“ซิตี้แบงก์” พาส่องความหวานให้โลกอิจฉากับ 10 ร้านขนม บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่ในอ้อมกอดตลอดเวลา

กุมภาพันธ์เดือนแห่งความรัก ไม่ว่ามองไปทางไหนบรรยากาศก็อบอวนเต็มไปด้วยความรัก ไม่ว่าจะรักแบบคู่รัก รักแบบเพื่อน รักแบบพี่น้อง รักครอบครัว หรือรักตัวเอง ไม่ว่าจะรักแบบไหน เชื่อว่าทุกคนก็ต่างต้องการความหวานเพื่อมาเติมเต็มหัวใจด้วยกันทั้งนั้น แน่นอนว่าเป็นเดือนแห่งความรักทั้งที ซิตี้แบงก์ ก็ไม่พลาด ที่จะพาทุกคนไปเติมความหวานให้ใจเต็มอิ่มกับ 10 ร้านขนมชื่อดัง ตลอดเดือนแห่งความรักนี้ จะมีร้านไหนให้ไปเช็คอินบ้างนั้น ไปชมกันเลย 

เริ่มต้นที่ใครอยากจะพาคนที่เรารักไปจิบชา ทานขนม ต้องไม่พลาดกับร้าน ทไวนิงส์ ที บูติก (Twinings Tea Boutique) ร้านชาชื่อดังที่อิมพอร์ตตรงจากประเทศอังกฤษ ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่สายดื่มชาต้องไม่พลาด สามารถพาคนที่รักไปสัมผัสประสบการณ์พิเศษวัฒนธรรมการดื่มชาตามแบบฉบับของชาวอังกฤษ ด้วยเครื่องดื่มพิเศษที่ผ่านการคัดสรร และปรุงด้วยความพิถีพิถัน รวมถึงเบเกอรี่และอาหารว่างเลิศรสที่จะสร้างความประทับใจได้อย่างแน่นอน โดยร้านตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 1 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

         Divana ForRest Cafe คาเฟ่ที่มาในธีมธรรมชาติ ท่ามกลางแมกไม้ นานาพันธุ์ พร้อมลิ้มรสอาหารไทยง่ายๆ สไตล์ลักซ์ชัวรี เพิ่มเติมลูกเล่นเข้าไปในอาหารให้มีความน่าสนใจ และน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่คอนเซ็ปต์มีความชัดเจน หากใครต้องการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ อิ่มทั้งท้อง และยังอิ่มเอมกับความผ่อนคลายของบรรยากาศภายในร้านที่ต้องมาลองสักครั้ง โดยร้านตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 1 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

            Divana Signature Café คาเฟ่ที่ยกสวนดอกไม้นานาชนิดมาวางไว้กลางห้าง ที่รอต้อนรับลูกค้าให้ได้เข้ามาสัมผัสกลิ่นธรรมชาติและดอกไม้ ไปพร้อมการลิ้มรสเมนูอาหาร ขนม เครื่องดื่มที่แสนอร่อย อีกทั้งแปลกใหม่ไม่เหมือนใครเพราะเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน อีกทั้งสามารถเดินดูผลิตภัณฑ์สปาที่มีให้เลือกมากมาย เรียกได้ว่าหากใครต้องการพาคนที่รักไปสัมผัสบรรยากาศอันแสนอบอุ่นต้องแวะเวียนไป โดยร้านตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 2 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงด้าน Crepes อย่างร้าน Crepes & Co โดยร้านนี้เป็นการผสมผสานอาหารจากหลากหลายสัญชาติ แน่นอนว่าเมนูของร้านเด่น คือเมนู Crepe ทั้งคาวและหวาน รวมถึงอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายตามใจชอบ เป็นอีกร้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมาะพาคนที่เรารักไปรับประทาน เพราะมีทั้งมุมโซฟาให้เลือกนั่งสบาย ๆ อีกทั้งมุมข้างนอกให้เลือกนั่งในช่วงเย็นๆ สัมผัสความร่มรื่นของต้นไม้รอบร้าน ที่ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศในการทานอาหารให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยมีสาขาหลังสวน และทองหล่อ ให้คุณพาคนที่รักไปเติมความหวานได้ตามสะดวก

           Chu Chocolate Bar & Cafe ร้านที่เต็มไปด้วยอาหาร และขนมอร่อย ๆ รวมถึงเครื่องดื่มสุดฟินมากมาย ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง เหมาะที่จะพาคนรัก เพื่อน หรือครอบครัว ไปนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มให้เพลิดเพลินได้เป็นอย่างดี โดยร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณตึก Exchange Tower อโศกนั่นเอง

           อีกหนึ่งร้านอาหารและเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสในตำนานอย่างร้าน Paul ที่พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนได้พาคนที่รักไปลิ้มลองรสชาติ อาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ที่ผ่านการคัดสรรและนำเข้าวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันจากประเทศฝรั่งเศส ไปพร้อมกับเสน่ห์ของความคลาสสิกภายใต้บรรยากาศร้านที่ดูหรูหรา

         Bar Storia Del Caffe คาเฟ่ที่เต็มไปด้วยความลงตัวทั้งสถานที่ รสชาติอาหาร รวมถึงสไตล์การตกแต่งที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศคลาสสิกแบบยุโรป หากใครชื่นชอบคาเฟ่สไตล์นี้ต้องไม่พลาด โดยสามารถเลือกนั่งได้ทั้งด้านในและด้านนอก ในส่วนของเมนูก็มีทั้งอาคารคาวหวาน รวมถึงเครื่องดื่มสุดแสนอร่อยที่รอต้อนรับผู้มาเยือนให้ไปลิ้มลองทั้งที่สาขาอารีย์ เพลินจิต และสุขุมวิท 57

         IHOP Mega Bangna ร้านอาหารที่เสิร์ฟแพนเค้กชื่อดังจากอเมริกา โดยร้านนี้ตกแต่งในบรรยากาศแบบแคลิฟอร์เนีย ที่ให้ความรู้สึกสดใสของแสงอาทิตย์และชายหาด สามารถไปพาคนที่รักไปลิ้มลองรสชาติทั้งอาหารคาวหวาน และเครื่องดื่มสุดแสนอร่อยได้

           ร้าน Soft bee สาขาเซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 เป็นร้าน soft ice cream สัญชาติเกาหลี แต่ไม่ได้ขายแค่ไอศกรีมเท่านั้น ยังมีขนมหวานยอดฮิตอย่างบิงซูหลากหลายรสชาติ รวมถึงเครื่องดื่มมากมายที่รอต้อนรับ เป็นอีกหนึ่งร้านที่เหมาะจะพาคนที่เรารักไปเติมความหวานกันให้เต็มอิ่มหัวใจแถมยังอิ่มท้องอีกด้วย

         Kad Kokoa (กาด โกโก้) คาเฟ่ที่คนรักโกโก้หรือช็อกโกแลตไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง โดยร้านนี้ทุกคนจะได้ดื่มด่ำไปกับเมนูขนมหวาน เครื่องดื่มมากมาย ที่ใช้ส่วนผสมจากเมล็ดโกโก้ที่ปลูกในเมืองไทย ที่สำคัญทุกคนยังจะได้เห็นขั้นตอนการผลิตช็อกโกแลตและจำหน่ายช็อกโกแลตแท่งที่ทำสดๆ ภายในร้านนี้อีกด้วย เรียกได้ว่าหากใครเป็นสายช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ต้องไปลอง โดยร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณซอยนราธิวาสฯ 17

         เป็นอย่างไรบ้างกับ 10 ร้านขนมชั้นนำที่ ซิตี้แบงก์ พาทุกคนไปเติมความหวานกัน โดยทั้ง 10 ร้านนี้ สำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ สามารถรับสิทธิพิเศษ อาทิ ส่วนลดค่าอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม หรือแลกรับขนม เครื่องดื่ม ฟรี ฯลฯ เป็นต้นได้ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ยังพบกับสิทธิประโยชน์พิเศษอื่น ๆ อีกมากมายที่คัดสรรเพื่อลูกค้าทุกคน โดยสามารถดูรายละเอียดได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “ซิตี้ โมบายล์ แอปพลิเคชัน” (Citi Mobile® Application) อีกด้วย

           สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย หรือที่ www.citibank.co.th

###

หมายเหตุถึงกองบรรณาธิการ

เกี่ยวกับ “ซิตี้”

ธนาคารชั้นนำของโลก ที่ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 200 ล้านราย ในกว่า 160 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก ซิตี้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลายให้กับลูกค้าบุคคล องค์กร ภาครัฐและสถาบันต่างๆ โดยธุรกิจหลักครอบคลุมการธนาคารและสินเชื่อเพื่อลูกค้าบุคคล (สายบุคคลธนกิจ) ธนาคารเพื่อองค์กรและการลงทุน (สายสถาบันธนกิจและวาณิชธนกิจ) ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ บริการธุรกรรมทางการเงินต่างๆ รวมถึงบริการบริหารความมั่งคั่ง ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.citigroup.com | ทวิตเตอร์: @Citi | ยูทูป: www.youtube.com/citi | บล็อก: http://new.citi.com | เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/citi | ลิงก์อิน: www.linkedin.com/company/citi

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน ติดต่อ

ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย

วันวิสาข์ โคมินทร์

+662 079 3251

wanvisa.komindr@citi.com

เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์  JC&CO PUBLIC RELATIONS

ณภัทร กาญจนะจัย / +668 1355 9221 / napatk@jcpr.co.th

นิกรณ์กานต์ วิจักษณ์ไพศาล / +669 7230 0528 / nikornkarnw@jcpr.co.th

MEDIA HOTLINE : 02-634-4557 / 6681-486-3407 (ฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์)

MoEngage ระดมทุน 25 ล้านดอลลาร์ฯ ในรอบ Series C Investment ที่มี Eight Roads Ventures เป็นผู้นำ

Logo

ร่วมด้วยตัวแทนจาก F-Prime Capital, Matrix Partners India และ Ventureast

จาการ์ตา, อินโดนีเซีย–(BUSINESS WIRE)–12 กุมภาพันธ์ 2563

หลังได้รับการรับรองสถานะ Retail Competency จาก Amazon Web Services (AWS) ไปเมื่อไม่นานมานี้ MoEngage เครื่องมือวิเคราะห์ลูกค้าอัจฉริยะและแพลตฟอร์มสร้างการมีส่วนร่วมหลายช่องทาง สามารถระดมทุนได้ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในรอบ Series C โดยมี Eight Roads Ventures เป็นผู้นำการระดมทุนในรอบนี้ และมีตัวแทนจาก F-Prime Capital บริษัทกองทุนในเครือซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐฯ Matrix Partners India และ Ventureast เข้าร่วม การระดมทุนรอบใหม่นี้มีจุดประสงค์เพื่อนำไปใช้สร้างความสัมพันธ์กับตลาดเอเชียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น บูรณาการความสามารถที่รุดหน้าเข้ากับส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ และขยายการดำเนินงานในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งเป็นสองตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของ MoEngage

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้มีลักษณะเป็นมัลติมีเดีย ดูเนื้อหาอย่างเต็มรูปแบบที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200211005891/en/

MoEngage Team (Photo: Business Wire)

ทีม MoEngage (รูปภาพ: Business Wire)

“การระดมทุนรอบล่าสุดจะช่วยให้เราเข้าถึงแบรนด์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น และช่วยให้พวกเขามีแพลตฟอร์มที่ทันสมัยสำหรับสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้า ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับโลกที่ทุกอย่างถูกนำมาไว้บนมือถือ และออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น มีความครบครันและชาญฉลาด” Raviteja Dodda ผู้ก่อตั้งและซีอีโอแห่ง MoEngage Inc. กล่าว

“เรายังได้ใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอย่างมากจาก Eight Roads Ventures และ F-Prime Capital ที่ได้นำมาสู่ห้องประชุมคณะกรรมการในการลงทุนครั้งนี้”

MoEngage นำเอาเครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค ข้อมูล และการทำการตลาดอัตโนมัติมารวมไว้ที่แดชบอร์ดหลัก ที่แบรนด์สามารถมีส่วนร่วมกับลูกค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงรูปแบบการสื่อสารเฉพาะของแต่ละบริการ

“การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของโทรศัพท์มือถือทำให้การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับธุรกิจประเภทที่เน้นเรื่องดิจิทัลและลูกค้าเป็นอันดับหนึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น นักการตลาดในปัจจุบันจำเป็นต้องสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ ในรูปแบบที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะคนได้แบบเรียลไทม์ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร” Shweta Bhatia หุ้นส่วนจาก Eight Roads Ventures กล่าว

“สิ่งที่ทำให้ MoEngage แตกต่างจากแพลตฟอร์มสร้างการมีส่วนร่วมอื่น ๆ ก็คือ ความสามารถในการสื่อสารกับลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้นจนตัดสินใจซื้อที่ทำงานด้วยระบบ AI ซึ่งมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งรวมเข้ากับความสามารถในการเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางที่ดีที่สุดของอุตสาหกรรม และระบบช่วยเหลือลูกค้าที่ยอดเยี่ยม พวกเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับ Raviteja และทีมของเขาซึ่งกำลังขยายการเติบโตไปทั่วโลก”

“MoEngage ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าองค์กรทั่วโลก และได้เสริมความแข็งแกร่งของพวกเขาในฐานะผู้นำด้านการสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในยุค mobile-first และยุคแห่งการวิเคราะห์ข้อมูลให้แข็งแรงยิ่งขึ้น พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ Raviteja และทีมตั้งแต่เริ่มต้น และได้เฝ้ามองการเติบโตของพวกเขาอย่างใกล้ชิด เราขอต้อนรับ Eight Roads และ F-Prime สู่ความเป็นพันธมิตรครั้งนี้” Tarun Davda กรรมการผู้จัดการ Matrix India กล่าว

เทคโนโลยี AI และแพลตฟอร์มอัตโนมัติของ MoEngage จะสร้างแผนที่การเดินทางของลูกค้าและพัฒนาข้อเสนอ อัปเดต การแนะนำและการสื่อสารต่าง ๆ ของแต่ละคน เพื่อสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโทรศัพท์มือถือ เว็บไซต์ อีเมล และข้อความเอสเอ็มเอส แบรนด์ระดับโลกหลายร้อยแบรนด์จาก 35 ประเทศ ใช้ MoEngage เชื่อมต่อกับผู้ใช้งานมากกว่า 400 ล้านรายในแต่ละเดือน มีการสื่อสารกันมากกว่า 6.5 หมื่นล้านครั้ง และมีการส่งข้อความมากกว่า 4 หมื่นล้านข้อความในแต่ละเดือน

MoEngage ได้รับการยกย่องจาก Gartner Magic Quadrant ให้เป็นแพลตฟอร์มการตลาดสำหรับมือถือยอดเยี่ยมสองปีซ้อน และได้รับคะแนนความพึงพอใจของลูกค้าโดยรวมสูงสุด (4.6 จาก 5 คะแนน) ในรายงาน Gartner Peer Insights ‘Voice of the Customer’ ประจำปี 2562 ซึ่งบริษัทได้รวมธุรกิจสตาร์ทอัพและแบรนด์ระดับองค์กรหลายแห่งเป็นกลุ่มลูกค้าด้วย เช่น Deutsche Telekom, CIMB Bank, Travelodge, Samsung, McAfee, Vodafone, Future Retail, Landmark Group และ Mashreq Bank รวมถึงแบรนด์ด้านอินเทอร์เน็ตอย่าง Ola, OYO, Bigbasket และ Tokopedia ปัจจุบัน ลูกค้าองค์กรเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ให้กับ MoEngage เกือบ 50% ของรายได้ทั้งหมด

"ที่ Kredivo พันธกิจของเราคือการพัฒนาการเข้าถึงเครดิตให้กับชาวมิลเลนเนียลที่ยังไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เครดิตที่สามาถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและในราคาที่สามารถจับต้องได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ MoEngage เป็นพันธมิตรที่สำคัญที่ช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าของเรา และพัฒนาการรักษาและการมีส่วนร่วมของลูกค้าด้วยการมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย"

– Akshay Garg ซีอีโอแห่ง FinAccel (powers Kredivo แพลตฟอร์มให้บริการเครดิตทันใจชั้นนำของอินโดนีเซีย)

เกี่ยวกับ MoEngage

MoEngage เป็นแพลตฟอร์มสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้าอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นสำหรับโลกในยุคที่ทุกอย่างสามารถทำได้ผ่านมือถือ ด้วยระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงสุด และระบบวิเคราะห์ที่ติดตั้งมาในตัว MoEngage จึงสามารถให้บริการที่ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างดี ผ่านการสื่อสารหลากหลายช่องทาง เช่น ระบบแจ้งเตือน push notification ผ่านมือถือ อีเมล ระบบ in-app ข้อความแจ้งเตือนบนเว็บ การส่งข้อความบนเว็บและข้อความ SMS แบรนด์ระดับ Fortune 500 จากกว่า 35 ประเทศ อย่างเช่น Deutsche Telekom, Samsung, Vodafone และ McAfee รวมถึงแบรนด์ด้านอินเทอร์เน็ตอย่าง Ola, OYO, Bigbasket และ Tokopedia ต่างใช้ MoEngage ในการจัดการแคมเปญผ่านช่องทางต่าง ๆ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของผู้ใช้การสื่อสารแบบ omnichannel กับ MoEngage ได้ที่เว็บไซต์ของเรา www.moengage.com

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200211005891/en/

ติดต่อ:

MoEngage | Suraj Dubey | +91 9036324705 | suraj@moengage.com

Milrem Robotics เปิดตัวยานพาหนะไร้คนขับที่ผ่านภารกิจจริงมาแล้วที่งาน “สิงคโปร์แอร์โชว์”

Logo

สิงคโปร์–(บิสิเนสไวร์)–11 ก.พ. 2563

Milrem Robotics หนึ่งในผู้ผลิตยานพาหนะไร้คนขับ (UGV) ชั้นนำได้เปิดตัว THEMIS UGV รุ่นที่ห้าที่ผ่านภารกิจจริงมาแล้วที่งาน Singapore Airshow 2020.  THEMIS UGV ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนและเพิ่มประสิทธิภาพการต่อสู้ให้กับทหารในสมรภูมิ

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200210005048/en/

The THeMIS UGV has been deployed to Mali since early 2019. (Photo: Business Wire)

THeMIS UGV ได้ปฏิบัติภารกิจที่ประเทศมาลีตั้งแต่ต้นปี 2562 (รูปภาพ: บิสิเนสไวร์)

THeMIS ได้ถูกใช้โดยกองกำลังนำโดยฝรั่งเศสในภารกิจต่อต้านการก่อการร้าย Barkhaneในมาลี แอฟริกาตั้งแต่ต้นปี 2562 โดยรุ่นที่ห้านี้ได้รวมรวมข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับระหว่างการทดสอบอย่างเข้มงวดในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และสิงคโปร์ 

ในระหว่างภารกิจในสมรภูมิจริง UGV ได้ถูกใช้งานโดยกองทัพอังกฤษ นาวิกโยธินสหรัฐฯ กองทัพเนเธอร์แลนด์ ลัตเวีย และเอสโตเนีย โดยสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศของไทยจะประเมินความเหมาะสมของ THEMIS ในเร็วๆ นี้

“เรายินดีที่ได้กลับมาที่สิงคโปร์อีกครั้งหลักจากเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่ได้ทดสอบต้นแบบของยานพาหนะไร้คนขับของเราเพื่อความทนทานในสมรภูมิท้องถิ่น  วันนี้เราจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจรและมีประสิทธิภาพที่ลูกค้าของเราคาดว่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการสู้รบได้อย่างสูง” Kuldar Väärsi ซีอีโอของ Milrem Robotics กล่าว

THEMIS UGV มีการผลิตอย่างต่อเนื่องและได้ส่งมอบให้กับอินโดนีเซีย เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักรแล้วในรูปแบบโลจิสติกส์เพื่อสนับสนุนการต่อสู้และบรรทุกเสบียง โดยมีตัวเลือกในการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมสำหรับภารกิจต่อสู้

UGV อเนกประสงค์ที่ติดตามได้นี้สามารถติดตั้งระบบอาวุธระยะไกล โดรน โซลูชั่น C-IED และเซ็นเซอร์ ISR  นอกจากนี้ ความสามารถในการติดตั้งอุปกรณ์หลากหลายทำให้ UGV นี้สามารถเพิ่มความสามารถในการต่อสู้อย่างทวีคูณ

“THeMIS ได้กลายเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม UGV สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์หลายรูปแบบ  เมื่อรวมกับพันธมิตรอย่าง ST Engineering, EOS, Kongsberg, FN Herstal และ MBDA แล้วทำให้มีระบบอุปกรณ์มากมาย” คุณ Väärsi กล่าว  THeMIS ได้ทดสอบการยิงกับอาวุธห้าระบบ รวมถึงจรวดต่อต้านรถถัง JAVELIN

THeMIS รุ่นที่ห้าได้รวมเอามาตรฐานของ NATO STANAG ไว้ในสถาปัตยกรรม ความปลอดภัย ความสามารถในการขนส่งทางอากาศ การจ่ายพลังงาน และอื่นๆ

นอกจากนี้ UGV ยังมีฟังก์ชั่นอัตโนมัติ ได้แก่ การนำทางแบบจุดต่อจุด ระบบตรวจจับและการหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง ทำให้สามารถติดตามกองทหารบนพื้น ลาดตระเวน จัดหาเสบียงให้กับแนวหน้า และอพยพผู้บาดเจ็บล้มตาย โดยมีการแทรกแซงน้อยที่สุด

ชมการทำงานของ THISMIS ได้ที่ – https://www.youtube.com/watch?v=2j2Sbn7Pvts

อ่านฉบับที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200210005048/en/

ติดต่อ:

Gert Hankewitz
Export Director (ผู้อำนวยการฝ่ายส่งออก)
gert.hankewitz@milrem.com

Aptorum Group ประกาศข้อมูลในทิศทางบวกเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ALS-4 โมเลกุลขนาดเล็กที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นยาและไม่ก่อปัจจัยที่ทําให้เกิดโรคของเชื้อ (Non-bactericidal) สำหรับรักษาการติดเชื้อที่เกิดจากสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส และเตรียมยื่น IND ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ตามที่ตั้งเป้าไว้

Logo

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–10 กุมภาพันธ์ 2563

Aptorum Group Limited (NASDAQ: APM) (“Aptorum Group”) บริษัทผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ที่เน้นการพัฒนายารักษาโรคชนิดใหม่เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ประกาศพบข้อมูลที่เป็นบวกเพิ่มเติมจากการศึกษาปัจจุบันเกี่ยวกับสารที่อาจนำมาพัฒนาเป็นยา (IND) ของ ALS-4 โมเลกุลขนาดเล็กที่มีศักยภาพในการเป็นยาสำหรับรักษาการติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรียสแตฟีโลคอกคัส ออเรียส (หรือ “S. aureus”) รวมถึงแบคทีเรียสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียสที่ดื้อยาเมธิซิลิน (หรือ MRSA หนึ่งในแบคทีเรียที่ถูกเรียกว่า “ซูเปอร์บั๊ก”) ด้วยวิธีที่ไม่ทำให้เกิดปัจจัยที่ทำให้เกิดเชื้อโรค( anti-virulence) และไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (non-bactericidal) เมื่อการศึกษานี้เสร็จสิ้น Aptorum Group ตั้งเป้าที่จะยื่น IND ของ ALS-4 ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 และเริ่มต้นการทดลองระยะที่ 1 ในอเมริกาเหนือ

ALS-4 เป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่ช่วยยับยั้งเอนไซม์ dehydrosqualene desaturase ของแบคทีเรียสแตฟีโลคอกคัส ออเรียส (รวมทั้ง MRSA) และเป็นเอนไซม์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในกระบวนการสังเคราะห์สารชีวโมเลกุลของ staphyloxanthin “รงควัตถุสีเหลืองทอง” ที่มักพบในแบคทีเรีย เชื่อกันว่า Staphyloxanthin เป็นสาเหตุหลักของกลไกป้องกันตัวเองของแบคทีเรียต่อการโจมตีจากอนุมูลอิสระ (ROS) จากโกไซติกเซลล์และเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโตรฟิล1

ด้วยการยับยั้งการผลิต staphyloxanthin เราเชื่อว่า ALS-4 ทำให้การต่อต้านของเชื้อ S. aureus ต่อการป้องกันในระบบภูมิคุ้มกันของโฮสต์ลดลงอย่างมาก (ดูข้อมูลการทดลองในสิ่งมีชีวิตและโครงร่างการทดลองด้านล่าง) กลไกที่แปลกใหม่นี้มีความแตกต่างอย่างมากจากวิธีฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่พบในยาปฏิชีวนะที่วางขายในตลาดปัจจุบัน ที่ใช้ในการรักษา S. aureus ซึ่งกำลังประสบปัญหาการดื้อยาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง2 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การติดเชื้อ MRSA ในมนุษย์ มักมีอัตราป่วยและเสียชีวิตในระดับสูง และอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายหรือการติดเชื้อที่มีความซับซ้อน เช่น  การติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจหรือการติดเชื้อในกระแสเลือด พร้อมมีอาการกำเริบของโรคและกลับเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกครั้งหลังจากที่พบว่าแบคทีเรีย S. aureus เข้าสู่เลือดกลายเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและมีค่าใช้จ่ายแพงในการรักษา3

จากการทดลองของเรากับหนูทดลองที่รอดชีวิตจากแบคทีเรีย MRSA (USA300-LAC) ในปริมาณที่อาจส่งผลต่อชีวิต (109 CFU) ถูกนำเข้าผ่านทางเส้นเลือดทางหาง ขณะที่ ALS-4 ถูกนำเข้าผ่านทางช่องปากในปริมาณ 10มก./กก. ต่อสัตว์หนึ่งตัว 30 นาทีหลังการติดเชื้อ สองครั้งต่อวันหลังจากนั้น (N=9) กลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับการรักษาได้รับ sterile vehicle solution (N=9) มีการเฝ้าดูการรอดชีวิตเป็นเวลา 7 วัน พบว่าสัตว์ 0 จาก 9 ตัว (0%) ในกลุ่มมีชีวิตรอดหลังจากวันที่ 4 ในทางตรงข้าม สัตว์ 5 ตัวจากทั้งหมด 9 ตัว (56%) ที่ได้รับการรักษาโดย ALS-4 มีชีวิตรอดหลังจากวันที่ 7 ซึ่งมีนัยสำคัญเชิงสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีการควบคุม (p=0.013)

นอกจากนี้ เรายังได้ทำการศึกษากับหนูทดลองที่ติดเชื้อแบคทีเรีย โดยใช้ยาในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต สัตว์ทดลองได้รับ MRSA (USA300-LAC) ในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต (107 CFU) ผ่านทางเส้นเลือดที่หาง เพื่อกระตุ้นให้เกิดสถานการณ์จำลองทางคลินิกที่สมจริงมากขึ้น การรักษาจึงใช้เวลา 14 วันหลังจากได้สัตว์ทดลองมา ซึ่งมีการให้ ALS-4 ผ่านทางช่องปากวันละสองครั้งในปริมาณ 10มก./กก. ต่อสัตว์ (N=8) กลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับการรักษาได้รับ sterile vehicle solution (N=8) หลังจาก 7 วันที่ได้รับการรักษาโดย ALS-4 มีการเก็บไตเพื่อนำไปตรวจหาค่า titer ของแบคทีเรีย เป็นที่น่าสังเกตว่า ALS-4 ลดปริมาณแบคทีเรียในอวัยวะได้ถึง 99.5% จาก 63,096±18 CFU/กรัม ในกลุ่มควบคุม ถึง 316±49 CFU/กรัม ในกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วย ALS-4 ซึ่งพิจารณาว่ามีนัยสำคัญเชิงสถิติ (p=0.01)

ALS-4 สามารถยับยั้งการผลิต staphyloxanthin ได้สำเร็จใน S. aureus ทั้งหมด 11 สายพันธุ์ ซึ่งเป็น Methicillin-sensitive S. aureus (MSSA) 5 สายพันธุ์ ได้แก่: SH1000, HG003, USA300-JE2, Newman และ ATCC29213 ซึ่งมีค่า IC50 อยู่ที่ 70.5±6nM, 54.4±4nM, 37.7±4nM, 23.7±1nM และ 30.02±5nM ตามลำดับ เป็น Methicillin-resistant S. aureus (MRSA) 5 สายพันธุ์ ได้แก่: USA300, USA300-3, USA300-LAC, ST239III และ COL ซึ่งมีค่า IC50 อยู่ที่ 30.8±5nM, 42.8±6nM, 43.6±5nM, 16.3±8nM และ 0.9±1nM ตามลำดับ และเป็น vancomycin-intermediate S. aureus (VISA) 1 สายพันธุ์ ได้แก่ Mu3 ซึ่งมีค่า IC50 อยู่ที่ 2.6±1nM

จากการทดลองของเรา เราเชื่อว่า ALS-4 สามารถเพิ่มภูมิไวรับ (susceptibility) ของ S. aureus รวมถึง MRSA ต่อความเสียหายที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันด้วยการยับยั้งการผลิต staphyloxanthin ในการทดสอบการยับยั้งไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ หลังจากที่มีการเติม 1.5% H2O2 แล้ว ALS-4 แสดงให้เห็นว่าสามารถลดค่า CFU ของแบคทีเรียได้มากขึ้นที่ 93.5% จาก 61,600±6437 CFU/มล. ในกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษา เป็น 4,000±230 CFU/มล. ในกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วย ALS-4 ซึ่งพิจารณาว่ามีนัยสำคัญเชิงสถิติ (p=0.003)

จากการศึกษาเพื่อสืบหาความสามารถของ ALS-4 ในการทำให้เกิดการดื้อยาปฏิชีวนะในเชื้อ S. aureus หลังจากที่ได้รับเป็นเวลานาน USA300-LAC ถูกเพาะเลี้ยงขึ้นในห้องทดลองที่มีสภาพแตกต่างกัน 3 ห้องเป็นเวลา 10 วัน สำหรับกลุ่มที่ได้รับการรักษา มีการเพิ่ม ALS-4 ไป 1 ไมโครเมตร สำหรับกลุ่มควบคุมที่ให้ผลเชิงบวก มีการให้คลินดามัยซินในปริมาณ 0.12 ไมโครกรัม/มล. และอิริโทรมัยซินในปริมาณ 16 ไมโครกรัม/มล. ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 4 หลังจากนั้นได้มีการถอนคลินดามัยซินออกไป สำหรับกลุ่มควบคุมที่ให้ผลเชิงลบ ได้มีการเพิ่มไดเมทิลซัลโฟไซด์ (DMSO) เข้าไป ในวันที่ 11 มีการเก็บแบคทีเรียและนำไปเพาะเป็นเวลา 16 ชั่วโมง เพื่อหาค่า MIC ของคลินดามัยซินการได้รับ ALS-4 หรือ DMSO เป็นเวลานานไม่ส่งผลต่อค่า MIC ของคลินดามัยซิน (0.12 ไมโครกรัม/มล.) ขณะที่การได้รับคลินดามัยซินบวกกับอิริโทรมัยซินเป็นเวลานานกระตุ้นให้เกิดการดื้อยาปฏิชีวนะเร็วขึ้น โดยค่า MIC เพิ่มขึ้นจาก 0.12 ไมโครกรัม/มล. เป็นสูงกว่า 5 ไมโครกรัม/มล.

จากการศึกษาของเรา เราเชื่อว่า ALS-4 ไม่มีแนวโน้มที่จะดื้อยาเนื่องจากไม่มีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรีย มีการศึกษาเกี่ยวกับการยับยั้งการเจริญของเชื้อ S. aureus สายพันธุ์ต่าง ๆ รวมถึงแบคทีเรียชนิดอื่น รวมถึง MSSA 3 สายพันธุ์ (ATCC29212, SH1000 และ HG003) MRSA 1 สายพันธุ์ (USA300) VISA (ATCC700698 Mu3) 1 สายพันธุ์ รวมถึงแบคทีเรีย 6 ชนิด (E. coli, A. baumannii, S. cerevisiae, B. subtilis, E. faecalis และ K. pneumoniae) แบคทีเรียทุกสายพันธุ์ที่นำมาทดสอบ พบว่าไม่มีผลยับยั้งการเจริญเติบโตเมื่อทดสอบด้วย ALS-4 ที่มีความเข้มข้นสูงสุด (250uM) ดังนั้นจึงไม่ปรากฏว่า ALS-4 มีฤทธิ์โดยตรงในการยับยั้งการเจริญเติบโตหรือฆ่าเชื้อแบคทีเรียโดยในหลายชนิด จึงลดการคัดเลือกจากแรงกดดัน (selection pressure) สำหรับการดื้อยาที่ยังไม่ปรากฏได้อย่างมาก

เรายังได้ประเมินผลกระทบที่เป็นไปได้ต่อประสิทธิภาพของแวนโคมัยซิน ซึ่งเป็นยารักษาหลักสำหรับการติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรีย MRSA เมื่อใช้ร่วมกับ ALS-4. โดยมีการใช้ S. aureus ทั้งหมด 8 สายพันธุ์ (USA300 FPR3757, USA300-3, USA300-LAC, USA300-JE2, Mu3, HG003, ATCC29213 และ clinical isolate ST239III) ในการศึกษานี้ ข้อมูลของเราแสดงให้เห็นว่าไม่พบผลกระทบต่อ MIC ของแวนโคมัยซินเมื่อความเข้มข้นของ ALS-4 ต่ำกว่า 25 ไมโครเมตร ดังนั้น เราเชื่อว่า ALS-4 จะไม่ส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของแวนโคมัยซิน

นอกจากนั้น เมื่อเทียบกับยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อจาก S. aureus ในปัจจุบัน เช่น แวนโคมัยซิน หรือ เดปโตมัยซิน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะให้ยาโดยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ (ยกเว้นการให้ยาแวนโคมัยซินผ่านทางช่องปากสำหรับการรักษาอาการท้องเสียที่เกิดจากการตืดเชื้อคลอสตริเดียมดิฟฟิไซล์และโรคลำไส้อักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อเท่านั้น) ยาที่ออกฤทธิ์ในช่องปากจะช่วยให้สามารถเข้าถึงตลาดได้กว้างขึ้น โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ป่วยนอกและตลาดผลิตภัณฑ์ป้องกันโรค

ข้อมูลความเป็นพิษ GLP

ปัจจุบัน ALS-4 อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อนำมาพัฒนาเป็นยา (IND) และที่ผ่านมาให้ผลด้านความปลอดภัยในเชิงบวก ตามที่ได้อธิบายในเอกสารประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ALS-4 ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการกลายพันธุ์ในการทดสอบเอมส์ในหลอดทดลองก่อนหน้านี้ ผลการทดสอบไมโครนิวเคลียในหลอดทดลองขณะนี้แสดงให้เห็นว่า ALS-4 ไม่เป็นพิษต่อหน่วยพันธุกรรม ซึ่งบ่งชี้ถึงความไม่กลายพันธุ์ของยา นอกจากนี้ ผลจากการศึกษาที่ได้จากทดสอบ hERG ในหลอดทดลอง คาดว่า ALS-4 มีความเสี่ยงต่ำที่จะทำให้เกิดอาการที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจมีระยะคิวทียาว (QT prolongation)

สำหรับการนำเสนอแบบทั่วไป โปรดชมที่: http://ir.aptorumgroup.com/static-files/bcf77574-7bd6-4b9d-8110-d53837238f16

สำหรับการนำเสนอทางเทคนิค โปรดชมที่: http://ir.aptorumgroup.com/static-files/66346f79-7a03-474a-89be-0eaafaa00d9d

เกี่ยวกับ Aptorum Group Limited

Aptorum Group Limited (Nasdaq: APM) คือบริษัทเวชภัณฑ์ที่อุทิศตนในการพัฒนาและทำธุรกิจการรักษาโรคแบบใหม่เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเวชภัณฑ์และไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก Aptorum Group ยังเดินหน้าคิดค้นโปรแกรมการรักษาโรคต่าง ๆ เช่นโรคประสาท โรคติดเชื้อ โรคเกี่ยวกับทางเกินอาหาร โรคเนื้องอก และโรคอื่น ๆ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Aptorum Group โปรดดูที่ www.aptorumgroup.com.

คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบและข้อความที่เป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต

เอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยแถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Aptorum Group Limited และความคาดหวังในอนาคต แผน และโอกาสในอนาคตซึ่งเป็น “แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า” ภายใต้ความหมายของพระราชบัญญัติปฏิรูปกฎหมายฟ้องร้องหลักทรัพย์เอกชนปี พ.ศ. 2538 ข้อความที่มีอยู่ในเอกสารฉบับนี้ซึ่งไม่ใช่แถลงการณ์ของข้อเท็จจริงในอดีตอาจถือเป็นข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า ในบางกรณีคุณสามารถระบุข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าโดยใช้คำเช่น“ อาจ” “ควร” “คาดว่า” “มีแผนจะ” “คาดการณ์” “อาจจะทำได้” “ตั้งใจว่า” “มีเป้าหมายว่า” “มีโครงการว่า" "พิจารณาจะ" "เชื่อว่า" "ประเมินว่า" "พยากรณ์" "มีศักยภาพจะ" หรือ "จะดำเนินการต่อ"  หรือคำตรงข้ามของคำเหล่านี้หรือสำนวนอื่น ๆ ที่คล้ายกัน กลุ่ม Aptorum ได้ใช้แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้โดยส่วนใหญ่มาจากความคาดหวังและการคาดการณ์ในปัจจุบันเกี่ยวกับเหตุการณ์และแนวโน้มในอนาคตซึ่งบริษัท เชื่อว่าอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้พูดเฉพาะวันที่ของเอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้และอยู่ภายใต้ความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และข้อสันนิษฐาน รวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ประกาศไว้และการเปลี่ยนแปลงองค์กร การให้บริการอย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการขยายการจัดประเภทผลิตภัณฑ์โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมสำหรับกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มเติม กลยุทธ์การเติบโตของบริษัทที่คาดการณ์ไว้ แนวโน้มและความท้าทายที่คาดการณ์ไว้ในธุรกิจของบริษัท และความคาดหวังเกี่ยวกับเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและความเสี่ยงอย่างเต็มที่อธิบายไว้ในแบบฟอร์ม 20-F ของกลุ่ม Aptorum และเอกสารอื่น ๆ ที่กลุ่ม Aptorum อาจทำกับ กลต. ในอนาคต ซึ่งเป็นผลให้การคาดคะเนต่าง ๆ ในข้อความที่เป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง กลุ่ม Aptorum ไม่มีข้อผูกมัดในการปรับปรุงแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าที่มีอยู่ในเอกสารประชาสัมพันธ์นี้อันเป็นผลมาจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่น ๆ


1 mBio 2017 8(5): e01224-17
2 Microbiol Spectr. 2019 Mar;7(2)
3 Clin Infect Dis. 2019 Nov 27;69(12):2112-2118

ติดต่อ:

นักลงทุน:
โทร: +852 2117 6611
อีเมล: investor.relations@aptorumgroup.com

สื่อ:
โทร: + 852 2117 6611
อีเมล: info@aptorumgroup.com

Aptorum Group ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญของการนำ SACT-1 ที่มีศักยภาพเป็นตัวยามารักษานิวโรบลาสโตมา ตั้งเป้ายื่น IND ช่วงครึ่งหลังของปี 2563

Logo

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–10 กุมภาพันธ์ 2563

Aptorum Group Limited (Nasdaq: APM) (“Aptorum Group”) บริษัทผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ที่เน้นการพัฒนายารักษาโรคชนิดใหม่เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ประกาศถึงข้อมูลและการพัฒนาในทิศทางบวกเกี่ยวกับการนำสารที่มีศักยภาพเป็นตัวยา (drug candidate) อย่าง SACT-1 มาใช้ในการรักษานิวโรบลาสโตมา มะเร็งชนิดที่พบได้ยากซึ่งมักเกิดในเด็กทารกและเด็กเล็ก เมื่อการศึกษาเพื่อทดสอบความใช้ได้นี้เสร็จสิ้น Aptorum Group วางแผนที่จะใช้ประโยชน์จากคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาตามมาตร 505(b)(2) และยื่นขอ IND กับองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) สำหรับ SACT-1 ในครึ่งหลังของปี 25631

SACT-1 เป็นสารที่มีศักยภาพทางตัวยาที่ถูกนำมาใช้กับการรักษาโรคอื่นตัวแรกที่จะถูกพัฒนาภายใต้แพลตฟอร์มการค้นคว้ายา Smart-ACTTM ซึ่งใช้วิธีที่มีระบบเป็นขั้นเป็นตอนในการระบุและนำยาที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในปัจจุบันมาพัฒนาเพื่อใช้กับโรคหายาก2 ที่มีมากกว่า 7000 โรค (และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง)

Aptorum Group มีความตั้งใจใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวเร่งและเป็นทางลัดในการนำสารที่มีศักยภาพทางตัวยามาใช้กับการรักษาโรคอื่น ซึ่งมีการจัดทำข้อมูลความปลอดภัยและความเป็นพิษต่อมนุษย์ไว้อยู่แล้ว ผ่านการพัฒนาและขั้นตอนทางคลิกนิกเพื่อระบุตลาดโรคหายากที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Aptorum Group ตั้งเป้าที่จะคัดกรองโรคหายากในกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัด โรคมะเร็ง โรคภูมิต้านตนเอง และโรคพันธุกรรมเมตาบอลิก

ผ่านแพลตฟอร์ม Smart-ACTTM Aptorum ประสบความสำเร็จในการค้นพบประสิทธิภาพที่มีศักยภาพของ SACT-1  และพัฒนาสารชนิดนี้เพื่อนำไปรักษานิวโรบลาสโตมา ซึ่งเป็นการรักษาด้านใหม่ที่แตกต่างจากข้อบ่งชี้ที่ได้รับการอนุมัติอย่างสิ้นเชิง ในการศึกษาของเราเมื่อไม่นานมานี้ พบว่า SACT-1 มีประสิทธิภาพต่อเซลล์ไลน์ของนิวโรบลาสโตมาหลายเซลล์ โดยมี 2 เซลล์ที่เป็นเซลล์แบบ MYCN-amplified ซึ่งแสดงถึงความเสี่ยงสูงในกลุ่มผู้ป่วยนิวโรบลาสโตมา นอกจากนี้ จากการใช้ดัชนีหลายแบบเป็นตัวชี้วัดเชิงปริมาณระดับของการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยา Aptorum Group พบความเข้ากันได้และประสิทธิภาพระหว่าง SACT-1 กับยาเคมีบำบัดที่ใช้ในการรักษาทั่วไปในหลอดทดลองในระดับสูง ชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มประสิทธิภาพศักยภาพ/การลดปริมาณของยาเคมีบำบัด นอกจากนี้ ในการศึกษาล่าสุดของเรายังพบว่าค่าขนาดยาสูงสุดที่สามารถทนได้ (MTD) ของ SACT-1 ในสัตว์ทดลองวัดได้สูงกว่า 400มก./กก. เมื่อเทียบกับค่า MTD ของการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดแบบมาตรฐาน เช่น แพคลิแทกเซล (20-30มก./กก.)3 และซิสพลาติน (6มก./กก.) 4 พบว่าความปลอดภัยของ SACT-1 ให้ผลเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างมาก

การนำสูตร SACT-1 มาพัฒนาใหม่เป็นสูตรสำหรับเด็ก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยนิวโรบลาสโตมาโดยเฉพาะที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีได้ดียิ่งขึ้น จากการสังเกตการณ์ข้อมูลที่มีอยู่ก่อนหน้านี้จากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการอนุมัติ5 ซึ่งเป็นการสังเกตการณ์ภายใน พบว่า SACT-1 มีความปลอดภัย เมื่อใช้ในปริมาณ 150มก./วัน อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 0% ในการศึกษาทางคลินิกก่อนหน้านี้) โดยไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกี่ยวกับขนาดยาแต่อย่างใด

เกี่ยวกับนิวโรบลาสโตมา (neuroblastoma)

นิวโรบลาสโตมาเป็นโรคมะเร็งชนิดที่พบได้ยากและได้รับการจัดให้เป็นโรคหายาก โรคนี้จะก่อตัวในเนื้อเยื่อประสาทบางประเภทและส่วนใหญ่พบในต่อมหมวกไต รวมถึงกระดูกสันหลัง หน้าอก ช่องท้องหรือคอ และพบบ่อยในเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีลงไป สำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีจำนวนเกือบ 20%6 ของประชากรผู้ป่วยใหม่รวมต่อปี อัตราการรอดชีวิตในระยะ 5 ปีของโรคนี้อยู่ที่ประมาณ 40-50% ตามที่สังเกตการณ์โดยสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา7 ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายสำหรับยารักษาที่สูงสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงอยู่ที่เฉลี่ย 200,000 ดอลลาร์ต่อการให้ยาแต่ละครั้ง (ทั้งหมด 6 ครั้ง)8 นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่เป็นเด็กส่วนใหญ่ไม่สามารถทนต่อการรักษาหรือรอดชีวิตในระยะการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดที่เกี่ยวข้อง อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการศึกษาทางคลีนิกในอนาคต ซึ่งข้อมูลนี้อาจเปลี่ยนให้เป็นในทิศทางบวกได้ด้วย SACT-1 เนื่องจากมีการเสริมฤทธิ์กันอย่างมีศักยภาพเมื่อใช้กับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดแบบมาตรฐานตามที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น

สำหรับการนำเสนอแบบทั่วไป โปรดดูที่: http://ir.aptorumgroup.com/static-files/bcf77574-7bd6-4b9d-8110-d53837238f16

สำหรับการนำเสนอทางเทคนิค โปรดดูที่: http://ir.aptorumgroup.com/static-files/66346f79-7a03-474a-89be-0eaafaa00d9d

เกี่ยวกับ Aptorum Group Limited

Aptorum Group Limited (Nasdaq: APM) คือบริษัทเวชภัณฑ์ที่อุทิศตนในการพัฒนาและทำธุรกิจการรักษาโรคแบบใหม่เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเวชภัณฑ์และไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก Aptorum Group ยังเดินหน้าคิดค้นโปรแกรมการรักษาโรคต่าง ๆ เช่นโรคประสาท โรคติดเชื้อ โรคเกี่ยวกับทางเกินอาหาร โรคเนื้องอก และโรคอื่น ๆ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Aptorum Group โปรดดูที่ www.aptorumgroup.com.

เกี่ยวกับ Smart Pharma Group

Smart Pharma Group เป็นบริษัทในครอบครองของ Aptorum Group Limited เน้นการนำยารักษาโรคที่ผ่านการรับรองมาใช้ใหม่อย่างเป็นระบบเพื่อการรักษาโรคหายากต่าง ๆ Smart Pharma Group ทำการสกรีนและคิดค้นวินิจฉัยผ่านระบบคอมพิวเตอร์เพื่อพัฒนาตัวยาให้มีความทันสมัย

คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบและข้อความที่เป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต

เอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยแถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Aptorum Group Limited และความคาดหวังในอนาคต แผน และโอกาสในอนาคตซึ่งเป็น “แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า” ภายใต้ความหมายของพระราชบัญญัติปฏิรูปกฎหมายฟ้องร้องหลักทรัพย์เอกชนปี พ.ศ. 2538 ข้อความที่มีอยู่ในเอกสารฉบับนี้ซึ่งไม่ใช่แถลงการณ์ของข้อเท็จจริงในอดีตอาจถือเป็นข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า ในบางกรณีคุณสามารถระบุข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าโดยใช้คำเช่น“ อาจ” “ควร” “คาดว่า” “มีแผนจะ” “คาดการณ์” “อาจจะทำได้” “ตั้งใจว่า” “มีเป้าหมายว่า” “มีโครงการว่า" "พิจารณาจะ" "เชื่อว่า" "ประเมินว่า" "พยากรณ์" "มีศักยภาพจะ" หรือ "จะดำเนินการต่อ"  หรือคำตรงข้ามของคำเหล่านี้หรือสำนวนอื่น ๆ ที่คล้ายกัน กลุ่ม Aptorum ได้ใช้แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้โดยส่วนใหญ่มาจากความคาดหวังและการคาดการณ์ในปัจจุบันเกี่ยวกับเหตุการณ์และแนวโน้มในอนาคตซึ่งบริษัท เชื่อว่าอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้พูดเฉพาะวันที่ของเอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้และอยู่ภายใต้ความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และข้อสันนิษฐาน รวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ประกาศไว้และการเปลี่ยนแปลงองค์กร การให้บริการอย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการขยายการจัดประเภทผลิตภัณฑ์โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมสำหรับกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มเติม กลยุทธ์การเติบโตของบริษัทที่คาดการณ์ไว้ แนวโน้มและความท้าทายที่คาดการณ์ไว้ในธุรกิจของบริษัท และความคาดหวังเกี่ยวกับเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและความเสี่ยงอย่างเต็มที่อธิบายไว้ในแบบฟอร์ม 20-F ของกลุ่ม Aptorum และเอกสารอื่น ๆ ที่กลุ่ม Aptorum อาจทำกับ กลต. ในอนาคต ซึ่งเป็นผลให้การคาดคะเนต่าง ๆ ในข้อความที่เป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง กลุ่ม Aptorum ไม่มีข้อผูกมัดในการปรับปรุงแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าที่มีอยู่ในเอกสารประชาสัมพันธ์นี้อันเป็นผลมาจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่น ๆ


1 หาก FDA ยอมรับให้ใช้คำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาตามมาตร 505(b)(2) เป็นช่องทางสำหรับการอนุมัติ SACT-1 บริษัทจะสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลทางคลินิกและข้อมูลที่ไม่ใช้ข้อมูลทางคลินิกที่มีอยู่ปัจจุบันควบคู่กับการศึกษาที่ทำโดยผู้ให้การสนับสนุน เพื่อเร่งการพัฒนาและการอนุมัติของ SACT-1
2 ดู https://rarediseases.info.nih.gov/diseases/pages/31/faqs-about-rare-diseases
3 Clin Cancer Res. 5(11):3632-8.
4 BMC Cancer 17: 684 (2017).
5 ขึ้นอยู่กับการอนุมัติของ FDA และแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี ขอขึ้นทะเบียนตำรับยาตามมาตร 505(b)(2) อาจขึ้นอยู่กับข้อมูลปัจจุบันจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการอนุมัติแล้ว (เช่น การค้นพบของ FDA ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพ) หรือผลิตภัณฑ์ในวรรณกรรม (เช่น ข้อมูลที่มีอยู่) อย่างไรก็ตาม ตามที่มีการกล่าวโดยทั่วไป การยื่นขอขึ้นทะเบียนจำเป็นต้องมีการดำเนินการศึกษาเชื่อมโยงในระยะที่ 1 เพื่อเปรียบเทียบกับยาต้นแบบและอ้างอิงข้อมูลความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่กำหนด
6 Annu Rev Med. 2015; 66: 49–63.
7www.cancer.org/cancer/neuroblastoma/detection-diagnosis-staging/survival-rates.html
www.cadth.ca/sites/default/files/pcodr/Reviews2019/10154DinutuximabNeuroblastoma_fnEGR_NOREDACT-ABBREV_Post_26Mar2019_final.pdf

ติดต่อนักลงทุน:
โทร: +852 2117 6611
อีเมล: investor.relations@aptorumgroup.com 

สื่อ:
โทร: + 852 2117 6611
อีเมล: info@aptorumgroup.com

ประกาศตัวแทนแบรนด์เกาหลียอดเยี่ยมปี 2563 ที่คัดเลือกโดย BRANDSTARS

Logo

โซล, เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)– 10 กุมภาพันธ์ 2563

คณะกรรมการคัดเลือกของ BRANDSTARS ประกาศรายชื่อแบรนด์อุตสาหกรรมที่ดีที่สุดของประเทศเกาหลีประจำปี 2563

แบรนด์ที่ได้รับเลือก อาทิ เช่น Samsung Electronics’ Samsung Galaxy (สมาร์ทโฟน), Hyundai Motors’ Hyundai Grandeur (รถยนต์), LG Electronics’ Whisen (เครื่องปรับอากาศ), Shinsegae Department Store (ช้อปปิง), SKT5GX (5G), Dong-A Pharm’s Bacchus·D (เครื่องดื่มบำรุงกำลัง), Agabang & Company’s agabang (เสื้อผ้าเด็ก), HITEJINRO Co., Ltd.’s Terra (เบียร์) และ Starbucks (Koreanization ตามแบบสไตล์เกาหลี) ส่วนในด้านของสื่อความบันเทิง ได้เลือก Parasite (ภาพบนตร์) และ BTS (กลุ่ม K-pop)

ในสาขา K-beauty คณะกรรมการคัดเลือก LG Household and Health Care’s The History of Whoo (เครื่องสำอาง), Amorepacific’s Laneige (เครื่องสำอาง), Olive Young (ร้านขายยา), CGbio’s GISELLELIGNE (ฟิลเลอร์ผิวหนัง), Grand Plastic Surgery (ศัลยกรรมพลาสติก), and WIBE ECO FACE (อุปกรณ์ดูแลผิวหนัง).

แบรนด์อาหาร K-food ที่ดีที่สุดที่ได้รับเลือกคือ Paris Baguette (เบเกอรี่), bibigo (อาหารพร้อมทาน), Binggrae Banana Flavored milk (นม), Buldak-bokkeum-myeon (ราเม็นเผ็ด), Jejudoolrecooks (ก๋วยเตี๋ยว), MAMACOOK (ร้านขาย side dish) และ Baunenajoogomtang (ซุปกระดูกเนื้อ).

FILA (เสื้อผ้าลำลอง) และ Kumkang Shoe (รองเท้า)ได้รับเลือกเป็นแบรนด์ที่เป็นตัวแทนของเกาหลีในหมวดหมู่ของ K-fashion; ASAN Medical Center (การตรวจสุขภาพ), CheongKwanJang (โสมแดง), และ Well-Being Health Pharm’s Goun-bal (ผลิตภัณฑ์ดูแลเท้า) ได้รับการคัดเลือกในหมวดหมู่ของการดูแลสุขภาพ ในขณะที่ Jeju (เมือง) และ Gyeongbokgung Palace (สมบัติทางวัฒนธรรม) ถูกเลือกในด้านการท่องเที่ยว.

Samsung Electronics’ Samsung Galaxy, Bacchus·D, agabang, BTS, LG Household and Health Care, Amorepacific, Olive Young, GISELLELIGNE, bibigo, Buldak-bokkeum-myeon, Baunenajoogomtang, CheongKwanJang, Goun-bal, และ Jeju ถูกเลือกสองปีติดต่อกัน

แบรนด์ตัวแทนเกาหลีปี 2020 ไม่เพียง แต่ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อการเลือกใช้อย่างมีเหตุผลเท่านั้น แต่ยังเพื่อเพิ่มมูลค่าแบรนด์องค์กรของบริษัทที่เกี่ยวข้องด้วยการเลือกแบรนด์เกาหลีที่มีชื่อเสียงที่สุดในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการที่ยอดเยี่ยม รายชื่อนี้ถูกปล่อยสู่สื่อในประเทศจีนและประเทศในแถบเอเชียอื่น ๆ ในเวลาเดียวกัน

คณะกรรมการคัดเลือก BRANDSTARS

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ:

BRANDSTARS Selection Committee

Ki-joo Kim +82-2-544-0153

http://brandstars.kr/

Keio Plaza Hotel Tokyo ปรับปรุงห้องพักชั้น 31 ให้เป็นห้องพักสำหรับครอบครัวอันหรูหรา

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)– 7 กุมภาพันธ์ 2563

Keio Plaza Hotel Tokyo (KPH) หนึ่งในโรงแรมนานาชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ที่ชินจูกุโตเกียวได้ทำการปรับปรุงห้องพักบนชั้น 31 ของอาคารหลัก เพื่อปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำและเปิดห้องพักสำหรับแขกสี่ท่านในวันที่ 29 มีนาคม 2563 โดยโรงแรมของเราใช้เงินเป็นจำนวนประมาณ 400 ล้านเยนเพื่อติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำที่ออกแบบใหม่ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แขกของเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200207005119/en/

Keio Plaza Hotel Tokyo is renovating guest rooms on the 31st floor of the Main Tower to reopen quadruple guest rooms on March 29, 2020. (Photo: Business Wire)

Keio Plaza Hotel Tokyo ได้รับการปรับปรุงห้องพักบนชั้น 31 ของอาคารหลักเพื่อเปิดห้องพักสำหรับสี่ท่านในวันที่ 29 มีนาคม 2563. (ภาพ: Business Wire)

การปรับปรุง“ ห้องครอบครัวที่หรูหรา หรือ  Luxury Family Room” ที่กำลังเกิดขึ้นจะจัดให้ทุกห้องพักมีสี่เตียงและมีเตียงโซฟาหนึ่งเตียงเพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อให้สามารถรองรับผู้ใหญ่ได้สูงสุดห้าคนให้นอนหลับได้อย่างสบาย สำหรับห้องน้ำนั้นจะจัดให้สามารถอาบน้ำได้สองแบบและสองห้อง ได้แก่ห้องที่มีอ่างอาบน้ำและสุขา และอีกห้องหนึ่งซึ่งประกอบด้วยห้องอาบน้ำฝักบัวและสุขา ซึ่งทั้งสองห้องมาพร้อมกับอ่างล้างหน้าแบบแยกกันสองอ่าง เพื่อให้แขกผู้เข้าพักใช้ได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่สี่บานเพื่อให้มองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเส้นขอบฟ้าโตเกียวอย่างเพลิดเพลิน

Keio Plaza Hotel Tokyo ได้ดำเนินการปรับปรุงโรงแรมเชิงรุก โดยมีมุมมองระยะยาวเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมของโรงแรมสำหรับแขก เราได้ปรับปรุงพื้นที่ชั้นบนสุดเพื่อให้สามารถอำนวยความสะดวกระดับสูง หรือ "Premier Grand" ในปี 2559 และเราทำการปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อขยายพื้นที่และรองรับการสร้างห้องแบบอารยสถาปัตย์ (universal design) ในปี 2561 โรงแรม Keio Plaza Tokyo จะฉลองครบปีที่ 50 ของการดำเนินงานในปี 2564 โดยจะรักษาความพยายามในการเป็น“ หนึ่งในโรงแรมในโตเกียวที่มีชื่อเสียงและทรงเกียรติมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น”

เกี่ยวกับ Keio Plaza Hotel

โรงแรม Keio Plaza Tokyo (KPH) ซึ่งตั้งอยู่ที่ชินจูกุใจกลางเมืองหลวงของกรุงโตเกียว เป็นหนึ่งในโรงแรมชั้นนำระดับนานาชาติของญี่ปุ่น โรงแรมของเรามีร้านอาหารและบาร์กว่า 15 ร้าน และเราเป็นที่พักของผู้เข้าพักที่มาจากหลากหลายประเทศที่มาเยี่ยมชมเราสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกและการต้อนรับของเรา,   การต้อนรับที่อบอุ่นและบริการที่เป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยให้พวกเขาได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งรวมไปถึงประสบการณ์ในการจัดการแต่งงานกิโมโน พิธีชงชาและ กิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรากรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา YouTube, Facebook หรือ Instagram.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200207005119/en/

ติดต่อ:

Keio Plaza Hotel Tokyo

Keiko Kawashima, +81-3-5322-8010

ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์

keiko-kawashima@keioplaza.co.jp

โครงการเยือนญี่ปุ่นเชื่อมมิตรภาพกับอาเซียน JENESYS 2019 ชุดที่ 23

Logo

ธีม; สัมนานักเรียนญี่ปุ่น-อาเซียน

ประเทศ: กลุ่มประเทศอาเซียนและติมอร์ตะวันออก

โตเกียว (บิสิเนสไวร์)–07 ก.พ. 2563

นักศึกษามหาวิทยาลัย 131 รายที่มีศักยภาพการเป็นผู้นำจากประเทศอาเซียน (บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม) และติมอร์ตะวันออกจะเดินทางไปญี่ปุ่นในวันที่ 9 ถึง 18 กุมภาพันธ์ ปี 2563 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเชื่อมมิตรภาพกับญี่ปุ่น “JENESYS 2019” ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น (MOFA)

ในโครงการนี้ ผู้เข้าร่วมจะถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มตามหัวข้อของปัญหาที่พบบ่อยในญี่ปุ่นและเอเชีย เช่น "ภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมืองและการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน" "แรงงานต่างชาติ" "การศึกษาที่มีคุณภาพ" "การสูญเสียอาหาร" "การตระหนักถึงการบรรเทาภัยพิบัติ”  พวกเขาจะไปเยือนเมืองโตเกียว เกียวโต ไอชิ โอซาก้า และจังหวัดมิยากิตามลำดับภายใต้หัวข้อหลัก “สิ่งที่เยาวชนของประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถทำเพื่อสันติภาพและความมั่นคง” และจะได้รับฟังการบรรยาย ชมสถานที่ตามแต่ละหัวข้อ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแต่ละหัวข้อ  อีกทั้งจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางแก้ไขและปรับปรุงปัญหา รวมทั้งได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในสังคมเอเชียและญี่ปุ่นและสร้างความเข้าใจในหมู่นักเรียน  บนพื้นฐานที่เท่าเทียม ผู้เข้าร่วมมีเป้าหมายที่จะสร้าง รักษา และตระหนักถึงเครือข่ายการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขความท้าทายทางสังคม นอกจากนี้ พวกเขาจะได้เยี่ยมชมพื้นที่ท้องถิ่นเพื่อสัมผัสกับวัฒนธรรมดั้งเดิมเพื่อทำความเข้าใจวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของญี่ปุ่นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เราหวังว่าผ่านโครงการนี้จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างญี่ปุ่นอาเซียนและติมอร์ตะวันออกและผู้เข้าร่วมได้จะแบ่งปันความน่าดึงดูดของญี่ปุ่นจากประสบการณ์ของเขาจากกลับประเทศบ้านเกิด

[เพื่อการอ้างอิง] โครงการเชื่อมมิตรภาพ JENESYS 2019 ของญี่ปุ่น

โครงการนี้รับเชิญผู้ที่มีความสามารถและภารกิจในการส่งข้อความระหว่างญี่ปุ่นและประเทศและภูมิภาคของเอเชียและโอเชียเนียเพื่อส่งเสริมความเข้าใจในประเด็นการเมือง เศรษฐศาสตร์ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ นโยบายต่างประเทศ ฯลฯ ของญี่ปุ่น  นอกจากนี้เป็นการค้นพบผู้เชี่ยวชาญและผู้สนับสนุนประเทศญี่ปุ่นเพื่อนำพาข้อความของญี่ปุ่นไปยังประเทศอื่นๆ และขยายรากฐานทางการทูตของญี่ปุ่นโดยให้ผู้ได้รับคัดเลือกได้กระจายข้อมูลเกี่ยวกับจุดยืนทางการทูต ประเด็น และแง่มุมอื่นๆ ของญี่ปุ่น

ตารางกิจกรรมสัมนานักเรียนญี่ปุ่นอาเซียน JENESYS 2019

หัวข้อ

A: การท่องเที่ยว

B: แรงงานต่างชาติ

C: การศึกษา

D: การสูญเสียอาหาร

E: การป้องกันภัยพิบัติ

Participants

ต่างชาติ: 30, ญี่ปุ่น: 2

ต่างชาติ: 23, ญี่ปุ่น: 3

ต่างชาติ: 30, ญี่ปุ่น: 1

ต่างชาติ: 22, ญี่ปุ่น: 1

ต่างชาติ: 26, ญี่ปุ่น: 2

เมืองที่เยือน

โตเกียว

ไอชิ

เกียวโต

โอซาก้า

มิยากิ

0

2/8

PM

เดินทางมาถึง

1

2/9

AM

PM

[ปฐมนิเทศ]

[คำบรรยาย] Tokyo Univ. Institute for Future Initiatives /Project Assist. Prof. Yamaguchi Kensuke

[ทำความรู้จัก/แนะนำตัว]

2

2/10

AM

[อบรม]

Rikkyo University,

Assist. Prof. Nishikawa Ryo

[บรรยาย]

GLOBALPOWER, Inc.

CEO Koichi Kakeuchi

[อบรม]

[บรรยาย]

Food Salvage Inc.

CMO Hirai Satoshi

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Senso-ji/Nakamise

PM

[บรรยาย]

UNTWTO Japan Office

[อบรม]

[บรรยาย] Ministry of Education, Culture, Sports, Science and Technology (MEXT)

[บรรยาย]

Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries (MAFF)

[อบรม]

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Tokyo Tower

[อบรม]

[อบรม]

[อบรม]

Hosei University, Sustainability Studies, Pro.Masanao KANETOH

[บรรยาย]

Chiba University of Commerce Emeritus Prof. Fujie Toshihiko

3

2/11

AM

[บรรยาย]

JTB Tourism Research & Consulting Co.

Mr. Junichi KUMADA

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Edo Tokyo Museum Senso-ji/Nakamise

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Senso-ji/Nakamise

[บรรยาย]

CoCooking Inc.

ผู้ร่วมก่อตั้งและ CPO Taichi ISAKU

[บรรยาย]

NPO Nippon Bousai Kankyo Association,

กรรมการผู้จัดการอาวุโสและที่ปรึกษา, Shigeo KONNO

PM

[บรรยาย]

NPO Eco Tourism Japan

Mr. Koichi MORI

[อบรม]

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Senso-ji/Nakamise Edo Tokyo Museum

[อบรม]

[อบรม]

Takasaki City Univ.of Economies Faculty of Regional Policy

Dept. of Tourism Policy Assist. Prof. Shin YASUDA

[บรรยาย]

Tokai Univ. Assist. Pro. Masao Manjome

[บรรยาย]

NPO e-Education

Mr. Taichi kohatsu

[บรรยาย]

Prefectural Dream Height’s

Jishu Boeitai

Executive Director Teruo ICHIKAWA

4

2/12

AM

[บรรยาย]

PASONA Group

[บรรยาย]

Immigration Services Agency of Japan

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Tokyo Tower

[บรรยาย]

Planet Table Inc.

Mr. Masatoshi Mori

[ชม]

Sona Area

PM

[อบรม]

Teikyo Univ.

Faculty of Economics, Dept. of Tourism Management Associate Pro. Tomomi HANAI

[บรรยาย]

Mr. Kensuke SERIZAWA, นักเขียน

[บรรยาย]

Vent Inc.

CEO, Ryusuke ITO

[บรรยาย]

Tokyo Univ.

Agricultural and Life Sciences Assoc. prof. Yoshio MAKINO

[อบรม]

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Senso-ji/Nakamise

[บรรยาย]

Nissei Reserch Institute Reserch Fellow, Kim Myoungjung

[อบรม]

[อบรม]

[อบรม]

5

2/13

พฤ

AM

[เดินทาง] Tokyo – Kyoto

[เดินทาง] Tokyo – Aichi

[เดินทาง] Tokyo – Kyoto

[เดินทาง] Tokyo – Osaka

[เดินทาง] Tokyo – Miyagi

PM

[บรรยาย]

Kyoto City, Tourism and MICE Office

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Nagoya Castle Toyota Museum

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Kiyomizu-dera

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Osaka Castle

The Entrepreneurial Museum of Challenge and Innovation

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Matsushima Excursion Boat Zuigan-temple

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Nijo-Castle

[บรรยาย]

Kyoto Municipal, Horikawa High School

Mr. Akira Nakamura

6

2/14

AM

[อบรม]

[บรรยาย]

NPO ABT Toyohashi Brazil Association

Mr. Toshihiko YAMAMOTO

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Kinkaku-ji

[ชม]

Osaka Izumi City COOP

[บรรยาย]

Ishinomaki Community and Information Center Director Mr. Richard HALBERSTADT

PM

[บรรยาย]

COS KYOTO Inc.

CEO Isao KITABAYASHI

[ชม]

โรงงาน TOYOTA

[บรรยาย]

Assist. Prof. Kentaro Shiamda, Kyoto University

Center for the Promotion of Interdisciplinary Education and

Research

[บรรยาย]

NPO Japan Mottainai Food Center

ตัวแทนผู้อำนวยการ Hiroshi TAKATSU

[ชม]

NPO 3.11 Mirai Support

[ชม]

KAWASHIMA SELKON TEXTILES CO,LTD.

[อบรม]

[ชม]

ecoeat Tamagawa Branch

[อบรม]

[อบรม]

7

2/15

AM

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Kinkaku-ji, Kiyomizu-dera

[ชม]

Homi danchi Tour

(Guide by NPO Homigaoka International Exchange Center)

[บรรยาย]

Prof. Keita Takayama, Kyoto University, Graduate school of Education, Global Education Office

[อบรม]

[บรรยาย]

Sendai City Rengou Tyounaikai Tyoukai

Chairman, Fukuo SHIMADA

PM

[เดินทาง] Kyoto – Tokyo

[เดินทาง] Aichi – Tokyo

[เดินทาง] Kyoto – Tokyo

[เดินทาง]

[เดินทาง]

[อบรม]

[เดินทาง] Osaka – Tokyo

[เดินทาง] Miyagi – Tokyo

8

2/16

AM

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Edo Tokyo Museum

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Tokyo Tower

[เตรียมตัวสำหรับรายงานระหว่างกาล]

[เตรียมตัวสำหรับรายงานระหว่างกาล]

[ชม (วัฒนธรรมญี่ปุ่น)]

Edo Tokyo Museum

PM

[รายงานระหว่างกาล]

[รายงานระหว่างกาล]

[รายงานระหว่างกาล]

[รายงานระหว่างกาล]

[รายงานระหว่างกาล]

[อบรม]

[อบรม]

[อบรม]

[อบรม]

[อบรม]

9

2/17

AM

[โทรศัพท์ / MOFA]

[เตรียมตัวสำหรับรายงานสุดท้าย]

[เตรียมตัวสำหรับรายงานสุดท้าย]

[เตรียมตัวสำหรับรายงานสุดท้าย]

[เตรียมตัวสำหรับรายงานสุดท้าย]

[เตรียมตัวสำหรับรายงานสุดท้าย]

PM

[การรายงานสุดท้าย]

[คำบรรยาย] Tokyo Univ. Graduate school of Law and Policy, /Pro. Kiichi Fujiwara, The University of Tokyo

[งานเลี้ยงร่ำลา]

เดินทางกลับ

10

2/18

AM

PM

อ่านต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200207005104/en/

สอบถามเกี่ยวกับโครงการ
JENESYS 2019 ASEAN + Timor-Leste Project Implementing Agency (หน่วยงานดำเนินการ)
JTB Kasumigaseki Operations Department (หน่วยงานดำเนินการ)
ติดต่อ: Junji Mise (Mr.), Yutaka Shintani (Mr.), Emi Sendoda (Ms.)
โทร: +81 3-6737-9447 Weekdays: 9:00-18:00 (Closed on weekends and holidays)
อีเมล: jenesys2019asean@jtb.com

โตชิบาเปิดตัวมอเตอร์ไดรฟ์เวอร์ไอซีไมโครเสตปที่มีความละเอียดสูง กำลังไฟต่ำ และขนาดกะทัดรัด

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–06 ก.พ. 2020

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ("โตชิบา") เปิดตัว "TC78H670FTG" ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในกลุ่มมอเตอร์ไดรฟ์เวอร์ไอซีไมโครเสตป โดยไอซีใหม่นั้นมีค่าสูงสุด 18V/2.0A[1] และสามารถขับเคลื่อนมอเตอร์ด้วยแรงดันไฟฟ้าที่หลากหลาย  การผลิตในปริมาณสูงเริ่มแล้ววันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200205005917/en/

Toshiba: Compact, low power, high resolution micro-stepping motor driver "TC78H670FTG" (Photo: Business Wire)

โตชิบา: มอเตอร์ไดรฟ์เวอร์ไอซีไมโครเสตป "TC78H670FTG" ที่มีความละเอียดสูง กำลังไฟต่ำ (ภาพ: "บิสิเนสไวร์")

IC รุ่นใหม่นี้สามารถขับเคลื่อนมอเตอร์แบบ 128 ไมโครเสตปด้วยแหล่งจ่ายไฟตั้งแต่ 2.5V ถึง 16V  การใช้งานที่หลากหลายนั้นรวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานจาก USB แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ 9-12V ขนาดมาตรฐาน และยังสามารถใช้กับอินเทอร์เฟซ 1.8V เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับโฮสต์และไมโครคอนโทรลเลอร์ต่างๆ

กระบวนการ DMOS ใหม่ล่าสุดของโตชิบา[2] ทำให้มั่นใจว่า TC78H670FTG จะสามารถสร้างค่าความต้านทาน figure-of-merit low ON resistance อย่างดีเยี่ยม  กระบวนการนี้ช่วยให้เกิดกระแสสแตนด์บายต่ำเป็นพิเศษ  ตัวไอซีบรรจุอยู่ในแพ็คเกจ QFN16 ขนาดกะทัดรัดและทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวต้านทานกระแส current sense resistor โดยการรวมส่วนการตรวจจับกระแส ซึ่งทำให้มีต้นทุนที่ต่ำลง การใช้พลังงานน้อยลง และการประหยัดพื้นที่ PCB

คุณสมบัติ

  • แพคเกจขนาดกะทัดรัด (QFN16 3.0มม×3.0มม)
  • ความต้านทาน ON ต่ำ (Ron=0.48Ω @VM=12V)
  • ช่วงแรงดันไฟฟ้าต่ำถึงปานกลาง 2.5V ถึง 16V ด้วยอินเตอร์เฟซ 1.8V ถึง 5.0V
  • กระแสไฟฟ้าแสตนด์บายต่ำถึง 0.1mA
  • ทำงานมอเตอร์อย่างราบรื่นและเงียบและลดการสั่นสะเทือน  ปรับปรุงความแม่นยำของมุมการหมุน[3] โดยการควบคุมแบบไมโครสเต็ป

การใช้งาน

กล้องถ่ายรูป กล้องรักษาความปลอดภัย เครื่องพิมพ์แบบพกพา สแกนเนอร์พกพา Pico-โปรเจ็คเตอร์ และสมาร์ทโฟน

คุณสมบัติหลัก

หมายเลขชิ้นส่วน

TC78H670FTG

แรงดันซัพพลาย (ช่วงการดำเนินงาน)

2.5V ถึง 16V

แรงดันไฟฟ้าเอาท์พุต/กระแสไฟฟ้า
(ค่าสูงสุด)

18V/2.0A

เอาท์พุตแบบ on-resistance (บน + ล่าง)

0.48Ω (typ.)@VM=12V, Ta=25℃

ฟังก์ชั่นความปลอดภัย

การตรวจจับกระแสเกิน ชัทดาวน์ความร้อน ล๊อคเอ้าท์สำหรับกระแสต่ำ และการตรวจจับแบบเปิด

แพคเกจ

QFN16

(ขนาด: 3.0มม×3.0มม)

คุณสมบัติ

การใช้กระแสไฟฟ้าในโหมดสแตนด์บาย: 0.1μA หรือน้อยกว่า

รองรับ 1.8V I/F

ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวต้านทานกระแส current sense resistor

รองรับการควบคุมแบบไมโครสได้สูงถึง 1/128

หมายเหตุ:

[1] กระแสมอเตอร์ไดรฟ์จริงขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมการใช้งานและปัจจัยต่างๆ เช่นอุณหภูมิห้องและแรงดันไฟฟ้า

[2] ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2020

[3] เปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยโตชิบา

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ โปรดไปที่:

https://toshiba.semicon-storage.com/info/lookup.jsp?pid=TC78H670FTG

* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เป็นเจ้าของ

สอบถามข้อมูลสำหรับลูกค้า:

System Devices Marketing Dept.II (ฝ่ายการตลาดอุปกรณ์ระบบ)
โทร: +81-3-3457-3332 https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

ข้อมูลในเอกสารนี้รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาของบริการ และข้อมูลการติดต่อเป็นข้อมูลล่าสุดในวันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation รวมพลังของบริษัทใหม่เข้ากับภูมิปัญญาของประสบการณ์  นับตั้งแต่เป็นบริษัทอิสระในเดือนกรกฎาคมปี 2560 เราได้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทอุปกรณ์ทั่วไปชั้นนำ และให้บริการที่โดดเด่นแก่ลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจในด้านเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ LSI และ HDD

พนักงาน 22,000 คนทั่วโลกมีความมุ่งมั่นร่วมในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของเราและให้ความสำคัญกับการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อส่งเสริมการสร้างมูลค่าและตลาดใหม่  เราตั้งใจว่าจะสร้างยอดขายต่อปีเกิน 800 ล้านเยน (7 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และสนับสนุนอนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้คนทุกที่

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

อ่านที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200205005917/en/

สอบถามข้อมูลสื่อ:

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
Digital Marketing Department (ฝ่ายการตลาดดิจิตอล)
Chiaki Nagasawa
โทร: +81-3-3457-4963
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

WELL บรรลุเป้าหมายสำคัญระดับโลกเพื่อสนับสนุนผู้คนให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นและสิ่งก่อสร้างอาคารที่ดีขึ้น

Logo

พื้นที่มากกว่าห้าร้อยล้านตารางฟุตของโครงการต่าง ๆ ในเกือบ 60 ประเทศ ใช้ WELL

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)– 6 กุมภาพันธ์ 2563

The International WELL Building Institute (IWBI) ประกาศในวันนี้ว่ามีอาคารกว่า 500 ล้านตารางฟุตที่ได้รับการจดทะเบียนและรับรองภายใต้มาตรฐาน WELL Building Standard (WELL) การบรรลุเป้าหมายครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากมีการประกาศเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่ามีจำนวนผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจาก WELL (AP) และผู้จดทะเบียนเกิน 10,000 ราย นี่เป็นหลักฐานตอกย้ำการเติบโตอย่างรวดเร็วของการเคลื่อนไหวทั่วโลกเพื่อช่วยให้ผู้คนเจริญเติบโตได้ดีขึ้นโดยอาศัยสิ่งก่อสร้างอาคารชุมชน (IWBI) ประกาศในวันนี้ว่ามีอาคารกว่า 500 ล้านตารางฟุตที่ได้รับการจดทะเบียนและรับรองภายใต้มาตรฐาน WELL Building Standard (WELL) การบรรลุเป้าหมายครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากมีการประกาศเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่ามีจำนวนผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจาก WELL (APs) และผู้จดทะเบียนเกิน 10,000 ราย นี่เป็นหลักฐานตอกย้ำการเติบโตอย่างรวดเร็วของการเคลื่อนไหวทั่วโลกเพื่อช่วยให้ผู้คนเจริญเติบโตได้ดีขึ้นโดยอาศัยสิ่งก่อสร้างอาคารชุมชน และการจัดการร่วมกันที่ดีขึ้น

“ด้วยโครงการมากกว่า 4,000 โครงการในเกือบ 60 ประเทศ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน โรงเรียน โรงแรม ที่อยู่อาศัยและอื่น ๆ – มันชัดเจนว่าคลื่นลูกที่สองของการพัฒนาอย่างยั่งยืนนี้กำลังรวบรวมโมเมนตัมอย่างมีประสิทธิภาพ” Rick Fedrizzi ประธานและซีอีโอของ IWBI กล่าว “ การเข้าถึงพื้นที่ครึ่งพันล้านตารางฟุตโดยใช้ WELL หมายถึงการส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนมากขึ้นในสถานที่ที่มากขึ้น และเป็นการเริ่มเปลี่ยนแปลงบริบทอย่างแท้จริงเกี่ยวกับวิธีที่เราออกแบบและดำเนินการในพื้นที่ที่เราอยู่อาศัยหรือพื้นที่ที่เราต้องใช้

ความสำเร็จของ WELL นั้นเกิดจาก WELL APs และ WELL Faculty ของเราซึ่งเป็นชุมชนที่กำลังเติบโตที่มีความแอคทีฟ ซึ่งนำการศึกษาเกี่ยวกับ WELL มาสู่เพื่อนร่วมงานและลูกค้าทั่วโลก” เขากล่าวต่อ “ เมื่อรวมกับการเข้าถึงตลาดของสมาชิกองค์กรกว่า 130 กว่าคนของเรา ความเป็นผู้นำที่รวมกันนี้มีบทบาทสำคัญในการเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงของตลาด IWBI ซึ่งทำให้ผู้คนที่เราใส่ใจเป็นศูนย์กลางในทุกการตัดสินใจของเรา”

ตลอดช่วงปี 2562 มีโครงการใหม่ ๆ ที่ลงทะเบียนเกือบสี่เท่าเพื่อทำตาม WELL เมื่อเทียบกับตลอดทั้งปี 2561

“ตัวเลขห้าร้อยล้านก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่น่าทึ่งจริง ๆ คือความรวดเร็วของการตอบรับ” Rachel Gutter ประธาน IWBI กล่าว “ WELL เข้าสู่ตลาดในปี 2557 และใช้เวลาประมาณสี่ปีกว่าจะได้ถึง 250 ล้านตารางฟุต แต่กลับใช้เวลาเพียงปีเดียวที่จะเพิ่มจำนวนนั้นเป็นสองเท่ามาเป็น 500 ล้าน นอกจากจะเป็นสัญญาณการตลาดที่แข็งแกร่งแล้ว ก็ยังสะท้อนถึงการเติบโตอย่างไม่น่าเชื่อของชุมชนที่อุทิศตนที่มุ่งมั่นลงทุนด้านสุขภาพทั่วโลก”

เพื่อสร้างการเติบโตและโมเมนตัมนี้ IWBI ยังได้ยกระดับโอกาสในการเป็นหุ้นส่วนใหม่เพื่อเข้าถึงตลาดที่มีความสำคัญและปรับขนาดผลประโยชน์ของการส่งมอบอาคารที่ดีขึ้น

“ เราส่งเสริมให้เกิดการเคลื่อนไหวทั่วโลกเพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการที่เราส่งมอบด้วยคำมั่นสัญญาในการให้อาคารที่ดีกว่าซึ่งจะช่วยให้ทุกคนเจริญงอกงาม” Gutter กล่าว “ เรารู้ว่าเราไม่สามารถทำคนเดียวได้ ปีที่แล้วเราจึงประกาศความร่วมมือกับ Enterprise Community Partners เพื่อเชื่อมโยงความยั่งยืนและสุขภาพโดยการรวม WELL เข้ากับ Enterprise 2020 Green Communities Criteria ซึ่งเป็นมาตรฐานอาคารชั้นนำสำหรับการสร้างบ้านที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมราคาไม่แพงทั่วประเทศ” ในปัจจุบันมีวอชิงตันดีซี และอีก 27 รัฐที่ส่งเสริมและขอให้มีการรับรองชุมชนองค์กรสีเขียวเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาไม่แพงเพื่อที่จะรับเงินทุนสาธารณะ โดยนับตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไปโครงการที่ตอบสนองความต้องการเหล่านี้จะได้รับการรับรองจาก WELL

“ในขณะที่เรายังคงขยายตัวไปทั่วทุกมิติ มันมีความจำเป็นมากขึ้นที่เราจะต้องหาสถานที่และเวลาสำหรับชุมชนของเราในการที่จะได้สัมผัสกับพลังของการเคลื่อนไหวนี้” Fedrizzi กล่าว “ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมในสองเดือนสั้น ๆ เราจะมีการประชุมที่สกอตส์เดลรัฐ แอริโซนา เพื่อเปิดตัวการ The WELL Conference ซึ่งเป็นการประชุมที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เติมพลัง และเฉลิมฉลองผู้คนและองค์กรที่กำลังช่วยเราในการเปลี่ยนแปลงโลก”

ด้วยความร่วมมือกับ American Society of Interior Designers (ASID) และ Emerald Expositions (Emerald) การประชุม WELL จะนำชุมชนสถาปัตยกรรม การออกแบบ และวิศวกรรมเข้ามารวมกัน พร้อมกับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าหน้าที่ องค์กร ผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข และบริษัท ด้านเทคโนโลยี โดยคำนึงถึงความคิดที่ว่าอาคารและชุมชนของเราเป็นพื้นฐานของสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเรา อีเวนท์นี้จะรวมตัวตัวแทนที่หลากหลายของอุตสาหกรรมและภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีภารกิจร่วมกัน

“ ด้วยความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในเวลาเพียงห้าปีนับตั้งแต่ WELL เปิดตัวครั้งแรก เรารู้สึกตื่นเต้นเกินกว่าที่จะเห็นว่าทศวรรษใหม่นี้จะนำมาซึ่งอะไร” Fedrizzi กล่าว “ ทุกโครงการใหม่ WELL AP, WELL Faculty และสมาชิก IWBI ช่วยให้เราก้าวไปข้างหน้าต่อไปในการเดินทางครั้งนี้ และเมื่อภารกิจคือการปรับปรุงสุขภาพของผู้คนทุกความสำเร็จครั้งสำคัญควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง”

เกี่ยวกับ the International WELL Building Institute

The International WELL Building Institute (IWBI) เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวระดับโลกในการเปลี่ยนแปลงอาคาร ชุมชน และองค์กรต่างในรูปแบบที่ช่วยให้ผู้คนเจริญเติบโตมีความเป็นอยู่ที่ดี มาตรฐาน WELL v2 เป็นเวอร์ชันล่าสุดซึ่งเป็นที่นิยมของ WELL Building Standard ส่วนมาตรฐานบุกเบิกอย่าง WELL Community Standard เป็นระบบการจัดระดับเขตที่กำหนดมาตรฐานใหม่ระดับโลกสำหรับชุมชนที่มีสุขภาพดี เวลล์มุ่งเน้นไปที่วิธีการที่อาคารและชุมชนและรายละเอียดต่าง ๆ สามารถปรับปรุงความสะดวกสบาย สร้างทางเลือกที่ดีกว่า และปรับปรุงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเรา IWBI ระดมชุมชนเพื่อสุขภาพผ่านการจัดการข้อมูลของ WELL AP การแสวงหางานวิจัยที่เกี่ยวข้องการพัฒนาทรัพยากรทางการศึกษา และการสนับสนุนนโยบายที่ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในทุกที่ IWBI เป็นผู้เข้าร่วมของthe United Nations Global Compact ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มด้านการเป็นพลเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโลกและช่วยบริษัทต่างๆในการพัฒนาเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) ผ่านการใช้ WELL ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ WELL สามารถพบได้ ที่นี่

International WELL Building Institute, IWBI, the WELL Building, WELL v2, WELL Certified, WELL AP, WELL, WELL Portfolio, WELL Conference, the WELL Community Standard และอื่น ๆ และโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายรับรองของอาคาร WELL International WELL Building Institute pbc ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200205005927/en/

ติดต่อ:

Yan Tai

646.827.2955

media@wellcertified.com