GIGABYTE นำเสนอโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบครบวงจร ตั้งแต่ระบบระดับแร็คไปจนถึงการใช้งานจริงในงาน COMPUTEX 2026

Logo

ไทเป–(BUSINESS WIRE)–01 มิถุนายน 2026

หลังจากเปิดตัววิสัยทัศน์ “Future Landing” แล้ว ทาง GIGABYTE Technology ผู้นำระดับโลกด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้นำวิสัยทัศน์นั้นมาสู่ความจริงแล้วในงาน COMPUTEX 2026 ผ่านการจัดแสดงระบบ ซอฟต์แวร์ และการใช้งานจริงอย่างครอบคลุม ที่แสดงให้เห็นถึงวิธีการสร้าง การใช้งาน และการดำเนินงานของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระดับขนาดใหญ่ ตั้งแต่โรงงาน AI ระดับแร็คและศูนย์ข้อมูลแบบโมดูลาร์ ไปจนถึงเวิร์กโฟลว์ AI ทางกายภาพ, แอปพลิเคชัน AI ทางการแพทย์ และเอเจนต์ AI ในองค์กร โดย GIGABYTE จะแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI นั้นสามารถก้าวข้ามขั้นตอนการวางแผนไปสู่การใช้งานจริงได้อย่างไร

โครงสร้างพื้นฐานระดับแร็คที่ผ่านการตรวจสอบแล้วสำหรับโรงงาน AI

หัวใจสำคัญของ “Future Landing” คือ พอร์ตโฟลิโอโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับแร็คที่กำลังขยายตัวของ GIGABYTE ที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับโรงงาน AI ยุคใหม่

โดยหนึ่งในไฮไลท์ล่าสุด คือ NVIDIA Vera Rubin NVL72ที่ได้จัดแสดงเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอระดับแร็คของ GIGABYTE โดยนอกจากแพลตฟอร์มระดับแร็คแล้ว ทาง GIGABYTE ยังนำเสนอ GAIFA (GIGABYTE AI Factory Accelerator) ที่เป็นโรงงาน AI ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะในไต้หวันที่ผสานรวมการประมวลผลยุคใหม่ เครือข่ายความเร็วสูง และชุดซอฟต์แวร์ของ NVIDIA เข้าไว้ในสภาพแวดล้อมที่ได้รับการตรวจสอบอย่างสมบูรณ์เพื่อการตรวจสอบระบบ การเพิ่มประสิทธิภาพภาระงาน และความพร้อมในการใช้งานต่างๆ

ในระดับการปฏิบัติงาน GPM (GIGABYTE POD Manager) จะให้การมองเห็นแบบครบวงจรและการตรวจสอบระดับโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมระบบประมวลผล เครือข่าย ระบบระบายความร้อน และระบบจ่ายไฟต่างๆ ทำให้โรงงาน AI สามารถทำงานและขยายขนาดได้อย่างเป็นระบบและประสานงานกัน

โครงสร้างพื้นฐานที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานที่รวดเร็ว

ในการเร่งการใช้งานให้เร็วขึ้นกว่าการสร้างศูนย์ข้อมูลแบบเดิม ทาง GIGABYTE ขอแนะนำ GADU (GIGABYTE Accelerated Deployment Unit) ที่เป็นแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบโมดูลาร์ที่ผสานรวมการประมวลผลความหนาแน่นสูง ระบบระบายความร้อนขั้นสูง และการกระจายพลังงานเข้าไว้ในระบบที่สามารถเคลื่อนย้ายได้และพร้อมใช้งาน โดย GADU นั้นรองรับสถาปัตยกรรมระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงและการระบายความร้อนแบบจุ่ม ที่จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถขยายขีดความสามารถด้าน AI ได้ด้วยระยะเวลาการดำเนินงานที่ลดลงเป็นอย่างมาก ในขณะที่ยังคงรักษาความยืดหยุ่นในสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่หลากหลายได้

โดยเมื่อใช้งานร่วมกับระบบระดับแร็คและซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานของ GIGABYTE แล้ว GADU จะเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นแพลตฟอร์มที่ปรับขนาดได้และสามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

AI ทางกายภาพ จากการจำลองสู่การปฏิบัติจริง

เพื่อแสดงให้เห็นว่า AI สามารถก้าวข้ามการจำลองไปสู่การใช้งานจริงได้อย่างไร ทาง GIGABYTE จะนำเสนอเวิร์กโฟลว์แบบครบวงจรตั้งแต่โลกจริงไปจนถึงการจำลองและกลับสู่โลกจริง ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม AI แบบครบวงจรของ NVIDIA

ขั้นตอนการทำงานจะเริ่มต้นด้วยการสร้างแบบจำลองดิจิทัลที่มีความแม่นยำสูงผ่านระบบ NVIDIA OVX ที่ขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์ม XLS4-SX2-LAS1 บนสถาปัตยกรรม NVIDIA MGX™ พร้อมด้วย GPU RTX™ PRO สำหรับการจำลอง Omniverse ขนาดใหญ่จากนั้น การเทรน AI จะดำเนินต่อไปบนแพลตฟอร์ม G2L4-SD4-LA08 บนสถาปัตยกรรม NVIDIA HGX™ ซึ่งเป็นที่ที่เกิดการสร้างข้อมูลสังเคราะห์และการเรียนรู้แบบเสริมแรง เมื่อตรวจสอบความถูกต้องแล้ว โมเดลที่ได้รับการเทรนจะถูกนำไปใช้ในระบบ Edge ที่ขับเคลื่อนด้วย NVIDIA Jetson เพื่อควบคุมหุ่นยนต์แบบเรียลไทม์ ที่จะแสดงให้เห็นผ่านการสาธิตสดควบคู่ไปกับการแสดงภาพจำลองของ Isaac Sim

AI ทางการแพทย์ จุดดูแลผู้ป่วย

นอกจากนี้ GIGABYTE ยังแสดงให้เห็นถึงระบบนิเวศ AI ทางการแพทย์ที่กำลังเติบโตสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์แบบเรียลไทม์ ณ จุดดูแลผู้ป่วย ที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้านการดูแลสุขภาพต่างๆ โดย GIGABYTE ได้ผสานรวมพีซีขนาดเล็ก BRIXเข้ากับระบบวินิจฉัยโรคที่ใช้ AI ช่วยเหลือ ที่สนับสนุนการจำแนกประเภทเซลล์ไขกระดูกและการตรวจจับติ่งเนื้อแบบเรียลไทม์ระหว่างการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ โดยแพลตฟอร์มการประมวลผลภาพ VFG100 ที่เร่งความเร็วด้วย FPGA จะช่วยให้การประมวลผลภาพแบบเรียลไทม์ด้วยภาระ CPU ที่ต่ำมาก ในขณะที่ AI TOP ATOMจะช่วยให้การวิเคราะห์ภาพปอดสามารถทำได้ในพื้นที่ซึ่งตรงตามข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลทางการแพทย์และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

นำ AI เข้าใกล้จุดตัดสินใจมากขึ้น

เพื่อขยายขีดความสามารถของ AI ให้ก้าวพ้นโครงสร้างพื้นฐานแบบรวมศูนย์ ทาง GIGABYTE ยังได้จัดแสดงเวิร์กสเตชัน W775และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI แบบเดสก์ท็อป AI TOP ATOM สำหรับการเทรนส่วนตัว การปรับแต่งโมเดล และเวิร์กโฟลว์ AI เชิงเอเจนต์ ที่ขับเคลื่อนโดย NVIDIA NemoClaw อีกด้วย

นอกเหนือจากพื้นที่จัดแสดงหลักบนชั้น 1 แล้ว ผู้เข้าชมยังสามารถสำรวจพื้นที่จัดแสดงเฉพาะของ GIGABYTE บนชั้น 4 ที่จะแสดงระบบ AI TOP และนวัตกรรม AI สำหรับผู้บริโภคว่าความสามารถในการประมวลผลของ GIGABYTE ได้ขยายจากโครงสร้างพื้นฐาน AI ไปสู่ประสบการณ์อัจฉริยะในชีวิตประจำวันได้อย่างไร โดยในงาน COMPUTEX 2026 GIGABYTE จะแสดงให้เห็นว่า “Future Landing” กำลังเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน AI ให้เป็นระบบที่พร้อมใช้งาน สามารถนำไปใช้งานได้ และเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร

GIGABYTE@COMPUTEX 2026
https://www.gigabyte.com/Events/Computex
วันที่ 2-5 มิถุนายน 2026
Taipei Nangang Exhibition Center, ฮอลล์ 1
ธุรกิจองค์กร (ชั้น 1 K0802) | ธุรกิจผู้บริโภค (ชั้น 4 M0520)

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260525486787/en

Contacts

brand@gigabyte.com

ที่มา: GIGABYTE Technology






The Bangkok Reporter