Johns Manville ประกาศแต่งตั้ง John Vasuta เป็น CEO คนใหม่

Logo

เดนเวอร์–(BUSINESS WIRE)–20 พฤษภาคม 2026

Johns Manville (JM) ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและผลิตภัณฑ์พิเศษระดับโลก และเป็นบริษัทในเครือ Berkshire Hathaway ประกาศในวันนี้ว่า Bob Wamboldt จะเกษียณอายุ และ John Vasuta จะเข้ารับตำแหน่งประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารแทน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2026

John Vasuta will become JM's CEO and President on August 1, 2026.

John Vasuta จะดำรงตำแหน่งซีอีโอและประธานบริษัท JM ในวันที่ 1 สิงหาคม 2026

Vasuta ได้เข้ามาร่วมงานกับ Johns Manville ตั้งแต่ปี 2019 ในตำแหน่งประธานธุรกิจผลิตภัณฑ์วิศวกรรมของบริษัท นอกจากนี้ เขายังดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารของ EJ ที่เป็นผู้นำระดับโลกและผู้ผลิตเอกชนด้านผลิตภัณฑ์สำหรับการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ท่อระบายน้ำ สาธารณูปโภค การระบายน้ำ และโทรคมนาคม

“นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ก้าวเข้ามารับตำแหน่งซีอีโอ” Vasuta กล่าว “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้สานต่อการรับใช้ลูกค้าและสนับสนุนพนักงานผู้ทุ่มเททุกคน ซึ่งความทุ่มเทของพวกเขานั้นส่งผลให้ความสำเร็จของเราเกิดขึ้นได้”

ก่อนเข้าร่วมงานกับ JM นั้น John เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่ Bridgestone Corp. รวมถึงตำแหน่งประธานของ Firestone Building Products International และรองประธานอาวุโสฝ่ายขาย การตลาด และการดำเนินงานระดับโลก เป็นต้น โดยมีปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ ปริญญาโทบริหารธุรกิจ และปริญญาเอกด้านนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Akron

ด้วยความเป็นผู้นำที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งกับทั้งลูกค้าและพนักงาน ทำให้ John มีความเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำพา JM ไปสู่อนาคต โดยเขาจะสานต่อประวัติศาสตร์ 168 ปีของบริษัทด้วยการมอบประสบการณ์ที่ดีและทรงพลังให้กับพนักงาน ลูกค้า เจ้าของ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ

“ผมมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในสิ่งที่เราได้ร่วมกันทำสำเร็จ ที่ได้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานหนักและความทุ่มเทขององค์กรของเราทั้งหมด” Wamboldt กล่าว “ขณะที่ผมก้าวเข้าสู่ช่วงเกษียณอายุ ผมมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในตัวของ John ที่ซึ่งความเป็นผู้นำของเขาจะนำพาบริษัทไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม”

Wamboldt ได้เข้ามาร่วมงานกับ Johns Manville ในปี 2003 และดำรงตำแหน่งผู้นำในธุรกิจทั้งสามของบริษัท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทางวิศวกรรม ระบบหลังคา และระบบฉนวนกันความร้อน ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานและซีอีโอในปี 2020

“ในระหว่างที่ Bob ดำรงตำแหน่ง บริษัทได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และเราขอขอบคุณในความทุ่มเทและความเป็นมืออาชีพของเขาในทบาทของซีอีโอ” Mary Rhinehart ประธานกรรมการของ Johns Manville กล่าว “เราขอแสดงความยินดีกับเขาในการเกษียณอายุที่สมควรได้รับ และหวังว่า John จะสานต่อรากฐานที่แข็งแกร่งนี้ต่อไปในอนาคต”

เกี่ยวกับ Johns Manville

Johns Manville (JM) บริษัทในเครือ Berkshire Hathaway (NYSE: BRK.A, BRK.B) เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงชั้นนำสำหรับฉนวนกันความร้อนในอาคาร ฉนวนกันความร้อนเชิงกล ฉนวนกันความร้อนในอุตสาหกรรม หลังคาเชิงพาณิชย์และฉนวนกันความร้อนบนหลังคา รวมถึงเส้นใยและวัสดุไม่ทอสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัย โดยบริษัทได้ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 1858 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เดนเวอร์ มีรายได้จากการขายต่อปีมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และครองตำแหน่งผู้นำในตลาดหลักทั้งหมด โดย JM มีพนักงานเกือบ 8,000 คน และดำเนินงานใน 43 แห่งในอเมริกาเหนือและยุโรป สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.jm.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260519630814/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Eric Brown
eric.brown@jm.com
303-809-2853

ที่มา: Johns Manville

SBC Medical Group Holdings ประกาศผลประกอบการทางการเงินไตรมาสแรกของปี 2026

Logo

เออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–14 พฤษภาคม 2026

SBC Medical Group Holdings Incorporated (Nasdaq: SBC) (“SBC Medical” หรือ “บริษัท”) ที่เป็นองค์กรบริการทางการแพทย์ที่ให้การสนับสนุนด้านการจัดการในหลากหลายสาขาการดูแลสุขภาพ ประกาศผลประกอบการทางการเงินสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026 ในวันนี้

ไฮไลท์ไตรมาสแรกของปี 2026

  •  รายได้รวม อยู่ที่ 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  กำไรสุทธิที่เป็นของ SBC Medical Group Holdings Incorporated อยู่ที่ 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 47% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไรสุทธิ อยู่ที่ 26% ในไตรมาสแรกของปี 2026 ลดลง 19 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  กำไรต่อหุ้น ซึ่งหมายถึงกำไรสุทธิของบริษัทหารด้วยจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก อยู่ที่ 0.11 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026 ลดลง 48% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  EBITDA1 ซึ่งคำนวณโดยการนำค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายและผลขาดทุนจากการด้อยค่ามาบวกกับรายได้จากการดำเนินงาน อยู่ที่ 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไร EBITDA1 อยู่ที่ 43% ในไตรมาสแรกของปี 2026 ลดลง 10 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  ผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น2 ซึ่งหมายถึงรายได้สุทธิที่เป็นของบริษัทหารด้วยค่าเฉลี่ยของส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 อยู่ที่ 18% ลดลง 23 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  จำนวนสาขาแฟรนไชส์3 มีจำนวน 284 สาขา ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้น 33 สาขาจากวันที่ 31 มีนาคม 2025
  •  จำนวนลูกค้า4 ในช่วงสิบสองเดือนล่าสุดสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026 อยู่ที่ 6.76 ล้านราย ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  อัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำของลูกค้า5 ที่เข้าใช้บริการคลินิกของแฟรนไชส์ซีอย่างน้อยสองครั้งอยู่ที่ 72%

Yoshiyuki Aikawa ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SBC Medical กล่าวว่า “สำหรับไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2026 โดย SBC Medical รายงานรายได้ 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการลดลงนี้เกิดจากผลของการปรับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์ที่ดำเนินการในเดือนเมษายน 2025 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขโครงสร้างค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ​​หากไม่รวมการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนี้ ผลการดำเนินงานของธุรกิจหลักของเรายังคงแข็งแกร่ง ในแง่ของผลกำไร อัตรากำไรสุทธิของเราอยู่ที่ 26% และอัตรากำไร EBITDA ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 43%”

ในอนาคต เราจะยังคงส่งเสริมกลยุทธ์แบบหลายแบรนด์ของเราในด้านเวชศาสตร์ผิวหนังเพื่อความงาม ขยายธุรกิจทางการแพทย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความงาม และเสริมสร้างรากฐานการดำเนินงานในตลาดต่างประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เราจะแสวงหาโอกาสในตลาดการดูแลผู้สูงอายุ และยกระดับบริการของเราให้ดียิ่งขึ้นผ่านการใช้ AI โดยมีเป้าหมายในการสร้างแพลตฟอร์มด้านการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนและเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

1 EBITDA และอัตรากำไร EBITDA เป็นมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP โปรดดูหัวข้อ “การใช้มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP” และตารางที่มีชื่อว่า “การปรับยอดผลการดำเนินงานที่ไม่ได้ตรวจสอบตาม GAAP และที่ไม่ใช่ GAAP”

2 ผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้นจะนำเสนอในรูปแบบรายปี

3 ตัวเลขนี้รวมถึงสาขาของแฟรนไชส์คลินิกแบรนด์ SBC, Rize Clinic, Gorilla Clinic, AHH Clinic, JUN CLINIC และ OrangeTwist

4 จำนวนลูกค้าซึ่งนับรวมลูกค้าคลินิกแบรนด์ SBC,Rize Clinic, Gorilla Clinic, AHH Clinic และ JUN CLINIC ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2025 ถึง 31 มีนาคม 2026

5 ตัวเลขรวมถึงแฟรนไชส์คลินิกแบรนด์ SBC, Rize Clinic, Gorilla Clinic, AHH Clinic และ JUN Clinic โดยไม่รวมการให้คำปรึกษาฟรี เปอร์เซ็นต์แสดงถึงลูกค้าที่มาใช้บริการที่คลินิกแฟรนไชส์ของเราอย่างน้อยสองครั้ง โปรดทราบว่าจำนวนผู้ใช้บริการที่ไม่ซ้ำกันและอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำของ AHH Clinic, JUN และ CLINIC เป็นการประมาณการโดยอิงจากอัตราส่วนของคลินิกแบรนด์ SBC, Rize Clinic และ Gorilla Clinic

การประชุมทางโทรศัพท์

บริษัทจะจัดการประชุมทางโทรศัพท์ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2026 เวลา 8:30 น. ตามเวลาตะวันออก (หรือวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2026 เวลา 21:30 น. ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น) เพื่อหารือเกี่ยวกับผลประกอบการทางการเงินสำหรับไตรมาสแรกสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026 หลังจากนั้นจะมีการถามตอบกับนักวิเคราะห์และนักลงทุน

โปรดลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุมโดยใช้ลิงก์ด้านล่าง https://zoom.us/webinar/register/WN_6RZgrwsUREiRpAmBBGTikA

ระบบจะนำคุณไปยังหน้าลงทะเบียนของ “การประชุมแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2026” โดยอัตโนมัติ โปรดทำตามขั้นตอนเพื่อป้อนรายละเอียดการลงทะเบียนของคุณ จากนั้นคลิก “ส่ง” เมื่อลงทะเบียนแล้ว คุณจะสามารถเข้าถึงเว็บไซต์สำหรับการรับชมการประชุมทางโทรศัพท์โดยเฉพาะได้ นอกจากการรับชมการประชุมทางโทรศัพท์แล้ว เว็บไซต์นี้ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิทยากร รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนในอดีตได้อีกด้วย

นอกจากนี้ รายงานผลประกอบการ สไลด์ประกอบ และเว็บคาสต์ที่เก็บถาวรของการประชุมทางโทรศัพท์ครั้งนี้ จะมีให้บริการที่เว็บไซต์ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทที่ https://ir.sbc-holdings.com/

เกี่ยวกับ SBC Medical

SBC Medical Group Holdings Incorporated เป็นองค์กรบริการทางการแพทย์ที่ให้การสนับสนุนด้านการจัดการในหลากหลายสาขาการดูแลสุขภาพ รวมถึงการดูแลสุขภาพด้านความงามขั้นสูง โรคผิวหนัง ศัลยกรรมกระดูก การรักษาภาวะมีบุตรยาก นรีเวชวิทยา ทันตกรรม การรักษาผมร่วง (AGA) และจักษุวิทยา บริษัทบริหารจัดการแบรนด์คลินิกที่หลากหลายและกำลังขยายการดำเนินงานไปทั่วโลกอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและเอเชีย ผ่านทั้งการดำเนินงานโดยตรงและโครงการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ โดยในเดือนกันยายน 2024 บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq และในเดือนมิถุนายน 2025 ได้รับเลือกให้รวมอยู่ในดัชนี Russell 3000® ซึ่งเป็นดัชนีมาตรฐานที่ครอบคลุมของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ภายใต้พันธกิจของกลุ่มที่ว่า “การมีส่วนร่วมในความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนทั่วโลกผ่านนวัตกรรมทางการแพทย์” โดยทาง SBC Medical Group Holdings Incorporated ยังคงมุ่งมั่นที่จะให้บริการทางการแพทย์ที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และมีคุณภาพสูง พร้อมทั้งเสริมสร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติในด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือในการดูแลทางการแพทย์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ https://sbc-holdings.com/en
สำหรับข้อมูลเชิงลึกและข่าวสารอัปเดตจาก SBC Medical โปรดติดตามเราได้ที่ LinkedIn

การใช้มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP

บริษัทใช้มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP เช่น EBITDA ในการประเมินผลการดำเนินงานและเพื่อวัตถุประสงค์ในการตัดสินใจทางการเงินและการดำเนินงาน บริษัทเชื่อว่ามาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP ช่วยระบุแนวโน้มพื้นฐานในธุรกิจ บริษัทเชื่อว่ามาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัท ช่วยเพิ่มความเข้าใจโดยรวมเกี่ยวกับประสิทธิภาพในอดีตและแนวโน้มในอนาคตของบริษัท และทำให้มองเห็นตัวชี้วัดหลักที่ฝ่ายบริหารของบริษัทใช้ในการตัดสินใจทางการเงินและการดำเนินงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP จะไม่ได้ถูกกำหนดไว้ภายใต้มาตรฐานบัญชี U.S. GAAP และจะไม่ได้ถูกนำเสนอตามมาตรฐานบัญชี U.S. GAAP มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP มีข้อจำกัดในฐานะเครื่องมือวิเคราะห์ และเมื่อประเมินผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด หรือสภาพคล่องของบริษัท นักลงทุนจึงไม่ควรพิจารณามาตรการเหล่านี้เพียงลำพัง หรือใช้แทนกำไรสุทธิ อัตรากำไรสุทธิ กระแสเงินสดที่ได้จากกิจกรรมดำเนินงาน หรือข้อมูลงบกำไรขาดทุนและกระแสเงินสดรวมอื่นๆ ที่จัดทำขึ้นตามมาตรฐานบัญชี U.S. GAAP

บริษัทบรรเทาข้อจำกัดเหล่านี้โดยการปรับมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP ให้สอดคล้องกับมาตรการประสิทธิภาพตาม U.S. GAAP ที่สามารถเปรียบเทียบได้มากที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้ควรนำมาพิจารณาเมื่อประเมินประสิทธิภาพของบริษัท

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP โปรดดูตารางที่หัวข้อ “การปรับปรุงผลการดำเนินงานที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบตาม GAAP และผลการดำเนินงานที่ไม่ใช่ GAAP”

ข้อแถลงคาดการณ์ในอนาคต

ข่าวเผยแพร่ฉบับนี้มีคำกล่าวที่มองไปข้างหน้า คำกล่าวที่มองไปข้างหน้าไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีตหรือคำกล่าวที่แสดงถึงสภาพปัจจุบัน แต่เป็นเพียงความเชื่อของบริษัทเกี่ยวกับเหตุการณ์และผลการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วหลายกรณีมีความไม่แน่นอนโดยเนื้อแท้และอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท คำกล่าวที่มองไปข้างหน้าเหล่านี้สะท้อนมุมมองปัจจุบันของบริษัทเกี่ยวกับประสิทธิภาพทางการเงินของบริษัท การเติบโตของรายได้และกำไร แนวโน้มและโอกาสทางธุรกิจ แผนการจัดสรรเงินทุนและสภาพคล่อง ในบางกรณี คำกล่าวที่มองไปข้างหน้าสามารถระบุได้โดยการใช้คำ เช่น “อาจ” “ควร” “คาดหวัง” “คาดการณ์ล่วงหน้า” “พิจารณา” “ประมาณการ” “เชื่อว่า” “วางแผน” “คาดการณ์” “ทำนาย” “ศักยภาพ” หรือ “หวัง” หรือคำเชิงลบของคำเหล่านี้หรือคำที่คล้ายคลึงกัน บริษัทขอเตือนผู้อ่านอย่าพึ่งพาคำกล่าวที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างมากเกินไป ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดในวันที่เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เท่านั้น และอาจมีความเสี่ยง ความไม่แน่นอน สมมติฐาน หรือการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ต่างๆ ที่ยากต่อการคาดเดาหรือวัดผลได้ คำกล่าวที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้มีพื้นฐานมาจากการคาดการณ์ปัจจุบันของฝ่ายบริหาร และไม่รับประกันผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัทไม่ดำเนินการหรือยอมรับภาระผูกพันใดๆ ที่จะเผยแพร่ข้อมูลอัปเดตหรือแก้ไขคำกล่าวที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าต่อสาธารณะเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงในการคาดการณ์ของบริษัทหรือการเปลี่ยนแปลงในเหตุการณ์ เงื่อนไข หรือสถานการณ์ที่คำกล่าวดังกล่าวอ้างอิง ยกเว้นในกรณีที่กฎหมายกำหนด ปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างไปจากการคาดการณ์ปัจจุบันอย่างมากอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว และบริษัทไม่สามารถคาดการณ์ปัจจัยทั้งหมดได้ ปัจจัยดังกล่าวรวมถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก ระดับภูมิภาค หรือระดับท้องถิ่น สภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจ การแข่งขัน การตลาด และกฎระเบียบ และปัจจัยต่างๆ ที่ระบุไว้ภายใต้หัวข้อ “ปัจจัยเสี่ยง” และในที่อื่นๆ ในเอกสารที่บริษัทยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (the “SEC”) ซึ่งสามารถเข้าถึงได้บนเว็บไซต์ของ SEC ที่ www.sec.gov.

  

 SBC MEDICAL GROUP HOLDINGS INCORPORATED
 งบดุลรวมที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ

  

 31 มีนาคม
 2026

 31 ธันวาคม
 2025

 สินทรัพย์

 สินทรัพย์หมุนเวียน:

เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

$

167,305,095

$

163,773,838

บัญชีลูกหนี้

2,980,193

2,388,021

บัญชีลูกหนี้ – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

33,784,532

27,511,730

สินค้าคงเหลือ

2,323,880

2,792,617

การลงทุนระยะสั้น – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

313,865

319,193

ลูกหนี้สัญญาเช่าเงินทุน หมุนเวียน – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

13,326,150

12,832,355

ภาษีเงินได้ที่ขอคืนได้

1,173,913

1,175,510

ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมลูกค้า หมุนเวียน

6,659,837

8,705,999

ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าและสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น

10,912,717

11,724,852

 รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
  

 238,780,182

 231,224,115

 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:

ทรัพย์สินและอุปกรณ์สุทธิ

7,287,369

7,539,392

สินทรัพย์ไม่มีตัวตนสุทธิ

47,152,285

47,742,888

การลงทุนระยะยาวสุทธิ

1,198,583

1,299,366

แบบวิธีส่วนได้เสีย

20,312,642

20,312,642

ค่าความนิยมสุทธิ

15,398,049

15,432,061

ลูกหนี้สัญญาเช่าเงินทุน ไม่หมุนเวียน – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

12,548,800

13,746,513

สินทรัพย์สิทธิการใช้สัญญาเช่าดําเนินงาน

11,084,198

8,366,569

สินทรัพย์สิทธิการใช้สัญญาเช่าทางการเงิน

392,118

450,874

สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี

4,975,629

4,014,294

ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมลูกค้า ไม่หมุนเวียน

3,454,969

4,824,977

การชําระคืนเงินต้นล่วงหน้าระยะยาว

705,430

393,270

การลงทุนระยะยาวใน MCs – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

17,539,564

17,837,293

สินทรัพย์อื่น

7,189,758

7,263,692

 รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน

 149,239,394

 149,223,831

 รวมสินทรัพย์

 $

 388,019,576

 $

 380,447,946

 หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

 หนี้สินหมุนเวียน:

บัญชีเจ้าหนี้

$

19,168,072

$

16,988,384

บัญชีเจ้าหนี้ – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

527,624

651,463

เงินกู้ยืมจากธนาคารและเงินกู้อื่นๆ หมุนเวียน

8,987,118

9,099,046

รายได้รับล่วงหน้าจากลูกค้า

1,011,249

1,415,762

รายได้รับล่วงหน้าจากลูกค้า – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

4,217,057

5,357,221

ภาษีเงินได้ค้างจ่าย

8,450,440

8,821,853

หนี้สินตามสัญญาเช่าดําเนินงาน หมุนเวียน

5,521,371

4,416,960

หนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน หมุนเวียน

118,297

132,946

หนี้สินค้างจ่ายและหนี้สินหมุนเวียนอื่น

11,896,371

11,544,695

เจ้าหนี้จากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

2,670,016

2,692,673

 รวมหนี้สินหมุนเวียน

 62,567,615

 61,121,003

  

 SBC MEDICAL GROUP HOLDINGS INCORPORATED
 งบดุลรวมที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ — (ต่อ)

  

 31 มีนาคม
 2026

 31 ธันวาคม
 2025

 หนี้สินไม่หมุนเวียน:

เงินกู้ยืมจากธนาคารและเงินกู้อื่นๆ ไม่หมุนเวียน

31,447,900

33,734,438

หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี

16,215,816

16,374,832

หนี้สินตามสัญญาเช่าดําเนินงาน ไม่หมุนเวียน

5,731,514

4,136,257

หนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน ไม่หมุนเวียน

93,600

116,527

หนี้สินอื่น

1,578,954

1,660,183

 รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน

 55,067,784

 56,022,237

 รวมหนี้สิน

 117,635,399

 117,143,240

 ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้น (หมายเหตุ 19)

 ส่วนของผู้ถือหุ้น:

หุ้นบุริมสิทธิ (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.0001 ดอลลาร์สหรัฐ จำนวนหุ้นที่ได้รับอนุญาต 20,000,000 หุ้น ไม่มีหุ้นที่ออกและชำระแล้ว ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 และ 31 ธันวาคม 2025)

หุ้นสามัญ (มูลค่าที่ตราไว้ 0.0001 ดอลลาร์สหรัฐ จำนวนหุ้นที่ได้รับอนุญาต 400,000,000 หุ้น จำนวนหุ้นที่ออกจำหน่าย 103,881,251 และจำนวนหุ้นคงเหลือ 102,576,943 หุ้น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 และ 31 ธันวาคม 2025)

10,388

10,388

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น

72,867,424

72,867,424

หุ้นทุนซื้อคืน (ราคาทุน 1,304,308 หุ้น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 และ 31 ธันวาคม 2025)

(7,749,997

)

(7,749,997

กำไรสะสม

251,756,691

240,448,620

ขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นสะสม

(61,541,134

)

(57,294,239

 รวมส่วนของผู้ถือหุ้นของ SBC Medical Group Holdings Incorporated

 255,343,372

 248,282,196

ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม

15,040,805

15,022,510

 รวมส่วนของผู้ถือหุ้น

 270,384,177

 263,304,706

 รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

 $

 388,019,576

 $

 380,447,946

  

 SBC MEDICAL GROUP HOLDINGS INCORPORATED
 งบแสดงผลการดำเนินงานและกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ

  

  

 สําหรับงวดสามเดือน
 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม

  

  

  

 2026

  

  

 2025

  

รายได้สุทธิ – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

$

37,955,060

$

45,257,145

รายได้สุทธิ

5,105,502

2,071,556

 รวมรายได้สุทธิ

  

 43,060,562

  

  

 47,328,701

  

ต้นทุนรายได้ (รวมต้นทุนรายได้จากกิจการที่เกี่ยวข้องกันจำนวน 124,389 ดอลลาร์สหรัฐ และ 3,456,928 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026 และ 2025 ตามลำดับ)

12,713,828

9,595,617

 กําไรขั้นต้น

  

 30,346,734

  

  

 37,733,084

  

 ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน:

ค่าใช้จ่ายในการขาย บริหารทั่วไป และค่าใช้จ่ายอื่นๆ (รวมค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายทั่วไป และค่าใช้จ่ายในการบริหารจากกิจการที่เกี่ยวข้องกันจำนวน 343,393 ดอลลาร์สหรัฐ และ 0 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026 และ 2025 ตามลำดับ)

12,626,719

13,531,010

 รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

  

 12,626,719

  

  

 13,531,010

  

 รายได้จากการดำเนินงาน

  

 17,720,015

  

  

 24,202,074

  

  

 รายได้อื่น (ค่าใช้จ่าย):

รายได้จากดอกเบี้ย

121,369

55,333

ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย

(114,806

)

(6,207

)

กำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ

861,678

(1,058,526

)

รายได้อื่น

491,564

151,328

ค่าใช้จ่ายอื่น

(223,209

)

(638,733

)

กำไรจากการไถ่ถอนกรมธรรม์ประกันชีวิต

8,746,138

 รวมรายได้อื่น

  

 1,136,596

  

  

 7,249,333

  

 รายได้ก่อนหักภาษีเงินได้

  

 18,856,611

  

  

 31,451,407

  

ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้

7,527,591

9,959,457

 กำไรสุทธิ

  

 11,329,020

  

  

 21,491,950

  

หัก: กำไร (ขาดทุน) สุทธิที่เกิดจากส่วนได้เสียที่ไม่มีอํานาจควบคุม

20,949

(10,496

)

 กําไรสุทธิที่เป็นของ SBC Medical Group Holdings Incorporated

 $

 11,308,071

  

 $

 21,502,446

  

  

 กําไร (ขาดทุน) เบ็ดเสร็จอื่น:

ส่วนปรับปรุงจากการแปลงค่าสกุลเงินต่างประเทศ

$

(4,249,549

)

$

9,808,327

 รวมกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ

  

 7,079,471

  

  

 31,300,277

  

หัก: กำไร (ขาดทุน) เบ็ดเสร็จที่เกิดจากส่วนได้เสียที่ไม่มีอํานาจควบคุม

18,295

(36,832

)

 กําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จที่เป็นของ SBC Medical Group Holdings Incorporated

 $

 7,061,176

  

 $

 31,337,109

  

 กําไรสุทธิต่อหุ้นที่เป็นของ SBC Medical Group Holdings Incorporated

กำไรต่อหุ้นพื้นฐานและปรับลดแล้ว

$

0.11

$

0.21

 จำนวนหุ้นเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ชำระแล้ว

จำนวนหุ้นพื้นฐานและปรับลดแล้ว

102,576,943

103,276,637

  

 SBC MEDICAL GROUP HOLDINGS INCORPORATED
 งบกระแสเงินสดรวมที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ  

 สําหรับงวดสามเดือนสิ้นสุด
 วันที่ 31 มีนาคม

 2026

 2025

 กระแสเงินสดจากกิจกรรมดําเนินงาน

กำไรสุทธิ

$

11,329,020

$

21,491,950

 การปรับปรุงเพื่อกระทบยอดกำไรสุทธิกับเงินสดสุทธิที่ได้จากกิจกรรมดำเนินงาน:

ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย

670,434

628,304

ค่าใช้จ่ายการเช่าที่ไม่ใช่เงินสด

1,420,824

985,184

การตั้งสำรองสำหรับ (การกลับรายการ) การขาดทุนจากสินเชื่อ

(31,353

)

25,102

การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนระยะยาว

80,301

140,581

กำไรจากการไถ่ถอนกรมธรรม์ประกันชีวิต

(8,746,138

กำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สินและอุปกรณ์

(12,375

ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้รอตัดบัญชี

(1,086,473

)

7,016,227

 การเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สินจากการดําเนินงาน:

บัญชีลูกหนี้

(627,606

)

(147,925

บัญชีลูกหนี้ – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

(6,821,339

)

(295,505

สินค้าคงเหลือ

442,643

(124,279

ลูกหนี้สัญญาเช่าทางการเงิน – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

264,252

(2,779,253

ลูกหนี้สินเชื่อของลูกค้า

3,270,347

4,501,760

ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าและสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น

629,253

(3,150,243

การชําระคืนเงินต้นล่วงหน้าระยะยาว

31,592

98,164

สินทรัพย์อื่น

(66,265

)

318,351

บัญชีเจ้าหนี้

2,484,437

3,235,017

บัญชีเจ้าหนี้ – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

(114,689

)

441,481

ตั๋วเงินจ่าย – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

(548,077

รายได้รับล่วงหน้าจากลูกค้า

(386,997

)

(328,791

รายได้รับล่วงหน้าจากลูกค้า – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

(1,066,776

)

(2,114,829

ภาษีเงินได้ค้างจ่าย

(245,955

)

(17,635,239

หนี้สินตามสัญญาเช่าดําเนินงาน

(1,424,716

)

(1,036,605

หนี้สินค้างจ่ายและหนี้สินหมุนเวียนอื่น

543,412

63,764

หนี้สินอื่น

(62,408

)

(98,005

 เงินสดสุทธิที่ได้รับจาก (ใช้ใน) กิจกรรมดำเนินงาน

 9,231,938

 1,928,621

 กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน

การซื้อทรัพย์สินและอุปกรณ์

(124,995

)

(253,725

การชําระเงินล่วงหน้าสําหรับทรัพย์สินและอุปกรณ์

(423,870

)

(501,253

การซื้อเงินลงทุนระยะยาว

(635,145

เงินกู้ยืมระยะยาวแก่ผู้อื่น

(12,783

การชําระคืนจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

70,000

การชําระคืนจากผู้อื่น

20,840

30,680

รายได้จากการจําหน่ายทรัพย์สินและอุปกรณ์

323,419

 เงินสดสุทธิที่ได้รับจาก (ใช้ใน) กิจกรรมการลงทุน

 (528,025

 )

 (978,807

 )  

 กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน

การกู้ยืมจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

15,000

การชำระคืนเงินกู้จากธนาคารและเงินกู้อื่นๆ

(1,782,479

)

(55,873

การชำระคืนหนี้สินเช่าซื้อทางการเงิน

(37,278

)

(223,454

การชําระคืนให้แก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

(22,657

)

(16,053

 เงินสดสุทธิที่ได้รับจาก (ใช้ใน) กิจกรรมจัดหาเงิน

 (1,842,414

 )

 (280,380

 )  

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

(3,330,242

)

6,342,297

 การเปลี่ยนแปลงสุทธิในเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

 3,531,257

 7,011,731

 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ต้นงวด

 163,773,838

 125,044,092

 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด สิ้นงวด

 $

 167,305,095

 $

 132,055,823

 การเปิดเผยข้อมูลกระแสเงินสดเพิ่มเติม

เงินสดที่จ่ายดอกเบี้ยจ่าย

$

114,806

$

6,207

เงินสดที่จ่ายภาษีเงินได้สุทธิ

$

8,848,074

$

20,577,290

  

 SBC MEDICAL GROUP HOLDINGS INCORPORATED
 งบกระแสเงินสดรวมที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ — (ต่อ)

 For the Three Months

 Ended March 31,

 2026

 2025

 กิจกรรมการลงทุนและกิจกรรมการจัดหาเงินที่ไม่ใช่เงินสด

ทรัพย์สินและอุปกรณ์ที่โอนจากการชําระคืนเงินต้นล่วงหน้าระยะยาว

$

68,691

$

125,287

สินทรัพย์สิทธิการเช่าดําเนินงานที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนกับหนี้สินตามสัญญาเช่าดําเนินงาน

$

19,664

$

102,599

สินทรัพย์สิทธิการเช่าทางการเงินที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนกับหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน

$

$

581,129

การวัดค่ามูลค่าใหม่ของหนี้สินตามสัญญาเช่าดำเนินงานและสินทรัพย์สิทธิการใช้อันเนื่องมาจากการแก้ไขสัญญาเช่า

$

4,260,931

$

358,358

การออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่กิจการที่เกี่ยวข้องกันที่เกี่ยวข้องกับบริการสินเชื่อ

$

$

1,922,224

การออกหุ้นสามัญเป็นหุ้นจูงใจ

$

 $

86

เงินที่ได้รับจากการไถ่ถอนกรมธรรม์ประกันชีวิต

$

$

17,735,717

  

 การกระทบยอดระหว่าง GAAP กับมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP

 SBC MEDICAL GROUP HOLDINGS INCORPORATED

 การกระทบยอดผลลัพธ์ของ GAAP และ Non-GAAP ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ

  

 สําหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม

 2026

 2025

รายได้รวมสุทธิ

$

43,060,562

$

47,328,701

 กำไรสุทธิที่เป็นของ SBC Medical Group Holdings Incorporated

11,308,071

21,502,446

 อัตรากำไรสุทธิ

26

%

45

%

รายได้จากการดำเนินงาน

17,720,015

24,202,074

ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย

670,434

628,304

 EBITDA

18,390,449

24,830,378

 อัตรากำไร EBITDA

43

%

52

%

  

อัตรากำไรสุทธิ หมายถึง กำไรสุทธิที่เป็นของ SBC Medical Group Holdings Incorporated หารด้วยรายได้รวมสุทธิ EBITDA คำนวณโดยการบวกค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเข้ากับรายได้จากการดำเนินงาน อัตรากำไร EBITDA หมายถึง EBITDA หารด้วยรายได้รวมสุทธิ

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

SBC Medical Group Holdings Incorporated
Hikaru Fukui / หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ อีเมล: ir@sbc-holdings.com

ที่มา: SBC Medical Group Holdings Incorporated

Multi-Color Corporation ประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างทางการเงินทั้งหมด

Logo

บริษัทมีความแข็งแกร่งขึ้นและอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะดำเนินกลยุทธ์ระยะยาวด้วยงบดุลที่ลดภาระหนี้ลงอย่างมาก

แอตแลนตา–(BUSINESS WIRE)–12 พฤษภาคม 2026

Multi-Color Corporation (“MCC” หรือ “บริษัท”) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้ดำเนินการปรับโครงสร้างทางการเงินเสร็จสิ้นอย่างประสบความสำเร็จ และพ้นจากกระบวนการล้มละลายภายใต้บทที่ 11 แล้ว

การปรับโครงสร้างหนี้แบบเตรียมการล่วงหน้าของบริษัทจะช่วยลดหนี้สุทธิลงประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินสดรายปีลงกว่า 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และขยายระยะเวลาการชำระหนี้ระยะยาวไปจนถึงปี 2033 โดยผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงมากกว่า 99% ลงคะแนนเห็นชอบกับแผนการปรับโครงสร้างหนี้ของ MCC โดยหลังจากการปรับโครงสร้างหนี้ MCC ยังได้รับการลงทุนในหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ์ใหม่จำนวนมากถึง 889 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก CD&R และกลุ่มเจ้าหนี้ที่มีหลักประกันเดิมของ MCC เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการลงทุนในระยะยาวของ MCC

“วันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับ MCC รวมถึงลูกค้า เพื่อนร่วมงาน และพันธมิตรของเราที่ให้การสนับสนุนเราตลอดกระบวนการนี้” Hassan Rmaile ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MCC กล่าว “ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เรายังคงให้บริการและคว้าโอกาสจากลูกค้าอย่างขยันขันแข็ง ปรับปรุงการดำเนินงาน และในตอนนี้ ด้วยงบดุลที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก เรามีรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งในการเร่งการลงทุนในศักยภาพด้านต่างๆ ที่ทำให้เราเป็นพันธมิตรระดับโลกที่ได้รับเลือกสำหรับโซลูชันการติดฉลากระดับพรีเมียมที่ล้ำสมัยในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเราก้าวเข้าสู่บทใหม่นี้ด้วยการมุ่งเน้นที่การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีกำไร การยกระดับความเป็นเลิศในการดำเนินงาน รวมถึงการลงทุนในบุคลากรและวัฒนธรรมของเรา ในขณะที่เรายังคงทำงานเพื่อส่งมอบมูลค่าระยะยาวที่ยั่งยืนสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย”

หลังจากการปรับโครงสร้างทางการเงินเสร็จสมบูรณ์แล้ว CD&R ยังคงเป็นเจ้าของส่วนใหญ่ของ MCC โดยมีเจ้าหนี้เดิมของ MCC จำนวนหนึ่งร่วมถือหุ้นส่วนน้อยด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างของ MCC รวมถึงการเข้าถึงเอกสารของศาล โปรดไปที่ www.veritaglobal.net/MCC ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีข้อสงสัยสามารถติดต่อ Verita Global ที่เป็นตัวแทนรับเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเตือนของบริษัทได้ที่หมายเลข (866) 967-1788 (โทรฟรีในสหรัฐอเมริกา/แคนาดา) หรือ +1 (310) 751-2688 (ต่างประเทศ) หรือส่งคำถามไปยัง www.veritaglobal.net/MCC/inquiry

ที่ปรึกษา
Kirkland & Ellis LLP และ Cole Schotz P.C. ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย, Evercore Group L.L.C. ทำหน้าที่เป็นวาณิชธนกิจ, AlixPartners, LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ FGS Global ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ของบริษัท โดย Quinn Emanuel Urquhart & Sullivan LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพิเศษให้กับ LABL, Inc. และ Debevoise & Plimpton LLP และ Latham & Watkins LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับ CD&R รวมถึง Moelis & Company LLC ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ Milbank LLP และ PJT Partners ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายและที่ปรึกษาทางการเงินตามลำดับให้กับกลุ่มเจ้าหนี้ที่มีหลักประกันเฉพาะกิจ

เกี่ยวกับ MCC
Multi-Color Corporation (MCC) เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันฉลากคุณภาพสูง โดยนำเสนอโซลูชันที่สร้างสรรค์และยั่งยืนแก่แบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมายในหลากหลายกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค โดยทาง MCC มุ่งมั่นที่จะส่งมอบโซลูชันฉลากที่ดีที่สุดในโลกให้แก่ลูกค้า เพื่อช่วยสร้างแบรนด์และเพิ่มมูลค่าให้กับชุมชนที่พวกเขาดำเนินธุรกิจอยู่

คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้า
ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าบางประการเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และธุรกิจของ MCC และบริษัทย่อย ตลอดจนแผนงานและวัตถุประสงค์บางประการที่เกี่ยวข้อง คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้สามารถระบุได้จากข้อเท็จจริงที่ว่าข้อความเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับข้อเท็จจริงในอดีตหรือปัจจุบันเท่านั้น คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้ามักจะใช้คำต่างๆ เช่น “คาดการณ์”, “เป้าหมาย”, “คาดหวัง”, “ทำให้เป็นไปได้”, “ประมาณการ”, “ตั้งใจ”, “วางแผน”, “เป้าหมาย”, “เชื่อ”, “หวัง”, “มุ่งหวัง”, “ดำเนินการต่อ”, “จะ”, “อาจ”, “ควร”, “น่าจะ”, “สามารถ” หรือคำอื่นๆ ที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน โดย คำแถลงการณ์เหล่านี้จะอิงตามสมมติฐานและการประเมินที่บริษัทได้จัดทำขึ้น รวมถึงการรับรู้ของบริษัทเกี่ยวกับแนวโน้มในอดีต สภาพปัจจุบัน การพัฒนาในอนาคต และปัจจัยอื่นๆ โดยธรรมชาติแล้ว คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้ามีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และปัจจัยต่างๆ ที่อธิบายไว้ในบริบทของคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าในเอกสารนี้ ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์และพัฒนาการที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างอย่างมากจากที่แสดงหรือโดยนัยในคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าว แม้ว่าจะเชื่อว่าความคาดหวังที่สะท้อนอยู่ในคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้านั้นมีความสมเหตุสมผล แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าความคาดหวังเหล่านั้นจะถูกต้องหรือไม่ ท่านจึงควรระมัดระวังอย่าเชื่อถือคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้มากเกินไป ซึ่งมีผลใช้ได้เฉพาะ ณ วันที่ของเอกสารนี้เท่านั้น บริษัทไม่มีภาระผูกพันใดๆ ในการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อมูลที่อยู่ในเอกสารนี้ (ไม่ว่าจะเกิดจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่นๆ) เว้นแต่จะได้รับการกำหนดโดยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีหลายปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างอย่างมากจากที่แสดงหรือโดยนัยในคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้า

ปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากที่อธิบายไว้ในคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้า ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงในระดับโลก การเมือง เศรษฐกิจ ธุรกิจ การแข่งขัน ตลาด ห่วงโซ่อุปทาน และกฎระเบียบ อัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยในอนาคต การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษี และการควบรวมกิจการหรือการจำหน่ายกิจการในอนาคต ความไม่แน่นอนและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ RSA และกระบวนการตามมาตรา 11 รวมถึงผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการตามมาตรา 11 ต่อสภาพคล่องและผลการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงความสัมพันธ์กับลูกค้า พันธมิตรการจัดจำหน่าย ซัพพลายเออร์ และบุคคลที่สามอื่นๆ การลาออกของพนักงานและความสามารถของบริษัทในการรักษาผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรสำคัญอื่นๆ เนื่องจากความวุ่นวายและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในกระบวนการตามมาตรา 11 ผลกระทบจากโครงการลดต้นทุนใดๆ การดำเนินคดีทางกฎหมายหรือข้อบังคับอื่นๆ ความสามารถของบริษัทในการจัดหาเงินทุนหมุนเวียน รวมถึงการปฏิบัติตามข้อจำกัดที่กำหนดโดยข้อกำหนดและเงื่อนไขของการจัดหาเงินทุนสำหรับลูกหนี้ที่ยังคงครอบครองทรัพย์สิน เช่น การจัดหาเงินทุนที่กล่าวถึงในที่นี้ และมีความเสี่ยงที่แผนการปรับโครงสร้างองค์กรใดๆ ที่เกิดขึ้นจากแผนดังกล่าวอาจจะไม่ได้รับการดำเนินการเลย โปรดดูที่แผนการปรับโครงสร้างองค์กรแบบเตรียมการร่วมกันฉบับแก้ไขของ Multi-Color Corporation และบริษัทในเครือลูกหนี้ ตามบทที่ 11 แห่งประมวลกฎหมายล้มละลาย [เลขที่เอกสาร 754] และคำแถลงการณ์เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแผนการปรับโครงสร้างองค์กรแบบเตรียมการร่วมกันของ Multi-Color Corporation และบริษัทในเครือลูกหนี้ตามบทที่ 11 แห่งประมวลกฎหมายล้มละลาย [หมายเลขเอกสาร 18] สำหรับข้อพิจารณาเพิ่มเติมและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการภายใต้บทที่ 11 ของบริษัท ไม่มีข้อความใดในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ที่มุ่งหมายให้เป็นการคาดการณ์หรือประมาณการกำไรสำหรับช่วงเวลาใดๆ และไม่มีข้อความใดในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ที่ควรตีความว่าผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันหรือในอนาคตจะตรงหรือเกินกว่าผลการดำเนินงานในอดีตอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่ได้มีเจตนาและไม่ถือเป็น และไม่ควรตีความหรือพิจารณาว่าเป็นส่วนหนึ่งของ หรือใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงใดๆ ในเอกสารข้อมูลหรือเอกสารเสนอขาย ข้อตกลงซื้อหลักทรัพย์ หรือข้อเสนอ คำเชิญ หรือคำแนะนำในการรับประกัน การซื้อ การสมัครรับ การได้มาซึ่ง หรือการขายหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินหรือผลประโยชน์อื่นๆ หรือธุรกรรมอื่นๆ

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
FGS Global สำหรับ MCC
mcclabel@fgsglobal.com

ที่มา: Multi-Color Corporation

Multi-Color Corporation ประกาศยืนยันแผนการปรับโครงสร้างองค์กร

Logo

บริษัทคาดว่าจะพ้นจากกระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้มาตรา 11 ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยมีงบดุลที่ลดภาระหนี้สินลงอย่างมาก รวมถึงการลดหนี้สินคงค้างลงได้ประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การลงทุนด้วยเงินทุนใหม่จำนวนมากจะช่วยสร้างสภาพคล่องที่แข็งแกร่งเพื่อสนับสนุนการเติบโตและการลงทุนในระยะยาว

แอตแลนตา–(BUSINESS WIRE)–17 เมษายน 2026

Multi-Color Corporation (“MCC” หรือ “บริษัท”) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันฉลากคุณภาพสูง ได้ประกาศในวันนี้ว่า ศาลล้มละลายแห่งสหรัฐอเมริกาประจำเขตปกครองนิวเจอร์ซีย์ (“ศาล”) ได้อนุมัติแผนการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อฟื้นฟูกิจการของบริษัท (“แผน”) แล้ว โดย MCC คาดว่าจะพ้นจากกระบวนการล้มละลายตามมาตรา 11 ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ภายใต้เงื่อนไขของแผนดังกล่าว MCC จะดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรอย่างครอบคลุม ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้สินในงบดุลของบริษัทลงอย่างมาก และจะเพิ่มทุนให้กับธุรกิจ การปรับโครงสร้างนี้จะลดหนี้สุทธิลงประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินสดรายปีลงมากกว่า 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขยายระยะเวลาการชำระหนี้ระยะยาวไปจนถึงปี 2033 นอกจากนี้ MCC จะได้รับการลงทุนจำนวนมากถึง 889 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก CD&R และกลุ่มเจ้าหนี้ที่มีหลักประกันเดิมของ MCC โดยหลังจากการปรับโครงสร้างองค์กร บริษัทคาดว่าจะมีสภาพคล่องมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการลงทุนในระยะยาว

“การยืนยันในวันนี้ถือเป็นการเสร็จสิ้นกระบวนการปรับโครงสร้างทางการเงินของเราเกือบสมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้ MCC พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” Hassan Rmaile ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MCC กล่าว “ด้วยการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเงินของเรา MCC จะมีงบดุลที่ลดภาระหนี้ลงอย่างมาก และมีสภาพคล่องพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานในอนาคต ลงทุนในนวัตกรรม และส่งมอบโซลูชันฉลากคุณภาพสูงที่ลูกค้าของเราไว้วางใจได้ต่อไป ผมขอขอบคุณเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และซัพพลายเออร์ของเราสำหรับความมุ่งมั่นและการสนับสนุนอย่างแน่วแน่ตลอดกระบวนการนี้ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้พบกับโอกาสต่างๆ ในอนาคต”

การยืนยันแผนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกระบวนการไกล่เกลี่ยและข้อตกลงระดับโลกที่ประสบความสำเร็จระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักทุกกลุ่มในคดีล้มละลายตามมาตรา 11 ของ MCC โดยมีผู้มีสิทธิออกเสียงมากกว่า 99% ยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 11 ของ MCC โดยข้อตกลงระดับโลกนี้จะเป็นการสนับสนุนเพิ่มเติมจากความช่วยเหลือที่ได้รับก่อนหน้านี้ผ่านข้อตกลงสนับสนุนการปรับโครงสร้างที่ทำขึ้นก่อนเริ่มกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 11 ของ MCC ในเดือนมกราคม 2026

เมื่อได้รับอนุมัติจากศาลแล้ว MCC คาดว่าจะได้รับเงินทุนจากการลงทุนในหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ์จำนวนมาก และจะดำเนินการปรับโครงสร้างทางการเงินให้แล้วเสร็จในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างของ MCC รวมถึงการเข้าถึงเอกสารของศาล โปรดไปที่ www.veritaglobal.net/MCC ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีข้อสงสัยสามารถติดต่อ Verita ที่เป็นตัวแทนรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเตือนของบริษัทได้ที่หมายเลข (866) 967-1788 (โทรฟรีในสหรัฐอเมริกา/แคนาดา) หรือ +1 (310) 751-2688 (ต่างประเทศ) หรือส่งคำถามไปยัง www.veritaglobal.net/MCC/inquiry โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ MCCForward.com

ที่ปรึกษา
Kirkland & Ellis LLP และ Cole Schotz P.C. ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย โดย Evercore Group LLC ทำหน้าที่เป็นวาณิชธนกิจ, AlixPartners LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน, Quinn Emanuel Urquhart & Sullivan LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพิเศษของคณะกรรมการพิเศษของคณะกรรมการบริหารของ LABL, Inc. และ FGS Global ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ของบริษัท โดย Debevoise & Plimpton LLP และ Latham & Watkins LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับ CD&R และ Moelis & Company LLC ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ส่วน Milbank LLP และ PJT Partners ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายและที่ปรึกษาทางการเงินตามลำดับ ให้กับกลุ่มเจ้าหนี้ที่มีหลักประกันเฉพาะกิจ

เกี่ยวกับ MCC
Multi-Color Corporation (MCC) เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันฉลากคุณภาพสูง โดยนำเสนอโซลูชันที่สร้างสรรค์และยั่งยืนแก่แบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมายในหลากหลายกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค โดยทาง MCC มุ่งมั่นที่จะส่งมอบโซลูชันฉลากที่ดีที่สุดในโลกให้แก่ลูกค้า เพื่อช่วยสร้างแบรนด์และเพิ่มมูลค่าให้กับชุมชนที่พวกเขาดำเนินธุรกิจอยู่

คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้า
ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าบางประการเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และธุรกิจของ MCC และบริษัทย่อย ตลอดจนแผนงานและวัตถุประสงค์บางประการที่เกี่ยวข้อง คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้สามารถระบุได้จากข้อเท็จจริงที่ว่าข้อความเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับข้อเท็จจริงในอดีตหรือปัจจุบันเท่านั้น คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้ามักจะใช้คำต่างๆ เช่น “คาดการณ์”, “เป้าหมาย”, “คาดหวัง”, “ทำให้เป็นไปได้”, “ประมาณการ”, “ตั้งใจ”, “วางแผน”, “เป้าหมาย”, “เชื่อ”, “หวัง”, “มุ่งหวัง”, “ดำเนินการต่อ”, “จะ”, “อาจ”, “ควร”, “น่าจะ”, “สามารถ” หรือคำอื่นๆ ที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน โดย คำแถลงการณ์เหล่านี้จะอิงตามสมมติฐานและการประเมินที่บริษัทได้จัดทำขึ้น รวมถึงการรับรู้ของบริษัทเกี่ยวกับแนวโน้มในอดีต สภาพปัจจุบัน การพัฒนาในอนาคต และปัจจัยอื่นๆ โดยธรรมชาติแล้ว คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้ามีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และปัจจัยต่างๆ ที่อธิบายไว้ในบริบทของคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าในเอกสารนี้ ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์และพัฒนาการที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างอย่างมากจากที่แสดงหรือโดยนัยในคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าว แม้ว่าจะเชื่อว่าความคาดหวังที่สะท้อนอยู่ในคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้านั้นมีความสมเหตุสมผล แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าความคาดหวังเหล่านั้นจะถูกต้องหรือไม่ ท่านจึงควรระมัดระวังอย่าเชื่อถือคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้มากเกินไป ซึ่งมีผลใช้ได้เฉพาะ ณ วันที่ของเอกสารนี้เท่านั้น บริษัทไม่มีภาระผูกพันใดๆ ในการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อมูลที่อยู่ในเอกสารนี้ (ไม่ว่าจะเกิดจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่นๆ) เว้นแต่จะได้รับการกำหนดโดยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีหลายปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างอย่างมากจากที่แสดงหรือโดยนัยในคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้า

ปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากที่อธิบายไว้ในคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้า ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงในระดับโลก การเมือง เศรษฐกิจ ธุรกิจ การแข่งขัน ตลาด ห่วงโซ่อุปทาน และกฎระเบียบต่างๆ ตลอดจนอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยในอนาคต การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษี การควบรวมกิจการหรือการจำหน่ายกิจการในอนาคต ความไม่แน่นอนและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ RSA และกระบวนการตามมาตรา 11 รวมถึงผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการตามมาตรา 11 ต่อสภาพคล่องและผลการดำเนินงานของบริษัท และรวมถึงความสัมพันธ์กับลูกค้า พันธมิตรการจัดจำหน่าย ซัพพลายเออร์ และบุคคลที่สามอื่นๆ การลาออกของพนักงานและความสามารถของบริษัทในการรักษาผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรสำคัญอื่นๆ เนื่องจากความวุ่นวายและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในกระบวนการตามมาตรา 11 ผลกระทบจากโครงการลดต้นทุนใดๆ การดำเนินคดีทางกฎหมายหรือข้อบังคับอื่นๆ ความสามารถของบริษัทในการจัดหาเงินทุนหมุนเวียน รวมถึงการปฏิบัติตามข้อจำกัดที่กำหนดโดยข้อกำหนดและเงื่อนไขของการจัดหาเงินทุนสำหรับลูกหนี้ที่ยังคงครอบครองทรัพย์สิน เช่น การจัดหาเงินทุนที่กล่าวถึงในที่นี้ ระยะเวลาที่บริษัทจะดำเนินงานภายใต้การคุ้มครองตามมาตรา 11 ของกฎหมายล้มละลายสหรัฐฯ ระยะเวลาในการออกจากกระบวนการตามมาตรา 11 และความเสี่ยงที่แผนการปรับโครงสร้างองค์กรที่เกิดขึ้นจากกระบวนการดังกล่าวอาจไม่ได้รับการดำเนินการเลย โปรดดูแผนการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อฟื้นฟูกิจการของ MultiColor Corporation และบริษัทในเครือลูกหนี้ ตามมาตรา 11 ของประมวลกฎหมายล้มละลาย [หมายเลขเอกสาร 17] และคำแถลงการณ์เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแผนการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อฟื้นฟูกิจการของ MultiColor Corporation และบริษัทในเครือลูกหนี้ ตามมาตรา 11 ของประมวลกฎหมายล้มละลาย[หมายเลขเอกสาร 18] (โดยแต่ละฉบับอาจมีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม) สำหรับข้อพิจารณาเพิ่มเติมและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการภายใต้มาตรา 11 ของบริษัท ไม่มีข้อความใดในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ที่มุ่งหมายให้เป็นการคาดการณ์หรือประมาณการกำไรสำหรับช่วงเวลาใดๆ และไม่มีข้อความใดในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ที่ตีความว่าผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันหรือในอนาคตจะตรงหรือเกินกว่าผลการดำเนินงานในอดีต นอกจากนี้ ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่ได้มีเจตนาและไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งหรือใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงใดๆ ในเอกสารข้อมูลหรือเอกสารเสนอขายหลักทรัพย์ ข้อตกลงการซื้อหลักทรัพย์ หรือข้อเสนอ คำเชิญ หรือคำแนะนำในการรับประกันการซื้อ การสมัครรับ การได้มาซึ่งหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินหรือผลประโยชน์อื่นๆ หรือธุรกรรมอื่นใด

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

การติดต่อสำหรับสื่อ
FGS Global สำหรับ MCC
mcclabel@fgsglobal.com

ที่มา: Multi-Color Corporation

พิธีมอบรางวัล Japan Prize ประจำปี 2026 จัดขึ้นโดยมีสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่นเข้าร่วมงาน

Logo

ดร. Cynthia Dwork  สาขาอิเล็กทรอนิกส์ สารสนเทศ และการสื่อสาร
ดร. Shizuo Akira  และ ดร. Zhijian “James” Chen สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–15 เมษายน 2026

มูลนิธิ Japan Prize (ประธาน: Ryozo Nagai) จัดพิธีมอบรางวัลเมื่อวันอังคารที่ 14 เมษายน ณ โรงละครแห่งชาติแห่งใหม่ เขตชิบูย่า กรุงโตเกียว เพื่อมอบรางวัลญี่ปุ่นแก่นักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างผลงานที่สร้างสรรค์และโดดเด่นในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก และมีส่วนสำคัญในการสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองให้แก่มวลมนุษยชาติ

ดร. Cynthia Dwork (สหรัฐอเมริกา) ผู้ได้รับรางวัลในสาขาอิเล็กทรอนิกส์ สารสนเทศ และการสื่อสาร และดร. Shizuo Akira (ญี่ปุ่น) และดร. Zhijian “James” Chen (สหรัฐอเมริกา) ผู้ได้รับรางวัลในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เข้าร่วมพิธีมอบรางวัล โดยแต่ละสาขาได้รับเงินรางวัล 100 ล้านเยน พร้อมใบประกาศเกียรติคุณและเหรียญรางวัล

ผู้ได้รับรางวัล Japan Prize ประจำปี 2026 ได้รับการเสนอชื่อโดยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรผู้ทรงคุณวุฒิประมาณ 16,000 คนจากทั่วโลก และตัดสินโดยการสอบอย่างเข้มงวดซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ปี มูลนิธิได้รับเสนอชื่อเข้าชิง 107 คนในสาขาอิเล็กทรอนิกส์ สารสนเทศ และการสื่อสาร และ 185 คนในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ผู้ชนะในปีนี้ได้รับการคัดเลือกจากผู้สมัครทั้งหมด 292 คน

พิธีดังกล่าวมีแขกเข้าร่วมประมาณ 600 คน เริ่มจากสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี หัวหน้าของทั้งสามฝ่ายของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ของสังคม สมเด็จพระจักรพรรดิได้ทรงกล่าวสุนทรพจน์ ตามด้วยสุนทรพจน์ของผู้ชนะทั้ง 3 คน และคำกล่าวแสดงความยินดีจาก Sekiguchi ประธานวุฒิสภา

ท่านสามารถรับชมพิธีมอบรางวัลประจำปีนี้ได้จากลิงก์ด้านล่าง
เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่น: https://youtube.com/live/jllrOVOX6jI
เวอร์ชันภาษาอังกฤษ: https://youtube.com/live/flkjnpPAtok

รูปโปรไฟล์ของผู้ได้รับรางวัลญี่ปุ่นและรูปภาพจากวันพิธีมอบรางวัลจะถูกอัปโหลดไปยังลิงก์นี้
https://www.japanprize.jp/en/press_photo.html
*เมื่อเผยแพร่ภาพถ่ายเหล่านี้ โปรดระบุแหล่งที่มาว่า “ได้รับความอนุเคราะห์จาก: รางวัลญี่ปุ่น”

เกี่ยวกับ Japan Prize

การก่อตั้ง Japan Prize ในปี 1981 เกิดจากความปรารถนาของรัฐบาลญี่ปุ่นที่จะสร้างรางวัลที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั่วโลก ด้วยการสนับสนุนจากเงินบริจาคจำนวนมาก มูลนิธิ Japan Prize ได้รับการรับรองจากสำนักคณะรัฐมนตรีในปี 1983 Japan Prize มอบให้แก่นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรจากทั่วโลกผู้ซึ่งสร้างผลงานสร้างสรรค์และโดดเด่นที่ช่วยพัฒนาสาขาของตนและมีส่วนสำคัญในการสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองให้แก่มวลมนุษยชาติ นักวิจัยในทุกสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีสิทธิ์ได้รับรางวัลนี้ โดยจะมีการคัดเลือกสองสาขาในแต่ละปี โดยพิจารณาจากแนวโน้มปัจจุบันในการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยหลักการแล้ว จะมีการมอบรางวัลให้แก่บุคคลเพียงคนเดียวในแต่ละสาขา โดยบุคคลนั้นจะได้รับใบประกาศนียบัตร เหรียญรางวัล และเงินรางวัล พิธีมอบรางวัลแต่ละครั้งจะมีสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของทั้งสามฝ่ายของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ของสังคมเข้าร่วม

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ช่องทางการติดต่อ

สำหรับสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับข่าวประชาสัมพันธ์นี้:

สำนักงานประชาสัมพันธ์รางวัลญี่ปุ่น

อีเมล: japanprize@ml.prap.co.jp

ที่มา: มูลนิธิ Japan Prize

SBC Medical ประกาศผลประกอบการทางการเงินไตรมาสที่สี่และปี 2025

Logo

EPS ในไตรมาสที่ 4 เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเป็น 0.14 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากผลกำไรดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน

เออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–27 มีนาคม 2026

SBC Medical Group Holdings Incorporated (Nasdaq: SBC) (“SBC Medical” หรือบริษัท”) ซึ่งเป็นองค์กรให้บริการด้านการจัดการที่ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์หลากหลายประเภทในสาขาทางการแพทย์ ได้ประกาศผลประกอบการทางการเงินสำหรับไตรมาสที่สี่ของปีงบประมาณ 2025 (สามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025) และสำหรับปีงบประมาณ 2025 (สิบสองเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025) ในวันนี้

ไฮไลท์ไตรมาสที่สี่ของปี 2025

  •  รายได้รวมอยู่ที่ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  กำไรสุทธิที่เป็นของ SBC Medical Group อยู่ที่ 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 117% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  กำไรต่อหุ้น ซึ่งหมายถึงกำไรสุทธิของบริษัทหารด้วยจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก โดยอยู่ที่ 0.14 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025 เพิ่มขึ้น 133% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  EBITDA1 ซึ่งคำนวณโดยการนำค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนมาบวกกับรายได้จากการดำเนินงาน โดยอยู่ที่ 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไร EBITDA1 อยู่ที่ 34% สำหรับไตรมาสที่สี่ของปี 2025 ลดลง 12 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  ผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งหมายถึงรายได้สุทธิที่เป็นของบริษัทหารด้วยค่าเฉลี่ยของส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 โดยอยู่ที่ 23% ซึ่งเพิ่มขึ้น 9.8 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  จำนวนสาขาแฟรนไชส์2 มีจำนวน 283 สาขา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้น 34 สาขาจากวันที่ 31 ธันวาคม 2024
  •  จำนวนลูกค้า3 ในช่วงสิบสองเดือนล่าสุดสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025 อยู่ที่ 6.6 ล้านราย ซึ่งเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  อัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำของลูกค้า4 ที่เข้าใช้บริการคลินิกของแฟรนไชส์ซีอย่างน้อยสองครั้งอยู่ที่ 72%

1 EBITDA และอัตรากำไร EBITDA เป็นมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP โปรดดูหัวข้อ “การใช้มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP” และตารางที่มีชื่อว่า “การปรับยอดผลการดำเนินงานที่ไม่ได้ตรวจสอบตาม GAAP และที่ไม่ใช่ GAAP”

2 ตัวเลขรวมแฟรนไชส์คลินิกแบรนด์ SBC, Rize Clinic, Gorilla Clinic, AHH Clinic และ JUN CLINIC

3 จำนวนลูกค้ารวมลูกค้าคลินิกแบรนด์ SBC, Rize Clinic, Gorilla Clinic และ AHH Clinic ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2025

4 ตัวเลขรวมแฟรนไชส์คลินิกแบรนด์ SBC, Rize Clinic และ Gorilla Clinic แต่ไม่นับรวมลูกค้าของ AHH Clinic และ JUN CLINIC และไม่รวมการให้คำปรึกษาฟรี เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำอย่างน้อยสองครั้ง

ไฮไลท์ของปี 2025

  •  รายได้รวม อยู่ที่ 174 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  กำไรสุทธิที่เป็นของ SBC Medical Group อยู่ที่ 51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  กำไรต่อหุ้น ซึ่งหมายถึงกำไรสุทธิของบริษัทหารด้วยจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก โดยอยู่ที่ 0.50 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  •  EBITDA1 ซึ่งคำนวณโดยการนำค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนมาบวกกับรายได้จากการดำเนินงาน โดยอยู่ที่ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 40% สำหรับปี 2025 ลดลง 3 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน

Yoshiyuki Aikawa ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SBC Medical กล่าวว่า “ผลประกอบการทั้งปีของปี 2025 สะท้อนให้เห็นถึงธุรกิจที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน รายได้ลดลง 15% เหลือ 174 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สาเหตุหลักมาจากสองการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ได้แก่ การปรับโครงสร้างธุรกิจที่ดำเนินการในปี 2024 และการแก้ไขข้อตกลงค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ที่นำมาใช้ในเดือนเมษายน 2025 การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นขั้นตอนที่วางแผนไว้เพื่อสร้างรากฐานธุรกิจที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น และผลกระทบทางการเงินส่วนใหญ่ได้ผ่านพ้นไปแล้ว

แม้รายได้จะลดลง แต่ผลกำไรพื้นฐานของเรากลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก กำไรสุทธิทั้งปีที่สามารถนำมาคำนวณได้ของ SBC Medical Group เพิ่มขึ้น 9% เป็น 51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.50 ดอลลาร์สหรัฐ อัตรากำไรสุทธิของเราขยายตัวจาก 23% เป็น 29% เนื่องจากค่าตอบแทนที่จ่ายเป็นหุ้นและการด้อยค่าที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหุ้น IPO ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในปีก่อนหน้าไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก อัตรากำไร EBITDA ปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติเล็กน้อยจาก 43% เป็น 40% ซึ่งเรามองว่าเป็นอัตราที่ยั่งยืนกว่าในอนาคต

โดยเฉพาะในไตรมาสที่สี่ เราเห็นโมเมนตัมการดำเนินงานที่น่าพอใจ รายได้เฉลี่ยต่อลูกค้าฟื้นตัวขึ้นเป็น 316 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลังจากช่วงเวลาที่ค่อยๆ ลดลง และเราเชื่อว่านี่สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบในช่วงเริ่มต้นของโครงการกำหนดราคาและการมีส่วนร่วมกับลูกค้าของเรา เราปิดปีด้วยจำนวนคลินิก 283 แห่ง และจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการต่อปี 6.63 ล้านราย

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 เราให้ความสำคัญกับสามประเด็นหลัก ได้แก่ การพัฒนาแผนกลยุทธ์แบบหลายแบรนด์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านผิวหนัง การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่ไม่เกี่ยวข้องกับความงาม และการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในตลาดต่างประเทศ เนื่องจากอุปสรรคเชิงโครงสร้างในช่วงสองปีที่ผ่านมาได้ผ่านพ้นไปแล้ว เราจึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะกลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนอีกครั้ง”

การประชุมทางโทรศัพท์

บริษัทจะจัดการประชุมทางโทรศัพท์ในวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2026 เวลา 8:30 น. ตามเวลาตะวันออก (หรือวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2026 เวลา 22:30 น. ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น) เพื่อหารือเกี่ยวกับผลประกอบการทางการเงินและตอบคำถามแบบสด

โปรดลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุมโดยใช้ลิงก์ด้านล่าง
https://zoom.us/webinar/register/WN_d1mfdSBSThST4BIiID88aQ

ระบบจะนำคุณไปยังหน้าลงทะเบียน “ผลประกอบการทางการเงินไตรมาสที่ 4 ปี 2025 และผลประกอบการทั้งปี” โดยอัตโนมัติ โปรดทำตามขั้นตอนเพื่อป้อนรายละเอียดการลงทะเบียนของคุณ จากนั้นคลิก “ส่ง”

นอกจากนี้ ข่าวประชาสัมพันธ์ผลประกอบการ สไลด์ประกอบ และการถ่ายทอดสดการประชุมทางโทรศัพท์ที่บันทึกไว้ จะมีให้ดูได้ที่เว็บไซต์ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทที่ https://ir.sbc-holdings.com/

เกี่ยวกับ SBC Medical

SBC Medical Group Holdings Incorporated เป็นองค์กรให้บริการด้านการจัดการที่ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์หลากหลายประเภทในสาขาการแพทย์ต่างๆ รวมถึงการดูแลสุขภาพด้านความงามขั้นสูง โรคผิวหนัง ศัลยกรรมกระดูก การรักษาภาวะมีบุตรยาก นรีเวชวิทยา ทันตกรรม การรักษาผมร่วง (AGA) และจักษุวิทยา บริษัทบริหารจัดการแบรนด์คลินิกที่หลากหลายและกำลังขยายการดำเนินงานไปทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและเอเชีย ผ่านทั้งการดำเนินงานโดยตรงและโครงการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ในเดือนกันยายน 2024 บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq และในเดือนมิถุนายน 2025 ได้รับเลือกให้รวมอยู่ในดัชนี Russell 3000® ซึ่งเป็นดัชนีมาตรฐานของตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยยึดมั่นในพันธกิจของกลุ่มที่ว่า “การมีส่วนร่วมในความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนทั่วโลกผ่านนวัตกรรมทางการแพทย์” บริษัท SBC Medical Group Holdings Incorporated ยังคงมุ่งมั่นที่จะให้บริการทางการแพทย์ที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และมีคุณภาพสูง พร้อมทั้งเสริมสร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติในด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือในการดูแลทางการแพทย์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sbc-holdings.com/

การใช้มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP

บริษัทใช้มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP เช่น EBITDA ในการประเมินผลการดำเนินงานและเพื่อวัตถุประสงค์ในการตัดสินใจทางการเงินและการดำเนินงาน บริษัทเชื่อว่ามาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP ช่วยระบุแนวโน้มพื้นฐานในธุรกิจ บริษัทเชื่อว่ามาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัท ช่วยเพิ่มความเข้าใจโดยรวมเกี่ยวกับประสิทธิภาพในอดีตและแนวโน้มในอนาคตของบริษัท และทำให้มองเห็นตัวชี้วัดหลักที่ฝ่ายบริหารของบริษัทใช้ในการตัดสินใจทางการเงินและการดำเนินงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ภายใต้ U.S. GAAP และไม่ได้ถูกนำเสนอตาม U.S. GAAP มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP มีข้อจำกัดในการใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ และเมื่อประเมินผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด หรือสภาพคล่องของบริษัท นักลงทุนไม่ควรพิจารณามาตรการเหล่านี้โดยแยกส่วนหรือใช้แทนการขาดทุนสุทธิ กระแสเงินสดที่ได้จากกิจกรรมการดำเนินงาน หรืองบกำไรขาดทุนรวมและข้อมูลกระแสเงินสดอื่นๆ ที่จัดทำตาม U.S. GAAP

บริษัทบรรเทาข้อจำกัดเหล่านี้โดยการปรับมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP ให้สอดคล้องกับมาตรการประสิทธิภาพตาม U.S. GAAP ที่สามารถเปรียบเทียบได้มากที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้ควรนำมาพิจารณาเมื่อประเมินประสิทธิภาพของบริษัท

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP โปรดดูตารางที่หัวข้อ “การปรับปรุงผลการดำเนินงานที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบตาม GAAP และผลการดำเนินงานที่ไม่ใช่ GAAP”

ข้อแถลงคาดการณ์ในอนาคต

ข่าวเผยแพร่ฉบับนี้มีคำกล่าวที่มองไปข้างหน้า คำกล่าวที่มองไปข้างหน้าไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีตหรือคำกล่าวที่แสดงถึงสภาพปัจจุบัน แต่เป็นเพียงความเชื่อของบริษัทเกี่ยวกับเหตุการณ์และผลการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วหลายกรณีมีความไม่แน่นอนโดยเนื้อแท้และอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท คำกล่าวที่มองไปข้างหน้าเหล่านี้สะท้อนมุมมองปัจจุบันของบริษัทเกี่ยวกับประสิทธิภาพทางการเงินของบริษัท การเติบโตของรายได้และกำไร แนวโน้มและโอกาสทางธุรกิจ แผนการจัดสรรเงินทุนและสภาพคล่อง ในบางกรณี คำกล่าวที่มองไปข้างหน้าสามารถระบุได้โดยการใช้คำ เช่น “อาจ” “ควร” “คาดหวัง” “คาดการณ์ล่วงหน้า” “พิจารณา” “ประมาณการ” “เชื่อว่า” “วางแผน” “คาดการณ์” “ทำนาย” “ศักยภาพ” หรือ “หวัง” หรือคำเชิงลบของคำเหล่านี้หรือคำที่คล้ายคลึงกัน บริษัทขอเตือนผู้อ่านอย่าพึ่งพาคำกล่าวที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างมากเกินไป ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดในวันที่เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เท่านั้น และอาจมีความเสี่ยง ความไม่แน่นอน สมมติฐาน หรือการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ต่างๆ ที่ยากต่อการคาดเดาหรือวัดผลได้ คำกล่าวที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้มีพื้นฐานมาจากการคาดการณ์ปัจจุบันของฝ่ายบริหาร และไม่รับประกันผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัทไม่ดำเนินการหรือยอมรับภาระผูกพันใดๆ ที่จะเผยแพร่ข้อมูลอัปเดตหรือแก้ไขคำกล่าวที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าต่อสาธารณะเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงในการคาดการณ์ของบริษัทหรือการเปลี่ยนแปลงในเหตุการณ์ เงื่อนไข หรือสถานการณ์ที่คำกล่าวดังกล่าวอ้างอิง ยกเว้นในกรณีที่กฎหมายกำหนด ปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างไปจากการคาดการณ์ปัจจุบันอย่างมากอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว และบริษัทไม่สามารถคาดการณ์ปัจจัยทั้งหมดได้ ปัจจัยดังกล่าวรวมถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก ระดับภูมิภาค หรือระดับท้องถิ่น สภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจ การแข่งขัน การตลาด และกฎระเบียบ และปัจจัยต่างๆ ที่ระบุไว้ภายใต้หัวข้อ “ปัจจัยเสี่ยง” และในที่อื่นๆ ในเอกสารที่บริษัทยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (the “SEC”) ซึ่งสามารถเข้าถึงได้บนเว็บไซต์ของ SEC ที่ www.sec.gov.

 SBC MEDICAL GROUP HOLDINGS INCORPORATED

 งบดุลรวมที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ

 31 ธันวาคม
 2025

 31 ธันวาคม
 2024

 สินทรัพย์

 สินทรัพย์หมุนเวียน:

เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

$

163,773,838

$

125,044,092

บัญชีลูกหนี้

2,388,021

1,413,433

บัญชีลูกหนี้ – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

27,511,730

28,846,680

สินค้าคงเหลือ

2,792,617

1,494,891

การลงทุนระยะสั้น – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

319,193

ลูกหนี้สัญญาเช่าเงินทุน หมุนเวียน – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

12,832,355

5,992,585

ภาษีเงินได้ที่เรียกคืนได้

1,175,510

ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมลูกค้า หมุนเวียน

8,705,999

10,382,537

ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าและสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น

11,724,852

11,276,802

 รวมสินทรัพย์หมุนเวียน

 231,224,115

 184,451,020

 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:

ทรัพย์สินและอุปกรณ์สุทธิ

7,539,392

8,771,902

สินทรัพย์ไม่มีตัวตนสุทธิ

47,742,888

1,590,052

การลงทุนระยะยาวสุทธิ

1,299,366

3,049,972

การลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย

20,312,642

ค่าความนิยมสุทธิ

15,432,061

4,613,784

ลูกหนี้สัญญาเช่าเงินทุน ไม่หมุนเวียน – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

13,746,513

8,397,582

สินทรัพย์สิทธิการใช้สัญญาเช่าดำเนินงาน

8,366,569

5,267,056

สินทรัพย์สิทธิการใช้สัญญาเช่าทางการเงิน

450,874

สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี

4,014,294

9,798,071

ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมลูกค้า ไม่หมุนเวียน

4,824,977

5,023,551

การชําระคืนเงินต้นล่วงหน้าระยะยาว

393,270

1,745,801

การลงทุนระยะยาวใน MCs – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

17,837,293

17,820,910

สินทรัพย์อื่น

7,263,692

15,553,453

 รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน

 149,223,831

 81,632,134

 รวมสินทรัพย์

 $

 380,447,946

 $

 266,083,154

 หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

 หนี้สินหมุนเวียน:

หนี้สินหมุนเวียน:

$

16,988,384

$

13,875,179

บัญชีเจ้าหนี้ – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

651,463

659,044

การกู้ยืมจากธนาคารและแหล่งอื่นๆ หมุนเวียน

9,099,046

96,824

ตั๋วเงินจ่าย หมุนเวียน – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

26,255

รายได้รับล่วงหน้าจากลูกค้า

1,415,762

820,898

รายได้รับล่วงหน้าจากลูกค้า – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

5,357,221

11,739,533

ภาษีเงินได้ค้างจ่าย

8,821,853

18,705,851

หนี้สินตามสัญญาเช่าดําเนินงาน หมุนเวียน

4,416,960

4,341,522

หนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน หมุนเวียน

132,946

หนี้สินค้างจ่ายและหนี้สินหมุนเวียนอื่น

11,544,695

8,103,194

เจ้าหนี้จากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

2,692,673

2,823,590

 รวมหนี้สินหมุนเวียน

 61,121,003

 61,191,890

 หนี้สินไม่หมุนเวียน:

การกู้ยืมจากธนาคารและแหล่งอื่นๆ ไม่หมุนเวียน

33,734,438

6,502,682

ตั๋วเงินจ่าย ไม่หมุนเวียน – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

5,334

หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี

16,374,832

926,023

หนี้สินตามสัญญาเช่าดําเนินงาน ไม่หมุนเวียน

4,136,257

1,241,526

หนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน ไม่หมุนเวียน

116,527

หนี้สินอื่น

1,660,183

1,193,541

 รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน

 56,022,237

 9,869,106

 รวมหนี้สิน

 117,143,240

 71,060,996

 ส่วนของผู้ถือหุ้น:

หุ้นบุริมสิทธิ (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.0001 ดอลลาร์สหรัฐ จำนวนหุ้นที่ได้รับอนุญาต 20,000,000 หุ้น ไม่มีหุ้นที่ออกและชำระแล้ว ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 และ 31 ธันวาคม 2024 ตามลำดับ)

หุ้นสามัญ (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.0001 ดอลลาร์สหรัฐ จำนวนหุ้นที่ได้รับอนุญาต 400,000,000 หุ้น หุ้นที่ออกและชำระแล้ว 103,881,251 และ 103,020,816 หุ้น, 102,576,943 และ 102,750,816 หุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 และ 31 ธันวาคม 2024 ตามลำดับ)

10,388

10,302

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น

72,867,424

62,513,923

หุ้นทุนซื้อคืน (ราคาทุน 1,304,308 และ 270,000 หุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 และ 31 ธันวาคม 2024 ตามลำดับ)

(7,749,997

)

(2,700,000

)

กำไรสะสม

240,448,620

189,463,007

ขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นสะสม

(57,294,239

)

(54,178,075

)

 รวมส่วนของผู้ถือหุ้นของ SBC Medical Group Holdings Incorporated

 248,282,196

 195,109,157

ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม

15,022,510

(86,999

)

 รวมส่วนของผู้ถือหุ้น

 263,304,706

 195,022,158

 รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

 $

 380,447,946

 $

 266,083,154

 SBC MEDICAL GROUP HOLDINGS INCORPORATED

 งบแสดงผลการดำเนินงานและงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม (ยังไม่ได้ตรวจสอบ)
 

 สำหรับงวดสามเดือน
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม

 สำหรับปี
 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม

 2025

 2024

 2025

 2024

รายได้สุทธิ – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

$

35,041,379

$

42,455,401

$

158,860,970

$

195,173,889

รายได้สุทธิ

4,525,327

1,965,136

14,746,519

10,241,653

 รวมรายได้สุทธิ

 39,566,706

 44,420,537

 173,607,489

 205,415,542

ต้นทุนรายได้

10,638,132

10,548,170

46,323,767

49,365,035

 กําไรขั้นต้น

 28,928,574

 33,872,367

 127,283,722

 156,050,507

 ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน:

ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายทั่วไปและค่าใช้จ่ายในการบริหาร

16,079,682

13,880,503

59,797,324

57,665,140

ค่าตอบแทนที่จ่ายเป็นหุ้น

215,237

13,022,692

ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

15,058,965

15,058,965

 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวม

 16,079,682

 29,154,705

 59,797,324

 85,746,797

 รายได้จากการดำเนินงาน

 12,848,892

 4,717,662

 67,486,398

 70,303,710

 รายได้ (ค่าใช้จ่าย) อื่น :

รายได้จากดอกเบี้ย

(284

)

(17,340

)

198,315

19,943

ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย

(56,090

)

(12,402

)

(160,583)

(28,300

)

กำไรจากการแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศสุทธิ

2,907,364

800,643

2,002,789

895,711

รายได้อื่น

3,184,379

3,287,471

5,113,637

3,914,297

ค่าใช้จ่ายอื่น

(317,263

)

(2,716,703

)

(1,321,064

)

(5,463,153

)

กำไรจากการไถ่ถอนกรมธรรม์ประกันชีวิต

8,746,138

กําไรจากการจําหน่ายของบริษัทย่อย

3,813,609

 รายได้อื่นรวม

 5,718,106

 1,341,669

 14,579,232

 3,152,107

 รายได้ก่อนหักภาษีเงินได้

 18,566,998

 6,059,331

 82,065,630

 73,455,817

ค่าใช้จ่าย (ผลประโยชน์) ทางภาษีเงินได้

4,287,103

(488,553

)

31,020,607

26,765,925

 กำไรสุทธิ

 14,279,895

 6,547,884

 51,045,023

 46,689,892

หัก: กำไร (ขาดทุน) สุทธิที่เกิดจากส่วนได้เสียที่ไม่มีอํานาจควบคุม

79,604

8,663

59,410

75,617

 กําไรสุทธิที่เป็นของ SBC Medical Group Holdings Incorporated

 $

 14,200,291

 $

 6,539,221

 $

 50,985,613

 $

 46,614,275

 ขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น:

ส่วนปรับปรุงจากการแปลงค่าสกุลเงินต่างประเทศ

$

(14,589,478

)

$

(18,100,852)

$

(2,949,843)

$

(16,557,607)

 รวมกําไร (ขาดทุน) เบ็ดเสร็จ

 (309,583)

 (11,552,968)

 48,095,180

 30,132,285

หัก: กำไรเบ็ดเสร็จที่เกิดจากส่วนได้เสียที่ไม่มีอํานาจควบคุม

67,823

7,737

225,731

117,830

 กําไร (ขาดทุน) เบ็ดเสร็จที่เป็นของ SBC Medical Group Holdings Incorporated

 $

 (377,406)

 $

 (11,560,705)

 $

 47,869,449

 $

 30,014,455

 กําไรสุทธิต่อหุ้นที่เป็นของ SBC Medical Group Holdings Incorporated

กำไรต่อหุ้นพื้นฐานและปรับลดแล้ว

$

0.14

$

0.06

$

0.50

$

0.48

 จำนวนหุ้นเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ชำระแล้ว

จำนวนหุ้นพื้นฐานและปรับลดแล้ว

102,576,943

102,750,816

102,997,967

96,561,041

 SBC MEDICAL GROUP HOLDINGS INCORPORATED

 งบกระแสเงินสดรวมที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ
 

 สําหรับปี
 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม

 2025

 2024

 กระแสเงินสดจากกิจกรรมดําเนินงาน

กำไรสุทธิ

$

51,045,023

$

46,689,892

 การปรับปรุงเพื่อกระทบยอดกำไรสุทธิกับเงินสดสุทธิที่ได้จากกิจกรรมดำเนินงาน:

ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย

2,684,300

3,799,377

ค่าใช้จ่ายการเช่าที่ไม่ใช่เงินสด

4,698,731

3,870,198

สำรองสำหรับ (การกลับรายการ) ขาดทุนจากสินเชื่อ

302,949

(402,196

)

ค่าตอบแทนที่จ่ายเป็นหุ้น

13,022,692

ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

15,058,965

ขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนระยะยาว

133,513

529,596

การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนระยะยาว

(247,514

)

2,617,435

กําไรจากการจําหน่ายของบริษัทย่อย

(3,813,609

)

กำไรจากการไถ่ถอนกรมธรรม์ประกันชีวิต

(8,746,138

)

ขาดทุน (กำไร) จากการจำหน่ายทรัพย์สิน อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

(3,179,200

)

511,947

กำไรจากการถือหุ้นก่อนหน้านี้

(815,328

)

ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้รอตัดบัญชี

5,326,982

(14,417,087

)

 การเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สินจากการดําเนินงาน:

บัญชีลูกหนี้

(160,963

)

(733,219

)

บัญชีลูกหนี้ – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

1,552,477

1,350,413

สินค้าคงเหลือ

(170,174

)

1,124,805

ลูกหนี้สัญญาเช่าทางการเงิน – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

(12,746,857

)

(5,991,486

)

ลูกหนี้สินเชื่อของลูกค้า

15,821,375

18,477,327

ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าและสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น

332,264

(2,268,209

)

การชําระคืนเงินต้นล่วงหน้าระยะยาว

318,470

1,910,274

สินทรัพย์อื่น

(195,846

)

(1,692,642

)

บัญชีเจ้าหนี้

2,675,066

(9,588,067

)

บัญชีเจ้าหนี้ – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

(8,571

)

682,320

ตั๋วเงินจ่าย – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

(14,252,502

)

(34,756,754

)

รายได้รับล่วงหน้าจากลูกค้า

604,072

(1,476,240

)

รายได้รับล่วงหน้าจากลูกค้า – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

(6,693,127

)

(9,144,031

)

ภาษีเงินได้ค้างจ่าย

(11,662,531

)

11,228,429

หนี้สินตามสัญญาเช่าดําเนินงาน

(4,927,460

)

(3,950,587

)

หนี้สินค้างจ่ายและหนี้สินหมุนเวียนอื่น

2,968,513

(12,096,825

)

หนี้สินอื่น

10,972

40,215

 เงินสดสุทธิที่ได้จากกิจกรรมดำเนินงาน

 24,668,496

 20,582,933

 กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน

การซื้อทรัพย์สินและอุปกรณ์

(1,401,012

)

(2,564,643

)

การซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพ

(1,700,000

)

การชําระคืนเงินต้นล่วงหน้าสําหรับทรัพย์สินและอุปกรณ์

(968,848

)

(843,740

)

รายได้รับล่วงหน้าจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

(622,804

)

การชำระเงินในนามของกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

(1,840,801

)

(5,572,564

)

การซื้อเงินลงทุนระยะสั้น – กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

(334,173

)

การซื้อเงินลงทุนระยะยาว

(654,070

)

(331,496

)

การซื้อสกุลเงินคริปโต

(424,250

)

รายได้จากการจำหน่ายสกุลเงินคริปโต

457,828

การซื้อการลงทุนโดยวิธีส่วนได้เสีย

(20,062,642

)

เงินสดที่จ่ายเพื่อซื้อบริษัทย่อย หักด้วยเงินสดที่ได้รับมา

(22,941,701

)

(4,236,009

)

เงินกู้ยืมระยะยาวแก่ผู้อื่น

(14,514

)

(172,411

)

การชําระคืนจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

1,914,454

6,597,564

การชําระคืนจากผู้อื่น

83,677

176,109

รายได้จากการไถ่ถอนกรมธรรม์ประกันชีวิต

17,735,717

การจําหน่ายบริษัทย่อย สุทธิจากเงินสดที่จําหน่ายไป

(832,416

)

รายได้จากการจําหน่ายทรัพย์สินและอุปกรณ์

7,478,783

 เงินสดสุทธิที่ได้รับจากกิจกรรมการลงทุน

 (20,971,552

 )

 (10,102,410

 )

 กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน

การกู้ยืมจากธนาคารและแหล่งอื่นๆ

34,753,946

6,603,253

การกู้ยืมจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

15,000

5,481,787

รายได้จากการปรับโครงสร้างทุนย้อนกลับ หักค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม

11,707,417

รายได้จากการใช้สิทธิซื้อหุ้น

31,374

การชำระคืนเงินกู้จากธนาคารและแหล่งอื่นๆ

(1,353,071

)

(119,017

)

การชำระคืนหนี้สินเช่าซื้อทางการเงิน

(331,365

)

การชําระคืนให้แก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน

(145,917

)

(739,414

)

การซื้อคืนหุ้นสามัญ

(4,999,997

)

เงินสมทบที่ถือว่าเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนราคาจากการจำหน่ายทรัพย์สินและอุปกรณ์

10,353,587

 เงินสดสุทธิที่ได้รับจากกิจกรรมจัดหาเงิน

 38,292,183

 22,965,400

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

(3,259,381

)

(11,424,763

)

 การเปลี่ยนแปลงสุทธิในเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

 38,729,746

 22,021,160

 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ต้นงวด

 125,044,092

 103,022,932

 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด สิ้นงวด

 $

 163,773,838

 $

 125,044,092

 การเปิดเผยข้อมูลกระแสเงินสดเพิ่มเติม

เงินสดที่จ่ายดอกเบี้ยจ่าย

$

160,583

$

28,300

เงินสดที่จ่ายดอกเบี้ยจ่าย

$

37,190,188

$

30,239,002

 กิจกรรมจัดหาเงินและกิจกรรมลงทุนที่ไม่ใช่เงินสด

ทรัพย์สินและอุปกรณ์ที่โอนจากการชําระคืนเงินต้นล่วงหน้าระยะยาว

$

1,493,450

$

597,602

สินทรัพย์สิทธิการเช่าดําเนินงานที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนกับหนี้สินตามสัญญาเช่าดําเนินงาน

$

1,322,455

$

สินทรัพย์สิทธิการเช่าทางการเงินที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนกับหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน

$

612,466

$

การวัดค่ามูลค่าใหม่ของหนี้สินตามสัญญาเช่าดำเนินงานและสินทรัพย์สิทธิการใช้อันเนื่องมาจากการแก้ไขสัญญาเช่า

$

5,302,043

$

2,908,554

หนี้สินที่ต้องชำระให้แก่กิจการที่เกี่ยวข้องอันเนื่องมาจากบริการสินเชื่อที่ให้ไว้

$

14,219,401

$

20,524,499

การออกหุ้นสามัญเป็นหุ้นจูงใจ

$

86

$

การออกหุ้นสามัญจากการแปลงหุ้นกู้แปลงสภาพ

$

$

2,700,000

เงินสมทบที่ถือว่าได้รับจากการจำหน่ายบริษัทย่อย

$

$

1,473,571

 การกระทบยอดมาตรการทางการเงินของ GAAP และ Non-GAAP

 SBC MEDICAL GROUP HOLDINGS INCORPORATED

 การกระทบยอดผลลัพธ์ของ GAAP และ Non-GAAP ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ
 

 สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุด
 31 ธันวาคม

 สำหรับปีสิ้นสุด
 31 ธันวาคม

 2025

 2024

 2025

 2024

รายได้รวมสุทธิ

$

39,566,706

 

 

$

44,420,537

 

 

$

173,607,489

 

$

205,415,542

รายได้จากการดำเนินงาน

12,848,892

4,717,662

67,486,398

70,303,710

ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย

673,684

 

 

 

931,596

 

 

 

2,684,300

 

 

3,799,377

ขาดทุนจากการด้อยค่า

15,058,965

15,058,965

 EBITDA

13,522,576

 

 

 

20,708,223

 

 

 

70,170,698

 

 

89,162,052

 อัตรากำไร EBITDA

34

%

 

 

47

%

 

 

40

%

 

 

43

%

 อัตรากำไรสุทธิ

36

%

 

 

15

%

 

 

29

%

 

 

23

%

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

SBC Medical Group Holdings Incorporated
Hikaru Fukui / หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ อีเมล: ir@sbc-holdings.com

ที่มา: SBC Medical Group Holdings Incorporated

Boyd เสร็จสิ้นการขายธุรกิจด้านความร้อนให้กับบริษัท Eaton ในราคา 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Logo

บริษัท Boyd พร้อมที่จะขยายธุรกิจวัสดุวิศวกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินงานในฐานะบริษัทอิสระที่มีโอกาสในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

โบคาเรตัน ฟลอริดา–(BUSINESS WIRE)–13 มีนาคม 2026

Boyd Corporation (“Boyd”) ผู้คิดค้นนวัตกรรมระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจในด้านวัสดุวิศวกรรมและโซลูชันด้านความร้อน ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้เสร็จสิ้นการขายธุรกิจด้านความร้อนให้กับ Eaton บริษัทด้านการจัดการพลังงานอัจฉริยะ ในราคา 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2025

ธุรกิจวัสดุวิศวกรรมของ Boyd จะดำเนินงานในฐานะบริษัทอิสระ โดยได้รับการสนับสนุนจาก Goldman Sachs Alternatives ธุรกิจวัสดุวิศวกรรมของ Boyd จะยังคงออกแบบและผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยในการปิดผนึก ป้องกัน ฉนวน และปกป้อง พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ของลูกค้าในตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

Boyd มีจุดยืนเชิงกลยุทธ์ที่ได้เปรียบในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง ผ่านความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์วัสดุที่กว้างขวาง วิศวกรรมขั้นสูง เทคโนโลยีการผลิตที่แตกต่าง และความร่วมมือที่ไว้วางใจได้กับลูกค้า

“Boyd ได้คว้าโอกาสการเติบโตสูงด้วยการนำเสนอโซลูชันที่สร้างสรรค์และมุ่งเน้นลูกค้าในตลาดสำคัญที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว เช่น อุปกรณ์สวมใส่ทางการแพทย์ ศูนย์ข้อมูล AI ระบบจัดเก็บพลังงานแบตเตอรี่ ดาวเทียมวงโคจรต่ำ และตลาดเกิดใหม่ เช่น หุ่นยนต์” Doug Britt ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Boyd กล่าว “จากการขายธุรกิจด้านความร้อน ทีมผู้บริหารของเรามีความยินดีที่จะเปลี่ยนไปมุ่งเน้นที่การเติบโตอย่างประสบความสำเร็จของธุรกิจวัสดุวิศวกรรมระดับโลกของเรา”

“Boyd เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Goldman Sachs Alternatives ในการสนับสนุนธุรกิจที่แข็งแกร่งซึ่งมีทีมผู้บริหารที่ยอดเยี่ยมในภาคส่วนที่มีพื้นฐานที่มั่นคงในระยะยาว” Leonard Seevers หุ้นส่วนแบบ Private Equity ของ Goldman Sachs Alternatives กล่าว ““เรารู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จของทีมงานทั้งหมดในธุรกิจด้านความร้อนของ Boyd และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะให้การสนับสนุน Boyd Corporation ในการเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป”

การขายกิจการครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของวัสดุวิศวกรรมของ Boyd เนื่องจากในอดีต Boyd ได้แยกการดำเนินงาน การบริหาร การวิจัยและพัฒนา การขาย และทีมสนับสนุนลูกค้าออกจากกันระหว่างธุรกิจด้านความร้อนและวัสดุวิศวกรรม ลูกค้าวัสดุวิศวกรรมของ Boyd จะยังคงได้รับการบริการที่มีคุณภาพสูงเช่นเดิมตามที่พวกเขาคาดหวังจาก Boyd

เกี่ยวกับ Boyd

Boyd คือผู้นำนวัตกรรมระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจในด้านโซลูชันที่ยั่งยืน ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ของลูกค้าดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น เร็วขึ้น และเชื่อถือได้มากขึ้น วัสดุวิศวกรรมที่เป็นนวัตกรรมของเราช่วยพัฒนาเทคโนโลยีของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในศูนย์ข้อมูลที่ทันสมัยที่สุดในโลก เพิ่มความแม่นยำของระบบดูแลสุขภาพส่วนบุคคลและระบบวินิจฉัยโรคที่ล้ำสมัย ช่วยให้เทคโนโลยีอากาศยานและระบบรักษาความปลอดภัยที่สำคัญมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพิ่มความน่าเชื่อถือและขยายระยะการใช้งานสำหรับแอปพลิเคชันการเคลื่อนที่อัจฉริยะ และเร่งสร้างนวัตกรรมในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอินเทอร์เฟซระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรยุคใหม่ หัวใจสำคัญของการผลิตทั่วโลกของ Boyd คือความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งในการปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วยการดำเนินงานระดับภูมิภาคที่ยั่งยืน ปรับขนาดได้ คล่องตัว และตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม ซึ่งช่วยลดของเสียและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เราส่งเสริมพนักงาน พัฒนาศักยภาพของพวกเขา และสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาทำในสิ่งที่ถูกต้องด้วยความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบเพื่อสนับสนุนความสำเร็จของลูกค้าของเรา

มาเยี่ยมชมเราได้ที่ www.boydcorp.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Neha Toshniwal
neha.toshniwal@boydcorp.com

ที่มา: Boyd Corporation

Unicharm Group เปิดเผยโครงการริเริ่มระดับโลกเนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม

Logo

การเสริมศักยภาพให้ผู้หญิงใช้ชีวิตอย่างแท้จริงผ่านการศึกษาและการสนับสนุนการจ้างงานสำหรับคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–05 มีนาคม 2026

Unicharm Corporation (TOKYO: 8113) กำลังเร่งดำเนินการทางธุรกิจเพื่อลดช่องว่างทางเพศทั่วโลก พร้อมทั้งส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนภายใต้แก่นแท้ของแบรนด์องค์กร “Love Your Possibilities” เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม โดยบริษัทกำลังก้าวข้ามการสร้างความตระหนักรู้แบบเดิมๆ ไปสู่การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับข้อจำกัดทางสรีรวิทยา เช่น การมีประจำเดือน ในฐานะ “ความท้าทายทางสังคมเชิงโครงสร้าง” ทาง Unicharm มีความภูมิใจที่ได้ประกาศโครงการริเริ่มล่าสุดเพื่อสนับสนุนการศึกษาและการจ้างงานของสตรี ผ่านการจัดหาผลิตภัณฑ์และโครงการด้านการศึกษาในบราซิล อินโดนีเซีย และเคนยา ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทกำลังเข้าไปลงทุนอย่างจริงจังในขณะนี้

Sanitary napkins scheduled for launch in Brazil

ผ้าอนามัยที่เตรียมเปิดตัวในบราซิล

โครงการริเริ่มระดับภูมิภาคโดย Unicharm Group
1. [บราซิล] เปิดตัว ‘SOFY’ อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสนับสนุนการเพิ่มการมีส่วนร่วมของแรงงานหญิง
Unicharm จะเปิดตัวแบรนด์ผ้าอนามัย ‘SOFY’ ในตลาดบราซิล ที่มีอัตราการจ้างงานสตรีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
– ความเป็นเอกลักษณ์และการปรับตัวให้เข้ากับตลาด: เพื่อเข้าถึงกลุ่มเยาวชนที่ใส่ใจเทรนด์ในบราซิล ทาง Unicharm ได้เปิดร้านค้า TikTok อย่างเป็นทางการเพื่อสื่อสารคุณค่าของแบรนด์ไปยังผู้บริโภคโดยตรง

2. [อินโดนีเซีย] การเคารพในวัฒนธรรมและขจัด “ความไม่สบายใจ”
ในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของประชากรมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทาง Unicharm ได้ดำเนินกิจกรรมทางการศึกษาที่ให้ความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น
– ความเชื่อมโยงในช่วงเดือนรอมฎอน: เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2026 ในฐานะส่วนหนึ่งของกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเดือนถือศีลอด (รอมฎอน) ทาง Unicharm ได้จัดกิจกรรม “การให้ความรู้เรื่องประจำเดือนครั้งแรก” ให้แก่นักเรียนประมาณ 60 คน ในโรงเรียนมัธยมอิสลามแห่งหนึ่ง
– ข้อมูลเบื้องต้น: ด้วยการเคารพบริบททางศาสนาและวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการมีประจำเดือน ทาง Unicharm มีเป้าหมายที่จะสร้าง “สังคมที่สมานฉันท์” ซึ่งผู้หญิงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างที่ต้องการในทุกสภาพแวดล้อม

3. [เคนยา] การสร้างศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์สำหรับแอฟริกาตะวันออกและการลงทุนเพื่อคนรุ่นใหม่
จากสถานการณ์การเติบโตในระยะยาวของภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก ทาง Unicharm วางแผนที่จะจัดตั้งบริษัทสาขาใหม่ชื่อ “Sofy East Africa Limited” ในสาธารณรัฐเคนยาในเดือนเมษายน 2026
– บริบททางสังคมและการลดความเสี่ยง: ในพื้นที่อย่างเช่น คิเบรา ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนแอแออัดที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา “ความยากจนเนื่องจากปัญหาประจำเดือน” ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่กีดกันเด็กผู้หญิงจากโอกาสทางการศึกษา
– การดำเนินการเฉพาะ: เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2026 ทาง Unicharm ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลหญิง โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน กิจกรรมนี้เป็นการผสมผสานกีฬาเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในตนเองเข้ากับการให้ความรู้ด้านสุขภาพประจำเดือนที่สำคัญ

แนวโน้มในอนาคต
ความเหลื่อมล้ำทางเพศในด้านการศึกษาและโอกาสในการจ้างงานยังคงมีอยู่ทั่วไปในหลายส่วนของโลก โดย Unicharm จะยังคงมุ่งมั่นที่จะจัดหาผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมทางการศึกษา เพื่อให้มั่นใจว่าผู้หญิงสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ปราศจากความไม่สบายหรือข้อจำกัดใดๆ ที่เกิดจากการมีประจำเดือน เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างโอกาสทางการศึกษาและการมีส่วนร่วมทางสังคมของผู้หญิง ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับสถานะทางสังคมของผู้หญิงในที่สุด

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260305954347/en

Contacts

[สำหรับการสอบถามข้อมูล]
Unicharm Corporation แผนกการสื่อสารการตลาดระดับโลก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ Love Your Possibilities
อีเมล: brand-pr@unicharm.com

ที่มา: Unicharm Corporation



Mary Kay มุ่งสู่มาตรฐานการผลิตระดับโลกในระดับ Gold

Logo

คุณภาพที่ได้รับการรับรอง: Mary Kay ได้รับมาตรฐาน ISO 22716

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–04 มีนาคม 2026

Mary Kay Inc. ผู้นำระดับโลกด้านการขายตรงผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลผิว ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22716 ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลที่เป็นที่ยอมรับในด้านหลักปฏิบัติที่ดีในการผลิต (GMP) สำหรับเครื่องสำอาง ที่ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของบริษัทต่อคุณภาพ ความปลอดภัย และความไว้วางใจของผู้บริโภคทั่วโลก

Chaun Harper, Chief Supply Chain Officer at Mary Kay Inc., emphasized the broader significance of the milestone: “At Mary Kay, quality is not a checkbox – it is a promise, an operational framework, and a culture. (Photo Credit: Mary Kay Inc.)

Chaun Harper ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายห่วงโซ่อุปทานของ Mary Kay Inc. เน้นย้ำถึงความสำคัญในวงกว้างของเหตุการณ์สำคัญนี้ว่า “ที่ Mary Kay คุณภาพไม่ใช่แค่การทำเครื่องหมายในช่องสี่เหลี่ยม แต่เป็นคำมั่นสัญญา กรอบการดำเนินงาน และวัฒนธรรม” (เครดิตภาพ: Mary Kay Inc.)

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการผลิตระดับโลกของ Mary Kay:

  • ศูนย์การผลิตและวิจัยและพัฒนา Richard R. Rogers (R3) ที่ทันสมัยของ Mary Kay ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED ระดับ Silver ตั้งอยู่บนพื้นที่ 26 เอเคอร์ ในเมืองลูอิสวิลล์ รัฐเท็กซัส
  • R3 เป็นโครงการลงทุนที่มีมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นอาคารขนาด 453,000 ตารางฟุต
  • R3 มีศักยภาพในการผลิตสูงถึง 1 ล้านชิ้นต่อวันจากสายการผลิตบรรจุภัณฑ์ 21 สาย
  • ผลิตภัณฑ์เกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ที่ผลิตในโรงงานแห่งนี้จะถูกส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทในกว่า 40 ตลาดทั่วโลก

ISO 22716 เป็นมาตรฐานสากลที่ครอบคลุมและสอดคล้องกับมาตรฐานของสหภาพยุโรปสำหรับการผลิต การควบคุม การจัดเก็บ และการขนส่งผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตการรับรองนี้มาในช่วงเวลาสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมความงาม เนื่องจากพระราชบัญญัติการปรับปรุงกฎระเบียบเครื่องสำอางปี 2022 (MoCRA) ได้เสริมสร้างการกำกับดูแลด้านกฎระเบียบในสหรัฐอเมริกาและกำหนดหลักปฏิบัติที่ดีในการผลิตสำหรับเครื่องสำอางอย่างเป็นภาคบังคับ

Chaun Harper ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายห่วงโซ่อุปทานของ Mary Kay Inc. ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในวงกว้างของเหตุการณ์สำคัญนี้ว่า “ที่ Mary Kay คุณภาพไม่ใช่แค่การทำเครื่องหมายในช่องสี่เหลี่ยม แต่เป็นคำมั่นสัญญา กรอบการดำเนินงาน และวัฒนธรรม การรับรองมาตรฐาน ISO 22716 มีความสำคัญ เพราะเป็นมาตรฐานระดับโลกที่รับรองสิ่งที่เรามุ่งมั่นมาโดยตลอด นั่นคือ การผลิตผลิตภัณฑ์ด้วยความเอาใจใส่ ความสม่ำเสมอ และความรับผิดชอบ ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงสินค้าสำเร็จรูป สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมของเราในการส่งเสริมให้ผู้คนทำสิ่งต่างๆ อย่างถูกต้องในทุกๆ วัน และตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวของเราในการผลิตผลิตภัณฑ์ความงามที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ”

ISO 22716 ได้รับการยอมรับทั่วโลกในฐานะมาตรฐาน GMP สำหรับเครื่องสำอาง โดยกำหนดให้มีการจัดทำเอกสารอย่างเข้มงวด การตรวจสอบย้อนกลับของทุกชุดการผลิต การฝึกอบรมที่เป็นระบบ การจัดการคุณภาพซัพพลายเออร์ และกระบวนการที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการผลิตอย่างปลอดภัย มีการควบคุม และโปร่งใส

สำหรับผู้บริโภค การรับรองนี้เป็นสัญญาณแห่งความเชื่อมั่น สำหรับหน่วยงานกำกับดูแลและพันธมิตร การรับรองนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความสอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับ Mary Kay การรับรองนี้เป็นการยืนยันถึงวัฒนธรรมที่สร้างขึ้นบนความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และความเป็นเลิศ ซึ่งเป็นคุณค่าที่หยั่งรากอยู่ในปรัชญากฎทองของ Mary Kay Ash ผู้ก่อตั้ง

ในขณะที่อุตสาหกรรมความงามกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการกำกับดูแลและความรับผิดชอบ การได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22716 ของ Mary Kay ได้ช่วยตอกย้ำให้เห็นว่ามาตรฐานระดับโลก การกำกับดูแลที่เข้มแข็ง และวัฒนธรรมคุณภาพที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง สามารถผสานรวมกันเพื่อกำหนดอนาคตของเครื่องสำอางได้อย่างไร

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay Ash ผู้ก่อตั้งแบรนด์ความงามในฝันของเธอในเท็กซัสเมื่อปี 1963 โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการทำให้ชีวิตของผู้หญิงดีขึ้น ความฝันนั้นได้เบ่งบานจนกลายเป็นบริษัทระดับโลกที่มีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนในกว่า 40 ตลาด เป็นเวลากว่า 60 ปีแล้วที่โอกาสของ Mary Kay ได้ส่งเสริมให้ผู้หญิงกำหนดอนาคตของตนเองผ่านการศึกษา การให้คำปรึกษา การสนับสนุน และนวัตกรรม Mary Kay มุ่งมั่นที่จะลงทุนในด้านวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เครื่องสำอางสี อาหารเสริม และน้ำหอมที่ล้ำสมัย Mary Kay เชื่อในการอนุรักษ์โลกของเราไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป ปกป้องผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากโรคมะเร็งและการล่วงละเมิดในครอบครัว และสนับสนุนให้เยาวชนเดินตามความฝันของตนเอง เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ marykayglobal.com พบกับเราได้บน Facebook, Instagram และ LinkedIn หรือติดตามเราบน X.

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260304100367/en

Contacts

Mary Kay Inc. Corporate Communications
newsroom.marykay.com
972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com

ที่มา: Mary Kay Inc.

Laurier ของ Kao เปิดตัวโครงการริเริ่มด้านการสื่อสารแบรนด์ใหม่ทั่วเอเชีย: เสริมสร้างการบูรณาการระดับโลกให้เป็นแบรนด์หลักในธุรกิจของ Kao ในเอเชีย

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–04 มีนาคม 2026

โดยเริ่มตั้งแต่วันสตรีสากลในวันที่ 8 มีนาคม ทาง Kao Corporation (TOKYO:4452) จะเปิดตัวแคมเปญสื่อสารแบรนด์ใหม่ในเก้าประเทศและภูมิภาคในเอเชีย สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยสำหรับสตรี Laurier ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจในเอเชียของบริษัท

Laurier Campaign Key Visual

ภาพหลักสำหรับแคมเปญของ Laurier

Laurier มุ่งมั่นที่จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ให้การสนับสนุนและเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับประจำเดือน เพื่อให้ผู้หญิงรู้สึกสบายใจมากขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ ภายใต้สโลแกนหลัก “ความสบายที่สร้างสรรค์ร่วมกัน” ที่จะดำเนินการพร้อมกันทั่วเอเชีย ซึ่งทาง Kao ยังคงตั้งเป้าหมายที่จะมุ่งมั่นพัฒนาต่อไปในฐานะแบรนด์ระดับโลกของ Laurier

Laurier เป็นหนึ่งในแบรนด์หลักที่สนับสนุนธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลผู้บริโภคของ Kao ในเอเชีย ได้ส่งเสริมการดำเนินงานแบบบูรณาการทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 2023 ที่ครอบคลุมทั้งเก้าประเทศและภูมิภาคในเอเชีย รวมถึงญี่ปุ่นด้วย โดย Laurier ได้ดำเนินการเพื่อรวมข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และรวมสถานที่ผลิตเพื่อปรับปรุงอัตราการหมุนเวียนสินทรัพย์ นอกจากนี้ทาง Laurier ยังได้ส่งเสริมการอภิปรายเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพในการตีความวัตถุประสงค์และโลกทัศน์ของแบรนด์ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค และได้ปรับปรุงแนวทางปฏิบัติระดับโลกให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

ด้วยความพยายามเหล่านี้ เพื่อสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์ไปทั่วเอเชียพร้อมๆ กัน ทาง Laurier กำลังริเริ่มโครงการสื่อสารแบรนด์ใหม่ โดยกลับไปสู่หลักการพื้นฐานของ Kao ที่เน้นมุมมองของผู้บริโภค โดย Laurier จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์มากยิ่งขึ้นด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานระยะยาว และส่งเสริมการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความเห็นอกเห็นใจผ่านการสื่อสารที่สม่ำเสมอในทุกภูมิภาค

Laurier ได้ทำการสำรวจทัศนคติเกี่ยวกับการมีประจำเดือนในกลุ่มสตรี 4,500 คนในเก้าประเทศและภูมิภาคในเอเชีย* ซึ่งผลการสำรวจพบว่า ในเอเชีย สตรีจำนวนมากรู้สึกว่าอาการ ความกังวล และข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือนนั้นส่งผลกระทบต่อความรู้สึกสบายโดยรวมในชีวิตประจำวันของพวกเธอ
*Kao ได้ทำการสำรวจออนไลน์เกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อประจำเดือนในกลุ่มสตรีอายุ 15-44 ปี ใน เก้าประเทศและภูมิภาคในเอเชีย รวมถึงประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2023 และตุลาคม-พฤศจิกายน 2024 (จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่ถูกต้อง: 4,500 คน)

ด้วยโครงการริเริ่มนี้ ทาง Laurier จะยังคงมุ่งมั่นต่อไปในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ครอบคลุมที่ผู้หญิงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่โดยไม่รู้สึกถูกจำกัดด้วยประจำเดือน
ในฐานะแบรนด์ระดับโลก Laurier ไม่เพียงแต่จะจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังให้การสนับสนุนผู้หญิงตลอดช่วงชีวิตด้วยการให้ข้อมูลและการสนับสนุนด้านการศึกษา ที่มีส่วนช่วยในการสร้างสังคมที่ผู้หญิงแต่ละคนสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองรู้สึกได้อย่างแท้จริง

เกี่ยวกับโครงการริเริ่มด้านการสื่อสารแบรนด์

ข้อความสำคัญ
ความสบายที่สร้างสรรค์ร่วมกันLaurier พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น
เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกไม่สบายตัวหรือไม่สามารถทำตัวเป็นปกติได้ในขณะมีประจำเดือน ผู้หญิงไม่ควรต้องดิ้นรนหาความสบายตัวในช่วงมีประจำเดือนด้วยตัวเอง เราอาจไม่สามารถขจัดความไม่สบายตัวหรือความเจ็บปวดทางกายได้ทั้งหมด แต่เราเชื่อว่าด้วยการส่งเสริมความเข้าใจจากคนรอบข้างและสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนมากขึ้น การเป็นประจำเดือนจะรู้สึกสบายขึ้นได้
ภาพรวม
แคมเปญนี้จะรวมมุมมองของแบรนด์ให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งในเก้าประเทศและภูมิภาคของเอเชีย และจะดำเนินการตามโครงการริเริ่มดังต่อไปนี้

– ประเทศ/ภูมิภาค : Kao Corporation / Kao Commercial (Shanghai) Co., Ltd. / Kao (Hong Kong) Ltd. / Kao (Taiwan) Corporation / Kao Vietnam Co., Ltd. / Kao Industrial (Thailand) Co., Ltd. / Kao (Malaysia) Sdn. Bhd. / Kao Singapore Pte. Ltd. / PT Kao Indonesia
– วันที่เริ่มต้น : 4 มีนาคม 2026

โครงการริเริ่มทางสังคมที่ดำเนินอยู่

ในฐานะแบรนด์ที่ให้การสนับสนุนผู้หญิง ทาง Laurier มีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในกิจกรรมต่างๆ ต่อไปนี้ในแต่ละประเทศและภูมิภาค

  • ญี่ปุ่น: โครงการ “Laurier in Workplace” (Laurier ในสถานที่ทำงาน) และ “Laurier in School” (Laurier ในโรงเรียน) ที่จัดให้มีผ้าอนามัยเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในสถานที่ทำงานและโรงเรียน
  • อินโดนีเซีย: “Dr. Laurier” ให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับปัญหาประจำเดือนที่ยากจะพูดคุยกับผู้อื่น

นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ทาง Laurier ยังให้ความรู้เกี่ยวกับการมีประจำเดือนครั้งแรก เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้เรียนในทั้งเก้าประเทศและภูมิภาคผ่านกิจกรรมเหล่านี้อีกด้วย Laurier จะยังคงเป็นมากกว่าแค่แบรนด์ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยสำหรับสตรี แต่จะยังคงเป็นแบรนด์ที่ให้การสนับสนุนผู้หญิงในทุกช่วงชีวิตและในทุกสภาพแวดล้อมทางสังคมต่อไป

ความคิดเห็นจาก Kazuya Miyashita, ประธานธุรกิจสุขอนามัยของ Kao Corporation

Laurier มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานแบบบูรณาการทั่วโลก การเปิดตัวการสื่อสารแบรนด์ใหม่นี้ในเก้าประเทศและภูมิภาคในเอเชีย ถือเป็นก้าวต่อไปในการสร้างแบรนด์ระดับโลกที่สอดคล้องกัน ที่จะก้าวข้ามพรมแดน รับฟังเสียงของผู้คน รวมถึงแบ่งปันวิสัยทัศน์และค่านิยมของ Laurier ไปทั่วเอเชีย แม้ว่าความกังวลและความรู้สึกเกี่ยวกับประจำเดือนจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ก็มีหลายแง่มุมของประจำเดือนที่ถูกพูดถึงว่าเป็นสิ่งที่ต้องอดทนหรือเป็นเรื่องส่วนตัว ผ่านแคมเปญการสื่อสารนี้ ทาง Laurier มุ่งมั่นที่จะยกระดับประเด็นเรื่องประจำเดือนให้เหนือกว่าเรื่องส่วนตัว ส่งเสริมความเข้าใจจากผู้อื่น และสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้หญิงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น ในฐานะแบรนด์หลักในธุรกิจเอเชียของ Kao โดย Laurier จะยังคงมีส่วนร่วมในการเติบโตอย่างยั่งยืนและการสร้างสังคมที่ผู้หญิงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย มั่นใจ และมีข้อจำกัดน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นวันใดก็ตาม

เกี่ยวกับ Kao

Kao เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน เครื่องสำอาง และสารเคมีพิเศษจากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยมอบการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้คนและโลกใบนี้ ผ่านแบรนด์ต่างๆ เช่น ผงซักฟอก Attack, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Bioré และ Jergens, ผลิตภัณฑ์สุขอนามัย Laurier, เครื่องสำอาง Curél, SENSAI และ MOLTON BROWN รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม Oribe โดย Kao นั้นเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วเอเชีย อเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เมื่อรวมกับธุรกิจเคมีภัณฑ์ซึ่งมีส่วนช่วยในอุตสาหกรรมต่างๆ มากมายแล้ว ทาง Kao สามารถสร้างยอดขายต่อปีได้ประมาณ 1,630 พันล้านเยน โดย Kao มีพนักงานประมาณ 32,600 คนทั่วโลก และมีประวัติศาสตร์ด้านนวัตกรรมมาอย่างยาวนานกว่า 130 ปี ในฐานะองค์กรที่ผลิตสินค้าที่ผู้คนใช้ในชีวิตประจำวัน ทาง Kao Group จึงมีความรับผิดชอบที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้ระบุไว้ในกลยุทธ์ ESG ของ Kao หรือ Kirei Lifestyle Plan ที่เปิดตัวในปี 2019
โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Kao Groupสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260303996141/en

Contacts

หากต้องการสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ โปรดติดต่อ:
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
Kao Corporation
corporate_pr@kao.com

ที่มา: Kao Corporation

The Bangkok Reporter