Premier Jumping League (PJL) & McCarthy Jumping Team ประกาศการซื้อครั้งสำคัญ

Logo

การเข้าซื้อทีมด้วยมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ McCarthy Jumping Team จึงกลายเป็นกลุ่มเจ้าของทีม PJL กลุ่มแรก

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าของนักลงทุนในอนาคตของการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางระดับมืออาชีพ โดยเฉพาะฤดูกาลเปิดตัวในปี 2027 ที่หลายคนตั้งตารอ ซึ่งจะมีทีมเข้าร่วมแข่งขัน 16 ทีม ใน 14 รายการระดับนานาชาติ

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–29 มิถุนายน 2026

Premier Jumping League (PJL) ประกาศในวันนี้ว่า Jason McCarthy ซึ่งเป็นทั้งนักลงทุน นักค้าหุ้น และนักแข่งรถมืออาชีพมากประสบการณ์ พร้อมด้วยบริษัท McCarthy Jumping League LLC ได้เข้าซื้อทีมแรกของ PJL ด้วยมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จที่กำลังเติบโตของลีกการแข่งขันการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางระดับมืออาชีพที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงนี้

The Premier Jumping League (PJL), photographed by Daniel Benson.

Premier Jumping League (PJL) ถ่ายภาพโดย Daniel Benson

การลงทุนครั้งสำคัญนี้แสดงถึงมูลค่าซึ่งหาที่เปรียบไม่ได้สำหรับทีมในการแข่งขันกีฬาประเภทใหม่ และตอกย้ำความเชื่อมั่นที่นักลงทุนรายใหญ่มีต่อ PJL

ฤดูกาลแรกของ PJL มีกำหนดเริ่มต้นในเดือนเมษายน 2027

McCarthy นำประสบการณ์ด้านการลงทุนและการซื้อขายที่กว้างขวางมาสู่การแข่งขันลีก McCarthy ดำรงตำแหน่งผู้นำในภาคการเงินมาตลอดอาชีพการงาน จบการศึกษาจาก MIT เป็นผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของบริษัทซื้อขายหลักทรัพย์ที่ดำเนินงานในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศที่หลากหลาย McCarthy และ Newsha ภรรยา และ Natalia ลูกสาว ต่างมีความหลงใหลในม้าอย่างมาก โดยเป็นเจ้าของฟาร์มม้าใน Watermill, NY และ Wellington, FL Natalia เป็นนักขี่ม้าเยาวชนที่ใฝ่ฝันที่จะเข้าแข่งขันการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางในระดับสูงสุดในอนาคต

การเข้าซื้อกิจการของ McCarthy Jumping Team สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและมุ่งมั่นในเงินรางวัล 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก McCourt Global รวมถึงวิสัยทัศน์ระยะยาว รูปแบบธุรกิจ และความมั่นคงทางการเงินของ PJL พร้อมกันนี้ PJL กำลังสร้างตัวเองให้เป็นทรัพย์สินด้านกีฬาที่น่าลงทุน โดยมีเส้นทางที่ชัดเจนสู่การเพิ่มมูลค่า ด้วยการมุ่งเน้นอย่างมีวินัยในการขยายศักยภาพเชิงพาณิชย์ของการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง

McCarthy กล่าวถึงการลงทุนครั้งนี้ว่า “เช่นเดียวกับ Frank McCourt การเดินทางของครอบครัวเราเข้าสู่กีฬานี้เริ่มต้นจาก Newsha ภรรยาของผม ผู้ซึ่งมีความรักในม้ามาตลอดชีวิต ได้นำพาเราเข้าสู่โลกแห่งการขี่ม้าเป็นครั้งแรก ด้วยความหลงใหลของเธอ เราจึงกลายเป็นแฟนของการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางและพัฒนาความชื่นชมอย่างลึกซึ้งต่อความสัมพันธ์อันพิเศษระหว่างม้าและผู้ขี่

เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งในวิสัยทัศน์ของ PJL ซึ่งเป็นลีกที่มุ่งมั่นในมาตรฐานทางจริยธรรมสูงสุด มีคุณธรรม พร้อมผลการแข่งขันระดับยอดเยี่ยม โดยมีรูปแบบธุรกิจที่ยั่งยืนเป็นรากฐาน ซึ่งดึงดูดนักกีฬาที่ดีที่สุดจากทั่วโลกและมอบประสบการณ์ให้กับแฟนๆ เทียบเท่ากับการแข่งขันกีฬาระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

เรามองเห็นศักยภาพมหาศาลของกีฬาชนิดนี้ที่จะสามารถขยายฐานผู้ชมไปทั่วโลก ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงรักษาคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ของกีฬาชนิดนี้ไว้ เรามั่นใจว่า PJL จะช่วยให้ศักยภาพนั้นเป็นจริงและขับเคลื่อนการเติบโตที่มีความหมายให้กับกีฬาที่เราหลงรัก”

Frank McCourt ประธานกรรมการบริหารของ McCourt Global กล่าวเสริมว่า “การลงทุนครั้งนี้เป็นการยืนยันอย่างแน่วแน่ถึงวิสัยทัศน์ของ PJL และศักยภาพในอนาคตของการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง ตั้งแต่เริ่มต้น เรามีความมุ่งมั่นที่จะดึงดูดเงินทุนใหม่และโอกาสในการเติบโตใหม่ ๆ ให้กับกีฬาชนิดนี้ Jason และครอบครัวของเขาเป็นตัวแทนของค่านิยมและจริยธรรมที่เรามุ่งมั่นที่จะรักษาไว้ในลีก และเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ McCarthy Jumping Team ในฐานะที่เป็นกลุ่มเจ้าของกลุ่มแรกของ PJL”

เกี่ยวกับ Premier Jumping League (PJL)

PJL คือการแข่งขันระดับโลกที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ โดยมีทีมเข้าร่วม 16 ทีม และเป็นการกำหนดนิยามใหม่ของยุคสมัยแห่งการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง

ด้วยการสนับสนุนจาก McCourt Global และประธานบริหาร Frank McCourt รวมถึงการร่วมมือจากผู้นำในวงการกีฬาขี่ม้า การแข่งขันระดับนานาชาติ และความบันเทิง PJL จึงสามารถรวบรวมนักขี่ม้าและม้าชั้นนำของโลกมาเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อชิงเงินรางวัลที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการนี้ (เงินรางวัลรับประกัน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสามปีแรก) ณ สถานที่จัดการแข่งขันอันโด่งดัง 14 แห่งในอเมริกาเหนือ ยุโรป และตะวันออกกลาง

ลีก PJL ได้รับการออกแบบมาเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมกลุ่มใหม่ได้สัมผัสกับกีฬาชนิดนี้ไปพร้อมๆ กับการเคารพในมรดกของกีฬา โดยผสมผสานสมรรถนะทางกีฬาที่ยอดเยี่ยมเข้ากับความบันเทิงระดับพรีเมียม ซึ่งได้รับการเสริมความแข็งแกร่งด้วยความร่วมมือระหว่างลีกกับ Box to Box Films (บริษัทผู้ผลิตเบื้องหลังรายการ ‘Drive to Survive’ ของ F1) และได้รับการสนับสนุนโดยใช้รูปแบบการออกอากาศแบบฟรี

เทคโนโลยีล้ำสมัย ความโปร่งใสอย่างแท้จริง และรูปแบบทีมที่สร้างสรรค์ ช่วยเพิ่มความตื่นเต้น ความเข้มข้น และการแข่งขันที่ดุเดือด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกีฬาระดับสูง ปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดกีฬาและความบันเทิงระดับโลกต้องการ โดยไม่ลดทอนคุณค่าหลักของกีฬาชนิดนี้

PJL มีความโดดเด่นด้วยความมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานสูงสุดด้านสวัสดิภาพของม้าและผู้ขี่

PJL ยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับ FEI ในขณะที่ลีกดำเนินการตามกระบวนการอนุมัติเป็น Series ซึ่งคาดว่าจะมีการตัดสินใจในเร็วๆ นี้

เกี่ยวกับ McCarthy Jumping Team

McCarthy Jumping Team เป็นบริษัทเอกชนที่อยู่ภายใต้การดูแลของ McCarthy Family Office ซึ่งทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ให้แก่ครอบครัว McCarthy

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260629512997/en

Contacts

Kelly Hogarth | pressoffice@pjl.com | [+44 777 269 7805]
ติดตาม PJL:
เว็บไซต์: www.pjl.com
Substack: @thepjl
Instagram: @the_pjl_official

ที่มา: Premier Jumping League

Sultan Bin Ahmed ได้เข้าร่วมพิธีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาสื่อสารมวลชนในประเทศสเปน

Logo

บาร์เซโลนา ประเทศสเปน–(BUSINESS WIRE)–28 มิถุนายน 2026

เจ้าชาย Sheikh Sultan bin Ahmed bin Sultan Al Qasimi รองผู้ปกครองรัฐชาร์จาห์และอธิการบดีมหาวิทยาลัยชาร์จาห์ (UOS) ได้เสด็จเข้าร่วมพิธีสำเร็จการศึกษาของนักศึกษารุ่นแรกของหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาผู้ประกอบการสื่อและนวัตกรรมดิจิทัล ณ มหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรแรกที่เปิดสอนโดยวิทยาลัยการสื่อสาร มหาวิทยาลัยชาร์จาห์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา และได้รับการสนับสนุนเชิงกลยุทธ์จาก Sharjah Media City (Shams)

Sultan Bin Ahmed attends Media Master's Graduation in Spain (Photo: AETOSWire)

Sultan Bin Ahmed ได้เข้าร่วมพิธีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาสื่อสารมวลชนในประเทศสเปน (ภาพ: AETOSWire)

พระองค์ได้แสดงความภาคภูมิใจในความสำเร็จของบัณฑิต และทรงชื่นชมความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่ง ซึ่งต่างมุ่งมั่นในด้านความรู้ ความเป็นเลิศ และความเข้าใจในระดับโลก โดยพระองค์ทรงเน้นย้ำว่าการสำเร็จการศึกษาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ ไม่ใช่จุดสิ้นสุด

พระองค์ได้ทรงเปรียบบัณฑิตเหล่านี้เหมือนเรือที่ออกจากท่าเรือที่ปลอดภัย โดยทรงตรัสว่าเรือถูกสร้างขึ้นเพื่อแล่นไปให้ไกลเกินขอบฟ้า เพื่อรับสิ่งที่ไม่รู้จัก และเพื่อค้นพบโลกใหม่ โดยพระองค์ตรัสว่าบัณฑิตเหล่านี้กำลังก้าวไปสู่อนาคตที่เต็มไปด้วยโอกาส ความท้าทาย และความสำเร็จ พร้อมด้วยความรู้ ความอดทน และความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ

พระองค์ทรงกล่าวเสริมว่า วิสัยทัศน์นี้สะท้อนถึงค่านิยมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่บรรพบุรุษเชื่อว่าความเจริญรุ่งเรืองมาจากการมีส่วนร่วมกับโลกภายนอก การเรียนรู้จากโลก และการมีส่วนร่วมกับโลก โดยพระองค์ทรงอธิบายว่าหลักสูตรปริญญาโทนี้เป็นการแสดงออกถึงความเชื่อนี้ในยุคปัจจุบัน โดยเชื่อมโยงชาร์จาห์และบาร์เซโลนาเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งนำสถาบัน วัฒนธรรม และประเพณีแห่งความเป็นเลิศที่โดดเด่นสองแห่งมารวมกัน โดยหลักสูตรนี้จะช่วยให้นักศึกษาได้รับประโยชน์จากจุดแข็งทางปัญญาและวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ และช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพที่ประสบความสำเร็จในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น

พระองค์ทรงเน้นย้ำว่า สาขาเฉพาะทางนี้เป็นศูนย์กลางพิเศษที่ซึ่งความคิดใหม่ๆ อันยอดเยี่ยมถือกำเนิดขึ้น โดยข้อมูลจะได้รับการตรวจสอบ ตีความ และปรับแต่งก่อนที่จะแบ่งปันสู่โลก ยุคดิจิทัลได้เปลี่ยนแปลงความเร็วและการเผยแพร่ข้อมูล ทำให้เรื่องราว แพลตฟอร์ม และการเล่าเรื่องที่พวกเขาสร้างขึ้นสามารถเข้าถึงผู้ชมต่างๆ ได้ทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นพลังที่ต้องการความอ่อนน้อมถ่อมตน ความซื่อสัตย์ และวิสัยทัศน์

พระองค์ทรงเน้นย้ำถึงบทบาทของ Shams ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ลำดับที่สาม ในการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างสถาบันการศึกษา อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยพระองค์ตรัสว่าความร่วมมือนี้จะช่วยให้บัณฑิตได้รับประสบการณ์จริง การเปิดรับมุมมองที่หลากหลาย และทักษะที่จำเป็นในการแก้ไขปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง โดยพระองค์ทรงสนับสนุนให้บัณฑิตแสวงหาความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นต่อไป พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณต่อครอบครัวของพวกเขา และเหล่าคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของทั้งสองมหาวิทยาลัย

โดยพระองค์ทรงมอบใบประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษาแก่บัณฑิต 24 คน ทรงแสดงความยินดี และทรงอวยพรให้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานในอนาคต

ก่อนพิธีการ พระองค์ทรงเข้าพบกับ ดร. Joan Guàrdia Olmos อธิการบดีมหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา เพื่อหารือถึงแนวทางในการเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกทางวิชาการของมหาวิทยาลัย หอประชุม ห้องสมุด และคลังเอกสารและหนังสือหายากอีกด้วย

นอกเหนือจากการเสด็จเยือนแล้ว พระองค์ยังทรงเข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง Sharjah Media City (Shams) และคณะภาษาศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา โดยผู้ลงนามคือ Rashid Abdullah Al Obad ผู้อำนวยการใหญ่ของ Sharjah Media City (Shams) และ ดร. Joan G. Burguera คณบดีคณะภาษาศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา โดยบันทึกความเข้าใจนี้ได้กำหนดกรอบความร่วมมือในด้านสื่อ นวัตกรรมดิจิทัล การเป็นผู้ประกอบการ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ

นอกจากนี้ บันทึกข้อตกลงนี้ยังส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและวิชาชีพ โครงการฝึกอบรม การประชุม สัมมนา และเวิร์กช็อปต่างๆ พร้อมทั้งสนับสนุนบุคลากรที่มีความสามารถในประเทศ ส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการ และช่วยเปลี่ยนโครงการนวัตกรรมของนักศึกษาให้เป็นผลิตภัณฑ์สื่อที่สามารถวางจำหน่ายได้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Shams ในการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ

 แหล่งที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260628429537/en

Contacts

Hussain Al Mulla
Hussain.AlMulla@SGMB.ae

ที่มา: Sharjah Government Media Bureau



จาก Abu Dhabi ถึง Imola: A2RL เข้าสู่ระดับนานาชาติโดยการเปิดตัวการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับครั้งประวัติศาสตร์ ณ สนามแข่งระดับตำนานของอิตาลี

Logo

การแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกของ A2RL ถือเป็นก้าวสำคัญสู่เป้าหมายที่จะเป็นรายการแข่งขันชิงแชมป์ระดับนานาชาติรายการแรกของโลกสำหรับรถแข่งไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบ

โดยมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันสูงสุด 5 ทีม ประกอบด้วย TUM, PoliMOVE, Unimore, Kinetiz และ Constructor ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากฤดูกาลปี 2025 โดยจะเข้าร่วมการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับแบบหลายคันครั้งแรกของโลกในยุโรป

A2RL ร่วมมือกับกลุ่มทีมมอเตอร์สปอร์ต ชุมชนวิศวกรรมและนักศึกษาของอิตาลี โดยผ่าน Motor Valley Fest และการจัดโรดโชว์ในมหาวิทยาลัย ก่อนการแข่งขัน

หลังการเปิดตัวในยุโรปที่ Imola ฤดูกาลปี 2026 จะสิ้นสุดลงที่สนามแข่ง Yas Marina Circuit ใน Abu Dhabi

From Abu Dhabi to Imola: A2RL Expands Internationally with Historic Autonomous Racing Debut at Iconic Italian Track (Video: AETOSWire)

IMOLA, Italy–(BUSINESS WIRE)–29 มิถุนายน 2026

งานแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับ Abu Dhabi Autonomous Racing League หรือ A2RL จะเปิดตัวการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกใน วันที่ 5 เดือนกันยายน ปี 2026 ที่ Imola ประเทศอิตาลี โดยจะมีการนำรถแข่งไร้คันขับอย่างเต็มรูปแบบถึง 5 คันตามพื้นฐานของ Dallara Super Formula SF23 มาสู่สนามแข่งระดับตำนานและท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

From Abu Dhabi to Imola: A2RL Expands Internationally with Historic Autonomous Racing Debut at Iconic Italian Track (Photo: AETOSWire)

จาก Abu Dhabi ถึง Imola: A2RL เข้าสู่ระดับสากลโดยการเปิดตัวการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับครั้งประวัติศาสตร์ ณ สนามแข่งระดับตำนานของอิตาลี (ภาพ: AETOSWire)

งานนี้จัดขึ้นโดย ASPIRE ซึ่งเป็นหน่วยงานมุ่งเน้นความท้าทายระดับสูงของสภาวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงแห่ง Abu Dhabi โดย A2RL มีการพัฒนาศักยภาพขึ้นอย่างรวดเร็วจากสนามทดสอบสาธารณะที่มีความท้าทายสำหรับ AI ภายใต้สภาวะการแข่งขันแบบเอ็กซ์ตรีมไปสู่การแข่งขันระดับมืออาชีพ การแข่งขันที่ Imola ซึ่งกำลังจะมาถึงนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายตัวไประดับโลก หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในสองฤดูกาลที่ผ่านมาที่สนามแข่ง Yas Marina Circuit ใน Abu Dhabi และเป็นการเปิดฉากการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกของรายการชิงแชมป์ ก่อนที่จะกลับไปยังเมืองหลวงของ UAE เพื่อการแข่งขันรอบสุดท้ายของฤดูกาลปี 2026

TUM (เยอรมนี) ซึ่งเป็นทีมแชมป์ชนะเลิศ A2RL ปัจจุบัน จะเข้าร่วมการแข่งขันที่ Imola พร้อมกับ Unimore Racing (อิตาลี) และ PoliMOVE (อิตาลี) โดยได้ผ่านการคัดเลือกจากผลงานในฤดูกาลปี 2025 และอีกสองทีม ได้แก่ Kinetiz (UAE) และ Constructor Racing (เยอรมนี) จะเข้าร่วมการแข่งขันรอบคัดเลือกก่อนการแข่งขันในวันสุดสัปดาห์ เพื่อแย่งชิงตำแหน่งที่เหลือ

H.E. Faisal Al Bannai เลขาธิการสภาวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูง กล่าว: “A2RL เริ่มต้นใน Abu Dhabi ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า อนาคตของยานยนต์จะมีการเข้ารับการทดสอบอย่างเปิดเผย เข้มงวด และมีประสิทธิภาพสูงสุด การเปิดตัวในระดับนานาชาติ Imola แสดงให้เห็นว่า UAE กำลังมีการเปลี่ยนถ่ายความมุ่งมั่นในด้านการวิจัยและพัฒนาเข้าสู่แพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่มีความสำคัญในระดับโลก ช่วยเสริมความก้าวหน้าในยานยนต์แบบไร้คนขับ”

Stephane Timpano, CEO ของ ASPIRE กล่าว: “การเปิดตัว A2RL ที่ Imola เป็นก้าวสำคัญในความมุ่งมั่นของเราที่จะจัดการแข่งขันชิงแชมป์ระดับนานาชาติครั้งแรกของโลกสำหรับรถแข่งไร้คนขับแบบเต็มรูปแบบ มีสนามแข่งเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เป็นระดับตำนานและมีชื่อเสียงระดับโลกเช่นเดียวกับที่ Imola ทำให้กลายเป็นเวทีสนามแข่งที่ทรงพลังสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกของเรา นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของมอเตอร์สปอร์ตแบบไร้คนขับ ทั้งในฐานะแพลตฟอร์มเทคโนโลยีและรูปแบบกีฬาที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ในวงการกีฬาระดับโลก”

จากความสำเร็จอย่างล้นหลามในสองฤดูกาลที่ผ่านมาใน Abu Dhabi มีการพัฒนา A2RL ขึ้นจากการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับแบบสี่คันครั้งแรกของโลก ไปสู่รอบชิงชนะเลิศ Grand Final ที่มีรถยนต์หกคันการแข่งขันแบบประชิดตัวด้วยความเร็วมากกว่า 250 กม./ชม. ลีกนี้ยังกลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแข่งขันระหว่างมนุษย์และ AI โดยปัจจุบันช่องว่างด้านประสิทธิภาพระหว่างระบบไร้คนขับและนักขับมืออาชีพได้ลดลงเป็นอย่างมากจาก 10 วินาที ในปี 2024 เหลือเพียง 1.58 วินาที ในปี 2025 นอกเหนือจากความก้าวหน้าในสนามแข่งแล้ว A2RL ยังมีการสร้างฐานผู้ชมทั่วโลกที่มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และเสริมสร้างจุดยืนและตำแหน่งของ Abu Dhabi ในฐานะเป็นศูนย์กลางชั้นนำด้านนวัตกรรมยานยนต์แบบไร้คนขับและมีนวัตกรรม AI

สนามแข่งที่ Imola: เป็นบททดสอบที่แท้จริงของการขับขี่รถแข่งแบบไร้คนขับ

สนามแข่ง Imola เป็นที่ตั้งของรายการแข่งขัน European Le Mans Series ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายขั้นกว่า มีเลนแข่งที่แคบ พร้อมพื้นที่วิ่งออกนอกเส้นทางที่จำกัด และมีโซนแซงที่ยาก โค้งที่ต้องใช้เทคนิคและขอบเขตที่แคบ ช่วยเสริมการทดสอบให้เห็นชัดเจนขึ้นสำหรับระบบรถยนต์ไร้คนขับว่า สามารถจัดการกับการยึดเกาะ การจราจร ตำแหน่ง และการแทรกแซง ภายใต้แรงกดดันอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร สำหรับทีมที่เข้าแข่งขัน อีเว้นท์นี้ถือเป็นสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่มีแรงกดดันสูง ซึ่งประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับความแม่นยำของซอฟต์แวร์ การบูรณาการเซ็นเซอร์ กลยุทธ์ทางด้านวิศวกรรม และการตัดสินใจของระบบอัตโนมัติแบบเรียลไทม์

Alessandro Tucci กรรมการบริหารของ House of Grand Challenges ที่ ASPIRE กล่าว: “Imola เป็นสนามทดสอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับทีม A2RL ระดับสูง เพื่อแสดงความสามารถในการแข่งขันบนสนามแข่งที่มีความท้าทายสูง Imola ไม่อนุญาตให้ใช้มาตรการแบบผสม สนามแข่งนี้จะมุ่งเน้นที่ความแม่นยำ การควบคุม และความกล้าหาญ ซึ่งเสริมให้เป็นสนามแข่งที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับที่จะสามารถแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ระบบรถยนต์ไร้คนขับสามารถทำได้เมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดันในการแข่งขันจริง รถแข่งทุกคันในสนามแข่งนี้ล้วนเป็นผลงานของวิศวกรและนักเขียนโค้ดที่ผลักดัน AI จากการจำลองเข้าสู่การแข่งขันจริง”

จาก Sim Sprint สู่สนามแข่งจริง

ก่อนเข้าทดสอบในสนามแข่ง Imola ในเดือนสิงหาคม ทุกทีมจะเตรียมความพร้อมผ่านระบบนิเวศการแข่งรถเสมือนของ A2RL โดยมีการจัดซีรีส์ Sim Sprint ขึ้นระหว่างวันที่ 19 เดือนพฤษภาคม ถึงวันที่ 17 เดือนกรกฏาคม บนสนามจำลองดิจิทัล A2RL Autodrome, Suzuka และ Imola ที่มีความแม่นยำสูงเช่นเดียวกันกับ Yas Marina ก่อนที่จะปิดท้ายที่สนามแข่ง Yas Marina North Circuit ซึ่งเป็นสนามแข่งหลักของ A2RL Grand Final ในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา Sim Sprint มีการรวบรวมเวลาการทดสอบและการแข่งขันจำลองรวมกันกว่า 5,000 ชั่วโมงจาก 11 ทีม แพลตฟอร์มนี้มีสภาพแวดล้อมที่ทีมสามารถควบคุมได้ เพื่อการพัฒนาและตรวจสอบความถูกต้องของอัลกอริทึมก่อนการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับในโลกแห่งความเป็นจริง ตลอดทั้งซีรีส์ ทีมต่างๆ จะเผชิญกับการแข่งรถแบบหลายคัน การแซง การตอบสนองต่อสถานการณ์ที่มีปัญหา และกรณีพิเศษต่างๆ ที่ยากต่อการจำลองความปลอดภัยในสนามแข่ง การที่ทีมต่างๆ มีโอกาสในการฝึกฝนเพิ่มเติมก่อนแข่งขันที่ Imola นั้น Sim Sprint จะช่วยเตรียมระบบ AI ให้พร้อมสำหรับความเร็ว แรงกดดัน และความไม่แน่นอนของการแข่งรถยนต์ไร้คนขับแบบสดๆ

ความร่วมมือในระบบนิเวศมอเตอร์สปอร์ตและวิศวกรรมของอิตาลี

ก่อนเริ่มการแข่งขัน A2RL ร่วมมือกับกลุ่มทีมมอเตอร์สปอร์ต ชุมชนวิศวกรรมและกลุ่มวิชาการผ่านงาน Motor Valley Fest และกิจกรรมโรดโชว์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมนี้ ทีมผู้บริหารของ A2RL เข้าร่วมในโครงการ Motor Valley Fest ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นที่ Modena เพื่อเฉลิมฉลองอุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับของ Emilia-Romagna โดยมีการจัดแสดงรถแข่งของ A2RL Super Formula ที่บูธของ Imola กิจกรรมโรดโชว์นี้ ประกอบด้วย University of Bologna, University of Modena และ Reggio Emilia และ Politecnico di Milano โดยมีการแนะนำเทคโนโลยีของ A2RL บทบาทในฐานะแพลตฟอร์มทดสอบ AI ความเร็วสูง และทิศทางในอนาคตสำหรับทีม กลุ่มวิศวกร และนักเขียนโค้ดที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนถึงภารกิจที่กว้างขึ้นของ A2RL ในการเชื่อมโยงวิจัย AI ระดับแนวหน้ากับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ

หลังจาก Imola แล้ว A2RL จะกลับไปที่สนามแข่ง Yas Marina Circuit เพื่อนำการแข่งขันกลับมายังเมืองหลวงของ UAE โดยจะมีการเปลี่ยนถ่ายจากแนวคิดการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับไปสู่ความเป็นจริงในการแข่งขัน การแข่งขันที่ Abu Dhabi จะเป็นการปิดฉากฤดูกาลปี 2026 โดยเป็นการนำการแข่งขันชิงแชมป์ชนะเลิศกลับมาแบบครบวงจร ตั้งแต่สถานที่แรกเริ่มไปจนถึงการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรก และกลับมาอีกครั้งในฐานะบ้านของ A2RL นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2024 สนามแข่ง Yas Marina Circuit ยังคงเป็นมาตรฐานสำหรับวิวัฒนาการและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของลีกการแข่งขัน

การแข่งขันซีรีส์ ปี 2026 เกิดขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนจาก SheetAI ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง AD Ports และ du Infra พันธมิตรอย่างเป็นทางการ AWS, Abu Dhabi Mobility และ Abu Dhabi Gaming ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ HP และ Castore พันธมิตรด้านเทคนิค PACETEQ และ Live in Five

  • แหล่งข้อมูล: AETOSWire

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:

https://www.businesswire.com/news/home/20260629726789/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

รายชื่อผู้ติดต่อ

Thushara Mohanan,
thushara.mohanan@tii.ae

สำนักงานกฎหมาย Seiden Law LLP ระบุว่าคุณ Leak Yim นักธุรกิจชาวกัมพูชา ผู้ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมในประเทศไทย กำลังแสวงหาการเยียวยาในระบบศาลสหรัฐฯ

Logo

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–29 มิถุนายน 2026

สำนักงานกฎหมาย Seiden Law LLP (“Seiden Law”) ที่ปรึกษาทางกฎหมายของนาย Leak Yim พลเมืองชาวกัมพูชา และครอบครัวของเขา ขอประกาศการยื่นคำร้องต่อศาลแขวงรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อขอให้ศาลสั่งให้มีการเปิดเผยข้อมูลเท็จและข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิด ซึ่งอาจนำไปสู่การดำเนินคดีโดยผิดพลาดในประเทศไทยต่อคุณ Yim รวมถึงการระบุตัวตนที่ไม่ถูกต้องต่อรัฐสภาว่าเกี่ยวข้องกับศูนย์กลางการฉ้อโกงในเอเชีย

มาตรา 28 U.S.C. § 1782 (“1782”) กำหนดวิธีการรวบรวมหลักฐานที่มีประสิทธิภาพ โดยอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอสามารถขอรับหลักฐานในสหรัฐอเมริกาเพื่อช่วยในการดำเนินคดีระหว่างประเทศได้ สำนักงานกฎหมาย Seiden Law ของสหรัฐฯ ซึ่งมีประสบการณ์อย่างมากในคดีตามมาตรา 1782 ได้ยื่นคำร้องนี้เพื่อบังคับให้บุคคลในสหรัฐฯ ส่งมอบเอกสารและให้การเป็นพยานภายใต้คำสาบาน ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการล่าสุดต่อคุณ Yim ได้ดียิ่งขึ้น

คุณ Yim และครอบครัวของเขาตกเป็นเหยื่อของการถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและการถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองอย่างเห็นได้ชัด ” Robert Seiden หุ้นส่วนผู้จัดการของสำนักงานกฎหมาย Seiden Law และทนายความหลักที่ให้ความช่วยเหลือคุณ Yim ในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมกล่าว

ดังหลักฐานที่ปรากฏในคำขอปี 1782 การรณรงค์ระดับโลกที่ใส่ร้ายป้ายสีคุณยิมและครอบครัวได้รับการขับเคลื่อนโดยองค์กรสื่อและนักข่าวที่ร่วมมือกับรัฐบาลไทยมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2025

“คุณ Yim ไม่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิดในประเทศใดมาก่อน และรู้สึกรังเกียจศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ที่ผิดกฎหมายในเอเชีย นอกจากนี้ คุณ Yim ก็ไม่เคยถูกลงโทษ” Seiden กล่าวเสริม “เขาเป็นบุตรชายของผู้ก่อตั้งประชาธิปไตยสมัยใหม่ของกัมพูชา อาศัยอยู่ในอเมริกามานานกว่าทศวรรษ รับราชการทหารอย่างมีเกียรติในกองทัพกัมพูชา บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว และให้เงินสนับสนุนด้านการรักษาพยาบาลและอาหารแก่ผู้ยากไร้” คุณ Yim มีหลักฐานยืนยันการสนับสนุนโรงพยาบาลและสถานพยาบาล การสร้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมายหลายพันตำแหน่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการบริจาคจำนวนมากเพื่อการกุศล รวมถึงสภากาชาดกัมพูชา การบรรเทาภัยพิบัติ และสถาบันดูแลสุขภาพเด็ก แต่สื่อกลับไม่เคยรายงานเรื่องนี้เลย แต่สื่อกลับยิ่งซ้ำเติมความหายนะให้แก่นายยิม ภรรยาชาวไทย และลูกน้อยของพวกเขา ด้วยการวาดภาพนายยิมว่าเป็นอาชญากร โดยปราศจากหลักฐาน การพิจารณาคดี การตัดสิน หรือคำพิพากษาใดๆ คุณ Yim ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้โดยสิ้นเชิง เนื่องจากเป็นข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จและไม่มีมูลความจริง คุณ Yim ได้ยื่นหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนต่อศาลไทยแล้ว

หากศาลอนุมัติคำร้องของคุณ Yim ตามมาตรา 1782 (ทะเบียนคดีแพ่ง หมายเลข: 1:26-mc-00095-ACR) จะทำให้สามารถขอเอกสารและคำให้การที่สาบานตนแล้ว ซึ่งจะช่วยชี้แจงว่าเหตุใดคุณ Yim จึงถูกรวมอยู่ในร่างกฎหมาย H.R. 5490 ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ อย่างไม่ถูกต้อง และต่อมาถูกถอดออกจากร่างกฎหมายดังกล่าว รวมถึงเปิดเผยว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้และแรงจูงใจของพวกเขา

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

หากมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดติดต่อ:
admin@seidenlaw.com
+1 (212) 523-0686
 
สำหรับการสอบถามข้อมูลด้านสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ Lanny Davis:
ldavis@lannyjdavis.com
+1 (202) 744-2792

ที่มา: Seiden Law LLP

COOCON ขยายธุรกิจข้อมูลบน MCP สำหรับยุคของเอเจนต์ AI

Logo

  • มุ่งมั่นในการแปลง API ข้อมูลทางการเงินและข้อมูลสาธารณะให้เป็น “เซิร์ฟเวอร์ MCP” เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการบูรณาการเอเจนต์ AI
  • เข้าร่วมกลุ่มมาตรฐาน AI ระดับโลก “AAIF” เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับบริษัททั่วโลกกว่า 180 แห่ง
  • คาดการณ์กลไกการเติบโตใหม่ๆ โดยการขยายสายผลิตภัณฑ์ MCP ท่ามกลางการใช้งานเอเจนต์ AI ที่เพิ่มสูงขึ้น

กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–29 มิถุนายน 2026

COOCON (CEO Kim Jong-hyun, KOSDAQ: 294570) บริษัทแพลตฟอร์มข้อมูลธุรกิจในประเทศเกาหลีใต้ ประกาศเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนว่ากำลังเร่งผลักดันเข้าสู่ธุรกิจข้อมูลที่ใช้โปรโตคอล Model Context Protocol (MCP) สำหรับยุคของเอเจนต์ AI

ตามแผนดังกล่าว COOCON ตั้งเป้าที่จะเติบโตเป็น “ศูนย์กลางข้อมูลเฉพาะสำหรับเอเจนต์ AI” โดยการส่งมอบข้อมูลที่มีอยู่ให้อยู่ในรูปแบบ MCP เพื่อให้เอเจนต์ AI สามารถใช้งานได้โดยตรง ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในการรวบรวมและเชื่อมต่อข้อมูลในภาคการเงิน ภาครัฐ โลจิสติกส์ และโทรคมนาคม COOCON คาดว่าจะสร้างฐานที่มั่นคงในตลาดข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ MCP

MCP ซึ่งเปิดตัวโดย Anthropic ในเดือนพฤศจิกายน 2024 เป็นข้อกำหนดมาตรฐานการสื่อสารที่รวมวิธีการเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ทำให้เอเจนต์ AI สามารถสอบถามและใช้งานข้อมูลและระบบภายนอกได้โดยตรง ในขณะที่อุตสาหกรรม AI กำลังเปลี่ยนไปสู่เอเจนต์ AI ที่โต้ตอบกับระบบภายนอกอย่างอิสระเพื่อปฏิบัติงานต่างๆ อย่างรวดเร็ว ระบบนิเวศที่ใช้ MCP เป็นมาตรฐานสำหรับการเชื่อมต่อเอเจนต์กับระบบภายนอกก็กำลังขยายตัวเช่นกัน

จากสถานการณ์ดังกล่าว บริษัทผู้ให้บริการชำระเงินระดับโลกอย่าง PayPal และ Stripe ได้เริ่มเปิดใช้งานเอเจนต์ AI เพื่อดำเนินการชำระเงินโดยตรงผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว ในเกาหลี โดยเฉพาะในภาคการเงิน บริษัทต่างๆ กำลังสำรวจบริการที่ผสานรวมเอเจนต์ AI มากขึ้นเรื่อยๆ ภาคการชำระเงินยังพยายามปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบการชำระเงินโดยการผสานรวม MCP เข้ากับแพลตฟอร์มของตนเพื่อให้มั่นใจได้ถึงความเข้ากันได้กับเครื่องมือเขียนโค้ด AI ภายนอก

ภายใต้แนวโน้มเหล่านี้ COOCON วางแผนที่จะเปิดตัว “โซนข้อมูลเฉพาะที่พร้อมใช้งานสำหรับ AI” บนแพลตฟอร์มข้อมูลธุรกิจ COOCON.NET ในเดือนกรกฎาคม และแนะนำผลิตภัณฑ์ MCP โดยจะเริ่มด้วยผลิตภัณฑ์ประมาณ 30 รายการ ขยายเป็นผลิตภัณฑ์มากกว่า 100 รายการภายในสิ้นปี และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายในปี 2027

สิ่งนี้จะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถใช้ข้อมูลภายนอกที่จำเป็นสำหรับเอเจนต์ AI ผ่าน COOCON ได้อย่างราบรื่นในรูปแบบมาตรฐาน โดยไม่ต้องทำการผสานรวมข้อมูลด้วยตนเอง COOCON จะให้ความสำคัญกับการแปลงข้อมูลที่ใช้งานบ่อยและมีการเข้าถึงสูงให้เป็น MCP โดยมุ่งเป้าไปที่ทั้งบริษัทที่เพิ่งนำเทคโนโลยี AI มาใช้และลูกค้าปัจจุบันที่ต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่ ​​AI

เพื่อขยายการมีส่วนร่วมในระบบนิเวศมาตรฐานระดับโลก COOCON ได้เข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรระดับโลกของ Linux Foundation ที่ชื่อว่า Agentic AI Foundation (AAIF) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นอกจากนี้ ยังมีการเข้าร่วม MCP Working Group ร่วมกับองค์กรกว่า 180 แห่ง รวมถึง Anthropic, OpenAI, Google, Microsoft, Circle, Tron และ Stripe เพื่อช่วยกำหนดมาตรฐานระดับโลกและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในยุค AI

COOCON คาดว่าธุรกิจข้อมูลที่ใช้ MCP จะช่วยผลักดันผลประกอบการทางการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เนื่องจากระบบอัตโนมัติของเวิร์กโฟลว์จะขับเคลื่อนการขอข้อมูลอย่างต่อเนื่องจากเอเจนต์ AI ปริมาณการโทรที่เพิ่มขึ้น และกลุ่มผลิตภัณฑ์ AI โดยเฉพาะจะช่วยกระจายฐานรายได้ของบริษัท

โครงสร้างธุรกิจของ COOCON ซึ่งครอบคลุมทั้งบริการข้อมูลและบริการชำระเงิน นำเสนอข้อได้เปรียบที่โดดเด่นในยุค AI โดยต่อยอดจากธุรกิจข้อมูล COOCON จะขยายผลิตภัณฑ์การชำระเงินที่รองรับเอเจนต์ AI และเชื่อมโยงเข้ากับธุรกิจการชำระเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ

Kim Jong-hyun, CEO ของ COOCON กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของยุค AI คือการเปิดโอกาสให้เอเจนต์เข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้ ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีของเราในการรวบรวมและเชื่อมต่อข้อมูล COOCON มุ่งมั่นที่จะพัฒนาไปไกลกว่าการให้บริการ API ที่มนุษย์ใช้ และก้าวไปสู่การเป็นบริษัทที่ให้บริการข้อมูลที่ AI นำไปใช้โดยตรง”

และกล่าวเสริมว่า “โครงสร้างธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ของ COOCON ซึ่งสร้างขึ้นบนมาตรฐาน MCP แบบเปิด จะทำหน้าที่เป็นประตูสู่ระบบนิเวศของเอเจนต์ AI ระดับโลก ผมมั่นใจว่าธุรกิจข้อมูล MCP ที่กำลังก่อตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะขับเคลื่อนการเติบโตใหม่และเป็นเสาหลักสำคัญในการเพิ่มมูลค่าขององค์กร”

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Webcash สำหรับ COOCON
Do-Yeol Kim
+82-2-3774-4743
dykim@webcash.co.kr

Min-Ji Kang
+82-2-3774-4755
kmj9845@webcash.co.kr

Min-Ju Lee
+82-2-3779-9103
lmj0326@webcash.co.kr

ที่มา: COOCON

Kioxia ลงนามข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือสำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 และการแข่งขันกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ครั้งที่ 5

Logo

กรุงโตเกียว–(BUSINESS WIRE)–24 มิถุนายน 2026

Kioxia Corporation ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ มีความยินดีที่จะประกาศการลงนามข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือกับคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์และกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ระหว่างจังหวัดไอจิกับเมืองนาโกย่า เพื่อสนับสนุนการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 ระหว่างจังหวัดไอจิกับเมืองนาโกย่าในปี 2026 และกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ครั้งที่ 5 ระหว่างจังหวัดไอจิกับเมืองนาโกย่าในปี 2026

ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย ซึ่งเป็นการกลับมาจัดที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปี และได้มีการบรรจุกีฬาอีสปอร์ตให้เป็นชนิดกีฬาที่มีการชิงเหรียญอย่างเป็นทางการอย่างต่อเนื่อง โดยนักกีฬาจะชิงเหรียญรางวัลในการแข่งขัน 11 ประเภท รวมทั้งสิ้น 13 รายการ ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการด้าน Gaming SSD อย่างเป็นทางการสำหรับเกมต่างๆ ทาง Kioxia จึงได้จัดหา EXCERIA PRO G2 SSD ซึ่งเป็น SSD ส่วนบุคคลที่มีความเร็วสูงสุด เพื่อให้มั่นใจในสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่เหมาะสมที่สุดจะช่วยให้ผู้เล่นแสดงฝีมือของตนเองได้อย่างเต็มความสามารถ

ภายใต้พันธกิจ “ยกระดับโลกด้วย ‘หน่วยความจำ’” การเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันทั้งสองรายการของ Kioxia สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกีฬาอีสปอร์ต และช่วยสร้างสังคมดิจิทัลที่มีความมั่งคั่งและหลากหลายมากยิ่งขึ้น

รายละเอียดข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ

  •  ระดับการเป็นผู้สนับสนุน:
    • การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20: ซัพพลายเออร์อย่างเป็นทางการระดับ 4
    • การแข่งขันกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ครั้งที่ 5: ซัพพลายเออร์อย่างเป็นทางการระดับ 4
  • ระยะเวลาของสัญญา: ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน (วันที่ทำการลงนามข้อตกลง) ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2026

ภาพรวมของเกมส์การแข่งขัน

  •  การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20
    • วันที่: 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2026 (กิจกรรมอีสปอร์ต: 23 กันยายน – 2 ตุลาคม 2026)
    • สถานที่: จังหวัดไอจิและเมืองนาโกย่า ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัด
    •  เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.aichi-nagoya2026.org/en/
  • การแข่งขันกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ครั้งที่ 5
    • วันที่: 18 ตุลาคม – 24 ตุลาคม 2026
    • สถานที่: จังหวัดไอจิและเมืองนาโกย่า ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัด
    •  เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.asianparagames-2026.org/en/  

ภาพรวม Gaming SSD อย่างเป็นทางการ

หมายเหตุ

  • NVMe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนของ NVM Express, Inc. ในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ
  • PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG
  • รูปภาพของผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างจากผลิตภัณฑ์จริง
  • ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ ที่ได้กล่าวถึงอาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทบุคคลที่สาม
  • ประกาศฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของเราเท่านั้น และไม่ถือว่าเป็นหรือเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอ หรือคำเชิญให้ขาย หรือการชักชวนให้เสนอซื้อ จองซื้อหลักทรัพย์ หรือได้มาซึ่งหลักทรัพย์ใดๆ ไม่ว่าในเขตอำนาจศาลใดก็ตาม หรือการจูงใจให้เข้าร่วมดำเนินกิจกรรมการลงทุน และจะไม่ใช้เป็นพื้นฐานหรืออาศัยในการประกอบการทำสัญญาใดๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาของบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ณ วันที่ได้ทำการประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Kioxia

Kioxia เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ ซึ่งทุ่มเทให้กับการพัฒนา การผลิต และการจำหน่ายหน่วยความจำแฟลชและโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) ในเดือนเมษายน 2017 บริษัท Toshiba Memory ซึ่งเป็นชื่อก่อนหน้าของบริษัทได้แยกตัวออกมาจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ในปี 1987 Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วย “หน่วยความจำ” โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบที่สร้างทางเลือกให้กับลูกค้าและสร้างคุณค่าจากหน่วยความจำให้กับสังคม เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช 3D เชิงนวัตกรรมของ Kioxia อย่าง BiCS FLASH™ กำลังสร้างอนาคตของการจัดเก็บข้อมูลในแอปพลิเคชันความหนาแน่นสูง รวมถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง พีซี ระบบยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล และระบบ AI เชิงสร้างสรรค์

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260623494433/en

Contacts

Kota Yamaji
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
Kioxia Holdings Corporation
+81-3-6478-2319
kioxia-hd-pr@kioxia.com

ที่มา: Kioxia Corporation


Mary Kay ได้รับความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ครองอันดับ 1 ในธุรกิจขายตรงผลิตภัณฑ์ความงามระดับโลกเป็นปีที่ 4

Logo

Euromonitor International ยกย่องความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่องของ Mary Kay ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอาง

DALLAS–(BUSINESS WIRE)–23 มิถุนายน 2026

Mary Kay Inc. บริษัทธุรกิจความงามระดับตำนาน ได้รับการยกย่องให้เป็นแบรนด์ขายตรง อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอาง1 โดย Euromonitor International รักษามาตรฐานความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง เป็นปีที่สี่ติดต่อกัน

Mary Kay Inc., the iconic beauty and entrepreneurship company, for the fourth year in a row has been named the #1 Direct Selling Brand of Skin Care and Color Cosmetics in the World by Euromonitor International. (Image Credit: Mary Kay Inc.)

Mary Kay Inc. บริษัทเครื่องสำอางและธุรกิจชั้นนำระดับโลกแห่งนี้ ได้รับการยกย่องให้เป็นแบรนด์ขายตรงอันดับ 1 ของโลกด้านผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางสีสัน จาก Euromonitor International เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน (ภาพเครดิต: Mary Kay Inc.)

“การได้รับยกย่องจัดอันดับเป็นที่ 1 ของโลกจาก Euromonitor เป็นปีที่สี่ติดต่อกัน ถือเป็นการยืนยันอย่างหนักแน่นถึงอิทธิพลของที่ปรึกษาด้านความงามอิสระของเราทั่วโลก ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนความสำเร็จของเราในทุกๆ วัน” Ryan Rogers ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Mary Kay Inc. กล่าว “จิตวิญญาณแห่งความเป็นผู้ประกอบการ ผสานกับการลงทุนอย่างมหาศาลของเราในด้านการวิจัยและพัฒนา และเทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้เราสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและความงามที่มีประสิทธิภาพสูง นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้เราเป็นหนึ่งในแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้รับการติดตามมากที่สุดในโลก”

Euromonitor International เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านข้อมูลเชิงธุรกิจ การวิเคราะห์ตลาด และข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคระดับโลก ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปีในการดำเนินงานวิจัยตลาดในกว่า 100 ประเทศ

“การจัดอันดับของ Euromonitor International แสดงถึงมาตรฐานสูงสุดของผลการดำเนินงานของตลาดโลก โดยได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลและการวิเคราะห์ที่เป็นอิสระและเข้มงวด” Anthony Irwin รองประธานอาวุโสฝ่ายวิจัยของ Euromonitor International กล่าว “ความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่องของ Mary Kay ในธุรกิจขายตรงกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการส่งมอบคุณค่า คุณภาพ และความเกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอในตลาดโลกที่มีการแข่งขันสูง”

ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ต:

  • นอกเหนือจากการได้รับการยอมรับจาก Euromonitor แล้ว Mary Kay ยังได้รับรางวัลระดับโลกอย่างต่อเนื่องในกลุ่มบริษัทความงามชั้นนำระดับโลก
  •  ในปี 2025 เพียงปีเดียว Mary Kay ได้รับรางวัล ด้านความงามและอุตสาหกรรมถึง 41 รางวัล ทั่วโลก รวมถึงได้รับการจัดอันดับที่ 9 โดยเป็นแบรนด์ที่ดีที่สุดที่สร้างผลกระทบต่อสังคมประจำปี 2025 จาก Forbes2 จากรายชื่อ 3,900 แบรนด์
  •  ในปี 2026 Mary Kay ติดอันดับที่ 20 จาก 100 บริษัทเครื่องสำอางชั้นนำประจำปี 2025 ของ Women’s Wear Daily Beauty Inc.
  •  นิตยสาร Forbes จัดอันดับให้ Mary Kay อยู่ในอันดับที่ 2 ในด้านบริการลูกค้าที่ดีที่สุดประจำปี 20263 ตามรายชื่อ

ศูนย์กลางนวัตกรรมระดับโลก

Mary Kay ยังคงส่งมอบผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการผสมผสานนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค และบริการที่เป็นส่วนตัว

  • Mary Kay ได้รับสิทธิบัตรทั่วโลกกว่า 1,600 รายการ ในด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบรรจุภัณฑ์
  • ศูนย์การผลิตและวิจัยและพัฒนา Richard R. Rogers ระดับโลกของ Mary Kay ในรัฐเท็กซัส สามารถผลิตสินค้าได้มากถึง 1 ล้านชิ้นต่อวัน
  •  64% ของนักวิทยาศาสตร์ด้านการวิจัยและพัฒนาของ Mary Kay และ 79% ของทีมงานด้านแบรนด์ระดับโลกและทีมงานสร้างสรรค์ระดับโลกเป็นผู้หญิง4

ผลิตภัณฑ์ของ Mary Kay ประกอบด้วยสินค้าที่ได้รับรางวัลและเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้ามากมาย เช่น

  • ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว TimeWise®
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวขั้นสูงจาก Clinical Solutions®
  • รองพื้น TimeWise® 3D (เนื้อแมตต์และเนื้อเนียนละเอียด)
  • ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาแบบปราศจากน้ำมัน
  • Ultimate Mascara™
  • ลิปมัน Unlimited®

ผลิตภัณฑ์ของ Mary Kay ได้รับการจัดจำหน่ายโดยที่ปรึกษาด้านความงามอิสระชั้นนำใน 40 ตลาดทั่วโลก ซึ่งให้บริการส่วนบุคคลแก่ลูกค้าทั้งแบบตัวต่อตัวและทางออนไลน์ www.MaryKay.com (สหรัฐอเมริกา) และบนช่องทางสื่อสังคมออนไลน์และสื่อดิจิทัลต่างๆ

คุณทราบหรือไม่
ผลกระทบทางเศรษฐกิจของการขายตรงในเชิงตัวเลข:

โดยรวม:

  •  คาดการณ์ว่าตลาดขายตรงทั่วโลกจะเติบโตจนมีมูลค่าประมาณ 815.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034 เพิ่มขึ้นจากประมาณ 418.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 20245

ในสหรัฐอเมริกา:

  •  73% ของนักขายตรงในสหรัฐอเมริกาเป็นผู้หญิง6
  •  ยอดขายปลีก 34.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เกิดจากกิจกรรมการขายตรง7

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay Ash หนึ่งในผู้บุกเบิกการทลายกำแพงทางเพศ ได้ก่อตั้งแบรนด์ความงามในฝันขึ้นในรัฐเท็กซัสในปี 1963 ด้วยเป้าหมายเดียวคือ การยกระดับชีวิตของผู้หญิง ความฝันนั้นได้เบ่งบานเป็นบริษัทระดับโลกที่มีสมาชิกทีมขายอิสระหลายล้านคนใน 40 ตลาดทั่วโลก โดยกว่า 60 ปีที่ผ่านมา โอกาสต่างๆ จาก Mary Kay ได้ช่วยเสริมสร้างพลังให้ผู้หญิงกำหนดอนาคตของตนเองผ่านการศึกษา การให้คำปรึกษา การสนับสนุน และนวัตกรรมต่างๆ โดย Mary Kay นั้นทุ่มเทให้กับการลงทุนในวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และน้ำหอมที่ล้ำสมัยต่างๆ ซึ่ง Mary Kay นั้นเชื่อมั่นในการอนุรักษ์โลกของเราเพื่อคนรุ่นหลัง รวมถึงเชื่อมั่นในการปกป้องผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากโรคมะเร็งและความรุนแรงในครอบครัว และให้การสนับสนุนแก่เยาวชนให้ทำตามความฝันของตนเอง เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ marykayglobal.com ติดตามเราได้ทาง Facebook, Instagram และ LinkedIn หรือติดตามเราได้ทาง X.

เกี่ยวกับ Euromonitor International

Euromonitor International เป็นผู้นำระดับโลกด้านข้อมูลเชิงลึกทางการตลาดระดับโลกในอุตสาหกรรม บริษัท เศรษฐกิจ และผู้บริโภค ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปีในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม เราผสานความเชี่ยวชาญของมนุษย์อย่างลึกซึ้งเข้ากับเทคโนโลยี AI และการวิเคราะห์ เพื่อส่งมอบข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจที่มีความมั่นใจและมีความเสี่ยงสูงได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม เครือข่ายระดับโลกและข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเราช่วยให้คุณปลดล็อกโอกาสในการเติบโตและรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญใน 16 สำนักงานทั่วโลก และเครือข่ายนักวิเคราะห์ภาคสนามในกว่า 100 ประเทศ ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกทางวัฒนธรรมและธุรกิจที่ผู้อื่นมองข้าม เราทำการวิจัยใน 210 ประเทศและเขตอำนาจศาล และ 99.9% ของผู้บริโภคทั่วโลก ช่วยให้ลูกค้าของเราเข้าใจตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น

1 “ที่มา: Euromonitor International Limited ผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลส่วนตัว ฉบับปี 2026, ยอดขายตามราคาขายปลีกที่แนะนำ (RSP) ข้อมูลปี 2025”
2 Haniya Rae ผู้เขียนบทความ (17 เมษายน ปี 2025) “Meet America’s Best Brands For Social Impact 2025” https://www.forbes.com/sites/haniyarae/2025/04/17/meet-americas-best-brands-for-social-impact-2025/.
3 Alan Schwarz (14 ตุลาคม ปี 2025) “2026 Best Customer Service” https://www.forbes.com/lists/best-customer-service/.
4 บทบาทของสตรีและตำแหน่งผู้นำที่ Mary Kay เดือนพฤษภาคม 2026
5 Tajammul Pangarkar (24 เดือนมีนาคม ปี 2025) ตลาดขายตรงมูลค่าสูงถึง 815.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034 ที่ CAGR 6.9% www.news.market.us/direct-selling-market-news
6 สหพันธ์สมาคมการขายตรงโลก (พฤศจิกายน 2025) รายงานข้อมูลสถิติการขายตรงระดับโลกประจำปี 2024 https://wfdsa.org/wp-content/uploads/2025/12/WFDSA-STATS-Report-2024-2025-V1.pdf
7 รายงานการศึกษาการเติบโตและแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาของ DSEF ประจำปี 2025 รายงานผลกระทบทางเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาของ DSEF ประจำปี 2026

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20260623487381/en

Contacts

Mary Kay Inc. Corporate Communications
newsroom.marykay.com
972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com

ที่มา: Mary Kay Inc.


Bacardi ได้เข้าเป็นเจ้าของวิสกี้ไอริช TEELING® อย่างเต็มตัวแล้ว

Logo

แบรนด์วิสกี้ไอริชจะเข้าร่วมพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ระดับพรีเมียมของบริษัทที่ดำเนินกิจการโดยครอบครัว

แฮมิลตัน เบอร์มิวดา–(BUSINESS WIRE)–23 มิถุนายน 2026

Bacardi Limited ประกาศเสร็จสิ้นการทำธุรกรรมที่ทำให้บริษัทซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวของบริษัท Teeling Whiskey และแบรนด์วิสกี้ไอริช TEELING® โดยผู้ก่อตั้ง Jack และ Stephen Teeling จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ โดยมีบทบาทในการกำหนดอนาคตและขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวในฐานะที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์

Three expressions of Teeling Irish Whiskey: Single Grain, Small Batch and Single Malt

วิสกี้ไอริช Teeling มี 3 รูปแบบ ได้แก่ Single Grain, Small Batch และ Single Malt

การประกาศในวันนี้เกิดขึ้นหลังจากความสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จระหว่างสองบริษัท นับตั้งแต่ที่ทาง Bacardi ได้เข้าซื้อหุ้นส่วนน้อยของบริษัทผลิตวิสกี้ที่ตั้งอยู่ในดับลินเมื่อปี 2017 และต่อมาทาง Bacardi ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเรื่อยมาจนกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในปี 2022

“TEELING เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับ Bacardi” Mahesh Madhavan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Bacardi Limited กล่าวแบรนด์นี้เป็นตัวแทนของคุณภาพ งานฝีมือ และแนวทางที่ไม่เกรงกลัวต่อความท้าทายในวงการ ด้วยไอเดียใหม่ๆ และวิสกี้ที่สร้างสรรค์ โดยรางวัลนับร้อยที่ได้รับนั้นบ่งบอกถึงความสำเร็จอย่างแท้จริง ศักยภาพในระยะยาวของวิสกี้ไอริชทั่วโลกนั้นมีมากมายมหาศาล และด้วย TEELING เราจึงอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดที่จะคว้าทุกโอกาสเหล่านั้น”

นับตั้งแต่ Bacardi เริ่มสร้างความสัมพันธ์กับบริษัท Teeling Whiskey ทางแบรนด์ TEELING ก็เติบโตขึ้นกว่าสองเท่าและได้ขยายฐานลูกค้าไปทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบัน TEELING นั้นมีการส่งออกไปยังกว่า 80 ตลาดทั่วโลก

“ผมและน้องชายต่างรู้ดีว่าที่ Bacardi นั้น TEELING อยู่ในมือที่ดีที่สุดแล้ว” Jack Teeling ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Teeling Whiskey กล่าว “จากการทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมงานของ Bacardi ตลอดเก้าปีที่ผ่านมา ทำให้เราได้รู้ว่าในฐานะบริษัทที่ดำเนินกิจการโดยครอบครัว ทาง Bacardi นั้นให้ความสำคัญกับคุณค่าทุกอย่างที่แบรนด์ TEELING ยึดมั่น และความมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานของวิสกี้ไอริช ตอนนี้ เมื่อ TEELING และทีมงานที่ยอดเยี่ยมในดับลินได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Bacardi อย่างเต็มตัวแล้ว เรามีความตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะได้เห็นความสำเร็จทั้งหมดที่พวกเขาจะทำได้ในอีกหลายปีข้างหน้า”

นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท Teeling Whiskey ในปี 2012 บริษัทได้สร้างชื่อเสียงในวงการวิสกี้ด้วยวิธีการผลิตวิสกี้ไอริชแบบทำมือในปริมาณน้อยที่ไม่เหมือนใคร โดยในปัจจุบัน TEELING คือวิสกี้ไอริชที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในโลก* ด้วยคุณภาพและรสชาติที่ยอดเยี่ยมที่ได้รับการยอมรับจากเวทีต่างๆ เช่น World Whiskies Awards, Irish Whiskey Masters, International Wine & Spirit Competition และ San Francisco World Spirits Competition เป็นต้น โดยโรงกลั่นวิสกี้ TEELING ที่เปิดทำการในปี 2015 ในฐานะโรงกลั่นใหม่แห่งแรกในดับลินในรอบกว่า 125 ปี เป็นสถานที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือการผลิตที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์ และปัจจุบันได้ต้อนรับผู้เข้าชมมากกว่าหนึ่งล้านคนแล้ว

*อ้างอิงจากรางวัล World Whiskies Awards ปี 2019-2025

ดื่มอย่างมีความรับผิดชอบเสมอ

เกี่ยวกับ TEELING Whiskey

บริษัท Teeling Whiskey ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 เพื่อฟื้นฟูเครื่องหมายการค้าเก่าแก่ของตระกูล TEELING ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าวิสกี้ไอริช โดยการนำการกลั่นแบบดั้งเดิมกลับมาสู่ดับลิน นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา TEELING ได้กลายเป็นบริษัทวิสกี้ไอริชที่ก้าวหน้าที่สุด โดยขับเคลื่อนนวัตกรรมและนำเสนอวิสกี้ไอริชที่ผลิตด้วยมืออย่างพิถีพิถันในปริมาณน้อยหลากหลายชนิด โรงกลั่น Teeling Whiskey ได้เริ่มดำเนินการในปี 2015 ซึ่งนับเป็นโรงกลั่นใหม่แห่งแรกในดับลินในรอบกว่า 125 ปี และมีผู้เข้าชมมากกว่าหนึ่งล้านคนนับตั้งแต่เปิดทำการ ปัจจุบันวิสกี้ TEELING นั้นมีการส่งออกไปยังตลาดต่างๆ มากกว่า 80 แห่ง และได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากกว่า 650 รางวัลในด้านคุณภาพ โดย TEELING และรูปแบบบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งโลโก้นกฟีนิกซ์นั้นเป็นเครื่องหมายการค้า

เกี่ยวกับ Bacardi Limited

Bacardi Limited เป็นบริษัทผลิตสุรานานาชาติขนาดใหญ่ที่สุดที่ถือครองโดยเอกชน ดำเนินธุรกิจผลิต ทำการตลาด และจัดจำหน่ายสุราและไวน์ โดยพอร์ตโฟลิโอของ Bacardi Limited ประกอบด้วยแบรนด์และฉลากมากกว่า 200 รายการ รวมถึงเหล้ารัม BACARDÍ®, เตกีลา PATRÓN®, วอดก้า GRAY GOOSE®, วิสกี้สกอตช์ผสม DEWAR’S®, จิน BOMBAY SAPPHIRE®, เวอร์มุตและไวน์สปาร์คลิ่ง MARTINI®, เตกีลาจากต้นอะกาเวสีฟ้า 100% CAZADORES® และแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงแบรนด์ใหม่ๆ ที่กำลังเติบโต เช่น วิสกี้สกอตช์ WILLIAM LAWSON’S®, คอนญัก D’USSÉ®, วิสกี้อเมริกัน ANGEL’S ENVY® และเหล้าเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ ST-GERMAIN® เป็นต้น โดย Bacardi Limited ก่อตั้งขึ้นเมื่อกว่า 164 ปีที่แล้วในเมืองซานติอาโก เด คิวบา เป็นธุรกิจครอบครัว ในปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 8,000 คน ดำเนินงานโรงงานผลิตใน 10 ประเทศ และจำหน่ายแบรนด์ของตนในกว่า 160 ตลาด โดย Bacardi Limited หมายถึงกลุ่มบริษัท Bacardi ซึ่งรวมถึง Bacardi International Limited ด้วย เยี่ยมชมเว็บไซต์ www.bacardilimited.com หรือติดตามเราบน LinkedIn และ Instagram

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260623858211/en

Contacts

การสอบถามข้อมูลจากสื่อ:
Ruth Dunne, ผู้จัดการฝ่ายการตลาด, TEELING Whiskey
ruth@teelingwhiskey.com

Andrew Carney, ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร, Bacardi
acarney@bacardi.com

ที่มา: Bacardi Limited


Fortegra เสริมสร้างความเป็นผู้นำด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยด้วยการแต่งตั้ง Anthony Katz เป็นรองประธานอาวุโส ฝ่ายสำรองเงิน

Logo

แจ็กสันวิลล์ รัฐฟลอริดา–(BUSINESS WIRE)–17 มิถุนายน 2026

Fortegra Group, Inc. บริษัทประกันภัยเฉพาะทางระดับโลก ได้ประกาศแต่งตั้ง Anthony Katz ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโส ฝ่ายสำรองเงิน โดยนาย Katz จะเป็นผู้นำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยของ Fortegra และรับผิดชอบด้านการสำรองเงิน การประกันสินเชื่อ การรายงานทางสถิติ และโครงการสำคัญต่างๆ รวมถึงมาตรฐาน IFRS 17

“Anthony นำประสบการณ์ด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยกว่า 30 ปี และความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงในการเสริมสร้างศักยภาพที่พันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายของเราพึ่งพา” Rick Kahlbaugh ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fortegra กล่าว “ภูมิหลังของเขาในด้านการสำรองเงิน การเปลี่ยนแปลงด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย และตลาดต่างประเทศ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเราในการสนับสนุนพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายของเราต่อไป”

นาย Katz เป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยที่ได้รับการรับรองคุณวุฒิ FCAS, FSA และ MAAA โดยมีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ในด้านการสำรองเงิน การกำหนดราคา และการเปลี่ยนแปลงด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งผู้นำระดับสูงที่ ToaRe, Everest Re, Arch Insurance, Ernst & Young และ ACE โดยล่าสุดนั้นได้ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาอิสระด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย ให้คำแนะนำในสาขาวิชาคณิตศาสตร์ประกันภัยต่างๆ

ตลอดอาชีพการงาน นาย Katz ได้รับการยอมรับในด้านการปรับปรุงการดำเนินงานด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยให้ทันสมัย ​​รวมถึงการทำให้กระบวนการสำรองเงินเป็นไปโดยอัตโนมัติ การนำเครื่องมือวิเคราะห์ธุรกิจมาใช้ในแพลตฟอร์มประกันภัยและประกันภัยต่อ รวมถึงการเป็นผู้นำในโครงการปฏิรูปคณิตศาสตร์ประกันภัยขนาดใหญ่ โดยเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์ โดยมีวิชาโทเป็นวิทยาการคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก

เกี่ยวกับ Fortegra

ตลอดระยะเวลากว่า 45 ปีที่ผ่านมา Fortegra ได้ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทในเครือ โดยมีการรับประกันภัยในรูปแบบโซลูชันการบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งช่วยให้ผู้คนและภาคธุรกิจสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ท่ามกลางสภาวการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ในฐานะบริษัทประกันภัยเฉพาะทางระดับนานาชาติ ซึ่งบริษัทประกันภัยในเครือได้รับอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินจาก A.M. Best ในระดับ A- (Excellent) และจัดอยู่ในหมวดขนาดฐานะทางการเงินระดับ ‘X’ เราจึงพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลาย ทั้งในกลุ่มประกันภัยทั่วไปที่ได้รับการรับรอง (Admitted Lines) กลุ่มประกันภัยส่วนเกินและส่วนเกินพิเศษ (Excess and Surplus Lines) รวมถึงโซลูชันด้านการรับประกันสินค้าและบริการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.fortegra.com.

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

media@fortegra.com

ที่มา: The Fortegra Group, Inc.

ABB Robotics และ PSYONIC จะใช้ข้อมูลที่สร้างโดยมนุษย์เพื่อพัฒนาความคล่องแคล่วของหุ่นยนต์

Logo

  • ABB Robotics และ PSYONIC ร่วมมือกันเพื่อปฏิวัติการจับยึดและความคล่องแคล่วที่เป็นความสามารถหลักของ Autonomous Versatile Robotics™ 
  • ABB GoFa™ จะช่วยทดสอบ Ability Hand ของ PSYONIC สำหรับงานหุ่นยนต์ โดยผสานรวมการรับรู้การสัมผัส การออกแบบที่ยืดหยุ่น และข้อมูลการฝึกฝนที่ได้จากมนุษย์
  • ความคล่องแคล่วว่องไวยังคงเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยการควบคุมการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นสามารถช่วยลดเวลาในการออกแบบได้มากถึง 30%¹

ซานดิเอโก–(BUSINESS WIRE)–16 มิถุนายน 2026

ABB Robotics ได้ร่วมมือกับ PSYONIC ที่เป็นบริษัทด้านชีวภาพจากแคลิฟอร์เนีย เพื่อพัฒนาความสามารถในการจับยึดและความคล่องแคล่วของหุ่นยนต์ โดยใช้วิธีการใหม่ที่จะใช้ข้อมูลการใช้งานจริงจากแขนเทียมของมนุษย์ ด้วยการผสาน Ability Hand ของ PSYONIC เข้ากับหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน ABB GoFa™ โดยความร่วมมือนี้จะสำรวจวิธีการใช้ข้อมูลเกี่ยวกับการสัมผัสและการเคลื่อนไหวที่ได้จากการใช้แขนเทียมของมนุษย์ เพื่อฝึกหุ่นยนต์ให้ทำงานที่ละเอียดอ่อนและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งโดยปกติแล้วนั้นมีความยากต่อการทำงานอัตโนมัติเป็นอย่างมาก

“ความคล่องแคล่วของมนุษย์และความเข้าใจโดยสัญชาตญาณในการจัดการกับวัตถุต่างๆ เป็นหนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดที่จะจำลองหุ่นยนต์ระดับอุตสาหกรรม แต่นี่เป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์อัตโนมัติและอเนกประสงค์อย่างแท้จริง” Marc Segura ประธานบริษัท ABB Robotics กล่าว “ขณะที่เราพัฒนา AI ทางกายภาพรุ่นต่อไป หุ่นยนต์จะเรียนรู้และเข้าใจโลกเช่นเดียวกับเรา โดยความร่วมมือกับ PSYONIC นี้จะช่วยลดช่องว่างที่มีมายาวนานระหว่างความคล่องแคล่วของมนุษย์และหุ่นยนต์ และยังจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับอุตสาหกรรมในหลากหลายประเภทอีกด้วย”

การจับและการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วเป็นหัวใจสำคัญของหุ่นยนต์อเนกประสงค์อัตโนมัติ (Autonomous Versatile Robotics หรือ AVR™) ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของ ABB Robotics สำหรับหุ่นยนต์ที่สามารถรับรู้ คิดวิเคราะห์ เคลื่อนไหว และจัดการวัตถุได้อย่างแม่นยำในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยทักษะเหล่านี้ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนา AI เชิงกายภาพในอุตสาหกรรม นั่นคือระบบหุ่นยนต์ที่สามารถเรียนรู้จากปฏิสัมพันธ์ในโลกแห่งความเป็นจริงและนำความฉลาดนั้นไปใช้ได้อย่างน่าเชื่อถือในระดับอุตสาหกรรม โดยความร่วมมือนี้จะสำรวจการใช้งานใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย รวมถึงยานยนต์ การบินและอวกาศ บรรจุภัณฑ์และโลจิสติกส์ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ด้วยการทำให้หุ่นยนต์สามารถรับงานที่ซ้ำซากจำเจ งานที่ท้าทายทางด้านสรีรศาสตร์ หรืองานที่ยากต่อการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอในระดับใหญ่ได้ โดย ABB Robotics และ PSYONIC จะสามารถช่วยให้คนและหุ่นยนต์ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงผลิตภาพ ความยืดหยุ่น และความปลอดภัยในที่ทำงาน

PSYONIC กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมวิจัยและพัฒนาของ ABB Robotics ในด้านการบูรณาการและการพัฒนา โดยสำรวจว่าการควบคุมด้วยระบบสัมผัสสามารถสนับสนุนแอปพลิเคชันหุ่นยนต์อัตโนมัติยุคใหม่ได้อย่างไร

ปฏิวัติความคล่องแคล่วของหุ่นยนต์ด้วยข้อมูลที่สร้างโดยมนุษย์

Ability Hand ของ PSYONIC ได้พัฒนาขึ้นครั้งแรกเพื่อใช้กับแขนเทียม โดยผสานการควบคุมด้วยสัญญาณไฟฟ้าจากกล้ามเนื้อ การรับรู้การสัมผัส และกลไกที่ยืดหยุ่นเข้าไว้ในการออกแบบ น้ำหนักที่เบา และสามารถขยับได้หลายทิศทาง โดยเซนเซอร์วัดแรงดันและระบบตอบสนองด้วยการสั่นสะเทือนจะช่วยให้ผู้ใช้ตรวจจับการสัมผัส แรงจับ และการปล่อยได้ ในขณะที่นิ้วที่ยืดหยุ่นจะปรับตัวเข้ากับวัตถุที่ไม่เรียบและเปลี่ยนรูปได้อย่างเป็นธรรมชาติ

“การควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วเป็นความท้าทายด้านข้อมูลพอๆ กับความท้าทายด้านฮาร์ดแวร์” ดร. Aadeel Akhtar ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ PSYONIC กล่าว “ด้วยการใช้ Ability Hand เดียวกันทั้งกับคนและหุ่นยนต์ เราสามารถเก็บข้อมูลจริงที่มีความแม่นยำสูงเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว การสัมผัส และแรงจับยึด จากนั้นจึงนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการฝึกฝนระบบหุ่นยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการบูรณาการกับแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ของ ABB Robotics จะช่วยให้เราสามารถขยายไปสู่สภาพแวดล้อมที่ใหญ่มากขึ้นและช่วยปลดล็อกระดับความคล่องแคล่วที่จำเป็นต่อการรับมือกับความท้าทายที่ยากที่สุดในด้านระบบอัตโนมัติได้”

เพื่อสนับสนุนการทำงานนี้ GoFa™ ของ ABB Robotics จะช่วยมอบความแม่นยำและความสม่ำเสมอที่จำเป็นสำหรับการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม ที่จะช่วยทำให้มั่นใจได้ว่าความแปรผันเล็กน้อยในแรงจับยึด ตำแหน่งนิ้ว และการเคลื่อนไหว นั้นสามารถดำเนินการและประเมินได้อย่างสม่ำเสมอ โดยความแม่นยำระดับนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแปลงข้อมูลการควบคุมจากมนุษย์ไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานของหุ่นยนต์ที่เชื่อถือได้ในงานที่ซับซ้อนและสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงได้

โดยความร่วมมือนี้จะช่วยประเมินว่าความสามารถที่ผสานรวมกันนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในกรณีการใช้งานทางอุตสาหกรรมได้อย่างไร ในกรณีที่เทคโนโลยีการจับยึดแบบดั้งเดิมประสบปัญหาเรื่องความแปรปรวน ความเปราะบาง หรือความซับซ้อนต่างๆ เช่น การจัดการวัตถุที่ไม่เป็นรูปทรงหรือบอบบาง ตามข้อมูลของสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) การจับยึดขั้นสูงและการบูรณาการทางดิจิทัลสามารถลดเวลาในการออกแบบได้มากถึง 30% ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของเครื่องมือปลายแขนหุ่นยนต์ในการเร่งการใช้งานและปรับปรุงผลตอบแทนจากการลงทุนด้านระบบอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางเชิงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของ ABB Robotics ในการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั่วทั้งระบบนิเวศเพื่อเอาชนะอุปสรรคที่มีมายาวนานต่อการทำงานอัตโนมัติ ด้วยการผสมผสานหุ่นยนต์ AI และข้อมูลการควบคุมในโลกแห่งความเป็นจริงที่สร้างขึ้นจากการใช้แขนเทียมของมนุษย์ โดย ABB Robotics กำลังพัฒนา AI เชิงกายภาพและทำให้หุ่นยนต์ที่มีความสามารถและปรับตัวได้ดีสามารถทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือในสภาพแวดล้อมจริง

1สหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ https://ifr.org/news/gripping-systems/

ABB Robotics เป็นหนึ่งในบริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำของโลก เป็นบริษัทเดียวที่มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมและบูรณาการด้วยเทคโนโลยี AI ครอบคลุมทั้งหุ่นยนต์ หุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน และหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) ที่ได้รับการออกแบบและควบคุมโดยซอฟต์แวร์ที่สร้างมูลค่าของเรา เราช่วยให้บริษัททุกขนาดและทุกภาคส่วน ตั้งแต่ยานยนต์ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์และโลจิสติกส์ สามารถก้าวไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มความยืดหยุ่น ความสามารถในการปรับตัว และประสิทธิภาพ โดย ABB Robotics เป็นผู้นำในการพัฒนาและจำหน่ายหุ่นยนต์อเนกประสงค์อัตโนมัติ (AVR) รุ่นใหม่ โดยเป็นผู้นำระบบนิเวศนวัตกรรมระดับโลกของพันธมิตรในการพัฒนาฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์อัจฉริยะด้วยประสิทธิภาพระดับอุตสาหกรรม โดยธุรกิจของเรามีพนักงานประมาณ 7,000 คน go.abb/robotics

PSYONIC ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 และตั้งอยู่ที่เมืองซานดิเอโก้ เป็นบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีระบบชีวภาพขั้นสูงที่เข้าถึงได้ง่าย ออกแบบมาเพื่อเพิ่มศักยภาพทั้งมนุษย์และหุ่นยนต์ บริษัทสร้างระบบชีวภาพขั้นสูงที่ผสมผสานความเร็ว ความแข็งแรง ความทนทาน และการตอบสนองทางประสาทสัมผัส พร้อมทั้งพัฒนาการวิจัยในด้านหุ่นยนต์ อินเทอร์เฟซระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์ และ AI โดยมือเทียม PSYONIC Ability Hand นั้นเป็นมือเทียมที่คล่องแคล่วที่สุดและเร็วที่สุดในตลาด และเป็นรุ่นแรกที่ให้การตอบสนองทางสัมผัส ทำให้ผู้ใช้สามารถโต้ตอบทางกายภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติ และสร้างชุดข้อมูลที่หลากหลายเพื่อปรับปรุงความคล่องแคล่วของหุ่นยนต์

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260612749544/en

Contacts
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:

ฝ่ายประชาสัมพันธ์
Rory Smith
อีเมล: rory.smith@gb.abb.com

ที่มา: ABB Robotics

The Bangkok Reporter