Marquee Brands ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ DAMAC Group เพื่อเข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ใน Roberto Cavalli

Logo

ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ Roberto Cavalli มีความพร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ของการขยายธุรกิจไปทั่วโลกและการเติบโตแบบออมนิแชนแนล (Omni-channel)

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–21 พฤษภาคม 2026

Marquee Brands เป็นบริษัทบริหารจัดการแบรนด์ระดับโลกและผู้เร่งการเติบโตของแบรนด์ชั้นนำ ประกาศในวันนี้ว่าได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการเข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ใน Roberto Cavalli ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ DAMAC Group ที่เป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติชั้นนำและเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรูจากดูไบ การทำธุรกรรมนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นในไตรมาสที่สองของปี 2026 หลังจากนั้น DAMAC Group จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายสำคัญต่อไป โดย Roberto Cavalli นั้นเป็นแบรนด์หรูระดับตำนานที่ก่อตั้งขึ้นในฟลอเรนซ์ในปี 1970 และเป็นที่รู้จักในด้านการออกแบบที่ล้ำสมัยและงานฝีมือสไตล์อิตาลีอันโดดเด่น จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ระดับโลกเหนือกาลเวลาของ Marquee Brands ที่ประกอบไปด้วย Martha Stewart, Laura Ashley, Sur La Table, BCBGMAXAZRIA และ Stance โดยการเพิ่ม Roberto Cavalli เข้ามาจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของ Marquee Brands ในฐานะผู้นำในภาคส่วนสินค้าหรูและไลฟ์สไตล์ ทำให้ยอดขายปลีกรวมของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Roberto Cavalli Spring/Summer 2026

คอลเลกชันฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2026 ของ Roberto Cavalli

“Roberto Cavalli คือหนึ่งในแบรนด์หรูชั้นนำของอิตาลี ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและปรัชญาแบรนด์ที่ยั่งยืน” Heath Golden ซีอีโอของ Marquee Brands กล่าว “เรามองเห็นศักยภาพอันมหาศาลในการต่อยอดจากรากฐานนี้ ผ่านการบริหารจัดการแบรนด์อย่างรอบคอบและการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ ด้วยความร่วมมือกับ DAMAC ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์หรู เราจะยังคงยกระดับประสบการณ์ของ Roberto Cavalli ทั่วโลกต่อไป”

Hussain Sajwani ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท DAMAC กล่าวว่า “Roberto Cavalli เป็นหนึ่งในแบรนด์หรูที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดในโลก หลังจากที่ได้สร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับแบรนด์มานานหลายปี เราจึงมองหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่มีทักษะความสามารถในการยกระดับแบรนด์ไปอีกขั้น เรามั่นใจว่า Marquee Brands คือพันธมิตรที่เหมาะสมที่สุด ด้วยความรักที่เรามีต่อแบรนด์และการถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง เราจึงหวังที่จะสนับสนุนความพยายามของ Marquee Brands โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายไลฟ์สไตล์ของ Roberto Cavalli ผ่านโครงการที่พักอาศัยและโรงแรมในจุดหมายปลายทางชั้นนำทั่วโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ DAMAC ยังคงเป็นเจ้าของและดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับแบรนด์อย่างแท้จริง”

Marquee Brands ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกองทุนที่บริหารโดย Neuberger บริษัทจัดการลงทุนระดับโลก ยังคงขยายแพลตฟอร์มระดับโลกอย่างต่อเนื่องด้วยการเข้าซื้อแบรนด์เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค โดย Roberto Cavalli เป็นแบรนด์ที่ 22 ในพอร์ตโฟลิโอของ Marquee Brands

“Marquee Brands ได้สร้างแบบจำลองธุรกิจที่มีประสิทธิภาพด้านเงินทุนและได้รับการพิสูจน์แล้วสำหรับการขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการบริหารจัดการแบรนด์อย่างมีระเบียบวินัย ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และมุมมองการลงทุนระยะยาว” Zachary Sigel กรรมการผู้จัดการของ Neuberger และผู้ร่วมก่อตั้ง Marquee Brands กล่าว “การเข้าซื้อกิจการ Roberto Cavalli ได้ช่วยตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของ Neuberger ในแพลตฟอร์มและศักยภาพในการสร้างมูลค่าให้กับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง”

ความร่วมมือระหว่าง Marquee Brands และ DAMAC จะขยายการเข้าถึงแบรนด์ Roberto Cavalli ไปทั่วโลก โดยเป็นการผสานจุดแข็งที่เสริมซึ่งกันและกัน และความมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับแบรนด์แฟชั่นระดับตำนานของอิตาลี โดย Marquee Brands จะช่วยเร่งการเติบโตของ Roberto Cavalli ด้วยการแนะนำหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ บริการ และจุดสัมผัสในประสบการณ์ใหม่ๆ ทั่วทั้งยุโรป สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง เอเชียแปซิฟิก และละตินอเมริกา

DAMAC จะยังคงขยายการมีอยู่ของแบรนด์ผ่านโครงการที่พักอาศัยและโรงแรมภายใต้แบรนด์ Roberto Cavalli ในตลาดสำคัญทั่วโลก เพื่อเสริมสร้างตำแหน่งความเป็นแบรนด์หรูและความน่าปรารถนาของแบรนด์ การเป็นพันธมิตรครั้งนี้จะช่วยสร้างแพลตฟอร์มที่ทรงพลังซึ่งผสานความเชี่ยวชาญของ Marquee Brands ในการพัฒนาแบรนด์ระดับโลกเข้ากับความเป็นผู้นำของ DAMAC ในด้านอสังหาริมทรัพย์หรูและการบริการ รวมถึงการเปิดโอกาสใหม่ๆ ที่สำคัญสำหรับอนาคตของ Roberto Cavalli

ในส่วนหนึ่งของธุรกรรมนี้ Marquee Brands ได้ประกาศแต่งตั้ง The Level Group (TLG) ซึ่งเป็นพันธมิตรในเมืองมิลาน เป็นพันธมิตรหลักในการดำเนินงาน โดย TLG จะเป็นผู้นำในการพัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายคอลเลกชันสำหรับผู้หญิงและผู้ชายของแบรนด์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าวิสัยทัศน์ด้านผลิตภัณฑ์มีความเป็นเอกภาพและเหนือระดับในตลาดสำคัญต่างๆ นอกจากนี้ TLG จะรับผิดชอบในการดำเนินงานด้านการค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ รวมถึงการจัดจำหน่ายแบบขายส่งในยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางการขายตรงถึงผู้บริโภคและกลยุทธ์การค้าปลีกระดับโลกของ Roberto Cavalli

โดย RBC Capital Markets จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ Greenberg Traurig จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายให้กับ Marquee Brands ส่วน BDA Partners จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับ DAMAC Properties

เกี่ยวกับ ROBERTO CAVALLI

Roberto Cavalli ก่อตั้งขึ้นในปี 1970 เป็นแบรนด์ชั้นนำของอิตาลีในด้านแฟชั่น เครื่องประดับ และไลฟ์สไตล์หรูหรา มีความโดดเด่นด้วยสุนทรียภาพร่วมสมัยที่งดงาม โดยแบรนด์นี้เป็นตัวแทนที่แท้จริงของความเป็นเลิศ งานฝีมือ และต้นกำเนิดจากแถบเมดิเตอร์เรเนียนของอิตาลี กลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Roberto Cavalli อยู่ในกลุ่มสินค้าหรูหรา และประกอบด้วยคอลเลกชันต่างๆ ได้แก่ ของใช้ในบ้าน สินค้าสำหรับเด็ก แว่นตา น้ำหอม นาฬิกา และ Just Cavalli www.robertocavalli.com

เกี่ยวกับ MARQUEE BRANDS

Marquee Brands คือผู้นำด้านการเร่งการเติบโตของแบรนด์ระดับตำนาน ช่วยปลดล็อกมูลค่า และสร้างอิทธิพลระดับโลก โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างมูลค่าแบรนด์ที่ยั่งยืน เราจึงร่วมมือกับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้ค้าปลีก และผู้จัดจำหน่ายชั้นนำต่างๆ เพื่อขยายแบรนด์ไปในตลาดและช่องทางต่างๆ โดยพอร์ตโฟลิโอระดับโลกของ Marquee Brands ครอบคลุมสามแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน ได้แก่ ของใช้ในบ้านและอาหาร แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ สินค้าหรู และกิจกรรมกลางแจ้ง พอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ประกอบไปด้วย Martha Stewart, Laura Ashley, Sur La Table, Emeril Lagasse, America’s Test Kitchen, BCBGMAXAZRIA, BCBG, Ben Sherman, Bruno Magli, Anti Social Social Club, Totes, Isotoner, Destination Maternity, Motherhood, A Pea in the Pod, Stance, Dakine และ Body Glove สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม www.marqueebrands.com

เกี่ยวกับ NEUBERGER PRIVATE MARKETS

Neuberger Private Markets เป็นส่วนหนึ่งของ Neuberger และเป็นนักลงทุนในตลาดเอกชนที่ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ปี 1987 โดย Neuberger Private Markets ได้ลงทุนในหลากหลายกลยุทธ์ ประเภทสินทรัพย์ และภูมิภาค ในสถาบันและบุคคลที่มีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญจำนวนมากทั่วโลก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 ทาง Neuberger Private Markets ได้บริหารจัดการเงินลงทุนกว่า 155 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมการลงทุนในตลาดหลัก การร่วมลงทุน ตลาดรอง สินเชื่อเอกชน และกลยุทธ์เฉพาะทาง โดย Neuberger Private Markets มีทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์และหลากหลายกว่า 500 คน กระจายอยู่ใน 17 สำนักงานทั่วโลก

เกี่ยวกับ DAMAC GROUP

DAMAC Group เป็นกลุ่มธุรกิจเอกชนระดับโลก ก่อตั้งโดย Hussain Sajwani ในปี 1982 โดยเริ่มต้นจากธุรกิจจัดเลี้ยงและโลจิสติกส์ จากนั้นได้ขยายไปสู่อุตสาหกรรมที่หลากหลาย รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ การบริการ การศูนย์ข้อมูล แฟชั่น และตลาดทุน โดย DAMAC Properties เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอกชนรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และตะวันออกกลาง และเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์หรูของตะวันออกกลางมาตั้งแต่ปี 2002 โดยได้ส่งมอบโครงการที่อยู่อาศัย โครงการเชิงพาณิชย์ และโครงการเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับรางวัลมากมายทั่วทั้งภูมิภาคและในระดับนานาชาติ รวมถึงในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ จอร์แดน เลบานอน อิรัก มัลดีฟส์ แคนาดา สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร นับตั้งแต่นั้นมา DAMAC ได้ส่งมอบบ้านมากกว่า 50,000 หลัง และอีกกว่า 55,000 หลังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนและพัฒนาที่หลากหลาย โดยร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น Roberto Cavalli และ de GRISOGONO เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ยอดเยี่ยม ด้วยวิสัยทัศน์และแรงผลักดันที่สม่ำเสมอ โดย DAMAC กำลังสร้างสรรค์การใช้ชีวิตหรูหราแห่งอนาคตไปทั่วโลก กลุ่มบริษัทยังเป็นเจ้าของสินทรัพย์โรงแรมภายใต้แบรนด์ต่างๆ เช่น Radisson, Paramount และ Rotana พร้อมด้วยพอร์ตโฟลิโอธุรกิจโรงแรมที่กำลังขยายตัว โดยนอกเหนือจากอสังหาริมทรัพย์แล้ว ทาง DAMAC ยังเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลผ่าน DAMAC Digital และได้เข้าซื้อแบรนด์หรูอย่าง Roberto Cavalli และ de GRISOGONO ผ่าน DAMAC Capital ที่เป็นกลุ่มบริษัทที่ลงทุนในอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นอนาคต เช่น เทคโนโลยี การเงิน และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม มูลนิธิ Hussain Sajwani – DAMAC ได้ช่วยสนับสนุนด้านการศึกษา นวัตกรรม และโครงการริเริ่มที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนต่างๆ อีกด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม www.damacgroup.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260520070705/en

Contacts

สำหรับการสอบถามจากสื่อ โปรดติดต่อสำนักงานประชาสัมพันธ์ของ Marquee Brands:
อีเมล: corporate@marqueebrands.com

ที่มา: Marquee Brands


HAVE A PUFFY* SUMMER

Logo

*เบาสบาย มีเลเยอร์อย่างมีสไตล์ สะท้อนเอกลักษณ์ของ Moncler ได้อย่างชัดเจน

Puffy Summer ไม่ใช่แค่ฤดูกาล แต่คือหัวใจสำคัญใน DNA ของ Moncler ที่พัฒนามาเพื่อความสดใสของการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ผ่านแคมเปญระดับโลกที่นำโดย Jamie Dornan

มิลาน, 16 เมษายน 2026 – Moncler เผยคอลเลกชั่นล่าสุดต้อนรับฤดูกาล Puffy Summer โดยนำเอกลักษณ์ความพัฟฟี่มาตีความใหม่ให้เบาสบายยิ่งขึ้นสำหรับวันกลางแจ้ง แนวคิดใหม่นี้ถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้าสำหรับช่วงเปลี่ยนฤดูกาลที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเน้นความนุ่มนวล รูปทรงประติมากรรม สีสันที่สดใส และการเลเยอร์อย่างมีมิติ พร้อมนำเสนอผ่านแคมเปญใหม่ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานโดย เจมี่ ดอร์แนน (Jamie Dornan)

MONCLER COLLECTION SUMMER 2026_HAVE A PUFFY SUMMER_JAMIE DORNAN

MONCLER COLLECTION สำหรับฤดูร้อนปี 2026_HAVE A PUFFY SUMMER_JAMIE DORNAN

ด้วยความปรารถนาที่จะนำ DNA ของ Moncler มาสู่ความสดใสของฤดูร้อน เอกลักษณ์ความพัฟฟี่จึงถูกตีความใหม่ผ่านการเลเยอร์ที่เบาบางแต่ยังคงความประณีตและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญอันยาวนานของแบรนด์ในการมอบความสบายและการปกป้องที่ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมกลางแจ้ง

แคมเปญนี้ร่วมปลุกเร้าจินตนาการเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ฤดูร้อนของ Moncler Collection โดยสะท้อนความเชื่อมโยงอันแน่นแฟ้นของแบรนด์กับการแต่งกายแบบเลเยอร์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ผ่านมุมมองของ Puffy Summer ที่เต็มไปด้วยความสุข โดยได้ Jamie Dornan นักแสดงระดับโลกผู้ฝากผลงานอันโดดเด่นในภาพยนตร์เรื่อง Belfast และ The Fall มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์อันผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ ในลุคจากคอลเลกชันใหม่ที่ผสมผสานความเรียบหรูเข้ากับความอิสระ พร้อมปรากฏตัวเคียงคู่กับเหล่าประติมากรรมรูปสัตว์ดีไซน์แปลกตาที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการ

“สิ่งที่น่าสนใจมากคือการนำเอกลักษณ์ของ Moncler ที่เป็นที่รู้จักมาตีความใหม่ให้เข้ากับฤดูร้อน โดยยังคงความรู้สึกอบอุ่นและความพัฟฟี่อันเป็นซิกเนเจอร์ไว้ เพียงแต่ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่เบาสบายและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น โดยรวมแล้ว แคมเปญนี้ยังให้ความรู้สึกสนุกสนานและเต็มไปด้วยความสดใสอย่างเต็มเปี่ยม” เจมี่ ดอร์แนน

ด้วยแรงบันดาลใจจากความพัฟฟี่อันเป็นเอกลักษณ์และการเลเยอร์ของ Moncler ที่ถูกนำมาตีความใหม่สำหรับฤดูร้อน แคมเปญนี้ได้นำเสนอเหล่าสัตว์เป่าลมหลากหลายชนิด โดยเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของเซตดีไซเนอร์ Andy Hillman และทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นปลาหมึกยักษ์ วาฬ ล็อบสเตอร์ ม้าน้ำ ปู และฟลามิงโก ซึ่งปรากฏตัวในโทนสีที่สอดประสานกับคอลเลกชั่นได้อย่างลงตัว สัตว์ริมชายหาดที่คุ้นตาเหล่านี้คือตัวแทนของอารมณ์ประจำฤดูกาล ที่ทั้งโดดเด่น มีชีวิตชีวา และเปี่ยมไปด้วยความพองฟูในแบบของฤดูกาลนี้

คอลเลกชั่นฤดูร้อน 2026

แม้ฤดูร้อนอาจไม่ใช่สิ่งแรกที่ผู้คนนึกถึงเมื่อพูดถึงแบรนด์ที่โดดเด่นด้านเสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาว แต่สำหรับปี 2026 นี้ Moncler Collection ได้นำแนวคิดการเลเยอร์มาตีความใหม่ สู่การสร้างนิยามใหม่ให้กับตู้เสื้อผ้าด้วยสไตล์ Puffy Summer

นิยามของการแต่งกายในครั้งนี้คือความเรียบง่ายที่สง่างาม (Elegant Ease) โดยการจับคู่เสื้อผ้าตัวนอกที่นุ่มฟู มีมิติ และเบาราวกับอากาศ เข้ากับการเลเยอร์ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อการสไตล์ลิ่งที่สร้างสรรค์ ลื่นไหล และตั้งใจ พร้อมทัศนคติที่สนุกสนานและการใช้สีสันในรูปแบบใหม่ สำหรับทุกการเดินทางที่ Puffy Summer จะนำพาคุณไป

สุภาพสตรี

พาเลตสีเน้นความสดใสและความเฟมินีน ทั้งสีชมพูพาสเทล, สีส้ม, สีเขียวเข้ม (forest green) และสีโทนสีธรรมชาติ เสริมด้วยลวดลายคลาสสิกของฤดูร้อนอย่างลายทาง (stripes) ลายตารางกิงแฮม (Gingham) และลายดอกไม้ทรอปิคอล เสื้อตัวนอกโดดเด่นด้วยรายละเอียดที่ผ่านการคิดค้นมาอย่างดี ตั้งแต่โบว์ผูกสุดชิคและกระเป๋าตาข่ายทรงเหลี่ยม ไปจนถึงสายรูดเอวและงานปักดอกไม้อันประณีตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกกล้วยไม้อันงดงาม

เลเยอร์ชั้นกลางนำเสนอเสื้อพาร์กาและเสื้อคลุมไนลอนเนื้อนุ่ม สไตล์คู่กับเสื้อแจ็กเก็ตเชิ้ตบุนวมลายดอกไม้อันประณีต เสริมลุคสปอร์ตด้วยฮู้ดไนลอนและสายรูด ส่วนเลเยอร์ชั้นในเน้นความสบาย ด้วยเสื้อโปโลลายทางแบบกระดุมแถวเดียว ชุดเพลย์สูทลายตารางพร้อมโบว์ผูก (checked pussy-bow) เดรสเนื้อผ้าพลิ้วไหว และกางเกงขาสั้นพิมพ์ลายสีพาสเทล

สุภาพบุรุษ

ลุคที่ดูสบายแต่ยังคงความประณีต ถูกนำมาเล่นกับโทนสีที่โดดเด่นอย่างสีแดงสการ์เล็ต (scarlet red) สีเหลืองสดใส (sunny yellow) สีฟ้าสกายบลู (sky blue) สีแดงเบอร์กันดี (rich burgundy) และสีโทนธรรมชาติ เนื้อผ้าเน้นความบางเบาที่เหมาะกับฤดูกาล ทั้งไนลอนน้ำหนักเบาพิเศษ เดนิมที่สวมใส่สบาย ผ้าแชมเบรย์ผสมไนลอน (nylon-blend chambray) และผ้าคอตตอนป๊อปลิน (cotton poplin)

สำหรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เสื้อกั๊กขนเป็ดน้ำหนักเบา (gilets) เสื้อกันลม แจ็กเก็ตฟิลด์ (field jackets) และเสื้อแจ็กเก็ตทรงเชิ้ตมีฮู้ดแบบไม่บุขน มอบการปกป้องในรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยว เสริมด้วยกางเกงขาสั้น กางเกงทรงหลวม เสื้อเชิ้ตโบว์ลิ่งสไตล์ย้อนยุค เสื้อโปโลลายทาง และเสื้อยืดกราฟิก ปิดท้ายลุคเลเยอร์ด้วยหมวกบักเก็ตผ้าโครเชต์ (crochet) หรือผ้าป๊อปลินลายทาง (striped poplin) และหมวกบีนนี่สีสันสดใส

คอลเลกชั่นฤดูร้อน 2026 จาก Moncler พร้อมให้ค้นพบแล้ววันนี้ ณ บูติก Moncler ที่ร่วมจำหน่าย และทางเว็บไซต์ moncler.com

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Moncler Puffy Summer ได้ที่นี่

Puffy Summer ก้าวสู่ระดับโลก

Moncler ต่อยอดจากแนวคิด Puffy Summer ได้นำเสนอป๊อปอัพสุดโดดเด่นภายในงาน Milan Design Week โดยพาหนึ่งในมาสคอตขนาดยักษ์จากแคมเปญมาจัดแสดง ณ ใจกลางเมือง ระหว่างวันที่ 16 – 28 เมษายน ปลาหมึกพัฟเฟอร์ขนาดมหึมาจะปรากฏตัวที่ 10 Corso Como ถ่ายทอดแนวคิดงานออกแบบของ Moncler ผ่านการจัดวางในสเกลขนาดใหญ่สะดุดตา โดยอินสตอลเลชั่นรูปปลาหมึกที่แผ่หนวดเกาะเกี่ยวไปตามตัวอาคารอันเป็นเอกลักษณ์และต่อเนื่องเข้าสู่พื้นที่ภายใน พร้อมถูกจัดวางเคียงข้างหุ่นจำลองจำนวน 24 ลุค ซึ่งนำเสนอการแต่งกายแบบเลเยอร์เบาบางจากคอลเลกชั่นฤดูร้อน 2026

การเดินทางยังคงต่อเนื่องไปยังกรุงโซล โดยระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤษภาคม ย่านซองซูจะเต็มไปด้วยเหล่าสัตว์เป่าลมมากมายจะปรากฏตัวขึ้น ทั้งปลาหมึกยักษ์จะเข้ายึดพื้นที่หน้าอาคารเพื่อดึงดูดผู้มาเยือนเข้าสู่โลกใต้น้ำที่ชวนดื่มด่ำ ภายในจะมีการจัดแสดงสัตว์ในแคมเปญ Puffy Summer ทั้งวาฬ ม้าน้ำ ปู ล็อบสเตอร์ และฟลามิงโก ในสีสันที่สดใส พร้อมกับการนำเสนอคอลเลกชั่นอย่างเต็มรูปแบบ

อินสตอลเลชั่นขนาดใหญ่จะถูกจัดแสดงขึ้นในหลายเมืองทั่วโลก โดยในประเทศจีนจะมีพัฟฟี่แอ็กทิเวชั่นสุดพิเศษ ขณะที่ในฮ่องกง ฟลามิงโก้สูงสี่ชั้นจะตั้งตระหง่านอยู่ภายในโถงของ Harbour City Mall และปูยักษ์จะปรากฏบริเวณทางเข้า Dover Street Market Ginza ประเทศญี่ปุ่น ส่วนที่ปารีส อินสตอลเลชั่นฟลามิงโก้จะปรากฏอยู่บนระเบียงร้าน Moncler บนถนน Champs-Élysées ปิดท้ายที่ย่าน Miami Design District กับภาพวาดฝาผนังรูปปูและประติมากรรมฟลามิงโก้ที่โดดเด่นท่ามกลางแสงแดด

เหล่าสัตว์ขนาดมหึมาเหล่านี้ร่วมกันถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของ Puffy Summer ในมิติที่เปี่ยมด้วยความสนุกสนานและชวนให้ดื่มด่ำ สู่เมืองต่าง ๆ ทั่วโลก พร้อมส่งต่อพลังอันสดใสและบรรยากาศของคอลเลกชั่นไปยังคอมมูนิตี้ของ Moncler ทั่วทุกมุมโลก

HAVE A PUFFY SUMMER

ความนุ่มฟูอันเป็นเอกลักษณ์ของ Moncler ที่สะท้อนถึง DNA ของแบรนด์
ถูกถ่ายทอดผ่าน Puffy Summer ในมิติที่เบาสบายและเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน
เหมาะสำหรับวันพักผ่อนกลางแจ้งในช่วงอากาศอบอุ่น
โดดเด่นด้วยสีสันและความมีชีวิตชีวา พร้อมมอบความสบายดุจไร้น้ำหนักผ่านการเลเยอร์อย่างพิถีพิถัน
ฤดูร้อนจึงถูกนำเสนอขึ้นใหม่ในแบบฉบับของ Moncler

Moncler ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1952 ณ Monestier-de-Clermont เมือง Grenoble ประเทศฝรั่งเศส และปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศอิตาลี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Moncler ได้ผสานสไตล์เข้ากับการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับโลกของภูเขา คอลเลกชั่นเอาท์เตอร์แวร์ของ Moncler จึงสามารถตอบโจทย์ทั้งความท้าทายของธรรมชาติและการใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว Moncler ผลิตและจัดจำหน่ายเสื้อผ้าและแอ็กเซสเซอรี่ภายใต้แบรนด์โดยตรง ผ่านบูติกของแบรนด์ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำและร้านมัลติแบรนด์

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260410478338/en

monclerpress@moncler.com



Project B ดึงตัว William Kim ผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นมาดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายไลฟ์สไตล์

Logo

แพลตฟอร์มบาสเกตบอลระดับโลกที่ผสานกีฬาระดับสูงเข้ากับแฟชั่น การออกแบบ และวัฒนธรรม

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–19 กุมภาพันธ์ 2026.

Project B เป็นการแข่งขันบาสเกตบอลหญิงและชายระดับโลกชั้นนำที่สร้างขึ้นมาสำหรับนักกีฬาและเหล่าแฟนๆ รุ่นใหม่ ได้ประกาศในวันนี้ว่าได้แต่งตั้ง William Kim ให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายไลฟ์สไตล์ โดยในบทบาทเชิงกลยุทธ์นี้ Kim จะเป็นผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมของ Project B ในด้านสินค้า การร่วมมือกับแบรนด์ และความร่วมมือทางวัฒนธรรม ในขณะที่ Project B ได้ขยายตัวไปทั่วยุโรป เอเชีย และอเมริกา เพื่อสร้างแพลตฟอร์มทางวัฒนธรรมระดับพรีเมียมที่สุดในวงการกีฬาระดับโลก

“เรากำลังสร้างโมเดลที่ออกแบบมาสำหรับปี 2030 รวมถึงอนาคตข้างหน้า” Kim กล่าว “เราจะเริ่มต้นด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม เราคัดสรรเส้นใยธรรมชาติคุณภาพสูงสุดสำหรับทุกช่วงเวลาในแต่ละวันของนักกีฬา และนำเสนอคอลเลกชันเดียวกันนั้นให้กับกลุ่มแฟนคลับในวงกว้าง ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงประสบการณ์ของผู้บริโภคขั้นสุดท้าย เราดำเนินงานด้วยระเบียบวินัยและการควบคุมเช่นเดียวกับแบรนด์หรู โดยดูแลผลิตภัณฑ์ การจัดจำหน่าย และประสบการณ์ของแบรนด์อย่างครบวงจร”

Kim จะเป็นผู้นำด้านกลยุทธ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกของ Project B โดยผสานกีฬา แฟชั่น และชุมชนเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว โดยจะเน้นคุณภาพและการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และจะเป็นผู้ดูแลการพัฒนาเครื่องแต่งกายคุณภาพสูงสำหรับนักกีฬาโดยใช้เส้นใยธรรมชาติ คอลเลกชันระดับพรีเมียมสำหรับแฟนๆ และความร่วมมือกับแบรนด์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับเมืองเจ้าภาพและพันธมิตรที่กำหนดวัฒนธรรมต่างๆ นอกจากนี้ เขายังจะกำหนดรูปแบบการค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่สร้างขึ้นสำหรับแพลตฟอร์มที่เน้นการสตรีมมิ่งและโซเชียลเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ การจัดจำหน่าย และประสบการณ์ของแบรนด์นั้นมีความสอดคล้องกันในทุกๆ ตลาด

“บาสเกตบอลคือวัฒนธรรม” Geoff Prentice ผู้ร่วมก่อตั้ง Project B กล่าว “ตั้งแต่วันแรก เราสร้างแพลตฟอร์มระดับพรีเมียมที่ยึดมั่นในคุณภาพอย่างไม่ลดละ คอลเลกชันของเราจะผลิตจากผ้าธรรมชาติโดยไม่มีใยสังเคราะห์และไม่มีการลดทอนคุณภาพ โดยมีการออกแบบและพัฒนาภายในบริษัทเพื่อให้เราสามารถควบคุมมาตรฐานได้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดย William นั้นเข้าใจถึงวิธีการในการสร้างแบรนด์ที่อยู่เหนือกาลเวลา และมุมมองระดับโลก ซึ่งความรู้สึกด้านการออกแบบของเขาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อเราขยายธุรกิจ”

Kim นำประสบการณ์ระดับนานาชาติมากมายในด้านการสร้างแบรนด์ นวัตกรรมค้าปลีก และกลยุทธ์ทางวัฒนธรรมมาด้วย โดยมีประวัติความสำเร็จในการยกระดับธุรกิจระดับโลกที่มีจุดตัดของกีฬา แฟชั่น และประสบการณ์ของผู้บริโภคร่วมกัน โดยก่อนหน้านี้เขาได้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Shinsegae International, CEO ของ Rapha, CEO ของ AllSaints, Global EVP ที่ Samsung Mobile, SVP ที่ Burberry และดำรงตำแหน่งผู้บริหารใน Gucci Group

ในขณะที่ Project B ขยายตัวเข้าสู่ตลาดต่างประเทศที่สำคัญ การแต่งตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างแพลตฟอร์มทางวัฒนธรรมระดับโลกในการจัดหาผลิตภัณฑ์จากเส้นใยธรรมชาติที่ดีที่สุดและสิ่งทอคุณภาพสูงให้กับผู้เล่นและเหล่าแฟนๆ

เกี่ยวกับ Project B

Project B คือแพลตฟอร์มกีฬาระดับโลกที่สร้างขึ้นเพื่อผู้เล่นและแฟนๆ โดยเริ่มต้นจากบาสเกตบอล โดย Project B กำลังสร้างวงจรการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง ที่ได้รวบรวมเหล่าผู้เล่นชายและหญิงชั้นนำของโลกมาแข่งขันในเมืองระดับโลกทั่วเอเชีย ยุโรป และอเมริกา โดยออกแบบมาเพื่อโลกแห่งการสตรีมมิ่ง โซเชียล และมือถือเป็นหลัก โดย Project B นั้นได้ผสมผสานการแข่งขันระดับสูงแบบสดๆ เข้ากับการเล่าเรื่องที่ลึกซึ้งเพื่อให้ผู้ชมทั่วโลกได้เข้าถึง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
johanna@trailrunnerint.com

ที่มา: Project B

HKTDC เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมเครื่องประดับครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Logo

พาวิลเลียนใหม่จะจัดแสดงทองคำบริสุทธิ์ที่จะนำเสนอเทคโนโลยีทองคำล้ำสมัย

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–09 กุมภาพันธ์ 2026

งานมหกรรมแสดงเครื่องประดับครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งจัดโดยสภาส่งเสริมการค้าฮ่องกง (HKTDC) ที่จะกลับมาอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมีนาคม ภายใต้รูปแบบ “สองงาน สองสถานที่” ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ งานแสดงเพชรพลอยและไข่มุกนานาชาติฮ่องกงครั้งที่ 12 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ถึง 6 มีนาคมที่ AsiaWorld‑Expo โดยจะจัดแสดงวัตถุดิบสำหรับทำเครื่องประดับหลากหลายประเภท นอกจากนี้ งานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกง ครั้งที่ 42 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ถึง 8 มีนาคม ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง โดยจะจัดแสดงเครื่องประดับสำเร็จรูปต่างๆ

Hong Kong International Jewellery Show and Hong Kong International Diamond, Gem & Pearl Show

งานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกง และงานแสดงเพชรพลอยและไข่มุกนานาชาติฮ่องกง

Jenny Koo รองผู้อำนวยการบริหารของ HKTDC กล่าวว่า “งานแสดงเครื่องประดับคู่ขนานในปีนี้ได้รวบรวมผู้จัดแสดงสินค้าประมาณ 4,000 รายจากกว่า 40 ประเทศและภูมิภาค โดยเกือบ 70% มาจากนอกฮ่องกง โดย HKTDC จะนำเสนอตลาดเครื่องประดับแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อเน้นย้ำถึงสถานะของฮ่องกงในฐานะเมืองหลวงการค้าระหว่างประเทศและศูนย์กลางการจัดหาเครื่องประดับ”

มีพาวิลเลียนจัดแสดงตามธีมต่างๆ มากกว่า 40 แห่ง รวมถึงพาวิลเลียนใหม่ที่จัดแสดงทองคำบริสุทธิ์
งานแสดงสินค้าทั้งสองงานนี้ดึงดูดการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากอุตสาหกรรมทั่วโลก โดยมีผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าจากกว่า 40 ภูมิภาคและพาวิลเลียนจากอุตสาหกรรมต่างๆ โดยสภาทองคำโลกจะเปิดตัวพาวิลเลียนจัดแสดงทองคำบริสุทธิ์เป็นครั้งแรก เพื่อนำเสนองานฝีมือทองคำที่ล้ำสมัยสู่ตลาดโลก โดยสมาคมผู้ผลิตนาฬิกาฮ่องกงจะเข้าร่วมจัดแสดงพาวิลเลียนเป็นครั้งแรก ขณะที่พาวิลเลียนจัดแสดงหินเทอร์ควอยซ์จูซานจากมณฑลหูเป่ยก็จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกเช่นกัน

หอเกียรติยศในงานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกงกลับมาอีกครั้งในปีนี้ พร้อมขนาดที่ขยายมากกว่าเดิม 40% และต้อนรับแบรนด์เครื่องประดับระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงมากมาย

มีการจัดเวทีเสวนามากกว่า 20 หัวข้อที่น่าสนใจ รวมถึง AI และการตลาดดิจิทัล
จะมีการจัดสัมมนาและกิจกรรมสร้างเครือข่ายมากกว่า 20 รายการ ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น แนวโน้มอุตสาหกรรม การตลาดดิจิทัล และเทคโนโลยีเครื่องประดับ โดยจะมีเซสชันที่วิเคราะห์ว่าปัญญาประดิษฐ์จะเปลี่ยนจากขั้นตอนการออกแบบไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ได้อย่างไร เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องประดับ นอกจากนี้ยังมีสัมมนาที่อินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ จะมาแบ่งปันวิธีการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มการมองเห็นแบรนด์เครื่องประดับและกระตุ้นยอดขาย

เว็บไซต์สำหรับแอปงานมหกรรมแสดงสินค้า
https://tinyurl.com/4dzvd3s4

เว็บไซต์งานแสดงสินค้า
งานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกง: hkjewelleryshow.hktdc.com
งานแสดงเพชรพลอยและไข่มุกนานาชาติฮ่องกง: hkdgp.hktdc.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20260207153040/en

Contacts

การสอบถามจากสื่อ
ฝ่ายจัดนิทรรศการของ HKTDC:
Ken Tsang
โทร.: (852) 2240 4136
อีเมล: ken.mc.tsang@hktdc.org

ที่มา: Hong Kong Trade Development Council (HKTDC)


Levi’s® เปิดตัวแคมเปญ “Behind Every Original” ด้วยภาพยนตร์ที่ฉายในงาน Super Bowl ที่เน้นเรื่องราวเบื้องหลังและรายละเอียดต่างๆ

Logo

ซานฟรานซิสโก–(BUSINESS WIRE)–09 กุมภาพันธ์ 2026

Levi’s® เปิดตัวแคมเปญระดับโลกใหม่สุดโดดเด่น “Behind Every Original” ในวันนี้ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองบุคคลผู้ผลักดันวัฒนธรรมไปข้างหน้า พร้อมด้วยลูกเล่นสุดเก๋ไก๋ แคมเปญนี้เปิดตัวครั้งแรกในช่วง Super Bowl พร้อมกับภาพยนตร์เพลงประกอบ “Backstory” กำกับโดย Kim Gehrig โดย Levi’s® พลิกความคาดหวังด้วยการนำเสนอบั้นท้ายของเหล่าคนดังและบุคคลต้นแบบทั่วไป เพื่อให้พวกเขาได้แบ่งปันเรื่องราวเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Levi’s®

Doechii

Doechii

ทำไมต้องเป็นบั้นท้าย เพราะเป็นมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของกางเกงยีนส์ Levi’s ® เพราะเป็นมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของกางเกงยีนส์ Levi’s การเย็บตะเข็บโค้ง รูปทรง และป้ายสีแดง Red Tab™ บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ได้ทันที กว่า 150 ปีที่กางเกงยีนส์ Levi’s ® เป็นเครื่องแบบของผู้สร้างแรงบันดาลใจทางวัฒนธรรมที่ก้าวออกจากกรอบเดิมๆ และกำหนดทิศทางสิ่งใหม่ๆ ในวงการดนตรี กีฬา แฟชั่น และศิลปะ พวกมันเป็นเครื่องแบบของการเคลื่อนไหวและช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงโลกและหล่อหลอมวัฒนธรรม – สวมใส่โดยผู้ที่แสวงหาความก้าวหน้า เครื่องแบบเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหวและช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงโลกและหล่อหลอมวัฒนธรรม โดยผู้ที่มุ่งมั่นสู่ความก้าวหน้าเป็นผู้สวมใส่ 

“หนึ่งในสิ่งที่ผมชื่นชอบมากที่สุดเกี่ยวกับแคมเปญ ‘Behind Every Original’ คือการร้อยเรียงเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของ Levi’s ® เข้าด้วยกัน” Kenny Mitchell ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดระดับโลกของ Levi Strauss & Co. กล่าว “แคมเปญระดับโลกนี้เฉลิมฉลองบทบาทของเราในฐานะศูนย์กลางของดนตรี กีฬา และวัฒนธรรมแฟชั่นรวมถึงในตู้เสื้อผ้าของแฟนๆ ทุกรุ่นทุกวัยด้วย การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ในช่วง Super Bowl ที่ Levi’s ® Stadium จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะการแข่งขันครั้งนี้ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมด้วยพลังแห่งการรวมใจของกีฬา”

“Backstory” นำเสนอเหล่าคนดังจากค่าย Top Dawg Entertainment อาทิ เจ้าของรางวัลแกรมมี่ Doechii ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ROSÉ แชมป์ NBA และ MVP คนปัจจุบัน Shai Gilgeous-Alexander ผู้สร้างภาพยนตร์ ศิลปิน และดีเจ เจ้าของรางวัลแกรมมี่และออสการ์ และเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอมมี่ Questlove นางแบบและเสียงทางวัฒนธรรม Stefanie Giesinger และตัวละคร Woody จาก “Toy Story” ของ Disney-Pixar รวมถึงตัวละครจาก Originals อีกมากมาย ทุกเฟรมคือการเฉลิมฉลองบั้นท้ายในความงดงามที่ปกคลุมด้วยกางเกงยีนส์: เดินเฉิดฉาย เต้นรำ เคลื่อนไหว และเหนือสิ่งอื่นใด คือการใช้ชีวิตอยู่ในกางเกงยีนส์ Levi's® ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดความมั่นใจที่หาใครเทียบไม่ได้ของผู้ที่กำลังสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ พร้อมทั้งยกย่องบุคคลสำคัญที่มาก่อนพวกเขา ตั้งแต่ความเท่แบบไม่พยายามของ George Michael ในยุค “Faith” ไปจนถึงการตีความใหม่ในยุคปัจจุบันของปกอัลบั้ม “Born in the U.S.A.” อันเป็นเอกลักษณ์ เรื่องราวนี้หยั่งรากอยู่ในช่วงเวลาทางวัฒนธรรมที่แท้จริงซึ่ง Levi's® ได้สัมผัสมา ครอบคลุมหลายรุ่น และเชิญชวนให้ทุกคนได้เห็นตัวเองสะท้อนอยู่ในแบรนด์นี้

เพลง “Get Up Offa That Thing” ของ James Brown เติมเต็มความสุขและพลังให้กับเพลงประกอบภาพยนตร์ โดยมีการกล่าวถึงบั้นท้ายที่สวมกางเกงยีนส์ ซึ่งเปรียบเสมือนเพลงปลุกใจสำหรับผู้ที่มุ่งมั่นและสร้างความเปลี่ยนแปลง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำตลอดระยะเวลาหกวันในลอสแอนเจลิส โอคลาโฮมาซิตี และลอนดอน โดยทีมงานเน้นการคัดเลือกคาวบอยตัวจริง คนงานก่อสร้าง นักปีนเขา และเยาวชน เพื่อให้ได้ภาพที่สมจริง ทีมงานยังได้ร่วมมือกับ Robbie Blue นักออกแบบท่าเต้นของ Doechii เพื่อสร้างสรรค์ท่าเต้นสุดอลังการที่ปิดท้ายโฆษณาชิ้นนี้ด้วย

“Behind Every Original” จะเปิดเผยเหล่าดาราผู้เป็นต้นแบบหลังจบการแข่งขัน Super Bowl ในรูปแบบของภาพยนตร์สั้นความยาวหกวินาทีที่เน้นเรื่องราวของแต่ละบุคคลสำคัญ โดยเปลี่ยนความสนใจไปที่การเคลื่อนไหวและการแสดงออกของตัวตนของแต่ละคน มากกว่าชื่อเสียงของพวกเขา

แคมเปญนี้ครอบคลุมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ สื่อดิจิทัล ในร้านค้า และสื่อโฆษณานอกบ้าน โดยเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวระดับโลกที่กว้างขึ้น ซึ่งจะเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังของสินค้าคอลเลคชั่น Originals มากขึ้นตลอดทั้งปี โดยมีผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Levi's ® เป็นจุดศูนย์กลาง ภาพถ่ายบันทึกช่วงเวลาดิบๆ เบื้องหลังการถ่ายทำของเหล่านักแสดง ตั้งแต่ตอนที่พวกเขาสวมกางเกงยีนส์ Levi’s ® แล้วก้าวออกไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางส่วนตัวและเรื่องราวเบื้องหลังที่หล่อหลอมนักแสดงแต่ละคนในซีรีส์ Original ได้อย่างน่าประทับใจ

แคมเปญนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์กับ TBWA\Chiat\Day LA

กางเกงยีนส์ Levi’s® คือหัวใจสำคัญของแคมเปญนี้ ตั้งแต่คาวบอยยุคเก่า ไอคอนมิวสิกวิดีโอแห่งยุค 80 ไปจนถึงยุคปัจจุบัน สไตล์การแต่งตัวครอบคลุมทุกแง่มุมของมรดกแบรนด์ Levi’s ® Doechii สวมกางเกงยีนส์ Low Slim Boot cut ในขณะที่ Rosé สวมกางเกงยีนส์ Loose Boot cut กับเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์รุ่น Relaxed Fit Trucker, Shai Gilgeous-Alexander สวมกางเกงยีนส์ 578 Baggy ® และเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์รุ่น Relaxed Fit Trucker ส่วน Questlove สวมกางเกงยีนส์ 505 Regular Fit ส่วน Stefanie Giesinger ก็เลือกกางเกงยีนส์ Ribcage Slim และเสื้อโปโลแขนยาว Super Soft ที่ดูลงตัว

สไตล์และยุคสมัยที่หลากหลายเป็นเครื่องย้ำเตือนว่า Levi’s ® อยู่เบื้องหลังช่วงเวลาสำคัญ (และเรื่องเล็กๆ น้อยๆ) ในชีวิตมากว่าศตวรรษแล้ว ทีมงานได้ออกแบบกางเกงยีนส์ให้เข้ากับสไตล์และบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ของเหล่า Originals โดยมีการสร้างชิ้นงานพิเศษสำหรับแอมบาสเดอร์โดยเฉพาะ เช่น แจ็คเก็ตยีนส์สั่งทำพิเศษสำหรับ Questlove และถุงมือยีนส์สำหรับ Shai Gilgeous-Alexander

รับชม “Backstory” ได้ที่นี่

เกี่ยวกับแบรนด์ Levi’s®

Levi’s® แบรนด์ Levi’s เป็นตัวแทนของสไตล์อเมริกันคลาสสิกและความเท่แบบไม่ปรุงแต่ง นับตั้งแต่การคิดค้นโดย Levi Strauss & Co. ในปี 1873 กางเกงยีนส์ Levi’s ® ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก ครองใจและสร้างความภักดีให้กับผู้คนมาหลายรุ่น ปัจจุบัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Levi’s ® ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกและนวัตกรรมที่ไม่หยุดยั้ง ซึ่งหาที่เปรียบไม่ได้ในอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์เดนิมและเครื่องประดับชั้นนำของเรามีจำหน่ายในกว่า 110 ประเทศทั่วโลก ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกสามารถแสดงออกถึงสไตล์ส่วนตัวของตนเองได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์ Levi’s ® ผลิตภัณฑ์ และร้านค้า โปรดเยี่ยมชมที่ levi.com.

เกี่ยวกับ Levi Strauss & Co.

Levi Strauss & Co. (LS&Co.) เป็นหนึ่งในบริษัทเครื่องแต่งกายแบรนด์เนมที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นผู้นำระดับโลกในด้านกางเกงยีนส์ บริษัทออกแบบและทำการตลาดกางเกงยีนส์ เสื้อผ้าลำลอง และเครื่องประดับที่เกี่ยวข้องสำหรับผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ภายใต้แบรนด์ Levi's®, Levi Strauss Signature™ และ Beyond Yoga® ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจำหน่ายในประมาณ 120 ประเทศทั่วโลก ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า เว็บไซต์ออนไลน์ และเครือข่ายร้านค้าปลีกและร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้าประมาณ 3,300 แห่งทั่วโลก Levi Strauss & Co. รายงานรายได้สุทธิในปี 2025 อยู่ที่ 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ http://levistrauss.com และสำหรับข่าวสารและประกาศทางการเงิน โปรดไปที่ http://investors.levistrauss.com.

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260208761156/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ช่องทางติดต่อสื่อ
Levi Strauss & Co.
(415) 501-7777
NewsMediaRequests@levi.com

ที่มา: Levi Strauss & Co.


Beyoncé และ Levi’s® ได้เปิดตัว The Denim Cowboy

Logo

เพื่อบรรลุจุดสุดยอดของแคมเปญ Levi’s® REIIMAGINE ผลงานสุดท้ายจึงนำเสนอชิ้นงานจากคอลเลกชันเดนิมใหม่ BEYONCÉ X LEVI’S®

ซานฟรานซิสโก–(BUSINESS WIRE)–04 สิงหาคม 2025

วันนี้ แบรนด์ Levi's® ร่วมมือกับ Beyoncé ไอคอนระดับโลก เปิดตัว The Denim Cowboy ผลงานชิ้นสุดท้ายของแคมเปญ Levi’s® REIIMAGINE ตลอดทั้งปี ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ร้อยเรียงสามบทก่อนหน้าเข้าด้วยกัน เผยให้เห็นว่าแคมเปญนี้ไม่ใช่แค่การตีความโฆษณา Levi’s® อันโด่งดังใหม่ แต่เป็นการสร้างเรื่องราวใหม่ที่เน้นย้ำถึงพลังและการเขียนกฎเกณฑ์ใหม่ โดยตลอดทั้ง The Denim Cowboy ได้นำเสนอผลงานไอคอนและไอเท็มเด่นของ Levi’s® จากคอลเลกชันเดนิม BEYONCÉ x LEVI’S® ใหม่ ซึ่งเป็นยูนิฟอร์มของภาพยนตร์และรากฐานของความร่วมมือล่าสุดกับ Beyoncé ที่ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์เดนิมของแบรนด์

ภาพยนตร์ความยาว 90 วินาทีเรื่องนี้ได้นำเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “Levi's Jeans” จากอัลบั้ม Cowboy Carter ที่ได้รับรางวัลแกรมมี่มาตัดต่อใหม่ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงฉากใหม่และฉากตัดต่อที่ขยายความจากภาพยนตร์ Launderette, Pool Hall และ Refrigerator ที่ออกฉายก่อนหน้านี้ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากโฆษณา Levi’s® คลาสสิกในยุค 80 และ 90 ซึ่งเป็นอีกครั้งหนึ่งที่แบรนด์ Levi’s® ได้ร่วมมือกับ Melina Matsoukas ผู้กำกับภาพยนตร์เจ้าของรางวัลแกรมมี่ เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์นี้ให้เป็นจริง

การนำบริบทของบทก่อนหน้ามาตีความใหม่ พร้อมเผยรายละเอียดใหม่ๆ ที่ The Denim Cowboy เผยให้เห็นว่ารางวัลชนะเลิศของ Beyoncé จากเกมพูลที่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากกางเกงยีนส์ 501® ของฉลามเจ้าถิ่น ซึ่งรับบทโดย Timothy Olyphant นักแสดงเจ้าของรางวัล (Justified, Deadwood) โดย Beyoncé นั้นดูโดดเด่นสะดุดตาด้วยกางเกงยีนส์ Shrunken Trucker ยุค 90s ที่ประดับด้วยคริสตัล จับคู่กับกางเกงยีนส์ 501® Curve ซึ่งเป็นทรง 501® ใหม่ที่ล้ำสมัย ที่ออกแบบมาเพื่อเฉลิมฉลองและเสริมส่วนโค้งเว้าโดยไม่ลดทอนรูปทรงขาตรงแบบดั้งเดิมที่ทำให้ 501® เหนือกาลเวลาและคงทน กางเกงยีนส์ Western Crystal ’90s Shrunken Trucker และ Western Crystal 501® Curve ได้สะท้อนเสน่ห์อันโดดเด่นและเปิดตัวครั้งแรกในPool Hall ที่ได้กลายเป็นไอเท็มชิ้นเด่นในคอลเลกชันเดนิม BEYONCÉ X LEVI’S®

The Denim Cowboy ถือเป็นจุดสุดยอดของแคมเปญ Levi’s® REIIMAGINE อันล้ำสมัย และเป็นการเฉลิมฉลองครั้งสุดท้ายของความร่วมมือที่สำรวจการสร้างสรรค์และการตีความใหม่ในทุกขั้นตอน”กล่าวโดย Kenny Mitchell ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดระดับโลกของแบรนด์ Levi’s® ที่ Levi Strauss & Coแคมเปญนี้สะท้อนถึงความร่วมมือในระดับและขนาดใหม่ที่ให้ความสำคัญกับผู้หญิงเป็นศูนย์กลางของเรื่องราว และเริ่มต้นบทใหม่อันโดดเด่นในประวัติศาสตร์ของ Levi’s® ที่ยังคงตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ในฐานะศูนย์กลางทางวัฒนธรรม

ความร่วมมือนี้ถึงจุดสูงสุดอย่างงดงามในช่วงการแสดงครั้งสุดท้ายของ Beyoncé ใน COWBOY CARTER TOUR ที่ลาสเวกัส ซึ่งทีมนักเต้นของ Beyoncé ได้จุดประกายความเจิดจรัสบนเวทีด้วยเสื้อผ้าเดนิมคอลเลคชั่นใหม่จาก BEYONCÉ X LEVI’S® ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณอันโดดเด่นของแคมเปญ REIIMAGINE ที่กำลังดำเนินอยู่

คอลเลกชันเดนิม BEYONCÉ X LEVI’S® ซึ่งประกอบด้วย Western Crystal '90s Shrunken Trucker (ราคา 250 ดอลลาร์สหรัฐ) และ Western Crystal 501® Curve (ราคา 150 ดอลลาร์สหรัฐ) พร้อมด้วยชุดเดนิมตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกสองชุด จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมเป็นต้นไปที่ Beyonce.com และวางจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 7 สิงหาคมทาง Levi.com และร้านค้า Levi’s® ที่ร่วมรายการ

The Denim Cowboy เปิดตัวด้วยแคมเปญระดับโลกที่ผสานรวมอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งทางโทรทัศน์ ดิจิทัล โซเชียลมีเดีย และสื่อนอกบ้าน แคมเปญนี้ยังคงรักษาประเพณีของ Levi’s® ในการทำงานกับเหล่าครีเอทีฟผู้มีชื่อเสียงที่สุดในยุคสมัยของเรา โดย Matsoukas ได้ร่วมงานกับ Marcell Rév ผู้กำกับภาพเจ้าของรางวัลเอ็มมี รวมถึง Mason Poole ช่างภาพชื่อดัง เพื่อถ่ายทอดแก่นแท้ของแคมเปญ REIIMAGINE เติมเต็มมิติใหม่ให้กับแคมเปญอันโดดเด่นของ Levi’s®

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ REIIMAGINE โปรดไปที่ levi.com และติดตาม @levis บน Instagram และ TikTok

แคมเปญนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์กับ TBWA\Chiat\Day LA และ Parkwood Entertainment และอำนวยการสร้างโดย de la revolućion/PRETTYBIRD

เกี่ยวกับแบรนด์ Levi’s ®

แบรนด์ Levi’s® สะท้อนสไตล์อเมริกันคลาสสิกและความเท่แบบไม่ต้องพยายาม นับตั้งแต่ Levi’s® ได้ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1873 โดย Levi Strauss & Co. กางเกงยีนส์ Levi’s® ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมาหลายชั่วอายุคน ในปัจจุบันกลุ่มผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Levi’s® ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกและนวัตกรรมที่ไม่มีใครเทียบได้ในอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย เรามีผลิตภัณฑ์เดนิมและเครื่องประดับชั้นนำวางจำหน่ายในกว่า 120 ประเทศ ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกสามารถแสดงออกถึงสไตล์ส่วนตัวของตนเองได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์ Levi’s® ผลิตภัณฑ์ และร้านค้าต่างๆ โปรดไปที่ levi.com

เกี่ยวกับ Levi Strauss & Co.

Levi Strauss & Co. เป็นหนึ่งในบริษัทเครื่องแต่งกายแบรนด์เนมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นผู้นำระดับโลกด้านผ้าเดนิม บริษัทออกแบบและจำหน่ายกางเกงยีนส์ เสื้อผ้าลำลอง และเครื่องประดับอื่นๆ สำหรับผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ภายใต้แบรนด์ Levi's®, Dockers®, Levi Strauss Signature™ และ Beyond Yoga® ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีจำหน่ายในกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ผ่านร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า เว็บไซต์ออนไลน์ และร้านค้าเฉพาะของแบรนด์และร้านค้าแบบ Shop-in-Shop ประมาณ 3,400 แห่งทั่วโลก โดย Levi Strauss & Co. มีรายได้สุทธิในปี 2024 อยู่ที่ 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ http://levistrauss.comและสำหรับข่าวสารและประกาศต่างๆ ของบริษัท โปรดไปที่ http://investors.levistrauss.com

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:
https://www.businesswire.com/news/home/20250803727795/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Elizabeth Owen
Levi Strauss & Co.
(415) 501-7777
NewsMediaRequests@levi.com

ที่มา: Levi Strauss & Co.




KKV ขยายกิจการในประเทศไทย เปิดร้านใหม่ร่วมกับยักษ์ใหญ่ในท้องถิ่น

Logo

กรุงเทพฯ–(BUSINESS WIRE)–24 มิถุนายน 2025

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2025 KKV แบรนด์ค้าปลีกระดับโลกได้เปิดร้านใหม่ที่ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ในกรุงเทพฯ ในวันเปิดร้าน สุนทรียศาสตร์เชิงพื้นที่อันเป็นเอกลักษณ์ของ KKV ที่มีภายนอกเป็นทรงตู้คอนเทนเนอร์สีเหลืองสดใสและชั้นวางสินค้าที่แบ่งตามสีสำหรับหมวดหมู่สินค้าต่างๆ ผสมผสานกับการแสดงที่มีชีวิตชีวาและสนุกสนาน ดึงดูดผู้บริโภคหลายร้อยคนให้เข้าแถวยาวเพื่อถ่ายรูปเช็คอิน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมอย่างล้นหลามของแบรนด์ นับตั้งแต่เข้าสู่ตลาดประเทศไทยในเดือนตุลาคม 2024 ทาง KKV ได้ขยายสาขาในท้องถิ่นอย่างรวดเร็ว โดยเปิดร้านไปแล้วกว่า 10 ร้านในเมืองสำคัญๆ เช่น กรุงเทพฯ นครราชสีมา และหาดใหญ่ ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี โดยแบรนด์ได้ประกาศแผนการที่จะลงทุนต่อไปในย่านการค้าหลักของประเทศไทยและจะเปิดร้านใหม่เพิ่มเติมในปี 2025

Customers are lining up in front of KKV stores

ลูกค้ากำลังต่อแถวอยู่หน้าร้าน KKV

นอกจากนี้ KK Group ยังเป็นเจ้าของ The Colorist (ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม) และ X11 (ร้านจำหน่ายของเล่นแนวเทรนด์) อีกด้วย วิสัยทัศน์ “อยู่อย่างไร้ขอบเขต” ของบริษัทเป็นแรงผลักดันให้บริษัทมีสาขาอยู่ทั่วโลก โดยมีร้านค้ามากกว่า 1,000 แห่งในหกประเทศ ในฐานะแบรนด์หลัก KKV ยึดมั่นในปรัชญา “สำรวจไลฟ์สไตล์ 100 แบบ” โดยนำเสนอสินค้ากว่า 20,000 รายการใน 8 หมวดหมู่ รวมถึงของเล่นแนวเทรนด์ สินค้าใช้ในบ้าน ของใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องสำอาง และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมทั้งสำรวจความเป็นไปได้ของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมอย่างแข็งขัน

จับมือกับยักษ์ใหญ่ท้องถิ่นเพื่อปลดล็อกตลาดคนรุ่น Gen Z ของประเทศไทย

ตลาดในประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งนับตั้งแต่มีการขยายตัว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ KKV จนถึงขณะนี้ KKV ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ชั้นนำของไทย เช่น Central Group, The Mall Group และ LH Mall&Hotel โดยได้ทำเลในย่านการค้าที่สำคัญของเมืองหลักๆ เช่น กรุงเทพฯ และหาดใหญ่ ด้วยการใช้ความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงานในพื้นที่และข้อได้เปรียบด้านการไหลเวียนของลูกค้าของพันธมิตร ทำให้ KKV สามารถเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ของไทยได้อย่างรวดเร็ว

เพื่อเป็นการตระหนักถึงความกระตือรือร้นของเยาวชนไทยที่มีต่อวัฒนธรรมไอดอล KKV จึงได้เชิญคนดังและ KOL มาเป็นแขกรับเชิญของแบรนด์ในงานเปิดตัว กลยุทธ์การส่งเสริมการขายเหล่านี้ทำให้แฟนๆ มีส่วนร่วมอย่างล้นหลาม โดยมีการโต้ตอบกันอย่างคึกคักในสถานที่ ซึ่งเน้นย้ำถึงความร่วมมืออันทรงพลังระหว่างเอฟเฟกต์ของคนดังและความหลงใหลของเยาวชนไทยที่มีต่อประสบการณ์ที่ทันสมัย

ในขณะเดียวกัน การวางตำแหน่งแบรนด์และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของ KKV สอดคล้องกับความต้องการบริโภคสามประการของเยาวชนไทย ได้แก่ “ความสดใหม่” “ความน่าดึงดูดใจทางสังคม” และ “ความคุ้มทุน” ซึ่งทำให้ KKV กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ในพื้นที่

มุ่งมั่นเพื่อประเทศไทย ขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาด

ประชากรของประเทศไทยที่ขับเคลื่อนโดยเยาวชนและแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้นเป็นแรงผลักดันการเติบโตในระยะยาวของ KKV ตามข้อมูลของ Kadence (2025) คนรุ่น Gen Z คิดเป็น 20% ของประชากรของประเทศไทย โดยการค้าปลีกแฟชั่นและการใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์เติบโตที่ 5.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดมาก

“ตลาดเยาวชนที่คึกคักและวัฒนธรรมผู้บริโภคที่เปิดกว้างของประเทศไทยทำให้เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งถึงอนาคตระยะยาวของเรา” Rojen Wu ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการโครงการต่างประเทศของ KK Group กล่าว “KK เชื่อเสมอมาว่าแก่นแท้ของการค้าปลีกที่ทันสมัยอยู่ที่การตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ เราต้องการให้ KKV เป็นมากกว่าจุดหมายปลายทางในการจับจ่ายซื้อของสำหรับคนหนุ่มสาว แต่ควรเป็นศูนย์กลางที่พวกเขาสามารถแสดงออกถึงตัวตนและสำรวจวิถีชีวิตที่หลากหลาย”

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของ KKV ในประเทศไทยไม่เพียงแต่ให้การสนับสนุนที่สำคัญต่อกลยุทธ์ระดับโลกของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังจุดประกายความมีชีวิตชีวาของนวัตกรรมในตลาดค้าปลีกในท้องถิ่นอีกด้วย ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเชื่อว่าการเข้าถึงเทรนด์การบริโภคของวัยรุ่นและการขยายความร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจชั้นนำในท้องถิ่นจะทำให้ KKV เป็นผู้นำในการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตลาดค้าปลีกที่ทันสมัยของประเทศไทยต่อไป

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250618759219/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

molly.song@kkgroup.cn

ที่มา: KKV

แคมเปญใหม่ล่าสุดของ kate spade new york นำแสดงโดย Ice Spice และ Charli D’Amelio เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผู้ที่เป็นเพื่อนกันอย่างสุดหัวใจ

Logo

แคมเปญ SS25 ของแบรนด์ “To the Ones Who Carry Us” ซึ่งเน้นที่มิตรภาพเป็นสำคัญ เป็นการเชิดชูผู้ที่คอยช่วยเหลือเราตลอดชีวิต เช่นเดียวกับกระเป๋าถือ Deco อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–30 เมษายน 2025

วันนี้ kate spade new york เปิดตัวแคมเปญแบรนด์ระดับโลกประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2025 “To The Ones Who Carry Us นำแสดงโดยศิลปินที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ Ice Spice และนักเต้นและดาราโซเชียลมีเดียผู้มีความสามารถหลากหลาย Charli D’Amelio แนะนำแคมเปญฤดูกาลที่โดดเด่น ซึ่งนำเสนอความสวยงามใหม่เพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้ชมวัยเยาว์ แคมเปญนี้เฉลิมฉลองบทบาทของเพื่อนในชีวิตของผู้หญิงผ่านฉากสร้างสรรค์ที่นำพลังงานทันสมัยและเข้าถึงได้มาสู่แบรนด์

ไอซ์สไปซ์ และชาร์ลี ดาเมลิโอ ร่วมแสดงในแคมเปญ ss25 ของเคท สเปด นิวยอร์ก

“แคมเปญนี้เป็นจดหมายรักที่มีชีวิตชีวาถึงเพื่อน ๆ ที่มีบทบาทในชีวิตของผู้หญิง” Eva Erdmann ซีอีโอและประธานแบรนด์ของ kate spade new york กล่าว “ตั้งแต่เข้าร่วมกับแบรนด์ เราได้สำรวจวิธีใหม่ ๆ ที่มีความหมายในการเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายวัยเยาว์ ในโลกที่การติดต่อทางดิจิทัลมักจะบดบังการเชื่อมต่อที่แท้จริง ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของมิตรภาพจึงกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้มากขึ้นกว่าเดิม แคมเปญล่าสุดของ kate spade new york เฉลิมฉลองเพื่อนที่แข็งแกร่ง เพื่อนที่อยู่เคียงข้างคุณ ช่วยเหลือคุณ และทำให้ทุกวันสดใสขึ้น อย่างที่ Kate Spade เองเคยกล่าวไว้ว่า ‘เพื่อนที่ดีเหมือนกระเป๋าถือที่สมบูรณ์แบบ อยู่ข้างคุณเสมอ ช่วยยกระดับจิตใจของคุณ และทำให้ทุกการผจญภัยมีความพิเศษขึ้นเล็กน้อย’”

นำแสดงโดย Ice Spice ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความจริงใจที่ไม่หวั่นไหว และ Charli D’Amelio ซึ่งได้รับการยกย่องถึงความสามารถของเธอในการสร้างความประทับใจให้กับผู้ชม แคมเปญล่าสุดของ kate spade new york นำเสนอกระเป๋าสะพายไหล่โซ่ Deco ในสองสีใหม่ประจำฤดูกาล ภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งอยู่ในทิวทัศน์เมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน ถ่ายทอดพลังของชีวิตที่กล้าหาญและเคลื่อนไหวเร็วของ Gen Z และเพื่อนสนิทที่คอยสนับสนุนพวกเขาผ่านทุกช่วงเวลา จุดศูนย์กลางคือ Deco กระเป๋าที่ใช้งานได้หลากหลาย ซึ่งเปลี่ยนจากกลางวันสู่กลางคืน จากลุคสบายๆ สู่ลุคเรียบหรูได้อย่างราบรื่น แสดงให้เห็นว่าเพียงแค่กระเป๋าใบเดียวก็ทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่เพื่อนที่คอยปลอบใจหลังจากการเลิกรา ไปจนถึงเพื่อนที่เชื่อมโยงกลุ่มเพื่อนให้มีความสามัคคี แคมเปญนี้ฉลองให้กับคนที่คอยอยู่ข้าง ๆ โดดเด่น และทำให้ทุกช่วงเวลาเป็นเรื่องที่มีความหมาย

Erdmann กล่าวต่อ “เราฉลองทุกแง่มุมของมิตรภาพ โดยให้เกียรติคุณสมบัติที่ไม่เหมือนใครซึ่งทำให้ทุกกลุ่มเพื่อนมีความพิเศษ เช่นเดียวกับเพื่อนที่คอยสนับสนุนเรา กระเป๋า Deco จาก kate spade new york ก็ยืนอยู่ในจุดศูนย์กลาง เป็นสัญลักษณ์ของความเรียบง่าย การใช้งานที่หลากหลาย และความสามารถในการปรับตัว ซึ่งเป็นเพื่อนคู่ใจที่สมบูรณ์แบบสำหรับชีวิตของคุณ”

“ผมเติบโตในนิวยอร์กและเป็นแฟนตัวยงของ kate spade และการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้มาตลอด แคมเปญนี้ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะมันเน้นการยกย่องมิตรภาพ” กล่าวโดยIce Spice“เพื่อนของฉันมีความหมายทุกอย่างสำหรับฉัน พวกเขาทำให้ฉันมีสติ โดยเฉพาะพี่สาวและลูกพี่ลูกน้อง พวกเขาคือคนที่ฉันโทรหาเมื่อคิดถึงบ้าน เมื่อรู้สึกตื่นเต้น หรือเมื่อฉันต้องการคนที่คอยเตือนฉันเกี่ยวกับตัวตนและที่มาของตัวเอง”

“ฉันตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับ kate spade new york”กล่าวโดย Charli D’Amelio“ฉันรักแบรนด์นี้มาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบที่ทันสมัยที่ช่วยให้ฉันสามารถแสดงสไตล์ส่วนตัวของตัวเองได้ ฉันคิดว่ามันเจ๋งมากที่เห็นแคมเปญนี้เฉลิมฉลองพลังของมิตรภาพและความสุขที่มันนำมา มันทำให้ฉันนึกถึงมิตรภาพตลอดชีวิตที่ฉันมี ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เด็กๆ เติบโตขึ้นมา เรียนหนังสือด้วยกัน อยู่ในทีมเต้นรำเดียวกัน หรือแม้แต่เพื่อนใหม่ที่ฉันได้พบจากการทำงานหรือการย้ายไปเมืองใหม่ ฉันรู้สึกขอบคุณมากที่ได้มีโอกาสอันยอดเยี่ยมในการสร้างมิตรภาพกับคนใหม่ ๆ ตลอดเส้นทางนี้”

กระเป๋าถือ Deco ก้าวเข้าสู่ความสนใจอย่างมั่นใจ ถูกออกแบบใหม่สำหรับฤดูกาลนี้ในสีที่โดดเด่นสำหรับ Spring/Summer ได้แก่ Blue Multi Denim, Jungle Vine, Pistachio, Sweet Cream และ Apricot Cream เป็นการแสดงออกที่ทันสมัยของดีไซน์ DNA ของ kate spade, Deco ผสมผสานเส้นสายที่สะอาดตา รูปทรงมินิมอล และความหรูหราในชีวิตประจำวันอย่างไม่ยุ่งยาก มันถูกออกแบบสำหรับผู้ที่ไม่ได้แค่พกพาสิ่งจำเป็นของตัวเอง เธอพกพาโลกของตัวเอง และบ่อยครั้งก็เป็นโลกของคนอื่นด้วย

Spring/Summer 2025 Deco Assortment

คอลเลกชัน Spring/Summer 2025 พร้อมให้ช้อปแล้ว โดยจะมีสไตล์ใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ทั้งในร้านและออนไลน์ แคมเปญนี้จะเปิดเผยทางช่องทางของ kate spade new york ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน เป็นต้นไป

ภาพและวิดีโอแคมเปญ:
รูปภาพ: ที่นี่
วิดีโอ: ที่นี่

เครดิต:
ผู้กำกับ: Henry Scholfield
ช่างภาพ: Micaiah Carter
กลยุทธ์ด้านความคิดสร้างสรรค์: Mandai Loop
บริษัทด้านความคิดสร้างสรรค์: Marcel
สไตลิสต์: Emmanuelle Youchnowski
โปรดิวเซอร์: Olivier Dubocage
ออกแบบงานสร้าง: Mark Connell
ดนตรี : Laurent Cuenca, Fiesta Piñata, BMG Production Music France
ทำผม: Jacob Aaron Dillon (Ice Spice), Laura Polko (Charli), Cheryl Marks
แต่งหน้า: Luz Alicia Giraldo Nogues (Ice Spice), Liv Madorma (Charli), Stella Tzanidakis
ทำเล็บ: Brittney Boyce (Charli)

kate spade new york Summer 2025 lookbook:
FLAT-LAY: ที่นี่
บนนางแบบ: ที่นี่

เกี่ยวกับ kate spade new york:

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1993 ด้วยคอลเลกชันกระเป๋าถือหลัก 6 แบบ Kate Spade New York ก็ได้ยึดมั่นในตัวตนที่เต็มไปด้วยสีสัน อารมณ์ขัน ความสดใส และความเป็นผู้หญิงมาโดยตลอด ปัจจุบันแบรนด์ได้กลายเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ระดับโลกที่เป็นสัญลักษณ์ของความสุข ถ่ายทอดคอลเลกชันประจำฤดูกาล ทั้งกระเป๋าถือ เสื้อผ้าพร้อมสวมใส่ เครื่องประดับ รองเท้า ของขวัญ ของแต่งบ้าน และอื่น ๆ อีกมากมาย Kate Spade New York เป็นที่รู้จักจากรากฐานอันแข็งแกร่งและอัตลักษณ์เฉพาะตัว มอบมุมมองที่แตกต่าง และเฉลิมฉลองให้กับผู้หญิงทั่วโลกที่ใช้ชีวิตในแบบที่สวยงามแม้ไม่สมบูรณ์แบบ Kate Spade New York เป็นหนึ่งในแบรนด์ภายใต้เครือ Tapestry

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250430749778/en

Contacts

ติดต่อสื่อ:
LaForce: katespade@laforce.nyc

ที่มา: kate spade new york



Symphony of Sparkles: งาน HKTDC Twin Jewellery มีกำหนดเปิดในเดือนมีนาคม 2025

Logo

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–28 มกราคม 2025

จัดโดยองค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) โดยงาน HKTDC Hong Kong International Jewellery Show ครั้งที่ 41 และงาน HKTDC Hong Kong International Diamond, Gem & Pearl Show ครั้งที่ 11 จะกลับมาอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2025 ที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง (HKCEC) และ AsiaWorld-Expo ตามลำดับ ภายใต้ธีม Symphony of Sparkles งาน Twin Jewellery Shows นี้คาดว่าจะดึงดูดผู้แสดงสินค้าได้มากกว่า 4,000 รายทั่วโลก โดยจัดแสดงเครื่องประดับสำเร็จรูป พลอยร่วง และวัตถุดิบ

Hong Kong International Jewellery Show and Hong Kong International Diamond, Gem & Pearl Show (Photo: Business Wire)

งาน Hong Kong International Jewellery Show และ Hong Kong International Diamond, Gem & Pearl Show (ภาพ: Business Wire)

งานจัดแสดง

Click2Match

งาน HKTDC Hong Kong International Jewellery Show

4 – 8 มีนาคม 2025

ที่ HKCEC

23 กุมภาพันธ์ ถึง 13 มีนาคม 2025

งาน HKTDC Hong Kong International Diamond, Gem and Pearl Show

2 – 6 มีนาคม 2025

ที่ AsiaWorld-Expo

งาน Hong Kong International Jewellery Show จะมีโซนธีมต่างๆ รวมถึง Hall of Extraordinary และ Hall of Fame Hall of Extraordinary จะจัดแสดงคอลเลคชั่นระดับไฮเอนด์ที่ประดับด้วยเพชร อัญมณีล้ำค่า หยก และไข่มุกจากผู้แสดงสินค้าชื่อดังอย่าง Dehres, On Tung และ Lili Jewelry โดยโซน Hall of Fame จะมีการนำแบรนด์ดังระดับนานาชาติมาจัดแสดง อาทิ Giorgio Visconti จากอิตาลี, Lao Feng Xiang จากจีนแผ่นดินใหญ่ และ Cheté จากฮ่องกง

นอกจากโซนที่ได้รับการยกย่องแล้ว ยังมีโซนผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด: Gold Jewellery ที่จะเปิดตัวดีไซน์ที่สร้างสรรค์และงานฝีมือที่ประณีตในชิ้นงานทองคำต่างๆ

ด้วยจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์นี้ Hong Kong Jewellery Design Competition ขอเชิญชวนผู้มีความสามารถด้านการออกแบบมาสำรวจธีม Lasting Brilliance โดยผลงานอันสร้างสรรค์นี้จะสามารถสร้างความหลงใหลและแรงบันดาลใจผ่านความเปล่งประกายและความงดงามที่ก้าวข้ามผ่านกาลเวลา และจะมีพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นที่งาน International Jewellery Show ซึ่งจะมีการจัดแสดงผลงานที่ชนะรางวัลด้วย

ในขณะเดียวกัน งาน Hong Kong International Diamond, Gem & Pearl Show จะมีการนำเสนอการคัดสรรเพชร ไข่มุก และอัญมณีคุณภาพเยี่ยม รวมไปถึงวัตถุดิบสำหรับทำเครื่องประดับจากแหล่งต่างๆ โดยโซน Hall of Fine Diamonds จะนำเสนอเพชรกะรัตขนาดใหญ่ ส่วนโซน Treasures of Nature จะมีการจัดแสดงคอลเลกชั่นอัญมณีอันน่าทึ่งจากทับทิม มรกต และไพลิน และโซน Treasures of Ocean ที่จะดึงดูดใจผู้ซื้อด้วยไข่มุกทะเลธรรมชาติ

งานแสดงดังกล่าวประกอบด้วยโปรแกรมต่างๆ อันครบครัน อาทิ ขบวนพาเหรดอัญมณี สัมมนา ฟอรั่มผู้ซื้อ และกิจกรรมสร้างเครือข่ายที่จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มทางการตลาดให้กับผู้เล่นต่างๆ ในอุตสาหกรรม

เว็บไซต์สำหรับแอป Marketplace
https://tinyurl.com/2rneaheu

เว็บไซต์ของงาน
HK International Jewellery Show: hkjewelleryshow.hktdc.com
HK International Diamond, Gem & Pearl Show: hkdgp.hktdc.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54189770/en

Contacts

การสอบถามสำหรับสื่อ:
แผนกนิทรรศการของ HKTDC:
Ken Tsang
โทร: (852) 2240 4136
อีเมล: ken.mc.tsang@hktdc.org

ที่มา: Hong Kong Trade Development Council
 

 


TOM FORD เปิดตัวแคมเปญน้ำหอมใหม่ Bois Pacifique นำแสดงโดยนักแสดง จอห์น เดวิด วอชิงตัน

Logo

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–21 มกราคม 2025

ขอแนะนำนักแสดง จอห์น เดวิด วอชิงตัน สำหรับน้ำหอม Bois Pacifique อันเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของ TOM FORD ในแคมเปญที่ถ่ายทอดความมีชีวิตชีวาและอิสระในการแสดงออกอย่างมั่นใจ

TOM FORD Bois Pacifique Campaign starring John David Washington. Photo Credit: David Sims

แคมเปญ TOM FORD Bois Pacifique นำแสดงโดยจอห์น เดวิด วอชิงตัน เครดิตภาพ: เดวิด ซิมส์

ในฐานะนักแสดงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล SAG และลูกโลกทองคำ วอชิงตันได้เขียนเรื่องราวของตัวเองด้วยความมีวินัย ความพากเพียร และความปรารถนาที่จะท้าทายตัวเองและฝีมือของเขาอย่างสม่ำเสมอ วอชิงตันมุ่งหวังที่จะกำหนดเส้นทางอาชีพของเขาเพื่อตามหาความหลงใหลในงานแสดงที่มีมาอย่างยาวนาน แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ วอชิงตันยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างตัวตนใหม่ให้กับตัวเอง โดยเขาเริ่มแสดงครั้งแรกในซีรีส์ดังของ HBO เรื่อง “Ballers” ในปี 2015 ตามด้วยบทนำที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังในเรื่อง “BlacKkKlansman” ของ Spike Lee ซึ่งฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์และทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ SAG และ NAACP Image Award โดยเขาได้รับความสนใจจากผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในอุตสาหกรรม เขาได้แสดงในเรื่อง “Tenet” ของ Christopher Nolan เรื่อง “Malcolm & Marie” ของ Sam Levinson เรื่อง “Amsterdam” ของ David O. Russell และเรื่อง “The Creator” ของ Gareth Edwards ปัจจุบันเขากำลังแสดงนำในภาพยนตร์ดัดแปลงเรื่อง “The Piano Lesson” ของ August Wilson ใน Netflix หลังจากได้รับบทเป็น “Boy Willie” ครั้งแรกในการรื้อฟื้นละครบรอดเวย์ในปี 2022 บทบาทที่หลากหลายเหล่านี้ได้ทำให้วอชิงตันกลายเป็นนักแสดงที่เป็นหนึ่งในหัวข้อการสนทนาในฮอลลีวูดยุคใหม่นี้

แคมเปญนี้ถ่ายทำโดยเดวิด ซิมส์ ซึ่งเป็นเรื่องราวสั้นๆ ของนักเขียนคนหนึ่งในการเดินทาง ภาพและวิดีโอของแคมเปญนี้จะเริ่มเผยแพร่ในวันที่ 21 มกราคม 2025 โดยจะแสดงให้เห็นว่าวอชิงตันกำลังดื่มด่ำกับความยิ่งใหญ่ของบิ๊กเซอร์ในแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ ความอยากรู้อยากเห็นและคำสัญญาถึงอิสรภาพในการสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดทำให้เขาเข้าใกล้จุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยแสงสว่างและความเหนือธรรมชาติ การแสวงหาความสงบภายในทำให้วอชิงตันต้องเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ไปยังสถานที่ที่ความงามอันล้ำลึกและทำให้การค้นพบตัวเองมาบรรจบกัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาพบว่าตัวเองอยู่ภายใต้พลังของต้นเรดวูดโบราณ

Bois Pacifique พร้อมวางจำหน่ายในเดือนมกราคม โดยเป็นน้ำหอมที่สะท้อนถึงอิสรภาพอันไร้ขอบเขตท่ามกลางองค์ประกอบอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ กลิ่นไม้จันทน์ ซีดาร์ และโอ๊คที่ประกอบกันเป็นกลิ่นของป่า Bois Pacifique สารสกัดกระวาน akigalawood™ ที่ยอดเยี่ยม และกลิ่นหอมของขมิ้นได้ช่วยรังสรรค์ความรู้สึกอันเย้ายวนอันเปล่งประกายจากกลิ่นไม้ธรรมชาติ โดย Bois Pacifique นี้เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของไม้หอมที่มีกลิ่นเครื่องเทศที่มีความโดดเด่นสมกับเป็นแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54175196/en

Contacts

Marina Christopher
marchris@tomfordbeauty.com

 ที่มา: TOM FORD

The Bangkok Reporter