Prumo bp และ Siemens ร่วมมือกับ SPIC ในโครงการด้านพลังงานต่าง ๆ ในบราซิล

Logo

  • SPIC เข้าซื้อหุ้นในกิจการจำนวน 33% ของโครงการต่าง ๆ ภายใต้ GNA I และ GNA II 3 GW LNG-to-power
  • เข้าร่วมสัญญาตกลงเพื่อเข้าร่วมการขยายตัวของโครงการในอนาคต GNA III และ GNA IV ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน 6.4 GW และศูนย์กลางก๊าซในประเทศ ณ Port of Açu

ริโอเดจาเนโร–(BUSINESS WIRE)–10 ส.ค. 2563

Prumo ซึ่งเป็น บริษัทเอกชนของบราซิลที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ EIG Global Energy Partners, bp และ Siemens ได้ลงนามในข้อตกลงที่มีผลผูกพันกับ SPIC Brasil ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว SPIC จะเข้าซื้อกิจการเป็นจำนวน 33% ของโครงการ LNG-to-power ของ GNA I และ GNA II  ซึ่งตั้งอยู่ที่ Port of Açu เมืองริโอเดจาเนโร นอกจากนี้ SPIC ยังได้ทำข้อตกลงเพื่อเข้าร่วมในโครงการการขยายตัวในอนาคตของโครงการ GNA III และ GNA IV ซึ่งคาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากการรวมตัวกันของ LNG และก๊าซในประเทศจากแหล่งสำรองก่อนชั้นเกลือ (pre-salt reserves) จำนวนมากในบราซิล

การสิ้นสุดของการตกลงนี้ ซึ่งถูกกำหนดเอาไว้ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 จะขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างบางประการซึ่งเป็นไปตามปกติของธุรกรรมลักษณะนี้ และเงื่อนไขอื่น ๆ ให้ครบถ้วน

GNA I และ GNA II เป็นโครงการก๊าซสู่พลังงานที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกาโดยมีกำลังการผลิตติดตั้ง 3 GW ซึ่งเพียงพอที่จะจ่ายพลังงานให้กับครัวเรือนได้ถึง 14 ล้านครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีสถานี LNG ที่มีกำลังการผลิตรวม 21 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน โดยโครงการ GNA I ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้ง 1.3 GW ถูกคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในครึ่งปีแรกของปี 2564  ซึ่งข้อตกลงนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายโครงการ GNA III และ GNA IV ตลอดจนถึงโครงการกลยุทธ์ศูนย์กลางก๊าซในประเทศ และโครงการพลังงานหมุนเวียน ทั้งนี้ การลงทุนตามแผนในศูนย์ก๊าซและพลังงาน GNA จะมีมูลค่าโดยประมาณอยู่ที่ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ

การมีส่วนร่วมของ SPIC Brasil ในความร่วมมือครั้งนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานและกลยุทธ์การบริหารโครงการในบราซิล  โดยหน่วยงานด้านการจัดหาเงินของ Siemens ที่มีชื่อว่า Siemens Financial Services จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Siemens Energy เพื่อการสนับสนุนด้านเงินทุน ด้านเทคโนโลยี ด้านนวัตกรรม และด้านความเชี่ยวชาญในการจัดการโครงการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน นอกจากนี้ bp จะมีส่วนร่วมสนับสนุนพอร์ตโฟลิโอ LNG ทั่วโลก โดยทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาก๊าซอย่างสมบูรณ์แบบในระดับนวัตกรรม ส่วน Prumo จะมีส่วนช่วยในโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือทั้งหมด การดำเนินงาน การพัฒนา และการบูรณาการโครงการทั้งหมด ทั้งนี้การเป็นหุ้นส่วนจะช่วยอำนวยความสะดวกในการขยายโครงการต่าง ๆ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะดำเนินด้านการลงทุนที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์

BofA Securities และ Lakeshore Partners ได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินของ GNA พร้อมกับเป็นผู้สนับสนุน ส่วน Itaú BBA ได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินแต่เพียงผู้เดียวให้กับ SPIC สำหรับ Mattos Filho ได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับ GNA และผู้สนับสนุนรายอื่น ๆ (sponsors) ส่วน Trench Rossi Watanabe ได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับ SPIC

Siemens AG (เบอร์ลินและมิวนิก) เป็นขุมพลังด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ยืนหยัดในความเป็นเลิศด้านวิศวกรรม นวัตกรรม ด้านคุณภาพ ความน่าเชื่อถือและความเป็นสากลมามากกว่า 170 ปี บริษัทมีการดำเนินงานทั่วโลกโดยมุ่งเน้นที่ด้านการผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะให้กับอาคารและระบบพลังงานแบบกระจาย และระบบอัตโนมัติและการแปลงกระบวนการและอุตสาหกรรมการผลิตให้เป็นแบบดิจิตอล นอกจากนี้ Siemens ก็กำลังสร้างตลาดโลกในด้านการบริการผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าผ่านบริษัทที่มีการจัดการแยกออกมาโดยเฉพาะอย่าง Siemens Mobility ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ชั้นนำในด้านโซลูชันการเครื่องมือสื่อสารเคลื่อนที่อัจฉริยะสำหรับการขนส่งทางรถไฟและทางถนน  เนื่องจากการมีหุ้นส่วนใหญ่ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้ Siemens Healthineers AG และ Siemens Gamesa Renewable Energy  ดังนั้น Siemens ยังเป็นซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์และบริการด้านการดูแลสุขภาพแบบดิจิตอล ตลอดจนถึงโซลูชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับการผลิตพลังงานลมบนบกและนอกชายฝั่ง โดยในปีงบประมาณ 2562 ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2562 Siemens สร้างรายได้ 86,800 ล้านยูโรและรายได้สุทธิ 5,600 พันล้านยูโร และ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2562 บริษัทมีพนักงานประมาณ 385,000 คนทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมบนอินเทอร์เน็ตที่ www.siemens.com.

Siemens Financial Services (SFS) ซึ่งเป็นบริษัทจัดหาเงินทุนของซีเมนส์ เป็นผู้จัดหาโซลูชั่นทางการเงินแบบธุรกิจกับธุรกิจ (b2b) การผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญทางการเงิน การจัดการความเสี่ยงและความรู้ในอุตสาหกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ SFS สามารถสร้างโซลูชันทางการเงินที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ ด้วยเหตุนี้ SFS จึงสามารถอำนวยความสะดวกในการเติบโต การสร้างมูลค่า การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ นอกจากนี้ SFS สนับสนุนการลงทุนด้วยการจัดหาเงินทุน อุปกรณ์และการเช่าซื้อ การให้กู้ยืมขององค์กร การลงทุนในตราสารทุนและโครงการ และการจัดหาเงินทุน โซลูชันการจัดหาเงินเพื่อการค้าและลูกหนี้ทำให้พอร์ตโฟลิโอ SFS มีความสมบูรณ์ ด้วยการมีเครือข่ายระหว่างประเทศจึงทำให้ SFS สามารถปรับเข้ากับข้อกำหนดทางกฎหมายเฉพาะของประเทศต่าง ๆ และสามารถให้บริการโซลูชั่นทางการเงินได้ทั่วโลก สำหรับ Siemens แล้ว SFS ถือเป็นที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญสำหรับความเสี่ยงทางการเงิน อนึ่ง Siemens Financial Services มีสำนักงานใหญ่ในมิวนิกประเทศเยอรมนี และมีพนักงานเกือบ 3,000 คนทั่วโลก www.siemens.com/finance.

SPIC Brasil เป็นบริษัทในเครือของ State Power Investment Corporation (SPIC) ซึ่งเป็น บริษัทผลิตพลังงานระดับโลกและบริษัทโครงการที่เกี่ยวข้องในบราซิล ซึ่งนี่หมายถึงการรวมกันระหว่างความเชี่ยวชาญและความแข็งแกร่งทางการเงินของกลุ่มชาวจีนขนาดใหญ่ และผู้บุกเบิกชาวออสเตรเลียที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในด้านพลังงานหมุนเวียน ปัจจุบันนี้ SPIC Brasil ดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังน้ำชื่อว่า SãoSimão บนพรมแดนระหว่างรัฐ Minas Gerais และ Goiás, Millennium Wind Farm และ Vale dos Ventos Wind Farm ในรัฐ Paraíba ทั้งนี้ในบราซิล บริษัทมีพนักงานประมาณ 160 คนซึ่งอยู่ในเมืองเซาเปาโล (SP), นาตาล (RN), เซาซิมาโอ (GO) และมาตารากา (PB) อนึ่ง SPIC Global มีกำลังติดตั้งรวม 151 GW มีพนักงานมากกว่า 130,000 คนใน 64 ประเทศที่ดำเนินงาน

Prumo เป็นกลุ่มเศรษฐกิจหลายธุรกิจที่รับผิดชอบการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ของท่าเรือ  Açu เราอยู่ภายใต้การควบคุมของ EIG Global Energy Partners ซึ่งเป็นกองทุนที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาที่มุ่งเน้นด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน และโดย Mubadala Investment Company ซึ่งเป็นนักลงทุนที่กระตือรือร้นและมีนวัตกรรมที่จัดสรรเงินทุนในหลากหลายกลุ่ม

ผ่านบริษัท 6 แห่งของกลุ่มบริษัท (Porto do Açu Operações, Ferroport, Açu Petróleo, GNA, Dome และ BP Prumo) ร่วมกับลูกค้าและคู่ค้าของเรา โดย Port of Açu ให้บริการน้ำมันและก๊าซ โลจิสติกส์ด้านท่าเรือ และด้านการขุด โครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มมีศักยภาพพิเศษในการรองรับธุรกิจใหม่ ๆ และกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ

ด้วยมุมมองเชิงกลยุทธ์ของ Prumo ปัจจุบัน Açu เป็นหนึ่งในองค์กรที่ใหญ่ที่สุดและมีศักยภาพมากที่สุดในบราซิล ด้วยความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานรวมกับความแข็งแกร่งของวิสัยทัศน์ระยะยาวของกลุ่มบริษัท และระยะทางที่ใกล้ชิดกับอ่างสำรวจน้ำมันหลัก รวมกันทำให้ Açu เป็นโซลูชันที่ดีที่สุดสำหรับความต้องการที่ท้าทายที่สุด

bp เป็นธุรกิจพลังงานแบบบูรณาการที่มีการดำเนินงานในยุโรป อเมริกาเหนือและใต้ ออสตราเลเซีย เอเชีย และแอฟริกา เราดำเนินการใน 79 ประเทศ ด้วยประสบการณ์กว่า 100 ปีในโลกแห่งพลังงาน เราเข้าใจตลาดพลังงานอย่างลึกซึ้งและได้พัฒนาความสามารถเฉพาะในด้านการค้า การตลาด เทคโนโลยีและนวัตกรรม จุดประสงค์ใหม่ของ bp คือการจินตนาการถึงพลังงานสำหรับผู้คนและโลกของเราเพื่อให้ bp กลายเป็น บริษัทที่ไม่ปล่อยมลพิษ (net zero) ภายในปี 2593 หรือเร็วกว่านั้น และเพื่อช่วยให้โลกกลายเป็นโลกที่ไม่ปล่อยมลพิษ

EIG Global Energy Partners (“EIG”) เป็นนักลงทุนสถาบันชั้นนำของภาคพลังงานทั่วโลกด้วยเงิน     22 ,900 ล้านดอลลาร์ภายใต้การบริหาร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 โดย EIG เชี่ยวชาญในการลงทุนภาคเอกชนในด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในระดับโลก ในช่วงประวัติศาสตร์ 38 ปี ที่ผ่านมา EIG ได้มอบเงินกว่า 34,200 ล้านดอลลาร์ให้กับภาคพลังงานผ่านโครงการต่าง ๆ หรือให้กับบริษัทมากกว่า 360 แห่งใน 36 ประเทศใน 6 ทวีป ลูกค้าของ EIG ประกอบด้วยผู้จัดทำแผนบำนาญชั้นนำ บริษัทประกันภัย บริษัทระกันชีวิต มูลนิธิและกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติในสหรัฐอเมริกา เอเชีย และยุโรป EIG มีสำนักงานใหญ่ในวอชิงตันดีซีโดยมีสำนักงานในฮูสตัน ลอนดอน ซิดนีย์ ริโอเดจาเนโร ฮ่องกงและโซล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดไปที่เว็บไซต์ของ EIG ที่ www.eigpartners.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200810005361/en/

ติดต่อ

สำหรับสื่อ

Siemens

Priscilla Garcez: +55 11 98996-2610 – priscilla.garcez@siemens.com

Jillian Lukach: +1 (732) 512-7550 – jillian.lukach@siemens.com

Prumo

Thaina Halac: +55 (21) 3114-0779 – thaina@danthicomunicacoes.com.br

SPIC

PUBLICIS CONSULTANTS

Cibele Gandolpho: +55 11 96477-2701 – cibele.gandolpho@mslgroup.com

Thaís Thomaz: +55 11 3169-9373 – thais.thomaz@mslgroup.com

EIG

Sard Verbinnen & Co.

Kelly Kimberly/Brandon Messina: +1 212 687 8080

ผลิตภัณฑ์จากพลาสมาสายพันธุ์จาก Lactococcus lactis ที่ Kirin เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้ารายการได้ระบการจดทะเบียนเป็น “สินค้าอาหารที่มีคุณสมบัติพิเศษ”

Logo

– เป็นครั้งแรกที่ผลิตภัณฑ์อาหารที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันจะวางจำหน่ายในญี่ปุ่น –

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–07 สิงหาคม 2563

Kirin Holdings Company, Limited (TOKYO:2503) ประกาศในวันนี้ว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทห้ารายการ*1 ที่ใช้พลาสมาสายพันธุ์จาก Lactococcus lactis เป็นส่วนประกอบได้จดทะเบียนเป็น สินค้าอาหารที่มีคุณสมบัติพิเศษ (Foods with Function Claims) กับหน่วยงานกิจการผู้บริโภค (CAA) ของญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันได้จดทะเบียนในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหลังการอนุมัติโดยหน่วยงานกิจการผู้บริโภคแล้ว ผลิตภัณฑ์สามารถติดฉลากเพื่อ “กล่าวอ้างหน้าที่ของสารอาหาร” (โดยปกติแล้วเป็นประโยชน์ทางสุขภาพ) ได้ การจดทะเบียนครั้งนี้เป็นการเพิ่มคุณค่าในด้านความน่าเชื่อถือและการรับประกันให้กับผู้บริโภคเมื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์
*1: เครื่องดื่มประเภทที่ไม่มีแอลกอฮอล์ผสมสามรายการและอาหารเสริมสองรายการ ซึ่งจะมีการประกาศในภายหลัง

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200807005123/en/

Lactococcus lactis strain Plasma (Photo: Business Wire)

พลาสมาสายพันธุ์จาก Lactococcus lactis (รูปภาพ: Business Wire)

วิสัยทัศน์ Kirin Group Vision 2027 ของบริษัทได้วางเป้าหมายในการสร้างคุณค่าไว้อย่างครอบคลุมทั้งด้านอาหารและเครื่องดื่มไปจนถึงเภสัชภัณฑ์ และกำลังก้าวสู่การเป็นผู้นำโลกด้าน CSV*2 และเพื่อขยายธุรกิจกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มและกลุ่มเภสัชภัณฑ์ในปัจจุบัน กลุ่มจึงได้เปิดตัวธุรกิจกลุ่มใหม่ ได้แก่ วิทยาศาสตร์สุขภาพ เพื่อให้ผู้คนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โดยใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพและการหมักที่มีความทันสมัยซึ่งทางกลุ่มได้สะสมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา หนึ่งในตัวอย่างคือประโยชน์จากการวิจัยตลอด 35 ปีของกลุ่มที่นำไปสู่การพัฒนาพลาสมาสายพันธุ์จาก Lactococcus lactis ร่วมกันในทุกภาคส่วนขององค์กร จากนี้ Kirin Group จะเร่งขายผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลาสมาสายพันธุ์จาก Lactococcus lactis ภายในประเทศและขยายไปยังต่างประเทศต่อไป ซึ่งจะนำไปสู่การเสริมสร้างสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของชุมชนทั่วโลกยิ่งขึ้นไป
*2: Creating Shared Value หรือ การสร้างสรรค์คุณค่าร่วม ระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภคและสังคมโดยรวม

พลาสมาสายพันธุ์จาก Lactococcus lactis ที่ Kirin เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์

พลาสมาสายพันธุ์จาก Lactococcus lactis เป็นแบคทีเรียกรดแลคติกตามธรรมชาติที่ส่วนใหญ่นำมาใช้หมักชีสและโยเกิร์ต พลาสมาสายพันธุ์จาก Lactococcus lactis เกิดจากการวิจัยร่วมระหว่าง Kirin Holdings, Koiwai Dairy Products และ Kyowa Hakko Bio มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องจำนวนมากได้รับการตีพิมพ์รวมถึงมีการนำเสนอ ณ สมาคมทางการแพทย์ที่ร่วมกับวิทยาลัยด้านการแพทย์และสถาบันวิจัยอยู่หลายครั้ง

สรุปการยื่นจดทะเบียนฉลากสินค้าอาหารที่มีคุณสมบัติพิเศษกับ CAA

ผลิตภัณฑ์นี้ประกอบด้วยพลาสมาสายพันธุ์จาก Lactococcus lactis และมีการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยบำรุงระบบภูมิคุ้มกันให้กับผู้ที่มีสุขภาพดีได้ด้วยการกระตุ้นการสร้างเซลล์ plasmacytoid dendritic หรือ pDC

[ส่วนประกอบที่มีคุณสมบัติเชิงหน้าที่]
พลาสมาสายพันธุ์จาก Lactococcus lactis (100พันล้าน/วัน)

ข้อมูลฉลากบนกล่องและบรรจุภัณฑ์

  1. “ช่วยบำรุงระบบภูมิคุ้มกันให้กับผู้ที่มีสุขภาพดี” (ข้อความที่ตัดมาจากสรุปการยื่นจดทะเบียนข้างต้น)
  2. “แบคทีเรียกรดแลคติกชนิดแรกของโลก* ที่ช่วยกระตุ้นเซลล์ pDC”
    *: งานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบจากแบคทีเรียกรดแลคติกต่อเซลล์ pDC ชิ้นแรกของโลกที่ได้รับการเผยแพร่
    (ข้อมูลจากเว็บไซต์วารสารทางการแพทย์และ PubMed) 

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200807005123/en/

ข้อมูลติดต่อสื่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร
Kirin Holdings Company, Limited
Russell Roll
ที่อยู่ Nakano Central Park South, 4-10-2 Nakano, Nakano-ku, Tokyo
โทร +81-3-6837-7028
อีเมล: Russell_Roll@kirin.co.jp
เว็บไซต์หลัก Kirin Holdings: www.kirinholdings.co.jp/english/

ภูมิภาคเอเชียประเมินกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจพลังงานอีกครั้งเพื่อเร่งการผันตัวสู่ดิจิตอล

Logo

การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมนำเสนอความทันสมัยและโอกาสในการขยายธุรกิจในเอเชีย

กรุงเทพมหานคร–(BUSINESS WIRE)– 6 สิงหาคม 2563

ความยืดหยุ่นของระบบกริดของกระแสไฟฟ้าและ การบูรณาการพลังงานหมุนเวียน ยังคงเป็นพื้นที่หลักของการลงทุนในเอเชีย เนื่องจากภูมิภาคนี้ยังคงเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าระบบกริดเพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

“ผู้นำด้านพลังงานของเอเชียกำลังประเมินกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงพลังงานของพวกเขาอีกครั้ง โดยคำนึงถึงการแพร่ระบาดของโรคที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ในขณะที่การหยุดการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกและระบบผลิตไฟฟ้าแบบไม่รวมศูนย์ได้เพิ่มความซับซ้อนของกริดในทุกรูปแบบธุรกิจ วิศวกรรม และเทคโนโลยีพวกเขา แต่ในขณะดียวกันก็เป็นการนำเสนอโอกาสสำหรับภาคพลังงานในภูมิภาคนี้” Adrian Tan รองประธานฝ่ายขายและการตลาดที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Black & Veatch, Power Business Asia กล่าว

Tan ระบุโอกาสสำคัญสำหรับภาคพลังงานของเอเชียไว้ดังนี้:

โครงสร้างพื้นฐานพลังงานแบบบูรณาการยังคงตอบสนองความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าของเอเชีย

เหล่าผู้นำด้านพลังงานของเอเชียยังคงลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนด้านพลังงานของตนเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยกระแสไฟฟ้าและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน โครงสร้างพื้นฐานพลังงานแบบบูรณาการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการส่งและการกระจายที่แตกต่างกันเพื่อช่วยให้ระบบสาธารณูปโภคสามารถเอาชนะข้อผิดพลาดของโครงสร้างพื้นฐานที่เริ่มล้าหลัง ในขณะเดียวกันก็สามารถที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในด้านพลังงานที่ยั่งยืนและที่น่าเชื่อถือได้ ช่องทางโอกาสในขณะนี้คือการใช้ประโยชน์จากยุคที่ให้ความสำคัญกับการการกระจายตัวทางพลังงาน เช่น ไมโครกริดและพลังงานโซลาร์บนหลังคา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานไฟฟ้าและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในกลุ่มประเทศหมู่เกาะต่าง ๆ เช่น อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

ระบบการจัดเก็บพลังงานแบตเตอรี่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของกริด ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของเอเชีย

เหล่าผู้นำด้านพลังงานระดับภูมิภาคกำลังเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานโดยการกระจายเชื้อเพลิงและแหล่งพลังงานหลักที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า แหล่งพลังงานแหล่งหนึ่งที่ภูมิภาคนี้กำลังลงทุนอยู่คือแหล่งพลังงานหมุนเวียน โดยปัจจุบันมีโอกาสในการสร้างสมดุลของพลังงานทดแทนที่แปรผันตามระบบจัดเก็บแบตเตอรี่พลังงาน  หรือ Battery Energy Storage Systems (BESS) และความสามารถในการส่งพลังงาน หรือ larger transmission capacities ที่มากขึ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับกริด

ภาคพลังงานในเอเชียเร่งการผันตัวสู่ระบบดิจิตอล

รัฐบาลในภูมิภาคนี้กำลังเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีดิจิตอล และระบบสมาร์ทกริดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลลัพธ์เชิงบวกของเทคโนโลยีส่วนบุคคลในด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแบบบูรณาการ การเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิตอลนำเสนอโอกาสในการรับมือกับความท้าทายหลักด้านความเสถียรของกริด การจัดการโหลดสูงสุด ความยืดหยุ่นของระบบ และความน่าเชื่อถือในระบบองค์รวม

ระบบสมาร์ทกริดช่วยบูรณาการการสร้างพลังงานทดแทนในกริด และช่วยจัดการด้านอุปสงค์และอุปทาน

การบำรุงรักษาโดยการคาดคะเนอัตราการเสื่อมของเครื่องจักรหรือ predictive asset maintenance ช่วยให้ผู้ประกอบการโรงงานคาดการณ์สถานะของอุปกรณ์เพื่อให้สามารถกำหนดการบำรุงรักษาได้ การคาดการณ์และการตรวจสอบแบบเรียลไทม์แก้ไขปัญหาด้านความยั่งยืนและความน่าเชื่อถือของกริดไฟฟ้า พร้อม ๆ ไปกับการลดการสูญเสียค่าใช้จ่ายและปัญหาความล้มเหลวของอุปกรณ์อื่น ๆ

Tan นำประสบการณ์กว่า 20 ปี ทั้งด้านการขาย, วิศวกรรมและการดำเนินงานในอุตสาหกรรมพลังงาน เข้ามาร่วมงานกับ Black & Veatch ในฐานะรองประธานฝ่ายขายและการตลาดของธุรกิจไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชีย ที่ Black & Veatch โดยจะรับผิดชอบในการนำเสนอโซลูชั่นให้กับลูกค้าในบริการ EPC แบบครบวงจรทั้งในรูปแบบโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนแบบดั้งเดิม,  โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน, การผลิตกระแสไฟฟ้าแบบกระจาย, ระบบสายส่งไฟฟ้าม,  ระบบไมโครกริด และ ระบบ behind-the-meter services อนึ่ง Tan ประจำอยู่ที่กรุงเทพ

กดที่นี่ เพื่อดาวน์โหลดภาพที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุบรรณาธิการ

  • รายงานประจำปี Engineering News-Record’s (ENR) annual “Top 500 Design Firms” Sourcebook จัดอันดับให้ธุรกิจพลังงานของ Black & Veatch เป็นอันดับ 1 ในธุรกิจบริการสำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ อันดับ 3 ในด้านการสายส่งและการกระจายไฟฟ้า และอันดับ 7 ในธุรกิจบริการสำหรับพลังงานลม ซึ่งนี่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของบริษัท ในการช่วยให้ลูกค้าติดตามความยั่งยืนและความยืดหยุ่นที่มากขึ้นผ่านการสร้างพลังงานทดแทนและการปรับใช้โครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายในสเกลที่กว้างขึ้น
  • ในปี 2019 ลำพัง Black & Veatch ได้สร้างสถานีย่อยแล้วเสร็จสิ้นกว่า 1,900 สถานี และโครงการส่งไฟฟ้า500 แห่ง ทั่วโลก
  • Black & Veatch ได้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมากกว่า 100 GW ผ่านบริการและความสามารถด้าน EPC อย่างเต็มรูปแบบ บริษัทมีประสบการณ์การจัดเก็บพลังงานแบตเตอรี่มากกว่า 100 MW และได้ติดตั้งระบบกระจายพลังงานมามากกว่า 700 รายการ

เกี่ยวกับ Black & Veatch

Black & Veatch เป็นบริษัทด้านวิศวกรรม, การจัดซื้อ, การให้คำปรึกษาและการก่อสร้างที่มีพนักงานเป็นเจ้าของซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 100 ปีในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ตั้งแต่ปี 2458 เราได้ช่วยทำให้ชีวิตผู้คนในกว่า 100 ประเทศดีขึ้น ด้วยการจัดการกับความยืดหยุ่นและความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของโลก รายได้ของเราในปี 2562 อยู่ที่ 3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ติดตามเราได้ที่ www.bv.com และบนโซเชียลมีเดีย

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200728006064/en/

ติดต่อ:

Black & Veatch

EMILY CHIA | +65 6761 3511 p | +65 9875 8907 m | ChiaLP@BV.com

สายด่วนสื่อ 24 ชั่วโมง | +1 866 496 9149

MOGAS ชนะการประมูลมูลค่าหลายล้านดอลลาร์เพื่อจัดหาวาล์วสำหรับโรงกลั่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Logo

ฮูสตัน–(BUSINESS WIRE)–29 ก.ค. 2563

MOGAS Industries, Inc. (MOGAS) เพิ่งได้รับคำสั่งซื้อมูลค่าหลายล้านดอลลาร์เพื่อผลิตวาล์วแบบแยกบริการที่รองรับความดันสูง (severe service isolation valves) หลายร้อยตัวเพื่อใช้กับโรงกลั่นขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การให้บริการด้านกระบวนการและการนำไปใช้งานจะมาพร้อมกับวาล์วตั้งแต่เริ่มมีคำสั่งซื้อ ซึ่งรวมถึงหน่วย bed unit ที่ประกอบด้วยเครื่องกำจัดแรงดันสูงแยกตัว ตัวเร่งปฏิกิริยาแยกตัวเร่งและวงจรรอบสูง และการประยุกต์ใช้ความร้อนช็อก (high pressure letdown isolation, catalyst isolation and many high cycle, thermal shock applications) การส่งมอบวาล์วเหล่านี้มีกำหนดส่งเอาไว้ในปีหน้าเพื่อให้ตรงตามกำหนดเวลาที่ลูกค้าร้องขอ คำสั่งซื้อนี้จะช่วยเสริมวิสัยทัศน์ของ MOGAS ในการเป็นบริษัทเทคโนโลยีการให้บริการบริการวาล์วแบบรองรับความดันสูงที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก

ในฐานะผู้นำระดับโลกในการแปรรูปน้ำมันหนัก MOGAS มีประวัติที่ยาวนานในการเป็นพันธมิตรกับลูกค้าเพื่อทำให้แน่ใจว่าทุกความต้องการและความต้องการเฉพาะจะได้รับการตอบสนอง เพื่อทำให้ลูกค้าของเราอุ่นใจ ซึ่ง Chuck Walker ผู้จัดการฝ่ายขายทั่วโลกของ MOGAS กล่าวว่า “การที่ลูกค้ายืนยันที่จะได้ส่วนประกอบที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีคุณภาพสูงสำหรับโครงการลิขสิทธิ์ CLG ของพวกเขา จะทำให้พวกเขาเปล่งประกายและโดดเด่นในในอุตสาหกรรมน้ำมันหนัก”

คำสั่งซื้อนี้มีส่วนช่วยอย่างมากต่อการเสริมสร้สงจุดแข็งของ MOGAS ในอุตสาหกรรมน้ำมันหนักและการขยายตัวของเราในตลาดพลังงานในเอเชีย คุณค่าของความร่วมมือแบบไดนามิกนี้จะยังดำเนินต่อไปในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นการติดตั้งไปจนถึงการบริการ MOGAS เป็นที่รู้จักในการจัดหาวาล์วเพื่อความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพของโรงงาน เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราเข้าถึงศักยภาพสูงสุดของพวกเขาพร้อม ๆ ไปกับการเพิ่มผลกำไรสูงสุด

เกี่ยวกับ MOGAS Industries, Inc.

MOGAS Industries เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีวาล์วรองรับความดันสูง ซึ่งให้บริการที่มีชื่อเสียงระดับโลกและบริการวาล์วที่รองรับความดันสูงที่สุดและออกแบบมาเฉพาะสำหรับแอปพลิเคชันแต่ละด้าน ได้แก่ วาล์วที่ใช้ในด้านพลังงาน เหมืองแร่ น้ำมันและก๊าซ การกลั่นเคมี / ปิโตรเคมี เยื่อกระดาษและอุตสาหกรรมพิเศษอื่น ๆ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน  businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200729005625/en/

ติดต่อ:

Rajan Luthra

+1 832.300.7892

rluthra@mogas.com

Skilling ขยายบริการระดับโลกสู่ลอนดอน

Logo

นิโคเซีย, ไซปรัส–(BUSINESS WIRE)–29 กรกฎาคม 2563

Skilling แพลตฟอร์มซื้อขาย Forex และ CFD ออนไลน์ รุกเดินหน้าพร้อมแผนขยายธุรกิจทั่วโลกในปี 2563 ด้วยการขยายบริการสู่ลอนดอน สหราชอาณาจักร ภายใต้การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสคนใหม่อย่าง David Berg ซึ่ง David ได้เข้าร่วม Skilling Group ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการที่ดูแลการขายทั่วโลก และรับผิดชอบการตั้งแผนกที่ดูแลงานติดต่อลูกค้ากลุ่มธุรกิจทั่วโลกให้กับ Skilling ในสหราชอาณาจักร

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200729005382/en/

Forex and CFD online trading platform Skilling pushed forward with its 2020 global expansion, extending its physical presence to London, UK. (Photo: Business Wire)

Skilling แพลตฟอร์มซื้อขาย Forex และ CFD ออนไลน์ เดินหน้าพร้อมแผนขยายธุรกิจทั่วโลกในปี 2563 ด้วยการขยายบริการสู่ลอนดอน สหราชอาณาจักร (รูปภาพ: Business Wire)

Pavel Spirin ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายแห่ง Skilling Group ได้กล่าวถึงการแต่งตั้งครั้งนี้ไว้ว่า:

“ลอนดอนคือศูนย์กลางทางการเงินของโลก และเป็นที่ตั้งยุทธศาสตร์สำหรับเราในแง่ของการเติบโตและการขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต เมืองนี้ไม่เพียงแค่ให้เราได้เข้าถึงศูนย์รวมของผู้ที่มีความสามารถที่อาจเรียกได้ว่ามีความหลากหลายที่สุดของโลกเท่านั้น แต่ยังพาเรามาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการสร้างสัมพันธภาพที่เป็นหัวใจสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมนี้กับลูกค้าและซัพพลายเออร์ของเรา รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ การได้ David มาร่วมงานมีความสำคัญกับเรา และผมตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้เห็นผลงานของเขา”

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา Skilling ได้รับอนุญาตจากองค์การกำกับทางการเงินแห่งสหราชอาณาจักรเพื่อดำเนินกิจการต่อหลังการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป และในช่วงต้นจะทำการเปิดสำนักงานตัวแทนในลอนดอนเพื่อดูแลเกี่ยวกับการจ้างงานในทันทีรวมถึงเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของปี 2563 โดยจะมีการประเมินเพื่อติดตามในช่วงท้ายของปี

David เข้าร่วม Skilling พร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้กว่า 13 ปีที่เขาสะสมจากการดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการขายและการพาณิชย์ทั้งที่ ActivTrades, ATFX, eToro, London Capital Group และอื่น ๆ อีกมากมาย

“ผมตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Skilling ในช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นของวงจรการเติบโตของบริษัท และหวังที่จะได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการขายและการค้าจากลอนดอนด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโครงการริเริ่มใหม่ ๆ’’ David กล่าวถึงบทบาทใหม่ของเขา ณ Skilling Group

Skilling ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 และได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ไซปรัส (CySEC) และหน่วยงานกำกับดูแลบริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารในสาธารณรัฐเซเชลส์ (FSA) รวมถึงได้รับอนุญาตจากองค์การกำกับทางการเงินแห่งสหราชอาณาจักร แพลตฟอร์มซื้อขายนี้เริ่มให้บริการจากในยุโรป ก่อนขยายสู่ตลาดนอกยุโรปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทยังได้ถือครองใบอนุญาต FSA จากเซเชลส์และแพลตฟอร์มซื้อขาย MetaTrader 4 อีกด้วย

การซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินโดยการกู้ยืมเงินจากโบรกเกอร์เป็นการกระทำที่มีความเสี่ยงสูง

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200729005382/en/

ติดต่อ:

Skilling Group
Pavel Spirin
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย
marketing@skilling.com

Shin-Etsu Chemical พัฒนาอิมัลชั่นซิลิโคนรุ่นใหม่

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–29 ก.ค. 2563

Shin-Etsu Chemical Co., Ltd. (สำนักงานใหญ่: โตเกียว ประธาน: Yasuhiko Saitoh) ได้พัฒนาอิมัลชันซิลิโคนปรับปรุงชนิดใหม่

รายการล่าสุดเกี่ยวกับกฎระเบียบ REACH ของสหภาพยุโรป* มีการเสนอการดำเนินการเพื่อลดความเข้มข้นของไซล็อกเซนในผลิตภัณฑ์ซิลิโคนบางชนิดให้น้อยกว่า 0.1%  รูปแบบเฉพาะของไซล็อกเซนนั้นไม่ใช่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม  อย่างไรก็ตามเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าของเราและเพื่อพิจารณาแนวโน้มของกฎระเบียบ REACH นั้น ทาง Shin-Etsu ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์อิมัลชันซิลิโคนใหม่

อิมัลชันซิลิโคนใหม่ที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีเพิ่มระดับความบริสุทธิ์สูงจะลดความเข้มข้นของไซล็อกเซนเฉพาะเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ REACH  ในเวลาเดียวกันเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ ความเสถียรของอิมัลชั่นซิลิโคนของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

อิมัลชั่นซิลิโคนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ง่ายต่อการผสมซิลิโคนและน้ำเข้ากับวัสดุอื่นๆ โดยการเติมสารอิมัลซิไฟเออร์ (สารลดแรงตึงผิว) ลงในวัสดุเช่นของเหลวซิลิโคนและเรซินซิลิโคนโดยกระจายเข้าไปในน้ำ  เนื่องจากคุณสมบัติที่เหนือกว่าของซิลิโคนและความสะดวกในการใช้งานของอิมัลชันจึงมีการใช้อิมัลชันซิลิโคนในการใช้งานที่หลากหลายเช่นสารปลดปล่อย สารหล่อลื่น และสารเพิ่มความเงา

การใช้ประโยชน์จากคุณภาพและความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยีที่เหนือกว่าของ Shin-Etsu Chemical รวมถึงระบบสำหรับการตอบสนองอย่างละเอียดตามคำขอของลูกค้าของเรา Shin-Etsu จะมุ่งตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง

*REACH ซึ่งย่อมาจากสี่กระบวนการของการลงทะเบียน การประเมินผล การอนุญาต และการจำกัดสารเคมี เป็นกระบวนการที่จัดตั้งขึ้นโดยสหภาพยุโรปเพื่อปรับปรุงการคุ้มครองสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

อ่านที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200728006092/en/

หากต้องการสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ กรุณาติดต่อ:

Shin-Etsu Chemical Co., Ltd. Public Relations Dept.
Tetsuya Koishikawa
โทร: 03-3246-5091 หรือจากนอกญี่ปุ่น: 81-3-3246-5091
แฟกซ์: 03-3246-5096 หรือจากนอกญี่ปุ่น: 81-3-3246-5096
อีเมล: sec-pr @ shinetsu jp

เปิดตัวแพลตฟอร์มการบรรยายเชิงโต้ตอบ NLG รุ่นชั้นนำ

Logo

เพทาลิง จายา มาเลเซีย–(บิสิเนสไวร์)–22 ก.ค. 2563

Statworks Group มีความยินดีประกาศหุ้นส่วนกับ Automated Insights (Ai) บริษัทของ Stats Perform และผู้ให้บริการการสร้างภาษาแบบธรรมชาติ (Natural Language Generation – NLG) ชั้นนำเพื่อนำ NLG มายังสิงคโปร์และมาเลเซีย  Wordsmith ผลิตภัณฑ์เรือธงของ Automated Insights ซึ่งแปลงข้อมูลทางธุรกิจให้กลายเป็นเรื่องเล่าเสียงมนุษย์และข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำมาปฏิบัติได้  Statworks Group บริษัทชั้นนำในการวิเคราะห์ข้อมูล big data ในมาเลเซียมีประสบการณ์อย่างกว้างขวางในการใช้งานการเรียนรู้ machine learning กับ AI และระบบธุรกิจอัจฉริยะ (Business Intelligence – BI) ในองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในภูมิภาคนี้  ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี Statworks Group ได้ใช้ Big Data Analytics, GIS, และเทคโนโลยี STEM ในอุตสาหกรรมต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย

Maheskantha Balasubramaniam ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Statworks กล่าวว่า Wordsmith สร้างการวิเคราะห์ที่เป็นลายลักษณ์อักษรโดยใช้การสร้างภาษาธรรมชาติเคียงข้างการสร้างภาพ BI ของ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างภาพข้อมูล Tableau, Spotfire และ PowerBI  นอกจากนี้เขายังกล่าวเสริมว่า “เหมือนการมีนักวิเคราะห์ข้อมูลส่วนตัวนำทางคุณผ่านแผงควบคุมของคุณ  การรวมพลังของ Tableau เข้ากับความมหัศจรรย์ของ NLG สร้างประสบการณ์ที่กำหนดเองสำหรับผู้ใช้ทุกคน”

“Natural Language Generation (NLG) เป็นสาขาของ AI ที่นำโครงสร้างข้อมูลมาแปลงเป็นข้อความที่มีเสียงของมนุษย์” Anis Zakaria ผู้จัดการฝ่ายเทคนิคของ Statworks กล่าว  เธอเสริมว่า Wordsmith สร้างและนำเสนอเรื่องการวิเคราะห์ที่ชัดเจนและชาญฉลาดให้กับทุกคนในองค์กรโดยอัตโนมัติ

“การเป็นหุ้นส่วนกับ Statworks Group ให้โอกาส Automated Insights ในการนำ NLG ไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” Nick Nelli สถาปนิกอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Automated Insights กล่าว “Wordsmith จะช่วยให้ผู้ใช้แผงควบคุม BI เข้าใจข้อมูลของพวกเข้าได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในระดับและความเร็วที่ไม่สามารถมีได้ก่อนหน้านี้”

ด้วย Wordsmith ทุกคนสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลของตัวเองควบ คุมการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นเรื่องเล่าที่ชาญฉลาดได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยความเร็วและขนาดที่ไม่เคยมีมาก่อน  แนวโน้มล่าสุดในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล big data นี้เป็นเทคโนโลยีที่ต้องมีสำหรับองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ BI

เกี่ยวกับ STATWORKS

STATWORKS มีประสบการณ์อย่างกว้างขวางในการใช้งานวิทยาศาสตร์ข้อมูลและการวิเคราะห์ในองค์กรต่างๆ ในภูมิภาค  ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา องค์กรในอุตสาหกรรมต่างๆ สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง  ความเชี่ยวชาญของ STATWORKS คือการทำงานกับข้อมูลจำนวนมากและอัลกอริธึมที่การใช้วิทยาศาสตร์ข้อมูลโดยใช้หรือไม่ใช้โค้ดเป็นแกนหลักของกระบวนการวิเคราะห์ของลูกค้าของเรา  ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในการเรียนรู้การใช้งานเครื่องจักรด้วย AI และ BI ในองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในภูมิภาคนี้ Statworks Group ได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ เทคโนโลยี GIS และ STEM ในอุตสาหกรรมต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย

เกี่ยวกับ Automated Insights (automaticinsights.com)

ก่อตั้งขึ้นในปี 2550 และมีสำนักงานใหญ่ในเมืองเดอแรม รัฐนอร์ทแคโรไลนา Automated Insights เป็นผู้สร้าง Wordsmith แพลตฟอร์มการสร้างภาษาธรรมชาติแบบบริการตัวเองครั้งแรกของโลกสำหรับระบบธุรกิจอัจฉริยะ  Automated Insights ช่วยให้องค์กรต่างๆ สร้างเรื่องราวที่ฟังดูเป็นมนุษย์จากข้อมูลซึ่งทำให้ง่ายต่อการสร้างการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ การเขียนรายงานส่วนบุคคล และเรื่องราวในขนาดใหญ่  แพลตฟอร์ม Wordsmith ถูกใช้โดยบริษัทต่างๆเช่น Allstate, Associated Press และ Cisco เพื่อเพิ่มความรู้ของข้อมูลองค์กรและขยายการยอมรับของซอฟต์แวร์ระบบธุรกิจอัจฉริยะ

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200721005976/en/

ติดต่อ:

Reed Findlay, Stats Perform Corporate Communications Manager (ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรของ Stats Perform)

pr@automatedinsights.com  / +1 847-583-2642

Western Union ขยายตัวเพิ่มขึ้นผ่าน TrueMoney ในประเทศฟิลิปปินส์

Logo

โลเคชั่นของ TrueMoney ห้าพันแห่งทั่วประเทศฟิลิปปินส์จะเปิดให้บริการการโอนเงินของ Western Union

มะนิลา ฟิลิปปินส์–(BUSINESS WIRE)–21 ก.ค. 2563

 Western Union ผู้นำในด้านการเคลื่อนย้ายโอนเงินและชำระเงินข้ามสกุลเงินประกาศความร่วมมือกับ TrueMoney ผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำในประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อช่วยทำให้ลูกค้าในฟิลิปปินส์สามารถรับเงินโอนจากคนที่พวกเขารักได้ทั่วโลก

ในเบื้องต้น ลูกค้าจะสามารถรับเงินได้ที่ตามโลเคชั่นของ TrueMoney บางแห่งที่สามารถเป็นที่สังเกตได้อย่างง่าย ๆ จากการที่มีป้าย Western Union ระบุถึงความพร้อมในการให้บริการติดอยู่ และต่อ ๆ ไปจะขยายการบริการออกไปยังโลเคชั่นอื่น ๆ ซึ่งในที่สุดจะมีให้บริการมากกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ

“ที่ Western Union เรามุ่งมั่นที่จะทำทุกสิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อให้บริการลูกค้าและชุมชนของเราทั้งในฟิลิปปินส์และทั่วโลก” Jeffrey Navarro หัวหน้าเครือข่าย Western Union ของฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไน และอินโดจีน กล่าว“ เราพัฒนาการดำเนินงานและธุรกิจของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บริการและประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า เรารู้สึกตื่นเต้นกับการเปิดตัวบริการของเรากับ TrueMoney ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการโอนเงินในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ”

“เพราะความเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เราจึงทุ่มเทเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการบริการให้กับลูกค้าของเราในรูปแบบการโอนเงินที่เชื่อถือได้และสะดวกสบาย การเคลื่อนย้ายของเงินเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต  บ่อยครั้งที่การดำรงชีวิตและความอยู่รอดทางการเงินเชื่อมโยงโดยตรงกับการเคลื่อนย้ายของเงิน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญในช่วงเวลาเช่นนี้ในการเคลื่อนย้ายเงินอย่างมีความรับผิดชอบ และเรายินดีที่จะร่วมมือกับ Western Union” Eugene Go ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการประจำประเทศฟิลิปปินส์ ของ TrueMoney กล่าว

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่รับการโอนเงินรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่ของโลกในปี 2562 ตามข้อมูลของธนาคารโลก หรือ World Bank โดย Western Union ให้บริการลูกค้าจากเครือข่ายตัวแทนขนาดใหญ่ที่มอบความสะดวกสบายที่เหนือชั้นให้กับลูกค้าในฟิลิปปินส์ ลูกค้าควรตรวจสอบสถานะของโลเคชันที่ใกล้ที่สุดกับ Agent Locator link

เกี่ยวกับ Western Union

บริษัท Western Union Company  (NYSE: WU) เป็นผู้นำระดับโลกด้านการเคลื่อนย้ายเงินข้ามพรมแดน การแลกเปลี่ยนเงินตรา และการชำระเงิน แพลตฟอร์มแบบ omnichannel หรือ การติดต่อสื่อสารกับลูกค้าที่หลากหลายช่องทางของเราเชื่อมต่อโลกดิจิตอลและโลกออฟไลน์เข้าไว้ด้วยกัน และทำให้ผู้บริโภคและธุรกิจสามารถรับส่งเงินและชำระเงินด้วยความเร็ว ความสะดวก และความน่าเชื่อถือ โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 เครือข่ายของเรามีตัวแทนค้าปลีกกว่า 550,000 แห่งที่ให้บริการแบรนด์ของเราในกว่า 200 ประเทศและเขตแดน ซึ่งมาพร้อมความสามารถในการส่งเงินไปยังบัญชีหลายพันล้านรายการ นอกจากนี้ westernunion.com ซึ่งเป็นช่องทางที่เติบโตเร็วที่สุดของเราในปี 2562 มีให้บริการในกว่า 75 ประเทศ ตลอดจนถึงเขตแดนเพิ่มเติมเพื่อการเคลื่อนย้ายเงินทั่วโลก ด้วยการเข้าถึงทั่วโลกของเรา Western Union จะเคลื่อนย้ายเงินได้ดีขึ้น เชื่อมโยงครอบครัว เพื่อนฝูง และธุรกิจได้ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถเกิดความครอบคลุมทั่วถึงด้านการเงิน พร้อม ๆ ไปกับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชม www.westernunion.com

เกี่ยวกับ TrueMoney

TrueMoney Philippines ซึ่งดำเนินงานภายใต้ Ascend Money เป็น บริษัท Fintech ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นบริษัทร่วมทุนทางการเงินดิจิตอลของ C.P Group และ Ant Financial โดยบริษัทมีสถานที่ให้บริการทางการเงินมากกว่า 70,000 แห่งในประเทศไทย กัมพูชา พม่า อินโดนีเซียเวียดนาม และฟิลิปปินส์ TrueMoney มุ่งมั่นที่จะผลักดันความครอบคลุมทั่วถึงด้านการเงินในประเทศต่าง ๆ โดยนำเสนอบริการทางการเงินระดับนวัตกรรมและราคาที่ไม่แพงเพื่อมวลชน

ในฟิลิปปินส์ TrueMoney ช่วยสร้างการบริการด้านการเงินที่สะดวกและราคาไม่แพงผ่านร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา ร้านโชห่วย เบเกอรี่ สถานีบริการน้ำและธุรกิจใกล้เคียงอื่น ๆ TrueMoney มีร้านค้าพันธมิตรเกือบ 20,000 แห่งทั่วประเทศที่ให้บริการดังต่อไปนี้ เงินในประเทศและระหว่างประเทศ Padala การชำระค่าใช้จ่าย การเรียกเก็บเงิน ประกันขนาดเล็ก สินเชื่อขนาดเล็ก (International and Domestic Money Padala, Bills Payment, Loading, Micro Insurance, Micro Loans)

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200721005406/en/

ติดต่อ:

Western Union Asia-Pacific

Karen Santos; Karen.Santos2@westernunion.com

TrueMoney

Nelle Vizmonte; francine.viz@truemoney.com.ph

โครงการ Golden Shield โดย RELX สกัดกั้นผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าปลอมแปลงมูลค่ากว่า 700,000 ดอลลาร์ฯ ก่อนถึงมือผู้บริโภค

Logo

เซินเจิ้น, จีน–(BUSINESS WIRE)–20 กรกฎาคม 2563

วันนี้ RELX Technology ได้ประกาศเกี่ยวกับโครงการ Golden Shield ของบริษัทที่มีส่วนสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ของจีนในการเข้ายึดผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าปลอมแปลงกว่า 70,000 รายการ ในระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ปี 2563 มูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์ที่ยึดมาได้มีการประเมินไว้ที่ราวกว่า 700,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ มีความเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเตรียมถูกส่งไปจำหน่ายในตลาดหลายแห่งทั่วโลก รวมถึงในมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและจีน สืบเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของการผลิตสินค้าปลอมในกลุ่มบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยา RELX จึงได้จัดตั้งโครงการ Golden Shield ขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา เพื่อช่วยสกัดกั้นการผลิตและจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย สมาชิกโครงการ Golden Shield ของ RELX อยู่ระหว่างร่วมทำงานกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทางออนไลน์ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หน่วยงานด้านอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ของจีนรวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศเพื่อกวาดล้างผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าปลอมแปลงให้หมดจากตลาด

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200719005038/en/

RELX Technology announced the company’s Golden Shield Program aided Chinese authorities in seizing over 70,000 counterfeit e-cigarette products in June and July, 2020 (Photo: Business Wire)

RELX Technology ประกาศเกี่ยวกับโครงการ Golden Shield ของบริษัทที่มีส่วนสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ของจีนในการเข้ายึดผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าปลอมแปลงกว่า 70,000 รายการระหว่างเดือน มิ.ย. ถึง ก.ค. 2563 (รูปภาพ: Business Wire)

จนถึงปัจจุบัน โครงการ Golden Shield ของ RELX ได้ให้ความช่วยเหลือหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐฯ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าปลอมแปลงไปแล้วถึง 26 คดี ซึ่งนำไปสู่การจับกุมอุปกรณ์สำหรับสูบ น้ำยา และสินค้าอื่น ๆ ที่เป็นสินค้าปลอมแปลงนับแสนรายการ

ศูนย์วิจัยและพัฒนาของ RELX ได้ทำการทดสอบกับอุปกรณ์และพ็อดบุหรี่ไฟฟ้าปลอมแปลงหลายรายการและพบว่าพ็อดบุหรี่เถื่อนนั้นมักใช้น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ด้อยคุณภาพ มีส่วนประกอบของสารที่เป็นอันตรายเช่นสารโทลูอีนในปริมาณที่เกินมาตรฐานโดยทั่วไปอย่างมาก และปริมาณของนิโคตินนั้นไม่ตรงตามที่ระบุบนฉลากของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอธิบายได้ว่าเหตุใดพ็อดปลอมจึงมักถูกจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่า

นอกจากนี้ RELX ยังพบว่าอุปกรณ์ของ RELX ที่ถูกปลอมแปลงและมีการสลักโลโก้แบรนด์หรูหรืออุปกรณ์ที่ร่วมผลิตกับแบรนด์ต่าง ๆ ถูกจำหน่ายบนเครือข่ายโซเชียลมีเดียเช่น Facebook และ Instagram อย่างแพร่หลาย อุปกรณ์ปลอมแปลงเหล่านั้นมีความคล้ายคลึงกับพ็อดซึ่งผลิตในโรงงานที่ไม่มีการรับรอง ซึ่งไม่เพียงเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของ RELX อย่างร้ายแรง แต่ยังเป็นสิ่งคุกคามด้านความปลอดภัยเนื่องจากแบตเตอรี่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่ได้รับการทดสอบอย่างเหมาะสม และพบว่าแบตเตอรี่ในอุปกรณ์ปลอมแปลงเหล่านั้นเกิดระเบิดขึ้นหลายครั้งแล้ว

Chen Changlu รองผู้จัดการทั่วไปของ Amperex Technology Limited ผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำของจีน เผยระหว่างให้สัมภาษณ์ว่า “ลิเธียมเป็นธาตุที่มีความไวมาก หากไม่มีการจัดการอย่างเหมาะสม สามารกลายเป็นวัตถุติดไฟหรือแม้แต่ระเบิดได้ง่าย การพัฒนาดีไซน์ที่มีความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องจำเป็นเมื่อมีการนำแบตเตอรี่ลิเธียมมาใช้ แต่ในตลาดนั้นมีผู้เล่นอยู่หลายราย ผู้ผลิตบางรายถอดอุปกรณ์ป้องกันเพื่อความปลอดภัยออกหรือใช้วัสดุที่ด้อยคุณภาพซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้ โปรดหลีกเลี่ยงการซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุม และซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่ถูกกฎหมายจากช่องทางจำหน่ายที่เป็นทางการเท่านั้น”

ลูกค้าของ RELX ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากช่องทางจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หรือใช้โทรศัพท์มือถือสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ RELX นั้นเป็นของแท้หรือไม่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์ RELX ว่าเป็นของแท้ ลูกค้าสามารถดูได้จาก https://relxnow.com/pages/verify

เกี่ยวกับ RELX Technology

RELX ก้าวสู่การเป็นบริษัทบุหรี่ไฟฟ้าชั้นนำของเอเชียหลังก่อตั้งขึ้นในเดือนมกราคมปี 2561 RELX เป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าอิสระ ทำการผลิตขึ้น ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาในเซินเจิ้น ประเทศจีน ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการแห่งแรกโดยแบรนด์บุหรี่ไฟฟ้าอิสระที่ได้มาตรฐาน CNAS RELX ยังคงเดินหน้าลงทุนจำนวนมหาศาลในด้านการวิจัยและพัฒนา การทดสอบน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ บริษัทดึงดูดผู้ที่มีความสามารถมากมายจากทั้ง Uber, Proctor and Gamble, Huawei, Beats และ L'Oréal โดยนักลงทุนของ RELX ประกอบด้วยบริษัทร่วมลงทุนชั้นนำอย่าง Source Code Capital, IDG Capital และ Sequoia Capital

เว็บไซต์: https://relxnow.com

Twitter: @Relxtech
Facebook: @Relxnow
Instagram: relxtech
Linkedin: RELX Technology

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200719005038/en/

ติดต่อ:

Yasha Wolfman  BBC
yasha.wolfman@relxtech.com 

Aimee Ren 
aimee.ren@relxtech.com

Halliburton ทำข้อตกลงเชิงยุทธศาสตร์กับ Microsoft และ Accenture เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิตอล

Logo

ฮุสตัน–(BUSINESS WIRE)–17 ก.ค. 2563

Halliburton (NYSE: HAL), Microsoft Corp. (Nasdaq: MSFT) และ Accenture (NYSE: ACN) ประกาศในวันนี้ว่าพวกเขาได้ทำข้อตกลงเชิงยุทธศาสตร์เป็นเวลาห้าปี เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิตอลของ Halliburton ใน Microsoft Azure

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200717005090/en/

ภายใต้ข้อตกลงนี้ Halliburton จะย้ายไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลบนคลาวด์จนเสร็จสมบูรณ์และเสริมความแข็งแกร่งให้กับลูกค้าดังนี้:

  • พัฒนาแพลตฟอร์มแบบเรียลไทม์สำหรับการดำเนินงานทางไกลที่ขยายออกไปมากขึ้น
  • การปรับปรุงความสามารถในการวิเคราะห์ด้วย Halliburton Data Lake ซึ่งใช้การเรียนรู้ของตัวเครื่องและระบบปัญญาประดิษฐ์
  • เร่งการปรับใช้เทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่นใหม่ รวมไปถึงการปฏิบัติตาม SOC2 เพื่อความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของระบบโดยรวมของ Halliburton

“ข้อตกลงเชิงยุทธศาสตร์กับ Microsoft และ Accenture เป็นขั้นตอนสำคัญในการนำเทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่นใหม่ของเรามาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิตอล ขับเคลื่อนความคล่องตัวทางธุรกิจเพิ่มเติม และลดค่าใช้จ่ายด้านทุนของเรา” Jeff Miller ประธานของ Halliburton  กล่าว “ เรารู้สึกตื่นเต้นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ลูกค้าและพนักงานของเราจะได้รับผ่านข้อตกลงนี้และโอกาสในการใช้ประโยชน์จากสถาปัตยกรรมแบบเปิดของเราต่อการส่งมอบซอฟต์แวร์ตัวนี้”

“การย้ายไปยังคลาวด์ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถสร้างข้อเสนอให้กับลูกค้าที่เปลี่ยนรูปแบบการตลาด พร้อม ๆ ไปกับการขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้” Judson Althoff รองประธานบริหารฝ่ายของ Microsoft’s Worldwide Commercial Business กล่าว “ด้วยการเป็นพันธมิตรกับ Halliburton และ Accenture ในครั้งนี้ เราจะใช้พลังของคลาวด์เพื่อปลดล็อกความสามารถด้านดิจิตอลที่มอบสิทธิประโยชน์ให้กับ Halliburton และลูกค้าของพวกเขา”

ข้อตกลงดังกล่าวยังช่วยให้สามารถย้ายศูนย์ข้อมูลทางกายภาพของ Halliburton ไปยัง Azure ซึ่งให้บริการคลาวด์ระดับองค์กรในระดับโลก และมอบสิทธิประโยชน์ด้านความยั่งยืน โดย Accenture จะทำงานร่วมกับ Microsoft อย่างใกล้ชิดร่วมกับบริษัทร่วมทุน Avanade เพื่อช่วยในการเปลี่ยนความสามารถด้านดิจิตอลและแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจที่สำคัญ ๆ ของ Azure ทั้งนี้ Accenture จะใช้ประโยชน์จากกรอบการโอนย้ายระบบคลาวด์ที่ครอบคลุมทุกด้าน ซึ่งนำมาซึ่งความสามารถทางอุตสาหกรรมที่มาพร้อมกับเครื่องมือ วิธีการและระบบอัตโนมัติแบบพิเศษเพื่อเร่งการโยกย้ายศูนย์ข้อมูลของ Halliburton และมอบโอกาสในการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม

Julie Sweet ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Accenture กล่าวว่า“ การสร้างศูนย์กลางดิจิตอล (digital core) และการเพิ่มขนาดของมันอย่างรวดเร็วทั่วทั้งธุรกิจนั้นจะเป็นไปได้ก็เพราะมีรากฐานที่แข็งแกร่งในคลาวด์” Julie Sweet ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Accenture กล่าว “Halliburton ตระหนักดีว่ารากฐานที่สำคัญนี้จะก่อให้เกิดนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และความได้เปรียบด้านความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ ที่แตกต่างได้อย่างรวดเร็ว เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ซึ่งเป็นการต่อยอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของเราในการทำงานกับ Halliburton และ Microsoft”

บริษัทคาดว่าจะทำการโยกย้ายตามขั้นตอนให้เสร็จสิ้นภายในปี 2022.

เกี่ยวกับ Microsoft

Microsoft (Nasdaq“ MSFT” @microsoft) เป็น บริษัทผู้นำด้านแพลตฟอร์มและผลิตภาพสำหรับโลกที่ให้ความสำคัญกับระบบพกพาและระบบคลาวด์เป็นหลัก ภารกิจของบริษัทคือการเพิ่มขีดความสามารถของทุกคนและทุกองค์กรในโลกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้มากขึ้น

เกี่ยวกับ Halliburton

Halliburton ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2452 เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์และการบริการที่ใหญ่ที่สุดในโลกแก่อุตสาหกรรมพลังงาน ด้วยการมีพนักงานประมาณ 50,000 คน ที่เป็นตัวแทน 140 เชื้อชาติจากกว่า 80 ประเทศ บริษัทช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดตลอดวงจรชีวิตของแหล่งเก็บน้ำ (life cycle of the reservoir) เริ่มจากการค้นหาไฮโดรคาร์บอนและการจัดการข้อมูลทางธรณีวิทยาจนถึงการขุดเจาะ การประเมินการก่อตัวการก่อสร้าง การดำเนินการที่ดีและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตลอดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.halliburton.com. เชื่อมต่อกับ Halliburton บน Facebook, Twitter, LinkedIn, Instagram และ YouTube.

เกี่ยวกับ Accenture

Accenture เป็นบริษัทผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกที่ให้บริการที่หลากหลายในด้านกลยุทธ์และการให้คำปรึกษา ด้านอินเตอร์แอคทีฟ ด้านเทคโนโลยีและการดำเนินงานพร้อมความสามารถด้านดิจิตอลในบริการเหล่านี้ทั้งหมด เรารวบรวมประสบการณ์ที่ไม่มีใครเทียบได้และความสามารถเฉพาะด้านในกว่า 40 อุตสาหกรรม ซึ่งขับเคลื่อนโดยเครือข่ายเทคโนโลยีขั้นสูงและศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพนักงานกว่า 513,000 คนที่ให้บริการลูกค้าในกว่า 120 ประเทศ Accenture นำนวัตกรรมเพื่อช่วยลูกค้าปรับปรุงประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนทั่วทั้งองค์กรอย่างต่อเนื่อง เยี่ยมชมเราได้ที่ www.accenture.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200717005090/en/

สำหรับติดต่อ Microsoft

ฝ่ายสื่อสัมพันธ์ Microsoft

WE Communications for Microsoft

(425) 638-7777

rrt@we-worldwide.com

สำหรับติดต่อ Halliburton

Investors:

Abu Zeya

ฝ่ายลงทุนสัมพันธ์ Halliburton

Investors@Halliburton.com

281-871-2633

สำหรับสื่อติดต่อ:

Emily Mir

ประชาสัมพันธ์ Halliburton

PR@Halliburton.com

281-871-2601

สำหรับติดต่อ Accenture

Christian Harper

ฝ่ายสื่อสัมพันธ์ Accenture

Christian.harper@acccenture.com

516-434-8615