Xsolla ขยายเครือข่ายการชำระเงินไปทั่วโลก ครอบคลุม 18 ตลาด ด้วย 6 วิธีการชำระเงินท้องถิ่นที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้นักพัฒนาเข้าถึงผู้เล่นรายใหม่ๆ ทั่วโลก

Logo

ขณะนี้ Xsolla สามารถรองรับการชำระเงินผ่าน Amazon Pay Japan, Zain Cash, Tamara, M-Pesa, Zamtel รวมถึงแอปและบัตรกำนัล Aircash ได้แล้ว

ลอสแอนเจลิส–(BUSINESS WIRE)– Xsolla เป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซวิดีโอเกมระดับโลกที่ช่วยให้นักพัฒนาเกมเปิดตัว เติบโต และสร้างรายได้จากเกมของตน ได้ประกาศในวันนี้ถึงการขยายพอร์ตโฟลิโอการชำระเงินระดับโลกครั้งใหญ่ไปยัง 18 ตลาดในยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชีย เนื่องจากนักพัฒนาเกมยังคงขยายไปยังตลาดที่มีการเติบโตสูงและตลาดเกิดใหม่ การขยายตัวครั้งนี้จะช่วยให้นักพัฒนาเกมสามารถเข้าถึงผู้ใช้ที่ชำระเงินรายใหม่ ปรับปรุงอัตราคอนเวอร์ชัน และมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ปรับให้เข้ากับความต้องการของผู้เล่นในท้องถิ่น

วิธีการชำระเงินที่รองรับใหม่ ประกอบด้วย:

Graphic: Xsolla

กราฟิก: Xsolla

  •  Local Amazon Pay ในญี่ปุ่น ซึ่งมีบัญชี Amazon Japan ที่ลงทะเบียนแล้วมากกว่า 100 ล้านบัญชี ให้บริการชำระเงินแบบเต็มรูปแบบในสกุลเงินเยนญี่ปุ่น
  •  Zain Cash ในอิรัก กำลังขยายการเข้าถึงตัวเลือกการชำระเงินผ่านมือถือมากขึ้น ในเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งหมายเลขโทรศัพท์มือถือจะทำหน้าที่เป็นตัวตนดิจิทัลหลัก และการใช้งานมือถือนั้นแพร่หลายในประชากรมากกว่า 40 ล้านคน
  •  Tamara ดำเนินธุรกิจในซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยนำเสนอตัวเลือกการซื้อตอนนี้จ่ายทีหลัง (BNPL) ที่ยืดหยุ่น ซึ่งให้บริการผู้ใช้มากกว่า 15 ล้านรายในสองตลาดที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดในตะวันออกกลาง โดยอัตราการใช้ BNPL นั้นสูงถึง 31-42% ในหมู่ผู้บริโภค ทำให้เป็นวิธีการชำระเงินออนไลน์ที่ได้รับความนิยม
  •  M-Pesa ในแทนซาเนีย เปิดโอกาสให้เข้าถึงระบบนิเวศการชำระเงินผ่านมือถือชั้นนำของประเทศ โดยมีบัญชีผู้ใช้งานมากกว่า 26 ล้านบัญชี หรือคิดเป็นประมาณ 40% ของตลาด
  •  Zamtel ในแซมเบีย สนับสนุนการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถือในตลาดที่มีการเชื่อมต่อเพิ่มมากขึ้น โดยมีผู้สมัครใช้บริการมากกว่า 4.3 ล้านราย และมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 20.5% ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการชำระเงินดิจิทัลได้ในวงกว้างขึ้น
  •  แอปและบัตรกำนัล Aircash มีให้บริการใน 12 ประเทศในยุโรป รวมถึงเยอรมนี อิตาลี สเปน โปแลนด์ และออสเตรีย โดยมีตัวเลือกกระเป๋าเงินดิจิทัลและบัตรกำนัลที่ปรับให้เข้ากับแต่ละท้องถิ่น ด้วยส่วนแบ่งการตลาดชั้นนำประมาณ 12.6% ในโครเอเชียและเครือข่ายจุดเติมเงินสดกว่า 200,000 แห่งทั่วทวีปยุโรป ทำให้ Aircash กำลังขยายตัวไปยังยุโรปกลางและตะวันออกและตลาดสำคัญๆ ในยุโรปเพื่อเข้าถึงผู้ใช้ใหม่ในด้านการเงินดิจิทัล

การผสานรวมเหล่านี้จะช่วยมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่นและเหมาะสมกับท้องถิ่น ช่วยให้ผู้เล่นสามารถชำระเงินด้วยสกุลเงินที่คุ้นเคยและวิธีการชำระเงินในท้องถิ่นที่เชื่อถือได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและปรับปรุงอัตราคอนเวอร์ชันสำหรับการซื้อสินค้าในเกม โดยสำหรับนักพัฒนาเกมนั้น นี่หมายถึงการขยายการเข้าถึงไปทั่วโลกในตลาดเกิดใหม่และตลาดที่มีการเติบโตสูง ในขณะเดียวกันก็สามารถช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงานและขจัดความต้องการในโครงสร้างพื้นฐานท้องถิ่นหรือการผสานรวมกับการชำระเงินแบบกำหนดเอง

“การชำระเงินท้องถิ่นเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่ช่วยเพิ่มยอดขายและการเติบโตของนักพัฒนาเกม” Chris Hewish ประธานของ Xsolla กล่าว “ด้วยการขยายการครอบคลุมการชำระเงินของเราไปยัง 18 ตลาด เราจึงมอบทุกสิ่งที่นักพัฒนาต้องการเพื่อเข้าถึงผู้เล่นด้วยวิธีการชำระเงินที่พวกเขาไว้วางใจอยู่แล้ว โดยไม่ต้องเพิ่มความซับซ้อนให้กับกระบวนการทำงานของพวกเขาเลย”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Xsolla Payments โปรดไปที่: xsolla.pro/rn26payments

เกี่ยวกับ Xsolla

Xsolla เป็นบริษัทพาณิชย์ระดับโลกที่มีเครื่องมือและบริการอันแข็งแกร่งเพื่อช่วยนักพัฒนาแก้ไขปัญหาสำคัญต่างๆ ของอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ตั้งแต่เกมอินดี้ไปจนถึงเกมระดับ AAA บริษัทต่างๆ ร่วมมือกับ Xsolla เพื่อช่วยระดมทุน จัดจำหน่าย ทำการตลาด และสร้างรายได้ให้กับเกมของพวกเขา ด้วยความเชื่อมั่นในอนาคตของวิดีโอเกม Xsolla มุ่งมั่นในพันธกิจที่จะเชื่อมโยงโอกาสต่างๆ เข้าด้วยกัน และจัดหาทรัพยากรใหม่ๆ ให้กับเหล่าครีเอเตอร์อย่างต่อเนื่อง โดย Xsolla มีสำนักงานใหญ่และจดทะเบียนในลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย โดยดำเนินงานในฐานะผู้ค้าเกม และได้ช่วยเหลือนักพัฒนาเกมมากกว่า 1,500 คน ให้เข้าถึงผู้เล่นได้มากขึ้นและขยายธุรกิจไปทั่วโลก ด้วยเส้นทางสู่ผลกำไรและหนทางสู่ชัยชนะที่มากขึ้น นักพัฒนาเกมจึงมีทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเพลิดเพลินไปกับเกม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ xsolla.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20260303816373/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Derrick Stembridge
รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลกของ Xsolla
d.stembridge@xsolla.com

ที่มา: Xsolla


การประชุม Medical Korea 2026 เน้นย้ำถึงการดูแลสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Logo

การประชุมด้านการดูแลสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับโลกครั้งที่ 16 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 มีนาคมที่ COEX ในกรุงโซล เกาหลีใต้

โซล, เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–02 มีนาคม 2026

Medical Korea 2026 ที่เป็นการประชุมด้านการดูแลสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับโลกครั้งที่ 16 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 มีนาคม 2026 ที่ COEX ในกรุงโซล โดยกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเป็นเจ้าภาพ และจัดโดยสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งเกาหลี (KHIDI) การประชุมนี้จะรวบรวมผู้นำด้านการดูแลสุขภาพระดับโลก ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของการดูแลสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI และบริการทางการแพทย์ข้ามพรมแดน

Medical Korea 2026 will take place at Coex, Seoul, from March 19 (Thu) to 22 (Sun), themed on ‘AI-Powered Global Healthcare: Bringing the Future and the World Closer.’ (Image: Medical Korea)

การประชุม Medical Korea 2026 จะจัดขึ้นที่ Coex กรุงโซล ระหว่างวันที่ 19 (พฤหัสบดี) ถึง 22 (อาทิตย์) มีนาคม โดยมีธีมว่า ‘การดูแลสุขภาพระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI: นำอนาคตและโลกให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น’ (ภาพ: Medical Korea)

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2010 การประชุม Medical Korea ได้เป็นเวทีสำหรับการสนทนาระดับโลกเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ การประชุมในปีนี้มีธีมว่า “การดูแลสุขภาพระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI: นำอนาคตและโลกให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น” โดยมุ่งเน้นที่อิทธิพลของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อการให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และความร่วมมือทางการแพทย์ระหว่างประเทศ

โดยโปรแกรมประกอบด้วยพิธีเปิด การประชุมแปดช่วง การประชุมทางธุรกิจ การประชุม G2G นิทรรศการ ทัวร์ศึกษาดูงาน และงานเลี้ยงอาหารค่ำ Medical Korea Gala Dinner

ในพิธีเปิดงาน จะมีการกล่าวสุนทรพจน์หลักโดย Eun-Young Jung อธิบดีฝ่ายนโยบายอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ และ Edward Marx ซีอีโอของ Marx Advisory โดยในสุนทรพจน์หลักเรื่อง “โลกแห่งการดูแลสุขภาพนั้นแบนราบ: เทคโนโลยีใหม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั่วโลกอย่างไร” Marx จะวิเคราะห์ว่าเทคโนโลยีเกิดใหม่ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีอิทธิพลต่อโครงสร้าง การเข้าถึง และความเท่าเทียมกันของระบบการดูแลสุขภาพทั่วโลกอย่างไร

ในการประชุมจะมีวิทยากรทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 40 ท่าน มาร่วมอภิปรายเกี่ยวกับนวัตกรรมการดูแลสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI กลยุทธ์การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ แนวโน้มด้านสุขภาพดิจิทัล และการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้ AI

การประชุมทางธุรกิจจะมอบโอกาสในการสร้างเครือข่ายอย่างเป็นระบบเพื่อดึงดูดผู้ป่วยจากต่างประเทศและขยายธุรกิจไปสู่ระดับสากล การประชุม G2G จะอำนวยความสะดวกในการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการดูแลสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระหว่างรัฐบาลและองค์กรที่เกี่ยวข้อง

นิทรรศการนี้จะจัดแสดงผ่านสามพาวิลเลียน ซึ่งเน้นความร่วมมือด้านการดูแลสุขภาพระดับโลก ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์ของเกาหลี และแพลตฟอร์ม Medical Korea ที่นำเสนอภาพรวมที่ครอบคลุมเกี่ยวกับศักยภาพทางการแพทย์ระดับนานาชาติและโอกาสในการเป็นพันธมิตรต่างๆ

งานเลี้ยงอาหารค่ำ Medical Korea Gala Dinner ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 19 มีนาคม จะเป็นเวทีสำหรับการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้นำด้านการดูแลสุขภาพระดับโลก ในช่วงเย็นจะมีพิธีมอบรางวัล Global Medical Advertising Awards ครั้งที่ 1 และงานเฉลิมฉลองสำหรับโครงการการกุศลทางการแพทย์

Andy Hong ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพระดับโลก (ขาเข้า) ของ KHIDI กล่าวว่า “งาน Medical Korea 2026 จะรวบรวมผู้นำและผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาหารือเกี่ยวกับแนวโน้มล่าสุดและประเด็นสำคัญในด้านการดูแลสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยผ่านนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI การประชุมนี้มีเป้าหมายที่จะเสริมสร้างความร่วมมือระดับโลกและนำอนาคตของการดูแลสุขภาพมาสู่ความเป็นจริงมากขึ้น”

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mkconf.org

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260302491823/en

Contacts

สำนักงานเลขาธิการ Medical Korea
+82-2-6215-0261
mkconf2026@gmail.com

ที่มา: Medical Korea

Korea Newswire เปิดตัว MediaBee ที่เป็นแพลตฟอร์มประชาสัมพันธ์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูลสื่อที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี

Logo

โซล เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–03 มีนาคม 2026

Korea Newswire ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ชั้นนำ ได้เปิดตัว MediaBeeแพลตฟอร์มข่าวกรองด้านประชาสัมพันธ์แบบครบวงจร ที่ใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลสื่อที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี เพื่อลดความซับซ้อนของพลวัตตลาดท้องถิ่นสำหรับบริษัทและเอเจนซี่ระดับโลก

แม้ว่าเกาหลีใต้ยังคงเป็นตลาดสำคัญในเอเชีย แต่ภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประเทศก็มักจะสร้างอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดสำหรับองค์กรระดับโลก โดย MediaBee จะช่วยลดความซับซ้อนเหล่านี้โดยการรวมการค้นหานักข่าว การเผยแพร่ การติดตามแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันของทีมเข้าไว้ในพื้นที่ทำงานเชิงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูง

การกำหนดเป้าหมายที่แม่นยำด้วยฐานข้อมูลสื่อที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี

MediaBee จะผสานรวมฐานข้อมูลที่ครอบคลุมของนักข่าว 40,000 คนและสำนักข่าว 7,000 แห่ง ที่ได้รับการอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องด้วยการอัปเดตโปรไฟล์อัตโนมัติมากกว่า 900 ครั้งต่อวัน ด้วยการติดตามกิจกรรมบทความแบบเรียลไทม์ แพลตฟอร์มนี้จึงสามารถมอบข้อมูลเชิงลึกแก่ทีมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่ประเด็นข่าวเฉพาะด้านไปจนถึงอิทธิพลของสำนักข่าวต่างๆ ทำให้พวกเขาสามารถดำเนินกลยุทธ์ด้านสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

การติดตามสื่อแบบไดนามิกและการวิเคราะห์ความรู้สึก

ด้วยกำลังการประมวลผล 200,000 บทความต่อวัน ทาง MediaBee จึงสามารถนำเสนอภาพรวมที่เหนือกว่าของสื่อในเกาหลีใต้ เครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูงของแพลตฟอร์มจะประเมินแนวโน้มความรู้สึกและกระแสตอบรับของสื่อ ที่สามารถช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประชาสัมพันธ์สามารถวัดประสิทธิภาพของแคมเปญและลดความเสี่ยงด้านชื่อเสียงผ่านข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

การผสานรวมอย่างราบรื่นและการทำงานอัตโนมัติด้านประชาสัมพันธ์ที่คำนึงถึงบริบท

MediaBee รวมศูนย์ห่วงโซ่คุณค่าด้านประชาสัมพันธ์โดยการผสานการจัดการข่าวประชาสัมพันธ์เข้ากับการสร้างความสัมพันธ์กับสื่อเป้าหมายและการติดตามผลกระทบแบบเรียลไทม์ โดยชุด AI ที่ผสานรวมเข้าด้วยกันนั้นจะถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อรับมือกับความแตกต่างเฉพาะตัวของวงการสื่อสารมวลชนเกาหลี โดยให้การสนับสนุนที่ซับซ้อนสำหรับการจัดโครงสร้างเนื้อหาและการออกแบบหัวข้อข่าวที่สอดคล้องกับมาตรฐานบรรณาธิการในท้องถิ่นอย่างสมบูรณ์แบบ

Dong-Ho Shin ซีอีโอของ Korea Newswire กล่าวว่า “ความสำเร็จในสภาพแวดล้อมสื่อที่มีพลวัตของเกาหลีใต้ ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ข้อมูลเท่านั้น แต่ยังต้องการข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและเฉพาะเจาะจงในแต่ละพื้นที่ โดย MediaBee ได้ผสานรวมความเชี่ยวชาญด้านสื่อที่น่าเชื่อถือของเรามานานหลายทศวรรษเข้ากับ AI ที่ล้ำสมัย เพื่อเสริมศักยภาพให้แบรนด์ระดับโลกสามารถดำเนินแคมเปญประชาสัมพันธ์ได้อย่างแม่นยำและมีกลยุทธ์เช่นเดียวกับผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่น”

ขณะนี้ MediaBee พร้อมให้บริการแก่องค์กรระดับโลกและเอเจนซี่ประชาสัมพันธ์ที่ต้องการขยายอิทธิพลด้านสื่อในเกาหลีใต้ หากต้องการสำรวจความสามารถทั้งหมดของแพลตฟอร์ม โปรดไปที่ www.mediabee.com

เกี่ยวกับ Korea Newswire

Korea Newswire ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 โดยเป็นผู้บุกเบิกการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์ในเกาหลีใต้ และได้ให้การสนับสนุนบริษัทและหน่วยงานต่างๆ มากกว่า 45,000 แห่ง บริษัทฯ มีช่องทางการเผยแพร่โดยตรงกับห้องข่าวมากกว่า 4,300 แห่งทั่วประเทศ และเป็นพันธมิตรแต่เพียงผู้เดียวของ Business Wire ในการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ไปยังกว่า 160 ประเทศทั่วโลก www.koreanewswire.co.kr

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Korea Newswire
Yongjae Shin
shin.yongjae@newswire.co.kr

ที่มา: Korea Newswire

GIGABYTE เสริมศักยภาพการเปลี่ยนแปลงด้าน AI ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมด้วยโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรในงาน MWC 2026

Logo

ตั้งแต่โรงงาน AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงแบบจำลองดิจิทัล (Digital Twin), การโฮสติ้งบนคลาวด์ และ Edge AI ซึ่งทาง GIGABYTE จะช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถเปลี่ยนข้อมูลเครือข่ายให้เป็นข้อมูลอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และแหล่งรายได้ใหม่ๆ ได้

ไทเป–(BUSINESS WIRE)–02 มีนาคม 2026

GIGABYTE Technology ที่เป็นผู้นำระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในด้านความเป็นเลิศทางวิศวกรรมในด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและเซิร์ฟเวอร์ AI ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน AI แบบครบวงจรที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ในงาน MWC 2026 โดยโซลูชันผลิตภัณฑ์แบบครบวงจรของ GIGABYTE จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถแปลงข้อมูลเครือข่ายจำนวนมหาศาลให้เป็นข้อมูลอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และแหล่งรายได้ใหม่ๆ ได้ ในขณะที่เครือข่ายโทรคมนาคมได้พัฒนาจากผู้ให้บริการข้อมูลไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI

GIGABYTE Powers Telecom AI Transformation with End-to-End Infrastructure at MWC 2026

GIGABYTE เสริมศักยภาพการเปลี่ยนแปลงด้าน AI ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมด้วยโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรในงาน MWC 2026

จากข้อมูลเครือข่ายสู่คุณค่าของ AI: การสร้างโรงงาน AI สำหรับธุรกิจโทรคมนาคม

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงจากโทรคมนาคมไป AI คือ โรงงาน AI ซึ่งข้อมูลเครือข่ายและข้อมูลผู้สมัครใช้บริการจะถูกแปลงเป็นข้อมูลเชิงลึกในการดำเนินงานและบริการ AI เชิงพาณิชย์ ซึ่งทาง GIGABYTE สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ด้วย GB300 NVL72 ที่เป็นแพลตฟอร์มแบบแร็คสเกลระบายความร้อนด้วยของเหลว ที่ผสานรวม GPU NVIDIA Blackwell Ultra 72 ตัวและ CPU NVIDIA Grace™ 36 ตัวไว้ในระบบเดียว เชื่อมต่อผ่าน NVIDIA Quantum-X800 InfiniBand หรือ NVIDIA Spectrum-X™ Ethernet และ NVIDIA ConnectX®-8 SuperNIC™ โดย GB300 NVL72 ได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับภาระงานด้านการเทรนและการอนุมาน AI ขนาดใหญ่ ที่จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถทำงานอัตโนมัติ ปรับการวางแผนเครือข่ายให้เหมาะสม และใช้งานบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในระดับโทรคมนาคมได้

เสริมศักยภาพกระบวนการแปลงข้อมูลเป็น AI ด้วย AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง (HPC)

เพื่อขจัดปัญหาคอขวดตลอดกระบวนการแปลงข้อมูลเป็นAI นั้น ทาง GIGABYTE ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ AI และ HPCไปสู่ภาคโทรคมนาคมด้วยแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมตัวเร่งความเร็วของ NVIDIA และ AMD โดย G894-SD3-AAX7 จะขับเคลื่อนด้วย NVIDIA HGX™ B300ที่สามารถรองรับเวิร์กโหลดต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ทราฟฟิกแบบเรียลไทม์ โมเดลการให้เหตุผล และการเทรน AI ขนาดใหญ่ สำหรับสภาพแวดล้อม AI และ HPC แบบบูรณาการ ส่วน XN24-VC0-LA61 ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม NVIDIA MGX™ และ NVIDIA GB200 Grace Blackwell NVL4 Superchips จะใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างหนาแน่นและประหยัดพลังงาน

นอกจากนี้ GIGABYTE ยังได้เปิดตัว G893-ZX1-AAX4 ที่เป็นการผสานรวม AMD EPYC™ 9005/9004 CPUเข้ากับ AMD Instinct™ MI355X GPUที่จะช่วยมอบประสิทธิภาพสูงต่อวัตต์สำหรับการประมวลผลเชิงอนุมาน การจำลอง และการสร้างแบบจำลองขั้นสูง ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการพลังงานและต้นทุนได้

แบบจำลองดิจิทัลสำหรับปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI

แบบจำลองดิจิทัลกำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการดำเนินงานเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยทาง GIGABYTE จะช่วยให้การจำลองแบบเรียลไทม์ที่มีความแม่นยำสูงเป็นไปได้ด้วย XL44-SX2-AAS1 ที่สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม NVIDIA MGX™ และติดตั้ง GPU NVIDIA RTX PRO™ 6000 Blackwell Server Edition จำนวน 8 ตัว ด้วยแบนด์วิดท์ 800 GB/s ผ่าน NVIDIA ConnectX®-8 SuperNIC™ และการเชื่อมต่อ PCIe Gen6 แพลตฟอร์มนี้จึงสามารถรองรับปริมาณงานที่สูงขึ้นและมีความสามารถในการขยายระบบที่ดียิ่งขึ้น ทำให้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับงานที่ต้องการความพร้อมใช้งานสูงตลอด 24 ชั่วโมง

การเปิดใช้งานการโฮสติ้งบนคลาวด์อย่างมีประสิทธิภาพในระดับโทรคมนาคม

ในขณะที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมขยายตัวเข้าสู่บริการคลาวด์ AI และนีโอคลาวด์ เซิร์ฟเวอร์เบลดความหนาแน่นสูงของ GIGABYTE จะมอบโครงสร้างที่สามารถปรับขนาดได้สำหรับการโฮสต์ AI และ HPC โดยในงาน MWC GIGABYTE จะมีการเปิดตัว B683-Z80-LAS1 ที่เป็นระบบเบลด 6U 10 โหนด ที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ พร้อมการกำหนดค่า CPU ต่อ NIC ในอัตราส่วน 1:1 โดดเด่นด้วยระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงทั้งระบบ โดยท่อส่งที่ผสานรวมจะสามารถระบายความร้อนของระบบได้มากกว่า 90% ทำให้เกิดการประมวลผลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (PUE) ที่เหมาะสมที่สุด

การขยายขีดความสามารถของ AI จาก Core สู่ Edge

การเปลี่ยนแปลงด้าน AI จะขยายไปถึงเครือข่าย ซึ่งความหน่วงต่ำ ความใกล้ชิดของข้อมูล และความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญ เวิร์กสเตชัน AI ของ GIGABYTE จะช่วยให้การพัฒนา การประมวลผล และการใช้งาน AI ในระดับท้องถิ่นเป็นไปได้ในสภาพแวดล้อมเครือข่ายองค์กรและเครือข่ายส่วนตัว W775-V10-L01 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล NVIDIA GB300 Grace™ Blackwell Ultra Desktop Superchip รองรับหน่วยความจำแบบ Coherent ได้สูงสุด 775 GB สำหรับเวิร์กโหลด AI ขนาดใหญ่บนโต๊ะทำงาน โดยแพลตฟอร์มเพิ่มเติม รวมถึงเวิร์กสเตชันที่ใช้ AMD EPYC™ และ Intel® Xeon® จะให้ความยืดหยุ่นสำหรับ Edge AI และเครือข่ายส่วนตัวที่หลากหลาย โดย AI TOP ATOM ขนาดกะทัดรัดจะให้ประสิทธิภาพการประมวลผล AI สูงถึง 1 petaFLOP ที่จะช่วยให้การสร้างต้นแบบและการใช้งาน AI บนอุปกรณ์ปลายทางเป็นไปอย่างรวดเร็วในรูปแบบขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ

โซลูชันแบบครบวงจร ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลจนถึงอุปกรณ์ปลายทาง
https://www.gigabyte.com/Events/MWC
#5F60, ฮอลล์ 5, Fira Gran Via

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260223386188/en

Contacts

Michael Pao brand@GIGABYTE.com

ที่มา: GIGABYTE Technology

Cowellnex และ Metagen เปิดตัวงานวิจัยร่วมกันโดยใช้ ข้อมูลจุลินทรีย์ในลำไส้ที่มีความแม่นยำสูงที่ได้มาจากการศึกษาแยกกัน

Logo

มุ่งพัฒนาชุดทดสอบจุลินทรีย์ในลำไส้แบบใหม่และอัลกอริทึมแนะนำอาหารเฉพาะบุคคล

โตเกียวและยามากาตะ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–27 กุมภาพันธ์ 2026

Cowellnex Co., Ltd. (Cowellnex) ที่ก่อตั้งร่วมกันโดย Kirin Holdings Company, Limited (Kirin Holdings) (TOKYO:2503) และ Kyowa Kirin Co., Ltd. (Kyowa Kirin) กับ Metagen, Inc. (Metagen) ที่ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในลำไส้ไปจนถึงการนำไปใช้ในสังคม จะร่วมเริ่มทำการวิจัยร่วมกันในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทดสอบใหม่โดยอิงจากข้อมูลจุลินทรีย์ในลำไส้ของชาวญี่ปุ่น รวมถึงอัลกอริทึม (กลไก) ที่แนะนำอาหารที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลโดยอิงจากผลิตภัณฑ์ทดสอบเหล่านี้
งานวิจัยนี้จะใช้ประโยชน์จากข้อมูลจุลินทรีย์ในลำไส้ที่มีความแม่นยำสูงของ Cowellnex ที่ได้มาจากการวิเคราะห์เมตาจีโนมิกแบบช็อตกัน*1 ซึ่งเป็นการทดสอบจุลินทรีย์ในลำไส้ที่ละเอียดที่สุดวิธีหนึ่งในญี่ปุ่น โดยได้ทำการรวบรวมข้อมูลนี้มาเป็นเวลาประมาณสามปีผ่านบริการ “MicroBio Me” ของบริษัท *2 โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะนำบริการทดสอบใหม่ที่ได้นี้ไปสู่ตลาดในอนาคต

*1

ได้รับการยืนยันจาก Kirin ในเดือนมกราคม 2026 ว่าการวิเคราะห์เมตาจีโนมิกแบบช็อตกันเป็นวิธีการทดสอบที่วัดแบคทีเรียในลำไส้ได้อย่างครอบคลุม และช่วยให้สามารถวิเคราะห์ในระดับอนุกรมวิธานที่ละเอียดที่สุด ได้แก่ สปีชีส์ และสายพันธุ์ ตลอดจนยีนของแบคทีเรียแต่ละตัวได้

*2

 (ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น) https://microbiome.kirin.co.jp/

ความเป็นมาของการวิจัยร่วม
จุลินทรีย์ในลำไส้ได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาในแง่ของการดูแลสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากองค์ประกอบ (ชนิดและอัตราส่วน) ของแบคทีเรียในลำไส้นั้นมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละบุคคล วิธีการรับประทานอาหารจึงมีความแตกต่างกันไปด้วย ส่งผลให้ตัวชี้วัดที่แสดงถึงสภาวะจุลินทรีย์ในลำไส้ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลและแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเพียงพอ
การวิเคราะห์ยีน 16S rRNA ที่ใช้กันทั่วไป*3 จะช่วยให้เข้าใจการจำแนกประเภทของแบคทีเรียในวงกว้างได้ แต่ให้ข้อมูลที่จำกัดเมื่อเทียบกับการวิเคราะห์เมตาจีโนมิกแบบช็อตกัน นอกจากนี้ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดที่ได้รับการยอมรับในเชิงวิชาการสำหรับการทดสอบผลิตภัณฑ์หรือคำแนะนำด้านอาหารโดยอิงจากข้อมูลจุลินทรีย์ในลำไส้โดยเฉพาะสำหรับชาวญี่ปุ่น
จากสถานการณ์ดังกล่าว ความคาดหวังจึงเพิ่มสูงขึ้นสำหรับการทดสอบจุลินทรีย์ในลำไส้ที่มีความแม่นยำยิ่งขึ้น และสำหรับการทดสอบผลิตภัณฑ์ รวมถึงคำแนะนำด้านอาหารเฉพาะบุคคลโดยอิงจากข้อมูลดังกล่าว

*3

การวิเคราะห์ยีน 16S rRNA เป็นวิธีการที่ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ได้ถึงระดับสกุลภายในลำดับชั้นทางอนุกรมวิธานของแบคทีเรียเป็นหลัก

ขอบเขตของการวิจัยร่วม
ในธุรกิจ MicroBio Me ที่ดำเนินการโดย Cowellnex นั้น ทางบริษัทได้รวบรวมข้อมูลที่มีความแม่นยำสูงมาเป็นเวลาประมาณสามปี โดยใช้การวิเคราะห์เมตาจีโนมิกแบบช็อตกัน ซึ่งเป็นการทดสอบจุลินทรีย์ในลำไส้ที่ละเอียดที่สุดวิธีหนึ่งในญี่ปุ่น จากการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ ทาง Cowellnex จะสร้างพารามิเตอร์การทดสอบใหม่ที่คำนึงถึงลักษณะเฉพาะของสภาพแวดล้อมในลำไส้ของชาวญี่ปุ่น และจะพัฒนาอัลกอริทึม (กลไก) ที่แนะนำอาหารตามพารามิเตอร์เหล่านั้น
ในการวิจัยร่วมนี้ ทาง Cowellnex จะรับผิดชอบในการจัดหาข้อมูล การกำหนดสมมติฐานสำหรับพารามิเตอร์การทดสอบและข้อแนะนำด้านอาหารต่างๆ รวมถึงการตรวจสอบความยอมรับได้ ในขณะที่ทาง Metagen จะรับผิดชอบในด้านการวิเคราะห์เส้นทางของเมตาบอลิก*4 โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยสภาพแวดล้อมในลำไส้และชีวสารสนเทศ รวมถึงการพัฒนาอัลกอริทึม (กลไก) สำหรับข้อแนะนำด้านอาหารต่างๆ การวิจัยร่วมนี้จะทำให้สามารถระบุได้ไม่เพียงแต่ว่ามีแบคทีเรียในลำไส้ชนิดใดบ้าง แต่ยังสามารถคาดการณ์ความสามารถโดยรวมของสภาพแวดล้อมในลำไส้ รวมถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบคทีเรียในลำไส้ ในการผลิตสารเมตาบอไลต์ที่เป็นประโยชน์ได้อีกด้วย

*4

กระบวนการทางเคมีต่อเนื่องหลายขั้นตอนตามวิถีการเผาผลาญที่เกิดขึ้นโดยแบคทีเรียในลำไส้ ด้วยการผ่านกระบวนการเหล่านี้ เส้นใยอาหารจะถูกย่อยสลายและเกิดสารเมตาบอไลต์ต่างๆ ขึ้น

โอกาสในอนาคต
Cowellnex วางแผนที่จะนำผลการวิจัยร่วมนี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ในรูปแบบบริการทดสอบใหม่ๆ และเปิดตัวสู่ตลาด แม้หลังจากที่การวิจัยสิ้นสุดลงแล้ว Cowellnex ก็จะยังคงเก็บรวบรวมข้อมูลและศึกษาหาแนวทางในการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป เพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการทดสอบและพัฒนาส่วนผสมที่จะช่วยควบคุมจุลินทรีย์ในลำไส้
ด้วยการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของตนในด้านข้อมูลความแม่นยำสูงที่ได้จากการวิเคราะห์เมตาจีโนมิกส์แบบช็อตกัน ทาง Cowellnex จะเร่งสร้างนวัตกรรมในด้านจุลินทรีย์ในลำไส้ และสร้างตลาดสำหรับโซลูชันด้านสุขภาพลำไส้เฉพาะบุคคลโดยอิงจากองค์ประกอบของจุลินทรีย์ในลำไส้

เกี่ยวกับ Cowellnex
Cowellnex Corporation ก่อตั้งขึ้นในเดือนกันยายน 2024 โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง Kirin Holdings (50%) และ Kyowa Kirin (50%)
Cowellnex ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนา การลงทุนในธุรกิจใหม่ ตลอดจนการพัฒนาธุรกิจ และมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนผู้บริโภคให้มีชีวิตที่สมบูรณ์โดยการแก้ไขปัญหาสังคมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ

เกี่ยวกับ Metagen
ด้วยพันธกิจที่ว่า “การยกระดับการดูแลสุขภาพด้วยการยึดสภาพแวดล้อมในลำไส้ให้เป็นมาตรฐานใหม่” ทางกลุ่มทั้งหมดจึงมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย “การปราศจากโรค” ผ่านแนวทางที่อิงตามแนวคิด Gut Design®
ด้วยการใช้ประโยชน์จาก Metabologenomics® เทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา ที่จะช่วยให้สามารถเข้าใจสภาพแวดล้อมในลำไส้ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ เราจึงให้การสนับสนุนแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยจุลินทรีย์ในลำไส้ที่ล้ำสมัยไปจนถึงการนำไปใช้ในโลกแห่งความเป็นจริง โดยครอบคลุมทั้งสามด้านธุรกิจ ประกอบด้วยการเพิ่มมูลค่าการวิจัย การสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการประชาสัมพันธ์ทางวิทยาศาสตร์
นอกจากนี้ เรายังได้ดำเนินโครงการ Gut Design (การออกแบบลำไส้) ที่เป็นชุมชนความร่วมมือระหว่างองค์กรที่ออกแบบมาเพื่อร่วมกันสร้าง “ตลาดการออกแบบลำไส้” ใหม่ โดย ณ เดือนธันวาคม 2025 มีบริษัทเข้าร่วมโครงการมากกว่า 40 แห่งแล้ว

เกี่ยวกับ Kirin Holdings
Kirin Holdings Company, Limited เป็นบริษัทระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจหลัก 3 ด้าน ได้แก่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ และยา โดยบริษัทมีต้นกำเนิดมาจากโรงเบียร์ญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1885 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นโรงเบียร์คิรินในปี 1907 ตั้งแต่นั้นมา Kirin ได้ขยายการดำเนินธุรกิจโดยใช้กระบวนการหมักและเทคโนโลยีชีวภาพเป็นจุดแข็งหลัก โดยบริษัทได้เข้าสู่ธุรกิจยาในช่วงทศวรรษ 1980 ที่ได้เติบโตขึ้นเป็นธุรกิจระดับโลก ในปี 2007 บริษัทได้เปลี่ยนโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้งอย่างเต็มรูปแบบในชื่อ Kirin Holdings และปัจจุบันได้เสริมความแข็งแกร่งด้วยกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และวิทยาศาสตร์สุขภาพอีกด้วย

ภายใต้วิสัยทัศน์ระยะยาวขององค์กร “ Innovate2035! ” ทาง Kirin Group ได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างคุณค่าที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในหมู่ผู้บริโภคและผู้ป่วย สร้างนิสัยการใช้ชีวิตใหม่ๆ ในด้านอาหารและสุขภาพ ด้วยกลุ่มธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ครอบคลุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพ และยา กลุ่มบริษัทจึงได้ขยายโครงการริเริ่มไปทั่วทั้งกลุ่มเพื่อสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีทั้งทางด้านจิตใจและร่างกายต่อไป

โดย Kirin Group จะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยผสานพลังของบุคลากรและเทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณค่าทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจในฐานะผู้นำระดับโลกด้าน CSV* พร้อมทั้งแสวงหาการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวของมูลค่าองค์กร
*การสร้างคุณค่าร่วมกัน: คุณค่าที่เพิ่มขึ้นทั้งสำหรับผู้บริโภคและสังคมโดยรวม

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260226353314/en

Contacts

การติดต่อสำหรับสื่อมวลชน
 
ฝ่ายสื่อสารองค์กร
Kirin Holdings Company, Limited
Nakano Central Park South, 4-10-2 Nakano, Nakano-ku, Tokyo
+81-3-6837-7028
การติดต่อสำหรับสื่อมวลชน | ห้องข่าว | KIRIN – Kirin Holdings Company, Limited
www.kirinholdings.com/en/
kirin-cc@kirin.co.jp
 
Metagen Inc.
246-2 Mizukami, Kakuganji, Tsuruoka-shi, Yamagata
อีเมล: public-relations@metagen.co.jp
โทร.: +81-235-64-0330

ที่มา: Kirin Holdings Company, Limited

NIPPON KINZOKU เตรียมขยายการจำหน่ายฟอยล์โลหะผสมแมกนีเซียมน้ำหนักเบาพิเศษ: เสริมสร้างอนาคตด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Logo

ขับเคลื่อนนวัตกรรม XR และการขนส่ง ด้วยความเบาและประสิทธิภาพการลดแรงสั่นสะเทือนที่เหนือชั้น

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–26 กุมภาพันธ์ 2026

NIPPON KINZOKU CO., LTD. (TOKYO: 5491) (สำนักงานใหญ่: เขตมินาโตะ กรุงโตเกียว) มีความภูมิใจที่จะประกาศการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ด้านการขายฟอยล์โลหะผสมแมกนีเซียม ผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงนี้ได้รับการวางตำแหน่งให้เป็น “ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก” หลัก ที่มีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยตอบสนองความต้องการทางอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ด้วยน้ำหนักที่เบาที่สุดในบรรดาโลหะที่ใช้งานได้จริง ผสานกับคุณสมบัติการลดแรงสั่นสะเทือนที่ยอดเยี่ยม

Magnesium Alloy Foil (Alloy: AZ31B, Thickness: 0.05 mm, Width: 100 mm)

ฟอยล์โลหะผสมแมกนีเซียม (โลหะผสม AZ31B ความหนา 0.05 มม. ความกว้าง 100 มม.)

โลหะผสมแมกนีเซียมกำลังได้รับความสนใจไปทั่วโลกเนื่องจากมีค่าความหนาแน่นจำเพาะต่ำอย่างเหลือเชื่อ โดยมีค่าประมาณ 1/4.5 ของเหล็กและ 1/2.5 ของไทเทเนียม ในขณะที่ยังคงรักษาความแข็งแรงจำเพาะ ความแข็งแกร่ง และประสิทธิภาพการลดแรงสั่นสะเทือนที่ดีเยี่ยม

ตลาดเป้าหมาย นอกเหนือจากพีซีพกพาและสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์แล้ว เราคาดว่าตลาดอุปกรณ์ XR ที่กำลังขยายตัวจะมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
XR (Extended Reality): คำรวมที่ใช้เรียกเทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ ซึ่งรวมถึงความเป็นจริงเสมือน (VR) ความเป็นจริงเสริม (AR) และความเป็นจริงผสม (MR) ที่ผสานสภาพแวดล้อมทางกายภาพและเสมือนจริงเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่สมจริง
ความยั่งยืนและการสัญจร: เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์ ความต้องการวัสดุน้ำหนักเบาในอุปกรณ์ขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการบินและอวกาศ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

1. ภูมิหลังการพัฒนา

ในฐานะผู้บุกเบิกด้านการรีดโลหะผสมแมกนีเซียม เราเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมมาตั้งแต่เริ่มการวิจัยขั้นพื้นฐานในปี 1998 และในปี 2002 เราเป็นบริษัทแรกในญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จในการผลิตจำนวนมากโดยใช้ขดลวดขนาดใหญ่ ผลิตภัณฑ์นี้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในตัวเครื่องของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและสมาร์ทโฟน รวมถึงการใช้งานอื่นๆ อีกมากมาย
และในปัจจุบัน ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีการรีดและการพัฒนาวัสดุที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา เราได้สร้างเทคโนโลยีการผลิตจำนวนมากสำหรับฟอยล์โลหะผสมแมกนีเซียมบางพิเศษ ซึ่งมีความหนาต่ำสุดถึง 0.044 มิลลิเมตร

2. คุณสมบัติหลักของฟอยล์โลหะผสมแมกนีเซียม

ฟอยล์โลหะผสมแมกนีเซียมของเรามีข้อดีที่โดดเด่นสามประการสำหรับผู้ผลิต:

คุณสมบัติ

ลักษณะ

คุณประโยชน์

1. ขดลวดความยาวสูง

สามารถผลิตขดลวดได้อย่างเสถียรแม้กับแมกนีเซียมซึ่งรีดยาก

ช่วยให้สามารถประมวลผลได้อย่างต่อเนื่อง (เครื่องพิมพ์แบบต่อเนื่อง/แบบถ่ายโอน) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

2. มีความแข็งแรงสูงและขึ้นรูปได้ง่าย

รักษาความแข็งแรงและความยืดหยุ่นได้เทียบเท่ากับแผ่นเหล็กหนา

สามารถขึ้นรูปด้วยแรงกดได้ง่ายเช่นเดียวกับโลหะผสมแมกนีเซียมที่มีความหนามาตรฐาน

3. ระบบลดแรงสั่นสะเทือนที่เหนือกว่า

ช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนและลดเสียงรบกวนได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงในไดอะแฟรมลำโพงและปรับปรุงความเสถียรในตัวเครื่องอุปกรณ์พกพา

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.nipponkinzoku.co.jp/assets/images/2026/02/20260226-En-Press-Release.pdf

เกี่ยวกับกลุ่มบริษัท NIPPON KINZOKU

ผลิตภัณฑ์ของเราถูกนำไปใช้ในหลากหลายด้าน ตั้งแต่ด้านความแม่นยำสูงไปจนถึงอุตสาหกรรมการก่อสร้าง https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260226621455/en

Contacts

NIPPON KINZOKU CO., LTD.
ฝ่ายกระบวนการผลิตและสนับสนุน
https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/inquiry

ที่มา: NIPPON KINZOKU CO., LTD.

Kioxia กำลังทดสอบอุปกรณ์หน่วยความจำแฟลชแบบฝังตัว UFS 5.0 สำหรับแอปพลิเคชันมือถือยุคใหม่

Logo

ความเร็วของอินเทอร์เฟซที่ได้รับการพัฒนาจะช่วยให้ฟีเจอร์ AI บนอุปกรณ์มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในสมาร์ทโฟน

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–24 กุมภาพันธ์ 2026

Kioxia Corporation บริษัทผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ ประกาศในวันนี้ว่าได้เริ่มจัดส่งตัวอย่างสำหรับการประเมินทดสอบ(1) หน่วยความจำแฟลชแบบฝังตัวที่เข้ากันได้กับมาตรฐาน UFS รุ่นใหม่ นั่นคือ UFS 5.0 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการกำหนดมาตรฐานโดย JEDEC(2)
UFS 5.0 เป็นมาตรฐานใหม่สำหรับหน่วยเก็บข้อมูลแฟลชแบบฝังตัว ซึ่งกำลังได้รับการพัฒนาโดย JEDEC เพื่อตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพของอุปกรณ์พกพารุ่นใหม่ เช่น สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ที่มีฟังก์ชัน AI ในตัว โดยใช้ MIPI M-PHY เวอร์ชัน 6.0 สำหรับเลเยอร์ทางกายภาพ และ UniPro เวอร์ชัน 3.0 สำหรับโปรโตคอล โดย M-PHY เวอร์ชัน 6.0 จะนำเสนอโหมด HS-GEAR6 ใหม่ ซึ่งในทางทฤษฎีนั้นสามารถรองรับความเร็วอินเทอร์เฟซได้สูงสุดถึง 46.6 Gbps ต่อเลน ด้วย 2 เลน โดย UFS 5.0 สามารถบรรลุประสิทธิภาพด้านการอ่าน/เขียนที่มีประสิทธิภาพประมาณ 10.8 GB/s ได้

UFS 5.0 Embedded Flash Memory Devices

อุปกรณ์หน่วยความจำแฟลชแบบฝังตัว UFS 5.0

ตัวอย่างสำหรับการประเมินทดสอบประกอบด้วยคอนโทรลเลอร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ภายในบริษัทสำหรับ UFS 5.0 และ BiCS FLASH™ รุ่นที่ 8 ของ Kioxia โดยมีให้เลือกในความจุ 512 GB และ 1 TB โดยแพ็คเกจได้รับการออกแบบใหม่ให้มีขนาดเล็กเพียง 7.5 x 13 มม. ที่จะช่วยประหยัดพื้นที่บนแผงวงจรและช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบได้

ตัวอย่างเหล่านี้มีไว้สำหรับลูกค้าที่กำลังพัฒนาระบบโฮสต์ที่เข้ากันได้กับ UFS 5.0 เพื่อให้พวกเขาสามารถประเมินประสิทธิภาพและทำการทดสอบการทำงานร่วมกันได้

Kioxia จะยังคงนำเทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลชใหม่ๆ มาใช้ในผลิตภัณฑ์ UFS อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับความจุที่มากขึ้นและประสิทธิภาพที่สูงขึ้นในตลาดโทรศัพท์มือถือ

หมายเหตุ:

  1. ตัวอย่างเหล่านี้มีไว้สำหรับการประเมินการทำงานเท่านั้น คุณสมบัติของตัวอย่างจะแตกต่างจากผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
  2. การจัดส่งตัวอย่างสำหรับการประเมิน 512 GB ได้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และการจัดส่งตัวอย่าง 1 TB มีกำหนดจะเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป

• ในทุกการกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ Kioxia: ความหนาแน่นของผลิตภัณฑ์จะระบุตามความหนาแน่นของชิปหน่วยความจำภายในผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ปริมาณความจุหน่วยความจำที่ผู้ใช้ปลายทางสามารถใช้จัดเก็บข้อมูลได้ ความจุที่ผู้บริโภคใช้งานได้จะน้อยกว่าเนื่องจากพื้นที่ข้อมูลส่วนเกิน การจัดรูปแบบ บล็อกเสีย และข้อจำกัดอื่นๆ และอาจแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์โฮสต์และแอปพลิเคชัน สำหรับรายละเอียด โปรดดูข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง คำจำกัดความของ 1 KB = 2^10 ไบต์ = 1,024 ไบต์ คำจำกัดความของ 1 Gb = 2^30 บิต = 1,073,741,824 บิต คำจำกัดความของ 1 GB = 2^30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ คำจำกัดความของ 1 Tb = 2^40 บิต = 1,099,511,627,776 บิต

• 1 Gbps คำนวณได้เป็น 1,000,000,000 บิต/วินาที และ 1 GB/วินาที คำนวณได้เป็น 1,000,000,000 ไบต์/วินาที

• ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทบุคคลที่สาม

เกี่ยวกับ Kioxia

Kioxia เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ ซึ่งทุ่มเทให้กับการพัฒนา การผลิต และการจำหน่ายหน่วยความจำแฟลชและโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) ในเดือนเมษายน 2017 บริษัท Toshiba Memory ซึ่งเป็นชื่อก่อนหน้าของบริษัทได้แยกตัวออกมาจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ในปี 1987 Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วย “หน่วยความจำ” โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบที่สร้างทางเลือกให้กับลูกค้าและสร้างคุณค่าจากหน่วยความจำให้กับสังคม เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช 3D เชิงนวัตกรรมของ Kioxia อย่าง BiCS FLASH™ กำลังสร้างอนาคตของการจัดเก็บข้อมูลในแอปพลิเคชันความหนาแน่นสูง รวมถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง พีซี ระบบยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล และระบบ AI เชิงสร้างสรรค์

ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและรายละเอียดสินค้า เนื้อหาของบริการ และข้อมูลติดต่อ มีความถูกต้อง ณ วันที่ประกาศ แต่ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260220218622/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

การสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ:
Kioxia Corporation
ฝ่ายบริหารการส่งเสริมการขาย
Satoshi Shindo
โทร.: +81-3-6478-2404

ที่มา: Kioxia Corporation

Toshiba ได้เปิดตัวโฟโตรีเลย์ขนาดเล็กที่มีพิกัดรองรับอุณหภูมิ 135°C สำหรับการทำงานของอุปกรณ์ในสภาพแวดล้อมอุณหภูมิสูง

Logo

เมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–25 กุมภาพันธ์ 2026

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เปิดตัวโฟโตรีเลย์ชนิดขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าจำนวน 4 รุ่น “ TLP3407SRB,” “ TLP3412SRB,“ ” TLP3412SRHB,“ และ “ TLP3412SRLB ” ซึ่งบรรจุอยู่ในแพ็กเกจขนาดเล็กแบบ S-VSON4T โฟโตรีเลย์รุ่นใหม่นี้รองรับพิกัดอุณหภูมิการทำงานสูงสุดที่ 135°C สำหรับอุปกรณ์ที่ทำงานในสภาพอุณหภูมิสูง เริ่มการจัดส่งเชิงพาณิชย์แล้วตั้งแต่วันนี้

Toshiba: small photorelays with 135°C rating for high-temperature equipment operation.

Toshiba: โฟโตรีเลย์ขนาดเล็กที่มีพิกัดรองรับอุณหภูมิ 135°C สำหรับการทำงานของอุปกรณ์ในสภาพอุณหภูมิสูง

จากความก้าวหน้าในด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าและการขับขี่ที่เป็นอัตโนมัติในปัจจุบันทำให้ต้องมีการจัดวางชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในอุปกรณ์ยานยนต์ไว้อย่างหนาแน่นสูง ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิการทำงานของเซมิคอนดักเตอร์ทางด้านยานยนต์สูงขึ้น และจำเป็นต้องมีการทดสอบภายใต้สภาวะที่ใกล้เคียงกันเพื่อประเมินความเชื่อถือได้ ดังนั้น เครื่องทดสอบ อุปกรณ์เบิร์นอิน โพรบการ์ด และอุปกรณ์อื่นๆ สำหรับเซมิคอนดักเตอร์ทางด้านยานยนต์จะต้องทำงานที่อุณหภูมิสูงได้ รวมถึงต้องใช้โฟโตรีเลย์ภายในอุปกรณ์เหล่านั้นด้วย

 มีการปรับอุณหภูมิการทำงานสูงสุดในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของ Toshiba เพิ่มขึ้นจาก 125°C ในผลิตภัณฑ์รุ่นปัจจุบัน[1] เป็น 135°C ด้วยการปรับปรุงการออกแบบองค์ประกอบภายในให้เหมาะสม นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นโฟโตรีเลย์ชนิดขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าที่ติดตั้งตัวต้านทานไว้ภายในด้านอินพุต จึงไม่จำเป็นต้องใช้ตัวต้านทานภายนอก เพื่อลดความต้องการใช้พื้นที่บนแผงวงจร ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังบรรจุอยู่ในแพ็กเกจขนาดเล็กแบบ S-VSON4T ซึ่งมีขนาด 1.45 × 2.0 มม. (ทั่วไป)

การรวมปัจจัยเหล่านี้ทำให้โฟโตรีเลย์รุ่นใหม่เหมาะกับการใช้งานในเครื่องทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ทางด้านยานยนต์ โพรบการ์ด และอุปกรณ์ทดสอบเบิร์นอิน ซึ่งจำเป็นต้องติดตั้งโฟโตรีเลย์จำนวนมากภายในพื้นที่แผงวงจรที่จำกัด และต้องการการทำงานในอุณหภูมิสูงที่เชื่อถือได้

Toshiba จะยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นที่รองรับการทำงานในอุณหภูมิสูงในอุปกรณ์ต่างๆ ต่อไป

 หมายเหตุ:
 [1] TLP3407SRA, TLP3412SRA, TLP3412SRHA และ TLP3412SRLA

 การใช้งาน

  • เครื่องทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้ประเมินหน่วยความจำ, SoC, LSI เป็นต้น
  • โพรบการ์ด
  • อุปกรณ์ทดสอบเบิร์นอิน

 คุณลักษณะ

  • พิกัดอุณหภูมิการทำงาน: 135°C
  • แพ็กเกจขนาดเล็ก: S-VSON4T (1.45 มม. × 2.0 มม. (ทั่วไป))

 ข้อมูลจำเพาะหลัก

 (เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น, Ta =25°C)

 TLP3407SRB

 TLP3412SRB

 TLP3412SRHB

 TLP3412SRLB

 แพ็กเกจ

ชื่อ

S-VSON4T

ขนาด (มม.)

1.45×2.0 (ทั่วไป), t=1.4 (สูงสุด)

 หน้าสัมผัส

แบบ 1 ฟอร์ม A
 (ปกติเปิด)

 ค่าพิกัด
ขีดจำกัด
 สูงสุด

 อุณหภูมิการทำงาน Topr (°C)

-40 ถึง 135

 แรงดันเอาต์พุตขณะปิด VOFF (V)

60

60

60

60

 กระแสขณะเปิด ION (A)

1

0.4

0.4

0.4

 กระแสขณะเปิด (แบบพัลส์) IONP (A)

3

1.2

1.2

1.2

 สภาวะ
 การทำงาน
 ที่แนะนำ

 แรงดันอินพุตขณะไบอัสตรง VIN (V)

ทั่วไป

3.3

3.3

5

1.8

สูงสุด

6

6

5.5

3.3

 คุณลักษณะทางไฟฟ้า
 แบบเชื่อมโยง

 กระแส LED ที่จำกัด ILIM(LED) (mA)

 VIN =5.5V,
 Ta =135°C

สูงสุด

2

 VIN =3.3V,
 Ta =135°C

สูงสุด

1

2

 VIN =1.8V,
 Ta =135°C

สูงสุด

10

 แรงดันไฟฟ้าการทำงาน VFON (V)

 ION =100mA

สูงสุด

3

3

3.9

1.6

 ความต้านทานขณะเปิด RON (Ω)

สูงสุด

0.3

1.5

1.5

1.5

 คุณลักษณะ
 ทางไฟฟ้า

 ค่าความจุเอาต์พุต COFF (pF)

 V=0V,
 f=1MHz,
 t<1s

สูงสุด

150

20

20

20

 กระแสขณะปิด IOFF (nA)

 VOFF =50V

สูงสุด

1

1

1

1

 คุณลักษณะ
 การสวิตช์

 เวลาเปิด tON (ms)

 RL =200Ω,
 VDD =20V,
 VIN =5.0V

สูงสุด

1.5

 RL =200Ω,
 VDD =20V,
 VIN =3.3V

สูงสุด

10

1

0.1

 RL =200Ω,
 VDD =20V,
 VIN =1.8V

สูงสุด

0.3

 เวลาปิด tOFF (ms)

 RL =200Ω,
 VDD =20V,
 VIN =5.0V

สูงสุด

0.5

 RL =200Ω,
 VDD =20V,
 VIN =3.3V

สูงสุด

1

0.5

0.225

 RL =200Ω,
 VDD =20V,
 VIN =1.8V

สูงสุด

0.15

 คุณลักษณะ
 การแยกวงจร

 แรงดันไฟฟ้าฉนวน BVS (Vrms )

AC, 60s

ต่ำสุด

500

500

500

500

การตรวจสอบตัวอย่าง และสถานะการจัดจำหน่าย

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

บทความทางเทคนิค
โฟโตรีเลย์ขนาดเล็กที่มาพร้อมกับการสวิตช์ความเร็วสูง
โฟโตรีเลย์ขนาดกะทัดรัดที่ขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าต่ำ และมีพิกัดอุณหภูมิการทำงานสูง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ดูได้จากลิงก์ด้านล่าง
TLP3407SRB
TLP3412SRB
TLP3412SRHB
TLP3412SRLB

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์แยกสัญญาณไฟฟ้าและรีเลย์สารกึ่งตัวนำของ Toshiba ดูได้จากลิงก์ด้านล่าง
อุปกรณ์แยกสัญญาณไฟฟ้า / รีเลย์สารกึ่งตัวนำ

หากต้องการตรวจสอบสถานะการวางจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผู้จัดจำหน่ายออนไลน์ โปรดไปที่:
TLP3407SRB
ซื้อออนไลน์
TLP3412SRB
ซื้อออนไลน์
TLP3412SRHB
ซื้อออนไลน์
TLP3412SRLB
ซื้อออนไลน์

* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง
* ข้อมูลที่อยู่ในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์ ข้อมูลจำเพาะ เนื้อหาของบริการ และข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อ เป็นข้อมูลในวันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าได้

 เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง ใช้ประสบการณ์และนวัตกรรมมากกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์แบบแยกส่วน ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ

พนักงานทั่วโลกจำนวน 17,000 คน มีปณิธานที่จะเพิ่มคุณค่าสูงสุดให้กับทุกผลิตภัณฑ์ และสนับสนุนการทำงานกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างคุณค่าและตลาดใหม่ร่วมกัน บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างและมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับผู้คนทั่วโลก

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260224680610/en

Contacts

การสอบถามของลูกค้า
แผนกขายและการตลาดอุปกรณ์ออปโตอิเล็กทรอนิกส์
โทรศัพท์: +81-44-548-2218
ติดต่อเรา

การสอบถามของสื่อ:
C. Nagasawa
แผนกการติดต่อสื่อสารและข่าวกรองทางการตลาด
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Sultan bin Ahmed เสด็จเยือนศูนย์วิจัยและพัฒนาของหัวเว่ยและ SMG ในประเทศจีน

Logo

เซี่ยงไฮ้–(BUSINESS WIRE)–14 กุมภาพันธ์ 2026

เจ้าชายชีค Sultan bin Ahmed bin Sultan Al Qasimi รองผู้ปกครองรัฐชาร์จาห์และประธานสภาสื่อชาร์จาห์ เสด็จเยือนศูนย์วิจัยและพัฒนาของหัวเว่ยและ SMG ในเมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

Sultan bin Ahmed visits Huawei R&D Centre and SMG in China (Photo: AETOSWire)

Sultan bin Ahmed เสด็จเยือนศูนย์วิจัยและพัฒนาของหัวเว่ยและ SMG ในประเทศจีน (ภาพ: AETOSWire)

พระองค์เสด็จเยี่ยมชมหมู่บ้านหัวเว่ย ซึ่งมีพื้นที่กว่า 2.2 ล้านตารางเมตร ที่ประกอบด้วยอาคารและห้องปฏิบัติการกว่า 100 แห่ง และมีพนักงานมากกว่า 30,000 คน พระองค์ทรงทอดพระเนตรแผนผังหลักของหมู่บ้านและสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุนกลยุทธ์ทางธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงทอดพระเนตรเกี่ยวกับรายละเอียดของอาคารที่สร้างด้วยมาตรฐานสูงสุด และบริการต่างๆ ที่จัดให้แก่พนักงาน รวมถึงร้านอาหาร ร้านกาแฟ สถานบันเทิง และพื้นที่พักผ่อน โดยศูนย์แห่งนี้ยังสามารถเข้าถึงได้ง่ายโดยรถไฟ รถประจำทาง เรือ หรือจักรยานไฟฟ้าอีกด้วย

จากนั้น พระองค์เได้เสด็จเยี่ยมชมศูนย์วิจัยและพัฒนา ซึ่งพระองค์ได้ทรงรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับกลยุทธ์และกรอบการวิจัยและพัฒนาของศูนย์ พระองค์ได้ทรงเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกและห้องปฏิบัติการเฉพาะทางที่อุทิศให้กับการพัฒนาโซลูชันทางเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนภาคส่วนสำคัญต่างๆ

พระองค์ทรงได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับเทคโนโลยีและโซลูชันล่าสุดในด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ให้บริการแก่ภาคสื่อสารมวลชน เมืองอัจฉริยะ ระบบรักษาความปลอดภัย การจัดเก็บข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนศักยภาพที่เทคโนโลยีเหล่านี้มอบให้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ และความยั่งยืนของบริการ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงรับฟังคำอธิบายเกี่ยวกับโครงการวิจัยที่โดดเด่นที่สุด รวมถึงบทบาทของหัวเว่ยในการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสาร ระบบอัจฉริยะ และโซลูชันดิจิทัล ตลอดจนการลงทุนในด้านทรัพยากรบุคคลและการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

ระหว่างการประชุมกับตัวแทนจากหัวเว่ย พระองค์ทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำประสบการณ์ระดับโลกมาใช้ในการวิจัยและพัฒนา พระองค์ทรงกล่าวถึงความมุ่งมั่นของชาร์จาห์ในการก้าวทันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาภาคสื่อและเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างตำแหน่งของชาร์จาห์ในฐานะศูนย์กลางชั้นนำด้านนวัตกรรมสื่อและการสร้างสรรค์เนื้อหา

การประชุมครั้งนี้ได้สำรวจแนวทางความร่วมมือระหว่างภาคสื่อในเอมิเรตชาร์จาห์และฝ่ายวิจัยและพัฒนาของหัวเว่ย โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการใช้โซลูชันทางเทคโนโลยีขั้นสูงในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสื่อ ซึ่งรวมถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ การประมวลผลแบบคลาวด์ และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์เนื้อหาและเพิ่มศักยภาพให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ

นอกจากนี้ พระองค์ยังเสด็จเยี่ยมชมเซี่ยงไฮ้มีเดียกรุ๊ป ซึ่งประกอบด้วยสถานีโทรทัศน์ 8 ช่อง สถานีวิทยุ 8 สถานี นิตยสารและหนังสือพิมพ์ 4 ฉบับ และช่องทางออนไลน์แบบเสียค่าบริการ 11 ช่อง รวมถึงสตูดิโอและศูนย์การผลิตและออกอากาศดิจิทัลที่ทันสมัย ​​ซึ่งใช้ระบบจัดการเนื้อหาอัจฉริยะ

พระองค์ได้ทรงรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้ง 4 ของกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วยแพลตฟอร์มสำหรับการออกอากาศรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ บริการกระจายเสียงทางวิทยุทั่วประเทศจีน แพลตฟอร์มสำหรับการติดตามข่าวสารสดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และอีกแพลตฟอร์มหนึ่งสำหรับการติดตามธุรกรรมทางเศรษฐกิจและการเงิน รวมถึงการให้บริการแก่ผู้ที่สนใจในตลาดและการลงทุน

พระองค์ยังได้เสด็จเยี่ยมชมสตูดิโอต่างๆ ทรงสังเกตเทคโนโลยีการออกอากาศและการถ่ายทอดสด รวมถึงรถถ่ายทอดสดนอกสถานที่ที่ใช้ในการรายงานข่าวเหตุการณ์สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขันกีฬา เช่น กีฬาโอลิมปิก ด้วยเทคโนโลยีการถ่ายทำและการออกอากาศความละเอียดสูงระดับ 4K

พระองค์ได้ทรงเข้าพบกับผู้อำนวยการใหญ่ของกลุ่มและเจ้าหน้าที่หลายท่าน โดยทรงชื่นชมวิธีการบริหารจัดการสื่อและหารือถึงแนวทางความร่วมมือต่างๆ พระองค์ทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับเนื้อหาสื่อและการส่งเสริมคุณค่าเชิงบวก นอกจากนี้ยังทรงนำเสนอโครงการเมืองสื่อชาร์จาห์และสตูดิโอ “Shams” ที่วางแผนไว้ด้วย

การเสด็จเยือนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเสริมสร้างความร่วมมือกับสถาบันและบริษัทเทคโนโลยีระดับนานาชาติ และเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านนวัตกรรม การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนภูมิทัศน์สื่อในเอมิเรตชาร์จาห์

พระองค์ทรงเสด็จพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งในเอมิเรตชาร์จาห์

ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260213682693/en

Contacts

Hussain Al Mulla
Hussain.AlMulla@SGMB.ae

ที่มา: Sharjah Government Media Bureau



Uniswap Labs และ Securitize ร่วมมือกันเพื่อปลดล็อกตัวเลือกสภาพคล่องสำหรับ BUIDL ของ BlackRock

Logo

การผสานรวมใหม่นี้จะจับคู่ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี Uniswap กับความคุ้นเคยของตลาดแบบดั้งเดิม ที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถแลกเปลี่ยนสภาพคล่องระหว่าง BUIDL และ USDC ได้เกือบจะในทันที

นิวยอร์กและไมอามี–(BUSINESS WIRE)–11 กุมภาพันธ์ 2026

Uniswap Labs ผู้นำด้านการเงินแบบกระจายอำนาจ และ Securitize ผู้นำด้านการแปลงสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริง (RWA) ให้เป็นโทเค็น ประกาศในวันนี้ถึงการผสานรวมเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้สามารถซื้อขายหุ้นของ BlackRock USD Institutional Digital Liquidity Fund (BUIDL) ผ่านเทคโนโลยี UniswapX ได้ การผสานรวมนี้จะช่วยให้สามารถซื้อขาย BUIDL บนบล็อกเชนได้ ซึ่งจะช่วยปลดล็อกตัวเลือกสภาพคล่องใหม่สำหรับผู้ถือ BUIDL และถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมช่องว่างระหว่างการเงินแบบดั้งเดิมและ DeFi

“ภารกิจของเราที่ Uniswap Labs นั้นเรียบง่าย นั่นคือทำให้การแลกเปลี่ยนมูลค่ามีราคาถูกลง เร็วขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น” Hayden Adams ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Uniswap Labs กล่าว “การเปิดใช้งาน BUIDL บน UniswapX ร่วมกับ BlackRock และ Securitize ช่วยเสริมศักยภาพภารกิจของเราด้วยการสร้างตลาดที่มีประสิทธิภาพ สภาพคล่องที่ดีขึ้น และการชำระบัญชีที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นสิ่งที่เราสร้างร่วมกัน”

Securitize Markets จะอำนวยความสะดวกในการซื้อขายสำหรับนักลงทุน BUIDL ทุกรายที่เลือกเข้าร่วมผ่านกรอบงาน RFQ ของ UniswapX ระบบอัตโนมัตินี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถระบุใบเสนอราคาที่แข่งขันได้มากที่สุดจากระบบนิเวศของผู้เข้าร่วมตลาดที่ได้รับอนุญาตซึ่งรู้จักกันในชื่อสมาชิก (รวมถึง Flowdesk, Tokka Labs และ Wintermute) และทำการชำระการซื้อขายแบบอะตอมิกบนบล็อกเชนผ่านสัญญาอัจฉริยะที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยนักลงทุนทุกรายที่ใช้ความสามารถนี้จะได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติและได้รับอนุญาตผ่าน Securitize

“นี่คือการปลดล็อกที่เราพยายามมาตลอด: การนำมาตรฐานความน่าเชื่อถือและกฎระเบียบของการเงินแบบดั้งเดิมมาสู่ความเร็วและความเปิดกว้างที่เป็นเอกลักษณ์ของ DeFi” Carlos Domingo ซีอีโอของ Securitize กล่าว “เป็นครั้งแรกที่สถาบันการเงินและนักลงทุนที่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีจากผู้นำในด้านการเงินแบบกระจายอำนาจ เพื่อซื้อขายสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริงที่แปลงเป็นโทเค็น เช่น BUIDL พร้อมการดูแลสินทรัพย์ด้วยตนเอง”

ด้วยการผสานรวม UniswapX และ Securitize เข้าด้วยกัน นักลงทุนจึงสามารถเข้าถึงราคาเสนอซื้อขายที่มีอยู่ทั่วตลาดเพื่อแลกเปลี่ยน BUIDL แบบทวิภาคีกับผู้ที่ได้รับอนุญาตได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วันต่อปี

“ความร่วมมือกับ Uniswap Labs ร่วมกับ Securitize ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผสานรวมสินทรัพย์โทเค็นเข้ากับการเงินแบบกระจายอำนาจ การรวม BUIDL เข้ากับ UniswapX ถือเป็นก้าวสำคัญในการทำงานร่วมกันของกองทุนผลตอบแทนดอลลาร์สหรัฐในรูปแบบโทเค็นกับ Stablecoin” Robert Mitchnick หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกของ BlackRock กล่าว

นอกจากนี้ BlackRock ยังได้ลงทุนเชิงกลยุทธ์ในระบบนิเวศของ Uniswap อีกด้วย

คำชี้แจง

ผู้ถือหุ้น BUIDL มีความรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการตัดสินใจซื้อขายบน UniswapX และกระทำการดังกล่าวด้วยความเสี่ยงของตนเอง ผู้ถือหุ้น BUIDL ควรตรวจสอบคำชี้แจงในเอกสารเสนอขาย BUIDL เกี่ยวกับ UniswapX ก่อนตัดสินใจทำธุรกรรมซื้อขายหุ้น BUIDL ผ่าน UniswapX โดยผ่าน Securitize Uniswap Labs และ Securitize เป็นผู้ให้บริการบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องกับ BUIDL BlackRock ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการลงทุนหรือแนะนำให้ผู้ถือหุ้น BUIDL ใช้ UniswapX และ BlackRock ไม่รับประกันผลลัพธ์ที่จะได้รับ ความพร้อมใช้งานหรือประสิทธิภาพของ UniswapX หรือสภาพคล่องและราคาบนแพลตฟอร์มดังกล่าว BlackRock ได้ลงทุนในระบบนิเวศของ Uniswap ตามวัตถุประสงค์ของตนเอง การลงทุนใดๆ ที่มีอยู่โดย BlackRock อาจถูกยกเลิกได้ตลอดเวลาตามวัตถุประสงค์ของ BlackRock เอง และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการยกเลิกนั้น BlackRock และบริษัทในเครือไม่มีหน้าที่ต้องแจ้งให้บุคคลใดทราบ BlackRock และบริษัทในเครือไม่แนะนำ รับรอง ส่งเสริม ให้คำแนะนำ หรือชักชวนให้ลงทุน หรือให้คำรับรองใดๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับระบบนิเวศหรือโปรโตคอล Uniswap, Uniswap Labs, Uniswap Foundation, Uniswap DUNI และ/หรือโทเค็น UNI แก่ (หรือจาก) บุคคลใดๆ และไม่มีความรับผิดชอบหรือหน้าที่ใดๆ และขอปฏิเสธความรับผิดใดๆ ทั้งสิ้นต่อบุคคลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

เกี่ยวกับ Uniswap Labs:

Uniswap Labs เป็นผู้มีส่วนร่วมหลักใน Uniswap Protocol ซึ่งเป็น DEX ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีปริมาณการซื้อขายมากกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Uniswap Labs ยังสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงโปรโตคอลได้ง่ายขึ้น รวมถึง Uniswap Web App, Wallet และ Trading API นอกจากนี้ Uniswap Labs ยังเป็นผู้ให้บริการด้านเทคนิคหลักสำหรับ Unichain ซึ่งเป็น Ethereum Layer 2 ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับ DeFi โดยเฉพาะ และเป็นศูนย์กลางสภาพคล่องข้ามเครือข่าย

เกี่ยวกับ Securitize:

Securitize ผู้นำระดับโลกด้านการแปลงสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริงให้เป็นโทเค็น ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ณ เดือนพฤศจิกายน 2025) กำลังนำโลกเข้าสู่โลกดิจิทัลผ่านกองทุนโทเค็น โดยร่วมมือกับผู้จัดการสินทรัพย์ชั้นนำ เช่น Apollo, BlackRock, BNY, Hamilton Lane, KKR, VanEck และอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา Securitize ดำเนินงานในฐานะโบรกเกอร์ดีลเลอร์ที่จดทะเบียนกับ SEC ตัวแทนโอนหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนกับ SEC ผู้บริหารกองทุน และผู้ดำเนินการระบบการซื้อขายทางเลือก (ATS) ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ SEC ในยุโรป โดย Securitize ได้รับอนุญาตอย่างเต็มรูปแบบในฐานะบริษัทลงทุนและระบบการซื้อขายและการชำระบัญชี (TSS) ภายใต้โครงการนำร่อง DLT ของสหภาพยุโรป ทำให้เป็นบริษัทเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐานหลักทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลทั้งในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป นอกจากนี้ Securitize ยังได้รับการยอมรับจาก Forbes ให้เป็นบริษัทฟินเทคติดอันดับท็อป 50 ของ Forbes ปี 2025 อีกด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่:
เว็บไซต์ | X/Twitter | LinkedIn

เกี่ยวกับ BlackRock:

เป้าหมายของ BlackRock คือการช่วยให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นได้สัมผัสกับความมั่นคงทางการเงิน ในฐานะผู้ดูแลผลประโยชน์ของลูกค้าและผู้ให้บริการเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำ เราช่วยให้ผู้คนหลายล้านคนสร้างเงินออมที่จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาตลอดชีวิต โดยทำให้การลงทุนง่ายขึ้นและเข้าถึงได้มากขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ BlackRock โปรดไปที่ www.blackrock.com/corporate

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Bridgett Frey
bridgett-frey@uniswap.org

Tom Murphy
tom.murphy@securitize.io

Grace Emery
Grace.Emery@blackrock.com

ที่มา: Uniswap Labs

The Bangkok Reporter