“ซิตี้แบงก์” พาส่องความหวานให้โลกอิจฉากับ 10 ร้านขนม บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่ในอ้อมกอดตลอดเวลา

กุมภาพันธ์เดือนแห่งความรัก ไม่ว่ามองไปทางไหนบรรยากาศก็อบอวนเต็มไปด้วยความรัก ไม่ว่าจะรักแบบคู่รัก รักแบบเพื่อน รักแบบพี่น้อง รักครอบครัว หรือรักตัวเอง ไม่ว่าจะรักแบบไหน เชื่อว่าทุกคนก็ต่างต้องการความหวานเพื่อมาเติมเต็มหัวใจด้วยกันทั้งนั้น แน่นอนว่าเป็นเดือนแห่งความรักทั้งที ซิตี้แบงก์ ก็ไม่พลาด ที่จะพาทุกคนไปเติมความหวานให้ใจเต็มอิ่มกับ 10 ร้านขนมชื่อดัง ตลอดเดือนแห่งความรักนี้ จะมีร้านไหนให้ไปเช็คอินบ้างนั้น ไปชมกันเลย 

เริ่มต้นที่ใครอยากจะพาคนที่เรารักไปจิบชา ทานขนม ต้องไม่พลาดกับร้าน ทไวนิงส์ ที บูติก (Twinings Tea Boutique) ร้านชาชื่อดังที่อิมพอร์ตตรงจากประเทศอังกฤษ ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่สายดื่มชาต้องไม่พลาด สามารถพาคนที่รักไปสัมผัสประสบการณ์พิเศษวัฒนธรรมการดื่มชาตามแบบฉบับของชาวอังกฤษ ด้วยเครื่องดื่มพิเศษที่ผ่านการคัดสรร และปรุงด้วยความพิถีพิถัน รวมถึงเบเกอรี่และอาหารว่างเลิศรสที่จะสร้างความประทับใจได้อย่างแน่นอน โดยร้านตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 1 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

         Divana ForRest Cafe คาเฟ่ที่มาในธีมธรรมชาติ ท่ามกลางแมกไม้ นานาพันธุ์ พร้อมลิ้มรสอาหารไทยง่ายๆ สไตล์ลักซ์ชัวรี เพิ่มเติมลูกเล่นเข้าไปในอาหารให้มีความน่าสนใจ และน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่คอนเซ็ปต์มีความชัดเจน หากใครต้องการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ อิ่มทั้งท้อง และยังอิ่มเอมกับความผ่อนคลายของบรรยากาศภายในร้านที่ต้องมาลองสักครั้ง โดยร้านตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 1 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

            Divana Signature Café คาเฟ่ที่ยกสวนดอกไม้นานาชนิดมาวางไว้กลางห้าง ที่รอต้อนรับลูกค้าให้ได้เข้ามาสัมผัสกลิ่นธรรมชาติและดอกไม้ ไปพร้อมการลิ้มรสเมนูอาหาร ขนม เครื่องดื่มที่แสนอร่อย อีกทั้งแปลกใหม่ไม่เหมือนใครเพราะเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน อีกทั้งสามารถเดินดูผลิตภัณฑ์สปาที่มีให้เลือกมากมาย เรียกได้ว่าหากใครต้องการพาคนที่รักไปสัมผัสบรรยากาศอันแสนอบอุ่นต้องแวะเวียนไป โดยร้านตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 2 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงด้าน Crepes อย่างร้าน Crepes & Co โดยร้านนี้เป็นการผสมผสานอาหารจากหลากหลายสัญชาติ แน่นอนว่าเมนูของร้านเด่น คือเมนู Crepe ทั้งคาวและหวาน รวมถึงอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายตามใจชอบ เป็นอีกร้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมาะพาคนที่เรารักไปรับประทาน เพราะมีทั้งมุมโซฟาให้เลือกนั่งสบาย ๆ อีกทั้งมุมข้างนอกให้เลือกนั่งในช่วงเย็นๆ สัมผัสความร่มรื่นของต้นไม้รอบร้าน ที่ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศในการทานอาหารให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยมีสาขาหลังสวน และทองหล่อ ให้คุณพาคนที่รักไปเติมความหวานได้ตามสะดวก

           Chu Chocolate Bar & Cafe ร้านที่เต็มไปด้วยอาหาร และขนมอร่อย ๆ รวมถึงเครื่องดื่มสุดฟินมากมาย ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง เหมาะที่จะพาคนรัก เพื่อน หรือครอบครัว ไปนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มให้เพลิดเพลินได้เป็นอย่างดี โดยร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณตึก Exchange Tower อโศกนั่นเอง

           อีกหนึ่งร้านอาหารและเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสในตำนานอย่างร้าน Paul ที่พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนได้พาคนที่รักไปลิ้มลองรสชาติ อาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ที่ผ่านการคัดสรรและนำเข้าวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันจากประเทศฝรั่งเศส ไปพร้อมกับเสน่ห์ของความคลาสสิกภายใต้บรรยากาศร้านที่ดูหรูหรา

         Bar Storia Del Caffe คาเฟ่ที่เต็มไปด้วยความลงตัวทั้งสถานที่ รสชาติอาหาร รวมถึงสไตล์การตกแต่งที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศคลาสสิกแบบยุโรป หากใครชื่นชอบคาเฟ่สไตล์นี้ต้องไม่พลาด โดยสามารถเลือกนั่งได้ทั้งด้านในและด้านนอก ในส่วนของเมนูก็มีทั้งอาคารคาวหวาน รวมถึงเครื่องดื่มสุดแสนอร่อยที่รอต้อนรับผู้มาเยือนให้ไปลิ้มลองทั้งที่สาขาอารีย์ เพลินจิต และสุขุมวิท 57

         IHOP Mega Bangna ร้านอาหารที่เสิร์ฟแพนเค้กชื่อดังจากอเมริกา โดยร้านนี้ตกแต่งในบรรยากาศแบบแคลิฟอร์เนีย ที่ให้ความรู้สึกสดใสของแสงอาทิตย์และชายหาด สามารถไปพาคนที่รักไปลิ้มลองรสชาติทั้งอาหารคาวหวาน และเครื่องดื่มสุดแสนอร่อยได้

           ร้าน Soft bee สาขาเซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 เป็นร้าน soft ice cream สัญชาติเกาหลี แต่ไม่ได้ขายแค่ไอศกรีมเท่านั้น ยังมีขนมหวานยอดฮิตอย่างบิงซูหลากหลายรสชาติ รวมถึงเครื่องดื่มมากมายที่รอต้อนรับ เป็นอีกหนึ่งร้านที่เหมาะจะพาคนที่เรารักไปเติมความหวานกันให้เต็มอิ่มหัวใจแถมยังอิ่มท้องอีกด้วย

         Kad Kokoa (กาด โกโก้) คาเฟ่ที่คนรักโกโก้หรือช็อกโกแลตไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง โดยร้านนี้ทุกคนจะได้ดื่มด่ำไปกับเมนูขนมหวาน เครื่องดื่มมากมาย ที่ใช้ส่วนผสมจากเมล็ดโกโก้ที่ปลูกในเมืองไทย ที่สำคัญทุกคนยังจะได้เห็นขั้นตอนการผลิตช็อกโกแลตและจำหน่ายช็อกโกแลตแท่งที่ทำสดๆ ภายในร้านนี้อีกด้วย เรียกได้ว่าหากใครเป็นสายช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ต้องไปลอง โดยร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณซอยนราธิวาสฯ 17

         เป็นอย่างไรบ้างกับ 10 ร้านขนมชั้นนำที่ ซิตี้แบงก์ พาทุกคนไปเติมความหวานกัน โดยทั้ง 10 ร้านนี้ สำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ สามารถรับสิทธิพิเศษ อาทิ ส่วนลดค่าอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม หรือแลกรับขนม เครื่องดื่ม ฟรี ฯลฯ เป็นต้นได้ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ยังพบกับสิทธิประโยชน์พิเศษอื่น ๆ อีกมากมายที่คัดสรรเพื่อลูกค้าทุกคน โดยสามารถดูรายละเอียดได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “ซิตี้ โมบายล์ แอปพลิเคชัน” (Citi Mobile® Application) อีกด้วย

           สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย หรือที่ www.citibank.co.th

###

หมายเหตุถึงกองบรรณาธิการ

เกี่ยวกับ “ซิตี้”

ธนาคารชั้นนำของโลก ที่ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 200 ล้านราย ในกว่า 160 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก ซิตี้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลายให้กับลูกค้าบุคคล องค์กร ภาครัฐและสถาบันต่างๆ โดยธุรกิจหลักครอบคลุมการธนาคารและสินเชื่อเพื่อลูกค้าบุคคล (สายบุคคลธนกิจ) ธนาคารเพื่อองค์กรและการลงทุน (สายสถาบันธนกิจและวาณิชธนกิจ) ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ บริการธุรกรรมทางการเงินต่างๆ รวมถึงบริการบริหารความมั่งคั่ง ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.citigroup.com | ทวิตเตอร์: @Citi | ยูทูป: www.youtube.com/citi | บล็อก: http://new.citi.com | เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/citi | ลิงก์อิน: www.linkedin.com/company/citi

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน ติดต่อ

ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย

วันวิสาข์ โคมินทร์

+662 079 3251

wanvisa.komindr@citi.com

เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์  JC&CO PUBLIC RELATIONS

ณภัทร กาญจนะจัย / +668 1355 9221 / napatk@jcpr.co.th

นิกรณ์กานต์ วิจักษณ์ไพศาล / +669 7230 0528 / nikornkarnw@jcpr.co.th

MEDIA HOTLINE : 02-634-4557 / 6681-486-3407 (ฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์)

กสิกรไทย ยกระดับโมบาย แบงกิ้ง K PLUS ขึ้นแท่นเป็น “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม”

Logo

ธนาคารกสิกรไทย พัฒนาศักยภาพของแอปฯ K PLUS ที่ได้รับความนิยมมีคนใช้สูงถึง 7.5 ล้านราย เป็น        “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม” (Lifestyle Platform) ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต เปิดตัว 4 ฟังก์ชันหมัดเด็ดที่โดนใจทั้งลูกค้ารายย่อยและเจ้าของร้านค้า จ่ายเงินรวดเร็วด้วย Quick Pay QR Code แถมเลือกช้อปสินค้าหลากหลายประเภทได้บน K PLUS ซื้อขายได้สะดวกมากยิ่งขึ้นสำหรับเจ้าของร้านค้า K PLUS SHOP ด้วยฟังก์ชันขายและเรียกเก็บเงินผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมเสริมศักยภาพธุรกิจด้วยสินเชื่อบุคคล ตั้งเป้ากวาดลูกค้า K PLUS เพิ่มเป็น 10.8 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เป้าหมายของ K PLUS คือ การสร้างประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ ทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าที่เป็นเจ้าของร้านค้ารายย่อยต่าง ๆ ธนาคารจึงได้พัฒนาดิจิทัล เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการกับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการนำข้อมูลของลูกค้า (Big Data) มาวิเคราะห์เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจและปรับใช้กับกระบวนการหลังบ้าน เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง การให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลและธุรกิจ ทำให้การให้บริการผ่านแอปฯ K PLUS เข้าถึงความต้องการลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น

แอปฯ K PLUS ซึ่งได้รับความนิยมในการใช้งานมากที่สุด ปัจจุบันมียอดทำธุรกรรม 3 พันล้านรายการต่อปี มีปริมาณธุรกรรม 6.3 ล้านล้านบาท จากฐานลูกค้ามากถึง 7.5 ล้านราย และเป็นผู้เข้าใช้งานเป็นประจำ 80% โดยได้พัฒนา K PLUS ให้เป็น “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม” (Lifestyle Platform) ที่ใคร ๆ ก็ใช้ ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต รวมทั้งตอบสนองความต้องการของลูกค้ารายย่อยและเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็ก โดยได้เชื่อมโยงบริการของแอปฯ K PLUS SHOP เพื่อต่อยอดการเป็น  “ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม” ของ K PLUS ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งไตรมาสแรกของปีนี้ มีบริการใหม่รวม 4 ฟังก์ชัน ได้แก่

1) ฟังก์ชัน Quick Pay ลูกค้าสามารถจ่ายให้เงินกับร้านค้าได้รวดเร็วมากขึ้น  ไม่จำเป็นต้องล็อกอินเข้าระบบ แค่สแกนคิวอาร์โค้ดของร้านค้าที่ใช้ K PLUS SHOP สามารถจ่ายเงินได้ทันที ปัจจุบันมีลูกค้าใช้จ่ายด้วย QR Code ผ่าน K PLUS จำนวน 1.3 ล้านรายการ มีมูลค่าการทำธุรกรรม 811 ล้านบาท

2) ช้อปสินค้าบนแอปฯ K PLUS เปิดให้บริการในเดือนมีนาคมนี้ เป็นตลาดนัดออนไลน์ที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าหลากหลายประเภทได้บน K PLUS เป็นครั้งแรก เช่น ร้านค้าสินค้าเกษตรกรคุณภาพจากโครงการพรวนฝันและกลุ่มเกษตรกรจากจังหวัดต่าง ๆ  สินค้าจากผู้ประกอบการรายย่อยและกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงสินค้าจากพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร ทั้งบริการข่าวสารในรูปแบบดิจิทัล (Digital Content) และสินค้าอุปโภคบริโภค  ตั้งเป้าหมายส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้ากว่า 30 ล้านรายการภายในปีนี้ และมียอดการซื้อขายผ่านระบบอีมาร์เก็ตเพลสกว่า 600 ล้านบาทในระยะเวลา 1 ปีหลังจากเปิดให้บริการ

3) บริการสินเชื่อบุคคลบน K PLUS ธนาคารใช้ระบบคำนวณอัตราดอกเบี้ย โดยพิจารณาจากความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย ทำให้ธนาคารนำเสนอสินเชื่อส่วนบุคคล (K-Personal Loan) ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าผ่านแอปฯ K PLUS ในช่วงนี้ได้เริ่มทดลองกับกลุ่มลูกค้าที่ได้ตรวจสอบล่วงหน้า (Pre-Qualify) แล้วว่ามีเครดิตที่ดีในการทำธุรกรรมการเงิน โดยลูกค้าสามารถกดเข้าไปเลือกวงเงินที่ต้องการกู้ ระบบจะแสดงวงเงินกู้สูงสุดที่ลูกค้าสามารถกู้ได้ กดรับสินเชื่อได้ วงเงินกู้จะเข้าในบัญชีทันที

4) ในฝั่งของร้านค้า มีร้านค้าใช้แอปฯ K PLUS SHOP จำนวน 800,000 ร้านค้า มีจำนวนธุรกรรม 1.4 ล้านรายการ และมีมูลค่าการทำธุรกรรมรวม 1,100 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1 ล้านร้านค้าภายในสิ้นปีนี้ มุ่งเน้นให้ลูกค้าใช้คุ้นเคยกับการชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด จึงได้ขยายฐานร้านค้าไปยังกลุ่มธุรกิจรายย่อยที่ขายสินค้าหรือบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า การเดินทาง ล่าสุดได้พัฒนาฟังก์ชัน “ขายและเรียกเก็บเงินผ่านโซเชียลมีเดีย” (Social Payment) ให้ผู้ขายรับเงินจากลูกค้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค เมสเสนเจอร์, อินสตาแกรม, ไลน์, วอทแอพ ได้ทันที เพียงแค่ส่งบิลที่อยู่ในรูปแบบคิวอาร์โค้ดที่เป็นของร้านค้า ให้ลูกค้าสามารถชำระเงินผ่าน K PLUS หรือ  โมบายแบงกิ้งของทุกธนาคาร เพื่อซื้อสินค้าและบริการได้ทันที

ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยตั้งเป้าหมายมีผู้ใช้งานแอปฯ K PLUS เพิ่มเป็น 10.8 ล้านราย และแอปฯ K PLUS SHOP เพิ่มเป็น 1 ล้านร้านค้า ภายในสิ้นปี 2561




Interbrand นำเสนอราย งานแบรนด์ระดับโลกที่ดีที่สุดปี 2016: Apple และ Google ครองสองอันดับแ รก ในขณะที่ Tesla และ Dior ติดอันดับด้ว ย

Logo

นิวยอร์ก—(บิสิเนส ไวร์)–5 ตุลาคม 2016

Interbrand ที่ปรึกษาแบรนด์ชั้นนำ ได้จัดให้ Apple, Google และ Coca-Cola เป็นแบรนด์ 3 อันดับแรกที่มีมูลค่าและคุณค่ามากที่สุดในรายงาน Best Global Brands ปี 2016 ด้วยแบรนด์เกี่ยวกับยานยนต์และเทคโนโลยีเป็นผู้ติดอันดับมากที่สุด Tesla และ Dior ติดอันดับใน 100 ด้วย ในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ 17 รายงานได้เผยให้เห็นถึง Anatomy of Growth และแสดงให้เห็นถึงมุมมองของคนในอุตสาหกรรมที่อธิบายว่าแบรนด์ที่ดีสามารถทำให้ธุรกิจที่ดีโตได้อย่างไร

“ชัดเจนว่าแบรนด์ระดับโลกที่ดีที่สุดไม่ใช่เพียงเผชิญและผจญกับความเปลี่ยนแปลง แต่เป็นผู้ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงนั้น” Jez Frampton ซึ่งเป็น CEO ของโลก ของ Interbrand กล่าว “พวกเขาเข้าใจว่า Anatomy of Growth ของเขานั้นซับซ้อน มีเอกลักษณ์ และเป็นเรื่องส่วนตัว พวกเขามองมาข้างในและมองไปด้านนอก ขยายไปที่ตลาดใหม่ๆ และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นเพื่อการเติบโตของแบรนด์และธุรกิจ”

Apple และ Google ได้อันดับสูงสุดสี่ปีติดต่อกัน มูลค่าของแบรนด์ Apple เติบโต 5% อยู่ที่  $178,119 ล้านเหรียญ ในขณะที่มูลค่าของแบรนด์ Google ขึ้น 11% อยู่ที่ $133,252 ล้านเหรียญ Coca-Cola, Microsoft, Toyota, IBM, Samsung, Amazon, Mercedes-Benz และ GE ติด 10 อันดับแรก Dior และTesla ติดอันดับในรายงาน Best Global Brands นี้เป็นครั้งแรกที่ลำดับที่ #89 และ #100 ตามลำดับ

แบรนด์ที่เติบโตขึ้นติด 5 อันดับของโลก คือ Facebook (เติบโต 48%), Amazon (33%), LEGO (25%), Nissan (22%) และ Adobe (21%)

29 อันดับที่ได้ในรายงั้นนั้นเป็นของแบรนด์ด้านยานยนต์และเทคโนโลยี ค้าปลีกเป็นภาคส่วนที่เติบโตอันดับต้นๆ เพิ่มขึ้น 19% ตามด้วยภาคส่วนกีฬาและลักซ์ชัวรี่ ซึ่งทั้งสองได้เติบโตขึ้น 10%

แบรนด์ 100 อันดับได้รวมมูลค่าไว้ที่ $1,796,384 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 4.8% จากปี 2015 สำหรับการจัดอันดับ Top 100 และรายงานพร้อมการวิเคราะห์เจาะลึกในด้านการเติบโต ภาคส่วนธุรกิจและเทรนด์ของอุุตสาหกรรม สามารถรับชมได้ที่ www.bestglobalbrands.com

ระเบียบวิธี

รายงานประจำปีของ Interbrand ครั้งที่ 17 วิเคราะห์ว่าแบรนด์ช่วยทำให้ธุรกิจเตบโตได้อย่างไร จากการมอบความคาดหวังของลูกค้า ไปจนถึงการขับเคลื่อนมูลค่าทางเศรษฐกิจ ระเบียบวิธีนี้เป็นวิธีประเมินค่าแบรนด์เป็นครั้งแรกที่กลายมาเป็นการรับรอง ISO

การจัดอันดับนี้ขึ้นกับส่วนประกอบ 3 ประการที่ทำให้เกิดมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์:

    •    ประสิทธิภาพทางการเงินของผลิตภัณฑ์และบริการของแบรนด์

    •    บทบาทที่แบรนด์มีในการมีอิทธิพลในการเลือกของลูกค้า 

    •    ความแข็งแกร่งของแบรนด์ในการได้ราคาพรีเมียมและรับประกันรายได้ของบริษัท 

เกี่ยวกับ Interbrand

ที่ Interbrand เราเชื่อว่าจะองค์กรจะสามารถเติบโตได้เมื่อมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและให้ประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมกับลูกค้าได้ เราทำทั้งสองสิ่ง โดยผ่านการรวมกันระหว่างกลยุทธ์ ความสร้างสรรค์ และเทคโนโลยี ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโต สำหรับแบรนด์และธุรกิจของลูกค้าของเรา ด้วยเครือข่าย 29 ออฟฟิศใน 22 ประเทศ Interbrand เป็นแบรนด์เอเยนซี่ระดับโลก และผู้พิมพ์รายงานประจำปีที่ทรงอิทธิพลอย่าง Best Global Brands and Breakthrough Brands และ Webby Award-winning brandchannel โดย Interbrand เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเอเยนซี่ กลุ่ม Omnicom (NYSE:OMC)

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161004006720/en/

ติดต่อ:

Interbrand

Paola Norambuena, +1-212-798-7590

Chief Content Officer

paola.norambuena@interbrand.com

Light Reaction เปิดตัวในเวียดนาม

Logo

โฮจิมินห์ซิตี, เวียดนาม–(บิสิเนส ไวร์)–4 ตุลาคม 2016

– ธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระดับโลกรับประกันผลลัพธ์ผ่านโมเดลสื่อที่สร้างสรรค์และในรูปแบบของ Pay-for-Performance

Light Reaction ธุรกิจโฆษณาที่เน้นผลสัมฤทธิ์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Xaxis ประกาศวันนี้ในการเปิดการปฏิบัติงานที่เวียดนาม โมเดลสื่อแบบ pay-for-performance ของ Light Reaction ให้นักโฆษณาได้มีทางในการขับเคลื่อนให้ได้ผลลัพธ์แบบไม่มีความเสี่ยง เช่นเรื่องการขาย การสมัครสมาชิก และการมีส่วนร่วมกันในวิธีอื่นๆ โดยจ่ายเมื่อได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน และในวันนี้ที่เปิดตัวในเวียดนาม Light Reaction ได้มีในตลาด 32 แห่งทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง

Light Reaction ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดที่สามารถทำได้โดยการใช้ประโยชน์สูงสุดสำหรับปัจจัยหลักในการสร้างประสิทธิภาพที่รวมถึงเวลาในการเข้าถึงเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ในสถานที่และเวลาที่เหมาะสม และ placement ID ที่ให้จุดของสถานที่ที่ดีที่สุดบนเว็บเพจหรือแอพสำหรับเป้าหมายของแคมเปญที่เฉพาะเจาะจง

นอกจากเทคโนโลยีที่มากมายในการทำงาน ข้อมูลของ Light Reaction ทั้งหมด รวมถึงการใช้เครื่องมือและวิธีการได้มีการแลกเปลี่ยนอย่างเปิดเผยกับลูกค้า แสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่แม่นยำและการตัดสินใจที่นำไปสู่ผลลัพธ์

“Light Reaction ได้ทำให้นักโฆษณาของโลกได้รับผลลัพธ์ที่มีความหมาย โดยไม่มีความเสี่ยง รวมถึงความสามารถในการสเกลผลลัพธ์ในช่องทางต่างๆ ได้” Auke Boersma ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของเอเชียแปซิฟิคของ Light Reaction กล่าว “โฟกัสอยู่ที่การระบุถึงผู้เข้าชมที่สามารถให้ผลลัพธ์แง่บวกได้ในเวลาที่ถูกต้องเหมาะสมไม่ว่ากลุ่มผู้ชมจะรับสื่อจากช่องทางไหน ซึ่งจะเป็นการทำให้แบรนด์ได้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการได้รับการตอบรับจากลูกค้าในขณะที่สามารถเชื่อมโยงได้โดยตรงระหว่างโฆษณาและผลลัพธ์”

นอกจากการใช้ข้อมูลของผู้ชมที่เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สื่อที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงเทคโนโลยีโปรแกรมแบบเรียลไทม์ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Light Reaction เข้าได้กับช่องทางต่างๆ ผู้โฆษณาสามารถรันแคมเปญผ่านช่องทางหลากหลายเพื่อวัดผลลัพธ์ที่ไหนก็ได้ที่ต้องการ

“แทรฟฟิคเป็นสิ่งสำคัญ แต่ปัจจัยอย่างการขาย มาร์จิ้น และการดำเนินธุรกิจที่เกิดการซื้อต่อเนื่องเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดความสำเร็จทางธุรกิจ” Michel de Rijk ซึ่งเป็น CEO ของ Xaxis เอเชียแปซิฟิคกล่าว “ความงามของ Light Reaction คือพวกเราและโฆษณาของเรามีความชาญฉลาดขึ้น ผลลัพธ์ของผู้ชมได้รับการวัดว่าการส่งผ่านคุณค่าไปยังผู้ชมนั้นสำเร็จเพียงใดและสามารถส่งกลับมาที่ระบบเป็นดั่ง learning event ข้อมูลที่ส่งผ่านมานี้ทำให้เราสามารถพัฒนาความแม่นยำในการจับคู่ระหว่างผู้ชมและผลลัพธ์ที่ปราราถนาและมีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องเป็นมาตรฐาน”

เกี่ยวกับ Light Reaction

Light Reaction รับประกันผลลัพธ์ที่แท้จริงสำหรับแบรนด์โดยการรวมสื่อที่เป็นกรรมสิทธิ์ ข้อมูล และเทคโนโลยี วิธีการของบริษัทในการทำการตลาดเพื่อประสิทธิภาพได้เข้าถึงผู้บริโภคในช่องทางอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์ที่แท้จริงสำหรับแบรนด์ Light Reaction มีอยู่ใน 32 ตลาดทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lightreaction.com

เกี่ยวกับ Xaxis

Through the expert use of proprietary data and advertising technology along with unparalleled media relationships, Xaxis delivers results for over 3,000 clients in 46 markets across North America, Europe, Asia Pacific, Latin America and the Middle East. Advertisers working with Xaxis achieve exceptionally high return on advertising spend through the company’s proprietary media products, as well as through its specialist companies, Light Reaction and plista. For more information, visit www.xaxis.com.

Xaxis เป็นผู้ให้บริการด้านการซื้อสื่อแบบเลือกผู้ชมรายใหญ่ที่สุดของโลก ที่สามารถเชื่อมต่อนักโฆษณากับผู้ชมในทุกช่องทางที่เข้าถึง Xaxis ให้ผลลัพธ์กับลูกค้ากว่า 3,000 รายใน 46 ตลาดทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชียแปซิฟิค ลาตินอเมริกาและตะวันออกกลาง นักโฆษณาทำงานกับ Xaxis เพื่อได้สิ่งตอบแทนอย่างสูงในการใช้จ่ายเพื่อการโฆษณาผ่านผลิตภัณฑ์สื่อของบริษัท รวมถึงผ่านบริษัทที่เป็นผู้เชี่ยวชาญอย่าง Light Reaction และ plista สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมเวบไซต์ www.xaxis.com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161003006649/en/

ติดต่อ:

Harmonica / Xaxis

Peter Epstein หรือ Rabeeah Patail

+1-323-251-3567 หรือ +1-310-935-3886

peter@harmonica.co หรือ rabeeah@harmonica.co