Kioxia จัดแสดงนวัตกรรม Flash Storage สำหรับยุค AI ในงาน FMS 2026

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–04 สิงหาคม 2026

Kioxia Group ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ เตรียมสาธิตให้เห็นว่าเทคโนโลยีแฟลชเมมโมรีและ SSD ของบริษัท ซึ่งรวมถึง SSD รุ่น KIOXIA GP1 Series PCIe® 6.0 NVMe™ Super High IOPS ที่ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อรองรับการเข้าถึงข้อมูลโดยตรงจาก GPU (GPU direct access) นั้น มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน AI ยุคใหม่อย่างไร ในงาน FMS: the Future of Memory and Storage ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–6 สิงหาคม ที่ Santa Clara แคลิฟอร์เนีย โดยมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งการบรรยายพิเศษ (Keynote) การเสวนาโดยผู้บริหาร การนำเสนอข้อมูลเชิงเทคนิค และการสาธิตเทคโนโลยี Kioxia จะนำเสนอนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความสามารถในการขยายระบบ (Scalability) และประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ยุคใหม่

Kioxia Showcases Flash Storage Innovations for the AI Era at FMS 2026

Kioxia จัดแสดงนวัตกรรม Flash Storage สำหรับยุค AI ในงาน FMS 2026

ไฮไลต์ในงาน FMS 2026 คือ KIOXIA CM10 Series PCIe® 6.0 enterprise SSDs และ KIOXIA NX1 Series SSDs ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งทั้งสองรุ่นรองรับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรง (Direct Liquid Cooling) โดย SSD รุ่น KIOXIA CM10 Series ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับงานด้าน AI และสภาพแวดล้อมของศูนย์ข้อมูลสมัยใหม่ ถือเป็นไดรฟ์ระดับองค์กรรุ่นแรกที่ใช้แฟลชเมมโมรี BiCS FLASH™ รุ่นที่ 10 ในขณะที่ KIOXIA NX1 Series เป็น SSD สำหรับศูนย์ข้อมูลในรูปแบบ E1.S PCIe® 5.0 NVMe™ รุ่นใหม่ล่าสุด

ในงาน FMS 2026 ทาง Kioxia จะมีการบรรยายหลัก (Keynote) รวมถึงการนำเสนอในหัวข้อต่างๆ ที่ครอบคลุมประเด็นหลากหลาย

การนำเสนอหลัก:
การพลิกโฉมระบบจัดเก็บข้อมูลในศูนย์ข้อมูลสำหรับยุค AI ด้วยเทคโนโลยี Flash Memory และ SSD”
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม เวลา 11:10 .
สถานที่: Mission City Ballroom, Santa Clara Convention Center, ชั้น 1
วิทยากร: Neville Ichhaporia รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปของหน่วยธุรกิจ SSD จากบริษัท KIOXIA America, Inc. และ Katsuki Matsudera ผู้จัดการทั่วไปแผนก Memory Technical Marketing จากบริษัท Kioxia Corporation

ช่วงพิเศษสำหรับ NVIDIA:
การสร้างสมดุลระหว่างหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพื่อดำเนินงาน AI Factories และ AI Agent ในระดับขนาดใหญ่
วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม เวลา 11:00 .
สถานที่: Mission City Ballroom, Santa Clara Convention Center, ชั้น 1
วิทยากร: Rory Bolt ตำแหน่ง Senior Fellow และ Principal Architect ของหน่วยธุรกิจ SSD จากบริษัท KIOXIA America Inc.

การเสวนาพาที:
ระบบจัดเก็บข้อมูลในสถาปัตยกรรมที่เน้นตัวเร่งการประมวลผล
วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม เวลา 9:45 .
สถานที่: Ballroom G, Hyatt Regency Santa Clara, ชั้นล็อบบี้
วิทยากร: Ilya Cherkasov ตำแหน่ง Principal Engineer แผนก Enterprise Division (กลุ่มผลิตภัณฑ์ SSD) จาก บริษัท KIOXIA America, Inc.

บูธจัดแสดงนิทรรศการของ KIOXIA
จะมีการสาธิตผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีภายในพื้นที่จัดแสดง ณ บูธ Kioxia หมายเลข 307 ซึ่งเป็นบูธ 2 ชั้นอันโดดเด่นและประกอบด้วยโซนจัดแสดงแยกเป็นสัดส่วนถึง 10 จุด โดยกิจกรรมดังกล่าวรวมถึง:

  • SSD รุ่น KIOXIA GP1 Series ที่มีค่า IOPS สูงเป็นพิเศษ — มอบประสิทธิภาพการอ่านแบบสุ่มขนาด 512 ไบต์ที่ระดับ 10 ล้าน IOPS สำหรับเวิร์กโหลดที่ใกล้เคียงกับการทำงานของ GPU
  • SSD แบบระบายความร้อนด้วยของเหลวสำหรับ AI — นำเสนอ KIOXIA NX1 Series Data Center NVMe™ SSDs
  •  PCIe® 6.0 NVMe™ Enterprise SSDs — นำเสนอ KIOXIA CM10 Series Enterprise NVMe™ SSDs พร้อมเทคโนโลยี Context Memory Caching เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการประมวลผล AI Inferencing — และ KIOXIA CM9 Series Enterprise NVMe™ SSDs
  • ระบบจัดเก็บข้อมูล QLC ความจุสูงเพื่อการเรียกใช้ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว — มาพร้อมกับ NVMe™ SSD รุ่น KIOXIA LC9 Series ขนาด 245.76 TB
  • ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส KIOXIA AiSAQ™: การเพิ่มขีดความสามารถในการขยายระบบ (Scalability) ของ Vector Database สำหรับการประมวลผล AI Inference
  • แฟลชเมมโมรี BiCS FLASH™ รุ่นที่ 10 – ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีการย่อขนาดขั้นสูงแบบ CMOS Directly Bonded to Array (CBA) มาพร้อมโครงสร้าง 332 เลเยอร์และเทคนิคการลดขนาดในแนวราบที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น
  • CXL™ Memory Module with XL-FLASH™ – การขยายลำดับชั้นหน่วยความจำด้วย XL-FLASH™
  • UFS 5.0 ใหม่ – โซลูชันหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงที่รองรับ AI
  • แฟลชเมมโมรี QLC ความจุสูงที่มีความหน่วงต่ำ — มาในรูปแบบแพ็กเกจ BGA แบบซ้อนชิป 32 ชั้น สำหรับการใช้งานด้าน AI

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ FMS 2026
โซลูชันการจัดเก็บข้อมูลที่ช่วยขับเคลื่อน AI

หมายเหตุ:
คำจำกัดความของความจุ: Kioxia Corporation กำหนดให้ 1 เมกะไบต์ (MB) เท่ากับ 1,000,000 ไบต์, 1 กิกะไบต์ (GB) เท่ากับ 1,000,000,000 ไบต์ และ 1 เทราไบต์ (TB) เท่ากับ 1,000,000,000,000 ไบต์ อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์จะรายงานความจุโดยใช้การคำนวณแบบเลขยกกำลังฐาน 2 โดยกำหนดให้ 1GB = 2^30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ และ 1TB = 2^40 ไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขความจุที่แสดงมีค่าน้อยกว่า ความจุที่ใช้งานได้จริง (รวมถึงตัวอย่างไฟล์สื่อประเภทต่างๆ) อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดไฟล์ รูปแบบการฟอร์แมต การตั้งค่า ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ และ/หรือแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมาพร้อมกับเครื่อง หรือเนื้อหาสื่อต่างๆ ทั้งนี้ ความจุจริงหลังการฟอร์แมตอาจแตกต่างกันไป

NVMe เป็นเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียนของ NVM Express, Inc. ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ
PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG ส่วน CXL และ Compute Express Link เป็นเครื่องหมายการค้าของ Compute Express Link Consortium, Inc.
Universal Flash Storage (UFS) เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หน่วยความจำแบบฝังตัว (embedded memory) ที่ผลิตขึ้นตามข้อกำหนดมาตรฐาน JEDEC UFS ด้วยการใช้อินเทอร์เฟซแบบอนุกรม (serial interface) ทำให้ UFS รองรับการทำงานแบบ Full-duplex ซึ่งช่วยให้สามารถอ่านและเขียนข้อมูลไปพร้อมกันได้ระหว่างโฮสต์โปรเซสเซอร์และอุปกรณ์ UFS
ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทบุคคลที่สาม

เกี่ยวกับ Kioxia
Kioxia เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ โดยมุ่งมั่นในการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายแฟลชเมมโมรีและโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) บริษัทมีต้นกำเนิดมาจาก Toshiba Memory ซึ่งแยกตัวออกมาเมื่อเดือนเมษายน ปี 2017 จาก Toshiba Corporation ผู้คิดค้นเทคโนโลยีแฟลชเมมโมรี NAND ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1987 Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วยเทคโนโลยี “หน่วยความจำ” ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบต่างๆ ที่มอบทางเลือกให้แก่ลูกค้าและสร้างคุณค่าที่ขับเคลื่อนด้วยหน่วยความจำให้แก่สังคม ทั้งนี้ เทคโนโลยีแฟลชเมมโมรีแบบ 3D อันล้ำสมัยของ Kioxia ที่มีชื่อว่า BiCS FLASH™ กำลังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลสำหรับการใช้งานที่ต้องการความหนาแน่นของข้อมูลสูง ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนระดับสูง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ระบบยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล และระบบ Generative AI

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ รายละเอียดการบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ณ วันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260803680678/en

Contacts

หากมีข้อสอบถามเกี่ยวกับสื่อ:
Kioxia Corporation
ฝ่ายบริหารการส่งเสริมการขาย
Satoshi Shindo
โทร: +81-3-6478-2404

ที่มา: Kioxia Corporation

Kioxia ประกาศเปิดตัว SSD ซีรีส์ KIOXIA GP1 ที่มีความเร็ว IOPS สูงเป็นพิเศษสำหรับการใช้งานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)

Logo

SSD แบบ PCIe 6.0 SSD ทำความเร็วทะลุ 10 ล้าน IOPS โดยใช้หน่วยความจำแฟลช KIOXIA XL-FLASH™

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–04 สิงหาคม 2026

Kioxia Corporation วันนี้ประกาศเปิดตัว SSD ซีรีส์ KIOXIA GP1 Series PCIe® 6.0 NVMe™ โดยถือเป็นผลิตภัณฑ์แรกในซีรีส์ KIOXIA GP ซึ่งเป็นกลุ่ม SSD ที่มีความเร็ว IOPS สูงเป็นพิเศษซึ่งได้รับการปรับแต่งมาเพื่อให้ GPU สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง ผลิตภัณฑ์นี้พัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีในซีรีส์ KIOXIA GP ที่ได้เผยโฉมไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา1 โดยซีรีส์ KIOXIA GP1 นี้ สามารถทำความเร็วในการอ่านข้อมูลแบบสุ่มได้สูงสุดถึง 10 ล้าน IOPS2 ด้วยการเลือกใช้หน่วยความจำแฟลช KIOXIA XL-FLASH™ รุ่นที่ 2 ซึ่งช่วยให้สามารถขยายหน่วยความจำในรูปแบบแฟลช เพื่อตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพและขนาดหน่วยความจำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ตัวอย่างสำหรับทดสอบจะพร้อมส่งมอบให้แก่กลุ่มลูกค้าที่ได้รับคัดเลือกภายในสิ้นปี 2026 นี้3 ซีรีส์ KIOXIA GP1 จะจัดแสดงในงาน FMS: the Future of Memory and Storage ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 สิงหาคม ณ เมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย

KIOXIA GP1 Series Super High IOPS SSDs

SSD ซีรีส์ KIOXIA GP1 ที่มีความเร็ว IOPS สูงเป็นพิเศษ

ซีรีส์ KIOXIA GP1 ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมการจัดเก็บข้อมูลแบบ AI รุ่นใหม่ ซึ่งจะเข้ามาช่วยขยายขีดความสามารถของหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) โดยทำหน้าที่เป็นชั้นเก็บข้อมูลความเร็วสูงในรูปแบบหน่วยความจำแฟลช แนวทางนี้ช่วยให้ระบบ AI สามารถเข้าถึงชุดข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงกว่าเดิมอย่างมากเมื่อเทียบกับการเพิ่มหน่วยความจำ HBM แบบเดิม4 อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของ GPU ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

SSD ซีรีส์ KIOXIA GP1 ใช้ประโยชน์จากหน่วยความจำแฟลช KIOXIA XL-FLASH รุ่นที่ 2 ซึ่งมีความหน่วงต่ำแต่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อมอบความเร็ว IOPS ที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด4 รองรับการเข้าถึงข้อมูลขนาดเล็กในระดับ 512 บิต และมีอัตราการบริโภคพลังงานต่อการรับส่งข้อมูล (I/O) ที่ต่ำลงเมื่อเทียบกับ SSD ที่ใช้หน่วยความจำแบบ TLC ทั่วไป ทั้งนี้สถาปัตยกรรมดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายขีดความสามารถจากความเร็วในการอ่านข้อมูลแบบสุ่มที่ 10 ล้าน IOPS ในปัจจุบันไปสู่รุ่นที่จะตามมาในอนาคตซึ่งตั้งเป้าหมายไว้สูงสุดถึง 100 ล้าน IOPS

คุณสมบัติเด่นของซีรีส์ KIOXIA GP1:

  •  ออกแบบตามมาตรฐานข้อกำหนด PCIe® 6.0 และ NVMe™ 2.2
  • ใช้ประโยชน์จากหน่วยความจำแฟลช KIOXIA XL-FLASH รุ่นที่ 2 ซึ่งมีความหน่วงต่ำ
  •  ทำความเร็วในการอ่านข้อมูลแบบสุ่มได้สูงสุดถึง 10 ล้าน IOPS ที่ขนาดบล็อกข้อมูล 512 ไบต์2
  • พร้อมจำหน่ายในรูปแบบขนาด E3.S และ E1.S (9.5 มม./15 มม.) โดยในขนาด E3.S และ E1.S (9.5 มม.) จะรองรับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบแผ่นนำความเย็น (ขนาดอื่น ๆ ทั้งหมดจะรองรับการระบายความร้อนด้วยอากาศแบบเดิม)
  •  มีความทนทานในการเขียนข้อมูลสูงถึง 50 DWPD5

หมายเหตุ:

1: Kioxia ประกาศเปิดตัว SSD รุ่นใหม่ที่ได้รับการปรับแต่งมาสำหรับประมวลผลเวิร์กโหลดที่เริ่มทำงานโดย GPU ของระบบ AI
 ( https://www.kioxia.com/en-jp/business/news/2026/20260317-1.html )

2: ความเร็วในการอ่านและการเขียนข้อมูลอาจแตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์โฮสต์ ซอฟต์แวร์ (ไดรเวอร์ ระบบปฏิบัติการ ฯลฯ) และเงื่อนไขในการอ่าน/การเขียนข้อมูล

3: ผลิตภัณฑ์ตัวอย่างเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการตรวจสอบฟังก์ชันการทำงานเท่านั้น โดยคุณลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ตัวอย่างอาจแตกต่างไปจากรุ่นที่ผลิตเพื่อวางจำหน่ายจริง

4: ข้อมูล ณ วันที่ 28 กรกฎาคม 2026 อ้างอิงจากข้อมูลที่สำรวจโดย Kioxia

5: DWPD: Drive Writes Per Day (จำนวนครั้งที่เขียนข้อมูลได้เต็มความจุของไดรฟ์ต่อวัน) การเขียนข้อมูลเต็มไดรฟ์หนึ่งครั้งต่อวันหมายความว่าไดรฟ์นั้นสามารถเขียนและเขียนซ้ำจนเต็มความจุได้วันละหนึ่งครั้งในทุก ๆ วัน ภายใต้เวิร์กโหลดที่กำหนดตลอดอายุการใช้งานที่ระบุ ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่แท้จริงอาจแตกต่างกันไปเนื่องจากโครงสร้างระบบ การใช้งาน และปัจจัยอื่น ๆ

นิยามความจุ: Kioxia Corporation นิยามว่า 1 เมกะไบต์ (MB) เท่ากับ 1,000,000 ไบต์, 1 กิกะไบต์ (GB) เท่ากับ 1,000,000,000 ไบต์ และ 1 เทราไบต์ (TB) เท่ากับ 1,000,000,000,000 ไบต์ อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์จะรายงานความจุพื้นที่จัดเก็บข้อมูลโดยใช้เลขฐาน 2 ซึ่งกำหนดให้ 1GB = 2^30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ และ 1TB = 2^40 ไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ จึงทำให้แสดงความจุพื้นที่จัดเก็บข้อมูลน้อยลง ทั้งนี้ความจุพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ใช้งานได้จริง (รวมถึงตัวอย่างไฟล์สื่อต่าง ๆ) จะแตกต่างกันไปตามขนาดไฟล์ การฟอร์แมต การตั้งค่า ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ และ/หรือแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมาล่วงหน้า หรือเนื้อหาของสื่อนั้น ๆ โดยความจุจริงหลังจากการฟอร์แมตอาจแตกต่างออกไปได้

NVMe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือไม่ได้จดทะเบียนของ NVM Express, Inc. ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ

PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG

ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่น ๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทอื่น ๆ

เกี่ยวกับ Kioxia
Kioxia เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ โดยมุ่งมั่นพัฒนา ผลิต และจำหน่ายหน่วยความจำแฟลชรวมถึงโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) ในเดือนเมษายน 2017 บริษัทต้นแบบอย่าง Toshiba Memory ได้แยกตัวออกมาจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทผู้คิดค้นหน่วยความจำแฟลชแบบ NAND ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1987 ทั้งนี้ Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกใบนี้ด้วย “หน่วยความจำ” ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบต่าง ๆ ซึ่งช่วยสร้างทางเลือกให้แก่ลูกค้า ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมโดยมีเทคโนโลยีหน่วยความจำเป็นรากฐาน นอกจากนี้ นวัตกรรมเทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลชแบบ 3 มิติของ Kioxia อย่าง BiCS FLASH™ กำลังเป็นตัวกำหนดทิศทางแห่งอนาคตของการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบการใช้งานที่มีความหนาแน่นของข้อมูลสูง ซึ่งรวมถึงสมาร์ตโฟนขั้นสูง พีซี ระบบยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล และระบบปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI)

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์ คุณลักษณะเฉพาะ เนื้อหาของการบริการ และข้อมูลการติดต่อ มีความถูกต้อง ณ วันที่ประกาศ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260803241004/en

Contacts

ช่องทางการสอบถามข้อมูลของสื่อมวลชน:
Kioxia Corporation
Promotion Management Division
Satoshi Shindo
โทร: +81-3-6478-2404

ที่มา: Kioxia Corporation

Moove ระดมทุนได้ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยมูลค่าบริษัท 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกสำหรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ

Logo

 การระดมทุนในรอบ Series C นี้นำโดย Mubadala Investment Company “Mubadala” และร่วมนำโดย Woven Capital (Toyota) และ Ion Pacific จะสามารถช่วยเร่งการพัฒนาแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกของ Moove สำหรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ในขณะที่ตลาดกำลังเปลี่ยนจากการพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไปสู่การนำไปใช้งานในวงกว้างได้

  •  การระดมทุนรอบ Series C มูลค่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มูลค่าของ Moove อยู่ที่ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ตอกย้ำถึงตำแหน่งของบริษัทในฐานะบริษัทโครงสร้างพื้นฐานชั้นนำสำหรับเศรษฐกิจการขับเคลื่อนอัตโนมัติ
  •  Moove กำลังสร้างชั้นปฏิบัติการหลักสำหรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติทั่วโลก ผ่านการจัดการกลุ่มยานพาหนะแบบบูรณาการ โครงสร้างพื้นฐานคลังสินค้าที่ใช้หุ่นยนต์เป็นหลัก และการดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์
  •  ด้วยความร่วมมือกับ Waymo ทำให้ Moove ก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการกลุ่มยานพาหนะอัตโนมัติชั้นนำจากภายนอก โดยมีการดำเนินงานจริงหรือประกาศไปแล้วในเมืองฟีนิกซ์ ไมอามี และลอนดอน
  •  กลยุทธ์อัตโนมัติของ Moove มีพื้นฐานมาจากการสร้างและดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในระดับใหญ่มาเป็นเวลาห้าปี โดยเริ่มจากการเปิดตัวรถยนต์ 76 คันในลากอส จนกระทั่งขยายไปยังประมาณ 42,000 คันใน 29 เมือง (13 ประเทศ) และทำ ARR ได้ที่ 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–05 สิงหาคม 2026

Moove เป็นบริษัทด้านการคมนาคมระดับโลกที่กำลังสร้างชั้นปฏิบัติการสำหรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ได้ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้ระดมทุน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในรอบการระดมทุน Series C นั้นนำโดย Mubadala Investment Company และร่วมนำโดย Woven Capital, Toyota’s Growth Fund และ Ion Pacific

รอบการระดมทุนนี้ยังได้ BlueCrest Capital Management, Sona Asset Managemen และ The Raptor Group เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานการสนับสนุนจากสถาบันการเงินของ Moove นอกเหนือจาก BlackRock, MUFG, Franklin Templeton, Uber, Left Lane, Silverbacks Holdings, Square Associates, The Latest Ventures และ Ontario Power Generation Pension Plan ที่ให้การสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไปของ Moove

เงินทุนนี้จะสนับสนุนการขยายธุรกิจยานยนต์อัตโนมัติของ Moove ซึ่งรวมถึงการเป็นเจ้าของกลุ่มยานพาหนะอัตโนมัติและโครงสร้างพื้นฐานศูนย์บริการ “Nests” ที่ใช้หุ่นยนต์เป็นหลัก ซึ่งเป็นสถานที่ที่กลุ่มยานพาหนะอัตโนมัติจะได้รับการชาร์จ บริการ บำรุงรักษา และจัดการเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เงินทุนยังจะใช้เพื่อสนับสนุนการเปิดตัวในตลาดใหม่ทั่วโลก ในส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจนี้ Moove คาดว่าจะเพิ่มจำนวนพนักงานด้านยานยนต์อัตโนมัติมากกว่า 220% ภายในสิ้นปีนี้ จากประมาณ 150 คนในปัจจุบัน เป็นประมาณ 500 คน

การขยายขนาดระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของยานยนต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการเข้าถึงเงินทุน การเป็นเจ้าของกลุ่มยานพาหนะ โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ การบำรุงรักษา ระบบการจัดการการปฏิบัติงาน และการดำเนินการในระดับเมืองตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ โดย Moove กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว เพื่อให้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติสามารถเปลี่ยนผ่านจากความสามารถที่ก้าวล้ำไปสู่เครือข่ายการขนส่งขนาดใหญ่ได้

นับตั้งแต่ปี 2020 Moove ได้สร้างแพลตฟอร์มด้านเงินทุน กลุ่มยานพาหนะ และการดำเนินงานที่จำเป็นต่อการใช้งานและบริหารจัดการสินทรัพย์ด้านการบริการเรียกรถโดยสารโดยคนขับอย่างมีประสิทธิภาพในระดับใหญ่ ปัจจุบัน บริษัทมีพนักงาน 3,300 คนทั่วโลก และดำเนินงานยานพาหนะประมาณ 42,000 คันใน 29 เมืองใน 13 ประเทศ ทำให้เป็นหนึ่งในกลุ่มยานพาหนะบริการเรียกรถโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยบริษัทได้ขยายตัวผ่านการเติบโตแบบธรรมชาติและการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ รวมถึง Kovi ในบราซิลและ Tokyo Taxi ในญี่ปุ่น และเติบโตจนมี APR ที่ 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Moove กำลังขยายรูปแบบการดำเนินงานที่สร้างขึ้นในช่วงห้าปีที่ผ่านมาสำหรับระบบขับเคลื่อนโดยมนุษย์ไปสู่ระบบยานยนต์แบบไร้คนขับรุ่นใหม่ผ่านธุรกิจยานยนต์อัตโนมัติของตน โดยยานยนต์อัตโนมัติจะช่วยเพิ่มความต้องการโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่เชื่อถือได้และความแม่นยำในการดำเนินงาน และ Moove กำลังนำประสบการณ์ของตนมาใช้ในการจัดการกลุ่มยานพาหนะ การดำเนินงาน การบริการ การชาร์จ และโลจิสติกส์ เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว ด้วยความร่วมมือกับ Waymo ปัจจุบัน Moove เป็นผู้ให้บริการกลุ่มยานพาหนะอัตโนมัติชั้นนำจากภายนอก โดยมีการดำเนินงานจริงในฟีนิกซ์และไมอามี และในอนาคตจะมีการดำเนินงานในลอนดอน

คาดการณ์ว่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติจะกลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบนิเวศเมืองในอนาคต โดยจะมีอิทธิพลต่อระบบโลจิสติกส์ การขนส่งสาธารณะ การค้า และโครงสร้างพื้นฐานของเมือง แพลตฟอร์มที่สามารถดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานนี้ในระดับใหญ่ได้นั้น มีแนวโน้มที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเครือข่ายการเคลื่อนที่ยุคใหม่

Ladi Delano ผู้ร่วมก่อตั้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาของ Moove กล่าวว่า: การปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งสำคัญทุกครั้งล้วนเป็นการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐาน อินเทอร์เน็ตต้องการศูนย์ข้อมูล AI ต้องการการประมวลผล ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติต้องการยานพาหนะ การชาร์จ การบำรุงรักษา ระบบข้อมูล และการดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมงในทุกเมือง และนั่นคือสิ่งที่ Moove กำลังสร้าง ในมุมมองของเรา เมื่อระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติขยายตัว การเป็นเจ้าของและการดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นตัวกำหนดผู้นำในแต่ละประเภท เรากำลังสร้างเพื่อเป็นหนึ่งในนั้น

เราเริ่มต้นที่เมืองลากอสด้วยแนวคิดง่ายๆ ว่า ความต้องการด้านการเดินทางมีมากมาย แต่การจัดหาบริการจะไม่สามารถขยายตัวได้หากปราศจากเงินทุน เทคโนโลยี และการดำเนินงานที่ก้าวไปพร้อมกัน ห้าปีต่อมา แนวคิดนั้นได้พัฒนาไปสู่แพลตฟอร์มระดับโลก ปัจจุบัน เรามุ่งเน้นการสร้างแพลตฟอร์มที่จะกำหนดนิยามใหม่ของการเดินทางและช่วยให้การเดินทางแบบอัตโนมัติเกิดขึ้นได้หลายพันล้านครั้งทั่วโลก

จากฐานที่มั่นของเราในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และการสนับสนุนจากเงินทุนเชิงกลยุทธ์ระยะยาว Moove มีแพลตฟอร์มที่จะช่วยนำเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติมาสู่การขนส่งในชีวิตประจำวัน นี่ไม่ใช่การเบี่ยงเบนจากพันธกิจของเรา แต่เป็นการแสดงออกถึงพันธกิจนั้นอย่างเต็มที่ที่สุด

Ali Eid AlMheiri กรรมการบริหารฝ่ายสินทรัพย์หลากหลายประเภทของแพลตฟอร์มการลงทุนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ของ Mubadala กล่าวว่า: เมื่อเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติก้าวจากการพัฒนาไปสู่การใช้งานในวงกว้าง โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับจึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ Moove กำลังสร้างแพลตฟอร์มการดำเนินงานแบบบูรณาการที่ผสมผสานการเป็นเจ้าของยานพาหนะ ความสามารถในการปฏิบัติงาน และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไปของการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดย Mubadala กำลังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มที่ปรับขนาดได้ เช่น Moove ซึ่งสนับสนุนการกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างบทบาทของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูง นับตั้งแต่การลงทุนครั้งแรกของ Mubadala เมื่อสามปีที่แล้ว Moove เป็นพันธมิตรที่ดีเยี่ยม และเรายินดีที่จะร่วมมือกับ Moove ต่อไปในระยะการเติบโตต่อไป

Betty Lee, กรรมการผู้จัดการของ Woven Capital (กองทุนเพื่อการเติบโตของ Toyota) กล่าวว่า: “Moove ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่โดดเด่นในการดำเนินงานในตลาดต่างๆ โดยสร้างแพลตฟอร์มระดับโลกครอบคลุมทั้งยานพาหนะแบบดั้งเดิมและยานพาหนะอัตโนมัติ คลื่นลูกใหม่ของการคมนาคมขนส่งนั้นเป็นปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานพอๆ กับปัญหาด้านซอฟต์แวร์ และ Moove กำลังสร้างรากฐานเพื่อแก้ไขปัญหานี้ มีบริษัทเพียงไม่กี่แห่งในขั้นตอนนี้ที่พิสูจน์ได้ว่าพวกเขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและมีความเป็นเลิศในการดำเนินงานเช่นเดียวกับที่ Moove ได้แสดงให้เห็นในหลายตลาด เราตื่นเต้นที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่พวกเขากำลังสร้างและช่วยเร่งเส้นทางของพวกเขาในการขยายธุรกิจ

Michael Joseph ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมและผู้ร่วมก่อตั้งของ Ion Pacific Limited กล่าวว่า: เราได้ร่วมงานกับทีมงาน Moove มานานกว่าห้าปีแล้ว และผลงานของพวกเขาสร้างความประทับใจให้เรามาโดยตลอด ในขณะที่เทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติกำลังก้าวจากความเป็นไปได้สู่ความเป็นจริง Moove กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับภาคส่วนนี้ ซึ่งมีความซับซ้อน ปรับตัวได้ และจำเป็นต่อการขยายขนาดของยานยนต์ไร้คนขับ เราตื่นเต้นที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้

การระดมทุนรอบ Series C ของ Moove ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายขีดความสามารถของบริษัทในการวางโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการขับเคลื่อนอัตโนมัติทั่วโลก

เกี่ยวกับ

Moove คือบริษัทด้านการขับเคลื่อนระดับโลกที่สร้างระบบปฏิบัติการสำหรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และก่อตั้งขึ้นในปี 2020 โดย Ladi Delano และ Jide Odunsi โดย Moove จะเป็นผู้ให้เงินทุน เป็นเจ้าของ และบริหารสินทรัพย์ด้านการเคลื่อนที่ที่มีประสิทธิภาพสำหรับแพลตฟอร์มการขนส่งชั้นนำทั้งแบบมีคนขับและแบบอัตโนมัติ Moove ดำเนินงานใน 13 ประเทศและ 29 เมือง โดยมียานพาหนะประมาณ 42,000 คันและพนักงานมากกว่า 3,300 คนทั่วโลก บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วจนมี ARR ที่ 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 5 ปีหลังจากการเปิดตัว

Moove เป็นพันธมิตรกลุ่มยานพาหนะรายใหญ่ที่สุดของ Uber ทั่วโลก และเป็นผู้ให้บริการยานพาหนะอัตโนมัติชั้นนำจากภายนอกผ่านความร่วมมือกับ Waymo ในด้านระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดย Moove เป็นผู้ให้เงินทุน เป็นเจ้าของ และดำเนินการกลุ่มยานพาหนะอัตโนมัติ สร้างและจัดการโครงสร้างพื้นฐาน Nest ที่เน้นหุ่นยนต์เป็นหลัก และดำเนินงานในส่วนปฏิบัติการที่จำเป็นสำหรับการใช้งานบริการแบบไร้คนขับในวงกว้าง การดำเนินงานแบบอัตโนมัติได้เปิดใช้งานแล้วในฟีนิกซ์และไมอามี โดยลอนดอนได้รับการยืนยันให้เป็นเมืองแรกที่จะขยายไปยังต่างประเทศ และจะมีการประกาศเมืองอื่นๆ อีกเพิ่มเติมในอนาคต

นอกจากนี้ Moove ยังได้ขยายฐานธุรกิจไปทั่วโลกผ่านการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ Kovi ในบราซิลและ Tokyo Taxi ในญี่ปุ่นอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของบริษัทในตลาดต่างประเทศที่สำคัญ

โมเดลธุรกิจของบริษัทนั้นผสมผสานเงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน และการดำเนินงานต่างๆ เพื่อให้แพลตฟอร์มการคมนาคมสามารถขยายตัวไปทั่วโลก ทั้งในด้านการขนส่งที่มีคนขับและการขนส่งอัตโนมัติ โดย Moove ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนระดับโลกที่แข็งแกร่ง รวมถึง Mubadala, Woven Capital, Ion Pacific, Blue Crest, Sona Asset Management, Uber, Speedinvest, Silverbacks Holdings, Square Associates, The Raptor Group, The Latest Ventures, Endeavor Catalyst, Clocktower Ventures, Left Lane, LocalGlobe, BlackRock, Prosus, MUFG, Quona Capital, FJ Labs, Maya Capital, Monashees และ Valor

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
moove@zenogroup.com

ที่มา: Moove

Vedanta Aluminium รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2027 ที่ทำสถิติสูงสุด โดยมีกำไรพุ่งขึ้น 205% และ EBITDA เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า

Logo

มุมไบ ประเทศอินเดีย–(BUSINESS WIRE)–02 สิงหาคม 2026

Vedanta Aluminium Metal Limited (NSE: VAML, BSE: 544780) หนึ่งในผู้ผลิตอะลูมิเนียมชั้นนำของโลก ประกาศผลประกอบการทางการเงินที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2026 ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวที่แข็งแกร่งในฐานะบริษัทจดทะเบียนอิสระหลังจากการแยกตัวออกมา

คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครั้งแรกของบริษัทในอัตรา 8 รูปีต่อหุ้น ที่ส่งผลให้ยอดเงินปันผลสะสมในไตรมาสนี้มีมูลค่ามากกว่า 3,000 ล้านรูปี ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ไม่ธรรมดาสำหรับบริษัทที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเพิ่งแยกตัวออกมาจากบริษัทแม่

รายได้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21,105 ล้านรูปี เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 45% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้รายได้ที่ดีขึ้น โดย EBITDA นั้นเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10,499 ล้านรูปี เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 134% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยอัตรากำไร EBITDA ขยายตัวสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 50% โดยมีกำไรสุทธิหลังหักภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 6,597 ล้านรูปี เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 205% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว นอกจากนี้ บริษัทยังได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับงบดุล ด้วยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ดีขึ้นเป็น 0.9 เท่า จาก 1.3 เท่า ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ทั้ง CRISIL และ ICRA ได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตเป็น AA+ (คงที่)

ในด้านการดำเนินงาน การผลิตอะลูมิเนียมได้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 632 กิโลตัน ขณะที่การผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปเพิ่มมูลค่าก็แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกันที่ 389 กิโลตัน ส่วนการผลิตอะลูมินานั้นเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เป็น 826 กิโลตัน โดยได้รับการสนับสนุนจากการขยายกำลังการผลิตในการกลั่นและการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่ดีขึ้น

Rajesh Kumar กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร กล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลประกอบการว่า: ผลประกอบการไตรมาสแรกของเราในฐานะบริษัทอิสระสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานอย่างมีวินัย ความยืดหยุ่นในการปฏิบัติงาน และกลยุทธ์ระยะยาวที่ชัดเจน การมุ่งเน้นของเราในด้านความมั่นคงของทรัพยากร การดำเนินงานแบบบูรณาการ และผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า ยังคงเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

Anup Agarwal ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กล่าวเสริมว่า: เราเริ่มต้นช่วงใหม่นี้ด้วยผลประกอบการทางการเงินที่เป็นสถิติสูงสุด งบดุลที่แข็งแกร่งขึ้น และโปรไฟล์เครดิตที่ดีขึ้น โดยสิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานที่มั่นคงในการแสวงหาโอกาสในการเติบโตและตอบสนองความต้องการอะลูมิเนียมที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกในด้านการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง บรรจุภัณฑ์ และการผลิตขั้นสูง

เกี่ยวกับ Vedanta Aluminium Metals Ltd

Vedanta Aluminium ให้บริการลูกค้าในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ผ่านการดำเนินงานด้านอะลูมิเนียมและอะลูมินาแบบครบวงจร และยังคงเสริมสร้างความแข็งแกร่งในฐานะผู้ผลิตที่มีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Sonal Choithani,
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์และการสื่อสารของ Vedanta
Sonal.Choithani@vedanta.co.in

ที่มา: Vedanta Aluminium Metal Limited

2PointZero Group ส่งสัญญาณการเติบโตในระดับโลกด้วยรายได้ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 21.9 พันล้านเดอร์แฮม และกำไรสุทธิ 7.7 พันล้านเดอร์แฮมในครึ่งแรกของปี 2026

Logo

  •  การเติบโตของรายได้กลุ่มได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัวที่ 29% และ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วจำนวน 5.0 พันล้านเดอร์แฮม
  •  ความสำเร็จครั้งสำคัญในการขยายธุรกิจไปทั่วโลก ได้แก่ การขายหุ้น TAQA จนเสร็จสมบูรณ์ และการเข้าซื้อกิจการ Traverse Midstream Partners ในอเมริกาเหนือ, Baobab Group ในแอฟริกา และการถือหุ้น 60.8% ของ ISEM ในอิตาลี
  •  TIME จัดอันดับให้กลุ่มอยู่ในอันดับที่ 36 ของรายชื่อผู้นำด้านการเติบโตระดับโลกประจำปี 2026 โดยเน้นย้ำในด้านเสถียรภาพของตลาด ขนาดของการดำเนินงาน และแนวทางการบริหารจัดการเงินทุนอย่างมีวินัย

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–31 กรกฎาคม 2026

2PointZero Group (ADX: 2POINTZERO) เป็นบริษัทโฮลดิ้งด้านการลงทุนชั้นนำที่มีฐานการดำเนินงานในกรุงอาบูดาบี ประกาศผลประกอบการทางการเงินสำหรับครึ่งแรกของปี 2026 โดยมีรายได้อยู่ที่ 21.9 พันล้านเดอร์แฮม และมีกำไรสุทธิของกลุ่มอยู่ที่ 7.7 พันล้านเดอร์แฮม ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งนี้สะท้อนให้เห็นใน EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วของกลุ่ม ซึ่งอยู่ที่ระดับ 5.0 พันล้านเดอร์แฮม หลังจากไม่รวมการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมและรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว

Samia Bouazza, CEO of 2PointZero (Photo: AETOSWire)

Samia Bouazza ซีอีโอของ 2PointZero (ภาพ: AETOSWire)

กำไรสุทธิจากธุรกิจของกลุ่มเพิ่มขึ้น 2,301% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการรวมกิจการของ Tendam และการควบรวมกิจการครั้งใหญ่เพื่อก่อตั้ง 2PointZero Group นอกจากนี้ การเติบโตยังได้รับการสนับสนุนจากการลงทุนใหม่ในบริการทางการเงินในแอฟริกา การเข้าสู่ตลาดบรรจุภัณฑ์ในยุโรป และความก้าวหน้าในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ ส่งผลให้กำไรสุทธิที่รายงานทั้งหมดอยู่ที่ 7.7 พันล้านเดอร์แฮม

ทางกลุ่มได้เสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินงานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านการบูรณาการกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง การนำเครื่องมือ AI มาประยุกต์ใช้มากขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้รายได้ของกลุ่มเพิ่มขึ้นเป็น 21.9 พันล้านเดอร์แฮม ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นโดยเฉลี่ยยังคงทรงตัวอยู่ที่ 29% เพื่อรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวของกลุ่มธุรกิจหลัก

Samia Bouazza ซีอีโอของ 2PointZero กล่าวว่า : “ผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2026 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มที่เราได้สร้างมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราทำรายได้ถึง 21.9 พันล้านเดอร์แฮม เพิ่มขึ้น 114% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และมีกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัท 7.7 พันล้านเดอร์แฮม ประกอบด้วย 2.2 พันล้านเดอร์แฮมจากธุรกิจดำเนินงานของเรา ควบคู่ไปกับกำไรพิเศษจากพอร์ตการลงทุน ซึ่งรวมถึงการลงทุนใน SpaceX, Anthropic และรายการกำไรจากการลงทุนอื่นๆ ในขณะเดียวกัน เรายังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างคุณภาพของพอร์ตการลงทุนและความแข็งแกร่งของงบดุลอย่างต่อเนื่อง“

นอกเหนือจากผลประกอบการทางการเงินแล้ว ช่วงเวลานี้ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาของ 2PointZero เราได้ดำเนินการขายการลงทุนใน TAQA สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเราในการขายสินทรัพย์บางส่วนในเวลาที่เหมาะสม และขยายธุรกิจไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอเมริกาเหนือผ่านการเข้าซื้อกิจการ Traverse Midstream Partners ซึ่งนับเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของ ePointZero จนถึงปัจจุบัน การทำธุรกรรมแต่ละครั้งสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางที่มีวินัยของเราในการจัดสรรเงินทุนและความมุ่งมั่นของเราในการสร้างธุรกิจที่มีความสำคัญระดับโลกซึ่งมุ่งเน้นการแก้ปัญหาคอขวดระดับโลก

“การที่ TIME ยกย่องเราให้เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการเติบโตระดับโลก สะท้อนให้เห็นถึงไม่เพียงแต่ความเร็วในการเติบโตของเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความมั่นคง วินัยในการดำเนินงาน และวิสัยทัศน์ระยะยาวที่กำหนดองค์กรของเราด้วย“

ด้วยสถานะเงินสดที่แข็งแกร่งของกลุ่มที่ 13.7 พันล้านเดอร์แฮม เราจึงยังคงอยู่ในสถานะที่ดีในการลงทุนผ่านวัฏจักรของตลาด ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน การมีเงินสดสำรองไว้ถือเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์

“เมื่อเราก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของปี เรายังคงเสริมสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตในระยะยาว พนักงานของเราเกือบ 10% เป็นพนักงาน AI ที่บูรณาการอยู่ทั่วทั้งกลุ่มบริษัท เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน เร่งการตัดสินใจ และเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงาน เมื่อรวมกับการจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัยและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้เรามั่นใจในความสามารถของเราในการสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว”

รากฐานทางการเงินของกลุ่มยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากเงินสดของกลุ่มจำนวน 13.7 พันล้านเดอร์แฮม และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 0.32 โครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งนี้ช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยง จัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และให้เงินทุนสำหรับโอกาสการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงทั่วโลก เนื่องจากกลยุทธ์ระยะยาวของ 2PointZero ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่ดีในกลุ่มธุรกิจหลักต่างๆ

ไฮไลท์ของกลุ่ม

ในเดือนมิถุนายน 2026 กลุ่ม 2PointZero ได้ดำเนินการขายหุ้นทั้งหมด 7.29% ใน TAQA ให้กับ Abu Dhabi Power ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและเพิ่มความยืดหยุ่นในการแสวงหาโอกาสที่น่าสนใจในภาคธุรกิจหลักต่างๆ

เมื่อเร็วๆ นี้ 2PointZero ได้ขยายฐานธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานผ่านบริษัทย่อย ePointZero ซึ่งประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมด 100% ใน Traverse Midstream Partners ด้วยมูลค่า 2.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในรูปแบบธุรกรรมเงินสดทั้งหมด

เพื่อขยายการเข้าถึงเชิงกลยุทธ์ไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพสูง 2PointZero ได้เข้าร่วมในรอบการระดมทุน Series G ของ WHOOP ผู้บุกเบิกด้านสุขภาพระดับโลก โดยแนะนำสินทรัพย์ที่เป็นตัวกำหนดหมวดหมู่เพื่อเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอด้านสุขภาพของกลุ่ม

ในความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเพื่อเปิดตัวกลุ่มธุรกิจเฉพาะทางสำหรับผู้บริโภคลำดับที่หก ทางกลุ่มได้บรรลุข้อตกลงเข้าถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 60.8% ของ ISEM Packaging Group จากอิตาลี ด้วยมูลค่า 704 ล้านเดอร์แฮม ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ 2PointZero ในการเข้าถึงตลาดปลายทางที่มีอัตราการเติบโตสูง

International Resources Holding (IRH) และ Adani Enterprises ตกลงที่จะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในสัดส่วน 50:50 เพื่อพัฒนาโครงการอะลูมิเนียมมูลค่า 11.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในอินเดีย การเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำกลยุทธ์ของ IRH ในการเชื่อมโยงเงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน และการค้า เพื่อสร้างมูลค่าในระยะยาว

ในอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญคือ FAB Securities ได้เริ่มออกบทวิเคราะห์หุ้นของ 2PointZero Group โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” และกำหนดราคาเป้าหมายไว้ที่ 3.30 เดอร์แฮมต่อหุ้น ซึ่งสะท้อนถึงจุดเด่นของกลุ่มในด้านการดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย รูปแบบการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI การจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย และผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่ง

ด้วยผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่ง 2PointZero จึงได้รับการจัดอันดับที่ 36 ในรายชื่อผู้นำด้านการเติบโตระดับโลกประจำปี 2026 ของ TIME ซึ่งเน้นย้ำถึงการเติบโตทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ผลการดำเนินงานในตลาดที่ยอดเยี่ยม และความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

ในเดือนกรกฎาคม 2026 ตลาดหลักทรัพย์อาบูดาบีได้ขยายตลาดอนุพันธ์โดยการจดทะเบียน 2PointZero Group เป็นหนึ่งในหกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นรายตัวใหม่ ซึ่งเป็นการขยายการมีส่วนร่วมของนักลงทุนต่างชาติ และยกระดับชื่อเสียงของบริษัทบนแพลตฟอร์มการซื้อขายระดับโลก

*ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260731538982/en

Contacts

Wassim El Jurdi
2PointZero Group
wassim@2PointZero.com

ที่มา: 2PointZero Group

Mary Kay เปิดตัวรายงานความยั่งยืนประจำปี 2026 ตอกย้ำความคืบหน้าครั้งสำคัญด้านผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมทั่วโลก

Logo

แบรนด์ความงามชั้นนำคว้าอันดับ 8 บนทำเนียบแบรนด์ที่มีผลกระทบทางสังคมยอดเยี่ยมประจำปี 2026 จาก Forbes

แดลลัส–(BUSINESS WIRE)–30 กรกฎาคม 2026

Mary Kay Inc. บริษัทความงามระดับโลกชั้นนำที่มีความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและการเสริมพลังผู้หญิงในวันนี้ได้เปิดตัวรายงานความยั่งยืนประจำปี 2026 โดยสรุปความคืบหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมายปี 2030 และเฉลิมฉลองความสำเร็จในปี 2025 รวมถึงความสำเร็จล่าสุดที่ยังคงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทั่วโลก

Mary Kay's annual 2026 Sustainability Report highlights the company's decades-long dedication to social, economic, and environmental sustainability - core pillars central to its business strategy and its purpose-driven legacy rooted in Mary Kay's mission of “enriching women’s lives” around the world. (Image Credit: Mary Kay Inc.)

รายงานความยั่งยืนประจำปี 2026 ของ Mary Kay ตอกย้ำความมุ่งมั่นตลอดหลายทศวรรษของบริษัทในด้านความยั่งยืนทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญที่เป็นหัวใจของกลยุทธ์ทางธุรกิจ และมรดกที่ขับเคลื่อนด้วยเจตนารมณ์อันมีรากฐานมาจากพันธกิจของ Mary Kay ในการ “เติมเต็มชีวิตของผู้หญิง” ทั่วโลก (ที่มาของภาพ: Mary Kay Inc.)

รายงานประจำปีฉบับนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นตลอดหลายทศวรรษของ Mary Kay ในด้านความยั่งยืนทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญของกลยุทธ์ทางธุรกิจ และมรดกที่ขับเคลื่อนด้วยเจตนารมณ์อันมีรากฐานมาจากพันธกิจของบริษัทในการ “เติมเต็มชีวิตของผู้หญิง” ทั่วโลก

“ความมุ่งมั่นของ Mary Kay ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้หญิงยังคงเป็นแนวทางในการดำเนินงาน การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนทั่วทั้งอุตสาหกรรมความงามไปพร้อมกับการส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการของผู้หญิงสำหรับผู้คนทุกรุ่นทั่วโลก” Ryan Rogers ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Mary Kay กล่าว “รายงานฉบับนี้สะท้อนถึงความคืบหน้าที่วัดผลได้ในการบรรลุความมุ่งมั่นปี 2030 ของเรา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ที่เรากำลังช่วยสร้างสรรค์ขึ้นให้กับผู้คน ชุมชน และโลกใบนี้”

ตั้งแต่ความหลากหลายทางชีวภาพและการดูแลรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเสริมพลังผู้หญิงและนวัตกรรมดิจิทัล Mary Kay ยังคงบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับธุรกิจของตนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกไปทั่วโลก โดยประเด็นสำคัญประจำปี 2025 มีดังนี้

ด้านสิ่งแวดล้อม

  •  บรรจุภัณฑ์ที่มีความรับผิดชอบ: Mary Kay ได้ยืนยันความมุ่งมั่นอีกครั้งในการลดความเข้มข้นของการใช้พลาสติก เพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลหลังการบริโภค (PCR) และเพิ่มสัดส่วนของบรรจุภัณฑ์ที่พร้อมรีไซเคิลหรือสามารถรีไซเคิลได้1 เช่น ขวดบรรจุภัณฑ์โลชันปรับสภาพผิว TimeWise® Targeted-Action® ของ Mary Kay มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลหลังการบริโภค (PCR) สูงถึง 94%2
  •  การอนุรักษ์ทรัพยากร: Mary Kay ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการใช้แหล่งกระดาษที่ยั่งยืนสำหรับกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ เอกสารสอดแทรกในกล่อง กล่องสำหรับจัดจำหน่าย และกล่องสำหรับจัดส่ง โดยกล่องกระดาษบรรจุผลิตภัณฑ์ของ Mary Kay 100% พร้อมสำหรับการรีไซเคิลในทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป โดย Mary Kay มีเป้าหมายที่จะทำให้กล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ 90% ได้รับการรับรองทั่วโลกภายในปี 2030 และกำลังให้การสนับสนุนองค์กรการจัดการด้านป่าไม้® (Forest Stewardship Council® – FSC®) ซึ่งเป็นองค์กรนอกภาครัฐระดับนานาชาติที่ส่งเสริมการจัดการป่าไม้ของโลกให้มีความเหมาะสมด้านสิ่งแวดล้อม เป็นประโยชน์ต่อสังคม และมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
  •  สมาชิกผู้สร้างผลกระทบเพื่อการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน: Mary Kay ได้ให้การสนับสนุนองค์กรระดับโลกต่าง ๆ เช่น สมาคมเชียสากล (Global Shea Alliance) มาตั้งแต่ปี 2023 และองค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil) มาตั้งแต่ปี 2014
  •  การจัดการน้ำ: น้ำ 100% ที่ใช้ในศูนย์การผลิต/การวิจัยและพัฒนาระดับโลกอย่าง Richard R. Rogers Manufacturing/R&D Center (R3) ในรัฐเท็กซัส ผ่านการบำบัดและหมุนเวียนกลับคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติในท้องถิ่น
  •  ความร่วมมือเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก: Mary Kay ได้เฉลิมฉลองความร่วมมือครบรอบ 39 ปี ร่วมกับ The Nature Conservancy ซึ่งครอบคลุมโครงการอนุรักษ์มากกว่า 100 โครงการที่ได้รับการสนับสนุนทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก

ด้านสังคม

  •  โครงการชมพูเปลี่ยนชีวิต (Pink Changing Lives)® : มีการบริจาคในรูปแบบเงินสดและสิ่งของมูลค่ามากกว่า 230 ล้านดอลลาร์โดย Mary Kay Inc. และมูลนิธิที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัททั้ง 4 แห่งทั่วโลกนับตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา3 รวมถึงรูปแบบการสนับสนุนทุนวิจัยโรคมะเร็ง การช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัว หรือการสร้างโอกาสให้กับผู้หญิงและครอบครัวของพวกเธอทั่วโลก
  •  การเสริมพลังผู้หญิง: ในระดับโลก มีผู้หญิงมากกว่า 600,000 คนที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกผ่านโครงการเสริมพลังที่มี Mary Kay เป็นผู้นำและให้การสนับสนุน ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านความเป็นผู้ประกอบการ การศึกษา และการพัฒนาชุมชน ในปี 2025 Mary Kay ได้สานต่อความร่วมมืออันยาวนานกับเมืองลูวิสวิลล์ (City of Lewisville) มูลนิธิการศึกษาเขตการศึกษาอิสระเมืองลูวิสวิลล์ (Lewisville Independent School District Education Foundation) และ INCubatoredu เพื่อสนับสนุนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการตลอดทั้งปีที่ออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนได้สัมผัสกับหลักการทางธุรกิจและการสร้างธุรกิจในโลกแห่งความเป็นจริง จนนำไปสู่กิจกรรมการนำเสนอแผนธุรกิจรอบสุดท้ายเพื่อแข่งขันชิงเงินทุนตั้งต้น
  •  อนาคตของการศึกษาด้าน STEM: มีการมอบทุนสนับสนุน 51 ทุนและเงินรางวัลมากกว่า 234,000 ดอลลาร์แก่หญิงสาวจาก 17 ประเทศที่กำลังศึกษาต่อในสายอาชีพด้าน STEM มีการมอบทุนสนับสนุน 10 ทุนให้แก่นักศึกษาหญิงผ่านโครงการทุนการศึกษา Madam C.J. Walker ร่วมกับสมาคมนักเคมีเครื่องสำอาง (Society of Cosmetic Chemists) โดยการสนับสนุนจาก Mary Kay ในปี 2025 หญิงสาวมากกว่า 300 คนได้เรียนรู้และสัมผัสกับเส้นทางสู่อาชีพด้าน STEM ผ่านประสบการณ์ภาคปฏิบัติ ณ ศูนย์การผลิต/การวิจัยและพัฒนาระดับโลกอย่าง Richard R. Rogers Manufacturing/R&D Center (R3)
  •  ความร่วมมือเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก: Mary Kay ทำหน้าที่เป็นองค์กรรางวัลพิเศษ (Special Award Organization – SAO) ในงานมหกรรมประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ (International Science and Engineering Fair) เมื่อปี 2024 และปี 2025 โดยมอบทุนสนับสนุนรวมทั้งหมด 18 ทุนให้แก่นักนวัตกรรมรุ่นใหม่ในด้าน STEM หลากหลายสาขาวิชา

ด้านเศรษฐกิจ

  •  การขับเคลื่อนด้วยพลังผู้หญิง: 63% ของทีมผู้บริหารระดับสูง, 64% ของนักวิจัยและพัฒนา, 79% ของทีมแบรนด์ระดับโลกและทีมความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก, 63% ของพนักงานทั่วโลก และ 60% ของตำแหน่งผู้นำในตลาด 10 อันดับแรกของ Mary Kay ดำรงตำแหน่งโดยผู้หญิง4 .
  •  การขยายธุรกิจทั่วโลก: Mary Kay ได้เฉลิมฉลองการดำเนินธุรกิจที่มีอยู่ทั่วโลกใน 40 ประเทศ ผ่านวาระครบรอบปีของเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ในปี 2025 ได้แก่ อาร์เจนตินา (45 ปี) จีน (30 ปี) โปรตุเกส (30 ปี) คาซัคสถาน (25 ปี) มาเลเซีย (25 ปี) ฟิลิปปินส์ (25 ปี) สโลวาเกีย (25 ปี) อาร์เมเนีย (15 ปี) และโคลอมเบีย (10 ปี)
  •  การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล: หัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของ Mary Kay คือ กลยุทธ์แบบคลาวด์เป็นอันดับแรก และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของบริษัทให้ทันสมัยอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการย้ายระบบแอปพลิเคชันเฉพาะกิจกว่า 95% ไปสู่ระบบซอฟต์แวร์ในฐานะการบริการ (SaaS) แบบบูรณาการ5 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่สำคัญ ตั้งแต่อีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงห่วงโซ่อุปทาน และระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP)6 เหตุการณ์สำคัญครั้งใหญ่ในปี 2025 คือการเปิดตัวแพลตฟอร์ม My Shop ในประเทศเยอรมนีและสหรัฐอเมริกา แพลตฟอร์ม My Shop ช่วยเสริมพลังให้ที่ปรึกษาความงามอิสระมีหน้าร้านออนไลน์ส่วนตัวที่บูรณาการเข้ากับระบบอีคอมเมิร์ซ ระบบการชำระเงิน และระบบการจัดส่งสินค้าของ Mary Kay อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในการซื้อสินค้าได้อย่างราบรื่น รวดเร็วทันใจ และสะดวกสบาย ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม My Shop กำลังทยอยเปิดให้บริการทั่วโลกในปี 2026 และปีต่อ ๆ ไป
  •  การได้รับการรับรองคุณภาพ: ศูนย์การผลิต/การวิจัยและพัฒนาระดับโลก Richard R. Rogers Manufacturing/R&D Center (R3) ของ Mary Kay ในเมืองลูวิสวิลล์ รัฐเท็กซัส ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22716 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสูงสุดสำหรับหลักปฏิบัติที่ดีด้านการผลิต (GMP) ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง
  •  การสนับสนุน: มีส่วนร่วมกับสมาคมการค้ามากกว่า 100 แห่งทั่วโลกในนโยบายหลากหลายประเด็น ตั้งแต่การขายตรงและการเป็นผู้ประกอบการ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล รวมถึงห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์

การครองอันดับสูงสุด: ในปี 2025 Mary Kay คว้ารางวัลองค์กร 25 รางวัล ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านความเป็นเลิศขององค์กร อุตสาหกรรมขายตรง ผลกระทบทางสังคม ความยั่งยืน ตลอดจนวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม

รางวัลระดับโลกชั้นแนวหน้าล่าสุด:

  •  Mary Kay ได้รับการขนานนามว่าเป็นแบรนด์ขายตรงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางแต่งแต้มสีสันอันดับ 1 ของโลก7 โดย Euromonitor International เป็นเวลา 4 ปีติดต่อกัน (ปี 2023–2026)
  •  Mary Kay คว้าอันดับ 2 ในทำเนียบการบริการลูกค้ายอดเยี่ยมประจำปี 2026 ของนิตยสาร Forbes ซึ่งขยับขึ้นมาจากอันดับ 93 ในปี 20258 Mary Kay เป็นแบรนด์ความงามเพียงหนึ่งเดียวที่ติดอยู่ใน 15 อันดับแรก และเป็นบริษัทขายตรงเพียงแห่งเดียวที่ติดอยู่ใน 50 อันดับแรก
  •  Mary Kay ติดอันดับ 8 จาก 5,500 แบรนด์ ในทำเนียบแบรนด์ที่มีผลกระทบทางสังคมยอดเยี่ยมประจำปี 2026 ของนิตยสาร Forbes9 ขยับขึ้นมาจากอันดับที่ 9 อันโดดเด่นที่ทำได้ในปี 2025 Mary Kay เป็นแบรนด์ความงามเพียงหนึ่งเดียวที่ติดอยู่ใน 15 อันดับแรก และเป็นบริษัทขายตรงเพียงแห่งเดียวในทำเนียบนี้
  •  Mary Kay คว้าอันดับ 19 ในการจัดอันดับ 100 บริษัทความงามชั้นนำประจำปี 2025 ของ Women’s Wear Daily Beauty Inc. ซึ่งประกาศผลในปี 2026

รายงานความยั่งยืนประจำปี 2026 ของ Mary Kay สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ อีกทั้งทำหน้าที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและพันธมิตรที่ต้องการขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกร่วมกัน

หากต้องการดูรายงานฉบับเต็ม โปรดไปที่นี่

เกี่ยวกับ Mary Kay

ในฐานะบุคคลหนึ่งซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการขจัดอุปสรรคเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านเพศ Mary Kay Ash ได้ก่อตั้งแบรนด์ความงามในฝันของเธอขึ้นที่รัฐเท็กซัสเมื่อปี 1963 ด้วยเป้าหมายเดียวคือการเติมเต็มชีวิตของผู้หญิง ความฝันนั้นได้เบ่งบานกลายเป็นบริษัทระดับโลกที่มีสมาชิกทีมขายอิสระหลายล้านคนใน 40 ตลาด เป็นเวลากว่า 60 ปีแล้วที่โอกาสจาก Mary Kay ได้เสริมพลังให้ผู้หญิงสามารถกำหนดอนาคตของตนเองผ่านการศึกษา การเป็นพี่เลี้ยง การสนับสนุน และนวัตกรรม Mary Kay ทุ่มเทให้กับการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงาม และการสร้างผลิตภัณฑ์ดูแลผิวล้ำสมัย เครื่องสำอางแต่งแต้มสีสัน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และน้ำหอม Mary Kay มีความเชื่อมั่นในการปกป้องรักษาโลกของเราไว้สำหรับคนรุ่นหลัง การปกป้องผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากโรคมะเร็งและความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงการสนับสนุนให้เยาวชนทำตามความฝันของตนเอง เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ marykayglobal.com พบกับเราได้ทาง Facebook, Instagram และ LinkedIn

1 รีไซเคิลได้เฉพาะในพื้นที่ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับเท่านั้น
2 สัดส่วนของวัสดุรีไซเคิลหลังการบริโภคอาจแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของวัสดุและภูมิภาค
3 แม้ว่าทางบริษัทจะให้การสนับสนุนด้านสาธารณกุศลมาเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว แต่เอกสารบันทึกอย่างเป็นทางการได้เริ่มต้นขึ้นในปี 1996 เมื่อมีการก่อตั้ง Mary Kay Ash Foundation® ในสหรัฐอเมริกา
4 สัดส่วนและการเป็นผู้นำของผู้หญิงที่ Mary Kay (พฤษภาคม 2026)
5 โซลูชันแพลตฟอร์ม SaaS: รูปแบบซอฟต์แวร์บนคลาวด์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันได้จากระยะไกลผ่านทางอินเทอร์เน็ต
6 โซลูชันระบบ ERP ระดับโลก: ระบบวางแผนทรัพยากรเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับการดำเนินงานข้ามชาติ ครอบคลุมหลายประเทศ ภูมิภาค สกุลเงิน และภาษา โดยรวมกระบวนการทางธุรกิจต่าง ๆ เช่น การเงิน ทรัพยากรบุคคล การขาย และการจัดการสินค้าคงคลัง ให้เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้การไหลเวียนของข้อมูลราบรื่นและการวิเคราะห์ข้อมูลทำได้แบบเรียลไทม์
7 “ที่มา: Euromonitor International Limited; Beauty and Personal Care ฉบับปี 2026, ยอดขายมูลค่า ณ ราคาขายปลีก (RSP), ข้อมูลปี 2025”
8 Alan Schwarz (14 ตุลาคม 2025), Forbes – การบริการลูกค้ายอดเยี่ยมประจำปี 2026: https://www.forbes.com/lists/best-customer-service/
9 Alan Schwarz (March 17, 2026), Forbes – แบรนด์ที่มีผลกระทบทางสังคมยอดเยี่ยมประจำปี 2026: https://www.forbes.com/lists/best-brands-social-impact/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260730240667/en

Contacts

Mary Kay Inc. Corporate Communications
newsroom.marykay.com
972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com

ที่มา: Mary Kay Inc.



Kioxia เปิดตัว SSD ระดับองค์กร PCIe ® 6.0 รุ่นแรกที่ใช้หน่วยความจำแฟลช BiCS FLASH™ รุ่นที่ 10 ล่าสุด

Logo

SSD ซีรีส์ KIOXIA CM10 มาพร้อมความสามารถในการระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรง: ประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงานระดับใหม่สำหรับเวิร์กโหลด AI

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–30 กรกฎาคม 2026

Kioxia Corporation ได้ประกาศเปิดตัวไดร์ฟ SSD ซีรีส์ KIOXIA CM10 ในวันนี้ ซึ่งมาพร้อมกับหน่วยความจำแฟลช TLC BiCS FLASH™ รุ่นที่ 10 ล่าสุดของบริษัท ไดร์ฟรุ่นใหม่นี้ออกแบบมาสำหรับเวิร์กโหลดระดับองค์กรและ AI ที่มีความต้องการสูง ซึ่งรวมถึงการประมวลผล AI และการแคชบริบท โดยรองรับสถาปัตยกรรม NVIDIA CMX™ พร้อมทั้งมอบประสิทธิภาพที่สูงขึ้นอย่างมาก รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและความยืดหยุ่นในการระบายความร้อนเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า (1)

KIOXIA CM10 Series Enterprise SSD

SSD ระดับองค์กร ซีรีส์ KIOXIA CM10

ซีรีส์ KIOXIA CM10 เป็น SSD ระดับองค์กร PCIe® 6.0 รุ่นแรกของ Kioxia และมีคุณสมบัติการระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบแผ่นระบายความร้อนโดยตรง ที่จะช่วยให้การติดตั้งระบบระบายความร้อนมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI รุ่นใหม่ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า (1) โดยซีรีส์ KIOXIA CM10 จะให้ประสิทธิภาพการอ่านแบบต่อเนื่องสูงขึ้นถึงประมาณ 92% และมีประสิทธิภาพการอ่านแบบสุ่มสูงขึ้นถึงประมาณ 85% โดยจะช่วยเร่งการประมวลผล AI และแอปพลิเคชันระดับองค์กรที่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมของระบบ

เนื่องจากโมเดล AI มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนมีพารามิเตอร์นับล้านล้านตัว และหน้าต่างบริบทขยายไปถึงโทเค็นนับล้าน ความต้องการพื้นที่จัดเก็บแคชบริบทประสิทธิภาพสูงจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสถาปัตยกรรมอย่าง NVIDIA CMX™ ขยายลำดับชั้นของหน่วยความจำออกไปนอกเหนือจากหน่วยความจำ GPU โดยใช้ประโยชน์จากหน่วยความจำแฟลชความเร็วสูง ทำให้ SSD ระดับองค์กรกลายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยซีรีส์ KIOXIA CM10 นั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้ ด้วยประสิทธิภาพ ความจุ และความทนทานที่จำเป็นสำหรับการใช้งาน AI ขนาดใหญ่

คุณสมบัติหลักของซีรีส์ KIOXIA CM10 ประกอบด้วย:

  • ความเป็นไปตามมาตรฐาน PCIe 6.0, NVMe™ 2.1 และ Open Compute Project (OCP) Datacenter NVMe SSD Specification v2.7 (2) รวมถึงการรองรับ NVMe Flexible Data Placement (FDP)
  • มีให้เลือกในฟอร์มแฟคเตอร์ E3.S, E1.S และ 2.5 นิ้ว(3) พร้อมความสามารถในการระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบแผ่นเย็นในฟอร์มแฟคเตอร์ E3.S และ E1.S 9.5 มม. (ทุกฟอร์มแฟคเตอร์รองรับสภาพแวดล้อมการระบายความร้อนด้วยอากาศแบบดั้งเดิม)
  • ความจุตั้งแต่ 1.60 TB ถึง 61.44 TB (แตกต่างกันไปตามฟอร์มแฟคเตอร์) พร้อมตัวเลือกความทนทานสำหรับการอ่านข้อมูลจำนวนมาก (1 DWPD) และการใช้งานแบบผสมผสาน (3 DWPD)
  • ใช้หน่วยความจำแฟลช KIOXIA BiCS FLASH™ รุ่นที่ 10 (332 เลเยอร์) ที่ล้ำสมัย ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานของ SSD
  • ตัวเลือกด้านความปลอดภัย ได้แก่ SIE, SED, SED FIPS 140-3 (วางแผนไว้แล้ว), การเข้ารหัสลับแบบโพสต์ควอนตัมที่แนะนำโดย CNSA 2.0 และการสนับสนุนการรับรอง SPDM 1.4

ไดรฟ์ซีรีส์ KIOXIA CM10 กำลังอยู่ในช่วงทดสอบกับลูกค้าบางราย (4) และจะจัดแสดงในงาน FMS: the Future of Memory and Storageซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม ที่เมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย

หมายเหตุ:
(1): เมื่อเปรียบเทียบกับ SSD ซีรีส์ KIOXIA CM9
(2): ไม่รองรับข้อกำหนดทั้งหมดของข้อกำหนด OCP Datacenter NVMe SSD v2.7
(3): ผลิตภัณฑ์ฟอร์มแฟคเตอร์ขนาด 2.5 นิ้ว เป็นไปตามมาตรฐาน PCIe 5.0 และใช้หน่วยความจำแฟลช TLC BiCS FLASH™ รุ่นที่ 8
(4): ตัวอย่างเหล่านี้มีไว้สำหรับการตรวจสอบการทำงานเท่านั้น และข้อกำหนดของตัวอย่างอาจแตกต่างกันไปในการผลิตจำนวนมาก

2.5 นิ้ว หมายถึงชื่อฟอร์มแฟคเตอร์ ไม่ใช่ขนาดทางกายภาพ

ความเร็วในการอ่านและเขียนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อุปกรณ์โฮสต์ ซอฟต์แวร์ (ไดรเวอร์ ระบบปฏิบัติการ ฯลฯ) และสภาวะการอ่าน/เขียน

คำจำกัดความของความจุ: Kioxia Corporation กำหนดให้เมกะไบต์ (MB) เท่ากับ 1,000,000 ไบต์ กิกะไบต์ (GB) เท่ากับ 1,000,000,000 ไบต์ และเทราไบต์ (TB) เท่ากับ 1,000,000,000,000 ไบต์ อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์จะรายงานความจุในการจัดเก็บข้อมูลโดยใช้เลขยกกำลังของ 2 สำหรับคำจำกัดความ 1GB = 2^30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ และ 1TB = 2^40 ไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ ดังนั้นจึงแสดงความจุในการจัดเก็บข้อมูลที่น้อยกว่า ความจุในการจัดเก็บข้อมูลที่ใช้งานได้ (รวมถึงตัวอย่างไฟล์มีเดียต่างๆ) จะแตกต่างกันไปตามขนาดไฟล์ การจัดรูปแบบ การตั้งค่า ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ และ/หรือแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า หรือเนื้อหาของไฟล์มีเดีย ความจุที่จัดรูปแบบจริงอาจแตกต่างกันไป

DWPD: จำนวนการเขียนข้อมูลลงไดรฟ์ต่อวัน การเขียนข้อมูลลงไดรฟ์เต็มความจุหนึ่งครั้งต่อวัน หมายความว่าไดรฟ์สามารถถูกเขียนและเขียนซ้ำจนเต็มความจุได้วันละครั้งทุกวัน ภายใต้เวิร์กโหลดที่กำหนดไว้ตลอดอายุการใช้งานที่ระบุไว้ ผลลัพธ์ที่แท้จริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการกำหนดค่าระบบ การใช้งาน และปัจจัยอื่นๆ

รุ่น SED ที่เป็นตัวเลือกเสริมรองรับ TCG Opal SSC ยกเว้นบางคุณสมบัติ
รุ่น SED ที่เป็นตัวเลือกเสริมนั้นไม่มีจำหน่ายในทุกประเทศเนื่องจากข้อกำหนดของท้องถิ่น

NVIDIA เป็นเครื่องหมายการค้าและ/หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ NVIDIA Corporation ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ

NVMe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียนของ NVM Express, Inc. ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ

เครื่องหมาย OCP และ OPEN COMPUTE PROJECT เป็นกรรมสิทธิ์ของ Open Compute Project Foundation และได้รับอนุญาตให้ใช้งานแล้ว

PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG

ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทบุคคลที่สาม

เกี่ยวกับ Kioxia

Kioxia คือผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ โดยมุ่งมั่นในการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายหน่วยความจำแฟลชและไดรฟ์โซลิดสเตท (SSD) โดยในเดือนเมษายน 2017 Toshiba Memory ซึ่งเป็นบริษัทก่อนหน้า ได้แยกตัวออกมาจาก Toshiba Corporation ที่เป็นบริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ในปี 1987 โดย Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วย “หน่วยความจำ” โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบที่สร้างทางเลือกให้กับลูกค้าและสร้างคุณค่าด้านหน่วยความจำให้กับสังคม เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช 3 มิติที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของ Kioxia อย่าง BiCS FLASH™ กำลังกำหนดอนาคตของการจัดเก็บข้อมูลในแอปพลิเคชันความหนาแน่นสูง รวมถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง พีซี ระบบยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล และระบบ Generative AI

*ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและรายละเอียดสินค้า เนื้อหาของบริการ และข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ณ วันที่ประกาศ แต่ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260729732832/en

Contacts

การสอบถามสำหรับสื่อ:
Kioxia Corporation
ฝ่ายบริหารการส่งเสริมการขาย
Satoshi Shindo
โทร.: +81-3-6478-2404

ที่มา: Kioxia Corporation

Toshiba เริ่มการผลิตไมโครคอนโทรลเลอร์ขนาดกะทัดรัดที่ใช้แกนประมวลผล Arm® Cortex®-M4 สำหรับการใช้งานควบคุมมอเตอร์เดี่ยวในปริมาณมาก

Logo

ฮาร์ดแวร์เฉพาะทางและฟังก์ชันด้านความปลอดภัยจะช่วยเร่งการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและอุปกรณ์อุตสาหกรรมในรุ่นถัดไป

เมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–30 กรกฎาคม 2026

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เริ่มการผลิตตระกูล TXZ+™ ระดับ Entry-Class ในปริมาณมาก M4L Group, เป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ขนาดกะทัดรัดที่ใช้แกนประมวลผล Arm® Cortex®-M4 พร้อมหน่วยประมวลผลเลขทศนิยม (Floating-Point Unit: FPU) สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค และอุปกรณ์อุตสาหกรรมในรุ่นถัดไป

Toshiba: TXZ+™ Family Entry Class M4L Group, compact microcontrollers featuring an Arm® Cortex®-M4 core with a floating point unit (FPU) for next-generation home appliances, consumer products and industrial equipment.

ซึ่งเป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ขนาดกะทัดรัดที่มีแกนประมวลผล Arm® Cortex®-M4 พร้อมกับหน่วยประมวลผลเลขทศนิยม (FPU) สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค และอุปกรณ์อุตสาหกรรมรุ่นถัดไป

ความต้องการด้านการประหยัดพลังงาน การออกแบบที่กะทัดรัด การเชื่อมต่อ IoT และการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค และอุปกรณ์อุตสาหกรรม จึงจำเป็นต้องใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์สำหรับการควบคุมมอเตอร์ที่เพิ่มฟังก์ชันต่างๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการพัฒนาและความเชื่อถือของระบบนอกเหนือจากการควบคุมที่มีความแม่นยำสูง

ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของ Toshiba เป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ขนาดกะทัดรัดที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อการใช้งานควบคุมมอเตอร์เดี่ยว โดยผสานรวมฮาร์ดแวร์ควบคุมมอเตอร์โดยเฉพาะ[1] , ฟังก์ชันด้านความปลอดภัย และมาตรการด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับฟังก์ชันการทำงานไว้ในชิปเดียว เมื่อถ่ายโอนการประมวลผลการควบคุมมอเตอร์ไปยังฮาร์ดแวร์เฉพาะ ก็จะช่วยลดภาระโหลดของ CPU ทำให้สามารถควบคุมมอเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความแม่นยำสูง

ไมโครคอนโทรลเลอร์ใช้แกนประมวลผล Arm® Cortex®-M4 พร้อม FPU และทำงานที่ความถี่สูงสุด 80 MHz ซึ่งจะรองรับช่วงแรงดันไฟจ่ายตั้งแต่ 2.7V ถึง 5.5V เพื่อให้ความสามารถในการใช้งานร่วมกับระบบที่ใช้แรงดันไฟ 3V และ 5V ที่มีอยู่ได้ ขณะเดียวกันก็ให้ความยืดหยุ่นในการออกแบบสูงให้กับการออกแบบใหม่ด้วย โดยมีแพ็กเกจขนาดเล็ก 4 ประเภทพร้อมกับขาตั้งแต่ 44 ถึง 64 ขา และมีการกำหนดค่าหน่วยความจำ 2 ประเภทที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถทำการเลือกตามความต้องการในการใช้งานได้ การผสานรวมออสซิลเลเตอร์ความเร็วสูงที่มีความถูกต้องแม่นยำ ±1%[2] และตัวเปรียบเทียบสำหรับตรวจจับกระแสเกินสำหรับการปิดระบบมอเตอร์ฉุกเฉินจะลดส่วนประกอบภายนอกและช่วยลดพื้นที่บนแผงวงจรได้ นอกจากนี้ ยังมีโหมด STOP2 ที่ใช้พลังงานต่ำที่รองรับการใช้งานที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์รุ่น 256KB[3] ใช้หน่วยความจำแฟลชแบบ Dual-Bank ที่มีบล็อกขนาด 128KB จำนวน 2 บล็อก ทำให้สามารถดำเนินการโปรแกรมหนึ่งได้ในขณะที่เขียนข้อมูลใหม่บนพื้นที่อื่น จึงทำการอัปเดตโปรแกรมได้โดยไม่ต้องหยุดการทำงานของระบบและเอื้อต่อการนำการอัปเดตเฟิร์มแวร์ผ่านเครือข่ายไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย ส่วนผลิตภัณฑ์รุ่น 128KB[4]มาพร้อมหน่วยความจำแบบ Data Flash ขนาด 64KB เพื่อรองรับการจัดเก็บข้อมูลบันทึกและการจัดการข้อมูลการกำหนดค่า

ในด้านความปลอดภัย ไมโครคอนโทรลเลอร์ได้ผสานรวม Chip Protection (CPRO), Secure Access Memory (SAM) และ Non-Rewritable Flash Protection (NRFP) ฟังก์ชันเหล่านี้จะช่วยป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต ควบคุมการเข้าถึงหน่วยความจำ และป้องกันพื้นที่สำคัญ เพื่อเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบผ่านการใช้งานที่ครอบคลุมอย่างหลากหลาย รวมถึงอุปกรณ์ IoT ด้วย

 ไมโครคอนโทรลเลอร์ยังผสานรวมอินเทอร์เฟซการสื่อสารเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานทั่วไปได้ด้วย เช่น Universal Asynchronous Receiver/Transmitter (UART), Serial Peripheral Interface (SPI), Inter-Integrated Circuit[5] และ Serial Memory Interface (SMIF) สำหรับการเชื่อมต่อกับหน่วยความจำภายนอก นอกจากนี้ ยังมีมาตรการด้านความปลอดภัยด้านฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ได้แก่ การตรวจจับความผิดปกติที่ครอบคลุมหน่วยความจำแฟลช, RAM, ตัวแปลงสัญญาณแอนะล็อกเป็นดิจิทัล และระบบนาฬิกา นอกจากนี้ Toshiba ยังจัดเตรียมซอฟต์แวร์ที่ผ่านการรับรองตาม UL 60730 Class B ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านฟังก์ชันการทำงานสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือน เพื่อช่วยให้ลูกค้าดำเนินการเกี่ยวกับขั้นตอนการรับรองของตนได้อย่างราบรื่น

 Toshiba สนับสนุนการประเมินและการพัฒนาด้วยเอกสารประกอบผลิตภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ตัวอย่าง และซอฟต์แวร์ของไดรเวอร์สำหรับควบคุมอุปกรณ์ต่อพ่วง นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดเตรียมบอร์ดการประเมินผลและสภาพแวดล้อมการพัฒนารูปแบบต่างๆ® โดยร่วมมือกับพันธมิตรในระบบนิเวศของ Arm เพื่อสนับสนุนลูกค้าตั้งแต่การเริ่มต้นปรับใช้ผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการผลิตในปริมาณมาก

Toshiba จะยังคงขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ของไมโครคอนโทรลเลอร์ที่ปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานควบคุมมอเตอร์และเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนการพัฒนา โดยมีส่วนร่วมในการเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของลูกค้าต่อไป

หมายเหตุ:

[1] Advanced Vector Engine 2 (A‑VE2): ทำการคำนวณการควบคุมแบบเวกเตอร์ด้วยฮาร์ดแวร์ความเร็วสูง

Advanced Programmable Motor Control Circuit 2 (A‑PMD2): ควบคุมการส่งออก PWM และการทำงานของชุดขับมอเตอร์

Advanced Encoder Input Circuit 2 (A‑ENC2): ตรวจจับสัญญาณจากเอนโคเดอร์ และรับตำแหน่งการหมุนและความเร็ว

[2] เงื่อนไขสำหรับความถูกต้องแม่นยำ ±1%:

แรงดันไฟจ่าย: 2.7V ถึง 5.5V, อุณหภูมิ: −40 ถึง 105°C

[3] TMPM4L4FYAUG, TMPM4L2FYADUG, TMPM4L2FYAQG, TMPM4L1FYAUG

[4] TMPM4L4FWAUG, TMPM4L2FWADUG, TMPM4L2FWAQG, TMPM4L1FWAUG

[5] Inter‑Integrated Circuit: มาตรฐานการสื่อสารแบบอนุกรมสำหรับการสื่อสารระยะใกล้ที่ความเร็วต่ำระหว่าง IC

 การใช้งาน

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภครุ่นถัดไป รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะและอุปกรณ์ที่มีฟังก์ชันการทำงานของ IoT
  • อุปกรณ์อุตสาหกรรมและระบบที่เป็นอัตโนมัติของโรงงาน
  • อุปกรณ์สำนักงานและอุปกรณ์เชิงพาณิชย์

 คุณลักษณะ

  • แกนประมวลผล Arm® Cortex®‑M4 ที่มี FPU: การทำงาน 80MHz (สูงสุด)
  • ฮาร์ดแวร์แบบควบคุมมอเตอร์โดยเฉพาะ
  • ฟังก์ชันด้านความปลอดภัย
  • การอัปเดตเฟิร์มแวร์ระหว่างการทำงาน (เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มี Code Flash ขนาด 256KB และใช้แฟลชแบบ Dual-Bank เท่านั้น)
  • ฟังก์ชันการวินิจฉัยด้วยตัวเองสำหรับความปลอดภัยทางด้านฟังก์ชันการทำงาน
  • ช่วงแรงดันจ่ายไฟ: 2.7V ถึง 5.5V
  •  หน่วยความจำภายใน
     หน่วยความจำแบบ Code Flash: 128KB, 256KB
     หน่วยความจำแบบ Data Flash: 64KB (เฉพาะผลิตภัณฑ์ Code Flash ขนาด 128KB เท่านั้น)
     RAM: 32KB
     VE RAM: 4KB
  • แพ็กเกจขนาดเล็ก 4 ประเภทที่มีขาตั้งแต่ 44 ถึง 64 ขา (LQFP/VQFN)

 ข้อมูลจำเพาะที่สำคัญ

 กลุ่มผลิตภัณฑ์

 M4L Group

 หมายเลขชิ้นส่วน[6]

 TMPM4L4FYAUG

 TMPM4L4FWAUG

 TMPM4L2FYADUG

 TMPM4L2FWADUG

 TMPM4L2FYAQG

 TMPM4L2FWAQG

 TMPM4L1FYAUG

 TMPM4L1FWAUG

 แกน CPU

 แกนประมวลผล Arm® Cortex ® -M4 ที่มี FPU
 – Memory protection unit (MPU)

 ความถี่การทำงานสูงสุด

80MHz

 ความถี่ของ
ออสซิลเลเตอร์

 ออสซิลเลเตอร์
ภายใน

10MHz (±1%)

 หน่วยความจำ
ภายใน

 Flash (code) (รอบโปรแกรม/ลบ: สูงสุด 100,000 ครั้ง)

256KB/128KB

 แฟลช (ข้อมูล)

 64KB[7]

 RAM

32KB ที่มีพาริตี

 VE RAM

4KB

 พอร์ต I/O

51 ขา

35 ขา

31 ขา

 การขัดจังหวะภายนอก

21 ปัจจัย, 21 ขา

13 ปัจจัย, 13 ขา

9 ปัจจัย, 9 ขา

 คอนโทรลเลอร์ DMA (DMAC)

32 ช่องสัญญาณ

30 ช่องสัญญาณ

28 ช่องสัญญาณ

 ฟังก์ชัน
ตัวตั้งเวลา

 ตัวนับเหตุการณ์ของตัวตั้งเวลา
แบบ 32 บิต
 (T32A)

5 ช่องสัญญาณ

(10 ช่องสัญญาณหากใช้เป็นตัวตั้งเวลาแบบ 16 บิต)

 ฟังก์ชัน
การสื่อสาร

 UART

6 ช่องสัญญาณ

5 ช่องสัญญาณ

4 ช่องสัญญาณ

 I2 C
 อินเทอร์เฟซเวอร์ชัน A
 EI2C

2 ช่องสัญญาณ

1 ช่องสัญญาณ

 TSPI

3 ช่องสัญญาณ

2 ช่องสัญญาณ

 SMIF

1 ช่องสัญญาณ

 ฟังก์ชัน
 อนาล็อก

 ตัวแปลง AD
(ADC) แบบ 12 บิต

อินพุต 14 ช่อง ใน 2 ชุด

อินพุต 9 ช่อง ใน 2 ชุด

อินพุต 8 ช่อง ใน 2 ชุด

 ตัวแปลง AD
(ADC) แบบ 8 บิต

2 ช่องสัญญาณ

 ตัวเปรียบเทียบ

 (COMP)

6 ช่องสัญญาณ

 วงจรควบคุม
มอเตอร์

 วงจร
 ควบคุมมอเตอร์
แบบโปรแกรมได้
 ขั้นสูง 2
 (A-PMD2)

1 ช่องสัญญาณ

 วงจรอินพุตเอนโคดเดอร์ขั้นสูง 2

 (A-ENC2)

1 ช่องสัญญาณ

 เครื่องมือประมวลผลเวกเตอร์ขั้นสูง 2

 (A-VE2)

1 ช่องสัญญาณ

 อื่นๆ

 วงจรการคำนวณ
 CRC

 (CRC)

1 ช่องสัญญาณ (CRC32, CRC16)

 ฟังก์ชัน
 ของระบบ

 ตัวจับเวลาเฝ้าระวัง

 (SIWDT)

1 ช่องสัญญาณ

 วงจรตรวจจับ
 แรงดันไฟฟ้า

 (LVD)

1 ช่องสัญญาณ

 ตัวตรวจจับ
ความถี่ออสซิลเลชัน

 (OFD)

1 ช่องสัญญาณ

 ฟังก์ชันด้านความปลอดภัย

Chip Protection (CPRO), Secure Access Memory (SAM),

Non‑Rewritable Flash Protection (NRFP)

 อินเทอร์เฟซสำหรับดีบัก

JTAG / SW

TRACE(2บิต)

JTAG/SW

 แรงดันไฟฟ้าที่ใช้งาน

2.7V ถึง 5.5V, แหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าเดียว

 แพ็กเกจ/ขา

LQFP64

(10mm×10mm, ระยะพิทช์ 0.5mm)

LQFP48

(7mm×7mm, ระยะพิทช์ 0.5mm)

VQFN48

(7mm×7mm, ระยะพิทช์ 0.5mm)

LQFP44

(10mm×10mm, ระยะพิทช์ 0.8mm)

หมายเหตุ:

[6] “FY” ในหมายเลขชิ้นส่วนจะหมายถึงหน่วยความจำ Code Flash ขนาด 256KB และ “FW” หมายถึงขนาด 128KB

 [7] ผลิตภัณฑ์ Code Flash ขนาด 128KB[4] เท่านั้น

ปฏิบัติตามลิงก์ด้านล่างสำหรับข้อมูล M4L Group เพิ่มเติม
M4L Group

ปฏิบัติตามลิงก์ด้านล่างสำหรับข้อมูลไมโครคอนโทรลเลอร์ของ Toshiba เพิ่มเติม
ไมโครคอนโทรลเลอร์

* Arm และ Cortex เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Arm Limited (หรือบริษัทในเครือ) ในสหรัฐอเมริกา และ/หรือประเทศอื่นๆ
* TXZ+™ เป็นเครื่องหมายการค้าของ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้องของเครื่องหมายการค้าดังกล่าว
* ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูลล่าสุดในวันที่มีการประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง ใช้ประสบการณ์และนวัตกรรมมากกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์แบบแยกส่วน ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ

โดยพนักงานกว่า 17,400 คนทั่วโลกของบริษัทยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ให้สูงสุด และส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในการร่วมสร้างมูลค่าและตลาดใหม่ๆ โดยบริษัทยังมุ่งหวังที่จะร่วมสร้างและสนับสนุนอนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้คนในทุกๆ ที่

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260729657870/en

Contacts

แบบสอบถามสำหรับลูกค้า:
แผนกการขายและการตลาดอุปกรณ์ทางด้าน MCU และอุปกรณ์ดิจิทัล
โทรศัพท์: +81-44-548-2233
ติดต่อเรา

แบบสอบถามสำหรับสื่อมวลชน:
C. Nagasawa
แผนกการสื่อสารและข่าวกรองด้านการตลาด
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

อุปกรณ์หน่วยความจำแฟลชแบบฝังตัว UFS 5.0 รุ่นใหม่จาก Kioxia ช่วยให้สามารถใช้งาน AI บนอุปกรณ์ได้

Logo

สร้างขึ้นบนมาตรฐาน JEDEC UFS 5.0 ล่าสุด มอบประสิทธิภาพการอ่านแบบต่อเนื่องสูงสุดถึง 10 GB/s

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–29 กรกฎาคม 2026

Kioxia Corporation ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ ประกาศเปิดตัว UFS ในวันนี้(1) โซลูชันหน่วยความจำแฟลชแบบฝังตัว 5.0 ออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และความจุที่จำเป็นสำหรับอุปกรณ์พกพาและอุปกรณ์ Edge ที่รองรับ AI รุ่นต่อไป โซลูชันใหม่นี้จะได้รับการสาธิตในสัปดาห์หน้าในงาน FMS: อนาคตของหน่วยความจำและการจัดเก็บข้อมูล และขณะนี้มีตัวอย่างเชิงพาณิชย์ให้เลือกในความจุ 1 TB และ 512 GB คาดว่าจะเริ่มการผลิตจำนวนมากภายในสิ้นปี 2026

UFS 5.0 Embedded Flash Memory Devices

อุปกรณ์หน่วยความจำแฟลชแบบฝังตัว UFS 5.0

อุปกรณ์ใหม่ของ Kioxia สร้างขึ้นบนมาตรฐาน JEDEC UFS 5.0 ล่าสุด โดยใช้ประโยชน์จากเลเยอร์ทางกายภาพ MIPI M-PHY v6.0 และโปรโตคอล UniPro v3.0 รวมถึงการทำงานของ HS-Gear6 เพื่อรองรับความเร็วอินเทอร์เฟซตามทฤษฎีสูงสุดถึง 46.6 Gb/s ต่อเลน และประสิทธิภาพการอ่าน/เขียนแบบสองเลนที่มีประสิทธิภาพประมาณ 10.8 GB/s

เนื่องจากภาระงาน AI ย้ายไปสู่อุปกรณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูลจึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ AI แบบหลายโมดอล การประมวลผลภาพขั้นสูง และการอนุมานแบบเรียลไทม์ ต้องการการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างที่จัดเก็บและหน่วยประมวลผลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น จนถึงปัจจุบัน ประสิทธิภาพการอ่านของ UFS เป็นปัจจัยจำกัดสำหรับ AI บนอุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจำกัดความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลของโมเดลภาษาขนาดใหญ่และภาระงาน AI อื่นๆ UFS 5.0 ของ Kioxia ช่วยขจัดปัญหาคอขวดเหล่านี้ ทำให้การโหลดแอปพลิเคชันเร็วขึ้น การตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น และประสบการณ์การใช้งานที่ไม่เคยมีมาก่อนในแอปพลิเคชัน AI บนอุปกรณ์ เมื่อเทียบกับ UFS 4.1

โซลูชัน UFS 5.0 ของ Kioxia ผสานรวมคอนโทรลเลอร์ UFS 5.0 ที่พัฒนาขึ้นเองภายในบริษัท เข้ากับหน่วยความจำแฟลช 3 มิติ BiCS FLASH™ เจนเนอเรชั่น 8 ของ Kioxia เพื่อมอบประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน และขนาดบรรจุภัณฑ์ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ Kioxia รุ่นก่อนหน้า(2) รวมถึง:

  •  ประสิทธิภาพการอ่านแบบต่อเนื่องสูงสุดถึง 10 GB/s(3)
  •  ประสิทธิภาพการเขียนข้อมูลแบบต่อเนื่องสูงสุดถึง 9.0 GB/s(4)
  •  ประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า(2)
  • การจัดการความร้อนที่ดียิ่งขึ้น
  •  แพ็คเกจ BGA ขนาดกะทัดรัด 7.5 × 13 มม. เล็กกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนหน้า(2)
  • มีให้เลือก 2 ความจุ คือ 1 TB และ 512 GB

แม้ว่า UFS 5.0 ของ Kioxia จะได้รับการออกแบบมาเพื่อสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่มี AI ในตัว แต่ก็ยังเหมาะสำหรับแท็บเล็ตที่ใช้ AI, ระบบเกม, อุปกรณ์ AR/VR, หุ่นยนต์, กล้องรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ และแอปพลิเคชันระดับอุตสาหกรรมที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในเครื่องที่รวดเร็วสำหรับงาน AI ที่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก

Kioxia ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ UFS อย่างต่อเนื่องด้วยนวัตกรรมหน่วยความจำแฟลชที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับความจุที่สูงขึ้น ประสิทธิภาพที่มากขึ้น และประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นในแอปพลิเคชันมือถือและแอปพลิเคชัน Edge ที่ใช้ AI และจะสาธิตโซลูชันหน่วยความจำแฟลชแบบฝัง UFS 5.0 ที่งาน FMS: อนาคตของหน่วยความจำและการจัดเก็บข้อมูล

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:
https://www.kioxia.com/en-jp/business/memory/ufs.html

Notes:

(1)

หน่วยความจำแฟลชอเนกประสงค์ (UFS) เป็นประเภทผลิตภัณฑ์ของหน่วยความจำฝังตัวที่สร้างขึ้นตามมาตรฐาน JEDEC UFS เนื่องจากมีอินเทอร์เฟซแบบอนุกรม UFS จึงรองรับการอ่านและเขียนข้อมูลแบบสองทิศทาง (full duplexing) ซึ่งช่วยให้สามารถอ่านและเขียนข้อมูลพร้อมกันระหว่างโปรเซสเซอร์หลักและอุปกรณ์ UFS ได้

(2)

เมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์รุ่นก่อนหน้าขนาด 512 GB “THGJFRT2G48BATV” และอุปกรณ์ขนาด 1 TB “THGJFRT3G88BATW” ตามลำดับ

(3)

รุ่น UFS 5.0 ความจุ 512 GB / 1 TB

(4)

รุ่น UFS 5.0 1 TB

* ในการกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ Kioxia ทุกครั้ง: ความหนาแน่นของผลิตภัณฑ์จะระบุตามความหนาแน่นของชิปหน่วยความจำภายในผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ปริมาณความจุหน่วยความจำที่ผู้ใช้ปลายทางสามารถใช้จัดเก็บข้อมูลได้ ในแง่ของความจุของผลิตภัณฑ์ ความจุในการจัดเก็บข้อมูลที่ผู้ใช้สามารถใช้ได้ (รวมถึงตัวอย่างไฟล์มีเดียต่างๆ) จะแตกต่างกันไปตามขนาดไฟล์ การจัดรูปแบบ การตั้งค่า ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ แอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า เนื้อหาสื่อ และข้อจำกัดอื่นๆ ความจุที่จัดรูปแบบจริงอาจแตกต่างกันไป บริษัท KIOXIA กำหนดให้ 1 กิกะบิต (Gb) เท่ากับ 1,073,741,824 บิต 1 เมกะไบต์ (MB) เท่ากับ 1,000,000 ไบต์ 1 กิกะไบต์ (GB) เท่ากับ 1,000,000,000 ไบต์ และ 1 เทราไบต์ (TB) เท่ากับ 1,000,000,000,000 ไบต์ อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์จะรายงานความจุในการจัดเก็บข้อมูลโดยใช้เลขยกกำลังของ 2 โดยกำหนดให้ 1 GB = 2^30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ และ 1 TB = 2^40 ไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์

*1 Gbps คำนวณได้เป็น 1,000,000,000 บิต/วินาที และ 1 GB/วินาที คำนวณได้เป็น 1,000,000,000 ไบต์/วินาที
*ความเร็วในการอ่านและเขียนเป็นค่าที่ดีที่สุดที่ได้จากการทดสอบในสภาพแวดล้อมเฉพาะที่บริษัท Kioxia Corporation และบริษัท Kioxia Corporation ไม่รับประกันความเร็วในการอ่านหรือเขียนในอุปกรณ์แต่ละเครื่อง ความเร็วในการอ่านและเขียนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้และขนาดไฟล์ที่อ่านหรือเขียน
*ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทบุคคลที่สาม

เกี่ยวกับ Kioxia

Kioxia คือผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ โดยมุ่งมั่นในการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายหน่วยความจำแฟลชและไดรฟ์โซลิดสเตท (SSD) ในเดือนเมษายน 2017 บริษัท Toshiba Memory ซึ่งเป็นบริษัทต้นกำเนิดของ Kioxia ได้แยกตัวออกมาจาก Toshiba Corporation บริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ในปี 1987 Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วย “หน่วยความจำ” โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบที่สร้างทางเลือกให้กับลูกค้าและสร้างคุณค่าด้านหน่วยความจำให้กับสังคม เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช 3 มิติที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของ Kioxia อย่าง BiCS FLASH™ กำลังกำหนดอนาคตของการจัดเก็บข้อมูลในแอปพลิเคชันความหนาแน่นสูง รวมถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง พีซี SSD ระบบยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล และระบบ AI เชิงสร้างสรรค์

การสอบถามจากลูกค้า:
สำนักงานขายทั่วโลก
https://www.kioxia.com/en-jp/business/buy/global-sales.html

*ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ มีความถูกต้อง ณ วันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260728911049/en

Contacts

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสื่อ:
Kioxia Corporation
ฝ่ายบริหารการส่งเสริมการขาย
Satoshi Shindo
โทร: +81-3-6478-2404

ที่มา: Kioxia Corporation

Kioxia ประกาศเปิดตัว E1.S SSD รุ่นใหม่สำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสภาพแวดล้อมระดับไฮเปอร์สเกล

Logo

KIOXIA NX1 Series Data Center NVMe™ SSD ใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมรองรับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรง

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–29 กรกฎาคม 2026

Kioxia Corporation วันนี้ได้ประกาศเปิดตัว KIOXIA NX1 Series ของไดรฟ์โซลิดสเตต (SSD) ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ของ E1.S PCIe® 5.0 NVMe™ Data Center SSD และเป็น SSD รุ่นแรกของ Kioxia ที่รองรับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรง KIOXIA NX1 Series มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมตัวควบคุมที่พัฒนาขึ้นภายในบริษัทเป็นรุ่นถัดไปของ Kioxia ซึ่งช่วยเปิดขีดความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์ในปัจจุบัน พร้อมทั้งวางรากฐานสำหรับฟีเจอร์ต่างๆ ในอนาคต โดยไดรฟ์รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อมอบหน่วยจัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงานสำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่รองรับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) และสภาพแวดล้อมศูนย์ข้อมูลระดับไฮเปอร์สเกล

KIOXIA NX1 Series Data Center SSD

KIOXIA NX1 Series Data Center SSD

KIOXIA NX1 Series เป็นรุ่นสืบทอดของ KIOXIA XD Series และใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพของ PCIe® 5.0 เพื่อช่วยผู้ให้บริการคลาวด์และผู้ให้บริการระดับไฮเปอร์สเกลในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสม โดยที่ยังคงรักษาประสิทธิภาพในการดำเนินงานไว้ได้ เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า1 KIOXIA NX1 SSDs มอบประสิทธิภาพการเขียนข้อมูลแบบต่อเนื่องสูงขึ้นถึงประมาณ 38% และประสิทธิภาพการเขียนข้อมูลแบบสุ่มสูงขึ้นถึงประมาณ 20%2

ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หน่วยจัดเก็บข้อมูลต้องก้าวตามให้ทันกับการออกแบบเซิร์ฟเวอร์ที่มีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นและเต็มไปด้วยตัวเร่งความเร็ว โดยรูปแบบขนาด E1.S ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของหน่วยจัดเก็บข้อมูลได้สูงสุด ในขณะเดียวกันก็รองรับการจัดการความร้อนขั้นสูง รวมถึงรูปแบบการระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงที่เข้ากันได้กับแผ่นความเย็น ซึ่งช่วยให้การระบายความร้อนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมเซิร์ฟเวอร์ AI สมรรถนะสูง

ฟีเจอร์เพิ่มเติม:

  • พร้อมให้บริการในรูปแบบขนาด E1.S 9.5 มม. (รองรับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงและระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ) และ E1.S 15 มม. (รองรับระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ)
  •  1 DWPD (Drive Writes Per Day) สำหรับแอปพลิเคชันที่เน้นการอ่านข้อมูล โดยมีกลุ่มความจุให้เลือกตั้งแต่ 1.92 TB ไปจนถึง 15.36 TB3
  •  เป็นไปตามข้อกำหนดทางเทคนิคของ PCIe® 5.0, NVMe™ 2.0 และ Open Compute Project (OCP) Datacenter NVMe™ SSD 2.6 รวมถึงรองรับ NVMe Flexible Data Placement (FDP)
  • ผลิตด้วยเทคโนโลยีหน่วยความจำ KIOXIA BiCS FLASH™ generation 8 TLC โดยใช้สถาปัตยกรรม CMOS directly Bonded to Array (CBA)
  •  รูปแบบความปลอดภัยที่เป็นทางเลือกแบบ Self-Encrypting Drive (SED) ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน TCG Opal4,5

ขณะนี้ KIOXIA NX1 Series อยู่ระหว่างการส่งมอบผลิตภัณฑ์ตัวอย่างให้แก่ลูกค้ากลุ่มไฮเปอร์สเกลบางราย โดยไดรฟ์รุ่นใหม่นี้จะนำไปจัดแสดงที่ FMS: the Future of Memory and Storage ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4 – 6 สิงหาคม ณ เมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย

บทความ KIOXIA Insights ที่เกี่ยวข้อง: โซลูชันหน่วยจัดเก็บข้อมูลที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับ AI

หมายเหตุ:

1: เมื่อเทียบกับ KIOXIA XD8 Series SSD

2: ความเร็วในการอ่านและการเขียนอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง เช่น อุปกรณ์โฮสต์ ซอฟต์แวร์ (ไดรเวอร์ ระบบปฏิบัติการ ฯลฯ) และเงื่อนไขการอ่าน/การเขียน

3: นิยามของความจุ: Kioxia Corporation นิยามว่าเมกะไบต์ (MB) เท่ากับ 1,000,000 ไบต์ กิกะไบต์ (GB) เท่ากับ 1,000,000,000 ไบต์ และเทราไบต์ (TB) เท่ากับ 1,000,000,000,000 ไบต์ อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์จะรายงานความจุของหน่วยจัดเก็บข้อมูลโดยใช้เลขยกกำลัง 2 สำหรับนิยามของ 1GB = 2^30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ และ 1TB = 2^40 ไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ จึงแสดงความจุของหน่วยจัดเก็บข้อมูลน้อยกว่า ความจุของหน่วยจัดเก็บข้อมูลที่ใช้งานได้จริง (รวมถึงตัวอย่างของไฟล์สื่อต่าง ) จะแตกต่างกันไปตามขนาดไฟล์ การฟอร์แมต การตั้งค่า ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ และ/หรือแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมาล่วงหน้า หรือเนื้อหาสื่อ ทั้งนี้ความจุที่ฟอร์แมตแล้วจริงอาจแตกต่างกันไป

4: รุ่น SED ที่เป็นทางเลือก รองรับ TCG Opal SSC ยกเว้นบางฟีเจอร์

5: รุ่น SED ที่เป็นทางเลือก ไม่มีจำหน่ายในบางประเทศ เนื่องจากข้อบังคับท้องถิ่น

NVMe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียนของ NVM Express, Inc. ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น

OCP และ OPEN COMPUTE PROJECT เป็นเครื่องหมายการค้าของ Open Compute Project Foundation

PCI Express และ PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG

ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่น อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทภายนอก

เกี่ยวกับ Kioxia

Kioxia เป็นผู้นำระดับโลกในด้านโซลูชันหน่วยความจำ ซึ่งทุ่มเทด้านการพัฒนา การผลิต รวมถึงการจำหน่ายแฟลชเมมโมรีและไดรฟ์โซลิดสเตต (SSD) โดยในเดือนเมษายน 2017 Toshiba Memory ที่เป็นผู้สืบทอดรุ่นก่อนหน้า ได้แยกตัวออกมาจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นแฟลชเมมโมรีแบบ NAND ในปี 1987 ทั้งนี้ Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วย “หน่วยความจำ” โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบต่าง ๆ ที่สร้างทางเลือกให้แก่ลูกค้า และสร้างคุณค่าที่ขับเคลื่อนด้วยหน่วยความจำให้แก่สังคม นอกจากนี้ เทคโนโลยีแฟลชเมมโมรีแบบ 3D อันเป็นนวัตกรรมของ Kioxia อย่าง BiCS FLASH™ กำลังกำหนดทิศทางอนาคตของหน่วยจัดเก็บข้อมูลในแอปพลิเคชันที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งรวมถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง, PC, ระบบยานยนต์, ศูนย์ข้อมูล และระบบปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI)

*ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาของบริการ และข้อมูลการติดต่อ มีความถูกต้อง ณ วันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260728553833/en

Contacts

ช่องทางสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน:
Kioxia Corporation
Promotion Management Division
Satoshi Shindo
โทรศัพท์: +81-3-6478-2404

ที่มา: Kioxia Corporation

The Bangkok Reporter