Modon ร่วมมือกับ Montage Hotels & Resorts เพื่อนำแบรนด์การบริการระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรีมาสู่ราส เอล เฮกมา ประเทศอียิปต์

Logo

Montage Ras El Hekma เปิดตัวที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ Montage แห่งแรก เพื่อการซื้อขายที่จุดหมายปลายทางริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่เป็นรีสอร์ต Montage แห่งแรกในภูมิภาคนี้อีกด้วย

ราส เอล เฮกมา ประเทศอียิปต์–(BUSINESS WIRE)–17 พฤษภาคม 2026

Modon Holding จากอาบูดาบี และ Montage Hotels & Resorts ประกาศเปิดตัว Montage Ras El Hekma ที่เป็นที่พักตากอากาศแบรนด์เนมแห่งแรกที่เปิดขายในราส เอล เฮกมา บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของอียิปต์ โดยถือเป็นรีสอร์ตแห่งแรกของ Montage ในประเทศอียิปต์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเมืองที่กำลังเติบโตแห่งนี้ในฐานะศูนย์กลางระดับโลกสำหรับการพักผ่อน ธุรกิจ และการท่องเที่ยว

Modon partners with Montage Hotels & Resorts to bring ultra-luxury hospitality brand to Egypt’s Ras El Hekma (Photo: AETOSWire)

Modon ร่วมมือกับ Montage Hotels & Resorts เพื่อนำแบรนด์โรงแรมและที่พักระดับอัลตร้าลักชัวรีมาสู่ราส เอล เฮกมา ประเทศอียิปต์ (ภาพ: AETOSWire)

โดย Montage Ras El Hekma จะมีห้องพักและห้องสวีทกว่า 200 ห้อง รวมถึงที่พักอาศัย Montage Residences อีก 96 ยูนิต พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพและการพักผ่อนที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี รวมถึงสระว่ายน้ำริมชายหาด และ Spa Montage ที่มีห้องทรีตเมนต์ 13 ห้อง รวมถึงร้านอาหารอีกหกแห่ง ตลอดจนร้านค้าปลีกและประสบการณ์ต่างๆ ที่เหมาะสำหรับครอบครัว โดยรีสอร์ตแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาให้เป็นศูนย์กลางแห่งประสบการณ์ของชุมชนโดยรอบ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จัดกิจกรรม สนามหญ้าและระเบียงกลางแจ้งขนาดใหญ่ รวมถึงคลับเฮาส์สำหรับเจ้าของที่พักโดยเฉพาะ ที่จะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศความเป็นส่วนตัวของที่พักอาศัยอีกด้วย

รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางราส เอล เฮกมา โดยจะสร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่เน้นการบริการที่ผสมผสานความเป็นเจ้าของส่วนตัวเข้ากับแนวทางอันเป็นเอกลักษณ์ของ Montage ในด้านความหรูหราที่เรียบง่ายและไลฟ์สไตล์ที่ครบครัน ที่นิยามด้วยความสะดวกสบาย ความเป็นส่วนตัว และความประณีต เนื่องจากไม่มีการวางแผนขยายเฟสเพิ่มเติมสำหรับคอลเลกชันนี้ จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการเป็นเจ้าของที่หายากและพิเศษสุดสำหรับที่พักอาศัยเหล่านี้ในทำเลชายฝั่งที่สวยงาม ซึ่งรวมเอาชายฝั่งยาว 2.25 กิโลเมตร สนามกอล์ฟที่ทอดยาว ท่าจอดเรือที่ครบวงจร รวมถึงประสบการณ์การบริการระดับโลกต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน

Bill O’Regan, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Modon Holding กล่าวว่า “Montage Hotels & Resorts มีชื่อเสียงในด้านการให้บริการนักเดินทางและเจ้าของบ้านที่มีฐานะ โดยมอบประสบการณ์การเข้าพักที่เหนือระดับ รวมถึงการใช้ชีวิตอย่างมีระดับ ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของสภาพแวดล้อมไว้ โดยแนวคิดนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Modon สำหรับราส เอล เฮกมา เป็นอย่างมาก โดยเรากำลังสร้างจุดหมายปลายทางที่เมดิเตอร์เรเนียนที่โดดเด่น โดยเน้นคุณภาพ ประสบการณ์ และมูลค่าในระยะยาว”

โครงการ Montage Residences Ras El Hekma ประกอบด้วยวิลล่าส่วนตัว 96 หลัง ตั้งอยู่ใน Wadi Yemm ซึ่งเป็นเขตแรกของราส เอล เฮกมา โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย แสงสว่าง ความเป็นส่วนตัว และการเชื่อมต่อการใช้ชีวิตภายในและภายนอกอาคารอย่างราบรื่น โดยมีวิลล่าขนาดสามถึงหกห้องนอนหันหน้าไปทางทะเล เสริมสร้างความเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับผืนดินและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติโดยรอบ โดยวิลล่าบางหลังยังมีวิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและสนามกอล์ฟระดับแชมเปี้ยนชิปอีกด้วย

Montage Ras El Hekma เป็นการเปิดตัวครั้งแรกของแบรนด์หรูระดับนานาชาติในประเทศและเป็นการเริ่มต้นความร่วมมือที่เพิ่มมากขึ้นระหว่าง Modon และ Montage โดยมีศักยภาพในการร่วมมือกันเพิ่มเติมในจุดหมายปลายทางต่างๆ ของ Modon อีกด้วย โดยโครงการใหม่นี้จะช่วยเสริมพอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่ของ Montage Hotels & Resorts ซึ่งประกอบด้วยรีสอร์ตและที่พักอาศัยสุดหรู 6 แห่งในสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก รวมถึงโรงแรมอื่นๆ ที่วางแผนไว้ในบาฮามาส ปุนตา มิตา และวัลเล เด กัวดาลูเป อีกด้วย

Alan J. Fuerstman, ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอของ Montage International กล่าวว่า “การนำแบรนด์ Montage มาสู่ประเทศอียิปต์ด้วยความร่วมมือกับ Modon ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าตื่นเต้นอย่างแท้จริงในเส้นทางสู่ระดับโลกของเรา โดยราส เอล เฮกมาเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าทึ่ง โดยเป็นมรดกอันล้ำค่า และมีการออกแบบที่พิถีพิถันมาบรรจบกันในแบบที่กำลังนิยามความหรูหราใหม่ตามแนวชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Modon เพื่อทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริง และเพื่อต่อยอดชื่อเสียงอันโดดเด่นของพวกเขาในการสร้างชุมชนที่มีชีวิตชีวาและมอบประสบการณ์ด้านกีฬาและไลฟ์สไตล์ระดับโลก”

โดย Montage Ras El Hekma เป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทของราส เอล เฮกมา มูลค่า 35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่ 170.8 ล้านตารางเมตร เพื่อเปลี่ยนโฉมชายฝั่งทางเหนือของอียิปต์ให้กลายเป็นเมืองแห่งอนาคตที่คาดว่าจะสามารถดึงดูดการลงทุนได้ถึง 110 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2045 โดยรีสอร์ตและที่พักอาศัยจะตั้งอยู่ใน Wadi Yemm ซึ่งเป็นพื้นที่แรกจาก 17 พื้นที่ตามแผนของราส เอล เฮกมา ที่ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างอย่างจริงจังแล้ว ในฐานะชุมชนชายฝั่งแบบบูรณาการแห่งแรกของเมือง โครงการนี้จึงเป็นบทเริ่มต้นของวิสัยทัศน์แผนแม่บทที่กว้างขึ้น

นอกจากนี้ Wadi Yemm ยังจะมีสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมหลายแห่งที่จะช่วยกำหนดเอกลักษณ์ของเมืองโดยรวม รวมถึงประภาคารราส เอล เฮกมา และสนามกลางแจ้งที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแขกได้มากถึง 10,000 คน สำหรับโปรแกรมกิจกรรมทางวัฒนธรรมและความบันเทิงประจำปีต่างๆ

ราส เอล เฮกมา ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้การเดินทางสะดวกสบายทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ทำให้ประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของโลกสามารถเดินทางมายังที่นี่ได้โดยใช้เวลาบินเพียงแค่สี่ชั่วโมง โดยจุดหมายปลายทางนี้ประกอบด้วยสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายรถไฟความเร็วสูง ทางหลวงสายหลัก และท่าจอดเรือต่างๆ รวมถึงอาคารผู้โดยสารสำหรับเรือสำราญโดยเฉพาะ

ราส เอล เฮกมา นั้นทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกว่า 44 กิโลเมตร โดยสามารถมอบประสบการณ์การพักผ่อน การบริการ และวัฒนธรรมที่หลากหลายได้ หัวใจสำคัญของโครงการคือย่านธุรกิจและการเงินใจกลางเมืองที่ได้รับการสนับสนุนจากย่านการศึกษา ที่พักอาศัย และพื้นที่ใช้งานแบบผสมผสาน เพื่อสร้างชุมชนที่มีชีวิตชีวาตลอดทั้งปี

เมื่อโครงการราส เอล เฮกมา เสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับ GDP ของอียิปต์ประมาณ 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี รวมถึงสามารถสร้างงานได้ประมาณ 750,000 ตำแหน่ง ทำให้โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาเมืองและการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ผู้ที่สนใจซื้อสามารถเยี่ยมชม modan.com หรือโทร 800 MODON ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, 7734 ในอียิปต์ หรือ +201122222734 สำหรับการสอบถามจากต่างประเทศ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Montage Ras El Hekma โปรดเยี่ยมชม www.montage.com และติดตาม @montagehotels และ @montageraselhekma

เกี่ยวกับ Modon

Modon เป็นบริษัทโฮลดิ้งระดับนานาชาติ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อาบูดาบี (ADX) โดย Modon เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเมือง การสร้างสรรค์ดีไซน์ และประสบการณ์อันโดดเด่นที่เหนือความคาดหมายอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การบริการ การบริหารสินทรัพย์และการลงทุน การจัดงาน การจัดเลี้ยง การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานของเมือง โดยเรากำลังทำให้เมืองต่างๆ มีชีวิตชีวาด้วยการส่งมอบมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว

เกี่ยวกับ Montage Hotels & Resorts

Montage Hotels & Resorts คือบริษัทบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมและการบริการระดับอัลตร้าลักชัวรี ก่อตั้งโดย Alan J. Fuerstman ออกแบบมาเพื่อให้บริการนักเดินทางและเจ้าของบ้านที่มีฐานะและรสนิยมสูง บริษัทนำเสนอคอลเลกชันโรงแรม รีสอร์ต และที่พักอาศัยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น โดยแต่ละแห่งของ Montage นั้นจะมอบความสง่างามที่สะดวกสบาย ความรู้สึกและจิตวิญญาณที่เป็นเอกลักษณ์ การบริการที่ไร้ที่ติ และประสบการณ์ด้านอาหาร สปา และไลฟ์สไตล์ที่น่าจดจำ โดยพอร์ตโฟลิโอของโรงแรม รีสอร์ต และที่พักอาศัย ประกอบด้วย Montage Laguna Beach, Montage Deer Valley, Montage Palmetto Bluff, Montage Los Cabos, Montage Healdsburg และ Montage Big Sky และมีจุดหมายปลายทางในอนาคต ได้แก่ Montage Cay, Montage Punta Mita, Montage Valle de Guadalupe และ Montage Ras El Hekma โดย Montage Hotels & Resorts เป็นสมาชิกของ Preferred Hotels & Resorts สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดตาม @montagehotels หรือเยี่ยมชม www.montage.com

*ที่มา: AETOSWire

Contacts

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ
press@modon.com โปรดเยี่ยมชม www.modon.com หรือติดตาม

LinkedIn
X
Instagram
Facebook
YouTube

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260517167234/en

ที่มา: Modon Holding

แขกกลุ่มแรกเดินทางมาถึง Four Seasons Resort and Residences Red Sea at Shura Island ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม ซึ่งเป็นการเปิดตัวรีสอร์ทร่วมทุนแห่งแรกของ Red Sea Global

Logo

RSG และ Kingdom Holding Company เปิดตัวรีสอร์ทร่วมทุนแห่งแรกที่พัฒนาร่วมกันของ The Red Sea

RIYADH, Saudi Arabia–(BUSINESS WIRE)–19 พฤษภาคม 2026

Red Sea Global (RSG) เป็นนักพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู ได้บรรลุเป้าหมายสำคัญ เมื่อ Four Seasons Resort and Residences Red Sea at Shura Island ได้ต้อนรับแขกกลุ่มแรกตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม ซึ่งนับเป็นรีสอร์ทร่วมทุนที่พัฒนาร่วมกันแห่งแรกในเครือของบริษัทที่เข้าสู่ตลาด

An aerial view of Four Seasons Resort and Residences at Shura Island, set along the shoreline with clear views of the Red Sea.

ภาพถ่ายทางอากาศของ Four Seasons Resort and Residences at Shura Island ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่ง มองเห็นวิวของ Red Sea ได้อย่างชัดเจน

การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญร่วมกันของทั้งสององค์กร ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกันกับ Kingdom Holding Company (KHC) และเป็นการเริ่มต้นเฟสใหม่ในรูปแบบการพัฒนาของ RSG โดยเน้นย้ำถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นในความร่วมมือระหว่างภาคสถาบันและภาคเอกชนในการขยายขนาดภาคการท่องเที่ยวระดับหรูของซาอุดีอาระเบีย

“ในขณะเดียวกันกับการเตรียมพร้อมต้อนรับแขกที่ Four Seasons เราก็กำลังขยายขีดความสามารถและข้อเสนอสำหรับจุดหมายปลายทางของ The Red Sea อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้ทันกับช่วงเวลาการเดินทางที่คึกคักที่สุดช่วงหนึ่งในปฏิทินของเรา” John Pagano ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท Red Sea Global กล่าว

“การเปิดให้จองห้องพักสำหรับโครงการรีสอร์ทร่วมทุนที่พัฒนาร่วมกันแห่งแรกในพอร์ตโฟลิโอของเรา ถือเป็นก้าวสำคัญทางการค้าสำหรับ RSG เช่นกัน แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ความแข็งแกร่งในข้อเสนอการลงทุนของเรา และสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของตลาดที่เพิ่มขึ้นในภาคการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบีย”

รีสอร์ทมูลค่า 2.6 พันล้านริยาลแห่งนี้ได้รับการพัฒนาผ่านการร่วมทุน 50-50 ระหว่าง RSG และ KHC โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากการกู้ยืมจำนวน 2 พันล้านริยาล (522 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จาก Riyad Bank

Sarmad Zok, CEO ของ Kingdom Hotel Investments ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ KHC กล่าวว่า “การลงทุนของ Kingdom Holding Company ใน Four Seasons Resort and Residences Red Sea at Shura Island สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในการลงทุนระยะยาวในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับ Saudi Vision 2030 โครงการพัฒนาที่สำคัญนี้ ร่วมกับ Red Sea Global แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแหล่งท่องเที่ยวและแรงดึงดูดจากนานาชาติที่เพิ่มขึ้นของตลาดการท่องเที่ยวระดับหรูของซาอุดีอาระเบีย”

Greg Djerejian, หัวหน้ากลุ่มการลงทุนและหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของกลุ่มบริษัท Red Sea Global กล่าวเพิ่มเติมว่า “การส่งมอบรีสอร์ทแห่งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ส่งสัญญาณที่ชัดเจนสู่ตลาดในคุณภาพของโอกาสที่เกิดขึ้นในพอร์ตโฟลิโอของ RSG และความสามารถของเราในการเปลี่ยนความสนใจของนักลงทุนให้เป็นสินทรัพย์ที่ใช้งานได้จริง พร้อมทั้งเสริมสร้างชื่อเสียงของเราในฐานะนักพัฒนาที่ส่งมอบผลงานได้จริง”

Four Seasons Resort and Residences Red Sea at Shura Island นำเสนอสถานที่พักผ่อนอันเงียบสงบ ณ ปลายสุดด้านตะวันออกอันห่างไกลของเกาะ ผสานความหรูหราที่ผ่อนคลาย บริการที่เอาใจใส่ และประสบการณ์สำหรับทุกคนในครอบครัว รีสอร์ทแห่งนี้ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลใสสะอาดถึงสามด้าน และมีห้องพัก 149 ห้อง และ Resort Residences 31 หลัง ที่เปิดรับธรรมชาติอย่างเต็มที่ ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับตัวเลือกการรับประทานอาหารที่หลากหลาย ตั้งแต่บริการอาหารตลอดวันและอาหารมังสวิรัติที่ร้าน Sea Green อาหาร Levantine ที่ร้าน Al Forn ไปจนถึงอาหารอิตาเลียน al fresco ที่ Spiaggia Restaurant and Pool สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย มีกีฬาทางน้ำหลากหลายประเภทให้เลือก ขณะที่ผู้เข้าพักรุ่นเยาว์สามารถเพลิดเพลินกับโปรแกรมสำหรับเด็กและวัยรุ่นที่จัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี

รีสอร์ทแห่งนี้ดำเนินงานตามหลักการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูของ RSG โดยใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และได้รับการสนับสนุนจากระบบการจัดการน้ำและของเสียที่ทันสมัย ​​ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมายการอนุรักษ์ในระยะยาว

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นในขณะที่ RSG กำลังขยายขีดความสามารถด้านการบริการและการบินที่ The Red Sea โดยมีอัตราการเข้าพักสูงถึง 82% ในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน และคาดว่าความต้องการจะเพิ่มสูงขึ้นอีกก่อนเทศกาล Eid Al-Adha เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น RSG จึงเพิ่มเที่ยวบินอีก 32 เที่ยวบินไปยัง Red Sea International Airport (RSI) ในช่วงวันหยุดยาวนี้

ปัจจุบัน The Red Sea มีโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว 11 แห่ง และมีรีสอร์ทอีก 6 แห่งที่วางแผนจะเปิดให้บริการบน Shura Island ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เกี่ยวกับ Red Sea Global

Red Sea Global (RSG – www.redseaglobal.com) เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรที่มีพอร์ตโฟลิโอหลากหลายในด้านการท่องเที่ยว ที่อยู่อาศัย ประสบการณ์ โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง การดูแลสุขภาพ และบริการต่างๆ ซึ่งรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูระดับหรูอย่าง The Red Sea ที่เริ่มเปิดให้บริการในปี 2023 และ AMAALA ที่ยังคงดำเนินการตามแผนที่จะเปิดรับแขกกลุ่มแรกในปีนี้

รีสอร์ทแห่งที่สามคือ Thuwal Private Retreat ซึ่งเปิดให้บริการในปี 2024 นอกจากนี้ RSG ยังได้รับมอบหมายให้ดำเนินการปรับปรุงสนามบิน Al Wajh โดยเน้นที่การยกระดับอาคารผู้โดยสารและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม รวมถึงการสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศแห่งใหม่

RSG เป็นบริษัทในเครือ PIF และเป็นรากฐานสำคัญของความมุ่งมั่นของซาอุดีอาระเบียในการกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจ ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่กำลังเติบโตของจุดหมายปลายทาง บริษัทในเครือ และธุรกิจต่างๆ โดย RSG มุ่งมั่นที่จะนำโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบสามารถยกระดับชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และปรับปรุงสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร

เกี่ยวกับ The Red Sea

The Red Sea เป็นจุดหมายปลายทางบุกเบิกบนชายฝั่งตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย เชิญชวนแขกผู้มาเยือนให้สัมผัสกับสถานที่ที่มีความงามทางธรรมชาติอันน่าทึ่งบนพื้นที่กว่า 28,000 ตารางกิโลเมตร และหมู่เกาะบริสุทธิ์กว่า 90 เกาะที่ล้อมรอบด้วยทะเลทรายและภูเขา เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2023 The Red Sea ยินดีต้อนรับแขกผู้มาเยือนสู่รีสอร์ทระดับโลกที่กำลังเติบโต ซึ่งดำเนินการโดยแบรนด์โรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลกและ Red Sea Global สำหรับ Shura Island ซึ่งเป็นหัวใจของจุดหมายปลายทาง เริ่มต้อนรับแขกผู้มาเยือนในปี 2025 และปัจจุบันมีรีสอร์ทเปิดให้บริการแล้ว 5 แห่ง โดยมีแผนที่จะสร้างรีสอร์ททั้งหมด 11 แห่งบนเกาะแห่งนี้ เกาะแห่งนี้จะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในปี 2026 ประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงกีฬาทางน้ำและทางบกที่ตื่นเต้นเร้าใจ ไปจนถึงการผจญภัยทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ซึ่งจัดโดยแบรนด์ WAMA (บนน้ำ), Galaxea (ใต้น้ำ) และ Akun (บนบก)

Red Sea International Airport (RSI) มอบประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น พร้อมการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทะเลทราย โอเอซิส และทะเล ใช้เวลาบินเพียง 3 ชั่วโมงสำหรับประชากร 250 ล้านคน และ 8 ชั่วโมงสำหรับ 85% ของประชากรโลก ปัจจุบัน RSI มีเที่ยวบินประจำจาก Riyadh, Jeddah, Doha, Milan และ Dubai และกำลังจะเปิดเส้นทางบินระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้

โครงการนี้เป็นโครงการที่ได้รับการพัฒนาโดย Red Sea Global (RSG) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการหลากหลายประเภทที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และชุมชน เราจึงจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เกิน 1 ล้านคนต่อปีที่ The Red Sea และ 500,000 คนที่ AMAALA เพื่อปกป้องระบบนิเวศที่เปราะบาง โดยโครงการนี้ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% พร้อมตั้งเป้าหมายผลประโยชน์ด้านการอนุรักษ์สุทธิ 30% ภายในปี 2040

เกี่ยวกับ Four Seasons Resort and Residences Red Sea at Shura Island

ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านโรงแรมหรูระดับโลก ปัจจุบัน Four Seasons Hotels and Resorts มีการบริหารจัดการโรงแรม 136 แห่งใน 47 ประเทศ Four Seasons Resort and Residences Red Sea at Shura Island เปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่หลากหลายไร้ขีดจำกัด และบริการที่เป็นส่วนตัวและเอาใจใส่ตามความคาดหวังของแขก Four Seasons ทั่วโลก สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Four Seasons Resort and Residences Red Sea at Shura Island ได้จากเว็บไซต์ของเราที่: https://www.fourseasons.com/redseashuraisland/ สามารถรับข่าวสารได้จาก Press Room ที่: https://press.fourseasons.com/redseashuraisland/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260518349628/en

Contacts

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:
Jack Williams ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กร
มือถือ: +966 55 925 6816
อีเมล: Jack.Williams@RedSeaGlobal.com

ที่มา: Red Sea Global



ยอดดาวน์โหลด 2 ล้านครั้งในหกเดือน: แอปพลิเคชันหลายภาษาของ Tabelog ที่ช่วยแก้ปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการรับประทานอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น

Logo

“Eat Where Locals Eat”
ทำให้ประสบการณ์การรับประทานอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ เข้าถึงได้ง่าย สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกผ่านการจองแบบทันทีที่ร้านอาหารกว่า 70,000 แห่งทั่วประเทศ

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–07 พฤษภาคม 2026

Tabelog (https://tabelog.com/en/) หนึ่งในบริการค้นหาและจองร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น (*1) ซึ่งดำเนินการโดย Kakaku.com, Inc. ได้ประกาศว่าแอปพลิเคชันสมาร์ทโฟนหลายภาษา (iOS/Android) สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนญี่ปุ่นมียอดดาวน์โหลดถึง 2 ล้านครั้ง (*2)

2M+ Downloads in 6 Months.

ยอดดาวน์โหลดมากกว่า 2 ล้านครั้งภายใน 6 เดือน

แอปนี้ยังติดอันดับ 1 ในการดาวน์โหลดแอปค้นหาร้านอาหารในญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ (*3) ในไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วโลก
URL สำหรับดาวน์โหลด: https://tabelog-tourists.onelink.me/3eEh/iqkkho9r

ทางเลือกที่น่าเชื่อถือสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก: การแก้ปัญหาใหญ่สองประการเกี่ยวกับการรับประทานอาหารในญี่ปุ่น
เป็นเวลาหลายปีแล้วที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นต้องเผชิญกับปัญหาสำคัญสองประการเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร:
[ปัญหาที่ 1] ช่องว่างด้านข้อมูล: แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อนักท่องเที่ยว ทำให้ยากที่จะค้นหาร้านอาหารท้องถิ่นยอดนิยมที่คนท้องถิ่นไปทานกันจริงๆ

[ปัญหาที่ 2] อุปสรรคทางภาษา: เนื่องจากร้านอาหารหลายแห่งรับจองทางโทรศัพท์เป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น นักท่องเที่ยวจึงมักพลาดโอกาสที่จะได้ไปทานอาหารที่ร้านอาหารที่พวกเขาอยากไปมากที่สุด

แอปพลิเคชัน Tabelog ที่ใช้งานได้หลายภาษาเป็นทางออกที่แก้ปัญหาอย่างตรงจุดสำหรับปัญหาทั้งสองประการนี้
แอปนี้ใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่รวบรวมรีวิวและรูปภาพจากร้านอาหารท้องถิ่นในญี่ปุ่น ทำให้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในด้านความสามารถในการแนะนำนักท่องเที่ยวไปยังร้านอาหารโปรดของคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ด้วยการอำนวยความสะดวกในการจองแบบทันทีในภาษาอังกฤษ จีนดั้งเดิม และเกาหลี Tabelog จึงตอบสนองความต้องการที่สำคัญของนักท่องเที่ยวที่ต้องการ “Eat Where Locals Eat” โดยมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ราบรื่นและ ไร้ความกังวล

ความน่าเชื่อถือที่เหนือกว่าที่สร้างขึ้นจากฐานข้อมูลร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น
● รายชื่อร้านอาหารประมาณ 890,000 แห่ง (ครอบคลุมทั่วประเทศ)
● รีวิวมากกว่า 90 ล้านรายการ (รวบรวมจากนักชิมท้องถิ่นในญี่ปุ่น)
● ภาพถ่ายมากกว่า 200 ล้านภาพ (ภาพถ่ายอาหารและบรรยากาศภายในร้านที่สมจริง)
● มีร้านอาหารมากกว่า 70,000 แห่งที่พร้อมให้จองออนไลน์ได้ทันที (*4) — ตั้งแต่เมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเกียวโต ไปจนถึงพื้นที่ต่างจังหวัด
ฐานข้อมูลขนาดใหญ่นี้ทำหน้าที่เป็นมาตรฐานอ้างอิงที่แน่นอนสำหรับนักท่องเที่ยวในการค้นพบ “ร้านอาหารที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง” ทั่วประเทศญี่ปุ่น

ฟีเจอร์หลักของแอป
1. ค้นพบร้านอาหารเด็ดๆ ที่ได้รับการรีวิวจากนักชิมท้องถิ่น
แอปนี้ใช้ประโยชน์จากรีวิวที่ซื่อสัตย์จากนักชิมท้องถิ่นในญี่ปุ่น ที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวได้มองหาทางเลือกที่นอกเหนือจากคำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ตอบสนองความต้องการที่จะสัมผัสคุณภาพและบรรยากาศแบบเดียวกับที่คนท้องถิ่นได้รับทุกวัน

2. การจองแบบทันทีที่ไร้รอยต่อผ่านมือถือ: เอาชนะอุปสรรคทางภาษา (*4)
ด้วยการยกเลิกข้อกำหนดในการสนทนาทางโทรศัพท์ แอปนี้ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถจองในภาษาที่ต้องการได้ การจองจะเสร็จสมบูรณ์ในไม่กี่วินาทีพร้อมการยืนยันทันที ทำให้ผู้ใช้สามารถสำรวจวงการอาหารของญี่ปุ่นได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอุปสรรคทางภาษา

3. ตัวเลือกมากมายทั่วประเทศญี่ปุ่น: จากศูนย์กลางเมืองใหญ่ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวระดับภูมิภาค
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงความหลากหลายของอาหารญี่ปุ่นได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ร้านอาหารชื่อดังระดับโลกในเมืองใหญ่ไปจนถึงร้านอาหารลับที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ชนบท ด้วยร้านอาหารกว่า 70,000 แห่งที่สามารถจองออนไลน์ได้ทันที (*5) แพลตฟอร์มนี้จึงครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางกว่าศูนย์กลางการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม ไปจนถึงทุกมุมของประเทศ

4. ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ใช้งานง่ายซึ่งออกแบบมาสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
แอปนี้ผสานรวมฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด เช่น “บันทึกรายการ” และการจัดเรียงตาม “ร้านอาหารที่คนท้องถิ่นจองมากที่สุด” ด้วยการปรับปรุงกระบวนการค้นหาให้ง่ายขึ้น Tabelog จึงสามารถมอบประสบการณ์ที่ใช้งานง่ายและราบรื่น ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถหาร้านอาหารที่เหมาะสมได้อย่างง่ายดายแม้ในขณะเดินทาง

การมองไปข้างหน้า: การเสริมสร้างศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่นและการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
Tabelog มุ่งมั่นที่จะสร้างโลกที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกสามารถดื่มด่ำกับวัฒนธรรมการรับประทานอาหารอันยอดเยี่ยมของญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่ โดยปราศจากอุปสรรคทางด้านภาษา

ด้วยการเชื่อมโยงระหว่างนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกและร้านอาหารที่หลากหลายทั่วประเทศ เรามุ่งหวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางสำรวจร้านเด็ดที่ซ่อนอยู่และยังไม่เป็นที่รู้จักในภูมิภาคต่างๆ โครงการริเริ่มนี้จะช่วยส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งจะให้การสนับสนุนที่สำคัญแก่ธุรกิจและชุมชนท้องถิ่นที่อยู่นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม

Tabelog ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาฟีเจอร์และขยายขอบเขตการให้บริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมต่อกับสุดยอดอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ทั่วประเทศได้อย่างราบรื่น

(*1)

แบบสำรวจเว็บไซต์ค้นหาและจองร้านอาหารที่มีจำนวนร้านลงทะเบียนมากที่สุด (พฤษภาคม 2024/การวิจัยภายใน) เข้าถึงเว็บไซต์เป้าหมาย (Tabelog, Hot Pepper Gourmet, Gurunavi, Retty, Hitosara) และรวบรวมจำนวนร้านทั้งหมดที่แสดงในการค้นหาโดยไม่ใช้ตัวกรอง แยกตามจังหวัด

(*2)

ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2026

(*3)

พฤศจิกายน 2025/งานวิจัยของ AppTweak ยอดดาวน์โหลดรวมจากหมวด “อาหารและเครื่องดื่ม (ร้านอาหารและคาเฟ่)” และ “การเดินทางและการนำทาง (วางแผนการเดินทาง)” บน App Store และ Google Play ในภูมิภาคที่สำรวจ (ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา) เปรียบเทียบกับแอปค้นหาร้านอาหารของญี่ปุ่น

 ที่มา: AppTweak (https://www.apptweak.com)

(*4)

จะมีค่าธรรมเนียมการใช้งานระบบตามมาตรฐานสำหรับทุกการจองที่ได้รับการยืนยัน

(*5)

ข้อมูล ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2026

เกี่ยวกับ Kakaku.com, Inc.

Kakaku.com ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 และดำเนินงานมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของอินเทอร์เน็ตในญี่ปุ่น ปัจจุบัน บริษัทวางแผนและดำเนินงานบริการเว็บต่างๆ ที่ฝังรากลึกในชีวิตประจำวัน รวมถึงเว็บไซต์สนับสนุนการซื้อขาย “Kakaku.com” บริการค้นหาและจองร้านอาหาร “Tabelog” และบริการรวบรวมข้อมูลการหางาน “Kyujin Box” โดยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (รหัสหลักทรัพย์: 2371) และให้บริการแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้มากที่สุดในญี่ปุ่นในหลากหลายภาคส่วน
ภาพรวมบริการ: https://corporate.kakaku.com/en/service

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260507560248/en

Contacts

Kakaku.com, Inc.
สำนักงานประชาสัมพันธ์และนักลงทุนสัมพันธ์
pr@kakaku.com

ที่มา: Kakaku.com, Inc.




งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ HKTDC เจ็ดงาน Power ส่งเสริมและนำเสนอศักยภาพอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของฮ่องกง

Logo

HONG KONG–(BUSINESS WIRE)–17 เมษายน 2026

สภาส่งเสริมการค้าฮ่องกง (HKTDC) กำลังจัดงานมหกรรมขนาดใหญ่ 7 งาน รวมถึง งานแสดงสินค้าของขวัญและสินค้าพรีเมียมฮ่องกง Home InStyle และ Fashion InStyle (งานแสดงสินค้าจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 เมษายน ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง (HKCEC) งานแสดงสินค้าสื่อพิมพ์และบรรจุภัณฑ์นานาชาติฮ่องกง และ DeLuxe PrintPack Hong Kong (จัดขึ้นพร้อมกันที่ AsiaWorld-Expo) และ งานแสดงสินค้าลิขสิทธิ์นานาชาติฮ่องกง และ การประชุมลิขสิทธิ์ในภูมิภาคเอเชีย (วันที่ 27-29 เมษายน ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง (HKCEC) งานเหล่านี้เชื่อมโยงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่และตลาดโลก ตอกย้ำบทบาทของเมืองในฐานะศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ระดับภูมิภาค

Seven HKTDC Lifestyle Fairs

งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ HKTDC เจ็ดงาน

ของขวัญสุดล้ำจุดประกายการจัดหา

งานแสดงของขวัญและสินค้าพรีเมียม งานนี้ประกอบด้วย Hall of Fine Designs ที่ได้รับการยกย่อง ซึ่งเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแสดงสินค้าแบรนด์ออกแบบชั้นนำจากทั่วโลก งานในครั้งนี้จะมีการเปิดตัว Shanxi Pavilion เป็นครั้งแรก ควบคู่ไปกับ Zhejiang Pavilion ที่ขยายใหญ่ขึ้น โดยมีกรมการค้าของมณฑลเจ้อเจียงเป็นผู้ดำเนินการเป็นครั้งแรก นอกจากนี้… Smart Design Global จะนำเสนอผลงานที่ผ่านเข้ารอบ โดยใช้เวทีงานแสดงสินค้าเป็นช่องทางในการส่งเสริมการออกแบบดั้งเดิมของฮ่องกงสู่ตลาดต่างประเทศ

เทรนด์สินค้าเครื่องใช้ในบ้านยอดนิยม

Home InStyle งานนี้ยังคงจัดแสดงวัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับเครื่องใช้ในครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดจากความสำเร็จของปีที่แล้วด้วยโซลูชันใหม่ๆ สำหรับบ้าน งานนี้มีการรวมองค์ประกอบต่างๆ ไว้ใน Gerontech and Innovative Material Pavilion ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการนวัตกรรมและเทคโนโลยีของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

นิยามใหม่ของวัสดุที่ Fashion InStyle

Fashion InStyle เป็นการกลับมาของ NEXT@Fashion InStyle โซนจัดแสดงสินค้าชั้นนำของ HKTDC ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ (CCIDA) ของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดยมีประเทศฟิลิปปินส์เป็นพันธมิตรหลักในปีนี้ โซนนี้รวบรวมผู้จัดแสดงสินค้าจากทั่วโลกประมาณ 60 ราย เพื่อแสดงถึงวัสดุรุ่นใหม่ที่มีการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมได้อย่างไร ภายใต้การดูแลของที่ปรึกษาโครงการ Han Chong (ผู้ก่อตั้ง Self-Portrait) โซนนี้จะนำเสนอโครงการข้ามสาขา 5 โครงการโดยนักออกแบบรุ่นใหม่ชาวฮ่องกง 6 คน

งาน PrintPack สองงาน: อัจฉริยะ + ยั่งยืน

งาน สื่อพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ บริษัทจะนำเสนอบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะและวัสดุใหม่ควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน DeLuxe PrintPack Hong Kong จะมุ่งเน้นที่โซลูชันสื่อพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ระดับพรีเมียมสำหรับสินค้าหรูหรา โดยมีธีมเฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม

กิจกรรมต่างๆ จะประกอบไปด้วยสัมมนาเชิงหัวข้อที่หลากหลาย ฟอรั่มผู้ซื้อ กิจกรรมส่งเสริมและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ และการแสดงแฟชั่นโชว์ ซึ่งครอบคลุมการวิเคราะห์ตลาด การออกแบบสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม อุตสาหกรรมอัจฉริยะ เศรษฐกิจผู้สูงอายุ และความยั่งยืน

ลงทะเบียนเลยตอนนี้: https://tinyurl.com/5denzja3

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260415398629/en

Contacts

Media Enquiries
ฝ่ายจัดนิทรรศการของ HKTDC:
Pak Wong
(852) 2240 4062
pakwong@hktdc.org

ที่มา: Hong Kong Trade Development Council

Red Sea Global เปิดตัว ADRENA ที่เป็นเขตผจญภัยและความบันเทิงแห่งใหม่

Logo

ดยเป็นแห่งแรกในภูมิภาคนี้ที่มีกิจกรรมที่หลากหลายทั้งทางบกและทางน้ำมากกว่า 20 รูปแบบ

ริยาด ซาอุดีอาระเบีย–(BUSINESS WIRE)–17 กุมภาพันธ์ 2026

Red Sea Global (RSG) ที่เป็นผู้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่าง The Red Sea และ AMAALA ได้เปิดเผยแผนการเปิดเขตผจญภัยและความบันเทิงแห่งใหม่ โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชมตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม หลังจากเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการสำหรับแขกรับเชิญตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์

ADRENA is located a short drive away from the recently opened Shura Island

ADRENA ตั้งอยู่ห่างจากเกาะชูราที่เพิ่งเปิดใหม่เพียงไม่กี่นาทีโดยรถยนต์

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า ADRENA ที่จะให้บริการแก่แขกที่มาจากทั่วบริเวณทะเลแดงและพื้นที่อื่นๆ โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเกาะชูรา สถานที่แห่งนี้จะนำเสนอกิจกรรมที่ไม่เหมือนใครให้แก่ผู้มาเยือน ตั้งแต่การเล่นเซิร์ฟ เวคบอร์ด การกระโดดหน้าผา ไปจนถึงสเก็ตบอร์ด

โดย ADRENA ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และงดงาม ให้บริการความบันเทิงทั้งกลางวันและกลางคืนที่ตอบโจทย์อารมณ์ที่หลากหลาย ซึ่งหลังพระอาทิตย์ตกดิน บีชคลับจะกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ในขณะที่ดีเจจะเปิดเพลงแนวเฮาส์ในจังหวะสนุกสนาน พร้อมด้วยอาหารอเมริกาใต้รสเลิศที่จะเสิร์ฟพร้อมม็อกเทลที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ และบริการไปจนถึงช่วงดึก

“ย่านผจญภัยและความบันเทิงอันเป็นเอกลักษณ์ของเราไม่ได้เป็นเพียงแค่การมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงอิสรภาพของวิถีชีวิตริมทะเล ทั้งพลังงาน ชุมชน และการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ เราสร้าง ADRENA โดยใช้หลักการของความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู และรับประกันประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับแขกทุกท่านทั้งกลางวันและกลางคืน เราหวังว่าจะได้ต้อนรับผู้มาเยือนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” John Pagano ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท Red Sea Global กล่าว

ADRENA ได้รับแรงบันดาลใจจากคำว่า ‘อะดรีนาลีน (adrenaline)’ ‘สนาม (arena)’ และ ‘ความฝัน (dream)’ จึงเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความตื่นเต้น พลัง และจินตนาการ ที่บริหารงานโดย Red Sea Sports & Entertainment Co. ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงาน WAMA ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาทางน้ำ โดย Galaxea จะให้บริการประสบการณ์ใต้น้ำ และ Akun จะให้บริการการผจญภัยบนบก ซึ่ง ADRENA นั้นออกแบบมาเพื่อให้แขกได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ และลองเล่นกีฬาผาดโผนในสถานที่ระดับโลก พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญ และขยายการผจญภัยออกไปนอกสวนสนุกสู่ธรรมชาติ

ADRENA จะมีสระว่ายน้ำเล่นกระดานโต้คลื่นน้ำเค็ม โดยมีความยาว 215 เมตร นับเป็นสระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในซาอุดีอาระเบียเมื่อเปิดให้บริการ ซึ่งสามารถทำความสูงคลื่นได้ถึง 2.1 เมตร และสามารถปรับแต่งได้ตามระดับทักษะของผู้เล่น

นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบสำหรับเล่นเวคบอร์ด เส้นทางดำน้ำตื้น สระดำน้ำลึก 6 เมตร และกิจกรรมและความสนุกสนานสำหรับทุกคนในครอบครัว รวมถึงพื้นที่เล่นน้ำสำหรับเด็ก และสนามอุปสรรคลอยน้ำแบบเป่าลม โดยยังมีลานสเก็ตบอร์ด สนามปั่นจักรยาน BMX ​​และพื้นที่สำหรับกีฬาชายหาด เช่น ฟุตบอลและวอลเลย์บอล และสำหรับกิจกรรมสุดมันส์ก็มีซิปไลน์ข้ามน้ำและสไลเดอร์สูง 10 เมตร ที่เรียกว่า ‘slip 'n’ fly’

นอกจากนี้ ADRENA ยังมีศูนย์รวมความบันเทิงที่คึกคัก รวมถึงบีชคลับ การแสดงดนตรีสด และสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ที่มองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินเหนือทะเลแดงอันงดงาม

พื้นที่นี้ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการเข้าถึงได้ง่าย โดยมีทางเข้าแบบระดับน้ำตื้นในสระว่ายน้ำหลายแห่ง และมีตัวเลือกที่ปรับเปลี่ยนได้สำหรับกิจกรรมต่างๆ เช่น บอดี้บอร์ด แพดเดิลบอร์ด ดำน้ำ และดำน้ำตื้น เพื่อให้มั่นใจว่าแขกที่มีความต้องการด้านการเคลื่อนไหวและการเข้าถึงสามารถเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้

การออกแบบของ ADRENA เป็นไปตามหลักการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบของ RSG โดยใช้ระบบหมุนเวียนแบบปิดที่ยั่งยืน โดยดึงน้ำทะเลเข้ามา กรอง และหมุนเวียนผ่านสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แล้วส่งกลับคืนสู่ระบบเดิมที่สะอาดและผ่านการกรองแล้ว โดยน้ำจืดที่ใช้ทั่วทั้งโครงการจะถูกนำกลับมาใช้ในการชลประทานที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากยิ่งขึ้น

ทะเลแดงได้ต้อนรับแขกกลุ่มแรกในปี 2023 และปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว 9 แห่ง รวมถึง Thuwal Private Retreat ที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งเมืองเจดดาห์ โดยสนามบินนานาชาติทะเลแดง (RSI) เป็นประตูสู่จุดหมายปลายทางสำหรับทั้งแขกและผู้อยู่อาศัย โดยมีเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศจากริยาด เจดดาห์ ดูไบ โดฮา และมิลานให้บริการอยู่เป็นประจำ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Red Sea Global และ ADRENA ย่านผจญภัยและความบันเทิง โปรดเยี่ยมชม www.redseaglobal.com

เกี่ยวกับ Red Sea Global
Red Sea Global (RSG) เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรที่มีพอร์ตโฟลิโอหลากหลายในด้านการท่องเที่ยว ที่อยู่อาศัย ประสบการณ์ โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง การดูแลสุขภาพ และบริการต่างๆ ซึ่งรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูระดับหรูอย่าง The Red Sea ที่เริ่มเปิดรับแขกในปี 2023 และ AMAALA ที่ยังคงดำเนินการตามแผนที่จะเปิดรับแขกกลุ่มแรกในปีนี้

นอกจากนี้ RSG ยังได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินการปรับปรุงสนามบินอัลวาจห์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางแห่งที่สาม โดยเน้นการยกระดับอาคารผู้โดยสารและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ รวมถึงการสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศแห่งใหม่

RSG เป็นบริษัทในเครือ PIF และเป็นรากฐานสำคัญของความมุ่งมั่นของซาอุดีอาระเบียในการกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจ ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่กำลังเติบโตของจุดหมายปลายทาง บริษัทในเครือ และธุรกิจต่างๆ โดย RSG มุ่งมั่นที่จะนำโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบสามารถยกระดับชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และปรับปรุงสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร

www.redseaglobal.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20260216890688/en

Contacts

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:

Jack Williams: ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ jack.williams@redseaglobal.com

ที่มา: Red Sea Global






TOURISE ปฏิรูปภาคส่วนการท่องเที่ยวเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลกบนเส้นทางสู่รายได้ 16 ล้านล้านดอลลาร์ในงาน Davos

Logo

ดาวอส, สวิตเซอร์แลนด์–(BUSINESS WIRE)–24 มกราคม 2026

TOURISE ยกระดับบทบาทของการท่องเที่ยวเป็นภาคส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อจัดการกับปัญหาส่วนรวมที่เกิดขึ้นทั่วโลกในการประชุมประจำปีสภาเศรษฐกิจโลกใน Davos

His Excellency Ahmed Al‑Khateeb, Minister of Tourism of Saudi Arabia and Chairman of TOURISE, convenes executives from Trip.com, Visa, TikTok, PayPal, Salesforce, Forbes, Avolta, ByteDance, and more at Davos 2026

คุณ Ahmed Al‑Khateeb รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบียและประธานของ TOURISE ประชุมกับผู้บริหารจาก Trip.com, Visa, TikTok, PayPal, Salesforce, Forbes, Avolta, ByteDance และอื่น ๆ อีกมากมายที่ Davos 2026

การท่องเที่ยวมักจะถูกมองว่าเป็นอุตสาหกรรมแยกต่างหาก โดย TOURISE ก็ได้เน้นย้ำว่าการท่องเที่ยวกำลังถูกมองว่าเป็นภาคส่วนเชิงกลยุทธ์ ซึ่งมีส่วนแบ่งรายได้ 1 ดอลลาร์ในทุก 10 ดอลลาร์ของ GDP ทั่วโลกและเร่งการเติบโตของทุกอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

คุณ Ahmed Al Khateeb รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของซาอุดิอาระเบียและประธานของ TOURISE กล่าวว่าการเป็นพันธมิตรและความร่วมมือจากหลายภาคส่วนจะช่วยขยายการท่องเที่ยวให้กว้างขวางยิ่งขึ้นไปอีก

“การท่องเที่ยวเป็นมากกว่าภาคส่วนการใช้ชีวิต แต่เป็นระบบเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์ TOURISE ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้นำจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรเพื่อสร้างทางออกส่วนรวม ซึ่งเทคโนโลยีมาบรรจบกับการพัฒนาชุมชน การเงินที่มีความยั่งยืน และการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น ความร่วมมือเหล่านี้จะกำหนดการท่องเที่ยวในอีกสิบปีข้างหน้า เพื่อสร้างความไว้วางใจและเป้าหมายส่วนรวมในการขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปข้างหน้าต่อไป”

ระหว่างเวทีเศรษฐกิจโลกในงาน Davos TOURISE เป็นทั้งผู้จัดและเข้าร่วมในการพูดคุยประเด็นสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ การปฏิรูปการท่องเที่ยว: โลกแห่งความเป็นไปได้ ที่ Axios House คุณ Al Khateeb พบกับผู้นำจากทั่วโลกเพื่อหารือความเกี่ยวเนื่องเชิงกลยุทธ์ที่กำลังขยายตัวของการท่องเที่ยวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและทิศทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนไป

สองเวิร์กชอปเชิงกลยุทธ์ที่เป็นรากฐานโปรแกรม Davos ของ TOURISE ‘การท่องเที่ยวจะช่วยโลกได้หรือเปล่า?’ เป็นการประชุมของผู้นำระดับอาวุโสจากทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อสำรวจว่าการท่องเที่ยวสามารถส่งเสริมความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างไร ช่วงนี้จะให้ข้อมูลกำหนดการตลอดทั้งปีของ TOURISE และการประชุมในปี 2027

เวิร์กชอปที่สอง ‘การท่องเที่ยวผ่านเอเจนต์: จากข้อมูลเชิงลึกสู่การดำเนินการ’ เป็นการรวมตัวกันของผู้บริหาร นักเทคโนโลยี และนักลงทุนระดับโลกเพื่อสำรวจพรมแดนแห่งใหม่ของการท่องเที่ยว ซึ่งต่อยอดจากโครงการริเริ่มการท่องเที่ยวผ่านเอเจนต์ที่เปิดตัวในการประชุมเดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้ให้ข้อมูลการพัฒนาโปรโตคอลการท่องเที่ยวผ่านเอเจนต์ กรอบการทำงานส่วนรวมที่ออกแบบมาเพื่อสร้างระบบ AI ที่ปลอดภัย เชื่อมต่อถึงกัน และทำงานร่วมกันได้ทั่วทั้งภาคส่วนการท่องเที่ยว

ผู้นำและผู้บริหารจาก Trip.com, Visa, TikTok, PayPal, Salesforce, Forbes, Avolta, ByteDance และอื่น ๆ อีกมากมายเข้าร่วมเวิร์กชอป TOURISE เพื่อเน้นย้ำถึงความกว้างขวางของอุตสาหกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการเติบโตและนวัตกรรม

TOURISE ยังเป็นผู้สนับสนุนงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำหญิงประจำปี พร้อมกับ Adecco Group, Pinterest, Bayer และ APCO อีกด้วย และระหว่างงานเลี้ยงต้อนรับนี้ สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาของ TOURISE กระทรวงการท่องเที่ยว และผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย Hawazen Nassief กล่าวกับผู้ร่วมงานให้เห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนผู้หญิงในบทบาทผู้นำทั่วทั้งภาคส่วน ซึ่งมีผู้หญิงเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของบุคลากรทั่วโลก

Davos เป็นจุดเริ่มต้นประจำปี 2026 ของ TOURISE ซึ่งจะมีทั้งเวิร์กชอปข้ามภาคส่วน รายงานข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรม และความร่วมมือใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสู่ศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงระดับโลก

อนาคตของการท่องเที่ยวกำลังเริ่มต้นแล้ว เข้าร่วมการเดินทางได้ที่ tourise.com และมาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวบทใหม่ที่การประชุม TOURISE ครั้งถัดไปในเดือนมีนาคม 2027

TOURISE คือแพลตฟอร์มระดับโลกที่สร้างพรมแดนแห่งใหม่สำหรับการท่องเที่ยวทั่วโลก

ภายใต้การดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบีย การประชุม TOURISE ครั้งแรกจึงสามารถจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2025 ในริยาด ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของผู้นำระดับโลกเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงและกำหนดอนาคตของภาคส่วนนี้

ในฐานะแพลตฟอร์มที่มีกำหนดการตลอดทั้งปี TOURISE จึงสามารถขับเคลื่อนการประสานงานด้านนวัตกรรม การสัญจร วัฒนธรรม และการลงทุนได้ ตลอดปี 2026 ซึ่งนำไปสู่การประชุมครั้งที่สองในเดือนมีนาคม 2027 TOURISE จะขยายชุมชนทั่วโลก เปิดเผยรายงานข้อมูลเชิงลึก และพัฒนาโครงการริเริ่มที่เปลี่ยนความคิดที่แหวกแนวให้เป็นการลงมือทำในสถานการณ์จริง

เมื่อร่วมมือกัน เราสามารถกำหนดอนาคตของการท่องเที่ยวในอีก 50 ปีข้างหน้าได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tourise.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260123950180/en

Contacts

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสื่อ โปรดติดต่อ Media@TOURISE.com.

ที่มา: TOURISE

ยุคใหม่เริ่มต้นขึ้น: STARLUX รับมอบเครื่องบิน A350-1000 ลำแรกของไต้หวัน เสริมศักยภาพการขยายเส้นทางบินระยะไกล

Logo

เครื่องบินรุ่นเรือธงใหม่นี้จะเข้าร่วมฝูงบินแอร์บัสทั้งหมดของสายการบินสุดหรู โดยประธาน STARLUX จะเป็นผู้ขับเครื่องบินในเที่ยวบินส่งมอบ เพื่อสนับสนุนการเติบโตในอนาคตในอเมริกาเหนือและยุโรป

ไทเป ไต้หวัน และ ลอสแอนเจลิสและตูลูส ฝรั่งเศส–(BUSINESS WIRE)–07 มกราคม 2026

โดยนับเป็นก้าวสำคัญข้ามทวีปสำหรับสายการบินหรู STARLUX จากไต้หวันที่จะได้รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ลำแรกในวันนี้ ทำให้เป็นสายการบินแรกของไต้หวันที่ใช้งานเครื่องบินรุ่นนี้ เครื่องบินหมายเลขทะเบียน B-58551 ได้รับการส่งมอบอย่างเป็นทางการที่สำนักงานใหญ่ของแอร์บัสในเมืองตูลูส และบินตรงมายังไทเปโดยคุณ K.W. Chang ประธาน STARLUX เมื่อเดินทางถึงสนามบินนานาชาติเถาหยวนในเช้าตรู่ของวันนี้ ซึ่งเครื่องบินได้รับการต้อนรับด้วยการฉีดน้ำเพื่อเป็นเกียรติ

STARLUX Airlines takes delivery of its first Airbus A350-1000 at Airbus’s Toulouse headquarters, becoming the first Taiwanese airline to operate the aircraft.

สายการบิน STARLUX รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ลำแรกที่สำนักงานใหญ่ของ Airbus ในเมืองตูลูส ทำให้เป็นสายการบินแรกของไต้หวันที่ใช้งานเครื่องบินรุ่นนี้

“การรับมอบเครื่องบิน A350-1000 ลำแรกของเราถือเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของขีดความสามารถในการบินระยะไกลของ STARLUX” กล่าวโดย Glenn Chai ซีอีโอของ STARLUX “ด้วยระยะทำการบินที่ไกลกว่า A350-900 เครื่องบินลำนี้สามารถบินไปยังชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาได้ ในขณะเดียวกันก็มอบประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมและความสะดวกสบายของผู้โดยสารที่เหนือกว่า ทำให้เราสามารถขยายบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของเราจากไทเปไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วอเมริกาเหนือและยุโรปได้มากยิ่งขึ้น”

ประธานแอร์บัส เอเชียแปซิฟิก Anand Stanley กล่าวว่า “STARLUX ได้สร้างวิสัยทัศน์ด้านการบินระยะไกลที่น่าประทับใจด้วยฝูงบินแอร์บัสทั้งหมด และเครื่องบิน A350-1000 Long Range Leader จะยกระดับกลยุทธ์นั้นไปอีกขั้นด้วยระยะทำการบิน ประสิทธิภาพ และความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารที่เหนือกว่า โดยแอร์บัสภูมิใจที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองการส่งมอบเครื่องบิน A350-1000 ลำแรกให้กับ STARLUX ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายการบินข้ามทวีปของสายการบิน และนำมาตรฐานใหม่ของการเดินทางระดับพรีเมียมจากไต้หวันสู่ทั่วโลก”

เครื่องบิน A350-1000 จะนำเสนอรูปลักษณ์ใหม่สำหรับสายการบิน STARLUX และยังคงรักษาสุนทรียภาพที่ประณีตของสายการบินไว้ แต่ลวดลายใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการใช้งานวัสดุคอมโพสิตขั้นสูงอย่างกว้างขวางของเครื่องบิน โดยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของโครงสร้างลำตัวเครื่องบินสร้างจากวัสดุคอมโพสิตเสริมใยคาร์บอน ตัวเลข “1000” ที่โดดเด่นบนลำตัวเครื่องบินจะช่วยเน้นย้ำสถานะของเครื่องบินลำนี้ในฐานะสมาชิกที่ใหญ่ที่สุดของตระกูล A350 และเป็นเครื่องบินเรือธงระยะไกลลำใหม่ของ STARLUX

เครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ของ STARLUX มีที่นั่ง 350 ที่นั่ง ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล โดยมีที่นั่งทั้งหมด 350 ที่นั่ง ด้วยระยะทำการบินสูงสุดถึง 9,700 ไมล์ (15,600 กิโลเมตร) เครื่องบินลำนี้จะมีบทบาทสำคัญในการขยายตลาดของสายการบินไปยังอเมริกาเหนือและยุโรป ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent XWB ทำให้ A350-1000 สามารถประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องบินรุ่นก่อนหน้า พร้อมทั้งยังให้ห้องโดยสารที่เงียบและกว้างขวางที่สุดในระดับเดียวกันอีกด้วย

ด้วยการมาถึงของเครื่องบิน A350-1000 ลำแรก ทาง STARLUX กำลังเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปของการขยายเส้นทางบินระยะไกล สายการบินวางแผนที่จะเปิดเส้นทางบินไปยังยุโรปเป็นครั้งแรกในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และการส่งมอบเครื่องบินเพิ่มเติมจะทำให้สามารถให้บริการไปยังชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาได้ในอนาคต

เกี่ยวกับ STARLUX Airlines

STARLUX ก่อตั้งขึ้นบนปรัชญาที่ว่าความหรูหราควรเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ใช่เฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น เป็นสายการบินระหว่างประเทศระดับพรีเมียมที่มีฐานอยู่ในไต้หวัน ให้บริการเที่ยวบินไปยัง 31 จุดหมายปลายทางจากไต้หวันไปยังสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น มาเก๊า เวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยผู้โดยสารของ STARLUX ที่เดินทางระหว่างอเมริกาเหนือและเอเชียสามารถต่อเครื่องได้อย่างสะดวกสบายที่ไทเป สำหรับ 5 จุดหมายปลายทางในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ ลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก ซีแอตเติล ออนแทรีโอ แคลิฟอร์เนีย และฟีนิกซ์ ซึ่งทาง STARLUX ได้รับการยอมรับในระดับโลกในด้านความเป็นเลิศ ได้รับรางวัลสายการบินระดับ 5 ดาวจาก Skytrax รางวัล APEX Five Star Global Airline Awards และคะแนนความปลอดภัยระดับ 7 ดาว PLUS จาก AirlineRatings โดยทาง STARLUX นั้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและนำเสนอบริการที่เหนือกว่า โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้การบินเป็นประสบการณ์ที่หรูหราและน่าจดจำอย่างแท้จริง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.starlux-airlines.com

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ: ชื่อบริษัทเขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด: สายการบิน STARLUX ขอขอบคุณที่ใช้รูปแบบการเขียนนี้ในการรายงานข่าว

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260106228308/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Mary Placido, SKC, Inc.
(415) 218-3627
mary@skc-pr.com

ที่มา: STARLUX Airlines


ร่วมเฉลิมฉลองจุดหมายปลายทางที่เป็นเลิศ: TOURISE เผยรายชื่อสถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายสำหรับรางวัล TOURISE Awards 2025

Logo

ริยาด, ซาอุดีอาระเบีย–(BUSINESS WIRE)–30 ตุลาคม 2025

ความคาดหวังกำลังก่อตัวขึ้น วันนี้ TOURISE ได้ประกาศรายชื่อสถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล TOURISE Awards 2025 ที่ทุกคนรอคอย เพื่อยกย่องจุดหมายปลายทางชั้นนำระดับโลกที่กำลังพลิกโฉมนิยามของการค้นหา จุดหมายปลายทางสิบสองแห่งได้รับการเสนอชื่อให้เข้ารอบสุดท้ายสำหรับรางวัล TOURISE Awards ประจำปีนี้ ซึ่งถือเป็นการปูทางไปสู่อนาคตของการท่องเที่ยว โดยจุดหมายปลายทางเหล่านี้เป็นตัวแทนของสถานที่ต่างๆ จากทั่วโลกที่ไม่เพียงแต่จะพลิกโฉมในด้านความเป็นเลิศด้านจุดหมายปลายทางเท่านั้น แต่ยังจะกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ทั้งหมดเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่

มีการคัดเลือกจากรายชื่อสถานที่มากมายที่ส่งเข้ามาโดยนักเดินทางผู้หลงใหล ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และองค์กรต่างๆ ทั่วโลก สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายในปีนี้จะร่วมเฉลิมฉลองจุดหมายปลายทางต่างๆ ที่ส่งมอบวัฒนธรรมที่กระตุ้นจิตวิญญาณ ประสบการณ์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัด และเหนือสิ่งอื่นใดคือความทรงจำอันทรงคุณค่าและยั่งยืน

ฯพณฯ Ahmed Al-Khateeb รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและประธานคณะกรรมการ TOURISE กล่าวว่า “สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล TOURISE Awards สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมอันโดดเด่นและการต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งเป็นนิยามของประสบการณ์การเดินทางยุคใหม่อย่างแท้จริง เมืองและภูมิภาคอันโดดเด่นเหล่านี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังจุดประกายจินตนาการ สร้างสะพานเชื่อมระหว่างวัฒนธรรม และสร้างแรงบันดาลใจให้เราทุกคนมองโลกด้วยมุมมองใหม่ ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เรามีความภูมิใจที่จะเฉลิมฉลองจุดหมายปลายทางที่สร้างมาตรฐานความเป็นเลิศใหม่ สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายแต่ละแห่งได้ฝากรอยประทับอันตราตรึงไว้ในใจนักเดินทางทุกคน ที่ได้ย้ำเตือนเราว่าการสำรวจที่มีความหมายมีพลังที่จะรวมเป็นหนึ่งและสร้างแรงบันดาลใจได้ แม้การเดินทางจะสิ้นสุดลงไปแล้ว”

สปอตไลท์: สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายของปีนี้

สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายรางวัล TOURISE Awards 2025 ประกอบด้วย:

จุดหมายปลายทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่ดีที่สุด: เกียวโต, ปารีส, นิวยอร์ก

จุดหมายปลายทางด้านการผจญภัยที่ดีที่สุด: หมู่เกาะกาลาปากอส, อุทยานแห่งชาติบวินดีอิมเพเนเทรเบิล, อันคาช

จุดหมายปลายทางด้านอาหารและการทำอาหารที่ดีที่สุด:โตเกียว, ลอนดอน, ฮ่องกง

จุดหมายปลายทางด้านการช็อปปิ้งที่ดีที่สุด:สิงคโปร์, ปารีส, ลอนดอน

จุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงที่ดีที่สุด:โซล, โตเกียว, เม็กซิโกซิตี้

สถานที่ที่ชนะในแต่ละประเภทจะมีโอกาสได้รับการเสนอชื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางโดยรวมที่ดีที่สุด ซึ่งจะได้รับการคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ TOURISE Awards

คณะกรรมการอิสระจะเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดกรองสถานที่ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลด้วยความเชี่ยวชาญจนเหลือเพียงสถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายที่โดดเด่นในปัจจุบัน โดยคณะกรรมการถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลจากหลากหลายอุตสาหกรรม ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์เหล่านี้เป็นตัวแทนที่ดีที่สุดจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว แฟชั่น ศิลปะการทำอาหาร ค้าปลีก วัฒนธรรม การผจญภัย และความบันเทิง ที่ได้นำความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่นอันหาที่เปรียบมิได้มาสู่รางวัล TOURISE Awards โดยคณะกรรมการประกอบด้วย:

Filip Boyen, อดีตซีอีโอ นิตยสาร Forbes Travel Guide

Michael Ellis, อดีตผู้อำนวยการฝ่ายคู่มือมิชลินระดับโลก

Fiona Jeffery, อดีตประธาน World Travel Market อดีตประธานรางวัล Tourism for Tomorrow Awards

Renaud de Lesquen, อดีตซีอีโอ Givenchy อดีตประธาน Dior AM

Lars Nittve, อดีตผู้อำนวยการก่อตั้ง Tate Modern

Albert Read, อดีตกรรมการผู้จัดการ Condé Nast

Caroline Rush, อดีตซีอีโอ สภาแฟชั่นอังกฤษ

Omar Samra, ทูตสันถวไมตรีแห่งสหประชาชาติ นักปีนเขา และนักสำรวจขั้วโลก

Bernold Schroeder, อดีตซีอีโอ Kempinski; Pan Pacific

การนับถอยหลังครั้งสุดท้าย

สถานที่ที่ชนะรางวัล TOURISE Awards ครั้งแรกจะได้รับการประกาศในงานกาลาในคืนเปิดงาน TOURISE Summit ในวันที่ 11 พฤศจิกายน ณ กรุงริยาด โดยรางวัล TOURISE Awards จะเป็นส่วนขยายของแพลตฟอร์ม TOURISE ภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งขับเคลื่อนโดยสำนักงานการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วโลก

TOURISE คือแพลตฟอร์มชั้นนำของโลกสำหรับการกำหนดอนาคตของการท่องเที่ยวทั่วโลก การประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยผู้นำ ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล นักลงทุน และผู้กำหนดอนาคตจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดย TOURISE จะรับมือกับความท้าทายและไขว่คว้าโอกาสในการเปลี่ยนแปลง พร้อมกำหนดวาระสำหรับภาคการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบ เป็นธรรม และมุ่งเน้นอนาคต

เจาะลึก: พบกับสถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายของคุณ

จุดหมายปลายทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่ดีที่สุด

  • เกียวโต: ญี่ปุ่นเหนือกาลเวลา – สวนอันเงียบสงบ วัดที่เป็นสัญลักษณ์ และงานหัตถกรรมที่มีชีวิตทั้งหมดสานกันเป็นเนื้อผ้าทางวัฒนธรรมร่วมสมัยที่มีชีวิตชีวา
  • ปารีส: สัญลักษณ์ตลอดกาล – พิพิธภัณฑ์อันยิ่งใหญ่ ศิลปะร่วมสมัยที่กำลังเบ่งบาน และฉากศิลปะการแสดงที่ทำให้จิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ของเมืองยังคงมีชีวิตอยู่
  • นิวยอร์ก: วัฒนธรรมที่รุ่งเรืองที่สุด – พิพิธภัณฑ์ระดับโลก ศิลปะข้างถนนที่น่าตื่นตาตื่นใจ และพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่บรอดเวย์ไปจนถึงจังหวะดนตรีตามท้องถนน

จุดหมายปลายทางด้านการผจญภัยที่ดีที่สุด

  • หมู่เกาะกาลาปากอส: ต้นกำเนิดแห่งความมหัศจรรย์ – ความงามของภูเขาไฟ ความหลากหลายทางทะเล และการพบปะสัตว์ป่าที่ให้ความรู้สึกเหมือนการเดินทางข้ามกาลเวลา
  • อุทยานแห่งชาติบวินดีอิมเพเนเทรเบิล: กลับคืนสู่ธรรมชาติ – ป่าโบราณ การพบเห็นกอริลลาที่หายาก และสัมผัสถึงพลังของธรรมชาติในทุกย่างก้าว
  • อันคาช: ความดิบที่เป็นจริง – ยอดเขาที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ทะเลสาบน้ำแข็ง และเส้นทางที่เต็มไปด้วยประเพณี ที่ซึ่งการผจญภัยพบกับความอบอุ่นของชุมชนท้องถิ่น

จุดหมายปลายทางด้านอาหารและการทำอาหารที่ดีที่สุด

  • โตเกียว: ซูชิระดับมิชลินสตาร์ไปจนถึงราเมนรสเลิศ ประเพณีเก่าแก่หลายศตวรรษผสานกับความหลงใหลในคุณภาพ ทำให้ทุกคำที่ทานกลายเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม
  • ลอนดอน: ศูนย์กลางแห่งอาหารนานาชาติ – ห้องครัวสไตล์อังกฤษสมัยใหม่ รสชาติจากทั่วทุกมุมโลก และอาหารตั้งแต่อาหารชั้นสูงไปจนถึงอาหารคลาสสิกริมทาง
  • ฮ่องกง: งานเลี้ยงแนวตั้ง – ร้านอาหารชั้นเลิศที่ตั้งตระหง่านเหนือแผงขายได่ผิงและร้านก๋วยเตี๋ยว ผสมผสานมรดกและรสชาติจากทั่วโลกไว้ในทัศนียภาพเมืองที่งดงามตระการตา

จุดหมายปลายทางด้านการช็อปปิ้งที่ดีที่สุด

  • สิงคโปร์: การค้าปลีกที่มุ่งเน้นอนาคต – ย่านที่เต็มไปด้วยการออกแบบ ห้างสรรพสินค้าหรูหรา และตลาดทางวัฒนธรรมในเมืองที่เชื่อมโยงทั้งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน
  • ปารีส: Haute Couture (โอตกูตูร์ – ศิลปะการตัดเย็บชั้นสูง) และอื่นๆ – เมซงในตำนาน ร้านคอนเซ็ปต์ และตลาดนัดของเก่าที่ผสมผสานความสง่างามเหนือกาลเวลาเข้ากับสไตล์ที่ล้ำสมัย
  • ลอนดอน: มรดกพบกับความทันสมัย ​​- เรือธงสุดหรู ศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์ และตลาดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเมืองที่กำหนดสไตล์ระดับโลก

จุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงที่ดีที่สุด

  • โซล: นวัตกรรมพบกับวัฒนธรรม – เวที K-pop ความบันเทิงล้ำสมัย และสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่กำหนดเทรนด์ระดับโลก
  • โตเกียว: พลังงานที่ไม่มีใครเทียบได้ – การแสดงระดับโลก แหล่งท่องเที่ยวที่น่าดื่มด่ำ และประสบการณ์ท้องถิ่นที่แท้จริงในเมืองที่สร้างมาเพื่อความตื่นเต้น
  • เม็กซิโกซิตี้: ความมีชีวิตชีวาอันบริสุทธิ์ – เทศกาล ดนตรี และการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างประเพณีและความสนุกสนานสมัยใหม่ที่ทำให้ทุกค่ำคืนนั้นน่าจดจำ

เกี่ยวกับ TOURISE Awards

รางวัล TOURISE Awards เป็นรางวัลระดับโลกที่ยกย่องจุดหมายปลายทางอันเป็นเลิศ โดยยกย่องสถานที่ต่างๆ ที่มอบประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย น่าจดจำ และสอดคล้องกับความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปของนักเดินทางในปัจจุบัน รางวัลนี้ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน โดยมอบรางวัลให้กับจุดหมายปลายทางใน 5 สาขา ได้แก่ ศิลปะและวัฒนธรรม การผจญภัย อาหารและการทำอาหาร ช้อปปิ้ง และความบันเทิง ปิดท้ายด้วยรางวัลจุดหมายปลายทางยอดเยี่ยม (Best Overall Destination Award) รางวัลนี้ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความยั่งยืน การอนุรักษ์วัฒนธรรม และผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ระดับโลกสำหรับสิ่งที่ทำให้จุดหมายปลายทางนั้นพิเศษอย่างแท้จริง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรางวัล TOURISE ได้ที่ www.TOURISE.com/awards

เกี่ยวกับ TOURISE

TOURISE เป็นแพลตฟอร์มชั้นนำของโลกที่สร้างขอบเขตใหม่ให้กับการท่องเที่ยวทั่วโลก

การประชุม TOURISE Summit ครั้งแรก ที่ขับเคลื่อนโดยกระทรวงการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2025 ที่ริยาด โดย TOURISE จะรวบรวมผู้มีวิสัยทัศน์จากภาครัฐ ภาคธุรกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี เพื่อนำเสนอโครงการริเริ่มที่มีผลกระทบสูงและข้อตกลงต่างๆ ที่จะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมอุตสาหกรรมและสร้างภาคการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เป็นธรรม และมุ่งเน้นอนาคต

TOURISE มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในเชิงกายภาพและครอบคลุมทุกช่องทางดิจิทัล โดยจะรับประกันการมีส่วนร่วมในวงกว้างจากทั่วโลก ควบคู่ไปกับการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุดสำหรับผู้ที่มีวิสัยทัศน์ในการกำหนดอนาคตของการท่องเที่ยวโลก หลังจากการประชุมสุดยอด TOURISE จะขยายขอบเขตเป็นแพลตฟอร์มตลอดทั้งปีที่ซึ่งแนวคิดที่โดดเด่นจะกลายเป็นทางออกในโลกแห่งความเป็นจริง

นี่คือจุดกำเนิดของการท่องเที่ยวในอีก 50 ปีข้างหน้า เมื่อร่วมมือกัน เราจะไม่มีวันหยุดยั้ง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TOURISE ได้ที่ www.TOURISE.com และสมัครรับจดหมายข่าว

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20251029909575/en

Contacts

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อ: media@TOURISE.com

ที่มา: TOURISE

Grand Nikko Bangkok Sathorn พร้อมให้ทุกท่านสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนสุดหรู ที่โอบล้อมด้วยความสงบและการบริการด้วยจิตวิญาณของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เปิดรับจองสำหรับการเข้าพักในปี พ.ศ. 2569 แล้วตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

Logo

กรุงเทพฯ–(ฺBUSINESS WIRE)–17 พฤศจิกายน 2568

แกรนด์ นิกโก้ กรุงเทพฯ สาทร โรงแรมหรูภายใต้แบรนด์ Grand Nikko แห่งแรกในประเทศไทย พร้อมแล้วสำหรับสุดยอดการบริการแบบ “โอโมเตนาชิ” (Omotenashi) เสน่ห์การบริการแบบญี่ปุ่นที่ใส่ใจทุกรายละเอียด  สัมผัสโอเอซิสแห่งใหม่ใจกลางย่านเศรษฐกิจอย่างถนนสาทร ที่รายล้อมไปด้วยสถานทูต อาคารสำนักงาน แหล่งบันเทิงชั้นนำ รวมไปถึงจุดท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย รองรับได้ทั้งนักท่องเที่ยว นักธุรกิจและการเข้าพักแบบครอบครัว

Rendition of Premier Corner Rooms

ภาพถ่ายห้องพรีเมียร์คอร์เนอร์

ห้องพักและห้องสวีทที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในการพักผ่อน

พบกับความหรูหรา หลากสไตล์ ในการตกแต่งห้องพักและห้องสวีท ที่มีให้บริการจำนวน 405 ห้อง รวมถึงห้องพักแบบ  Long-Stay Residence จำนวน 36 ห้อง ออกแบบมาเพื่อผสานความงามร่วมสมัยกับสุนทรียะแบบญี่ปุ่น ซึ่งเป็นความงามที่เหนือกาลเวลาได้อย่างลงตัว ทุกห้องพักตกแต่งอย่างพิถีพิถัน พร้อมห้องน้ำดีไซน์ทันสมัย และสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม อาทิเช่น เครื่องสุขภัณฑ์จากแบรนด์ TOTO  สมาร์ททีวี และเครื่องชงกาแฟ Nespresso ตระการตาไปด้วยแสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร วิวในฝันที่จะสร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่ผ่อนคลายในแบบที่เป็นคุณอย่างแท้จริง

ประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับเวิลด์คลาส

โรงแรมมีห้องอาหารเปิดให้บริการทั้งหมด 5 แห่ง แต่ละแห่งมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหาร Benkay ที่นำเสนออาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศในสไตล์ฟิวชั่นสุดสร้างสรรค์ ห้องอาหาร ICHO โดดเด่นด้วยศิลปะการปรุงอาหารญี่ปุ่นแบบเทปันยากิ หรือ SANUK ห้องอาหารนานาชาติที่ให้บริการแบบ All-Day Dining อิ่มอร่อยไปด้วยหลากหลายเมนูชั้นเลิศ พร้อมเพลิดเพลินไปกับขนมหวานรสชาติกลมกล่อมเสริฟพร้อมกาแฟและเครื่องดื่มหลากสไตล์ ที่ LA-MUN หรือจะดื่มค็อกเทล ชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมดื่มด่ำไปกับแสงไฟของมหานครยามค่ำคืนแบบพาโนรามาที่ TENKU 33 บาร์ลอยฟ้าบนชั้น 33 ของโรงแรมก็สามารถทำได้เช่นกัน

สัมผัสประสบการณ์สุดหรู ด้วยตัวคุณเองที่โรงแรมแกรนด์ นิกโก้ กรุงเทพฯ สาทร กับข้อเสนอสุดพิเศษ ในแพ็คเกจเปิดตัวโรงแรม “Commemorative Opening Package” ที่มาพร้อม

ข้อเสนอมากมายดังนี้

ระยะเวลาการจอง:

17 พฤศจิกายน 2568 – 1 มีนาคม 2569

ช่วงเวลาเข้าพัก:

1 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2569

ประเภทห้องพัก:

Superior / Deluxe / Premier Corner

ราคาเริ่มต้น:

6,500++ บาท/ห้อง/คืน

(ราคานี้ยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษี 7%)

สิทธิประโยชน์พิเศษ:

  • บริการอาหารเช้าทุกวันที่ห้องอาหาร All-Day Dining
  • เครดิตเงินคืนสูงสุด 1,500 บาทสุทธิ/ห้อง/คืน สำหรับใช้ในห้องอาหารใดก็ได้ (เฉพาะค่าอาหาร)
  • เช็คเอาท์ได้ถึงเวลา 16.00 น. (ขึ้นอยู่กับความพร้อมของห้องพักในวันนั้น)
  • ส่วนลดเพิ่ม 10% สำหรับสมาชิก One Harmony

สำรองห้องพักได้ที่:

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อการพักผ่อนแบบมีสไตล์

ท่ามกลางย่านเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ โรงแรมแกรนด์ นิกโก้ กรุงเทพฯ สาทร ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ที่มาพร้อมบรรยากาศอันสงบ ร่มรื่น เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมให้กับผู้เข้าพักทุกท่าน สิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ได้รับการออกแบบอย่างละเมียดละไม ใส่ใจในความต้องการที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ฟิตเนส รวมถึงสปาจากแบรนด์ divana® ที่ยึดปรัชญา “ที่ซึ่งสุนทรียศาสตร์ตะวันออกและคุณภาพเหนือระดับมาบรรจบกัน” เพื่อร่วมรังสรรค์การดูแลแบบองค์รวมจากธรรมชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาตะวันออก เพื่อคืนความสมดุลอย่างลึกซึ่งให้แก่ผู้ใช้บริการ

การประชุมและงานอีเวนต์ครบวงจร

ด้วยพื้นที่จัดงานที่หลากหลาย กว้างขวาง รวมถึงห้องบอลรูมขนาดใหญ่และห้องอเนกประสงค์ ที่ติดตั้งด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ส่งผลให้โรงแรมแกรนด์ นิกโก้ กรุงเทพฯ สาทร กลายเป็นสถานที่รองรับงานสำคัญต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ครบครัน ทั้งงานประชุมองค์กร งานสถานทูต งานแต่งงาน และงานสังสรรค์ทางสังคมต่างๆ

สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก One Harmony

แกรนด์ นิกโก้ กรุงเทพฯ สาทร ในฐานะหนึ่งในโรงแรมในเครือ Okura Nikko Hotels มอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก One Harmony  โดยสามารถสะสมคะแนนพร้อมรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ทั่วโลก สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โรงแรมแกรนด์ นิกโก้ กรุงเทพฯ สาทร

ที่ตั้ง:

117 ถนนสาทรใต้ ทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพฯ 10120

ห้องพัก:

405 ห้อง รวมถึงห้องพักระยะยาว 36 ห้อง

ห้องอาหาร:

ห้องอาหารญี่ปุ่นแบบ Fine Dining, ห้องอาหารญี่ปุ่นแบบเทปันยากิ, ห้องอาหาร All-Day Dining, Rooftop บาร์ และ ร้านกาแฟและขนมอบ

จัดเลี้ยง:

ห้องสาทร แกรนด์ บอลรูม ขนาด 422 ตร.ม. เพดานสูง 7.5 เมตร พร้อมหลากหลายห้องประชุม

สิ่งอำนวยความสะดวก:

นิกโก้ คลับ เลานจ์, ฟิตเนส, สปา สระว่ายน้ำกลางแจ้ง และคลับสำหรับเด็ก

การเดินทาง:

เดินเพียง 10 นาทีจาก BTS ช่องนนทรี

เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 40 นาที

เนื้อหาข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อความสะดวกในการอ้างอิง โดยฉบับภาษาต้นทางเป็นฉบับทางการ และเป็นฉบับที่มีผลทางกฎหมาย

ชมภาพเพิ่มเติมในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20251116318286/en


Duangnapa Saelieo
ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด
Grand Nikko Bangkok Sathorn
โทร: +66 (0) 2 078 8733
อีเมล: duangnapa.sa@bangkok.grandnikko.com

ยกระดับเอกสิทธิ์แห่งการเดินทาง: Hilton Honors เปิดตัวเส้นทางสู่สถานะ Elite ให้เร็วยิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัวสถานะระดับพรีเมียมใหม่ – Diamond Reserve

Logo

สิทธิประโยชน์เหนือระดับ ครอบคลุมทั้งการอัปเกรดห้องพักที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม การันตีขยายเวลาเช็คเอาท์ และบริการผู้ช่วยส่วนตัวสำหรับสมาชิก

  • ก้าวใหม่ของ Hilton Honors: วิวัฒนาการของโปรแกรมสมาชิกที่ได้รับรางวัลมากมาย มุ่งเน้นให้การเลื่อนระดับสถานะเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่ายิ่งขึ้น
  • เปิดตัว Diamond Reserve: ระดับสมาชิกใหม่ที่สะท้อนถึงการยอมรับสูงสุดและมอบเอกสิทธิ์ที่พิเศษยิ่งกว่าภายใน Hilton Honors
  • ปรับเกณฑ์ใหม่: สถานะ Diamond จะเข้าถึงได้เร็วขึ้น และสถานะ Gold จะก้าวขึ้นเป็นสถานะระดับกลางที่ทรงคุณค่าและน่าครอบครองที่สุดในปัจจุบัน
  • สิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์: สมาชิก Hilton Honors จะยังคงเพลิดเพลินกับสิทธิประโยชน์หลักที่ให้ความสำคัญและชื่นชอบเช่นเดิม

แมคคลีน รัฐเวอร์จิเนีย–(BUSINESS WIRE)–18 พฤศจิกายน 2025

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะ ตอบแทนความไว้วางใจ ในทุกย่างก้าวของการเดินทาง วันนี้ Hilton (NYSE: HLT) ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโปรแกรมสมาชิก Hilton Honors ที่ได้รับรางวัลมากมาย โดยในเดือนมกราคมนี้ Hilton จะเปิดตัวระดับสมาชิกขั้นสูงสุดในชื่อ “Diamond Reserve” ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์ที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น อาทิ Confirmable Upgrade Reward (สิทธิ์การยืนยันอัปเกรดห้องพักล่วงหน้า) ที่แลกใช้ได้ทันทีขณะจอง, การการันตีขยายเวลาเช็คเอาท์ (Late Check-out) ได้ถึงเวลา 16.00 น. และบริการผู้ช่วยส่วนตัวสำหรับสมาชิก

(Photo: Hilton) Committed to rewarding loyalty at every stage of the travel journey, Hilton announced exciting changes to its award-winning Hilton Honors loyalty program. (Waldorf Astoria New York)

(ภาพ: Hilton) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบความภักดีในทุกขั้นตอนของการเดินทาง Hilton ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นของโปรแกรมความภักดี Hilton Honors ที่ได้รับรางวัล (Waldorf Astoria New York)

ยิ่งไปกว่านั้น สถานะ Hilton Honors Gold จะกลายเป็นสถานะระดับกลางที่ทรงคุณค่าที่สุด โดยสมาชิกจะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์เดิมครบถ้วน รวมถึงการอัปเกรดห้องพัก (เมื่อมีห้องว่าง) และเครดิตอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมข้อเสนอที่ทำให้เลื่อนสถานะได้เร็วกว่าเดิม ในขณะที่สถานะ Diamond ก็ปรับเกณฑ์ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น พร้อมสิทธิประโยชน์ยอดนิยมที่สมาชิกชื่นชอบที่สุด

Chris Nassetta ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Hilton กล่าวว่า “สมาชิกแจ้งกับเราว่าพวกเขามองหาการยอมรับที่พิเศษยิ่งขึ้นและรางวัลที่มีความหมายตลอดการเดินทาง วันนี้เราภูมิใจที่ได้นำ Hilton Honors ก้าวสู่บทใหม่ ด้วยการมอบสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้ง่ายขึ้นและเพิ่มมูลค่าให้กับสมาชิกในโรงแรมของเราทั่วโลก ในยุคที่โปรแกรมสิทธิพิเศษของแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มดูคล้ายคลึงกัน เราเลือกที่จะสร้างความแตกต่างและเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Hilton Honors เพื่อสมาชิกทุกคน ตั้งแต่สิทธิ์การอัปเกรดที่เหนือกว่าสำหรับสมาชิกระดับ Elite ไปจนถึงวิธีใหม่ ๆ ในการเติมเต็มความฝัน พักผ่อน สะสม และแลกคะแนน ในเครือข่ายโรงแรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องกว่า 9,000 แห่งของเรา”

ปี 2026: เส้นทางสู่สถานะ Elite ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น Hilton มอบโอกาสให้นักเดินทางสัมผัสสิทธิพิเศษและความยืดหยุ่นได้ง่ายขึ้น ตอกย้ำให้ Hilton Honors และแอปพลิเคชัน Hilton Honors เป็นเพื่อนร่วมทางที่ทุกคนมองหา:

  • สถานะ Gold: ปรับลดเกณฑ์เหลือเพียงการเข้าพัก 25 คืนต่อปี (จากเดิม 40 คืน) โดยสมาชิกยังคงได้รับสิทธิประโยชน์หลัก เช่น การยืนยันอัปเกรดห้องพัก (เมื่อมีห้องว่าง), เครดิตอาหารและเครื่องดื่มรายวัน หรืออาหารเช้าแบบคอนติเนนตัล (ขึ้นอยู่กับแบรนด์และภูมิภาค) และโบนัสคะแนนสะสม 80%
  • สถานะ Diamond: ปรับลดเกณฑ์เหลือเพียง 50 คืนต่อปี (จากเดิม 60 คืน) สมาชิกยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วน อาทิ การยืนยันอัปเกรดห้องพัก (เมื่อมีห้องว่าง), เครดิตอาหารและเครื่องดื่ม หรืออาหารเช้า, สิทธิ์เข้าใช้เอ็กซิกคิวทีฟเลานจ์, การันตีห้องพัก 48 ชั่วโมง และโบนัสคะแนนสะสม 100%

จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ฮิลตันได้ปรับลดเกณฑ์ในการเลื่อนสถานะสู่ระดับ Gold และ Diamond ลง เริ่มตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ครอบคลุมทั้งจำนวนคืน จำนวนครั้งที่เข้าพัก และยอดใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์

ปลดล็อกเอกสิทธิ์ที่ดีที่สุดของ Hilton Honors

Diamond Reserve Diamond Reserve คือนิยามใหม่ของสถานะสูงสุด เป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศที่ออกแบบมาเพื่อนักเดินทางคนสำคัญที่สุดของ Hilton สำหรับสมาชิกที่สะสมการเข้าพักครบ 80 คืน และมียอดใช้จ่ายตามเกณฑ์ 18,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี สถานะอัลตราพรีเมียมนี้สะท้อนถึง ความผูกพันและความไว้วางใจ ที่มีให้กันอย่างแท้จริง

Mark Weinstein ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและหัวหน้าฝ่ายแบรนด์หรูของ Hilton กล่าวว่า “การสร้างความผูกพันที่ยั่งยืนไม่ใช่เรื่องง่าย เรารับฟังสมาชิกของเรามาตลอดหลายปี Diamond Reserve จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อยกย่องและตอบแทนผู้ที่ไว้วางใจให้ Hilton ดูแลการเดินทางของพวกเขา เราตระหนักดีว่าการยกระดับประสบการณ์การเข้าพักคือรากฐานสำคัญของการสร้างความประทับใจ เราจึงออกแบบชุดสิทธิประโยชน์ระดับอัลตราพรีเมียมนี้อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ทุกการพักผ่อนกับ Hilton พิเศษยิ่งขึ้นไปอีก”

เอกสิทธิ์ที่โดดเด่นของ Diamond Reserve

Confirmable Upgrade Rewards: สิทธิ์ในการล็อกการอัปเกรดห้องพรีเมียม รวมถึงห้องสวีท 1 ห้องนอน ได้ทันทีที่ทำการจอง (สำหรับการเข้าพักสูงสุด 7 คืน) ผ่านแอป Hilton Honors

  • สมาชิกจะได้รับสิทธิ์แรกเมื่อปรับสถานะเป็น Diamond Reserve และเลือกรับสิทธิ์เพิ่มเติมได้เมื่อสะสมครบ 120 คืน หรือครบ 30,000 คะแนน
  • สามารถใช้ได้ทั้งการเข้าพักแบบชำระเงินและแบบแลกคะแนน ณ โรงแรม Hilton ที่ร่วมรายการทั่วโลก รวมถึงแบรนด์หรูอย่าง Waldorf Astoria, Conrad, LXR และ Signia by Hilton

สิทธิประโยชน์พิเศษเพิ่มเติมจะสะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการปรับแต่งที่ราบรื่นที่นักเดินทางที่มีส่วนร่วม มากที่สุดของ Hilton ต้องการ:

  • การันตี Late Check-out 16.00 .: ขยายเวลาพักผ่อนหรือเตรียมตัวเดินทางต่อได้อย่างไร้กังวล
  • บริการผู้ช่วยส่วนตัว 24 ชั่วโมง: ทีมงานพิเศษที่ได้รับการฝึกอบรมมาโดยเฉพาะ พร้อมมอบความช่วยเหลือและดูแลแบบส่วนตัว
  • Premium Club Access: สิทธิ์เข้าใช้คลับเลานจ์ระดับพรีเมียมได้ฟรี (นอกเหนือจากเอ็กซิกคิวทีฟเลานจ์ปกติ) ซึ่งให้บริการอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศ และพื้นที่ทำงานส่วนตัว ในโรงแรมระดับหรูและไลฟ์สไตล์ของ Hilton
  • ลำดับความสำคัญในการอัปเกรด: สิทธิ์ได้รับพิจารณาการอัปเกรดห้องพักเป็นลำดับแรก (เมื่อยืนยันล่วงหน้า 3 วันก่อนเช็คอิน)
  • โบนัสคะแนน 120%: สะสมคะแนนได้รวดเร็วและคุ้มค่ากว่าที่เคยในทุกการเข้าพัก

สิทธิพิเศษและความยืดหยุ่นที่ยังคงอยู่

หัวใจสำคัญของ Hilton Honors คือทางเลือกที่หลากหลาย สมาชิกยังคงได้รับสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง อาทิ ไม่มีค่าธรรมเนียมรีสอร์ตสำหรับการเข้าพักที่ใช้คะแนนแลกเต็มจำนวน และความสามารถในการใช้คะแนนผสมเงินสดเพื่อความยืดหยุ่นสูงสุด หนึ่งในสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าที่สุดคือ Fifth Night Free (พักฟรีคืนที่ 5) เมื่อจองห้องพักมาตรฐานด้วยคะแนนสะสม ซึ่งมอบทั้งความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ยาวนานขึ้น

โลกแห่งการเดินทางที่กว้างใหญ่กว่าเดิม สมาชิก Hilton Honors มีโอกาสในการเติมเต็มความฝันและแลกรับประสบการณ์ได้มากขึ้น ผ่านพอร์ตโฟลิโอโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่และไลฟ์สไตล์กว่า 1,000 แห่ง รวมถึงการกลับมาของตำนานอย่าง Waldorf Astoria New York และโรงแรมบูติกที่มีเอกลักษณ์กว่า 450 แห่งจากพันธมิตรสุดพิเศษ Small Luxury Hotels of the World

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hilton Honors ได้ที่ stories.hilton.com/hiltonhonors หรือไปที่ www.hiltonhonors.com เพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้

เกี่ยวกับ Hilton

Hilton (NYSE: HLT) เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการบริการที่มีแบรนด์ระดับโลก 25 แบรนด์ ครอบคลุมโรงแรม 9,000 แห่ง และห้องพักกว่า 1.3 ล้านห้อง ใน 141 ประเทศและดินแดน ด้วยความมุ่งมั่นในการเติมเต็มวิสัยทัศน์ในการก่อตั้งเพื่อเติมเต็มโลกด้วยความอบอุ่นและแสงสว่างแห่งการบริการ Hilton ได้ให้การต้อนรับแขกมากกว่า 3 พันล้านคนตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี ในฐานะสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดในโลกอันดับ 1 จากการจัดอันดับโดย Great Place to Work และ Fortune โดย Hilton มุ่งมั่นที่จะสร้างวัฒนธรรมที่ดีที่สุดให้กับพนักงาน 500,000 คนทั่วโลก ซึ่ง Hilton ได้นำเทคโนโลยีชั้นนำของอุตสาหกรรมมาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพัก ซึ่งรวมถึง Digital Key Share การอัปเกรดห้องพักอัตโนมัติฟรี และความสามารถในการจองห้องพักแบบเชื่อมต่อที่ได้รับการยืนยันแล้ว ผ่านโปรแกรมสะสมคะแนน Hilton Honors ที่ได้รับรางวัล โดยสมาชิก Hilton Honors กว่า 235 ล้านคนที่จองโดยตรงกับ Hilton จะได้รับคะแนนสะสมสำหรับการเข้าพักในโรงแรม รวมถึงประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เงินไม่สามารถซื้อได้ด้วยแอป Hilton Honors ฟรี โดยแขกสามารถจองที่พัก เลือกห้องพัก เช็คอิน ปลดล็อกประตูด้วย Digital Key รวมถึงการเช็คเอาท์ ทั้งหมดนี้ทำได้จากสมาร์ทโฟน โปรดไปที่ stories.hilton.comดูข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อกับ Hilton ได้ที่ Facebook, X, LinkedIn, Instagram และ YouTube

เกี่ยวกับ Hilton Honors

Hilton Honors คือ โปรแกรมความภักดีสำหรับแขกที่ได้รับรางวัลของแบรนด์ระดับโลกของ Hilton ที่ประกอบด้วยโรงแรมกว่า 9,000 แห่งใน 141 ประเทศและเขตปกครอง โดยสมาชิก Hilton Honors ที่จองโดยตรงผ่านช่องทาง Hilton ที่กำหนด จะได้รับสิทธิประโยชน์ทันที ซึ่งรวมถึงแถบเลื่อนการชำระเงินที่ยืดหยุ่นซึ่งสมาชิกสามารถเลือกใช้คะแนนและเงินได้เกือบทุกรูปแบบเพื่อจองที่พัก ส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิก และ Wi-Fi มาตรฐานฟรี นอกจากนี้ สมาชิกยังสามารถใช้เทคโนโลยีแบบไร้สัมผัสได้เฉพาะผ่านแอป Hilton Honorsที่เป็นแอปชั้นนำในอุตสาหกรรม ซึ่งสมาชิกสามารถเช็คอิน เลือก และเข้าถึงห้องพักได้โดยใช้ Digital Key โดย Hilton Honors จะมอบทางเลือกหลายร้อยวิธีให้กับสมาชิกกว่า 235 ล้านคนในการสะสมและแลกคะแนน รวมถึงบัตรเครดิตร่วมแบรนด์ต่างๆที่เลือก ซึ่งสมาชิกสามารถแลกคะแนนสะสมเป็นห้องพักฟรี, ซื้อสินค้าบน Amazon, รับประสบการณ์สุดพิเศษ, การบริจาคเพื่อการกุศล และอื่นๆ อีกมากมาย โปรแกรมนี้เข้าร่วมได้ฟรี และผู้เดินทางสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ hiltonhonors.comเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hilton Honors ได้ที่ stories.hilton.com/hiltonhonors และติดตาม Hilton Honors ได้ที่ Facebook, X และ Instagram.

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20251118002486/en

Contacts

Lauren DeBettencourt
Hilton Honors Communications
lauren.debettencourt@hilton.com


The Bangkok Reporter