Boomi ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัล APJ Partner Award ประจำปีงบประมาณ 2026

Logo

ซิดนีย์–(BUSINESS WIRE)–12 พฤษภาคม 2026

Boomi™ ผู้ให้บริการด้านการเปิดใช้งานข้อมูล ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัล APJ Partner Awards ประจำปีงบประมาณ 2026 ในวันนี้ โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อยกย่องพันธมิตรของ Boomi ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมและส่งมอบผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ให้กับลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาค

รางวัลนี้จะยกย่ององค์กรที่ใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม Boomi Enterprise อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ ลดความซับซ้อน และเร่งการเปลี่ยนแปลงเชิงตัวแทน ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้เร็วขึ้น รับมือกับความท้าทายทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และสร้างผลกระทบที่มีความหมายในอุตสาหกรรมและชุมชนต่างๆ

“อัตราการเปลี่ยนแปลงทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไม่เคยสูงเท่านี้มาก่อน และพันธมิตรของเราคือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้ พวกเขาเป็นผู้ที่ทำให้ศักยภาพของการนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” Jim Fisher รองประธานฝ่ายช่องทางและพันธมิตรประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Boomi กล่าว “รางวัลเหล่านี้เป็นการยกย่องพันธมิตรที่ไม่เพียงแต่ติดตั้งเทคโนโลยี แต่ยังคิดนอกกรอบ ช่วยให้องค์กรต่างๆ สร้างรากฐานที่เชื่อมต่อและพร้อมใช้งาน AI ที่จำเป็นต่อการแข่งขันและการเติบโต”

Fisher กล่าวเสริมว่า “รางวัล Boomi APJ Partner Awards สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่เราสามารถบรรลุได้ร่วมกัน ระบบนิเวศของพันธมิตรของเรายังคงเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและผลกระทบ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะต่อยอดความสำเร็จนี้ในปีต่อๆ ไป”

ผู้ชนะรางวัล APJ Partner Award ประจำปีงบประมาณ 2026 แยกตามประเภท มีดังนี้

  •  รางวัล APJ Partner of the Year ได้แก่ Atturra
  •  รางวัล APJ Growth Partner of the Year ได้แก่ EasyStepIn
  •  รางวัล ANZ Partner of the Year ได้แก่ Atturra
  •  รางวัล ASIA Partner of the Year ได้แก่ EasyStepIn
  •  รางวัล Greater China Partner of the Year ได้แก่ Atturra
  •  รางวัล India Partner of the Year ได้แก่ EasyStepIn
  •  รางวัล Japan Partner of the Year ได้แก่ Nomura Research Institute (NRI)
  •  รางวัล Southeast Asia Partner of the Year ได้แก่ Lancia Consult

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมพันธมิตรของ Boomi หรือค้นหาพันธมิตรจากระบบนิเวศทั่วโลกของ Boomi ได้ที่ boomi.com/partners

เชิญร่วมงาน Boomi World Tour Sydney ในวันที่ 1-2 กันยายน 2026 โดยลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://boomi.com/boomiworld/boomi-world-tour-sydney/

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Boomi
Boomi บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการเปิดใช้งานข้อมูล นำข้อมูลมาสู่ชีวิตด้วยการบูรณาการและการกำกับดูแลข้อมูล เพื่อขับเคลื่อนทุกสิ่งตั้งแต่ AI ไปจนถึง BI โดยแพลตฟอร์ม Boomi Enterprise ช่วยให้ข้อมูลนั้นเคลื่อนไหวได้ โดยผสานรวมการเตรียมความพร้อมของข้อมูล การบูรณาการ การทำงานอัตโนมัติ และการจัดการเอเจนต์ไว้ในโซลูชันที่ครอบคลุมเพียงหนึ่งเดียว โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 30,000 ราย และได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกกว่า 800 ราย ซึ่ง Boomi กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านเอเจนต์ที่จะช่วยให้องค์กรทุกขนาดเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น ดำเนินงานอย่างชาญฉลาดขึ้น และสร้างสรรค์นวัตกรรมในวงกว้างได้ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ boomi.com

© 2026 Boomi, LP. Boomi, โลโก้ ‘Boomi’, โลโก้ ‘B’ และ Boomiverse เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Boomi, LP หรือบริษัทในเครือหรือบริษัทร่วมในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ ชื่อหรือเครื่องหมายอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Jasmine Ee
หัวหน้าฝ่ายสัมพันธ์กับอินฟลูเอนเซอร์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
jasmine.ee@boomi.com

ที่มา: Boomi

GIGABYTE เปิดตัว “Future Landing” ที่งาน COMPUTEX 2026 เนื่องจากการนำไปปฏิบัติจริงกลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการขยายขีดความสามารถของ AI

Logo

ไทเป–(BUSINESS WIRE)–12 พฤษภาคม 2026

GIGABYTE Technology ผู้นำระดับโลกด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูง ได้นำเสนอชุดผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมที่สุดสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ในงาน COMPUTEX 2026 ภายใต้ธีม “Future Landing” ในขณะที่ AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากการฝึกฝนไปสู่การประมวลผลขนาดใหญ่และการใช้งานจริง ทำให้ GIGABYTE ได้หันมาให้ความสำคัญกับความท้าทายที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรม นั่นคือ ไม่ใช่ว่า AI จะสร้างได้หรือไม่ แต่เป็นว่าจะสามารถนำไปใช้ในงาน การดำเนินการ และการใช้งานในระดับใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด

GIGABYTE Unveils “Future Landing” at COMPUTEX 2026 as Implementation Becomes Critical to Scaling AI

GIGABYTE เปิดตัว “Future Landing” ที่งาน COMPUTEX 2026 เนื่องจากการนำไปปฏิบัติจริงกลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการขยายขีดความสามารถของ AI

โดยในงาน COMPUTEX ทาง GIGABYTE จะจัดงานแสดงสินค้าโดยแบ่งออกเป็นสามสถานะ ซึ่งเป็นตัวกำหนดวงจรชีวิตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในการผลิต

  • พร้อมใช้งาน: ระบบแบบบูรณาการที่ได้รับการสร้าง จำลอง ตรวจสอบความถูกต้อง และเตรียมพร้อมสำหรับการใช้งานอย่างสมบูรณ์แล้ว
  • สามารถนำไปใช้ได้: คลัสเตอร์แบบโมดูลาร์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานอย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
  • ใช้งานจริง: ระบบ AI กำลังทำงานอย่างแข็งขัน ส่งมอบผลลัพธ์ และสนับสนุนการดำเนินงานในโลกแห่งความเป็นจริง

พร้อมใช้งาน AI” ในยุคโครงสร้างพื้นฐาน

ปัจจุบันภาระงานของ AI ครอบคลุมตั้งแต่คลัสเตอร์การเทรนแบบรวมศูนย์ การใช้งานการอนุมานแบบกระจาย และสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เครื่องจักรต้องประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยแต่ละขั้นตอนนั้นต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ทำงานเป็นระบบที่ประสานงานกัน ไม่ใช่การรวมกันของส่วนประกอบแต่ละส่วน โดยความเร็วในการใช้งาน ความเสถียรในการดำเนินงาน และประสิทธิภาพในระยะยาวได้กลายเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน AI

โดย GIGABYTE ได้ผนวกความสามารถนี้ไว้ใน GAIFA (GIGABYTE AI Factory Accelerator) ซึ่งเป็นโรงงาน AI ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะในไต้หวัน โดยผสานรวมแพลตฟอร์มการประมวลผลล่าสุด เครือข่ายความเร็วสูง และซอฟต์แวร์การจัดการของ GIGABYTE เอง เข้าไว้ในสถาปัตยกรรมแบบครบวงจรที่ผ่านการตรวจสอบอย่างสมบูรณ์แล้ว โดย GAIFA ไม่ได้เป็นเพียงแค่สภาพแวดล้อมสำหรับการทดสอบ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงวิธีการสร้าง ตรวจสอบ และเตรียมความพร้อมของโรงงาน AI สำหรับการใช้งานในระดับใหญ่ได้อีกด้วย

สร้างขึ้นเพื่อการใช้งานจริง

การติดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างรวดเร็วกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความแตกต่าง ซึ่งต้องใช้ระบบที่ออกแบบมาให้สามารถสร้าง ส่งมอบ และใช้งานได้ตั้งแต่วันแรก

GIGABYTE แก้ปัญหานี้ด้วยแนวทางการสร้างโครงสร้างพื้นฐานแบบโมดูลาร์และสำเร็จรูป ซึ่งผสานรวมการประมวลผล การระบายความร้อน และพลังงานเข้าไว้ในหน่วยที่สามารถติดตั้งใช้งานได้ โดยระบบเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดระยะเวลาในการติดตั้งใช้งาน ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถขยายขีดความสามารถด้าน AI ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลแบบดั้งเดิม

ผลิตภัณฑ์ของ GIGABYTE สามารถรองรับงานด้าน AI ในทุกขั้นตอนการทำงาน และผสานรวมเข้าด้วยกันผ่าน GPM (GIGABYTE POD Manager)โดยแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์นี้จะช่วยให้มองเห็นและควบคุมโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล AI ได้อย่างทั่วถึง ทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถจัดการทรัพยากร ปรับปริมาณงานให้เหมาะสม และรักษาเสถียรภาพเมื่อระบบขยายขนาด

AI กำลังเกิดขึ้น: จากระบบอัตโนมัติทางกายภาพไปจนถึงการสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิก

ตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดของโครงสร้างพื้นฐาน AI คือสิ่งที่สามารถช่วยให้เกิดขึ้นได้ในโลกแห่งความเป็นจริง โดยทาง GIGABYTE ได้แสดงให้เห็นถึงสิ่งนี้ผ่านระบบอัตโนมัติ AI ทางกายภาพและการดูแลสุขภาพ

ในด้านระบบอัตโนมัติ AI ทางกายภาพ ทาง GIGABYTE จะนำเสนอไปป์ไลน์จากโลกจริงสู่การจำลองและกลับสู่โลกจริง โดยแสดงให้เห็นว่าโมเดล AI สามารถเคลื่อนย้ายจากการจำลองไปสู่ระบบหุ่นยนต์ที่ทำงานได้อย่างแม่นยำในเวลาจริงได้อย่างไร ซึ่งเป็นตัวอย่างการทำงานของ AI ทางกายภาพ ไม่ใช่การสาธิตเพื่อการวิจัย

ในด้านการดูแลสุขภาพ GIGABYTE จะนำการประมวลผล AI มาใช้ ณ จุดดูแลรักษา โดยสนับสนุนแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น การตรวจจับติ่งเนื้อแบบเรียลไทม์ การวิเคราะห์ไขกระดูก และการถ่ายภาพปอดโดยการประมวลผลข้อมูลทั้งหมดจะดำเนินการในพื้นที่ ทำให้มั่นใจได้ถึงความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการตัดสินใจทางคลินิกที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

ในทั้งสองด้านนั้น AI กำลังเข้าใกล้จุดที่สร้างข้อมูลและจุดที่ทำการตัดสินใจมากขึ้น ส่งผลให้สามารถตอบสนองได้เร็วขึ้น มีความแม่นยำมากขึ้น และกระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

GIGABYTE ได้เชิญชวนผู้เข้าชมจากทั่วโลกมาร่วมสัมผัสกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ก้าวข้ามขั้นตอนการวางแผนไปแล้ว ด้วย “Future Landing” โดย GIGABYTE ไม่เพียงแต่จะนำเสนอวิสัยทัศน์ว่า AI จะเป็นอย่างไรในอนาคต แต่ยังแสดงให้เห็นถึงภาพต่างๆ เมื่อพร้อมใช้งาน ถูกนำไปใช้งาน และทำงานอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว นอกจากการจัดแสดงที่ชั้น 1 แล้ว GIGABYTE ยังจะจัดการแสดงพิเศษที่ชั้น 4 โดยจะนำเสนอโซลูชัน AI สำหรับแอปพลิเคชันแบบ Edge และ End-user รวมถึงระบบจากซีรีส์ AI TOPเพื่อแสดงให้เห็นว่าความสามารถด้าน AI ของ GIGABYTE ที่ขยายจากโครงสร้างพื้นฐานไปสู่สถานการณ์การใช้งานบนโต๊ะว่าสามารถทำงานได้อย่างไร

GIGABYTE@COMPUTEX 2026
https://www.gigabyte.com/Events/Computex
วันที่ 2-5 มิถุนายน 2026
TaiNEX, Hall 1
Enterprise(1F K0802) Consumer(4F M0520)

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260505299592/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ: brand@gigabyte.com

ที่มา: GIGABYTE Technology

ยอดดาวน์โหลด 2 ล้านครั้งในหกเดือน: แอปพลิเคชันหลายภาษาของ Tabelog ที่ช่วยแก้ปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการรับประทานอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น

Logo

“Eat Where Locals Eat”
ทำให้ประสบการณ์การรับประทานอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ เข้าถึงได้ง่าย สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกผ่านการจองแบบทันทีที่ร้านอาหารกว่า 70,000 แห่งทั่วประเทศ

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–07 พฤษภาคม 2026

Tabelog (https://tabelog.com/en/) หนึ่งในบริการค้นหาและจองร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น (*1) ซึ่งดำเนินการโดย Kakaku.com, Inc. ได้ประกาศว่าแอปพลิเคชันสมาร์ทโฟนหลายภาษา (iOS/Android) สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนญี่ปุ่นมียอดดาวน์โหลดถึง 2 ล้านครั้ง (*2)

2M+ Downloads in 6 Months.

ยอดดาวน์โหลดมากกว่า 2 ล้านครั้งภายใน 6 เดือน

แอปนี้ยังติดอันดับ 1 ในการดาวน์โหลดแอปค้นหาร้านอาหารในญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ (*3) ในไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วโลก
URL สำหรับดาวน์โหลด: https://tabelog-tourists.onelink.me/3eEh/iqkkho9r

ทางเลือกที่น่าเชื่อถือสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก: การแก้ปัญหาใหญ่สองประการเกี่ยวกับการรับประทานอาหารในญี่ปุ่น
เป็นเวลาหลายปีแล้วที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นต้องเผชิญกับปัญหาสำคัญสองประการเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร:
[ปัญหาที่ 1] ช่องว่างด้านข้อมูล: แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อนักท่องเที่ยว ทำให้ยากที่จะค้นหาร้านอาหารท้องถิ่นยอดนิยมที่คนท้องถิ่นไปทานกันจริงๆ

[ปัญหาที่ 2] อุปสรรคทางภาษา: เนื่องจากร้านอาหารหลายแห่งรับจองทางโทรศัพท์เป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น นักท่องเที่ยวจึงมักพลาดโอกาสที่จะได้ไปทานอาหารที่ร้านอาหารที่พวกเขาอยากไปมากที่สุด

แอปพลิเคชัน Tabelog ที่ใช้งานได้หลายภาษาเป็นทางออกที่แก้ปัญหาอย่างตรงจุดสำหรับปัญหาทั้งสองประการนี้
แอปนี้ใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่รวบรวมรีวิวและรูปภาพจากร้านอาหารท้องถิ่นในญี่ปุ่น ทำให้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในด้านความสามารถในการแนะนำนักท่องเที่ยวไปยังร้านอาหารโปรดของคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ด้วยการอำนวยความสะดวกในการจองแบบทันทีในภาษาอังกฤษ จีนดั้งเดิม และเกาหลี Tabelog จึงตอบสนองความต้องการที่สำคัญของนักท่องเที่ยวที่ต้องการ “Eat Where Locals Eat” โดยมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ราบรื่นและ ไร้ความกังวล

ความน่าเชื่อถือที่เหนือกว่าที่สร้างขึ้นจากฐานข้อมูลร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น
● รายชื่อร้านอาหารประมาณ 890,000 แห่ง (ครอบคลุมทั่วประเทศ)
● รีวิวมากกว่า 90 ล้านรายการ (รวบรวมจากนักชิมท้องถิ่นในญี่ปุ่น)
● ภาพถ่ายมากกว่า 200 ล้านภาพ (ภาพถ่ายอาหารและบรรยากาศภายในร้านที่สมจริง)
● มีร้านอาหารมากกว่า 70,000 แห่งที่พร้อมให้จองออนไลน์ได้ทันที (*4) — ตั้งแต่เมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเกียวโต ไปจนถึงพื้นที่ต่างจังหวัด
ฐานข้อมูลขนาดใหญ่นี้ทำหน้าที่เป็นมาตรฐานอ้างอิงที่แน่นอนสำหรับนักท่องเที่ยวในการค้นพบ “ร้านอาหารที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง” ทั่วประเทศญี่ปุ่น

ฟีเจอร์หลักของแอป
1. ค้นพบร้านอาหารเด็ดๆ ที่ได้รับการรีวิวจากนักชิมท้องถิ่น
แอปนี้ใช้ประโยชน์จากรีวิวที่ซื่อสัตย์จากนักชิมท้องถิ่นในญี่ปุ่น ที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวได้มองหาทางเลือกที่นอกเหนือจากคำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ตอบสนองความต้องการที่จะสัมผัสคุณภาพและบรรยากาศแบบเดียวกับที่คนท้องถิ่นได้รับทุกวัน

2. การจองแบบทันทีที่ไร้รอยต่อผ่านมือถือ: เอาชนะอุปสรรคทางภาษา (*4)
ด้วยการยกเลิกข้อกำหนดในการสนทนาทางโทรศัพท์ แอปนี้ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถจองในภาษาที่ต้องการได้ การจองจะเสร็จสมบูรณ์ในไม่กี่วินาทีพร้อมการยืนยันทันที ทำให้ผู้ใช้สามารถสำรวจวงการอาหารของญี่ปุ่นได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอุปสรรคทางภาษา

3. ตัวเลือกมากมายทั่วประเทศญี่ปุ่น: จากศูนย์กลางเมืองใหญ่ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวระดับภูมิภาค
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงความหลากหลายของอาหารญี่ปุ่นได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ร้านอาหารชื่อดังระดับโลกในเมืองใหญ่ไปจนถึงร้านอาหารลับที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ชนบท ด้วยร้านอาหารกว่า 70,000 แห่งที่สามารถจองออนไลน์ได้ทันที (*5) แพลตฟอร์มนี้จึงครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางกว่าศูนย์กลางการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม ไปจนถึงทุกมุมของประเทศ

4. ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ใช้งานง่ายซึ่งออกแบบมาสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
แอปนี้ผสานรวมฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด เช่น “บันทึกรายการ” และการจัดเรียงตาม “ร้านอาหารที่คนท้องถิ่นจองมากที่สุด” ด้วยการปรับปรุงกระบวนการค้นหาให้ง่ายขึ้น Tabelog จึงสามารถมอบประสบการณ์ที่ใช้งานง่ายและราบรื่น ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถหาร้านอาหารที่เหมาะสมได้อย่างง่ายดายแม้ในขณะเดินทาง

การมองไปข้างหน้า: การเสริมสร้างศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่นและการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
Tabelog มุ่งมั่นที่จะสร้างโลกที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกสามารถดื่มด่ำกับวัฒนธรรมการรับประทานอาหารอันยอดเยี่ยมของญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่ โดยปราศจากอุปสรรคทางด้านภาษา

ด้วยการเชื่อมโยงระหว่างนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกและร้านอาหารที่หลากหลายทั่วประเทศ เรามุ่งหวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางสำรวจร้านเด็ดที่ซ่อนอยู่และยังไม่เป็นที่รู้จักในภูมิภาคต่างๆ โครงการริเริ่มนี้จะช่วยส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งจะให้การสนับสนุนที่สำคัญแก่ธุรกิจและชุมชนท้องถิ่นที่อยู่นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม

Tabelog ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาฟีเจอร์และขยายขอบเขตการให้บริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมต่อกับสุดยอดอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ทั่วประเทศได้อย่างราบรื่น

(*1)

แบบสำรวจเว็บไซต์ค้นหาและจองร้านอาหารที่มีจำนวนร้านลงทะเบียนมากที่สุด (พฤษภาคม 2024/การวิจัยภายใน) เข้าถึงเว็บไซต์เป้าหมาย (Tabelog, Hot Pepper Gourmet, Gurunavi, Retty, Hitosara) และรวบรวมจำนวนร้านทั้งหมดที่แสดงในการค้นหาโดยไม่ใช้ตัวกรอง แยกตามจังหวัด

(*2)

ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2026

(*3)

พฤศจิกายน 2025/งานวิจัยของ AppTweak ยอดดาวน์โหลดรวมจากหมวด “อาหารและเครื่องดื่ม (ร้านอาหารและคาเฟ่)” และ “การเดินทางและการนำทาง (วางแผนการเดินทาง)” บน App Store และ Google Play ในภูมิภาคที่สำรวจ (ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา) เปรียบเทียบกับแอปค้นหาร้านอาหารของญี่ปุ่น

 ที่มา: AppTweak (https://www.apptweak.com)

(*4)

จะมีค่าธรรมเนียมการใช้งานระบบตามมาตรฐานสำหรับทุกการจองที่ได้รับการยืนยัน

(*5)

ข้อมูล ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2026

เกี่ยวกับ Kakaku.com, Inc.

Kakaku.com ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 และดำเนินงานมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของอินเทอร์เน็ตในญี่ปุ่น ปัจจุบัน บริษัทวางแผนและดำเนินงานบริการเว็บต่างๆ ที่ฝังรากลึกในชีวิตประจำวัน รวมถึงเว็บไซต์สนับสนุนการซื้อขาย “Kakaku.com” บริการค้นหาและจองร้านอาหาร “Tabelog” และบริการรวบรวมข้อมูลการหางาน “Kyujin Box” โดยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (รหัสหลักทรัพย์: 2371) และให้บริการแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้มากที่สุดในญี่ปุ่นในหลากหลายภาคส่วน
ภาพรวมบริการ: https://corporate.kakaku.com/en/service

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260507560248/en

Contacts

Kakaku.com, Inc.
สำนักงานประชาสัมพันธ์และนักลงทุนสัมพันธ์
pr@kakaku.com

ที่มา: Kakaku.com, Inc.




กำไรของ Vedanta ในปีงบประมาณ 2026 พุ่งสูงขึ้น 22% สู่ระดับ 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเข้าสู่ขั้นตอนการแยกบริษัท

Logo

มุมไบ อินเดีย–(BUSINESS WIRE)–11 พฤษภาคม 2026

Vedanta Limited (BSE: 500295 & NSE: VEDL) ที่ตั้งอยู่ในอินเดีย ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในด้านโลหะ น้ำมันและก๊าซ แร่ธาตุสำคัญ พลังงาน และเทคโนโลยี ได้ประกาศผลประกอบการสำหรับไตรมาสที่สี่และปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026 โดยบริษัททำผลงานทางการเงินได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งเป็นผลมาจากธุรกิจที่มีโครงสร้างแข็งแกร่งและการดำเนินงานอย่างมีวินัย

สำหรับทั้งปี Vedanta มีกำไรอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไร 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2026 เพิ่มขึ้นเกือบ 90% เมื่อเทียบกับปีก่อน

Vedanta รายงานรายได้ประจำปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้ในไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนบริษัทยังรักษาความเป็นผู้นำด้านต้นทุนได้อย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้มี EBITDA สูงถึงที่ 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2026 เพิ่มขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 40% EBITDA ในไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ 2.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 60% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรประมาณ 44% งบดุลแข็งแกร่งขึ้น โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ดีขึ้นเป็น 0.95 เท่า ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง

เพื่อเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น เรตติ้ง AA ของ Vedanta Limited จึงได้รับการยืนยันอีกครั้งโดย CRISIL และ ICRA ในขณะที่ Vedanta Resources ได้ปรับขึ้นเป็น BB- โดย Fitch Ratings ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีขึ้นจากหน่วยงานระดับโลก

Vedanta ได้บรรลุเป้าหมายสำคัญด้วยการแยกบริษัท ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการปลดล็อกมูลค่าผ่านการสร้างบริษัทระดับโลกที่มีศักยภาพในการแข่งขันและขยายตัวได้อย่างอิสระจำนวน 5 บริษัท โดยยึดมาตรฐานระดับโลกสูงสุด:

  1.  Vedanta Aluminium กำลังเสริมสร้างตำแหน่งของตนในฐานะผู้นำระดับโลกด้านต้นทุนต่ำ ด้วยการบูรณาการย้อนกลับอย่างลึกซึ้งและข้อได้เปรียบด้านต้นทุนเชิงโครงสร้าง
  2.  Vedanta Oil & Gas สนับสนุนความต้องการด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นของอินเดียในฐานะผู้เล่นภาคเอกชนชั้นนำในธุรกิจต้นน้ำ
  3.  Vedanta Power กำลังสร้างธุรกิจพลังงานแบบบูรณาการที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะขยายไปสู่พลังงานน้ำและพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต
  4.  Vedanta Iron & Steel กำลังพัฒนาไปสู่การเป็นผู้นำด้านธุรกิจเหล็กกล้าเฉพาะทางแบบครบวงจรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีรากฐานที่มั่นคงในด้านวัตถุดิบ และมีศักยภาพในการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง
  5.  Vedanta Ltd ซึ่งเป็นบริษัทเรือธง นำโดย Hindustan Zinc และ Vedanta Zinc International (VZI) ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสังกะสี เงิน และแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ รวมถึงทองแดงและนิกเกิล (ผู้ผลิตรายเดียวในอินเดีย)

Vedanta ทำผลตอบแทนรวมของผู้ถือหุ้น (TSR) ได้เกือบ 50% ในปีงบประมาณ 2026 ซึ่งสูงกว่าดัชนี Nifty Metal Index ถึง 2.1 เท่า

อัตราแลกเปลี่ยน USD-INR อยู่ที่ 1$ = 88.3576 INR สำหรับปีงบประมาณ 2026 และ 1$ = 91.4973 INR สำหรับไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2026

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

สำหรับคำถามจากสื่อ โปรดติดต่อ:
Sonal.Choithani@vedanta.co.in

ที่มา: Vedanta Limited

CYNREN เปิดตัวบริษัทที่ปรึกษาแห่งอนาคตเพื่อให้บริการแก่สำนักงานบริหารสินทรัพย์ของครอบครัว กองทุน และสถาบันต่างๆ

Logo

ที่ก่อตั้งโดยอดีตหุ้นส่วนของ KPMG และ Citibank ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานหลายทศวรรษในการให้คำแนะนำแก่ธุรกิจ กองทุน และครอบครัวต่างๆ

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–08 พฤษภาคม 2026

CYNREN ประกาศเปิดตัวในวันนี้ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาอิสระระหว่างประเทศ ที่สร้างขึ้นเพื่อโลกที่ทุน เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์มาบรรจบกันอย่างแนบแน่น ซึ่งแตกต่างจากบริษัทที่ปรึกษาแบบดั้งเดิม โดย CYNREN ได้ผสานความสามารถและประสบการณ์ขององค์กรเข้ากับความคล่องตัวของโมเดลผู้ท้าทายอย่างแท้จริง เพื่อดำเนินงานในระดับสูงสุดของการให้คำปรึกษาและการดำเนินการ

CYNREN ก่อตั้งร่วมกันโดย Anthony Cowell, Sunil Nair และ Scott Lennon ซึ่งเชี่ยวชาญด้านสำนักงานครอบครัว บทบาทของผู้ดูแลผลประโยชน์และกรรมการบริษัท กลยุทธ์ระดับคณะกรรมการ การจัดโครงสร้างเพื่อสร้างผลกระทบและการกุศล และการให้คำปรึกษาด้านความเสี่ยงที่ซับซ้อน บริษัทนำโดยหุ้นส่วนที่ให้ความสำคัญกับช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด โดยผสาน AI เข้าไว้ตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่เฉียบคมยิ่งขึ้นและผลลัพธ์ที่รอบรู้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงยึดมั่นในวิจารณญาณของมนุษย์

CYNREN ดำเนินงานทั่วโลกผ่านเครือข่ายที่ปรึกษาอาวุโส นักลงทุน และพันธมิตร โดยให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ Cowell ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพันธมิตรด้านการมีส่วนร่วมระดับโลกที่ KPMG, หัวหน้าฝ่ายบริหารสินทรัพย์ระดับภูมิภาคและหัวหน้าประจำภูมิภาคของ KPMG IMPACT ส่วน Nair เป็นอดีตหุ้นส่วนผู้ก่อตั้งและหุ้นส่วนการจัดการของ Citi Venture Capital International (CVCI) ที่เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มไพรเวทอิควิตี้ในตลาดเกิดใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะที่ Lennon เคยเป็นผู้ก่อตั้ง 19 Degrees North Fund Services และดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระของกองทุนสินทรัพย์ทางเลือกที่บริหารจัดการสินทรัพย์กว่า 250 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Cowell และ Nair จะเป็นซีอีโอร่วมของบริษัท และ Lennon จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายดูแลผลประโยชน์ระดับโลก

ทีมผู้บริหารของบริษัทประกอบด้วย Lexi Bowes-Lyon ที่จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายผลกระทบและตลาดระดับโลก ร่วมกับอดีตพันธมิตรของ KPMG อย่าง Claire Griffin และ Arnaud van Dijk โดย Griffin จะดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ CYNREN และ van Dijk จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายความยั่งยืนระดับโลก โดยทีมงานนี้มีประสบการณ์ยาวนานหลายทศวรรษในด้านการบริหารสินทรัพย์ระดับโลก การลงทุนในบริษัทเอกชน การกำกับดูแลกองทุน และการเงินที่ยั่งยืน โดยให้คำปรึกษาแก่กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ผู้จัดการสินทรัพย์ทางเลือก และสำนักงานบริหารทรัพย์สินของครอบครัวหลายรุ่น

“หลังจากทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มการลงทุนขนาดใหญ่ที่สุดของโลกมานานกว่ายี่สิบปี ผมเห็นความต้องการที่ชัดเจนและยังไม่ได้รับการตอบสนองสำหรับคำแนะนำระดับสูงโดยปราศจากขั้นตอนและข้อขัดแย้งที่มาพร้อมกับรูปแบบการให้คำปรึกษาแบบดั้งเดิม” Cowell กล่าว “เราสร้าง CYNREN ขึ้นมาเพื่อสะท้อนความเป็นจริงที่ลูกค้าของเราเผชิญในปัจจุบัน โดยผสมผสานเครือข่ายที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ทั่วโลกเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยให้เราสามารถขยายขนาดได้ เพื่อให้เราสามารถอยู่เคียงข้างลูกค้าในเวลาที่สำคัญที่สุดและช่วยให้ลูกค้าจัดการกับความซับซ้อนได้อย่างชัดเจน”

CYNREN ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการที่ปรึกษาซึ่งประกอบด้วยผู้นำที่มีชื่อเสียงในด้านการเงิน เทคโนโลยี และธุรกิจระดับโลก รวมถึง Leo Pearlman ผู้บริหารด้านสื่อและความบันเทิง และ Stephen Toebes ผู้นำด้านวิศวกรรมและ AI โดยจะมีการประกาศแต่งตั้งเพิ่มเติมในภายหลัง

“เงินทุนได้รับการจัดโครงสร้างอย่างมีวินัยและนำไปใช้ด้วยความเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้ง จะมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าอย่างมหาศาล” Nair กล่าว “เป้าหมายของเราที่ CYNREN คือการรับมือกับความซับซ้อน การระบุโอกาสในตลาดต่างๆ และการสร้างกลยุทธ์ที่ให้ทั้งความยืดหยุ่นและผลตอบแทนที่ยั่งยืน”

Bowes-Lyon ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายสร้างผลกระทบระดับโลก มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปีในการทำงานในแอฟริกา อเมริกา และตะวันออกกลาง ณ จุดตัดระหว่างธรรมชาติ การกุศล และตลาดทุน

“ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ในอาชีพการงาน ฉันได้มีโอกาสทำงานในพื้นที่ด้อยโอกาสทั่วโลกที่เงินทุนเข้าถึงโครงการที่ซับซ้อนได้ยาก ซึ่งโครงการเหล่านั้นต้องการทั้งวิธีแก้ปัญหาในพื้นที่และผลตอบแทนสำหรับนักลงทุน” Bowes-Lyon กล่าว “ที่ CYNREN เรามุ่งเน้นการระดมทุนแบบร่วมมือกันโดยการรวบรวมเงินทุนทุกระดับเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งปรับความเสี่ยงและผลลัพธ์ที่วัดได้ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการที่ขับเคลื่อนด้วยผลกระทบนั้นมีระเบียบวินัย น่าเชื่อถือ และท้ายที่สุดแล้วจะถูกสร้างขึ้นเพื่อความยืดหยุ่นในระยะยาวและผลกระทบที่ยั่งยืน”

เกี่ยวกับ CYNREN
CYNREN ให้บริการคำปรึกษาที่น่าเชื่อถือเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถรับมือกับโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากขึ้น บริษัททำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อปลดล็อกโอกาสและเปลี่ยนความทะเยอทะยานให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เร่งสร้างผลกระทบในจุดที่สำคัญที่สุด ด้วยการมุ่งเน้นที่มูลค่าและเป้าหมายระยะยาว โดย CYNREN สนับสนุนการใช้เงินทุนเพื่อช่วยสร้างมรดกที่ยั่งยืนเกินกว่าผลตอบแทนทางการเงิน และนำความชัดเจน ความชาญฉลาด และความเชื่อมั่นมาสู่การตัดสินใจ ทาง CYNREN ให้บริการแก่สำนักงานครอบครัว ผู้จัดการสินทรัพย์ และสถาบันต่างๆ ในด้านบริการความไว้วางใจ การกำกับดูแล กลยุทธ์ ผลกระทบ และการให้คำปรึกษาด้านความเสี่ยง บริษัทก่อตั้งโดย Anthony Cowell, Sunil Nair และ Scott Lennon ซึ่งมีประสบการณ์รวมกันหลายสิบปีในด้านการให้คำปรึกษาและการจัดการระดับสูง โดยให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ https://cynrenglobal.com/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
heather.perlberg@orchestraco.com

ที่มา: CYNREN

Xsolla จะจัดแสดงแพลตฟอร์มการค้าระดับโลกและขยายการดำเนินงานในเวียดนามที่งาน Vietnam GameVerse 2026

Logo

บริษัทชั้นนำด้านการค้าเกมเตรียมจัดงาน Xsolla Connect พร้อมเน้นย้ำถึงโอกาสในการดำเนินงานในเวียดนาม และพบปะกับเหล่านักพัฒนาเกมในงานเกมประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ลอสแอนเจลิส–(BUSINESS WIRE)–05 พฤษภาคม 2026

Xsolla บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการค้าเกมวิดีโอ ได้ประกาศในวันนี้ว่าจะเข้าร่วมงาน Vietnam GameVerse 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8-9 พฤษภาคม 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไซง่อน (SECC) ในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

Graphic: Xsolla

กราฟิก: Xsolla

งาน Vietnam GameVerse จัดขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการกระจายเสียงและสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์แห่งเวียดนาม (ABEI), VnExpress, FPT Online และ Vietnam Game Alliance โดยเป็นงานเกมประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ งานนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยในปี 2026 จะใช้ธีม “ทำในประเทศ ไปสู่ระดับโลก” และคาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมงานมากถึง 60,000 คน ภายในงานจะมีการแข่งขัน Southeast Asia Esports Cup ครั้งแรก, พิธีมอบรางวัล Vietnam Game Awards, การแข่งขันสตาร์ทอัพ GameHub และโปรแกรม B2B ที่ขยายใหญ่ขึ้นเพื่อเชื่อมโยงสตูดิโอในประเทศกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มระดับโลก

การเข้าร่วมงาน Vietnam GameVerse 2026 ของ Xsolla จะครอบคลุมพื้นที่จัดแสดงทั้งหมดของ SECC ซึ่งมีพื้นที่จัดแสดงภายในอาคาร 40,000 ตารางเมตร และพื้นที่จัดกิจกรรมกลางแจ้ง 20,000 ตารางเมตร

นอกเหนือจากงานเทศกาลแล้ว Xsolla ยังจะจัดงาน Xsolla Connect ซึ่งเป็นชุดกิจกรรมสำหรับผู้บริหารระดับสูงและการสร้างเครือข่ายที่รวบรวมนักพัฒนาเกมและผู้จัดจำหน่ายเกมชั้นนำจากเวียดนามและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าไว้ด้วยกัน

Xsolla ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตลาดวิดีโอเกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวียดนาม บริษัทได้ตกลงที่จะเข้าซื้อหุ้นใน Wetaps Corporation ซึ่งเป็นบริษัทผู้จัดจำหน่ายเกมในนครโฮจิมินห์ที่ถือครองใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานวิดีโอเกมในเวียดนาม ธุรกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะผสานรวมเทคโนโลยีการค้าระดับโลกของ Xsolla และความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบและการเผยแพร่ของ Wetaps เพื่อให้นักพัฒนาเกมจากต่างประเทศมีช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายในการเข้าสู่ตลาดเกมที่กำลังเติบโตของเวียดนาม ในขณะเดียวกันก็มอบโครงสร้างพื้นฐานให้แก่สตูดิโอในท้องถิ่นเพื่อเข้าถึงผู้ชมทั่วโลก

“เวียดนามเป็นหนึ่งในตลาดเกมที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลกในขณะนี้ และ GameVerse 2026 คือเวทีที่จะทำให้โมเมนตัมนั้นปรากฏให้เห็นในระดับโลก” Chris Hewish ประธานของ Xsolla กล่าว “ความร่วมมือที่เราวางแผนไว้จะขยายการดำเนินงานของเราในเวียดนาม และเราจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อให้มั่นใจว่าสตูดิโอในท้องถิ่นจะสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานทางการค้า การเข้าถึงตลาด และการสนับสนุนด้านการดำเนินงานเช่นเดียวกับที่ผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ที่สุดในโลกได้รับในทุกๆ วัน ทุกสิ่งที่เรากำลังสร้างที่นี่ ตั้งแต่การดำเนินงานในท้องถิ่นที่กำลังเติบโตไปจนถึงโซลูชันที่เรานำเสนอให้กับชุมชน GameVerse ล้วนได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักพัฒนาในเวียดนามเปิดตัว เติบโต และประสบความสำเร็จในระดับโลก” ในงาน GameVerse 2026 Xsolla จะจัดแสดงโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนธุรกิจเกมทั่วภูมิภาค รวมถึง Xsolla Web Shop ซึ่งเป็นร้านค้าออนไลน์แบบขายตรงถึงผู้บริโภค นอกเหนือจากร้านแอปแบบดั้งเดิม โดยรองรับวิธีการชำระเงินมากกว่า 1,000 วิธี ในกว่า 200 ประเทศและดินแดน พร้อมด้วยเครื่องมือ LiveOps Management ที่ช่วยให้ทีมสามารถดำเนินข้อเสนอ โปรโมชั่น กิจกรรม กลไกความภักดี และแคมเปญส่งเสริมการขายได้อย่างตรงเป้าหมาย

ทีมพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ของ Xsolla จะประจำอยู่ที่งาน Vietnam GameVerse 2026 ตลอดงาน ไม่ว่าคุณจะเป็นนักพัฒนาที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดเวียดนาม สตูดิโอในท้องถิ่นที่ต้องการขยายธุรกิจไปทั่วโลก หรือพันธมิตรที่กำลังมองหาโอกาสทางการค้าและการสร้างรายได้ โปรดนัดหมายการประชุมได้ที่: xsolla.pro/21p

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมงาน Vietnam GameVerse 2026 ของ Xsolla โปรดไปที่: https://xsolla.pro/Vietnam-GameVerse

เกี่ยวกับ Xsolla

Xsolla คือบริษัทอีคอมเมิร์ซระดับโลกที่สร้างและจัดหาสิ่งที่นักพัฒนาต้องการเพื่อเปิดตัว ขยาย และสร้างรายได้จากวิดีโอเกม บริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย และให้การสนับสนุนสตูดิโอทุกขนาด ตั้งแต่เกมอินดี้ไปจนถึงเกม AAA ด้วยโซลูชันต่างๆ เช่น การค้าขายตรงถึงผู้บริโภค การชำระเงินอัจฉริยะ ทรัพย์สินทางปัญญาด้านความบันเทิง และผลิตภัณฑ์เพื่อการมีส่วนร่วมของผู้เล่น โดย Xsolla ช่วยให้นักพัฒนาสามารถระดมทุน จัดจำหน่าย ทำการตลาด และสร้างรายได้จากเกมของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ Xsolla ได้รับความไว้วางใจจากเกมที่ทำรายได้สูงสุด 100 อันดับแรกมากกว่า 60% และดำเนินงานในฐานะผู้ค้าหลักในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก โดยสามารถเข้าถึงวิธีการชำระเงินในท้องถิ่นมากกว่า 1,000 วิธี ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในอนาคตของอุตสาหกรรมเกม Xsolla มุ่งมั่นที่จะนำโอกาสมารวมกันและปลดล็อกการเติบโตสำหรับครีเอเตอร์ทุกหนทุกแห่ง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ xsolla.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260505240416/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
 
Derrick Stembridge
รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลกของ Xsolla
d.stembridge@xsolla.com

ที่มา: Xsolla


Esentia ประกาศความสำเร็จในการกำหนดราคาหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิที่มีอัตราดอกเบี้ย 6.125% ที่มีวาระครบกำหนดไถ่ถอนปี 2033 และหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิที่มีอัตราดอกเบี้ย 6.500% ที่มีวาระครบกำหนดไถ่ถอนปี 2038

Logo

เม็กซิโกซิตี้–(BUSINESS WIRE)–08 พฤษภาคม 2026

Esentia Energy Development, S.A.B. de C.V. (“ESENTIA” หรือ “บริษัท”) ประกาศในวันนี้เกี่ยวกับการกำหนดราคาของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิมูลค่ารวม 1,000,000,000.00 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อัตราดอกเบี้ย 6.125% ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2033 (“หุ้นกู้ปี 2033”) และหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิมูลค่ารวม 1,000,000,000.00 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อัตราดอกเบี้ย 6.500% ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2038 (“หุ้นกู้ปี 2038” และรวมกับหุ้นกู้ปี 2033 เรียกว่า “หุ้นกู้”) ซึ่งบริษัทจะออกจำหน่ายแบบส่วนตัวให้กับผู้ซื้อสถาบันที่มีคุณสมบัติตามกฎ Rule 144A ภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ปี 1933 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (“พระราชบัญญัติหลักทรัพย์”) และจำหน่ายนอกสหรัฐอเมริกาให้กับบุคคลที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ ตาม Regulation S ภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ โดยหุ้นกู้ปี 2033 จะออกจำหน่ายในราคา 99.517% และหุ้นกู้ปี 2038 จะออกจำหน่ายในราคา 98.444% โดยหุ้นกู้ปี 2033 จะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 30 กรกฎาคม 2033 และหุ้นกู้ปี 2038 จะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 30 กรกฎาคม 2038 โดยหุ้นกู้เหล่านี้จะได้รับการค้ำประกันอย่างเต็มที่และไม่มีเงื่อนไขจากบริษัทย่อยบางแห่งของบริษัท ซึ่งคาดว่าจะมีการชำระหนี้หุ้นกู้ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการปิดธุรกรรมตามปกติ

บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ไปใช้เพื่อ (i) จัดหาเงินทุนสำหรับการเสนอซื้อหุ้นกู้โดย Esentia Gas Enterprises, S. de R.L. de C.V. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เพื่อซื้อหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิมีประกันที่มีอัตราดอกเบี้ย 6.375% ที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2038 ทั้งหมดด้วยเงินสด (ii) ชำระคืนหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิมีประกันที่มีอัตราดอกเบี้ย 5.465% ที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2041 ทั้งหมดที่ออกโดย Esentia Pipeline El Encino, S. de R.L. de C.V. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท (iii) ชำระหนี้สินคงค้างอื่นๆ ทั้งหมดที่กู้ยืมมาจากบุคคลภายนอก และ (iv) ส่วนที่เหลือ (ถ้ามี) สำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่ได้เป็นการเสนอขายหรือชักชวนให้ซื้อหลักทรัพย์เหล่านี้ และจะไม่มีการขายหลักทรัพย์เหล่านี้ในรัฐหรือเขตอำนาจศาลใดๆ ที่การเสนอขาย การชักชวน หรือการขายดังกล่าวจะเป็นการผิดกฎหมายก่อนที่จะมีการจดทะเบียนหรือการรับรองคุณสมบัติภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐหรือเขตอำนาจศาลใดๆ พันธบัตรและหลักประกันที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้จดทะเบียนภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ หรือกฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐใดๆ ที่เกี่ยวข้อง และเสนอขายเฉพาะแก่ผู้ซื้อสถาบันที่มีคุณสมบัติตามกฎข้อ 144A ที่ประกาศใช้ภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และนอกสหรัฐอเมริกาแก่บุคคลที่ไม่ใช่ชาวสหรัฐอเมริกาตามระเบียบข้อบังคับ S ภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ เว้นแต่จะได้รับการจดทะเบียน โดยพันธบัตรและหลักประกันที่เกี่ยวข้องอาจไม่สามารถเสนอขายหรือขายในสหรัฐอเมริกาได้ เว้นแต่จะได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดการจดทะเบียนของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และกฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐใดๆ ที่เกี่ยวข้อง

คำเตือนเกี่ยวกับข้อความคาดการณ์ในอนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีข้อความคาดการณ์ในอนาคตตามความหมายของพระราชบัญญัติปฏิรูปการดำเนินคดีหลักทรัพย์เอกชนปี 1995 โดยข้อความคาดการณ์ในอนาคตมักนำหน้าด้วยคำต่างๆ เช่น “เชื่อว่า” “คาดว่า” “อาจ” “คาดการณ์” “วางแผน” “ตั้งใจ” “สมมติ” “จะ” หรือสำนวนที่คล้ายคลึงกัน ข้อความคาดการณ์ในอนาคตที่ปรากฏในที่นี้รวมถึงข้อความเกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทและการใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายดังกล่าว ความคาดหวังเหล่านี้อาจเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ ความคาดหวังบางส่วนอาจขึ้นอยู่กับสมมติฐานหรือการตัดสินใจที่พิสูจน์แล้วว่าไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ ธุรกิจและการดำเนินงานของ โดย ESENTIA ยังมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนมากมาย ซึ่งหลายอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุมของ ESENTIA ซึ่งอาจส่งผลให้ความคาดหวังของ ESENTIA ไม่เกิดขึ้นจริงหรือส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสดของ ESENTIA

ข้อความคาดการณ์ในอนาคตเหล่านี้จัดทำขึ้น ณ วันที่ระบุไว้ในเอกสารนี้เท่านั้น และ ESENTIA ไม่มีภาระผูกพันใดๆ (และขอปฏิเสธอย่างชัดเจนถึงภาระผูกพันใดๆ) ในการอัปเดตข้อความคาดการณ์ในอนาคตใดๆ เพื่อสะท้อนเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่จัดทำข้อความดังกล่าว หรือเพื่อสะท้อนการเกิดขึ้นของเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เนื่องจากความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่กล่าวมาข้างต้น และศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ที่แท้จริงจากสมมติฐานที่ใช้เป็นพื้นฐานของข้อความคาดการณ์ในอนาคตบางประการ นักลงทุนควรตระหนักว่าผลลัพธ์ เหตุการณ์ หรือการพัฒนาที่เปิดเผยในข้อความคาดการณ์ในอนาคตใดๆ ในเอกสารนี้อาจไม่เกิดขึ้น และผลลัพธ์ที่แท้จริงอาจแตกต่างกันอย่างมากจากที่อธิบายไว้ในที่นี้ รวมถึงผลลัพธ์ที่คาดการณ์ คาดหวัง ตั้งเป้าหมาย คาดการณ์ หรืออื่นๆ

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์
ri@esentia-energy.com

ที่มา: Esentia Energy Development, S.A.B. de C.V.

TACTICA AI เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI แห่งแรกในภูมิภาคสำหรับการตัดสินใจเชิงปฏิบัติการแบบเรียลไทม์ที่สำคัญต่อภารกิจ

Logo

TACTICA AI สร้างขึ้นบนเทคโนโลยีขั้นสูงที่พัฒนาโดย TII โดยก้าวข้ามขีดจำกัดของแดชบอร์ด เพื่อช่วยให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจสามารถเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง เซนเซอร์ และข้อมูลการดำเนินงานที่กระจัดกระจาย ให้กลายเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

แพลตฟอร์มดังกล่าวได้ถูกจัดแสดงในงาน Make it in the Emirates 2026 โดยได้รับการตรวจสอบความถูกต้องแล้วผ่านการใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมที่มีความสำคัญต่อภารกิจ

TACTICA AI สร้างขึ้นในอาบูดาบี เชื่อมต่อกับทั่วโลก โดยผสานความร่วมมือกับ Safran จากฝรั่งเศส และ Satim จากโปแลนด์

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–06 พฤษภาคม 2026

TACTICA AI เป็นสตาร์ทอัพจากอาบูดาบี ในวันนี้ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มสนับสนุนการตัดสินใจแบบหลายโดเมนสู่ตลาดที่กว้างขึ้นในงาน Make it in the Emirates 2026 ในยุคที่ความซับซ้อนในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น รวมถึงความกดดันในการตัดสินใจที่รวดเร็วและมีข้อมูลที่ครบถ้วนมากขึ้น แพลตฟอร์มนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง เซนเซอร์ และข้อมูลการดำเนินงานที่กระจัดกระจายให้เป็นการตัดสินใจแบบเรียลไทม์

TACTICA AI Introduces Region’s First AI Platform for Mission-Critical, Real-Time Operational Decisions (Photo: AETOSWire)

TACTICA AI เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI แห่งแรกในภูมิภาคสำหรับการตัดสินใจเชิงปฏิบัติการแบบเรียลไทม์ที่สำคัญต่อภารกิจ (ภาพ: AETOSWire)

TACTICA AI ซึ่งใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมการปฏิบัติงานแล้ว เชื่อกันว่าเป็นแพลตฟอร์มประเภทแรกที่เปิดเผยต่อสาธารณะในภูมิภาค ที่สร้างหมวดหมู่ใหม่ของ AI สำหรับการปฏิบัติงานที่ก้าวข้ามแดชบอร์ด ฟีดข้อมูล และเครื่องมือวิเคราะห์ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในระดับภารกิจ โดยเทคโนโลยีพื้นฐานนั้นได้รับการพัฒนาโดยสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี (TII) ซึ่งเป็นเสาหลักด้านการวิจัยประยุกต์ของสภาวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งอาบูดาบี (ATRC) ในเวลาไม่ถึง 35 วัน และได้สนับสนุนการใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมที่สำคัญต่อภารกิจแล้ว โดยแพลตฟอร์มนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถเปลี่ยนจากข้อมูลไปสู่การตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ประสานงานได้ดียิ่งขึ้น และมีความมั่นใจมากขึ้น

แพลตฟอร์มนี้ได้รวบรวม GEOINT หรือข่าวกรองเชิงพื้นที่ ซึ่งใช้ภาพถ่ายดาวเทียม เรดาร์ แผนที่ และข้อมูลตามตำแหน่งเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นบนพื้นดิน และ OSINT หรือข่าวกรองจากแหล่งข้อมูลเปิดที่ดึงข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะมาใช้เพื่อให้บริบทที่กว้างขึ้น นอกจากนี้ยังผสานรวมข้อมูลจากฟีดวิดีโอ เซนเซอร์ ระบบ IoT และบันทึกทางประวัติศาสตร์ต่างๆ จากนั้น TACTICA AI จะใช้การจัดการ AI แบบตัวแทนเพื่อกำหนดผลลัพธ์ของภารกิจก่อน จากนั้นจึงระบุแหล่งข้อมูล เครื่องมือ โมเดล หรือเวิร์กโฟลว์ที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการดำเนินการอย่างไดนามิก แนวทางนี้เปลี่ยนวิธีการที่ผู้ปฏิบัติงานโต้ตอบกับระบบที่ซับซ้อนอย่างสิ้นเชิง

โดยแตกต่างจากระบบทั่วไปที่พึ่งพาแดชบอร์ดแบบคงที่หรือการวิเคราะห์ด้วยตนเอง ซึ่ง TACTICA AI จะช่วยให้การทำงานมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ โดยแพลตฟอร์มจะช่วยกำหนดสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่แค่เลือกเซนเซอร์หรือผู้ให้บริการที่จะใช้ สิ่งนี้สร้างภาพรวมการดำเนินงานที่เป็นหนึ่งเดียวทั่วทั้งทีม โดเมน และแหล่งข้อมูล เชื่อมช่องว่างระหว่างการวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการดำเนินการ ในขณะที่ยังคงรักษาการกำกับดูแลโดยมนุษย์ในขั้นตอนการตัดสินใจที่สำคัญ

Dr. Najwa Aaraj ซีอีโอของ TII กล่าวว่า “TACTICA AI สะท้อนให้เห็นถึงขั้นตอนต่อไปของ AI ที่ส่งเสริมอธิปไตย: ระบบที่ไม่เพียงแต่ประมวลผลข้อมูล แต่ยังเสริมสร้างความสามารถในการดำเนินการตามข้อมูลนั้น ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน ความเร็วและความชัดเจนสามารถกำหนดผลลัพธ์ได้ การพัฒนาแพลตฟอร์มสนับสนุนการตัดสินใจที่เน้นภารกิจเป็นหลักในอาบูดาบี ทำให้ TII กำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการในการปฏิบัติงานจริง พร้อมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถ ความยืดหยุ่น และความเป็นอิสระของชาติ”

TACTICA AI ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานในภาคส่วนสำคัญต่างๆ รวมถึงการป้องกันประเทศและความมั่นคงของชาติ การรับมือกับวิกฤตและเหตุฉุกเฉิน โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เมืองอัจฉริยะและการคมนาคมขนส่ง พลังงานและสาธารณูปโภค สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน และการดำเนินงานด้านอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์

โดยแพลตฟอร์มนี้ผสานรวมโมเดล AI ที่เป็นกรรมสิทธิ์ซึ่งมาจากระบบนิเวศการวิจัยของ TII เข้ากับโมเดลและเทคโนโลยีชั้นนำจากผู้ให้บริการภายนอก สถาปัตยกรรมของแพลตฟอร์มได้รับการออกแบบมาเพื่อผสานรวมเทคโนโลยีจากผู้ให้บริการหลายราย แทนที่จะจำกัดผู้ใช้ไว้กับผู้ให้บริการหรือระบบใดระบบหนึ่ง โดยแพลตฟอร์มนี้รองรับการโต้ตอบ การให้เหตุผล และการดำเนินการด้วยภาษาธรรมชาติ แปลงขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานให้เป็นดิจิทัลและจัดโครงสร้างต่างๆ ช่วยเหลือนักวิเคราะห์และผู้ปฏิบัติงานแบบเรียลไทม์ และเปิดใช้งานการตรวจสอบโดยมนุษย์เพื่อการตัดสินใจในการปฏิบัติงานอย่างมีความรับผิดชอบ

Dr. Chaouki Kasmi ในนามของ TACTICA AI กล่าวว่า: “TACTICA AI เปลี่ยนรูปแบบการทำงานจาก ‘การแสดงข้อมูลให้ฉันดู’ เป็น ‘ช่วยฉันตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป’ โดยนำเอาความชาญฉลาด การมอบหมายงาน เวิร์กโฟลว์ และเอเจนต์ AI เข้ามาไว้ในเลเยอร์การตัดสินใจเดียว ในขณะที่ยังคงสามารถใช้งานได้บนโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ นี่ไม่ใช่แดชบอร์ดหรือเครื่องมือวิเคราะห์ แต่เป็นความสามารถในการปฏิบัติงานที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่แท้จริงในสภาพแวดล้อมที่มีความต้องการสูง”

ผลลัพธ์ที่ได้คือแพลตฟอร์มที่สามารถช่วยองค์กรลดภาระงานด้วยตนเอง ขจัดการทำงานแบบไซโล และประสานงานการดำเนินการในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนได้

TACTICA AI ได้สร้างความร่วมมือกับผู้เล่นชั้นนำด้านการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางภูมิศาสตร์แล้ว ซึ่งรวมถึง Safran จากฝรั่งเศส และ Satim จากโปแลนด์ ที่จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการบูรณาการความสามารถขั้นสูงทั่วทั้งระบบนิเวศเทคโนโลยีข่าวกรองและการปฏิบัติการระดับโลก

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังสามารถใช้งานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลประสิทธิภาพสูงในสภาพแวดล้อมแบบคอนเทนเนอร์ ทำให้เกิดขีดความสามารถในการสนับสนุนการตัดสินใจด้าน GEOINT แบบเคลื่อนที่ ซึ่งออกแบบมาสำหรับสภาพแวดล้อมการปฏิบัติงานที่ความเร็ว ความยืดหยุ่น และความคล่องตัวมีความสำคัญอย่างยิ่ง

การเปิดตัว TACTICA AI สู่สาธารณะนั้นช่วยตอกย้ำบทบาทที่กำลังเติบโตของอาบูดาบีในฐานะศูนย์กลางการทดสอบด้านข่าวกรองประยุกต์และเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ซึ่งงานวิจัยล้ำสมัยถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็นขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน ด้วยการผสานรวมข้อมูล ตัวแทน AI การมอบหมายภารกิจโดยยึดภารกิจเป็นหลัก และการแปลงกระบวนการทำงานให้เป็นดิจิทัล TACTICA AI จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจสามารถดำเนินการได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เวลา การประสานงาน และความชัดเจนมีความสำคัญสูงสุด

ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: 

www.businesswire.com/news/home/20260506006177/en

Contacts

Thushara Mohnanan
thushara.mohanan@tii.ae

ที่มา: Abu Dhabi Technology Innovation Institute

Toshiba เปิดตัวสวิตช์มัลติเพล็กเซอร์ 2:1 / เดมัลติเพล็กเซอร์ 1:2 ที่รองรับสัญญาณดิฟเฟอเรนเชียลความเร็วสูง อย่างเช่น PCIe® 6.0 และ USB4® เวอร์ชัน 2.0

Logo

ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมที่มีอุณหภูมิการทำงานสูงถึง 125°C

คาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–07 พฤษภาคม 2026

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เปิดตัว “TDS5C212MX” และ “TDS5B212MX” ที่เป็นสวิตช์มัลติเพล็กเซอร์ (Mux) 2:1 / เดมัลติเพล็กเซอร์ (De-Mux) 1:2 ที่รองรับอินเตอร์เฟซความเร็วสูงรุ่นใหม่ อย่างเช่น PCIe® 6.0[1] และ USB4® เวอร์ชั่น 2.0[2] โดยได้เริ่มการจัดส่งสินค้าล็อตใหญ่ของผลิตภัณฑ์ใหม่แล้วในวันนี้

Toshiba: TDS5C212MX and TDS5B212MX, multiplexer/demultiplexer switches for high-speed differential signals such as PCIe® 6.0 and USB4® Ver.2, for PCs, servers and more.

Toshiba: TDS5C212MX และ TDS5B212MX สวิตช์มัลติเพล็กเซอร์/ดีมัลติเพล็กเซอร์สำหรับสัญญาณดิฟเฟอเรนเชียลความเร็วสูง อย่างเช่น PCIe® 6.0 และ USB4® เวอร์ชัน 2 สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เซิร์ฟเวอร์ และอื่นๆ

เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์ เครื่องทดสอบอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความต้องการในการสลับสัญญาณดิฟเฟอเรนเชียลความเร็วสูงพิเศษและแบนด์วิดท์กว้าง อย่างเช่น PCIe® 6.0 และ USB4® เวอร์ชัน 2.0 ภายในพื้นที่บนแผงวงจรที่จำกัดมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเพิ่มสูงขึ้น ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Toshiba จึงตอบสนองต่อความต้องการนี้ด้วยกระบวนการผลิต SOI (TarfSOI™) ที่เป็นกรรมสิทธิ์[3] ที่จะให้แบนด์วิดท์ -3 dB (ดิฟเฟอเรนเชียล) ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม[4] ที่ 34 GHz (โดยทั่วไป) สำหรับ TDS5C212MX และ 29 GHz (โดยทั่วไป) สำหรับ TDS5B212MX โดยแบนด์วิดท์ที่กว้างเหล่านี้จะช่วยลดการบิดเบือนของรูปคลื่นสัญญาณได้เป็นอย่างมากและจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการส่งข้อมูลความเร็วสูง

โดยอุปกรณ์ใหม่นี้สามารถใช้เป็นสวิตช์ Mux แบบ 2 อินพุต/1 เอาต์พุต หรือสวิตช์ De-Mux แบบ 1 อินพุต/2 เอาต์พุต ในการใช้งานสัญญาณดิฟเฟอเรนเชียลความเร็วสูง เช่น PCIe® 6.0 และ USB4® เวอร์ชัน 2.0 โดยรองรับการแบ่งปันอินเตอร์เฟซความเร็วสูงเดียวระหว่างอุปกรณ์หลายตัว และสลับเส้นทางสัญญาณตามความต้องการของระบบต่างๆ ได้

ผลิตภัณฑ์ทั้งสองมีรูปแบบการจัดวางขาที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับคุณลักษณะความถี่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TDS5C212MX ที่จะลดความยาวของเส้นทางสัญญาณให้น้อยที่สุดเพื่อลดการสะท้อนและการสูญเสีย รวมถึงการปรับปรุงความสมบูรณ์ของสัญญาณความเร็วสูง โดยทั้งสองอย่างจะสามารถรองรับช่วงอุณหภูมิการทำงานได้ตั้งแต่ -40°C ถึง 125°C ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ

โดย Toshiba จะยังคงมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบรุ่นใหม่ต่อไป ด้วยการพัฒนาสวิตช์แอนะล็อกประสิทธิภาพสูงและเชื่อถือได้สูง เพื่อรองรับวิวัฒนาการของอินเทอร์เฟซความเร็วสูงต่างๆ

หมายเหตุ:

[1]

มาตรฐานอินเทอร์เฟซรุ่นใหม่ที่กำหนดโดย PCI-SIG ที่เพิ่มอัตราการถ่ายโอนข้อมูลเป็นสองเท่าเป็น 64 GT/s เมื่อเทียบกับ PCIe® 5.0

[2]

มาตรฐานอินเทอร์เฟซที่กำหนดโดย USB-IF ที่รองรับการถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูงถึง 80 Gbps

[3]

TarfSOI™ (Toshiba advanced RF SOI): TarfSOI™ เป็นเทคโนโลยีการผลิตขั้นต้นแบบ SOI-CMOS (silicon-on-insulator-complementary metal oxide semiconductor) ที่พัฒนาโดย Toshiba สำหรับการใช้งานเซมิคอนดักเตอร์ความถี่สูง

[4]

ในฐานะสวิตช์แบบ 2:1 Mux / 1:2 De-Mux อ้างอิงจากผลสำรวจของโตชิบาในเดือนพฤษภาคม 2026

การใช้งาน

  • เครื่องทดสอบอุตสาหกรรม, หุ่นยนต์
  • คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์พกพา อุปกรณ์สวมใส่ ฯลฯ

อินเทอร์เฟซที่รองรับ

  • ซีรีส์ PCIe®: PCIe 6.0 / 5.0 / 4.0 / 3.0
  • ซีรีส์ CXL™: CXL 3.0 / 2.0 / 1.0
  • ซีรีส์ USB: USB4® เวอร์ชัน 2.0 / USB4® / USB 3.2 Gen2×1 / Gen1×1
  • ซีรีส์ Thunderbolt™: Thunderbolt 5 / 4 / 3 / 2
  • ซีรีส์ DisplayPort™: DisplayPort 2.0 / 1.4 / 1.3 / 1.2

ฟีเจอร์

  • แบนด์วิดท์สูงถึง -3 dB (แบบดิฟเฟอเรนเชียล) รองรับสัญญาณดิฟเฟอเรนเชียลความเร็วสูง เช่น PCIe® 6.0 และ USB4® เวอร์ชัน 2.0
     TDS5C212MX: 34GHz (โดยทั่วไป)
     TDS5B212MX: 29GHz (โดยทั่วไป)
  • ช่วงอุณหภูมิการทำงานกว้าง: -40°C ถึง 125°C

ข้อมูลจำเพาะหลัก

หมายเลขชิ้นส่วน

 TDS5C212MX

 TDS5B212MX

แพ็คเกจ

ชื่อ

XQFN16

ขนาด (มม.)

2.4×1.6 (โดยทั่วไป), t=0.4 (สูงสุด)

ช่วงการทำงาน

 (Ta =-40 to 125°C)

 แรงดันจ่าย VCC (V)

1.6 ถึง 3.6

แรงดันดิฟเฟอเรนเชียลของขาสัญญาณ

 VI/O(Diff) (V)

0 ถึง 1.8

แรงดันโหมดร่วมของขาสัญญาณ

 VI/O(Com) (V)

0 ถึง 2.0

คุณลักษณะกระแสตรง

 (Ta =-40 ถึง 125°C)

 กระแสใช้งานope (μA)

 VS = 0V

โดยทั่วไป

70

คุณลักษณะความถี่สูง

 (Ta =25°C)

 –3-dB แบนด์วิดท์ (ดิฟเฟอเรนเชียล) BW(Diff) (GHz)

โดยทั่วไป

34

29

การสูญเสียสัญญาณเมื่อส่งผ่านช่องสัญญาณแบบดิฟเฟอเรนเชียล

DDIL (dB)

f=5.0GHz

โดยทั่วไป

-0.7

-0.7

f=8.0GHz

-0.8

-0.8

f=10.0GHz

-0.9

-0.9

f=12.8GHz

-1.1

-1.1

f=16.0GHz

-1.2

-1.2

การสูญเสียสัญญาณเมื่อส่งคืนช่องสัญญาณแบบดิฟเฟอเรนเชียล

DDRL (dB)

f=5.0GHz

โดยทั่วไป

-21

-20

f=8.0GHz

-24

-20

f=10.0GHz

-21

-19

f=12.8GHz

-20

-20

f=16.0GHz

-14

-15

การแยกสถานะดิฟเฟอเรนเชียล OFF

DDOIRR (dB)

f=5.0GHz

โดยทั่วไป

-33

-36

f=8.0GHz

-27

-29

f=10.0GHz

-25

-26

f=12.8GHz

-24

-26

f=16.0GHz

-24

-27

ดิฟเฟอเรนเชียลครอสทอล์ก

DDXT (dB)

f=5.0GHz

โดยทั่วไป

-41

-41

f=8.0GHz

-37

-37

f=10.0GHz

-35

-35

f=12.8GHz

-33

-33

f=16.0GHz

-31

-31

ตรวจสอบตัวอย่างและความพร้อมใช้งาน

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

คลิกที่ลิงก์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่
TDS5C212MX
TDS5B212MX

คลิกที่ลิงก์ด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไอซีตรรกะอเนกประสงค์ของ Toshiba
ไอซีตรรกะอเนกประสงค์

หากต้องการตรวจสอบความพร้อมจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ใหม่จากผู้จำหน่ายออนไลน์ โปรดไปที่:
TDS5C212MX
ซื้อออนไลน์

TDS5B212MX
ซื้อออนไลน์

* USB4® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ USB Implementers Forum
* Thunderbolt™ เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท Intel Corporation หรือบริษัทในเครือ
* DisplayPort™ เป็นเครื่องหมายการค้าที่สมาคมมาตรฐานอิเล็กทรอนิกส์วิดีโอ (VESA® ) เป็นเจ้าของในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ
* PCIe® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG
* TarfSOI™ เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้นๆ
* ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและรายละเอียดสินค้า เนื้อหาของบริการ และข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ แต่ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง ใช้ประสบการณ์และนวัตกรรมมากกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์แบบแยกส่วน ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ

โดยพนักงานกว่า 17,400 คนทั่วโลกของบริษัทยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ให้สูงสุด และส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในการร่วมสร้างมูลค่าและตลาดใหม่ๆ โดยบริษัทยังมุ่งหวังที่จะร่วมสร้างและสนับสนุนอนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้คนในทุกๆ ที่

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260506857843/en

Contacts

การสอบถามข้อมูลสำหรับลูกค้า:
ฝ่ายขายและการตลาดอุปกรณ์แอนะล็อก
โทร.: +81-44-548-2219
ติดต่อเรา

การสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ:
C. Nagasawa
ฝ่ายสื่อสารและข้อมูลการตลาด
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

OPAQUE ได้เข้าซื้อเทคโนโลยี AI ด้านการเข้ารหัสลับที่พัฒนาโดยอาบูดาบีจาก TII ที่จะช่วยขยายขีดความสามารถในการรักษาความลับของ AI ตลอดวงจรชีวิตด้วยการป้องกันหลังควอนตัม

Logo

ความสามารถใหม่นี้ทำให้สามารถใช้งานเอเจนต์ AI กับข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและอยู่ภายใต้การควบคุมได้อย่างปลอดภัย ด้วยกฎที่ตรวจสอบได้ซึ่งบังคับใช้โดยฮาร์ดแวร์ และการรับประกันทางด้านการเข้ารหัสลับที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการประมวลผลควอนตัม

เรดวูดซิตี รัฐแคลิฟอร์เนีย และอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–04 พฤษภาคม 2026

OPAQUE บริษัท AI ที่ให้บริการด้านการรักษาความลับ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้เข้าซื้อเทคโนโลยี AI ด้านการเข้ารหัสลับจากสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี (TII) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยประยุกต์ของสภาวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งอาบูดาบี (ATRC) โดยเทคโนโลยีที่ได้มานี้ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในกรณีการใช้งานจริง จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถที่สำคัญสองประการให้กับแพลตฟอร์มของ OPAQUE ได้แก่ การเทรนโมเดล AI ที่รักษาความลับโดยใช้เทคนิคการเข้ารหัสลับ เช่น การคำนวณแบบหลายฝ่ายและการเข้ารหัสแบบโฮโมมอร์ฟิกอย่างสมบูรณ์ รวมถึงการป้องกันการเข้ารหัสหลังควอนตัม

OPAQUE Acquires Abu Dhabi-Developed Cryptographic AI Technology from TII, Extending Confidential AI Across the Full Lifecycle with Post-Quantum Protection (Photo: AETOSWire)

OPAQUE ได้เข้าซื้อเทคโนโลยี AI ด้านการเข้ารหัสลับที่พัฒนาโดยอาบูดาบีจาก TII ที่จะช่วยขยายขีดความสามารถในการรักษาความลับของ AI ตลอดวงจรชีวิตด้วยการป้องกันหลังควอนตัม (วิดีโอ: AETOSWire)

OPAQUE ก่อตั้งโดยนักวิจัยจาก RISELab ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ และด้วยการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ ทำให้ OPAQUE สนับสนุนเวิร์กโฟลว์ AI ที่เป็นความลับทั้งในด้านการฝึกอบรมและการอนุมานได้ โดยจะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถเปลี่ยนจากการทดลอง AI แบบแยกส่วนไปสู่การใช้งานจริงได้เร็วขึ้น 4-5 เท่า

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ ฯพณฯ Faisal Al Bannai ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชีค Mohamed bin Zayed Al Nahyan และเลขาธิการ ATRC และ Ion Stoica ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการบริหารของ OPAQUE ผู้ร่วมก่อตั้ง Databricks และศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ โดยนับเป็นครั้งแรกที่เทคโนโลยี AI ด้านการเข้ารหัสลับที่พัฒนาขึ้นในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถูกซื้อและนำไปใช้งานในวงกว้างโดยบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา

“การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตั้งเป้าไว้ นั่นคือการผลิตเทคโนโลยีพื้นฐานที่ทั่วโลกจะนำไปใช้” ฯพณฯ Faisal Al Bannai ที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเลขาธิการ ATRC กล่าว “ความสามารถด้าน AI การเข้ารหัสลับที่พัฒนาขึ้นในอาบูดาบี กำลังถูกนำไปใช้ในระดับโลกโดยบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่เพียงแต่กำลังนำเอาเศรษฐกิจ AI มาใช้เท่านั้น แต่เรายังเป็นผู้นำอีกด้วย โดย ATRC จะยังคงลงทุนในการวิจัยที่จะกำหนดนิยามของ AI ที่น่าเชื่อถือในอนาคตต่อไป”

“อนาคตของ AI ขึ้นอยู่กับการปลดล็อกข้อมูลที่องค์กรไม่เคยเข้าถึงได้มาก่อน” Ion Stoica ผู้ร่วมก่อตั้ง OPAQUE กล่าว “องค์กรส่วนใหญ่มีข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ละเอียดอ่อนเกินกว่าจะนำไปใช้ และมีค่าเกินกว่าจะมองข้าม ด้วยการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ OPAQUE จึงเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่มอบหลักฐานการเข้ารหัสลับที่ได้รับการรับรองจากฮาร์ดแวร์ตลอดวงจรชีวิตของ AI อย่างครบถ้วน ตั้งแต่การเทรน การปรับแต่ง การอนุมาน และเอเจนต์ พร้อมด้วยการป้องกันที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามในยุคควอนตัม การผสมผสานเช่นนี้ไม่มีอยู่ที่ใดในตลาดปัจจุบัน”

“เอเจนต์ AI มีประสิทธิภาพสูงอย่างเหลือเชื่อ โดยสามารถทำงานด้วยความเร็วระดับเครื่องจักรและมีความสามารถคล้ายมนุษย์ สามารถทำงานให้เสร็จได้ภายในไม่กี่วัน ในขณะที่ทีมงานทั้งทีมอาจต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปีจึงจะทำได้สำเร็จ” Aaron Fulkerson ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OPAQUE กล่าว “พลังอันมหาศาลนี้เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมการนำไปใช้งานจริงจึงเป็นเรื่องยาก เอเจนต์ที่เชื่อมต่อกับระบบที่มีความละเอียดอ่อนหรือข้อมูลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล เช่น บันทึกผู้ป่วย การวิจัยทางคลินิก การเรียกร้องทางการเงิน สามารถสร้างความเสียหายได้ภายในไม่กี่วัน ซึ่งทีมผู้ไม่ประสงค์ดีอาจทำไม่ได้ในหนึ่งปี วิธีเดียวที่จะใช้งานได้อย่างปลอดภัยคือการใช้กฎที่ตรวจสอบได้และบังคับใช้ด้วยฮาร์ดแวร์ หลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าอะไรทำงาน ที่ไหนทำงาน และกฎใดถูกบังคับใช้ OPAQUE สร้างขึ้นจากพื้นฐานจากผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ทุกราย ทำให้สามารถย้ายเอเจนต์ไปใช้งานจริงได้ แม้แต่ในระบบและข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดที่สุด”

องค์กรต่างๆ มีข้อมูลสำคัญจำนวนมหาศาล เช่น บันทึกผู้ป่วย ธุรกรรมทางการเงิน ข้อมูลลับสุดยอด งานวิจัยที่เป็นกรรมสิทธิ์ ซึ่งสามารถพลิกโฉมความสามารถด้าน AI ของพวกเขาได้ แต่การใช้ข้อมูลเหล่านั้นตลอดวงจรชีวิตของ AI จำเป็นต้องนำโซลูชันเฉพาะจุดจากผู้จำหน่ายหลายรายมาประกอบเข้าด้วยกัน โดยแต่ละรายครอบคลุมขั้นตอนที่แตกต่างกัน เช่น โซลูชันหนึ่งสำหรับการฝึกอบรม อีกโซลูชันหนึ่งสำหรับการอนุมาน และอีกโซลูชันหนึ่งสำหรับเวิร์กโฟลว์ของเอเจนต์ ผลที่ได้คือช่องว่าง ความซับซ้อน และความเสี่ยงที่ทีมกำกับดูแลจะไม่อนุมัติ

OPAQUE จะช่วยขจัดช่องว่างเหล่านั้น เทคโนโลยีที่ได้มาใหม่นี้ขยายแพลตฟอร์ม AI ที่เป็นความลับของ OPAQUE ไปสู่การเทรน การปรับแต่ง การอนุมาน และการทำงานของเอเจนต์ AI โดยให้การรับประกันที่ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการเข้ารหัสลับหลังควอนตัมที่ปกป้องเวิร์กโหลดจากภัยคุกคามในปัจจุบันและอนาคต ตัวอย่างเช่น ServiceNow ที่ใช้ OPAQUE ในการผลิตเพื่อขยายขีดความสามารถของ AI ให้กับลูกค้าองค์กรโดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลของพวกเขา ระบบดูแลสุขภาพระดับชาติสามารถฝึกฝนโมเดลการวินิจฉัยโรคจากข้อมูลผู้ป่วยในเขตอำนาจศาลต่างๆ ดำเนินการอนุมานในสถานที่ต่างๆ และปรับใช้เอเจนต์ AI กับข้อมูลทางคลินิกแบบเรียลไทม์ได้ทั้งหมดบนแพลตฟอร์มเดียว โดยแพลตฟอร์มนี้จะสร้างหลักฐานที่ได้รับการรับรองจากฮาร์ดแวร์ซึ่งสอดคล้องกับ SOC 2, ISO 27001, ISO 42001, GDPR มาตรา 32 และข้อผูกพันด้านความเสี่ยงสูงของ EU AI Act ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าข้อมูลยังคงเป็นส่วนตัว นโยบายได้รับการบังคับใช้ และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบได้รับการปฏิบัติตาม

ที่สำคัญ สถาปัตยกรรมของ OPAQUE หมายความว่าการบังคับใช้การเข้ารหัสลับนั้นฝังรากอยู่ในฮาร์ดแวร์ ไม่ใช่ความไว้วางใจจากผู้จำหน่าย ข้อมูลของลูกค้า รวมถึงข้อมูลที่ประมวลผลโดยโปรแกรม AI ของรัฐบาลและองค์กรที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ยังคงได้รับการปกป้องโดยสภาพแวดล้อมการดำเนินการที่เชื่อถือได้ และการรับรองที่ตรวจสอบได้ ซึ่งแม้แต่ OPAQUE เองก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้แพลตฟอร์มนี้สามารถใช้งานบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของรัฐบาลทั่วโลก พร้อมหลักฐานการเข้ารหัสลับเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล ทำให้โปรแกรม AI ระดับชาติสามารถนำ AI ที่เป็นความลับมาใช้ได้โดยไม่ต้องละทิ้งการควบคุมข้อมูลในประเทศหรืออำนาจอธิปไตยทางกฎหมาย

ในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ความท้าทายแบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นในทุกที่ที่ระบบ AI ต้องพึ่งพาข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น ธนาคารที่ฝึกฝนแบบจำลองการฉ้อโกงในเขตอำนาจศาลด้านกฎระเบียบต่างๆ ผู้รับเหมาด้านการป้องกันประเทศที่ปรับแต่งข้อมูลลับ และผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์ที่ฝัง AI ลงในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลลูกค้า

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ OPAQUE ระดมทุนรอบ Series B ได้ 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นการต่อยอดฐานลูกค้าที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ ServiceNow, Anthropic, Accenture และ Encore Capital ด้วยเทคโนโลยีที่ได้มาใหม่นี้ OPAQUE จะช่วยสนับสนุนเวิร์กโฟลว์ AI ที่เป็นความลับในด้านการเทรน การปรับแต่ง การอนุมาน และเอเจนต์ ที่จะช่วยให้องค์กรและโครงการ AI อิสระต่างๆ สามารถเปลี่ยนจากการทดลองแบบแยกส่วนไปสู่การใช้งานจริงได้เร็วขึ้น 4-5 เท่า พร้อมด้วยความปลอดภัยที่ตรวจสอบได้และการป้องกันหลังควอนตัม

สำหรับ TII และ ATRC การทำธุรกรรมนี้เป็นการยืนยันกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างรอบคอบ นั่นคือ การลงทุนในการวิจัยด้านการเข้ารหัสลับขั้นพื้นฐาน พิสูจน์ประสิทธิภาพบนแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ระดับโลก จากนั้นจึงส่งมอบเทคโนโลยีนี้ไปทั่วโลกผ่านพันธมิตรที่มีแพลตฟอร์มและฐานลูกค้าที่พร้อมสำหรับการขยายขนาด เทคโนโลยี AI ขั้นพื้นฐานที่พัฒนาขึ้นในอาบูดาบีจะถูกนำไปใช้ในภาคบริการทางการเงิน การดูแลสุขภาพ ภาครัฐ และ SaaS สำหรับองค์กรในทุกทวีป โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะได้รับการยอมรับในฐานะผู้ผลิตโครงสร้างพื้นฐานด้านการเข้ารหัสลับที่ขับเคลื่อน AI ที่น่าเชื่อถือในอนาคต

ดร. Najwa Aaraj ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TII กล่าวว่า “เราพัฒนาเทคโนโลยีการเข้ารหัสลับเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อแก้ไขความท้าทายพื้นฐานในด้าน AI นั่นคือ วิธีการทำให้โมเดลที่มีประสิทธิภาพสามารถทำงานกับข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนสูงได้โดยไม่กระทบต่อความลับหรือความน่าเชื่อถือ” “OPAQUE เป็นพันธมิตรที่เหมาะสมที่จะนำสิ่งนี้ออกสู่ตลาด เพราะได้สร้างแพลตฟอร์มระดับองค์กรและฐานลูกค้าไว้แล้วเพื่อนำไปใช้งานในวงกว้าง ซึ่งนี่คือจุดประสงค์ของการวิจัยประยุกต์ นั่นคือเทคโนโลยีพื้นฐานที่พัฒนาขึ้นในอาบูดาบี กำลังก้าวจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริงทั่วโลก”

การประกาศดังกล่าวได้รับการเน้นย้ำในงาน Make it in the Emirates ที่เน้นย้ำถึงเส้นทางการพัฒนาเทคโนโลยีของอาบูดาบีจากห้องปฏิบัติการในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปสู่การใช้งานในระดับสากล และตอกย้ำบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศในฐานะผู้ผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงที่สร้างขึ้นในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และได้รับการยอมรับจากทั่วโลก

ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20260504705475/en

Contacts

tii@edelman.com

สำหรับ Opaque
opaquesystems@inkhouse.com

Jennifer Dewan
Jennifer.dewan@tii.ae

ที่มา: Technology Innovation Institute

The Bangkok Reporter