AJC พบอุตสาหกรรมเปราะบางด้วยการคำนวณระดับความเสี่ยงที่โซ่มูลค่ามีต่อปัจจัยภายนอกในรายงานล่าสุดเกี่ยวกับห่วงโซ่มูลค่าที่ทนทานในอาเซียน

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–16 ต.ค. 2563

ในรายงานที่มีชื่อว่า ห่วงโซมูลค่าระดับโลกที่ทนทาน (GVCs) สำหรับอาเซียนและความสัมพันธ์กับประเทศคู่ค้า ที่เผยแพร่โดยศูนย์อาเซียน-ญี่ปุ่น (AJC) ทาง AJC เสนอให้แต่ละประเทศและบริษัทในอาเซียนที่มีส่วนร่วมในเครือข่ายการผลิตระหว่างประเทศตรวจสอบช่องโหว่ของห่วงโซ่คุณค่าต่อความเสี่ยงภายนอกในอุตสาหกรรมนั้นๆ โดยอ้างอิงถึงการคำนวณความเสี่ยงของ AJC

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20201015006128/en/

The report "Resilient Global Value Chains for ASEAN and its Relationship with Partner Countries" is available for download on AJC website. (Graphic: Business Wire)

รายงาน "Resilient Global Value Chains for ASEAN and its Relationship with Partner Countries" มีให้ดาวน์โหลดบนเว็บไซต์ AJC (กราฟฟิค: บิสิเนสไวร์)

ได้มีการเรียกร้องหลายครั้งในระดับนานาชาติและระดับภูมิภาคให้มีการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและสร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่นับตั้งแต่การระบาดของ COVID-19  แม้ว่าจะเป็นธรรมชาติของระบบการจัดซื้อที่มีประสิทธิภาพ ห่วงโซ่อุปทานหรือการจัดจำหน่ายที่กระจุกตัวอยู่ในบริษัทไม่กี่แห่งและไม่กี่ประเทศทำให้บริษัทต่างๆ มักจะมีข้อกังวลว่าจะยังคงได้รับวัสดุและปัจจัยการผลิตที่จำเป็นต่อไปหรือไม่ คำถามต่อไปคือห่วงโซ่คุณค่ากระจุกตัวที่ใดและในขั้นตอนใด

ในการตอบคำถามนี้ AJC ได้คำนวณระดับความเสี่ยงของห่วงโซ่คุณค่าต่อปัจจัยภายนอกและได้ระบุอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบ  ความเสี่ยงนั้นมีสองประเภท ได้แก่ความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อส่วนต้นน้ำของ GVC (การกระจุกตัวของตลาดซัพพลายเออร์) และความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อส่วนปลายน้ำของ GVC (การกระจุกตัวของตลาดผู้ซื้อ)

เมื่อพิจารณาถึงการกระจุกตัวของคู่ค้าในตลาดซัพพลายเออร์ จีนเป็นซัพพลายเออร์ที่สำคัญที่สุดสำหรับหลายอุตสาหกรรมในอาเซียน  ประเทศจีนครองส่วนแบ่งการตลาดที่สร้างอำนาจทางการตลาดมากพอที่จะก่อให้เกิดความกังวลในการแข่งขันใน 129 ใน 222 อุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐานของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยญี่ปุ่นครอง 38 อุตสาหกรรม  สำหรับการกระจุกตัวของตลาดผู้ซื้อ ประเทศจีนไม่ได้เป็นผู้ซื้อหลักในหลายอุตสาหกรรม (มีเพียง 11 อุตสาหกรรมที่การกระจุกตัว) โดยญี่ปุ่นครอง 24 อุตสาหกรรม

นอกจากนี้ AJC ได้เสนอ 5 กลยุทธ์เพื่อสร้าง GVC ที่แข็งแกร่งในอาเซียน ซึ่งได้แก่

  • การใช้นโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโรคที่กำลังดำเนินการโดยประเทศสมาชิกอาเซียน
  • การปรับปรุงการบริหารความเสี่ยงโดยภาคเอกชน
  • การผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลโดยทั้งภาครัฐและเอกชนอุตสาหกรรม
  • การส่งเสริมอุตสาหรรมใหม่และที่ทนต่อวิกฤต
  • พิจารณากลยุทธ์ของบริษัทสำหรับการผลิตระหว่างประเทศ: การผลิตในหรือนอกประเทศ

ในการจัดการกับ COVID-19 และวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายที่จะงดใช้แนวทางแก้ปัญหาทางลัดและลัทธิการคุ้มครองทางการค้า  และรักษาบรรยากาศทางธุรกิจที่ดี

สามารถดาวน์โหลดสิ่งพิมพ์ได้บนเว็บไซต์ AJC: https://www.asean.or.jp/en/centre-wide/resilient_gvcs/

อ่านต้นฉบับบน  businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20201015006128/en/

ติดต่อ:

Tomoko Miyauchi
Office of Secretary General, PR (เลขาธิการฝ่ายประชาสัมพันธ์)
ASEAN-Japan Center
URL: https://www.asean.or.jp/en/
E-mail: toiawase_ga@asean.or.jp

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Atlas Holdings เข้าซื้อกิจการ Permasteelisa Group

Logo

ผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมกำแพงม่าน ได้เข้าร่วมด้วย

กลุ่มธุรกิจการผลิตที่ดีที่สุดในระดับโลกของ Atlas

กรีนิช, คอนเน็คทิกัต–(BUSINESS WIRE)–30 ก.ย. 2563

Atlas Holdings ประกาศในวันนี้ว่า บริษัท ได้เข้าซื้อกิจการ Permasteelisa Group ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในด้านวิศวกรรมการจัดการโครงการการผลิต การติดตั้ง และบริการหลังการขายของโครงสร้างด้านหน้าของอาคารขั้นสูงสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน โดย Permasteelisa Group ได้ร่วมมือกับสถาปนิกในโครงการกว่า 3,500 โครงการที่เปลี่ยนแปลงวิวของตึกระฟ้าทั่วโลก

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200930005357/en/

สามแบรนด์ ของ Permasteelisa Group  ได้แก่ Permasteelisa, Gartner และ Scheldebouw ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นผนังม่านคุณภาพสูงแบบครบวงจรชั้นนำของโลก โดยรวมแล้วบริษัท มีพนักงานมากกว่า 4,500 คนซึ่งออกแบบ สร้าง และติดตั้งโครงการชั้นนำในสถานที่ต่าง ๆ ในกว่า 30 ประเทศ ซึ่งรวมถึงโรงงานผลิต 9 แห่งและสำนักงานออกแบบหลัก 8 แห่ง ด้วย

“Permasteelisa Group ได้รับความไว้วางใจจากสถาปนิกที่มีวิสัยทัศน์ที่สุดในโลกในการทำให้การออกแบบของพวกเขาให้กลายเป็นความจริง และยังมีประวัติการส่งมอบโครงการ 100 เปอร์เซ็นต์ในช่วงห้าทศวรรษของการเป็นผู้นำตลาดตลอดมา การรวมตัวเข้ากับความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการก่อสร้างและการผลิตของ Atlas ถือเป็นผลประโยชน์ที่มีแต่ได้กับได้สำหรับบริษัท ผู้ร่วมงานและลูกค้าของ บริษัท ” Timothy Fazio ผู้ร่วมก่อตั้ง Atlas Holdings และหุ้นส่วนผู้จัดการกล่าว “ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ต้อนรับ Permasteelisa Group เข้าสู่ครอบครัวของ Atlas”

“Permasteelisa Group ได้ทำให้อาคารที่โดดเด่นที่สุดของโลกบางส่วนมีชีวิตชีวาขึ้นมา” Peter Bacon หุ้นส่วนฝ่ายปฏิบัติการของ Atlas Holdings กล่าว “ความสามารถของบริษัทในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่และซับซ้อนนั้นไม่มีใครเทียบได้ในอุตสาหกรรมกำแพงม่าน

โครงการที่โดดเด่นของ Permasteelisa Group ได้แก่  the Shard ในลอนดอน, สำนักงานหลักของ Apple ในคูเปอร์ติโน, โครงการ World Trade Center ณ นิวยอร์ก ใน 1WTC, 3WTC และ 7WTC, World Financial Center ในเซี่ยงไฮ้, One Vanderbilt ในนิวยอร์ก และ International Commerce Centre ในฮ่องกง

“ เราไม่สามารถหาพันธมิตรที่ดีไปกว่านี้ที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัท ของเราในวันนี้และสร้างอนาคตที่สดใสไปได้มากกว่ากับ Atlas Holdings” Klaus Lother ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Permasteelisa Group กล่าว “ ลูกค้าของเราไว้วางใจให้เราทำงานให้สำเร็จลุล่วงอย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น ไม่ว่าโครงการจะยากขนาดไหน และการดำเนินงานในระดับโลกของ Atlas และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงในด้านการก่อสร้างและการผลิตนั้นเหมาะสมอย่างยิ่ง ที่สำคัญที่สุดก็คือพวกเขาให้ความสำคัญในประโยชน์ระยะยาวและแบ่งปันค่านิยมหลักของเราในด้านความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยของพนักงาน และการให้บริการลูกค้าที่เหนือกว่า ทีมงานของเราตื่นเต้นที่จะได้เริ่มทำงานกับ Atlas”

###

เกี่ยวกับ Atlas Holdings

Atlas และบริษัทในเครือซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองกรีนิชคอนเนตทิคัตและก่อตั้งขึ้นในปี 2545 เป็นเจ้าของและดำเนินการบริษัทแพลตฟอร์ม 22 แห่งซึ่งมีพนักงานมากกว่า 25,000 คนในโรงงานมากกว่า 200 แห่งทั่วโลก Atlas ดำเนินธุรกิจในภาคส่วนต่าง ๆ เช่นการแปรรูปอลูมิเนียมยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ก่อสร้าง การผลิตและจำหน่าย อาหารบรรจุภัณฑ์ กระดาษ การผลิตไฟฟ้าเยื่อกระดาษ การจัดการห่วงโซ่อุปทานและผลิตภัณฑ์จากไม้ บริษัทต่างๆของ Atlas ร่วมกันสร้างรายได้มากกว่า 6 พันล้านเหรียญต่อปี ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.atlasholdingsllc.com.

เกี่ยวกับ Permasteelisa Group

Permasteelisa Group ดำเนินธุรกิจทั่วโลกในการออกแบบผลิตและติดตั้งโครงสร้างคลุมด้านนอกของสถาปัตยกรรม ผนังม่าน และระบบภายใน ซึ่งทำให้ตัวบริษัทอยู่ในตำแหน่งผู้นำอย่างแท้จริงในตลาดระดับโลก ในทุกโครงการ Permasteelisa Group มีความรู้และประสบการณ์ตรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน "สิ่งปลูกสร้างคุณสมบัติพิเศษ" ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จบรรลุความคาดหวังทางสถาปัตยกรรมของลูกค้า ในบรรดาความสำเร็จของกลุ่มบริษัท มีผลงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกเช่น ซิดนีย์โอเปร่าเฮาส์ (อาคารแรกที่ใช้ระบบกำแพงม่านอย่างกว้างขวาง), Eight Spruce ในแมนฮัตตันตอนล่าง (หรือที่เรียกว่า Beekman Tower) The Shard และ 20 Fenchurch Street ในลอนดอนพิพิธภัณฑ์ Guggenheim ที่ปฏิวัติวงการในบิลเบา Walt Disney Concert Hall สุดพิเศษในลอสแองเจลิสและ MoMA ในนิวยอร์ก หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมโปรดไปที่ www.permasteelisagroup.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200930005357/en/

ติดต่อสอบถามข้อมูล:

Emily D'Alberto

(908) 789-1380

edalberto@mercuryllc.com

Cube Highways เข้าซื้อกิจการ KNR Walayar Tollways

Logo

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–29 กันยายน 2563

Cube Highways III บริษัทที่มี I Squared Capital เป็นผู้ถือครองหุ้น ภายใต้ ISQ Global Infrastructure Fund II ได้เข้าซื้อหุ้น KNR Walayar Tollways Private Limited (KWTPL) ผู้บริหารทางยกระดับในรัฐเกรละ ประเทศอินเดีย ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ จาก KNR Constructions Limited เมื่อรวมการเข้าซื้อครั้งนี้และสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการเจรจาและเตรียมปิดข้อเสนอ กลุ่มบริษัท Cube Highways จะมีโครงการทางหลวงในพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดมากถึง 27 โครงการทั่วอินเดีย รวมเป็นระยะทางเกือบ 8,400 กิโลเมตร

KWTPL เป็นผู้บริหารทางยกระดับขนาด 4 เลน ระยะทาง 53.5 กิโลเมตร ที่เชื่อมเมือง Walayar ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างรัฐทางตอนใต้ของอินเดีย ได้แก่ ทมิฬนาฑู และ เกรละ กับเมือง Vadakkancherry ในรัฐเกรละ เมื่อปี พ.ศ. 2555 โครงการได้รับสัมปทานเป็นเวลา 20 ปี เพื่อดำเนินการซ่อมแซมและขยายถนนจากสองช่องทางเป็นสี่ช่องทาง และเริ่มดำนานการมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2558 เป็นต้นมา โครงการของ KWTPL เป็นส่วนสำคัญของทางหลวงแห่งชาติหมายเลข 47 โดยอยู่บนเส้นทางสู่รัฐเกรละ ซึ่งจะเชื่อมโยงเมืองสำคัญ ๆ ใน Salem, Erode และ Coimbatore ของรัฐทมิฬนาฑู เข้ากับเมือง Thrissur และ Kochi ของรัฐเกรละ

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เริ่มขึ้นหลังจากที่มีการเข้าซื้อ Farakka-Raiganj Highway เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และเป็นการเข้าซื้อกิจการบริหารทางหลวงจากกลุ่ม KNR ลำดับที่สี่ของบริษัท

“ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโคโรนา (Covid-19) ที่เป็นอุปสรรค ทั้งสองบริษัทต่างช่วยกันปรับโครงสร้างการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย” Gautam Bhandari ผู้อำนวยการ Cube Highways และหุ้นส่วนผู้จัดการของ I Squared Capital กล่าว “การเข้าซื้อกิจการของ KNR Group อีกครั้งของ Cube Highways ครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่าเราคือพันธมิตรที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างถนนชั้นนำไว้วางใจ และเป็นการตอกย้ำบทบาทของเราในฐานะผู้ประกอบชั้นนำทางด้านโครงการทางหลวงของอินเดีย”

KWTPL จะช่วยขยายโครงการของ Cube Highways สู่อินเดียตอนใต้ และทำให้ปริมาณจราจรในพอร์ตโฟลิโอมีความหลากหลาย การจราจรเชิงพาณิชย์ระหว่างทมิฬนาฑูและเกรละมีการฟื้นตัวที่ดีหลังจากมีการล็อคดาวน์

เกี่ยวกับ Cube Highways: Cube Highways and Infrastructure III Pte. Ltd. (Cube Highways) เป็นบริษัทสิงคโปร์ที่ลงทุนในโครงการถนนและทางพิเศษหลายโครงการ ตลอดจนโครงการโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ในอินเดีย Cube Highways เป็นบริษัทการลงทุนอิสระและมีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ด้วยประสบการณ์อันกว้างขวางและครอบคลุมในภาคคมนาคมของทีมบริหารและทีมที่ปรึกษา ผู้ถือหุ้นของ Cube Highways เป็นกลุ่มนักลงทุนชั้นนำจากต่างประเทศ รวมถึง I Squared Capital และบริษัทย่อยของ Abu Dhabi Investment Authority

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200929005760/en/

ติดต่อ:

Andreas Moon กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ I Squared Capital, +1 (786) 693-5739, 

andreas.moon@isquaredcapital.com และ investor.relations@cubehighways.com

นาทีชีวิต!! พนักงานเซเว่นฯ ช่วยชีวิต ขณะส่งสินค้าเดลิเวอรี่

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–29 กันยายน 2563

imgชาวโซเชียล แชร์คลิปเรื่องราว ของนางสาวสุมนศรี เพ็งทับ พนักงาน7-11 สาขา Work Place (หนองแขม) หมู่บ้าน หรรษาทาวน์ ช่วยชีวิตลูกค้าจากอาการหอบกำเริบเข้าขั้นวิกฤต

เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่นางสาววิภัศศรี วรรณวิไชย ได้สั่งสินค้าผ่านบริการ เซเว่น เดลิเวอรี่ โดยมีนางสาวสุมนศรี เพ็งทับ หรือ น้องเต้ พนักงาน 7-11 เป็นผู้ส่งสินค้า โดยขณะที่ไปส่งสินค้า พบว่า ลูกค้ามีอาการเกร็ง ล้มลงกับพื้น หายใจรวยริน จึงรีบเข้าไปให้ความช่วยเหลือ และได้ติดต่อเจ้าหน้าที่กู้ชีพ เพื่อปฐมพยาบาล และส่งถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย

นางสาววิภัศศรี วรรณวิไชย เล่าว่า ตอนเกิดเหตุ ตนมีอาการหายใจแล้วเจ็บหน้าอก มือและเท้าเกร็ง จึงล้มตัวลงนอนกับพื้น ในขณะนั้น น้องเต้ก็ได้โทรเข้ามาเพื่อที่จะนำของมาส่งพอดี ตนจึงได้ขอความช่วยเหลือ จากนั้นน้องเต้ก็ได้ช่วยโทรประสานศูนย์นเรนทร เพื่อขอให้มารับตนไปส่งโรงพยาบาล ซึ่งในขณะที่รอ น้องเต้ก็ได้เข้ามาบีบนวดมือและเท้า และพยายามเรียกให้กำลังใจและให้มีสติอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งศูนย์นเรนทรมารับเพื่อไปส่งโรงพยาบาล

“ขณะนั้นเหมือนว่าตัวเองกำลังจะหมดสติ เหมือนเป็นลมหายใจสุดท้าย ต้องขอบคุณน้องเต้มากๆ ขอบคุณที่รู้สึกว่ามีประสบการณ์ดีๆ และมีความทรงจำดีๆกับเซเว่น อีเลฟเว่น ทำให้รู้ว่าการทำงานด้วยใจเป็นอย่างไร ขอให้เซเว่นรักษามาตรฐานแบบนี้เอาไว้ และสร้างบุคคลากรดีๆแบบนี้ต่อไป”

น้องเต้พูดทิ้งท้ายว่า “ยุคนี้ลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า แต่ลูกค้าคือครอบครัวของเรา”

สามารถชมคลิปได้ที่      https://www.youtube.com/watch?v=5oO4sf7AWew

                                    https://www.facebook.com/100445640022349/posts/3478894358844110/

แถลงการณ์ครบรอบหนึ่งปีของโครงการ Women’s Entrepreneurship Accelerator

Logo

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–24 กันยายน 2563

โปรดดูคำชี้แจงด้านล่างจากผู้นำ Women’s Entrepreneurship Accelerator เกี่ยวกับการครบรอบหนึ่งปีของโครงการริเริ่มที่สร้างความเปลี่ยนแปลงโครงการนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200924005283/en/

Anita Bhatia, Deputy Executive Director, UN Women

Anita Bhatia รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจาก UN Women

หนึ่งปีที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นที่จะให้ความรู้และเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการสตรี 10 ล้านคนในช่วงสิบปีข้างหน้าผ่านโครงการ Women’s Entrepreneurship Accelerator (WEA) โดยเราเริ่มวางรากฐานสำหรับการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบเพื่อทำลายอุปสรรคที่ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถบรรลุอิสรภาพทางการเงินและการมีส่วนร่วมในอนาคตที่ดีกว่าสำหรับตนเองและชุมชน

ทุกวันนี้ อนาคตของผู้หญิงกำลังอยู่ในทางแยกของประวัติศาสตร์ ผู้หญิงได้รับผลกระทบในด้านลบอย่างไม่สมสัดส่วนจากความหายนะทางเศรษฐกิจที่เป็นผลมาจาก COVID-19 แต่ในขณะเดียวกันผู้หญิงก็กุมกุญแจสำคัญในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจด้วย โดยปัจจุบันมีผู้หญิงจำนวน 39% ในการจ้างงานทั่วโลก แต่ว่ามีการสูญเสียงานโดยรวมของสตรีในช่วงการระบาดใหญ่ คิดเป็น 54% และพวกเขามีแนวโน้มที่จะทำงานในภาคส่วนที่มีความเสี่ยงต่อผลกระทบจาก Covid มากกว่า เช่น ภาคการผลิต การศึกษา การท่องเที่ยว การบริการและอาหาร การขายส่งและการขายปลีก สถานประกอบการของสตรีมีความอ่อนไหวต่อแรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจเป็นพิเศษ แต่ในสถานการณ์ที่เราดำเนินการในขณะนี้เพื่อต่อสู้กับแนวโน้มเหล่านี้การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของผู้หญิงสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับ GDP ได้ถึง 13 ล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลกภายในปี 25731  ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของทุกประเทศ จึงควรให้ผู้หญิงเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาเศรษฐกิจหลังการระบาดและความพยายามในการฟื้นตัว

นั่นคือเหตุผลที่ผู้ประกอบการสตรีต้องกลายเป็นสถาปนิกของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ซึ่งจะเป็นเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ยืดหยุ่น และเท่าเทียมกันสำหรับทุกคน มันเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของเราในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย โดยให้ธุรกิจที่นำโดยผู้หญิงเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลง

  • กรอบนโยบาย: เราเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติพัฒนากรอบนโยบายระดับชาติโดยมีเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมและเป้าหมายระดับชาติที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในอันที่จะส่งเสริมเพิ่มจำนวนและสร้างขีดความสามารถของธุรกิจที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของ เราขอปรบมือให้กับประเทศที่ได้เริ่มใช้นโยบายการตอบสนอง COVID-19 ในการระดมทุนเพื่อสตรีและเสนอบริการให้กับผู้ประกอบการสตรีแล้ว2  อย่างไรก็ดีธุรกิจของผู้หญิงมักจะยังไม่อยู่ในแผนและมาตรการระดับชาติของประเทศส่วนใหญ่ในด้านการสนับสนุน SMEs
  • การเข้าถึงด้านการเงิน: ภาคเอกชนและภาครัฐต้องร่วมมือกันเพื่อเพิ่มการลงทุนในธุรกิจของผู้หญิงทั้งในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดและช่วงอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงการพัฒนาโซลูชั่นทางการเงินระดับนวัตกรรม ผ่านการจัดหาทุนและการชำระหนี้และการแนะนำสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อสนับสนุนภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19
  • การจัดหางาน: รัฐบาลและบริษัททุกขนาดสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้อย่างเหลือเชื่อโดยการซื้อกิจการที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของ สร้างความแตกต่างแบบก้าวกระโดดของการเพิ่มขึ้นของธุรกิจที่มีสตรีเป็นผู้นำในห่วงโซ่อุปทานโดยการแสวงหาธุรกิจที่เป็นของผู้หญิง ตั้งและติดตามเป้าหมาย พร้อม ๆ กับสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีให้เข้าถึงโอกาสในการจัดหางานใหม่ ๆ
  • การศึกษาเชิงดิจิทัล: ผู้ประกอบการสตรีจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลทักษะดิจิทัลและการฝึกอบรมเพื่อให้สามารถเป็นผู้นำและผู้สร้างผลงานในโลกออนไลน์ได้ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเลิกการกีดกันทางเพศแบบดิจิทัลและช่วยให้ผู้หญิงเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลทางการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นและสามารถเข้าถึงได้
  • การคุ้มครองทางสังคม: 75% ของผู้หญิงและเด็กผู้หญิงทั่วโลกทำงานบ้านโดยไม่ได้รับค่าจ้าง  และการทำงานบ้านก็เพิ่มขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของโควิด การคุ้มครองทางสังคม เช่น การลาเพื่อดูแลบุตร เงินสนับสนุนจากรัฐในการดูแลบุตรการประกันสุขภาพ และการชดเชยการว่างงานจะต้องได้รับการสนับสนุนให้ครอบคลุมผู้หญิงในการจ้างงานอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการซึ่งรวมไปถึงผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระด้วย สิ่งนี้จะสร้างเสถียรภาพให้กับชุมชนทั้งหมดทำให้ผู้หญิงมีทางเลือกในการพิจารณาเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการมากขึ้น
  • การสนับสนุนข้ามภาคส่วน: เราทุกคนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการของสตรี ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรภาคประชาสังคม สมาคมเชิงธุรกิจ โรงเรียนและมหาวิทยาลัย สามารถร่วมมือกันเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสตรีเติบโตขึ้นได้3

หากเราไม่ให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้หญิงในระหว่างการต่อกรในระยะยาวกับการแพร่ระบาดของโควิด เราเสี่ยงที่จะทิ้งผู้หญิงหลายล้านคนไว้ข้างหลังและการสูญเสียความก้าวหน้าด้านความเท่าเทียมทางเพศที่เราสามารถเก็บเกี่ยวมาได้นานหลายทศวรรษ ซึ่งนี่ยังรวมถึงการจัดการกับอุปสรรคที่มีมายาวนานตลอดจนการดูแลความปลอดภัยของผู้หญิงทุกคน

ผลกระทบเชิงลบของ COVID-19 ทำให้ความไม่เท่าเทียมกันที่มีอยู่ทวีความรุนแรงมากขึ้นซึ่งทำให้ผู้หญิงที่มีภูมิหลังที่หลากหลายไม่สามารถมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมในทีม ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องใช้มุมมองแบบประสานภาคส่วน (intersectional lens) ในการพัฒนากลยุทธ์เพื่อรองรับความต้องการทางเศรษฐกิจของผู้หญิงทุกคนในการพยายามฟื้นฟูโลกหลังจากภาวะโควิด

การลงทุนในผู้ประกอบการสตรีเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นตัวจากการระบาดของโรค พร้อม ๆ ไปกับการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ครอบคลุมทั่วถึงมากขึ้น มีความสามารถในการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งมากขึ้น อนาคตของเราขึ้นอยู่กับการลงทุนในผู้ประกอบการสตรี

ลงชื่อ,

Anita Bhatia

รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร UN Women

Pamela Coke-Hamilton

กรรมการบริหาร, The International Trade Centre (ITC)

Annemarie Hou

กรรมการบริหาร a.i., UN Office for Partnerships

Deborah Gibbins

ประธานฝ่ายปฏิบัติการ, Mary Kay Inc.

เกี่ยวกับ the Women’s Entrepreneurship Accelerator

Women’s Entrepreneurship Accelerator เป็นโครงการริเริ่มที่มีพันธมิตรหลายรายซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้และส่งเสริมผู้ประกอบการสตรีทั่วโลก ภารกิจของ Accelerator คือการขจัดอุปสรรคสำหรับผู้ประกอบการสตรีทั่วโลกผ่าน 4 วิธีการส่งเสริมศักยภาพ หรือ Four Pathways of Empowerment ได้แก่ ด้านการศึกษา การให้ทุน การสนับสนุน และการมีส่วนร่วม โครงการริเริ่มระดับโลกที่เริ่มต้นโดย Mary Kay Inc. ที่ไม่มีการกีดกั้นด้านการมีส่วนร่วม เป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่พัฒนาขึ้นโดยการหารือกับหน่วยงานของสหประชาชาติ 6 แห่ง ได้แก่ UN Women, สำนักงานเพื่อความร่วมมือแห่งสหประชาชาติ (UNOP), องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO),  International Trade Centre (ITC), UN Global Compact (UNGC) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) อนึ่ง Accelerator ตั้งเป้าที่จะเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับผู้หญิง 10 ล้านคนภายในปี 2573

อ่านเพิ่มเติมที่ https://www.we-accelerate.com/ ติดตามเราบน Twitter (We_Accelerator), Instagram (@we_accelerator), Facebook (@womensentrepreneurshipaccelerator).

เกี่ยวกับ UN Women

UN Women เป็นหน่วยงานของสหประชาชาติที่อุทิศตนเพื่อความเท่าเทียมทางเพศและการเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิง โดย UN Women เป็นองค์กรส่งเสริมผู้หญิงและเด็กผู้หญิงระดับโลกที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเร่งความคืบหน้าในการตอบสนองความต้องการของพวกเขาทั่วโลก

UN Women สนับสนุนประเทศสมาชิกสหประชาชาติในการกำหนดมาตรฐานระดับโลกเพื่อก่อให้เกิดความเท่าเทียมกันทางเพศ พร้อม ๆ ไปกับการทำงานร่วมกับรัฐบาลและภาคประชาสังคมในการออกแบบกฎหมาย นโยบาย โครงการ และการบริการที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานต่าง ๆ ถูกดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้หญิงจริง ๆ นอกจากนี้ UN Women ยังได้ทำงานไปทั่วโลกเพื่อสร้างวิสัยทัศน์ของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals ให้เกิดขึ้นจริงสำหรับผู้หญิงและเด็กผู้หญิง และคอยสนับสนุนผลักดันการมีส่วนร่วมของผู้หญิงอย่างเท่าเทียมกันในทุกด้านของชีวิตโดยมุ่งเน้นที่สี่ยุทธศาสตร์สำคัญคือ

UN Women ยังประสานงานและส่งเสริมการทำงานของระบบสหประชาชาติในการส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศและในด้านข้อพิจารณาและข้อตกลงทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับวาระ 2030 โดยองค์กรได้วางตำแหน่งด้านความเสมอภาคทางเพศไว้ให้เป็นหลักการพื้นฐานของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และโลกที่ทุกคนได้รับประโยชน์อย่างครอบคลุมทั่วถึงมากขึ้น

เกี่ยวกับ the International Trade Centre

International Trade Center (ITC) เป็นหน่วยงานร่วมขององค์การการค้าโลกและองค์การสหประชาชาติ โดย ITC ช่วยองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลางในการพัฒนา และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงเศรษฐกิจเพื่อให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้นในตลาดโลกเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนภายใต้กรอบของวาระการช่วยเหลือเพื่อการค้า หรือ Aid-for-Trade และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ

โครงการริเริ่ม SheTrades ของ ITC มีจุดมุ่งหมายเพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการสตรีและธุรกิจที่เป็นของผู้หญิงสามล้านคน เพื่อเข้าสู่ตลาดต่างประเทศภายในปี 2564 โดย SheTrades ทำงานร่วมกับรัฐบาล บริษัท และองค์กรสนับสนุนทางธุรกิจเพื่อดำเนินการวิจัย กำหนดรูปแบบนโยบายและกฎระเบียบทางการค้า อำนวยความสะดวกในการจัดหาเงินทุน และขยายการเข้าถึงสู่สาธารณะ การประมูลและซัพพลายเชนขององค์กร ITC ให้โแกาสผู้ประกอบการสตรีในการได้รับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่หลากหลายและหลักสูตรที่ยืดหยุ่นบนแพลตฟอร์ม  www.shetrades.com ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.intracen.org หรือติดตาม ITC บน Twitter | Facebook | LinkedIn | Instagram | Flickr.

เกี่ยวกับ the International Labour Organization

The International Labour Organization (ILO) เป็นหน่วยงานเฉพาะของสหประชาชาติที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2462 หลังจากเกิดสงครามทำลายล้างเพื่อดำเนินตามวิสัยทัศน์ตามสมมติฐานที่ว่าสันติภาพที่เป็นสากลและยั่งยืนสามารถสร้างได้ก็ต่อเมื่อตั้งอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมในสังคม จุดมุ่งหมายหลักของ ILO คือการส่งเสริมสิทธิในการทำงานส่งเสริมโอกาสในการจ้างงานที่เหมาะสมเพิ่มการคุ้มครองทางสังคมและเสริมสร้างการเจรจาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการทำงาน โครงสร้างไตรภาคีที่เป็นเอกลักษณ์ของ ILO ให้เสียงที่เท่าเทียมกับคนงาน นายจ้าง และรัฐบาล เพื่อทำให้แน่ใจว่ามุมมองของพันธมิตรทางสังคมจะสะท้อนออกมาในรูปแบบของการมีมาตรฐานแรงงาน และในการกำหนดนโยบายและโครงการต่าง ๆ

โครงการพัฒนาผู้ประกอบการสตรีของ ILO หรือ The ILO’s Women’s Entrepreneurship Development programme  (ILO-WED) เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และดำเนินการมากว่าทศวรรษ โดย ILO-WED ดำเนินการเพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้หญิงโดยการปฏิบัติงานเพื่อสนับสนุนผู้หญิงในการเริ่มต้นจัดตั้งและขยายกิจการของตน และโดยการนำประเด็นความเท่าเทียมทางเพศมาใช้ในงานของ ILO ในการพัฒนาองค์กร เว็บไซต์: www.ilo.org | Twitter – @ILOWED | Facebook – ILO WED (International Labour Organization)

เกี่ยวกับ the United Nations Global Compact

ในฐานะที่เป็นโครงการความคิดริเริ่มพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติงาน the United Nations Global Compact คือความพยายามเรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ จัดให้มีการดำเนินงานและกลยุทธ์ตามหลักการสากลสิบประการในด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต องค์กรซึ่งเปิดตัวในปี 2543 นี้มีหน้าที่ให้คำแนะนำและสนับสนุนชุมชนธุรกิจทั่วโลกในการพัฒนาเป้าหมายและค่านิยมขององค์การสหประชาชาติผ่านแนวทางปฏิบัติขององค์กร ทั้งนี้ ด้วยว่ามีบริษัทมากกว่า 10,000 แห่ง และสมาชิกที่ไม่ใช่องค์กรธุรกิจอีก 3,000 ราย ในกว่า 160 ประเทศ และเครือข่ายท้องถิ่นมากกว่า 60 เครือข่าย มันจึงเป็นโครงการริเริ่มด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมติดตาม @globalcompact บนโซเชียลมีเดียและเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราที่ unglobalcompact.org.

เกี่ยวกับ United Nations Office for Partnerships

The United Nations Office for Partnerships (UNOP) ทำหน้าที่เป็นเกตเวย์ระดับโลกสำหรับการเร่งปฏิกิริยาและการสร้างพันธมิตรแบบผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่มเพื่อความก้าวหน้าในการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) โดย UNOP จัดทำแพลตฟอร์มสำหรับการมีส่วนร่วมของพันธมิตรที่มีประสิทธิภาพและการทำงานเพื่อยกระดับสินทรัพย์และความเชี่ยวชาญของคู่ค้าที่หลากหลายในการพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน  UNOP จะกำกับดูแลกองทุนแห่งสหประชาชาติเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ (the United Nations Fund for International Partnerships) กองทุนเพื่อประชาธิปไตยแห่งสหประชาชาติ (the United Nations Democracy Fund) ศูนย์ปฏิบัติการ SDG และผู้ให้การสนับสนุน SDG ของสำนักงานเลขาธิการ  the Secretary-Generals’ SDG Advocates

เยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมที่:

สำนักงานเพื่อความร่วมมือแห่งสหประชาชาติ (UNOP) พยายามที่จะเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้สำหรับเหล่าพันธมิตรในการเชื่อมต่อและสร้างโอกาสและแนวทางแก้ไขเพื่อนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดย The UN Office for Partnerships ทำงานในระดับโลกภูมิภาคและในประเทศต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกผ่านการเป็นหุ้นส่วนของ SDG – สำหรับผู้คนและโลกใบนี้

สำนักงานนี้ดูแลกองทุนแห่งสหประชาชาติเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ ( the United Nations Fund for International Partnerships), กองทุนเพื่อประชาธิปไตยแห่งสหประชาชาติ (the United Nations Democracy Fund), SDG Action Hub และ Secretary-Generals’ SDG Advocates ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.un.org/partnerships/.

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ฉีกกฎเกณฑ์แบบเดิมได้ก่อตั้งบริษัทด้านความงามของเธอมานานกว่า 57 ปี โดยมีเป้าหมายสามประการ คือ มอบโอกาสที่คุ้มค่าสำหรับผู้หญิง ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจต้านทานได้ และการทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ความฝันดังกล่าวได้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยมีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนใน เกือบ 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทันสมัยเครื่องสำอาง ค์สี น้ำหอม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Mary Kay มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงและครอบครัวด้วยการร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ จากทั่วโลกโดยมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนการวิจัยโรคมะเร็ง การปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงภายในครัวเรือน การทำให้ชุมชนของเราสวยงาม และการส่งเสริมเด็ก ๆให้ทำตามความฝันของตน ดังนั้นวิสัยทัศน์อันดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ในคอนเซปท์ ก้าวไปด้วยกันทีละลิปสติกยังคงส่องสว่างนำทางต่อไป อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.marykay.com.

1McKinsey Global Institute, COVID-19 และความเท่าเทียมทางเพศ: การต่อต้านผลกระทบที่ถดถอยโดย Anu Madgavkar, Olivia White, Mekala Krishnan, Deepa Mahajan และ Xavier Azcue (กรกฎาคม 2563)

2ได้แก่ แคนาดา โคลอมเบีย อียิปต์ กัวเตมาลา จอร์เจีย ฮอนดูรัสไอร์แลนด์ เม็กซิโก โมร็อกโก ปารากวัย และสหราชอาณาจักร  นโยบายการตอบโต้ COVID-19 ที่คำนึงถึงเรื่องเพศจากประเทศต่าง ๆ สามารถหาดูได้จาก UN Women และ UNDP’s COVID-19 Global Gender Response Tracker https://www.undp.org/content/undp/en/home/covid-19-gender-dashboard.html

3การเสริมสร้างความเข้มแข็งในการสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีในการตอบสนองต่อ COVID-19 และเครื่องมือสนับสนุนการฟื้นตัวหน้า 2 หาอ่านได้ที่: https://www.empowerwomen.org/en/resources/documents/2020/09/strengthening-support-for-women-entrepreneurs-in-covid-19-response-and-recovery?lang=en

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200924005283/en/

ติดต่อ:

Mary Kay Inc.

Michael Wassmer

media@mkcorp.com

+1-972-687-5332

UN Women

Oisika Chakrabarti

oisika.chakrabarti@unwomen.org

+1-646-781-4522

International Trade Centre

Vittorio Cammarota

vcammarota@intracen.org

+41 (0)22 730-0322




การจัดฟันแบบใส แบบถอดได้

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS ON BEHALF OF ALINE)–23 กันยายน 2563

Aline แบรนด์น้องใหม่มาแรง การจัดฟันแบบไม่ติดเครื่องมือ ถอดได้ จัดฟันใสไม่แพง ดัดฟันผ่อนได้

มันจะดีแค่ไหนถ้าคุณมีรอยยิ้มที่สวยงามเพราะฟันที่เรียงตัวได้ตามธรรมชาติ? แต่ทว่าทุกคนไม่ได้มีฟันเรียงตัวสวยได้ตามธรรมชาติน่ะสิ!

ปัญหาฟันยื่น ฟันเหยิน ฟันสบไม่พอดี ขากรรไกรผิดรูป ปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของรอยยิ้มที่ไม่มั่นใจและปัญหาในช่องปากอื่นๆ ซึ่งในปัจจุบันมีนวัตกรรมมากมายในการทำให้ฟันเราสวยได้ตามที่เราต้องการ โดยเฉพาะเทคโนโลยีการจัดฟัน หรือที่เรารู้จักกันว่า “การดัดฟัน” ซึ่งมันก็มีหลายประเภท มีทั้งแบบติดเครื่องมือทั่วๆไปและแบบเซรามิค แบบโลหะยึดติด หรือดามอนและแบบไม่ติดเครื่องมือ หรือจัดฟันแบบใสนั่นเอง

วันนี้เราจะมาแนะนำเทคโนโลยีการจัดฟันแบบไม่ต้องติดเครื่องมือน้องใหม่อย่าง “Aline” ที่กำลังมาแรงมากในประเทศเกาหลี ญี่ปุ่นและประเทศไทย ด้วย 3 ขั้นตอนง่ายๆ

  • ขั้นตอนที่ 1 ทำการสแกนฟันแบบ 3 มิติจากทันตแพทย์ในเครือ
  • ขั้นตอนที่ 2 รับแผนการรักษาที่เป็นรูปภาพและวิดีโอที่ได้จัดทำขึ้น โดยทีมทันตแพทย์จัดฟันที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี
  • ขั้นตอนที่ 3 อุปกรณ์จัดฟันเพื่อรอยยิ้มพิมพ์ใจจะถูกจัดส่งไปถึงหน้าบ้านของคุณเลย

ใครๆก็มั่นใจในรอยยิ้มได้ ด้วยราคาที่เอื้อมถึง

  • ไม่ต้องเสียเวลาทำนัดเพื่อไปเจอคุณหมอ ไม่ต้องฝ่าการจราจรที่ติดขัดบนท้องถนนเพื่อไปตามนัดทุกเดือน
  • ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ก็จะได้รอยยิ้มที่ต้องการ
  • ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือไม่มีใครสังเกตเห็นว่าคุณกำลังจัดฟันอยู่ เพราะเป็นอุปกรณ์ใส ถอดได้
  • จ่ายน้อยกว่าการจัดฟันแบบอื่นๆ และมีราคาถูกถูกกว่าแบรนด์อื่น 60%
  • ถูกสุขอนามัย แถมยังมีประสิทธิภาพสูงกว่าการจัดฟันแบบอื่นๆ ถึง 50%

จัดฟันใสราคาไม่แพง Aline ทางเลือกใหม่ของการจัดฟัน

การรักษาทางทัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ ถูกสุขอนามัย ไม่ก่อให้เกิดปัญหาในการทำความสะอาดช่องปาก ผลิตจากพลาสติกที่ปราศจากสาร BPA พร้อมทางเลือก 2 ช่องทางเพื่ออำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น

  • เลือกชำระเต็มจำนวนครั้งเดียว เพียง 37,000 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
  • ผ่อนชำระด้วยบัตรเครดิต เพียงเดือนละ 4,200 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)

Aline ช่วยคุณได้ ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้ได้มาซึ่งรอยยิ้ม!

สินค้าโรงงานคุณภาพจากไท่โจวสร้างบรรยากาศคึกคักในมาเลเซียและไทย

Logo

— งานแสดงสินค้าส่งออกออนไลน์ เจ้อเจียง ไท่โจว 2020 (สถานที่: มาเลเซียและไทย ประเภทสินค้า: เครื่องใช้ในบ้าน) เริ่ม 21 กันยายน

กรุงเทพฯ –(BUSINESS WIRE)–18 กันยายน 2563

งานแสดงสินค้าส่งออกออนไลน์ เจ้อเจียง ไท่โจว 2020 (สถานที่: มาเลเซียและไทย ประเภทสินค้า: เครื่องใช้ในบ้าน) มีรัฐบาลประชาชนเทศบาลไท่โจวเป็นเจ้าภาพ หอการค้าเทศบาลไท่โจวเป็นผู้อำนวยการ และบริษัท เจ้อเจียงแซมเอ็กซ์โป เอ็กซ์ซิบิชัน แอนด์ คอนเวนชัน โฮลด์ดิ้งส์ จำกัด เป็นผู้จัด การจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเครื่องใช้ขนาดเล็กภายในบ้านทางออนไลน์อย่างเป็นทางการครั้งแรกในไท่โจวปีนี้จะเริ่มถ่ายทอดทางโปรแกรม ZOOM วันที่ 21 กันยายน การจัดงานจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสมาคมการค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนไทย และหอการค้ามาเลเซีย-จีน จับคู่ผู้ซื้อคุณภาพสูงกับผู้ประกอบการสินค้าเครื่องใช้ภายในบ้านและเครื่องใช้ขนาดเล็กภายในบ้านจากเมืองไท่โจว แห่งมณฑลเจ้อเจียง

เขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน (CAFTA) เป็นเขตการค้าเสรีแรกและใหญ่ที่สุดของจีนสำหรับการเจรจาธุรกิจต่างประเทศ ปัจจุบัน ปริมาณเศรษฐกิจรวมของทั้งสองฝั่งสูงเกือบแตะ 13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเกือบ 60% ของเอเชีย และ 13% ของการค้าทั้งหมดทั่วโลก นอกจากนี้ ภาษีของสินค้ากว่า 90% ที่ซื้อขายกับกลุ่มอาเซียนยังลดลงเหลือศูนย์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดผู้บริโภคเครื่องใช้ภายในบ้านทั่วโลกกลับมาเติบโตอีกครั้ง และแนวโน้มการเติบโตของเครื่องใช้ขนาดเล็กภายในบ้านและเครื่องใช้อัจฉริยะภายในบ้านยังคงเห็นได้ชัด เนื่องจากความต้องการเครื่องใช้ภายในบ้านในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ของอาเซียนเติบโตขึ้น

ไท่โจวเป็นสถานที่กำเนิดของระบบเศรษฐกิจสหกรณ์แบบรวมทุนของจีนและเป็นแหล่งผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านที่สำคัญของจีนอีก ผลิตภัณฑ์อย่างตู้เย็น หม้อหุงข้าวแรงดัน เครื่องปรับอากาศ เครื่องสุขภัณฑ์จากที่นี่ต่างครองตำแหน่งผู้นำตลาดภายในประเทศ โดยในบรรดาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ หม้อหุงข้าวแรงดันและภาชนะอาหารเคลือบผิว (non-stick) มีส่วนแบ่งการตลาดภายในประเทศถึง 70% และ 50% ตามลำดับ ขณะที่่ส่วนแบ่งการตลาดของอุปกรณ์สำหรับตู้เย็นสูงกว่า 10% ยอดขายต่อปีของตู้เย็นติดอันดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรมภายในประเทศ 5 ปีติดต่อกัน โดยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 25% แบรนด์ "Xingxing", "Supor" และ "ASD" ได้รับการรับรองเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงของจีน ตู้เย็นแบรนด์ "Xingxing" หม้อหุงข้าวแรงดันและภาชนะอาหารเคลือบผิวแบรนด์ "Supor" และภาชนะอาหารเคลือบผิวแบรนด์ "ASD" เป็นสินค้าแบรนด์ดังของจีน และตู้เย็น "Xingxing" เครื่องปรับอากาศ "ShuangLu" ภาชนะอาหารเคลือบผิวแบรนด์ "Supor" และ "ASD" ยังได้รับการรับรอง inspection-free product อีกด้วย

ในช่วงที่มีการแพร่ระบาด การจัดงานแสดงสินค้าออนไลน์เป็นการรับมืออันยอดเยี่ยมของรัฐบาลประชาชนเทศบาลไท่โจวและหอการค้าเทศบาลไท่โจวที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการในไท่โจวที่ค้าขายกับต่างประเทศ

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200918005247/en/

สื่อโปรดติดต่อ: Shubhra Bundela, 9584394446, shubhra.bundela22@gmail.com

OPPLE Lighting จับมือกับ Huawei สร้างระบบนิเวศน์ระดับโลก

Logo

เซี่ยงไฮ้–(บิสิเนสไวร์)–17 ก.ย. 2563

ในระหว่างการประชุมนักพัฒนา Developer Conference 2020 ของ Huawei ที่เพิ่งปิดไปเมื่อเร็วๆ นี้ Huawei และพันธมิตร 12 รายรวมถึง OPPLE Lighting ได้ประกาศเปิดตัวความร่วมมือทางระบบนิเวศน์ HMS Go Global Ecosystem Alliance โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักพัฒนาชาวจีนที่มองตลาดโลกด้วยเครื่องมือ “go global service engine” ได้จัดการกับความท้าทายที่สำคัญสามประการ: “การแปลงผลิตภัณฑ์ให้กับท้องถิ่น” “การปฏิบัติตามข้อกำหนดในท้องถิ่น” และ “การตลาดในท้องถิ่น”

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200917005710/en/

HMS members join hands to create a smart and scenario-based ecosystem. (Photo: Business Wire)

สมาชิก HMS ร่วมมือกันเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ชาญฉลาดและเป็นไปตามสถานการณ์ (ภาพ: Business Wire)

ในฐานะพันธมิตรด้านฮาร์ดแวร์เชิงกลยุทธ์รายเดียวของ Huawei ในบรรดาสมาชิกพันธมิตรทั้งหมด โดย OPPLE Lighting จะเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการเป็นพันธมิตรและจะร่วมมือกับ Huawei เพื่อพัฒนาระบบนิเวศระดับโลกและผลิตภัณฑ์ระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยให้แอปพลิเคชันของจีนเข้าสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น

ปัจจุบัน OPPLE Lighting รองรับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของระบบนิเวศ HiLink ของ Huawei ในการปรับแต่งภายในบ้านและรับรองระบบแสงสว่างอัจฉริยะโดยรวมและฟังก์ชันการใช้ชีวิตที่ชาญฉลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบแสงสว่างแบบครบวงจรของ OPPLE Lighting ซึ่งรวมถึงดาวน์ไลท์ และสปอตไลท์ แถบโคมไฟ เพดาน และโคมไฟตกแต่ง ตลอดจนแผงสถานการณ์อัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ใช้ปรับแต่งการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์นั้นล้วนใช้งานได้กับโปรโตคอล Bluetooth MESH ตามแพลตฟอร์ม HiLink ของ Huawei

OPPLE Lighting ยังทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านระบบนิเวศอื่นๆ บนแพลตฟอร์ม HiLink เพื่อสร้างมาตรฐาน Bluetooth MESH และกฎการเข้าถึงอุปกรณ์และได้เปิดใช้งานการโต้ตอบระหว่างระบบล็อคอัจฉริยะ ไฟอัจฉริยะ ม่านบังแดดอัจฉริยะ และเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่ผลิตโดยบริษัทต่างๆ  ในโซนการใช้ชีวิตที่ชาญฉลาด Full-Scenario Smart Living Open Experience Zone ที่งาน Developer Conference 2020 ของ Huawei นั้น OPPLE Lighting, Multi IR, Kaadas และ Dooya Tubular Motor ได้ร่วมกันสาธิตระบบบ้านอัจฉริยะที่ใช้โปรโตคอล Bluetooth MESH

OPPLE Lighting ได้รับการคัดเลือกจากโครงการในต่างประเทศหลายโครงการให้เป็นผู้ให้บริการระบบแสงสว่างระดับมืออาชีพ รวมถึงโครงการอาคารอเนกประสงค์ Al Kifaf ใน UAE โครงการสำนักงานและโรงพยาบาลในเนเธอร์แลนด์ เยอรมนี และเบลเยียม โครงการโคมไฟถนนมัณฑะเลย์ และตัวแทนจำหน่าย JLR และผู้ให้บริการโทรคมนาคมท้องถิ่น Mobily ในซาอุดีอาระเบีย  ในอนาคต OPPLE Lighting จะร่วมมือกับสมาชิกของพันธมิตรและใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ระดับโลกและความเชี่ยวชาญของสมาชิกแต่ละคนเพื่อสร้างเรื่องราว “ก้าวสู่ระดับโลก” ที่ประสบความสำเร็จมากขึ้นสำหรับนักพัฒนาชาวจีน

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200917005710/en/

ติดต่อ:

OPPLE Lighting
Jenny Qian, +86 21 38550000
Globalservice@opple.com


นี่คือวิธีที่ทำให้ผมได้พบกับ Amanda

Logo

กรุงเทพฯ ประเทศไทย–(THAI BUSINESS NEWS ON BEHALF OF YOOUL)–15 กันยายน 2563

ผมได้พบกับ Amanda บนอินเทอร์เน็ต เธอเป็นหญิงสาวสวยที่สูงและเซ็กซี่จริง ๆ เธอเป็นผู้หญิงแบบที่ผมชอบเลย ผมหลงเสน่ห์เธอหลังจากได้เห็นรูปที่เธอโพสต์บนอินเทอร์เน็ต ดังนั้นผมจึงรวบรวมความกล้าที่จะคุยกับเธอ ผมดีใจมากที่เธอตอบผมทันที เธอแนะนำตัวเองว่าเป็นสาวเกาหลีและเป็นพยาบาล

หลังจากคุยกับเธอทางอินเทอร์เน็ตได้ไม่กี่สัปดาห์เราก็ตกลงคบกัน การคุยกับเธอทุกครั้งได้กลายมาเป็นแรงผลักดันในชีวิตประจำวันของผม ผมอยากบินไปหาเธอเมื่อผมพร้อมจะไปเกาหลี คุณคิดว่าอย่างไรบ้างล่ะ

อ้อลืมบอกไปว่าแอพนี้มีชื่อว่า Yooul มันเป็นแอพที่เก๋ไก๋ โดดเด่น และน่าตื่นเต้น ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนที่สนุกและที่น่าสนใจ

Yooul ช่วยให้คุณสามารถพูดคุยกับคนเยอรมันหรือคนเกาหลีได้โดยไม่ต้องมีนักแปล คุณสามารถสำรวจวัฒนธรรมของเมืองแห่งความรักอย่างปารีส หรือศึกษาประวัติศาสตร์ของกรุงโรมโดยไม่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินด้วยซ้ำ

คุณสามารถหาเพื่อนและสนทนากับผู้คนจากประเทศอื่น ๆ ซึ่งโดยปกติแล้วการไม่รู้ภาษาต่างประเทศ ทำให้คุณไม่สามารถแสดงความรู้สึกของคุณได้อย่างถูกต้อง แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะเรามีทางออกที่ยอดเยี่ยม การแปลภาษาในตัวแอพจะช่วยให้คุณสามารถแสดงความคิดและความรู้สึกของคุณผ่านคำพูดของคุณ และถ่ายทอดให้เพื่อนชาวต่างชาติของคุณเข้าใจเป็นภาษาแม่ของพวกเขา

Yooul เปลี่ยนเวลาว่างที่น่าเบื่อหน่ายให้กลับมาสนุกสนานมีชีวิตชีวา การแบ่งปันความคิดของคุณกับชุมชนทั่วโลกไม่เคยง่ายแบบนี้มาก่อน ไม่ว่าคุณจะต้องการแบ่งปันเรื่องราวอะไร ก็แค่โพสต์ตั้งกระทู้ด้วยภาษาของคุณเองเพียงเท่านั้น

Yooul ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณสามารถสนทนากับเพื่อนชาวต่างชาติด้วยภาษาแม่ของคุณเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณสามารถดูโพสต์และอ่านความคิดของพวกเขาในภาษาของคุณเอง เพียงแค่เลือกประเทศของคุณโดยคลิกเพียงครั้งเดียวจากนั้นโฮมเพจทั้งหมดจะถูกแปลเป็นภาษาแม่ของคุณ แสดงความคิดเห็นในโพสต์ที่น่าสนใจในภาษาแม่ของคุณแล้วเพื่อน ๆ ของคุณจะได้อ่านโพสต์นั้นในภาษาแม่ของพวกเขา ค้นหาเพื่อนใหม่จากประเทศที่คุณชอบได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

แหล่งที่มา: Yooul

Mary Kay เป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับเลือกในการจัดอันดับ Purpose Power Index™

Logo

การศึกษาโดย Reputation Institute และ StrawberryFrog นี้ จัดทำขึ้นเพื่อประเมินความเห็นและความรู้สึกของผู้บริโภคต่อจุดประสงค์ของแบรนด์

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–14 กันยายน 2563

Purpose Power Index™ ซึ่งเป็นการศึกษาวิธีคิดและความรู้สึกของผู้บริโภคต่อจุดประสงค์ของแบรนด์ที่จัดทำโดย Reputation Institute และ StrawberryFrog ได้ยกให้ Mary Kay เป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้ขับเคลื่อนด้วยเจตนารมณ์ที่ทรงอิทธิพลสูงสุดของประเทศ การศึกษานี้ได้ทำการรวบรวมคะแนนกว่า 17,500 คะแนนจากผู้ตอบแบบสอบถามที่ไม่ซ้ำกันกว่า 5,700 ราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นว่าบริษัทใดสามารถดำเนินธุรกิจตามพันธกิจของบริษัทได้มากที่สุดในสายตาของผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกา

“Mary Kay เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นอย่างมีเป้าหมายตั้งแต่แรกเริ่ม” Julia Simon ประธานเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมาย และประธานเจ้าหน้าที่ด้านความหลากหลายของ Mary Kay Inc กล่าว “นั่นเป็นเหตุผลที่ความตั้งใจของเราไม่เคยปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเสริมสร้างพลังให้กับผู้หญิงไปจนถึงเรื่องความยั่งยืนด้านการวิจัยเกี่ยวกับมะเร็งและการต่อสู้เพื่อยุติความรุนแรงทางเพศต่อเด็กผู้หญิงและสตรี งานวิจัยชิ้นนี้ได้แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคนี้ไม่ให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีเป้าหมายที่จะแสวงหาผลกำไรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ให้สำคัญกับเรื่องการดำเนินธุรกิจอย่างมีเป้าหมายด้วย”

ในการจัดอันดับ Purpose Power Index™ นั้น มีการนำปัจจัยหลายด้านมาพิจารณาเพื่อให้คะแนนกับบริษัทต่าง ๆ ทั้งเรื่องเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจที่มากกว่าการสร้างรายได้ การพัฒนาการใช้ชีวิตของผู้คนและชุมชนให้ดีขึ้น ความมุ่งมั่นต่อการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น และการสร้างประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวม

"แบรนด์ที่มีเจตนารมณ์แข็งแกร่งที่สุดคือแบรนด์ที่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามจุดประสงค์ในทุก ๆ ด้าน ทั้งในแง่ของการชดเชยพนักงานไปจนถึงการปฏิบัติตัวในสังคม ไม่เฉพาะแค่คำพูดเท่านั้น" Scott Goodson ซีอีโอแห่ง StrawberryFrog กล่าว "แบรนด์เหล่านี้ยังได้จุดประกายและมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวทางสังคมอีกด้วย"

นอกจาก Mary Kay แล้ว ยังมีแบรนด์อีก ๆ ที่มีรายชื่อในอันดับต้น ๆ ได้แก่ The North Face, Kellogg Company, Unilever, UPS, Etsy, Disney, Microsoft, IBM, Netflix, Canon, Chick-fil-A, Amazon และ Tesla

Kylie Wright-Ford ซีอีโอของ The RepTrak Company กล่าวว่า “บริษัทที่พูดและทำทุกอย่างอย่างมีเป้าหมายมักได้รับผลตอบแทนเป็นชื่อเสียงที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ประโยชน์จากการกำหนดเป้าหมายด้วยความเชื่อจะอยู่ในรูปของการสนับสนุนด้านพฤติกรรมที่เพิ่มขึ้นจากผู้ที่มีส่วนได้เสีย ทั้งในด้านความตั้งใจที่จะซื้อสินค้า ความตั้งใจที่จะทำงาน และแนวโน้มความต้องการที่จะลงทุน”

การได้รับการยกย่องจาก Purpose Power Index™ เป็นอีกหนึ่งเกียรติยศล่าสุดสำหรับ Mary Kay Inc. ภายใต้พันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และเมื่อไม่นานมานี้ David Holl ซีอีโอแห่ง Mary Kay ยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “10 ซีอีโอที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก” จาก RepTrak® โดย Reputation Institute โดย Mary Kay ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 100 สถานที่ทำงานที่ดีที่สุดของโลกประจำปี 2562 ในอันดับที่ 42 จาก Reputation Institute อีกด้วย

เกี่ยวกับ Mary Kay

คือหนึ่งในผู้ที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคที่มองไม่เห็น และก่อตั้งบริษัทความงามของตัวเองขึ้นเมื่อ 56 ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมาย 3 ข้อได้แก่ มอบโอกาสให้กับผู้หญิง ผลิตสินค้าที่เป็นที่ต้องการ และสร้างโลกให้น่าอยู่ ความฝันของเธอได้เบ่งบานขึ้นกลายเป็นบริษัทที่เติบโตทางการเงินมูลค่าหลายพันล้าน พร้อมพนักงานขายอิสระกว่าล้านคนใน 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังความงามและผลิตสินค้าบำรุงผิว เครื่องสำอาง อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและน้ำหอมมากมาย และยังทุ่มเทกับการช่วยให้ผู้หญิงและครอบครัวของพวกเขามีพลังด้วยการร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญและสนับสนุนกับการวิจัยด้านมะเร็ง ปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ชุมชนของเราสวยงาม และส่งเสริมให้เด็ก ๆ ทำตามความฝัน วิสัยทัศน์ดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ยังคงเปล่งประกายและพาเธอสู่ความสำเร็จไปทีละขั้น เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ MaryKay.com.

ดูเนื้อหาต้นฉบับ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200914005146/en/

ติดต่อ:

ฝ่ายสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.
marykay.com/newsroom
972.687.5332 or media@mkcorp.com