หอการค้าระหว่างประเทศ และ Carbon Measures ประกาศรายชื่อกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับโลกชุดแรกสำหรับคณะทำงานด้านการบัญชีคาร์บอน

Logo

ผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วยผู้นำระดับโลกจากภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม

ปารีสและนิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–19 มกราคม 2026

ในวันนี้ ทางหอการค้าระหว่างประเทศ (International Chamber of Commerce: ICC) และ Carbon Measures ประกาศรายชื่อกลุ่มผู้เชี่ยวชาญชุดแรกที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมเป็นคณะผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคด้านการบัญชีคาร์บอนซึ่งจะทำหน้าที่กำหนดหลักการ ขอบเขต และการประยุกต์ใช้จริงของระบบบัญชีในการปล่อยคาร์บอน

ผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วยผู้นำและผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นตัวแทนจากหลากหลายสาขา พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ และภูมิหลังทางวิชาชีพ คณะทำงานนี้จะนำประสบการณ์ด้านความยั่งยืน เทคโนโลยี นโยบายสาธารณะ รวมถึงระบบอุตสาหกรรมและการเงินมาปรับใช้ เพื่อจัดตั้งระบบบัญชีการปล่อยคาร์บอนแบบใช้บัญชีแยกประเภทตามระยะเวลาที่กำหนด มีความถูกต้องแม่นยำ และสามารถตรวจสอบได้ ระบบนี้จะติดตามการปล่อยมลพิษในระดับผลิตภัณฑ์ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงปฏิบัติในโลกแห่งความจริงของบริษัท หน่วยงานที่กำหนดมาตรฐาน และผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญชุดแรกประกอบด้วย:

  •  Alicia Seiger, ผู้อำนวยการด้านสภาพภูมิอากาศจากองค์กร Chan Zuckerberg Initiative (สหรัฐอเมริกา)
  •  Dr. Amy Luers, หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมด้านความยั่งยืนจากบริษัท Microsoft (สหรัฐอเมริกา)
  •  Armin Knors, อดีตหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมและเทคโนโลยีจากบริษัท Bayer (เยอรมนี)
  •  Dr. Benedikt Plümper, หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนด้าน ESG ของกลุ่ม CIB จากธนาคาร Banco Santander (สเปน)
  •  Billy Pizer, ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารจาก Resources for the Future (สหรัฐอเมริกา)
  •  Jakob Stausholm, นักวิจัยอาวุโสจากโรงเรียนรัฐบาล Blavatnik และมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด; อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารจากบริษัท Rio Tinto (เดนมาร์ก)
  •  Kate Maher, ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (สหรัฐอเมริกา)
  •  Koushik Chatterjee, ผู้อำนวยฝ่ายบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และกรรมการจากบริษัท Tata Steel Limited (อินเดีย)
  •  Rachel Teo, กรรมการผู้จัดการจากสำนักงานบริหารทรัพย์สินครอบครัวเอกชน (สิงคโปร์)
  •  Tatsuya “Todd” Hoshino, นักกลยุทธ์การบริหารจัดการของฝ่ายเมทานอลและแอมโมเนียจากบริษัท Mitsui & Co. (ญี่ปุ่น)

จะมีการประกาศรายชื่อผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมเพื่อเข้าร่วมคณะทำงานในประกาศครั้งถัดไป ก่อนการประชุมในครั้งแรกของกลุ่ม ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นภายในไตรมาสนี้ โดยสมาชิกทุกคนจะเข้าร่วมในนามส่วนบุคคล

“ผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านต่างก็มีความรู้ทางเทคนิคเชิงลึก และมีความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยมลพิษอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน” กล่าวโดย Amy Brachio, CEO ของ Carbon Measures “สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือคุณภาพของผู้สมัครที่เราได้เห็นจากทั่วโลก ผู้นำที่ได้สะสมประสบการณ์มาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานและต้องการนำประสบการณ์ของตนมาช่วยให้การดำเนินงานครั้งนี้ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง กลุ่มแรกนี้จะสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการจัดตั้งระบบที่สามารถแยกผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยให้การแข่งขันเชิงนโยบายและเชิงตลาดสามารถเร่งการลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีนัยสำคัญ”

“การแต่งตั้งเข้าร่วมกับคณะทำงานในระยะแรกได้นำมาซึ่งความเชี่ยวชาญเชิงลึกและความหลากหลายของประสบการณ์ในระดับสูงเป็นพิเศษ ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายของความเชี่ยวชาญที่จำเป็นต่อการยกระดับการบัญชีคาร์บอนให้เป็นเครื่องมือในการเร่งการลดคาร์บอนทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจ” กล่าวโดย Andrew Wilson, รองเลขาธิการของ ICC “เราคาดหวังที่จะได้ทำงานร่วมกับ Carbon Measures เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับคณะทำงานในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า และเรารู้สึกดีใจอย่างมากจากการตอบรับอย่างเข้มแข็งของผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาวิชาและตลาด”

ICC เป็นผู้นำกระบวนการคัดเลือก ด้วยการคัดกรองผู้สมัครเพื่อให้มั่นใจถึงการเป็นตัวแทนในระดับโลกอย่างครอบคลุมและมีความเชี่ยวชาญเชิงลึกทางเทคนิค ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นจะได้รับการตรวจสอบโดยประธานร่วมของคณะทำงาน (Amy Brachio และ Karthik Ramanna ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด) โดยที่ ICC และ Carbon Measures จะเข้าร่วมในการตกลงเกี่ยวกับองค์ประกอบสุดท้ายด้วย

จากได้รับความสนใจในระดับโลกอย่างมากและคำขอให้ขยายระยะเวลาการรับสมัครออกไป ทาง ICC และ Carbon Measures จึงได้ขยายกำหนดส่งใบรับสมัครออกไปจนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 เพื่อให้มั่นใจว่าคณะทำงานจะประกอบด้วยบุคลากรที่มีทักษะสูงสุด การขยายระยะเวลานี้จะเปิดโอกาสให้มีการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพิ่มเติมจากทั่วโลกเข้าร่วมกับคณะทำงาน

เกี่ยวกับ Carbon Measures

Carbon Measures เป็นความร่วมมือระดับโลกของกลุ่มธุรกิจชั้นนำที่มุ่งมั่นในการผลักดันกรอบการทำงานทางการบัญชีคาร์บอนแบบใช้บัญชีแยกประเภท ซึ่งให้ข้อมูลในระดับบริษัทและระดับผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องแม่นยำ สามารถตรวจสอบได้ และอยู่ภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ Carbon Measures ยังเรียกร้องให้นำเสนอนโยบายใหม่ๆ ที่ช่วยปลดล็อกนวัตกรรม การแข่งขัน และแนวทางแก้ไขบนพื้นฐานของตลาดในการลดการปล่อยมลพิษ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Carbon Measures โปรดเข้าชมได้ที่ carbonmeasures.org

เกี่ยวกับหอการค้าระหว่างประเทศ (ICC)

หอการค้าระหว่างประเทศ (International Chamber of Commerce: ICC) เป็นตัวแทนเชิงสถาบันของบริษัทมากกว่า 45 ล้านแห่งจาก 170 ประเทศทั่วโลก ภารกิจของ ICC คือการทำให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินงานได้สำหรับทุกคน ทุกวัน และทุกหนแห่ง ด้วยการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย การนำเสนอวิิธีแก้ปัญหา และการกำหนดมาตรฐาน ทางเราจะส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และแนวทางด้านกฎระเบียบในระดับสากลควบคู่ไปกับการให้บริการระงับข้อพิพาทที่เป็นผู้นำในตลาดด้วย สมาชิกของเราประกอบด้วยบริษัทชั้นนำของโลก, กลุ่ม SME, สมาคมธุรกิจ และหอการค้าท้องถิ่นจำนวนมาก โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหอการค้าระหว่างประเทศได้ที่ iccwbo.org

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260118104674/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อมวลชน
randa.eltahawy@iccwbo.org
media@carbonmeasures.org

ที่มา: International Chamber of Commerce and Carbon Measures

Colgate-Palmolive และมูลนิธิองค์การอนามัยโลก ประกาศความร่วมมือระดับโลกด้านสุขภาพช่องปาก

Logo

การสนับสนุนทางการเงินระยะยาวจะช่วยส่งเสริมสุขภาพช่องปาก เนื่องจากโรคในช่องปากเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อที่พบได้บ่อยที่สุดและถูกมองข้ามมากที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชากร 3.7 พันล้านคนทั่วโลก1

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–20 มกราคม 2026

วันนี้ Colgate-Palmolive ประกาศความร่วมมือระยะยาวกับมูลนิธิองค์การอนามัยโลก เพื่อสนับสนุนงานด้านสุขภาพช่องปากขององค์การอนามัยโลก การสนับสนุนทางการเงินเป็นระยะเวลาสี่ปีนี้ จะช่วยขยายการให้ความรู้ด้านสุขภาพช่องปาก สนับสนุนการบูรณาการสุขภาพช่องปากเข้ากับระบบสาธารณสุขแห่งชาติ และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสุขภาพช่องปากในฐานะที่เป็นประเด็นสำคัญด้านสาธารณสุข โครงการริเริ่มนี้จะช่วยต่อยอดจากความมุ่งมั่นของ Colgate ในการให้ความรู้และทรัพยากรด้านสุขภาพช่องปากแก่ชุมชนต่างๆ โดยบริษัทเพิ่งประกาศว่าโครงการ Colgate Bright Smiles, Bright Futures® ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพช่องปากแก่เด็กและครอบครัวประมาณสองพันล้านคนทั่วโลกตั้งแต่ปี 1991 เป็นต้นมา

“ที่ Colgate-Palmolive เราขับเคลื่อนด้วยจุดประสงค์ของเราในการสร้างสรรค์อนาคตที่สุขภาพดีขึ้นสำหรับทุกคน และสร้างรอยยิ้มให้มากขึ้น เรากำลังเปิดตัวความร่วมมือกับมูลนิธิองค์การอนามัยโลก เนื่องจากบทบาทที่โดดเด่นของมูลนิธิฯ ในการสนับสนุนความท้าทายด้านสุขภาพระดับโลก และความเป็นผู้นำของ Colgate ในด้านสุขภาพช่องปากในฐานะแบรนด์ที่มีอยู่ในบ้านมากกว่าแบรนด์ใดๆ2” กล่าวโดย Ram Raghavan ประธานฝ่ายดูแลช่องปากระดับองค์กร บริษัท Colgate-Palmolive “สุขภาพช่องปากเป็นเรื่องสำคัญ และมักถูกมองข้าม โดยในวาระด้านสุขภาพระดับโลก เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับสุขภาพช่องปากให้มีลำดับความสำคัญด้านสาธารณสุข โดยการขยายการป้องกันและการให้ความรู้ รวมถึงการสนับสนุนแนวทางแก้ไขที่อิงหลักฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างระบบสุขภาพและปรับปรุงคุณภาพชีวิตในชุมชนต่างๆ ทั่วโลก”

สุขภาพช่องปากเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวม แต่กลับถูกมองข้ามในระบบสาธารณสุขหลายแห่ง ความละเลยนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากปัจจัยต่างๆ เช่น สถานะทางเศรษฐกิจ การศึกษา ความรู้ด้านสุขภาพ และการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ1 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็ก ผลกระทบจากสุขภาพช่องปากที่ไม่ดีอาจนำไปสู่ความเจ็บปวดทางร่างกาย ปัญหาทางอารมณ์ และปัญหาในการเรียน รวมถึงปัญหาด้านสมาธิและการขาดเรียนที่เพิ่มขึ้น3-5 จากความร่วมมือนี้ Colgate ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มแบรนด์ Colgate-Palmolive และมูลนิธิองค์การอนามัยโลก ได้สนับสนุนองค์การอนามัยโลกในการแก้ไขอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อประชากรโลกประมาณครึ่งหนึ่ง โดยสนับสนุนความพยายามในการบูรณาการสุขภาพช่องปากเข้ากับวาระและระบบสาธารณสุขในวงกว้าง

“มูลนิธิองค์การอนามัยโลกสนับสนุนภารกิจขององค์การอนามัยโลกโดยการระดมทุนจากภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนลำดับความสำคัญด้านสาธารณสุข” กล่าวโดย Anil Soni ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมูลนิธิองค์การอนามัยโลก “สุขภาพช่องปากมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม และความก้าวหน้านั้นขึ้นอยู่กับการลงทุนระยะยาวในการป้องกัน คำแนะนำที่น่าเชื่อถือ และระบบสุขภาพที่แข็งแกร่ง โดยการสนับสนุนเช่นนี้จะช่วยให้องค์การอนามัยโลกสามารถทำงานเพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากและปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพสำหรับชุมชนทั่วโลกได้”

การมุ่งเน้นร่วมกันที่ผลกระทบในระดับระบบ

ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งความก้าวหน้าโดยการยกระดับสุขภาพช่องปากให้มีลำดับความสำคัญพื้นฐานด้านสาธารณสุข โดยมีแนวทางการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ 3 ด้าน ได้แก่

  •  การขยายขอบเขตการให้ความรู้ด้านสุขภาพช่องปาก : ช่วยบูรณาการหลักการป้องกันและการให้ความรู้ที่สำคัญเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพของรัฐบาลที่มีอยู่แล้ว เช่น ระบบสุขภาพในโรงเรียน ในภูมิภาคที่กำหนด
     
     
  •  การสนับสนุนนโยบายและแนวทางปฏิบัติ : สนับสนุนการวิจัยที่จำเป็นเพื่อช่วยให้กระทรวงสาธารณสุขพัฒนาข้อเสนอแนะที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และคุ้มค่าสำหรับการบูรณาการการแทรกแซงด้านสุขภาพช่องปากเข้ากับระบบสุขภาพแห่งชาติ
     
     
  •  การเพิ่มความสำคัญ: สนับสนุนการสร้างความตระหนักรู้ผ่านการมีส่วนร่วมเชิงกลยุทธ์ ระดับโลก และข้ามภาคส่วน เพื่อยกระดับความสำคัญของสุขภาพช่องปาก และแสดงให้เห็นถึงผลกระทบและผลลัพธ์ของความร่วมมือนี้

Colgate และมูลนิธิองค์การอนามัยโลก กำลังเปิดตัวความร่วมมือนี้ในช่วงเวลาที่การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพระดับโลก ในการประชุมระดับสูงของสหประชาชาติครั้งที่ 4 ที่ผ่านมา สุขภาพช่องปากได้รับการยอมรับและรวมอยู่ในประเด็นสำคัญด้านสาธารณสุขในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ โดยประเทศสมาชิกต่างให้การสนับสนุนและเรียกร้องให้มีการดำเนินการ ด้วยการมุ่งเน้นไปที่มาตรการป้องกันสุขภาพช่องปาก นโยบายที่อิงตามหลักฐาน และการสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้างเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพช่องปากกับสุขภาพและความเป็นอยู่โดยรวม ความร่วมมือนี้จึงมุ่งหวังที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก

เกี่ยวกับบริษัท Colgate-Palmolive

Colgate-Palmolive เป็นบริษัทที่ใส่ใจและสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการเติบโต โดยมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่สุขภาพดีขึ้นสำหรับทุกคน สัตว์เลี้ยง และโลกของเรา บริษัทมุ่งเน้นด้านการดูแลช่องปาก การดูแลส่วนบุคคล การดูแลบ้าน และโภชนาการสัตว์เลี้ยง เราจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 200 ประเทศและดินแดนภายใต้แบรนด์ต่างๆ เช่น Colgate, Palmolive, elmex, hello, meridol, Sorriso, Tom’s of Maine, EltaMD, Filorga, Irish Spring, Lady Speed ​​Stick, PCA SKIN, Protex, Sanex, Softsoap, Speed ​​Stick, Ajax, Axion, Fabuloso, Murphy, Soupline และ Suavitel รวมถึง Hill’s Science Diet, Hill’s Prescription Diet และ Prime100 โดยเราได้รับการยอมรับในด้านความเป็นผู้นำและนวัตกรรมในการส่งเสริมความยั่งยืนและสุขภาวะของชุมชน รวมถึงความสำเร็จของเราในการลดขยะพลาสติกและส่งเสริมการรีไซเคิล การประหยัดน้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการปรับปรุงสุขภาพช่องปากของเด็กๆ ผ่านโครงการ Colgate Bright Smiles, Bright Futures ซึ่งเข้าถึงเด็กและครอบครัวประมาณ 2 พันล้านคนตั้งแต่ปี 1991 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจระดับโลกของ Colgate และวิธีที่เรากำลังสร้างอนาคตที่น่ายิ้มแย้ม โปรดไปที่ www.colgatepalmolive.com

เกี่ยวกับมูลนิธิองค์การอนามัยโลก

มูลนิธิองค์การอนามัยโลกเป็นองค์กรอิสระที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2020 เพื่อสนับสนุนพันธกิจขององค์การอนามัยโลก โดยระดมทุนจากผู้ใจบุญและสร้างความร่วมมือที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางสุขภาพ ตอบสนองต่อความท้าทายด้านสุขภาพที่เร่งด่วน และเสริมสร้างระบบที่ช่วยชีวิตผู้คน ด้วยการเชื่อมโยงพันธมิตรและผู้ปฏิบัติงาน มูลนิธิฯ ได้ช่วยขยายขอบเขตของโซลูชันที่น่าเชื่อถือ สนับสนุนการตอบสนองที่ช่วยชีวิต และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไปสู่สุขภาพที่ดีสำหรับทุกคน who.foundation

อ้างอิง

  1.  องค์การอนามัยโลก “สุขภาพช่องปาก” 17 มีนาคม 2025 https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/oral-health
  2.  Worldpanel โดย Numerator รอยเท้าแบรนด์ปี 2025: ชนะเกม 50:50 https://reports.worldpanelbynumerator.com/story/brand-footprint-2025-p/page/3/2 ตีพิมพ์ปี 2025
  3. Dörfer, C และคณะ ความสัมพันธ์ของสุขภาพช่องปากกับสุขภาพทั่วไปและโรคไม่ติดต่อ: บทวิจารณ์โดยย่อ วารสารทันตกรรมนานาชาติ 2017
  4. Kisely S. ไม่มีสุขภาพจิตที่ดีได้ หากปราศจากสุขภาพช่องปากที่ดี วารสารจิตเวชศาสตร์แคนาดา 2016
  5. ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก เข้าถึงเมื่อ 18 สิงหาคม 2025

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: www.businesswire.com/news/home/20260120050760/en

Contacts

Samantha Ruijgh
Real Chemistry
(801) 971-5773
swapner@realchemistry.com

ที่มา: Colgate-Palmolive Company and WHO Foundation

โรงเรียน Ruamrudee International คว้ารางวัล Zayed Sustainability Prize ประจำปี 2026 ในประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายระดับโลก – เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก

Logo

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–15 มกราคม 2026

โรงเรียน Ruamrudee International ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย ได้รับรางวัล Zayed Sustainability Prize ประจำปี 2026 ในประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายระดับโลก – เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก โดยโรงเรียนได้รับการยกย่องจากโครงการ ‘Future of Good Life’ ซึ่งมุ่งแก้ไขผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำนาข้าวด้วยเทคนิคการประหยัดน้ำและกลยุทธ์ลดการปล่อยคาร์บอนที่เป็นนวัตกรรมใหม่

2026 Zayed Sustainability Prize Awards Ceremony (Photo: AETOSWire)

พิธีมอบรางวัล Zayed Sustainability Prize ประจำปี 2026 (ภาพ: AETOSWire)

โครงการนี้แนะนำวิธีการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying: AWD) และเซ็นเซอร์ราคาประหยัดซึ่งมีชื่อว่า RiceSense ซึ่งพัฒนาโดยนักศึกษา เซ็นเซอร์นี้จะติดตามระดับน้ำและข้อมูล GPS เพื่อช่วยเกษตรกรลดการปล่อยก๊าซมีเทนและมีสิทธิ์ได้รับเครดิตคาร์บอน นอกจากนี้ นักศึกษายังเป็นผู้นำในการฝึกอบรมและสร้างความตระหนักรู้แก่เกษตรกรเพื่อส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนทั่วประเทศ

โครงการนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่นักเรียนประมาณ 1,200 คนและครู 150 คน รวมถึงให้การฝึกอบรมแก่เกษตรกรเพื่อขยายการนำไปใช้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในโครงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ช่วยให้เกษตรกรลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้มากถึง 40% และประหยัดน้ำได้ประมาณ 750 ลูกบาศก์เมตรต่อรอบการเพาะปลูก

Dr. Lamya Fawwaz ผู้อำนวยการบริหารรางวัล Zayed Sustainability Prize กล่าวชื่นชมความสำเร็จของโรงเรียนว่า “รางวัล Zayed Sustainability Prize ช่วยส่งเสริมให้เยาวชนคิดใหม่เกี่ยวกับระบบที่ค้ำจุนเรา นักเรียนของโรงเรียน Ruamrudee International ได้ผสมผสานนวัตกรรมและความรู้ในท้องถิ่นเพื่อทำให้การเกษตรมีความยั่งยืนและยืดหยุ่นมากขึ้น พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้เรียนในวันนี้สามารถเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในวันพรุ่งนี้ได้”

Dr. James (Jim) O’Malley ผู้อำนวยการโรงเรียน Ruamrudee International กล่าวว่า “เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งในตัวนักเรียนของเราที่สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนของเราในระดับโลกผ่านโครงการ ‘Future of Good Life’ ความสามารถของพวกเขาในการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์และความเห็นอกเห็นใจเข้าด้วยกันจนเปลี่ยนแปลงความหมายของการเกษตรแบบยั่งยืน เป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก การได้รับการยอมรับให้เป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล Zayed Sustainability Prize เป็นแรงบันดาลใจให้ชุมชนโรงเรียนของเราทั้งหมดมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนต่อไป”

เงินรางวัลจำนวน 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ จะช่วยให้โรงเรียนสามารถขยายเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ พัฒนาโครงการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความร่วมมือกับเกษตรกรในท้องถิ่นเพื่อขยายการปลูกข้าวอย่างยั่งยืนทั่วประเทศไทย

รางวัล Zayed Sustainability Prize มอบให้แก่องค์กรและโรงเรียนมัธยมปลายที่ขับเคลื่อนโซลูชันที่มีผลกระทบและสร้างสรรค์ในหมวดหมู่ต่างๆ ได้แก่ สุขภาพ อาหาร พลังงาน น้ำ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโรงเรียนมัธยมปลายระดับโลก นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง รางวัลนี้ได้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตของผู้คนกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก สืบสานมรดกแห่งวิสัยทัศน์ของ Sheikh Zayed bin Sultan Al Nahyan บิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นับตั้งแต่ปี 2013 รางวัลนี้ได้มอบรางวัลให้กับโรงเรียนมัธยมปลาย 68 แห่งในหมวดหมู่โรงเรียนมัธยมปลายระดับโลก จากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคต่อไปนี้: ทวีปอเมริกา แอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ยุโรปและเอเชียกลาง เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก จนถึงปัจจุบัน ผู้ชนะรางวัลโรงเรียนมัธยมปลายระดับโลก ได้สร้างผลกระทบต่อชีวิตของนักเรียนกว่า 56,599 คน และผู้คนในชุมชนโดยรอบอีก 480,660 คน

ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260114467929/en

Contacts

Thomas Hagan
thomas.hagan@panterra.global

ที่มา: Zayed Sustainability Prize

Primient เตรียมเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของ Primient Covation, LLC

Logo

ชอมเบิร์ก รัฐอิลลินอยส์–(BUSINESS WIRE)–14 มกราคม 2025

Primient ผู้นำระดับโลกด้านการผลิตทางชีวภาพ ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้ตกลงที่จะซื้อหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมดใน Primient Covation, LLC (“Primient Covation”) ที่จะส่งผลให้ Primient เป็นเจ้าของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว และเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ที่น่าตื่นเต้นในการเติบโตของ Primient ในด้านเศรษฐกิจชีวภาพ

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นก้าวต่อไปของกลยุทธ์ของ Primient ในการเสริมสร้างความเป็นผู้นำของ Primient ในด้านการผลิตทางชีวภาพ และต่อยอดจากการประกาศล่าสุด รวมถึงความร่วมมือของ Primient กับ Sustainea และการก่อตั้งบริษัทร่วมทุน iPROOF ทำให้ Primient Covation เป็นผู้นำในภาคการผลิตทางชีวภาพของสหรัฐฯ โดยมีความโดดเด่นด้วยความเชี่ยวชาญด้านการผลิตทางชีวภาพและการหมักที่หลากหลาย บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2000 เพื่อจัดหา Bio-PDO (1,3-propanediol) ให้กับตลาดปลายทางที่หลากหลาย รวมถึงเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล สิ่งทอ แฟชั่น สารเคลือบ ของเหลวใช้งาน และการใช้งานอื่นๆ ภายใต้แบรนด์ Zemea® และ Susterra® โดยทาง Primient Covation ได้ส่งมอบโซลูชันหมุนเวียนทางชีวภาพไปทั่วโลก

“การที่ Primient เข้าซื้อหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมดใน Primient Covation เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเราในการเสริมสร้างความเป็นผู้นำในด้านการผลิตยาชีวภาพ เรามีส่วนร่วมในฐานะผู้ถือหุ้นมาตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้นเรารู้จักธุรกิจนี้เป็นอย่างดีและมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งในศักยภาพการเติบโตของธุรกิจนี้” Jim Stutelberg ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Primient กล่าว “การเป็นเจ้าของ Primient Covation 100% จะมีบทบาทสำคัญในการเร่งการเติบโตของเราในด้านการผลิตยาชีวภาพเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งได้กลายเป็นเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญมากขึ้นสำหรับสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก”

ก่อนหน้านี้ Primient Covation เป็นบริษัทร่วมทุนที่ควบคุมโดย Huafon Group และดำเนินงานอยู่ที่โรงงาน Primient ในเมือง Loudon รัฐเทนเนสซี โดย Primient และ Huafon คาดว่าจะปิดการทำธุรกรรมได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 โดยอยู่ภายใต้การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลตามปกติ

เกี่ยวกับ Primient

Primient เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมโซลูชันด้านเศรษฐกิจชีวภาพ มุ่งมั่นที่จะนำเสนอโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมและยั่งยืน โดยความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศและวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของเรานั้นช่วยผลักดันให้เราพัฒนาและขยายขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้ผลิตผลิตภัณฑ์จากข้าวโพดซึ่งใช้ในหลากหลายแอปพลิเคชัน รวมถึงเครื่องดื่มอัดลม ผลิตภัณฑ์ขนมหวาน บรรจุภัณฑ์ และอาหารสัตว์ สำหรับแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก โดย Primient มีพนักงานประมาณ 1,800 คนในโรงงานผลิต 6 แห่งในสหรัฐอเมริกาและบราซิล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.primient.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260114344080/en

Contacts

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดส่งอีเมลไปที่ CorporateCommunications@Primient.com

ที่มา: Primient

NIPPON KINZOKU เปิดตัวการขยายธุรกิจเต็มรูปแบบสำหรับ “ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก” โดยใช้เทคโนโลยีการขึ้นรูปโลหะผสมแบบใหม่บนพื้นฐาน “โปรไฟล์ความแม่นยำสูง”

Logo

การบรรลุประสิทธิภาพในการผลิตและยกระดับประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมของห่วงโซ่อุปทานผ่านการลดระยะเวลาของกระบวนการและการลดการสูญเสียวัสดุ

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–13 มกราคม 2026

NIPPON KINZOKU CO., LTD. (TOKYO: 5491) (สำนักงานใหญ่: เขตมินาโตะ กรุงโตเกียว) ได้เริ่มดำเนินการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่ม “ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก” อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยใช้ “เทคโนโลยีการขึ้นรูปโลหะผสม” ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท โดยเทคโนโลยีนี้พัฒนามาจากผลิตภัณฑ์รีดขึ้นรูป “โปรไฟล์ความแม่นยำสูง” ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างยาวนาน

Example of Combined Metal Forming (After Profile Rolling and Bending)

ตัวอย่างการขึ้นรูปโลหะผสม (หลังจากการรีดและดัดขึ้นรูป)

ด้วยการใช้เทคโนโลยีนี้ จะทำให้ช่วยสามารถดำเนินการได้ใกล้เคียงกับรูปทรงของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย โดยเราจะช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถลดระยะเวลาในกระบวนการผลิตและเพิ่มผลผลิตของวัสดุได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสร้างสังคมที่เป็นกลางทางคาร์บอน

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการพัฒนา

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการผลิตได้เผชิญกับความท้าทายเร่งด่วนในการลดทั้งต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนโลหะ การสูญเสียวัสดุ และการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตที่เป็นปัญหาสำคัญ ด้วยเหตุนี้ บริษัทของเราจึงได้พัฒนาและปรับปรุง “เทคโนโลยีการขึ้นรูปโลหะผสม” อันเป็นเอกลักษณ์ของเราอย่างต่อเนื่องโดยการผสมผสานเทคโนโลยีการแปรรูปโลหะที่หลากหลายเข้าด้วยกัน

คุณสมบัติของเทคโนโลยีการขึ้นรูปโลหะผสม

การสร้างรูปทรงหน้าตัดที่ซับซ้อนและลดการสูญเสียวัสดุได้อย่างมีนัยสำคัญ
จาก “โปรไฟล์ความแม่นยำสูง” ของเรา เราจึงสามารถขึ้นรูปชิ้นงานให้ได้รูปทรงใกล้เคียงกับชิ้นงานสุดท้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในโรงงานของเราเอง โดยการผสมผสานเทคโนโลยีการแปรรูป เช่น การขึ้นรูปด้วยการรีดและการอัดขึ้นรูป ที่จะช่วยลดการกลึงชิ้นงาน ปรับปรุงผลผลิตของวัสดุ และลดการสูญเสียของลูกค้าได้

การขจัดขั้นตอนการผลิตของลูกค้าและเพิ่มผลผลิต
ด้วยการจัดการกระบวนการต่างๆ ที่ตามมาทั้งหมด เช่น การขึ้นรูปด้วยแรงกดและการผลิตชิ้นส่วนโลหะแผ่น ซึ่งลูกค้าได้จัดเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว เราจึงสามารถส่งมอบชิ้นส่วนได้ โดยสามารถช่วยลดระยะเวลาในกระบวนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมทั้งลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและการจัดเก็บในหลายขั้นตอนได้เป็นอย่างมาก

คุณภาพสูงที่คงที่ด้วยการขึ้นรูปวัสดุแบบขดอย่างต่อเนื่อง การขึ้นรูปวัสดุรูปทรงขดอย่างต่อเนื่องช่วยให้สามารถผลิตวัสดุที่มีความยาวได้โดยมีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงน้อยที่สุดและมีคุณภาพคงที่ รวมถึงกระบวนการเจาะที่มีประสิทธิภาพสูง โดยจะช่วยให้มั่นใจได้ถึงการผลิตที่เสถียร สำหรับลูกค้าของเรา และลดการเกิดสินค้าชำรุดได้

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร ลดการใช้พลังงาน และลดปริมาณของเสียให้เหลือน้อยที่สุดได้

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.nipponkinzoku.co.jp/assets/images/2026/01/20260113-En-Press-Release.pdf

เกี่ยวกับ NIPPON KINZOKU Group
มีการนำผลิตภัณฑ์ของเราไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่อุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูงไปจนถึงอุตสาหกรรมก่อสร้าง https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260112730478/en

Contacts

NIPPON KINZOKU CO., LTD.
ฝ่ายกระบวนการผลิตและการสนับสนุน
https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/inquiry

ที่มา: NIPPON KINZOKU CO., LTD.

สีชมพูเปลี่ยนชีวิต® : Mary Kay สร้างโรงเรียนอนุบาลแห่งที่ 11 ในศรีลังกา เปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นใหม่นับพัน

Logo

ในแต่ละปี Mary Kay สนับสนุนสาเหตุที่ทำให้ชีวิตของผู้หญิงหลายล้านคนทั่วโลกดีขึ้น รวมถึงการเข้าถึงการศึกษา

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–08 ธันวาคม 2025

ผู้นำระดับโลกด้านการส่งเสริมพลังอำนาจของผู้หญิง กำลังเปลี่ยนสีชมพูให้เป็นเป้าหมายผ่านโครงการ Pink Changing Lives® เพื่อสร้างความตระหนักรู้และระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ส่งเสริมการวิจัยโรคมะเร็ง ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัว ปกป้องทรัพยากรอันล้ำค่าที่สุดของโลก และสร้างโอกาสที่ช่วยให้ผู้หญิงและครอบครัวของพวกเขาเติบโต โดยตั้งแต่ปี 1996 โครงการ Pink Changing Lives® ที่มีหลากหลายด้านได้บริจาคเงินและสิ่งของมากกว่า 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้หญิงและครอบครัวในชุมชนต่างๆ ทั่วโลก

Mary Kay Inc., a global champion for women’s empowerment, is turning pink into purpose through its Pink Changing Lives® Program to raise awareness and funds to support life-changing programs advancing cancer research, support survivors of domestic violence, protect our planet’s most precious resources, and create opportunities that help women and their families thrive. Since 1996, the multi-faceted Pink Changing Lives® Program has donated over $230 million in monetary and in-kind donations to improve the lives of women and their families in communities around the world (Photo Courtesy: FLINX).

Mary Kay Inc. ผู้นำระดับโลกด้านการส่งเสริมพลังอำนาจของผู้หญิง กำลังเปลี่ยนสีชมพูให้เป็นเป้าหมายผ่านโครงการ Pink Changing Lives® เพื่อสร้างความตระหนักรู้และระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ส่งเสริมการวิจัยโรคมะเร็ง ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัว ปกป้องทรัพยากรอันล้ำค่าที่สุดของโลก และสร้างโอกาสที่ช่วยให้ผู้หญิงและครอบครัวของพวกเขาเติบโต ตั้งแต่ปี 1996 โครงการ Pink Changing Lives® ที่มีหลากหลายด้านได้บริจาคเงินและสิ่งของมากกว่า 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้หญิงและครอบครัวในชุมชนต่างๆ ทั่วโลก (เครดิตภาพ: FLINX)

ในประเทศเยอรมนี Mary Kay มีความร่วมมือระยะยาวกับมูลนิธิ Reiner Meutsch FLY & HELP โดยให้การสนับสนุนการสร้างหรือปรับปรุงโรงเรียน 10 แห่งในแอฟริกา และขณะนี้กำลังขยายผลกระทบในระดับโลกไปยังเอเชียใต้ด้วยการเปิดโรงเรียนในศรีลังกา

เมื่อเร็วๆ นี้ Mary Kay Germany และ FLY & HELP ได้เสร็จสิ้นการปรับปรุงโรงเรียน Mary Kay แห่งที่ 11 ซึ่งเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งการศึกษาปฐมวัยให้กับเมืองดันโคทูวา เมืองเล็กๆ ในจังหวัดทางตะวันตกเฉียงเหนือของศรีลังกา โดยการเปิดโรงเรียนอนุบาลที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้ จะสามารถรองรับเด็กอายุ 3-5 ปี ได้ประมาณ 50 คน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการเข้าถึงการศึกษาในภูมิภาคและประเทศที่ขาดแคลนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

โดยดันโคทูวา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปุตตาลัม ประสบปัญหาความยากจนขั้นรุนแรง โครงสร้างพื้นฐานที่จำกัด และการขาดโอกาสทางการศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพมาอย่างยาวนาน จนถึงปัจจุบัน มีเด็กก่อนวัยเรียนมากกว่า 35 คนเข้าเรียนในอาคารเรียนที่มีโครงสร้างไม่ปลอดภัย ปัจจุบัน อาคารที่ได้รับการปรับปรุงใหม่แห่งนี้ได้มอบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย อบอุ่น และยั่งยืน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน สามารถรองรับเด็กได้ 50 คน ประกอบด้วยห้องเรียนสองห้อง ห้องน้ำ และสนามเด็กเล่น

รัฐบาลศรีลังกาได้ให้การรับรองโรงเรียนอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งมั่นที่จะจัดหาครูที่มีคุณภาพและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้บริจาคที่ดินสำหรับการก่อสร้าง ซึ่งช่วยตอกย้ำถึงการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาระยะยาวในภูมิภาค

โครงการริเริ่มนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือกับ Hemas Holdings PLC และเงินทุนสนับสนุนจำนวน 42,000 ยูโร การก่อสร้างเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว และมีพิธีเปิดโรงเรียนในวันอังคารที่ 23 กันยายน 2025 ในพิธีอันซาบซึ้งใจ โดยมี Elke Kopp ผู้จัดการทั่วไปของ Mary Kay Germany, Reiner Meutsch ผู้ก่อตั้ง FLY & HELP และผู้อำนวยการฝ่ายขายอิสระของ Mary Kay จำนวน 31 ท่านเข้าร่วมงาน

Elke Kopp ผู้จัดการทั่วไปของ Mary Kay Germany ได้แบ่งปันความคิดเห็นของเธอในพิธีเปิดว่า “การได้เห็นความสุขบนใบหน้าของเด็กๆ ในวันนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ทรงพลังว่าทำไมเราจึงทำเช่นนี้ การศึกษาคือรากฐานของโอกาส และที่ Mary Kay เราภูมิใจที่ได้สนับสนุนโครงการที่ยกระดับและเสริมสร้างพลังไม่เพียงแต่เด็กๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงครอบครัวและชุมชนทั้งหมดในดันโคทูวาด้วย โครงการริเริ่มนี้เป็นส่วนสำคัญของความมุ่งมั่นของเราในการขับเคลื่อนทั้งผลกระทบทางสังคมและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนชาวศรีลังกา เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนที่จะช่วยให้คนรุ่นต่อไปเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต”

Reiner Meutsch อดีตหุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัททัวร์ เคยเปลี่ยนโต๊ะทำงานของเขาเป็นห้องนักบินของเครื่องบินลำเล็ก และเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนมากมายไปตลอดกาล ในเดือนมกราคม 2010 เขาได้กลายเป็นชาวเยอรมันคนที่ 10 ที่ได้บินรอบโลกด้วยเครื่องบินลำเล็ก โดยได้เดินทางไปเยี่ยมชมโครงการช่วยเหลือต่างๆ ในประเทศกานา รวันดา อินเดีย อินโดนีเซีย และบราซิล เพื่อสนับสนุนโครงการเหล่านั้นและโครงการอื่นๆ อีกมากมาย Meutsch จึงได้ก่อตั้งมูลนิธิ Reiner Meutsch FLY & HELP ในปี 2009 โดยมีพันธกิจในการให้เด็กๆ มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา มูลนิธินี้ได้สร้างโรงเรียนในประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกผ่านการบริจาคและความร่วมมือ

“ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไปกับการเดินทางเพื่อทำงาน โดยมุ่งเน้นไปที่การท่องเที่ยวและจุดหมายปลายทาง” Meutsch กล่าว “แต่เบื้องหลังความงดงามของสถานที่เหล่านี้หลายแห่ง ผมเห็นเด็กๆ เติบโตขึ้นมาโดยขาดโอกาสทางการศึกษา นั่นคือสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมลงมือทำ เพื่อช่วยสร้างโรงเรียนและเปิดประตูสู่อนาคตที่ดีกว่า โรงเรียนใหม่ทุกแห่งไม่ใช่แค่อาคาร แต่มันคือจุดเริ่มต้นที่แท้จริง และผมรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Mary Kay เพื่อนำจุดเริ่มต้นเหล่านี้ไปสู่เด็กๆ ทั่วโลกมากยิ่งขึ้น”

มีการเปิดตัวแผ่นป้ายที่ระลึกเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้อำนวยการฝ่ายขายยอดเยี่ยม 31 ท่านจาก Mary Kay Germany และ Switzerland ซึ่งเข้าร่วมพิธีเปิดงาน แผ่นป้ายมีข้อความว่า:

เพื่อเป็นเกียรติและความขอบคุณสำหรับการมาเยือนของ Mary Kay Germany และผู้อำนวยการฝ่ายขายอิสระ โรงเรียนอนุบาล Piyawara Matikotuwa 23 กันยายน 2025

ตามรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลกของ UNESCO มีเด็กและเยาวชน 251 ล้านคนที่ไม่ได้ไปโรงเรียน ณ เดือนตุลาคม 2024 โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาคาร แต่มันคือแสงแห่งโอกาสสำหรับเด็กและครอบครัวในดันโคทูวา โครงการนี้ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถทำงาน พี่ๆ น้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียน และวางรากฐานสำหรับอนาคตที่สดใส ด้วยการมอบโอกาสทางการศึกษาตั้งแต่เนิ่นๆ

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความพยายามของ Mary Kay Pink Changing Lives® ทั่วโลก โปรดอ่านผลกระทบล่าสุดในรายงานความยั่งยืนปี 2025

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay Ash ผู้ก่อตั้งแบรนด์ความงามในฝันของเธอในเท็กซัสเมื่อปี 1963 โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการทำให้ชีวิตของผู้หญิงดีขึ้น ความฝันนั้นได้เบ่งบานจนกลายเป็นบริษัทระดับโลกที่มีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนในกว่า 40 ตลาด เป็นเวลากว่า 60 ปีแล้วที่โอกาสของ Mary Kay ได้ส่งเสริมให้ผู้หญิงกำหนดอนาคตของตนเองผ่านการศึกษา การให้คำปรึกษา การสนับสนุน และนวัตกรรม Mary Kay มุ่งมั่นที่จะลงทุนในด้านวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เครื่องสำอางสี อาหารเสริม และน้ำหอมที่ล้ำสมัย Mary Kay เชื่อในการอนุรักษ์โลกของเราไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป ปกป้องผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากโรคมะเร็งและการล่วงละเมิดในครอบครัว และสนับสนุนให้เยาวชนเดินตามความฝันของตนเอง เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ marykayglobal.com พบกับเราได้บน Facebook, Instagram และ LinkedIn หรือติดตามเราบน X.

เกี่ยวกับมูลนิธิ Reiner Meutsch FLY & HELP

สิ่งที่เริ่มต้นจากโครงการโรงเรียนห้าโครงการในช่วงที่ Meutsch เดินทางไปทั่วโลก ได้เติบโตเป็นกระแสระดับโลก ปัจจุบัน FLY & HELP ได้ดำเนินโครงการโรงเรียนไปแล้วกว่า 1,000 โครงการ โดยลงทุนประมาณ 50 ล้านยูโรเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กหลายพันคนทั่วแอฟริกา เอเชีย และลาตินอเมริกา โดยท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและโอกาสในการบริจาคได้ที่เว็บไซต์ของมูลนิธิ www.fly-and-help.de

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20251208554750/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ฝ่ายสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.
newsroom.marykay.com
972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com

ที่มา: Mary Kay Inc.

ธนาคารกรุงเทพ, M-150 และไทยประกันชีวิต คว้ารางวัลเกียรติยศจากงาน World Branding Awards ประจำปี 2025-2026 ณ โอซาก้า

Logo

โอซาก้า ญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–17 พฤศจิกายน 2025

งานประกาศรางวัล World Branding Awards ครั้งที่ 20 จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของแบรนด์ชั้นนำทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก ในงานประกาศรางวัลประจำปี 2025–2026 มีแบรนด์มากกว่า 1,092 แบรนด์ จาก 66 ประเทศ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล “แบรนด์แห่งปี” จากการคัดเลือกอันทรงเกียรตินี้ มีแบรนด์ที่ได้รับรางวัลไม่ถึง 100 แบรนด์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานความเป็นเลิศสูงสุดในสามระดับรางวัล

พิธีมอบรางวัล World Branding Awards จัดขึ้นนอกกรุงลอนดอนเป็นครั้งแรก ส่งผลให้พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองโอซาก้าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากทั่วโลกกว่า 80 ท่านเข้าร่วมงานเฉลิมฉลอง โดยมี Allie Sakakibara เป็นเจ้าภาพ พร้อมด้วยปาฐกถาพิเศษจาก Miho Noguchi ที่จะมาถ่ายทอดประสบการณ์อันน่าประทับใจของแบรนด์

บริษัทที่ได้รับรางวัลระดับโลกด้านการสร้างแบรนด์ในหลากหลายอุตสาหกรรม ประกอบด้วย Bosch (เยอรมนี), IKEA (สวีเดน), Lurpak (เดนมาร์ก), Marriott International (สหราชอาณาจักร), Nike (สหรัฐอเมริกา) และ Yakult (ญี่ปุ่น)

ผู้ชนะจากประเทศไทย ได้แก่ Aurora, ธนาคารกรุงเทพ, Café Amazon, M-150, PTT Station, Royal Umbrella, Sansiri, ไทยประกันชีวิต, TrueOnline, VISTRA และ Vitaday ส่วนผู้ชนะในระดับประเทศสำหรับประเทศอื่นๆ ได้แก่ Airland (ฮ่องกง), FERN-D (ฟิลิปปินส์), Edeka (เยอรมนี), KOI Thé (สิงคโปร์), Kopi Kenangan (อินโดนีเซีย), Tenaga Nasional Berhad (มาเลเซีย), Scarlett (อินโดนีเซีย) และ Spritzer (มาเลเซีย) และอื่นๆ อีกมากมาย

โดยมีเพียง 20 แบรนด์เท่านั้นที่ได้รับรางวัล Regional Tier Award ซึ่งได้รับการยอมรับถึงอิทธิพลใน 4 ประเทศขึ้นไปในตลาดระดับภูมิภาค 3 แห่งขึ้นไป ได้แก่ Amarula (แอฟริกาใต้), M-150 (ประเทศไทย), MR DIY (มาเลเซีย), Nippon Rent-A-Car (ญี่ปุ่น), Tsui Wah (ฮ่องกง), Vitaday (ประเทศไทย) และ Watsons (มาเลเซีย)

“รางวัล World Branding Awards ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองความสำเร็จเท่านั้น แต่เรายังเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างไม่ลดละ วิสัยทัศน์ และพลังแห่งความรู้สึกที่อยู่เบื้องหลังรางวัลนี้ โดยทุกแบรนด์ได้รับการยกย่องอย่างสูงในระดับโลก ไม่เพียงแต่ในด้านยอดขายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งที่แบรนด์ยึดมั่นอีกด้วย” กล่าวโดย คุณ Richard Rowles ประธาน World Branding Forum

ในปีนี้ มีผู้บริโภคมากกว่า 91,000 รายทั่วโลกเข้าร่วมกระบวนการเสนอชื่อ โดยเฉลี่ยแล้วจะมีแบรนด์ที่ชนะเพียง 5 แบรนด์ในแต่ละประเทศเท่านั้น ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าการได้รับรางวัล World Branding Award ถือเป็นความสำเร็จอันน่าทึ่ง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและรายชื่อผู้ชนะทั้งหมดได้ที่ awards.brandingforum.org

เกี่ยวกับรางวัล World Branding Awards

รางวัล World Branding Awards เป็นรางวัลระดับแนวหน้าของ World Branding Forum ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่จดทะเบียนแล้ว โดยรางวัลนี้จะยกย่องถึงความสำเร็จของแบรนด์ในระดับโลก

โซเชียลมีเดีย

Facebook: https://www.facebook.com/worldbrandingforum/
Twitter: https://twitter.com/WorldBranding
Instagram: https://www.instagram.com/worldbranding/
LinkedIn: https://linkedin.com/company/world-branding-forum

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ติดต่อกองบรรณาธิการ
อีเมล: editorial@brandingforum.org

ที่มา: World Branding Awards

SBC Medical Group Holdings ประกาศผลประกอบการทางการเงินไตรมาสที่ 3 ปี 2025

Logo

IRVINE, Calif.–(BUSINESS WIRE)–14 พฤศจิกายน 2025

SBC Medical Group Holdings Incorporated (Nasdaq: SBC) (“SBC Medical” หรือ “บริษัท”) ผู้ให้บริการเป็นที่ปรึกษาและบริหารจัดการที่ครอบคลุมระดับโลกแก่องค์กรด้านการแพทย์และคลินิกต่างๆ ประกาศผลประกอบการทางการเงินสำหรับไตรมาสที่สามของปีงบประมาณ 2025 (สามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2025) และสำหรับไตรมาสที่สามสะสมของปีงบประมาณ 2025 (ปีงบประมาณ 2025 เก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2025)

ไฮไลท์สำหรับไตรมาสที่ 3 ปี 2025

  •  รายได้รวมอยู่ที่ 43 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  •  รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 16 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  •  รายได้สุทธิที่เป็นของ SBC Medical Group อยู่ที่ 13 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 353 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  •  กำไรต่อหุ้น ซึ่งกำหนดเป็นกำไรสุทธิที่เป็นของบริษัทหารด้วยจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก อยู่ที่ 0.12 ดอลลาร์ สำหรับสามเดือนที่สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน ปี 2025 เทียบกับ 0.03 ดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025
  •  EBITDA1 ซึ่งคำนวณโดยนำค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายและขาดทุนมาบวกกับรายได้จากการดำเนินงาน อยู่ที่ 17 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อัตรากำไร EBITDA 1 อยู่ที่ร้อยละ 38 ในไตรมาสที่ 3 ปี 2025 เทียบกับร้อยละ 28 ในไตรมาสที่ 3 ปี 2024
  •  อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งกำหนดเป็นกำไรสุทธิที่เป็นของบริษัทหารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย ณ วันที่ 30 กันยายน ปี 2025 อยู่ที่ร้อยละ 23 ซึ่งแสดงถึงการเพิ่มขึ้น 17 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  •  จำนวนสาขาเฟรนไชส์2 ณ วันที่ 30 กันยายน ปี 2025 มีจำนวน 258 สาขา ซึ่งเพิ่มขึ้น 34 สาขาจากวันที่ 30 กันยายน ปี 2024
  •  จำนวนลูกค้า3 ในช่วงสิบสองเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน ปี 2025 อยู่ที่ 6.5 ล้านราย ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  •  อัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำของลูกค้า4 ที่มาใช้บริการคลินิกของเฟรนไชส์ ​​2 ครั้งขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 72

1 EBITDA และ EBITDA Margin เป็นมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP โปรดดู “การใช้มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP” และตารางที่ชื่อ “การกระทบยอดผลประกอบการที่ไม่ได้ตรวจสอบตาม GAAP และที่ไม่ใช่ GAAP”

2 ตัวเลขดังกล่าวคำนึงถึงเฟรนไชส์คลินิกแบรนด์ SBC, Rize Clinic, Gorilla Clinic, AHH, JUN CLINIC

3 จำนวนลูกค้ารวมถึงลูกค้าคลินิกแบรนด์ SBC, Rize Clinic, Gorilla Clinic, AHH Clinic และ JUN CLINIC ระยะเวลาที่บังคับใช้คือตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ปี 2024 ถึงวันที่ 30 กันยายน ปี 2025

4 ตัวเลขดังกล่าวรวมถึงเฟรนไชส์คลินิกแบรนด์ SBC, Rize Clinic และ Gorilla Clinic แต่ไม่รวมลูกค้าของคลินิก AHH และ JUN CLINIC ไม่รวมการให้คำปรึกษาฟรี เปอร์เซนต์ของลูกค้าที่เข้ารับบริการคลินิกของเฟรนไชส์ของเราสองครั้งหรือมากกว่า

ไฮไลท์ประจำปี 2025

  •  รายได้รวมอยู่ที่ 134 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  •  รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 55 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  •  รายได้สุทธิที่เป็นของ SBC Medical Group อยู่ที่ 37 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  •  กำไรต่อหุ้น ซึ่งกำหนดเป็นกำไรสุทธิที่เป็นของบริษัทหารด้วยจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก อยู่ที่ 0.36 ดอลลาร์ สำหรับเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน ปี 2025 เทียบกับ 0.42 ดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2024
  •  EBITDA1 ซึ่งคำนวณโดยนำค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายและขาดทุนจากการด้อยค่ามาบวกกับรายได้จากการดำเนินงาน อยู่ที่ 57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ร้อยละ 42 ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2025 เทียบกับร้อยละ 43 ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2024

Yoshiyuki Aikawa ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SBC Medical กล่าวว่า “ในไตรมาสที่ 3 ปี 2025 รายได้ของ SBC Medical ลดลงร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การลดลงนี้ส่วนใหญ่สะท้อนถึงผลกระทบจากการปรับโครงสร้างธุรกิจที่ผ่านมาของเรา ซึ่งรวมถึงการปรับอัตราค่าธรรมเนียมเฟรนไชส์และการแยกกิจการบางส่วนของกลุ่มบริษัท ขณะเดียวกัน รายได้จากค่าเช่ายังคงเดิม โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับปรุงอุปกรณ์ทางการแพทย์ และการรวมกิจการของ AHH มีส่วนช่วยผลักดันผลประกอบการโดยรวมในเชิงบวก

กำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 353 และอัตรากำไรจากการดำเนินงานแข็งแกร่งขึ้นร้อยละ 37 การปรับปรุงเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการไม่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) และค่าตอบแทนจากหุ้นในปีก่อนหน้า ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงสร้างต้นทุนของเราปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติและยั่งยืน

เรามุ่งมั่นที่จะยังคงเติบโตอย่างยั่งยืนไปจนถึงปี 2026 โดยมุ่งเน้นที่การนำเสนอโซลูชันคุณภาพสูง ผลักดันโครงการหลายแบรนด์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ผิวหนัง และสร้างรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในตลาดต่างประเทศ”

ผลประกอบการทางการเงินไตรมาสที่ 3 ปี 2025

รายได้รวมอยู่ที่ 43 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมสำหรับบริการคลินิก ซึ่งทำให้รายได้จากเฟรนไชส์ลดลง ประกอบกับรายได้จากการจัดซื้อที่ลดลงเนื่องจากยอดสั่งซื้อวัสดุทางการแพทย์ลดลง และรายได้จากบริการจัดการที่ลดลงเนื่องจากการยุติการให้บริการพนักงานปฏิบัติการคลินิกที่สนับสนุนด้านการบริการ

กำไรสุทธิที่เป็นของ SBC Medical Group สำหรับสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน ปี 2025 อยู่ที่ 13 ล้านเหรียญสหรัฐ เปรียบเทียบกับ 3 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2024 โดยการเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงอย่างมาก เนื่องจากไม่มีต้นทุนค่าตอบแทนตามหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจดทะเบียนในปีก่อนหน้า และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลงเนื่องจากไม่มีค่าตอบแทนตามหุ้นที่ไม่สามารถหักลดหย่อนภาษีได้

EBITDA1 อยู่ที่ 17 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงชดเชยกับรายได้ที่ลดลงจากการยกเลิกบริการจัดหาพนักงาน การแยกส่วนงบการเงินของ Kijimadairakanko Inc. และ Skynet Academy Co., Ltd. และการปรับปรุงโครงสร้างค่าธรรมเนียม

การประชุมทางโทรศัพท์

บริษัทจะมีการประชุมทางโทรศัพท์ในวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน ปี 2025 เวลา 17.00 น. ตามเวลา Eastern Time (หรือวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน ปี 2025 เวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น) เพื่อหารือผลประกอบการทางการเงินและตอบคำถามแบบสดๆ

โปรดลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุมโดยใช้ลิงก์ด้านล่าง
https://edge.media-server.com/mmc/p/e2znwqtx/

ซึ่งคุณจะสามารถไปยังหน้าลงทะเบียน “ผลประกอบการทางการเงินไตรมาส 3 ปี 2025” โดยอัตโนมัติ โปรดทำตามขั้นตอนในการกรอกรายละเอียดการลงทะเบียน แล้วคลิก “ส่ง” เมื่อลงทะเบียนแล้ว คุณจะสามารถเข้าถึงเว็บไซต์เพื่อรับชมการประชุมทางโทรศัพท์โดยเฉพาะ นอกจากการรับชมการประชุมทางโทรศัพท์แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับวิทยากร รวมถึงเอกสารประกอบการประชาสัมพันธ์นักลงทุนที่ผ่านมาได้ด้วยเช่นกัน

คุณสามารถดูเอกสารประกอบการนำเสนอผลประกอบการบนเว็บไซต์ได้ ก่อนการประชุมทางโทรศัพท์เริ่มต้น 10 นาที นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบได้

สามารถรับชมบันทึกการประชุมทางโทรศัพท์ได้จนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน ปี 2026

นอกจากนี้ ยังสามารถดูรายงานผลประกอบการ สไลด์ประกอบ และเว็บคาสต์ที่จัดเก็บไว้อย่างถาวรสำหรับการประชุมทางโทรศัพท์ครั้งนี้ ได้ในเว็บไซต์ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทที่ https://ir.sbc-holdings.com/

เกี่ยวกับ SBC Medical

SBC Medical Group Holdings Incorporated คือกลุ่มบริษัททางการแพทย์ที่ครอบคลุม ดำเนินธุรกิจเฟรนไชส์หลากหลายสาขาครอบคลุมหลากหลายสาขาการแพทย์ ครอบคลุมตั้งแต่เวชศาสตร์ความงามขั้นสูง ผิวหนัง ศัลยกรรมกระดูกและข้อ การรักษาภาวะมีบุตรยาก ทันตกรรม การปลูกผม และจักษุวิทยา บริษัทบริหารจัดการแบรนด์คลินิกที่หลากหลาย และกำลังขยายการดำเนินงานไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกาและเอเชีย ทั้งผ่านการดำเนินงานโดยตรงและโครงการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

ในเดือนกันยายน ปี 2024 บริษัทได้จดทะเบียนในตลาด Nasdaq และในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2025 บริษัทได้รับเลือกให้รวมอยู่ในดัชนี Russell 3000® ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงที่ครอบคลุมของตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ด้วยจุดมุ่งหมายของกลุ่มบริษัท “การสร้างความผาสุกให้กับผู้คนทั่วโลกด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์” SBC Medical Group Holdings Incorporated ยังคงให้บริการทางการแพทย์ที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีคุณภาพสูง พร้อมกับการขยายเครือข่ายทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sbc-holdings.com/

การใช้มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP

บริษัทใช้มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP เช่น EBITDA ในการประเมินผลการดำเนินงานและเพื่อวัตถุประสงค์ในการตัดสินใจทางการเงินและการดำเนินงาน บริษัทเชื่อว่ามาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP ช่วยระบุแนวโน้มพื้นฐานในธุรกิจ บริษัทเชื่อว่ามาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัท ช่วยเพิ่มความเข้าใจโดยรวมเกี่ยวกับประสิทธิภาพในอดีตและแนวโน้มในอนาคตของบริษัท และทำให้มองเห็นตัวชี้วัดหลักที่ฝ่ายบริหารของบริษัทใช้ในการตัดสินใจทางการเงินและการดำเนินงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ภายใต้ U.S. GAAP และไม่ได้ถูกนำเสนอตาม U.S. GAAP มาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP มีข้อจำกัดในการใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ และเมื่อประเมินผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด หรือสภาพคล่องของบริษัท นักลงทุนไม่ควรพิจารณามาตรการเหล่านี้โดยแยกส่วนหรือใช้แทนการขาดทุนสุทธิ กระแสเงินสดที่ได้จากกิจกรรมการดำเนินงาน หรืองบกำไรขาดทุนรวมและข้อมูลกระแสเงินสดอื่นๆ ที่จัดทำตาม U.S. GAAP

บริษัทบรรเทาข้อจำกัดเหล่านี้โดยการปรับมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP ให้สอดคล้องกับมาตรการประสิทธิภาพตาม U.S. GAAP ที่สามารถเปรียบเทียบได้มากที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้ควรนำมาพิจารณาเมื่อประเมินประสิทธิภาพของบริษัท

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP โปรดดูตารางที่หัวข้อ “การปรับปรุงผลการดำเนินงานที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบตาม GAAP และผลการดำเนินงานที่ไม่ใช่ GAAP”

คำชี้แจงเชิงคาดการณ์

ข่าวเผยแพร่ฉบับนี้มีคำกล่าวที่มองไปข้างหน้า คำกล่าวที่มองไปข้างหน้าไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีตหรือคำกล่าวที่แสดงถึงสภาพปัจจุบัน แต่เป็นเพียงความเชื่อของบริษัทเกี่ยวกับเหตุการณ์และผลการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วหลายกรณีมีความไม่แน่นอนโดยเนื้อแท้และอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท คำกล่าวที่มองไปข้างหน้าเหล่านี้สะท้อนมุมมองปัจจุบันของบริษัทเกี่ยวกับประสิทธิภาพทางการเงินของบริษัท การเติบโตของรายได้และกำไร แนวโน้มและโอกาสทางธุรกิจ แผนการจัดสรรเงินทุนและสภาพคล่อง ในบางกรณี คำกล่าวที่มองไปข้างหน้าสามารถระบุได้โดยการใช้คำ เช่น “อาจ” “ควร” “คาดหวัง” “คาดการณ์ล่วงหน้า” “พิจารณา” “ประมาณการ” “เชื่อว่า” “วางแผน” “คาดการณ์” “ทำนาย” “ศักยภาพ” หรือ “หวัง” หรือคำเชิงลบของคำเหล่านี้หรือคำที่คล้ายคลึงกัน บริษัทขอเตือนผู้อ่านอย่าพึ่งพาคำกล่าวที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างมากเกินไป ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดในวันที่เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เท่านั้น และอาจมีความเสี่ยง ความไม่แน่นอน สมมติฐาน หรือการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ต่างๆ ที่ยากต่อการคาดเดาหรือวัดผลได้ คำกล่าวที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้มีพื้นฐานมาจากการคาดการณ์ปัจจุบันของฝ่ายบริหาร และไม่รับประกันผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัทไม่ดำเนินการหรือยอมรับภาระผูกพันใดๆ ที่จะเผยแพร่ข้อมูลอัปเดตหรือแก้ไขคำกล่าวที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าต่อสาธารณะเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงในการคาดการณ์ของบริษัทหรือการเปลี่ยนแปลงในเหตุการณ์ เงื่อนไข หรือสถานการณ์ที่คำกล่าวดังกล่าวอ้างอิง ยกเว้นในกรณีที่กฎหมายกำหนด ปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างไปจากการคาดการณ์ปัจจุบันอย่างมากอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว และบริษัทไม่สามารถคาดการณ์ปัจจัยทั้งหมดได้ ปัจจัยดังกล่าวรวมถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก ระดับภูมิภาค หรือระดับท้องถิ่น สภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจ การแข่งขัน การตลาด และกฎระเบียบ และปัจจัยต่างๆ ที่ระบุไว้ภายใต้หัวข้อ “ปัจจัยเสี่ยง” และในที่อื่นๆ ในเอกสารที่บริษัทยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (the “SEC”) ซึ่งสามารถเข้าถึงได้บนเว็บไซต์ของ SEC ที่ www.sec.gov.

 SBC MEDICAL GROUP HOLDINGS INCORPORATED
 งบดุลรวมที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ
 
 

 วันที่ 30 เดือนกันยายน
 2025

 วันที่ 31 เดือนธันวาคม
 2024

 สินทรัพย์

 สินทรัพย์ปัจจุบัน:

เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

$

127,431,318

$

125,044,092

บัญชีลูกหนี้

2,609,108

1,413,433

บัญชีลูกหนี้ – บุคคลที่เกี่ยวข้อง

58,585,273

28,846,680

สินค้าคงคลัง

1,677,668

1,494,891

ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าทางการเงิน กิจการหมุนเวียนที่เกี่ยวข้อง

9,757,901

5,992,585

ภาษีเงินได้ที่สามารถขอคืนได้

841,677

ลูกหนี้สินเชื่อที่เป็นลูกค้าหมุนเวียน

11,593,195

10,382,537

ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าและสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ๆ

14,707,082

11,276,802

 สินทรัพย์หมุนเวียนรวม

 227,203,222

 184,451,020

 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:

ทรัพย์สินและอุปกรณ์ สุทธิ

6,995,263

8,771,902

สินทรัพย์ไม่มีตัวตน สุทธิ

23,302,796

1,590,052

การลงทุนระยะยาว สุทธิ

4,608,439

3,049,972

ค่าความนิยม สุทธิ

4,924,699

4,613,784

สกุลเงินดิจิทัล

570,286

ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าการเงิน กิจการไม่หมุนเวียนที่เกี่ยวข้อง

14,709,715

8,397,582

สินทรัพย์สิทธิการใช้ที่เช่าดำเนินงาน

4,886,486

5,267,056

สินทรัพย์สิทธิการใช้ทางการเงินแบบเช่า

478,742

สินทรัพย์ภาษีรอชำระ

607,731

9,798,071

ลูกหนี้สินเชื่อที่เป็นลูกค้าไม่หมุนเวียน

6,553,611

5,023,551

การชำระเงินล่วงหน้าระยะยาว

396,242

1,745,801

การชำระเงินล่วงหน้าระยะยาวใน MCs – กิจการที่เกี่ยวข้อง

18,869,390

17,820,910

สินทรัพย์อื่นๆ

7,256,463

15,553,453

 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนรวม

 94,159,863

 81,632,134

 สินทรัพย์รวม

 $

 321,363,085

 $

 266,083,154

 หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

 หนี้สินหมุนเวียน:

บัญชีเจ้าหนี้

$

17,258,372

$

13,875,179

บัญชีเจ้าหนี้ – บุคคลที่เกี่ยวข้อง

2,842,877

659,044

ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี

3,044,470

96,824

ตั๋วเงินและเจ้าหนี้อื่น ๆ กิจการหมุนเวียนที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน

1,637,370

26,255

จ่ายล่วงหน้าจากลูกค้า

1,030,416

820,898

จ่ายล่วงหน้าจากลูกค้า – บุคคลที่เกี่ยวข้อง

6,957,477

11,739,533

ภาษีเงินได้ที่ต้องชำระ

766,796

18,705,851

หนี้สินจากการเช่าดำเนินงาน, หมุนเวียน

3,545,667

4,341,522

หนี้สินเช่าทางการเงิน, หมุนเวียน

147,603

หนี้สินคงค้างและหนี้สินหมุนเวียนอื่น ๆ

4,561,978

8,103,194

จากกิจการที่เกี่ยวข้อง

2,791,808

2,823,590

 หนี้สินหมุนเวียนรวม

 44,584,834

 61,191,890

 หนี้สินไม่หมุนเวียน:

สินเชื่อระยะยาว

18,078,324

6,502,682

ตั๋วเงินและเจ้าหนี้อื่น ๆ กิจการไม่หมุนเวียนที่เกี่ยวข้อง

5,334

หนี้สินภาษีรอชำระ

7,769,090

926,023

หนี้สินจากการเช่าเพื่อการดำเนินงาน ไม่หมุนเวียน

1,564,370

1,241,526

หนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน ไม่หมุนเวียน

136,677

หนี้สินอื่น ๆ

1,170,589

1,193,541

 หนี้สินไม่หมุนเวียนรวม

 28,719,050

 9,869,106

 หนี้สินรวม

 73,303,884

 71,060,996

 ส่วนของผู้ถือหุ้น:

หุ้นบุริมสิทธิ์ (มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ 0.0001 เหรียญสหรัฐ จำนวนหุ้นที่ได้รับอนุญาต 20,000,000 หุ้น ไม่มีหุ้นที่ออกและคงค้าง ณ วันที่ 30 กันยายน ปี 2025 และ 31 ธันวาคม ปี 2024)

หุ้นสามัญ (มูลค่าที่ตราไว้ 0.0001 เหรียญสหรัฐ ได้รับอนุญาต 400,000,000 หุ้น ออกจำหน่ายแล้ว 103,881,251 และ 103,020,816 หุ้น หุ้นที่ออกจำหน่ายแล้ว 102,576,943 และ 102,750,816 หุ้น ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 และ 31 ธันวาคม 2567 ตามลำดับ)

10,388

10,302

ทุนชำระเพิ่มเติม

72,196,114

62,513,923

หุ้นของกระทรวงการคลัง (ณ วันที่ 30 กันยายน ปี 2025 และ 31 ธันวาคม ปี 2024 ตามลำดับ มีจำนวน 1,304,308 และ 270,000 หุ้น)

(7,749,997

)

(2,700,000

)

กำไรสะสม

226,248,329

189,463,007

ขาดทุนสะสมอื่น ๆ ที่ครอบคลุม

(42,716,542

)

(54,178,075

)

 มูลค่ารวมของผู้ถือหุ้น SBC Medical Group Holdings Incorporated

 247,988,292

 195,109,157

ผลประโยชน์ที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุม

70,909

(86,999

)

 ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม

 248,059,201

 195,022,158

 หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นรวม

 $

 321,363,085

 $

 266,083,154

 
 หมายเหตุประกอบเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินรวมที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบเหล่านี้

 SBC MEDICAL GROUP HOLDINGS INCORPORATED
 งบกำไรขาดทุนรวมที่ยังไม่ได้ตรวจสอบและงบกำไรขาดทุนรวม
 
 

 สำหรับสามเดือน
 สิ้นสุดวันที่ 30 เดือนกันยายน

 สำหรับเก้าเดือน
 สิ้นสุดวันที่ 30 เดือนกันยายน

 2025

 2024

 2025

 2024

รายได้สุทธิ – กิจการที่เกี่ยวข้อง

$

39,617,548

$

51,209,243

$

123,819,591

$

152,718,488

รายได้ สุทธิ

3,735,687

1,875,640

10,221,192

8,276,517

 รายได้รวม สุทธิ

 43,353,235

 53,084,883

 134,040,783

 160,995,005

ต้นทุนรายได้ (รวมต้นทุนรายได้จากบุคคลที่เกี่ยวข้อง 4,018,377 เหรียญสหรัฐและ 2,039,492 เหรียญสหรัฐสำหรับสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน ปี 2025 และ 2024 และ 12,144,907 เหรียญสหรัฐและ 7,452,954 เหรียญสหรัฐสำหรับเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน ปี 2025 และ 2024 ตามลำดับ)

12,741,748

9,845,793

35,685,635

38,816,865

 กำไรขั้นต้น

 30,611,487

 43,239,090

 98,355,148

 122,178,140

 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:

ค่าใช้จ่ายในการจำหน่าย ทั่วไป และบริหาร (รวมค่าใช้จ่ายในการจำหน่าย ทั่วไป และบริหารจากกิจการที่เกี่ยวข้องจำนวน 154,063 เหรียญสหรัฐ และเป็นศูนย์สำหรับสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน ปี 2025 และ 2024 และ 569,830 เหรียญสหรัฐ และเป็นศูนย์สำหรับเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน ปี 2025 และ 2024 ตามลำดับ)

14,730,247

16,597,032

43,717,642

43,784,637

การชดเชยตามหุ้น

12,807,455

12,807,455

 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวม

 14,730,247

 29,404,487

 43,717,642

 56,592,092

 รายได้จากการดำเนินงาน

 15,881,240

 13,834,603

 54,637,506

 65,586,048

 รายได้ (ค่าใช้จ่าย) อื่นๆ:

รายได้จากดอกเบี้ย

120,384

7,950

198,599

37,283

ค่าใช้จ่ายจากดอกเบี้ย

(48,635

)

(5,466

)

(104,493

)

(15,898

)

รายได้อื่นๆ (รวมรายได้อื่นจากกิจการที่เกี่ยวข้องจำนวน 3,069 เหรียญสหรัฐ และไม่มีรายได้สำหรับสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน ปี 2025 และ 2024 และ 3,069 เหรียญสหรัฐ และไม่มีรายได้สำหรับเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน ปี 2025 และ 2024 ตามลำดับ)

2,526,035

65,922

2,711,134

721,894

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

(6,564

)

(795,158

)

(2,836,288

)

(2,746,450

)

กำไรจากการไถ่ถอนกรมธรรม์ประกันชีวิต

8,746,138

การเปลี่ยนแปลงในมูลค่าที่เหมาะสมของสกุลเงินดิจิทัล

34,404

146,036

กำไรจากการจำหน่ายบริษัทย่อย

3,813,609

 รายได้ (ค่าใช้จ่าย) อื่น รวม

 2,625,624

 (726,752

 )

 8,861,126

 1,810,438

 รายได้ก่อนหักภาษีเงินได้

 18,506,864

 13,107,851

 63,498,632

 67,396,486

Income tax expense

5,673,538

10,273,384

26,733,504

27,254,478

 รายได้สุทธิ

 12,833,326

 2,834,467

 36,765,128

 40,142,008

หัก: กำไรสุทธิ (ขาดทุน) ที่เป็นส่วนได้เสียที่ไม่อยูภายใต้การควบคุม

8,690

1,573

(20,194

)

66,954

 รายได้สุทธิที่เป็นของ SBC Medical Group Holdings Incorporated

 $

 12,824,636

 $

 2,832,894

 $

 36,785,322

 $

 40,075,054

 กำไร (ขาดทุน) อื่น ที่ครอบคลุม :

การปรับค่าแปลงสกุลเงินต่างประเทศ

$

(6,791,961

)

$

20,783,646

$

11,639,635

$

1,543,245

 รายได้รวมทั้งหมด

 6,041,365

 23,618,113

 48,404,763

 41,685,253

หัก: รายได้รวมที่เกิดจากส่วนได้เสียที่ไม่อยูภายใต้การควบคุม

10,329

180,093

157,908

110,093

 รายได้รวมที่เป็นของ SBC Medical Group Holdings Incorporated

 $

 6,031,036

 $

 23,438,020

 $

 48,246,855

 $

 41,575,160

 กำไรสุทธิต่อหุ้นที่เป็นของ SBC Medical Group Holdings Incorporated

พื้นฐานและส่วนต่าง

$

0.12

$

0.03

$

0.36

$

0.42

 จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ออกจำหน่าย

พื้นฐานและส่วนต่าง

102,642,634

95,095,144

103,139,851

94,495,533

หมายเหตุประกอบเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินรวมที่ไม่ผ่านการตรวจสอบเหล่านี้

 SBC MEDICAL GROUP HOLDINGS INCORPORATED
 งบกระแสเงินสดรวมที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ
 
 

 สำหรับเก้าเดือน
 สิ้นสุดวันที่ 30 เดือนกันยายน

 2025

 2024

 กระแสเงินสดจากกิจกรรมการดำเนินงาน

รายได้สุทธิ

$

36,765,128

$

40,142,008

 การปรับปรุงเพื่อกระทบยอดกำไรสุทธิให้เป็นเงินสดสุทธิที่ได้รับจาก (ใช้ใน) กิจกรรมการดำเนินงาน:

ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย

2,010,616

2,867,781

สัญญาเช่าแบบไม่ใช่เงินสด expense

3,436,789

2,908,990

สำรองสำหรับการขาดทุนจากเครดิต (การกลับรายการ)

305,963

(127,196

)

การชดเชยตามหุ้น

12,807,455

การเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่เหมาะสมของการลงทุนระยะยาว

(724,476

)

1,682,282

กำไรจากการจำหน่ายบริษัทย่อย

(3,813,609

)

กำไรจากการไถ่ถอนกรมธรรม์ประกันชีวิต

(8,746,138

)

ขาดทุน (กำไร) จากการจำหน่ายทรัพย์สินและอุปกรณ์และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

(414,167

)

185,284

การเปลี่ยนแปลงในมูลค่าที่เหมาะสมของสกุลเงินดิจิทัล

(146,036

)

ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี

9,104,235

(2,154,837

)

 การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินการดำเนินงาน:

บัญชีลูกหนี้

(1,084,316

)

(804,000

)

บัญชีลูกหนี้ – กิจการที่เกี่ยวข้อง

(28,031,690

)

4,971,911

สินค้าคงคลัง

265,052

763,075

ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าการเงิน – กิจการที่เกี่ยวข้อง

(9,227,612

)

(3,430,267

)

ลูกค้าที่เป็นลูกหนี้สินเชื่อ

12,153,263

12,860,220

ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าและสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ๆ

(2,180,695

)

902,230

การชำระเงินล่วงหน้าระยะยาว

281,666

432,380

สินทรัพย์อื่นๆ

77,609

(348,178

)

บัญชีเจ้าหนี้

2,549,938

(10,511,619

)

บัญชีเจ้าหนี้ – กิจการที่เกี่ยวข้อง

2,144,314

ตั๋วเงินและเจ้าหนี้อื่น ๆ – กิจการที่เกี่ยวข้อง

(12,759,536

)

(14,030,092

)

เงินชำระล่วงหน้าจากลูกค้า

161,165

(1,401,437

)

เงินชำระล่วงหน้าจากลูกค้า – กิจการที่เกี่ยวข้อง

(5,470,844

)

(3,565,778

)

ภาษีเงินได้ที่ต้องชำระ

(19,936,155

)

(549,446

)

หนี้สินจากการเช่าเพื่อดำเนินงาน

(3,639,887

)

(2,971,946

)

หนี้สินคงค้างและหนี้สินหมุนเวียนอื่น ๆ

(4,096,471

)

(9,010,270

)

หนี้สินอื่นๆ

(93,141

)

81,290

 เงินสดสุทธิที่ได้รับจาก (ใช้ใน) กิจกรรมการดำเนินงาน

 (27,295,426

 )

 27,886,231

 กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน

การซื้อทรัพย์สินและอุปกรณ์

(603,484

)

(1,974,285

)

การซื้อตั๋วเงินแปลงสภาพ

(1,700,000

)

เงินจ่ายล่วงหน้าสำหรับทรัพย์สินและอุปกรณ์

(838,568

)

(843,740

)

เงินจ่ายล่วงหน้าสำหรับกิจการที่เกี่ยวข้อง

(617,804

)

การชำระเงินในนามของกิจการที่เกี่ยวข้อง

(1,840,801

)

(5,245,990

)

การซื้อเพื่อการลงทุนระยะยาว

(654,070

)

(331,496

)

การซื้อสกุลเงินดิจิทัล

(424,250

)

เงินสดที่จ่ายเพื่อการซื้อบริษัทย่อย ยอดสุทธิจากเงินสดที่ได้มา

(14,861,858

)

เงินกู้ระยะยาวสำหรับผู้อื่น

(14,514

)

(80,793

)

การชำระคืนจากกิจการที่เกี่ยวข้อง 

1,911,440

5,990,990

การคืนเงินจากผู้อื่น

73,928

62,927

รายได้จากการไถ่ถอนกรมธรรม์ประกันชีวิต

17,735,717

การจำหน่ายบริษัทย่อย ยอดสุทธิจากเงินสดที่จำหน่าย

(815,819

)

รายได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินและอุปกรณ์

2,755,983

1,971

 เงินสดสุทธิที่ได้รับจาก (ใช้ใน) กิจกรรมการลงทุน

 3,239,523

 (5,554,039

 )

 กระแสเงินสดจากกิจกรรมทางการเงิน

เงินยืมจากเงินกู้ระยะยาว

14,851,980

เงินยืมจากกิจการที่เกี่ยวข้อง

15,000

รายได้จากการเพิ่มทุนแบบย้อนกลับ หักด้วยต้นทุนการทำธุรกรรม

11,707,417

รายได้จากการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น

31,374

เงินคืนจากเงินกู้ระยะยาว

(721,874

)

(89,448

)

เงินคืนจากหนี้สินเช่าทางการเงิน

(310,603

)

เงินคืนจากกิจการที่เกี่ยวข้อง

(46,782

)

(65,305

)

การซื้อหุ้นสามัญคืน

(4,999,997

)

ส่วนสนับสนุนในการปรับราคาสำหรับการจำหน่ายทรัพย์สินและอุปกรณ์

9,682,277

 เงินสดสุทธิที่ได้รับจากกิจกรรมทางการเงิน

 18,470,001

 11,584,038

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน

7,973,128

453,908

 การเปลี่ยนแปลงสุทธิในเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

 2,387,226

 34,370,138

 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด วันเริ่มต้นงวด

 125,044,092

 103,022,932

 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด สิ้นงวด

 $

 127,431,318

 $

 137,393,070

 การเปิดเผยข้อมูลกระแสเงินสดเพิ่มเติม

เงินสดที่จ่ายไปเพื่อค่าใช้จ่ายจากดอกเบี้ย

$

104,493

$

15,898

เงินสดที่จ่ายสำหรับภาษีเงินได้ สุทธิ

$

37,555,740

$

31,332,123

 กิจกรรมการลงทุนและการเงินที่ไม่ใช่เงินสด

ทรัพย์สินและอุปกรณ์ที่โอนจากการชำระเงินล่วงหน้าระยะยาว

$

1,428,254

$

164,781

สินทรัพย์สิทธิการใช้ในการเช่าเพื่อดำเนินงานที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนหนี้สินเช่าเพื่อดำเนินงาน

$

105,556

$

สินทรัพย์สิทธิการใช้ในการเช่าทางการเงินที่ได้รับมาโดยแลกกับหนี้สินเช่าทางการเงิน

$

612,466

$

การวัดมูลค่าใหม่ของหนี้สินจากการเช่าเพื่อดำเนินงานและสินทรัพย์สิทธิการใช้อันเนื่องมาจากการแก้ไขสัญญาเช่า

$

2,646,028

$

2,408,752

เจ้าหนี้สำหรับกิจการที่เกี่ยวข้องอันเนื่องจากการให้บริการสินเชื่อ

$

14,362,902

$

20,398,301

การออกหุ้นสามัญเป็นหุ้นเพื่อจูงใจ

$

86

$

การออกหุ้นสามัญจากการแปลงตราสารหนี้แปลงสภาพ

$

$

2,700,000

หมายเหตุประกอบเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินรวมที่ไม่ได้รับการตรวจสอบเหล่านี้

 การปรับกระทบยอดตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป (GAAP) ให้เป็นมาตรการทางการเงินที่ไม่ใช่ GAAP
 

 SBC MEDICAL GROUP HOLDINGS INCORPORATED
 การปรับกระทบยอดที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบสำหรับผลประกอบการตาม GAAP และที่ไม่ใช่ GAAP

 สำหรับสามเดือน สิ้นสุด
 วันที่ 30 เดือนกันยายน

 สำหรับเก้าเดือน สิ้นสุด
 วันที่ 30 เดือนกันยายน

 2025

 2024

 2025

 2024

รายได้รวม สุทธิ

 

$

43,353,235

 

 

$

53,084,883

 

 

$

134,040,783

 

$

160,995,005

 รายได้จากการดำเนินงาน

15,881,240

13,834,603

54,637,506

65,586,048

 ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย

 

 

746,211

 

 

 

1,018,359

 

 

 

2,010,616

 

 

2,867,781

 EBITDA

  

  

16,627,451

 

 

 

14,852,962

 

 

 

56,648,122

 

 

68,453,829

  EBITDA margin

 

 

38

%

 

 

28

%

 

 

42

%

 

 

43

%

หมายเหตุประกอบเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินรวมที่ไม่ได้รับการตรวจสอบเหล่านี้

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

SBC Medical Group Holdings Incorporated
Hikaru Fukui / หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ อีเมล: ir@sbc-holdings.com
 
ICR LLC (US Time)
Bill Zima / ฝ่ายบริหารหุ้นส่วน อีเมล: bill.zima@icrinc.com

ที่มา: SBC Medical Group Holdings Incorporated

SBC Medical Group ประกาศเริ่มต้นการเสนอซื้อหุ้นของ Waqoo, Inc.

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–13 พฤศจิกายน 2025

SBC Medical Group Holdings Incorporated (Nasdaq: SBC) (“SBC Medical” หรือ “บริษัท”) ผู้ให้บริการที่ปรึกษาและบริการจัดการที่ครอบคลุมระดับโลกแก่บริษัททางการแพทย์และคลินิกต่างๆ ประกาศในวันนี้ว่า เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2025 บริษัท SBC Medical Group Co., Ltd. (“ผู้เสนอซื้อ”) ได้มีมติให้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท Waqoo, Inc. (รหัสหลักทรัพย์: 4937 จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว Growth Market; “บริษัทเป้าหมาย”) ผ่านการเสนอซื้อหลักทรัพย์ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ข้อเสนอซื้อหลักทรัพย์”) ตามพระราชบัญญัติเครื่องมือทางการเงินและการแลกเปลี่ยนของประเทศญี่ปุ่น (พระราชบัญญัติหมายเลข 25 ปี 1948 แก้ไขเพิ่มเติม; “FIEA”) ดังที่อธิบายไว้ด้านล่าง

ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เป็นบริษัทย่อยในประเทศญี่ปุ่นที่ SBC Medical Group Holdings Incorporated (“SBCHD”) ถือหุ้นสูงสุด ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ และดำเนินธุรกิจให้บริการสนับสนุนการบริหารจัดการคลินิกการแพทย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ณ ปัจจุบัน ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ถือหุ้นสามัญของบริษัทเป้าหมายจำนวน 353,600 หุ้น (อัตราส่วนการถือครอง: 9.49%) โดยทาง SBCHD เองไม่ได้ถือหุ้นของบริษัทเป้าหมายโดยตรง อย่างไรก็ตาม Yoshiyuki Aikawa ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SBCHD และกรรมการของผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (“ผู้ถือหุ้นผู้ขาย”) จะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทเป้าหมาย โดยถือหุ้นจำนวน 989,802 หุ้น (อัตราส่วนการถือครอง: 26.58%) ดังนั้น ผู้ถือหุ้นผู้ขายจึงถือเป็น “บุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด” และ “บุคคลที่กระทำการร่วมกัน” กับผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ดังนั้น ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จึงถูกจัดประเภทเป็น “บริษัทในเครืออื่น” ของบริษัทเป้าหมายภายใต้กฎหมายการบัญชีของญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2025 ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ได้ตัดสินใจที่จะ (i) เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัทเป้าหมายที่ผู้ถือหุ้นผู้ขายถืออยู่ (“หุ้นที่โอน”) ผ่านการทำธุรกรรมนอกตลาด (“การโอนหุ้น”) และ (ii) ดำเนินการเสนอซื้อหลักทรัพย์ การโอนหุ้นและการเสนอซื้อหลักทรัพย์โดยรวมเรียกว่า “ธุรกรรม”

สำหรับข้อกำหนดเกี่ยวกับการโอนหุ้น ผู้ทำคำเสนอซื้อและผู้ถือหุ้นที่ขายได้ลงนามในข้อตกลงการโอนหุ้น ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2025 ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าผู้ถือหุ้นที่ขายจะไม่เสนอขายหุ้นที่โอนในข้อเสนอซื้อหลักทรัพย์ และจะโอนหุ้นทั้งหมดดังกล่าวให้แก่ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามข้อตกลงการโอนหุ้น

การโอนหุ้นจะดำเนินการในวันที่ 19 ธันวาคม 2025 (วันเริ่มต้นการชำระราคาตามคำเสนอซื้อหลักทรัพย์) โดยขึ้นอยู่กับการเสร็จสิ้นและการชำระราคาคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ เนื่องจากผู้ถือหุ้นที่ขายหุ้นและผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์มี “ความสัมพันธ์พิเศษอย่างเป็นทางการ” อย่างต่อเนื่องภายใต้มาตรา 27-2 วรรค 7 ข้อ 1 ของ FIEA เป็นเวลากว่าหนึ่งปีก่อนวันที่ลงนามในข้อตกลงการโอนหุ้น การโอนหุ้นจึงถือเป็น “การซื้อที่ได้รับการยกเว้น” ภายใต้มาตรา 27-2 วรรค 1 ของ FIEA ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องดำเนินการเสนอซื้อหลักทรัพย์แยกต่างหาก

ภายใต้ข้อตกลงการโอนหุ้น ราคาโอนหุ้นต่อหุ้น (“ราคาโอน”) ตกลงกันไว้ที่ 1,445 เยนต่อหุ้น ซึ่งต่ำกว่าราคาเสนอซื้อหลักทรัพย์ (“ราคาเสนอซื้อหลักทรัพย์”) ที่ 1,900 เยนต่อหุ้น ราคาโอนหุ้นที่ต่ำกว่านี้สะท้อนถึงลักษณะของธุรกรรมนี้ในฐานะธุรกรรมระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จะซื้อหุ้นจากกรรมการของบริษัทแม่สูงสุด

 วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ของธุรกรรม

ด้วยธุรกรรมนี้ SBC มุ่งมั่นที่จะเร่งดำเนินการวิจัยและพัฒนาของ Waqoo ให้เร็วขึ้น และบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงและความเชี่ยวชาญเข้ากับกลุ่ม SBC ด้วยการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ Waqoo โดยกลุ่ม SBC มุ่งมั่นที่จะยกระดับบริการด้านคลินิก เช่น AGA และศัลยกรรมกระดูก พัฒนาวิธีการรักษาและบริการที่เป็นกรรมสิทธิ์ใหม่ๆ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันโดยรวม

นอกจากนี้ บริษัททั้งสองจะร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาและการนำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวไปใช้จริงโดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกทางคลินิก เพื่อสร้างกรอบการทำงานที่ราบรื่นตั้งแต่การวิจัยไปจนถึงการวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์ โดยคาดว่าความรู้ความชำนาญด้านการประมวลผลและการวิจัยของ Waqoo จะเป็นรากฐานทางเทคโนโลยีสำหรับการดำเนินงานระหว่างประเทศของ SBCHD และสนับสนุนความพยายามร่วมกันในการนำศาสตร์แห่งการฟื้นฟูไปปฏิบัติจริง

 ภาพรวมของการเสนอซื้อหลักทรัพย์

 รายการ

 รายละเอียด

 (1) ชื่อบริษัทเป้าหมาย

Waqoo, Inc.

 (2) ประเภทของหุ้นที่จะซื้อ

หุ้นสามัญ

 (3) ระยะเวลาเสนอซื้อหลักทรัพย์

 ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2025 (วันศุกร์) ถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2025 (วันศุกร์) — 20 วันทำการ
 (หากบริษัทเป้าหมายขอขยายเวลาตามมาตรา 27-10 วรรค 3 ของ FIEA ระยะเวลาดังกล่าวจะขยายไปจนถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2025 (วันศุกร์))

 (4) ราคาเสนอซื้อ

1,900 เยนต่อหุ้น

 (5) จำนวนหุ้นที่จะซื้อ

575,000 หุ้น (จำนวนหุ้นสูงสุด: 575,000 หุ้น; ไม่มีจำนวนหุ้นต่ำสุด)

 (6) วันที่เริ่มต้นการชำระเงิน

 วันที่ 19 ธันวาคม 2025 (วันศุกร์)
 (หากขยายระยะเวลาดังกล่าว การชำระเงินจะเริ่มในวันที่ 7 มกราคม 2026 (วันพุธ))

 (7) ตัวแทนรับซื้อหลักทรัพย์

SBI SECURITIES Co., Ltd., 1-6-1 Roppongi, Minato-ku, Tokyo

โปรดดูแบบแสดงรายการการลงทะเบียนข้อเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่จะยื่นโดยผู้เสนอซื้อหลักทรัพย์ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2025 เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอซื้อหลักทรัพย์

ประกาศสำคัญ (ข้อบังคับเกี่ยวกับการชักชวน)

ข่าวเผยแพร่ฉบับนี้เป็นการประกาศต่อสาธารณะเพื่อเปิดเผยการเริ่มต้นการเสนอซื้อหลักทรัพย์ และไม่ถือเป็นการชักชวนให้ขายหุ้น ผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะเสนอขายหุ้นของตน โปรดอ่านคำอธิบายการเสนอซื้อหลักทรัพย์อย่างละเอียดถี่ถ้วน และตัดสินใจด้วยตนเอง

ประกาศเกี่ยวกับกฎระเบียบของสหรัฐอเมริกา

คำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่อธิบายไว้ในที่นี้ไม่ได้ดำเนินการโดยตรงหรือโดยอ้อม ในหรือเข้า หรือเพื่อประโยชน์หรือผลประโยชน์ของผู้มีถิ่นพำนักหรือบุคคลที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา คำเสนอซื้อหลักทรัพย์จะไม่ดำเนินการทั้งหมดหรือบางส่วนโดยใช้ไปรษณีย์ของสหรัฐอเมริกา หรือวิธีการหรือเครื่องมือใดๆ ที่ใช้ในการพาณิชย์ระหว่างรัฐหรือต่างประเทศ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง โทรศัพท์ โทรสาร อีเมล หรือการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต) หรือผ่านสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ดังนั้น การเสนอขายหุ้นใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่ทำโดยวิธีการ เครื่องมือ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าว หรือจากภายในประเทศสหรัฐอเมริกา จะไม่ได้รับการยอมรับ

นอกจากนี้ ห้ามส่ง แจกจ่าย หรือส่งต่อคำเสนอซื้อหลักทรัพย์หรือเอกสารใดๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจดหมายส่งต่อหรือเอกสารเสนอขายหลักทรัพย์อื่นๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ทางไปรษณีย์หรือวิธีการอื่นใด ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม เข้า ออก หรือออกจากสหรัฐอเมริกา หรือเพื่อประโยชน์หรือบัญชีของผู้มีถิ่นพำนักในสหรัฐอเมริกาหรือบุคคลที่พำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา ความพยายามใดๆ ในการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ฝ่าฝืนข้อจำกัดเหล่านี้จะไม่ได้รับการยอมรับ จะไม่มีการเรียกร้องหลักทรัพย์หรือสิ่งตอบแทนอื่นใดเพื่อการยอมรับในสหรัฐอเมริกา และข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่ถือเป็นและจะไม่ถูกตีความว่าเป็นการเสนอหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาในรูปแบบใดๆ

ข่าวเผยแพร่ฉบับนี้ไม่ถือเป็นหรือเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอหรือการชักชวนให้ซื้อ ขาย หรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับหลักทรัพย์ใดๆ และจะไม่ถือเป็นพื้นฐานหรืออ้างอิงถึงสัญญาหรือข้อผูกพันใดๆ ทั้งสิ้น การเสนอซื้อหุ้นใดๆ จะกระทำตามคำชี้แจงข้อเสนอซื้อหลักทรัพย์ซึ่งจัดทำขึ้นตามกฎหมายญี่ปุ่นเท่านั้น ผู้ถือหุ้นควรตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะเสนอขายหุ้นหรือไม่ และหากเสนอขาย จำนวนหุ้นที่จะเสนอขายจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของตนเอง

ขั้นตอนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอซื้อหลักทรัพย์จะดำเนินการเป็นภาษาญี่ปุ่น เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น แม้ว่าจะมีการเตรียมข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นภาษาอังกฤษ แต่หากมีความคลาดเคลื่อนระหว่างฉบับภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ให้ถือฉบับภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก

ข่าวเผยแพร่ฉบับนี้มีคำกล่าวที่มองไปข้างหน้า ผลลัพธ์ที่แท้จริงอาจแตกต่างอย่างมากจากที่อธิบายไว้หรือโดยนัยในคำกล่าวที่มองไปข้างหน้าดังกล่าว เนื่องจากความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ ทั้งที่ทราบและไม่ทราบ ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์และบริษัทในเครือไม่รับประกันความถูกต้องของคำกล่าวที่มองไปข้างหน้าดังกล่าว โดยคำกล่าวที่มองไปข้างหน้านี้จะอ้างอิงจากข้อมูลที่มีอยู่ ณ วันที่ของข่าวเผยแพร่ฉบับนี้ และผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์และบริษัทในเครือไม่มีภาระผูกพันในการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อความดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ในอนาคต เว้นแต่กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้

เกี่ยวกับ SBC Medical Group Holdings Incorporated

SBC Medical Group Holdings Incorporated เป็นกลุ่มธุรกิจทางการแพทย์ที่ครอบคลุม ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์หลากหลายสาขาครอบคลุมหลากหลายสาขาการแพทย์ ครอบคลุมตั้งแต่เวชศาสตร์ความงามขั้นสูง โรคผิวหนัง ศัลยกรรมกระดูกและข้อ การรักษาภาวะมีบุตรยาก ทันตกรรม AGA (การฟื้นฟูเส้นผม) และจักษุวิทยา บริษัทบริหารจัดการแบรนด์คลินิกที่หลากหลาย และกำลังขยายการดำเนินงานไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกาและเอเชีย ทั้งผ่านการดำเนินงานโดยตรงและโครงการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ในเดือนกันยายน 2024 บริษัทได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq และในเดือนมิถุนายน 2025 ได้รับเลือกให้รวมอยู่ในดัชนี Russell 3000® ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงที่ครอบคลุมของตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ด้วยวัตถุประสงค์ของกลุ่มธุรกิจ “การสร้างเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนทั่วโลกด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์” SBC Medical Group Holdings Incorporated ยังคงให้บริการทางการแพทย์ที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีคุณภาพสูง พร้อมกับเสริมสร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติในด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือในการดูแลรักษาทางการแพทย์

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sbc-holdings.com/

คำกล่าวที่มองไปข้างหน้า

ข่าวเผยแพร่ฉบับนี้มีคำกล่าวที่มองไปข้างหน้า คำกล่าวที่มองไปข้างหน้าไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีตหรือคำกล่าวที่แสดงถึงสภาพปัจจุบัน แต่เป็นเพียงความเชื่อของบริษัทเกี่ยวกับเหตุการณ์และผลการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วหลายกรณีมีความไม่แน่นอนโดยเนื้อแท้และอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท คำกล่าวที่มองไปข้างหน้าเหล่านี้สะท้อนมุมมองปัจจุบันของบริษัทเกี่ยวกับประสิทธิภาพทางการเงินของบริษัท การเติบโตของรายได้และกำไร แนวโน้มและโอกาสทางธุรกิจ แผนการจัดสรรเงินทุนและสภาพคล่อง ในบางกรณี คำกล่าวที่มองไปข้างหน้าสามารถระบุได้โดยการใช้คำ เช่น “อาจ” “ควร” “คาดหวัง” “คาดการณ์ล่วงหน้า” “พิจารณา” “ประมาณการ” “เชื่อว่า” “วางแผน” “คาดการณ์” “ทำนาย” “ศักยภาพ” หรือ “หวัง” หรือคำเชิงลบของคำเหล่านี้หรือคำที่คล้ายคลึงกัน บริษัทขอเตือนผู้อ่านอย่าพึ่งพาคำกล่าวที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างมากเกินไป ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดในวันที่เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เท่านั้น และอาจมีความเสี่ยง ความไม่แน่นอน สมมติฐาน หรือการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ต่างๆ ที่ยากต่อการคาดเดาหรือวัดผลได้ คำกล่าวที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้มีพื้นฐานมาจากการคาดการณ์ปัจจุบันของฝ่ายบริหาร และไม่รับประกันผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัทไม่ดำเนินการหรือยอมรับภาระผูกพันใดๆ ที่จะเผยแพร่ข้อมูลอัปเดตหรือแก้ไขคำกล่าวที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าต่อสาธารณะเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงในการคาดการณ์ของบริษัทหรือการเปลี่ยนแปลงในเหตุการณ์ เงื่อนไข หรือสถานการณ์ที่คำกล่าวดังกล่าวอ้างอิง ยกเว้นในกรณีที่กฎหมายกำหนด ปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างไปจากการคาดการณ์ปัจจุบันอย่างมากอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว และบริษัทไม่สามารถคาดการณ์ปัจจัยทั้งหมดได้ ปัจจัยดังกล่าวรวมถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก ระดับภูมิภาค หรือระดับท้องถิ่น สภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจ การแข่งขัน การตลาด และกฎระเบียบ และปัจจัยต่างๆ ที่ระบุไว้ภายใต้หัวข้อ “ปัจจัยเสี่ยง” และในที่อื่นๆ ในเอกสารที่บริษัทยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (“SEC”) ซึ่งสามารถเข้าถึงได้บนเว็บไซต์ของ SEC ที่ www.sec.gov.  

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

SBC Medical Group Holdings Incorporated
Hikaru Fukui / หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ ir@sbc-holdings.com

ICR LLC (เวลาสหรัฐอเมริกา)
Bill Zima / หุ้นส่วนผู้จัดการ bill.zima@icrinc.com

ที่มา: SBC Medical Group Holdings Incorporated

The Bangkok Reporter