Africa Finance Corporation ขยายการลงทุนในเอเชียอย่างต่อเนื่องด้วย Kimchi Term Loan Facility มูลค่า 140 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

Logo

การลงทุนในเอเชียล่าสุดไปยัง AFC เป็นเงินประมาณ 1.2 พันล้านเดอลลาร์สหรัฐ

ความสำเร็จเป็นตัวบ่งบอกถึงความสนใจของนักลงทุนชาวเอเชียในการพัฒนาของแอฟริกา

ลอนดอน–(BUSINESS WIRE)–20 พฤศจิกายน 2562

Africa Finance Corporation (“AFC” หรือ “Corporation) นักลงทุนผู้ให้บริการโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานระดับชั้นนำ วันนี้ได้ประกาศการทำสัญญาเสร็จสิ้นด้วยวงเงินกู้ระยะยาวกิมจิหรือ Kimchi Term Loan Facility จำนวน 140,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (“วงเงิน”)

การกู้ยืมนี้เป็นการมุ่งเป้าไปที่ตลาดการลงทุนในเกาหลีเป็นครั้งแรก ตามหลังวงเงินกู้ระยะยาวซามูไรแบบสองสกุลเงินหรือ Samurai Term Loan Facility  จำนวน 233 ล้านดอลลาร์สหรัฐและ 1 พันล้านเยน การทำสัญญาเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 2562 และสินเชื่อ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน การทำวงเงินกู้นี้ไม่รวมการซื้อของนักลงทุนชาวเอเชียอยู่ที่ 28% และการออกตราสารหนี้ระหว่างประเทศยูโรบอนด์ 16% เป็นจำนวนเงิน 500 ล้านและ 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ การลงทุนใน AFC ในตลาดเอเชียเมื่อไม่นานมานี้ (จากจีน ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ มาเลเซีย และไต้หวัน) มีมูลค่าประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

วงเงินกู้ระยะยาวกิมจิและการลงทุนอื่น ๆ ในเอเชียทั้งหมดของ AFC เป็นตัวอย่างของความสำเร็จของบริษัทที่มีส่วนร่วมจากนักลงทุนทั่วโลกและเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างพันธมิตรของนักลงทุนเพื่อกระจายแหล่งเงินทุนในขณะเดียวกันก็อนุญาตให้สถาบันต่าง ๆ จากทั่วโลกเข้าร่วมในการพัฒนาแอฟริกา รายได้จากวงเงินกู้ระยะยาวกิมจิจะใช้ตามวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัทตามข้อตกลงกับ AFC และกฎบัตร

นายซาไมลา ซุไบรุประธานและซีอีโอของ AFC กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้บรรลุเป้าหมายครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์นี้กับตลาดตราสารหนี้ของเกาหลีใต้ซึ่งเรารู้ว่าเรามีเกณฑ์การลงทุนที่คัดสรรมาอย่างดี ความสำเร็จนั้นคล้ายกันกับวงเงินกู้ซามูไรในประเทศญี่ปุ่นซึ่งแสดงให้เห็นถึงความกระหายที่เพิ่มขึ้นสำหรับการลงทุนในแอฟริกาตะวันออก เราหวังว่าจะมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องกับเกาหลีใต้เช่นเดียวกับตลาดเอเชียอื่น ๆ ที่เข้าใจถึงโอกาสในการพัฒนาที่ไม่เคยมีมาก่อในแอฟริกา”

นายบานจิ เฟฮินโตลาผู้อำนวยการอาวุโสและเหรัญญิกของ AFC กล่าวเสริมว่า “ที่ AFC เราใช้วิธีการอันหลากหลายและการคาดการณ์ล่วงหน้าในการระดมทุน เอเชียเป็นภูมิภาคที่สำคัญมากสำหรับเราและการมีส่วนร่วมของนักลงทุนชาวเอเชียในการเสนอขายตราสารหนี้ของเราได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ วงเงินกู้กิมจิและซามูไรที่เราได้รับในปีนี้เป็นตัวอย่างของการเข้าถึงตลาดและนวัตกรรมอย่างกว้างขวางของ AFC ในการระดมทุนระดับโลกเพื่อดำเนินโครงการและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนในแอฟริกา เราภูมิใจในความสำเร็จของเราในเอเชียและเราหวังว่าเราจะสามารถกระชับความเป็นหุ้นส่วนในภูมิภาคนี้ให้มากยิ่งขึ้น”

ธนาคาร Shinhan Bank สาขาลอนดอนและ Nedbank Limited ของแอฟริกาใต้ สาขาลอนดอนจะทำหน้าที่เป็น Bookrunner และผู้จัดทำเอกสาร ธนาคาร KEB Hana เป็นผู้จัดทำเอกสาร ธนาคาร NongHyup เป็นผู้จัดทำเอกสาร และธนาคาร First Abu Abu Abu PJSC เป็นผู้ประสานงาน

วงเงินการกู้เริ่มต้นและมีการเผยแพร่ทั่วไปวันที่ 16 กันยายน 2562 และสัญญาข้อตกลงเงินกู้เสร็จสิ้นวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562

บทบรรณาธิการ

เกี่ยวกับ AFCwww.africafc.org

AFC เป็นสถาบันการเงินนักลงทุนแบบพหุภาคีที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2550 โดยมีฐานเงินทุนจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นผู้นำภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในแอฟริกา มีงบดุลปัจจุบันประมาณ 5.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐAFC เป็นสถาบันการเงินนักลงทุนแบบพหุภาคีอันดับสองในแอฟริกาที่มีการจัดอันดับ A3/P2 (แนวโน้มความมีเสถียรภาพ) จาก Moody’s Investors Service AFC ประสบความสำเร็จในการระดมทุนกว่า 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2562  500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2560 และ 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2558  การออกตราสารหนี้ต่างประเทศผ่านการรับรองของคณะกรรมการมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายใต้โปรแกรมตราสารหนี้ระยะกลางหรือ Global Medium-Term Note (MTN) ตราสารหนี้ต่างประเทศทั้งหมดได้รับการจองซื้อเกินกว่าที่เสนอและเป็นที่ดึงดูดของนักลงทุนจากเอเชียยุโรปและสหรัฐอเมริกา

การลงทุนของ AFC นำเสนอความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนโดยเน้นที่การให้คำปรึกษาทางการเงินและทางเทคนิค การจัดทำโครงการ การพัฒนาโครงการและความเสี่ยงทางการเงิน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของแอฟริกาอย่างยั่งยืน AFC ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูงที่ให้บริการที่จำเป็นในภาคโครงสร้างพื้นฐานหลักด้านพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ อุตสาหกรรมหนัก การขนส่งและโทรคมนาคม ปัจจุบันบริษัทได้ลงทุนในโครงการไปแล้วกว่า 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน 30 ประเทศทั่วแอฟริกา

ติดตามเราบน Twitter – @africa_finance

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

Lucy Savage

รองประธานอาวุโสฝ่ายการสื่อสาร

โทรศัพท์: + 234 1 279 9600

อีเมล: lucy.savage@africafc.org     

Buchanan Communications

Bobby Morse / Augustine Chipungu

โทรศัพท์: +44 (0) 207 466 5000

อีเมล: afc@buchanan.uk.com  

รายงาน GPCI 2019 ของมูลนิธิ Mori Memorial Foundation ระบุว่าลอนดอนกำลังชะลอตัว โตเกียวกับลังซบเซา และปารีสกำลังเทรนด์สูงขึ้น

Logo

48 เมืองใหญ่ของโลกตามการจัดอันดับโดย GPCI 2019 ของมูลนิธิ Mori Memorial Foundation

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–19 พ.ย. 2562

ลอนดอน นิวยอร์ก โตเกียว และปารีสได้รับเลือกอีกครั้งเป็นเมืองที่มีเสน่ห์อย่างครอบคลุมมากที่สุดในโลกตามลำดับ โดยดัชนีอิทธิพลเมือง Global Power City Index (GPCI) 2019 ตามรายงานที่ตีพิมพ์โดย The Mori Memorial Foundation’s Institute for Urban Strategies หน่วยงานวิจัยที่ก่อตั้งโดย Mori Building ผู้พัฒนาเมืองชั้นนำในโตเกียว  ตั้งแต่ปี 2008 รายงาน GPCI ประจำปีได้ทำการจัดอันดับ 40 กว่าเมืองใหญ่ในแง่ของ "พลังดึงดูด" หรืออำนาจโดยรวมในการดูดบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์และองค์กรจากทั่วโลก  เมืองได้รับการจัดอันดับในแง่ของ 70 ตัวบ่งชี้ในหกหมวดหมู่ (ฟังก์ชั่น): เศรษฐกิจ การวิจัยและพัฒนา ปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม ความน่าอยู่ สิ่งแวดล้อม และการเข้าถึง  ในความพยายามที่จะจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมรอบเมือง GPCI ได้ปรับปรุงตัวชี้วัดและวิธีการรวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีฟีเจอร์มัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20191118005309/en/

Global Power City Index(GPCI) 2019 - 48 Target Cities (Graphic: Business Wire)

Global Power City Index (GPCI) 2019 – 48 เมืองเป้าหมาย (กราฟิก: บิสิเนสไวร์)

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและการตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น คะแนนโดยรวมของกรุงลอนดอนได้ลดลงหลังจากการครองตำแหน่งสูงสุดใน GPCI เป็นเวลาแปดปี  แม้ว่าคะแนนของนิวยอร์ก โตเกียว และปารีสได้ลดลงด้วยเหตุผลของตน ระดับการลดลงของโตเกียวนั้นได้เพิ่มความห่างไกลจากนิวยอร์กในขณะที่ช่องว่างระหว่างโตเกียวและปารีสได้แคบลง  ปารีสยังทำคะแนนหลังจากการประมูลที่ประสบความสำเร็จในปี 2560 เพื่อเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2567 โดยได้ก้าวข้ามเทรนด์ขาลงที่ผ่านมาหลังจากเหตุก่อการร้ายในปี 2558

เหตุการณ์ท้าทายจำนวนมากในปี 2562 ได้แก่ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน การถอนตัวของสหราชอาณาจักรจากสหภาพยุโรป และการประท้วงในฮ่องกง  ผลกระทบที่เห็นได้ชัดในคะแนน GPCI 2019 คือ “อัตราการเติบโตของจีดีพี” ที่เชื่องช้าของปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ และจำนวน “500 บริษัทอันดับต้นของโลก” ที่ลดลงในกรุงลอนดอน  ฮ่องกงมีแนวโน้มที่จะเห็นผลกระทบของความไม่สงบทางการเมืองใน GPCI ปี 2563

ไฮไลต์ (เมือง #1-#10)

  • คะแนนของลอนดอน (#1) ลดลงอย่างชัดเจนในหมวด “มูลค่าจีดีพีตามราคาปัจจุบัน” และ “500 บริษัทอันดับต้นของโลก” ซึ่งอาจเกิดจากความสับสนจากการเจรจา Brexit  อย่างไรก็ตาม ลอนดอนยังคงมีจุดแข็งโดยรวมโดยมีตัวชี้วัด 12 จาก 16 ตัวในหมวดการโต้ตอบทางวัฒนธรรมติด 5 อันดับแรก
  • นิวยอร์ก (#2) ยังติดอันดับหนึ่งในหมวดกลุ่มเศรษฐกิจและการวิจัยและพัฒนา โดยได้รับคะแนนสูงในหมวด “มูลค่าจีดีพีตามราคาปัจจุบัน” และ “จำนวนนักวิจัย”  ทั้ง “ความพร้อมของทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะ” และ “จำนวนชาวต่างชาติที่อยู่อาศัย” ภายใต้หมวดการปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมแสดงแนวโน้มที่ลดลงเนื่องจากบุคคลที่มีทักษะได้ย้ายไปอยู่เมืองอื่น
  • โตเกียว (#3) แม้จะมีคะแนนที่ลดลง แต่ยังคงอยู่ในอันดับที่สาม  แม้ว่าปักกิ่ง (#24) จะแซงหน้าโตเกียวเกี่ยวกับ "ความเสี่ยงทางการเมือง เศรษฐกิจ และธุรกิจ" คะแนนปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมของโตเกียวได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า  โตเกียวทำคะแนนได้ดีในเรื่อง "ความดึงดูดของตัวเลือกการรับประทานอาหาร" ในขณะที่ "จำนวนพิพิธภัณฑ์" และ "ตัวเลือกสถานบันเทิงยามค่ำคืน" อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งแสดงถึงความต้องการองค์ประกอบการท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดยิ่งขึ้น
  • ปารีส (#4) หลังจากคะแนนที่เคยลดลงหลังจากเหตุก่อการร้ายในปี 2558 ปัจจุบันได้รับคะแนนที่ดีขึ้นในหวมด “จำนวนผู้มาเยี่ยมชาวต่างชาติ” และ “จำนวนฆาตกรรม”  การแข่งขันระหว่างปารีสและโตเกียวเพื่อเพิ่มพลังในเมืองคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2567 และ 2563 ตามลำดับ
  • สิงคโปร์ (#5) ยังคงเป็นเมืองที่มีความมั่นคง โดยได้รับอันดับหนึ่งในด้าน “ความเสี่ยงทางการเมืองเศรษฐกิจและธุรกิจ” และอันดับที่ 2 ในด้าน “เสรีภาพทางเศรษฐกิจ”  สิงคโปร์ยังคงได้รับคะแนนสูงในด้าน “จำนวนผู้มาเยือนจากต่างชาติ” และ “จำนวนผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติ” ในฐานะศูนย์กลางระหว่างประเทศชั้นนำของเอเชีย
  • ความนิยมของอัมสเตอร์ดัม (#6) ในฐานะจุดหมายปลายทางเพื่อความบันเทิงได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 3 ในตัวบ่งชี้ "ทางเลือกชีวิตยามค่ำคืน" ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใหม่ โดยตามหลังลอนดอนและกรุงเทพ (#40)  โซล (#7) ได้คะแนนดีในการวิจัยและพัฒนา โดยติด 10 อันดับแรกในห้าของแปดตัวชี้วัด เช่นเดียวกับเมืองในเอเชียอื่นๆ เช่นไทเป (#39) และฮ่องกง (#9) แล้วโซลยังได้คะแนนสูงในเรื่อง “อัตราการรีไซเคิลขยะ”  เบอร์ลิน (#8) ทำคะแนนได้ดีในฐานะเมืองที่น่าอยู่ด้วยศิลปะและวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง เช่นเดียวกับมาดริด (#13) เบอร์ลินอยู่ใน 10 อันดับแรกของความน่าอยู่เนื่องจากค่าครองชีพและความง่ายในการใช้ชีวิต  ฮ่องกง (#9) ยังคงมีคะแนนดีเยี่ยมใน “อิสระทางเศรษฐกิจ” และ “ความเสี่ยงทางการเมือง เศรษฐกิจ และธุรกิจ”  ซิดนีย์ (#10) เป็นเมืองเดียวที่ติดอันดับ 10 อันดับแรกของโลกที่ทำคะแนนสูงสุดในด้านสิ่งแวดล้อม  ซิดนีย์ยังเป็นจุดหมายปลายทางอันดับที่ 3 ในบรรดาเมืองสำหรับ “จำนวนนักศึกษาต่างชาติ”

ไฮไลท์อื่นๆ

  • เมืองในอเมริกาเหนือลอสแองเจลิส (#12) บอสตัน (#25) ชิคาโก (#26) และซานฟรานซิสโก (#18) แข็งแกร่งในด้าน “ผู้ได้รับรางวัลในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” โดยทั้งหมดอยู่ใน 10 อันดับแรกในการวิจัยและพัฒนา โตรอนโต (#16) และแวนคูเวอร์ (#23) ได้คะแนนสูงจากตัวชี้วัดส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน "เสรีภาพทางสังคมและความเท่าเทียม" และ "ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากภัยธรรมชาติ"
  • ซูริค (#15) และเจนีวา (#34) ได้รับคะแนนสูงในหมวดสิ่งแวดล้อมเช่น "เมืองเขียว" และ "การปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์" ในขณะที่สต็อกโฮล์ม (#14) และโคเปนเฮเกน (#20) ได้คะแนนดีในด้าน "คุณภาพน้ำ" และ "อัตราพลังงานทดแทน"
  • ในบรรดาเมืองใหม่ๆ ใน GPCI เมลเบิร์น (#11) และ เฮลซิงกิ (#28) ประสบความสำเร็จอย่างมากในด้านสิ่งแวดล้อม ขณะที่ ดับลิน (#33) มีอัตราการเติบโตของจีดีพีสูง  เทลอาวีฟ (#38) ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีที่โดดเด่น อยู่ในอันดับที่ 7 ในด้าน “สภาพแวดล้อมสำหรับสตาร์ทอัพ”

ดูที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191118005309/en/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม:
The Mori Memorial Foundation
Institute for Urban Strategies,
Peter Dustan, +81-3-6406-6800
แฟกซ์: +81-3-3578-7051 
iusall@mori-m-foundation.or.jp
http://mori-m-foundation.or.jp/english/ius2/gpci2/

หรือ

สำหรับสื่อต่างประเทศ
Weber Shandwick
Reina Matsushita / Kaya Tanabe,
+81-(0)80-2375-0295 / +81(0)90-7726-7027 moribldg@webershandwick.com


ธนาคารกสิกรไทยชี้แจงกรณีข่าวนางฮวย ศรีวิรัตน์ (อาม่าฮวย) ฟ้องร้องธนาคาร

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–19 พฤศจิกายน 2562

คำชี้แจง

จากกรณีนางฮวย ศรีวิรัตน์ (อาม่าฮวย) ได้ฟ้องคดีอาญาลูกสาว และพนักงานของธนาคารกสิกรไทยความผิดฐานลักทรัพย์ ทำเอกสารปลอม และใช้เอกสารปลอม เกี่ยวกับการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของลูกค้าและฟ้องคดีแพ่งกับธนาคารนั้น

ธนาคารขอชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อปี 2557 และพนักงานดำเนินการไปตามความประสงค์ลูกค้าผ่านทางญาติสนิท โดยไม่มีเจตนาทุจริต ทั้งนี้ในชั้นนี้มีการฟ้องร้องเป็นคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ซึ่งจะต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทั้งรายการที่เกิดในฝั่งธนาคาร ข้อมูลความสัมพันธ์ในทางครอบครัว และข้อมูลแวดล้อมอื่น ๆ โดยธนาคารพร้อมให้ข้อเท็จจริงและนำเสนอพยานหลักฐานต่อศาล และยินดีปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลยุติธรรม

ส่วนบริหารเครือข่ายสื่อ ธนาคารกสิกรไทย
1 ซอยราษฎร์บูรณะ 27/1 ราษฎร์บูรณะ
กทม.10140
โทร.0 2470 2654-8

เอดีบี-กัลฟ์ พีดี ลงนามสัญญาเงินกู้สร้างโรงไฟฟ้ากำลังผลิต 2,500 เมกะวัตต์ ในประเทศไทย

Logo

ข่าวธุรกิจไทย กรุงเทพฯ ประเทศไทย ( 18 พฤศจิกายน 2562 ) – ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี และ บริษัท กัลฟ์ พีดี จำกัด (Gulf PD Company Limited) ได้ร่วมลงนามในสัญญาเงินกู้มูลค่า 180 ล้านเหรียญสหรัฐ ในวันนี้ เพื่อลงทุนในโครงการก่อสร้างและดำเนินงานโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจากกังหันก๊าซ (combined cycle gas turbine) กำลังการผลิต 2,500 เมกะวัตต์ ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะระยอง จังหวัดระยอง

https://www.adb.org/th/news/adb-gulf-pd-sign-deal-build-2500-mw-power-plant-thailand

INNIO ลงนามข้อตกลงกับกฟผ. พัฒนาโซลูชั่นไม่โครกริดขั้นสูงในประเทศไทย

Logo

  • ข้อตกลงจะรวมถึงการพัฒนาการสาธิตไมโครกริดที่ศูนย์ความเป็นเลิศด้านพลังงานการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ของกฟผ. หรือ  EGAT’s zero-emissions energy excellence center ในเขตบางกรวย จ.นนทบุรี ประเทศไทย
  • การสาธิตไมโครกริดจะรวมระบบไฮโดรเจนจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม
  • เป้าหมายของโครงการคือการติดตั้งเครื่องยนต์ก๊าซ INNIO Jenbacher เพื่อใช้เชื้อเพลิงทดแทน 100%

เมือง Jenbach, ประเทศอสเตรีย –(BUSINESS WIRE)–15 พ.ย. 2562

INNIO ประกาศในวันนี้ว่า บริษัท ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาของการสาธิตไมโครกริดที่ศูนย์ความเป็นเลิศด้านพลังงานการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ของกฟผ. ประเทศไทย โดย กฟผ. กำลังวางแผนที่จะติดตั้งเครื่องยนต์ก๊าซ Jenbacher จาก INNIO ที่สามารถทำงานบนก๊าซทดแทนได้ 100% เช่น ก๊าซชีวภาพ และไฮโดรเจนสีเขียว และที่สนับสนุนการสาธิตไมโครกริดสีเขียวขนาดเล็ก พิธีการการลงบันทึกความเข้าใจนี้จัดขึ้นที่ศูนย์การเรียนรู้ของกฟผ. ในกรุงเทพฯ

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20191115005236/en/

From left to right: Tawatchai Sumranwanich (EGAT, Generation and Transmission System Planning Division), Patana Sangsriroujana (EGAT, Deputy Governor Strategy), Carlos Lange (INNIO, President & CEO) and Anand Anton (INNIO, General Manager Sales and Services APAC). Copyright: EGAT

จากซ้ายไปขวา: ธวัชชัย สำราญวานิช (กฟผ., ฝ่ายวางแผนและสร้างระบบส่งกำลัง), พัฒนา แสงศรีโรจน์ (กฟผ., รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์), Carlos Lange (INNIO, ประธานและ CEO) และ Anand Anton (INNIO, ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและบริการ APAC)  ลิขสิทธิ์ของ EGAT

เทคโนโลยีใหม่ที่ได้รับการพัฒนาช่วยให้ผู้ผลิตพลังงานผลิตไฟฟ้าด้วยการปล่อยคาร์บอนน้อยลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น กฟผ. ได้หันมาใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อมุ่งสู่การพัฒนานวัตกรรมพลังงานทดแทนและลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศโลก ความมั่นคงด้านพลังงาน และความเป็นอิสระ1

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับ INNIO ในโครงการนี้ ในระหว่างที่เราพัฒนาโครงการสาธิตไมโครกริดสีเขียวที่ กฟผ. แผนการของเราคือการติดตั้งโซลูชั่นดังกล่าวทั่วประเทศไทยและขยายตัวออกไปมากกว่านั้น” พัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกล่าว

บันทึกความเข้าใจกับ INNIO กำหนดกรอบการทำงานเพื่อกำหนดการใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนขั้นสูงและแสดงให้เห็นถึงโครงการไมโครกริด ที่ศูนย์การเรียนรู้ของกฟผ. ที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรีประเทศไทยซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2563 การบูรณาการเครื่องยนต์ก๊าซ Jenbacher พร้อมเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น ระบบแบตเตอรี่พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบอิเล็กโทรไลเซอร์ที่ผลิตไฮโดรเจนสีเขียวจะนำพาไมโครกริดสีเขียวมาสู่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และยืดหยุ่น ช่วยให้การจัดการพลังงานขั้นสูงตอบสนองความต้องการและให้โซลูชั่นการโหลดที่ลดลง

“ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านพลังงานการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ในประเทศไทยคาดว่าจะเป็นโครงการริเริ่มโครงการหนึ่งสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด และเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการร่วมลงทุนในนวัตกรรมนี้” Carlos Lange ซีอีโอและประธานบริษัท INNIO กล่าว “ เครื่องยนต์ก๊าซ Jenbacher ของ INNIO ใช้ก๊าซธรรมชาติหรือก๊าซอื่น ๆ เช่น ก๊าซชีวภาพ และไฮโดรเจน เครื่องยนต์ก๊าซของ INNIO ให้การใช้งานมากกว่า 68 กิกะวัตต์ในหมู่อุตสาหกรรมที่หลากหลาย และให้ความร้อนและพลังงานที่เชื่อถือได้ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายของประเทศไทยในด้านความมั่นคงและความเป็นอิสระด้านพลังงาน”

* ระบุเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน

เกี่ยวกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

กฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้กระทรวงพลังงานซึ่งรับผิดชอบการผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้ารวมทั้งจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าจำนวนมากในประเทศไทย กฟผ. ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2512  เป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีหน่วยงานทั่วประเทศด้วยกำลังการผลิตติดตั้งรวม 15,548 เมกะวัตต์

http://www.egat.co.th/en/.

เกี่ยวกับ INNIO

INNIO เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นชั้นนำสำหรับเครื่องยนต์ก๊าซ อุปกรณ์ไฟฟ้าแพลตฟอร์มดิจิทัล และบริการที่เกี่ยวข้องสำหรับการผลิตพลังงานและการบีบอัดก๊าซที่ใกล้กับจุดใช้งานหรือที่ ณ จุดการใช้งาน ด้วยแบรนด์ผลิตภัณฑ์ Jenbacher และ Waukesha ของเรา INNIO ก้าวไปไกลกว่าความเป็นไปได้ทั่วไปและมองไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญในวันพรุ่งนี้ ผลงานที่หลากหลายของเครื่องยนต์ก๊าซอุตสาหกรรมที่น่าเชื่อถือ ประหยัด และยั่งยืนนี้ สร้างพลังงาน 200 kW ถึง 10 MW สำหรับอุตสาหกรรมจำนวนมากทั่วโลก เราสามารถให้การสนับสนุนวงจรชีวิตแก่เครื่องยนต์ก๊าซที่ส่งมอบให้มากกว่าเครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซกว่า 50,000 แห่งทั่วโลก และได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายบริการของเราในกว่า 100 ประเทศ INNIO เชื่อมต่อกับคุณในพื้นที่เพื่อตอบสนองความต้องการบริการของคุณอย่างรวดเร็ว

สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Jenbach ประเทศออสเตรีย และมีการดำเนินงานหลักในเมือง Welland, Ontario, Canada และ Waukesha, Wisconsin, US สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ บริษัท ที่ www.innio.com. ติดตาม INNIO บน Twitter และ LinkedIn.

1 https://www.egat.co.th/en/news-announcement/news-release/moe-egat-discuss-thai-energy-in-the-disruptive-era

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191115005236/en/

ติดต่อ:

Susanne Reichelt

INNIO

+43 664 80833 2382

susanne.reichelt@ge.com

Vista Equity Partners ประกาศขยายธุรกิจในเอเชีย

Logo

Vista Consulting Group สาขาสิงคโปร์จะทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทในภูมิภาค

สิงคโปร์ & ออสติน เท็กซัส–(BUSINESS WIRE)–17 พฤศจิกายน 2562

วันนี้ Vista Equity Partners ประกาศเปิดตัวบริษัทในเครือ Vista Consulting Group’s (“VCG”) พร้อมทั้ง Vista Equity Partners (“Vista”) สาขาสิงคโปร์ โดย VGC จะเป็นบริษัทที่ปรึกษาในเครือของ Vista และเป็นบริษัทการลงทุนชั้นนำที่เน้นให้บริการแก่ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ระบบการวางแผนทรัพยากรขององค์กร ข้อมูล และเทคโนโลยี สำนักงานแห่งใหม่จะทำหน้าที่เป็นสำนักงานใหญ่ของ VCG ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะช่วยขยายกิจการของ Vista และช่วยสนับสนุนการดำเนินงานเพิ่มเติมแก่บริษัทในเครือ Vista ในภูมิภาคและพนักงานกว่า 14,000 คน

สำนักงานสิงคโปร์ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคาร Centennial แสดงถึงการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องต่อตลาดเอเชียของบริษัท ปัจจุบันมีบริษัทในเครือของ Vista กว่า 20 แห่งในภูมิภาค โดย 13 แห่งอยู่ในสิงคโปร์ และจากการเปิดตัวสำนักงานใหม่ครั้งนี้ บริษัทในเครือของ Vista อย่าง Apptio ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคดิจิทัล ได้ยกให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางแห่งเอเชีย เน้นการผลักดันยอดขายและมอบโอากาสทางธุรกิจต่าง ๆ ทั่วทั้งภูมิภาค อีกหนึ่งบริษัทในเครือ Vista อย่าง RDC ก็ได้ประกาศไปเมื่อต้นปีว่าสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางของธุรกิจในเอเชีย

Robert F. Smith ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอแห่ง Vista กล่าวว่า “เราเล็งเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดของการตลาดระหว่างธุรกิจกับธุรกิจในเอเชีย โดยมีรากฐานจากการลงทุนด้านโครงสร้างเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ระบบการวางแผนทรัพยากรขององค์กรที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสร้างโอกาสทางการค้าเพิ่มขึ้นแก่บริษัท นอกจากนี้ การตั้งบริษัทขึ้นในประเทศสิงคโปร์จะช่วยสร้างงานไปยังประเทศอินเดียและส่วนอื่น ๆ ในภูมิภาค และยังช่วยปรับปรุงความสามารถรองรับการเติบโตของบริษัทในเครือโดยการช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายของเรากับลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ นักลงทุน และผู้คิดค้นเทคโนโลยี เพื่อให้พวกเขาและ Vista ประสบความสำเร็จไปพร้อมกันต่อไปในอนาคต”

Vista เป็นหนึ่งในบริษัทแรก ๆ ที่ลงทุนพัฒนาบริษัทที่ปรึกษาของตนเอง โดยนำความเชี่ยวชาญและวิธีปฏิบัติงานที่ดีที่สุดเกือบสองทศวรรษมาลงทุนและเปิดบริษัทซอฟต์แวร์ระบบการวางแผนทรัพยากรขององค์กร และมีแผนการร่วมมือทางธุรกิจกับนักลงทุน ผู้ก่อตั้งธุรกิจ และผู้บริหารเพื่อช่วยให้บริษัทเติบโตผ่านเงินลงทุนและการช่วยเหลือสนับสนุน

พิธีเปิด Vista สาขาสิงคโปร์จัดขึ้นในวันศุกร์ โดยมีตัวแทนจากธนาคารกลางประเทศสิงคโปร์เข้าร่วม รวมทั้งพันธมิตรทางกลยุทธ์ ผู้บริหารจากบริษัทในเครือ Vista รัฐบาล และผู้นำทางธุรกิจจากทั่วภูมิภาค

เกี่ยวกับ Vista Equity Partners และ Vista Consulting Group

Vista Equity Partners เป็นบริษัทด้านการลงทุนโดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหรัฐฯ รวมทั้งสำนักงานย่อยในเมืองออสติน ชิคาโก นิวยอร์ก โอ๊คแลนด์ และซานฟรานซิสโก มีเงินทุนหมุนเวียนสะสมกว่า 52,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ Vista มุ่งเน้นลงทุนในการช่วยพัฒนาบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ระบบการวางแผนทรัพยากรขององค์กร ข้อมูล และเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นหุ้นนอกตลาด สินเชื่อ เงินลงทุนสาธารณะ และกลยุทธ์เงินทุนถาวร ในฐานะนักลงทุนชั้นดีพร้อมวิสัยทัศน์ในระยะยาว Vista ได้ส่งมอบความเชี่ยวชาญและการสนับสนุนหลายระดับไปยังบริษัทต่าง ๆ เพื่อดึงศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ พร้อมได้บริษัทในเครืออย่าง Vista Consulting Group มาช่วยสนับสนุนธุรกิจทั่วโลกอีกด้วย วิธีการลงทุนของ Vista ยึดหลักมาจากฐานเงินลงทุนระยะยาว ประสบการณ์การวางโครงสร้างการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเทคโนโลยี และเทคนิคการจัดการที่เชื่อถือได้ ซึ่งมอบความยื่นหยุ่นและโอกาส สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ www.vistaequitypartners.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สำหรับสื่อมวลชลติดต่อ

Alan H. Fleischmann

vista@laurelstrategies.com

+1-202-776-7776

สิบเอ็ดแบรนด์ไทยฉลองรางวัลในการประกวดการสร้างแบรนด์ประจำปี 2019 ที่พระราชวังเค็นซิงตัน

Logo

ลอนดอน–(บิสิเนสไวร์)–14 พ.ย. 2562

รางวัลการสร้างแบรนด์อันทรงเกียรติระดับโลก (World Branding Awards) ได้ยกย่อง 318 แบรนด์จาก 41 ประเทศในฐานะ “แบรนด์แห่งปี” ในงานฉลองที่จัดขึ้นที่ State Apartments ในพระราชวังเค็นซิงตัน โดยมีผู้บริโภคทั่วโลกกว่า 230,000 รายเข้าร่วมในกระบวนการลงคะแนน

Beijing Tong Ren Tang, CHAI LI WON, CoCo, Heinz, IKEA, LEGO®, Netflix, Neutrogena®, Schwarzkopf, Spotify, และ Yakult ถูกเลือกเป็นผู้ชนะระดับโลกในปีนี้

ผู้ชนะระดับภูมิภาคได้แก่ Aramex (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์); Elkjøp (นอร์เวย์); H&M (สวีเดน), Lancôme (ฝรั่งเศส); Naturgy (สเปน); Optical 88 (ฮ่องกง); LuLu (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์); Isetan (ญี่ปุ่น); และ ZALORA (สิงคโปร์)

สิบเอ็ดแบรนด์ไทยที่คว้ารางระดับประเทศในปีนี้ ได้แก่ Aurora (อัญมณี), ธนาคารกรุงเทพ (การธนาคาร), Café Amazon (ผู้ค้าปลีก-กาแฟ), King Power (ผู้ค้าปลีก-ปลอดภาษี), M-150 (เครื่องดื่มชูกำลัง), Pruksa (ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์), สถานีปตท. (สถานีบริการน้ำมัน/ปั้มน้ำมัน), SB Square Design (เฟอร์นิเจอร์), การบินไทย (สายการบิน), ไทยประกันชีวิต (ประกัน), และ TrueOnline (บรอดแบนด์/ISP)

ผู้ชนะได้รับถูกคัดเลือกผ่านสามรูปแบบการตัดสิน: การประเมินคุณค่าตราสินค้า, การวิจัยตลาดผู้บริโภค และการโหวตออนไลน์  เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของกระบวนการให้คะแนนมาจากคะแนนโหวตของผู้บริโภค สามารถมีผู้ชนะได้เพียงหนึ่งรายเท่านั้นในแต่ละหมวด

“งานนี้เป็นการฉลองความพยายามอย่างต่อเนื่องที่สำคัญต่อการสร้างแบรนด์ที่โดดเด่น  แบรนด์เหล่านี้ได้สร้างการจดจำแบรนด์ที่แข็งแกร่ง การรับรู้ และความไว้วางใจสูงสุดจากผู้บริโภค” Richard Rowles ประธาน World Branding Forum กล่าว

“แบรนด์ที่ดีจำเป็นต้องนำเสนอประสบการณ์ที่มีความหมายต่อลูกค้า ในขณะที่ยังคงมีความเกี่ยวข้องและโดดเด่น  โลกนี้เต็มไปด้วยแบรนด์มากมาย แต่แบรนด์ที่ยอดเยี่ยมต้องให้ผู้คนแน่ใจถึงจุดยืนของตน  แบรนด์ที่ชนะเลิศได้ได้กำหนดมาตรฐานให้กับแบรนด์อื่นๆ ในการอยู่ในอันดับต้นๆ ของเกม” Julian Andersen กรรมการผู้จัดการ World Branding Forum กล่าว

ในปีที่หก รางวัลนี้จัดขึ้นโดย World Branding Forum องค์กรไม่แสวงผลกำไรระดับโลกที่อุทิศตนเพื่อพัฒนามาตรฐานการสร้างแบรนด์  องค์กรนี้ได้จัดและสนับสนุนโครงการการศึกษาที่หลากหลาย และยังเผยแพร่ข่าวการสร้างแบรนด์บนเว็บไซต์ที่เข้าถึงผู้ชมทั่วโลกกว่า 34.4 ล้านคน

งานนี้มีเจ้าภาพเป็นเ Jemma Forte พรีเซนเตอร์ของ ITV, BBC1, BB2 และ Channel 4 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและรายชื่อผู้ชนะเลิศ โปรดไปที่ awards.brandingforum.org

เกี่ยวกับ World Branding Forum

World Branding Forum (WBF) เป็นองค์กรจดทะเบียนที่ไม่แสวงหาผลกำไรระดับโลก เป้าหมายและกิจกรรมขององค์กรคือการยกระดับมาตรฐานในการสร้างแบรนด์เพื่อประโยชน์ของอุตสาหกรรมและผู้บริโภค  WBF ผลิต จัดการ และสนับสนุนโปรแกรมที่หลากหลายครอบคลุมการวิจัย การพัฒนา การศึกษา การจดจำ เครือข่าย และการเข้าถึง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดไปที่ brandingforum.org

###

ดูต้นฉบับใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191114005618/en/

ติดต่อ:

Peter Michaels
editorial@brandingforum.org

KIOXIA Corporation เปิดตัวAutomotive UFS ขนาด 512GB ตัวแรกของอุตสาหกรรม

Logo

เปิดประสบการณ์การใช้งานสู่ระบบและแอพพลิเคชั่นขั้นสูงมากขึ้น เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–14 พ.ย. 2562

กำลังมีความกระหายอย่างมากในด้านระบบยานยนต์ในรุ่นต่อไปในอนาคต ทั้งความกระหายด้านข้อมูล และความบันเทิงขั้นสูงที่เพิ่มขึ้น และระบบ ADAS[2] พื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติมสำหรับการบันทึกข้อมูลเหตุการณ์ การรองรับการทำแผนที่ 3D ที่มากขึ้น ซึ่งในการจะทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ KIOXIA Corporation ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้เริ่มต้นลองใช้ Automotive Universal Flash Storage[3]  ขนาด 512 กิกะไบต์แรก (GB) JEDEC®เวอร์ชั่น 2.1 โซลูชั่นหน่วยความจำในตัว Automotive UFS ของ KIOXIA ที่รองรับช่วงอุณหภูมิกว้าง (-40°C ถึง + 105°C) ตรงตามข้อกำหนด AEC-Q100 Grade2[4] และมอบความน่าเชื่อถือที่เพิ่มขึ้นตามการใช้งานด้านยานยนต์ต่าง ๆ ทั้งนี้อุปกรณ์ 512GB เข้าร่วมกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ Automotive UFS ที่มีอยู่ของบริษัทซึ่งรวมถึง ผลิตภัณฑ์ที่ความจุขนาด 16GB, 32GB, 64GB, 128GB และ 256GB

นวัตกรรมต่าง ๆ เช่น ยานยนต์อัตโนมัติ ระบบข้อมูล และความบันเทิงยานยนต์ขั้นสูง, ดิจิตอลคลัสเตอร์, ระบบตรวจสอบยานพาหนะ telematics และ ADAS ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์ผู้ขับขี่ที่ยกระดับ แต่ยังต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลภายในยานพาหนะมากขึ้นด้วย

เพื่อตอบสนองความต้องการหน่วยความจำที่มีความจุขนาดใหญ่นี้ หน่วยความจำขนาด 512GB Automotive UFS ใหม่ของ KIOXIA ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา ซึ่งได้รวมเอาหน่วยความจำแฟลช 3D BiCS FLASH ™ ของบริษัทและคอนโทรลเลอร์เอาไว้ในแพ็คเกจเดียวกัน โดย 512GB Automotive UFS มีฟังก์ชั่นหลายอย่างที่เหมาะสมกับความต้องการของแอพพลิเคชั่นด้านยานยนต์เช่น ฟังก์ชัน “ รีเฟรช”,“ ควบคุมความร้อน” และ “การวินิจฉัยเพิ่มเติม” ทั้งนี้ ฟังก์ชัน“ รีเฟรช” สามารถใช้เพื่อรีเฟรชข้อมูลที่เก็บไว้ใน UFS และช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อมูล ฟังก์ชั่น“ การควบคุมความร้อน” ปกป้องอุปกรณ์จากความร้อนสูงเกินไปในสถานการณ์อุณหภูมิสูงที่อาจเกิดขึ้นในการใช้งานยานยนต์ และท้ายที่สุด ฟังก์ชั่น“ การวินิจฉัยเพิ่มเติม” ช่วยให้โปรเซสเซอร์โฮสต์เข้าใจสถานะของอุปกรณ์ได้ง่าย

หมายเหตุ

[1] ที่มา: KIOXIA Corporation ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562

[2] ADAS ย่อมากจาก Advanced Driving Assistant System

[3] Universal Flash Storage (UFS) เป็นเครื่องหมายการค้าและหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์สำหรับคลาสของผลิตภัณฑ์หน่วยความจำแบบฝังที่สร้างขึ้นตามข้อกำหนดมาตรฐาน JEDEC UFS โดย JEDEC เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ JEDEC Solid State Technology Association

[4] ข้อกำหนดคุณสมบัติของชิ้นส่วนไฟฟ้าที่กำหนดโดย AEC (Automotive Electronics Council)

*ข้อมูลจำเพาะตัวอย่างอาจแตกต่างจากชิ้นส่วนที่มาจากการผลิตจำนวนมาก

*ในการกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ KIOXIA ทุกครั้ง: การระบุความหนาแน่นของผลิตภัณฑ์ตามความหนาแน่นของชิปหน่วยความจำภายในผลิตภัณฑ์ไม่ใช่จำนวนความจุหน่วยความจำที่มีสำหรับการจัดเก็บข้อมูลโดยผู้ใช้ ความจุที่ใช้งานได้ของผู้บริโภคจะลดลงเนื่องจากพื้นที่ของ overhead data การจัดรูปแบบฟอร์แม็ต บล็อกที่ไม่ดี และข้อจำกัดอื่น ๆ และอาจแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์โฮสต์และแอปพลิเคชัน สำหรับรายละเอียดโปรดอ้างอิงข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดย1Gb = 2^30 บิต = 1,073,741,824 บิต และ 1GB = 2^30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์

* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการที่กล่าวถึงในที่นี้อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับ KIOXIA:

KIOXIA เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นหน่วยความจำที่อุทิศตนเพื่อการพัฒนาการผลิตและการขายหน่วยความจำแฟลชและโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) โดยในเดือนเมษายน 2560 หน่วยความจำ Toshiba รุ่นก่อนถูกแยกออกจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ในปี 2530  KIOXIA มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วยหน่วยความจำด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์บริการและระบบที่สร้างทางเลือกสำหรับลูกค้าและคุณค่าที่อิงการใช้หน่วยความจำต่อสังคม เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช 3D แบบใหม่ของ KIOXIA คือ BiCS FLASH™ กำลังสร้างอนาคตของการจัดเก็บในแอพพลิเคชั่นที่มีความหนาแน่นสูง รวมไปถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง, พีซี, SSD, รถยนต์ และศูนย์ข้อมูล

สอบถามสำหรับลูกค้า:

KIOXIA Corporation

ฝ่ายขายและการตลาดหน่วยความจำ

โทร: +81-3-6478-2423

https://business.kioxia.com/en-jp/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารนี้รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาของบริการและข้อมูลการติดต่อนั้นถูกต้องในวันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191113006021/en/

สอบถามสำหรับสื่อ:

KIOXIA Corporation

กองวางแผนกลยุทธ์การขาย

Koji Takahata

โทร: +81-3-6478-2404

Michael Buckley กลับคืนสู่การเป็นซีอีโอของ True Religion Apparel

Logo

แมนฮัตตันบีช แคลิฟอร์เนีย–(บิสิเนสไวร์)–25 พ.ย. 2562

True Religion Apparel, Inc. ประกาศว่าคณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้ง Michael Buckley เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ซึ่งมีผลทันที  ก่อนหน้านี้ คุณ Buckley เคยเป็นประธานของ True Religion Apparel จากปี 2549 ถึง 2553  คุณ Buckley จะรับผิดชอบในการพัฒนาและดำเนินการวิสัยทัศน์ในอนาคตและแผนงานสำหรับ True Religion  คุณ Buckley จะรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท

Michael Buckley เป็นผู้บริหารผลิตภัณฑ์ค้าปลีกและผู้บริโภคชั้นนำที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จกว่า 30 ปีเรื่องการสร้างแบรนด์และการสร้างมูลค่าทั้งในและต่างประเทศ เมื่อไม่นานมานี้ คุณ Buckley ได้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Differential Brands Group (เปลี่ยนชื่อเป็น Centric Brands เมื่อซื้อกิจการ Global Brands Group) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียน NASDAQ.  Differential เป็นเจ้าของแบรนด์ Hudson Jeans, Robert Graham และ Swims ก่อนหน้า Differential ช่วงปี 2554-2559 คุณ Buckley ได้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Robert Graham Designs ก่อนที่จะถูกขายให้กับบริษัท Differential Brands Group ในราคา 180 ล้านดอลลาร์  ก่อน Robert Graham ในช่วงปี 2549-2553 ในตำแหน่งประธาน True Religion Apparel ได้มียอดขายเพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านดอลลาร์เป็นมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ EBITDA จาก 30 ล้านดอลลาร์ถึง 90 ล้านดอลลาร์ และมูลค่าใน NASDAQ เพิ่มขึ้นสามเท่าเป็น 850 ล้านดอลลาร์  โดยแพลตฟอร์มค้าปลีกขยายจาก 1 เป็น 100 ร้านค้า  บริษัทได้ขยายชุดผลิตภัณฑ์เพื่อรวมเสื้อยืด เสื้อทอ เสื้อถัก แจ๊กเก็ต และลิขสิทธิ์จำนวนมากรวมถึงรองเท้า น้ำหอม แว่นตา ชุดว่ายน้ำและอุปกรณ์เสริม  ทั้งในปี 2551 และ 2552 True Religion ได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทเครื่องแต่งกายที่มีกำไรมากที่สุดอันดับหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนมหาชนในสหรัฐอเมริกาโดยวัดจากกำไรหลังภาษี

Gene Davis ประธานกรรมการกล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นและภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Michael Buckley กลับมาที่ True Religion Apparel  เขานำประสบการณ์มาหลายปีในวงการเดนิมและชุดกีฬาชายและหญิง รวมถึงบทบาทในอดีตในฐานะประธาน True Religion.  Michael มีความสำเร็จมากมายในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมาและเขาจะนำทักษะและความรอบรู้มาสู่ทีมผู้นำ True Religion  เราขอขอบคุณ Farla Efros ที่ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ True Religion ชั่วคราวในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา  เรามีความยินดีที่เธอและทีมที่ปรึกษา HRC จะให้การสนับสนุน True Religion ต่อไปในเดือนข้างหน้า

คุณ Buckley กล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งของเขาว่า “ผมตื่นเต้นมากที่จะได้กลับมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ True Religion ในช่วงวิวัฒนาการของแบรนด์ที่น่าตื่นเต้นนี้  ผมตั้งตาที่จะได้ร่วมงานกับคณะกรรมการ ชบริษัท Farla Efros และ HRC Advisory และทีม True Religion ทั้งหมด”

เกี่ยวกับ True Religion Apparel, Inc.

ในปี 2545 True Religion ถือกำเนิดในวงการยีนส์ลอสแองเจลิสโดยปฏิวัติรูปแบบยีนส์คลาสสิกห้ากระเป๋า  ด้วยกระบวนการด้ายห้าเข็มที่สองตะเข็บต่อนิ้ว True Religion Super T ได้รับการยอมรับเป็นสไตล์ที่แตกต่างจากแบรนด์ยีนส์อื่นๆ ในโลกทันที  True Religion เข้าถึงความเป็นตัวของตัวเองของเราทุกคน แบรนด์ดังกล่าวถูกสวมใส่โดยนักกีฬา นักดนตรี และศิลปินทั่วโลกเพื่อแสดงสไตล์ของแต่ละคน โดยนำเสนอการคัดสรรสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว True Religion Brand Jeans มุ่งเน้นผลิตยีนส์พรีเมี่ยมคุณภาพสูงและชุดกีฬาสำหรับบุรุษ สตรี และเด็ก

ดูที่มาใน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20191112005825/en/

สำหรับ True Religion:
Carol Moniz
michele marie pr
1261 Broadway, Suite 802
New York, NY 10001
O: 646.863.3923
E: carol@michelemariepr.com

GA-ASI เตรียมทำการสาธิตขีดความสามารถในยุโรป

Logo

ร่วมกับ HAF เพื่อจัดแสดงปฏิบัติการเฝ้าระวังทางทะเลและการสนธิน่านฟ้าสำหรับ RPA

ซานดิเอโก & ฐานทัพอากาศลาริสซา, กรีซ–(BUSINESS WIRE)–11 พฤศจิกายน 2562

วันนี้ General Atomics Aeronautical Systems, Inc. (GA-ASI) ผู้นำระดับโลกด้านอากาศยานที่ควบคุมการบินจากระยะไกล (RPA) ประกาศถึงความร่วมมือกับกองทัพอากาศกรีซ (HAF) เพื่อทำการบินสาธิตให้กับประเทศในยุโรปในเดือนธันวาคม ฝูงบินจะขึ้นบินจากฐานทัพของกองทัพอากาศกรีซในเมืองลาริสซา และใช้อากาศยานที่ควบคุมการบินจากระยะไกล GA-ASI MQ-9 Guardian เพื่อทำการแสดงขีดความสามารถในปฏิบัติการเฝ้าระวังทางทะเล และระบบ Detect and Avoid (DAA) ที่พัฒนาโดย GA-ASI ซึ่งทำให้อากาศยานที่ควบคุมการบินจากระยะไกลสามารถขึ้นบินได้อย่างปลอดภัยในเขตน่านฟ้าพลเรือนควบคู่กับอากาศยานที่ใช้คนควบคุม

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหาในรูปแบบมัลติมีเดีย ดูเนื้อหาเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20191111005503/en/

“We appreciate the Hellenic Air Force’s support in helping showcase the maritime surveillance and civil airspace integration capabilities of our unmanned aircraft in Europe.” - Linden Blue, CEO, GA-ASI. (Photo: Business Wire)

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศกรีซเพื่อทำการแสดงขีดความสามารถในปฏิบัติการเฝ้าระวังทางทะเล และการสนธิน่านฟ้าพลเรือนของอากาศยานไร้คนขับในยุโรปของเรา” – Linden Blue ซีอีโอ GA-ASI (รูปภาพ: Business Wire)

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศกรีซเพื่อทำการแสดงขีดความสามารถในปฏิบัติการเฝ้าระวังทางทะเล และการสนธิน่านฟ้าพลเรือนของอากาศยานไร้คนขับในยุโรปของเรา” Linden Blue ซีอีโอของ GA-ASI กล่าว “ปัจจุบัน ความต้องการระบบเฝ้าระวังทางอากาศที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ยาวนาน ในราคาที่สามารถจับต้องได้ เพื่อทำการตรวจการทะเลรอบ ๆ ยุโรปกำลังสูงขึ้น”

การสาธิตมีการจัดรูปแบบตามระบบ MQ-9 ที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ของสหรัฐอเมริกาใช้ในการสนับสนุนบทบาทด้านการเฝ้าระวังทางทะเล

ระบบ DAA ประกอบด้วย เรดาร์แบบอากาศสู่อากาศ (Air To Air) และระบบประมวลผลที่มีการเชื่อมเข้ากับระบบการป้องกันการชนกันกลางอากาศของเครื่องบิน (TCAS II) และระบบติดตามอากาศยานอัตโนมัติ ADS-B ระบบ DAA จาก GA-ASI เป็นระบบที่ใช้ในสหรัฐอเมริกา เรดาร์ป้องกันการชนของระบบมาพร้อมกับคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่จำเป็นสำหรับการสนธิอากาศยานไร้คนขับเข้ากับน่านฟ้าพลเรือน

นอกจากนี้ ระบบ MQ-9 จะทำการสาธิตการทำงานของเรดาร์สำหรับการค้นหาระดับผิวน้ำแบบ multi-mode กับโหมด Inverse Synthetic Aperture Radar (ISAR) ตัวรับสัญญาณ Automatic Identification System (AIS) และเซ็นเซอร์ High-Definition/Full-Motion Video ที่ติดตั้งมากับกล้องระบบออปติคอลและระบบอินฟาเรด ชุดเซ็นเซอร์นี้ช่วยให้สามารถทำการค้นหาและพิสูจน์ฝ่ายยานผิวน้ำจากระยะกว่าพันไมล์ทะเลได้แบบเรียลไทม์

ระบบเรดาร์ค้นหาระดับผิวน้ำที่มีความพิเศษอย่าง Raytheon SeaVue มาพร้อมระบบติดตามเป้าหมายทางทะเลอัตโนมัติ และเครื่องส่งสัญญาณ AIS และการค้นหาของเรดาร์ที่มีความสัมพันธ์กัน

นอกจากนี้ GA-ASI จะทำงานร่วมกับ SES ผู้ให้บริการการสื่อสารผ่านดาวเทียม (SATCOM) และบริการที่มีการจัดการแบบครบวงจรชั้นนำ รวมถึงดาวเทียมในวงโคจรค้างฟ้า (GEO) และดาวเทียมในวงโคจรระยะปานกลาง (MEO) กว่า 70 ดวง โดย SES จะเป็นผู้ให้บริการเชื่อมต่อกับดาวเทียมประเภท GEO ซึ่งจะทำให้ MQ-9 สามารถปฏิบัติการได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะทำให้มีการรับส่งข้อมูลเซ็นเซอร์จากอากาศยานได้แบบเรียลไทม์ และขยายการรับส่งข้อมูลออกไปในระยะ “ไกลเกินขอบฟ้า” ได้

“ด้วยจำนวนดาวเทียมที่เรามีอยู่ทั่วโลก SES ได้ให้การสนับสนุนที่สำคัญกับ GA-ASI รวมถึงลูกค้าที่เป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่ใช้อากาศยานเหล่านี้ในการปฏิบัติการมาเกือบสองทศวรรษแล้ว” Nicole Robinson รองประธานอาวุโสฝ่าย Global Government ของ SES Networks กล่าว “เรามีความภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนการสาธิตครั้งนี้กับกองทัพอากาศกรีซ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ที่ยาวนานของเรากับ General Atomics”

มีภาพความละเอียดสูงของ MQ-9 Guardian สำหรับสื่อมวลชนที่ได้รับการรับรองและมีชื่อในข้อมูลติดต่อจาก GA-ASI และ HAF

เกี่ยวกับ GA-ASI

General Atomics Aeronautical Systems, Inc. (GA-ASI) เป็นบริษัทในเครือ General Atomics และเป็นผู้นำด้านการออกแบบและผลิตอากาศยานที่ควบคุมการบินจากระยะไกล (RPA) ระบบเรดาร์ และระบบ electro-optic รวมถึงระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจซึ่งได้รับการยอมรับและมีความน่าเชื่อถือ รวมถึงอากาศยานที่ควบคุมการบินจากระยะไกลซีรีส์ Predator® และเรดาร์ Lynx®  แบบ multi-mode GA-ASI มีชั่วโมงบินที่สูงถึง 6 ล้านชั่วโมง เป็นผู้ให้บริการอากาศยานที่มีความสามารถในการปฏิบัติภารกิจได้ยาวนานซึ่งมีระบบเซ็นเซอร์ในตัว พร้อมระบบเชื่อมโยงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการบินที่ต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรับรู้สถานการณ์และโจมตีได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้ผลิตสถานีควบคุมภาคพื้นดินและซอฟต์แวร์ควบคุมเซ็นเซอร์/วิเคราะห์ภาพ ให้บริการฝึกอบรมนักบินและบริการสนับสนุนต่าง ๆ รวมถึงเป็นผู้พัฒนาเสาอากาศจากอภิวัสดุหรือ metamaterial สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชมที่ www.ga-asi.com

Predator และ Lynx เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ General Atomics Aeronautical Systems, Inc.

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20191111005503/en/

ติดต่อ:

Robert Walker
General Atomics Aeronautical Systems, Inc.
+1 (858) 524-8101
ASI-MediaRelations@ga-asi.com