A2RL สร้างบรรทัดฐานใหม่ระดับสากลจากการแข่งรถไร้คนขับ 5 คันครั้งแรกในยุโรป

Logo

  • ทีม Kinetiz จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คว้าชัยในการแข่งขันนอกกรุงอาบูดาบีเป็นครั้งแรกของรายการ A2RL ระหว่างการแข่งขัน ACI Racing Weekend ซึ่งจัดขึ้น สนาม Autodromo Internazionale Enzo e Dino Ferrari ซึ่งเป็นสนามแข่งรถระดับตำนานในเมืองอิโมลา
  •  รับชมการแข่งขันได้ ที่นี่

เมืองอิโมลา ประเทศอิตาลี–(BUSINESS WIRE)–07 กันยายน 2026

รายการ Abu Dhabi Autonomous Racing League (A2RL) ได้เสร็จสิ้นการแข่งรถไร้คนขับซึ่งปล่อยตัวพร้อมกันหลายคันเป็นครั้งแรกในทวีปยุโรป ณ สนาม Imola Circuit ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 โดยเป็นส่วนหนึ่งของงาน ACI Racing Weekend ทั้งนี้ ทีม Kinetiz (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกของลีก โดยเป็นการดวลความเร็วรวม 12 รอบสนามบนหนึ่งในเส้นทางแข่งขันที่ท้าทายและต้องใช้เทคนิคขั้นสูงที่สุดในวงการกีฬายานยนต์โลก

A2RL Sets New International Benchmark with Europe’s First Five-Car Autonomous Race (Photo: AETOSWire)

A2RL สร้างบรรทัดฐานใหม่ระดับสากลจากการแข่งรถไร้คนขับ 5 คันครั้งแรกในยุโรป (รูปภาพ: AETOSWire)

การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นโดย ASPIRE ซึ่งเป็นหน่วยงานย่อยผู้ดูแลโครงการความท้าทายอันยิ่งใหญ่ภายใต้สภาวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งกรุงอาบูดาบี (ATRC) โดยรายการ A2RL เป็นศูนย์รวมของผู้มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศยานยนต์ไร้คนขับของอาบูดาบี และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลเชิงยุทธศาสตร์จากสภาระบบอัจฉริยะและระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (SASC) ทั้งนี้ A2RL ได้พัฒนาจากเดิมที่เป็นเพียงพื้นที่ทดสอบระบบปัญญาประดิษฐ์ต่อสาธารณะภายใต้สภาวะการแข่งขันที่สมบุกสมบัน มาสู่ทัวร์นาเมนต์การแข่งขันที่เน้นการชิงชัยอย่างเต็มรูปแบบ โดยการแข่งขันที่เมืองอิโมลาครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกสู่เวทีระดับสากลของลีก หลังจากที่จัดการแข่งขันมาแล้ว 2 ฤดูกาล ณ สนาม Yas Marina Circuit ในกรุงอาบูดาบี และถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการทะยานด้วยความมุ่งมั่นที่จะกลายเป็นการแข่งขันชิงแชมป์ระดับนานาชาติครั้งแรกของโลกสำหรับรถแข่งไร้คนขับอย่างแท้จริง

การแข่งขันในครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันของรถแข่งไร้คนขับอย่างสมบูรณ์แบบจำนวน 5 คัน โดยมีทีม Kinetiz (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) เป็นผู้คว้าชัยชนะ ตามมาด้วยทีม Constructor Racing (เยอรมนี) เป็นอันดับสอง ส่วนอันดับสามตกเป็นของทีม PoliMOVE (อิตาลี) ขณะที่ทีม Unimore (อิตาลี) เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่สี่ และทีม TUM (เยอรมนี) แชมป์ประจำปี 2024 และปี 2025 จบการแข่งขันเป็นอันดับห้า ทั้งนี้ ทุกทีมต่างลงแข่งขันด้วยตัวรถรุ่น EAV-25 ที่เหมือนกันทุกประการ ส่งผลให้ความได้เปรียบเสียเปรียบด้านสมรรถนะในการแข่งขันขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์ล้วน ๆ ได้แก่ ระบบการรับรู้สภาพแวดล้อม ระบบการวางแผนเส้นทาง ระบบการควบคุมรถ และระบบการตัดสินใจแบบทันท่วงที

ทีม TUM เจ้าของตำแหน่งแชมป์รายการ A2RL 2 สมัยซ้อน ต้องหยุดสถิติการเป็นผู้ชนะติดต่อกันลงหลังจากเผชิญกับปัญหาทางเทคนิคระหว่างรอบอุ่นเครื่อง ส่งผลให้ตัวรถต้องกลับเข้าสู่ช่องซ่อมบำรุงก่อนที่จะออกตัวเพื่อเปิดฉากการแข่งขันจริง

เจ้าของสถิติเวลาต่อรอบเร็วที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ได้แก่ทีม Unimore รถแข่งในตำแหน่งหัวแถวและผู้นำการแข่งขัน โดยทำเวลาไว้ที่ 1 นาที 40 วินาที ก่อนที่ตัวรถจะเผชิญกับปัญหาขัดข้องทางเทคนิคและหยุดนิ่งลงอย่างกะทันหัน โดยในขณะนั้น ทีม PoliMOVE ซึ่งขับไล่หลังรถที่นำอยู่เป็นอันดับแรกอย่างกระชั้นชิดในระยะเวลาห่างกันไม่ถึง 1 วินาทีตั้งแต่เปิดฉากการแข่งขัน และเป็นคันที่ทำความเร็วสูงสุดในการแข่งขันครั้งนี้ที่ 252.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่สามารถหักหลบรถของทีม Unimore ที่ลดความเร็วลงอย่างฮวบฮาบได้ทัน ส่งผลให้พุ่งชนเข้ากับส่วนท้ายของรถอย่างรุนแรง และทำให้การแข่งขันของทั้งสองทีมต้องยุติลงในทันที เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ทีม Kinetiz พลิกกลับขึ้นมาเป็นผู้นำ และสามารถรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้จนกระทั่งวิ่งผ่านธงตราหมากรุกเข้าเส้นชัยไป

ฯพณฯ Faisal al Bannai เลขาธิการสภาวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูง กล่าวว่า “A2RL แสดงให้เห็นถึงแนวทางของกรุงอาบูดาบีในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง นั่นคือการตั้งเป้าหมายความท้าทายอันยิ่งใหญ่ การรวบรวมกลุ่มผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศ และการสร้างปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการเร่งพัฒนาความก้าวหน้า ซึ่งการแข่งขันที่เมืองอิโมลาถือเป็นบทพิสูจน์แนวทางดังกล่าว โดยมีรถแข่งไร้คนขับถึง 5 คันที่ต้องรับมือกับความไม่แน่นอนและความกดดันของสถานการณ์การแข่งขันจริง การที่ทีม Kinetiz คว้าชัยชนะในครั้งนี้จึงนับเป็นช่วงเวลาสำคัญของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่มูลค่าในวงกว้างคือสิ่งที่การแข่งขันได้สะท้อนให้เห็น ทั้งในเรื่องความเสถียร ความสามารถในการฟื้นตัวจากข้อขัดข้อง และการตัดสินใจแบบทันท่วงที ซึ่งข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติให้ก้าวหน้าต่อไปในวงกว้าง โดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ในสนามแข่งรถเท่านั้น”

Stephane Timpano ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ ASPIRE กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับทีม Kinetiz จากสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ สำหรับชัยชนะอันคู่ควรนี้ การแข่งขันที่เมืองอิโมลาได้ยกระดับความท้าทายขึ้นไปอีกขั้น โดยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติจะต้องขับเคี่ยวกันอย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังสร้างข้อมูลที่มีคุณค่ายิ่งเพื่อเร่งกระบวนการวิจัยและพัฒนาในขั้นต่อไปให้รวดเร็วยิ่งขึ้น สิ่งที่เราได้เห็นในการแข่งขันครั้งนี้ทำให้เรามีบรรทัดฐานใหม่ในการประเมินว่าระบบเหล่านี้ทำงานและสามารถปรับตัวได้อย่างไรภายใต้สภาวะความกดดัน”

บทพิสูจน์ที่แท้จริงของรถแข่งไร้คนขับ

ด้วยลักษณะของสนามที่มีระดับความสูงต่ำแตกต่างกัน เส้นทางวิ่งที่แคบ พื้นที่รองรับรถหลุดโค้งที่มีจำกัด และจุดเบียดแซงที่ยากลำบาก สนาม Imola จึงเป็นบททดสอบว่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติจะสามารถบริหารจัดการการยึดเกาะถนน ความหนาแน่นของรถในสนาม การจัดตำแหน่งรถ และการขับแซงภายใต้สภาวะความกดดันอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร การแข่งขันครั้งนี้กำหนดให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ต้องตอบสนองต่อคู่แข่งคันอื่น ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อตัดสินใจว่าจะเลือกเปิดเกมบุก ป้องกันตำแหน่ง หรือปรับเปลี่ยนเส้นทางวิ่งที่วางแผนไว้ตามสถานการณ์การแข่งขันที่เปลี่ยนไป

Omar Hanif Alqassim ผู้จัดการทีม Kinetiz กล่าวว่า “นี่คือช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจยิ่งสำหรับพวกเราทุกคนในทีม Kinetiz ที่สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกของรายการ A2RL ได้สำเร็จ และที่สำคัญที่สุดคือการได้เป็นตัวแทนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์บนเวทีระดับสากล ทีมงานทุกคนทุ่มเทอย่างหนักหน่วงเพื่อความสำเร็จในครั้งนี้ และการได้เห็นความพยายามเหล่านั้นสะท้อนออกมาเป็นชัยชนะก็ยิ่งทำให้มีความพิเศษมากยิ่งขึ้น นี่คือการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมและจัดขึ้นอย่างเป็นระบบโดย ASPIRE ซึ่งได้สร้างรากฐานอันแข็งแกร่งเพื่อแสดงให้เห็นประจักษ์ถึงสิ่งที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังพัฒนาในด้านเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ พวกเราภูมิใจที่ได้นำชัยชนะอันคู่ควรนี้กลับบ้าน อีกทั้งได้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและขีดความสามารถของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์บนเวทีระดับโลก”

เส้นทางสู่เมืองอิโมลา

ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น แต่ละทีมต่างเตรียมความพร้อมผ่านช่วงเวลาการลงทดสอบภาคสนามอย่างเข้มข้นเป็นเวลาเพียงแค่ 9 วัน ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวนหลากหลายรูปแบบ ทั้งฝนตกและลูกเห็บตกในบางช่วง อย่างไรก็ดี ชุดอุปกรณ์สำหรับสภาพทางเปียกที่เพิ่งติดตั้งเข้าไปใหม่ ช่วยให้รถแข่งของทั้ง 5 ทีมสามารถลงวิ่งทดสอบได้ โดยทำระยะทางรวมกันไปทั้งสิ้น 38 รอบสนาม

เพื่อเป็นการเสริมการทดสอบในสนามจริง และเปิดโอกาสให้แต่ละทีมได้ปรับปรุงโค้ดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รายการแข่งขันจำลองเสมือนจริงของ A2RL จึงได้กลับมาอีกครั้งในฤดูกาลนี้ โดยนำแบบจำลองดิจิทัลที่มีความสมจริงและความแม่นยำสูงของสนามแข่งขันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Yas Marina, the A2RL Autodrome, Suzuka และ Imola มาใช้ในการพัฒนาและรับรองความถูกต้องของอัลกอริทึม

Alessandro Tucci ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายโครงการความท้าทายอันยิ่งใหญ่ของ ASPIRE กล่าวว่า “สมรรถนะที่แต่ละทีมแสดงให้เห็นระหว่างการแข่งขันครั้งนี้ เป็นผลลัพธ์มาจากยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ชัดเจน ซึ่งสร้างขึ้นจากการทดสอบระบบจำลองเสมือนจริงและการแข่งขันจริงรวมกันมากกว่า 5,000 ชั่วโมงในปี 2025 การแข่งขันที่เมืองอิโมลาถือเป็นก้าวสำคัญอันเป็นรากฐานสำหรับวิวัฒนาการของ A2RL และพวกเราภูมิใจในผลสำเร็จที่ทั้งบรรดาทีมแข่งและองค์กรผู้จัดงาน A2RL บรรลุถึง การนำการเตรียมความพร้อมดังกล่าวมาสู่สนามแข่งขันอย่างสนาม Imola คือแนวทางที่เราใช้ในการยกระดับมาตรฐานการแข่งขันของ A2RL ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ก้าวต่อไปของ A2RL

รายการ A2RL จะกลับไปจัดการแข่งขันครั้งถัดไป ณ สนาม Yas Marina Circuit ในฐานะที่เป็นบ้านเกิดของ A2RL นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2024 สนาม Yas Marina Circuit จึงยังคงเป็นเวทีบรรทัดฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของลีก

บทเรียนต่าง ๆ จากสนาม Imola จะสะท้อนกลับไปยังโปรแกรมการวิจัยและพัฒนาในกรุงอาบูดาบี การทดสอบระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติในสนามแข่งที่มีรูปแบบเส้นทางแข่งขันและลักษณะการแข่งขันที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จะช่วยให้เรามีมาตรการประเมินความสามารถในการปรับตัวของระบบเหล่านั้นได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งสานต่อบทบาทของ A2RL ในการเป็นพื้นที่ทดสอบสาธารณะสำหรับเทคโนโลยีไร้คนขับ ตลอดจนตอกย้ำตำแหน่งของกรุงอาบูดาบีในฐานะศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ประยุกต์และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ

ทัวร์นาเมนต์การแข่งขันปี 2026 นี้ เกิดขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนจาก SteerAI พร้อมด้วยพันธมิตรชั้นนำอย่าง AD Ports และ du Infra พันธมิตรอย่างเป็นทางการ ได้แก่ AWS, Abu Dhabi Mobility และ Abu Dhabi Gaming ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ได้แก่ HP และ Castore ตลอดจนพันธมิตรทางเทคนิคอย่าง PACETEQ และ Live in Five

รับชมการแข่งขันได้ที่นี่ : https://www.youtube.com/watch?v=VSdCF_yR3L4

*ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260907943650/en

Contacts

Thushara Mohanan
thushara.mohanan@tii.ae
Comms@a2rl.io

ที่มา: Abu Dhabi Autonomous Racing League

The Bangkok Reporter