ยุคใหม่ของการฝึกอบรมการปฏิบัติตามกฎระเบียบ: Solidus Labs เปิดตัว Trade Surveillance Academy เพื่อปิดช่องว่างความรู้ในการป้องกันการละเมิดตลาด

Logo

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–28 มกราคม 2025

Solidus Labs ผู้นำด้านการตรวจสอบการซื้อขายสินทรัพย์ข้ามกลุ่มและการตรวจสอบความเสี่ยง ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เป็นครั้งแรก Trade Surveillance Academy (TSA) เป็นโปรแกรมการฝึกอบรมที่เปิดให้เข้าถึงได้สาธารณะ ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้ไขช่องว่างความรู้ในสาขาการเฝ้าระวังการค้าที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่

TSA ได้รับการออกแบบโดยผู้ปฏิบัติงานสำหรับผู้ปฏิบัติงาน โดยให้การฝึกอบรมที่ครอบคลุมและปฏิบัติได้จริงโดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกจากโลกแห่งความเป็นจริง ในขณะที่กฎระเบียบทางการเงินเข้มงวดขึ้นและมีกรณีการละเมิดตลาดเพิ่มขึ้น สถาบันต่างๆ ก็เผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้นในการให้ทีมงานมีความเชี่ยวชาญที่จำเป็นในการต่อสู้กับแผนการหลอกลวงในสถานที่ ผลิตภัณฑ์ และประเภทสินทรัพย์ที่หลากหลาย TSA ของ Solidus ตอบสนองความต้องการนี้โดยตรง โดยให้เจ้าหน้าที่ด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ความเสี่ยง และกฎระเบียบมีเนื้อหาการฝึกอบรมที่แข็งแกร่ง TSA ของ Solidus ตอบสนองความต้องการนี้โดยตรงโดยจัดเตรียมเนื้อหาการฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพให้กับเจ้าหน้าที่ด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ความเสี่ยง และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อดูแลการเฝ้าระวังการค้าและการสอบสวนที่มีประสิทธิภาพในสินทรัพย์ทุกประเภท

เสริมด้วยเครื่องมือ การฝึกอบรม และการสนับสนุนที่หลากหลายซึ่งรวมอยู่ในแพลตฟอร์มการเฝ้าระวังการค้าของ Solidus Labs – HALO, Solidus' Professional Services (PS)ทีมงานให้บริการโซลูชันระดับพรีเมียมที่ออกแบบเฉพาะสำหรับลูกค้า รวมถึงการฝึกอบรมการสืบสวนการเฝ้าระวังการค้าแบบลงมือปฏิบัติจริง ทีมงานฝ่ายบริการระดับมืออาชีพให้การสนับสนุนทีมงานด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบทุกขนาดด้วยบริการขั้นสูง รวมถึงการออกใบอนุญาตและการสนับสนุนด้านกฎระเบียบ การพัฒนานโยบายและขั้นตอน การปรับแต่งและการสอบเทียบเครื่องมือวัด ด้วยประสบการณ์ที่กว้างขวางในการสนับสนุนลูกค้าภาครัฐและเอกชนในการสืบสวนทั้งในและนอกเครือข่ายเกี่ยวกับการละเมิดตลาดและการฉ้อโกง ทีมงานบริการระดับมืออาชีพของ Solidus จึงสามารถเสริมพลังให้กับทีมลูกค้าด้วยกลยุทธ์ ความเชี่ยวชาญ และความรู้ทางเทคนิค เพื่อดำเนินการโปรแกรมเฝ้าระวังการค้าและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

“ด้วย Trade Surveillance Academy และข้อเสนอบริการระดับมืออาชีพของเรา Solidus Labs กำลังสร้างอนาคตที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบจะได้รับความรู้ เครื่องมือ และความมั่นใจในการบรรลุบทบาทหน้าที่ของตน” Spiro Antonopoulos รองประธานฝ่ายบริการและการสืบสวนระดับมืออาชีพของ Solidus Labs กล่าว“ความคิดริเริ่มเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่กว้างขึ้นในการกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวังการค้าในสินทรัพย์ทุกประเภท”

TSA มีวิดีโอบรรยายตามความต้องการมากกว่า 5 ชั่วโมง การประเมินและแบบทดสอบเชิงโต้ตอบ และใบรับรองการสำเร็จหลักสูตร โปรแกรมนี้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมได้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ยาวนานหลายทศวรรษด้านการเฝ้าระวังการค้า การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และตลาดที่มีความโปร่งใสและเป็นธรรม TSA ส่งเสริมให้ผู้เชี่ยวชาญมีทักษะเชิงปฏิบัติและคุณสมบัติที่จำเป็นเพื่อขับเคลื่อนสภาพแวดล้อมด้านกำกับดูแลที่ซับซ้อนในปัจจุบันได้อย่างมั่นใจ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ soliduslabs.com.

เกี่ยวกับ Solidus Labs
Solidus Labs เป็นผู้นำระดับแนวหน้าในด้านการเฝ้าระวังการซื้อขายและการตรวจสอบความเสี่ยงระหว่างสินทรัพย์และสินค้าข้ามประเภท โดยเชื่อมโยงตลาดสินทรัพย์แบบดั้งเดิมและดิจิทัลเข้าด้วยกัน Solidus ได้รับความไว้วางใจจากสถาบันและหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก โดยนำเสนอเทคโนโลยีการตรวจจับที่ล้ำสมัยซึ่งปรับแต่งมาสำหรับตลาดคริปโตที่มีการเปลี่ยนแปลงและกระจัดกระจาย เพื่อตรวจจับและป้องกันการละเมิดตลาด ด้วยนวัตกรรมและความยืดหยุ่นที่เป็นแกนหลัก Solidus ช่วยให้ทีมงานด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบสามารถก้าวนำหน้าภัยคุกคามที่เกิดขึ้น และดูแลการซื้อขายในสถานที่ สินทรัพย์ หรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ได้อย่างมั่นใจ แม้แต่ในกลยุทธ์ที่ซับซ้อนที่สุด

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Bernardo Soriano
Gregory FCA for Solidus Labs
914.656.3880
bernardo@gregoryfca.com

ที่มา: Solidus Labs

Starr แต่งตั้ง Peter Hirs ขึ้นดำรงตำแหน่ง CFO แทน Howard Smith

Logo

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–13 มกราคม 2025

Starr ประกาศว่า Peter Hirs ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม ต่อจาก Howard I. Smith ซึ่งจะเกษียณอายุหลังจากทำงานที่ Starr และบริษัทที่เกี่ยวข้องมานานกว่า 40 ปี

Peter Hirs, chief financial officer, Starr (Photo: Business Wire)

Peter Hirs ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Starr (ภาพ: Business Wire)

Hirs นำประสบการณ์ที่สำคัญด้านการเงินและการประกันภัยมาสู่ Starr โดยใช้เวลา 20 ปีที่ผ่านมาในบริษัทประกันภัยระดับโลก โดยเขาบริหารจัดการทีมการเงินระดับภูมิภาคทั่วโลก และเป็นผู้นำกิจกรรมการควบรวมและซื้อกิจการ ในบทบาทใหม่นี้ Hirs จะดูแลการดำเนินงานด้านการเงินระดับโลกขององค์กร เขาประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของ Starr ในนิวยอร์ก

Smith เป็นผู้นำฝ่ายการเงินของ Starr ตั้งแต่ปี 2005 เมื่อ Maurice R. “Hank” Greenberg ซึ่งเป็นประธานกิตติคุณของ Starr ได้สถาปนา Starr ขึ้นมาใหม่ในฐานะองค์กรด้านการลงทุนและการประกันภัยอิสระ และก่อนหน้านั้นเขาเคยทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Hank โดยเข้ามาร่วมงานกับเขาเป็นครั้งแรกในปี 1984

“Peter จะเป็นพันธมิตรที่สำคัญในการบรรลุเป้าหมายระดับโลกของเรา” Jeff Greenberg ประธานและซีอีโอร่วมของ Starr กล่าว “นอกเหนือจากประสบการณ์ทางการเงินที่ยอดเยี่ยมแล้ว เขายังแสดงให้เห็นว่าเขาเข้ากันได้กับวัฒนธรรมและค่านิยมของเรา เราขอขอบคุณ Howie สำหรับการสนับสนุนมากมายของเขา และเรายินดีต้อนรับ Peter สู่ Starr”

 เกี่ยวกับ Starr

Starr เป็นชื่อทางการตลาดของบริษัทประกันภัยและความช่วยเหลือด้านการเดินทางที่ดำเนินงานอยู่ และบริษัทในเครือของ Starr International Company, Inc. และสำหรับธุรกิจการลงทุนของ C. V. Starr & Co., Inc. และบริษัทในเครือ Starr เป็นองค์กรประกันภัยและการลงทุนชั้นนำที่มีสำนักงานอยู่ใน 6 ทวีป โดยผ่านบริษัทประกันภัยที่ดำเนินงานอยู่ Starr ให้บริการผลิตภัณฑ์ประกันภัยทรัพย์สิน ประกันวินาศภัย อุบัติเหตุและสุขภาพ ตลอดจนความคุ้มครองพิเศษต่างๆ มากมาย เช่น การบิน ทางทะเล พลังงาน และประกันวินาศภัยส่วนเกิน บริษัทประกันภัยในเครือของ Starr ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในสหรัฐอเมริกา เบอร์มิวดา จีน ฮ่องกง มอลตา สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ต่างก็ได้รับการจัดอันดับ A.M. Best ที่ระดับ “A” (ยอดเยี่ยม) ส่วนกลุ่มพันธมิตรของ Starr’s Lloyd’s ได้รับการจัดอันดับ Standard & Poor’s ที่ระดับ “A+” (แข็งแกร่ง)

เยี่ยมชมเราได้ที่ starrcompanies.com หรือติดตามเราได้ที่ LinkedIn และ X

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54176150/en

Contacts

Charlie Armstrong
รองประธาน ฝ่ายการตลาด
charlie.armstrong@starrcompanies.com , 646.758.8308

ที่มา: Starr

Alpaca และ Derayah Financial ของซาอุดีอาระเบียประกาศความร่วมมือและการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อเร่งธุรกิจในตะวันออกกลางของ Alpaca และการเสนอขายหุ้นซาอุดีอาระเบียทั่วโลก

Logo

Alpaca เสริมสร้างรากฐานการหักบัญชีด้วยตนเองผ่านการเป็นสมาชิก DTCC และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง รวมถึงการซื้อขายออปชั่นและบัญชีเงินสดที่ให้ผลตอบแทนสูง

ซานมาเทโอ แคลิฟอร์เนีย

ผู้นำด้านการเงินจากกว่า 20 ประเทศจะมาร่วมกันหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืนที่การประชุมใหญ่ของ ABA ที่ไทเป

Logo

ไทเป ประเทศไต้หวัน–(BUSINESS WIRE)–21 พฤศจิกายน 2024

ตัวแทนมากกว่า 250 คนจากกว่า 20 ประเทศ รวมทั้งธนาคารกลาง สถาบันการเงิน บริษัทต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศ รวมตัวกันที่ไทเปเพื่อเข้าร่วมการประชุมใหญ่และการประชุมทางวิชาการของสมาคมธนาคารแห่งเอเชีย หรือ Asian Bankers Association (ABA) ครั้งที่ 40 งานนี้ชื่อว่า “ธนาคารเอเชีย: การเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 ถึง 19 พฤศจิกายนที่โรงแรม Grand Hyatt Taipei ผู้เข้าร่วมพิธีเปิด ได้แก่ กัว จี้ฮวย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของไต้หวัน และเผิง จินหลง ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลทางการเงิน โดยทั้งสองท่านได้กล่าวสุนทรพจน์และนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภาคการเงินและเทคโนโลยีของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

The 40th ABA General Meeting and Conference held its opening ceremony on Nov. 18 at the Grand Hyatt Taipei. Over 250 financial leaders from more than 20 countries gathered in Taipei. Notable attendees included Minister of Economic Affairs, Kuo Jyh-Huei (center), Financial Supervisory Commission Chairman, Peng Jin-lung (sixth from left), and ABA chairman and CTBC Financial Holding Vice Chairman Daniel Wu (sixth from right). (Photo courtesy of the Asian Bankers Association)

การประชุมใหญ่และการประชุมวิชาการของสมาคมธนาคารแห่งเอเชีย (ABA) ครั้งที่ 40 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่โรงแรม Grand Hyatt Taipei ผู้นำด้านการเงินกว่า 250 รายจากกว่า 20 ประเทศมารวมตัวกันที่ไทเป ผู้เข้าร่วมงานที่มีชื่อเสียง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ กัว จี้ฮุ่ย (คนตรงกลาง) ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลทางการเงิน เผิง จินหลง (คนที่ 6 จากทางซ้าย) และประธานสมาคมธนาคารแห่งเอเชีย (ABA) กับรองประธาน CTBC Financial Holding แดเนียล หวู่ (คนที่ 6 จากทางขวา) (ภาพจากสมาคมธนาคารแห่งเอเชีย)

นายเจฟฟรีย์ คู ซีเนียร์ ผู้ก่อตั้ง CTBC Financial Holding ได้ก่อตั้งสมาคมธนาคารแห่งเอเชีย (ABA) เมื่อ 43 ปีที่แล้วเพื่อรับมือกับความท้าทายในระดับนานาชาติของไต้หวัน โดยสร้างเส้นทางสู่การทูตทางการค้าและเศรษฐกิจภาคเอกชน เหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ยังถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในด้านการบูรณาการทางการเงินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น สมาคมธนาคารแห่งเอเชีย (ABA) ได้จัดการประชุมประจำปีในเมืองใหญ่ ๆ ของประเทศสมาชิกเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจในภูมิภาค โดยก่อนหนา้นี้ไทเปเคยเป็นเจ้าภาพการประชุมในปี 1981 1998 2006 2010 และ 2015 ปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 ที่งานนี้จัดขึ้นในไต้หวัน โดยเน้นย้ำถึงอิทธิพลและความเป็นผู้นำของ CTBC Bank ในภูมิภาค ไม่เพียงแต่ตัวแทนสำคัญจากอุตสาหกรรมการเงินระหว่างประเทศเท่านั้นที่เข้าร่วม แต่ยังมีทูตจากประเทศสมาชิกสมาคมธนาคารแห่งเอเชีย (ABA) ที่ประจำอยู่ในไต้หวันด้วย รวมถึงลี อึนโฮ ตัวแทนคณะผู้แทนเกาหลีในไทเป ยิป เว่ย เคียต ตัวแทนสำนักงานการค้าสิงคโปร์ในไทเป และหวู เตียน สุง ตัวแทนสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมเวียดนามในไทเป

แดเนียล หวู่ ประธานสมาคมธนาคารแห่งเอเชีย (ABA) และรองประธาน CTBC Financial Holding ได้เน้นย้ำถึงความท้าทายสำคัญที่อุตสาหกรรมการธนาคารต้องเผชิญในการเดินทางบนเส้นทางการผันเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัล ในขณะที่ความคาดหวังของลูกค้า รูปแบบการดำเนินงาน และเทคโนโลยีดิจิทัลยังคงพัฒนาต่อไป ธนาคารเองก็กำลังเปลี่ยนจากการดำเนินงานแบบดั้งเดิมไปสู่บริการดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ของลูกค้าเช่นกัน หวู่แสดงความมั่นใจในบทบาทของสมาคมธนาคารแห่งเอเชีย (ABA) ในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลกในการสนับสนุนประเทศสมาชิกในการรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ซึ่งช่วยให้ธนาคารบรรลุการผันเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัลได้สำเร็จ และมั่นใจได้ถึงความยั่งยืนในระยะยาว

การประชุมครั้งนี้มีการสนทนาอย่างเป็นกันเองระหว่างโธมัส ไนเดส ซึ่งเป็นรองประธานของบริษัท Blackstone Inc. และเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอลตั้งแต่ปี 2021 ถึง 2023 กับแดเนียล หวู่ ไนเดสได้เน้นย้ำถึงโอกาสและความท้าทายเฉพาะตัวของเอเชียในยุคหลังการระบาดใหญ่ โดยอาศัยประสบการณ์การทำงานอันยาวนานของเขา รวมถึงบทบาทอาวุโสที่ Morgan Stanley และประสบการณ์จากตำแหน่งรองเลขาธิการกระทรวงการต่างประเทศในสมัยประธานาธิบดีโอบามา นอกจากนี้ เขายังให้ข้อเสนอแนะถึงวิธีที่ภาคการธนาคารจะสามารถรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและยั่งยืนได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์

ในวันแรกของการประชุมนั้น ราเชล เคา ประธานบริษัท CTBC Financial Holding ได้เป็นผู้แลการประชุมอภิปราย โดยได้มีการหารือกับฟิลิป เฉา ประธานบริษัท Bank SinoPac และนีเวน หวาง กรรมการผู้จัดการบริษัท KPMG Sustainability Consulting จำกัดในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความยั่งยืนในทุกอุตสาหกรรม นอกจากนี้ เพีย เบอร์นาเด็ตต์ โรมัน ทายาค ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ก็ได้ร่วมหารือกับไททัน เชีย หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีการเงินของ CTBC และฟริดมัน วัง หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีดิจิทัลของ CTBC Bank ในหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงการธนาคารที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี” และ “การปรับจุดเน้นด้านลูกค้าและสังคมใหม่” โดยเป็นการหารือในเรื่องเทคโนโลยีและความท้าทายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผันเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัลภายในภาคการธนาคาร

โดยมีริชาร์ด คู หัวหน้าทีมเศรษฐศาสตร์ของ Nomura Research Institute ได้วิเคราะห์พลวัตทางการเงินและเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีนในวันที่สองของการประชุม ทั้งยังได้มีการหารือถึงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการธนาคาร ระหว่างโทนี่ หยาง ประธานธนาคาร CTBC ลิโต วิลลานูเอวา รองประธานบริหารและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านนวัตกรรมและการมีส่วนร่วมของ Rizal Commercial Banking Corporation อัตซึชิ มาซูดะ ประธานสมาคมสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในเอเชีย และวินายัก เอชวี หุ้นส่วนอาวุโสของ McKinsey & Co ด้วย การประชุมใหญ่และการประชุมวิชาการของสมาคมธนาคารแห่งเอเชีย (ABA) ครั้งที่ 40 ซึ่งจัดขึ้นร่วมกันโดยธนาคาร CTBC สมาคมธนาคารแห่งสาธารณรัฐจีน และสมาคมธนาคารแห่งเอเชีย (ABA) มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีทางการเงินและความยั่งยืน ซึ่งผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกโดยตรงและสร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจร่วมกันผ่านการพูดคุยอย่างเป็นกันเอง การประชุมอภิปรายระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน การอภิปรายแบบโต้ตอบ และการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษา

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: www.businesswire.com/news/home/54156310/en

ข้อมูลติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์│ธนาคาร CTBC จำกัด
ชื่อ: พาเมล่า เฉิน
อีเมล: pamela.chen@ctbcbank.com
เบอร์โทร: +886-2-3327-7777 Ext.6724

ลิงก์: https://www.ctbcholding.com/content/twhoo/zh_tw/index.html

แหล่งข้อมูล: CTBC HOLDING



Berkshire Partners ประกาศปิดระดมทุนครั้งที่ 11 โดยได้รับเงินทุนประมาณ 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Logo

ถือเป็นการระดมทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติ 40 ปีของบริษัท

บอสตัน–(BUSINESS WIRE)–30 ตุลาคม 2024

Berkshire Partners (“Berkshire”) บริษัทหุ้นนอกตลาดในบอสตันที่มุ่งเต้นตลาดระดับกลางประกาศปิดระดมทุนครั้งที่ 11 (“การระดมทุนครั้งที่ 11”) ของ Berkshire ในวันนี้ โดยได้รับเงินทุนประมาณ 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นเงินทุนจำนวนมากที่สุดของ Berkshire นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 1986 การระดมทุนครั้งที่ 11 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทางบริษัทเชื่อมั่นว่ายิ่งตอกย้ำถึงแรงสนับสนุนจากนักลงทุนต่อกลยุทธ์การลงทุนในตลาดระดับกลางของบริษัท

“เรารู้สึกขอบคุณที่ได้รับแรงสนับสนุนมากถึงระดับนี้จากสุดยอดกลุ่มนักลงทุนชั้นยอดระดับสากล ทั้งรายเดิมและรายใหม่ เนื่องจากอุปสงค์เกินปริมาณเงินทุนเป้าหมายเดิมของเราไปอีก” Mike Ascione ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของ Berkshire Partners กล่าว “เราชื่อว่าผลดำเนินงานของทีมงานของเราที่สนับสนุนบริษัทในตลาดระดับกลางที่มีศักยภาพสูงให้พลิกโฉมไปสู่การเป็นผู้นำอย่างยั่งยืนทั่วทุกวงจรทางเศรษฐกิจนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่น และเราก็มั่นใจว่าเรามีความสามารถเหมาะสมที่จะนำเงินไปลงทุนและสร้างผลตอบแทนจำนวนมากภายในภาคส่วนที่เรามุ่งเป้าต่อไปได้”

ในฐานะบริษัทที่เชี่ยวชาญในหลายภาคส่วนที่มุ่งเน้นกับตลาดระดับกลาง Berkshire ตั้งกลยุทธ์เพื่อมุ่งเป้าไปที่โอกาสในการร่วมเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทที่ดำเนินงานอยู่ใน 4 ภาคส่วนอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ บริการและอุตสาหกรรม ผู้บริโภค การดูแลสุขภาพ ตลอดจนเทคโนโลยีและการสื่อสาร ความรู้ความเชี่ยวชาญของทีมลงทุนที่ตั้งมั่นตามเป้าหมายและปฏิบัติงานมาเป็นระยะเวลานานส่งผลให้บริษัทพร้อมระบุโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ รวมถึงใช้ทรัพยากรและเงินทุนที่จำเป็นเพื่อนำทางบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ให้ผ่านการขยับขยายและปรับปรุงการดำเนินงานทุกขั้นไปได้

Kirkland & Ellis LLP ปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายให้แก่ Berkshire Partners

เกี่ยวกับ Berkshire Partners
Berkshire Partners เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในหุ้นนอกตลาดและหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หลายภาคส่วน โดยที่พนักงานถือสิทธิ์เป็นเจ้าของบริษัท 100% ทีมงานด้านหุ้นนอกตลาดของบริษัทลงทุนกับบริษัทต่าง ๆ ที่มีศักยภาพและกำลังเติบโตในธุรกิจบริการและอุตสาหกรรม ผู้บริโภค การดูแลสุขภาพ และเทคโนโลยีและการสื่อสาร นับตั้งแต่ก่อตั้ง Berkshire Partners ได้ลงทุนในหุ้นนอกตลาดมากกว่า 150 รายการและมีผลการดำเนินงานเด่นชัดที่แสดงให้เห็นถึงการร่วมมือกับทีมบริหารจัดการเพื่อพัฒนาบริษัทที่ตนลงทุนให้เติบโต กลุ่มหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทอย่าง Stockbridge ที่ก่อตั้งในปี 2007 มุ่งบริหารจัดการกลุ่มหลักทรัพย์ โดยแสวงหาการลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจ หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.berkshirepartners.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ข้อมูลติดต่อ

Greg Winter
Berkshire Partners
gwinter@berkshirepartners.com

แหล่งที่มา: Berkshire Partners

แปซิฟิค ไพร์ม ไทยแลนด์ คว้ารางวัล “Top Production Award 2024” จากแปซิฟิค ครอส

Logo

กรุงเทพฯ–(BUSINESS WIRE)–28 ตุลาคม 2024

แปซิฟิค ไพร์ม ไทยแลนด์ บริษัทนายหน้าประกันสุขภาพระดับโลก ได้รับรางวัล “Top Production Award 2024” ในงาน Hangout Luxury Party 2024 ซึ่งจัดขึ้นโดยแปซิฟิค ครอส โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม โซ แบงคอก เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2024 และมีคุณ Ricky Batten ผู้จัดการทั่วไป แปซิฟิค ไพร์ม ไทยแลนด์ และคุณ Viktor Voll หัวหน้าทีม CRM เป็นผู้รับมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ โดยเป็นการมอบให้เพื่อเชิดชูผลงานอันโดดเด่นในการให้บริการด้านประกันสุขภาพทั้งสำหรับองค์กรและแผนประกันสุขภาพระหว่างประเทศ สำหรับลูกค้ารายบุคคลในประเทศไทย

Left to right: Yotsawanrangsikorn Saksinghanatra (Chief Operating Officer at Pacific Cross), Ricky Batten (General Manager at Pacific Prime Thailand), Viktor Voll (CRM Team Lead at Pacific Prime Thailand) (Photo: Business Wire)

จากซ้ายไปขวา : ยสวันต์รังษิกร ศักยดิ์สิงหนาท (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ แปซิฟิค ครอส), Ricky Batten (ผู้จัดการทั่วไป แปซิฟิค ไพร์ม ไทยแลนด์) และ Viktor Voll (หัวหน้าทีม CRM แปซิฟิค ไพร์ม ไทยแลนด์) (ภาพ : Business Wire)

คุณ Ricky Batten ผู้จัดการทั่วไปของแปซิฟิค ไพร์ม ไทยแลนด์ ได้กล่าวแสดงความรู้สึกว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ในการรับมอบรางวัลจากแปซิฟิค ครอสในนามของพนักงานทุกคนที่แปซิฟิค ไพร์ม ไทยแลนด์ ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากความทุ่มเทของทีมงานที่ยึดมั่นในการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรกและการส่งมอบบริการที่เป็นเลิศ รางวัลนี้ยังเป็นการเฉลิมฉลองความร่วมมืออันมีความหมายยิ่งกับแปซิฟิค ครอส ที่ช่วยให้เราสามารถนำเสนอโซลูชันประกันที่มีคุณภาพสูงและมีการปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ผมขอแสดงความขอบคุณเป็นพิเศษต่อ ดร. Khanh Bui ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของแปซิฟิค ครอส สำหรับการสนับสนุนอันมีค่าตลอดปีที่ผ่านมา และผมพร้อมที่จะร่วมสร้างความสำเร็จต่อไปในอนาคต”

เกี่ยวกับแปซิฟิค ครอส :

Pacific Cross Insurance Company Limited ดำเนินธุรกิจในฐานะผู้รับประกันภัยและผู้บริหารจัดการแผนประกันภัยในประเทศไทย โดยมีแปซิฟิค ครอส อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้บริหารจัดการแผนประกันในระดับนานาชาติ

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแปซิฟิค ครอส ได้ที่ : www.pacificcrosshealth.com

เกี่ยวกับแปซิฟิค ไพร์ม

แปซิฟิค ไพร์ม ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 เป็นบริษัทนายหน้าประกันภัยระดับโลกและผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิการพนักงานที่ได้รับการยอมรับผ่านรางวัลมากมาย นำเสนอโซลูชันประกันภัยทั้งแบบบุคคลและองค์กร ด้วยมูลค่าเบี้ยประกันภัยภายใต้การบริหาร 750 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปัจจุบันแปซิฟิค ไพร์ม ก้าวขึ้นเป็นนายหน้าด้านสวัสดิการพนักงานที่ใหญ่เป็นอันดับสามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายหลังการเข้าซื้อกิจการธุรกิจนายหน้าของ CXA Group ในปี 2021 บริษัทมีพนักงานกว่า 1,000 คน และสำนักงาน 15 แห่งทั่วโลก ประกอบด้วย ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน ไทย มาเลเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินโดนีเซีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแปซิฟิค ไพร์ม ได้ที่ : https://www.pacificprime.com/corporate

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54142144/en

ข้อมูลติดต่อ

Stephen Ho
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด
แปซิฟิค ไพร์ม

+852 3589 0508

แหล่งที่มา : แปซิฟิค ไพร์ม

บริษัท Starr Insurance ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการสาขาในกรุงโซลได้

Logo

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–28 ตุลาคม 2024

 บริษัท Starr Insurance ได้ประกาศว่าคณะกรรมการด้านบริการการเงินของเกาหลีใต้ได้ให้ใบอนุญาตแก่บริษัท Starr International Insurance (Singapore) Pte. Ltd. สาขาเกาหลี เพื่อดำเนินกิจการในกรุงโซลและสามารถเริ่มต้นจำหน่ายประกันภัยทรัพย์สินเชิงพาณิชย์/อุบัติเหตุทั่วประเทศเกาหลีได้

Paul Choi ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น CEO ของบริษัท Starr สาขาเกาหลีในเดือนพฤษภาคม 2024 เขามีประสบการณ์ด้านการประกันภัยและนายหน้ารวมถึงผู้ให้บริการมามากกว่า 30 ปี อีกทั้งยังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาการจัดการความเสี่ยงและประกันภัยจากมหาวิทยาลัย Georgia State อีกด้วย

Phil Finley ผู้เป็นประธานของบริษัท Starr Asia Pacific กล่าวว่า: “เกาหลีเป็นตลาดประกันภัยเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย และ Starr มีประวัติการดำเนินงานในภูมิภาคนี้มายาวนาน เราคาดว่าเกาหลีจะกลายเป็นแหล่งการเติบโตของเบี้ยประกันภัยที่ทำกำไรได้ดีสำหรับ Starr ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า”

เกี่ยวกับ Starr Insurance

บริษัท Starr Insurance (หรือ Starr) เป็นชื่อทางการตลาดสำหรับบริษัทประกันภัยและความช่วยเหลือด้านการเดินทางที่ดำเนินงานและบริษัทในเครือของ Starr International Company, Inc. และสำหรับธุรกิจการลงทุนของ C. V. Starr & Co., Inc. และบริษัทในเครือ Starr เป็นองค์กรประกันภัยและการลงทุนชั้นนำที่มีสำนักงานอยู่ใน 6 ทวีป บริษัท Starr ให้บริการผลิตภัณฑ์ประกันภัยทรัพย์สิน ความเสียหาย อุบัติเหตุและสุขภาพ ตลอดจนความคุ้มครองเฉพาะทางต่างๆ เช่น การบิน ทางทะเล พลังงาน และประกันภัยอุบัติเหตุส่วนเกินผ่านบริษัทประกันภัยที่ดำเนินงานร่วม บริษัทประกันภัยในเครือของ Starr ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในสหรัฐอเมริกา เบอร์มิวดา จีน ฮ่องกง มอลตา สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ต่างก็ได้รับการจัดอันดับ A.M. Best ในระดับ “A” (ยอดเยี่ยม) ส่วนสมาคม Starr's Lloyd's นั้นได้รับการจัดอันดับ Standard & Poor's ในระดับ “A+” (แข็งแกร่ง)

เยี่ยมเยียนเราได้ที่ www.starrcompanies.com หรือติดตามที่ LinkedIn และ X

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย
ติดต่อ

Charlie Armstrong
รองประธานฝ่ายการตลาด
charlie.armstrong@starrcompanies.com, 646.758.8308

แหล่งที่มา: Starr Insurance

ผลสำรวจ FICO เผย ผู้บริโภคชาวไทยยอมรับ “การขอสินเชื่อด้วยข้อมูลเท็จ” ในระดับที่น่ากังวล

Logo

คนไทยเกือบ 1 ใน 4 คิดว่าการจงใจให้ข้อมูลผิดๆ เพื่อขอสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่ออื่นๆ เป็นสิ่งที่ยอมรับได้

กรุงเทพ–(BUSINESS WIRE)–24 กันยายน 2024

FICO (NYSE: FICO):

23% of Thais thought it was OK for people to exaggerate income on a loan application with a further 16% saying it was normal for people to do this. (Graphic: FICO)

คนไทย 23% คิดว่าการให้ข้อมูลรายได้เกินจริงเมื่อสมัครขอสินเชื่อเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ในขณะที่อีก 16% ระบุว่าการกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องปกติ (กราฟิก: FICO)

ประเด็นสำคัญ

  • คนไทยจำนวน 2 ใน 5 (คิดเป็น 39%) คิดว่าการให้ข้อมูลรายได้ของตนที่มากเกินจริงเมื่อสมัครขอสินเชื่อเป็นเรื่องปกติหรือยอมรับได้
  • คนไทยจำนวน 1 ใน 7 (คิดเป็น 14%) มองว่าการให้ข้อมูลรายได้ของตนอย่างไม่ถูกต้องเมื่อสมัครขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องปกติ
  • การปลอมแปลงใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนประกันเป็นรูปแบบการฉ้อโกงที่คนไทยรับไม่ได้ที่สุด โดยคนไทยจำนวน 2 ใน 3 (คิดเป็น 68%) มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่อาจยอมรับได้

FICO ซึ่งเป็นผู้นำด้านซอฟต์แวร์เพื่อการวิเคราะห์ระดับโลกในปัจจุบันได้เปิดเผยผลการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับการฉ้อโกงของผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งเผยให้เห็นทัศนคติที่น่าตกใจเกี่ยวกับการฉ้อโกงทางการเงินของบุคคลที่หนึ่งทั้งในตลาดทั่วโลกและตลาดในประเทศไทย

ผลการสำรวจพบว่า แม้ว่าผู้ทำแบบสำรวจชาวไทยส่วนใหญ่มองว่าการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จเมื่อสมัครผลิตภัณฑ์ทางการเงินและเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจะเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ แต่ประชากรจำนวนมากกลับไม่คิดเช่นนั้น

ชาวไทยจำนวน 2 ใน 5 คิดว่าการให้ข้อมูลรายได้ของตนอย่างไม่ถูกต้องเมื่อขอเปิดบัญชีธนาคาร (คิดเป็น 39%) สมัครขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย (คิดเป็น 39%) และสมัครขอสินเชื่อรถยนต์ (คิดเป็น 39%) เป็นเรื่องปกติหรือยอมรับได้ในบางกรณี นอกจากนี้ ชาวไทยจำนวน 2 ใน 5 (คิดเป็น 39%) ยังมองว่าการให้ข้อมูลรายได้ที่มากเกินจริงเมื่อสมัครขอสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเรื่องปกติหรือยอมรับได้

มุมมองเหล่านี้สอดคล้องกับทัศนคติของผู้คนทั่วโลกเป็นอย่างมาก โดยผลการสำรวจเปิดเผยว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ (คิดเป็น 56%) ปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อแนวคิดในการให้ข้อมูลรายได้ที่มากเกินจริงเมื่อสมัครขอสินเชื่อ โดยมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่อาจยอมยอมรับได้เป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่ผู้บริโภคจำนวน 1 ใน 4 (คิดเป็น 24%) คิดว่าเป็นการกระทำที่ยอมรับได้ในบางสถานการณ์ และผู้บริโภคจำนวน 1 ใน 7 (คิดเป็น 15%) มองว่าเป็นเรื่องปกติ

“ผู้บริโภคต้องเข้าใจว่าการให้ข้อมูลผิดๆ เมื่อสมัครผลิตภัณฑ์ทางการเงินอาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ร้ายแรงตามมาได้ แม้ว่าจะให้ข้อมูลผิดๆ โดยไม่ตั้งใจก็ตาม” คุณ Aashish Sharma หัวหน้าส่วนงานด้านการจัดการวงจรความเสี่ยงและการตัดสินใจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ FICO กล่าว “ธนาคารสามารถแก้ไขปัญหาที่แท้จริงเกี่ยวกับ “การขอสินเชื่อด้วยข้อมูลเท็จ” ได้โดยปรับปรุงความสามารถในการตรวจจับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยป้องกันหนี้เสีย และในขณะเดียวกันก็ป้องกันไม่ให้ลูกค้ากระทำการฉ้อโกงได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.fico.com/en/latest-thinking/ebook/consumer-survey-2023-digital-banking-customer-preferences-and-fraud-controls

การยอมรับการสมัครขอสินเชื่อที่ส่อทุจริตสร้างความวิตกกังวลให้กับบรรดาผู้ให้กู้

ผลสำรวจของ FICO เปิดเผยว่าผู้บริโภคชาวไทยจำนวน 1 ใน 4 (คิดเป็น 25%) มองว่าการให้ข้อมูลเท็จเมื่อสมัครขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ในบางกรณี ในขณะที่ผู้บริโภคจำนวน 1 ใน 5 (คิดเป็น 14%) มองว่าเป็นเรื่องปกติ ข้อมูลนี้สอดคล้องกับปัญหาการผิดนัดชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ตามรายงานของสถาบันข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ที่เน้นย้ำถึงความท้าทายด้านการประเมินความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สถาบันการเงินในประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

แม้ว่าข้อมูลในใบสมัครขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยของลูกค้าเดิมจะดูถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็อาจมีการใช้ความสัมพันธ์ด้านการธนาคารที่มีมาแต่เดิมเพื่อกระทำการฉ้อโกงได้เช่นกัน ผู้สมัครสามารถบิดเบือนกระบวนการกู้ยืมด้วยการให้ข้อมูลรายได้ที่สูงกว่าความเป็นจริง เช่น ใส่ข้อมูลรายรับจากการประกอบอาชีพอิสระหรือเงินโบนัสที่มากเกินจริง รวมถึงไม่ใส่ข้อมูลหนี้สินหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินส่วนตัวที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ให้กู้ตรวจพบข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเหล่านี้ได้ยากหากไม่มีมาตรการตรวจสอบความถูกต้องในเชิงรุกและละเอียดถี่ถ้วน

“ธนาคารจำเป็นต้องยกระดับกลยุทธ์การประเมินความเสี่ยงเพื่อรับมือกับการสมัครขอสินเชื่อที่ส่อทุจริต” คุณ Sharma กล่าว “กลยุทธ์นี้ควรประกอบไปด้วยการบูรณาการการวิเคราะห์ข้อมูลที่ครอบคลุม การนำการวิเคราะห์การตรวจหาความผิดปกติมาใช้ และเพิ่มความสามารถในการตรวจหาสัญญาณเริ่มต้นของการฉ้อโกงแบบบัญชีฉ้อฉลหรือการฉ้อโกงที่กำลังจะเกิดขึ้น”

การปลอมแปลงใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนประกันเป็นการฉ้อโกงที่รับไม่ได้ที่สุด

งานวิจัยของ FICO ระบุว่า การปลอมแปลงใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเป็นรูปแบบการฉ้อโกงที่หลายคนรับไม่ได้ที่สุด โดยผู้บริโภคทั่วโลกประมาณ 2 ใน 3 คิดว่าการแจ้งมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกขโมยสูงเกินจริงหรือเพิ่มรายการสิ่งเรียกร้องสินไหมทดแทนเท็จเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง ซึ่งมุมมองนี้สอดคล้องกับความเห็นของผู้บริโภคชาวไทยจำนวน 2 ใน 3 (คิดเป็น 68%)

ทัศนคติเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ที่เปลี่ยนไปก็สอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลกเช่นกัน โดยผู้บริโภคที่โลกครึ่งหนึ่งรวมถึงผู้บริโภคชาวไทยกว่าครึ่งหนึ่งมีความเห็นว่าการให้ข้อมูลรายได้เกินจริงเมื่อทำสัญญาโทรศัพท์มือถือ (คิดเป็น 55%) หรือการสมัครขอสินเชื่อรถยนต์ (คิดเป็น 57%) เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้

“ผลสำรวจของ FICO เผยให้เห็นว่าผู้คนจำนวนมากปรับเปลี่ยนมุมมองที่ตนมีต่อการฉ้อโกงการสมัครขอสินเชื่อตามแต่สถานการณ์” คุณ Sharma กล่าว “สถาบันการเงินต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ป้องกันการฉ้อโกงอยู่เสมอ เพื่อให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้อย่างเท่าทัน ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจว่าลูกค้าจะไม่ถูกชักจูงให้ทำกิจกรรมที่ผิดจริยธรรมหรือผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ”

การสำรวจนี้จัดทำขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2023 โดยบริษัทวิจัยอิสระซึ่งปฏิบัติตามมาตรฐานอุตสาหกรรมการวิจัย โดยมีชาวไทยในวัยผู้ใหญ่ 1,002 คนทำแบบสำรวจนี้ รวมถึงผู้บริโภครายอื่นๆ อีกราว 12,000 คนในแคนาดา สหรัฐอเมริกา บราซิล โคลอมเบีย เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย สหราชอาณาจักร และสเปน

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54124883/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ข้อมูลติดต่อ

Lizzy Li
RICE for FICO
+65 9034 7768
lizzy.li@ricecomms.com

Saxon Shirley
FICO
+65 9171 0965
saxonshirley@fico.com

ที่มา: FICO.

SCF เข้าซื้อกิจการ Newpark Fluids Systems

Logo

HOUSTON–(BUSINESS WIRE)–14 กันยายน 2024

SCF Partners, Inc. (“SCF”) มีความยินดีประกาศการเข้าซื้อกิจการธุรกิจ Newpark Fluids Systems business (“NFS”) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชันน้ำมันและก๊าซธรรมชาติและของเหลวความร้อนใต้พิภพชั้นนำระดับโลกจาก Newpark Resources Inc. (NYSE: NR) Newpark Fluids Systems จัดหาผลิตภัณฑ์สำหรับเจาะแบบครบวงจรและบริการทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรองรับโดยชุดซอฟต์แวร์การสร้างแบบจำลองดิจิทัลที่สร้างสรรค์ ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตในการดำเนินงานสำหรับลูกค้าของเรา

David Paterson CEO ของ Newpark Fluid Systems กล่าว “เรารู้สึกตื่นเต้นในการร่วมเป็นพันธมิตรกับ SCF ความร่วมมือครั้งใหม่นี้จเป็นแหล่งสร้างมูลค่ามหาศาลสำหรับทั้งลูกค้าของเราและทีมงาน Newpark Fluids Systems ทุกคน แผนการเติบโตเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของเราจะเร่งตัวภายใต้คณะกรรมการชุดใหม่ที่มุ่งเน้นเฉพาะด้าน ซึ่งมีประสบการณ์และความมุ่งมั่นอย่างมากในด้านพลังงาน ประวัติความสำเร็จที่ไม่มีใครเทียบของ SCF ในอุตสาหกรรมบริการด้านพลังงานระดับโลกเปิดโอกาสอันน่าตื่นเต้นสำหรับเราในอนาคต”

Deviyani Misra-Godwin กรรมการบริหารของ SCF Partners กล่าว “เป็นเวลากว่า 25 ปีแล้วที่ Newpark Fluids Systems ได้รักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดของเหลวสำหรับการขุดเจาะและการผลิตทั่วโลก โดยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของลูกค้าด้วยการให้บริการที่มีคุณภาพระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม การดำเนินงานทั่วโลก ประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในระดับควอไทล์ ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชั้นนำ และตำแหน่งที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมพลังงานความร้อนใต้พิภพที่กำลังเติบโตของ Newpark Fluid Systems จะช่วยเสริมความสำเร็จในภูมิทัศน์ด้านพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป ร่วมกับทีมผู้นำ เรามุ่งหวังที่จะสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับลูกค้าและพนังงานของเราในเส้นทางการเติบโตในอนาคต”

Vinson & Elkins LLP เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายสำหรับ SCF ในการทำธุรกรรมครั้งนี้

เกี่ยวกับ Newpark Fluids Systems

Newpark Fluids Systems เป็นผู้จัดหาผลิตภัณฑ์ของเหลวสำหรับการขุดเจาะและการผลิตแบบครบวงจรและบริการทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องให้แก่ลูกค้าสำหรับโครงการน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานนความร้อนใต้พิภพ โดยโครงการส่วนใหญ่อยู่ที่อเมริกาเหนือ ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา รวมถึงบางประเทศในเอเชียแปซิฟิก NFS ให้แนวทางความรู้ในท้องถิ่นโดยมุ่งเน้นของเหลวใต้พิภพและการเข้าถึงทั่วโลก เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและผลผลิตสำหรับการดำเนินงานของลูกค้าทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.newpark.com

เกี่ยวกับ SCF Partners

SCF ก่อตั้งขึ้นในปี 1989 โดยให้บริการเงินทุนและความช่วยเหลือด้านการเติบโตเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างและขยายบริษัทในภาคส่วนการบริการด้านพลังงาน อุปกรณ์ และเทคโนโลยีชั้นนำที่มีการดำเนินงานทั่วโลก SCF มีการลงทุนในบริษัทแพลตฟอร์มมากกว่า 80 แห่ง และเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมอีกกว่า 400 แห่ง เพื่อพัฒนาบริษัทในภาคส่วนการบริการด้านพลังงานและอุปกรณ์ที่มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 18 แห่งตลอดประวัติศาสตร์การดำเนินงานของบริษัท บริษัทมีสำนักงานใหญ่ที่ฮูสตัน เท็กซัส และมีสำนักงานที่อเบอร์ดีนและออสเตรเลีย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.scfpartners.com

เกี่ยวกับ Newpark Resources

Newpark Resources, Inc. เป็นบริษัทให้บริการโซลูชันสำหรับโรงงาน โดยมีการผลิต จำหน่าย และให้เช่าผลิตภัณฑ์คอมโพสิตที่ยั่งยืนและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม พร้อมบริการครบวงจร รวมถึงการวางแผน โลจิสติกส์ และการแก้ไขปัญหา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.newpark.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54122034/en

ติดต่อ

Paul Bateman
pbateman@scfpartners.com

แหล่งข้อมูล: SCF Partners

Blackstone ประกาศข้อตกลงการเข้าซื้อกิจการ AirTrunk ด้วยมูลค่า 24 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

Logo

ซิดนีย์–(BUSINESS WIRE)–04 กันยายน 2024

กองทุนที่บริหารจัดการโดย Blackstone Real Estate Partners, Blackstone Infrastructure Partners, Blackstone Tactical Opportunities และกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นเอกชนของ Blackstone สำหรับนักลงทุนรายบุคคล ร่วมกับ Canada Pension Plan Investment Board (“CPP Investments”) ได้ลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้ายเพื่อเข้าซื้อกิจการ AirTrunk ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จาก Macquarie Asset Management และ Public Sector Pension Investment Board ด้วยมูลค่ากิจการโดยนัยกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยนี่ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดของ Blackstone ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยธุรกรรมดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจสอบการลงทุนจากต่างประเทศของออสเตรเลีย

AirTrunk เป็นแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีสำนักงานอยู่ในออสเตรเลีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ มีกำลังการผลิตที่พร้อมให้บริการลูกค้ามากกว่า 800 เมกะวัตต์ และเป็นเจ้าของที่ดินที่สามารถรองรับการเติบโตในอนาคตมากกว่า 1 กิกะวัตต์ทั่วทั้งภูมิภาค

Jon Gray ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Blackstone กล่าวว่า “นี่คือ Blackstone ที่ดีที่สุด ซึ่งใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มระดับโลกของเราเพื่อต่อยอดประโยชน์จากแนวคิดบนความมุ่งมั่นสูงสุดของเรา โดย AirTrunk ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ เนื่องจาก Blackstone มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลชั้นนำของโลกในระบบนิเวศน์ รวมถึงศูนย์ข้อมูล พลังงาน และบริการที่เกี่ยวข้อง”

Sean Klimczak หัวหน้าฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกของ Blackstone และ Nadeem Meghji หัวหน้าร่วมฝ่ายอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกของ Blackstone กล่าวว่า “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกำลังเผชิญกับความต้องการที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเกิดขึ้นโดยการปฏิวัติของ AI เช่นเดียวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลในวงกว้างของเศรษฐกิจ โดยก่อนที่จะเข้าซื้อกิจการ AirTrunk ผลงานเด่นๆ ของ Blackstone นั้นประกอบด้วยศูนย์ข้อมูลมูลค่า 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่กำลังก่อสร้างอยู่ พร้อมด้วยโครงการพัฒนาในอนาคตมูลค่ากว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมมือกับทีมผู้บริหารมากความสามารถของ AirTrunk เพื่อเสริมการเติบโตให้มากขึ้น”

Robin Khuda ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AirTrunk กล่าวว่า “ธุรกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม AirTrunk ในภาคส่วนที่ทำผลงานได้ดี เนื่องจากเราคว้าโอกาสในการเติบโตครั้งต่อไปจากบริการคลาวด์และ AI และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เรามุ่งหวังที่จะร่วมงานกับ Blackstone และ CPP Investments และได้รับประโยชน์จากเงินทุนมหาศาล ความเชี่ยวชาญในภาคส่วน และเครือข่ายอันทรงคุณค่าในตลาดประเทศต่างๆ ซึ่งจะช่วยรองรับการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของ AirTrunk”

โดยคาดว่าจะมีการใช้จ่ายในด้านเงินทุนประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในสหรัฐอเมริกาในช่วงห้าปีข้างหน้าเพื่อสร้างและอำนวยความสะดวกให้กับศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ โดยยังมีค่าใช้จ่ายด้านเงินทุนอีก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกสหรัฐอเมริกาอีกด้วย ซึ่ง Blackstone จะใช้ประโยชน์จากการดำเนินการนี้ในฐานะผู้ลงทุนชั้นนำระดับโลกด้านศูนย์ข้อมูล โดยทาง Blackstone ได้ลงทุนทั้งในส่วนของหนี้และเงินทุนของบริษัทศูนย์ข้อมูลอื่นๆ รวมถึงในฐานะเจ้าของ QTS ซึ่งเป็นบริษัทศูนย์ข้อมูลที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกอย่าง Coreweave และ Digital Realty ด้วย นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การตอบสนองความต้องการพลังงานของภาคส่วนต่างๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกันมากมาย รวมถึงในฐานะผู้ลงทุนในบริษัทพลังงานและสาธารณูปโภค เช่น Invenergy ผู้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนอิสระรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

เกี่ยวกับ Blackstone

Blackstone คือบริษัทจัดการสินทรัพย์ทางเลือกที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเรามุ่งมั่นที่จะมอบผลตอบแทนที่คุ้มค่าการลงทุนให้กับนักลงทุนสถาบันและรายบุคคลโดยการเสริมศักยภาพให้กับบริษัทที่เราลงทุนด้วย เรามีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกที่เน้นไปที่อสังหาริมทรัพย์ หุ้นเอกชน โครงสร้างพื้นฐาน ชีววิทยาศาสตร์ หุ้นเพื่อการเติบโต สินเชื่อ สินทรัพย์จริง สินทรัพย์รอง และกองทุนป้องกันความเสี่ยง โดยผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.blackstone.com หรือติดตาม @blackstone บน LinkedIn, X (Twitter) และ Instagram

1 รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านเงินทุนสำหรับโครงการที่ให้สัญญาไว้

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ข้อมูลติดต่อ

Blackstone Media Contacts
Mariko Sanchanta
Blackstone
mariko.sanchanta@blackstone.com | +852 3656 7738

Hayley Morris
MorrisBrown Communications Pty Ltd
hayley@morris-brown.com.au | +61 407 789 018

แหล่งข้อมูล: Blackstone

The Bangkok Reporter