“จ๊อบไทย” เผยกลยุทธ์การบริหารบุคลากรของ 4 องค์กรชั้นนำ ไทยเบฟ – ธนาคารกสิกรไทย – ทรู – SCG พร้อมสำรวจคุณสมบัติที่มองหาจากคนทำงานรุ่นใหม่

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–7 กรกฎาคม 2563

imgความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่พัฒนารวดเร็วอย่างก้าวกระโดด ทำให้โลกของการทำงานต้องเปลี่ยนไปจากในอดีต ในฝั่งขององค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพื่อนำองค์กรก้าวไปข้างหน้า ฝั่งคนทำงานก็จำเป็นต้องรู้เท่าทันเทรนด์โลกที่เปลี่ยนไป โดยต้องมีทักษะความสามารถ และมุมมองแนวคิด ที่ตอบโจทย์กับความต้องการของโลกการทำงานมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ จ๊อบไทย (JobThai) ในฐานะผู้นำด้านการหางาน สมัครงาน ออนไลน์ ของประเทศไทย จึงได้พาคนทำงานไปดูกลยุทธ์และแนวทางการบริหารบุคลากรขององค์กรชั้นนำในฝันของหลาย ๆ คน ว่ามีการส่งเสริม พัฒนาทักษะของบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล ดิสรัปชัน (Digital Disruption) อย่างไร พร้อมทั้งสำรวจว่าองค์กรเหล่านี้มองหาอะไรจากคนทำงานรุ่นใหม่

“ไทยเบฟ” สร้างโอกาสให้พนักงานแบบไร้ขีดจำกัด

แนะคนทำงานต้องรู้จักงานและรับผิดชอบ โชว์ความสามารถออกมาให้เห็น

ดร.เอกพล ณ สงขลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุดกลุ่มทรัพยากรบุคคล บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารของไทยและอาเซียน มีพนักงานในเครือทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 60,000 คน กล่าวว่า ไทยเบฟมีแนวทางบริหารคนด้วยคำว่า “โอกาสไร้ขีดจำกัด” (Limitless Opportunity) ด้วยการสร้างโอกาสให้พนักงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเรียนรู้ โอกาสในการเติบโตในสายอาชีพของตัวเอง โอกาสในการเชื่อมเครือข่าย และโอกาสในการทำประโยชน์ให้กับสังคม โดยไทยเบฟจะส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ผ่านการอบรมและปฏิบัติจริง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะที่สำคัญในอนาคต (Future Skills) คือให้พนักงานทุกคนมีความสามารถในการอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีในอนาคตได้โดยไม่กลัวการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ดิสรัปชัน (Digital Disruption) และทำให้พนักงานทุกคนมีแรงจูงใจอยากจะพัฒนาทักษะ (Upskills) ตัวเองอยู่เสมอ

ขณะเดียวกัน พนักงานของไทยเบฟจะยึดวัฒนธรรมองค์กร 3C ได้แก่ 1) Collaboration หรือการผสานพลัง โดยนำจุดแข็งของตัวเองไปผสานกับคนอื่นเพื่อให้งานออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด 2) Creating Values หรือการสร้างสรรค์คุณค่า ซึ่งไม่ใช่แค่ด้านธุรกิจเท่านั้นแต่ยังส่งเสริมให้พนักงานสร้างสรรค์คุณค่าหลากหลายด้าน เช่น ศิลปวัฒนธรรม การพัฒนาชุมชน 3) Caring for Stakeholders หรือว่าการเอาใจใส่ต่อผู้เกี่ยวข้อง เพราะไทยเบฟให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงมีความละเอียดอ่อนต่อการใส่ใจผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นงานในบริษัท หรือคู่ค้า ต้องมีความพึงพอใจร่วมกันเพื่อสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดี            

ในเรื่องคุณสมบัติของคนทำงานนั้น ดร.เอกพล กล่าวว่า ไทยเบฟมองหาคนที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ (Collaboration) และต้องการเข้ามาลงมือทำ ร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ พร้อมแนะนำให้คนรุ่นใหม่ต้องรู้จักงานของตัวเอง รับผิดชอบงานตัวเองให้ได้เป็นอย่างดี วางตัวให้เป็นที่รักของคนอื่น จะทำให้การทำงานราบรื่นขึ้น และต้องแสดงความสามารถที่มีให้เห็น สุดท้ายต้องรู้จักแบ่งปันความรู้ให้กับผู้อื่น ซึ่งสอดคล้องไปกับวัฒนธรรมองค์กรของไทยเบฟ

ธนาคารกสิกรไทย เชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้

ต้องการคนดี ใฝ่เรียนรู้ และมี Can Do Attitude

คุณนฤมล อัศวทองกุล ผู้ร่วมบริหารฝ่ายบริหารงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์และสร้างคุณค่าที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า กล่าวว่า พนักงานของธนาคารเป็นหัวใจหลักในการสร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ ธนาคารจึงให้ความสำคัญในเรื่องของคนด้วยแนวคิด Possibility to Learn and Grow เชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้ที่นี่ โดยมีการพัฒนาคนอย่างเป็นระบบ (Training Roadmap) ผ่านการอบรมในห้องเรียน (Classroom Training) ด้วยการเรียนออนไลน์ โดยมีหลักสูตรหลากหลายให้พนักงานเลือกตามความสนใจ และยังมี KBank Digital Academy ที่ส่งเสริมความสามารถในการนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ ยังมีเวทีให้พนักงานได้แสดงศักยภาพมากมาย

นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทยยังมี K-Culture ซึ่งเป็นแนวทางให้พนักงานยึดเป็นหลักในการทำงาน ประกอบด้วย               1) Customer at Heart ทำงานโดยนึกถึงลูกค้าเป็นสำคัญ 2) Collaboration การทำงานร่วมกับผู้อื่น 3) Agility ทำงานอย่างรวดเร็ว 4) Innovativeness สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า                                              

คุณนฤมล กล่าวเสริมอีกว่า ธนาคารกสิกรไทยมีความท้าทายกับโจทย์ทางธุรกิจใหม่ ๆ ดังนั้นผู้ที่ต้องการเข้ามาร่วมงานกับธนาคารกสิกรไทยนอกจากจะต้องเป็นคนดี มีจริยธรรม เพราะธุรกิจธนาคารต้องโปร่งใส ต้องใฝ่เรียนรู้ ไม่ปิดโอกาสตัวเอง ที่สำคัญต้องมี Can Do Attitude ต้องคิดว่าสามารถทำได้ และเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้

“ทรู” เปิดกว้าง เน้นสร้างประสบการณ์จริง

มองหาคนทำงานที่มี Mindset ดี มี Passion

คุณศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้บุกเบิกและผู้นำด้านคอนเวอร์เจนซ์ที่พร้อมตอบสนองและเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล กล่าวว่า กลุ่มทรูเป็นองค์กรที่เปิดกว้าง มีการเรียนรู้ ยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา กลุ่มทรูเน้นการพัฒนาคน โดยให้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง สร้างประสบการณ์จริง ผ่าน Strategic Program for Leadership Development หรือ SPLD ซึ่งเป็นการนำพนักงานในหน่วยงานต่าง ๆ มาทำงานแบบ Cross Functional เพื่อเรียนรู้ แบ่งปัน ทักษะความสามารถหลากหลายด้าน นอกจากนี้ ยังมี True Digital Academy ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนทักษะต่าง ๆ ในด้านดิจิทัล และมีเครื่องมือในการทำงานที่ทันสมัยพร้อมสำหรับการทำงานในยุคปัจจุบัน

ในการทำงานร่วมกันของพนักงานกลุ่มทรูนั้นจะยึดวัฒนธรรมองค์กร 4 ข้อ ได้แก่ 1) Caring เอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดถึงส่วนร่วมมากกว่าส่วนตน 2) Credible มีความน่าเชื่อถือ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน 3) Creative มีความคิดสร้างสรรค์ ตลอดเวลา ซึ่งกลุ่มทรูได้มีการทำออฟฟิศใหม่ในธีม Createch Space เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ส่งเสริมให้พนักงานได้สร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่ 4) Courageous กล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าทำสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นจริง

“กลุ่มทรูเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและมีความเปลี่ยนแปลงเร็ว จึงมองหาคนที่เปิดรับโอกาสในการทำงานที่หลากหลาย อยากจะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ มี Mindset ที่ดี และมี Passion ที่อยากจะทำสิ่งต่าง ๆ ให้ประสบความสำเร็จ” คุณศรินทร์รา กล่าวทิ้งท้าย

SCG” ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยหลัก 10-20-70

คนทำงานควรเรียนรู้ตลอดเวลา ไม่ยึดติด ยอมรับการเปลี่ยนแปลง

คุณเฑวิณฑร์ สมงาม ผู้อำนวยการสำนักงานการบุคคลกลาง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ซึ่งดำเนินธุรกิจคู่สังคมไทยมากว่า 100 ปี ปัจจุบันประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลักคือ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมิคอลส์ และธุรกิจแพคเกจจิ้ง กล่าวว่า SCG ส่งเสริมให้พนักงานทำงานตามคำมั่นสัญญา Passion for Better ไม่หยุดที่จะเรียนรู้และพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ที่จะมาตอบโจทย์ความต้องการที่ดีกว่า และ SCG เชื่อมั่นว่าการพัฒนาคนให้เข้มแข็ง ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถ ดูแลคุณภาพชีวิต และสร้างความรักผูกพันกับองค์กร จะส่งเสริมให้คนเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา SCG ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย SCG ได้ส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาทักษะผ่านการปฏิบัติงานจริง ด้วยหลัก 70-20-10 คือ เน้นการลงมือปฏิบัติจริง 70% การเรียนรู้ผ่านการโค้ช 20% และ การเรียนรู้ในรูปแบบห้องเรียน 10% นอกจากนี้ SCG ยังได้ทำเรื่องดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) โดยทำโครงการ Hatch Walk Fly ซึ่งเป็นการนำแนวคิดและวิธีการทำงานของสตาร์ทอัพมาปรับใช้ พัฒนาสตาร์ทอัพภายในองค์กร (Internal Startup) สำหรับอุดมการณ์ในการทำงานของพนักงาน SCG มี 4 ข้อ ได้แก่ 1) ตั้งมั่นในความเป็นธรรม 2) มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ 3) เชื่อมั่นในคุณค่าของคน 4) ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม คุณเฑวิณฑร์ กล่าวต่ออีกว่า SCG มองหาคนที่ชอบเรียนรู้ตลอดเวลาไม่ยึดติดและยอมรับการเปลี่ยนแปลง (Eager to Learn) ทำงานโดยใช้ข้อมูล (Data-driven) นึกถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก (Customer-Centric) มีความรู้ความสามารถด้านดิจิทัล (Digital Skills) การทำงานเป็นทีม (Collaboration) และทำงานแบบอไจล์ (Agile) พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนตลอดเวลา        

จากข้อมูลที่จ๊อบไทยได้ไปสำรวจมาจากองค์กรชั้นนำทั้ง 4 แห่ง จะเห็นว่าในภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของบุคลากร ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร เพื่อสร้างโอกาสในการขยายตัวทางธุรกิจท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เพราะฉะนั้นคนทำงานทุกคนควรมีทักษะที่ตอบโจทย์รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมและสอดคล้องกับโลกการทำงานในปัจจุบันมากขึ้น

จ๊อบไทยยังมีบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อคนทำงานอีกมากมาย โดยผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.jobthai.com

###

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th

อุษณีย์ ถาวรกาญจน์ โทร. 081 984 5500 Email: usanee@incom.co.th

8 – 19 กรกฎาคมนี้ บำรุงราษฎร์จัดมหกรรมสุขภาพ “Bumrungrad Health Fair 2020” เอาใจคนรักสุขภาพยุค new normal โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–7 กรกฎาคม 2563

imgโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ตอบโจทย์วิถีสุขภาพแบบ new normal จัดมหกรรมสุขภาพ Bumrungrad Health Fair 2020” สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนเพื่อสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม พร้อมเชิญชวนผู้รักสุขภาพเข้าร่วมงาน ในวันที่ 8 – 19 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 – 19.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น G ภายในงาน มีกิจกรรมตรวจสุขภาพเบื้องต้น อาทิ ตรวจวัดความดันโลหิตสูง ตรวจวัดวิเคราะห์องค์ประกอบมวลสารในร่างกาย ฯลฯ พร้อมอัพเดทเทรนด์ความรู้นวัตกรรมใหม่ๆ เกี่ยวกับสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยเทคโนโลยีการตรวจหาความผิดปกติของยีนเพื่อวิเคราะห์โอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคในอนาคต ชมนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งตับ การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ การผ่าตัดรักษาภาวะสายตาสั้นและเอียงด้วยนวัตกรรม ReLEx SMILE และปัญหาทางการได้ยิน รวมถึงมีแพคเกจตรวจสุขภาพพิเศษซื้อ 1 แถม 1 กว่า 20 โปรแกรม พร้อมเชิญรับฟังเสวนาสุขภาพจากแพทย์ผู้ชำนาญการหลากหลายสาขา โดยมีแขกรับเชิญ ตั๊ก-มยุรา เศวตศิลา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดงาน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บำรุงราษฎร์ โทร. 1378

———————————————————-

กรณีต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

คุณกุนธิรา ณัฐวัฒนานนทน์

ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์

Tel: 094 1545698

E-mail: khuntira4pr@gmail.com

กสิกรไทยชวนออมด้วยบัญชีเงินฝากทวีทรัพย์ KBank x BLACKPINK ดอกเบี้ยสูงสุด 1.50% ต่อปี ปลอดภาษี พิเศษ! รับฟรีกระเป๋า KBank x BLACKPINK เมื่อฝาก 2,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–7 กรกฎาคม 2563

imgธนาคารกสิกรไทย ชวนคนรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจออมเงินอย่างสม่ำเสมอและออมเงินเพื่อเป้าหมาย รับเงินก้อนใหญ่ในอนาคต  ด้วยบัญชีเงินฝากทวีทรัพย์ KBank x BLACKPINK รับดอกเบี้ยสูงสุด 1.50% ต่อปีขึ้นอยู่กับวงเงินฝาก เป็นดอกเบี้ยปลอดภาษี ออมง่าย เพียงฝากเงินขั้นต่ำเดือนละ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท ฝากเท่ากันทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 24 เดือน และสมัครบริการนำฝากเงินอัตโนมัติด้วยการหักบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน พิเศษ สำหรับลูกค้าที่ฝากเงินตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน รับกระเป๋าพร้อมสายคล้องมือ KBank x BLACKPINK ฟรี 1 ใบ ทันทีที่สาขา

ทั้งนี้ บัญชีเงินฝากทวีทรัพย์ดังกล่าว มีเงื่อนไขวงเงินฝากต่อเดือนและอัตราดอกเบี้ยต่อปี ดังนี้ ฝาก 500-9,999 บาท รับอัตราดอกเบี้ย 1.35% และฝาก 10,000-25,000 บาท รับอัตราดอกเบี้ย 1.50% โดยลูกค้าที่มีอายุ 12 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป  สามารถเปิดบัญชีได้ในชื่อตนเอง เพียงใช้บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ส่วนพ่อหรือแม่ที่ต้องการเปิดบัญชีให้ลูกที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี สามารถเปิดบัญชีในชื่อลูกได้ โดยใช้เอกสารประกอบการเปิดบัญชี คือ บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของพ่อหรือแม่ ทะเบียนบ้านฉบับจริง และ บัตรประจำตัวประชาชนของลูกหรือสูติบัตรตัวจริง

บัญชีเงินฝากทวีทรัพย์ KBank x BLACKPINK สามารถเปิดบัญชีได้แล้วตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม 2563 ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา โดยไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ K-Contact Center 02-8888888 กด 02 หรือคลิก https://kbank.co/2VkgyWR

PHC Group เพิ่มหุ้นใน SciMed เพื่อเสริมแกร่งธุรกิจวิทยาศาสตร์ชีวภาพในเอเชีย

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–07 กรกฎาคม 2563

PHC Holdings Corporation (สำนักงานใหญ่: โตเกียว, จากนี้เรียก PHCHD) ประกาศวันนี้ว่าได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าถือหุ้นใน SciMed (Asia) Pte Ltd (สำนักงานใหญ่: สิงคโปร์, จากนี้เรียก SciMed) เพิ่ม 55.01% โดย SciMed เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพรายใหญ่ของ PHC Group ในทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ข้อตกลงซื้อหุ้น SciMed นี้ทำให้หุ้นของ PHCHD ในบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 14.99% เป็น 70% โดยจากนี้ไป SciMed จะดำเนินการในฐานะบริษัทย่อยของ PHCHD อยู่ในส่วนของธุรกิจชีววิทยาศาสตร์/การวินิจฉัยโรค

SciMed ซึ่งตั้งอยู่ในสิงคโปร์ เป็นผู้ทำตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วิทยาศาสตร์ชีวภาพและบริการที่เกี่ยวข้องทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ด้วยเครือข่ายกระจายสินค้าที่ครอบคลุมในภูมิภาค รวมถึงความเชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งและศักยภาพในการให้บริการด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ SciMed จึงเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย PHCHD ได้ยกให้ SciMed เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าหลักในธุรกิจวิทยาศาสตร์ชีวภาพทั้งหมดของบริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย และได้ขยายธุรกิจของบริษัทในภูมิภาคดังกล่าวผ่านความเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นและยาวนานกว่า 30 ปี

ข้อตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการเติบโตของ PHC Group โดยทำให้ธุรกิจปัจจุบันมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปพร้อมกับการหาวิธีการในการเพิ่มผลิตภัณฑ์และบริการใหม่เข้ามาเติมเต็มธุรกิจของกลุ่ม ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นหลังประสบความสำเร็จในการเข้าถือครองธุรกิจด้านพยาธิวิทยากายวิภาค (ดำเนินการภายใต้ชื่อ Epredia) จาก Thermo Fisher Scientific, Inc. ในเดือนมิถุนายน ปี 2562 และการเข้าซื้อ LSI Medience Corporation จาก Life Science Institute, Inc. ในเดือนสิงหาคมของปีเดียวกัน ซึ่งได้เข้ามาเสริมแกร่งธรุกิจการวินิจฉัยโรคและบริการด้านการดูแลสุขภาพของบริษัทตามลำดับ

PHC Group ยังเดินหน้าขับเคลื่อนการขยายธุรกิจในประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของกลยุทธ์การเติบโตในอนาคต โดยการลงทุนครั้งใหญ่กับ SciMed เพื่อสร้างให้เป็นบริษัทย่อยของ PHCHD ช่วยให้ PHC Group ได้ประโยชน์มากขึ้นจากฐานลูกค้าที่มีอยู่แล้วของ SciMed รวมถึงบริการในภูมิภาคนั้น ซึ่งจะสร้างโอกาสทางการตลาดที่มากขึ้นและเพิ่มความสามารถในการรุกตลาดในประเทศเช่นอินเดีย ซึ่งจะเสริมให้ธุรกิจด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพมีความแข็งแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังจะช่วยให้ธุรกิจอื่น ๆ ของ PHC Group สามารถใช้เครือข่ายกระจายสินค้าของ SciMed ในการเข้าถึงลูกค้าในภูมิภาคได้อีกด้วย

Michael Kloss ประธานและซีอีโอแห่ง PHCHD กล่าวว่า “เรายินดีที่ได้ก้าวไปอีกขั้นกับการรวม SciMed ให้เป็นส่วนหนึ่งของ PHC Group ในฐานบริษัทย่อย ไม่กี่ปีมานี้ เราได้เห็นแล้วว่างานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพกำลังมีความก้าวหน้าอย่างมากในอินเดียและประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ และจากการเพิ่มขึ้นของความชุกและผลกระทบจากโรค เช่น มะเร็ง เราหวังที่จะได้เห็นการเติบโตที่มากขึ้นในธุรกิจการวินิจฉัยโรคในภูมิภาค ภายใต้ข้อตกลงเข้าถือครองหุ้นส่วนใหญ่ใน SciMed นี้ กลุ่มบริษัทของเราจะขยายธุรกิจในประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ และเร่งให้ธุรกิจของเราเติบโตอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นในภูมิภาคนี้”

Keith Low กรรมการผู้จัดการ SciMed กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพที่ PHC Group พัฒนาและผลิตขึ้นได้รับความไว้วางใจในเรื่องของคุณภาพจากลูกค้าอย่างมาก ทั้งยังเข้าถึงตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แบบเจาะลึก ไม่นานมานี้ เราได้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในตลาดอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะสูงเกินอัตราการเติบโตในจีนด้วยซ้ำ ด้วยความช่วยเหลือที่มากขึ้นจาก PHC Group เราจะสามารถช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในธุรกิจวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการวินิจฉัยโรคในอนาคตได้”

Michael Kloss เสริมว่า “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่มีความต้องการผลิตภัฑณ์ดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพสูงขึ้นและบริการด้านการแพทย์ที่ดีกว่าสำหรับผู้ป่วย PHC Group จะเดินหน้าสู่ความท้าทายใหม่ ๆ พร้อมตั้งเป้าสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทด้านสุขภาพชั้นนำของโลก ด้วยการสร้างโซลูชันที่จะสร้างประโยชน์ด้านสุขภาพต่อสังคมและยกระดับชีวิตของผู้คน”

เกี่ยวกับ PHC Holdings Corporation

ในปี พ.ศ. 2557 PHC Holdings Corporation ก่อตั้งขึ้นเป็นบริษัทผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพระดับโลก โดยมี PHC Corporation, Ascensia Diabetes Care Holdings AG, Epredia และ LSI Medience Corporation เป็นบริษัทย่อย ด้วยยึดมั่นในพันธกิจหลักของบริษัทที่ว่า “เราจะสร้างประโยชน์ด้านสุขภาพให้กับสังคมผ่านความพยายามอันมุ่งมั่นในการพัฒนาโซลูชันด้านการดูแลสุขภาพที่จะส่งผลกระทบในเชิงบวกและยกระดับชีวิตของผู้คน” บริษัทได้พัฒนา ผลิต จำหน่ายและให้บริการอุปกรณ์และโซลูชันด้านการแพทย์อย่างครอบคุลมทั้งด้านการจัดการผู้ป่วยเบาหวาน การวินิจฉัยโรค วิทยาศาสตร์ชีวภาพและบริการด้านผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพในกว่า 125 ประเทศ
www.phchd.com

เกี่ยวกับ SciMed (Asia) Pte Ltd

SciMed (Asia) Pte Ltd เป็นผู้จัดหาผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับตลาดชีวการแพทย์ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ การดูแลสุขภาพ การคิดค้นยา เภสัชกรรม ห้องปฏิบัติการ การทดสอบทางอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม SciMed ตั้งสำนักงานใหญ่ขึ้นในสิงคโปร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา และมีเครือข่ายจัดจำหน่ายที่กว้างขวางครอบคลุมทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย รวมถึงเป็นแหล่งรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการตลาดในเชิงลึก
www.scimed.com.sg/

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200706005623/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ:
Masayo Okada
ฝ่ายสื่อสารองค์กร
PHC Holdings Corporation
+81-3-6778-5311

Skilling เปิดตัว MT4

Logo

นิโคเซีย, ประเทศไซปรัส–(BUSINESS WIRE)–6 ก.ค. 2563

Forex และ Skilling แพล็ตฟอร์ซื้อขายหุ้น CFD ออนไลน์  ประสบความสำเร็จขึ้นอีกระดับในปีนี้ ด้วยการรวมตัวกับอีกบริษัทและเปิดตัวแพลตฟอร์มการซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่ชื่อว่า MetaTrader 4 (MT4).

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200702005309/en/

Skilling Launches MT4 (Photo: Business Wire)

Skilling เปิดตัว MT4 (ภาพ: Business Wire)

Skilling ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2559  เปิดตัวแพลตฟอร์มการซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเขาเองในปี 2561 และในเดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมา พวกเขาประกาศเปิดตัวการผนวกรวมกับ cTrader ของ Spotware cTrader ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมนี้ และด้วยการซื้อใบอนุญาตจาก FSA Seychelles เมื่อต้นปีนี้  Skilling จึงสามารถนำเสนอ MT4 ให้กับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ ๆในระดับโลกได้

“ เราทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อเปิดตัว MetaTrader 4 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม MT4 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายโดยผู้ค้าขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศออนไลน์ วันนี้เรามีความภูมิใจที่จะนำเสนอแพลตฟอร์มขั้นสูงของเราที่สามารถปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ด้วยเครื่องมือและฟังก์ชั่นขั้นสูงมากมาย เช่น ภาษาสคริปต์ MQL4 และแพ็คเกจการสร้างแผนภูมิขั้นสูง” André Lavold ซีอีโอของ Skilling Group กล่าว “ เมื่อผนวกกับการกำหนดราคาที่ไม่สูงและที่เป็นไปอย่างโปร่งใสของเรา และการมีทีมงานพสนับสนุนหลายภาษาที่พร้อมทำงานเชิงรุกของเรา เราพร้อมมากขึ้นกว่าเดิมในการมอบประสบการณ์การซื้อขายที่ยอดเยี่ยมแก่ผู้ค้าทุกระดับในระดับโลก”

MetaTrader 4 หรือที่รู้จักกันในชื่อ MT4 เป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายโดยผู้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศออนไลน์  MetaTrader 4 ได้รับการพัฒนาโดย MetaQuotes Software และได้รับการเปิดตัวในปี 2548

การซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินบการใช้มาร์จิ้น (margin) มีความเสี่ยงสูง

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/ news/home/20200702005309/en/

ติดต่อ:

Skilling Group

Pavel Spirin, Chief Commercial Officer

marketing@skilling.com

“มาม่า” ดึง ไบร์ท – วิน Live ในงาน SAHAGROUP Fair Online กระแสมาแรงติดอันดับ 1 ในเทรนด์ทวิตเตอร์

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–6 กรกฎาคม 2563

imgหลังจาก มาม่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอันดับ 1 ของประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “MY own MAMA CUP” ให้ทุกคนได้สร้างมาม่าคัพในแบบฉบับของตัวเองเป็นครั้งแรก โดยนำภาพถ่ายสุดประทับใจมาใส่ไว้บนถ้วยมาม่าคัพของคุณ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากบรรดาแฟนคลับของมาม่า พร้อมทั้งดึงคู่จิ้นสุดหล่อ ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี และ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร มาไลฟ์สดพูดคุยในงาน SAHAGROUP Fair Online เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ทำให้บรรดาแฟนคลับทั่วโลกเข้ามาชมไลฟ์กันอย่างล้นหลาม จนเป็นกระแสดัง #MamacupxBrightWin ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ในประเทศไทยไปในที่สุด นอกจากนี้ยังติดอันดับ 5 ในเทรนด์โลกของทวิตเตอร์ รวมถึงอันดับ 3 ในประเทศอินโดนีเซีย และอันดับ 29 ในประเทศญี่ปุ่น ทำให้แฟนคลับต่างพากันสั่งซื้อมาม่าคัพ รุ่นพิเศษ MY own MAMA CUP หลังจากเปิดตัวไปได้เพียง 2 วันเท่านั้น

สำหรับใครที่สนใจดีไซน์มาม่าคัพให้เป็นของตัวเองเพียงถ้วยเดียวในโลก สามารถกดสั่งซื้อมาม่าคัพ รุ่น MY own MAMA CUP ได้จนถึงวันที่ 5 กรกฎาคม 2563 ทางเว็บไซต์ https://www.sahagroupfair.com/ ในราคา 99 บาท ฟรีค่าจัดส่งเฉพาะงานนี้เท่านั้น สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Line Official Account มาม่าอร่อย และ MamaloverFanPage

#MYOWNMAMACUP #MamacupxBrightWin #Sahagroupfaironline #มาม่าอร่อย

###

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th

อุษณีย์ ถาวรกาญจน์ โทร. 081 984 5500 Email: usanee@incom.co.th

V-Key: V-OS หน่วยความปลอดภัยเสมือนแรกของโลก ได้รับเกณฑ์ Common Criteria EAL3+ บน iOS และ Android

Logo

  • V-Key ผู้นำระดับโลกในการรักษาความปลอดภัยดิจิตอลของซอฟต์แวร์ประกาศว่า V-OS เป็นหน่วยความปลอดภัยเสมือนแรกที่ได้รับใบรับรอง Common Criteria EAL3+ บนโทรศัพท์มือถือ Apple iOS และ Google Android
  • การรับรอง EAL3+ ครอบคลุมฟังก์ชั่นที่หลากหลายเนื่องจาก V-OS เป็นรากฐานของผลิตภัณฑ์ V-Key ทั้งหมด ทำให้มั่นใจว่าได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลสูงสุดสำหรับโซลูชันซอฟต์แวร์
  • ลูกค้าสามารถไว้วางใจผลิตภัณฑ์ของ V-Key ในการมอบความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับสูงสุด

สิงคโปร์–(บิสิเนสไวร์)–06 ก.ค. 2563

V-Key ประกาศว่า V-OS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักที่จดสิทธิบัตรของ V-Key เป็นหน่วยความปลอดภัยเสมือนแรกของโลกที่ได้รับการจัดอันดับการประเมินเกณฑ์ Common Criteria Evaluation Assurance Level (EAL) ระดับ 3+ ซึ่งได้มาจากโปรไฟล์การป้องกันของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาสำหรับระบบปฏิบัติการที่ใช้งานทั่วไป

Er Chiang Kai ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ V-Key กล่าวว่า “ยิ่งผลิตภัณฑ์มีความซับซ้อนมากขึ้นจำเป็นต้องมีข้อกำหนดและขั้นตอนในการตรวจสอบความปลอดภัยมากขึ้นตาม  มีผู้ให้บริการไอทีเพียงไม่แห่งเท่านั้นที่ได้รับการรับรองระดับ 3 โดยมีโปรไฟล์การป้องกันที่เป็นที่รู้จัก  การที่ V-OS จะบรรลุระดับความเชื่อมั่นนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ของเรา”

ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง

V-OS คล้ายกับชิปสมาร์ทการ์ดหรือที่เรียกว่าหน่วยความปลอดภัยของฮาร์ดแวร์  V-OS สร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริงที่แยกได้ภายในแอปพลิเคชันมือถือเพื่อจัดเก็บคีย์การเข้ารหัสลับอย่างปลอดภัย

สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงระดับการป้องกันที่ V-OS มอบให้กับเทคนิคการแฮ็คขั้นสูงที่สุด ทุกอย่างตั้งแต่การป้องกันแอพ V-OS ไปจนถึงผลิตภัณฑ์คลาวด์ V-OS ได้รับประโยชน์จากการรับประกันที่ได้รับจากการรับรอง EAL3+ ของ V-OS

ความน่าเชื่อถืออยู่ใน DNA ของเรา

ในฐานะบริษัทที่ได้รับการรับรอง SG: D ชุด V-OS ของ V-Key ได้รับการประเมินอย่างเข้มงวดโดย Infocomm Media Development Authority แห่งสิงคโปร์  V-Key ยังได้รับการรับรอง FIPS 140-2 โดยโมดูลการเข้ารหัสของ US NIST สำหรับ V-OS และให้ความปลอดภัยแก่ผู้รับรองของ FIDO

V-Key ลงทุนอย่างต่อเนื่องในการรับรองเพราะเป็นเสาหลักที่สำคัญของความไว้วางใจระหว่าง V-Key และลูกค้าและระหว่างลูกค้าและผู้ใช้ปลายทาง

“การมีผลิตภัณฑ์ไอทีต้องผ่านกระบวนการประเมินและรับรองความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์  เรามีความยินดีที่บริษัท V-Key ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานทั่วไปที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและหวังว่าจะมีผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มมากขึ้นในอนาคต” Lim Soon Chia ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไซเบอร์ ของสิงคโปร์กล่าว

“ด้วยการรับรองเกณฑ์ทั่วไป เรารับประกันลูกค้าของเราว่าผลิตภัณฑ์ของเราได้รับการประเมินอย่างดีและมีการปกป้องตามที่ลูกค้าคาดหวังไว้” คุณ Er กล่าวเสริม

“เราดีใจที่ V-Key ได้ก้าวหน้าอย่างยอดเยี่ยมและผลักดันขอบเขตด้วยการรับรอง EAL3+   สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นสูงสุดและความเข้มงวดของ V-OS ที่มอบความปลอดภัยระดับโลกแก่มือถือ” Edwin Low ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบนิเวศของ Infocomm Media Development Authority of Singapore กล่าว

เกี่ยวกับ V-KEY

V-Key เป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยดิจิทัลที่ใช้ซอฟต์แวร์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยมีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์  V-Key มอบผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยสูงพิเศษสำหรับตัวตนดิจิทัล การรับรองความถูกต้องของผู้ใช้ และการอนุญาต รวมถึงธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธนาคารรายใหญ่ การชำระเงิน และรัฐบาล

V-Key เป็นผู้ประดิษฐ์  V-OS หน่วยความปลอดภัยเสมือนแรกของโลกที่ใช้การเข้ารหัสและการป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับสูงที่ล้ำหน้ามาตรฐานก่อนหน้านี้สำหรับโซลูชั่นฮาร์ดแวร์

V-OS ได้รับการรับรองจาก FIPS 140-2 และได้รับการรับรองโดย Infocomm Media Development Authority of Singapore.  V-OS ได้ผ่านการทดสอบการทดสอบที่เข้มงวดหลายครั้งโดยธนาคาร รัฐบาล อีคอมเมิร์ซ และองค์กรขนาดใหญ่อื่นๆ ที่มีผู้ใช้งานหลายล้านคนทั่วโลก

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200705005001/en/

ติดต่อ:

Charlie Loke, +65 9795 1516, Charlie.loke@v-key.com

LinkedIn | Facebook | YouTube

http://www.v-key.com/

Zynga เสร็จสิ้นการซื้อกิจการบริษัทอิสตันบูล Peak โดยขยายพอร์ตโฟลิโอแฟรนไชส์ Forever ด้วย Toon Blast และ Toy Blast

Logo

  • Zynga เสร็จสิ้นการซื้อกิจการ Peak ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563
  • Peak จะคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
  • Zynga เตรียมอัปเดตคำแนะนำ 2563 ตลอดทั้งปีในวันที่ 5 สิงหาคม 2563

ซานฟรานซิสโก–(บิสิเนสไวร์)–02 ก.ค. 2563

Zynga Inc. (Nasdaq: ZNGA) ผู้นำระดับโลกในด้านความบันเทิงแบบอินเทอร์แอคทีฟและ Peak บริษัทในอิสตันบูลผู้สร้างเกม Toon Blast และ Toy Blast ประกาศในวันนี้ว่าบริษัทได้เสร็จสิ้นการซื้อขาย โดยที่ Zynga ได้ซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ Peak ในราคารวมประมาณ 1.85 พันล้านดอลลาร์โดยจ่ายด้วยเงินสดและหุ้นสามัญ Zynga ในอัตราส่วนที่เทียบเท่ากัน  Peak นำพาทีมที่มีความสามารถและชื่อเสียงและเกม Toon Blast และ Toy Blast ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 10 และ 20 อันดับแรกของเกม iPhone ที่ทำรายได้ในช่วงสองปีที่ผ่านมาตามลำดับ

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับมีมัลติมีเดีย  อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200702005008/en/

Zynga Closes Transformational Acquisition of Istanbul-based Peak; Expands Forever Franchise Portfolio with Toon Blast and Toy Blast (Graphic: Business Wire)

Zynga เสร็จสิ้นการซื้อกิจการบริษัทอิสตันบูล Peak โดยขยายพอร์ตโฟลิโอแฟรนไชส์ Forever ด้วย Toon Blast และ Toy Blast (กราฟิค: บิสิเนสไวร์)

Peak จะยังคงนำโดยผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Sidar Sahin และทีมผู้บริหารปัจจุบัน  นอกจากนี้บริษัทวางแผนที่จะคงสำนักงานใหญ่ในอิสตันบูล ประเทศตุรกี

“เรามีความยินดีที่ได้ต้อนรับทีมที่มีความสามารถของ Sidar และ Peak มายัง Zynga” Frank Gibeau ซีอีโอของ Zynga กล่าว “การเพิ่ม Toon Blast และ Toy Blast นับเป็นการขยายพอร์ตโฟลิโอบริการไลฟ์ของเราไปยังแฟรนไชส์ forever แปดตัว โดยเพิ่มฐานผู้ใช้ทั่วโลกของเราอย่างมีความหมายและเพิ่มจำนวนเกมที่กำลังพัฒนาของเรา ในฐานะทีมเดียวกัน เราอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะเติบโตได้เร็วขึ้นด้วยกัน”

“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสรุปความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่นี้ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อ Zynga และ Peak รวมถึงทั้งอุตสาหกรรมเกม” Sidar Sahin ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Peak กล่าว  “หัวใจของความร่วมมือครั้งนี้คือวิสัยทัศน์ร่วมกันในการนำผู้คนมารวมกันผ่านเกมต่างๆ  วัฒนธรรมของ Peak นั้นฝังรากอยู่ในการเรียนรู้และความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง  ดังนั้นเมื่อเราเริ่มต้นบทใหม่นี้กับ Zynga ยังคงมุ่งมั่นต่อวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา  เราตื่นเต้นมากสำหรับอนาคตและความสำเร็จร่วมกัน”

Peak ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 โดย Sidar Sahin    โดยได้พัฒนาเกมแฟรนไชส์ Toon Blast และ Toy Blast  สองเกมนี้เป็นที่รู้จักในด้านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และการออกแบบที่โดดเด่น โดย Toon Blast และ Toy Blast ได้ทำให้วิถีการ 'ยุบ' (collapse) เป็นที่นิยมในเกมแนวปริศนา match-3 และได้ครองใจผู้เล่นทั่วโลกเป็นลำดับแนวหน้าในอุตสาหกรรม  โดยรวมแล้ว Toon Blast และ Toy Blast มีผู้เล่นเกมมือถือต่อวัน (DAU) เฉลี่ยกว่า 12 ล้าน  Peak คาดว่าจะเพิ่ม DAU มือถือโดยเฉลี่ยของ Zynga มากกว่า 60% และเพิ่มจำนวนผู้ใช้ต่างประเทศของ Zynga  นอกจากนี้ Peak ยังช่วยเพิ่มจำนวนเกมที่พัฒนาโดย Zynga ด้วยโปรเจคเบื้องต้นที่เพิ่มขึ้นมาใหม่

การเสร็จสิ้นการซื้อกิจการครั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563  Zynga คาดว่าจะอัปเดตคำแนะนำทั้งปี 2563 เมื่อรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 25630 ในวันที่ 5 สิงหาคม 2563

หมายเหตุบรรณาธิการ:

ใช้เนื้อหาและกราฟิกที่สำคัญได้ในลิงค์ต่อไปนี้ : https://bit.ly/ZyngaKeyArtandVideo

เกี่ยวกับ Zynga Inc.

Zynga เป็นผู้นำระดับโลกในด้านความบันเทิงแบบอินเทอร์แอคทีฟโดยมีภารกิจในการเชื่อมต่อโลกผ่านเกม  ในปัจจุบัน Zynga มีผู้เล่นมากกว่าหนึ่งพันล้านคนเล่นเกมแฟรนไชส์ของบริษัท ซึ่งได้แก่ CSR Racing™, Empires & Puzzles™, Merge Dragons!™, Merge Magic!™, Words With Friends™ และ Zynga Poker™ เกมของ Zynga นั้นมีให้เล่นในกว่า 150 ประเทศผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลและอุปกรณ์มือถือทั่วโลก  บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2550 และมีสำนักงานใหญ่ในซานฟรานซิสโก โดยมีที่ตั้งสาขาในสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ อินเดีย ตุรกี และฟินแลนด์  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เยี่ยมชม www.zynga.com หรือติดตาม Zynga บน Twitter, Instagram, Facebook หรือ บล็อกของ Zynga

เกี่ยวกับ Peak

Peak บริษัทเกมมือถือชั้นนำซึ่งขับเคลื่อนโดยทีมที่ให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง  Peak เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดนั้นถูกสร้างขึ้นจากคนที่มีความสามารถที่ได้จัดตั้งทีมอิสระขึ้นมาและมุ่งมั่นในการสร้างผลกระทบต่อโลก  ปัจจุบัน Peak มีแฟรนไชส์มือถือที่ทำรายได้สูงสุดสองอันดับแรกคือ Toon Blast และ Toy Blast ที่มีการจัดอันดับอย่างต่อเนื่องใน 10 และ 20 อันดับแรกของเกม iPhone ที่ทำรายได้ตลอดสองปีที่ผ่านมาตามลำดับ Peak ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 ตั้งอยู่ที่อิสตันบูลประเทศตุรกี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ไปที่ www.peak.com

แถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยแถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้ารวมถึงข้อความที่เกี่ยวกับความสามารถของเราในการบรรลุผลตามที่ตั้งใจไว้ในการซื้อกิจการ Peak Oyun Yazılım ve Pazarlama Anonim Şirketin (“Peak”) รวมถึงการขยายกลุ่มเป้าหมาย DAU ทั่วโลก การเติบโตโดยรวมของเรา และการปรับปรุงประสิทธิภาพทางการเงิน ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าประกอบด้วยคำต่างๆ เช่น “มองว่า” “คาดการณ์” “วางแผน” “ตั้งใจ” “จะ” “คาดหวัง” “เชื่อว่า” “มีเป้าหมาย” “คาดว่า” และข้อความอื่นๆ ที่มักสื่อถือการคาดการณ์ล่วงหน้า  การได้มาหรือความสำเร็จของประเด็นที่กล่าวถึงในข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าวมีความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และสมมติฐานที่เกี่ยวข้อง  ผู้รับข่าวสารไม่ควรมีความเชื่อมั่นเกินควรในแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าวซึ่งอิงข้อมูลของเราที่มีอยู่ในปัจจุบันและเราไม่มีข้อผูกมัดในการอัพเดทข้อความดังกล่าว  ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และข้อสมมติฐานเหล่านี้จะถูกระบุในหนังสือที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“SEC”) โดยสามารถอ่านสำเนาหนังสือนี้ได้ในเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ของเราที่ http://investor.zynga.com หรือเว็บไซต์ของ SEC ที่ www.sec.gov

ตัวชี้วัดการดำเนินงานที่สำคัญ

เราจัดการธุรกิจของเราโดยการติดตามตัวชี้วัดการดำเนินงานรูปแบบ รวมถึง DAU มือถือ  “DAU มือถือ” ซึ่งวัดผู้ใช้ที่ใช้งานประจำวันของเกมมือถือของเราได้รับการบันทึกและประเมินโดยระบบการวิเคราะห์ภายในของเรา  เรากำหนด DAU มือถือและตัวชี้วัดการดำเนินงานอื่นๆ โดยใช้ข้อมูลภายในบริษัทที่อิงตามกิจกรรมของบัญชีผู้ใช้  นอกจากนี้ เรายังใช้ข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลที่สาม รวมถึงการเข้าสู่ระบบเครือข่ายบุคคลที่สามที่ได้รับจากผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเพื่อช่วยเราติดตามว่าผู้เล่นได้เข้าสู่ระบบภายใต้บัญชีผู้ใช้ที่แตกต่างกันสองบัญชีหรือมากกว่า

DAU มือถือ  เรากำหนด DAU มือถือเป็นจำนวนบุคคลที่เล่นเกมมือถือหนึ่งเกมของเราในแต่ละวัน  DAU มือถือเฉลี่ยสำหรับช่วงเวลาหนึ่งคือค่าเฉลี่ยของ DAU มือถือสำหรับแต่ละวันในช่วงเวลานั้น  ภายใต้การวัดนี้ บุคคลที่เล่นเกมมือถือสองเกมที่แตกต่างกันในวันเดียวกันจะถูกนับเป็นสอง DAU  เราใช้ DAU มือถือเป็นตัวชี้วัดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้

อ่านที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200702005008/en/

ติดต่อ:

Zynga สำหรับนักลงทุนสัมพันธ์:
Rebecca Lau
Investors@zynga.com

Zynga สำหรับสื่อ:
Sarah Ross
Sarah@zynga.com

Peak สำหรับสื่อ:
Barlas Cevikus
Barlas@peak.com

กสิกรไทยปลื้ม โครงการช่วยลูกค้าสู้โควิด-19 รุดหน้า เร่งช่วยต่อเนื่องหลังคลายล็อกดาวน์

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–3 กรกฎาคม 2563

imgธนาคารกสิกรไทยเดินหน้าเต็มที่ช่วยลูกค้าช่วงโควิด-19 พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ 650,000 ราย ยอดสินเชื่อคงค้าง 828,000 ล้านบาท และให้เงินทุนเพิ่มกับลูกค้า 94,000 ราย เพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงวิกฤต จำนวนเงินรวม 156,000 ล้านบาท อีกทั้งยังดำเนินการโครงการพิเศษ ช่วยให้ธุรกิจรักษาการจ้างพนักงาน ภายใต้โครงการ “เถ้าแก่ใจดี เจ้าหนี้มีใจ” และ “สินเชื่อ 0% เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี” โดยได้ช่วยไปแล้ว 1,144 ล้านบาท รักษาการจ้างพนักงาน 49,000 ราย และธนาคารฯ เร่งดำเนินการช่วยลูกค้าต่อเนื่องหลังคลายล็อกดาวน์

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารฯ ได้ให้การช่วยเหลือลูกค้าในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ด้วยการพักชำระหนี้ให้กับลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ 650,000 ราย ยอดสินเชื่อคงค้าง 828,000 ล้านบาท และการให้เงินทุนเพิ่มเพื่อเสริมสภาพคล่องสำหรับลูกค้าธุรกิจ 94,000 ราย จำนวน 156,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดการปล่อยสินเชื่อที่เติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 30% โดยธนาคารฯ ยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่องสำหรับลูกค้าที่ยังเดือดร้อนให้สามารถดำเนินธุรกิจอยู่รอดต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

นอกจากความช่วยเหลือที่สอดรับตามนโยบายของภาครัฐแล้ว ธนาคารฯ ยังดำเนินการโครงการพิเศษ โดยมีเจตนารมณ์เพื่อช่วยเหลือพนักงานของธุรกิจให้อยู่รอด โดยใช้งบประมาณจำนวน 1,500 ล้านบาท ภายใต้โครงการ “เถ้าแก่ใจดี เจ้าหนี้มีใจ” โดยธนาคารฯ ลดดอกเบี้ยให้กับธุรกิจที่ยังมีกำลังอยู่ เพื่อให้เจ้าของนำเงินส่วนนี้ไปจ่ายเงินเดือนพนักงาน และโครงการ “สินเชื่อ 0% เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี” เป็นการให้เงินทุนแก่ธุรกิจขนาดเล็ก ในอัตราดอกเบี้ย 0% 10 ปี โดยปีแรกไม่ต้องจ่ายคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เพื่อนำไปจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงาน ซึ่งทั้ง 2 โครงการได้ผลตอบรับที่ดีและเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ธนาคารฯ ตั้งไว้ โดยให้เงินช่วยลูกค้าไปแล้วรวม 1,144 ล้านบาท สามารถช่วยรักษาการจ้างพนักงานได้จำนวน 49,000 ราย ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณน้ำใจจากเจ้าของธุรกิจบางรายที่ปฏิเสธความช่วยเหลือของธนาคารฯ เนื่องจากมองว่าตัวเองยังไหวและเข้าใจดีว่าธนาคารฯ ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทุกคน จึงเสียสละเพื่อให้ธนาคารฯ นำเงินไปช่วยเหลือธุรกิจที่เดือดร้อนกว่า

ในช่วงตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันลูกค้าธุรกิจของธนาคารฯ มียอดรวมเงินฝากเพิ่มขึ้น 13% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าลูกค้าบางส่วนยังมีกำลังพอที่จะชำระหนี้หลังครบกำหนดพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ธนาคารฯ ติดต่อลูกค้าเพื่อให้ความช่วยเหลือโดยใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์หรือดูความจำเป็นของลูกค้าเพื่อนำเสนอความช่วยเหลือที่เหมาะสม ทั้งนี้หากลูกค้าท่านใดที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อเข้ามาที่ธนาคารฯ ได้ ธนาคารฯ มีความตั้งใจเต็มที่จะช่วยให้ลูกค้าที่เดือดร้อนด้วยเงินทุนที่ธนาคารฯ มีอยู่

นายพัชร กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ในช่วงวิกฤตที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่ลูกค้ายังมีวินัยทางการเงินและมีการชำระหนี้เข้ามา ธนาคารฯ ขอขอบคุณลูกค้าทุกคน หากทุกคนช่วยเหลือและร่วมมือกันเราจะฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน

เครือสหพัฒน์ ทุ่มเอาใจขาช้อป นำใบเสร็จชิงรางวัลสุดว้าว รวมกว่า 9 แสนบาท จับมือ LAZADA SHOPEE และ JD CENTRAL มอบโปรโมชันจัดเต็ม ในงาน “สหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63” วันนี้ – 5 ก.ค.นี้

Logo

กรุงเทพฯ–(THAI BUSINESS NEWS)–3 กรกฎาคม 2563

imgเครือสหพัฒน์ เอาใจขาช้อปออนไลน์ในงานมหกรรมช้อปหยุดโลก สหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63 จัดขึ้น ตั้งแต่วันนี้ถึง  5 กรกฎาคม 2563 โดยผู้ที่ซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์ม LAZADA SHOPEE และ JD CENTRAL ทุกบิลที่ซื้อสามารถนำมากรอกข้อมูลชิงรางวัลใน www.sahagroupfair.com จำนวนกว่า 3,000 รางวัลรวมกว่า 9 แสนบาท  

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงานสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63 กล่าวว่า รางวัลที่จัดเตรียมาเอาใจขาช้อปให้ได้ร่วมลุ้นกันมีทั้งโทรศัพท์ Samsung Galaxy Z Flip (Mirror Gold) ตู้เย็น Samsung side by side RS63 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Starwars Limited edition-Darthvader นอกจากนี้ยังมี Voucher และ Gift Set ต่าง ๆ อีกมากมาย

ทาง LAZADA SHOPEE และ JD CENTRAL ซึ่งเป็นช่องทางการขายในงานสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63 ก็ได้มอบโปรโมชันจัดเต็มให้กับผู้ซื้อ โดย LAZADA มีสินค้าซื้อ 1 แถม 1, ของแถม, คูปองส่วนลด, ส่วนลดจากธนาคาร ส่วน SHOPEE จะแจกคูปอง, แจก CION เพื่อนำมาเป็นส่วนลด และยังมีโปรโมชันส่งฟรีด้วย ด้าน JD CENTRAL ก็เอาใจคนเพื่อนเยอะด้วย Share Buy ซื้อเป็นกลุ่มคุ้มกว่า และ Joy Pay ผู้ที่แชร์ให้เพื่อนมาซื้อจะได้รับค่าตอบแทน  

ช้อปให้จุใจกับกองทัพสินค้าจากเครือสหพัฒน์ที่นำมาจำหน่ายกว่า 100 แบรนด์ กว่า 20,000 รายการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้านวัตกรรม สินค้าใหม่ สินค้าขายดี และสินค้า Clearance ลดพิเศษสูงสุดถึง 80% ตลอด 24 ชั่วโมง แล้วอย่าลืมมาร่วมลุ้นรางวัลใหญ่จากงานสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63 ทาง www.sahagroupfair.com

สื่อมวลชนที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์  บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th

อุษณีย์ ถาวรกาญจน์  โทร.081 984 5500 Email: usanee@incom.co.th