Kioxia ได้เปิดตัว SSD ซีรีส์ EG7 ของ KIOXIA ที่ใช้เทคโนโลยี QLC ที่เน้นความคุ้มค่าสำหรับ PC OEM

Logo

 สายการผลิตภัณฑ์ SSD สำหรับลูกค้ารายใหม่จะให้โซลูชันที่มีราคาย่อมเยาสำหรับการใช้งานบน PC

TOKYO–(BUSINESS WIRE)–21 เมษายน 2026

Kioxia Corporation วันนี้ Kioxia ได้ประกาศเปิดตัวโซลิดสเตตไดรฟ์ (Solid State Drive: SSD) ซีรีส์ EG7 ของ KIOXIA ซึ่งเป็นโซลูชันของลูกค้ากลุ่มแรกที่นำเทคโนโลยี BiCS FLASH™ รุ่นที่ 8 ชนิด 4 บิตต่อเซลล์ หรือชนิด 4 ระดับต่อหนึ่งเซลล์ (Quadruple-Level Cell: QLC) ของ Kioxia มาใช้งาน ซีรีส์ EG7 ของ KIOXIA ที่ใช้เทคโนโลยี QLC จะให้ประสิทธิภาพเทียบเท่ากับโซลูชันที่ใช้เทคโนโลยี TLC(1) ซึ่งช่วยให้มีต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ที่ดีขึ้น สำหรับแล็ปท็อปขนาดบางเบาที่เน้นความคุ้มค่า รวมถึงโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อปทั้งที่ใช้ในเชิงพาณิชย์และของผู้บริโภค

KIOXIA EG7 Series Client SSD

SSD ซีรีส์ EG7 ของ KIOXIA สำหรับลูกค้า

SSD ซีรีส์ EG7 ของ KIOXIA มอบประสิทธิภาพและข้อได้เปรียบด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานจากหน่วยความจำแฟลช 3D แบบ QLC ที่ใช้เทคโนโลยี BiCS FLASH™ รุ่นที่ 8 ของ Kioxia ให้กับปริมาณงานการประมวลผลทั่วไปสำหรับ PC OEM ไดรฟ์รุ่นใหม่นี้ให้ประสิทธิภาพการอ่านและการเขียนแบบสุ่มได้สูงสุด 1,000 KIOPS ความเร็วในการอ่านแบบต่อเนื่องสูงสุด 7,000 MB/s และความเร็วในการเขียนแบบต่อเนื่องสูงสุด 6,200 MB/s

ซีรีส์ EG7 ของ KIOXIA ได้ผนวกรวมการรองรับ NVMe™ 2.0d ไว้ในตัว ทำให้ PC OEM มีความยืดหยุ่นในการออกแบบระบบและการจัดการอุปกรณ์มากขึ้น จึงมีไดรฟ์ให้เลือกทั้งในรูปแบบฟอร์มแฟกเตอร์ M.2 Type 2230, Type 2242 และ Type 2280 ซึ่งช่วยให้สามารถใช้งานได้กว้างขึ้นกับการกำหนดค่าระบบที่หลากหลาย และข้อจำกัดด้านพื้นที่

วางตำแหน่งอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ SSD สำหรับลูกค้าที่เน้นความคุ้มค่าของ Kioxia โดย SSD ซีรีส์ EG7 ของ KIOXIA แบบไม่มี DRAM นี้จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Host Memory Buffer (HMB) ที่พัฒนาเต็มที่แล้ว โดยการใช้หน่วยความจำของระบบบางส่วนเพื่อช่วยปรับปรุง TCO และการใช้พลังงาน ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาประสิทธิภาพการตอบสนองที่ดีไว้

คุณลักษณะเพิ่มเติม ได้แก่:

  •  PCIe®เป็นไปตามข้อกำหนดเฉพาะ 4.0
  • รองรับไดรฟ์การเข้ารหัสตัวเอง (SED) ตามมาตรฐาน TCG Opal เวอร์ชัน 2.02
  • ความจุขนาด 512 GB, 1024 GB และ 2048 GB

ซีรีส์ EG7 ของ KIOXIA อยู่ระหว่างการส่งตัวอย่างให้กับลูกค้าของ PC OEM ที่ได้รับคัดเลือกบางรายในขณะนี้ จึงคาดว่าการจัดส่ง PC ที่ติดตั้ง SSD มาให้พร้อมจะเริ่มตั้งแต่ไตรมาสที่สองของปี 2026 เป็นต้นไป

หมายเหตุ:

(1) เทียบกับ SSD ซีรีส์ EG7 ของ KIOXIA

– คำจำกัดความของความจุ SSD: Kioxia Corporation กำหนดว่า กิโลไบต์ (KB) เท่ากับ 1,000 ไบต์, เมกะไบต์ (MB) เท่ากับ 1,000,000 ไบต์, กิกะไบต์ (GB) เท่ากับ 1,000,000,000 ไบต์, เทระไบต์ (TB) เท่ากับ 1,000,000,000,000 ไบต์ และกิบิไบต์ (KiB) เท่ากับ 1,024 ไบต์ แต่อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์จะรายงานความจุในการจัดเก็บโดยใช้ค่ากำลังของ 2 ด้วยการกำหนดว่า 1GB = 2^30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ และ 1TB = 2^40 ไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ ดังนั้นจึงแสดงค่าความจุในการจัดเก็บที่น้อยกว่า ความจุในการจัดเก็บที่ใช้งานได้ (รวมถึงตัวอย่างของไฟล์สื่อประเภทต่างๆ) จะแตกต่างกันไปตามขนาดไฟล์ การจัดรูปแบบ การตั้งค่า ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ และ/หรือแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมาก่อนหน้า หรือเนื้อหาสื่อ ความจุที่จัดรูแปบบแล้วตามจริงอาจแตกต่างกันออกไป

– ความเร็วในการอ่านและการเขียนอาจแตกต่างกันตามอุปกรณ์ต้นทาง เงื่อนไขในการอ่านและการเขียน และขนาดของไฟล์

– IOPS: อินพุต/เอาต์พุตต่อวินาที (หรือจำนวนการทำงาน I/O ต่อวินาที)
– การวางจำหน่ายของสายการผลิตภัณฑ์รุ่น SED อาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาค

– NVMe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียนของ NVM Express, Inc. ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ

– PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG

– ชื่อบริษัทอื่นๆ ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทบุคคลที่สาม

เกี่ยวกับ Kioxia

Kioxia Kioxia เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ ซึ่งทุ่มเทให้กับการพัฒนา การผลิต และการจำหน่ายหน่วยความจำแฟลชและโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) ในเดือนเมษายน 2017 บริษัท Toshiba Memory ซึ่งเป็นชื่อก่อนหน้าของบริษัทได้แยกตัวออกมาจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ในปี 1987 Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วย “หน่วยความจำ” โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบที่สร้างทางเลือกให้กับลูกค้าและสร้างคุณค่าจากหน่วยความจำให้กับสังคม เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช 3D เชิงนวัตกรรมของ Kioxia อย่าง BiCS FLASH™ กำลังสร้างอนาคตของการจัดเก็บข้อมูลในแอปพลิเคชันความหนาแน่นสูง รวมถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง พีซี ระบบยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล และระบบ AI เชิงสร้างสรรค์

*ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ มีความถูกต้อง ณ วันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสอบถามของลูกค้า:
สำนักงานขายทั่วโลก
https://www.kioxia.com/en-jp/business/buy/global-sales.html

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260420977735/en

Contacts

การสอบถามของสื่อ:
Kioxia Corporation
ฝ่ายบริหารจัดการการส่งเสริมโปรโมชัน
Satoshi Shindo
โทร: +81-3-6478-2404

ที่มา: Kioxia Corporation

Xsolla ร่วมมือกับ De La Salle-College of Saint Benilde เปิดตัวแพลตฟอร์มเผยแพร่ระดับโลกสำหรับนักพัฒนาเกมชาวฟิลิปปินส์รุ่นใหม่

Logo

MOU ครั้งสำคัญนี้ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาออกแบบเกมชาวฟิลิปปินส์ได้เผยแพร่ จัดจำหน่าย และแข่งขันในเวทีโลกได้โดยตรง

ลอสแอนเจลิส–(BUSINESS WIRE)–20 เมษายน 2026

Xsolla เป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซวิดีโอเกมระดับโลกที่ช่วยเหลือนักพัฒนาในการเปิดตัว ขยาย และสร้างรายได้จากเกมของตน ได้ประกาศในวันนี้ถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ De La Salle-College of Saint Benilde (DLS-CSB) ที่เป็นสถาบันบุกเบิกที่อยู่เบื้องหลังหลักสูตรปริญญาตรีเต็มรูปแบบแห่งแรกของฟิลิปปินส์ด้านการออกแบบและพัฒนาเกม โดยความร่วมมือนี้ได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่กรุงมะนิลา ที่จะช่วยให้นักศึกษาของ Benilde สามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานการเผยแพร่ระดับโลกของ Xsolla ได้โดยตรง โดยมอบเส้นทางที่แท้จริงและจับต้องได้ให้แก่นักพัฒนาเกมชาวฟิลิปปินส์รุ่นใหม่ในการเข้าถึงผู้เล่นทั่วโลก

Graphic: Xsolla

กราฟิก: Xsolla

MOU ฉบับนี้ลงนามต่อหน้าพยาน ผู้ลงนาม และแขกผู้มีเกียรติ ที่เน้นย้ำถึงการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากสถาบันต่างๆ สำหรับโครงการริเริ่มนี้ โดยมีนางสาว Bianca Pearl Sykimte ผู้อำนวยการสำนักการตลาดส่งออก กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม (DTI) และนาย James Ronald Ho ประธานสมาคมผู้พัฒนาเกมแห่งฟิลิปปินส์ (GDAP) ทำหน้าที่เป็นพยานในการลงนาม

หัวใจสำคัญของความร่วมมือนี้คือการร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับเปิดและเผยแพร่เกมภายใต้แบรนด์ Benilde โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คัดสรรมาอย่างดีสำหรับแสดงผลงานเกมที่นักศึกษาพัฒนาขึ้น เผยแพร่ และเปิดให้ชุมชนทั่วโลกได้ใช้งานเพื่อการเรียนรู้ การพัฒนาผลงาน และการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เล่น นอกเหนือจากแพลตฟอร์มแล้ว Xsolla จะให้การฝึกอบรมด้านเทคนิค การสนับสนุนแพลตฟอร์ม และเครื่องมือวิเคราะห์แก่ทั้งนักศึกษาและคณาจารย์ เพื่อเสริมสร้างทั้งการพัฒนาหลักสูตรและความพร้อมทางการค้า

ฟิลิปปินส์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในระบบนิเวศการพัฒนาเกมที่คึกคักที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมี Benilde เป็นศูนย์กลางทางวิชาการ นับตั้งแต่เปิดตัวหลักสูตรปริญญา GDD เฉพาะทางแห่งแรกของภูมิภาคในปี 2009 สถาบันแห่งนี้ได้ผลิตบัณฑิตที่ไปสร้างสตูดิโอ พัฒนาเกม และนำมุมมองความคิดสร้างสรรค์แบบฟิลิปปินส์ที่โดดเด่นไปสู่เวทีระดับโลก โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเร่งโมเมนตัมดังกล่าว โดยเชื่อมโยงกระบวนการสร้างสรรค์ของ Benilde เข้ากับเครือข่ายการค้าและการจัดจำหน่ายทั่วโลกของ Xsolla โดยตรง

“เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการเติบโตน่าตื่นเต้นที่สุดในอุตสาหกรรมเกมระดับโลกในขณะนี้ และฟิลิปปินส์ก็เป็นผู้นำในด้านนี้” Chris Hewish ประธานบริษัท Xsolla กล่าว “สิ่งที่ Benilde สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานั้นน่าทึ่งมาก นั่นคือนักพัฒนาเกมรุ่นใหม่ที่มีฝีมือ ความทะเยอทะยาน และเรื่องราวที่ควรค่าแก่การเผยแพร่ไปไกลกว่าพรมแดนของพวกเขา ความร่วมมือครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เรื่องราวเหล่านั้นเข้าถึงคนทั่วโลก โดย Xsolla มีอยู่เพื่อช่วยเหลือนักพัฒนาเกมในทุกระดับให้ก้าวไปข้างหน้า และภารกิจนั้นเริ่มต้นที่นี่ กับคนรุ่นใหม่”

“ที่นี่มีพรสวรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ก็มี สิ่งที่นักศึกษาต้องการคือโครงสร้างพื้นฐานและการเข้าถึงระดับโลกเพื่อเปลี่ยนผลงานของพวกเขาให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกสามารถเล่นได้จริง” Eric Lee หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Xsolla กล่าว “นั่นคือสิ่งที่ความร่วมมือนี้มอบให้ เราไม่ได้ให้แค่แพลตฟอร์มแก่เหล่านักพัฒนาของ Benilde เท่านั้น แต่ยังให้จุดเริ่มต้นและทุกสิ่งที่ Xsolla สร้างขึ้นเพื่อช่วยให้พวกเขาเติบโตและประสบความสำเร็จเมื่อพวกเขาเข้ามาใช้งาน”

ความร่วมมือนี้ยังเปิดโอกาสสำหรับการริเริ่มงานวิจัยร่วมกันและการเผยแพร่ความรู้ด้านการศึกษาที่เน้นผลงานของนักศึกษาที่มีความเกี่ยวข้องกับสังคม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างตำแหน่งของอุตสาหกรรมการพัฒนาเกมของฟิลิปปินส์ในฐานะที่เป็นกำลังสำคัญทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์และเชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมระดับโลก

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง Xsolla กับ De La Salle-College of Saint Benilde โปรดเยี่ยมชมที่: https://xsolla.pro/De-La-Salle-College-of-Saint-Benilde

เกี่ยวกับ Xsolla

Xsolla คือบริษัทอีคอมเมิร์ซระดับโลกที่สร้างและจัดหาสิ่งที่นักพัฒนาต้องการเพื่อเปิดตัว ขยาย และสร้างรายได้จากวิดีโอเกม บริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย และให้การสนับสนุนสตูดิโอทุกขนาด ตั้งแต่เกมอินดี้ไปจนถึงเกม AAA ด้วยโซลูชันต่างๆ เช่น การค้าขายตรงถึงผู้บริโภค การชำระเงินอัจฉริยะ ทรัพย์สินทางปัญญาด้านความบันเทิง และผลิตภัณฑ์เพื่อการมีส่วนร่วมของผู้เล่น โดย Xsolla ช่วยให้นักพัฒนาสามารถระดมทุน จัดจำหน่าย ทำการตลาด และสร้างรายได้จากเกมของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ Xsolla ได้รับความไว้วางใจจากเกมที่ทำรายได้สูงสุด 100 อันดับแรกมากกว่า 60% และดำเนินงานในฐานะผู้ค้าหลักในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก โดยสามารถเข้าถึงวิธีการชำระเงินในท้องถิ่นมากกว่า 1,000 วิธี ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในอนาคตของอุตสาหกรรมเกม Xsolla มุ่งมั่นที่จะนำโอกาสมารวมกันและปลดล็อกการเติบโตสำหรับครีเอเตอร์ทุกหนทุกแห่ง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมที่ xsolla.com

เกี่ยวกับ De La Salle-College of Saint Benilde (DLS-CSB)

De La Salle-College of Saint Benilde เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีชื่อเสียงด้านหลักสูตรที่เน้นความต้องการของอุตสาหกรรม และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี โดยผ่านทางโรงเรียนการจัดการและเทคโนโลยีสารสนเทศ (SMIT) โดย Benilde เป็นผู้บุกเบิกหลักสูตรปริญญาตรีเต็มรูปแบบด้านการออกแบบและพัฒนาเกมเป็นครั้งแรกในฟิลิปปินส์ในปี 2009 ซึ่งเป็นการก่อตั้งการศึกษาด้านการพัฒนาเกมให้เป็นสาขาวิชาเฉพาะ และสร้างคนรุ่นใหม่ของครีเอเตอร์เกมชาวฟิลิปปินส์

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมที่ benilde.edu.ph

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260420045802/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Derrick Stembridge
รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลกของ Xsolla
d.stembridge@xsolla.com

ที่มา: Xsolla



งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ HKTDC เจ็ดงาน Power ส่งเสริมและนำเสนอศักยภาพอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของฮ่องกง

Logo

HONG KONG–(BUSINESS WIRE)–17 เมษายน 2026

สภาส่งเสริมการค้าฮ่องกง (HKTDC) กำลังจัดงานมหกรรมขนาดใหญ่ 7 งาน รวมถึง งานแสดงสินค้าของขวัญและสินค้าพรีเมียมฮ่องกง Home InStyle และ Fashion InStyle (งานแสดงสินค้าจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 เมษายน ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง (HKCEC) งานแสดงสินค้าสื่อพิมพ์และบรรจุภัณฑ์นานาชาติฮ่องกง และ DeLuxe PrintPack Hong Kong (จัดขึ้นพร้อมกันที่ AsiaWorld-Expo) และ งานแสดงสินค้าลิขสิทธิ์นานาชาติฮ่องกง และ การประชุมลิขสิทธิ์ในภูมิภาคเอเชีย (วันที่ 27-29 เมษายน ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง (HKCEC) งานเหล่านี้เชื่อมโยงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่และตลาดโลก ตอกย้ำบทบาทของเมืองในฐานะศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ระดับภูมิภาค

Seven HKTDC Lifestyle Fairs

งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ HKTDC เจ็ดงาน

ของขวัญสุดล้ำจุดประกายการจัดหา

งานแสดงของขวัญและสินค้าพรีเมียม งานนี้ประกอบด้วย Hall of Fine Designs ที่ได้รับการยกย่อง ซึ่งเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแสดงสินค้าแบรนด์ออกแบบชั้นนำจากทั่วโลก งานในครั้งนี้จะมีการเปิดตัว Shanxi Pavilion เป็นครั้งแรก ควบคู่ไปกับ Zhejiang Pavilion ที่ขยายใหญ่ขึ้น โดยมีกรมการค้าของมณฑลเจ้อเจียงเป็นผู้ดำเนินการเป็นครั้งแรก นอกจากนี้… Smart Design Global จะนำเสนอผลงานที่ผ่านเข้ารอบ โดยใช้เวทีงานแสดงสินค้าเป็นช่องทางในการส่งเสริมการออกแบบดั้งเดิมของฮ่องกงสู่ตลาดต่างประเทศ

เทรนด์สินค้าเครื่องใช้ในบ้านยอดนิยม

Home InStyle งานนี้ยังคงจัดแสดงวัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับเครื่องใช้ในครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดจากความสำเร็จของปีที่แล้วด้วยโซลูชันใหม่ๆ สำหรับบ้าน งานนี้มีการรวมองค์ประกอบต่างๆ ไว้ใน Gerontech and Innovative Material Pavilion ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการนวัตกรรมและเทคโนโลยีของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

นิยามใหม่ของวัสดุที่ Fashion InStyle

Fashion InStyle เป็นการกลับมาของ NEXT@Fashion InStyle โซนจัดแสดงสินค้าชั้นนำของ HKTDC ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ (CCIDA) ของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดยมีประเทศฟิลิปปินส์เป็นพันธมิตรหลักในปีนี้ โซนนี้รวบรวมผู้จัดแสดงสินค้าจากทั่วโลกประมาณ 60 ราย เพื่อแสดงถึงวัสดุรุ่นใหม่ที่มีการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมได้อย่างไร ภายใต้การดูแลของที่ปรึกษาโครงการ Han Chong (ผู้ก่อตั้ง Self-Portrait) โซนนี้จะนำเสนอโครงการข้ามสาขา 5 โครงการโดยนักออกแบบรุ่นใหม่ชาวฮ่องกง 6 คน

งาน PrintPack สองงาน: อัจฉริยะ + ยั่งยืน

งาน สื่อพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ บริษัทจะนำเสนอบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะและวัสดุใหม่ควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน DeLuxe PrintPack Hong Kong จะมุ่งเน้นที่โซลูชันสื่อพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ระดับพรีเมียมสำหรับสินค้าหรูหรา โดยมีธีมเฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม

กิจกรรมต่างๆ จะประกอบไปด้วยสัมมนาเชิงหัวข้อที่หลากหลาย ฟอรั่มผู้ซื้อ กิจกรรมส่งเสริมและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ และการแสดงแฟชั่นโชว์ ซึ่งครอบคลุมการวิเคราะห์ตลาด การออกแบบสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม อุตสาหกรรมอัจฉริยะ เศรษฐกิจผู้สูงอายุ และความยั่งยืน

ลงทะเบียนเลยตอนนี้: https://tinyurl.com/5denzja3

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260415398629/en

Contacts

Media Enquiries
ฝ่ายจัดนิทรรศการของ HKTDC:
Pak Wong
(852) 2240 4062
pakwong@hktdc.org

ที่มา: Hong Kong Trade Development Council

Hyundai Motor และ TVS Motor ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการในการผลักดันการจำหน่ายรถสามล้อไฟฟ้าในอินเดีย

Logo

  • ผลิตภัณฑ์จะได้รับการพัฒนาร่วมกันโดยทั้งสองบริษัท โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ากับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความต้องการต่างๆ ของลูกค้า
  • ทั้งสองบริษัทจะแบ่งปันความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม โดยผสานรวมแนวทางการออกแบบที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางของ Hyundai Motor และแพลตฟอร์มรถสามล้อไฟฟ้าขั้นสูงของ TVS Motor

โซล เกาหลีใต้ และ นิวเดลี–(BUSINESS WIRE)–20 เมษายน 2026

Hyundai Motor Company (Hyundai Motor) และ TVS Motor Company Ltd. (TVS Motor) ได้ลงนามในข้อตกลงพัฒนาร่วม (Joint Development Agreement – JDA) เพื่อพัฒนาและจำหน่ายรถสามล้อไฟฟ้า (Electric Three-Wheeler – E3W) ที่ล้ำสมัยที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านการเดินทางในช่วงระยะสุดท้ายในอินเดีย

(L to R) Sharad Mishra, President, Group Strategy, TVS Motor Company; K.N. Radhakrishnan, Director and CEO, TVS Motor Company; Amitabh Lal Das, Chief Legal Officer of Hyundai Motor India Limited; Joongsun Ko, Senior Vice President of Corporate Strategy & Planning at Hyundai Motor Company.

(จากซ้ายไปขวา) Sharad Mishra ประธานฝ่ายกลยุทธ์กลุ่มของ TVS Motor Company; K.N. Radhakrishnan กรรมการและซีอีโอของ TVS Motor Company; Amitabh Lal Das หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ Hyundai Motor India Limited; Joongsun Ko รองประธานอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์และการวางแผนองค์กรของ Hyundai Motor Company

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการหลังจากประสบความสำเร็จในการนำเสนอแนวคิด E3W ในงาน Bharat Mobility Global Expo 2025 นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเสนอโซลูชันด้านการคมนาคมที่เหมาะสมกับผู้บริโภคชาวอินเดีย และช่วยตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทต่อการขนส่งในเมืองอย่างยั่งยืน

ภายใต้ข้อตกลงนี้ Hyundai Motor จะเป็นผู้นำในการออกแบบและร่วมพัฒนา E3W โดยใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีการคมนาคมขั้นสูง และแนวทางการออกแบบที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง

“Hyundai Motor Company ได้สำรวจหาแนวทางในการมีส่วนร่วมในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้านการขนส่งของอินเดียซึ่งเป็นตลาดที่มีความสำคัญมาอย่างยาวนาน โดยความร่วมมือของเรากับ TVS Motor ถือเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่หยั่งรากอยู่ในความพยายามนั้น เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า E3W ที่ได้พัฒนาร่วมกันนี้จะช่วยให้ผู้คนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงการขนส่งที่ปลอดภัยและยั่งยืนยิ่งขึ้น – Joongsun Ko รองประธานอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์และการวางแผนองค์กรของ Hyundai Motor Company

โดย TVS Motor จะร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้แพลตฟอร์มไฟฟ้าล้ำสมัย ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมรถสามล้อ และความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับตลาดท้องถิ่น นอกจากนี้ TVS ยังจะเป็นผู้นำด้านการขายในประเทศ โดยอาศัยมรดกตกทอดอันยาวนานด้านความน่าเชื่อถือและการมุ่งเน้นคุณภาพ รวมถึงการมีโรงงานผลิตในอินเดียที่สามารถรองรับความต้องการของตลาดอินเดียและการส่งออกในอนาคตได้

สำหรับการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาในครั้งนี้ Sharad Mishra ประธานฝ่ายกลยุทธ์กลุ่มของ TVS Motor Company กล่าวว่า ที่ TVS Motor Company เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการคมนาคมที่ยั่งยืนและเข้าถึงได้ง่าย ข้อตกลงในการพัฒนาร่วมกันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในความร่วมมือของเรากับ Hyundai Motor Company และเป็นการผลักดันความมุ่งมั่นร่วมกันของเราในการพัฒนาโซลูชันรถสามล้อไฟฟ้า ด้วยการนำจุดแข็งที่เสริมซึ่งกันและกันมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มรถสามล้อไฟฟ้า ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการต่างๆ ของลูกค้า เราจึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับอินเดียและตลาดอื่นๆ ได้โดยความร่วมมือนี้ได้ช่วยตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราสำหรับการเดินทางในช่วงระยะสุดท้ายที่ยั่งยืนและสามารถปรับขนาดได้ พร้อมทั้งยังสร้างมาตรฐานใหม่ในด้านเทคโนโลยี คุณภาพ ประสบการณ์ของลูกค้า และมรดกแห่งความไว้วางใจอีกด้วย

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260420132078/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Ks.harini@tvsmotor.com
Sridipta.bhattacharjee@tvsmotor.com

ที่มา: TVS Motor Company Ltd.

Autel นำเสนอเทคโนโลยีชาร์จเร็วพิเศษสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ผสานประสิทธิภาพกระแสไฟสูง 780A เข้ากับประสบการณ์การใช้งานแอปพลิเคชันที่ราบรื่น

Logo

กรุงเทพฯ–(BUSINESS WIRE)–11 เมษายน 2026

บริษัท Autel Energy ประกาศการติดตั้งและสาธิตการใช้งานจริงของโซลูชันการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าความเร็วสูงพิเศษ ณ งาน Beans2Cup@Ratchada ประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026 โดยในงานได้จัดแสดงเครื่องชาร์จ Autel MaxiCharger รุ่น DS480, DT500 และ DT800 ซึ่งให้กระแสไฟชาร์จสูงถึง 780A พร้อมด้วยแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย

Autel MaxiCharger at Beans2Cup @Ratchada in Thailand — up to 780A high-current charging.

เครื่องชาร์จ Autel MaxiCharger ที่ร้าน Beans2Cup @Ratchada ประเทศไทย — รองรับการชาร์จกระแสไฟสูงได้สูงสุดถึง 780A

ชาร์จไฟได้เร็วเท่าช่วงพักดื่มกาแฟ

ในระหว่างงาน มีรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำหลายรุ่นมาทดสอบระบบด้วยตนเอง เพื่อแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการใช้งานจริงของกลุ่มผลิตภัณฑ์ MaxiCharger ของ Autel ด้วยกำลังไฟสูงถึง 960 กิโลวัตต์ โดยใช้สายชาร์จระบายความร้อนด้วยของเหลวขนาด 780A แอมป์ โซลูชัน MaxiCharger ของ Autel จึงเป็นการก้าวครั้งสำคัญในด้านความเร็วในการชาร์จ

ในการทดสอบจริง Zeekr 009 สามารถชาร์จจาก 20% เป็น 80% ได้ภายในเวลาเพียง 10 นาที ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถ “ชาร์จเพื่อขับ” ได้ในเวลาเท่ากับการดื่มกาแฟหนึ่งแก้ว พบว่าสมรรถนะที่คล้ายคลึงกันนี้พบได้ในรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่น รวมถึง Xpeng X9 และ G6, Tesla Model Y ตลอดจนรถยนต์ระดับพรีเมียมจาก Mercedes-Benz และ Porsche ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความเข้ากันได้ในวงกว้าง

ประสบการณ์การใช้งานแอปที่ราบรื่น

นอกเหนือจากความเร็วแล้ว Autel ยังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานด้วยแอปที่ใช้งานง่าย ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเริ่มต้น ตรวจสอบ และจัดการการชาร์จได้อย่างสะดวก อินเทอร์เฟซได้รับการออกแบบมาสำหรับทั้งผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้ามือใหม่และผู้มีประสบการณ์ ช่วยลดระยะเวลาในการเรียนรู้และทำให้การชาร์จไฟสาธารณะเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน

การผสานรวมระบบชาร์จเร็วพิเศษและการใช้งานที่ง่ายดาย นำมาซึ่งการพัฒนาที่เห็นได้ชัดในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน ระยะเวลาการชาร์จที่สั้นลงและการใช้งานที่ง่ายขึ้น ช่วยให้สามารถชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่ยุ่งวุ่นวายและการหยุดพักตามปกติ

ความร่วมมือของระบบนิเวศ

การใช้งานระบบนี้ได้รับการสนับสนุนจากระบบนิเวศความร่วมมือของพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซอฟต์แวร์ และบริการ ซึ่งรวมถึง B2C Energy, ACharge และ Aplus Smart Mobility

Tanapat Chaijaroenpat ผู้ก่อตั้ง B2C Energy ให้ความเห็นว่า “ระบบชาร์จเร็วพิเศษของ Autel เป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเป็นไปได้จริงมากขึ้น”

Surachai Pornchindachot ผู้ร่วมก่อตั้ง B2C Energy กล่าวว่า “ด้วยการผสานการชาร์จประสิทธิภาพสูงเข้ากับประสบการณ์ดิจิทัลที่ราบรื่น Autel กำลังช่วยสร้างระบบนิเวศการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นในประเทศไทย”

ขับเคลื่อนอนาคตของการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

การเข้ามาลงทุนของ Autel ในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของอุตสาหกรรม นั่นคือ การผสานการชาร์จเร็วพิเศษเข้ากับความสะดวกในการใช้งาน ด้วยการทำให้การชาร์จสามารถเข้ากับกิจวัตรประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ Autel จึงกำลังพัฒนาการคมนาคมด้วยไฟฟ้าที่สะดวกสบายและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับมืออาชีพของ Autel โปรดติดต่อทีมงาน Autel ในประเทศไทย

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260409636355/en

Contacts

สอบถามข้อมูลการขายในประเทศไทย
ผู้จัดการฝ่ายขาย: Jinye Luengaksorn
อีเมล: jinyel@autel.com
Tel: 090-924-5399

ที่มา: Autel Energy

Multi-Color Corporation ประกาศยืนยันแผนการปรับโครงสร้างองค์กร

Logo

บริษัทคาดว่าจะพ้นจากกระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้มาตรา 11 ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยมีงบดุลที่ลดภาระหนี้สินลงอย่างมาก รวมถึงการลดหนี้สินคงค้างลงได้ประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การลงทุนด้วยเงินทุนใหม่จำนวนมากจะช่วยสร้างสภาพคล่องที่แข็งแกร่งเพื่อสนับสนุนการเติบโตและการลงทุนในระยะยาว

แอตแลนตา–(BUSINESS WIRE)–17 เมษายน 2026

Multi-Color Corporation (“MCC” หรือ “บริษัท”) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันฉลากคุณภาพสูง ได้ประกาศในวันนี้ว่า ศาลล้มละลายแห่งสหรัฐอเมริกาประจำเขตปกครองนิวเจอร์ซีย์ (“ศาล”) ได้อนุมัติแผนการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อฟื้นฟูกิจการของบริษัท (“แผน”) แล้ว โดย MCC คาดว่าจะพ้นจากกระบวนการล้มละลายตามมาตรา 11 ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ภายใต้เงื่อนไขของแผนดังกล่าว MCC จะดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรอย่างครอบคลุม ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้สินในงบดุลของบริษัทลงอย่างมาก และจะเพิ่มทุนให้กับธุรกิจ การปรับโครงสร้างนี้จะลดหนี้สุทธิลงประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินสดรายปีลงมากกว่า 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขยายระยะเวลาการชำระหนี้ระยะยาวไปจนถึงปี 2033 นอกจากนี้ MCC จะได้รับการลงทุนจำนวนมากถึง 889 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก CD&R และกลุ่มเจ้าหนี้ที่มีหลักประกันเดิมของ MCC โดยหลังจากการปรับโครงสร้างองค์กร บริษัทคาดว่าจะมีสภาพคล่องมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการลงทุนในระยะยาว

“การยืนยันในวันนี้ถือเป็นการเสร็จสิ้นกระบวนการปรับโครงสร้างทางการเงินของเราเกือบสมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้ MCC พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” Hassan Rmaile ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MCC กล่าว “ด้วยการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเงินของเรา MCC จะมีงบดุลที่ลดภาระหนี้ลงอย่างมาก และมีสภาพคล่องพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานในอนาคต ลงทุนในนวัตกรรม และส่งมอบโซลูชันฉลากคุณภาพสูงที่ลูกค้าของเราไว้วางใจได้ต่อไป ผมขอขอบคุณเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และซัพพลายเออร์ของเราสำหรับความมุ่งมั่นและการสนับสนุนอย่างแน่วแน่ตลอดกระบวนการนี้ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้พบกับโอกาสต่างๆ ในอนาคต”

การยืนยันแผนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกระบวนการไกล่เกลี่ยและข้อตกลงระดับโลกที่ประสบความสำเร็จระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักทุกกลุ่มในคดีล้มละลายตามมาตรา 11 ของ MCC โดยมีผู้มีสิทธิออกเสียงมากกว่า 99% ยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 11 ของ MCC โดยข้อตกลงระดับโลกนี้จะเป็นการสนับสนุนเพิ่มเติมจากความช่วยเหลือที่ได้รับก่อนหน้านี้ผ่านข้อตกลงสนับสนุนการปรับโครงสร้างที่ทำขึ้นก่อนเริ่มกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 11 ของ MCC ในเดือนมกราคม 2026

เมื่อได้รับอนุมัติจากศาลแล้ว MCC คาดว่าจะได้รับเงินทุนจากการลงทุนในหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ์จำนวนมาก และจะดำเนินการปรับโครงสร้างทางการเงินให้แล้วเสร็จในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างของ MCC รวมถึงการเข้าถึงเอกสารของศาล โปรดไปที่ www.veritaglobal.net/MCC ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีข้อสงสัยสามารถติดต่อ Verita ที่เป็นตัวแทนรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเตือนของบริษัทได้ที่หมายเลข (866) 967-1788 (โทรฟรีในสหรัฐอเมริกา/แคนาดา) หรือ +1 (310) 751-2688 (ต่างประเทศ) หรือส่งคำถามไปยัง www.veritaglobal.net/MCC/inquiry โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ MCCForward.com

ที่ปรึกษา
Kirkland & Ellis LLP และ Cole Schotz P.C. ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย โดย Evercore Group LLC ทำหน้าที่เป็นวาณิชธนกิจ, AlixPartners LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน, Quinn Emanuel Urquhart & Sullivan LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพิเศษของคณะกรรมการพิเศษของคณะกรรมการบริหารของ LABL, Inc. และ FGS Global ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ของบริษัท โดย Debevoise & Plimpton LLP และ Latham & Watkins LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับ CD&R และ Moelis & Company LLC ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ส่วน Milbank LLP และ PJT Partners ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายและที่ปรึกษาทางการเงินตามลำดับ ให้กับกลุ่มเจ้าหนี้ที่มีหลักประกันเฉพาะกิจ

เกี่ยวกับ MCC
Multi-Color Corporation (MCC) เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันฉลากคุณภาพสูง โดยนำเสนอโซลูชันที่สร้างสรรค์และยั่งยืนแก่แบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมายในหลากหลายกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค โดยทาง MCC มุ่งมั่นที่จะส่งมอบโซลูชันฉลากที่ดีที่สุดในโลกให้แก่ลูกค้า เพื่อช่วยสร้างแบรนด์และเพิ่มมูลค่าให้กับชุมชนที่พวกเขาดำเนินธุรกิจอยู่

คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้า
ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าบางประการเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และธุรกิจของ MCC และบริษัทย่อย ตลอดจนแผนงานและวัตถุประสงค์บางประการที่เกี่ยวข้อง คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้สามารถระบุได้จากข้อเท็จจริงที่ว่าข้อความเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับข้อเท็จจริงในอดีตหรือปัจจุบันเท่านั้น คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้ามักจะใช้คำต่างๆ เช่น “คาดการณ์”, “เป้าหมาย”, “คาดหวัง”, “ทำให้เป็นไปได้”, “ประมาณการ”, “ตั้งใจ”, “วางแผน”, “เป้าหมาย”, “เชื่อ”, “หวัง”, “มุ่งหวัง”, “ดำเนินการต่อ”, “จะ”, “อาจ”, “ควร”, “น่าจะ”, “สามารถ” หรือคำอื่นๆ ที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน โดย คำแถลงการณ์เหล่านี้จะอิงตามสมมติฐานและการประเมินที่บริษัทได้จัดทำขึ้น รวมถึงการรับรู้ของบริษัทเกี่ยวกับแนวโน้มในอดีต สภาพปัจจุบัน การพัฒนาในอนาคต และปัจจัยอื่นๆ โดยธรรมชาติแล้ว คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้ามีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และปัจจัยต่างๆ ที่อธิบายไว้ในบริบทของคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าในเอกสารนี้ ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์และพัฒนาการที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างอย่างมากจากที่แสดงหรือโดยนัยในคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าว แม้ว่าจะเชื่อว่าความคาดหวังที่สะท้อนอยู่ในคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้านั้นมีความสมเหตุสมผล แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าความคาดหวังเหล่านั้นจะถูกต้องหรือไม่ ท่านจึงควรระมัดระวังอย่าเชื่อถือคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้มากเกินไป ซึ่งมีผลใช้ได้เฉพาะ ณ วันที่ของเอกสารนี้เท่านั้น บริษัทไม่มีภาระผูกพันใดๆ ในการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อมูลที่อยู่ในเอกสารนี้ (ไม่ว่าจะเกิดจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่นๆ) เว้นแต่จะได้รับการกำหนดโดยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีหลายปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างอย่างมากจากที่แสดงหรือโดยนัยในคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้า

ปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากที่อธิบายไว้ในคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้า ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงในระดับโลก การเมือง เศรษฐกิจ ธุรกิจ การแข่งขัน ตลาด ห่วงโซ่อุปทาน และกฎระเบียบต่างๆ ตลอดจนอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยในอนาคต การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษี การควบรวมกิจการหรือการจำหน่ายกิจการในอนาคต ความไม่แน่นอนและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ RSA และกระบวนการตามมาตรา 11 รวมถึงผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการตามมาตรา 11 ต่อสภาพคล่องและผลการดำเนินงานของบริษัท และรวมถึงความสัมพันธ์กับลูกค้า พันธมิตรการจัดจำหน่าย ซัพพลายเออร์ และบุคคลที่สามอื่นๆ การลาออกของพนักงานและความสามารถของบริษัทในการรักษาผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรสำคัญอื่นๆ เนื่องจากความวุ่นวายและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในกระบวนการตามมาตรา 11 ผลกระทบจากโครงการลดต้นทุนใดๆ การดำเนินคดีทางกฎหมายหรือข้อบังคับอื่นๆ ความสามารถของบริษัทในการจัดหาเงินทุนหมุนเวียน รวมถึงการปฏิบัติตามข้อจำกัดที่กำหนดโดยข้อกำหนดและเงื่อนไขของการจัดหาเงินทุนสำหรับลูกหนี้ที่ยังคงครอบครองทรัพย์สิน เช่น การจัดหาเงินทุนที่กล่าวถึงในที่นี้ ระยะเวลาที่บริษัทจะดำเนินงานภายใต้การคุ้มครองตามมาตรา 11 ของกฎหมายล้มละลายสหรัฐฯ ระยะเวลาในการออกจากกระบวนการตามมาตรา 11 และความเสี่ยงที่แผนการปรับโครงสร้างองค์กรที่เกิดขึ้นจากกระบวนการดังกล่าวอาจไม่ได้รับการดำเนินการเลย โปรดดูแผนการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อฟื้นฟูกิจการของ MultiColor Corporation และบริษัทในเครือลูกหนี้ ตามมาตรา 11 ของประมวลกฎหมายล้มละลาย [หมายเลขเอกสาร 17] และคำแถลงการณ์เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแผนการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อฟื้นฟูกิจการของ MultiColor Corporation และบริษัทในเครือลูกหนี้ ตามมาตรา 11 ของประมวลกฎหมายล้มละลาย[หมายเลขเอกสาร 18] (โดยแต่ละฉบับอาจมีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม) สำหรับข้อพิจารณาเพิ่มเติมและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการภายใต้มาตรา 11 ของบริษัท ไม่มีข้อความใดในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ที่มุ่งหมายให้เป็นการคาดการณ์หรือประมาณการกำไรสำหรับช่วงเวลาใดๆ และไม่มีข้อความใดในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ที่ตีความว่าผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันหรือในอนาคตจะตรงหรือเกินกว่าผลการดำเนินงานในอดีต นอกจากนี้ ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่ได้มีเจตนาและไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งหรือใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงใดๆ ในเอกสารข้อมูลหรือเอกสารเสนอขายหลักทรัพย์ ข้อตกลงการซื้อหลักทรัพย์ หรือข้อเสนอ คำเชิญ หรือคำแนะนำในการรับประกันการซื้อ การสมัครรับ การได้มาซึ่งหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินหรือผลประโยชน์อื่นๆ หรือธุรกรรมอื่นใด

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

การติดต่อสำหรับสื่อ
FGS Global สำหรับ MCC
mcclabel@fgsglobal.com

ที่มา: Multi-Color Corporation

HAVE A PUFFY* SUMMER

Logo

*เบาสบาย มีเลเยอร์อย่างมีสไตล์ สะท้อนเอกลักษณ์ของ Moncler ได้อย่างชัดเจน

Puffy Summer ไม่ใช่แค่ฤดูกาล แต่คือหัวใจสำคัญใน DNA ของ Moncler ที่พัฒนามาเพื่อความสดใสของการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ผ่านแคมเปญระดับโลกที่นำโดย Jamie Dornan

มิลาน, 16 เมษายน 2026 – Moncler เผยคอลเลกชั่นล่าสุดต้อนรับฤดูกาล Puffy Summer โดยนำเอกลักษณ์ความพัฟฟี่มาตีความใหม่ให้เบาสบายยิ่งขึ้นสำหรับวันกลางแจ้ง แนวคิดใหม่นี้ถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้าสำหรับช่วงเปลี่ยนฤดูกาลที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเน้นความนุ่มนวล รูปทรงประติมากรรม สีสันที่สดใส และการเลเยอร์อย่างมีมิติ พร้อมนำเสนอผ่านแคมเปญใหม่ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานโดย เจมี่ ดอร์แนน (Jamie Dornan)

MONCLER COLLECTION SUMMER 2026_HAVE A PUFFY SUMMER_JAMIE DORNAN

MONCLER COLLECTION สำหรับฤดูร้อนปี 2026_HAVE A PUFFY SUMMER_JAMIE DORNAN

ด้วยความปรารถนาที่จะนำ DNA ของ Moncler มาสู่ความสดใสของฤดูร้อน เอกลักษณ์ความพัฟฟี่จึงถูกตีความใหม่ผ่านการเลเยอร์ที่เบาบางแต่ยังคงความประณีตและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญอันยาวนานของแบรนด์ในการมอบความสบายและการปกป้องที่ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมกลางแจ้ง

แคมเปญนี้ร่วมปลุกเร้าจินตนาการเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ฤดูร้อนของ Moncler Collection โดยสะท้อนความเชื่อมโยงอันแน่นแฟ้นของแบรนด์กับการแต่งกายแบบเลเยอร์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ผ่านมุมมองของ Puffy Summer ที่เต็มไปด้วยความสุข โดยได้ Jamie Dornan นักแสดงระดับโลกผู้ฝากผลงานอันโดดเด่นในภาพยนตร์เรื่อง Belfast และ The Fall มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์อันผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ ในลุคจากคอลเลกชันใหม่ที่ผสมผสานความเรียบหรูเข้ากับความอิสระ พร้อมปรากฏตัวเคียงคู่กับเหล่าประติมากรรมรูปสัตว์ดีไซน์แปลกตาที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการ

“สิ่งที่น่าสนใจมากคือการนำเอกลักษณ์ของ Moncler ที่เป็นที่รู้จักมาตีความใหม่ให้เข้ากับฤดูร้อน โดยยังคงความรู้สึกอบอุ่นและความพัฟฟี่อันเป็นซิกเนเจอร์ไว้ เพียงแต่ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่เบาสบายและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น โดยรวมแล้ว แคมเปญนี้ยังให้ความรู้สึกสนุกสนานและเต็มไปด้วยความสดใสอย่างเต็มเปี่ยม” เจมี่ ดอร์แนน

ด้วยแรงบันดาลใจจากความพัฟฟี่อันเป็นเอกลักษณ์และการเลเยอร์ของ Moncler ที่ถูกนำมาตีความใหม่สำหรับฤดูร้อน แคมเปญนี้ได้นำเสนอเหล่าสัตว์เป่าลมหลากหลายชนิด โดยเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของเซตดีไซเนอร์ Andy Hillman และทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นปลาหมึกยักษ์ วาฬ ล็อบสเตอร์ ม้าน้ำ ปู และฟลามิงโก ซึ่งปรากฏตัวในโทนสีที่สอดประสานกับคอลเลกชั่นได้อย่างลงตัว สัตว์ริมชายหาดที่คุ้นตาเหล่านี้คือตัวแทนของอารมณ์ประจำฤดูกาล ที่ทั้งโดดเด่น มีชีวิตชีวา และเปี่ยมไปด้วยความพองฟูในแบบของฤดูกาลนี้

คอลเลกชั่นฤดูร้อน 2026

แม้ฤดูร้อนอาจไม่ใช่สิ่งแรกที่ผู้คนนึกถึงเมื่อพูดถึงแบรนด์ที่โดดเด่นด้านเสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาว แต่สำหรับปี 2026 นี้ Moncler Collection ได้นำแนวคิดการเลเยอร์มาตีความใหม่ สู่การสร้างนิยามใหม่ให้กับตู้เสื้อผ้าด้วยสไตล์ Puffy Summer

นิยามของการแต่งกายในครั้งนี้คือความเรียบง่ายที่สง่างาม (Elegant Ease) โดยการจับคู่เสื้อผ้าตัวนอกที่นุ่มฟู มีมิติ และเบาราวกับอากาศ เข้ากับการเลเยอร์ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อการสไตล์ลิ่งที่สร้างสรรค์ ลื่นไหล และตั้งใจ พร้อมทัศนคติที่สนุกสนานและการใช้สีสันในรูปแบบใหม่ สำหรับทุกการเดินทางที่ Puffy Summer จะนำพาคุณไป

สุภาพสตรี

พาเลตสีเน้นความสดใสและความเฟมินีน ทั้งสีชมพูพาสเทล, สีส้ม, สีเขียวเข้ม (forest green) และสีโทนสีธรรมชาติ เสริมด้วยลวดลายคลาสสิกของฤดูร้อนอย่างลายทาง (stripes) ลายตารางกิงแฮม (Gingham) และลายดอกไม้ทรอปิคอล เสื้อตัวนอกโดดเด่นด้วยรายละเอียดที่ผ่านการคิดค้นมาอย่างดี ตั้งแต่โบว์ผูกสุดชิคและกระเป๋าตาข่ายทรงเหลี่ยม ไปจนถึงสายรูดเอวและงานปักดอกไม้อันประณีตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกกล้วยไม้อันงดงาม

เลเยอร์ชั้นกลางนำเสนอเสื้อพาร์กาและเสื้อคลุมไนลอนเนื้อนุ่ม สไตล์คู่กับเสื้อแจ็กเก็ตเชิ้ตบุนวมลายดอกไม้อันประณีต เสริมลุคสปอร์ตด้วยฮู้ดไนลอนและสายรูด ส่วนเลเยอร์ชั้นในเน้นความสบาย ด้วยเสื้อโปโลลายทางแบบกระดุมแถวเดียว ชุดเพลย์สูทลายตารางพร้อมโบว์ผูก (checked pussy-bow) เดรสเนื้อผ้าพลิ้วไหว และกางเกงขาสั้นพิมพ์ลายสีพาสเทล

สุภาพบุรุษ

ลุคที่ดูสบายแต่ยังคงความประณีต ถูกนำมาเล่นกับโทนสีที่โดดเด่นอย่างสีแดงสการ์เล็ต (scarlet red) สีเหลืองสดใส (sunny yellow) สีฟ้าสกายบลู (sky blue) สีแดงเบอร์กันดี (rich burgundy) และสีโทนธรรมชาติ เนื้อผ้าเน้นความบางเบาที่เหมาะกับฤดูกาล ทั้งไนลอนน้ำหนักเบาพิเศษ เดนิมที่สวมใส่สบาย ผ้าแชมเบรย์ผสมไนลอน (nylon-blend chambray) และผ้าคอตตอนป๊อปลิน (cotton poplin)

สำหรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เสื้อกั๊กขนเป็ดน้ำหนักเบา (gilets) เสื้อกันลม แจ็กเก็ตฟิลด์ (field jackets) และเสื้อแจ็กเก็ตทรงเชิ้ตมีฮู้ดแบบไม่บุขน มอบการปกป้องในรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยว เสริมด้วยกางเกงขาสั้น กางเกงทรงหลวม เสื้อเชิ้ตโบว์ลิ่งสไตล์ย้อนยุค เสื้อโปโลลายทาง และเสื้อยืดกราฟิก ปิดท้ายลุคเลเยอร์ด้วยหมวกบักเก็ตผ้าโครเชต์ (crochet) หรือผ้าป๊อปลินลายทาง (striped poplin) และหมวกบีนนี่สีสันสดใส

คอลเลกชั่นฤดูร้อน 2026 จาก Moncler พร้อมให้ค้นพบแล้ววันนี้ ณ บูติก Moncler ที่ร่วมจำหน่าย และทางเว็บไซต์ moncler.com

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Moncler Puffy Summer ได้ที่นี่

Puffy Summer ก้าวสู่ระดับโลก

Moncler ต่อยอดจากแนวคิด Puffy Summer ได้นำเสนอป๊อปอัพสุดโดดเด่นภายในงาน Milan Design Week โดยพาหนึ่งในมาสคอตขนาดยักษ์จากแคมเปญมาจัดแสดง ณ ใจกลางเมือง ระหว่างวันที่ 16 – 28 เมษายน ปลาหมึกพัฟเฟอร์ขนาดมหึมาจะปรากฏตัวที่ 10 Corso Como ถ่ายทอดแนวคิดงานออกแบบของ Moncler ผ่านการจัดวางในสเกลขนาดใหญ่สะดุดตา โดยอินสตอลเลชั่นรูปปลาหมึกที่แผ่หนวดเกาะเกี่ยวไปตามตัวอาคารอันเป็นเอกลักษณ์และต่อเนื่องเข้าสู่พื้นที่ภายใน พร้อมถูกจัดวางเคียงข้างหุ่นจำลองจำนวน 24 ลุค ซึ่งนำเสนอการแต่งกายแบบเลเยอร์เบาบางจากคอลเลกชั่นฤดูร้อน 2026

การเดินทางยังคงต่อเนื่องไปยังกรุงโซล โดยระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤษภาคม ย่านซองซูจะเต็มไปด้วยเหล่าสัตว์เป่าลมมากมายจะปรากฏตัวขึ้น ทั้งปลาหมึกยักษ์จะเข้ายึดพื้นที่หน้าอาคารเพื่อดึงดูดผู้มาเยือนเข้าสู่โลกใต้น้ำที่ชวนดื่มด่ำ ภายในจะมีการจัดแสดงสัตว์ในแคมเปญ Puffy Summer ทั้งวาฬ ม้าน้ำ ปู ล็อบสเตอร์ และฟลามิงโก ในสีสันที่สดใส พร้อมกับการนำเสนอคอลเลกชั่นอย่างเต็มรูปแบบ

อินสตอลเลชั่นขนาดใหญ่จะถูกจัดแสดงขึ้นในหลายเมืองทั่วโลก โดยในประเทศจีนจะมีพัฟฟี่แอ็กทิเวชั่นสุดพิเศษ ขณะที่ในฮ่องกง ฟลามิงโก้สูงสี่ชั้นจะตั้งตระหง่านอยู่ภายในโถงของ Harbour City Mall และปูยักษ์จะปรากฏบริเวณทางเข้า Dover Street Market Ginza ประเทศญี่ปุ่น ส่วนที่ปารีส อินสตอลเลชั่นฟลามิงโก้จะปรากฏอยู่บนระเบียงร้าน Moncler บนถนน Champs-Élysées ปิดท้ายที่ย่าน Miami Design District กับภาพวาดฝาผนังรูปปูและประติมากรรมฟลามิงโก้ที่โดดเด่นท่ามกลางแสงแดด

เหล่าสัตว์ขนาดมหึมาเหล่านี้ร่วมกันถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของ Puffy Summer ในมิติที่เปี่ยมด้วยความสนุกสนานและชวนให้ดื่มด่ำ สู่เมืองต่าง ๆ ทั่วโลก พร้อมส่งต่อพลังอันสดใสและบรรยากาศของคอลเลกชั่นไปยังคอมมูนิตี้ของ Moncler ทั่วทุกมุมโลก

HAVE A PUFFY SUMMER

ความนุ่มฟูอันเป็นเอกลักษณ์ของ Moncler ที่สะท้อนถึง DNA ของแบรนด์
ถูกถ่ายทอดผ่าน Puffy Summer ในมิติที่เบาสบายและเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน
เหมาะสำหรับวันพักผ่อนกลางแจ้งในช่วงอากาศอบอุ่น
โดดเด่นด้วยสีสันและความมีชีวิตชีวา พร้อมมอบความสบายดุจไร้น้ำหนักผ่านการเลเยอร์อย่างพิถีพิถัน
ฤดูร้อนจึงถูกนำเสนอขึ้นใหม่ในแบบฉบับของ Moncler

Moncler ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1952 ณ Monestier-de-Clermont เมือง Grenoble ประเทศฝรั่งเศส และปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศอิตาลี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Moncler ได้ผสานสไตล์เข้ากับการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับโลกของภูเขา คอลเลกชั่นเอาท์เตอร์แวร์ของ Moncler จึงสามารถตอบโจทย์ทั้งความท้าทายของธรรมชาติและการใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว Moncler ผลิตและจัดจำหน่ายเสื้อผ้าและแอ็กเซสเซอรี่ภายใต้แบรนด์โดยตรง ผ่านบูติกของแบรนด์ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำและร้านมัลติแบรนด์

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260410478338/en

monclerpress@moncler.com



Toshiba ได้เริ่มจัดส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ซีรีส์ “SmartMCD™” รุ่นใหม่ ที่ผสานรวมไมโครคอนโทรลเลอร์และไดรเวอร์มอเตอร์เข้าไว้ด้วยกัน

Logo

เทคโนโลยีควบคุมแบบไร้เซนเซอร์ความเร็วต่ำสำหรับการควบคุมมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านสามเฟส

คาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–16 เมษายน 2026

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เริ่มจัดส่งตัวอย่างทางวิศวกรรมของ “TB9M030FG” ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในซีรีส์อุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์ “SmartMCD™”[1] โดยอุปกรณ์ใหม่นี้ได้ผสานรวมไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCU) และตัวขับมอเตอร์เข้าด้วยกัน และใช้เทคโนโลยีควบคุมแบบไร้เซนเซอร์สำหรับการทำงานที่ความเร็วต่ำของมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านสามเฟส ซึ่ง TB9M030FG นั้นเหมาะสำหรับการควบคุมแบบไร้เซนเซอร์ของมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านสามเฟสที่ใช้ในงานยานยนต์ เช่น ปั๊มน้ำไฟฟ้า ปั๊มน้ำมันไฟฟ้า พัดลมไฟฟ้า และเครื่องเป่าลมไฟฟ้า

Toshiba: TB9M030FG, the latest product in the Smart Motor Control Driver “SmartMCD™” series.

Toshiba: TB9M030FG ผลิตภัณฑ์ล่าสุดในซีรีส์ไดร์เวอร์ควบคุมมอเตอร์อัจฉริยะ “SmartMCD™”

เนื่องจากการนำระบบไฟฟ้ามาใช้ในระบบยานยนต์ เช่น ปั๊มน้ำ ปั๊มน้ำมัน และพัดลม มีมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ผลิตรถยนต์จึงต้องการมอเตอร์ที่มีขนาดกะทัดรัด ประหยัดพลังงาน และเงียบกว่าเดิม ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนของหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU)[2] ที่ติดตั้งในรถยนต์ การลดจำนวนชิ้นส่วนและการลดพื้นที่บนแผงวงจรนั้นจึงมีความสำคัญมากขึ้น และกำลังผลักดันความต้องการอุปกรณ์ที่มีการรวมวงจรอย่างการรวมไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCU) และตัวขับเกตควบคุมมอเตอร์เข้าไว้ด้วยกันให้เพิ่มมากขึ้น

การควบคุมมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านสามเฟสโดยไม่ใช้เซนเซอร์นั้นมีความท้าทายในการตรวจจับตำแหน่งของโรเตอร์อย่างแม่นยำที่ความเร็วต่ำ ทำให้เกิดความต้องการอย่างมากสำหรับเทคโนโลยีการควบคุมแบบเน้นทิศทางสนามแม่เหล็ก (FOC) [3] ประสิทธิภาพสูงโดยไม่ใช้เซนเซอร์ ซึ่งให้การควบคุมที่เสถียรตั้งแต่ความเร็วศูนย์[4]

โดย TB9M030FG ได้ผสานรวม MCU ที่ใช้แกนของ Arm® Cortex® ‑M0, หน่วยความจำแฟลช, วงจรขับเกตที่ควบคุมและขับ MOSFET กำลังสูงแบบ N-channel สำหรับการทำงานของมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านสามเฟส, ตัวรับส่งสัญญาณเครือข่ายเชื่อมต่อภายใน (LIN)[5] และระบบจ่ายไฟที่สามารถทำงานได้ในระดับพลังงานแบตเตอรี่รถยนต์ ทั้งหมดนี้อยู่ในแพ็กเกจ QFP48 ขนาดเล็ก 9×9 มม. (โดยทั่วไป) โดยการผสานรวมนี้จะช่วยลดขนาดของ ECU และลดจำนวนชิ้นส่วนลง

MCD รุ่นใหม่นี้ยังรวมเอาฮาร์ดแวร์ของวงจรเวกเตอร์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Toshiba ที่สามารถช่วยลดภาระการทำงานของ CPU และขนาดโปรแกรมซอฟต์แวร์ในแอปพลิเคชันควบคุมมอเตอร์ FOC ได้ โดยเทคโนโลยีควบคุมแบบไร้เซนเซอร์ของ Toshiba ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการทำงานที่ความเร็วต่ำนั้นจะช่วยให้สามารถควบคุม FOC แบบไร้เซนเซอร์ตำแหน่งได้ตั้งแต่ความเร็วศูนย์จนถึงความเร็วต่ำ เมื่อใช้กับมอเตอร์แบบขั้วเด่น[6] ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยขจัดสัญญาณรบกวนที่เกิดจากวิธีการป้อนสัญญาณความถี่สูงแบบมาตรฐาน[7] ที่เกิดจากการป้อนฮาร์มอนิก และยังส่งผลให้มอเตอร์ทำงานเงียบลงอีกด้วย

TB9M030FG เป็นไปตามมาตรฐานการรับรองคุณภาพอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ AEC‑Q100[8] (ระดับ 0)

คุณลักษณะของ TB9M030FG มีส่วนช่วยในการย่อขนาดระบบยานยนต์และลดจำนวนชิ้นส่วนได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้สามารถควบคุมมอเตอร์ได้อย่างล้ำหน้าและซับซ้อนยิ่งขึ้น ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในมอเตอร์ยานยนต์ในหลากหลายประเภท

Toshiba จะยังคงขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ SmartMCD™ อย่างต่อเนื่อง โดยการรวมฟังก์ชันที่จำเป็นสำหรับระบบยานยนต์ ที่จะช่วยให้ระบบยานยนต์มีขนาดเล็กลงและลดจำนวนชิ้นส่วนลง

หมายเหตุ:

[1]

Smart MCD: ชุดอุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์ (MCD) สำหรับยานยนต์ที่พัฒนาโดยบริษัท Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ที่รวมตัวขับมอเตอร์และไมโครคอนโทรลเลอร์ไว้ในอุปกรณ์เดียว

[2]

หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU): คำทั่วไปที่ใช้เรียกหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งในระบบยานยนต์

[3]

การควบคุมแบบเน้นสนามแม่เหล็ก (FOC): เป็นวิธีการควบคุมแบบเวกเตอร์ทั่วไป (วิธีการควบคุมที่ควบคุมแรงบิดของมอเตอร์และฟลักซ์แม่เหล็กอย่างอิสระในฐานะส่วนประกอบตั้งฉาก) ซึ่งใช้กรอบอ้างอิงการหมุนของมอเตอร์ (ระบบพิกัด dq) เพื่อควบคุมส่วนประกอบฟลักซ์แม่เหล็ก (แกน d) และส่วนประกอบแรงบิด (แกน q) อย่างอิสระ

[4]

ความเร็วศูนย์: สภาวะที่มอเตอร์ได้รับพลังงานไฟฟ้าและถูกควบคุมด้วยการกระตุ้น แต่ความเร็วในการหมุนเป็นศูนย์

[5]

เครือข่ายเชื่อมต่อภายใน (LIN): หนึ่งในโปรโตคอลการสื่อสารแบบอนุกรมที่ใช้เป็นหลักสำหรับการสื่อสารระหว่างหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ในรถยนต์

[6]

มอเตอร์ขั้วเด่น: มอเตอร์กระแสตรงไร้แปรงถ่านสามเฟสที่มีโรเตอร์เป็นแม่เหล็กแอนไอโซโทรปี ส่งผลให้ค่าความเหนี่ยวนำของแกน d และแกน q แตกต่างกัน (Ld ≠ Lq) และสามารถสร้างแรงบิดรีลักแทนซ์ได้เนื่องจากความแตกต่างของค่ารีลักแทนซ์แม่เหล็กภายในมอเตอร์

[7]

วิธีการป้อนสัญญาณความถี่สูง: วิธีการควบคุมแบบไร้เซนเซอร์ โดยการซ้อนทับและป้อนสัญญาณแรงดัน (หรือกระแส) ความถี่สูงเข้าไปในรูปคลื่นพื้นฐานที่ใช้ในการขับเคลื่อนมอเตอร์ เพื่อตรวจจับตำแหน่งของโรเตอร์

[8]

AEC-Q100: มาตรฐานการรับรองคุณภาพอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ที่จัดตั้งโดยสภาอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ ครอบคลุมความน่าเชื่อถือและคุณภาพของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงจรรวม (IC) ต่างๆ

การใช้งาน

อุปกรณ์ยานยนต์

  • ปั๊มน้ำไฟฟ้า
  • ปั๊มน้ำมันไฟฟ้า
  • พัดลมไฟฟ้า
  • เครื่องเป่าลมไฟฟ้า ฯลฯ

 ฟีเจอร์

  • IC ควบคุมเกตแบบไร้เซนเซอร์สำหรับมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านสามเฟส (มีวงจรปั๊มประจุในตัว)
  •  MCU 32 บิต (Arm® Cortex® ‑M0) ที่มีความถี่ในการทำงาน 40 MHz (ออสซิเลเตอร์ความเร็วต่ำและความเร็วสูงในตัว)
  •  หน่วยความจำในตัวพร้อม ECC[9]
     หน่วยความจำแฟลชโค้ด: 64 กิโลไบต์; หน่วยความจำ ROM: 12 กิโลไบต์; หน่วยความจำ RAM: 4 กิโลไบต์
  •  วงจรเวกเตอร์ (VE) ในตัวสำหรับการควบคุม FOC และตัวขับมอเตอร์แบบตั้งโปรแกรมได้ (PMD)[10]
  •  วงจรขยายสัญญาณตรวจจับกระแสแบบตัวต้านทานขนาน 1 ตัวในตัว[11] ตัวแปลงสัญญาณแอนะล็อกเป็นดิจิทัล 12 บิต และตัวแปลงสัญญาณแอนะล็อกเป็นดิจิทัล 10 บิต
  • ช่วยให้สามารถควบคุม FOC ได้โดยไม่ต้องใช้เซนเซอร์ตำแหน่ง ตั้งแต่ความเร็วศูนย์จนถึงช่วงการทำงานความเร็วต่ำ เมื่อใช้ร่วมกับมอเตอร์แบบขั้วเด่น

    หมายเหตุ:

    [9]

    ฟังก์ชันรหัสแก้ไขข้อผิดพลาด (ECC) ในตัวรองรับการแก้ไขข้อผิดพลาด 1 บิต (SEC) และการตรวจจับข้อผิดพลาด 2 บิต (DED)

    [10]

    ตัวขับมอเตอร์แบบโปรแกรมได้: โมดูลฮาร์ดแวร์ควบคุมมอเตอร์ที่สร้างการปรับความกว้างพัลส์ (PWM) ควบคุมการนำกระแสไฟฟ้า และตรวจจับข้อผิดพลาดในฮาร์ดแวร์ ที่สามารถช่วยลดภาระการประมวลผลที่จำเป็นสำหรับการควบคุมมอเตอร์

    [11]

    วงจรขยายสัญญาณกระแสแบบตัวต้านทานขนาน 1 ตัว: กระแสของมอเตอร์จะถูกประมาณค่าโดยอ้อมโดยใช้ตัวต้านทานขนานตรวจจับกระแสและวงจรขยายสัญญาณกระแส

     ข้อมูลจำเพาะหลัก

    หมายเลขชิ้นส่วน

     TB9M030FG

    มอเตอร์ที่รองรับ

    มอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านสามเฟส

    ฟังก์ชันหลัก

    วงจรขยายสัญญาณตรวจจับกระแสแบบตัวต้านทานขนาน 1 ตัว

    ฮาร์ดแวร์สำหรับควบคุม FOC แบบไร้เซนเซอร์และฮาร์ดแวร์ควบคุมคลื่นสี่เหลี่ยม (VE, PMD, ENC[12] )

    เลเยอร์กายภาพ LIN: 1 ช่องสัญญาณ (เฉพาะตัวรับส่งสัญญาณ)

    วิธีการสื่อสาร

    การสื่อสารแบบเลือกได้ระหว่าง LIN และ PWM[13], UART, SPI

    การตรวจจับข้อผิดพลาดหลัก

    การตรวจจับแรงดันไฟต่ำ (Vcc (สร้างขึ้นที่ 5V)),

    การตรวจจับแรงดันเกิน (Vdd (สร้างขึ้น 1.5V)),

    ระบบตัดการทำงานเนื่องจากความร้อนสูงเกินไป, การตรวจจับกระแสไฟเกิน,

    การตรวจจับความผิดพลาดแบบเปิด/ลัดวงจรของ MOSFET กำลังภายนอก ฯลฯ

     พิกัด
    สัมบูรณ์
    สูงสุด

     แรงดันไฟฟ้าของแหล่งจ่ายไฟ
     Vbat (V)

    -0.3 ถึง +40

     ช่วง
     การทำงาน

     แรงดันไฟฟ้าของแหล่งจ่ายไฟ
     Vbat (V)

    6 ถึง 18

     อุณหภูมิการทำงาน
     Topr (°C)

    Ta=-40 ถึง +150

    Tj=-40 ถึง +175

    แพ็กเกจ

    ชื่อ

    P-HTQFP48-0707-0.50-002

    ขนาด (มม.)

    โดยทั่วไป

    9.0×9.0

    ความน่าเชื่อถือ

    ผ่านการรับรอง AEC-Q100 (ระดับ 0)

    การผลิตจำนวนมาก

    มกราคม 2027 (กำหนดการ)

    หมายเหตุ:

    [12]

    วงจรรับสัญญาณจากตัวเข้ารหัส (ENC): วงจรที่รับสัญญาณจากตัวเข้ารหัสเพื่อตรวจจับสถานะการทำงานของมอเตอร์ รวมถึงตำแหน่ง ความเร็ว และทิศทางการหมุน

    [13]

    การสื่อสารแบบ PWM: วิธีการสื่อสารที่ใช้รอบการทำงาน (ความกว้างของพัลส์) ของสัญญาณการปรับความกว้างของพัลส์ (PWM) เป็นข้อมูลหลักในการสื่อสารระหว่างโมดูล

คลิกที่ลิงก์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่
TB9M030FG

คลิกที่ลิงก์ด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไดร์เวอร์มอเตอร์สำหรับยานยนต์ของ Toshiba
อุปกรณ์แอนะล็อก

* Arm และ Cortex เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Arm Limited (หรือบริษัทในเครือ) ในสหรัฐอเมริกาและ/หรือประเทศอื่นๆ
* SmartMCD™ เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้นๆ
* ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและรายละเอียดสินค้า เนื้อหาของบริการ และข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ แต่ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง ใช้ประสบการณ์และนวัตกรรมมากกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์แบบแยกส่วน ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ

พนักงานทั่วโลกจำนวน 17,000 คน มีปณิธานที่จะเพิ่มคุณค่าสูงสุดให้กับทุกผลิตภัณฑ์ และสนับสนุนการทำงานกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างคุณค่าและตลาดใหม่ร่วมกัน บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างและมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับผู้คนทั่วโลก

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260415255043/en

Contacts

การสอบถามสำหรับลูกค้า
ฝ่ายขายและการตลาดของอุปกรณ์แอนะล็อก
โทร.: +81-44-548-2219
ติดต่อเรา

การสอบถามสำหรับสื่อ:
C. Nagasawa
ฝ่ายสื่อสารและข้อมูลการตลาด
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

พิธีมอบรางวัล Japan Prize ประจำปี 2026 จัดขึ้นโดยมีสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่นเข้าร่วมงาน

Logo

ดร. Cynthia Dwork  สาขาอิเล็กทรอนิกส์ สารสนเทศ และการสื่อสาร
ดร. Shizuo Akira  และ ดร. Zhijian “James” Chen สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–15 เมษายน 2026

มูลนิธิ Japan Prize (ประธาน: Ryozo Nagai) จัดพิธีมอบรางวัลเมื่อวันอังคารที่ 14 เมษายน ณ โรงละครแห่งชาติแห่งใหม่ เขตชิบูย่า กรุงโตเกียว เพื่อมอบรางวัลญี่ปุ่นแก่นักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างผลงานที่สร้างสรรค์และโดดเด่นในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก และมีส่วนสำคัญในการสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองให้แก่มวลมนุษยชาติ

ดร. Cynthia Dwork (สหรัฐอเมริกา) ผู้ได้รับรางวัลในสาขาอิเล็กทรอนิกส์ สารสนเทศ และการสื่อสาร และดร. Shizuo Akira (ญี่ปุ่น) และดร. Zhijian “James” Chen (สหรัฐอเมริกา) ผู้ได้รับรางวัลในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เข้าร่วมพิธีมอบรางวัล โดยแต่ละสาขาได้รับเงินรางวัล 100 ล้านเยน พร้อมใบประกาศเกียรติคุณและเหรียญรางวัล

ผู้ได้รับรางวัล Japan Prize ประจำปี 2026 ได้รับการเสนอชื่อโดยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรผู้ทรงคุณวุฒิประมาณ 16,000 คนจากทั่วโลก และตัดสินโดยการสอบอย่างเข้มงวดซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ปี มูลนิธิได้รับเสนอชื่อเข้าชิง 107 คนในสาขาอิเล็กทรอนิกส์ สารสนเทศ และการสื่อสาร และ 185 คนในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ผู้ชนะในปีนี้ได้รับการคัดเลือกจากผู้สมัครทั้งหมด 292 คน

พิธีดังกล่าวมีแขกเข้าร่วมประมาณ 600 คน เริ่มจากสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี หัวหน้าของทั้งสามฝ่ายของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ของสังคม สมเด็จพระจักรพรรดิได้ทรงกล่าวสุนทรพจน์ ตามด้วยสุนทรพจน์ของผู้ชนะทั้ง 3 คน และคำกล่าวแสดงความยินดีจาก Sekiguchi ประธานวุฒิสภา

ท่านสามารถรับชมพิธีมอบรางวัลประจำปีนี้ได้จากลิงก์ด้านล่าง
เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่น: https://youtube.com/live/jllrOVOX6jI
เวอร์ชันภาษาอังกฤษ: https://youtube.com/live/flkjnpPAtok

รูปโปรไฟล์ของผู้ได้รับรางวัลญี่ปุ่นและรูปภาพจากวันพิธีมอบรางวัลจะถูกอัปโหลดไปยังลิงก์นี้
https://www.japanprize.jp/en/press_photo.html
*เมื่อเผยแพร่ภาพถ่ายเหล่านี้ โปรดระบุแหล่งที่มาว่า “ได้รับความอนุเคราะห์จาก: รางวัลญี่ปุ่น”

เกี่ยวกับ Japan Prize

การก่อตั้ง Japan Prize ในปี 1981 เกิดจากความปรารถนาของรัฐบาลญี่ปุ่นที่จะสร้างรางวัลที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั่วโลก ด้วยการสนับสนุนจากเงินบริจาคจำนวนมาก มูลนิธิ Japan Prize ได้รับการรับรองจากสำนักคณะรัฐมนตรีในปี 1983 Japan Prize มอบให้แก่นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรจากทั่วโลกผู้ซึ่งสร้างผลงานสร้างสรรค์และโดดเด่นที่ช่วยพัฒนาสาขาของตนและมีส่วนสำคัญในการสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองให้แก่มวลมนุษยชาติ นักวิจัยในทุกสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีสิทธิ์ได้รับรางวัลนี้ โดยจะมีการคัดเลือกสองสาขาในแต่ละปี โดยพิจารณาจากแนวโน้มปัจจุบันในการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยหลักการแล้ว จะมีการมอบรางวัลให้แก่บุคคลเพียงคนเดียวในแต่ละสาขา โดยบุคคลนั้นจะได้รับใบประกาศนียบัตร เหรียญรางวัล และเงินรางวัล พิธีมอบรางวัลแต่ละครั้งจะมีสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของทั้งสามฝ่ายของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ของสังคมเข้าร่วม

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ช่องทางการติดต่อ

สำหรับสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับข่าวประชาสัมพันธ์นี้:

สำนักงานประชาสัมพันธ์รางวัลญี่ปุ่น

อีเมล: japanprize@ml.prap.co.jp

ที่มา: มูลนิธิ Japan Prize

Optomec เปิดตัวแพลตฟอร์มการศึกษา Aerosol Jet เพื่อฝึกอบรมวิศวกรยุคใหม่

Logo

อัลบูเคอร์คี รัฐนิวเม็กซิโก.–(BUSINESS WIRE)–14 เมษายน 2026

Optomec ผู้นำระดับโลกด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์การผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุได้เปิดตัวแพลตฟอร์มการศึกษา Aerosol Jet แล้วในวันนี้ โดยเป็นโซลูชันการเรียนรู้แบบครบวงจรที่นำการฝึกอบรมด้านการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์และการผลิต 3 มิติขั้นสูงมาสู่มหาวิทยาลัยและสถาบันเทคนิคต่างๆ

แพลตฟอร์มนี้สร้างขึ้นบนเทคโนโลยีการพิมพ์รายละเอียดสูง Aerosol Jet ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรของ Optomec โดยผสมผสานฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ซอฟต์แวร์ HMI (อินเตอร์เฟซระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร) ที่ใช้งานง่าย และหลักสูตรที่เป็นโครงสร้างเพื่อเชื่อมโยงการเรียนการสอนทางวิชาการและความต้องการของกำลังคนในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยระบบที่มีประสิทธิภาพและปรับขนาดได้นี้จะช่วยให้นักเรียนสามารถออกแบบ ปรับปรุง และตรวจสอบกระบวนการผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุให้เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

แต่ละระบบจะมาพร้อมกับโมดูลที่หนึ่ง ซึ่งเป็นชุดเส้นทางการทำงานที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าและห้องปฏิบัติการที่มีผู้สอนคอยแนะนำ ซึ่งจะมอบ 10 ผลลัพธ์ด้านอิเล็กทรอนิกส์อนาล็อกแบบลงมือปฏิบัติจริง และเทคนิคการตรวจสอบความถูกต้องหลังกระบวนการต่างๆ โดยห้องสมุดห้องปฏิบัติการแบบโมดูลาร์จะช่วยให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างต่อเนื่องผ่านหัวข้อต่างๆ เช่น การพิมพ์ร่องรอยนำไฟฟ้า การผลิตชิ้นส่วนแบบพาสซีฟ การสอบเทียบเกจวัดความเครียด การออกแบบเสาอากาศ และการผลิตวงจรหลายชั้น พร้อมบทเรียนแบบบูรณาการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์วัสดุและการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการ รวมถึงโมดูลเพิ่มเติมที่สามารถใช้งานได้ผ่านการเปิดใช้งานซอฟต์แวร์ที่จะปลดล็อกความสามารถด้านวัสดุขั้นสูง เครื่องมือสร้างเส้นทางการทำงานอัตโนมัติ และหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาสำหรับการวิจัยและการฝึกอบรมที่ขยายวงกว้างขึ้น พร้อมฟังก์ชันการทำงานที่เพิ่มขึ้นโดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มปัจจุบัน

ด้วยความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมของ Optomec ที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ และระบบมากกว่า 700 ระบบที่ใช้งานโดยลูกค้ากว่า 200 รายทั่วโลก รวมถึง GE, NASA และ Lockheed Martin แพลตฟอร์มการศึกษา Aerosol Jet นี้จะช่วยมอบการฝึกอบรมที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมที่จะช่วยให้สถาบันต่างๆ สามารถสร้างโปรแกรมที่ปรับขนาดได้เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสำหรับอาชีพในด้านอิเล็กทรอนิกส์ การบินและอวกาศ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

“แพลตฟอร์มการศึกษา Aerosol Jet ของ Optomec จะช่วยลดช่องว่างระหว่างทฤษฎีทางวิชาการและการปฏิบัติจริงในอุตสาหกรรม ทำให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์จริงกับเครื่องมือและขั้นตอนการทำงานที่ใช้ในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่” Robert Yusin ประธานและซีอีโอของ Optomec กล่าว

“การร่วมมือกับ Optomec ทำให้เราสามารถนำเสนอการฝึกอบรมด้านอิเล็กทรอนิกส์แบบพิมพ์ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริงได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความพร้อมของผู้เรียนสำหรับงานและงานวิจัยด้านเทคโนโลยีขั้นสูงโดยตรง” Liu Ziqiang ผู้จัดการทั่วไปและซีอีโอของ YUNS Technology กล่าว

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม คำขอสาธิต หรือสอบถามเกี่ยวกับการอนุญาตใช้งานทางวิชาการ โปรดเยี่ยมชม www.optomec.com

เกี่ยวกับ Optomec

Optomec เป็นผู้ให้บริการฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์การผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์แบบพิมพ์และโซลูชันการผลิต 3 มิติสำหรับอุตสาหกรรมและการวิจัย

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Optomec

Xiaofei Wu

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด

อีเมล: fei@optomec.com

ที่มา: Optomec

The Bangkok Reporter