Red Sea Global เปิดตัว ADRENA ที่เป็นเขตผจญภัยและความบันเทิงแห่งใหม่

Logo

ดยเป็นแห่งแรกในภูมิภาคนี้ที่มีกิจกรรมที่หลากหลายทั้งทางบกและทางน้ำมากกว่า 20 รูปแบบ

ริยาด ซาอุดีอาระเบีย–(BUSINESS WIRE)–17 กุมภาพันธ์ 2026

Red Sea Global (RSG) ที่เป็นผู้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่าง The Red Sea และ AMAALA ได้เปิดเผยแผนการเปิดเขตผจญภัยและความบันเทิงแห่งใหม่ โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชมตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม หลังจากเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการสำหรับแขกรับเชิญตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์

ADRENA is located a short drive away from the recently opened Shura Island

ADRENA ตั้งอยู่ห่างจากเกาะชูราที่เพิ่งเปิดใหม่เพียงไม่กี่นาทีโดยรถยนต์

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า ADRENA ที่จะให้บริการแก่แขกที่มาจากทั่วบริเวณทะเลแดงและพื้นที่อื่นๆ โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเกาะชูรา สถานที่แห่งนี้จะนำเสนอกิจกรรมที่ไม่เหมือนใครให้แก่ผู้มาเยือน ตั้งแต่การเล่นเซิร์ฟ เวคบอร์ด การกระโดดหน้าผา ไปจนถึงสเก็ตบอร์ด

โดย ADRENA ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และงดงาม ให้บริการความบันเทิงทั้งกลางวันและกลางคืนที่ตอบโจทย์อารมณ์ที่หลากหลาย ซึ่งหลังพระอาทิตย์ตกดิน บีชคลับจะกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ในขณะที่ดีเจจะเปิดเพลงแนวเฮาส์ในจังหวะสนุกสนาน พร้อมด้วยอาหารอเมริกาใต้รสเลิศที่จะเสิร์ฟพร้อมม็อกเทลที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ และบริการไปจนถึงช่วงดึก

“ย่านผจญภัยและความบันเทิงอันเป็นเอกลักษณ์ของเราไม่ได้เป็นเพียงแค่การมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงอิสรภาพของวิถีชีวิตริมทะเล ทั้งพลังงาน ชุมชน และการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ เราสร้าง ADRENA โดยใช้หลักการของความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู และรับประกันประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับแขกทุกท่านทั้งกลางวันและกลางคืน เราหวังว่าจะได้ต้อนรับผู้มาเยือนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” John Pagano ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท Red Sea Global กล่าว

ADRENA ได้รับแรงบันดาลใจจากคำว่า ‘อะดรีนาลีน (adrenaline)’ ‘สนาม (arena)’ และ ‘ความฝัน (dream)’ จึงเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความตื่นเต้น พลัง และจินตนาการ ที่บริหารงานโดย Red Sea Sports & Entertainment Co. ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงาน WAMA ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาทางน้ำ โดย Galaxea จะให้บริการประสบการณ์ใต้น้ำ และ Akun จะให้บริการการผจญภัยบนบก ซึ่ง ADRENA นั้นออกแบบมาเพื่อให้แขกได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ และลองเล่นกีฬาผาดโผนในสถานที่ระดับโลก พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญ และขยายการผจญภัยออกไปนอกสวนสนุกสู่ธรรมชาติ

ADRENA จะมีสระว่ายน้ำเล่นกระดานโต้คลื่นน้ำเค็ม โดยมีความยาว 215 เมตร นับเป็นสระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในซาอุดีอาระเบียเมื่อเปิดให้บริการ ซึ่งสามารถทำความสูงคลื่นได้ถึง 2.1 เมตร และสามารถปรับแต่งได้ตามระดับทักษะของผู้เล่น

นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบสำหรับเล่นเวคบอร์ด เส้นทางดำน้ำตื้น สระดำน้ำลึก 6 เมตร และกิจกรรมและความสนุกสนานสำหรับทุกคนในครอบครัว รวมถึงพื้นที่เล่นน้ำสำหรับเด็ก และสนามอุปสรรคลอยน้ำแบบเป่าลม โดยยังมีลานสเก็ตบอร์ด สนามปั่นจักรยาน BMX ​​และพื้นที่สำหรับกีฬาชายหาด เช่น ฟุตบอลและวอลเลย์บอล และสำหรับกิจกรรมสุดมันส์ก็มีซิปไลน์ข้ามน้ำและสไลเดอร์สูง 10 เมตร ที่เรียกว่า ‘slip 'n’ fly’

นอกจากนี้ ADRENA ยังมีศูนย์รวมความบันเทิงที่คึกคัก รวมถึงบีชคลับ การแสดงดนตรีสด และสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ที่มองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินเหนือทะเลแดงอันงดงาม

พื้นที่นี้ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการเข้าถึงได้ง่าย โดยมีทางเข้าแบบระดับน้ำตื้นในสระว่ายน้ำหลายแห่ง และมีตัวเลือกที่ปรับเปลี่ยนได้สำหรับกิจกรรมต่างๆ เช่น บอดี้บอร์ด แพดเดิลบอร์ด ดำน้ำ และดำน้ำตื้น เพื่อให้มั่นใจว่าแขกที่มีความต้องการด้านการเคลื่อนไหวและการเข้าถึงสามารถเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้

การออกแบบของ ADRENA เป็นไปตามหลักการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบของ RSG โดยใช้ระบบหมุนเวียนแบบปิดที่ยั่งยืน โดยดึงน้ำทะเลเข้ามา กรอง และหมุนเวียนผ่านสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แล้วส่งกลับคืนสู่ระบบเดิมที่สะอาดและผ่านการกรองแล้ว โดยน้ำจืดที่ใช้ทั่วทั้งโครงการจะถูกนำกลับมาใช้ในการชลประทานที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากยิ่งขึ้น

ทะเลแดงได้ต้อนรับแขกกลุ่มแรกในปี 2023 และปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว 9 แห่ง รวมถึง Thuwal Private Retreat ที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งเมืองเจดดาห์ โดยสนามบินนานาชาติทะเลแดง (RSI) เป็นประตูสู่จุดหมายปลายทางสำหรับทั้งแขกและผู้อยู่อาศัย โดยมีเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศจากริยาด เจดดาห์ ดูไบ โดฮา และมิลานให้บริการอยู่เป็นประจำ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Red Sea Global และ ADRENA ย่านผจญภัยและความบันเทิง โปรดเยี่ยมชม www.redseaglobal.com

เกี่ยวกับ Red Sea Global
Red Sea Global (RSG) เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรที่มีพอร์ตโฟลิโอหลากหลายในด้านการท่องเที่ยว ที่อยู่อาศัย ประสบการณ์ โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง การดูแลสุขภาพ และบริการต่างๆ ซึ่งรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูระดับหรูอย่าง The Red Sea ที่เริ่มเปิดรับแขกในปี 2023 และ AMAALA ที่ยังคงดำเนินการตามแผนที่จะเปิดรับแขกกลุ่มแรกในปีนี้

นอกจากนี้ RSG ยังได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินการปรับปรุงสนามบินอัลวาจห์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางแห่งที่สาม โดยเน้นการยกระดับอาคารผู้โดยสารและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ รวมถึงการสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศแห่งใหม่

RSG เป็นบริษัทในเครือ PIF และเป็นรากฐานสำคัญของความมุ่งมั่นของซาอุดีอาระเบียในการกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจ ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่กำลังเติบโตของจุดหมายปลายทาง บริษัทในเครือ และธุรกิจต่างๆ โดย RSG มุ่งมั่นที่จะนำโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบสามารถยกระดับชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และปรับปรุงสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร

www.redseaglobal.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20260216890688/en

Contacts

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:

Jack Williams: ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ jack.williams@redseaglobal.com

ที่มา: Red Sea Global






HKTDC เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมเครื่องประดับครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Logo

พาวิลเลียนใหม่จะจัดแสดงทองคำบริสุทธิ์ที่จะนำเสนอเทคโนโลยีทองคำล้ำสมัย

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–09 กุมภาพันธ์ 2026

งานมหกรรมแสดงเครื่องประดับครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งจัดโดยสภาส่งเสริมการค้าฮ่องกง (HKTDC) ที่จะกลับมาอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมีนาคม ภายใต้รูปแบบ “สองงาน สองสถานที่” ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ งานแสดงเพชรพลอยและไข่มุกนานาชาติฮ่องกงครั้งที่ 12 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ถึง 6 มีนาคมที่ AsiaWorld‑Expo โดยจะจัดแสดงวัตถุดิบสำหรับทำเครื่องประดับหลากหลายประเภท นอกจากนี้ งานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกง ครั้งที่ 42 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ถึง 8 มีนาคม ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง โดยจะจัดแสดงเครื่องประดับสำเร็จรูปต่างๆ

Hong Kong International Jewellery Show and Hong Kong International Diamond, Gem & Pearl Show

งานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกง และงานแสดงเพชรพลอยและไข่มุกนานาชาติฮ่องกง

Jenny Koo รองผู้อำนวยการบริหารของ HKTDC กล่าวว่า “งานแสดงเครื่องประดับคู่ขนานในปีนี้ได้รวบรวมผู้จัดแสดงสินค้าประมาณ 4,000 รายจากกว่า 40 ประเทศและภูมิภาค โดยเกือบ 70% มาจากนอกฮ่องกง โดย HKTDC จะนำเสนอตลาดเครื่องประดับแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อเน้นย้ำถึงสถานะของฮ่องกงในฐานะเมืองหลวงการค้าระหว่างประเทศและศูนย์กลางการจัดหาเครื่องประดับ”

มีพาวิลเลียนจัดแสดงตามธีมต่างๆ มากกว่า 40 แห่ง รวมถึงพาวิลเลียนใหม่ที่จัดแสดงทองคำบริสุทธิ์
งานแสดงสินค้าทั้งสองงานนี้ดึงดูดการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากอุตสาหกรรมทั่วโลก โดยมีผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าจากกว่า 40 ภูมิภาคและพาวิลเลียนจากอุตสาหกรรมต่างๆ โดยสภาทองคำโลกจะเปิดตัวพาวิลเลียนจัดแสดงทองคำบริสุทธิ์เป็นครั้งแรก เพื่อนำเสนองานฝีมือทองคำที่ล้ำสมัยสู่ตลาดโลก โดยสมาคมผู้ผลิตนาฬิกาฮ่องกงจะเข้าร่วมจัดแสดงพาวิลเลียนเป็นครั้งแรก ขณะที่พาวิลเลียนจัดแสดงหินเทอร์ควอยซ์จูซานจากมณฑลหูเป่ยก็จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกเช่นกัน

หอเกียรติยศในงานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกงกลับมาอีกครั้งในปีนี้ พร้อมขนาดที่ขยายมากกว่าเดิม 40% และต้อนรับแบรนด์เครื่องประดับระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงมากมาย

มีการจัดเวทีเสวนามากกว่า 20 หัวข้อที่น่าสนใจ รวมถึง AI และการตลาดดิจิทัล
จะมีการจัดสัมมนาและกิจกรรมสร้างเครือข่ายมากกว่า 20 รายการ ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น แนวโน้มอุตสาหกรรม การตลาดดิจิทัล และเทคโนโลยีเครื่องประดับ โดยจะมีเซสชันที่วิเคราะห์ว่าปัญญาประดิษฐ์จะเปลี่ยนจากขั้นตอนการออกแบบไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ได้อย่างไร เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องประดับ นอกจากนี้ยังมีสัมมนาที่อินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ จะมาแบ่งปันวิธีการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มการมองเห็นแบรนด์เครื่องประดับและกระตุ้นยอดขาย

เว็บไซต์สำหรับแอปงานมหกรรมแสดงสินค้า
https://tinyurl.com/4dzvd3s4

เว็บไซต์งานแสดงสินค้า
งานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกง: hkjewelleryshow.hktdc.com
งานแสดงเพชรพลอยและไข่มุกนานาชาติฮ่องกง: hkdgp.hktdc.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20260207153040/en

Contacts

การสอบถามจากสื่อ
ฝ่ายจัดนิทรรศการของ HKTDC:
Ken Tsang
โทร.: (852) 2240 4136
อีเมล: ken.mc.tsang@hktdc.org

ที่มา: Hong Kong Trade Development Council (HKTDC)


Levi’s® เปิดตัวแคมเปญ “Behind Every Original” ด้วยภาพยนตร์ที่ฉายในงาน Super Bowl ที่เน้นเรื่องราวเบื้องหลังและรายละเอียดต่างๆ

Logo

ซานฟรานซิสโก–(BUSINESS WIRE)–09 กุมภาพันธ์ 2026

Levi’s® เปิดตัวแคมเปญระดับโลกใหม่สุดโดดเด่น “Behind Every Original” ในวันนี้ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองบุคคลผู้ผลักดันวัฒนธรรมไปข้างหน้า พร้อมด้วยลูกเล่นสุดเก๋ไก๋ แคมเปญนี้เปิดตัวครั้งแรกในช่วง Super Bowl พร้อมกับภาพยนตร์เพลงประกอบ “Backstory” กำกับโดย Kim Gehrig โดย Levi’s® พลิกความคาดหวังด้วยการนำเสนอบั้นท้ายของเหล่าคนดังและบุคคลต้นแบบทั่วไป เพื่อให้พวกเขาได้แบ่งปันเรื่องราวเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Levi’s®

Doechii

Doechii

ทำไมต้องเป็นบั้นท้าย เพราะเป็นมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของกางเกงยีนส์ Levi’s ® เพราะเป็นมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของกางเกงยีนส์ Levi’s การเย็บตะเข็บโค้ง รูปทรง และป้ายสีแดง Red Tab™ บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ได้ทันที กว่า 150 ปีที่กางเกงยีนส์ Levi’s ® เป็นเครื่องแบบของผู้สร้างแรงบันดาลใจทางวัฒนธรรมที่ก้าวออกจากกรอบเดิมๆ และกำหนดทิศทางสิ่งใหม่ๆ ในวงการดนตรี กีฬา แฟชั่น และศิลปะ พวกมันเป็นเครื่องแบบของการเคลื่อนไหวและช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงโลกและหล่อหลอมวัฒนธรรม – สวมใส่โดยผู้ที่แสวงหาความก้าวหน้า เครื่องแบบเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหวและช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงโลกและหล่อหลอมวัฒนธรรม โดยผู้ที่มุ่งมั่นสู่ความก้าวหน้าเป็นผู้สวมใส่ 

“หนึ่งในสิ่งที่ผมชื่นชอบมากที่สุดเกี่ยวกับแคมเปญ ‘Behind Every Original’ คือการร้อยเรียงเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของ Levi’s ® เข้าด้วยกัน” Kenny Mitchell ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดระดับโลกของ Levi Strauss & Co. กล่าว “แคมเปญระดับโลกนี้เฉลิมฉลองบทบาทของเราในฐานะศูนย์กลางของดนตรี กีฬา และวัฒนธรรมแฟชั่นรวมถึงในตู้เสื้อผ้าของแฟนๆ ทุกรุ่นทุกวัยด้วย การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ในช่วง Super Bowl ที่ Levi’s ® Stadium จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะการแข่งขันครั้งนี้ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมด้วยพลังแห่งการรวมใจของกีฬา”

“Backstory” นำเสนอเหล่าคนดังจากค่าย Top Dawg Entertainment อาทิ เจ้าของรางวัลแกรมมี่ Doechii ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ROSÉ แชมป์ NBA และ MVP คนปัจจุบัน Shai Gilgeous-Alexander ผู้สร้างภาพยนตร์ ศิลปิน และดีเจ เจ้าของรางวัลแกรมมี่และออสการ์ และเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอมมี่ Questlove นางแบบและเสียงทางวัฒนธรรม Stefanie Giesinger และตัวละคร Woody จาก “Toy Story” ของ Disney-Pixar รวมถึงตัวละครจาก Originals อีกมากมาย ทุกเฟรมคือการเฉลิมฉลองบั้นท้ายในความงดงามที่ปกคลุมด้วยกางเกงยีนส์: เดินเฉิดฉาย เต้นรำ เคลื่อนไหว และเหนือสิ่งอื่นใด คือการใช้ชีวิตอยู่ในกางเกงยีนส์ Levi's® ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดความมั่นใจที่หาใครเทียบไม่ได้ของผู้ที่กำลังสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ พร้อมทั้งยกย่องบุคคลสำคัญที่มาก่อนพวกเขา ตั้งแต่ความเท่แบบไม่พยายามของ George Michael ในยุค “Faith” ไปจนถึงการตีความใหม่ในยุคปัจจุบันของปกอัลบั้ม “Born in the U.S.A.” อันเป็นเอกลักษณ์ เรื่องราวนี้หยั่งรากอยู่ในช่วงเวลาทางวัฒนธรรมที่แท้จริงซึ่ง Levi's® ได้สัมผัสมา ครอบคลุมหลายรุ่น และเชิญชวนให้ทุกคนได้เห็นตัวเองสะท้อนอยู่ในแบรนด์นี้

เพลง “Get Up Offa That Thing” ของ James Brown เติมเต็มความสุขและพลังให้กับเพลงประกอบภาพยนตร์ โดยมีการกล่าวถึงบั้นท้ายที่สวมกางเกงยีนส์ ซึ่งเปรียบเสมือนเพลงปลุกใจสำหรับผู้ที่มุ่งมั่นและสร้างความเปลี่ยนแปลง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำตลอดระยะเวลาหกวันในลอสแอนเจลิส โอคลาโฮมาซิตี และลอนดอน โดยทีมงานเน้นการคัดเลือกคาวบอยตัวจริง คนงานก่อสร้าง นักปีนเขา และเยาวชน เพื่อให้ได้ภาพที่สมจริง ทีมงานยังได้ร่วมมือกับ Robbie Blue นักออกแบบท่าเต้นของ Doechii เพื่อสร้างสรรค์ท่าเต้นสุดอลังการที่ปิดท้ายโฆษณาชิ้นนี้ด้วย

“Behind Every Original” จะเปิดเผยเหล่าดาราผู้เป็นต้นแบบหลังจบการแข่งขัน Super Bowl ในรูปแบบของภาพยนตร์สั้นความยาวหกวินาทีที่เน้นเรื่องราวของแต่ละบุคคลสำคัญ โดยเปลี่ยนความสนใจไปที่การเคลื่อนไหวและการแสดงออกของตัวตนของแต่ละคน มากกว่าชื่อเสียงของพวกเขา

แคมเปญนี้ครอบคลุมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ สื่อดิจิทัล ในร้านค้า และสื่อโฆษณานอกบ้าน โดยเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวระดับโลกที่กว้างขึ้น ซึ่งจะเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังของสินค้าคอลเลคชั่น Originals มากขึ้นตลอดทั้งปี โดยมีผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Levi's ® เป็นจุดศูนย์กลาง ภาพถ่ายบันทึกช่วงเวลาดิบๆ เบื้องหลังการถ่ายทำของเหล่านักแสดง ตั้งแต่ตอนที่พวกเขาสวมกางเกงยีนส์ Levi’s ® แล้วก้าวออกไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางส่วนตัวและเรื่องราวเบื้องหลังที่หล่อหลอมนักแสดงแต่ละคนในซีรีส์ Original ได้อย่างน่าประทับใจ

แคมเปญนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์กับ TBWA\Chiat\Day LA

กางเกงยีนส์ Levi’s® คือหัวใจสำคัญของแคมเปญนี้ ตั้งแต่คาวบอยยุคเก่า ไอคอนมิวสิกวิดีโอแห่งยุค 80 ไปจนถึงยุคปัจจุบัน สไตล์การแต่งตัวครอบคลุมทุกแง่มุมของมรดกแบรนด์ Levi’s ® Doechii สวมกางเกงยีนส์ Low Slim Boot cut ในขณะที่ Rosé สวมกางเกงยีนส์ Loose Boot cut กับเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์รุ่น Relaxed Fit Trucker, Shai Gilgeous-Alexander สวมกางเกงยีนส์ 578 Baggy ® และเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์รุ่น Relaxed Fit Trucker ส่วน Questlove สวมกางเกงยีนส์ 505 Regular Fit ส่วน Stefanie Giesinger ก็เลือกกางเกงยีนส์ Ribcage Slim และเสื้อโปโลแขนยาว Super Soft ที่ดูลงตัว

สไตล์และยุคสมัยที่หลากหลายเป็นเครื่องย้ำเตือนว่า Levi’s ® อยู่เบื้องหลังช่วงเวลาสำคัญ (และเรื่องเล็กๆ น้อยๆ) ในชีวิตมากว่าศตวรรษแล้ว ทีมงานได้ออกแบบกางเกงยีนส์ให้เข้ากับสไตล์และบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ของเหล่า Originals โดยมีการสร้างชิ้นงานพิเศษสำหรับแอมบาสเดอร์โดยเฉพาะ เช่น แจ็คเก็ตยีนส์สั่งทำพิเศษสำหรับ Questlove และถุงมือยีนส์สำหรับ Shai Gilgeous-Alexander

รับชม “Backstory” ได้ที่นี่

เกี่ยวกับแบรนด์ Levi’s®

Levi’s® แบรนด์ Levi’s เป็นตัวแทนของสไตล์อเมริกันคลาสสิกและความเท่แบบไม่ปรุงแต่ง นับตั้งแต่การคิดค้นโดย Levi Strauss & Co. ในปี 1873 กางเกงยีนส์ Levi’s ® ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก ครองใจและสร้างความภักดีให้กับผู้คนมาหลายรุ่น ปัจจุบัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Levi’s ® ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกและนวัตกรรมที่ไม่หยุดยั้ง ซึ่งหาที่เปรียบไม่ได้ในอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์เดนิมและเครื่องประดับชั้นนำของเรามีจำหน่ายในกว่า 110 ประเทศทั่วโลก ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกสามารถแสดงออกถึงสไตล์ส่วนตัวของตนเองได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์ Levi’s ® ผลิตภัณฑ์ และร้านค้า โปรดเยี่ยมชมที่ levi.com.

เกี่ยวกับ Levi Strauss & Co.

Levi Strauss & Co. (LS&Co.) เป็นหนึ่งในบริษัทเครื่องแต่งกายแบรนด์เนมที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นผู้นำระดับโลกในด้านกางเกงยีนส์ บริษัทออกแบบและทำการตลาดกางเกงยีนส์ เสื้อผ้าลำลอง และเครื่องประดับที่เกี่ยวข้องสำหรับผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ภายใต้แบรนด์ Levi's®, Levi Strauss Signature™ และ Beyond Yoga® ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจำหน่ายในประมาณ 120 ประเทศทั่วโลก ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า เว็บไซต์ออนไลน์ และเครือข่ายร้านค้าปลีกและร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้าประมาณ 3,300 แห่งทั่วโลก Levi Strauss & Co. รายงานรายได้สุทธิในปี 2025 อยู่ที่ 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ http://levistrauss.com และสำหรับข่าวสารและประกาศทางการเงิน โปรดไปที่ http://investors.levistrauss.com.

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260208761156/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ช่องทางติดต่อสื่อ
Levi Strauss & Co.
(415) 501-7777
NewsMediaRequests@levi.com

ที่มา: Levi Strauss & Co.


TOURISE ปฏิรูปภาคส่วนการท่องเที่ยวเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลกบนเส้นทางสู่รายได้ 16 ล้านล้านดอลลาร์ในงาน Davos

Logo

ดาวอส, สวิตเซอร์แลนด์–(BUSINESS WIRE)–24 มกราคม 2026

TOURISE ยกระดับบทบาทของการท่องเที่ยวเป็นภาคส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อจัดการกับปัญหาส่วนรวมที่เกิดขึ้นทั่วโลกในการประชุมประจำปีสภาเศรษฐกิจโลกใน Davos

His Excellency Ahmed Al‑Khateeb, Minister of Tourism of Saudi Arabia and Chairman of TOURISE, convenes executives from Trip.com, Visa, TikTok, PayPal, Salesforce, Forbes, Avolta, ByteDance, and more at Davos 2026

คุณ Ahmed Al‑Khateeb รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบียและประธานของ TOURISE ประชุมกับผู้บริหารจาก Trip.com, Visa, TikTok, PayPal, Salesforce, Forbes, Avolta, ByteDance และอื่น ๆ อีกมากมายที่ Davos 2026

การท่องเที่ยวมักจะถูกมองว่าเป็นอุตสาหกรรมแยกต่างหาก โดย TOURISE ก็ได้เน้นย้ำว่าการท่องเที่ยวกำลังถูกมองว่าเป็นภาคส่วนเชิงกลยุทธ์ ซึ่งมีส่วนแบ่งรายได้ 1 ดอลลาร์ในทุก 10 ดอลลาร์ของ GDP ทั่วโลกและเร่งการเติบโตของทุกอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

คุณ Ahmed Al Khateeb รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของซาอุดิอาระเบียและประธานของ TOURISE กล่าวว่าการเป็นพันธมิตรและความร่วมมือจากหลายภาคส่วนจะช่วยขยายการท่องเที่ยวให้กว้างขวางยิ่งขึ้นไปอีก

“การท่องเที่ยวเป็นมากกว่าภาคส่วนการใช้ชีวิต แต่เป็นระบบเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์ TOURISE ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้นำจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรเพื่อสร้างทางออกส่วนรวม ซึ่งเทคโนโลยีมาบรรจบกับการพัฒนาชุมชน การเงินที่มีความยั่งยืน และการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น ความร่วมมือเหล่านี้จะกำหนดการท่องเที่ยวในอีกสิบปีข้างหน้า เพื่อสร้างความไว้วางใจและเป้าหมายส่วนรวมในการขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปข้างหน้าต่อไป”

ระหว่างเวทีเศรษฐกิจโลกในงาน Davos TOURISE เป็นทั้งผู้จัดและเข้าร่วมในการพูดคุยประเด็นสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ การปฏิรูปการท่องเที่ยว: โลกแห่งความเป็นไปได้ ที่ Axios House คุณ Al Khateeb พบกับผู้นำจากทั่วโลกเพื่อหารือความเกี่ยวเนื่องเชิงกลยุทธ์ที่กำลังขยายตัวของการท่องเที่ยวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและทิศทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนไป

สองเวิร์กชอปเชิงกลยุทธ์ที่เป็นรากฐานโปรแกรม Davos ของ TOURISE ‘การท่องเที่ยวจะช่วยโลกได้หรือเปล่า?’ เป็นการประชุมของผู้นำระดับอาวุโสจากทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อสำรวจว่าการท่องเที่ยวสามารถส่งเสริมความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างไร ช่วงนี้จะให้ข้อมูลกำหนดการตลอดทั้งปีของ TOURISE และการประชุมในปี 2027

เวิร์กชอปที่สอง ‘การท่องเที่ยวผ่านเอเจนต์: จากข้อมูลเชิงลึกสู่การดำเนินการ’ เป็นการรวมตัวกันของผู้บริหาร นักเทคโนโลยี และนักลงทุนระดับโลกเพื่อสำรวจพรมแดนแห่งใหม่ของการท่องเที่ยว ซึ่งต่อยอดจากโครงการริเริ่มการท่องเที่ยวผ่านเอเจนต์ที่เปิดตัวในการประชุมเดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้ให้ข้อมูลการพัฒนาโปรโตคอลการท่องเที่ยวผ่านเอเจนต์ กรอบการทำงานส่วนรวมที่ออกแบบมาเพื่อสร้างระบบ AI ที่ปลอดภัย เชื่อมต่อถึงกัน และทำงานร่วมกันได้ทั่วทั้งภาคส่วนการท่องเที่ยว

ผู้นำและผู้บริหารจาก Trip.com, Visa, TikTok, PayPal, Salesforce, Forbes, Avolta, ByteDance และอื่น ๆ อีกมากมายเข้าร่วมเวิร์กชอป TOURISE เพื่อเน้นย้ำถึงความกว้างขวางของอุตสาหกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการเติบโตและนวัตกรรม

TOURISE ยังเป็นผู้สนับสนุนงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำหญิงประจำปี พร้อมกับ Adecco Group, Pinterest, Bayer และ APCO อีกด้วย และระหว่างงานเลี้ยงต้อนรับนี้ สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาของ TOURISE กระทรวงการท่องเที่ยว และผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย Hawazen Nassief กล่าวกับผู้ร่วมงานให้เห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนผู้หญิงในบทบาทผู้นำทั่วทั้งภาคส่วน ซึ่งมีผู้หญิงเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของบุคลากรทั่วโลก

Davos เป็นจุดเริ่มต้นประจำปี 2026 ของ TOURISE ซึ่งจะมีทั้งเวิร์กชอปข้ามภาคส่วน รายงานข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรม และความร่วมมือใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสู่ศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงระดับโลก

อนาคตของการท่องเที่ยวกำลังเริ่มต้นแล้ว เข้าร่วมการเดินทางได้ที่ tourise.com และมาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวบทใหม่ที่การประชุม TOURISE ครั้งถัดไปในเดือนมีนาคม 2027

TOURISE คือแพลตฟอร์มระดับโลกที่สร้างพรมแดนแห่งใหม่สำหรับการท่องเที่ยวทั่วโลก

ภายใต้การดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบีย การประชุม TOURISE ครั้งแรกจึงสามารถจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2025 ในริยาด ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของผู้นำระดับโลกเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงและกำหนดอนาคตของภาคส่วนนี้

ในฐานะแพลตฟอร์มที่มีกำหนดการตลอดทั้งปี TOURISE จึงสามารถขับเคลื่อนการประสานงานด้านนวัตกรรม การสัญจร วัฒนธรรม และการลงทุนได้ ตลอดปี 2026 ซึ่งนำไปสู่การประชุมครั้งที่สองในเดือนมีนาคม 2027 TOURISE จะขยายชุมชนทั่วโลก เปิดเผยรายงานข้อมูลเชิงลึก และพัฒนาโครงการริเริ่มที่เปลี่ยนความคิดที่แหวกแนวให้เป็นการลงมือทำในสถานการณ์จริง

เมื่อร่วมมือกัน เราสามารถกำหนดอนาคตของการท่องเที่ยวในอีก 50 ปีข้างหน้าได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tourise.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260123950180/en

Contacts

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสื่อ โปรดติดต่อ Media@TOURISE.com.

ที่มา: TOURISE

KKV เปิดร้าน Global Flagship Store แห่งที่สองใน Ho Chi Minh City

Logo

HO CHI MINH CITY, Vietnam–(BUSINESS WIRE)–19 มกราคม 2026

วันนี้ KK Group ประกาศเกี่ยวกับการเปิดร้าน KKV Vietnam Global Flagship Store แห่งใหม่ในใจกลางเมือง Ho Chi Minh City ซึ่งนับเป็น Global Flagship Store แห่งที่สองของ KKV ตั้งอยู่ที่ 28 Le Loi in District 1 ใกล้กับสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น Saigon Centre – Flagship Store แห่งใหม่นี้ได้รับการออกแบบให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่ต้องมาเยือน นำเสนอประสบการณ์การค้นพบผลิตภัณฑ์ที่น่าประทับใจ จุดถ่ายภาพ และประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบครบวงจรที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นสำหรับผู้บริโภคชาวเวียดนามก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน

KKV Vietnam Global Flagship Store

KKV Vietnam Global Flagship Store

จุดเด่นที่สำคัญคือ Colorful KKV Moto Park – โซนถ่ายรูปสวยๆ ที่ตกแต่งด้วยธีมมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเปลี่ยนลานจอดรถธรรมดาให้กลายเป็นจุดแวะพักจุดแรกที่มีสีสันก่อนเข้าสู่ร้านค้า ทำให้ Flagship Store แห่งนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญใจกลางเมือง

เวียดนามเป็นตลาดสำคัญภายใต้กลยุทธ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ KK Group ปัจจุบัน KK Group ดำเนินงานร้านค้า 20 แห่งภายใต้แบรนด์หลักสามแบรนด์ ได้แก่ KKV, THE COLORIST และ X11 โดยมีฐานลูกค้าที่เติบโตขึ้นในเมืองใหญ่ๆ รวมถึง Ho Chi Minh City, Hanoi, และพื้นที่โดยรอบ ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภครุ่นใหม่ในเมืองที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สดใหม่ หลากหลาย และน่าประทับใจ

KK Group ก่อตั้งขึ้นในประเทศจีน และได้สร้างเครือข่ายค้าปลีกไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่ โดยมีร้านค้ามากกว่า 1,000 แห่งในกว่า 200 เมืองทั่วประเทศจีน และมากกว่า 150 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบรนด์หลักคือ KKV ซึ่งยึดมั่นในแนวคิด “100 ไลฟ์สไตล์” นำเสนอสินค้าประมาณ 20,000 รายการใน 8 หมวดหมู่ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ของเล่นอินเทรนด์ ความงาม อาหาร และของใช้ในชีวิตประจำวัน

ในอนาคต KK Group ตั้งเป้าขยายสาขาไปกว่า 300 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2026 โดยมีเป้าหมายที่จะขยายสาขาทั่วโลกให้ได้มากกว่า 500 แห่งภายในปลายปี 2026 ส่วนในเวียดนาม KK Group ตั้งเป้าขยายสาขาไปประมาณ 50 แห่งในปี 2026 เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีน KKV Vietnam จะทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่เกือบ 5,000 รายการ เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกสินค้าตามฤดูกาลและของขวัญที่หลากหลายยิ่งขึ้น

 “เราจะเดินหน้าเปิด Global Flagship Store ในอีกหลายประเทศ เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดียิ่งขึ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่น” Rojen Wu ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจระหว่างประเทศของ KK Group กล่าว ขอเชิญชวนผู้บริโภคมาเยี่ยมชมร้าน KKV Vietnam Global Flagship Store ที่ 28 Le Loi, Ho Chi Minh City และมาค้นพบสิ่งใหม่ๆ เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีนกัน

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: www.businesswire.com/news/home/20260118173275/en

Contacts

richardli@kkgroup.cn

ที่มา: KKV

ยุคใหม่เริ่มต้นขึ้น: STARLUX รับมอบเครื่องบิน A350-1000 ลำแรกของไต้หวัน เสริมศักยภาพการขยายเส้นทางบินระยะไกล

Logo

เครื่องบินรุ่นเรือธงใหม่นี้จะเข้าร่วมฝูงบินแอร์บัสทั้งหมดของสายการบินสุดหรู โดยประธาน STARLUX จะเป็นผู้ขับเครื่องบินในเที่ยวบินส่งมอบ เพื่อสนับสนุนการเติบโตในอนาคตในอเมริกาเหนือและยุโรป

ไทเป ไต้หวัน และ ลอสแอนเจลิสและตูลูส ฝรั่งเศส–(BUSINESS WIRE)–07 มกราคม 2026

โดยนับเป็นก้าวสำคัญข้ามทวีปสำหรับสายการบินหรู STARLUX จากไต้หวันที่จะได้รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ลำแรกในวันนี้ ทำให้เป็นสายการบินแรกของไต้หวันที่ใช้งานเครื่องบินรุ่นนี้ เครื่องบินหมายเลขทะเบียน B-58551 ได้รับการส่งมอบอย่างเป็นทางการที่สำนักงานใหญ่ของแอร์บัสในเมืองตูลูส และบินตรงมายังไทเปโดยคุณ K.W. Chang ประธาน STARLUX เมื่อเดินทางถึงสนามบินนานาชาติเถาหยวนในเช้าตรู่ของวันนี้ ซึ่งเครื่องบินได้รับการต้อนรับด้วยการฉีดน้ำเพื่อเป็นเกียรติ

STARLUX Airlines takes delivery of its first Airbus A350-1000 at Airbus’s Toulouse headquarters, becoming the first Taiwanese airline to operate the aircraft.

สายการบิน STARLUX รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ลำแรกที่สำนักงานใหญ่ของ Airbus ในเมืองตูลูส ทำให้เป็นสายการบินแรกของไต้หวันที่ใช้งานเครื่องบินรุ่นนี้

“การรับมอบเครื่องบิน A350-1000 ลำแรกของเราถือเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของขีดความสามารถในการบินระยะไกลของ STARLUX” กล่าวโดย Glenn Chai ซีอีโอของ STARLUX “ด้วยระยะทำการบินที่ไกลกว่า A350-900 เครื่องบินลำนี้สามารถบินไปยังชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาได้ ในขณะเดียวกันก็มอบประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมและความสะดวกสบายของผู้โดยสารที่เหนือกว่า ทำให้เราสามารถขยายบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของเราจากไทเปไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วอเมริกาเหนือและยุโรปได้มากยิ่งขึ้น”

ประธานแอร์บัส เอเชียแปซิฟิก Anand Stanley กล่าวว่า “STARLUX ได้สร้างวิสัยทัศน์ด้านการบินระยะไกลที่น่าประทับใจด้วยฝูงบินแอร์บัสทั้งหมด และเครื่องบิน A350-1000 Long Range Leader จะยกระดับกลยุทธ์นั้นไปอีกขั้นด้วยระยะทำการบิน ประสิทธิภาพ และความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารที่เหนือกว่า โดยแอร์บัสภูมิใจที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองการส่งมอบเครื่องบิน A350-1000 ลำแรกให้กับ STARLUX ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายการบินข้ามทวีปของสายการบิน และนำมาตรฐานใหม่ของการเดินทางระดับพรีเมียมจากไต้หวันสู่ทั่วโลก”

เครื่องบิน A350-1000 จะนำเสนอรูปลักษณ์ใหม่สำหรับสายการบิน STARLUX และยังคงรักษาสุนทรียภาพที่ประณีตของสายการบินไว้ แต่ลวดลายใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการใช้งานวัสดุคอมโพสิตขั้นสูงอย่างกว้างขวางของเครื่องบิน โดยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของโครงสร้างลำตัวเครื่องบินสร้างจากวัสดุคอมโพสิตเสริมใยคาร์บอน ตัวเลข “1000” ที่โดดเด่นบนลำตัวเครื่องบินจะช่วยเน้นย้ำสถานะของเครื่องบินลำนี้ในฐานะสมาชิกที่ใหญ่ที่สุดของตระกูล A350 และเป็นเครื่องบินเรือธงระยะไกลลำใหม่ของ STARLUX

เครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ของ STARLUX มีที่นั่ง 350 ที่นั่ง ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล โดยมีที่นั่งทั้งหมด 350 ที่นั่ง ด้วยระยะทำการบินสูงสุดถึง 9,700 ไมล์ (15,600 กิโลเมตร) เครื่องบินลำนี้จะมีบทบาทสำคัญในการขยายตลาดของสายการบินไปยังอเมริกาเหนือและยุโรป ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent XWB ทำให้ A350-1000 สามารถประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องบินรุ่นก่อนหน้า พร้อมทั้งยังให้ห้องโดยสารที่เงียบและกว้างขวางที่สุดในระดับเดียวกันอีกด้วย

ด้วยการมาถึงของเครื่องบิน A350-1000 ลำแรก ทาง STARLUX กำลังเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปของการขยายเส้นทางบินระยะไกล สายการบินวางแผนที่จะเปิดเส้นทางบินไปยังยุโรปเป็นครั้งแรกในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และการส่งมอบเครื่องบินเพิ่มเติมจะทำให้สามารถให้บริการไปยังชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาได้ในอนาคต

เกี่ยวกับ STARLUX Airlines

STARLUX ก่อตั้งขึ้นบนปรัชญาที่ว่าความหรูหราควรเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ใช่เฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น เป็นสายการบินระหว่างประเทศระดับพรีเมียมที่มีฐานอยู่ในไต้หวัน ให้บริการเที่ยวบินไปยัง 31 จุดหมายปลายทางจากไต้หวันไปยังสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น มาเก๊า เวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยผู้โดยสารของ STARLUX ที่เดินทางระหว่างอเมริกาเหนือและเอเชียสามารถต่อเครื่องได้อย่างสะดวกสบายที่ไทเป สำหรับ 5 จุดหมายปลายทางในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ ลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก ซีแอตเติล ออนแทรีโอ แคลิฟอร์เนีย และฟีนิกซ์ ซึ่งทาง STARLUX ได้รับการยอมรับในระดับโลกในด้านความเป็นเลิศ ได้รับรางวัลสายการบินระดับ 5 ดาวจาก Skytrax รางวัล APEX Five Star Global Airline Awards และคะแนนความปลอดภัยระดับ 7 ดาว PLUS จาก AirlineRatings โดยทาง STARLUX นั้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและนำเสนอบริการที่เหนือกว่า โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้การบินเป็นประสบการณ์ที่หรูหราและน่าจดจำอย่างแท้จริง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.starlux-airlines.com

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ: ชื่อบริษัทเขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด: สายการบิน STARLUX ขอขอบคุณที่ใช้รูปแบบการเขียนนี้ในการรายงานข่าว

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260106228308/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Mary Placido, SKC, Inc.
(415) 218-3627
mary@skc-pr.com

ที่มา: STARLUX Airlines


รางวัล Takumen Ramen Awards 2025: Gourmet X ยกย่องร้านราเม็งอันดับ 1 ของญี่ปุ่น

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–12 ธันวาคม 2025

Gourmet X Corp. (สำนักงานใหญ่: เขตมินาโตะ โตเกียว; ประธาน: Fumihide Tomizawa) ผู้ดำเนินกิจการร้านค้าออนไลน์ขายราเม็งแช่แข็งอันดับ 1 ของญี่ปุ่น “Takumen.com” ได้จัดพิธีมอบรางวัล “Takumen Ramen Awards 2025” ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2025

Takumen Ramen Awards 2025: Gourmet X Honors Japan's No.1 Ramen Restaurants

รางวัล Takumen Ramen Awards 2025: Gourmet X ยกย่องร้านราเม็งอันดับ 1 ของญี่ปุ่น

งาน “Takumen Ramen Awards 2025” เป็นหนึ่งในงานประกาศรางวัลราเม็งที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการเติบโตของวัฒนธรรมราเม็งในญี่ปุ่น ร้านราเม็งที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นได้รับรางวัลในสองประเภทดังต่อไปนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็ม: https://gourmet-x.co.jp/news/20251212b/
เว็บไซต์พิเศษ (ภาษาญี่ปุ่น): https://www.takumen.com/st/lp/takumen-ramen-awards-2025/

หมวดหมู่ “รางวัลราเม็งยอดเยี่ยมแห่งญี่ปุ่น” คัดเลือกโดยเชฟจากร้านราเม็งชื่อดังและผู้ชื่นชอบราเม็ง

จากผลสำรวจเจ้าของร้านราเม็งชื่อดัง 1,000 คน และผู้ชื่นชอบราเม็งอีก 1,000 คนทั่วประเทศญี่ปุ่น ที่สอบถามว่าร้านราเม็งร้านไหนดีที่สุด เราภูมิใจที่จะประกาศรายชื่อผู้ชนะ: ระดับแพลทินัม (10 ร้าน), ระดับทอง (30 ร้าน) และระดับเงิน (75 ร้าน) รายชื่อเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงร้านราเม็งที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

หมวดหมู่ราเม็ง “Takumen.com”

การจัดอันดับนี้พิจารณาจากราเม็งกว่า 400 ชนิดที่จำหน่ายบน Takumen.com ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2024 ถึง 30 กันยายน 2025 โดยมีการพิจารณาจากหลายหมวดหมู่ ผู้ชนะรางวัลใหญ่ ได้แก่:

หากต้องการดูรายชื่อร้านราเม็งที่ได้รับรางวัล โปรดไปที่
https://www.takumen.com/st/lp/takumen-ramen-awards-2025/

เกี่ยวกับ Takumen.com
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.takumen.com/

Takumen.com นำเสนอรสชาติต้นตำรับจากร้านราเม็งชื่อดังที่สุดของญี่ปุ่นส่งตรงถึงบ้านคุณ โดยนำเสนอราเม็งแช่แข็งที่ปรุงอย่างพิถีพิถันโดยไม่เปลี่ยนแปลงรสชาติเดิม และใช้วัตถุดิบเดียวกันกับที่ใช้ในร้าน ปัจจุบัน Takumen.com มียอดขายมากกว่า 5 ล้านเสิร์ฟ และครองอันดับ 1 ในการขายราเม็งและสึเคเมนออนไลน์ในญี่ปุ่น*1

ร้านราเม็งชื่อดังกว่า 800 แห่งทั่วประเทศได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเรา และเราได้ให้บริการสมาชิกไปแล้วประมาณ 570,000 ราย โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ประมาณ 1,900 รายการจนถึงปัจจุบัน*2

ที่มา: *1 การสำรวจของ TPC Marketing Research เดือนมิถุนายน 2024
*2 ณ สิ้นปี 2025

ร้านอาหาร: https://www.takumen.com/statics/restaurants
X อย่างเป็นทางการ (เดิมคือ Twitter): https://x.com/taku_men
Instagram อย่างเป็นทางการ: https://www.instagram.com/takumen_insta/
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัท Gourmet X: https://gourmet-x.co.jp/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20251211350325/en

Contacts

สอบถามข้อมูลจากสื่อ: pr@gourmet-x.co.jp

ที่มา: Gourmet X Corp.

ร่วมเฉลิมฉลองจุดหมายปลายทางที่เป็นเลิศ: TOURISE เผยรายชื่อสถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายสำหรับรางวัล TOURISE Awards 2025

Logo

ริยาด, ซาอุดีอาระเบีย–(BUSINESS WIRE)–30 ตุลาคม 2025

ความคาดหวังกำลังก่อตัวขึ้น วันนี้ TOURISE ได้ประกาศรายชื่อสถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล TOURISE Awards 2025 ที่ทุกคนรอคอย เพื่อยกย่องจุดหมายปลายทางชั้นนำระดับโลกที่กำลังพลิกโฉมนิยามของการค้นหา จุดหมายปลายทางสิบสองแห่งได้รับการเสนอชื่อให้เข้ารอบสุดท้ายสำหรับรางวัล TOURISE Awards ประจำปีนี้ ซึ่งถือเป็นการปูทางไปสู่อนาคตของการท่องเที่ยว โดยจุดหมายปลายทางเหล่านี้เป็นตัวแทนของสถานที่ต่างๆ จากทั่วโลกที่ไม่เพียงแต่จะพลิกโฉมในด้านความเป็นเลิศด้านจุดหมายปลายทางเท่านั้น แต่ยังจะกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ทั้งหมดเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่

มีการคัดเลือกจากรายชื่อสถานที่มากมายที่ส่งเข้ามาโดยนักเดินทางผู้หลงใหล ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และองค์กรต่างๆ ทั่วโลก สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายในปีนี้จะร่วมเฉลิมฉลองจุดหมายปลายทางต่างๆ ที่ส่งมอบวัฒนธรรมที่กระตุ้นจิตวิญญาณ ประสบการณ์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัด และเหนือสิ่งอื่นใดคือความทรงจำอันทรงคุณค่าและยั่งยืน

ฯพณฯ Ahmed Al-Khateeb รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและประธานคณะกรรมการ TOURISE กล่าวว่า “สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล TOURISE Awards สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมอันโดดเด่นและการต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งเป็นนิยามของประสบการณ์การเดินทางยุคใหม่อย่างแท้จริง เมืองและภูมิภาคอันโดดเด่นเหล่านี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังจุดประกายจินตนาการ สร้างสะพานเชื่อมระหว่างวัฒนธรรม และสร้างแรงบันดาลใจให้เราทุกคนมองโลกด้วยมุมมองใหม่ ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เรามีความภูมิใจที่จะเฉลิมฉลองจุดหมายปลายทางที่สร้างมาตรฐานความเป็นเลิศใหม่ สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายแต่ละแห่งได้ฝากรอยประทับอันตราตรึงไว้ในใจนักเดินทางทุกคน ที่ได้ย้ำเตือนเราว่าการสำรวจที่มีความหมายมีพลังที่จะรวมเป็นหนึ่งและสร้างแรงบันดาลใจได้ แม้การเดินทางจะสิ้นสุดลงไปแล้ว”

สปอตไลท์: สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายของปีนี้

สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายรางวัล TOURISE Awards 2025 ประกอบด้วย:

จุดหมายปลายทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่ดีที่สุด: เกียวโต, ปารีส, นิวยอร์ก

จุดหมายปลายทางด้านการผจญภัยที่ดีที่สุด: หมู่เกาะกาลาปากอส, อุทยานแห่งชาติบวินดีอิมเพเนเทรเบิล, อันคาช

จุดหมายปลายทางด้านอาหารและการทำอาหารที่ดีที่สุด:โตเกียว, ลอนดอน, ฮ่องกง

จุดหมายปลายทางด้านการช็อปปิ้งที่ดีที่สุด:สิงคโปร์, ปารีส, ลอนดอน

จุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงที่ดีที่สุด:โซล, โตเกียว, เม็กซิโกซิตี้

สถานที่ที่ชนะในแต่ละประเภทจะมีโอกาสได้รับการเสนอชื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางโดยรวมที่ดีที่สุด ซึ่งจะได้รับการคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ TOURISE Awards

คณะกรรมการอิสระจะเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดกรองสถานที่ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลด้วยความเชี่ยวชาญจนเหลือเพียงสถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายที่โดดเด่นในปัจจุบัน โดยคณะกรรมการถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลจากหลากหลายอุตสาหกรรม ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์เหล่านี้เป็นตัวแทนที่ดีที่สุดจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว แฟชั่น ศิลปะการทำอาหาร ค้าปลีก วัฒนธรรม การผจญภัย และความบันเทิง ที่ได้นำความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่นอันหาที่เปรียบมิได้มาสู่รางวัล TOURISE Awards โดยคณะกรรมการประกอบด้วย:

Filip Boyen, อดีตซีอีโอ นิตยสาร Forbes Travel Guide

Michael Ellis, อดีตผู้อำนวยการฝ่ายคู่มือมิชลินระดับโลก

Fiona Jeffery, อดีตประธาน World Travel Market อดีตประธานรางวัล Tourism for Tomorrow Awards

Renaud de Lesquen, อดีตซีอีโอ Givenchy อดีตประธาน Dior AM

Lars Nittve, อดีตผู้อำนวยการก่อตั้ง Tate Modern

Albert Read, อดีตกรรมการผู้จัดการ Condé Nast

Caroline Rush, อดีตซีอีโอ สภาแฟชั่นอังกฤษ

Omar Samra, ทูตสันถวไมตรีแห่งสหประชาชาติ นักปีนเขา และนักสำรวจขั้วโลก

Bernold Schroeder, อดีตซีอีโอ Kempinski; Pan Pacific

การนับถอยหลังครั้งสุดท้าย

สถานที่ที่ชนะรางวัล TOURISE Awards ครั้งแรกจะได้รับการประกาศในงานกาลาในคืนเปิดงาน TOURISE Summit ในวันที่ 11 พฤศจิกายน ณ กรุงริยาด โดยรางวัล TOURISE Awards จะเป็นส่วนขยายของแพลตฟอร์ม TOURISE ภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งขับเคลื่อนโดยสำนักงานการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วโลก

TOURISE คือแพลตฟอร์มชั้นนำของโลกสำหรับการกำหนดอนาคตของการท่องเที่ยวทั่วโลก การประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยผู้นำ ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล นักลงทุน และผู้กำหนดอนาคตจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดย TOURISE จะรับมือกับความท้าทายและไขว่คว้าโอกาสในการเปลี่ยนแปลง พร้อมกำหนดวาระสำหรับภาคการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบ เป็นธรรม และมุ่งเน้นอนาคต

เจาะลึก: พบกับสถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายของคุณ

จุดหมายปลายทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่ดีที่สุด

  • เกียวโต: ญี่ปุ่นเหนือกาลเวลา – สวนอันเงียบสงบ วัดที่เป็นสัญลักษณ์ และงานหัตถกรรมที่มีชีวิตทั้งหมดสานกันเป็นเนื้อผ้าทางวัฒนธรรมร่วมสมัยที่มีชีวิตชีวา
  • ปารีส: สัญลักษณ์ตลอดกาล – พิพิธภัณฑ์อันยิ่งใหญ่ ศิลปะร่วมสมัยที่กำลังเบ่งบาน และฉากศิลปะการแสดงที่ทำให้จิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ของเมืองยังคงมีชีวิตอยู่
  • นิวยอร์ก: วัฒนธรรมที่รุ่งเรืองที่สุด – พิพิธภัณฑ์ระดับโลก ศิลปะข้างถนนที่น่าตื่นตาตื่นใจ และพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่บรอดเวย์ไปจนถึงจังหวะดนตรีตามท้องถนน

จุดหมายปลายทางด้านการผจญภัยที่ดีที่สุด

  • หมู่เกาะกาลาปากอส: ต้นกำเนิดแห่งความมหัศจรรย์ – ความงามของภูเขาไฟ ความหลากหลายทางทะเล และการพบปะสัตว์ป่าที่ให้ความรู้สึกเหมือนการเดินทางข้ามกาลเวลา
  • อุทยานแห่งชาติบวินดีอิมเพเนเทรเบิล: กลับคืนสู่ธรรมชาติ – ป่าโบราณ การพบเห็นกอริลลาที่หายาก และสัมผัสถึงพลังของธรรมชาติในทุกย่างก้าว
  • อันคาช: ความดิบที่เป็นจริง – ยอดเขาที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ทะเลสาบน้ำแข็ง และเส้นทางที่เต็มไปด้วยประเพณี ที่ซึ่งการผจญภัยพบกับความอบอุ่นของชุมชนท้องถิ่น

จุดหมายปลายทางด้านอาหารและการทำอาหารที่ดีที่สุด

  • โตเกียว: ซูชิระดับมิชลินสตาร์ไปจนถึงราเมนรสเลิศ ประเพณีเก่าแก่หลายศตวรรษผสานกับความหลงใหลในคุณภาพ ทำให้ทุกคำที่ทานกลายเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม
  • ลอนดอน: ศูนย์กลางแห่งอาหารนานาชาติ – ห้องครัวสไตล์อังกฤษสมัยใหม่ รสชาติจากทั่วทุกมุมโลก และอาหารตั้งแต่อาหารชั้นสูงไปจนถึงอาหารคลาสสิกริมทาง
  • ฮ่องกง: งานเลี้ยงแนวตั้ง – ร้านอาหารชั้นเลิศที่ตั้งตระหง่านเหนือแผงขายได่ผิงและร้านก๋วยเตี๋ยว ผสมผสานมรดกและรสชาติจากทั่วโลกไว้ในทัศนียภาพเมืองที่งดงามตระการตา

จุดหมายปลายทางด้านการช็อปปิ้งที่ดีที่สุด

  • สิงคโปร์: การค้าปลีกที่มุ่งเน้นอนาคต – ย่านที่เต็มไปด้วยการออกแบบ ห้างสรรพสินค้าหรูหรา และตลาดทางวัฒนธรรมในเมืองที่เชื่อมโยงทั้งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน
  • ปารีส: Haute Couture (โอตกูตูร์ – ศิลปะการตัดเย็บชั้นสูง) และอื่นๆ – เมซงในตำนาน ร้านคอนเซ็ปต์ และตลาดนัดของเก่าที่ผสมผสานความสง่างามเหนือกาลเวลาเข้ากับสไตล์ที่ล้ำสมัย
  • ลอนดอน: มรดกพบกับความทันสมัย ​​- เรือธงสุดหรู ศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์ และตลาดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเมืองที่กำหนดสไตล์ระดับโลก

จุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงที่ดีที่สุด

  • โซล: นวัตกรรมพบกับวัฒนธรรม – เวที K-pop ความบันเทิงล้ำสมัย และสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่กำหนดเทรนด์ระดับโลก
  • โตเกียว: พลังงานที่ไม่มีใครเทียบได้ – การแสดงระดับโลก แหล่งท่องเที่ยวที่น่าดื่มด่ำ และประสบการณ์ท้องถิ่นที่แท้จริงในเมืองที่สร้างมาเพื่อความตื่นเต้น
  • เม็กซิโกซิตี้: ความมีชีวิตชีวาอันบริสุทธิ์ – เทศกาล ดนตรี และการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างประเพณีและความสนุกสนานสมัยใหม่ที่ทำให้ทุกค่ำคืนนั้นน่าจดจำ

เกี่ยวกับ TOURISE Awards

รางวัล TOURISE Awards เป็นรางวัลระดับโลกที่ยกย่องจุดหมายปลายทางอันเป็นเลิศ โดยยกย่องสถานที่ต่างๆ ที่มอบประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย น่าจดจำ และสอดคล้องกับความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปของนักเดินทางในปัจจุบัน รางวัลนี้ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน โดยมอบรางวัลให้กับจุดหมายปลายทางใน 5 สาขา ได้แก่ ศิลปะและวัฒนธรรม การผจญภัย อาหารและการทำอาหาร ช้อปปิ้ง และความบันเทิง ปิดท้ายด้วยรางวัลจุดหมายปลายทางยอดเยี่ยม (Best Overall Destination Award) รางวัลนี้ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความยั่งยืน การอนุรักษ์วัฒนธรรม และผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ระดับโลกสำหรับสิ่งที่ทำให้จุดหมายปลายทางนั้นพิเศษอย่างแท้จริง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรางวัล TOURISE ได้ที่ www.TOURISE.com/awards

เกี่ยวกับ TOURISE

TOURISE เป็นแพลตฟอร์มชั้นนำของโลกที่สร้างขอบเขตใหม่ให้กับการท่องเที่ยวทั่วโลก

การประชุม TOURISE Summit ครั้งแรก ที่ขับเคลื่อนโดยกระทรวงการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2025 ที่ริยาด โดย TOURISE จะรวบรวมผู้มีวิสัยทัศน์จากภาครัฐ ภาคธุรกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี เพื่อนำเสนอโครงการริเริ่มที่มีผลกระทบสูงและข้อตกลงต่างๆ ที่จะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมอุตสาหกรรมและสร้างภาคการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เป็นธรรม และมุ่งเน้นอนาคต

TOURISE มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในเชิงกายภาพและครอบคลุมทุกช่องทางดิจิทัล โดยจะรับประกันการมีส่วนร่วมในวงกว้างจากทั่วโลก ควบคู่ไปกับการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุดสำหรับผู้ที่มีวิสัยทัศน์ในการกำหนดอนาคตของการท่องเที่ยวโลก หลังจากการประชุมสุดยอด TOURISE จะขยายขอบเขตเป็นแพลตฟอร์มตลอดทั้งปีที่ซึ่งแนวคิดที่โดดเด่นจะกลายเป็นทางออกในโลกแห่งความเป็นจริง

นี่คือจุดกำเนิดของการท่องเที่ยวในอีก 50 ปีข้างหน้า เมื่อร่วมมือกัน เราจะไม่มีวันหยุดยั้ง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TOURISE ได้ที่ www.TOURISE.com และสมัครรับจดหมายข่าว

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20251029909575/en

Contacts

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อ: media@TOURISE.com

ที่มา: TOURISE

Grand Nikko Bangkok Sathorn พร้อมให้ทุกท่านสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนสุดหรู ที่โอบล้อมด้วยความสงบและการบริการด้วยจิตวิญาณของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เปิดรับจองสำหรับการเข้าพักในปี พ.ศ. 2569 แล้วตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

Logo

กรุงเทพฯ–(ฺBUSINESS WIRE)–17 พฤศจิกายน 2568

แกรนด์ นิกโก้ กรุงเทพฯ สาทร โรงแรมหรูภายใต้แบรนด์ Grand Nikko แห่งแรกในประเทศไทย พร้อมแล้วสำหรับสุดยอดการบริการแบบ “โอโมเตนาชิ” (Omotenashi) เสน่ห์การบริการแบบญี่ปุ่นที่ใส่ใจทุกรายละเอียด  สัมผัสโอเอซิสแห่งใหม่ใจกลางย่านเศรษฐกิจอย่างถนนสาทร ที่รายล้อมไปด้วยสถานทูต อาคารสำนักงาน แหล่งบันเทิงชั้นนำ รวมไปถึงจุดท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย รองรับได้ทั้งนักท่องเที่ยว นักธุรกิจและการเข้าพักแบบครอบครัว

Rendition of Premier Corner Rooms

ภาพถ่ายห้องพรีเมียร์คอร์เนอร์

ห้องพักและห้องสวีทที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในการพักผ่อน

พบกับความหรูหรา หลากสไตล์ ในการตกแต่งห้องพักและห้องสวีท ที่มีให้บริการจำนวน 405 ห้อง รวมถึงห้องพักแบบ  Long-Stay Residence จำนวน 36 ห้อง ออกแบบมาเพื่อผสานความงามร่วมสมัยกับสุนทรียะแบบญี่ปุ่น ซึ่งเป็นความงามที่เหนือกาลเวลาได้อย่างลงตัว ทุกห้องพักตกแต่งอย่างพิถีพิถัน พร้อมห้องน้ำดีไซน์ทันสมัย และสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม อาทิเช่น เครื่องสุขภัณฑ์จากแบรนด์ TOTO  สมาร์ททีวี และเครื่องชงกาแฟ Nespresso ตระการตาไปด้วยแสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร วิวในฝันที่จะสร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่ผ่อนคลายในแบบที่เป็นคุณอย่างแท้จริง

ประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับเวิลด์คลาส

โรงแรมมีห้องอาหารเปิดให้บริการทั้งหมด 5 แห่ง แต่ละแห่งมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหาร Benkay ที่นำเสนออาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศในสไตล์ฟิวชั่นสุดสร้างสรรค์ ห้องอาหาร ICHO โดดเด่นด้วยศิลปะการปรุงอาหารญี่ปุ่นแบบเทปันยากิ หรือ SANUK ห้องอาหารนานาชาติที่ให้บริการแบบ All-Day Dining อิ่มอร่อยไปด้วยหลากหลายเมนูชั้นเลิศ พร้อมเพลิดเพลินไปกับขนมหวานรสชาติกลมกล่อมเสริฟพร้อมกาแฟและเครื่องดื่มหลากสไตล์ ที่ LA-MUN หรือจะดื่มค็อกเทล ชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมดื่มด่ำไปกับแสงไฟของมหานครยามค่ำคืนแบบพาโนรามาที่ TENKU 33 บาร์ลอยฟ้าบนชั้น 33 ของโรงแรมก็สามารถทำได้เช่นกัน

สัมผัสประสบการณ์สุดหรู ด้วยตัวคุณเองที่โรงแรมแกรนด์ นิกโก้ กรุงเทพฯ สาทร กับข้อเสนอสุดพิเศษ ในแพ็คเกจเปิดตัวโรงแรม “Commemorative Opening Package” ที่มาพร้อม

ข้อเสนอมากมายดังนี้

ระยะเวลาการจอง:

17 พฤศจิกายน 2568 – 1 มีนาคม 2569

ช่วงเวลาเข้าพัก:

1 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2569

ประเภทห้องพัก:

Superior / Deluxe / Premier Corner

ราคาเริ่มต้น:

6,500++ บาท/ห้อง/คืน

(ราคานี้ยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษี 7%)

สิทธิประโยชน์พิเศษ:

  • บริการอาหารเช้าทุกวันที่ห้องอาหาร All-Day Dining
  • เครดิตเงินคืนสูงสุด 1,500 บาทสุทธิ/ห้อง/คืน สำหรับใช้ในห้องอาหารใดก็ได้ (เฉพาะค่าอาหาร)
  • เช็คเอาท์ได้ถึงเวลา 16.00 น. (ขึ้นอยู่กับความพร้อมของห้องพักในวันนั้น)
  • ส่วนลดเพิ่ม 10% สำหรับสมาชิก One Harmony

สำรองห้องพักได้ที่:

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อการพักผ่อนแบบมีสไตล์

ท่ามกลางย่านเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ โรงแรมแกรนด์ นิกโก้ กรุงเทพฯ สาทร ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ที่มาพร้อมบรรยากาศอันสงบ ร่มรื่น เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมให้กับผู้เข้าพักทุกท่าน สิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ได้รับการออกแบบอย่างละเมียดละไม ใส่ใจในความต้องการที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ฟิตเนส รวมถึงสปาจากแบรนด์ divana® ที่ยึดปรัชญา “ที่ซึ่งสุนทรียศาสตร์ตะวันออกและคุณภาพเหนือระดับมาบรรจบกัน” เพื่อร่วมรังสรรค์การดูแลแบบองค์รวมจากธรรมชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาตะวันออก เพื่อคืนความสมดุลอย่างลึกซึ่งให้แก่ผู้ใช้บริการ

การประชุมและงานอีเวนต์ครบวงจร

ด้วยพื้นที่จัดงานที่หลากหลาย กว้างขวาง รวมถึงห้องบอลรูมขนาดใหญ่และห้องอเนกประสงค์ ที่ติดตั้งด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ส่งผลให้โรงแรมแกรนด์ นิกโก้ กรุงเทพฯ สาทร กลายเป็นสถานที่รองรับงานสำคัญต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ครบครัน ทั้งงานประชุมองค์กร งานสถานทูต งานแต่งงาน และงานสังสรรค์ทางสังคมต่างๆ

สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก One Harmony

แกรนด์ นิกโก้ กรุงเทพฯ สาทร ในฐานะหนึ่งในโรงแรมในเครือ Okura Nikko Hotels มอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก One Harmony  โดยสามารถสะสมคะแนนพร้อมรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ทั่วโลก สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โรงแรมแกรนด์ นิกโก้ กรุงเทพฯ สาทร

ที่ตั้ง:

117 ถนนสาทรใต้ ทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพฯ 10120

ห้องพัก:

405 ห้อง รวมถึงห้องพักระยะยาว 36 ห้อง

ห้องอาหาร:

ห้องอาหารญี่ปุ่นแบบ Fine Dining, ห้องอาหารญี่ปุ่นแบบเทปันยากิ, ห้องอาหาร All-Day Dining, Rooftop บาร์ และ ร้านกาแฟและขนมอบ

จัดเลี้ยง:

ห้องสาทร แกรนด์ บอลรูม ขนาด 422 ตร.ม. เพดานสูง 7.5 เมตร พร้อมหลากหลายห้องประชุม

สิ่งอำนวยความสะดวก:

นิกโก้ คลับ เลานจ์, ฟิตเนส, สปา สระว่ายน้ำกลางแจ้ง และคลับสำหรับเด็ก

การเดินทาง:

เดินเพียง 10 นาทีจาก BTS ช่องนนทรี

เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 40 นาที

เนื้อหาข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อความสะดวกในการอ้างอิง โดยฉบับภาษาต้นทางเป็นฉบับทางการ และเป็นฉบับที่มีผลทางกฎหมาย

ชมภาพเพิ่มเติมในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20251116318286/en


Duangnapa Saelieo
ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด
Grand Nikko Bangkok Sathorn
โทร: +66 (0) 2 078 8733
อีเมล: duangnapa.sa@bangkok.grandnikko.com

ยกระดับเอกสิทธิ์แห่งการเดินทาง: Hilton Honors เปิดตัวเส้นทางสู่สถานะ Elite ให้เร็วยิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัวสถานะระดับพรีเมียมใหม่ – Diamond Reserve

Logo

สิทธิประโยชน์เหนือระดับ ครอบคลุมทั้งการอัปเกรดห้องพักที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม การันตีขยายเวลาเช็คเอาท์ และบริการผู้ช่วยส่วนตัวสำหรับสมาชิก

  • ก้าวใหม่ของ Hilton Honors: วิวัฒนาการของโปรแกรมสมาชิกที่ได้รับรางวัลมากมาย มุ่งเน้นให้การเลื่อนระดับสถานะเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่ายิ่งขึ้น
  • เปิดตัว Diamond Reserve: ระดับสมาชิกใหม่ที่สะท้อนถึงการยอมรับสูงสุดและมอบเอกสิทธิ์ที่พิเศษยิ่งกว่าภายใน Hilton Honors
  • ปรับเกณฑ์ใหม่: สถานะ Diamond จะเข้าถึงได้เร็วขึ้น และสถานะ Gold จะก้าวขึ้นเป็นสถานะระดับกลางที่ทรงคุณค่าและน่าครอบครองที่สุดในปัจจุบัน
  • สิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์: สมาชิก Hilton Honors จะยังคงเพลิดเพลินกับสิทธิประโยชน์หลักที่ให้ความสำคัญและชื่นชอบเช่นเดิม

แมคคลีน รัฐเวอร์จิเนีย–(BUSINESS WIRE)–18 พฤศจิกายน 2025

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะ ตอบแทนความไว้วางใจ ในทุกย่างก้าวของการเดินทาง วันนี้ Hilton (NYSE: HLT) ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโปรแกรมสมาชิก Hilton Honors ที่ได้รับรางวัลมากมาย โดยในเดือนมกราคมนี้ Hilton จะเปิดตัวระดับสมาชิกขั้นสูงสุดในชื่อ “Diamond Reserve” ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์ที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น อาทิ Confirmable Upgrade Reward (สิทธิ์การยืนยันอัปเกรดห้องพักล่วงหน้า) ที่แลกใช้ได้ทันทีขณะจอง, การการันตีขยายเวลาเช็คเอาท์ (Late Check-out) ได้ถึงเวลา 16.00 น. และบริการผู้ช่วยส่วนตัวสำหรับสมาชิก

(Photo: Hilton) Committed to rewarding loyalty at every stage of the travel journey, Hilton announced exciting changes to its award-winning Hilton Honors loyalty program. (Waldorf Astoria New York)

(ภาพ: Hilton) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบความภักดีในทุกขั้นตอนของการเดินทาง Hilton ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นของโปรแกรมความภักดี Hilton Honors ที่ได้รับรางวัล (Waldorf Astoria New York)

ยิ่งไปกว่านั้น สถานะ Hilton Honors Gold จะกลายเป็นสถานะระดับกลางที่ทรงคุณค่าที่สุด โดยสมาชิกจะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์เดิมครบถ้วน รวมถึงการอัปเกรดห้องพัก (เมื่อมีห้องว่าง) และเครดิตอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมข้อเสนอที่ทำให้เลื่อนสถานะได้เร็วกว่าเดิม ในขณะที่สถานะ Diamond ก็ปรับเกณฑ์ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น พร้อมสิทธิประโยชน์ยอดนิยมที่สมาชิกชื่นชอบที่สุด

Chris Nassetta ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Hilton กล่าวว่า “สมาชิกแจ้งกับเราว่าพวกเขามองหาการยอมรับที่พิเศษยิ่งขึ้นและรางวัลที่มีความหมายตลอดการเดินทาง วันนี้เราภูมิใจที่ได้นำ Hilton Honors ก้าวสู่บทใหม่ ด้วยการมอบสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้ง่ายขึ้นและเพิ่มมูลค่าให้กับสมาชิกในโรงแรมของเราทั่วโลก ในยุคที่โปรแกรมสิทธิพิเศษของแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มดูคล้ายคลึงกัน เราเลือกที่จะสร้างความแตกต่างและเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Hilton Honors เพื่อสมาชิกทุกคน ตั้งแต่สิทธิ์การอัปเกรดที่เหนือกว่าสำหรับสมาชิกระดับ Elite ไปจนถึงวิธีใหม่ ๆ ในการเติมเต็มความฝัน พักผ่อน สะสม และแลกคะแนน ในเครือข่ายโรงแรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องกว่า 9,000 แห่งของเรา”

ปี 2026: เส้นทางสู่สถานะ Elite ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น Hilton มอบโอกาสให้นักเดินทางสัมผัสสิทธิพิเศษและความยืดหยุ่นได้ง่ายขึ้น ตอกย้ำให้ Hilton Honors และแอปพลิเคชัน Hilton Honors เป็นเพื่อนร่วมทางที่ทุกคนมองหา:

  • สถานะ Gold: ปรับลดเกณฑ์เหลือเพียงการเข้าพัก 25 คืนต่อปี (จากเดิม 40 คืน) โดยสมาชิกยังคงได้รับสิทธิประโยชน์หลัก เช่น การยืนยันอัปเกรดห้องพัก (เมื่อมีห้องว่าง), เครดิตอาหารและเครื่องดื่มรายวัน หรืออาหารเช้าแบบคอนติเนนตัล (ขึ้นอยู่กับแบรนด์และภูมิภาค) และโบนัสคะแนนสะสม 80%
  • สถานะ Diamond: ปรับลดเกณฑ์เหลือเพียง 50 คืนต่อปี (จากเดิม 60 คืน) สมาชิกยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วน อาทิ การยืนยันอัปเกรดห้องพัก (เมื่อมีห้องว่าง), เครดิตอาหารและเครื่องดื่ม หรืออาหารเช้า, สิทธิ์เข้าใช้เอ็กซิกคิวทีฟเลานจ์, การันตีห้องพัก 48 ชั่วโมง และโบนัสคะแนนสะสม 100%

จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ฮิลตันได้ปรับลดเกณฑ์ในการเลื่อนสถานะสู่ระดับ Gold และ Diamond ลง เริ่มตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ครอบคลุมทั้งจำนวนคืน จำนวนครั้งที่เข้าพัก และยอดใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์

ปลดล็อกเอกสิทธิ์ที่ดีที่สุดของ Hilton Honors

Diamond Reserve Diamond Reserve คือนิยามใหม่ของสถานะสูงสุด เป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศที่ออกแบบมาเพื่อนักเดินทางคนสำคัญที่สุดของ Hilton สำหรับสมาชิกที่สะสมการเข้าพักครบ 80 คืน และมียอดใช้จ่ายตามเกณฑ์ 18,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี สถานะอัลตราพรีเมียมนี้สะท้อนถึง ความผูกพันและความไว้วางใจ ที่มีให้กันอย่างแท้จริง

Mark Weinstein ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและหัวหน้าฝ่ายแบรนด์หรูของ Hilton กล่าวว่า “การสร้างความผูกพันที่ยั่งยืนไม่ใช่เรื่องง่าย เรารับฟังสมาชิกของเรามาตลอดหลายปี Diamond Reserve จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อยกย่องและตอบแทนผู้ที่ไว้วางใจให้ Hilton ดูแลการเดินทางของพวกเขา เราตระหนักดีว่าการยกระดับประสบการณ์การเข้าพักคือรากฐานสำคัญของการสร้างความประทับใจ เราจึงออกแบบชุดสิทธิประโยชน์ระดับอัลตราพรีเมียมนี้อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ทุกการพักผ่อนกับ Hilton พิเศษยิ่งขึ้นไปอีก”

เอกสิทธิ์ที่โดดเด่นของ Diamond Reserve

Confirmable Upgrade Rewards: สิทธิ์ในการล็อกการอัปเกรดห้องพรีเมียม รวมถึงห้องสวีท 1 ห้องนอน ได้ทันทีที่ทำการจอง (สำหรับการเข้าพักสูงสุด 7 คืน) ผ่านแอป Hilton Honors

  • สมาชิกจะได้รับสิทธิ์แรกเมื่อปรับสถานะเป็น Diamond Reserve และเลือกรับสิทธิ์เพิ่มเติมได้เมื่อสะสมครบ 120 คืน หรือครบ 30,000 คะแนน
  • สามารถใช้ได้ทั้งการเข้าพักแบบชำระเงินและแบบแลกคะแนน ณ โรงแรม Hilton ที่ร่วมรายการทั่วโลก รวมถึงแบรนด์หรูอย่าง Waldorf Astoria, Conrad, LXR และ Signia by Hilton

สิทธิประโยชน์พิเศษเพิ่มเติมจะสะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการปรับแต่งที่ราบรื่นที่นักเดินทางที่มีส่วนร่วม มากที่สุดของ Hilton ต้องการ:

  • การันตี Late Check-out 16.00 .: ขยายเวลาพักผ่อนหรือเตรียมตัวเดินทางต่อได้อย่างไร้กังวล
  • บริการผู้ช่วยส่วนตัว 24 ชั่วโมง: ทีมงานพิเศษที่ได้รับการฝึกอบรมมาโดยเฉพาะ พร้อมมอบความช่วยเหลือและดูแลแบบส่วนตัว
  • Premium Club Access: สิทธิ์เข้าใช้คลับเลานจ์ระดับพรีเมียมได้ฟรี (นอกเหนือจากเอ็กซิกคิวทีฟเลานจ์ปกติ) ซึ่งให้บริการอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศ และพื้นที่ทำงานส่วนตัว ในโรงแรมระดับหรูและไลฟ์สไตล์ของ Hilton
  • ลำดับความสำคัญในการอัปเกรด: สิทธิ์ได้รับพิจารณาการอัปเกรดห้องพักเป็นลำดับแรก (เมื่อยืนยันล่วงหน้า 3 วันก่อนเช็คอิน)
  • โบนัสคะแนน 120%: สะสมคะแนนได้รวดเร็วและคุ้มค่ากว่าที่เคยในทุกการเข้าพัก

สิทธิพิเศษและความยืดหยุ่นที่ยังคงอยู่

หัวใจสำคัญของ Hilton Honors คือทางเลือกที่หลากหลาย สมาชิกยังคงได้รับสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง อาทิ ไม่มีค่าธรรมเนียมรีสอร์ตสำหรับการเข้าพักที่ใช้คะแนนแลกเต็มจำนวน และความสามารถในการใช้คะแนนผสมเงินสดเพื่อความยืดหยุ่นสูงสุด หนึ่งในสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าที่สุดคือ Fifth Night Free (พักฟรีคืนที่ 5) เมื่อจองห้องพักมาตรฐานด้วยคะแนนสะสม ซึ่งมอบทั้งความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ยาวนานขึ้น

โลกแห่งการเดินทางที่กว้างใหญ่กว่าเดิม สมาชิก Hilton Honors มีโอกาสในการเติมเต็มความฝันและแลกรับประสบการณ์ได้มากขึ้น ผ่านพอร์ตโฟลิโอโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่และไลฟ์สไตล์กว่า 1,000 แห่ง รวมถึงการกลับมาของตำนานอย่าง Waldorf Astoria New York และโรงแรมบูติกที่มีเอกลักษณ์กว่า 450 แห่งจากพันธมิตรสุดพิเศษ Small Luxury Hotels of the World

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hilton Honors ได้ที่ stories.hilton.com/hiltonhonors หรือไปที่ www.hiltonhonors.com เพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้

เกี่ยวกับ Hilton

Hilton (NYSE: HLT) เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการบริการที่มีแบรนด์ระดับโลก 25 แบรนด์ ครอบคลุมโรงแรม 9,000 แห่ง และห้องพักกว่า 1.3 ล้านห้อง ใน 141 ประเทศและดินแดน ด้วยความมุ่งมั่นในการเติมเต็มวิสัยทัศน์ในการก่อตั้งเพื่อเติมเต็มโลกด้วยความอบอุ่นและแสงสว่างแห่งการบริการ Hilton ได้ให้การต้อนรับแขกมากกว่า 3 พันล้านคนตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี ในฐานะสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดในโลกอันดับ 1 จากการจัดอันดับโดย Great Place to Work และ Fortune โดย Hilton มุ่งมั่นที่จะสร้างวัฒนธรรมที่ดีที่สุดให้กับพนักงาน 500,000 คนทั่วโลก ซึ่ง Hilton ได้นำเทคโนโลยีชั้นนำของอุตสาหกรรมมาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพัก ซึ่งรวมถึง Digital Key Share การอัปเกรดห้องพักอัตโนมัติฟรี และความสามารถในการจองห้องพักแบบเชื่อมต่อที่ได้รับการยืนยันแล้ว ผ่านโปรแกรมสะสมคะแนน Hilton Honors ที่ได้รับรางวัล โดยสมาชิก Hilton Honors กว่า 235 ล้านคนที่จองโดยตรงกับ Hilton จะได้รับคะแนนสะสมสำหรับการเข้าพักในโรงแรม รวมถึงประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เงินไม่สามารถซื้อได้ด้วยแอป Hilton Honors ฟรี โดยแขกสามารถจองที่พัก เลือกห้องพัก เช็คอิน ปลดล็อกประตูด้วย Digital Key รวมถึงการเช็คเอาท์ ทั้งหมดนี้ทำได้จากสมาร์ทโฟน โปรดไปที่ stories.hilton.comดูข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อกับ Hilton ได้ที่ Facebook, X, LinkedIn, Instagram และ YouTube

เกี่ยวกับ Hilton Honors

Hilton Honors คือ โปรแกรมความภักดีสำหรับแขกที่ได้รับรางวัลของแบรนด์ระดับโลกของ Hilton ที่ประกอบด้วยโรงแรมกว่า 9,000 แห่งใน 141 ประเทศและเขตปกครอง โดยสมาชิก Hilton Honors ที่จองโดยตรงผ่านช่องทาง Hilton ที่กำหนด จะได้รับสิทธิประโยชน์ทันที ซึ่งรวมถึงแถบเลื่อนการชำระเงินที่ยืดหยุ่นซึ่งสมาชิกสามารถเลือกใช้คะแนนและเงินได้เกือบทุกรูปแบบเพื่อจองที่พัก ส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิก และ Wi-Fi มาตรฐานฟรี นอกจากนี้ สมาชิกยังสามารถใช้เทคโนโลยีแบบไร้สัมผัสได้เฉพาะผ่านแอป Hilton Honorsที่เป็นแอปชั้นนำในอุตสาหกรรม ซึ่งสมาชิกสามารถเช็คอิน เลือก และเข้าถึงห้องพักได้โดยใช้ Digital Key โดย Hilton Honors จะมอบทางเลือกหลายร้อยวิธีให้กับสมาชิกกว่า 235 ล้านคนในการสะสมและแลกคะแนน รวมถึงบัตรเครดิตร่วมแบรนด์ต่างๆที่เลือก ซึ่งสมาชิกสามารถแลกคะแนนสะสมเป็นห้องพักฟรี, ซื้อสินค้าบน Amazon, รับประสบการณ์สุดพิเศษ, การบริจาคเพื่อการกุศล และอื่นๆ อีกมากมาย โปรแกรมนี้เข้าร่วมได้ฟรี และผู้เดินทางสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ hiltonhonors.comเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hilton Honors ได้ที่ stories.hilton.com/hiltonhonors และติดตาม Hilton Honors ได้ที่ Facebook, X และ Instagram.

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20251118002486/en

Contacts

Lauren DeBettencourt
Hilton Honors Communications
lauren.debettencourt@hilton.com


The Bangkok Reporter