคุณลักษณะสภาวะชั่วขณะได้อย่างเสมือนจริงพร้อมให้ใช้งานอีกด้วย นอกจากนี้ เครื่องมือจำลองวงจรออนไลน์บนเว็บไซต์ของ Toshiba ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบการทำงานของวงจรผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งสภาพแวดล้อมสำหรับการจำลองระบบหรือดาวน์โหลดโมเดลของอุปกรณ์ (เครื่องมือจำลองวงจรออนไลน์: ที่นี่ )

Toshiba จะยังคงเดินหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ Power MOSFET ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานของอุปกรณ์จ่ายไฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในอุปกรณ์อุตสาหกรรมต่อไป

หมายเหตุ:
[1] ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2026 อ้างอิงตามกระบวนการผลิต Power MOSFET แรงดันไฟฟ้าต่ำของ Toshiba
[2] VGS =10V, ID =50A, Ta =25°C
[3] การสำรวจข้อมูลของ Toshiba ณ เดือนมิถุนายน 2026

การนำไปใช้งาน

อุปกรณ์อุตสาหกรรม

  • แหล่งจ่ายไฟแบบสวิตช์โหมดสำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์และสถานีฐานระบบสื่อสารโทรคมนาคม

คุณสมบัติเด่น

  •  ค่าความต้านทานขณะเปิดต่ำ: RDS(ON) =1.4 มิลลิโอห์ม (ค่าสูงสุด) (VGS =10V, ID =50A, Ta =25°C)
  •  ค่าความต้านทานขณะเปิด × ค่าประจุไฟฟ้าทั้งหมดที่เกต: RDS(ON) ×Qg = 1.4 มิลลิโอห์ม × 80 นาโนคูลอมบ์ = 112 มิลลิโอห์ม・นาโนคูลอมบ์ (ซึ่งต่ำลงประมาณ 45% เมื่อเทียบกับรุ่น TPM1R908QM ที่มีค่าเท่ากับ 1.9 มิลลิโอห์ม × 108 นาโนคูลอมบ์ = 205.2 มิลลิโอห์ม・นาโนคูลอมบ์)
  • การเลือกใช้ตัวถังแบบ SOP Advance(E) ที่มีความต้านทานไฟฟ้าของตัวถังต่ำ และมีความต้านทานความร้อนต่ำ

ข้อมูลจำเพาะหลัก

 (นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น, Ta =25°C)

รหัสสินค้า

 TPM1R408RH

ขีดจำกัดสูงสุดที่ยอมรับได้

 แรงดันไฟฟ้าระหว่างเดรนและซอร์ส VDSS (V)

80

 กระแสไฟฟ้าที่เดรน (DC) ID (A)

 Tc =25°C

288

 อุณหภูมิของแชนเนล Tch (°C)

175

คุณลักษณะทางไฟฟ้า

 ความต้านทานขณะนำกระแสระหว่างเดรนและซอร์ส RDS(ON) (mΩ)

 VGS =10V

ค่าสูงสุด

1.4

 VGS =8V

ค่าสูงสุด

1.7

 ค่าประจุไฟฟ้าทั้งหมดที่เกต Qg (nC)

 VGS =10V

ค่าปกติ

80

 ค่าประจุไฟฟ้าการสวิตช์ที่เกต Qsw (nC)

ค่าปกติ

23

 ค่าประจุไฟฟ้าเอาท์พุต Qoss (nC)

ค่าปกติ

161

 เวลาในการฟื้นตัวย้อนกลับ trr (ns)

ค่าปกติ

74

 ค่าประจุไฟฟ้าในการฟื้นตัวย้อนกลับ Qrr (nC)

ค่าปกติ

115

ตัวถัง

ชื่อ

 SOP Advance(E)

ขนาด (มม.)

ค่าปกติ

4.9×6.1×1.0

การดูตัวอย่างสินค้าและความพร้อมจัดส่ง

 สั่งซื้อออนไลน์

คลิกที่ลิงก์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่นี้
TPM1R408RH

คลิกที่ลิงก์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MOSFET ของ Toshiba
MOSFET

คุณสามารถตรวจสอบความพร้อมให้บริการผลิตภัณฑ์ใหม่นี้กับตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ได้ที่:
TPM1R408RH
สั่งซื้อออนไลน์

* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทรายนั้น ๆ
* ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาสินค้า ข้อมูลจำเพาะ เนื้อหาการบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ณ วันที่ออกประกาศนี้ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง ใช้ประสบการณ์และนวัตกรรมมากกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์แบบแยกส่วน ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ

โดยพนักงานกว่า 17,400 คนทั่วโลกของบริษัทยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ให้สูงสุด และส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในการร่วมสร้างมูลค่าและตลาดใหม่ๆ โดยบริษัทยังมุ่งหวังที่จะร่วมสร้างและสนับสนุนอนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้คนในทุกๆ ที่

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260629095995/en

Contacts

ช่องทางสอบถามข้อมูลสำหรับลูกค้า:
แผนกการขายและการตลาดอุปกรณ์กำลังและสัญญาณขนาดเล็ก
โทร: +81-44-548-2216
ติดต่อเรา

ช่องทางสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ:
ซี. นางาซาวา
แผนกสื่อสารองค์กรและข่าวกรองการตลาด
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

STARTO ENTERTAINMENT เปิดตัวบริการจดหมายข่าว “STARTO NEWS ARCHIVES”

Logo

— บริการใหม่นี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับดาราและศิลปินในหลายภาษา ผ่านการสมัครสมาชิกฟรี และการอัปเดตเป็นประจำทางอีเมล, Facebook และ LINE —

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–01 กรกฎาคม 2026

บริษัทเอเจนซี่จัดหานักแสดง STARTO ENTERTAINMENT, Inc. ของญี่ปุ่น ได้เปิดตัว “STARTO NEWS ARCHIVES” ที่เป็นบริการจดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์ฟรีสำหรับแฟนๆ ทั่วเอเชียและประเทศอื่นๆ โดยมีข้อมูลและข่าวสารอัปเดตในภาษาจีนดั้งเดิม ไทย เกาหลี และอังกฤษ

<img alt="โลโก้บริการ" src=" mms.thaibusinessnews.com/media/2026/img//2026070124972-24972/54558690_STARTO_ENTERTAINMENT_5875539cimg_608931_1.jpg” />

โลโก้บริการ

นอกเหนือจากรายละเอียดเกี่ยวกับผลงานใหม่ มิวสิกวิดีโอ และสื่อสตรีมมิ่งอื่นๆ ที่สามารถรับชมได้ทั่วโลกแล้ว ยังจะเน้นไปที่เนื้อหาที่แฟนๆ ในต่างประเทศสามารถรับชมได้ด้วยตนเอง เช่น คอนเสิร์ตในท้องถิ่น และกิจกรรมสดต่างๆ ที่จัดโดยศิลปินชื่อดังของบริษัท บทความทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งมีจดหมายข่าวที่ครอบคลุมส่งทางอีเมล และการอัปเดตเพิ่มเติมผ่านทาง Facebook และ LINE

STARTO NEWS ARCHIVES (ภาษาจีนดั้งเดิม / ภาษาไทย / ภาษาเกาหลี / ภาษาอังกฤษ)
เว็บไซต์: https://starto-news.com
Facebook: https://www.facebook.com/startonewsarchivesthailand

ผู้ที่ลงทะเบียนใช้บริการจะมีโอกาสติดตามการแจ้งเตือนสำหรับศิลปินที่ชื่นชอบ ได้รับฟีดข่าวที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นและประสบการณ์ไร้พรมแดนสำหรับแฟนเพลงเจป็อปทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเพจ Facebook ในชื่อ “STARTO News Archives (เมืองไทย)” และบัญชี LINE ทางการในชื่อ “STARTO NEWS (ไทย)” เพื่อนำเสนอข้อมูลอัปเดตอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับเว็บไซต์หลัก

ข้อมูลบริษัท

ชื่อบริษัท: STARTO ENTERTAINMENT, Inc. (บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น)

ลักษณะธุรกิจ: บริหารจัดการศิลปินและดารา การผลิตจัดการสื่อบันเทิงทั่วไป

เวปไซต์บริษัท
https://starto.jp/?lang=en

*ห้ามทำซ้ำหรือนำเนื้อหาในเอกสารนี้ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ นอกเหนือจากการประชาสัมพันธ์*

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

สำหรับคำถามและการสอบถามจากสื่อ
STARTO ENTERTAINMENT, Inc. สำนักงาน COO
อีเมล: inquiry@starto-news.com
ผู้ติดต่อหลัก: Shimoura (Mr.), Hayashi (Ms.)

ที่มา: STARTO ENTERTAINMENT, Inc.

Medisca ก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ภายใต้การนำของ ผู้ก่อตั้ง Antonio Dos Santos

Logo

Medisca ประกาศในวันนี้ว่า Antonio Dos Santos ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ได้กลับมารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารอีกครั้ง ในขณะที่บริษัทกำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่แห่งการเติบโต

มอนทรีออล–(BUSINESS WIRE)–29 มิถุนายน 2026

ตลอดระยะเวลากว่า 35 ปีที่ผ่านมา Dos Santos ได้มีส่วนช่วยในการพัฒนา Medisca ให้เป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตยาตามสั่ง โดยในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เขาจะนำพาบริษัทไปสู่กลยุทธ์ระยะยาว โดยมุ่งเน้นที่การขยายขอบเขตการดำเนินงานไปทั่วโลก การลงทุนในด้านการเติบโตใหม่ๆ การเสริมสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ การศึกษา และความเชี่ยวชาญที่บุคลากรทางการแพทย์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง

เมื่อผมก่อตั้ง Medisca วิสัยทัศน์ของผมคือการยกระดับมาตรฐานการผลิตยาตามสั่งโดยนำคุณภาพระดับเภสัชกรรมมาสู่อุตสาหกรรม และให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงผลิตภัณฑ์ ความรู้ และนวัตกรรมที่พวกเขาต้องการเพื่อการดูแลผู้ป่วยที่ดีขึ้น กล่าวโดย Antonio Dos Santos ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Medisca เป้าหมายนั้นยังคงเป็นแนวทางให้เรา ในขณะที่เราเริ่มต้นบทบาทใหม่นี้ เราจะยังคงลงทุนในบุคลากรของเรา พันธมิตรของเรา และนวัตกรรมที่จะช่วยกำหนดอนาคตของ Medisca และอุตสาหกรรมการผลิตยาตามสั่ง

Dos Santos จะยังคงทำงานร่วมกับรองประธาน Maria Zaccardo และทีมผู้บริหารระดับสูงของ Medisca เพื่อเป็นผู้นำทิศทางเชิงกลยุทธ์ของบริษัท ในขณะที่ Medisca ยังคงขยายธุรกิจไปทั่วโลกและลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว

ตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษ Medisca เติบโตขึ้นโดยยึดมั่นในเป้าหมายของตนควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของบุคลากรทางการแพทย์” กล่าวโดย Maria Zaccardo รองประธานของ Medisca “เมื่อมองไปข้างหน้า เรายังคงมุ่งเน้นที่การสนับสนุนลูกค้า การลงทุนในบุคลากร และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Medisca เพื่ออนาคตอย่างต่อเนื่อง”

ในส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านด้านผู้นำนี้ Sanjay Goorachurn ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยทาง Medisca ได้ขอบคุณ Sanjay สำหรับความทุ่มเทและการมีส่วนร่วมต่อองค์กร และอวยพรให้เขาประสบความสำเร็จต่อไป

ในขณะที่ Medisca ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับโลก บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสุขภาพที่ดีแบบเฉพาะบุคคลสำหรับทุกคน โดยการขยายผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี การศึกษา และความเชี่ยวชาญที่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพสามารถดูแลผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้นทั่วโลก

เกี่ยวกับ Medisca

Medisca ก่อตั้งขึ้นในปี 1989 เป็นผู้นำด้านการแพทย์เฉพาะบุคคลและโซลูชันห่วงโซ่อุปทานยา โดยมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 2,000 รายการ พร้อมด้วยคลังสูตรยาเฉพาะบุคคลและสูตรยาที่ปรับแต่งเองมากกว่า 10,000 สูตร ความเชี่ยวชาญและบริการด้านการปรุงยา การศึกษาด้านการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และการทดสอบวิเคราะห์ โดย Medisca นำเสนอโซลูชันที่ปรับแต่งอย่างละเอียดสำหรับภาคส่วนด้านสุขภาพที่หลากหลายในหลายตลาดทั่วโลก โดยมุ่งมั่นในการเชื่อมช่องว่างในด้านการดูแลสุขภาพและส่งเสริมสุขภาพเฉพาะบุคคลสำหรับทุกคน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.Medisca.com และติดตามเราได้ทาง LinkedIn, Facebook และ YouTube

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Medisca Communications
communications@medisca.com
1-800-665-6334

ที่มา: Medisca

Premier Jumping League (PJL) & McCarthy Jumping Team ประกาศการซื้อครั้งสำคัญ

Logo

การเข้าซื้อทีมด้วยมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ McCarthy Jumping Team จึงกลายเป็นกลุ่มเจ้าของทีม PJL กลุ่มแรก

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าของนักลงทุนในอนาคตของการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางระดับมืออาชีพ โดยเฉพาะฤดูกาลเปิดตัวในปี 2027 ที่หลายคนตั้งตารอ ซึ่งจะมีทีมเข้าร่วมแข่งขัน 16 ทีม ใน 14 รายการระดับนานาชาติ

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–29 มิถุนายน 2026

Premier Jumping League (PJL) ประกาศในวันนี้ว่า Jason McCarthy ซึ่งเป็นทั้งนักลงทุน นักค้าหุ้น และนักแข่งรถมืออาชีพมากประสบการณ์ พร้อมด้วยบริษัท McCarthy Jumping League LLC ได้เข้าซื้อทีมแรกของ PJL ด้วยมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จที่กำลังเติบโตของลีกการแข่งขันการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางระดับมืออาชีพที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงนี้

The Premier Jumping League (PJL), photographed by Daniel Benson.

Premier Jumping League (PJL) ถ่ายภาพโดย Daniel Benson

การลงทุนครั้งสำคัญนี้แสดงถึงมูลค่าซึ่งหาที่เปรียบไม่ได้สำหรับทีมในการแข่งขันกีฬาประเภทใหม่ และตอกย้ำความเชื่อมั่นที่นักลงทุนรายใหญ่มีต่อ PJL

ฤดูกาลแรกของ PJL มีกำหนดเริ่มต้นในเดือนเมษายน 2027

McCarthy นำประสบการณ์ด้านการลงทุนและการซื้อขายที่กว้างขวางมาสู่การแข่งขันลีก McCarthy ดำรงตำแหน่งผู้นำในภาคการเงินมาตลอดอาชีพการงาน จบการศึกษาจาก MIT เป็นผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของบริษัทซื้อขายหลักทรัพย์ที่ดำเนินงานในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศที่หลากหลาย McCarthy และ Newsha ภรรยา และ Natalia ลูกสาว ต่างมีความหลงใหลในม้าอย่างมาก โดยเป็นเจ้าของฟาร์มม้าใน Watermill, NY และ Wellington, FL Natalia เป็นนักขี่ม้าเยาวชนที่ใฝ่ฝันที่จะเข้าแข่งขันการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางในระดับสูงสุดในอนาคต

การเข้าซื้อกิจการของ McCarthy Jumping Team สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและมุ่งมั่นในเงินรางวัล 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก McCourt Global รวมถึงวิสัยทัศน์ระยะยาว รูปแบบธุรกิจ และความมั่นคงทางการเงินของ PJL พร้อมกันนี้ PJL กำลังสร้างตัวเองให้เป็นทรัพย์สินด้านกีฬาที่น่าลงทุน โดยมีเส้นทางที่ชัดเจนสู่การเพิ่มมูลค่า ด้วยการมุ่งเน้นอย่างมีวินัยในการขยายศักยภาพเชิงพาณิชย์ของการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง

McCarthy กล่าวถึงการลงทุนครั้งนี้ว่า “เช่นเดียวกับ Frank McCourt การเดินทางของครอบครัวเราเข้าสู่กีฬานี้เริ่มต้นจาก Newsha ภรรยาของผม ผู้ซึ่งมีความรักในม้ามาตลอดชีวิต ได้นำพาเราเข้าสู่โลกแห่งการขี่ม้าเป็นครั้งแรก ด้วยความหลงใหลของเธอ เราจึงกลายเป็นแฟนของการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางและพัฒนาความชื่นชมอย่างลึกซึ้งต่อความสัมพันธ์อันพิเศษระหว่างม้าและผู้ขี่

เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งในวิสัยทัศน์ของ PJL ซึ่งเป็นลีกที่มุ่งมั่นในมาตรฐานทางจริยธรรมสูงสุด มีคุณธรรม พร้อมผลการแข่งขันระดับยอดเยี่ยม โดยมีรูปแบบธุรกิจที่ยั่งยืนเป็นรากฐาน ซึ่งดึงดูดนักกีฬาที่ดีที่สุดจากทั่วโลกและมอบประสบการณ์ให้กับแฟนๆ เทียบเท่ากับการแข่งขันกีฬาระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

เรามองเห็นศักยภาพมหาศาลของกีฬาชนิดนี้ที่จะสามารถขยายฐานผู้ชมไปทั่วโลก ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงรักษาคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ของกีฬาชนิดนี้ไว้ เรามั่นใจว่า PJL จะช่วยให้ศักยภาพนั้นเป็นจริงและขับเคลื่อนการเติบโตที่มีความหมายให้กับกีฬาที่เราหลงรัก”

Frank McCourt ประธานกรรมการบริหารของ McCourt Global กล่าวเสริมว่า “การลงทุนครั้งนี้เป็นการยืนยันอย่างแน่วแน่ถึงวิสัยทัศน์ของ PJL และศักยภาพในอนาคตของการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง ตั้งแต่เริ่มต้น เรามีความมุ่งมั่นที่จะดึงดูดเงินทุนใหม่และโอกาสในการเติบโตใหม่ ๆ ให้กับกีฬาชนิดนี้ Jason และครอบครัวของเขาเป็นตัวแทนของค่านิยมและจริยธรรมที่เรามุ่งมั่นที่จะรักษาไว้ในลีก และเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ McCarthy Jumping Team ในฐานะที่เป็นกลุ่มเจ้าของกลุ่มแรกของ PJL”

เกี่ยวกับ Premier Jumping League (PJL)

PJL คือการแข่งขันระดับโลกที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ โดยมีทีมเข้าร่วม 16 ทีม และเป็นการกำหนดนิยามใหม่ของยุคสมัยแห่งการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง

ด้วยการสนับสนุนจาก McCourt Global และประธานบริหาร Frank McCourt รวมถึงการร่วมมือจากผู้นำในวงการกีฬาขี่ม้า การแข่งขันระดับนานาชาติ และความบันเทิง PJL จึงสามารถรวบรวมนักขี่ม้าและม้าชั้นนำของโลกมาเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อชิงเงินรางวัลที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการนี้ (เงินรางวัลรับประกัน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสามปีแรก) ณ สถานที่จัดการแข่งขันอันโด่งดัง 14 แห่งในอเมริกาเหนือ ยุโรป และตะวันออกกลาง

ลีก PJL ได้รับการออกแบบมาเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมกลุ่มใหม่ได้สัมผัสกับกีฬาชนิดนี้ไปพร้อมๆ กับการเคารพในมรดกของกีฬา โดยผสมผสานสมรรถนะทางกีฬาที่ยอดเยี่ยมเข้ากับความบันเทิงระดับพรีเมียม ซึ่งได้รับการเสริมความแข็งแกร่งด้วยความร่วมมือระหว่างลีกกับ Box to Box Films (บริษัทผู้ผลิตเบื้องหลังรายการ ‘Drive to Survive’ ของ F1) และได้รับการสนับสนุนโดยใช้รูปแบบการออกอากาศแบบฟรี

เทคโนโลยีล้ำสมัย ความโปร่งใสอย่างแท้จริง และรูปแบบทีมที่สร้างสรรค์ ช่วยเพิ่มความตื่นเต้น ความเข้มข้น และการแข่งขันที่ดุเดือด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกีฬาระดับสูง ปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดกีฬาและความบันเทิงระดับโลกต้องการ โดยไม่ลดทอนคุณค่าหลักของกีฬาชนิดนี้

PJL มีความโดดเด่นด้วยความมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานสูงสุดด้านสวัสดิภาพของม้าและผู้ขี่

PJL ยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับ FEI ในขณะที่ลีกดำเนินการตามกระบวนการอนุมัติเป็น Series ซึ่งคาดว่าจะมีการตัดสินใจในเร็วๆ นี้

เกี่ยวกับ McCarthy Jumping Team

McCarthy Jumping Team เป็นบริษัทเอกชนที่อยู่ภายใต้การดูแลของ McCarthy Family Office ซึ่งทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ให้แก่ครอบครัว McCarthy

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260629512997/en

Contacts

Kelly Hogarth | pressoffice@pjl.com | [+44 777 269 7805]
ติดตาม PJL:
เว็บไซต์: www.pjl.com
Substack: @thepjl
Instagram: @the_pjl_official

ที่มา: Premier Jumping League

Sultan Bin Ahmed ได้เข้าร่วมพิธีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาสื่อสารมวลชนในประเทศสเปน

Logo

บาร์เซโลนา ประเทศสเปน–(BUSINESS WIRE)–28 มิถุนายน 2026

เจ้าชาย Sheikh Sultan bin Ahmed bin Sultan Al Qasimi รองผู้ปกครองรัฐชาร์จาห์และอธิการบดีมหาวิทยาลัยชาร์จาห์ (UOS) ได้เสด็จเข้าร่วมพิธีสำเร็จการศึกษาของนักศึกษารุ่นแรกของหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาผู้ประกอบการสื่อและนวัตกรรมดิจิทัล ณ มหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรแรกที่เปิดสอนโดยวิทยาลัยการสื่อสาร มหาวิทยาลัยชาร์จาห์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา และได้รับการสนับสนุนเชิงกลยุทธ์จาก Sharjah Media City (Shams)

Sultan Bin Ahmed attends Media Master's Graduation in Spain (Photo: AETOSWire)

Sultan Bin Ahmed ได้เข้าร่วมพิธีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาสื่อสารมวลชนในประเทศสเปน (ภาพ: AETOSWire)

พระองค์ได้แสดงความภาคภูมิใจในความสำเร็จของบัณฑิต และทรงชื่นชมความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่ง ซึ่งต่างมุ่งมั่นในด้านความรู้ ความเป็นเลิศ และความเข้าใจในระดับโลก โดยพระองค์ทรงเน้นย้ำว่าการสำเร็จการศึกษาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ ไม่ใช่จุดสิ้นสุด

พระองค์ได้ทรงเปรียบบัณฑิตเหล่านี้เหมือนเรือที่ออกจากท่าเรือที่ปลอดภัย โดยทรงตรัสว่าเรือถูกสร้างขึ้นเพื่อแล่นไปให้ไกลเกินขอบฟ้า เพื่อรับสิ่งที่ไม่รู้จัก และเพื่อค้นพบโลกใหม่ โดยพระองค์ตรัสว่าบัณฑิตเหล่านี้กำลังก้าวไปสู่อนาคตที่เต็มไปด้วยโอกาส ความท้าทาย และความสำเร็จ พร้อมด้วยความรู้ ความอดทน และความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ

พระองค์ทรงกล่าวเสริมว่า วิสัยทัศน์นี้สะท้อนถึงค่านิยมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่บรรพบุรุษเชื่อว่าความเจริญรุ่งเรืองมาจากการมีส่วนร่วมกับโลกภายนอก การเรียนรู้จากโลก และการมีส่วนร่วมกับโลก โดยพระองค์ทรงอธิบายว่าหลักสูตรปริญญาโทนี้เป็นการแสดงออกถึงความเชื่อนี้ในยุคปัจจุบัน โดยเชื่อมโยงชาร์จาห์และบาร์เซโลนาเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งนำสถาบัน วัฒนธรรม และประเพณีแห่งความเป็นเลิศที่โดดเด่นสองแห่งมารวมกัน โดยหลักสูตรนี้จะช่วยให้นักศึกษาได้รับประโยชน์จากจุดแข็งทางปัญญาและวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ และช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพที่ประสบความสำเร็จในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น

พระองค์ทรงเน้นย้ำว่า สาขาเฉพาะทางนี้เป็นศูนย์กลางพิเศษที่ซึ่งความคิดใหม่ๆ อันยอดเยี่ยมถือกำเนิดขึ้น โดยข้อมูลจะได้รับการตรวจสอบ ตีความ และปรับแต่งก่อนที่จะแบ่งปันสู่โลก ยุคดิจิทัลได้เปลี่ยนแปลงความเร็วและการเผยแพร่ข้อมูล ทำให้เรื่องราว แพลตฟอร์ม และการเล่าเรื่องที่พวกเขาสร้างขึ้นสามารถเข้าถึงผู้ชมต่างๆ ได้ทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นพลังที่ต้องการความอ่อนน้อมถ่อมตน ความซื่อสัตย์ และวิสัยทัศน์

พระองค์ทรงเน้นย้ำถึงบทบาทของ Shams ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ลำดับที่สาม ในการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างสถาบันการศึกษา อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยพระองค์ตรัสว่าความร่วมมือนี้จะช่วยให้บัณฑิตได้รับประสบการณ์จริง การเปิดรับมุมมองที่หลากหลาย และทักษะที่จำเป็นในการแก้ไขปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง โดยพระองค์ทรงสนับสนุนให้บัณฑิตแสวงหาความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นต่อไป พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณต่อครอบครัวของพวกเขา และเหล่าคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของทั้งสองมหาวิทยาลัย

โดยพระองค์ทรงมอบใบประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษาแก่บัณฑิต 24 คน ทรงแสดงความยินดี และทรงอวยพรให้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานในอนาคต

ก่อนพิธีการ พระองค์ทรงเข้าพบกับ ดร. Joan Guàrdia Olmos อธิการบดีมหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา เพื่อหารือถึงแนวทางในการเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกทางวิชาการของมหาวิทยาลัย หอประชุม ห้องสมุด และคลังเอกสารและหนังสือหายากอีกด้วย

นอกเหนือจากการเสด็จเยือนแล้ว พระองค์ยังทรงเข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง Sharjah Media City (Shams) และคณะภาษาศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา โดยผู้ลงนามคือ Rashid Abdullah Al Obad ผู้อำนวยการใหญ่ของ Sharjah Media City (Shams) และ ดร. Joan G. Burguera คณบดีคณะภาษาศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา โดยบันทึกความเข้าใจนี้ได้กำหนดกรอบความร่วมมือในด้านสื่อ นวัตกรรมดิจิทัล การเป็นผู้ประกอบการ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ

นอกจากนี้ บันทึกข้อตกลงนี้ยังส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและวิชาชีพ โครงการฝึกอบรม การประชุม สัมมนา และเวิร์กช็อปต่างๆ พร้อมทั้งสนับสนุนบุคลากรที่มีความสามารถในประเทศ ส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการ และช่วยเปลี่ยนโครงการนวัตกรรมของนักศึกษาให้เป็นผลิตภัณฑ์สื่อที่สามารถวางจำหน่ายได้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Shams ในการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ

 แหล่งที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260628429537/en

Contacts

Hussain Al Mulla
Hussain.AlMulla@SGMB.ae

ที่มา: Sharjah Government Media Bureau



จาก Abu Dhabi ถึง Imola: A2RL เข้าสู่ระดับนานาชาติโดยการเปิดตัวการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับครั้งประวัติศาสตร์ ณ สนามแข่งระดับตำนานของอิตาลี

Logo

การแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกของ A2RL ถือเป็นก้าวสำคัญสู่เป้าหมายที่จะเป็นรายการแข่งขันชิงแชมป์ระดับนานาชาติรายการแรกของโลกสำหรับรถแข่งไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบ

โดยมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันสูงสุด 5 ทีม ประกอบด้วย TUM, PoliMOVE, Unimore, Kinetiz และ Constructor ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากฤดูกาลปี 2025 โดยจะเข้าร่วมการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับแบบหลายคันครั้งแรกของโลกในยุโรป

A2RL ร่วมมือกับกลุ่มทีมมอเตอร์สปอร์ต ชุมชนวิศวกรรมและนักศึกษาของอิตาลี โดยผ่าน Motor Valley Fest และการจัดโรดโชว์ในมหาวิทยาลัย ก่อนการแข่งขัน

หลังการเปิดตัวในยุโรปที่ Imola ฤดูกาลปี 2026 จะสิ้นสุดลงที่สนามแข่ง Yas Marina Circuit ใน Abu Dhabi

From Abu Dhabi to Imola: A2RL Expands Internationally with Historic Autonomous Racing Debut at Iconic Italian Track (Video: AETOSWire)

IMOLA, Italy–(BUSINESS WIRE)–29 มิถุนายน 2026

งานแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับ Abu Dhabi Autonomous Racing League หรือ A2RL จะเปิดตัวการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกใน วันที่ 5 เดือนกันยายน ปี 2026 ที่ Imola ประเทศอิตาลี โดยจะมีการนำรถแข่งไร้คันขับอย่างเต็มรูปแบบถึง 5 คันตามพื้นฐานของ Dallara Super Formula SF23 มาสู่สนามแข่งระดับตำนานและท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

From Abu Dhabi to Imola: A2RL Expands Internationally with Historic Autonomous Racing Debut at Iconic Italian Track (Photo: AETOSWire)

จาก Abu Dhabi ถึง Imola: A2RL เข้าสู่ระดับสากลโดยการเปิดตัวการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับครั้งประวัติศาสตร์ ณ สนามแข่งระดับตำนานของอิตาลี (ภาพ: AETOSWire)

งานนี้จัดขึ้นโดย ASPIRE ซึ่งเป็นหน่วยงานมุ่งเน้นความท้าทายระดับสูงของสภาวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงแห่ง Abu Dhabi โดย A2RL มีการพัฒนาศักยภาพขึ้นอย่างรวดเร็วจากสนามทดสอบสาธารณะที่มีความท้าทายสำหรับ AI ภายใต้สภาวะการแข่งขันแบบเอ็กซ์ตรีมไปสู่การแข่งขันระดับมืออาชีพ การแข่งขันที่ Imola ซึ่งกำลังจะมาถึงนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายตัวไประดับโลก หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในสองฤดูกาลที่ผ่านมาที่สนามแข่ง Yas Marina Circuit ใน Abu Dhabi และเป็นการเปิดฉากการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกของรายการชิงแชมป์ ก่อนที่จะกลับไปยังเมืองหลวงของ UAE เพื่อการแข่งขันรอบสุดท้ายของฤดูกาลปี 2026

TUM (เยอรมนี) ซึ่งเป็นทีมแชมป์ชนะเลิศ A2RL ปัจจุบัน จะเข้าร่วมการแข่งขันที่ Imola พร้อมกับ Unimore Racing (อิตาลี) และ PoliMOVE (อิตาลี) โดยได้ผ่านการคัดเลือกจากผลงานในฤดูกาลปี 2025 และอีกสองทีม ได้แก่ Kinetiz (UAE) และ Constructor Racing (เยอรมนี) จะเข้าร่วมการแข่งขันรอบคัดเลือกก่อนการแข่งขันในวันสุดสัปดาห์ เพื่อแย่งชิงตำแหน่งที่เหลือ

H.E. Faisal Al Bannai เลขาธิการสภาวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูง กล่าว: “A2RL เริ่มต้นใน Abu Dhabi ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า อนาคตของยานยนต์จะมีการเข้ารับการทดสอบอย่างเปิดเผย เข้มงวด และมีประสิทธิภาพสูงสุด การเปิดตัวในระดับนานาชาติ Imola แสดงให้เห็นว่า UAE กำลังมีการเปลี่ยนถ่ายความมุ่งมั่นในด้านการวิจัยและพัฒนาเข้าสู่แพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่มีความสำคัญในระดับโลก ช่วยเสริมความก้าวหน้าในยานยนต์แบบไร้คนขับ”

Stephane Timpano, CEO ของ ASPIRE กล่าว: “การเปิดตัว A2RL ที่ Imola เป็นก้าวสำคัญในความมุ่งมั่นของเราที่จะจัดการแข่งขันชิงแชมป์ระดับนานาชาติครั้งแรกของโลกสำหรับรถแข่งไร้คนขับแบบเต็มรูปแบบ มีสนามแข่งเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เป็นระดับตำนานและมีชื่อเสียงระดับโลกเช่นเดียวกับที่ Imola ทำให้กลายเป็นเวทีสนามแข่งที่ทรงพลังสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกของเรา นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของมอเตอร์สปอร์ตแบบไร้คนขับ ทั้งในฐานะแพลตฟอร์มเทคโนโลยีและรูปแบบกีฬาที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ในวงการกีฬาระดับโลก”

จากความสำเร็จอย่างล้นหลามในสองฤดูกาลที่ผ่านมาใน Abu Dhabi มีการพัฒนา A2RL ขึ้นจากการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับแบบสี่คันครั้งแรกของโลก ไปสู่รอบชิงชนะเลิศ Grand Final ที่มีรถยนต์หกคันการแข่งขันแบบประชิดตัวด้วยความเร็วมากกว่า 250 กม./ชม. ลีกนี้ยังกลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแข่งขันระหว่างมนุษย์และ AI โดยปัจจุบันช่องว่างด้านประสิทธิภาพระหว่างระบบไร้คนขับและนักขับมืออาชีพได้ลดลงเป็นอย่างมากจาก 10 วินาที ในปี 2024 เหลือเพียง 1.58 วินาที ในปี 2025 นอกเหนือจากความก้าวหน้าในสนามแข่งแล้ว A2RL ยังมีการสร้างฐานผู้ชมทั่วโลกที่มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และเสริมสร้างจุดยืนและตำแหน่งของ Abu Dhabi ในฐานะเป็นศูนย์กลางชั้นนำด้านนวัตกรรมยานยนต์แบบไร้คนขับและมีนวัตกรรม AI

สนามแข่งที่ Imola: เป็นบททดสอบที่แท้จริงของการขับขี่รถแข่งแบบไร้คนขับ

สนามแข่ง Imola เป็นที่ตั้งของรายการแข่งขัน European Le Mans Series ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายขั้นกว่า มีเลนแข่งที่แคบ พร้อมพื้นที่วิ่งออกนอกเส้นทางที่จำกัด และมีโซนแซงที่ยาก โค้งที่ต้องใช้เทคนิคและขอบเขตที่แคบ ช่วยเสริมการทดสอบให้เห็นชัดเจนขึ้นสำหรับระบบรถยนต์ไร้คนขับว่า สามารถจัดการกับการยึดเกาะ การจราจร ตำแหน่ง และการแทรกแซง ภายใต้แรงกดดันอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร สำหรับทีมที่เข้าแข่งขัน อีเว้นท์นี้ถือเป็นสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่มีแรงกดดันสูง ซึ่งประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับความแม่นยำของซอฟต์แวร์ การบูรณาการเซ็นเซอร์ กลยุทธ์ทางด้านวิศวกรรม และการตัดสินใจของระบบอัตโนมัติแบบเรียลไทม์

Alessandro Tucci กรรมการบริหารของ House of Grand Challenges ที่ ASPIRE กล่าว: “Imola เป็นสนามทดสอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับทีม A2RL ระดับสูง เพื่อแสดงความสามารถในการแข่งขันบนสนามแข่งที่มีความท้าทายสูง Imola ไม่อนุญาตให้ใช้มาตรการแบบผสม สนามแข่งนี้จะมุ่งเน้นที่ความแม่นยำ การควบคุม และความกล้าหาญ ซึ่งเสริมให้เป็นสนามแข่งที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับที่จะสามารถแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ระบบรถยนต์ไร้คนขับสามารถทำได้เมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดันในการแข่งขันจริง รถแข่งทุกคันในสนามแข่งนี้ล้วนเป็นผลงานของวิศวกรและนักเขียนโค้ดที่ผลักดัน AI จากการจำลองเข้าสู่การแข่งขันจริง”

จาก Sim Sprint สู่สนามแข่งจริง

ก่อนเข้าทดสอบในสนามแข่ง Imola ในเดือนสิงหาคม ทุกทีมจะเตรียมความพร้อมผ่านระบบนิเวศการแข่งรถเสมือนของ A2RL โดยมีการจัดซีรีส์ Sim Sprint ขึ้นระหว่างวันที่ 19 เดือนพฤษภาคม ถึงวันที่ 17 เดือนกรกฏาคม บนสนามจำลองดิจิทัล A2RL Autodrome, Suzuka และ Imola ที่มีความแม่นยำสูงเช่นเดียวกันกับ Yas Marina ก่อนที่จะปิดท้ายที่สนามแข่ง Yas Marina North Circuit ซึ่งเป็นสนามแข่งหลักของ A2RL Grand Final ในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา Sim Sprint มีการรวบรวมเวลาการทดสอบและการแข่งขันจำลองรวมกันกว่า 5,000 ชั่วโมงจาก 11 ทีม แพลตฟอร์มนี้มีสภาพแวดล้อมที่ทีมสามารถควบคุมได้ เพื่อการพัฒนาและตรวจสอบความถูกต้องของอัลกอริทึมก่อนการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับในโลกแห่งความเป็นจริง ตลอดทั้งซีรีส์ ทีมต่างๆ จะเผชิญกับการแข่งรถแบบหลายคัน การแซง การตอบสนองต่อสถานการณ์ที่มีปัญหา และกรณีพิเศษต่างๆ ที่ยากต่อการจำลองความปลอดภัยในสนามแข่ง การที่ทีมต่างๆ มีโอกาสในการฝึกฝนเพิ่มเติมก่อนแข่งขันที่ Imola นั้น Sim Sprint จะช่วยเตรียมระบบ AI ให้พร้อมสำหรับความเร็ว แรงกดดัน และความไม่แน่นอนของการแข่งรถยนต์ไร้คนขับแบบสดๆ

ความร่วมมือในระบบนิเวศมอเตอร์สปอร์ตและวิศวกรรมของอิตาลี

ก่อนเริ่มการแข่งขัน A2RL ร่วมมือกับกลุ่มทีมมอเตอร์สปอร์ต ชุมชนวิศวกรรมและกลุ่มวิชาการผ่านงาน Motor Valley Fest และกิจกรรมโรดโชว์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมนี้ ทีมผู้บริหารของ A2RL เข้าร่วมในโครงการ Motor Valley Fest ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นที่ Modena เพื่อเฉลิมฉลองอุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับของ Emilia-Romagna โดยมีการจัดแสดงรถแข่งของ A2RL Super Formula ที่บูธของ Imola กิจกรรมโรดโชว์นี้ ประกอบด้วย University of Bologna, University of Modena และ Reggio Emilia และ Politecnico di Milano โดยมีการแนะนำเทคโนโลยีของ A2RL บทบาทในฐานะแพลตฟอร์มทดสอบ AI ความเร็วสูง และทิศทางในอนาคตสำหรับทีม กลุ่มวิศวกร และนักเขียนโค้ดที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนถึงภารกิจที่กว้างขึ้นของ A2RL ในการเชื่อมโยงวิจัย AI ระดับแนวหน้ากับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ

หลังจาก Imola แล้ว A2RL จะกลับไปที่สนามแข่ง Yas Marina Circuit เพื่อนำการแข่งขันกลับมายังเมืองหลวงของ UAE โดยจะมีการเปลี่ยนถ่ายจากแนวคิดการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับไปสู่ความเป็นจริงในการแข่งขัน การแข่งขันที่ Abu Dhabi จะเป็นการปิดฉากฤดูกาลปี 2026 โดยเป็นการนำการแข่งขันชิงแชมป์ชนะเลิศกลับมาแบบครบวงจร ตั้งแต่สถานที่แรกเริ่มไปจนถึงการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรก และกลับมาอีกครั้งในฐานะบ้านของ A2RL นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2024 สนามแข่ง Yas Marina Circuit ยังคงเป็นมาตรฐานสำหรับวิวัฒนาการและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของลีกการแข่งขัน

การแข่งขันซีรีส์ ปี 2026 เกิดขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนจาก SheetAI ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง AD Ports และ du Infra พันธมิตรอย่างเป็นทางการ AWS, Abu Dhabi Mobility และ Abu Dhabi Gaming ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ HP และ Castore พันธมิตรด้านเทคนิค PACETEQ และ Live in Five

  • แหล่งข้อมูล: AETOSWire

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:

https://www.businesswire.com/news/home/20260629726789/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

รายชื่อผู้ติดต่อ

Thushara Mohanan,
thushara.mohanan@tii.ae

สำนักงานกฎหมาย Seiden Law LLP ระบุว่าคุณ Leak Yim นักธุรกิจชาวกัมพูชา ผู้ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมในประเทศไทย กำลังแสวงหาการเยียวยาในระบบศาลสหรัฐฯ

Logo

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–29 มิถุนายน 2026

สำนักงานกฎหมาย Seiden Law LLP (“Seiden Law”) ที่ปรึกษาทางกฎหมายของนาย Leak Yim พลเมืองชาวกัมพูชา และครอบครัวของเขา ขอประกาศการยื่นคำร้องต่อศาลแขวงรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อขอให้ศาลสั่งให้มีการเปิดเผยข้อมูลเท็จและข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิด ซึ่งอาจนำไปสู่การดำเนินคดีโดยผิดพลาดในประเทศไทยต่อคุณ Yim รวมถึงการระบุตัวตนที่ไม่ถูกต้องต่อรัฐสภาว่าเกี่ยวข้องกับศูนย์กลางการฉ้อโกงในเอเชีย

มาตรา 28 U.S.C. § 1782 (“1782”) กำหนดวิธีการรวบรวมหลักฐานที่มีประสิทธิภาพ โดยอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอสามารถขอรับหลักฐานในสหรัฐอเมริกาเพื่อช่วยในการดำเนินคดีระหว่างประเทศได้ สำนักงานกฎหมาย Seiden Law ของสหรัฐฯ ซึ่งมีประสบการณ์อย่างมากในคดีตามมาตรา 1782 ได้ยื่นคำร้องนี้เพื่อบังคับให้บุคคลในสหรัฐฯ ส่งมอบเอกสารและให้การเป็นพยานภายใต้คำสาบาน ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการล่าสุดต่อคุณ Yim ได้ดียิ่งขึ้น

คุณ Yim และครอบครัวของเขาตกเป็นเหยื่อของการถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและการถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองอย่างเห็นได้ชัด ” Robert Seiden หุ้นส่วนผู้จัดการของสำนักงานกฎหมาย Seiden Law และทนายความหลักที่ให้ความช่วยเหลือคุณ Yim ในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมกล่าว

ดังหลักฐานที่ปรากฏในคำขอปี 1782 การรณรงค์ระดับโลกที่ใส่ร้ายป้ายสีคุณยิมและครอบครัวได้รับการขับเคลื่อนโดยองค์กรสื่อและนักข่าวที่ร่วมมือกับรัฐบาลไทยมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2025

“คุณ Yim ไม่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิดในประเทศใดมาก่อน และรู้สึกรังเกียจศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ที่ผิดกฎหมายในเอเชีย นอกจากนี้ คุณ Yim ก็ไม่เคยถูกลงโทษ” Seiden กล่าวเสริม “เขาเป็นบุตรชายของผู้ก่อตั้งประชาธิปไตยสมัยใหม่ของกัมพูชา อาศัยอยู่ในอเมริกามานานกว่าทศวรรษ รับราชการทหารอย่างมีเกียรติในกองทัพกัมพูชา บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว และให้เงินสนับสนุนด้านการรักษาพยาบาลและอาหารแก่ผู้ยากไร้” คุณ Yim มีหลักฐานยืนยันการสนับสนุนโรงพยาบาลและสถานพยาบาล การสร้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมายหลายพันตำแหน่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการบริจาคจำนวนมากเพื่อการกุศล รวมถึงสภากาชาดกัมพูชา การบรรเทาภัยพิบัติ และสถาบันดูแลสุขภาพเด็ก แต่สื่อกลับไม่เคยรายงานเรื่องนี้เลย แต่สื่อกลับยิ่งซ้ำเติมความหายนะให้แก่นายยิม ภรรยาชาวไทย และลูกน้อยของพวกเขา ด้วยการวาดภาพนายยิมว่าเป็นอาชญากร โดยปราศจากหลักฐาน การพิจารณาคดี การตัดสิน หรือคำพิพากษาใดๆ คุณ Yim ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้โดยสิ้นเชิง เนื่องจากเป็นข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จและไม่มีมูลความจริง คุณ Yim ได้ยื่นหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนต่อศาลไทยแล้ว

หากศาลอนุมัติคำร้องของคุณ Yim ตามมาตรา 1782 (ทะเบียนคดีแพ่ง หมายเลข: 1:26-mc-00095-ACR) จะทำให้สามารถขอเอกสารและคำให้การที่สาบานตนแล้ว ซึ่งจะช่วยชี้แจงว่าเหตุใดคุณ Yim จึงถูกรวมอยู่ในร่างกฎหมาย H.R. 5490 ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ อย่างไม่ถูกต้อง และต่อมาถูกถอดออกจากร่างกฎหมายดังกล่าว รวมถึงเปิดเผยว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้และแรงจูงใจของพวกเขา

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

หากมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดติดต่อ:
admin@seidenlaw.com
+1 (212) 523-0686
 
สำหรับการสอบถามข้อมูลด้านสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ Lanny Davis:
ldavis@lannyjdavis.com
+1 (202) 744-2792

ที่มา: Seiden Law LLP

COOCON ขยายธุรกิจข้อมูลบน MCP สำหรับยุคของเอเจนต์ AI

Logo

  • มุ่งมั่นในการแปลง API ข้อมูลทางการเงินและข้อมูลสาธารณะให้เป็น “เซิร์ฟเวอร์ MCP” เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการบูรณาการเอเจนต์ AI
  • เข้าร่วมกลุ่มมาตรฐาน AI ระดับโลก “AAIF” เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับบริษัททั่วโลกกว่า 180 แห่ง
  • คาดการณ์กลไกการเติบโตใหม่ๆ โดยการขยายสายผลิตภัณฑ์ MCP ท่ามกลางการใช้งานเอเจนต์ AI ที่เพิ่มสูงขึ้น

กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–29 มิถุนายน 2026

COOCON (CEO Kim Jong-hyun, KOSDAQ: 294570) บริษัทแพลตฟอร์มข้อมูลธุรกิจในประเทศเกาหลีใต้ ประกาศเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนว่ากำลังเร่งผลักดันเข้าสู่ธุรกิจข้อมูลที่ใช้โปรโตคอล Model Context Protocol (MCP) สำหรับยุคของเอเจนต์ AI

ตามแผนดังกล่าว COOCON ตั้งเป้าที่จะเติบโตเป็น “ศูนย์กลางข้อมูลเฉพาะสำหรับเอเจนต์ AI” โดยการส่งมอบข้อมูลที่มีอยู่ให้อยู่ในรูปแบบ MCP เพื่อให้เอเจนต์ AI สามารถใช้งานได้โดยตรง ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในการรวบรวมและเชื่อมต่อข้อมูลในภาคการเงิน ภาครัฐ โลจิสติกส์ และโทรคมนาคม COOCON คาดว่าจะสร้างฐานที่มั่นคงในตลาดข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ MCP

MCP ซึ่งเปิดตัวโดย Anthropic ในเดือนพฤศจิกายน 2024 เป็นข้อกำหนดมาตรฐานการสื่อสารที่รวมวิธีการเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ทำให้เอเจนต์ AI สามารถสอบถามและใช้งานข้อมูลและระบบภายนอกได้โดยตรง ในขณะที่อุตสาหกรรม AI กำลังเปลี่ยนไปสู่เอเจนต์ AI ที่โต้ตอบกับระบบภายนอกอย่างอิสระเพื่อปฏิบัติงานต่างๆ อย่างรวดเร็ว ระบบนิเวศที่ใช้ MCP เป็นมาตรฐานสำหรับการเชื่อมต่อเอเจนต์กับระบบภายนอกก็กำลังขยายตัวเช่นกัน

จากสถานการณ์ดังกล่าว บริษัทผู้ให้บริการชำระเงินระดับโลกอย่าง PayPal และ Stripe ได้เริ่มเปิดใช้งานเอเจนต์ AI เพื่อดำเนินการชำระเงินโดยตรงผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว ในเกาหลี โดยเฉพาะในภาคการเงิน บริษัทต่างๆ กำลังสำรวจบริการที่ผสานรวมเอเจนต์ AI มากขึ้นเรื่อยๆ ภาคการชำระเงินยังพยายามปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบการชำระเงินโดยการผสานรวม MCP เข้ากับแพลตฟอร์มของตนเพื่อให้มั่นใจได้ถึงความเข้ากันได้กับเครื่องมือเขียนโค้ด AI ภายนอก

ภายใต้แนวโน้มเหล่านี้ COOCON วางแผนที่จะเปิดตัว “โซนข้อมูลเฉพาะที่พร้อมใช้งานสำหรับ AI” บนแพลตฟอร์มข้อมูลธุรกิจ COOCON.NET ในเดือนกรกฎาคม และแนะนำผลิตภัณฑ์ MCP โดยจะเริ่มด้วยผลิตภัณฑ์ประมาณ 30 รายการ ขยายเป็นผลิตภัณฑ์มากกว่า 100 รายการภายในสิ้นปี และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายในปี 2027

สิ่งนี้จะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถใช้ข้อมูลภายนอกที่จำเป็นสำหรับเอเจนต์ AI ผ่าน COOCON ได้อย่างราบรื่นในรูปแบบมาตรฐาน โดยไม่ต้องทำการผสานรวมข้อมูลด้วยตนเอง COOCON จะให้ความสำคัญกับการแปลงข้อมูลที่ใช้งานบ่อยและมีการเข้าถึงสูงให้เป็น MCP โดยมุ่งเป้าไปที่ทั้งบริษัทที่เพิ่งนำเทคโนโลยี AI มาใช้และลูกค้าปัจจุบันที่ต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่ ​​AI

เพื่อขยายการมีส่วนร่วมในระบบนิเวศมาตรฐานระดับโลก COOCON ได้เข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรระดับโลกของ Linux Foundation ที่ชื่อว่า Agentic AI Foundation (AAIF) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นอกจากนี้ ยังมีการเข้าร่วม MCP Working Group ร่วมกับองค์กรกว่า 180 แห่ง รวมถึง Anthropic, OpenAI, Google, Microsoft, Circle, Tron และ Stripe เพื่อช่วยกำหนดมาตรฐานระดับโลกและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในยุค AI

COOCON คาดว่าธุรกิจข้อมูลที่ใช้ MCP จะช่วยผลักดันผลประกอบการทางการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เนื่องจากระบบอัตโนมัติของเวิร์กโฟลว์จะขับเคลื่อนการขอข้อมูลอย่างต่อเนื่องจากเอเจนต์ AI ปริมาณการโทรที่เพิ่มขึ้น และกลุ่มผลิตภัณฑ์ AI โดยเฉพาะจะช่วยกระจายฐานรายได้ของบริษัท

โครงสร้างธุรกิจของ COOCON ซึ่งครอบคลุมทั้งบริการข้อมูลและบริการชำระเงิน นำเสนอข้อได้เปรียบที่โดดเด่นในยุค AI โดยต่อยอดจากธุรกิจข้อมูล COOCON จะขยายผลิตภัณฑ์การชำระเงินที่รองรับเอเจนต์ AI และเชื่อมโยงเข้ากับธุรกิจการชำระเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ

Kim Jong-hyun, CEO ของ COOCON กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของยุค AI คือการเปิดโอกาสให้เอเจนต์เข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้ ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีของเราในการรวบรวมและเชื่อมต่อข้อมูล COOCON มุ่งมั่นที่จะพัฒนาไปไกลกว่าการให้บริการ API ที่มนุษย์ใช้ และก้าวไปสู่การเป็นบริษัทที่ให้บริการข้อมูลที่ AI นำไปใช้โดยตรง”

และกล่าวเสริมว่า “โครงสร้างธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ของ COOCON ซึ่งสร้างขึ้นบนมาตรฐาน MCP แบบเปิด จะทำหน้าที่เป็นประตูสู่ระบบนิเวศของเอเจนต์ AI ระดับโลก ผมมั่นใจว่าธุรกิจข้อมูล MCP ที่กำลังก่อตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะขับเคลื่อนการเติบโตใหม่และเป็นเสาหลักสำคัญในการเพิ่มมูลค่าขององค์กร”

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Webcash สำหรับ COOCON
Do-Yeol Kim
+82-2-3774-4743
dykim@webcash.co.kr

Min-Ji Kang
+82-2-3774-4755
kmj9845@webcash.co.kr

Min-Ju Lee
+82-2-3779-9103
lmj0326@webcash.co.kr

ที่มา: COOCON

Kioxia ลงนามข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือสำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 และการแข่งขันกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ครั้งที่ 5

Logo

กรุงโตเกียว–(BUSINESS WIRE)–24 มิถุนายน 2026

Kioxia Corporation ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ มีความยินดีที่จะประกาศการลงนามข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือกับคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์และกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ระหว่างจังหวัดไอจิกับเมืองนาโกย่า เพื่อสนับสนุนการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 ระหว่างจังหวัดไอจิกับเมืองนาโกย่าในปี 2026 และกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ครั้งที่ 5 ระหว่างจังหวัดไอจิกับเมืองนาโกย่าในปี 2026

ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย ซึ่งเป็นการกลับมาจัดที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปี และได้มีการบรรจุกีฬาอีสปอร์ตให้เป็นชนิดกีฬาที่มีการชิงเหรียญอย่างเป็นทางการอย่างต่อเนื่อง โดยนักกีฬาจะชิงเหรียญรางวัลในการแข่งขัน 11 ประเภท รวมทั้งสิ้น 13 รายการ ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการด้าน Gaming SSD อย่างเป็นทางการสำหรับเกมต่างๆ ทาง Kioxia จึงได้จัดหา EXCERIA PRO G2 SSD ซึ่งเป็น SSD ส่วนบุคคลที่มีความเร็วสูงสุด เพื่อให้มั่นใจในสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่เหมาะสมที่สุดจะช่วยให้ผู้เล่นแสดงฝีมือของตนเองได้อย่างเต็มความสามารถ

ภายใต้พันธกิจ “ยกระดับโลกด้วย ‘หน่วยความจำ’” การเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันทั้งสองรายการของ Kioxia สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกีฬาอีสปอร์ต และช่วยสร้างสังคมดิจิทัลที่มีความมั่งคั่งและหลากหลายมากยิ่งขึ้น

รายละเอียดข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ

  •  ระดับการเป็นผู้สนับสนุน:
    • การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20: ซัพพลายเออร์อย่างเป็นทางการระดับ 4
    • การแข่งขันกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ครั้งที่ 5: ซัพพลายเออร์อย่างเป็นทางการระดับ 4
  • ระยะเวลาของสัญญา: ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน (วันที่ทำการลงนามข้อตกลง) ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2026

ภาพรวมของเกมส์การแข่งขัน

  •  การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20
    • วันที่: 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2026 (กิจกรรมอีสปอร์ต: 23 กันยายน – 2 ตุลาคม 2026)
    • สถานที่: จังหวัดไอจิและเมืองนาโกย่า ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัด
    •  เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.aichi-nagoya2026.org/en/
  • การแข่งขันกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ครั้งที่ 5
    • วันที่: 18 ตุลาคม – 24 ตุลาคม 2026
    • สถานที่: จังหวัดไอจิและเมืองนาโกย่า ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัด
    •  เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.asianparagames-2026.org/en/  

ภาพรวม Gaming SSD อย่างเป็นทางการ

หมายเหตุ

  • NVMe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนของ NVM Express, Inc. ในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ
  • PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG
  • รูปภาพของผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างจากผลิตภัณฑ์จริง
  • ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ ที่ได้กล่าวถึงอาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทบุคคลที่สาม
  • ประกาศฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของเราเท่านั้น และไม่ถือว่าเป็นหรือเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอ หรือคำเชิญให้ขาย หรือการชักชวนให้เสนอซื้อ จองซื้อหลักทรัพย์ หรือได้มาซึ่งหลักทรัพย์ใดๆ ไม่ว่าในเขตอำนาจศาลใดก็ตาม หรือการจูงใจให้เข้าร่วมดำเนินกิจกรรมการลงทุน และจะไม่ใช้เป็นพื้นฐานหรืออาศัยในการประกอบการทำสัญญาใดๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาของบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ณ วันที่ได้ทำการประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Kioxia

Kioxia เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ ซึ่งทุ่มเทให้กับการพัฒนา การผลิต และการจำหน่ายหน่วยความจำแฟลชและโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) ในเดือนเมษายน 2017 บริษัท Toshiba Memory ซึ่งเป็นชื่อก่อนหน้าของบริษัทได้แยกตัวออกมาจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ในปี 1987 Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วย “หน่วยความจำ” โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบที่สร้างทางเลือกให้กับลูกค้าและสร้างคุณค่าจากหน่วยความจำให้กับสังคม เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช 3D เชิงนวัตกรรมของ Kioxia อย่าง BiCS FLASH™ กำลังสร้างอนาคตของการจัดเก็บข้อมูลในแอปพลิเคชันความหนาแน่นสูง รวมถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง พีซี ระบบยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล และระบบ AI เชิงสร้างสรรค์

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260623494433/en

Contacts

Kota Yamaji
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
Kioxia Holdings Corporation
+81-3-6478-2319
kioxia-hd-pr@kioxia.com

ที่มา: Kioxia Corporation


The Bangkok Reporter