NTT Communications ได้รับรางวัลจาก 2 หมวดหมู่จากการประกาศรางวัลโครงการ Asia Pacific Best Practices Awards ของ Frost & Sullivan ประจำปี 2563

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)– 16 ก.ย. 2563

NTT Communications Corporation (NTT Com) ธุรกิจโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ภายใต้ NTT Group (TOKYO: 9432) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้รับการยกย่องให้เป็นผู้รับรางวัลในด้านผู้ให้บริการ IoT แห่งปี 2563 ของประเทศญี่ปุ่น และผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลแห่งปี 2563 ของประเทศญี่ปุ่น จากโครงการ Asia Pacific Best Practices Awards ของ Frost & Sullivan ประจำปี 2563 เมื่อวานนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200915005025/en/

เพื่อเฉลิมฉลองปีที่ 18 โครงการ Frost & Sullivan Asia-Pacific Best Practices Awards จึงรวมรางวัลด้านไอที หรือ  Frost & Sullivan Asia-Pacific ICT Awards เข้าเอาไว้ด้วย เพื่อเป็นการยกย่องบริษัทต่าง ๆ ในตลาดระดับภูมิภาคและระดับโลกที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่โดดเด่นและประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในด้านต่าง ๆ เช่น ความเป็นผู้นำนวัตกรรมทางเทคโนโลยี การบริการลูกค้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงกลยุทธ์ และเพื่อให้สามารถระบุแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในแต่ละอุตสาหกรรม ในแต่ละปีนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมนั้น ๆ จะเปรียบเทียบผู้เข้าร่วมกิจการในตลาดและวัดผลการดำเนินงานผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก การวิเคราะห์ และการวิจัยทุติยภูมิ

NTT Com ได้รับรางวัลผู้ให้บริการ IoT แห่งปี 2563 ของญี่ปุ่นเป็นปีที่สองติดต่อกัน NTT Com สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิทัลของลูกค้าผ่านบริการ Things Advisory™ เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้งาน IoT และการใช้ประโยชน์ / การวิเคราะห์ข้อมูลบริการ Things Coordination™ สำหรับการออกแบบและสร้างระบบ IoT ที่สามารถปรับให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละรายบริการ Things Management™ สำหรับการจัดการระบบ IoT แบบครบวงจรบนพื้นฐาน ความรู้เฉพาะ หรือ know-how ของ NTT Com ในฐานะผู้ให้บริการ ICT และบริการแพลตฟอร์ม Things Cloud® IoT สำหรับการแสดงภาพและฟังก์ชัน / เทมเพลตที่กำหนดค่าเองได้สำหรับการใช้งาน IoT

Deepu Nair นักวิเคราะห์ ICT Practice ของ Frost & Sullivan กล่าวว่า “NTT Com นำเสนอชุดบริการที่ปรึกษาที่ครอบคลุมพร้อมด้วยโซลูชัน IoT แบบเต็มรูปแบบสนับสนุนลูกค้าในการวางแผนติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ IoT ที่ซับซ้อน ความพยายามเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ NTT Com ในการสร้างพันธมิตรที่มีประสิทธิภาพเพื่อนำพาองค์กรผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ของเส้นทางการนำ IoT มาใช้ นี่ถือเป็นรากฐานของความสำเร็จของบริษัทในตลาด IoT ที่แออัด กลยุทธ์ที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางที่ประสบความสำเร็จนี้ทำให้ NTT Com แตกต่างไปจากคู่แข่ง”

ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลแห่งปีของญี่ปุ่นประจำปี 2563 เป็นรางวัลที่แสดงการรับทราบถึงความพยายามของ NTT Com ในการสนับสนุนลูกค้าด้วยบริการศูนย์ข้อมูล Nexcenter™ บริการที่มีการจัดการและ Flexible InterConnect การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยไปยังระบบคลาวด์ต่าง ๆ ตลอดไปจนถึง Nexcenter Lab™ ที่เพิ่งเปิดใหม่ของบริษัท ที่ซึ่งลูกค้าและพันธมิตรสามารถทำงานร่วมกันในการสร้างธุรกิจใหม่

Nishchal Khorana ผู้อำนวยการอาวุโสด้าน ICT Practice ของ Frost & Sullivan กล่าวว่า“ ในขณะที่การแข่งขันในตลาดบริการศูนย์ข้อมูลของญี่ปุ่นยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้น กลยุทธ์การเติบโตที่แข็งแกร่งและการมุ่งเน้นการดำเนินงานของ NTT Com สร้างความแตกต่างได้อย่างมีนัยสำคัญในตลาด การลงทุนตามแผนของผู้ให้บริการในศูนย์ข้อมูลใหม่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อตลาดและธุรกิจ นอกจากนี้ NTT Com ได้เพิ่มบริการโคโลเคชั่นด้วยบริการด้านการจัดการและการรักษาความปลอดภัยให้ลูกค้าได้รับบริการที่หลากหลายจากผู้ให้บริการรายเดียว กลยุทธ์นี้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมคลาวด์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยให้การเชื่อมต่อโดยตรงกับสภาพแวดล้อมคลาวด์สาธารณะหลาย ๆ สภาพแวดล้อม ความคิดริเริ่มของ NTT Com ในการส่งเสริมนวัตกรรมแบบเปิดคาดว่าจะสร้างแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพในการสร้างสรรค์ข้อเสนอร่วมกันกับระบบนิเวศของพันธมิตรและเสริมสร้างมูลค่าให้กับองค์กรต่าง ๆ”

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรางวัลที่ NTT Com ได้รับ ได้ที่ here.

เกี่ยวกับ NTT Communications Corporation

NTT Communications ช่วยแก้ปัญหาความท้าทายด้านเทคโนโลยีของโลกโดยช่วยให้องค์กรต่าง ๆ เอาชนะความซับซ้อนและความเสี่ยงในสภาพแวดล้อมด้านไอซีทีของพวกเขา ด้วยโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่มีการจัดการ โซลูชั่นเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนโดยโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกของเรารวมถึงเครือข่ายชั้นนำระดับอุตสาหกรรมเครือข่ายสาธารณะและเอกชนระดับชั้น 1 ทั่วโลก ซึ่งมีมากกว่า 190 ประเทศ / ภูมิภาคและครอบคลุมมากกว่า 500,000 ตารางเมตรของศูนย์ข้อมูลที่ทันสมัยที่สุดของโลก ทีมบริการระดับมืออาชีพระดับโลกของเราให้บริการคำปรึกษาและการสถาปัตยกรรมเพื่อความยืดหยุ่นและความปลอดภัยที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จของธุรกิจของคุณ ความสามารถระดับโลกของเราเมื่อรวมกับ NTT Ltd. , NTT Data และ NTT DOCOMO เราคือ NTT Group ในโลกเทคโนโลยีไม่มีที่ใดเปรียบได้

www.ntt.com | Twitter@NTT Com | Facebook@NTT Com | LinkedIn@NTT Com

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200915005025/en/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

Masaki Nomoto, Aoi Funagoshi

ฝ่ายการประชาสัมพันธ์

NTT Communications

+81-3-6700-4010

ar-cp@ntt.com

อาลีบาบาเปิดตัวโรงงานผลิตดิจิทัลแห่งใหม่

Logo

ระบบการผลิตอัจฉริยะบนคลาวด์ช่วยให้เอสเอ็มอีให้เข้าถึงการปรับแต่งแบบกลุ่มขนาดเล็กและความคล่องตัวในการผลิต

หางโจว จีน–(บิสิเนสไวร์)–16 ก.ย. 2563

อาลีบาบากรุ๊ปโฮลดิง จำกัด (NYSE: BABA และ HKEX: 9988, “อาลีบาบา” หรือ “อาลีบาบากรุ๊ป”) เปิดเผยรูปแบบการผลิตใหม่เป็นครั้งแรกด้วย Xunxi Digital Factory (“Xunxi”)

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200915006386/en/

Alibaba revealed its New Manufacturing model for the first time with the unveiling of Xunxi Digital Factory. (Photo: Business Wire)

อาลีบาบาเปิดเผยรูปแบบการผลิตใหม่เป็นครั้งแรกด้วยโรงงาน Xunxi Digital Factory (ภาพ: บิสิเนสไวร์)

ขับเคลื่อนโดยโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์คอมพิวติ้งและ IoT ของอาลีบาบา โรงงานในหางโจวนำเสนอซัพพลายเชนการผลิตทั้งแบบดิจิทัลห่วงโซ่ผลิตสำหรับเอสเอ็มอีที่ช่วยให้สามารถปรับแต่งการผลิตตามความต้องการได้อย่างเต็มที่  สิ่งนี้ทำให้ธุรกิจและผู้ผลิตขนาดเล็กได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของตลาดการผลิตของจีนที่มีมูลค่ากว่า 30 ล้านล้านหยวน (มากกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ)1 ผ่านความสามารถในการตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้าได้ดีขึ้นและรวดเร็วขึ้น

“ข้อมูลเป็นหัวใจหลักของการผลิตแบบใหม่และการควบคุมข้อมูลเชิงลึกเป็นกุญแจสำคัญในการจับโอกาสใหม่ซึ่งคือความต้องการของผู้บริโภคในสินค้าที่เป็นส่วนบุคคล มากกว่าการผลิตจำนวนมาก การผลิตรูปแบบไหม่ใช้ข้อมูลอัจฉริยะและเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพื่อก้าวไปสู่รูปแบบการผลิตที่คล่องตัวมากขึ้นตามความต้องการแบบเรียลไทม์” Alain Wu ซีอีโอของ Xunxi Digital Technology Company ใน Alibaba Group กล่าว “สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถปรับปรุงความสามารถในการทำกำไร ลดระดับสินค้าคงคลัง และตอบสนองความต้องการส่วนบุคคลเหล่านี้ได้”

การเปิดตัวรูปแบบการผลิตใหม่ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการดำเนินกลยุทธ์ “ห้ารูปแบบใหม่” ของอาลีบาบาซึ่งแจ็คหม่าผู้ก่อตั้งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2559 ประกอบด้วยการค้าปลีก การผลิต การเงิน เทคโนโลยี และพลังงานรูปแบบใหม่

ในช่วงแรก Xunxi เริ่มต้นด้วยเครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นภาคที่มีวงจรการผลิตที่ยาวนานและระดับสินค้าคงคลังที่สูงซึ่งเป็นปัญหาสำหรับผู้ผลิตรายย่อยและรายใหญ่มานาน  การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่นการจัดหาทรัพยากรแบบเรียลไทม์ การวางแผนกระบวนการ และต้นทุนโลจิสติกส์ภายในองค์กรแบบอัตโนมัติและระบบปฏิบัติการการผลิตของ Xunxi ทำให้โรงงานสามารถผลิตจำนวนน้อยได้ในต้นทุนที่เหมาะสมและด้วยเวลาในการจัดส่งที่สั้นลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น จาก 25% เป็นเฉลี่ย 55%

รูปแบบการคาดการณ์แนวโน้มและยอดขายของ Xunxi ควบคู่ไปกับแพลตฟอร์มการออกแบบผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยให้ผู้ผลิตมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความชอบของผู้บริโภค การไหลเวียนของข้อมูลที่เพิ่มขึ้นนี้สามารถลดต้นทุนการวิจัยและพัฒนาและช่วยให้ธุรกิจสามารถจับโอกาสที่พัฒนาอย่างรวดเร็วสำหรับการปรับเปลี่ยนในแบบของผู้บริโภค

เครื่องแต่งกายเป็นหนึ่งในหมวดหมู่ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดค้าปลีกของอาลีบาบาในประเทศจีน ซึ่งทำให้บริษัทมีข้อได้เปรียบที่ไม่มีใครเทียบได้ในการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า  ในอดีตสินค้าคงคลังส่วนเกินได้นำไปสู่การสูญเสียรายได้ 30% ทั่วทั้งอุตสาหกรรม  โครงการนำร่องของ Xunxi แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอาลีบาบาที่จะทำให้ง่ายต่อการทำธุรกิจทุกที่  การใช้ประโยชน์จากการผลิตแบบ 'ผลิตในคลาวด์' ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางสามารถแข่งขันในตลาดแฟชั่นที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วได้

นับตั้งแต่ก่อตั้งโ รงงานได้ร่วมมือกับพ่อค้า Taobao และ Tmall ผู้ถ่ายทอดสด และนักออกแบบสตรีทแวร์เพื่อสำรวจและทดลองความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของการผลิตเครื่องแต่งกาย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน World Economic Forum (WEF) ได้กำหนดให้ Xunxi Digital Factory เป็นโครงการนำร่อง Lighthouse โดยเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Global Lighthouse Network ซึ่งเป็นชุมชนของบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่มาใช้ในวงกว้าง  การกำหนดดังกล่าวเป็นการยกย่องความสำเร็จของ Xunxi ในการผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลอันทรงพลังเข้ากับข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคและนำรูปแบบการผลิตใหม่ที่เป็นดิจิทัลมาสู่ชีวิต

การจัดแสดง Xunxi เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การระบาดใหญ่ของ COVID-19 กำลังเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในอุตสาหกรรมต่างๆ  ในอนาคต Xunxi Digital Factory จะช่วยให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายลดระดับสินค้าคงคลังได้มากยิ่งขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพและระดับการปรับแต่งอย่างต่อเนื่อง  ในขณะที่โครงการดำเนินไปเรื่อยๆ เทคโนโลยีนี้จะถูกจำลองไปยังภาคส่วนอื่น ๆ นอกเหนือจากการให้ความสำคัญกับแฟชั่นและเครื่องแต่งกายในปัจจุบัน คุณ Wu กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราหวังว่าจะได้เรียนรู้และร่วมมือกับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมเพื่อสร้างระบบนิเวศของการผลิตรูปแบบใหม่ด้วยกัน”

เกี่ยวกับอาลีบากรุ๊ป

ภารกิจของอาลีบาบากรุ๊ปคือการทำให้การทำธุรกิจเป็นเรื่องง่ายและทำได้ทุกที่  บริษัทมีเป้าหมายที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการพาณิชย์ในอนาคต และมีวิสัยทัศน์ว่าลูกค้าจะได้พบปะ ทำงาน และอาศัยอยู่ที่อาลีบาบา และจะเป็นบริษัทที่ดีที่มีอายุยืนอย่างน้อย 102 ปี


1 ที่มา: https://www.statista.com/chart/20858/top-10-countries-by-share-of-global-manufacturing-output/

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200915006386/en/

ติดต่อ:

Jay Zhou
อาลีบาบากรุ๊ป 
+86 186 0104 8875
fancai.zfc@alibaba-inc.com

Claire Zhao
อาลีบาบากรุ๊ป
+852 9727 8923
yanan.z@alibaba-inc.com


SL Green ฉลองการเปิด One Vanderbilt Avenue ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์

Logo

ตึกสูง 1,401 ฟุตสร้างนิยามใหม่ให้กับวิวตึกระฟ้าของแมนฮัตตัน สร้างเทรนด์สถานที่ทำงานที่ทันสมัย และการันตีอนาคตอันสดใสของมหานครนิวยอร์ก

SL Green เปิดตัวการลงทุนเอกชนมูลค่า 220 ล้านดอลลาร์ในพื้นที่สาธารณะซึ่งรวมถึงการสร้างลานสาธารณะแห่งใหม่ ห้องโถงสำหรับเปลี่ยนรถไฟ และการเพิ่มความจุในสถานี Grand Central Terminal

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–14 ก.ย. 2563

SL Green Realty Corp. (NYSE: SLG) เจ้าของสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดในแมนฮัตตัน ร่วมกับ Hines และ National Pension Service of Kore ซึ่งเป็นหุ่นส่วน ได้เปิดตัว One Vanderbilt Avenue ซึ่งเป็นอาคารสูงเสียดฟ้าใจกลางย่าน East Midtown ในวันนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ขนส่ง ผู้นำแรงงาน ผู้เช่าอาคารและทีมพัฒนา  มาร่วมเข้าร่วมในพิธีตัดริบบิ้นกับผู้นำ SL Green เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวไอคอนใหม่ล่าสุดของนครนิวยอร์กอย่างเป็นทางการ โดยอาคารดังกล่าวได้รับใบรับรองให้ตั้งอยู่ที่นั่น หรือ Temporary Certificate of Occupancy อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200914005672/en/

Standing 1,401 feet tall and totaling 1.7 million square feet, One Vanderbilt offers an unparalleled package of amenities, innovative office design, technology offerings, best-in-class sustainability practices and a prime location at the doorstep of Grand Central Terminal. The iconic tower is the tallest office tower in Midtown Manhattan. (Photo: Business Wire)

อาคาร One Vanderbilt ซึ่งมีความสูง 1,401 ฟุตและมีพื้นที่รวม 1.7 ล้านตารางฟุต นำเสนอแพ็คเกจสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่มีใครเทียบได้ ที่มาพร้อมกับการออกแบบสำนักงานระดับนวัตกรรม การนำเสนอเทคโนโลยี แนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนที่ดีที่สุด และตั้งอยู่ในทำเลที่ดีเยี่ยม ซึ่งอยู่ติดกับสถานีรถไฟ Grand Central Terminal ทั้งนี้หอคอยระดับไอคอนแห่งนี้จะเป็นอาคารสำนักงานที่สูงที่สุดในมิดทาวน์แมนฮัตตัน (ภาพ: Business Wire)

ที่ความสูง 1,401 ฟุต One Vanderbilt กลายเป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของบริษัทต่าง ๆ ทั้งด้านการเงิน การธนาคาร กฎหมาย และอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของโลกหลายแห่ง และมีผู้เช่าประมาณ 70% โดยตึกระฟ้าขนาด 1.7 ล้านตารางฟุตนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหนือชั้น การออกแบบสำนักงานระดับนวัตกรรม การนำเสนอเทคโนโลยี แนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนที่ดีที่สุด และทำเลที่ตั้งที่ดีเยี่ยมที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Grand Central Terminal มาก ๆ

“วันนี้เราภูมิใจที่ได้เปิด One Vanderbilt Avenue อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการเพิ่มอนุสาวรีย์แห่งใหม่ให้กับวิวตึกระฟ้าของแมนฮัตตันที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งมีส่วนช่วยในการฟื้นฟู East Midtown และเป็นการย้ำเจตนารมณ์ในการกำหนดอนาคตที่สดใสสำหรับเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” Marc Holliday ประธานและซีอีโอ ของ SL Green กล่าว “One Vanderbilt มีทำเลที่ดีที่สุดในแมนฮัตตัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทชั้นนำระดับโลกและเป็นที่ตั้งของพื้นที่และมุมมองที่น่าทึ่งที่สุดในนิวยอร์กซิตี้ ทั้งนี้ One Vanderbilt ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับมหานครนิวยอร์ก และวันนี้เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะส่งมอบการโครงการพัฒนาปรับปรุงสาธารณะเป็นชุด ๆ ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากเอกชนทั้งบริเวณในและรอบ ๆ Grand Central Terminal ให้กับชาวนิวยอร์ก”

ความร่วมมือภาครัฐและเอกชน

One Vanderbilt แสดงให้เห็นถึงโมเดลใหม่สำหรับวิธีที่ภาคเอกชนและรัฐบาลสามารถทำงานร่วมกันเพื่อส่งมอบผลประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่สำคัญซึ่งสร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง City of New York และ Metropolitan Transportation Authority ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างประวัติศาสตร์ของย่าน East Midtown

วันนี้ SL Green เปิดตัวแพคเกจพื้นที่สาธารณะแบบเปิดมูลค่า 220 ล้านดอลลาร์และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งซึ่งจะช่วยบรรเทาความแออัดยัดเยียดบนชานชาลารถไฟใต้ดิน เพิ่มการไหลเวียนของผู้โดยสารในและรอบ ๆ อาคารผู้โดยสาร และสร้างทางเดินใหม่ที่ตรงไปยังทางรถไฟที่ไปสู่ภูมิภาค

การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงห้องโถงขนส่งสาธารณะแห่งใหม่ขนาด 4,000 ตารางฟุตภายในอาคาร โดยให้การเชื่อมต่อที่ดีขึ้นไปยังรถไฟ Metro-North รถไฟไปยังไทม์สแควร์และสถานี Long Island Rail Road ในอนาคตซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ East Side Access  โดยพื้นที่ติดกับห้องโถงขนส่งเป็นลานสำหรับคนเดินแห่งใหม่ขนาด 14,000 ตารางฟุต บนถนน Vanderbilt ระหว่างถนนสาย 42 และ 43 ตะวันออก

SL Green ยังได้สร้างทางเข้ารถไฟใต้ดินระดับถนนใหม่อีก 2 ทางและเปิดทางเชื่อม Mobil Passageway อีกครั้ง ซึ่งสามารถเชื่อมต่อสถานีแกรนด์เซ็นทรัลกับทางเข้าใหม่ที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ของถนนหมายเลข 42 และ Lexington Avenue สถานการณ์ความคับคั่งของผู้โดยสารภายในสถานีรถไฟใต้ดิน Grand Central ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นเป็นอย่างมาก โดยมีพื้นที่หมุนเวียนบนชั้นลอยเพิ่มขึ้น 37% มีบันไดใหม่ระหว่างชั้นลอยและชานชาลาของรถไฟใต้ดินเส้น 4, 5, 6 และ 7 เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึงลิฟต์ ADA หนึ่งตัวตัวใหม่ พร้อมบันไดเลื่อนและลิฟต์ใหม่อีกมากมาย ร่วมกับประตูหมุนและประตูเพิ่มเติมและบันไดที่เชื่อมไปยังไทม์สแควร์ การปรับเปลี่ยนเหล่านี้จะช่วยบรรเทาความแออัดบนชานชาลาส่งผลให้มีรถไฟผ่านสถานีเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งลำต่อชั่วโมง

การปรับปรุงระบบขนส่งของ SL Green ที่สถานี Grand Central Terminal ช่วยเสริมโครงการโครงการเชื่อมถนนหมายเลข 42  ของ MTA Construction & Development เมื่อโครงการเชื่อมถนนหมายเลข 42 เสร็จสิ้นแล้ว มันจะเชื่อมต่อกับทางเดินขนส่งใต้ถนนหมายเลข 42 อย่างราบรื่นยิ่งขึ้นเพื่อให้ทรานสเฟอร์ง่ายขึ้น ลดเวลาในการเดินทางโดยรวมสำหรับลูกค้า และขยายการเข้าถึงระบบสำหรับลูกค้าที่มีความทุพพลภาพ ใช้รถไฟสาย 42 St ได้ จากสถิติคนเดินผ่านทางเดิน 42 St มากกว่า 1.1 ล้านทุกวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าจำนวนผู้โดยสารของระบบรถไฟใต้ดินและรถประจำทางทั้งหมดของบอสตันในหนึ่งวัน

“ ในขณะที่เราสร้างเมืองที่เป็นธรรมมากขึ้นและดีขึ้น เราจำเป็นต้องมีโครงการพัฒนาที่คำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ อย่างรอบคอบ อย่างเช่น One Vanderbilt มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม” นายกเทศมนตรี de Blasio กล่าว “ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเช่นนี้จะช่วยให้เมืองนิวยอร์กกลับมาแข็งแกร่งและช่วยฟื้นฟูศูนย์กลางธุรกิจหลัก ๆ อย่าง Midtown East  ผมภูมิใจที่ได้ยืนหยัดร่วมกับพันธมิตรของเราในแวดวงธุรกิจในวันนี้ และหวังว่าจะได้ร่วมงานกับพวกเขาในโครงการที่กล้าหาญและทะเยอทะยานอื่น ๆ ในอนาคตอีก”

“ ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะเจาะกว่าครั้งไหน ๆ ที่เราต้องแสดงให้เพื่อนชาวนิวยอร์กเห็นว่าเรายังคงสามารถบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในเมืองนี้ได้ การสร้าง One Vaderbilt จนเสร็จสิ้นและการเปิด One Vanderbilt เป็นหนึ่งในสิ่งเหล่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ สำหรับผู้ที่ทำงาน ผู้ใช้ชีวิตและ ผู้เดินทางผ่านย่านแกรนด์เซ็นทรัล พวกเขาจะเห็นผลกระทบที่ดีขึ้นในทันทีต่อคุณภาพชีวิตของพวกเขาผ่านผลประโยชน์สาธารณะที่เราสร้างให้พวกเขาได้” Gale A. Brewer ประธานเขต Manhattan Borough กล่าว “ เริ่มตั้งแต่การอัพเกรดระบบขนส่งสาธารณะบนชานชาลารถไฟใต้ดิน การเชื่อมต่อโดยตรงไปยังสายภูมิภาค และลานสาธารณะแห่งใหม่นอกแกรนด์เซ็นทรัล สิ่งเหล่านี้เป็นการปรับปรุงที่สำคัญซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนนี้ในอีกหลายปีข้างหน้า ฉันอยากขอบคุณ SL Green สำหรับการเป็นพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมและการดำเนินการฟื้นฟู East Midtown อย่างต่อเนื่องให้เป็นย่านธุรกิจชั้นนำแห่งหนึ่งของโลก”

“ การปรับโฉม East Midtown เป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการปรับปรุง Midtown ให้ทันสมัยในขณะที่เชื่อมต่อการเติบโตใหม่ ๆ กับระบบขนส่งสาธารณะและพื้นที่เปิดโล่ง (open space)” Keith Powers สมาชิกสภากล่าว “ วันนี้ One Vanderbilt เป็นโครงการสำคัญโครงการแรกที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เราทุกคนสามารถตั้งคารอคอยภาพชาวนิวยอร์กที่จะได้ใช้รถไฟใต้ดินที่อัพเกรดใหม่และพื้นที่สาธารณะรอบ ๆ แกรนด์เซ็นทรัลในอนาคต เอาไว้ได้เลย”

“แกรนด์เซ็นทรัลเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟใต้ดินที่พลุกพล่านที่สุดในนิวยอร์กและในโลก ความจุทางเข้าและขาออกที่ถูกเพิ่มเติมจากการอัพเกรดที่ล้ำสมัยเหล่านี้จะทำให้คนเดินในสถานีนำได้ง่ายขึ้นและปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า” Janno Lieber ประธานฝ่ายการก่อสร้างและพัฒนา MTA กล่าว “ โครงการนี้ยังแสดงให้เห็นว่าองค์กร MTA C&D แห่งใหม่ใช้ประโยชน์จากการลงทุนส่วนตัวเพื่อส่งมอบโครงการได้เร็วขึ้น ดีขึ้นและถูกลงได้อย่างไร One Vanderbilt เป็นหลักฐานยืนยันการฟื้นคืนชีพของ East Midtown และการบรรลุโครงการ East Side Accessในปี 2565 จะทำให้สถานะของเขตนี้แข็งแกร่งขึ้นถึงขีดสุด "

สำนักงานใหญ่ของบริษัทชั้นนำต่าง ๆ ด้านการธนาคาร การเงินและกฎหมายระดับโลก

บัญชีรายชื่อผู้เช่าที่แข็งแกร่งของตึกเต็มไปด้วยบริษัทการเงิน การธนาคารกฎหมายและอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ซึ่ง One Vanderbilt มีผู้เช่าเกือบ 70% แล้ว ผู้เช่าของอาคารรวมถึง TD Securities บริษัท ด้านการธนาคารและการลงทุนชั้นนำที่ให้บริการผลิตภัณฑ์และบริการด้านตลาดทุนที่หลากหลายและ TD Bank,  America's Most Convenient Bank ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา บริษัท The Carlyle Group, KPS Capital Partners, Oak Hill Advisors, InTandem Capital, SageWind Capital และ Sentinel Capital Partners ซึ่งเป็นสำนักงานกฎหมายที่มีชื่อเสียง Greenberg Traurig and McDermott Will & Emery, DZ Bank บริษัทการเงินระดับโลกของเยอรมัน, MFA Financial Inc. ทรัสต์และบริษัทมหาชนเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์  และ SL Green Realty Corp.

“ในฐานะผู้เช่ารายใหญ่ที่สุด โครงการ  One Vanderbilt ของ TD เป็นภาพสะท้อนของการเติบโตและความมุ่งมั่นของเราที่มีต่อนิวยอร์กซิตี้” Greg Braca ประธานและซีอีโอของ TD Bank, America’s Most Convenient Bank กล่าว “ ความปรารถนาของเราที่จะรวมหลายหน่วยงานเอาไว้ในอาคารที่โดดเด่นเพียงแห่งเดียวทำให้เกิดวิทยาเขตที่มีความก้าวหน้าสำหรับลูกค้า สำหรับเพื่อนร่วมงาน และชุมชนของเรา One Vanderbilt จะเป็นที่ตั้งของหน่วยธุรกิจหลายรายรวมถึง TD Securities และ TD Bank, America’s Most Convenient Bank ซึ่งจะมีหน้าร้าน TD ที่ชั้นล่างสำหรับลูกค้าของเราที่อาศัยหรือทำงานที่นี่ หรือที่แวะมาที่นิวยอร์ก”

ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์

Kohn Pedersen Fox (KPF) Associates เป็นผู้รับผิดชอบการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ One Vanderbilt ซึ่งประกอบด้วยเครื่องบินสี่ลำที่เชื่อมต่อกันและลำเรียวเล็กไปที่ด้านบนหมุนวนไปบนท้องฟ้า ที่ฐานของตึก การตัดมุมทางด้านทิศใต้ของบล็อกแสดงให้เห็นภาพของสถานี Grand Central Terminal เป็นทอด ๆ เผยให้เห็นมุมบัวอันงดงามของสถานี Granf Terminal ซึ่งเป็นมุมมองที่ถูกบดบังมาเกือบศตวรรษ กำบังหน้าที่ทำจากดินเผาของตึกซึ่งรวมเอากระเบื้องเพดานที่แตกต่างกันแบบเดียวกับที่พบทั่วไปใน Grand Central Terminal ทำให้โครงสร้างที่สูงตระหง่านดูมีพื้นผิวที่ส่องสว่างเป็นธรรมชาติ ทาง American Institute of Architects (AIA) ยังต้องยกย่อง One Vanderbilt และ KPF ด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ 2018 AIANY Merit Award สาขาการออกแบบเมือง

"อาคาร One Vanderbilt เป็นการย้อนตำนานยุคทองของสถาปัตยกรรมตึกสูงในนิวยอร์ก" James von Klemperer ประธาน KPF และอาจารย์ใหญ่ด้านการออกแบบของ KPF กล่าว"ในฐานะที่เป็นหอคอยรูปทรงสี่เหลี่ยมเรียวแหลม ด้านบนที่โดดเด่นของตึกเด่นเสมออาคาร Empire State และ Chrysler เมื่อมองไปที่วิวของตึกระฟ้า ในขณะเดียวกันการออกแบบตึกนี้ก็ช่วยเพิ่มความเชื่อมโยงด้านจุดประสงค์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม อาคารใหม่เชื่อมต่อทั้งเชิงพื้นที่และเชิงโครงการกับสถานี Grand Central Terminal เราดีใจมากที่สามารถออกแบบตึกระฟ้าเชิงพาณิชย์ที่รองรับวาระสำคัญของการสร้างความยั่งยืนและเพิ่มคุณค่าให้กับพื้นที่สาธารณะในปัจจุบัน โดยรวมแล้วโครงการได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ East Midtown ทำให้ขึ้นมาเป็นผู้นำในการฟื้นฟูย่านธุรกิจเก่าแก่ของแมนฮัตตันต่อไป”

นวัตกรรมด้านสุขภาพและความยั่งยืน

ในฐานะผู้นำระดับโลกในโครงการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล SL Green ได้ลงทุนเป็นจำนวนมูลค่า 17 ล้านดอลลาร์ในการสร้างคุณสมบัติด้านความยั่งยืนที่ One Vanderbilt เพื่อให้มั่นใจว่าตึกแห่งนี้จะรักษารอยเท้าคาร์บอน (carbon footprints) ให้อยู่ในกลุ่มที่ต่ำที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาอาคารที่มีขนาดใกล้เคียงกันในนิวยอร์กซิตี้ ตึกแห่งนี้สร้างขึ้นโดยใช้เหล็กเส้นที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล 90% ซึ่งอาศัยเทคโนโลยีล้ำสมัยซึ่งรวมถึงระบบผลิตโคเจนเนอเรชั่น 1.2 เมกะวัตต์และระบบรวบรวมน้ำฝน 90,000 แกลลอนและมีการควบคุมฉนวนกันความร้อนสำหรับการทำความร้อนและการระบายความร้อนผ่านกระจกที่มีประสิทธิภาพสูง เห็นได้ชัดว่าการดำเนินงานของ One Vanderbilt จะนำไปสู่การได้รับการการันตีด้านสิ่งแวดล้อมหลายประการ ซึ่งรวมถึงการรับรอง LEED และ WELL ระดับสูงสุด

One Vanderbilt จะรวมโครงการริเริ่ม“ SL Green Forward” ซึ่งส่งเสริมความปลอดภัย ความสะอาด และสุขลักษณะที่ดีสำหรับผู้เช่าในระดับสูง One Vanderbilt จะมีแอปพลิเคชั่นแบบสแตนด์อโลนอันเดียวที่มีการควบคุมการเข้าถึงสำหรับผู้เช่า การจัดการผู้เยี่ยมชม และการเรียกลิฟต์ ช่วยให้ผู้เช่าและแขกสามารถเคลื่อนตัวและได้รับประสบการณ์ที่ลื่นไหลเริ่มตั้งแต่จากประตูหมุนไปจนถึงลิฟต์ อาคารจะนำเสนอการควบคุมทางวิศวกรรมเช่นการกรอง MERV-16 และการเพิ่มอากาศจากภายนอกเข้าไปข้างใน นอกจากนี้ SL Green ได้ใช้ Silent Sentinel ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพความร้อนที่มีความสามารถในการอ่านคนเป็นจำนวน 100 คนต่อนาทีเพื่อป้องกันการรอคิวนาน

สร้างโดยคนนิวยอร์กเพื่อคนนิวยอร์ก

One Vanderbilt ถูกสร้างขึ้นเสร็จก่อนกำหนดและใช้งบประมาณน้อยกว่าที่คาดโดยทีมสหภาพแรงงานเต็มรูปแบบ ภายใต้การนำของผู้จัดการฝ่ายก่อสร้างจาก AECOM Tishman ซึ่งรวมคนงานมากกว่า 3,000 คนในช่วงเกือบสี่ปี ในช่วงที่มีกิจกรรมสูงสุดจะมีคนงานมากกว่า 1,400 คนอยู่ในสถานที่ทุกวันเพื่อทำให้โครงการเสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้โครงการได้ว่าจ้างผู้รับเหมาช่วงเกือบห้าสิบราย ตึกอันเป็นเอกลักษณ์แห่งนี้ประกอบไปด้วยเหล็กที่ผลิตและประดิษฐ์จากสหรัฐมากกว่าสองหมื่นหกพันตันและคอนกรีตเจ็ดหมื่นสี่พันลูกบาศก์หลา

ความมุ่งมั่นต่อสหภาพแรงงานที่ One Vanderbilt จะดำเนินต่อไปผ่านการดำเนินงานของอาคาร เมื่อมีการดำเนินงานเต็มอัตรา One Vanderbilt จะประกอบด้วยพนักงานสหภาพเกือบ 150 คนจาก  32BJ SEIU, Local 94 และ NUSOG เป็นตัวแทนอยู่ในกลุ่ม

“เนื่องจากความร่วมมือระหว่าง SL Green และ 32BJ ที่ One Vanderbilt ชนชั้นแรงงานชาวนิวยอร์กจะได้รับประโยชน์จากงานใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพสูงในเวลาที่พวกเขาต้องการงานมาก ๆ” Kyle Bragg ประธานของ 32BJ SEIU กล่าว “ ท่ามกลางการแพร่ระบาด โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงวิธีที่การพัฒนาใหม่ ๆ สามารถเปิดโอกาสในการสร้างพนักงานบริการ และเสริมสร้างครอบครัวและชุมชนได้”

One Vanderbilt เป็นหนึ่งใบเป็นสัญลักษณ์ของคุณค่าที่เป็นลักษณะพิเศษของ Gerald Hines และนี่ถือเป็นการสานต่อชื่อเสียงของเขาในการจับคู่หุ้นส่วนที่ดีที่สุดในด้านต่าง ๆ และโครงการที่โดดเด่น การออกแบบที่โดดเด่นถือเป็นการให้เกียรติแก่ประเพณีการสร้างตึกระฟ้าที่มีการพัฒนาอยู่เสมอในเมืองนิวยอร์ก” Tommy Craig กรรมการผู้จัดการอาวุโสของ Hines กล่าว “ การดำเนินการที่ไร้ที่ติ ถึงแม้จะมีความท้าทายมากมายในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและการทำงานอย่างหนักของทีมงานโครงการทั้งหมดและความแข็งแกร่งของความร่วมมือระหว่าง SL Green และ Hines”

“ เราอยากขอบคุณ SL Green สำหรับวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำของพวกเขาและสำหรับการให้เราเข้าร่วมในโครงการที่ยอดเยี่ยมนี้” Jay Badame ประธาน AECOM Tishman กล่าว “ อาคารหลังนี้เป็นมากกว่าสัญลักษณ์ของการฟื้นคืนชีพของมิดทาวน์อีสต์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอดทนของนิวยอร์กและเป็นการสรรเสริญการค้า ของหลายพันคนที่เป็นผู้สร้างและนำความสำเร็จมาสู่ในเมืองนี้ เราเคยสร้างไอคอนในนิวยอร์กมาก่อน เราทำให้เกิดขึ้นที่นี่ได้แล้ว และเรารู้ว่าเราจะทำมันได้อีกครั้ง "

สิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่มีใครเทียบได้ ได้แก่ ร้านอาหารโดย Daniel Boulud และ Observation Deck

ในไตรมาสแรกของปี 2564 Daniel Boulud เชฟชื่อดังระดับโลกจะเปิดร้านอาหารที่ One Vanderbilt ชื่อ 'Le Pavillon'  โดย Le Pavillon จะมีพื้นที่ 11,000 ตารางฟุตโดยมีเพดานสูง 60 ฟุตตั้งอยู่ที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ของชั้นสอง หันหน้าไปทางแกรนด์เซ็นทรัลพร้อมทิวทัศน์อันโดดเด่นของตึกไครสเลอร์

“ผมรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าที่ได้มีโอกาสทำ Le Pavillon ที่ One Vanderbilt  เรากำลังทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อสร้างโอเอซิสแห่งการรับประทานอาหารในใจกลางมิดทาวน์ที่ทุกคนสามารถเพลิดเพลินได้ เมนูของเราจะเน้นไปที่อาหารทะเลและผักที่มีอิทธิพลในท้องถิ่นและตามฤดูกาล โดย Le Pavillon ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมและธรรมชาติ พร้อม ๆ ไปกับการเฉลิมฉลองเสน่ห์ทั้งหมดของมหานครนิวยอร์ก” เชฟ Daniel Boulud กล่าว

ผู้เช่าอาคารทั้งหมดจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงแพ็คเกจสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่มีใครเทียบได้ในอาคารสำนักงานในนิวยอร์กซิตี้ ซึ่งรวมถึงชั้นสิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษและเฉพาะสำหรับผู้เช่าขนาด 30,000 ตารางฟุตพร้อมพื้นที่ประชุมขนาดใหญ่ คลับเลานจ์ บริการอาหารที่ได้รับการคัดสรรพิเศษ และระเบียงกลางแจ้งสุดพิเศษที่หันหน้าไปทางแกรนด์เซ็นทรัล พื้นสำนักงานมีความสูงจากพื้นจรดเพดานตั้งแต่ 14.5 ฟุตถึง 24 ฟุต ห้องที่ไร้เสามุมมอง 360 องศาที่สวยงามผ่านหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน และโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุด นอกจากนี้ One Vanderbilt จะมีหอดูดาวซึ่งจะเป็นดาดฟ้ากลางแจ้งที่สูงเป็นอันดับสองในนิวยอร์กซิตี้

Twenty Years in the Making

การเดินทางของ One Vanderbilt เริ่มขึ้นในปี 2544 เมื่อ SL Green ซื้อกิจการ ที่ 317 เมดิสันอเวนิว ซึ่งเป็นอาคารแรกในสี่หลังที่เคยตั้งอยู่บนพื้นที่นี้ อสังหาริมทรัพย์อีกสองแห่ง ซึ่งได้แก่ 331 Madison Avenue และ 48 East 43rd Street  ได้ถูกซื้อมาในปี 2550 และอสังหาริมทรัพย์สุดท้าย ซึ่งได้แก่ 51 East 42nd Street ได้มาในปี 2554 แผนการเริ่มต้นสำหรับ One Vanderbilt ได้รับการประกาศในปี 2556 โดยเป็นส่วนหนึ่งของ แผนการเริ่มต้นของเมืองในการกำหนดเขต East Midtown ใหม่โดยมีแผนปรับปรุงในปี 2014 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Vanderbilt Corridor Rezoning ซึ่งมีมูลค่า 220 ล้านดอลลาร์ในการปรับปรุงอาณาจักรสาธารณะภายในและรอบ ๆ สถานี Grand Central Terminal One Vanderbilt  ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นเอกฉันท์จากสภาของเมืองในเดือนพฤษภาคม 2558 และการรื้อถอนเริ่มขึ้นในปลายปีนั้น การวางศิลาฤกษ์อย่างเป็นทางการสำหรับ One Vanderbilt เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2559  และในปี 2560 บริษัทร่วมทุนได้ถูกตั้งขึ้นกับ Hines และ National Pension Service of Korea

“นี่เป็นความท้าทายที่ซับซ้อนที่สุดที่เราเคยเผชิญโดยมีอุปสรรคด้านกฎระเบียบการเมือง กฎหมาย และวิศวกรรมมากมายนับไม่ถ้วนในทุกย่างก้าว มีหลายช่วงเวลาที่มันยากลำบาก แต่เนื่องจากความเชื่อของเราในเมืองนี้ เราจึงสู้ต่ออย่างไม่ลดละ” Andrew Mathias ประธาน SL Green Realty Corp. กล่าว

Food1st

Food1st เป็นมูลนิธิที่ไม่แสวงหากำไรซึ่งเริ่มต้นในเดือนเมษายนโดย SL Green ร่วมกับเชฟ Daniel Boulud เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนอาหารที่กำลังดำเนินอยู่ในนิวยอร์กซิตี้ที่ขยายวงกว้างขึ้นในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ภารกิจของ Food1st คือการช่วยเลี้ยงดูชาวนิวยอร์กและพนักงานบริการฉุกเฉินที่สามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างจำกัด โดยการร่วมมือกับผู้ให้บริการอาหารในลักษณะที่ช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมบริการอาหารของเมืองนิวยอร์กในช่วงเวลาที่คนงานต้องการอาหารมากที่สุด โดย Food1st ระดมทุนได้มากกว่า 3 ล้านดอลลาร์และให้บริการอาหารฟรีเกือบ 350,000 มื้อนับถึงปัจจุบัน

เพื่อเป็นเกียรติแก่การตัดริบบิ้น พันธมิตรของ One Vanderbilt ได้บริจาคเงิน 100,000 ดอลลาร์ให้กับมูลนิธิ Food1st สำหรับการจัดเตรียมและจัดส่งอาหารฟรี 15,000 มื้อ ซึ่งจะแจกจ่ายให้กับผู้ที่ต้องการในวันที่ 14 กันยายน โดย 2,000 ทื้ออาหารจะถูกส่งไปยังชุมชน South Bronx ซึ่งรวมถึงอาหาร 1,000 มื้อให้กับพนักงานระดับแนวหน้าที่โรงพยาบาลลินคอล์น

“ สำหรับชุมชนของผมในเซาท์บรองซ์การเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพและดีต่อสุขภาพเป็นปัญหาที่ยาวนาน ซึ่งโควิดทำให้มันแย่ลงมาก” สมาชิกสภา Rafael Salamanca Jr กล่าว“ เราขอขอบคุณพันธมิตร One Vanderbilt และทุกคนที่ Food1st สำหรับความมุ่งมั่นที่จะช่วยชาวนิวยอร์กทุกคนและเพื่อเตือนว่าเราแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยกัน”

หากต้องการดูฟุตเทจรูปภาพและวิดีโอของกิจกรรมในวันนั้นที่ One Vanderbilt กดที่นี่

เกี่ยวกับ SL Green

SL Green Realty Corp. ซึ่งเป็น บริษัท S&P 500 และเจ้าของสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดในแมนฮัตตันเป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรหรือ REIT ( real estate investment trust) ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การได้มา การจัดการและเพิ่มมูลค่าสูงสุดของอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในแมนฮัตตัน โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 SL Green มีผลประโยชน์ในอาคาร 96 แห่งรวม 41 ล้านตารางฟุต ซึ่งรวมถึงผลประโยชน์ในการเป็นเจ้าของในอาคารแมนฮัตตัน 28.7 ล้านตารางฟุตและ 11.2 ล้านตารางฟุตของหลักทรัพย์ค้ำประกันและการลงทุนในตราสารหนี้บุริมสิทธิ์

เกี่ยวกับ Hines

Hines เป็น บริษัท การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกของเอกชนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2500 โดยมีสำนักงานอยู่ใน 225 เมืองใน 25 ประเทศ Hines มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารประมาณ 144,100 ล้านดอลลาร์ซึ่งรวมถึง 75 ,500 ล้านดอลลาร์ที่ Hines ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการลงทุน ซึ่งรวมถึงสินทรัพย์ที่ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์และ 68,600 ล้านดอลลาร์ที่ Hines ให้บริการระดับอสังหาริมทรัพย์แบบบริษัทบุคคลที่สาม บริษัทมีโครงการการพัฒนา 165 แห่งที่กำลังดำเนินการอยู่ทั่วโลก ในอดีต Hines ได้พัฒนาปรับปรุงหรือได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ 1,426 แห่งซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 472 ล้านตารางฟุต พอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินและการจัดการสินทรัพย์ของ บริษัท ในปัจจุบันประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ 576 แห่งคิดเป็นพื้นที่กว่า 246 ล้านตารางฟุต ด้วยประสบการณ์อันยาวนานในการลงทุนในช่วงความเสี่ยงและอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทและความมุ่งมั่นในการบุกเบิกด้านความยั่งยืน Hines จึงเป็นหนึ่งในองค์กรอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก เยี่ยมชม www.hines.com สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้รวมถึงข้อความบางอย่างที่อาจถือได้ว่าเป็น“ ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า” ตามความหมายของกฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 2538 และมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครอบคลุมโดยข้อกำหนดการคุ้มครองความปลอดภัยดังกล่าว ข้อความทั้งหมดนอกเหนือจากข้อความที่แสดงถึงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ซึ่งรวมอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ซึ่งกล่าวถึงกิจกรรมเหตุการณ์หรือการพัฒนาที่เราคาดหวัง เชื่อ หรือคาดการณ์ว่าจะหรืออาจเกิดขึ้นในอนาคตเป็นเพียงข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้รับประกันถึงผลการดำเนินงานในอนาคตและเราขอเตือนว่าอย่าพึ่งพิงข้อความดังกล่าวมากเกินไป โดยทั่วไปข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าสามารถระบุได้ด้วยการใช้คำว่า“ อาจ”“ จะ”“ ควร”“ คาดหวัง”“ คาดการณ์”“ ประมาณ”“ เชื่อ”“ ตั้งใจ”“ ประมาณการณ์”“ ต่อไป” หรือคำนิเสธของคำเหล่านี้หรือคำอื่น ๆ ที่คล้ายกัน

ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าที่มีอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้อาจมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนหลายประการซึ่งหลายอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุมของเราซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ประสิทธิภาพหรือความสำเร็จที่แท้จริงของเราแตกต่างอย่างมากจากผลลัพธ์ในอนาคต ประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จที่แสดงออกหรือ คาดการณ์โดยนัยจากข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าที่จัดทำโดยเรา ปัจจัยและความเสี่ยงต่อธุรกิจของเราที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างไปจากที่มีอยู่ในข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าได้อธิบายไว้ในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนเหล่านี้รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19)

SLG – GEN

ที่มา: SL Green Realty Corp.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200914005672/en/

ติดต่อ:

Matt DiLiberto

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน

212.594.2700

Flowserve Corporation เสนอซื้อหุ้นกู้ 1.250% ครบกำหนดปี 2565

Logo

แดลลัส–(บิสิเนสไวร์)–14 ก.ย. 2563

Flowserve Corporation (NYSE: FLS) (“ผู้เสนอซื้อ”) ซึ่งเป็นผู้นำด้านบริการผลิตภัณฑ์และบริการการควบคุมการไหลของสารเหลว (flow control) สำหรับตลาดโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกประกาศข้อเสนอซื้อหุ้นกู้ 1.250% ที่ครบกำหนด 17 มีนาคม 2565 (“หุ้นกู้”) จากผู้ที่กำลังถือหุ้นกู้ (“ผู้ถือหุ้นกู้” และ “กลุ่มผู้ถือหุ้นกู้”)  ตามข้อกำหนดและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบันทึกข้อเสนอซื้อลงวันที่ 14 กันยายน 2563 (เนื่องจากอาจมีการเพิ่มเติมหรือแก้ไขเป็นครั้งคราว) (“บันทึกข้อตกลงการเสนอซื้อ”) รวมถึงหนังสือแจ้งการรับประกันการส่งมอบ (“หนังสือแจ้งการรับประกันการส่งมอบ”) รวมถึงการบรรลุ (หรือการสละสิทธิ์) ของเงื่อนไขฉบับใหม่ (ตามที่อธิบายไว้ในที่นี้) ผู้ทำคำเสนอซื้อได้เชิญผู้ถือหุ้นกู้ (โดยเป็นไปตาม “ข้อจำกัดการเสนอซื้อและจัดจำหน่าย” ในบันทึกข้อตกลงการเสนอซื้อ) เพื่อซื้อหุ้นกู้ในราคาซื้อ  เงื่อนไขที่เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ที่ใช้ในประกาศนี้แต่ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในที่นี้มีความหมายตามที่ระบุไว้ในบันทึกข้อเสนอซื้อ

สำเนาบันทึกข้อตกลงการเสนอซื้อและหนังสือแจ้งการรับประกันการส่งมอบมีแจกให้กับผู้ถือหุ้นกู้ในลิงค์ดังกล่าว: http://www.lucid-is.com/flowserve

ข้อเสนอจะหมดอายุในเวลา 17.00 น. (ตามเวลานิวยอร์ก) ในวันที่ 21 กันยายน 2020 (“วันหมดอายุ”) เว้นแต่จะขยาย เปิดใหม่ ถอดถอน หรือยุติตามดุลยพินิจของผู้เสนอซื้อ แต่เพียงผู้เดียว

คำอธิบายของหุ้นกู้

ISIN

รวมจำนวนเงินต้นที่ค้างชำระ

ราคาซื้อ(1)

จำนวนเงินที่เป็นไปตามข้อเสนอ

หุ้นกู้ 1.250% ครบกำหนดปี 2565

("หุ้นกู้")

XS1196536731

€500,000,000

€1,000

ใดๆ และทั้งหมด

_________

  1. แสดงถึงราคาซื้อต่อจำนวนเงินต้นของหุ้นกู้ €1,000 (ราคาดังกล่าวคือ “ราคาซื้อ”)

เงื่อนไขการออกใหม่

นอกจากนี้ผู้ทำคำเสนอซื้อยังประกาศความตั้งใจเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 ที่จะออกหุ้นกู้อัตราคงที่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (“หุ้นกู้ใหม่”) การซื้อหุ้นกู้ใดๆ ของผู้เสนอซื้อตามข้อเสนอจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จของการเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เป็นที่พอใจของผู้เสนอซื้อตามดุลยพินิจของผู้ทำคำเสนอซื้อแต่เพียงผู้เดียวรวมถึง แต่ไม่ จำกัดเพียงจำนวนรายได้รวมที่ผู้เสนอซื้อได้รับจากการออกหุ้นกู้ใหม่นั้นเพียงพอที่จะใช้เป็นเงินทุนสำหรับการซื้อจำนวนเงินต้นรวมของหุ้นกู้ที่ได้รับการเสนอซื้ออย่างถูกต้องและที่ไม่ได้ถอนออกในหรือก่อนถึงกำหนดเวลาหมดอายุ (“เงื่อนไขการเสนอใหม่”) หรือการสละสิทธิ์ของเงื่อนไขฉบับใหม่ดังกล่าวขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เสนอซื้อแต่เพียงผู้เดียว

เหตุผลในการเสนอซื้อ

วัตถุประสงค์ของข้อเสนอ รวมถึงการออกหุ้นกู้ใหม่คือการจัดการหนี้โดยรวมของผู้เสนอซื้อและเพื่อขยายอายุหนี้ของผู้เสนอซื้อ (ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเงื่อนไขฉบับใหม่) .

รายละเอียดของข้อเสนอ

โดยขึ้นอยู่กับการกำหนดราคาขั้นต่ำของหุ้นกู้ ราคาที่ชำระต่อหุ้นกู้ €1,000 คือ € 1,000 (“ราคาซื้อ”) ในส่วนของหุ้นกู้ใดๆ ที่ได้ซื้อ ผู้เสนอซื้อจะจ่ายเป็นจำนวนเงินเท่ากับดอกเบี้ยที่ค้างชำระและรวมถึงวันที่จ่ายดอกเบี้ยก่อนวันที่ชำระทันทีไปจนถึงแต่ไม่รวมวันชำระหนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 23 กันยายน 2020 (“วันชำระหนี้”)

หุ้นกู้ที่ซื้อคืนจะถูกยกเลิก หุ้นกู้ที่ไม่ได้เสนอราคาอย่างถูกต้องในหรือก่อนกำหนดวันหมดอายุและได้รับการยอมรับสำหรับการซื้อตามข้อเสนอจะยังคงค้างอยู่หลังจากวันที่ชำระหนี้

ตารางเวลาสำหรับการเสนอซื้อ

วันที่

การดำเนินการ

14 กันยายน 2563

เริ่มต้นของข้อเสนอซื้อ

ประกาศข้อเสนอซื้อ บันทึกข้อเสนอมีแจกจากตัวแทนการรับซื้อ

21 กันยายน 2563

17:00 น.

(ตามเวลานิวยอร์ก)

วันหมดอายุ/วันหมดเขตการถอน

วันหมดอายุสำหรับการรับซื้อโดยตัวแทนรับซื้อเพื่อให้ผู้ถือหุ้นกู้สามารถเข้าร่วมในข้อเสนอและมีสิทธิ์ได้รับราคาซื้อและการดอกเบี้ยค้างจ่ายในวันที่ชำระหนี้และ โดยหุ้นกู้จะถูกถอนออกโดยผู้ถือหุ้นกู้ เว้นแต่จะมีกำหนดเวลาในภายหลังตามกฎหมายที่บังคับใช้ (ตามที่ผู้เสนอซื้อจะพิจารณาตามดุลยพินิจที่สมเหตุสมผล)

ทันทีที่สามารถทำได้อย่างสมเหตุสมผล

ใน

วันที่ 22 กันยายน 2563 การ

ประกาศผลการเสนอซื้อ

ผู้เสนอซื้อจะประกาศ (i) ว่าเงื่อนไขของข้อเสนอใหม่เป็นที่พึงพอใจหรือไม่และ (ii) ตัดสินใจว่าจะรับซื้อหุ้นกู้ที่ถูกต้องตามข้อเสนอหรือไม่ (ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจหรือการสละสิทธิ์ตามดุลยพินิจของผู้เสนอซื้อสำหรับเงื่อนไขฉบับใหม่หากยังไม่เป็นที่พอใจ) รวมถึงวันชำระหนี้และผลของข้อเสนอตามวิธีการที่กำหนดไว้ในบันทึกข้อตกลงการเสนอซื้อภายใต้หัวข้อ “ข้อตกลงและเงื่อนไขการเสนอ-ประกาศ”

23 กันยายน 2563

17:00 น. (เวลานิวยอร์ก)

กำหนดส่งมอบหุ้นกู้ที่จัดส่งตามการรับประกันการส่งมอบ

หากผู้ถือหุ้นกู้รายใดต้องการที่จะเสนอขายหุ้นกู้ของตนแต่ยังไม่สามารถมอบใบรับรองหุ้นกู้ได้ทันที ผู้ถือหุ้นกู้ดังกล่าวจะต้องเสนอตามขั้นตอนการรับประกันการส่งมอบที่อธิบายไว้ในบันทึกข้อตกลงการเสนอซื้อภายใต้หัวข้อ“ขั้นตอนการเข้าร่วมในข้อเสนอ” (ซึ่งต้องมีการส่งมอบหนังสือแจ้งการรับประกันการส่งมอบอย่างถูกต้องและดำเนินการไปยังตัวแทนรับซื้อและตัวแทนข้อมูลก่อนวันหมดอายุ) และส่งบันทึกภายในเวลา 17:00 น. (ตามเวลานิวยอร์ก) ในวันที่ 23 กันยายน 2563

23 กันยายน 2563

วันที่คาดว่าจะชำระหนี้

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจหรือการสละสิทธิ์ (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เสนอซื้อแต่เพียงผู้เดียว) วันที่คาดว่าจะชำระหนี้  การชำระหนี้และการจ่ายดอกเบี้ยค้างจ่ายสำหรับข้อเสนอ

24 กันยายน 2563

วันที่คาดว่าจะรับประกันการส่งมอบ

โดยขึ้นอยู่กับความพึงพอใจหรือการสละสิทธิ์ (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เสนอซื้อแต่เพียงผู้เดียว) ของเงื่อนไขการออกใหม่ วันที่คาดว่าจะชำระหนี้ของหุ้นกู้ที่เสนอตามขั้นตอนการรับประกันการส่งมอบภายใต้หัวข้อ "ขั้นตอนการเข้าร่วมในข้อเสนอการยื่นสรุปสิ่งที่ต้องดำเนินการ – ขั้นตอนของหุ้นกู้โดยใช้หนังสือแจ้งการรับประกันการส่งมอบ"

เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น การประกาศที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอจะทำโดยการส่งหนังสือแจ้งไปยังระบบหักบัญชีเพื่อสื่อสารไปยังผู้เข้าร่วมโดยตรง นอกจากนี้ยังอาจมีการประกาศโดยการออกข่าวประชาสัมพันธ์ไปยังบริการประกาศข่าวสาร นอกจากนี้ยังสามารถขอรับสำเนาประกาศและข่าวประชาสัมพันธ์ทั้งหมดได้จากตัวแทนการรับซื้อ  อาจเกิดความล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อมีการส่งหนังสือแจ้งไปยังระบบหักบัญชีและขอให้ผู้ถือหุ้นกู้ติดต่อตัวแทนรับซื้อสำหรับประกาศที่เกี่ยวข้องในระหว่างการทำข้อเสนอ

ข้อกำหนดการเสนอขาย

การซื้อการเสนอซื้อหุ้นกู้โดยผู้เสนอซื้อเป็นไปตามข้อเสนอและสามารถทำได้โดยการส่งคำเสนอขายที่ถูกต้องเท่านั้น  ผู้เสนอซื้อไม่มีภาระผูกพันใดๆ ที่จะต้องยอมรับการซื้อหุ้นกู้ที่เสนอตามข้อเสนอ  การตอบรับคำเสนอขายโดยผู้เสนอซื้อตามข้อเสนอจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เสนอซื้อแต่เพียงผู้เดียวและผู้เสนอขายอาจถูกปฏิเสธโดยผู้เสนอซื้อไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม  ผู้เสนอซื้อขอสงวนสิทธิ์ตามดุลยพินิจของตนแต่เพียงผู้เดียวในการขยาย เปิดใหม่ ถอนหรือ ยุติข้อเสนอและแก้ไขหรือยกเว้นข้อกำหนดและเงื่อนไขใดๆ ของข้อเสนอเมื่อใดก็ได้หลังการประกาศข้อเสนอ รายละเอียดของการขยายเวลาการเปิดใหม่ การถอน การยกเลิก การแก้ไข หรือการสละสิทธิ์ดังกล่าวจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นกู้ทราบโดยเร็วที่สุดหลังจากการตัดสินใจดังกล่าว

ในการเสนอขายหุ้นกู้แก่ผู้เสนอซื้อ ผู้ถือหุ้นกู้ควรส่งมอบหรือให้มีการจัดส่งในนามของตนผ่านระบบหักบัญชีที่เกี่ยวข้องและเป็นไปตามข้อกำหนดของระบบหักบัญชีดังกล่าวซึ่งเป็นคำเสนอขายที่ถูกต้องที่ได้รับในแต่ละกรณีโดยตัวแทนรับซื้อภายในกำหนดเวลาหมดอายุ

จะต้องส่งคำเสนอขายตามจำนวนเงินต้นของหุ้นกู้ในจำนวนที่ไม่น้อยกว่ามูลค่าขั้นต่ำเป็น €100,000 และอาจส่งในรูปทวีคูณของ €1,000 หลังจากนั้น

ขอแนะนำให้ผู้ถือหุ้นกู้ตรวจสอบกับธนาคาร นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือตัวกลางอื่นๆ ที่พวกเขาถือหุ้นกู้ว่าตัวกลางดังกล่าวต้องการคำสั่งจากผู้ถือหุ้นกู้เมื่อไรจึงจะสามารถเข้าร่วมหรือถอนคำสั่งในการเข้าร่วมได้ก่อนกำหนดวันหมดอายุที่ระบุไว้ข้างต้น กำหนดวันหมดอายุที่กำหนดโดยตัวกลางดังกล่าวและแต่ละระบบหักบัญชีสำหรับการส่งและการถอนคำสั่งซื้อจะเร็วกว่ากำหนดเวลาที่เกี่ยวข้องที่ระบุไว้ข้างต้น

ขอแนะนำให้ผู้ถือหมายเหตุอ่านบันทึกข้อเสนอซื้ออย่างละเอียดเพื่อดูรายละเอียดทั้งหมดและข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนในการเข้าร่วมข้อเสนอ

BofA Securities, Inc. ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการตัวแทนจำหน่าย แต่เพียงผู้เดียว (“ผู้จัดการตัวแทนจำหน่าย”) สำหรับข้อเสนอและ Lucid Issuer Services Limited ทำหน้าที่เป็นตัวแทนจัดซื้อและให้ข้อมูล (“ตัวแทนรับซื้อและผู้ให้ข้อมูล”)

คำถามและคำร้องขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับข้อเสนออาจส่งไปที่ผู้จัดการตัวแทนจำหน่ายที่หมายเลข +44 207 996 5420, +1 (888) 292-0070 (โทรฟรีในสหรัฐอเมริกา), +1 (980) 387-3907 (เก็บจ่ายในสหรัฐอเมริกา ) หรือ DG.LM-EMEA@bofa.com

คำถามและคำร้องขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับการจัดส่งคำแนะนำในการประกวดราคาอาจถูกส่งไปยังตัวแทนรับซื้อและข้อมูลที่หมายเลข +44 20 7704 0880 หรือกระแสน้ำที่ @lucid-is.com

สำเนาบันทึกข้อตกลงการเสนอซื้อและหนังสือแจ้งการรับประกันการส่งมอบมีให้ผู้ถือหุ้นกู้ในลิงค์ต่อไปนี้: http://www.lucid-is.com/flowserve

คำแจ้งเตือน:

ประกาศนี้ไม่มีหรือเป็นการเสนอหรือการเชิญชวนให้ซื้อขายหรือสมัครสมาชิกกับหุ้นกู้ หู้นกู้ใหม่หรือหลักทรัพย์อื่นๆ ในสหรัฐอเมริกาหรือเขตอำนาจศาลอื่นใด ต้องอ่านประกาศนี้ควบคู่ไปกับบันทึกข้อเสนอซื้อ ประกาศนี้และบันทึกข้อเสนอซื้อมีข้อมูลสำคัญซึ่งควรอ่านอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆ หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเนื้อหาของประกาศนี้ ข้อเสนอ บันทึกข้อตกลงการเสนอซื้อ หรือการดำเนินการที่คุณควรกระทำ ให้คุณขอคำแนะนำทางการเงินและกฎหมายเอง รวมถึงคำแนะนำด้านภาษีที่เกี่ยวข้องกับผลทางภาษีทันทีจากนายหน้า ผู้จัดการธนาคาร ทนายความ นักบัญชี หรือที่ปรึกษาทางการเงินหรือกฎหมายอิสระอื่นๆ  บุคคลหรือ บริษัทใดๆ ที่ถือหุ้นกู้ในนามของนายหน้า ตัวแทนจำหน่าย ธนาคาร ผู้รับฝากทรัพย์สิน บริษัททรัสต์ หรือผู้เสนอชื่อหรือตัวกลางอื่นๆ จะต้องติดต่อหน่วยงานดังกล่าวหากต้องการเข้าร่วมในข้อเสนอ

ไม่มีผู้เสนอซื้อ ผู้จัดการตัวแทนจำหน่าย ผู้จัดซื้อ และตัวแทนข้อมูล หรือผู้ดูแลผลประโยชน์ภายใต้การกำกับดูแลหมายเหตุ (“ผู้ดูแลผลประโยชน์”) หรือกรรมการ เจ้าหน้าที่ พนักงาน ตัวแทนหรือ บริษัทในเครือใดๆ ที่เป็นตัวแทนหรือให้คำแนะนำใดๆ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนหรือผู้ให้คำแนะนำใดๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับประกาศนี้ บันทึกข้อเสนอซื้อ ข้อเสนอ หรือคำแนะนำใดๆ ว่าผู้ถือหุ้นกู้ควรซื้อหุ้นกู้ในข้อเสนอหรือสมัครรับหุ้นกู้ใหม่

ไม่มีผู้เสนอซื้อ ผู้จัดการ ตัวแทนจำหน่าย ผู้จัดซื้อ และตัวแทนข้อมูล ผู้ดูแลผลประโยชน์ หรือกรรมการเจ้าหน้าที่ พนักงาน ตัวแทน หรือบริษัทในเครือใดๆ ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสนอซื้อหุ้นกู้หรือหุ้นกู้ใหม่ที่มีอยู่ในประกาศนี้หรือในบันทึกข้อเสนอซื้อ  ไม่มีผู้จัดการ ตัวแทนจำหน่าย ผู้จัดซื้อ และตัวแทนข้อมูล ผู้ดูแลผลประโยชน์ หรือกรรมการเจ้าหน้าที่ พนักงานตัวแทน หรือบริษัทในเครือใดๆ ที่ทำหน้าที่แทนผู้ถือหุ้นกู้ใดๆ หรือจะรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นกู้ใดๆ ในการให้ความคุ้มครองใดๆ แก่ลูกค้าหรือเพื่อให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอ  ดังนั้นจึงไม่มีผู้จัดการ ตัวแทนจำหน่าย ผู้จัดซื้อ และตัวแทนข้อมูล ผู้ดูแลผลประโยชน์ หรือกรรมการเจ้าหน้าที่ พนักงาน ตัวแทนหรือบริษัท ในเครือของตนรับผิดชอบการที่ผู้เสนอซื้อมิได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสนอซื้อหรือหุ้นกู้ซึ่งมีสาระสำคัญในบริบทของข้อเสนอและที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ

ข้อจำกัดข้อเสนอและการจัดจำหน่าย

ประกาศนี้หรือบันทึกข้อเสนอซื้อไม่ถือเป็นการเชิญให้เข้าร่วมในข้อเสนอในเขตอำนาจศาลใดๆ หรือต่อบุคคลใด ที่การเชิญดังกล่าวผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง  การเผยแพร่ประกาศนี้และบันทึกข้อเสนอซื้อในบางเขตอำนาจศาลอาจถูกจำกัดโดยกฎหมาย  บุคคลที่มีประกาศนี้หรือบันทึกข้อตกลงในการเสนอซื้อแต่ละรายจะต้องรับทราบและปฏิบัติตามข้อจำกัดดังกล่าว

เกี่ยวกับ Flowserve: Flowserve Corp. เป็นหนึ่งในผู้นำบริการผลิตภัณฑ์และบริการการเคลื่อนที่ของสารเหลว  บริษัทดำเนินธุรกิจในกว่า 55 ประเทศโดยผลิตปั๊ม ซีล และวาล์วที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมและอุตสาหกรรมตลอดจนบริการจัดการการไหลที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Flowserve สามารถหาได้โดยการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.flowserve.com

แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า: ประกาศนี้มีข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า เช่น "อาจ" "ควร" "คาดหวัง" "สามารถ" "ตั้งใจ" "วางแผน" "คาดการณ์" "ประมาณการ" "เชื่อว่า" "พยากรณ์" "คาดเดา" หรือคำอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อระบุข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าซึ่งรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงการคาดการณ์รายได้ แถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจของเรา และคำแถลงความคาดหวัง ความเชื่อ แผนการณ์และกลยุทธ์ในอนาคต และการพัฒนาที่คาดการณ์ไว้เกี่ยวกับอุตสาหกรรม ธุรกิจ การดำเนินงาน และผลการดำเนินงานทางการเงินของเรา

แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าที่รวมอยู่ในการประกาศนี้มาจากการคาดการณ์ การประมาณการ และสมมติฐานในปัจจุบันของเรา  ข้อความเหล่านี้เป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ใช่การรับประกัน  ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าวอยู่ภายใต้ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนมากมายที่ยากจะคาดเดา  ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนเหล่านี้อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างอย่างมากจากที่คาดการณ์ไว้ในข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าวและรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงสิ่งต่อไปนี้: ข้อความที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาที่คาดหวัง เงื่อนไขสุดท้าย และความสมบูรณ์ของข้อเสนอ และข้อความที่คล้ายคลึงกันที่เกี่ยวข้องกับการคาดการณ์ล่วงหน้า  เหตุการณ์ในอนาคตและความคาดหวังซึ่งข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าทั้งหมดที่รวมอยู่ในประกาศนี้อ้างอิงจากข้อมูลที่มีให้เราในวันที่นี้และเราไม่มีภาระผูกพันในการปรับปรุงข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200914005559/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน:
Lars Rosene, Lars Rosene, Vice President, Corporate Communications & Public Affairs (รองประธานฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจการสาธารณะ) (972) 443-6644

นี่คือวิธีที่ทำให้ผมได้พบกับ Amanda

Logo

กรุงเทพฯ ประเทศไทย–(THAI BUSINESS NEWS ON BEHALF OF YOOUL)–15 กันยายน 2563

ผมได้พบกับ Amanda บนอินเทอร์เน็ต เธอเป็นหญิงสาวสวยที่สูงและเซ็กซี่จริง ๆ เธอเป็นผู้หญิงแบบที่ผมชอบเลย ผมหลงเสน่ห์เธอหลังจากได้เห็นรูปที่เธอโพสต์บนอินเทอร์เน็ต ดังนั้นผมจึงรวบรวมความกล้าที่จะคุยกับเธอ ผมดีใจมากที่เธอตอบผมทันที เธอแนะนำตัวเองว่าเป็นสาวเกาหลีและเป็นพยาบาล

หลังจากคุยกับเธอทางอินเทอร์เน็ตได้ไม่กี่สัปดาห์เราก็ตกลงคบกัน การคุยกับเธอทุกครั้งได้กลายมาเป็นแรงผลักดันในชีวิตประจำวันของผม ผมอยากบินไปหาเธอเมื่อผมพร้อมจะไปเกาหลี คุณคิดว่าอย่างไรบ้างล่ะ

อ้อลืมบอกไปว่าแอพนี้มีชื่อว่า Yooul มันเป็นแอพที่เก๋ไก๋ โดดเด่น และน่าตื่นเต้น ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนที่สนุกและที่น่าสนใจ

Yooul ช่วยให้คุณสามารถพูดคุยกับคนเยอรมันหรือคนเกาหลีได้โดยไม่ต้องมีนักแปล คุณสามารถสำรวจวัฒนธรรมของเมืองแห่งความรักอย่างปารีส หรือศึกษาประวัติศาสตร์ของกรุงโรมโดยไม่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินด้วยซ้ำ

คุณสามารถหาเพื่อนและสนทนากับผู้คนจากประเทศอื่น ๆ ซึ่งโดยปกติแล้วการไม่รู้ภาษาต่างประเทศ ทำให้คุณไม่สามารถแสดงความรู้สึกของคุณได้อย่างถูกต้อง แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะเรามีทางออกที่ยอดเยี่ยม การแปลภาษาในตัวแอพจะช่วยให้คุณสามารถแสดงความคิดและความรู้สึกของคุณผ่านคำพูดของคุณ และถ่ายทอดให้เพื่อนชาวต่างชาติของคุณเข้าใจเป็นภาษาแม่ของพวกเขา

Yooul เปลี่ยนเวลาว่างที่น่าเบื่อหน่ายให้กลับมาสนุกสนานมีชีวิตชีวา การแบ่งปันความคิดของคุณกับชุมชนทั่วโลกไม่เคยง่ายแบบนี้มาก่อน ไม่ว่าคุณจะต้องการแบ่งปันเรื่องราวอะไร ก็แค่โพสต์ตั้งกระทู้ด้วยภาษาของคุณเองเพียงเท่านั้น

Yooul ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณสามารถสนทนากับเพื่อนชาวต่างชาติด้วยภาษาแม่ของคุณเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณสามารถดูโพสต์และอ่านความคิดของพวกเขาในภาษาของคุณเอง เพียงแค่เลือกประเทศของคุณโดยคลิกเพียงครั้งเดียวจากนั้นโฮมเพจทั้งหมดจะถูกแปลเป็นภาษาแม่ของคุณ แสดงความคิดเห็นในโพสต์ที่น่าสนใจในภาษาแม่ของคุณแล้วเพื่อน ๆ ของคุณจะได้อ่านโพสต์นั้นในภาษาแม่ของพวกเขา ค้นหาเพื่อนใหม่จากประเทศที่คุณชอบได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

แหล่งที่มา: Yooul

Mary Kay เป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับเลือกในการจัดอันดับ Purpose Power Index™

Logo

การศึกษาโดย Reputation Institute และ StrawberryFrog นี้ จัดทำขึ้นเพื่อประเมินความเห็นและความรู้สึกของผู้บริโภคต่อจุดประสงค์ของแบรนด์

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–14 กันยายน 2563

Purpose Power Index™ ซึ่งเป็นการศึกษาวิธีคิดและความรู้สึกของผู้บริโภคต่อจุดประสงค์ของแบรนด์ที่จัดทำโดย Reputation Institute และ StrawberryFrog ได้ยกให้ Mary Kay เป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้ขับเคลื่อนด้วยเจตนารมณ์ที่ทรงอิทธิพลสูงสุดของประเทศ การศึกษานี้ได้ทำการรวบรวมคะแนนกว่า 17,500 คะแนนจากผู้ตอบแบบสอบถามที่ไม่ซ้ำกันกว่า 5,700 ราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นว่าบริษัทใดสามารถดำเนินธุรกิจตามพันธกิจของบริษัทได้มากที่สุดในสายตาของผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกา

“Mary Kay เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นอย่างมีเป้าหมายตั้งแต่แรกเริ่ม” Julia Simon ประธานเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมาย และประธานเจ้าหน้าที่ด้านความหลากหลายของ Mary Kay Inc กล่าว “นั่นเป็นเหตุผลที่ความตั้งใจของเราไม่เคยปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเสริมสร้างพลังให้กับผู้หญิงไปจนถึงเรื่องความยั่งยืนด้านการวิจัยเกี่ยวกับมะเร็งและการต่อสู้เพื่อยุติความรุนแรงทางเพศต่อเด็กผู้หญิงและสตรี งานวิจัยชิ้นนี้ได้แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคนี้ไม่ให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีเป้าหมายที่จะแสวงหาผลกำไรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ให้สำคัญกับเรื่องการดำเนินธุรกิจอย่างมีเป้าหมายด้วย”

ในการจัดอันดับ Purpose Power Index™ นั้น มีการนำปัจจัยหลายด้านมาพิจารณาเพื่อให้คะแนนกับบริษัทต่าง ๆ ทั้งเรื่องเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจที่มากกว่าการสร้างรายได้ การพัฒนาการใช้ชีวิตของผู้คนและชุมชนให้ดีขึ้น ความมุ่งมั่นต่อการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น และการสร้างประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวม

"แบรนด์ที่มีเจตนารมณ์แข็งแกร่งที่สุดคือแบรนด์ที่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามจุดประสงค์ในทุก ๆ ด้าน ทั้งในแง่ของการชดเชยพนักงานไปจนถึงการปฏิบัติตัวในสังคม ไม่เฉพาะแค่คำพูดเท่านั้น" Scott Goodson ซีอีโอแห่ง StrawberryFrog กล่าว "แบรนด์เหล่านี้ยังได้จุดประกายและมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวทางสังคมอีกด้วย"

นอกจาก Mary Kay แล้ว ยังมีแบรนด์อีก ๆ ที่มีรายชื่อในอันดับต้น ๆ ได้แก่ The North Face, Kellogg Company, Unilever, UPS, Etsy, Disney, Microsoft, IBM, Netflix, Canon, Chick-fil-A, Amazon และ Tesla

Kylie Wright-Ford ซีอีโอของ The RepTrak Company กล่าวว่า “บริษัทที่พูดและทำทุกอย่างอย่างมีเป้าหมายมักได้รับผลตอบแทนเป็นชื่อเสียงที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ประโยชน์จากการกำหนดเป้าหมายด้วยความเชื่อจะอยู่ในรูปของการสนับสนุนด้านพฤติกรรมที่เพิ่มขึ้นจากผู้ที่มีส่วนได้เสีย ทั้งในด้านความตั้งใจที่จะซื้อสินค้า ความตั้งใจที่จะทำงาน และแนวโน้มความต้องการที่จะลงทุน”

การได้รับการยกย่องจาก Purpose Power Index™ เป็นอีกหนึ่งเกียรติยศล่าสุดสำหรับ Mary Kay Inc. ภายใต้พันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และเมื่อไม่นานมานี้ David Holl ซีอีโอแห่ง Mary Kay ยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “10 ซีอีโอที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก” จาก RepTrak® โดย Reputation Institute โดย Mary Kay ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 100 สถานที่ทำงานที่ดีที่สุดของโลกประจำปี 2562 ในอันดับที่ 42 จาก Reputation Institute อีกด้วย

เกี่ยวกับ Mary Kay

คือหนึ่งในผู้ที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคที่มองไม่เห็น และก่อตั้งบริษัทความงามของตัวเองขึ้นเมื่อ 56 ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมาย 3 ข้อได้แก่ มอบโอกาสให้กับผู้หญิง ผลิตสินค้าที่เป็นที่ต้องการ และสร้างโลกให้น่าอยู่ ความฝันของเธอได้เบ่งบานขึ้นกลายเป็นบริษัทที่เติบโตทางการเงินมูลค่าหลายพันล้าน พร้อมพนักงานขายอิสระกว่าล้านคนใน 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังความงามและผลิตสินค้าบำรุงผิว เครื่องสำอาง อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและน้ำหอมมากมาย และยังทุ่มเทกับการช่วยให้ผู้หญิงและครอบครัวของพวกเขามีพลังด้วยการร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญและสนับสนุนกับการวิจัยด้านมะเร็ง ปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ชุมชนของเราสวยงาม และส่งเสริมให้เด็ก ๆ ทำตามความฝัน วิสัยทัศน์ดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ยังคงเปล่งประกายและพาเธอสู่ความสำเร็จไปทีละขั้น เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ MaryKay.com.

ดูเนื้อหาต้นฉบับ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200914005146/en/

ติดต่อ:

ฝ่ายสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.
marykay.com/newsroom
972.687.5332 or media@mkcorp.com

เตรียมพบกับทะเลสาบลากูนสำหรับนักท่องเที่ยว Crystal Lagoons® Public Access Lagoons™ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Logo

***สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ของ PAL™ เป็นธุรกิจแห่งอนาคตสำหรับนักลงทุน โดยได้รับความสนใจจากความสำเร็จของ PAL ในสหรัฐฯ เนื่องจากผลตอบแทนที่สูงและความปลอดภัยในระยะยาวเพราะเป็นทางเลือกที่ป้องกันความเสี่ยงจาก Covid และ Amazon

ไมอามี–(บิสิเนสไวร์)–15 ก.ย. 2563

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทนวัตกรรมด้านน้ำข้ามชาติของสหรัฐฯ Crystal Lagoons® มีโครงการทะเลสาบลากูน 45 โครงการในขั้นตอนต่างๆ โดยโครงการใน อินโดนีเซีย และ ไทย นั้นมีความโดดเด่นเป็นพิเศษเพราะเป็นพื้นที่แห่งแรกของภูมิภาคที่มีการดำเนินการลากูนสาธารณะ (Public Access Lagoon)

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200907005386/en/

Crystal Lagoons is in negotiations with investors in Southeast Asia, enticed by its previously unseen returns, long-term project safety and limited risk, as a Covid and Amazon-proof business alternative. (Photo: Business Wire) Crystal Lagoons อยู่ระหว่างการเจรจากับนักลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเล็งเห็นผลตอบแทนที่สูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน ความปลอดภัยในระยะยาวและความเสี่ยงที่จำกัดของโครงการ โดยเป็นทางเลือกทางธุรกิจที่ป้องกันความเสี่ยงจากโควิดและ Amazon (ภาพ: Business Wire)

ขณะนี้ บริษัทกำลังขยายงานด้วยการปฏิวัติลากูนสาธารณะ Public Access Lagoons™ หรือที่เรียกว่า PAL™ โดยเสนอข้อตกลงการออกใบอนุญาตหลักสำหรับ PAL จำนวนหนึ่ง  Crystal Lagoons อยู่ระหว่างการเจรจากับ นักลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเล็งเห็นผลตอบแทนที่สูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน ความปลอดภัยในระยะยาวและความเสี่ยงที่จำกัดของโครงการ โดยเป็นทางเลือกทางธุรกิจที่ป้องกันความเสี่ยงจากโควิดและ Amazon

ความสนใจใน PAL ซึ่งเป็นศูนย์รวมของศตวรรษที่ 21    ได้เพิ่มขึ้นตามความสำเร็จของพวกเขาในประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่มีความเจริญทางเทคโนโลยีมากที่สุดในโลก และในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในเท็กซัสและฟลอริด้าที่มีรายได้จากตั๋วรายวันเกิน $50,000 เหรียญสหรัฐ ผู้เข้าชม 1,200 รายและการจองตั๋วจนเต็ม

 ลากูนแบบ crystalline ที่ล้อมรอบด้วยหาดทรายสีขาวกลายเป็นสถานที่ที่สวยงามที่สุดในเมือง บริษัทนำเสนอรูปแบบการลงทุนที่มีโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้นหรือน้อย โดยกับตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุดรวมมีช่องว่างสำหรับโรดโชว์ งานเปิดตัว งานแต่งงาน คอนเสิร์ตในหลายรูปแบบเช่นชายหาด ระเบียง โดม เช่นเดียวกับข้อเสนอการร้านอาหาร การค้าปลีก และอัฒจันทร์

ตลาดอื่นๆ ที่ได้ลงนามในข้อตกลงหลักที่เกี่ยวข้องกับ PAL จำนวนมาก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา(16 PAL) เกาหลี (30 PAL) ปากีสถาน (15 PAL) และ อเมริกากลาง (18 PAL)

 “นักลงทุนมองเห็นว่าเป็นโครงการเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นให้เป็นปิรามิดการเงิน และแม้จะมีการลงทุนเริ่มต้นที่ต่ำ บริษัทก็สามารถสร้าง มูลค่าปัจจุบันที่สูงได้” Francisco Matte ผู้อำนวยการภูมิภาค Crystal Lagoons กล่าว

“อุตสาหกรรมโรงแรมระบุว่ามีโรงแรมที่มีชายหาดมีมูลค่าการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นถึง 200% เมื่อเทียบกับโรงแรมในอื่นๆ  นักลงทุนยืนยันว่าบนที่ดินที่มีมูลค่าต่ำนั้นโรงแรมที่มีชายหาดและองค์ประกอบของ PAL จะได้รับผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจมาก” เขากล่าวเสริม

ในประเทศกัมพูชาทางบริษัทอยู่ในการเจรจาต่อรองช่วงท้ายสำหรับ 12 ถึง 15 PAL ที่มีผู้พัฒนาจากประเทศภาษาอังกฤษใน  กรุงพนมเปญ บัตดัมบาง เสียมราฐ สีหนุวิลล์   นอกจากนี้ยังมีการเจรจาต่อรองในระดับภูมิภาค เช่นมาเลเซียและไทย

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200907005386/en/

ติตด่อ:

Francisco Matte
fmatte@crystal-lagoons.com


โตชิบาเปิดตัวโฟโต้รีเลย์ในแพ็คเกจใหม่สำหรับการติดตั้งรูปแบบความหนาแน่นสูง

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–14 ก.ย. 2563

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“ โตชิบา”) ได้เปิดตัวโฟโตรีเลย์สามรุ่น ได้แก่ TLP3480, TLP3481 และ TLP3482 ใน P-SON4 ซึ่งเป็นแพ็คเกจใหม่ที่มีพื้นที่ติดตั้งเล็กกว่าแพ็คเกจอย่างมาก  โดยเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200913005083/en/

Toshiba: a new package P-SON4 with a significantly smaller mounting area. (Photo: Business Wire)

Toshiba: แพ็คเกจใหม่ P-SON4 ที่มีพื้นที่ติดตั้งที่เล็กลงอย่างมาก (ภาพ: บิสิเนสไวร์)

โฟโตรีเลย์ใหม่ทั้งหมดมีพิกัดแรงดันไฟฟ้าของเทอร์มินัลเอาท์พุทแบบ OFF-state และระดับกระแสไฟ ON-state เทียบได้กับผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์แพ็คเกจ SOP โดยมีระดับตั้งแต่ 30V และ 4.5A ถึง 100V และ 2A

แพ็คเกจ P-SON4 ใหม่นี้เหมาะอย่างยิ่งกับการติดตั้งที่มีความหนาแน่นสูงเนื่องจากมีพื้นที่ติดตั้ง 7.2 มม.2 (typ.) โดยเล็กกว่าแพ็คเกจ 2.54SOP4 ประมาณ 74% และเล็กกว่าแพ็คเกจ 2.54SOP6 ถึง 84%  นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติต้างทาน ON-resistance ต่ำโดยใช้ชิป MOSFET ล่าสุดของโตชิบา[1]

TLP3480, TLP3481 และ TLP3482 มีการจัดอันดับกระแสไฟ ON-state-current สูงที่ 4.5A, 3A และ 2A โดยสามารถใช้กับอุปกรณ์วัดได้หลากหลาย

การใช้งาน

  • ตัวทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ (หน่วยความจำ, SoC, LSI ฯลฯ )
  • การ์ด probe card
  • บอร์ดอินเตอร์เฟส I/O

คุณสมบัติ

  • แพคเกจ P-SON4 ใหม่ขนาดเล็ก: 2.1 x 3.4mm (typ.), พื้นที่ติดตั้ง 7.2mm2 (typ.)
  • ระดับกระแส ON-state ใหญ่

TLP3480: ระดับแรงดันไฟฟ้าของเทอร์มินัลเอาท์พุทแบบ OFF-state: 30V, ระดับกระแสไฟฟ้าแบบ ON-state: 4.5A

TLP3481: ระดับแรงดันไฟฟ้าของเทอร์มินัลเอาท์พุทแบบ OFF-state: 60V, ระดับกระแสไฟฟ้าแบบ ON-state: 3A

TLP3482: ระดับแรงดันไฟฟ้าของเทอร์มินัลเอาท์พุทแบบ OFF-state: 100V, ระดับกระแสไฟฟ้าแบบ ON-state: 2A

ข้อมูลจำเพาะหลัก

(@Ta=25℃)

หมายเลขส่วน

TLP3480

TLP3481

TLP3482

สัมผัส

1-Form-A

แพคเกจ

P-SON4

ระดับสูงสุด

แรงดันขั้วเอาต์พุต OFF-state      

VOFF (V)

30

60

100

กระแส ON-state ION (A)

4.5

3

2

กระแส ON-state (pulse)

IONP (A)

10

9

6

กระแส Trigger LED  IFT max (mA)

3

ความต้านทาน ON-state RON max (mΩ)

50

100

200

กระแส OFF-state IOFF max (μA)

1

1

1

ความจุไฟฟ้าเอาท์พุท COFF typ. (pF)

450

250

170

แรงดันไฟฟ้าแยกตัว BVS นาที (Vrms)

500

เวลาเปิดเครื่อง  tON max (ms)

5

5

3

เวลาปิดเครื่อง tOFF max (ms)

1

ตรวจสอบตัวอย่างและความพร้อมสินค้า

Buy Online

Buy Online

Buy Online

หมายเหตุ:

[1] TLP3480, TLP3481 และ TLP3482 ถูกสร้างขึ้นด้วยกระบวนการ U-MOS ที่มีโครงสร้างร่องลึก

ติดตามลิงค์ด้านล่างสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่

TLP3480
https://toshiba.semicon-storage.com/info/lookup.jsp?pid=TLP3480

TLP3481
https://toshiba.semicon-storage.com/info/lookup.jsp?pid=TLP3481

TLP3482
https://toshiba.semicon-storage.com/info/lookup.jsp?pid=TLP3482

ติดตามลิงค์ด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็คเกจใหม่
https://videoclip.toshiba.semicon-storage.com/ap-en/detail/videos/semiconductor-products/video/6149438836001/introduction-of-new-toshiba-photorelay-p-son-package?autoStart=true

ติดตาม ลิงค์ด้านล่างสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์ออพติคอลของโตชิบา

โฟโต้รีเลย์ (MOSFET Output)
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/semiconductor/product/optoelectronics/photorelay-mosfet-output.html

หากต้องการตรวจสอบความพร้อมของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตัวแทนจำหน่ายออนไลน์โปรดไปที่:

TLP3480
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/semiconductor/where-to-buy/stockcheck.TLP3480.html

TLP3481
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/semiconductor/where-to-buy/stockcheck.TLP3481.html

TLP3482
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/semiconductor/where-to-buy/stockcheck.TLP3482.html

สำถามข้อมูลสำหรับลูกค้า:
ฝ่ายขายและการตลาดอุปกรณ์ออปโตอิเล็กทรอนิกส์
โทร: + 81-3-3457-3431
https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้น ๆ

*ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์เนื้อหาของบริการและข้อมูลการติดต่อเป็นปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ผสมผสานความกระตือรือร้นของบริษัทใหม่เข้ากับปัญญาจากประสบการณ์  นับตั้งแต่กลายเป็นบริษัทอิสระในเดือนกรกฎาคม 2569 บริษัทได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านอุปกรณ์ทั่วไปและนำเสนอโซลูชั่นที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจในเซมิคอนดักเตอร์แบบแยกระบบ LSI และ HDD

พนักงาน 24,000 คนทั่วโลกร่วมกันมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้สูงสุดและเน้นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อส่งเสริมการร่วมสร้างมูลค่าและตลาดใหม่  บริษัทมีความตื่นเต้นที่จะสร้างยอดขายต่อปีได้ทะลุ 750 พันล้านเยน (6.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และมีส่วนร่วมในอนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้คนทุกที่

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200913005083/en

สอบถามสำหรับสื่อ:
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
แผนกการตลาดดิจิทัล
Chiaki Nagasawa
โทร: +81-3-3457-4963
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

นูทานิคซ์เปิดตัว Kubernetes Platform-as-a-Service เพื่อการใช้งานกับมัลติคลาวด์

Logo

Karbon Platform Services มอบการบริหารจัดการที่ช่วยให้การใช้งานแอปพลิเคชั่นแบบ Container-Based บนคลาวด์ทุกประเภทเป็นไปอย่างรวดเร็ว 

กรุงเทพฯ 14 กันยายน 2563 – ณ งาน .NEXT ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 8-11 กันยายน 2563 –
นูทานิคซ์ (NASDAQ: NTNX) ผู้นำด้านเอ็นเตอร์ไพรซ์คลาวด์คอมพิวติ้งประกาศเปิดตัว Karbon Platform Services ซึ่งเป็นการให้บริการรูปแบบ Platform-as-a-Service (PaaS) เป็นแพลตฟอร์มมัลติคลาวด์ที่ทำงานกับ Kubernetes มาพร้อมระบบจัดการด้านความปลอดภัยอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้การพัฒนาและการใช้งานไมโครเซอร์วิสแอปพลิเคชั่นทำงานได้เร็วขึ้นไม่ว่าจะอยู่บนคลาวด์ประเภทใดก็ตาม ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้รับประสบการณ์จากบริการแบบครบวงจร (managed services)
ที่พร้อมใช้งาน ไม่ว่าจะใช้งานที่ on-premises บนพับลิคคลาวด์ และที่อุปกรณ์ปลายทาง (edge)
เพื่อสร้างและรันคลาวด์เนทีฟแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ รวมถึงสามารถแยกแอปพลิเคชั่นออกจากกันอย่างเป็นอิสระจากโครงสร้างพื้นฐานหลัก  นอกจากนี้ยังช่วยให้ทีมงานด้านไอที มีระบบบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลของแอปพลิเคชั่นและกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยที่ใช้งานง่ายและสอดคล้องกัน การเปิดตัวครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของนูทานิคซ์ที่มีต่อเป้าหมายในการขยายบริการและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้องค์กรทุกแห่งสามารถใช้งานคลาวด์เนทีฟได้เร็วขึ้น

imgองค์กรต่าง ๆ ที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องได้รับประโยชน์จากการเริ่มดำเนินการด้านดิจิทัล มักต้องใช้ความพยายามเพื่อให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ขององค์กรปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดออกมา และใช้กระบวนการ DevOps ที่คล่องตัว ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่องค์กรจำเป็นต้องทำให้เป็นจริง  Kubernetes ที่ทำงานควบคู่กับเทคโนโลยีคลาวด์เนทีฟต่าง ๆ มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วมาอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความยากในการนำไปใช้งานเพราะขาดทรัพยากรทางเทคนิคที่จำเป็นต้องขยายเพิ่มตามความยากนั้น ๆ นอกจากนี้ องค์กรต่าง ๆ ต้องได้รับประโยชน์จากการใช้งาน Kubernetes ทั้งที่อยู่ที่ on-premises และบนพับลิค คลาวด์ โดยยังคงความสามารถในการบริหารจัดการดาต้า แอปพลิเคชั่น ประสิทธิภาพและความไม่ยุ่งยากในการใช้ทรัพยากรด้านไอทีของตนไว้ได้

นายราจีฟ มิรานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของนูทานิคซ์ กล่าวว่า “ทรัพยากรไอทีเป็นกลไกที่ขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัล แต่เมื่อบริษัทต้องการขยาย ต้องใช้ไฮบริดคลาวด์ และต้องจัดการกับแอปพลิเคชั่นที่มีจำนวนมากขึ้น การรองรับความต้องการต่าง ๆ ทางวิศวกรรมอาจกลายเป็นความท้าทายด้านไอทีได้ เราตั้งเป้าให้ Karbon Platform Services ช่วยลดความซับซ้อนในการพัฒนาและจัดระเบียบการทำงานของแอปพลิเคชั่นให้สอดคล้องกัน ในขณะเดียวกัน ก็ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทีมไอทีและทีมพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อการสนับสนุนกลยุทธ์ DevOps ของลูกค้าของเรา”

คลาวด์เนทีฟ PaaS ใหม่นี้จะช่วยให้วิศวกรซอฟต์แวร์พัฒนาและจัดระเบียบการทำงานให้กับแอปพลิเคชั่นอย่างราบรื่นสอดคล้องกัน โดยไม่จำเป็นต้องจัดการกับโครงสร้างพื้นฐานหลัก  Karbon Platform Services สร้างอยู่บนระบบการจัดการไลฟ์ไซเคิลหลักของ Kubernetes ที่เริ่มเปิดตัวกับ Karbon ในลักษณะผสานเป็นส่วนหนึ่งของซอฟต์แวร์ HCI ของนูทานิคซ์  Karbon Platform Services เป็นระบบอัตโนมัติ มีระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและ multi-tenancy ที่โครงสร้างซอฟต์แวร์ชุดหนึ่งสามารถบริการผู้ใช้ได้หลายราย เพื่อใช้ในการรันไมโครเซอร์วิสแอปพลิเคชั่นได้หลากหลายบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์หลายประเภท

นายเดเมียน พาสกวิเนลลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของ Hardis Group กล่าวว่า “เรา
กำลังมองหาแพลตฟอร์ม PaaS หนึ่งเดียวที่สามารถโฮสต์ Reflex และ Vision Insights ของเราได้ทั้งที่ edge และบนไพรเวทคลาวด์ของเรา เพื่อใช้ประโยชน์จาก distributed architecture ของสภาพแวดล้อม ทั้งสอง และสนับสนุนการพัฒนาซอฟต์แวร์และการฝึกอบรมการใช้เครื่องจักรบนพับลิคคลาวด์  Karbon Platform Services มีบริการมากมายและมีทุกสิ่งที่เราต้องการจากโซลูชั่น PaaS ทั้งยังบริหารจัดการง่ายและสะดวกบนคลาวด์ทุกประเภท ซึ่งเป็นคุณสมบัติของนูทานิคซ์ที่เป็นที่รู้จักกันดี  การใช้ Karbon Platform Services ทำให้การพัฒนา Vision Insight และทีม DevOps ของเราสามารถเริ่มทำงานจากศูนย์จนสำเร็จเป็นตัวต้นแบบได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งในสี่จากที่เคยใช้มา  ลูกค้าที่ใช้งานซอฟต์แวร์นี้บน Karbon Platform Services ได้แก่ Schneider Electric ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับโลกด้านการจัดการพลังงาน และระบบอัตโนมัติ เป็นต้น

ประโยชน์หลักของ Karbon Platform Services

  • Managed Services ที่ครบครัน: PaaS ที่นำเสนอนี้ช่วยให้การพัฒนาและการใช้งานแอปพลิเคชั่นเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชั่นแบบ stateful containerized
    ที่เรียบง่ายไปจนถึง web-scale applications ที่ซับซ้อน โดยใช้ประโยชน์จากบริการแบบ
    open abstraction ที่หลากหลายและเรียบง่าย นอกจากนี้ Karbon Platform Services
    ยังประกอบด้วย managed Kubernetes (K8s-aaS), Containers-as-a-Service (CaaS), serverless Functions, AI, message bus, ingress, service mesh, ความสามารถในการสังเกตเพื่อประเมินสถานการณ์ (observability) และบริการด้านการรักษาความปลอดภัย
  • การทำงานลักษณะ SaaS บนมัลติคลาวด์: ทีมปฏิบัติการจะได้รับประโยชน์จากการทำงานที่เรียบง่ายและ uniform application ข้อมูล และการบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลด้านความปลอดภัย โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะทำงานอยู่บนคลาวด์ประเภทใด โดยใช้ประโยชน์จากการบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลโครงสร้างพื้นฐานที่เป็น SaaS  ส่วนนักพัฒนาแอปพลิเคชั่นจะได้ประโยชน์จากบริการแพลตฟอร์มที่พรั่งพร้อมเพื่อใช้ในการเขียนแอปพลิเคชั่นและใช้งานได้ทันทีบนคลาวด์ผ่านระบบบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลของแอปพลิเคชั่นที่เป็น SaaS
  • ไฮบริด PaaS ที่ขยายได้: Karbon Platform Services มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายข้อมูลข้ามระบบคลาวด์ และการจัดการไฮบริดแอปพลิเคชั่น ผ่านช่องทางที่โปร่งใสในการส่งข้อมูลแบบ WAN-optimized และ data interface ที่ปรับขยายได้ ซึ่งคุณลักษณะนี้จะช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในการนำบริการของตนเองมาทำงานบนแพลตฟอร์ม และใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศ Kubernetes ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
  • เพิ่มการรักษาความปลอดภัย – Karbon Platform Services ช่วยให้ทีมไอทีสามารถใช้ประโยชน์จาก API และการรักษาความปลอดภัยที่มีความเหนียวแน่น พร้อมความสามารถที่เป็นหนึ่งเดียวในการสังเกต และตรวจสอบข้อมูลและแอปพลิเคชั่นโดยรวมบนคลาวด์  นอกจากนี้ยังรวมถึงบริการที่ครอบคลุมการรักษาความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ พร้อม multi-tenancy และ role-based access control (RBAC) ที่ติดตั้งไว้ในตัวอีกด้วย

นายบ๊อบ ลาลิเบอตี้ Practice Director และนักวิเคราะห์อาวุโสของ ESG Research กล่าวว่า “ความซับซ้อนในการจัดการ Kubernetes และโครงสร้างพื้นฐานมัลติคลาวด์ ไม่เพียงทำให้ทีมปฏิบัติการไอที
มีงานล้นมือเท่านั้น แต่ยังทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่นสมัยใหม่มีทรัพยากรและเครื่องมือใช้อย่างจำกัด  Karbon Platform Services ช่วยแยกความซับซ้อนด้านโครงสร้างออก และให้การจัดการ Kubernetes คอนเทนเนอร์ และโฮสต์บริการต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับนักพัฒนาในสภาพแวดล้อมแบบ PaaS ที่ง่ายและพร้อมใช้งาน  และจากการสำรวจ[1]ที่เราทำเมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่า ลูกค้า 70% ชอบการรวมพับลิคคลาวด์กับไพรเวทดาต้าเซ็นเตอร์ไว้ด้วยกันสำหรับการใช้ containerized applications มากกว่า  ซึ่ง Karbon Platform Services ตอบสนองความต้องการนั้นได้จากความยืดหยุ่นด้วยความสามารถในการควบคุมได้ทั้งหมดและบริหารจัดการมัลติคลาวด์ได้อย่างเรียบง่าย

Karbon Platform Services ของนูทานิคซ์พร้อมให้บริการกับลูกค้าแล้ว กรุณาเยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

นอกจาก Karbon Platform Services แล้ว นูทานิคซ์ยังได้ประกาศเปิดตัว Xi Calm ที่เป็นโฮสต์โซลูชั่นในการจัดการและจัดระเบียบแอปพลิเคชั่น เพื่อสนับสนุนการทำงานของทีม DevOps ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา

 


[1] Source: ESG Master Survey Results, Trends in Modern Application Environments, December 2019

การเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดของวงการหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อทั่วโลก

Logo

UVD Robots ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อชั้นนำของโลก เปิดตัวหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติเจเนอเรชันที่สามของบริษัทที่สามารถกำจัดไวรัสและแบคทีเรียในอากาศและบนพื้นผิวได้ด้วยแสง UV-C หุ่นยนต์ที่มีความฉลาดล้ำรุ่นใหม่นี้ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการฆ่าเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้งานได้ง่าย และใคร ๆ ก็สามารถเรียนรู้การใช้งานได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที

โอเดนเซ, เดนมาร์ก–(BUSINESS WIRE)–09 กันยายน 2563

การระบาดของไวรัสโคโรนา (Covid-19) ทำให้ความจำเป็นในการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นความปกติทั่วโลก ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ตัวแทนจำหน่ายของ UVD Robots ต่างได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากโรงพยาบาล สนามบิน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า บริษัทอาหาร อุตสาหกรรมทำความสะอาด เรือสำราญ บริษัทเภสัชกรรม อาคารสำนักงานและธุรกิจและบริการอื่น ๆ ที่มองหาโซลูชันด้านการจัดหาเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดการติดเชื้อ

  img

หุ่นยนต์รุ่นใหม่พัฒนาขึ้นจากการศึกษาเรียนรู้ครั้งใหญ่และเสียงตอบรับจากตลาดทั่วโลกตลอดกว่า 5 ปี รวมถึงโรงพยาบาลและลูกค้ากลุ่มอื่น ๆ ที่มีประสบการณ์ด้านการควบคุมการติดเชื้อในระดับสูง ข้อมูลเชิงลึกและความรู้เชิงขั้นตอนถูกนำเปลี่ยนให้อยู่ในรูปดิจิทัลและสร้างเป็นอัลกอริทึมซึ่งนำมาสู่คุณสมบัติและฟังก์ชันการใช้งานใหม่ ๆ มากมายที่ได้รับการเปิดตัวพร้อมหุ่นยนต์รุ่นนี้ รวมถึงติดตั้งไปในช่วงแรกของการวางจำหน่าย ณ สถานที่ทำการของลูกค้าหลายแห่งทั่วโลก (รูปภาพ: Business Wire)

“เราได้ออกแบบหุ่นยนต์ UV ที่มีความล้ำสมัยที่สุดของโลกขึ้นมา และยังเป็นหุ่นยนต์ที่ใช้งานง่ายที่สุดในโลกอีกด้วย” Per Juul Nielsen ซีอีโอแห่ง UVD Robots กล่าว “ใคร ๆ ก็สามารถติดตั้งหุ่นยนต์นี้ได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที และสามารถสั่งให้หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสในอากาศและบนพื้นผิวต่าง ๆ ได้ทันที”

หุ่นยนต์เจเนอเรชันที่สามจาก UVD Robots ยังสามารถนำทางและทำงานได้ในสภาพแวดล้อมที่มีขนาดเล็กและแคบมาก ๆ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสในตลาดใหม่ ๆ เช่น การฆ่าเชื้อโดยอัตโนมัติสำหรับห้องพักโรงแรมขนาดเล็ก หุ่นยนต์รุ่นใหม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงอย่างมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ขณะที่ยังสามารถคงจุดแข็งด้านการฆ่าเชื้อไว้ได้อย่างครบถ้วน

“หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อเจเนอเรชันที่สามของเราเป็นหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อด้วยแสง UV-C แบบเคลื่อนที่อัตโนมัติเจเนเรอชันแรกของโลกที่จะเข้ามาเป็นตัวเปลี่ยนเกมในหลาย ๆ ด้าน และจะพลิกโฉมอนาคตการใช้หุ่นยนต์ UV-C กำจัดเชื้อโรคในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไปตลอดกาล” Claus Risager ประธานกรรมการบริหาร UVD Robots กล่าว ก่อนที่จะเสริมต่อว่า “หุ่นยนต์รุ่นนี้มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่า โดยเป็นระบบความปลอดภัยสี่ชั้นที่ให้หุ่นยนต์สามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมทุกประเภทแม้แต่ในพื้นที่ที่มีการจราจรสูงเนื่องจากหุ่นยนต์จะหยุดการทำงานเมื่อมีคนอยู่ในระยะที่ใกล้เกินไป หุ่นยนต์รุ่นนี้ยังมีความสามารถเฉพาะในการรับรู้ สร้างเอกสาร และแสดงให้ผู้ใช้เห็นว่าพื้นที่นั้นผ่านการฆ่าเชื้ออย่างดีเพียงไร ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานได้ง่ายและรวดเร็ว รวมถึงปรับปรุงคุณภาพให้เหมาะสมหากต้องการ นี่คือคุณสมบัติที่คุณจะไม่ได้พบในหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อ UV-C รุ่นใด ๆ บนโลกนี้ และคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ได้รับการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว”

UVD Robots เป็นบริษัทในเครือของหนึ่งในกลุ่มบริษัทด้านการพัฒนาหุ่นยนต์บริการเชิงพาณิชย์ชั้นนำของโลกอย่าง Blue Ocean Robotics ซึ่งมี GoBe Robots และ PTR Robots เป็นบริษัทภายในเครือเดียวกัน

ลิงก์ไปยังแฟ้มข้อมูลสำหรับสื่อ

รับชมคลังภาพ/มัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52282668/en

ข้อมูลติดต่อบริษัท:

Merima Cikotic
Blue Ocean Robotics
mc@blue-ocean-robotics.com
+45 71-99-56-06