2PointZero Group ส่งสัญญาณการเติบโตในระดับโลกด้วยรายได้ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 21.9 พันล้านเดอร์แฮม และกำไรสุทธิ 7.7 พันล้านเดอร์แฮมในครึ่งแรกของปี 2026

Logo

  •  การเติบโตของรายได้กลุ่มได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัวที่ 29% และ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วจำนวน 5.0 พันล้านเดอร์แฮม
  •  ความสำเร็จครั้งสำคัญในการขยายธุรกิจไปทั่วโลก ได้แก่ การขายหุ้น TAQA จนเสร็จสมบูรณ์ และการเข้าซื้อกิจการ Traverse Midstream Partners ในอเมริกาเหนือ, Baobab Group ในแอฟริกา และการถือหุ้น 60.8% ของ ISEM ในอิตาลี
  •  TIME จัดอันดับให้กลุ่มอยู่ในอันดับที่ 36 ของรายชื่อผู้นำด้านการเติบโตระดับโลกประจำปี 2026 โดยเน้นย้ำในด้านเสถียรภาพของตลาด ขนาดของการดำเนินงาน และแนวทางการบริหารจัดการเงินทุนอย่างมีวินัย

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–31 กรกฎาคม 2026

2PointZero Group (ADX: 2POINTZERO) เป็นบริษัทโฮลดิ้งด้านการลงทุนชั้นนำที่มีฐานการดำเนินงานในกรุงอาบูดาบี ประกาศผลประกอบการทางการเงินสำหรับครึ่งแรกของปี 2026 โดยมีรายได้อยู่ที่ 21.9 พันล้านเดอร์แฮม และมีกำไรสุทธิของกลุ่มอยู่ที่ 7.7 พันล้านเดอร์แฮม ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งนี้สะท้อนให้เห็นใน EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วของกลุ่ม ซึ่งอยู่ที่ระดับ 5.0 พันล้านเดอร์แฮม หลังจากไม่รวมการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมและรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว

Samia Bouazza, CEO of 2PointZero (Photo: AETOSWire)

Samia Bouazza ซีอีโอของ 2PointZero (ภาพ: AETOSWire)

กำไรสุทธิจากธุรกิจของกลุ่มเพิ่มขึ้น 2,301% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการรวมกิจการของ Tendam และการควบรวมกิจการครั้งใหญ่เพื่อก่อตั้ง 2PointZero Group นอกจากนี้ การเติบโตยังได้รับการสนับสนุนจากการลงทุนใหม่ในบริการทางการเงินในแอฟริกา การเข้าสู่ตลาดบรรจุภัณฑ์ในยุโรป และความก้าวหน้าในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ ส่งผลให้กำไรสุทธิที่รายงานทั้งหมดอยู่ที่ 7.7 พันล้านเดอร์แฮม

ทางกลุ่มได้เสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินงานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านการบูรณาการกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง การนำเครื่องมือ AI มาประยุกต์ใช้มากขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้รายได้ของกลุ่มเพิ่มขึ้นเป็น 21.9 พันล้านเดอร์แฮม ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นโดยเฉลี่ยยังคงทรงตัวอยู่ที่ 29% เพื่อรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวของกลุ่มธุรกิจหลัก

Samia Bouazza ซีอีโอของ 2PointZero กล่าวว่า : “ผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2026 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มที่เราได้สร้างมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราทำรายได้ถึง 21.9 พันล้านเดอร์แฮม เพิ่มขึ้น 114% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และมีกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัท 7.7 พันล้านเดอร์แฮม ประกอบด้วย 2.2 พันล้านเดอร์แฮมจากธุรกิจดำเนินงานของเรา ควบคู่ไปกับกำไรพิเศษจากพอร์ตการลงทุน ซึ่งรวมถึงการลงทุนใน SpaceX, Anthropic และรายการกำไรจากการลงทุนอื่นๆ ในขณะเดียวกัน เรายังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างคุณภาพของพอร์ตการลงทุนและความแข็งแกร่งของงบดุลอย่างต่อเนื่อง“

นอกเหนือจากผลประกอบการทางการเงินแล้ว ช่วงเวลานี้ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาของ 2PointZero เราได้ดำเนินการขายการลงทุนใน TAQA สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเราในการขายสินทรัพย์บางส่วนในเวลาที่เหมาะสม และขยายธุรกิจไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอเมริกาเหนือผ่านการเข้าซื้อกิจการ Traverse Midstream Partners ซึ่งนับเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของ ePointZero จนถึงปัจจุบัน การทำธุรกรรมแต่ละครั้งสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางที่มีวินัยของเราในการจัดสรรเงินทุนและความมุ่งมั่นของเราในการสร้างธุรกิจที่มีความสำคัญระดับโลกซึ่งมุ่งเน้นการแก้ปัญหาคอขวดระดับโลก

“การที่ TIME ยกย่องเราให้เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการเติบโตระดับโลก สะท้อนให้เห็นถึงไม่เพียงแต่ความเร็วในการเติบโตของเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความมั่นคง วินัยในการดำเนินงาน และวิสัยทัศน์ระยะยาวที่กำหนดองค์กรของเราด้วย“

ด้วยสถานะเงินสดที่แข็งแกร่งของกลุ่มที่ 13.7 พันล้านเดอร์แฮม เราจึงยังคงอยู่ในสถานะที่ดีในการลงทุนผ่านวัฏจักรของตลาด ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน การมีเงินสดสำรองไว้ถือเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์

“เมื่อเราก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของปี เรายังคงเสริมสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตในระยะยาว พนักงานของเราเกือบ 10% เป็นพนักงาน AI ที่บูรณาการอยู่ทั่วทั้งกลุ่มบริษัท เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน เร่งการตัดสินใจ และเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงาน เมื่อรวมกับการจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัยและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้เรามั่นใจในความสามารถของเราในการสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว”

รากฐานทางการเงินของกลุ่มยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากเงินสดของกลุ่มจำนวน 13.7 พันล้านเดอร์แฮม และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 0.32 โครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งนี้ช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยง จัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และให้เงินทุนสำหรับโอกาสการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงทั่วโลก เนื่องจากกลยุทธ์ระยะยาวของ 2PointZero ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่ดีในกลุ่มธุรกิจหลักต่างๆ

ไฮไลท์ของกลุ่ม

ในเดือนมิถุนายน 2026 กลุ่ม 2PointZero ได้ดำเนินการขายหุ้นทั้งหมด 7.29% ใน TAQA ให้กับ Abu Dhabi Power ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและเพิ่มความยืดหยุ่นในการแสวงหาโอกาสที่น่าสนใจในภาคธุรกิจหลักต่างๆ

เมื่อเร็วๆ นี้ 2PointZero ได้ขยายฐานธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานผ่านบริษัทย่อย ePointZero ซึ่งประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมด 100% ใน Traverse Midstream Partners ด้วยมูลค่า 2.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในรูปแบบธุรกรรมเงินสดทั้งหมด

เพื่อขยายการเข้าถึงเชิงกลยุทธ์ไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพสูง 2PointZero ได้เข้าร่วมในรอบการระดมทุน Series G ของ WHOOP ผู้บุกเบิกด้านสุขภาพระดับโลก โดยแนะนำสินทรัพย์ที่เป็นตัวกำหนดหมวดหมู่เพื่อเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอด้านสุขภาพของกลุ่ม

ในความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเพื่อเปิดตัวกลุ่มธุรกิจเฉพาะทางสำหรับผู้บริโภคลำดับที่หก ทางกลุ่มได้บรรลุข้อตกลงเข้าถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 60.8% ของ ISEM Packaging Group จากอิตาลี ด้วยมูลค่า 704 ล้านเดอร์แฮม ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ 2PointZero ในการเข้าถึงตลาดปลายทางที่มีอัตราการเติบโตสูง

International Resources Holding (IRH) และ Adani Enterprises ตกลงที่จะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในสัดส่วน 50:50 เพื่อพัฒนาโครงการอะลูมิเนียมมูลค่า 11.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในอินเดีย การเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำกลยุทธ์ของ IRH ในการเชื่อมโยงเงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน และการค้า เพื่อสร้างมูลค่าในระยะยาว

ในอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญคือ FAB Securities ได้เริ่มออกบทวิเคราะห์หุ้นของ 2PointZero Group โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” และกำหนดราคาเป้าหมายไว้ที่ 3.30 เดอร์แฮมต่อหุ้น ซึ่งสะท้อนถึงจุดเด่นของกลุ่มในด้านการดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย รูปแบบการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI การจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย และผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่ง

ด้วยผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่ง 2PointZero จึงได้รับการจัดอันดับที่ 36 ในรายชื่อผู้นำด้านการเติบโตระดับโลกประจำปี 2026 ของ TIME ซึ่งเน้นย้ำถึงการเติบโตทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ผลการดำเนินงานในตลาดที่ยอดเยี่ยม และความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

ในเดือนกรกฎาคม 2026 ตลาดหลักทรัพย์อาบูดาบีได้ขยายตลาดอนุพันธ์โดยการจดทะเบียน 2PointZero Group เป็นหนึ่งในหกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นรายตัวใหม่ ซึ่งเป็นการขยายการมีส่วนร่วมของนักลงทุนต่างชาติ และยกระดับชื่อเสียงของบริษัทบนแพลตฟอร์มการซื้อขายระดับโลก

*ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260731538982/en

Contacts

Wassim El Jurdi
2PointZero Group
wassim@2PointZero.com

ที่มา: 2PointZero Group

Mary Kay เปิดตัวรายงานความยั่งยืนประจำปี 2026 ตอกย้ำความคืบหน้าครั้งสำคัญด้านผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมทั่วโลก

Logo

แบรนด์ความงามชั้นนำคว้าอันดับ 8 บนทำเนียบแบรนด์ที่มีผลกระทบทางสังคมยอดเยี่ยมประจำปี 2026 จาก Forbes

แดลลัส–(BUSINESS WIRE)–30 กรกฎาคม 2026

Mary Kay Inc. บริษัทความงามระดับโลกชั้นนำที่มีความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและการเสริมพลังผู้หญิงในวันนี้ได้เปิดตัวรายงานความยั่งยืนประจำปี 2026 โดยสรุปความคืบหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมายปี 2030 และเฉลิมฉลองความสำเร็จในปี 2025 รวมถึงความสำเร็จล่าสุดที่ยังคงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทั่วโลก

Mary Kay's annual 2026 Sustainability Report highlights the company's decades-long dedication to social, economic, and environmental sustainability - core pillars central to its business strategy and its purpose-driven legacy rooted in Mary Kay's mission of “enriching women’s lives” around the world. (Image Credit: Mary Kay Inc.)

รายงานความยั่งยืนประจำปี 2026 ของ Mary Kay ตอกย้ำความมุ่งมั่นตลอดหลายทศวรรษของบริษัทในด้านความยั่งยืนทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญที่เป็นหัวใจของกลยุทธ์ทางธุรกิจ และมรดกที่ขับเคลื่อนด้วยเจตนารมณ์อันมีรากฐานมาจากพันธกิจของ Mary Kay ในการ “เติมเต็มชีวิตของผู้หญิง” ทั่วโลก (ที่มาของภาพ: Mary Kay Inc.)

รายงานประจำปีฉบับนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นตลอดหลายทศวรรษของ Mary Kay ในด้านความยั่งยืนทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญของกลยุทธ์ทางธุรกิจ และมรดกที่ขับเคลื่อนด้วยเจตนารมณ์อันมีรากฐานมาจากพันธกิจของบริษัทในการ “เติมเต็มชีวิตของผู้หญิง” ทั่วโลก

“ความมุ่งมั่นของ Mary Kay ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้หญิงยังคงเป็นแนวทางในการดำเนินงาน การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนทั่วทั้งอุตสาหกรรมความงามไปพร้อมกับการส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการของผู้หญิงสำหรับผู้คนทุกรุ่นทั่วโลก” Ryan Rogers ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Mary Kay กล่าว “รายงานฉบับนี้สะท้อนถึงความคืบหน้าที่วัดผลได้ในการบรรลุความมุ่งมั่นปี 2030 ของเรา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ที่เรากำลังช่วยสร้างสรรค์ขึ้นให้กับผู้คน ชุมชน และโลกใบนี้”

ตั้งแต่ความหลากหลายทางชีวภาพและการดูแลรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเสริมพลังผู้หญิงและนวัตกรรมดิจิทัล Mary Kay ยังคงบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับธุรกิจของตนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกไปทั่วโลก โดยประเด็นสำคัญประจำปี 2025 มีดังนี้

ด้านสิ่งแวดล้อม

  •  บรรจุภัณฑ์ที่มีความรับผิดชอบ: Mary Kay ได้ยืนยันความมุ่งมั่นอีกครั้งในการลดความเข้มข้นของการใช้พลาสติก เพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลหลังการบริโภค (PCR) และเพิ่มสัดส่วนของบรรจุภัณฑ์ที่พร้อมรีไซเคิลหรือสามารถรีไซเคิลได้1 เช่น ขวดบรรจุภัณฑ์โลชันปรับสภาพผิว TimeWise® Targeted-Action® ของ Mary Kay มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลหลังการบริโภค (PCR) สูงถึง 94%2
  •  การอนุรักษ์ทรัพยากร: Mary Kay ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการใช้แหล่งกระดาษที่ยั่งยืนสำหรับกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ เอกสารสอดแทรกในกล่อง กล่องสำหรับจัดจำหน่าย และกล่องสำหรับจัดส่ง โดยกล่องกระดาษบรรจุผลิตภัณฑ์ของ Mary Kay 100% พร้อมสำหรับการรีไซเคิลในทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป โดย Mary Kay มีเป้าหมายที่จะทำให้กล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ 90% ได้รับการรับรองทั่วโลกภายในปี 2030 และกำลังให้การสนับสนุนองค์กรการจัดการด้านป่าไม้® (Forest Stewardship Council® – FSC®) ซึ่งเป็นองค์กรนอกภาครัฐระดับนานาชาติที่ส่งเสริมการจัดการป่าไม้ของโลกให้มีความเหมาะสมด้านสิ่งแวดล้อม เป็นประโยชน์ต่อสังคม และมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
  •  สมาชิกผู้สร้างผลกระทบเพื่อการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน: Mary Kay ได้ให้การสนับสนุนองค์กรระดับโลกต่าง ๆ เช่น สมาคมเชียสากล (Global Shea Alliance) มาตั้งแต่ปี 2023 และองค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil) มาตั้งแต่ปี 2014
  •  การจัดการน้ำ: น้ำ 100% ที่ใช้ในศูนย์การผลิต/การวิจัยและพัฒนาระดับโลกอย่าง Richard R. Rogers Manufacturing/R&D Center (R3) ในรัฐเท็กซัส ผ่านการบำบัดและหมุนเวียนกลับคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติในท้องถิ่น
  •  ความร่วมมือเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก: Mary Kay ได้เฉลิมฉลองความร่วมมือครบรอบ 39 ปี ร่วมกับ The Nature Conservancy ซึ่งครอบคลุมโครงการอนุรักษ์มากกว่า 100 โครงการที่ได้รับการสนับสนุนทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก

ด้านสังคม

  •  โครงการชมพูเปลี่ยนชีวิต (Pink Changing Lives)® : มีการบริจาคในรูปแบบเงินสดและสิ่งของมูลค่ามากกว่า 230 ล้านดอลลาร์โดย Mary Kay Inc. และมูลนิธิที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัททั้ง 4 แห่งทั่วโลกนับตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา3 รวมถึงรูปแบบการสนับสนุนทุนวิจัยโรคมะเร็ง การช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัว หรือการสร้างโอกาสให้กับผู้หญิงและครอบครัวของพวกเธอทั่วโลก
  •  การเสริมพลังผู้หญิง: ในระดับโลก มีผู้หญิงมากกว่า 600,000 คนที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกผ่านโครงการเสริมพลังที่มี Mary Kay เป็นผู้นำและให้การสนับสนุน ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านความเป็นผู้ประกอบการ การศึกษา และการพัฒนาชุมชน ในปี 2025 Mary Kay ได้สานต่อความร่วมมืออันยาวนานกับเมืองลูวิสวิลล์ (City of Lewisville) มูลนิธิการศึกษาเขตการศึกษาอิสระเมืองลูวิสวิลล์ (Lewisville Independent School District Education Foundation) และ INCubatoredu เพื่อสนับสนุนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการตลอดทั้งปีที่ออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนได้สัมผัสกับหลักการทางธุรกิจและการสร้างธุรกิจในโลกแห่งความเป็นจริง จนนำไปสู่กิจกรรมการนำเสนอแผนธุรกิจรอบสุดท้ายเพื่อแข่งขันชิงเงินทุนตั้งต้น
  •  อนาคตของการศึกษาด้าน STEM: มีการมอบทุนสนับสนุน 51 ทุนและเงินรางวัลมากกว่า 234,000 ดอลลาร์แก่หญิงสาวจาก 17 ประเทศที่กำลังศึกษาต่อในสายอาชีพด้าน STEM มีการมอบทุนสนับสนุน 10 ทุนให้แก่นักศึกษาหญิงผ่านโครงการทุนการศึกษา Madam C.J. Walker ร่วมกับสมาคมนักเคมีเครื่องสำอาง (Society of Cosmetic Chemists) โดยการสนับสนุนจาก Mary Kay ในปี 2025 หญิงสาวมากกว่า 300 คนได้เรียนรู้และสัมผัสกับเส้นทางสู่อาชีพด้าน STEM ผ่านประสบการณ์ภาคปฏิบัติ ณ ศูนย์การผลิต/การวิจัยและพัฒนาระดับโลกอย่าง Richard R. Rogers Manufacturing/R&D Center (R3)
  •  ความร่วมมือเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก: Mary Kay ทำหน้าที่เป็นองค์กรรางวัลพิเศษ (Special Award Organization – SAO) ในงานมหกรรมประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ (International Science and Engineering Fair) เมื่อปี 2024 และปี 2025 โดยมอบทุนสนับสนุนรวมทั้งหมด 18 ทุนให้แก่นักนวัตกรรมรุ่นใหม่ในด้าน STEM หลากหลายสาขาวิชา

ด้านเศรษฐกิจ

  •  การขับเคลื่อนด้วยพลังผู้หญิง: 63% ของทีมผู้บริหารระดับสูง, 64% ของนักวิจัยและพัฒนา, 79% ของทีมแบรนด์ระดับโลกและทีมความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก, 63% ของพนักงานทั่วโลก และ 60% ของตำแหน่งผู้นำในตลาด 10 อันดับแรกของ Mary Kay ดำรงตำแหน่งโดยผู้หญิง4 .
  •  การขยายธุรกิจทั่วโลก: Mary Kay ได้เฉลิมฉลองการดำเนินธุรกิจที่มีอยู่ทั่วโลกใน 40 ประเทศ ผ่านวาระครบรอบปีของเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ในปี 2025 ได้แก่ อาร์เจนตินา (45 ปี) จีน (30 ปี) โปรตุเกส (30 ปี) คาซัคสถาน (25 ปี) มาเลเซีย (25 ปี) ฟิลิปปินส์ (25 ปี) สโลวาเกีย (25 ปี) อาร์เมเนีย (15 ปี) และโคลอมเบีย (10 ปี)
  •  การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล: หัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของ Mary Kay คือ กลยุทธ์แบบคลาวด์เป็นอันดับแรก และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของบริษัทให้ทันสมัยอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการย้ายระบบแอปพลิเคชันเฉพาะกิจกว่า 95% ไปสู่ระบบซอฟต์แวร์ในฐานะการบริการ (SaaS) แบบบูรณาการ5 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่สำคัญ ตั้งแต่อีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงห่วงโซ่อุปทาน และระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP)6 เหตุการณ์สำคัญครั้งใหญ่ในปี 2025 คือการเปิดตัวแพลตฟอร์ม My Shop ในประเทศเยอรมนีและสหรัฐอเมริกา แพลตฟอร์ม My Shop ช่วยเสริมพลังให้ที่ปรึกษาความงามอิสระมีหน้าร้านออนไลน์ส่วนตัวที่บูรณาการเข้ากับระบบอีคอมเมิร์ซ ระบบการชำระเงิน และระบบการจัดส่งสินค้าของ Mary Kay อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในการซื้อสินค้าได้อย่างราบรื่น รวดเร็วทันใจ และสะดวกสบาย ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม My Shop กำลังทยอยเปิดให้บริการทั่วโลกในปี 2026 และปีต่อ ๆ ไป
  •  การได้รับการรับรองคุณภาพ: ศูนย์การผลิต/การวิจัยและพัฒนาระดับโลก Richard R. Rogers Manufacturing/R&D Center (R3) ของ Mary Kay ในเมืองลูวิสวิลล์ รัฐเท็กซัส ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22716 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสูงสุดสำหรับหลักปฏิบัติที่ดีด้านการผลิต (GMP) ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง
  •  การสนับสนุน: มีส่วนร่วมกับสมาคมการค้ามากกว่า 100 แห่งทั่วโลกในนโยบายหลากหลายประเด็น ตั้งแต่การขายตรงและการเป็นผู้ประกอบการ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล รวมถึงห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์

การครองอันดับสูงสุด: ในปี 2025 Mary Kay คว้ารางวัลองค์กร 25 รางวัล ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านความเป็นเลิศขององค์กร อุตสาหกรรมขายตรง ผลกระทบทางสังคม ความยั่งยืน ตลอดจนวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม

รางวัลระดับโลกชั้นแนวหน้าล่าสุด:

  •  Mary Kay ได้รับการขนานนามว่าเป็นแบรนด์ขายตรงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางแต่งแต้มสีสันอันดับ 1 ของโลก7 โดย Euromonitor International เป็นเวลา 4 ปีติดต่อกัน (ปี 2023–2026)
  •  Mary Kay คว้าอันดับ 2 ในทำเนียบการบริการลูกค้ายอดเยี่ยมประจำปี 2026 ของนิตยสาร Forbes ซึ่งขยับขึ้นมาจากอันดับ 93 ในปี 20258 Mary Kay เป็นแบรนด์ความงามเพียงหนึ่งเดียวที่ติดอยู่ใน 15 อันดับแรก และเป็นบริษัทขายตรงเพียงแห่งเดียวที่ติดอยู่ใน 50 อันดับแรก
  •  Mary Kay ติดอันดับ 8 จาก 5,500 แบรนด์ ในทำเนียบแบรนด์ที่มีผลกระทบทางสังคมยอดเยี่ยมประจำปี 2026 ของนิตยสาร Forbes9 ขยับขึ้นมาจากอันดับที่ 9 อันโดดเด่นที่ทำได้ในปี 2025 Mary Kay เป็นแบรนด์ความงามเพียงหนึ่งเดียวที่ติดอยู่ใน 15 อันดับแรก และเป็นบริษัทขายตรงเพียงแห่งเดียวในทำเนียบนี้
  •  Mary Kay คว้าอันดับ 19 ในการจัดอันดับ 100 บริษัทความงามชั้นนำประจำปี 2025 ของ Women’s Wear Daily Beauty Inc. ซึ่งประกาศผลในปี 2026

รายงานความยั่งยืนประจำปี 2026 ของ Mary Kay สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ อีกทั้งทำหน้าที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและพันธมิตรที่ต้องการขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกร่วมกัน

หากต้องการดูรายงานฉบับเต็ม โปรดไปที่นี่

เกี่ยวกับ Mary Kay

ในฐานะบุคคลหนึ่งซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการขจัดอุปสรรคเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านเพศ Mary Kay Ash ได้ก่อตั้งแบรนด์ความงามในฝันของเธอขึ้นที่รัฐเท็กซัสเมื่อปี 1963 ด้วยเป้าหมายเดียวคือการเติมเต็มชีวิตของผู้หญิง ความฝันนั้นได้เบ่งบานกลายเป็นบริษัทระดับโลกที่มีสมาชิกทีมขายอิสระหลายล้านคนใน 40 ตลาด เป็นเวลากว่า 60 ปีแล้วที่โอกาสจาก Mary Kay ได้เสริมพลังให้ผู้หญิงสามารถกำหนดอนาคตของตนเองผ่านการศึกษา การเป็นพี่เลี้ยง การสนับสนุน และนวัตกรรม Mary Kay ทุ่มเทให้กับการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงาม และการสร้างผลิตภัณฑ์ดูแลผิวล้ำสมัย เครื่องสำอางแต่งแต้มสีสัน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และน้ำหอม Mary Kay มีความเชื่อมั่นในการปกป้องรักษาโลกของเราไว้สำหรับคนรุ่นหลัง การปกป้องผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากโรคมะเร็งและความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงการสนับสนุนให้เยาวชนทำตามความฝันของตนเอง เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ marykayglobal.com พบกับเราได้ทาง Facebook, Instagram และ LinkedIn

1 รีไซเคิลได้เฉพาะในพื้นที่ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับเท่านั้น
2 สัดส่วนของวัสดุรีไซเคิลหลังการบริโภคอาจแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของวัสดุและภูมิภาค
3 แม้ว่าทางบริษัทจะให้การสนับสนุนด้านสาธารณกุศลมาเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว แต่เอกสารบันทึกอย่างเป็นทางการได้เริ่มต้นขึ้นในปี 1996 เมื่อมีการก่อตั้ง Mary Kay Ash Foundation® ในสหรัฐอเมริกา
4 สัดส่วนและการเป็นผู้นำของผู้หญิงที่ Mary Kay (พฤษภาคม 2026)
5 โซลูชันแพลตฟอร์ม SaaS: รูปแบบซอฟต์แวร์บนคลาวด์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันได้จากระยะไกลผ่านทางอินเทอร์เน็ต
6 โซลูชันระบบ ERP ระดับโลก: ระบบวางแผนทรัพยากรเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับการดำเนินงานข้ามชาติ ครอบคลุมหลายประเทศ ภูมิภาค สกุลเงิน และภาษา โดยรวมกระบวนการทางธุรกิจต่าง ๆ เช่น การเงิน ทรัพยากรบุคคล การขาย และการจัดการสินค้าคงคลัง ให้เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้การไหลเวียนของข้อมูลราบรื่นและการวิเคราะห์ข้อมูลทำได้แบบเรียลไทม์
7 “ที่มา: Euromonitor International Limited; Beauty and Personal Care ฉบับปี 2026, ยอดขายมูลค่า ณ ราคาขายปลีก (RSP), ข้อมูลปี 2025”
8 Alan Schwarz (14 ตุลาคม 2025), Forbes – การบริการลูกค้ายอดเยี่ยมประจำปี 2026: https://www.forbes.com/lists/best-customer-service/
9 Alan Schwarz (March 17, 2026), Forbes – แบรนด์ที่มีผลกระทบทางสังคมยอดเยี่ยมประจำปี 2026: https://www.forbes.com/lists/best-brands-social-impact/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260730240667/en

Contacts

Mary Kay Inc. Corporate Communications
newsroom.marykay.com
972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com

ที่มา: Mary Kay Inc.



The Bangkok Reporter