Mary Kay Inc. ยังทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างพลังสตรีผ่านการประชุมออนไลน์เสมือนจริง TIME’S UP ของ International Women’s Forum

Logo

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–19 พ.ค. 2563

Mary Kay Inc. ทำงานต่อเนื่องในการสนับสนุนผู้ประกอบการหญิง และการเสริมสร้างพลังอำนาจและความเป็นผู้นำทางความคิด ในฐานะผู้สนับสนุนชั้นนำสำหรับการประชุมฟอรัมสตรีสากล หรือ International Women's Forum (IWF) Virtual Cornerstone Conference 2020 โดยกำหนดดั้งเดิมจะถูกจัดขึ้นในวันที่ 13-15 พฤษภาคมในกรุงลอนดอน แต่มีเหตุให้การประชุมถูกเปลี่ยนเป็นรูปแบบดิจิทัลเนื่องจากการระบาดของ COVID-19 ทั้งนี้เนื้อหาและวิทยากรที่เปี่ยมประสบการณ์ที่แทบจะเหมือนของกำหนดการเดิมจะถูกออกอากาศไปทั่วโลกในรูปแบบเซสชันเสมือนที่จะได้รับการแชร์ทุกสัปดาห์ที่ https://www.iwforum.org/.

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูข่าวฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200519005709/en/

Carolyn Passey, General Manager, Mary Kay United Kingdom & Ireland (Photo: Mary Kay Inc.)

Carolyn Passey, ผู้จัดการทั่วไป, Mary Kay สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ (ภาพ: Mary Kay Inc.)

ในวันที่ 21 พฤษภาคม Mary Kay จะเข้าร่วมในเซสชันออนไลน์เสมือนจริง (virtual session)ในหัวข้อ“ สนทนากับ TIME'S UP UK หรือ Conversation with TIME’S UP UK ” เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นสำคัญ เช่น #MeToo และการเคลื่อนไหวของ TIME'S UP ที่มานำไปสู่การเปลี่ยนความคิดในเรื่องความปลอดภัยของผู้หญิงในวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ ตลอดจนถึงในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทั่วโลก โดย Carolyn Passey ผู้จัดการทั่วไปของ Mary Kay สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์จะเป็นผู้เปิดเซสชันที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทั้งนี้ TIME'S UP UK กำลังค้นหาวิธีเข้าไปทำงานในเรื่องนี้โดยคำนึงถึงเส้นแบ่งบาง ๆของเรื่องส่วนบุคคลและความเป็นมืออาชีพ พร้อม ๆ ไปกับการช่วยเหลือผู้ที่ค้นพบว่าตนเองมีความเสี่ยงและมีโอกาสในการถูกละเมิดในกองถ่าย

“ที่ Mary Kay เราสนับสนุนให้เกิดการเสริมสร้างพลังอำนาจและความเท่าเทียมทางเพศของผู้หญิง และเราได้ร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ที่มีภารกิจแบบเดียวกัน” Passey กล่าว “ในวันนี้ เนื่องจากวิกฤต COVID-19 ทำให้โอกาสเผชิญความเสี่ยงของผู้หญิงและความไม่เท่าเทียมทางเพศทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น1 เราตระหนักได้ว่าความเชื่อมั่นและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่เป็นมาสำหรับผู้หญิงในการเติบโตในการงานของพวกเขา สถานที่ทำงานควรเป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยและมีเกียรติสำหรับเราทุกคน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะสามารถทำให้สิ่งนี้หรือเรียกร้องให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ ฉันตั้งตารอที่จะได้อภิปรายในหัวข้อนี้กับผู้นำทางความคิดจากทั่วโลก”

วิทยากรในเซสชั่นนี้ยังรวมถึง:

  • Dame Heather Rabbatts ประธาน TIME'S UP UK กรรมการผู้จัดการของ Cove Pictures; ประธานของโรงละครโซโหและกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารของ Arts Alliance
  • Ita O’Brien ผู้ประสานงานชั้นนำของสหราชอาณาจักรและผู้ก่อตั้ง Intimacy on Set ซึ่งเป็น บริษัทของเธอซึ่งเธอได้พัฒนาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเกี่ยวกับความใกล้ชิดและการเปลือยในภาพยนตร์ โทรทัศน์ และในโรงละคร นอกจากนี้เธอยังทำงานผ่าน Intimacy on Set เพื่อฝึกอบรมผู้ประสานงานด้านความใกล้ชิด หรือ Intimacy Coordinators ทั่วโลก อีกด้วย

“เป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นกว่าเดิมที่จะต้องดำเนินการสนทนาเกี่ยวกับสภาพการทำงานที่ปลอดภัยและความเท่าเทียมกันสำหรับผู้หญิงในอุตสาหกรรมบันเทิงและอีกมากมาย ” Stephanie O'Keefe ซีอีโอของ IWF กล่าว “ในขณะที่โลกพัฒนาวิธีใหม่ ๆ ในการทำงานในบริบทที่คำนึงถึง COVID-19 ฉันหวังว่าจะมีกลยุทธ์ที่ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้หญิงจะสามารถกลับเข้าสู่สถานที่ทำงานได้อีกครั้งด้วยความมั่นใจว่าพวกเธอจะปลอดภัยและได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม Mary Kay เป็นผู้สนับสนุนความเสมอภาคทางเพศมาเป็นเวลานาน และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะต่อสู้กับพวกเขาต่อไปเพื่อทำให้แน่ใจว่าโลกจะมีความเท่าเทียมกันทางเพศมากกว่านี้”

ลิงค์สำหรับดูงานกิจกรรมจะมีอยู่ในเว็บไซต์ IWF และบนหน้า YouTube ในวันที่ 26 พฤษภาคม: https://www.youtube.com/channel/UCdLPNS7ai1_XHaqgEnhEjtg

1 บทสรุปนโยบายของเลขาธิการสหประชาชาติเกี่ยวกับผลกระทบของ COVID-19 ต่อสตรีวันที่ 9 เมษายน 2563

https://www.un.org/sites/un2.un.org/files/policy_brief_on_covid_impact_on_women_9_apr_2020_updated.pdf

พร้อมกับ บทความจากบล็อกโดย United Nations Foundation บทความบล็อกโดย Michelle Milford Morse กับGrace Anderson วันที่ 14 เมษายน 2563

https://unfoundation.org/blog/post/shadow-pandemic-how-covid19-crisis-exacerbating-gender-inequality/

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ฉีกกฎเกณฑ์แบบเดิมได้ก่อตั้งบริษัทด้านความงามของเธอมานานกว่า 56 ปี โดยมีเป้าหมายสามประการ คือ มอบโอกาสที่คุ้มค่าสำหรับผู้หญิง ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจต้านทานได้ และการทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ความฝันดังกล่าวได้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยมีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนในเกือบ 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทันสมัยเครื่องสำอางค์สี น้ำหอม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Mary Kay มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงและครอบครัวด้วยการร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ จากทั่วโลกโดยมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนการวิจัยโรคมะเร็ง การปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงภายในครัวเรือน การทำให้ชุมชนของเราสวยงาม และการส่งเสริมเด็ก ๆให้ทำตามความฝันของตน ดังนั้นวิสัยทัศน์อันดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ในคอนเซปท์ ก้าวไปด้วยกันทีละลิปสติกยังคงส่องสว่างนำทางต่อไป อ่านเพิ่มเติมได้ที่  MaryKay.com.

เกี่ยวกับ International Women’s Forum (IWF) and the Leadership Foundation

IWF เป็นองค์กรที่ผู้ที่เป็นสมาชิกต้องได้รับเชิญเท่านั้น เป็นองค์กรที่มีผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จและที่มีความหลากหลายจำนวนกว่า 7,000 คน จาก 33 ประเทศในหกทวีป IWF ส่งเสริมความเป็นผู้นำของผู้หญิงและความเท่าเทียมกันทั่วโลกโดยการเชื่อมโยงผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จทั้งในระดับโลกและในระดับท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน สมาชิกขององค์กรประกอบด้วยผู้บริหารที่ติดอันดับใน Fortune 500 ผู้นำรัฐบาลจากท้องถิ่นสู่ระดับผู้นำสูงสุด ผู้นำขององค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรระดับนานาชาติและผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษา และจากผลงานด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม www.iwforum.org.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200519005709/en/

ติดต่อ:

ฝ่ายการสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.

marykay.com/newsroom

972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com


Keio Plaza Hotel Tokyo ขอเสนอบุฟเฟ่ต์ขนมหวานสตรอเบอรี่ พร้อมวางมาตรการป้องกันไวรัสโคโรน่า

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–31 มี.ค. 2563

Keio Plaza Hotel Tokyo (KPH) หนึ่งในโรงแรมนานาชาติที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ที่ชินจุกุ โตเกียวได้จัดงานบุฟเฟ่ต์ขนมพิเศษที่มีชื่อว่า “Strawberry Dessert Buffet” เป็นเวลาสามเดือนที่ร้านอาหาร Jurin บนชั้นสองของโรงแรม  เนื่องจากความนิยมของกิจกรรมนี้เราตัดสินใจที่จะขยายเวลาไปถึง 31 พฤษภาคม 2563 และได้สร้างสรรค์ของหวานธีม “สตรอเบอร์รี่และนม” โดยเฉพาะ

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20200331005392/en/

Strawberry dessert buffet created in the theme of "Strawberries and Milk" will start from May 1 to May 31, 2020. (Photo: Business Wire)

บุฟเฟ่ต์ของหวานสตรอเบอร์รี่ที่สร้างขึ้นตามธีม “สตรอเบอร์รี่และนม” จะมีตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 พฤษภาคม 2563 (รูปภาพ : บิสิเนสไวร์)

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมทางโรงแรมจะนำเสนอธีมที่สี่ของชุด “สตรอเบอร์รี่และนม” พร้อมกับขนมพิเศษที่สร้างขึ้นจากการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างสตรอเบอร์รี่สดและนมเข้มข้นสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่  หนึ่งคุณสมบัติพิเศษของชุดสุดท้ายนี้ได้แก่ "การเปรียบเทียบรสชาติของวิปครีมโฮมเมด" ซึ่งมีวิปครีมที่ทำขึ้นอย่างพิถีพิถันโดยเชฟผู้ชำนาญของเราโดยใช้ครีมสดสามประเภท ได้แก่ ครีมไขมันต่ำสองชนิดและครีมน้ำตาลต่ำหนึ่งชนิด  คนทำขนมของเราจะเสิร์ฟขนมหวาน 30 ชนิดในบุฟเฟ่ต์บนจานแยกเพื่อให้สามารถถ่ายภาพที่ระลึกและยังเป็นหนึ่งในนโยบายป้องกันไวรัสโคโรน่าของเรา

นอกจากนี้ เราได้ดำเนินการมาตรการต่างๆ เพื่อคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของแขกในการป้องกันการแพร่ระบายของไวรัสโคโรน่า  เราได้ทำความสะอาดทั่วบริเวณร้านอาหาร เปลี่ยนภาชนะต่างๆ เป็นประจำ และมีพนักงานประจำที่ตามโต๊ะอาหารเพื่อบริการแขก 

ด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยและสุขภาพของแขกและพนักงาน เรามุ่งมั่นที่จะวางนโยบายป้องกันเพื่อมอบสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

คลังข่าวประชาสัมพันธ์

Keio Plaza Hotel

Keio Plaza Hotel Tokyo (KPH) ตั้งอยู่ในชินจูกุใจกลางเมืองหลวงของโตเกียว เป็นหนึ่งในโรงแรมชั้นนำระดับนานาชาติของญี่ปุ่น โรงแรมของเรามีร้านอาหารและบาร์กว่า 15 แห่ง  เราเป็นเจ้าภาพงานมากมายให้กับแขกทั้งในและต่างประเทศด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก การต้อนรับที่อบอุ่น และบริการที่เป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยให้แขกได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงประสบการณ์งานแต่งงานกิโมโน พิธีชงชา และอื่นๆ อีกมากมาย  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา YouTube, Facebook หรือ Instagram

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200331005392/en/

ติดต่อ:

Keio Plaza Hotel Tokyo
Keiko Kawashima, +81-3-5322-8010
Public Relations Manager (ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์)

โรงงานผลิตต่าง ๆ ของ Mary Kay ร่วมบริจาคผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ (hand sanitizer) เพื่อต่อสู้กับการระบาดของโรค COVID-19

Logo

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)– 27 มีนาคม 2563

Mary Kay Inc. ประกาศว่า บริษัทจะอุทิศห่วงโซ่อุปทานโลกของบริษัท และความสามารถในการผลิตทั่วโลกของบริษัทส่วนหนึ่ง เพื่อใช้ในการจัดทำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่กำลังเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก ผลิตภัณฑ์ชุดแรกที่ผลิตออกมาจะถูกนำไปบริจาคให้กับผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับการระบาดของเชื้อ COVID-19 ที่สุด

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200326005766/en/

David Holl, Chairman and CEO, Mary Kay Inc. (Photo: Mary Kay Inc.)

David Holl,ประธานและซีอีโอของ Mary Kay Inc. (ภาพ: Mary Kay Inc.)

“แม้ว่าเรากำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากการระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก แต่ทั้งโลกต่างก็กำลังหาทางปรับตัวเพื่อรับมือกับภัยในครั้งนี้” David Holl ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Mary Kay Inc. กล่าว “ การผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือเพื่อต่อสู้วิกฤติการณ์ในครั้งนี้เป็นวิธีที่เราจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ที่มีความใกล้ชิดต่อโรคและมีความเสี่ยงต่อโรคสูงที่สุด”

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ The Centers for Disease Control and Prevention (CDC) แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่เนื่องจากว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคจำนวนมาก จึงก่อให้เกิดการขาดตลาดของผลิตภัณฑ์ล้างมือที่มีคุณภาพตามที่ CDC แนำนำให้ใช้ ทั้งในระดับที่อยู่อาศัยและสถานพยาบาลต่าง ๆ

บริษัท Mary Kay ได้ทำงานอย่างหนักตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อเริ่มต้นการผลิต โดยเริ่มต้นจากการจัดหาวัตถุดิบ การกำหนดความพร้อมด้านบรรจุภัณฑ์ การเตรียมสายการผลิต จนไปถึงการทำให้แน่ใจว่าจะสามารถจัดส่งผลิตภัณฑ์ได้

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือชุดแรกจะถูกมอบให้กับมูลนิธิ Baylor Scott & White Dallas  โดย Baylor Scott & White เป็นระบบเครือข่ายการดูแลสุขภาพที่ไม่แสวงหากำไรที่ใหญ่ที่สุดในเท็กซัสและที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เครือข่ายประกอบด้วยโรงพยาบาลจำนวน 52 แห่ง สถานพยาบาลสำหรับผู้ป่วยมากกว่า 800 แห่ง แพทย์ที่พร้อมทำงาน 7,500 คน และพนักงานอีกกว่า 47,000 คน

“ในช่วงเวลาที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนเช่นนี้ ทีมแพทย์ที่แข็งขันของเรายังคงให้บริการผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ที่สุด” Kristi Sherrill Hoyl หัวหน้าฝ่ายนโยบายและเจ้าหน้าด้านที่ชุมชนของ Baylor Scott & White Health กล่าว “ เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการเกื้อหนุนจากนวัตกรรมของ Mary Kay ในการผลิตสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยและพนักงานของเรา เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ได้ทำงานกับองค์กรในชุมชนที่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างความแตกต่าง”

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ฉีกกฎเกณฑ์แบบเดิมได้ก่อตั้งบริษัทด้านความงามของเธอมานานกว่า 56 ปี โดยมีเป้าหมายสามประการ คือ มอบโอกาสที่คุ้มค่าสำหรับผู้หญิง ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจต้านทานได้ และการทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ความฝันดังกล่าวได้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยมีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนในเกือบ 40 ประเทศ Mary Kay ทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทันสมัยเครื่องสำอางค์สี น้ำหอม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Mary Kay มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงและครอบครัวด้วยการร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ จากทั่วโลกโดยมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนการวิจัยโรคมะเร็ง การปกป้องผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงภายในครัวเรือน การทำให้ชุมชนของเราสวยงาม และการส่งเสริมเด็ก ๆให้ทำตามความฝันของตน ดังนั้นวิสัยทัศน์อันดั้งเดิมของ Mary Kay Ash ในคอนเซปท์ ก้าวไปด้วยกันทีละลิปสติกยังคงส่องสว่างนำทางต่อไป อ่านเพิ่มเติมได้ที่  MaryKay.com.

เกี่ยวกับ Baylor Scott & White Health

ในฐานะที่เป็นเครือข่ายสุขภาพที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ใหญ่ที่สุดในรัฐเท็กซัส Baylor Scott & White Health ได้ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนในครอบครัวและชุมชน เครือข่ายการส่งมอบการดูแลแบบบูรณาการของที่นี่ยังรวมไปถึงแผนสุขภาพ Scott and White Health Plan,  สถาบันวิจัย Baylor Scott & White และพันธมิตรระดับคุณภาพที่หลากหลายของ Baylor Scott & White เครือข่ายของเราสามารถให้การดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับปฐมภูมิไปจนถึงการดูแลพิเศษทั่วทั้งเท็กซัสและผ่านจุดยุทธศาสตร์ (virtual touchpoints) ที่ได้รับรางวัลการันตี ด้วยการทำงานกับโรงพยาบาล 52 แห่งและจุดเชื่อมต่อมากกว่า 1,000 จุด รวมถึงศูนย์การแพทย์ที่เป็นที่ยอมรับในเมืองดัลลัสและเท็มเพิล ถ้าหากเทียบพื้นที่ให้บริการของเครือข่าย Baylor Scott & White Health กับรัฐรัฐหนึ่งในประเทศแล้ว จะถือว่ามันจะใหญ่เป็นลำดับที่แปด โดยสามารถดูแลประชากรได้มากกว่าประชากรรัฐจอร์เจียเสียอีก เครือข่าย Baylor Scott & White  ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นในฐานะองค์กรด้านการบำบัดรักษาของชาวคริสเตียนมีความภาคภูมิใจกับเกียรติยศที่สืบทอดมายาวนานนับศตวรรษด้วยความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงการเข้าถึงการรักษา ราคาที่เป็นธรรม และประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าทุกคน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชม BSWHealth.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200326005766/en/

ติดต่อ:

ฝ่ายสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.

marykay.com/newsroom

972.687.5332 or media@mkcorp.com


จากการวิเคราะห์โดย OAG การห้ามการเดินทางครั้งใหม่ส่งผลกระทบผู้โดยสารสายการบินเกือบ 2 ล้านที่นั่ง

Logo

10.9% ของเที่ยวบินระหว่างประเทศของสหรัฐฯ และ 16.9% ของผู้โดยสารที่มีกำหนดเดินทางระหว่างประเทศจะได้รับผลกระทบ

ลอนดอน & สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–12 มีนาคม 2563

OAG ผู้ให้บริการข้อมูลและข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก เผยแพร่บทวิเคราะห์ล่าสุดเกี่ยวกับผลกระทบทั่วโลกที่เกิดขึ้นในตลาดการเดินทางท่องเที่ยวทางอากาศจากการระบาดของโคโรนาไวรัส

การห้ามเดินทางจากยุโรปมายังสหรัฐอเมริกาจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก โดยจะส่งผลกระทบต่อ 10.9% ของสายการบินระหว่างประเทศทั้งหมด และ 16.9% ของผู้โดยสารที่มีกำหนดเดินทางระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาไปยังประเทศในกลุ่มเชงเกน โดยรวม เที่ยวบิน 6,747 เที่ยว และผู้โดยสารราว 2 ล้านที่นั่งจะได้รับผลกระทบในแต่ละเที่ยวการเดินทางตลอดสี่สัปดาห์ที่จะถึงนี้

สายการบินเดลต้าและสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลนส์เป็นสายการบินของสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบของทั้งสองสายการบินรวมกันมีถึง 31% สายการบินลุฟต์ฮันซาเป็นสายการบินยุโรปที่ได้รับผลกระทบสูงสุด (13%) สำหรับประเทศในยุโรปที่ได้รับผลกระทบสูงสุด ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งให้บริการเที่ยวบินคิดเป็น 57% ของเที่ยวบินทั้งหมดที่บินระหว่างกลุ่มประเทศเชงเกนและสหรัฐฯ

“ไวรัส COVID-19 ได้ทำให้เกิดการหยุดชะงักในวงกว้างที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในตลาดการเดินทางทางอากาศ” John Grant นักวิเคราะห์ด้านการบินอาวุโสของ OAG กล่าว “สถานการณ์ตอนนี้ไม่แน่นอนเอามาก ๆ เป็นเพราะข้อห้ามการเดินทางต่าง ๆ จำนวนและตารางของสายการบินที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน คาดว่าจะมีการยกเลิกเที่ยวบินจากสหรัฐฯ ไปยังยุโรปอีกจำนวนมหาศาลในวันอีกไม่กี่วันหลังจากนี้”

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 ในเดือนเมษายน 2563 นี้มีเที่ยวบินแบบเดินทางเที่ยวเดียวทั้งหมด 13,169 เที่ยวที่มีกำหนดเดินทางจากยุโรปไปยังสหรัฐฯ รวมทั้งจากสหราชอาณาจักร ประเทศที่มีเที่ยวบินกำหนดเดินทางสู่สหรัฐฯ มากที่สุดได้แก่สหราชอาณาจักร (4,121 เที่ยว) เยอรมนี (1741 เที่ยว) ฝรั่งเศส (1,570 เที่ยว) เนเธอร์แลนด์ (1,212 เที่ยว) และสเปน (851 เที่ยว)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปยังหน้าเว็บไซต์ของ OAG ที่ให้ข้อมูลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ที่: https://www.oag.com/coronavirus-airline-schedules-data

เกี่ยวกับ OAG

OAG เป็นผู้ให้บริการข้อมูลการเดินทางชั้นนำระดับโลกที่เสริมสร้างการเติบโตและนวัตกรรมของระบบนิเวศการเดินทางทางอากาศตั้งแต่ ปี 2472

OAG มีสำนักงานใหญ่ในสหราชอาณาจักรมีการดำเนินงานทั่วโลกทั้งในสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ลิทัวเนีย และจีน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดดูที่: www.oag.com และสามารถติดตามเราทาง Twitter ได้ที่ @OAG Aviation.

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่นี่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20200312005629/en/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ:
UK & ROW
Katy Ludwell
ผู้จัดการการตลาด
pressoffice@oag.com

ACI เผยสนามบินที่มอบประสบการณ์ดีที่สุดในโลกให้แก่ลูกค้า

Logo

มอนทรีออล–(บิสิเนสไวร์)–9 มีนาคม 2563

สภาสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศ (ACI) World ได้เปิดเผยผู้ชนะรางวัลบริการสนามบิน Airport Service Quality Awards

รางวัลดังกล่าวยกย่องสนามบินทั่วโลกที่มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดตามความเห็นของผู้โดยสาร

ในปีนี้ได้แจก 140 รางวัลแก่สนามบิน 84 แห่ง สามารถดูรายชื่อผู้ชนะทั้งหมดได้ที่นี่

ผู้ชนะอย่างหลายสมัยได้แก่ท่าอากาศยานนานาชาติอินเดียแนโพลิส กรุงปักกิ่ง สิงคโปร์ชางงี โตรอนโตเพียร์สัน ฟีอูมิชิโน่ของโรม ฉัตรปตี ศิวาจีของมุมไบ อินทิรา คานธีของนิวเดลี เซี่ยงไฮ้ผู่ตง และเชเรเมเตียโวของมอสโก

ปีนี้ผู้ได้รับรางวัลครั้งแรกได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติโคโตกา (อักกรา กานา) มังกาลอร์ (มังกาลอร์ อินเดีย) สุปาดิโอ (ปนตีอานัก อินโดนีเซีย) อาเลซันด์ (อาเลซันด์ นอร์เวย์) ฮิเอโร (วัลเวเด้ สเปน) เมลียา (เมลียา สเปน) ซานเซบาสเตียน (ซานเซบาสเตียน สเปน) โบโด (โบโด นอร์เวย์) อิซเมียร์ อัดนัน เมนเดอเรส (อิซเมียร์ ตุรกี) โคเปนเฮเกน (โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก) กาลาปากอส (กาลาปากอส เอกวาดอร์) แคปิตอล (แลนซิง สหรัฐอเมริกา) สนามบินสตอกโฮล์ม บรอมมา (สตอกโฮล์ม สวีเดน) และเซนต์จอห์น (เซนต์จอห์น แคนาดา)

“รางวัล Airport Service Quality Awards เป็นเกียรติที่สูงที่สุดสำหรับผู้ประกอบการสนามบินทั่วโลกโดยตระหนักถึงความเป็นเลิศในประสบการณ์ของลูกค้า” Angela Gittens ผู้อำนวยการ ACI World กล่าว

“ปีนี้มีผู้รับรางวัลมากมายจากทั่วโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งอุตสาหกรรมในการมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมแก่ลูกค้า

“การนำเสนอประสบการณ์ของลูกค้าที่ดีขึ้นเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่สำคัญในอุตสาหกรรมสนามบินที่มีการแข่งขันสูงขึ้น  โปรแกรม ASQ ทั่วโลกของ ACI เป็นโปรแกรมเดียวที่ไม่เพียง แต่ตระหนักถึงความเป็นเลิศเท่านั้น แต่ยังให้มาตรฐานและเกณฑ์การวัดที่เป็นกลางเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของสนามบิน

“เรามีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่าห้าสนามบินที่ชนะในหมวดหมู่ 'สนามบินที่ดีที่สุดตามขนาดและภูมิภาค Best airport by size and region (ต่ำกว่าสองล้านคนต่อปีในยุโรป)’ เป็นผู้ชนะรางวัล ASQ ครั้งแรกทั้งหมด”

Airport Service Quality เป็นโปรแกรมการวัดประสบการณ์การเป็นลูกค้าชั้นนำของโลกและโปรแกรมการเปรียบเทียบ  ในปี 2562 มีนักเดินทางกว่า 8 พัน 8 ร้อยล้านคนจากทั่วโลกเดินทางผ่านสนามบิน ASQ

สนามบินที่ชนะจะมารวมตัวกันในงานมอบรางวัล ASQ ซึ่งจะจัดขึ้นในงานกระสบการณ์ลูกค้า ACI Customer Experience Global Summit ที่เมือง คราโคว ประเทศโปแลนด์ในเดือนกันยายน

ติดต่อ:

Bojana Jeremic
Manager, External Relations ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์
อีเมล: mediarelations@aci.aero

ธนาคารซิตี้แบงก์ เปิดตัว “บัตรกดเงินสดซิตี้ เรดดี้เครดิต” โฉมใหม่ พร้อมสิทธิประโยชน์ใหม่ รับความคล่องตัวทุกการจับจ่าย

Logo

·        บัตรกดเงินสดซิตี้ เรดดี้เครดิต (Citi Ready Credit) บัตรเดียวจบครบทุกความต้องการเรื่องเงินสด เบิกถอนเงินสดฟรีค่าธรรมเนียม พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากร้านค้าชั้นนำมากมาย

      กรุงเทพฯ 19 กุมภาพันธ์ 2563 – ธนาคารซิตี้แบงก์ เผยโฉมรูปลักษณ์ใหม่ “บัตรกดเงินสดซิตี้ เรดดี้เครดิต” (Citi Ready Credit) ที่ได้ถูกออกแบบให้มีความทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงความเรียบง่าย อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของบัตรเอาไว้ โดยซิตี้ เรดดี้เครดิตเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของซิตี้แบงก์ ที่มาตอบโจทย์ครบทุกความต้องการเรื่องเงินสด ให้ลูกค้าเบิกเงินสดได้ทุกที่ทุกเวลาตามต้องการผ่านหลากหลายช่องทาง อาทิ การกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศ รวมถึงต่างประเทศโดยที่ไม่เสียค่าธรรมเนียม การรับเงินก้อนโอนเข้าบัญชีธนาคารภายใน 1 วันทำการ แล้วเลือกแบ่งจ่ายตามยอดขั้นต่ำ หรือแบ่งชำระเป็นรายเดือน ซึ่งทำรายการได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางซิตี้แบงก์ ออนไลน์ ซิตี้ โมบายล์ แอปพลิเคชั่น หรือผ่านทางเจ้าหน้าที่โดยช่องทางโทรศัพท์ โดยในปี 2563 นี้ยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษมากมายสำหรับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น การผ่อนชำระสินค้าหรือบริการผ่านระบบแบ่งจ่ายรายเดือน Citi PayLite เลือกผ่อนชำระ 0% หรือดอกเบี้ยสุดพิเศษนานสูงสุดถึง 48 เดือน รวมถึงรับสิทธิและบริการพิเศษด้านไลฟ์สไตล์หลากหลายในช่วงเวลาที่มีโปรโมชั่น หรือในเดือนเกิด ตลอดจนรับเครดิตเงินคืน เป็นต้น ทั้งหมดนี้เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการบริหารเงินสดในทุกโอกาส ให้ทุกความต้องการเป็นจริงได สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย หรือ www.citibank.co.th/ready-credit/citi-ready-credit

          มร. ซานดีพ บาตระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคลธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารซิตี้แบงก์ ได้มีการปรับรูปลักษณ์บัตรกดเงินสดซิตี้ เรดดี้เครดิต แบบใหม่ โดยมีการดีไซน์ตัวบัตรให้มีความทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงความเรียบง่าย อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของบัตรเอาไว้ ซึ่ง “บัตรกดเงินสดซิตี้ เรดดี้เครดิต” เป็นหนึ่งในบริการจากซิตี้แบงก์ ที่มาตอบสนองครบทุกความต้องการเรื่องเงินสด เปลี่ยนวงเงินให้เป็นเงินสดได้ง่าย ๆ ให้ทุกความต้องการเป็นจริง สำหรับลูกค้าซิตี้แบงก์ที่มีความต้องการใช้เงินสดหรือเงินก้อน โดยบัตรดังกล่าวสามารถใช้เบิกเงินสดได้ทุกที่ทุกเวลาตามต้องการ ผ่านการทำธุรกรรมทางการเงินหลากหลายช่องทาง อาทิ การกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศโดยที่ไม่เสียค่าธรรมเนียม รวดเร็วด้วยการเบิกเงินก้อนผ่านระบบซิตี้โฟน แบงก์กิ้ง หรือสั่งผ่านซิตี้แบงก์ ออนไลน์ หรือซิตี้ โมบายล์ แอป โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในประเทศไทยภายใน 1 วันทำการ โดยไม่ต้องยื่นเอกสารใหม่ อีกทั้งเพิ่มความมั่นใจปลอดภัยทุกการใช้จ่ายที่มากขึ้นด้วยเทคโนโลยีชิปการ์ด ทั้งหมดนี้เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการใช้เงินในทุกโอกาส

มร. ซานดีพ กล่าวต่อว่า นอกจากความคล่องตัวที่มอบให้ลูกค้าในการบริหารจัดการสภาพคล่องด้านเงินสดแล้ว “บัตรกดเงินสดซิตี้ เรดดี้เครดิต” ยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การผ่อนชำระสินค้าผ่านระบบแบ่งจ่ายรายเดือน “ซิตี้ เพย์ไลท์” (Citi PayLite) เลือกผ่อนชำระ 0% หรือดอกเบี้ยสุดพิเศษนานสูงสุดถึง 48 เดือน อีกทั้งลูกค้ายังสามารถรับสิทธิประโยชน์ ของกำนัล และบริการพิเศษด้านไลฟ์สไตล์หลากหลายในเดือนเกิด ตลอดจนรับเครดิตเงินคืน เมื่อมียอดกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มตามกำหนด ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนี้ธนาคารฯ ยังอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการชำระคืน โดยมีช่องทางการชำระคืนที่ไม่เสียค่าธรรมเนียมหลากหลายช่องทาง รวมถึงการชำระเงินผ่านทางโมบายล์ แอปพลิเคชั่น เพื่อให้วงเงินคืนกลับมาทันที พร้อมกันนี้ ซิตี้แบงก์ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาบริการด้านดิจิทัลต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าซิตี้ เรดดี้เครดิต ให้สามารถเปลี่ยนรหัสกดเงินสดได้ทันที ขอวงเงินเพิ่มชั่วคราว ตรวจสอบวงเงินคงเหลือ และรายการเคลื่อนไหวล่าสุดได้ง่ายๆ  ผ่าน “ซิตี้ โมบายล์ แอปพลิเคชัน” (Citi Mobile® Application)

            “บัตรกดเงินสดซิตี้ เรดดี้เครดิต บัตรเดียวจบครบทุกความต้องการเรื่องเงินสด เป็นบัตรที่มาตอบสนองการใช้ชีวิตให้กับลูกค้าซิตี้แบงก์ให้ได้รับความสะดวกสบายด้านความต้องการในการใช้เงินสดหรือเงินก้อน ช่วยสานฝันทุกความต้องการของลูกค้าให้เป็นจริงได้ เพราะธนาคารซิตี้แบงก์เข้าใจทุกความต้องการทางการเงินเป็นอย่างดี”

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมของตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล พบว่ายังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งจำนวนบัญชีและยอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับจำนวนบัญชีสินเชื่อส่วนบุคคล พบว่า มีอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 9.87 ในปี 2562 (เดือนกุมภาพันธ์ – เดือนตุลาคม 2562) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่ระดับร้อยละ 5.27 โดยปัจจุบันมีจำนวนบัญชีสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งสิ้น 15.49 ล้านบัญชี ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2562 ประกอบด้วยสินเชื่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์จำนวน 3.04 ล้านบัญชี คิดเป็น ร้อยละ 19.60 และกลุ่มนอนแบงก์จำนวน 12.45 ล้านบัญชี คิดเป็นร้อยละ 81.40 (ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย)

ในขณะที่อัตราการเติบโตสำหรับบัตรกดเงินสดซิตี้ เรดดี้เครดิตของธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ในปี 2563 คาดการณ์ยอดเติบโต 10% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย โดยกลุ่มเป้าหมายหลักมีอายุระหว่าง 25 – 45 ปี และส่วนใหญ่อยู่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล มร. ซานดีพ กล่าวทิ้งท้าย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย หรือ www.citibank.co.th/ready-credit/citi-ready-credit

#ธนาคารซิตี้แบงก์ #CitiReadyCredit #บัตรกดเงินสดซิตี้เรดดี้เครดิต #JCCOTH    

###

หมายเหตุถึงกองบรรณาธิการ

เกี่ยวกับ “ซิตี้”

ธนาคารชั้นนำของโลก ที่ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 200 ล้านราย ในกว่า 160 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก ซิตี้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลายให้กับลูกค้าบุคคล องค์กร ภาครัฐและสถาบันต่างๆ โดยธุรกิจหลักครอบคลุมการธนาคารและสินเชื่อเพื่อลูกค้าบุคคล (สายบุคคลธนกิจ) ธนาคารเพื่อองค์กรและการลงทุน (สายสถาบันธนกิจและวาณิชธนกิจ) ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ บริการธุรกรรมทางการเงินต่างๆ รวมถึงบริการบริหารความมั่งคั่ง ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.citigroup.com | ทวิตเตอร์: @Citi | ยูทูป: www.youtube.com/citi | บล็อก: http://new.citi.com | เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/citi | ลิงก์อิน: www.linkedin.com/company/citi

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน ติดต่อ

ธนาคารซิตี้แบงก์

วันวิสาข์ โคมินทร์

+662 079 3251

wanvisa.komindr@citi.com


Keio Plaza Hotel Tokyo ฉลองการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิและดอกซากุระด้วยการจัดดอกไม้ที่สวยงาม อาหารแสนอร่อย และศิลปะซากุระดิจิตอล

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–27 ก.พ. 2563

Keio Plaza Hotel Tokyo (KPH) หนึ่งในโรงแรมนานาชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในชินจูกุโตเกียวเตรียมจัดงานพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิและดอกซากุระด้วยรายการเมนูพิเศษในธีมดอกซากุระโดยเชฟแนวหน้าที่ร้านอาหารแปดแห่งของเราระหว่างวันที่ 1 มีนาคมถึง 30 เมษายน 2563  นอกจากการบานของดอกซากุระแล้วฤดูใบไม้ผลิยังเป็นฤดูที่เต็มไปด้วยกิจกรรมสำหรับหลายๆ คนที่เฉลิมฉลองโอกาสต่างๆ เช่นการเริ่มและจบการศึกษาและการเริ่มงานใหม่

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดีย อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200227005388/en/

A magnificent large flower arrangement using "Sakura" cherry blossoms will be displayed in the third floor main lobby to provide guests with a ideal location to take commemorative photographs from the beginning of April. (Photo: Business Wire)

ในล็อบบี้หลักบนชั้นสามจะปรากฏการจัดดอกไม้ขนาดใหญ่ที่งดงามโดยใช้ดอกซากุระจะในเพื่อให้แขกที่เข้าพักได้ถ่ายรูปที่ระลึกตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน (ภาพ: บิสสิเนสไวร์)

ในช่วงนี้จะมีการจัดดอกไม้ที่สวยงามโดยศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่น Hiroki Maeno ที่ล็อบบี้ชั้นสามและบริเวณทางเดินชั้นสองของโรงแรม  นักท่องเที่ยวจำนวนมากจากต่างประเทศมักเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิเพื่อชมดอกซากุระที่สวยงาม  และเนื่องจากดอกซากุระยังเบ่งบานในระยะเวลาสั้นๆ ประมาณหนึ่งสัปดาห์ อาหารพิเศษและงานจัดดอกไม้ของของจึงมีมาเพื่อยืดระยะเวลาที่แขกสามารถเพลิดเพลินกับดอกซากุระและถ่ายภาพที่ระลึกได้

ในร้านอาหาร “Jurin” ของเรานั้นบริษัท Restaurant, NAKED Inc., ที่ทำเกี่ยวกับประสบการณ์ของมนุษย์ การออกแบบพื้นที่ และงานสร้างสรรค์จะเข้าร่วมในกิจกรรมฤดูใบไม้ผลินี้โดยการสร้างวิดีโอฉายภาพคู่กับอาหารและเครื่องดื่ม  วิดีโอจะสื่อถึงช่วงเวลาวิเศษอันแสนสั้นของการบานของดอกซากุระและฤดูใบไม้ผลิ

เกี่ยวกับโรงแรม Keio Plaza

Keio Plaza Hotel Tokyo (KPH) ตั้งอยู่ในชินจูกุใจกลางเมืองหลวงของโตเกียว เป็นหนึ่งในโรงแรมชั้นนำระดับนานาชาติของญี่ปุ่น โรงแรมของเรามีร้านอาหารและบาร์กว่า 15 แห่งและเราเป็นเจ้าภาพงานมากมายให้กับแขกทั้งในและต่างประเทศ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก การต้อนรับที่อบอุ่น และบริการที่เป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยให้แขกได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงประสบการณ์งานแต่งงานกิโมโน พิธีชงชา และอื่นๆ อีกมากมาย  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา YouTube, Facebook หรือ Instagram

อ่านต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200227005388/en/

ติดต่อ:

Keio Plaza Hotel Tokyo
Keiko Kawashima, +81-3-5322-8010
Public Relations Manager (ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์)
keiko-kawashima@keioplaza.co.jp

จากรายงานของ OAG การพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่สามารถเทียบกับการเติบโตของการเดินทางทางอากาศที่พุ่งสูงขึ้นได้

Logo

การเพิ่มขึ้นของที่นั่งเครื่องบิน และต้นทุนต่อหนึ่งเก้าอี้ที่มีต่อหนึ่งกิโลเมตร หรือ ASKs อยู่ในระดับที่สูงกว่าการชดเชยคาร์บอน การลงทุนเชื้อเพลิงชีวภาพ และการลดการปล่อยก๊าซ

ลอนดอน–(BUSINESS WIRE)– 20 กุมภาพันธ์ 2563

OAG,ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชั้นนำของโลกในด้านข้อมูลการเดินทางและข้อมูลเชิงลึกได้ออกรายงานใหม่ในวันนี้ในหัวข้อ – How Green is Your Airline? หรือ สายการบินของคุณเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร โดยเป็นการสำรวจว่าอุตสาหกรรมการบินตอบสนองต่อแรงผลักดันที่เพิ่มขึ้นสำหรับการเดินทางทางอากาศ อย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง

“แม้ความสนใจของนักเดินทางจะเพิ่มขึ้นในเรื่องความยั่งยืน แต่โดยธรรมชาติของตลาดทำให้การสร้างผลกระทบมีความซับซ้อนและเกิดขึ้นได้ยากจริง ๆ ” John Grant นักวิเคราะห์อาวุโสของ OAG กล่าว “ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา จำนวนที่นั่งเครื่องบินเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 3.6 ต่อปีในขณะที่ต้นทุนต่อหนึ่งเก้าอี้ที่มีต่อหนึ่งกิโลเมตร หรือ available seat kilometers นั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 น่าเสียดายที่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่สายการบินและหน่วยงานกำกับดูแลได้สร้างขึ้นสู้การเติบโตของผู้โดยสารไม่ได้”

รายงานของ OAG ให้ข้อมูลเชิงลึกว่าด้วยเรื่อง:

  • สิ่งที่มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เช่น การชดเชยคาร์บอน ยังทำไม่สำเร็จ
  • ความซับซ้อนของการลดผลกระทบคาร์บอนในการเดินทาง
  • ความต้องการของตลาดเพื่อความยั่งยืนและความโปร่งใสของข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม
  • สายการบิน การเรียกร้องความเป็นกลางทางภูมิอากาศ และการฟอกเขียว (greenwashing)

OAG พบว่าเป้าหมายของอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น ที่มีการเผยแพร่โดย IATA ในปี 2552 ไม่ได้ก่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของการเดินทางทางอากาศที่ทำให้การปล่อยมลพิษจริงล้มเหลวเมื่อเทียบกับเป้าหมายสภาพภูมิอากาศ ในขณะที่สายการบินต่าง ๆ กำลังผลักดันเป้าหมายความเป็นกลางของสภาพภูมิอากาศอย่างแข็งขัน แต่กลยุทธ์หลายอย่างที่พวกเขานำไปใช้ เช่นการ ให้โอกาสแก่นักท่องเที่ยวที่จะจ่ายเงินเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไม่ได้ส่งผลกระทบใด ๆ

“การเดินทางทางอากาศอย่างยั่งยืนเป็นปัญหาที่ซับซ้อนมากและไม่มีทางออกง่าย ๆ ถึงแม้จะสนใจในเรื่องความยั่งยืน แต่ผู้บริโภคจะไม่หยุดบิน” Grant กล่าว “เครื่องมือปัจจุบัน เช่น เครื่องคิดเลขคาร์บอนไม่ได้ให้ข้อมูลที่เพียงพอสำหรับนักเดินทางเพื่อการตัดสินใจที่มีเหตุผลเพียงพอสนับสนุนและจำเป็นต้องมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสายการบินและเที่ยวบินใดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าของสายการบินอื่นทำให้ผู้บริโภคสามารถวิจัย ประเมิน และเลือกทางเลือกที่ยั่งยืนที่สุด”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมดาวน์โหลดรายงานได้ที่ How Green is Your Airline?

เกี่ยวกับ OAG

OAG เป็นผู้ให้บริการข้อมูลการเดินทางชั้นนำระดับโลกที่เสริมสร้างการเติบโตและนวัตกรรมของระบบนิเวศการเดินทางทางอากาศตั้งแต่ ปี 2472

OAG มีสำนักงานใหญ่ในสหราชอาณาจักรมีการดำเนินงานทั่วโลกทั้งในสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ลิทัวเนีย และจีน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดไปที่: www.oag.com และติดตามเราบน Twitter @OAG Aviation.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200219005905/en/

ติดต่อ:

Katy Ludwell

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด

pressoffice@oag.com

แมรี่เคย์เข้าร่วมสัมมนาโรคผิวหนังช่วงวัยที่ปาล์มสปริงส์

Logo

แดลลัส–(บิสิเนสไวร์)–14 ก.พ. 2563

Mary Kay Inc., บริษัทความงามระดับโลกและผู้นำนวัตกรรมการดูแลผิวได้สืบสานการสนับสนุนชุมชนความงามและวิทยาศาสตร์ของตนผ่านงานสัมมนาโรคผิวหนังช่วงวัย 2020 Generational Dermatology Palm Springs Symposium ในวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์

ประชาสัมพันธ์นี้มีมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200214005108/en/

Dr. Lucy Gildea, Chief Scientific Officer of Mary Kay Inc. (Photo: Mary Kay Inc.)

Dr. Lucy Gildea หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ของแมรี่เคย์อิงค์ (ภาพ: แมรี่เคย์อิงค์)

โรคผิวหนังช่วงวัย (Generational Dermatology) ที่ก่อตั้งโดย Dr. Wendy E. Roberts นั้นเป็นหลักการข้ามทศวรรษในการรักษาผู้ป่วยสูงอายุที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องที่ควบรวมวิชาผิวหนังทั้งด้านการแพทย์ ศัลยกรรม และความงาม  การประชุมสัมมนานี้มุ่งเน้นไปที่แพทย์ผิวหนังและผู้เชี่ยวชาญแขนงอื่นๆ ในทุกขั้นตอนของอาชีพ  ผู้เข้าร่วมจะได้พบกับนักวิชาการและผู้นำทางความคิดชื่อดังที่ Omni Rancho Las Palmas, Rancho Mirage

“ความมุ่งมั่นในด้านวิทยาศาสตร์การดูแลผิวหนังของเราไม่ใช่แค่การสร้างผลิตภัณฑ์ Mary Kay ใหม่ๆ” ดร. Dr. Lucy Gildea หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ของแมรี่ เคย์กล่าว  “การที่เรามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เช่น Generational Dermatology ช่วยให้เราสามารถแลกเปลี่ยนความคิดและนวัตกรรมใหม่กับแพทย์ผิวหนังและร่วมพัฒนาการดูแลสุขภาพผิวต่อไป  การประชุมครั้งนี้พิเศษสำหรับเราเพราะเป็นการเสริมสร้างเพื่อนร่วมงานด้านผิวหนังตลอดวิชาชีพของพวกเขา”

ฝ่ายการวิจัยและพัฒนาของแมรี่เคย์มุ่งมั่นที่จะค้นพบเทรนด์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจห้ามใจได้ที่ให้นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ด้านความงามแก่ผู้บริโภค  ทีมวิจัยและพัฒนานำโดย Dr. Lucy และประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ที่โดดเด่นจากทั่วโลกที่มีปริญญาเอกและปริญญาขั้นสูงต่างๆ เช่น ชีววิทยาผิวหนัง ชีววิทยาของเซลล์ เคมี ชีวเคมี และอีกมากมาย

Generational Dermatology เป็นเพียงกิจกรรมล่าสุดที่แมรี่ เคย์ให้การสนับสนุนในปี 2563 ร่วมกับกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการ โดยเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นที่ยาวนานของแบรนด์ในการพัฒนาการวิจัยและพัฒนาสุขภาพผิว  ทุกๆ ปีแมรี่เคย์ทำการทดสอบทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และส่วนผสมหลายแสนรายการเพื่อให้มั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัย คุณภาพ และประสิทธิภาพสูงสุด  แมรี่เคย์ถือครองสิทธิบัตรมากกว่า 1,500 รายการสำหรับผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ทั่วโลก  ในปี 2561 ทางบริษัทได้เปิดตัว โรงงานผลิตและวิจัยและพัฒนาที่ทันสมัย ที่มีมูลค่ากว่า $100 ล้านดอลลาร์ในลูอิสวิลล์ รัฐเท็กซัส

เกี่ยวกับแมรี่เคย์

โดยเป็นหนึ่งในผู้ที่ก้าวผ่านเพดานสังคมรายแรก แมรี่ เคย์ แอชได้ก่อตั้งบริษัทด้านความงามของเธอเมื่อ 56 ปีก่อนโดยมีเป้าหมาย 3 ประการคือ: มอบโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้หญิง สร้างผลิตผลิตภัณฑ์มีเสน่ห์ที่ไม่อาจห้ามใจได้  และทำให้โลกดียิ่งขึ้น   ความฝันดังกล่าวได้งอกงามเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยมีพนักงานขายอิสระหลายล้านคนในเกือบ 40 ประเทศ   แมรี่ เคย์ลงทุนกับการค้นคว้าวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ล้ำสมัย เครื่องสำอางสี และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและน้ำหอม   แมรี่ เคย์มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงและครอบครัวด้วยการร่วมมือกับองค์กรต่างๆ จากทั่วโลกโดยมุ่งเน้นที่การสนับสนุนการวิจัยโรคมะเร็ง การปกป้องเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว การสร้างความสวยงามให้กับชุมชนต่างๆ และการกระตุ้นให้เด็กๆ ทำตามความฝัน  วิสัยทัศน์ของแมรี่ เคย์ แอชยังคงส่องประกาย – ในลิปสติกทุกแท่ง  เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ MaryKay.com

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200214005108/en/

ติดต่อ:

Mary Kay Inc. Corporate Communications (แมรี่ เคย์อิงค์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร)
marykay.com/newsroom
972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com

Tommy Hilfiger ฉลองภูมิทัศน์แฟชั่นที่มีความครอบคลุมกลุ่มคนต่าง ๆมากขึ้นในการแข่งขัน Tommy Hilfiger Fashion Frontier Challenge รุ่นที่สอง

Logo

ผู้ชนะสองคนได้รับการคัดเลือกมาจากคณะผู้เชี่ยวชาญซึ่งรวมถึง คุณ Tommy Hilfiger คุณ Daniel Grieder ซึ่งเป็น CEO ของTommy Hilfiger Global และ PVH Europe และ Noor Tagouri ซึ่งเป็น นักข่าว นักกิจกรรมด้านสิทธิ และวิทยากร

อัมสเตอร์ดัม–(BUSINESS WIRE)– 14 กุมภาพันธ์  2563

Tommy Hilfiger ซึ่งมี PVH Corp.  [NYSE: PVH] เป็นเจ้าของ ได้ประกาศ ว่า Apon Wellbeing และ A Beautiful Mess เป็นผู้ชนะการประกวด Tommy Hilfiger Fashion Frontier Challenge ปี 2562 โดยมีผู้สมัครแข่งขันมากกว่า 400 รายการสำหรับโครงการระดับโลกครั้งที่สองนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจสตาร์ตอัพและธุรกิจขนาดขั้นตอนการพัฒนา หรือ scale-up stage ที่จัดหาโซลูชั่นที่ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่มและที่เป็นบวกในด้านแฟชั่น

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติเป็นมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20200213005895/en/

Shannon Keith (Sudara), Lisa Flynn (Sudara), Katrin Ley, Yasir Arafat (Apon Wellbeing), Steven Serneels, Saif Rashid (Apon Wellbeing), Daniel Grieder, Tommy Hilfiger, Martijn Hagman, Naz Kawan (A Beautiful Mess), Fleur Bakker (A Beautiful Mess) and Noor Tagouri (Photo: Business Wire)

Shannon Keith (ทีม Sudara), Lisa Flynn (ทีม Sudara), Katrin Ley, Yasir Arafat (ทีม Apon Wellbeing), Steven Serneels, Saif Rashid (ทีมApon Wellbeing), Daniel Grieder, Tommy Hilfiger, Martijn Hagman, Naz Kawan (ทีม A Beautiful Mess), Fleur Bakker (ทีม A Beautiful Mess) และ Noor Tagouri (ภาพ Business Wire)

“ที่ Tommy Hilfiger เรามุ่งมั่นที่จะไม่ทิ้งใครไปและจะต้อนรับทุกคน  ผมได้รับแรงบันดาลใจตั้งแต่เริ่มต้นจนจบมาจากกลุ่มผู้ประกอบการทางสังคมที่มีความสามารถที่มีนวัตกรรมที่กำลังทำให้ภูมิทัศน์แฟชั่นยั่งยืนและครอบคลุมคนกลุ่มต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น” Tommy Hilfiger กล่าว “ ผมภูมิใจที่ได้แสดงความยินดีกับผู้ชนะซึ่งได้แก่ Apon Wellbeing และ A Beautiful Mess นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นสำหรับบริษัทสตาร์ตอัพกลุ่มนี้และเราจะยังคงให้คำปรึกษาและส่งเสริมผู้ประกอบการเหล่านี้ที่มุ่งมั่นที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกในอุตสาหกรรมของเรา”

“ผู้ชนะของการแข่งขัน Tommy Hilfiger Fashion Frontier Challenge ครั้งที่สอง เป็นตัวแทนอนาคตของอุตสาหกรรมแฟชั่น” Daniel Grieder ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Tommy Hilfiger Global และ PVH Europe กล่าว “ ในขณะที่อุตสาหกรรมของเรายังคงพัฒนาอย่างรวดเร็วจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องร่วมมือกันทั้งในและนอกวงการแฟชั่น และนำนวัตกรรมที่มีความสามารถในการเปลี่ยนธุรกิจของเราให้ดีขึ้นมาใช้ ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะและผู้เข้ารอบสุดท้ายทุกคน”

Apon Wellbeing ได้รับรางวัล 75,000 ยูโร การขยายขนาดจากบังคลาเทศเปิดก่อให้เกิดร้านค้าราคายุติธรรมซึ่งมีของใช้จำเป็นภายในโรงงานทุกวันพร้อมผลิตภัณฑ์ที่มอบส่วนลด 10% จากราคาภายนอก และโครงการให้แต้มที่คนงานเก็บเอาไว้เพื่อรับประกันสุขภาพและบริการด้านสุขภาพฟรี

Saif Rashid ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ Apon Wellbeing ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการกล่าวว่า“ เมื่อคุณกำลังก่อร่างสร้างบริษัทในห่วงโซ่คุณค่าแฟชั่น การได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์อย่าง TOMMY HILFIGER ช่วยให้สตาร์ตอัพและสเกลอัพเติบโตและสร้างผลกระทบเชิงบวกได้มากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสนับสนุนเชิงกลยุทธ์และการเป็นที่ปรึกษาของ Tommy Hilfiger Fashion Frontier Challenge ตอบโจทย์นั้น การสนับสนุนของ TOMMY HILFIGER นั้นช่วยสร้างรูปร่างให้แก่ธุรกิจ กลยุทธ์ การสื่อสาร และวิธีคิดเกี่ยวกับอนาคตของเรา”

A Beautiful Mess สตาร์ตอัพสัญชาติเนเธอร์แลนด์  ได้รับรางวัล 75,000 ยูโร โดย Beautiful Mess ใช้พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในการสร้างความเป็นอิสระทางสังคมและเศรษฐกิจโดยการใช้การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายที่ยั่งยืน

“เราต้องการผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นเพื่อจุดประเด็นการขยายการผลิตแบบหมุนเวียน หรือ scale-up circular production initiatives และนั่นคือสิ่งที่ Tommy Hilfiger Fashion Frontier Challenge ได้นำเสนอ” Naz Kawan ผู้อำนวยการ Beautiful Mess Makerspace กล่าว “ วิธีการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการเป็นสิ่งจำเป็นหากเราต้องการเปลี่ยนอุตสาหกรรมซัพพลายเชน เรากำลังทำงานในแนวแฟชั่นแนวหมุนเวียนที่โปร่งใสและครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้วยการสนับสนุนของโครงการระดับโลกนี้”

ผู้ชนะยังได้รับการให้คำปรึกษาเป็นเวลาหนึ่งปีกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกของ Tommy Hilfiger และ INSEAD รวมถึงสถานที่ในโครงการ INSEAD Social Entrepreneurship Program (ISEP)

Sudara เป็นสตาร์ตอัพลำดับที่สามที่ได้รับโหวตให้เป็น "ขวัญใจผู้ชม" และได้รับรางวัล 10,000 ยูโร ทั้งนี้ Sudara ตั้งอยู่ในประเทศอินเดียและสหรัฐอเมริกา และเป็นบริษัท scale-up ชุดนอนและชุดลำลองที่พัฒนาทักษะระดับมืออาชีพด้านการเย็บผ้าสำหรับผู้หญิงที่หนีออกจากการค้ามนุษย์ได้ หรือที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกค้ามนุษย์ทางเพศ

“การแข่งขัน Tommy Hilfiger Fashion Frontier Challenge คือการใช้แฟชั่นเป็นแรงผลักดันในเชิงบวก ซึ่งพูดถึงวัตถุประสงค์ของแบรนด์ของเราโดยตรง” Shannon Keith ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Sudara Inc. กล่าว “ เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล 'ขวัญใจผู้ชม' เพราะมันแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เรากำลังทำเป็นไปในทิศทางเดียวกับของทีมที่ TOMMY HILFIGER ซึ่งมุ่งมั่นที่จะสร้างความแตกต่างในอุตสาหกรรมแฟชั่น”

ในกระบวนการหลายขั้นตอนที่ใช้เวลาหลายเดือนซึ่งเริ่มในเดือนพฤษภาคม 2562 ผู้สมัครกว่า 420 ราย ถูกลดจำนวนให้เข้ารอบแค่ 6 รายในรอบสุดท้าย ซึ่งได้รับเชิญให้พัฒนาและปรับปรุงแผนธุรกิจด้วยการสนับสนุนจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผู้ประกอบการทางสังคม โดยเฉพาะ ในช่วงกิจกรรมรอบชิงชนะเลิศของโครงการซึ่งจัดขึ้นที่ Campus of the Future ของ Tommy Hilfiger ในเมืองอัมสเตอร์ดัม Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้เข้ารอบสุดท้ายทั้งหกทีมได้ส่งแนวคิดของตนไปยังคณะลูกขุนที่มีชื่อเสียงซึ่งรวมถึง Mr. Tommy Hilfiger, Daniel Grieder ซึ่งเป็น CEO ของ Tommy Hilfiger Global และ PVH Europe, Noor Tagouri นักข่าว นักกิจกรรมและนักพูด, Martijn Hagman ซึ่งเป็น CFO ของ Tommy Hilfiger Global & COO, Tommy Hilfiger Global และ PVH Europe, Willemijn Verloop, ผู้ร่วมก่อตั้ง Social Impact Venture, Steven Serneels, ซีอีโอและสมาชิกคณะกรรมการ EVPA และ Katrin Ley กรรมการผู้จัดการ Fashion for Good

วิสัยทัศน์ของ Tommy Hilfiger คือการสร้างแฟชั่นที่ไม่ปล่อยให้ใครถูกทอดทิ้งและยินดีต้อนรับทุกคน ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพยายามในการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาวของแบรนด์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเข้าถึงทุกคนและวัฏจักรของแบรนด์ ที่ https://global.tommy.com/en_int/about-us-corporate-sustainability.

ขอเชิญเพื่อน ๆ และผู้ติดตามของแบรนด์ทุกคนร่วมการสนทนาบนโซเชียลมีเดียโดยใช้ #TommyHilfiger และ @TommyHilfiger.

เกี่ยวกับ Tommy Hilfiger

ด้วยพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ที่มีทั้ง TOMMY HILFIGER และ TOMMY JEANS จึงทำให้ TOMMY HILFIGER เป็นหนึ่งในแบรนด์ดีไซเนอร์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก โดยมุ่งเน้นการออกแบบและการตลาดเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายสำหรับบุรุษ เสื้อผ้าสตรี ชุดกีฬา เสื้อผ้าเด็ก เสื้อผ้าคอลเล็คชั่น ผ้ายีนส์ ชุดชั้นใน (รวมถึงชุดคลุม ชุดนอน และชุดลำลอง) รองเท้าและอุปกรณ์เสริม ที่มีคุณภาพสูง โดย Tommy Hilfiger นำเสนอผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์เสริม เช่น แว่นตา นาฬิกา น้ำหอม เครื่องแต่งกายกีฬา ชุดกอล์ฟและชุดว่ายน้ำ) ถุงเท้า เครื่องหนังชิ้นเล็ก ๆ สินค้าไลฟ์สไตล์ และกระเป๋าเดินทาง สายผลิตภัณฑ์ TOMMY JEANS ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ยีนส์และรองเท้าสำหรับผู้ชายและผู้หญิง เครื่องประดับ และน้ำหอม สินค้าภายใต้แบรนด์ TOMMY HILFIGER และ TOMMY JEANS มีให้บริการสำหรับผู้บริโภคทั่วโลกผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีกของ TOMMY HILFIGER และ TOMMY JEANS ตามห้างร้าน ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าปลีกออนไลน์บน tommy.com.

เกี่ยวกับ PVH Corp.

PVH ได้สร้างมาตรฐานของสไตล์ในฐานะหนึ่งในบริษัทแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เราเป็นแบรนด์ที่ขับเคลื่อนแฟชั่นไปข้างหน้ามาโดยตลอด ผลงานที่โดดเด่นของเรารวมถึงTOMMY HILFIGER, CALVIN KLEIN, Van Heusen, IZOD, ARROW, Speedo*, Warner’s, Olga และ Geoffrey Beene, ตลอดไปจนถึงแบรนด์ชุดชั้นใน True & Co. ที่มีความเป็นดิจิตอลสูง เราทำการตลาดสินค้าที่หลากหลายภายใต้แบรนด์เหล่านี้และเป็นที่รู้จักในระดับประเทศและต่างประเทศและเป็นแบรนด์ที่ได้รับอนุญาตลิขสิทธิ์ของตนเอง PVH มีพนักงานมากกว่า 38,000 คนในกว่า 40 ประเทศและมีรายรับต่อปีเกือบ 9,700 ล้านดอลลาร์ ทั้งหมดนี้คือพลังของ PVH

* Speedo เป็นแบรนด์ได้รับใบอนุญาตสำหรับอเมริกาเหนือและแคริบเบียนแบบถาวรจาก Speedo International Limited

ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20200213005895/en/

ติดต่อ:

Tommy Hilfiger

Baptiste Blanc

Sr. Director, Communications and Earned Media

อีเมล: Baptiste.Blanc@tommy.com

โทร: +31 62904 2334