ภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่น จากเกม Street Fighter เกมดังของ Capcom เริ่มถ่ายทำแล้ว!

Logo

– Capcom มุ่งหวังที่จะเพิ่มมูลค่าของ IP ด้วยกลยุทธ์ Single Content Multiple Usage –

OSAKA, Japan–(BUSINESS WIRE)–05 กันยายน 2025

Capcom Co., Ltd. (TOKYO:9697) ประกาศในวันนี้ว่า การถ่ายทำภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันที่ดัดแปลงมาจากซีรีส์เกมต่อสู้ยอดนิยม Street Fighter ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ด้วยความร่วมมือกับ Legendary Entertainment (Legendary) โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมทุนสนับสนุนโครงการ

Street Fighter Movie Title Logo

โลโก้ชื่อภาพยนตร์ Street Fighter

เพื่อเป็นการเพิ่มยอดขายทั่วโลกในธุรกิจซอฟต์แวร์วิดีโอเกมหลักสำหรับใช้ในบ้าน Capcom จึงส่งเสริมการสร้างแบรนด์ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนภายใต้กลยุทธ์ Single Content Multiple Use โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดัดแปลงคอนเทนต์เกมเป็นสื่อภาพ ถือเป็นโอกาสอันดีในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของ Capcom ให้กว้างไกลออกไปนอกกลุ่มผู้เล่นเกม

ในการถ่ายทำภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายเร็วๆ นี้ Street Fighter ขณะนี้ การคัดเลือกตัวละครหลัก ได้แก่ Ken, Ryu, และ Chun-Li ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว Capcom มุ่งมั่นที่จะยกระดับมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทให้สูงขึ้นไปอีก ด้วยการร่วมทุนกับ Legendary บริษัทที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์มากมาย

Capcom มุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะพัฒนาการใช้งานพอร์ตโฟลิโอของเนื้อหาเกมหลายแง่มุมตามกลยุทธ์ Single Content Multiple Usage

เกี่ยวกับ Legendary Entertainment

Legendary Entertainment เป็นโปรดักชั่นเฮ้าส์ชั้นนำที่มีฝ่ายดำเนินการสร้างภาพยนตร์ (Legendary Pictures) โทรทัศน์และสื่อดิจิตอล (Legendary Television and Digital Media) และการ์ตูน (Legendary Comics) รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกทั้งหมดในโปรดักชั่นที่เกี่ยวข้องกับ Legendary Pictures รวมถึงภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชั่นหลายเรื่องที่ใช้วิดีโอเกม มีมูลค่าโดยรวมประมาณ 21 พันล้านเหรียญสหรัฐ

 [ Street Fighter รายละเอียดภาพยนตร์]

ชื่อ

 Street Fighter

วันเข้าฉาย

16 ตุลาคม 2026

นักแสดงหลัก

 Ken: Noah Centineo
 Ryu: Andrew Koji
 Chun-Li: Callina Liang

นำแสดงโดย

Joe “Roman Reigns” Anoai, David Dastmalchian, Cody Rhodes,

 Andrew Schulz, Eric André, Vidyut Jammwal
 With Curtis “50 Cent” Jackson and Jason Momoa

นำแสดงโดย

Orville Peck, Olivier Richters, Hirooki Goto, Rayna Vallandingham,

Alexander Volkanovski, Kyle Mooney and Mélanie Jarnson

เกี่ยวกับ CAPCOM

Capcom เป็นนักพัฒนาชั้นนำทั่วโลก ผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายของ Interactive Entertainment สำหรับเกมคอนโซล เกมพีซี อุปกรณ์พกพา และอุปกรณ์ไร้สาย ก่อตั้งขึ้นในปี 1983 บริษัทสร้างเกมขึ้นหลายร้อยเกม รวมถึงแฟรนไชส์ที่เป็นที่รู้จักกันดี Resident Evil™, Monster Hunter™, Street Fighter™, Mega Man™, Devil May Cry™ และ Ace Attorney™ CAPCOM มีการดำเนินการในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และโตเกียว โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Capcom ได้ที่ https://www.capcom.co.jp/ir/english/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย  

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250905806122/en

Contacts

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ของ Capcom
+81-6-6920-3623

ที่มา: Capcom Co., Ltd.


การประชุม EmPOWER AI 2025 ผนึกกำลังนวัตกรรมด้านพลังงานและ AI ร่วมสร้างโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะแห่งอนาคต

Logo

ซีอีโอของ Glean จะบรรยายปาฐกถาสำคัญ พร้อมรับฟังมุมมองจาก Ameren IL, APS, OG&E, SMUD, NV Energy, Itron, Infosys, AWS และบริษัทอื่นๆ

ลอสอัลโตส, แคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–04 กันยายน 2025

Bidgelyจัดงานประชุมด้านข่าวกรองด้านพลังงานชั้นนำในชื่อว่า “EmPOWER AI” ในระหว่างวันที่ 16-18 กันยายน ณ เมืองนาปา รัฐแคลิฟอร์เนีย งานประชุมประจำปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมจากบริษัทระดับโลกกว่า 40 แห่ง เพื่อจุดประกายการสนทนาเชิงวิพากษ์ระหว่างผู้นำด้านสาธารณูปโภค ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล และผู้บริหารด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เกี่ยวกับบทบาทของ AI ที่กำลังปฏิวัติวงการนี้

Bidgely's EmPOWER AI, held September 16-18 in Napa, California, gathers over 40 global energy companies to explore how AI is revolutionizing the sector.

งาน EmPOWER AI ของ Bidgely จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 กันยายน ณ เมืองนาปา รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยรวบรวมบริษัทพลังงานระดับโลกกว่า 40 แห่ง เพื่อสำรวจว่า AI กำลังปฏิวัติวงการนี้อย่างไร

“งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับการนำเสนอความก้าวหน้าด้าน AI ระลอกใหม่ของเรา โดยปีที่แล้ว Bidgely ได้เปิดตัวผลงานอันล้ำสมัยของเราในด้าน AI เชิงสร้างสรรค์ ส่วนในปีนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสโซลูชัน AI ใหม่ล่าสุดอันทรงพลังของเราอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้ผู้นำมีความยืดหยุ่นมากกว่าที่เคยในการนำ AI มาใช้ในธุรกิจสาธารณูปโภคต่างๆ” Abhay Gupta ซีอีโอของ Bidgely กล่าว “เราแทบรอไม่ไหวที่จะแบ่งปันความสำเร็จอันน่าทึ่งของลูกค้าและเปิดเผยถึงอนาคตของอุตสาหกรรมพลังงาน”

งาน EmPOWER AI ปีนี้จัดขึ้นโดย PacifiCorp ผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาตะวันตก และเป็นพันธมิตรกับ Bidgely มายาวนาน ภายในงานจะประกอบด้วยหัวข้อต่างๆ เกี่ยวกับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการแยกส่วนพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI การแบ่งส่วนตลาดและการมีส่วนร่วมของลูกค้ายุคใหม่ รวมถึงการวางแผนโครงข่ายไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้า โดยหัวข้อเหล่านี้จะมีการพูดคุยอย่างเข้มข้นจากบริษัทสาธารณูปโภคชั้นนำและผู้เชี่ยวชาญของ Bidgely วิทยากรหลักของ EmPOWER AI ในปีนี้ คือ Arvind Jain ผู้มีวิสัยทัศน์ด้าน AI ในสถานที่ทำงานและซีอีโอของ Glean ซึ่งจะมาพูดคุยถึงแนวทางที่บริษัทสาธารณูปโภคสามารถกำหนดทิศทางของ AI ในอนาคต

“EmPOWER AI มอบพื้นที่พิเศษที่ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทุกอุตสาหกรรมมารวมตัวกันเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับนวัตกรรม และเรียนรู้จากประสบการณ์ AI ของกันและกัน” Shawn Grant ผู้อำนวยการฝ่ายโซลูชันลูกค้าของ PacifiCorp กล่าว “นี่คือการแลกเปลี่ยนแบบเปิดที่เร่งให้เราทุกคนก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น ตั้งแต่ขอบเครือข่ายไปจนถึงศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลง”

การสนทนาในระดับโลกกับ Local Insight

กิจกรรม EmPOWER AI ‘Insights Tour’ ใหม่ ที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2025 จะสิ้นสุดลงที่เมืองนาปา โดยรวบรวมบทสนทนาและข้อมูลเชิงลึกจากผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ณ สถานที่ต่างๆ ในแคนาดาและยุโรป กิจกรรมระดับภูมิภาคทั้งสองแห่งนี้ได้รวมตัวผู้ให้บริการสาธารณูปโภคและผู้บริหารเพื่อหารือเกี่ยวกับการทำลายกำแพงกั้นระหว่างลูกค้าและการวางแผนโครงข่ายไฟฟ้า โดยใช้กลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานการวัดขั้นสูง (AMI) 2.0 และ AI เชิงสร้างสรรค์ (GenAI) เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของโครงข่ายไฟฟ้าและการมีส่วนร่วมของลูกค้า

“ผมคิดว่า EmPOWER AI เป็นกิจกรรมที่โดดเด่น พวกเขาเชิญผู้คนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและมีปัญหาคล้ายกันในอุตสาหกรรมของตนเองจากทั่วโลกมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น” Sumit Verma รองประธานฝ่ายประสบการณ์ลูกค้าของ TAQA Distribution ในอาบูดาบี กล่าว “ปัญหาของบริษัทหนึ่งอาจเป็นทางออกของอีกบริษัทหนึ่งก็ได้”

การสร้างเครือข่ายผู้บริหารและการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา

การประชุม EmPOWER AI ของ Bidgely เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสโซลูชันล่าสุดสำหรับความท้าทายที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมสาธารณูปโภค การประชุมนี้ผสมผสานวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลเข้ากับการประยุกต์ใช้งานจริงที่ภาคสาธารณูปโภคกำลังใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ตลอดงานจะมีการแบ่งปันมุมมองจากองค์กรต่างๆ เช่น Ameren Illinois, APS, OG&E, SMUD, NV Energy, Avista, Itron, AWS, Infosys และองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมอื่นๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงาน

หัวข้อของเซสชันประกอบด้วย

  •  การย้ายลูกค้าจากขอบเครือข่ายไปสู่ศูนย์กลางแห่งนวัตกรรม
  •  เปลี่ยนโครงข่ายไฟฟ้าคงที่ของคุณให้เป็นระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ AI
  •  เร่งความสำเร็จของโครงการ EV ด้วย AI
  •  โหลดที่ชาญฉลาดขึ้น ใช้จ่ายอย่างชาญฉลาดขึ้น: พลิกโฉมการออกแบบ TOU และอัตราค่าบริการ
  •  จาก AMI สู่ AI: การออกแบบเพื่ออนาคตด้วยปัญญาประดิษฐ์แบบกระจาย
  •  การพัฒนาความเสมอภาคและความสามารถในการซื้อโดยใช้ข้อมูล
  •  การคาดการณ์และเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตของโครงข่ายไฟฟ้า 10 เท่า

เปิดลงทะเบียน EmPOWER AI 2025 แล้ว ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bidgely.com/empower-ai/

เกี่ยวกับ Bidgely

Bidgely คือบริษัท SaaS ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งกำลังเร่งสร้างอนาคตพลังงานสะอาด ด้วยการช่วยให้บริษัทพลังงานและผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับพลังงานโดยอาศัยข้อมูล โดยแพลตฟอร์ม UtilityAI™ ของ Bidgely นั้นขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของเราที่ได้รับการจดสิทธิบัตรที่จะแปลงข้อมูลของลูกค้าในหลากหลายมิติ เช่น การใช้พลังงาน ข้อมูลประชากร และปฏิสัมพันธ์ต่างๆ ให้เป็นข้อมูลเชิงลึกด้านพลังงานของผู้บริโภคที่แม่นยำและสามารถนำไปใช้ได้จริง เราใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อมอบคำแนะนำเฉพาะบุคคลให้กับลูกค้าแต่ละราย ซึ่งปรับให้เหมาะกับความต้องการส่วนบุคคลและไลฟ์สไตล์ คุณลักษณะการใช้งาน รูปแบบพฤติกรรม แนวโน้มการซื้อ และอื่นๆ โดย Bidgely กำลังพัฒนานวัตกรรมมิเตอร์อัจฉริยะด้วยโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลสำหรับโซลาร์เซลล์ (PV) การตรวจจับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) การปรับเปลี่ยนโหลดและการจัดการการชาร์จตามพฤติกรรมของรถยนต์ไฟฟ้า การขโมยพลังงาน การคาดการณ์โหลดระยะสั้น การวิเคราะห์โครงข่ายไฟฟ้า และการออกแบบอัตราการใช้งาน (TOU) โดยระบบวิเคราะห์พลังงาน UtilityAI™ ของ Bidgely นั้นสามารถมอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการผลิตและการบริโภค เพื่อการวางแผนและกำหนดรูปแบบการใช้พลังงานสูงสุด (Peak Load) ที่ดีขึ้น พร้อมให้คำแนะนำที่ตรงจุดสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่ม Bidgely ตั้งอยู่ที่ซิลิคอนแวลลีย์ มีสิทธิบัตรด้านพลังงานมากกว่า 16 ฉบับ เงินทุนกว่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลมากกว่า 30 คน และนำความหลงใหลใน AI มาสู่สาธารณูปโภค โดยให้บริการลูกค้าทั้งที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ทั่วโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bidgely.com หรือบล็อกของ Bidgely ที่ bidgely.com/blog

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250904069383/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Christine Bennett
Bidgely
press@bidgely.com

ที่มา: Bidgely

จาก EHR ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สู่การแชร์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ InterSystems Asia Healthcare Summit 2025 ชูอินโดนีเซียในฐานะผู้นำด้านสุขภาพดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Logo

ผู้นำระดับโลกและระดับท้องถิ่นรวมตัวกันที่จาการ์ตาเพื่อนำเสนอความก้าวหน้าที่กำลังพลิกโฉมการให้บริการด้านการดูแลสุขภาพและนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลทั่วทั้งภูมิภาค

จาการ์ตา, อินโดนีเซีย–(BUSINESS WIRE)–04 กันยายน 2025

InterSystems เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีข้อมูลเชิงสร้างสรรค์ที่บริหารจัดการข้อมูลสุขภาพมากกว่าหนึ่งพันล้านรายการทั่วโลก ได้จัดงาน Asia Healthcare Summit 2025 เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีผู้นำจากภาครัฐ ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ และภาคเทคโนโลยีสารสนเทศมากกว่า 200 ราย ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่นมาร่วมประชุม โดยได้ยกย่องอินโดนีเซียในฐานะสัญลักษณ์แห่งนวัตกรรมของการดูแลสุขภาพในเอเชีย ด้วยนโยบายที่ก้าวหน้า การลงทุนจากภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น และระบบนิเวศความร่วมมือที่เชื่อมโยงความเชี่ยวชาญระดับโลกเข้ากับนวัตกรรมในท้องถิ่น อินโดนีเซียกำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสุขภาพดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจุดประกายความก้าวหน้าด้านการดูแลผู้ป่วยที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

ระบบการดูแลสุขภาพของอินโดนีเซียกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในด้านความพร้อมทางดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยแผนงานการเปลี่ยนแปลงของกระทรวงสาธารณสุข และความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับข้อมูลที่เชื่อถือได้และทำงานร่วมกันได้ และระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI Terry Ragon, ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ InterSystems กล่าวว่า “เราอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านการประมวลผลในขณะที่เราเข้าสู่ยุค AI โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นศูนย์กลางของนวัตกรรม และในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ลูกค้าของเราได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังส่งมอบการดูแลระดับโลกให้กับภูมิภาคนี้ด้วยเทคโนโลยีของเราอย่างไร”

แม้จะมีแรงผลักดันที่แข็งแกร่ง แต่ภาคการดูแลสุขภาพของเอเชียยังคงเผชิญกับความท้าทายต่างๆ มากมาย รวมถึงระบบเดิมที่กระจัดกระจาย ความรู้ด้านดิจิทัลที่ไม่สม่ำเสมอ และความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล Luciano Brustia, กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ InterSystems กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงด้านการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องของอินโดนีเซียไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสำเร็จในระดับชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้กับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอีกด้วย ภาวะผู้นำที่มองการณ์ไกล ความร่วมมือในอุตสาหกรรม และความพร้อมที่จะนำเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและปรับขนาดได้มาใช้ กำลังจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้เกิดขึ้น”

โซลูชันในโลกแห่งความเป็นจริง ผลกระทบที่พิสูจน์แล้ว

InterSystems ได้สาธิตวิธีการที่แพลตฟอร์มข้อมูล InterSystems IRIS for Health™ ของบริษัท รวบรวมข้อมูลจากหลายระบบแบบเรียลไทม์เพื่อ “สื่อสารในภาษาเดียวกัน” ที่พร้อมสำหรับ AI และการวิเคราะห์โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเดิม แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้โรงพยาบาลต่างๆ พัฒนาระบบให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกิดการหยุดชะงัก ระบบบันทึกข้อมูลทางการแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ InterSystems TrakCare® ซึ่งใช้งานโดยโรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการชั้นนำหลายแห่งในอินโดนีเซีย ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มข้อมูลนี้ โซลูชันเหล่านี้ใช้มาตรฐานข้อมูลระดับโลก เช่น HL7® FHIR® ควบคู่ไปกับการสนับสนุนโครงการริเริ่มระดับชาติ เช่น SATUSEHAT

ในอินโดนีเซีย เทคโนโลยีของ InterSystems ได้ให้การสนับสนุนผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพชั้นนำมากมาย อาทิ Prodia, EMC Healthcare, Tzu Chi Hospital, EKA Hospital, Pondok Indah Group, Asia One Healthcare และ Bali International Hospital ความร่วมมือเหล่านี้ครอบคลุมเครือข่ายห้องปฏิบัติการระดับชาติและโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกระทรวงสาธารณสุขในการดูแลผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางและเชื่อมโยงถึงกัน

หนึ่งในไฮไลท์ของงานคือ EMC Healthcare ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในเอเชียที่นำ InterSystems Intellicare™ ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่มาใช้ โดยเป็นระบบ EHR แบบบูรณาการที่ขับเคลื่อนด้วย AI และสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มข้อมูลที่เชื่อถือได้ของ InterSystems เช่นกัน “IntelliCare ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้แพทย์ของเรามีเวลามากขึ้นในการให้ความสำคัญกับผู้ป่วย ในขณะที่ข้อมูลผู้ป่วยจะไหลอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว เพื่อการตัดสินใจที่รอบด้าน” กล่าวโดย Jusup Halimi, ซีอีโอของ EMC Healthcare

Don Woodlock, หัวหน้าฝ่ายโซลูชันการดูแลสุขภาพระดับโลกของ InterSystems ได้กล่าวถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของ InterSystems เพื่อตอบโจทย์การไหลเวียนข้อมูลอย่างราบรื่นในระบบการดูแลสุขภาพ ซึ่งรวมถึงโซลูชัน Unified Care Record ที่ได้รับรางวัล Best in KLAS ประจำปี 2025 ในยุโรป สาขา Shared Care Records/HIE โดยได้นำเสนอตัวอย่างความสามารถใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นของ AI เชิงตัวแทนที่กำลังจะเปิดตัวใน InterSystems IntelliCare ที่จะช่วยให้ผู้ให้บริการดูแลสุขภาพมีผู้ช่วยที่สามารถช่วยวางแผนและดำเนินงานต่างๆ เพื่อประหยัดเวลาและช่วยในการตัดสินใจที่ดีขึ้น

ปฏิวัติวงการการดูแลสุขภาพในอินโดนีเซีย

อีกหนึ่งไฮไลท์ของงาน ดร. Noel Yeo, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์และปฏิบัติการที่ Bali International Hospital ซึ่งเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายน 2025 ใจกลางเขตเศรษฐกิจพิเศษซานูร์ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ของบาหลีสำหรับการดูแลสุขภาพ ดร. Yeo ได้พูดคุยเกี่ยวกับวิธีที่โรงพยาบาลกำลังปฏิวัติการให้บริการดูแลสุขภาพในอินโดนีเซีย และบทบาทของ TrakCare ในการช่วยผลักดันขอบเขตใหม่ๆ ในการให้บริการดูแลสุขภาพ

การประชุมสุดยอดครั้งนี้มีการสาธิตผลิตภัณฑ์สดจาก InterSystems รวมถึงการให้คำปรึกษาด้วย AI และข้อมูลเชิงลึกของผู้ป่วย อวาตาร์ AI เพื่อสนับสนุนแพทย์ในการทำงานทั่วไป และการแบ่งปันข้อมูลที่ราบรื่นระหว่างภาคส่วนต่างๆ ของระบบนิเวศด้านสุขภาพและการดูแล ซึ่งช่วยเชื่อมช่องว่างระหว่างวิสัยทัศน์ด้านนโยบายและความเป็นจริงทางคลินิก โดยพันธมิตรด้านโซลูชันและบริการของ InterSystems จำนวน 10 รายได้ร่วมจัดแสดงใน Partner Pavilion รวมถึงกลุ่ม ST Engineering ซึ่งเป็นกลุ่มเทคโนโลยีระดับโลก การป้องกันประเทศ และวิศวกรรมที่เป็นพันธมิตรด้านการใช้งานและโซลูชันรายใหม่ล่าสุดของ InterSystems ในภูมิภาคอาเซียน

Tan Bin Ru, ประธานฝ่าย Enterprise Digital ของ ST Engineering กล่าวว่า “การผสานรวมระบบอัจฉริยะของเราเข้ากับแพลตฟอร์มข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพของ InterSystems ทำให้ศูนย์บัญชาการ AGIL® Care ของเราช่วยเสริมสร้างความสามารถในการทำงานร่วมกันของโรงพยาบาล ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และความยืดหยุ่นในการจัดการวิกฤตและการระบาดใหญ่”

InterSystems สรุปงานโดยแสดงความยินดีกับลูกค้าในเอเชียที่สร้างมาตรฐานใหม่ในด้านสุขภาพดิจิทัลด้วยการบรรลุการตรวจสอบขั้นที่ 6 หรือ 7 จาก HIMSS Electronic Medical Record Adoption Model (EMRAM) โดย Pondok Indah Hospital Group เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในอินโดนีเซียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน EMRAM ขั้นที่ 6 โดยในขณะนี้ได้บรรลุมาตรฐานขั้นที่ 7 แล้วสำหรับโรงพยาบาลทั้งสามแห่งในเครือ และ EMC Grha Kedoya เพิ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน HIMSS EMRAM ขั้นที่ 6 รวมถึงสถาบันหัวใจแห่งชาติมาเลเซียที่ได้กลายเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในมาเลเซียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน HIMSS EMRAM ขั้นที่ 6

โดยตัวแทนเห็นพ้องกันว่าการผสานรวมรข้อมูลที่ปลอดภัยและการนำระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้จะช่วยลดภาระงาน เร่งการวินิจฉัย และปรับปรุงการมีส่วนร่วมและผลลัพธ์ของผู้ป่วย โซลูชันเหล่านี้สนับสนุนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลอินโดนีเซียโดยตรงในการสร้างระบบนิเวศสุขภาพดิจิทัลที่ปลอดภัย ครอบคลุม และให้ความสำคัญกับผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง

วิทยากรเน้นย้ำว่าเส้นทางข้างหน้าจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างความทะเยอทะยานทางเทคโนโลยีกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีจริยธรรม การกำกับดูแลที่โปร่งใส ความปลอดภัยของข้อมูลที่แข็งแกร่ง และการดูแลที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ความพร้อมของอินโดนีเซียในการเป็นผู้นำนั้นเกิดจากการผสมผสานวิสัยทัศน์ของรัฐบาล ศักยภาพของภาคเอกชน และการเปิดกว้างต่อความร่วมมือระดับโลก

เกี่ยวกับ InterSystems

InterSystems เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีข้อมูลเชิงสร้างสรรค์ มอบรากฐานแบบครบวงจรสำหรับแอปพลิเคชันยุคใหม่สำหรับลูกค้าด้านการดูแลสุขภาพ การเงิน การผลิต และซัพพลายเชนในกว่า 80 ประเทศ แพลตฟอร์มข้อมูลของเราช่วยแก้ปัญหาด้านความสามารถในการทำงานร่วมกัน ความเร็ว และความสามารถในการปรับขนาดสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลก เพื่อปลดล็อกพลังของข้อมูลและช่วยให้ผู้คนรับรู้ข้อมูลได้อย่างสร้างสรรค์ โดย InterSystems นั้นก่อตั้งขึ้นในปี 1978 มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศด้วยการสนับสนุนลูกค้าและพันธมิตรทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน InterSystems เป็นบริษัทเอกชนและมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่บอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ มีสำนักงาน 38 แห่งใน 28 ประเทศทั่วโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.intersystems.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

รายชื่อผู้ติดต่อสื่อ
Lindsay Kiley
PR@intersystems.com

ที่มา: InterSystems

SBC Medical จะเข้าร่วมการประชุม H.C. Wainwright และการประชุม Emerging Growth ในเดือนกันยายน 2025

Logo

เออร์ไวน์, แคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–03 กันยายน 2025

SBC Medical Group Holdings Incorporated (Nasdaq: SBC) (“SBC Medical”) ผู้ให้บริการระดับโลกด้านบริการให้คำปรึกษาและบริหารจัดการที่ครอบคลุมแก่บริษัททางการแพทย์และคลินิกต่างๆ ประกาศว่าจะเข้าร่วมการประชุมนักลงทุนที่มีชื่อเสียงในหลายๆ งานตลอดเดือนกันยายน 2025 โดย SBC Medical จะนำเสนอข้อมูลจำนวนมากและจัดการประชุมแบบตัวต่อตัวกับนักลงทุนสถาบัน

สรุปการเข้าร่วมการประชุมนักลงทุนของบริษัทมีดังนี้:

  1.  การประชุม H.C. Wainwright
     วิทยากรหลัก: Hikaru Fukui (หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์)
     วันที่: 8 กันยายน 2025
     ลิงก์: https://hcwevents.com/annualconference/
     
     
  2.  การประชุม Emerging Growth (การนำเสนอขนาดใหญ่)
     วิทยากรหลัก: Yuya Yoshida (ผู้อำนวยการ, CFO, COO)
     วันที่: 25 กันยายน 2025 เวลา 9:05 – 9:35 น. ตามเวลาตะวันออก
     ลิงก์: https://goto.webcasts.com/starthere.jsp?ei=1717091&tp_key=c78a55764a&sti=sbc

เกี่ยวกับ SBC Medical

SBC Medical มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย และโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นเจ้าของและให้บริการด้านการจัดการและผลิตภัณฑ์แก่ศูนย์ความงาม บริษัทมุ่งเน้นการให้บริการด้านการจัดการที่ครอบคลุมแก่คลินิกแฟรนไชส์เป็นหลัก ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงความต้องการด้านการโฆษณาและการตลาดผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ (เช่น เครือข่ายโซเชียลมีเดีย) การจัดการพนักงาน (เช่น การสรรหาบุคลากรและการฝึกอบรม) การสำรองที่นั่งสำหรับลูกค้าของคลินิกแฟรนไชส์ ​​การช่วยเหลือเกี่ยวกับการเช่าที่พักและการเช่าสถานที่สำหรับพนักงานของแฟรนไชส์ ​​การก่อสร้างและการออกแบบคลินิกแฟรนไชส์ ​​การจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ (การขายต่อ) การจัดหาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางให้กับคลินิกแฟรนไชส์เพื่อขายต่อให้กับลูกค้าของคลินิก การอนุญาตให้ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ทั้งที่อยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตรและที่ยังไม่ได้จดสิทธิบัตร การใช้เครื่องหมายการค้าและตราสินค้า โซลูชันซอฟต์แวร์ไอที (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ทางไกล) การจัดการโปรแกรมสะสมคะแนนสำหรับลูกค้าของคลินิกแฟรนไชส์ ​​(โปรแกรมสะสมคะแนนสำหรับลูกค้า) และเครื่องมือการชำระเงินสำหรับคลินิกแฟรนไชส์

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sbc-holdings.com/  

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

SBC Medical Group Holdings Incorporated (เอเชีย)
Hikaru Fukui / หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ อีเมล: ir@sbc-holdings.com

ICR LLC (ในสหรัฐอเมริกา)
Bill Zima / หุ้นส่วนผู้จัดการ อีเมล: bill.zima@icrinc.com

ที่มา: SBC Medical Group Holdings Incorporated

MSP Sports Capital ยืนยันการขายหุ้น McLaren Racing ให้กับ McLaren Group Limited

Logo

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–02 กันยายน 2025

ตามที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ในวันนี้ McLaren Group Limited ได้เสร็จสิ้นการซื้อหุ้นของ MSP Sports Capital ใน McLaren Racing ซึ่งรวมถึงทีมฟอร์มูล่าวันด้วย

ธุรกรรมนี้จะช่วยให้ Bahrain Mumtalakat Holding Company และ CYVN Holding ซึ่งเป็นผู้ให้บริการยานยนต์ขั้นสูงและยานพาหนะเพื่อการลงทุนที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในอาบูดาบี สามารถเพิ่มส่วนแบ่งของตนและเข้าเป็นเจ้าของธุรกิจการแข่งรถยนต์อันโด่งดังของอังกฤษอย่างเต็มตัว

Mumtalakat จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต่อไป โดย CYVN Holdings จะถือหุ้นที่ไม่มีอำนาจในการควบคุม

การลงทุนของ MSP เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญของธุรกิจ โดยมอบเงินทุนสำคัญที่สนับสนุนความพยายามของบริษัทในการสร้างเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจในช่วงการระบาดของโควิด-19 การจัดหาเงินทุนสำหรับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการรักษาและสรรหาบุคลากรระดับโลก ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ด้วยการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น McLaren ได้กลับมาอยู่แถวหน้าในการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ฟื้นฟูขีดความสามารถในการแข่งขันในหลายๆ รายการ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจในระยะยาว.

Jahm Najafi, หุ้นส่วนและประธาน, MSP Sports Capital กล่าวว่า “ฟอร์มูล่าวันได้ก้าวมาสู่การเป็นแพลตฟอร์มสื่อและความบันเทิงระดับโลก ซึ่งส่วนหนึ่งต้องขอบคุณวิสัยทัศน์ของเจ้าของทีมที่ชาญฉลาดอย่าง McLaren Group Limited ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขับเคลื่อนนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องทุกปี ในกีฬาที่เราเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดเทียบได้ในแง่ของศักยภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับ Mumtalakat และทีม McLaren และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีส่วนร่วมในกีฬาอันน่าทึ่งนี้ต่อไปในฐานะผู้สนับสนุนที่กระตือรือร้น”

Jeff Moorad, หุ้นส่วนและซีอีโอ, MSP Sports Capital กล่าวว่า “ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการกีฬามายาวนานและเป็นเจ้าของทีมในลีกและแฟรนไชส์ระดับโลก Jahm และผมได้เห็นด้วยตนเองถึงสิ่งที่จำเป็นในการสร้างแบรนด์ที่โดดเด่นและวางตำแหน่งทีมให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน เมื่อเราลงทุนใน McLaren Racing เป้าหมายของเราคือการนำประสบการณ์ เงินทุน และความมุ่งมั่นเดียวกันนี้มาช่วยฟื้นฟูหนึ่งในแบรนด์ระดับตำนานของมอเตอร์สปอร์ต เราภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมกับพันธมิตรของเราในการเสริมสร้างรากฐานของ McLaren ทั้งในด้านความเป็นผู้นำ โครงสร้างพื้นฐาน และความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการได้เห็นทีมได้กลับมาต่อสู้เพื่อการเป็นแชมป์อีกครั้ง ด้วยการควบรวมกิจการในบาห์เรนและอาบูดาบี McLaren พร้อมแล้วสำหรับอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น และเรารอคอยที่จะส่งเสียงเชียร์ให้กับ Zak Brown, Andrea Stella, Lando Norris, Oscar Piastri และสมาชิกคนอื่นๆ ในทีม นอกจากนี้ เรายังขอขอบคุณเพื่อนๆ ของเราที่ UBS O’Connor และ Ares Capital Management พร้อมด้วยสำนักงานต่างๆ ที่เป็นเหมือนครอบครัวอีกหลายๆ แห่ง ที่ร่วมเดินทางไปกับเราในการเดินทางอันน่าเหลือเชื่อนี้”

ด้วยธุรกรรมนี้ MSP Sports Capital จะไม่ถือครองหุ้นใน McLaren Racing อีกต่อไป โดย Najafi ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการบริหารของ McLaren Racing และ Moorad ทั้งคู่จะออกจากตำแหน่งคณะกรรมการของ McLaren Racing

เงื่อนไขทางการเงินของธุรกรรมนี้เป็นความลับและจะไม่มีการเปิดเผย

เกี่ยวกับ MSP Sports Capital Partners

MSP Sports Capital Partners ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 โดย Jahm Najafi และ Jeff Moorad เป็นบริษัทลงทุนเอกชนในนิวยอร์กที่ลงทุนในหุ้นและสินเชื่อในระบบนิเวศกีฬาทั่วโลก บริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมและมีอิทธิพลในทีม ลีก และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกีฬาที่เกี่ยวข้อง การลงทุนในปัจจุบันประกอบด้วยการควบคุมหุ้นใน X Games และ X Games League ที่กำลังจะเกิดขึ้น และการถือครองหุ้นในสโมสรฟุตบอลยุโรป ได้แก่ Estoril Praia (โปรตุเกส), AD Alcorcón (สเปน), SK Beveren (เบลเยียม), FC Augsburg (เยอรมนี) และ Brøndby IF (เดนมาร์ก) บริษัทยังได้ลงทุนในสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตันในพรีเมียร์ลีกในปี 2023 ซึ่งประสบความสำเร็จในการถอนตัวออกไปในช่วงฤดูร้อนปี 2024

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Jim Hughes, ซีอีโอ, TrailRunner International
Maddie Kraft, ผู้อำนวยการ, TrailRunner International
MSPSportsCapital@trailrunnerint.com

ที่มา: MSP Sports Capital Partners

Abib เร่งขยายธุรกิจ K-Beauty ทั่วโลก ร่วมกับแอมบาสเดอร์ชา อึน-อู

Logo

โซล, เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–01 กันยายน 2025

แบรนด์ เค-คลีน บิวตี้ Abib (อาบิบ) ได้แต่งตั้งชา อึน-อูนักแสดงและนักร้อง ให้เป็นแอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่อย่างเป็นทางการ ปรัชญาของ Abib ที่ว่า “พลังแห่งความเรียบง่ายและสุนทรียศาสตร์แห่งการขจัดออก” สอดคล้องกับความสง่างามอันประณีตและความนิยมทั่วโลกของชา อึน-อูอย่างลงตัว ส่งผลให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในตลาดต่างประเทศ

CHA EUN-WOO has been appointed as the Global Ambassador of Abib (Photo: Abib)

ชา อึน-อูได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตแบรนด์ระดับโลกของ Abib (ภาพ: Abib)

นอกจากเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในเกาหลีแล้ว Abib กำลังขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศอย่างรวดเร็ว และได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ความงามระดับเมกะเจเนอเรชั่นใหม่ ด้วยชื่อเสียงในด้านการลดการระคายเคืองผิวและประสิทธิภาพสูงสุด Abib จึงได้รับความสนใจจากแพทย์ผิวหนังเพิ่มมากขึ้น ด้วยกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดียที่ร้อนแรงในหมู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ แบรนด์นี้จึงมุ่งมั่นที่จะยกระดับการรับรู้ทั่วโลกเกี่ยวกับ K-beauty (เครื่องสำอางเกาหลีใต้) ผ่านฐานแฟนคลับที่กว้างขวางของชา อึน-อู

คาดว่าการขยายธุรกิจไปทั่วโลกของ Abib จะได้รับความนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป ในประเทศเวียดนามและไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ ชา อึน-อูได้รับความนิยมอย่างสูง ผลิตภัณฑ์ของ Abib มีวางจำหน่ายทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ผ่าน Shopee (ช้อปปี้) และ Beautrium (บิวเทรียม) ส่วนในยุโรป กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของ Abib จะเปิดตัวกับร้านค้าปลีกชั้นนำ เช่น Flaconi (ฟลาโคนี) จากเยอรมนี และ Gold Apple (โกลด์ แอปเปิ้ล) จากรัสเซีย

ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ชา อึน-อูสะท้อนเสน่ห์ระดับโลกด้วยภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและการยอมรับในระดับสากล ด้วยผลงานที่หลากหลายในวงการบันเทิง ทั้งละครโทรทัศน์และเพลง ทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในศิลปินระดับโลกชั้นนำของยุคสมัย เสน่ห์อันประณีตแต่แฝงไว้ด้วยความเรียบง่ายของเขาเข้ากันได้อย่างลงตัวกับเอกลักษณ์แบรนด์ของ Abib ทำให้เขาเป็นตัวแทนที่สมบูรณ์แบบบนเวทีโลก

Abib ยังคงได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภคทั่วโลกที่แสวงหาผลิตภัณฑ์ความงามที่บริสุทธิ์และสมบูรณ์แบบที่สุด ในเอเชีย แผ่นมาส์กและโทนเนอร์แผ่นเป็นยอดขายสูงสุด ขณะที่ในสหรัฐอเมริกา กันแดดแบบแท่งและแผ่นมาส์กใต้ตาเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโต ที่โดดเด่นคือ Airy Sunstick (แอร์รี่ ซันสติ๊ก) ของ Abib ติดอันดับ 4 ในหมวดหมู่ “ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด” โดยรวมของ Amazon ในปี 2024 ซึ่งตอกย้ำความสามารถในการแข่งขันระดับโลก ในอนาคต Abib วางแผนที่จะดึงดูดผู้บริโภคต่างประเทศให้มากขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เน้นส่วนผสมอย่างพลูคาว PDRN และกลูตาไธโอน

Instagram | TikTok @abib.global 

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250901885507/en

Contacts

ติดต่อ

Abib
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์
คามิลล์ ยู
camille@fourco.co.kr

ที่มา: Abib

Toshiba เปิดตัว SiC MOSFETs รุ่นที่ 3 ขนาด 650V ในแพ็กเกจ TOLL

Logo

– 3 อุปกรณ์ใหม่ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพ และความหนาแน่นพลังงานของอุปกรณ์อุตสาหกรรม –

คาวาซิกิ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–28 สิงหาคม 2025

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) เปิดตัว SiC MOSFETs ขนาด 650V จำนวน 3 ตัวที่มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุด[1] ชิป SiC MOSFET รุ่นที่ 3ในแพ็กเกจ TOLL แบบติดตั้งบนพื้นผิว อุปกรณ์รุ่นใหม่ที่เหมาะกับเครื่องจักรอุตสาหกรรม เช่น แหล่งจ่ายไฟแบบสวิตช์และตัวปรับกำลังไฟสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ การจัดส่ง MOSFETs, “ TW027U65C,” “ TW048U65C,” และ “ TW083U65C,” เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้

Toshiba: 650V 3rd generation SiC MOSFETs in TOLL package.

Toshiba: SiC MOSFETs รุ่นที่ 3 ขนาด 650V ในแพ็กเกจ TOLL

ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้คือ SiC MOSFETs รุ่นที่ 3 ของ Toshiba ในแพ็กเกจ TOLL แบบติดตั้งบนพื้นผิวสำหรับการใช้งานทั่วไป ช่วยลดขนาดของอุปกรณ์ได้มากกว่า 80% เมื่อเทียบกับแพ็กเกจแบบทะลุผ่านรู อย่าง TO-247 และ TO-247-4L(X) พร้อมเพิ่มความหนาแน่นพลังงานของอุปกรณ์อีกด้วย

นอกจากนี้ แพ็กเกจ TOLL มีค่าความต้านทานปรสิต[2]ต่ำกว่าแพ็กเกจแบบทะลุผ่านรู ซึ่งช่วยลดการสูญเสียพลังงานขณะสลับสวิชต์เปิดปิด และเนื่องจากเป็นแพ็กเกจแบบ 4 [3]ขั้วจึงสามารถใช้การเชื่อมต่อแบบเคลวินเป็นขั้วต่อแหล่งสัญญาณสำหรับวงจรขับเกตได้ วิธีนี้ช่วยลดผลกระทบการเหนี่ยวนำจากสายไฟต้นทางภายในแพ็กเกจ ส่งผลให้การสลับสวิตช์มีประสิทธิภาพและความเร็วสูง อย่างในกรณีของ TW048U65C การสูญเสียพลังงานขณะเปิดและปิดลดลงประมาณ 55% และ 25% [4]ตามลำดับ เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ของ Toshiba ในปัจจุบัน[5]ซึ่งส่งผลให้การสูญเสียพลังงานของอุปกรณ์ลดลง

Toshiba จะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่อไป เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพของอุปกรณ์และเพิ่มความสามารถในการจ่ายพลังงาน

กลุ่มผลิตภัณฑ์แพ็กเกจ SiC MOSFET รุ่นที่ 3

ประเภท

แพ็กเกจ

แบบทะลุผ่านรู

 TO-247

 TO-247-4L(X)

แบบติดตั้งบนพื้นผิว

 DFN8×8

 TOLL

หมายเหตุ:
[1] ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2025
[2] ความต้านทาน ความเหนี่ยวนำ และอื่นๆ
[3] ผลิตภัณฑ์ที่ขั้วสัญญาณต้นทางเชื่อมต่อใกล้ชิป FET
[4] ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2025 วัดค่าโดย Toshiba สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากรูปที่ 1 ในข่าวประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์ Toshiba.
[5] SiC MOSFET รุ่นที่ 3 ขนาด 650V กับแรงดันเทียบเท่าและความต้านทานขณะเปิดที่ใช้แพ็กเกจ TO-247 โดยไม่มีการเชื่อมต่อแบบเคลวิน

การใช้งาน

  • แหล่งจ่ายไฟแบบสวิตช์โหมดในเซิร์ฟเวอร์ ศูนย์ข้อมูล อุปกรณ์สื่อสาร ฯลฯ
  • สถานีชาร์จรถไฟฟ้า
  • ตัวแปลงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
  • แหล่งจ่ายไฟสำรอง

คุณสมบัติ

  • แพ็กเกจ TOLL แบบติดตั้งบนพื้นผิว: ช่วยลดขนาดของเครื่องจักร รองรับการประกอบอัตโนมัติ และลดการสูญเสียพลังงานขณะสลับสวิชต์
  • SiC MOSFETs รุ่นที่ 3 ของ Toshiba:
     – ปรับอัตราส่วนระหว่างความต้านทานดริฟต์และความต้านทานช่องสัญญาณ ทำให้ความต้านทานขณะเปิดระหว่างขั้วเดรนและขั้วซอร์สมีความคงที่ตามอุณหภูมิ
     – ค่าความต้านทานขณะเปิดระหว่างเดรน-ซอร์ส x ประจุเกตและเดรนต่ำ
     – แรงดันตกคร่อมของไดโอดต่ำ: VDSF =-1.35V(typ.) (VGS =-5V)

 รายละเอียดสำคัญ

 (เว้นแต่ระบุเป็นอย่างอื่น, Ta =25 องศาเซลเซียส)

หมายเลขผลิตภัณฑ์

 TW027U65C

 TW048U65C

 TW083U65C

แพ็กเกจ

ชื่อ

TOLL

ขนาด (มิลลิเมตร)

ประเภท

9.9×11.68×2.3

 ค่า
สูงสุด
สัมบูรณ์

แรงดันระหว่างเดรน-ซอร์ส VDSS (โวลต์)

650

แรงดันระหว่างเกต-ซอร์ส VGSS (โวลต์)

-10 ถึง 25

กระแสเดรน (DC) ID (แอมแปร)

 Tc =25°C

57

39

28

 คุณลักษณะทางไฟฟ้า

ความต้านทานขณะเปิดระหว่างเดรน-ซอร์ส RDS(ON) (mΩ)

 VGS =18V

ประเภท

27

48

83

แรงดันเกต Vth (V)

 VDS =10V

3.0 ถึง 5.0

 ประจุเกตรวม Qg (nC)

 VGS =18V

Typ.

65

41

28

ประจุเกต-เดรน Qgd (nC)

 VGS =18V

Typ.

10

6.2

3.9

ความจุอินพุต Ciss (pF)

 VDS =400V

Typ.

2288

1362

873

แรงดันตกคร่อมของไดโอด VDSF (V)

 VGS =-5V

Typ.

-1.35

ดูตัวอย่างและความพร้อมของสินค้า

 สั่งซื้อออนไลน์

 สั่งซื้อออนไลน์

 สั่งซื้อออนไลน์

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
TW027U65C
TW048U65C
TW083U65C

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์พลังงาน SiC ของ Toshiba ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
SiC Power Devices

ตรวจสอบความพร้อมของผลิตภัณฑ์ที่ตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ได้ที่:
TW027U65C
สั่งซื้อออนไลน์

TW048U65C
สั่งซื้อออนไลน์

TW083U65C
สั่งซื้อออนไลน์

* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้นๆ
* ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ บริการด้านเนื้อหา และข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูล ณ วันที่ประกาศ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง ใช้ประสบการณ์และนวัตกรรมมากกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์แบบแยกส่วน ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ

โดยมีพนักงานกว่า 19,400 คนทั่วโลกที่มีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้สูงสุด และส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในการสร้างมูลค่าและตลาดใหม่ๆ ร่วมกัน บริษัทมุ่งหวังที่จะสร้างและมีส่วนสนับสนุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้คนโดยทั่วไป

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250827523831/en

Contacts

ช่องทางการติดต่อสอบถามสำหรับลูกค้า:
ฝ่ายขายและการตลาดอุปกรณ์พลังงานและสัญญาณขนาดเล็ก
โทร: +81-44-548-2216
ติดต่อสอบถาม

ช่องทางการติดต่อสอบถามสำหรับสื่อ:
C. Nagasawa
ฝ่ายสื่อสารและวิเคราะห์ตลาด
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Marriott Vacation Clubs™ ขยายธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกด้วยการเปิดตัวรีสอร์ตแห่งใหม่ที่เขาหลัก ประเทศไทย และพร้อมขยายธุรกิจทั้งในบาหลีและเซี่ยงไฮ้

Logo

Marriott Vacation Club, Khao Lak Beach Resort ถือเป็นรีสอร์ตการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม แห่งที่ 7 ของแบรนด์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ช่วยตอกย้ำถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค

ออร์แลนโด, ฟลอริดา–(BUSINESS WIRE)–28 สิงหาคม 2025

Marriott Vacation Clubs™ เป็นกลุ่มแบรนด์ของการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมภายใต้บริษัท Marriott Vacations Worldwide กำลังขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยการเปิดตัว Marriott Vacation Club, Khao Lak Beach Resort ในประเทศไทยในเดือนสิงหาคมนี้ รีสอร์ตแห่งใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตในระดับภูมิภาค ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาใหม่ที่ Enclave at Bali Nusa Dua Terrace ของ Marriott และอพาร์ตเมนต์ใหม่ที่ Bali Nusa Dua Terrace ของ Marriott รวมถึงการขยายศูนย์บริการทางโทรศัพท์ด้านการตลาดของ Marriott Vacation Club ในเซี่ยงไฮ้

Marriott Vacation Club, Khao Lak Beach Resort provides scenic views of the Andaman Sea. Photograph depicts the JW Marriott, Khao Lak Resort & Spa.

Marriott Vacation Club, Khao Lak Beach Resort มอบทัศนียภาพอันงดงามของทะเลอันดามัน ภาพถ่ายแสดงโรงแรม JW Marriott, Khao Lak Resort & Spa

“การลงทุนอย่างต่อเนื่องของเราในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงการเปิดรีสอร์ตแห่งใหม่และการขยายการดำเนินงานด้านศูนย์บริการลูกค้า สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวของเราในภูมิภาคนี้” กล่าวโดย John Geller ประธานและซีอีโอของ Marriott Vacations Worldwide “เนื่องจากความสนใจในการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหมู่นักเดินทางชาวเอเชีย เจ้าของ และสมาชิกชาวต่างชาติ เราจึงรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ขยายธุรกิจและมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่ผสมผสานความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมเข้ากับคุณภาพที่เชื่อถือได้ของ Marriott Vacation Clubs”

แนะนำ Marriott Vacation Club, Khao Lak Beach Resort

ในเดือนสิงหาคม 2025 Marriott Vacation Clubs จะเปิดตัวจุดหมายปลายทางใหม่ล่าสุด นั่นคือ Marriott Vacation Club, Khao Lak Beach Resort ตั้งอยู่ภายใน JW Marriott Khao Lak Resort & Spa อันสวยงาม ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 90 นาที ห้องแฟมิลี่สวีท 52 ห้อง กำลังได้รับการแปลงโฉมอย่างพิถีพิถันให้เป็นอพาร์ตเมนต์แบบเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมที่มีห้องนอน 2 ห้องที่กว้างขวาง โดยมีห้องพักประเภทที่แตกต่างกันถึงสี่ประเภท อพาร์ตเมนต์แต่ละห้องได้รับการออกแบบเพื่อรองรับผู้เข้าพักได้สูงสุดห้าท่าน ผสมผสานความอบอุ่นของสถาปัตยกรรมไทยภาคใต้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์แบบดั้งเดิมและงานศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจากท้องถิ่น เหมาะสำหรับการเข้าพักระยะยาว ที่พักมีพื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหารที่กว้างขวางและห้องนอนแสนสบาย

สถาปัตยกรรมของรีสอร์ตแห่งใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านไร่สไตล์ล้านนาดั้งเดิม โดดเด่นด้วยรายละเอียดไม้สัก หลังคาจั่วที่เรียบง่าย ผนังไม้ที่อบอุ่น และระเบียงแบบเปิดโล่งที่มองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาเขาหลัก โดยที่นี่ เจ้าของ สมาชิก และแขกผู้มีเกียรติสามารถเข้าชมสวนของ JW Marriott Khao Lak Resort & Spa ที่เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของรีสอร์ตในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้ โดยสวน JW Garden นี้เป็นแหล่งผลิตผลผลิตออร์แกนิกสดใหม่ให้กับรีสอร์ต โดยมีการปลูกผัก ผลไม้ และสมุนไพรกว่า 200 สายพันธุ์ที่ใช้ในร้านอาหารต่างๆ และแขกยังสามารถเข้าร่วมชั้นเรียนและเวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติการที่เน้นเรื่องการทำเกษตร ความยั่งยืน และความเป็นอยู่ที่ดีได้อีกด้วย ความยั่งยืนยังถูกผสานเข้ากับประสบการณ์ของแขกที่ Marriott Vacation Club, Khao Lak Beach Resort ด้วยโครงการริเริ่มที่ออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความพยายามต่างๆ รวมถึงการเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทั่วทั้งรีสอร์ต การใช้ขวดน้ำแก้วที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ในห้องพัก และการใช้คีย์การ์ดไม้ไผ่ ซึ่งเป็นทางเลือกจากธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพแทนพลาสติก

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ JW Marriott Khao Lak Resort & Spa เจ้าของ สมาชิก และแขกของ Marriott Vacation Club, Khao Lak Beach Resort จะได้เพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย รวมถึงสระว่ายน้ำแบบลากูนยาวหนึ่งไมล์ครึ่ง ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก ร้านอาหารและบาร์ริมสระว่ายน้ำ 11 แห่ง และคาดว่าจะเปิดให้บริการในปลายปี 2026 สนามพิกเคิลบอลและบาสเกตบอล กอล์ฟผจญภัย และจักรยานสำหรับสำรวจพื้นที่

“ประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะการท่องเที่ยวที่มีฟื้นตัวเป็นอย่างมาก โดยได้รับแรงหนุนจากโครงการริเริ่มที่ก้าวหน้าของรัฐบาล อาทิ การยกเว้นวีซ่า การเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน แคมเปญระดับชาติที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว และความสนใจจากทั่วโลกที่กลับมาอีกครั้งจากการถ่ายทำภาพยนตร์เมื่อเร็วๆ นี้ ความสนใจในจุดหมายปลายทางที่หลากหลายของประเทศกำลังเพิ่มสูงขึ้น” กล่าวโดย Lee Dowling รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และตะวันออกกลาง “การเปิดตัว Marriott Vacation Club, Khao Lak Beach Resort ถือเป็นการขยายธุรกิจอย่างทันท่วงทีและเป็นเชิงกลยุทธ์สำหรับ Marriott Vacation Clubs โดยเรายังคงสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากเจ้าของ สมาชิก และแขกของเราสำหรับประสบการณ์การพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบในเอเชียแปซิฟิก ด้วยชายหาด มรดกทางวัฒนธรรมอันโดดเด่น รวมถึงชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการพักผ่อน เขาหลักจึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนที่ดื่มด่ำอย่างที่เจ้าของและสมาชิกของเราคาดหวัง”

การก่อสร้างอพาร์ตเมนต์เพิ่มเติมได้เริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม ด้วยพิธีวางศิลาฤกษ์อันประกอบด้วยพิธีพราหมณ์และพิธีบวงสรวงของพระสงฆ์ไทยเพื่อแสดงความเคารพและบูชาผืนแผ่นดิน นอกจากนี้ สำนักงานขายแห่งใหม่จะเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2026 พื้นที่แห่งนี้ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำอย่างเต็มรูปแบบ และจะแนะนำแขกผู้เข้าพักสู่โลกแห่งการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม ผ่านการนำเสนอพอร์ตโฟลิโอระดับโลกของแบรนด์และจุดหมายปลายทางที่หลากหลาย พื้นที่นี้ยังจัดแสดงองค์ประกอบการออกแบบแบบไทยๆ อย่างเช่น ต้นไม้เขตร้อนสีเขียวชอุ่ม รวมถึงโทนสีกลางโทนอบอุ่น สีเขียวเซลาดอน และสีฟ้าอมเทาอ่อนๆ ที่ให้ความรู้สึกถึงสถานที่อย่างแท้จริง โดยขณะนี้เปิดให้จองที่พักสำหรับการเข้าพักในอนาคตได้ที่ www.MarriottVacationClubs.com และเจ้าของและสมาชิก Abound by Marriott Vacations™ สามารถใช้คะแนนคลับพอยท์เพื่อจองที่พักได้แล้ววันนี้ โดยสามารถเช็คอินได้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2025

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของข้อเสนอวันหยุดพักผ่อนในบาหลี

Marriott Vacation Clubs วางแผนที่จะเปิดตัวอพาร์ตเมนต์ใหม่ 32 ห้อง ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขยายพื้นที่ Bali Nusa Dua Terrace ของ Marriott ในช่วงต้นปี 2026 ที่พักใหม่ประกอบด้วยอพาร์ตเมนต์แบบหนึ่งห้องนอน 16 ห้อง และแบบสองห้องนอน 16 ห้อง ทุกห้องมีห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ครบครันและสระว่ายน้ำส่วนตัว โดยเจ้าของ สมาชิก และแขกยังสามารถใช้สระว่ายน้ำขนาด 2,200 ตารางฟุต และระเบียงอาบแดดขนาด 4,500 ตารางฟุต พร้อมบาร์ริมสระและคาบานาส่วนตัวได้อีกด้วย

นอกจากนี้ แบรนด์จะเปิดตัว Marriott’s Enclave ที่ Bali Nusa Dua Terrace ในปีหน้า ภายในโครงการ Marriott’s Bali Nusa Dua Terrace เดิม อพาร์ตเมนต์สองชั้นแบบสแตนด์อโลนนี้ประกอบด้วยห้องชุดแบบสองห้องนอน 13 ห้อง และแบบสามห้องนอน 13 ห้อง แต่ละห้องมีสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องครัว โดย Marriott’s Enclave ที่ Bali Nusa Dua Terrace ยังมีล็อบบี้/พื้นที่เช็คอินเฉพาะ คิดส์คลับ ฟิตเนสสตูดิโอ บาร์ริมสระว่ายน้ำ และเลานจ์สำหรับเจ้าของอีกด้วย

เจ้าของ สมาชิก และแขกของทั้งสองโรงแรมจะสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของ Renaissance Bali Nusa Dua Resort ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้อย่างเต็มที่ ซึ่งรวมถึงสิทธิ์ในการใช้บริการร้านอาหารและเครื่องดื่มห้าแห่ง สระว่ายน้ำ สปาครบวงจร และฟิตเนสเซ็นเตอร์

การขยายการดำเนินงานศูนย์บริการทางโทรศัพท์ในเซี่ยงไฮ้

Marriott Vacation Clubs กำลังขยายศูนย์บริการทางโทรศัพท์ด้านการตลาดในเซี่ยงไฮ้ และเปิดสำนักงานแห่งใหม่อย่างเป็นทางการในช่วงฤดูร้อนปี 2025 พร้อมเพิ่มจำนวนพนักงานจาก 80 คน เป็น 125 คน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในหมู่เจ้าของธุรกิจ สมาชิก และนักท่องเที่ยวชาวจีน ศูนย์บริการทางโทรศัพท์แห่งนี้ให้การสนับสนุนด้านการตลาดและการมีส่วนร่วมโดยเฉพาะ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทั่วทั้งภูมิภาค

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Marriott Vacation Clubs ได้ที่ www.MarriottVacationClubs.com

เกี่ยวกับ The Marriott Vacation Clubs™        

The Marriott Vacation Clubs™ เป็นส่วนหนึ่งของ Marriott Vacations Worldwide Corporation และเป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำด้านการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม โดยมีโรงแรมและรีสอร์ตรวมกันกว่า 90 แห่ง ครอบคลุมทั่วสหรัฐอเมริกา แคริบเบียน เม็กซิโก อเมริกากลาง ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย รวมถึงแบรนด์ Marriott Vacation Club®, Sheraton® Vacation Club และ Westin® Vacation Club โดยเจ้าของ สมาชิก และแขกสามารถเพลิดเพลินกับการเข้าพักในจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนที่ดีที่สุดตลอดทั้งปี พร้อมที่พักสไตล์วิลล่า โดยโปรแกรมการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมแบบสะสมคะแนนของ Marriott Vacation Clubs จะมอบความยืดหยุ่นให้กับเจ้าของ สมาชิก และครอบครัวในการเพลิดเพลินกับประสบการณ์การพักผ่อนคุณภาพสูง ติดตาม Marriott Vacation Clubs ได้ทาง FB/IG: @MarriottVacationClub, @SheratonVacationClub, @WestinVacationClub หรือ TikTok @themarriottvacationclubs

เกี่ยวกับ Marriott Vacations Worldwide Corporation

Marriott Vacations Worldwide Corporation เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ให้บริการด้านการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม การแลกเปลี่ยน การให้เช่า และการจัดการรีสอร์ตและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และบริการที่เกี่ยวข้อง บริษัทมีรีสอร์ตที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมประมาณ 120 แห่ง และครอบครัวเจ้าของประมาณ 700,000 ครอบครัว ในพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงแบรนด์เจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมที่มีชื่อเสียงที่สุด นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินธุรกิจเครือข่ายการแลกเปลี่ยนและโปรแกรมสมาชิก ซึ่งประกอบด้วยรีสอร์ตในเครือกว่า 3,200 แห่งในกว่า 90 ประเทศและเขตแดน และให้บริการด้านการจัดการแก่รีสอร์ตและที่พักอื่นๆ ในฐานะผู้นำและผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวพักผ่อน บริษัทยึดมั่นในมาตรฐานความเป็นเลิศสูงสุดในการให้บริการลูกค้า นักลงทุน และพนักงาน ควบคู่ไปกับการรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวกับ Marriott International, Inc. และบริษัทในเครือของ Hyatt Hotels Corporation ในการพัฒนา การขาย และการตลาดผลิตภัณฑ์และบริการในการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมได้ที่ www.marriottvacationsworldwide.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250827899958/en

Contacts

Neal Goldner
นักลงทุนสัมพันธ์
IR@mvwc.com

Cameron Klaus
ฝ่ายสื่อสารทั่วโลก
407-206-6300
media@mvwc.com

ที่มา: Marriott Vacations Worldwide Corporation



Frontline International แต่งตั้ง Zack Palazzo เป็นรองประธานฝ่ายขายและการเงิน

Logo

คลีฟแลนด์–(BUSINESS WIRE)–27 สิงหาคม 2025

Frontline International ผู้นำด้านโซลูชันอัจฉริยะสำหรับการจัดการไขมัน น้ำมัน และไขมันในร้านอาหารและครัวเชิงพาณิชย์ ได้เลื่อนตำแหน่ง Zack Palazzo เป็นรองประธานฝ่ายขายและการเงิน Palazzo ทำงานกับบริษัทมานานกว่าทศวรรษ โดยก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขายและการเงิน

Zack Palazzo, Vice President of Sales and Finance

Zack Palazzo รองประธานฝ่ายขายและการเงิน

เขาสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู สาขาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ (MBA) จากมหาวิทยาลัยเคนต์สเตต ในบทบาทใหม่นี้ Palazzo จะยังคงเป็นผู้นำฝ่ายขาย พร้อมกับรับผิดชอบด้านสุขภาพทางการเงินของบริษัทให้มากขึ้น เขาจะมุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ การสนับสนุนลูกค้า และการพัฒนากลยุทธ์เพื่อความสำเร็จในระยะยาว

Palazzo มีประสบการณ์อันยาวนานในการดูแลโครงการริเริ่มต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาฐานลูกค้าของ Frontline การเพิ่มยอดขาย การพัฒนาเครื่องมือและการฝึกอบรมสำหรับทีมขายของบริษัท นอกจากนี้ เขายังมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความสำคัญของเทคโนโลยีซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของครัวบริการอาหารในปัจจุบัน

“เทคโนโลยีมีการพัฒนาอยู่เสมอ และความสำเร็จของ Frontline เกิดจากการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ครัวบริการอาหารดำเนินงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” Palazzo กล่าว “เป้าหมายของเราคือการสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นและช่วยยกระดับคุณภาพและความสม่ำเสมอของอาหาร บทบาทใหม่นี้ช่วยให้ผมสามารถสานต่อพันธกิจของเราในการยกระดับความปลอดภัย การประหยัด และความยั่งยืน ฝังรากลึกในทีมขายของเรา และใช้ประโยชน์จากพันธกิจนี้เพื่อผลกำไรในตลาด”

“Zack เป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมผู้นำของเรา และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมอบคุณค่าเพิ่มเติมให้กับองค์กรและลูกค้าของเราในบทบาทใหม่นี้” Giovanni Brienza ประธานบริษัทกล่าว “ความเข้าใจที่กว้างขวางของเขาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ธุรกิจ และลูกค้าของเรา ทำให้เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงคุณค่าที่เรานำเสนอ วิธีการสื่อสารที่ดีที่สุด และวิธีที่คุณค่าเหล่านั้นจะนำไปสู่การเติบโต เราตั้งตารอความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นเมื่อเขารับตำแหน่งใหม่นี้”

“ในขณะที่เรายังคงเติบโตไปทั่วโลก ฝ่ายขายที่แข็งแกร่งและเปี่ยมด้วยนวัตกรรมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขยายธุรกิจของเราไปยังพื้นที่ใหม่ๆ” John Palazzo ผู้ก่อตั้งและซีอีโอกล่าวว่า “ความรู้ความเชี่ยวชาญของ Zack เกี่ยวกับอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ของเรา ช่วยให้เราพร้อมรับมือกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องนี้”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Frontline International ไปที่www.frontlineii.com

เกี่ยวกับ Frontline International

Frontline International, Inc. ออกแบบ ผลิต และจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับธุรกิจบริการอาหารเชิงพาณิชย์คุณภาพสูงสำหรับการจัดเก็บ จัดการ และกำจัดน้ำมันปรุงอาหาร ลูกค้าเป็นเจ้าของอุปกรณ์ของตนเอง เจรจาต่อรองส่วนลดน้ำมันด้วยตนเอง และมีอิสระในการเลือกผู้จำหน่ายน้ำมันด้วยตนเอง นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริการจัดการน้ำมันแบบครบวงจรภายใต้ชื่อ OilCare® โปรแกรมบริการแบบรวม หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Frontline International, Inc. ที่ 187 Ascot Parkway, Cuyahoga Falls, OH 44223 โทร: +1 330-861-1100 โทรฟรี: 1-877-776-1100 เว็บไซต์: http://www.frontlineii.com Email: info@frontlineii.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250826298027/en

Contacts

Christina Campbell: 216.579.6100 ext. 8
e-mail: christina@CunninghamBaron.com

ที่มา: Frontline International, Inc.

Toyoda Gosei ได้พัฒนาเทคโนโลยีการพ่นสี “METEOCOAT” ที่ช่วยให้ยานยนต์ออฟโรดมีรูปลักษณ์อันทรงพลัง

Logo

คิโยสุ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–26 สิงหาคม 2025

Toyoda Gosei Co., Ltd. (TOKYO:7282) ได้พัฒนา “METEOCOAT” ที่ช่วยเพิ่มพื้นผิวที่ไม่เรียบให้กับพื้นผิวสีของชิ้นส่วนภายนอกที่เป็นพลาสติกเพื่อใช้เป็นลวดลายตกแต่งเพื่อตอบสนองต่อรสนิยมที่หลากหลายของผู้ใช้รถยนต์

Racing vehicle to which METEOCOAT has been applied (Used on bumpers and fenders)

รถแข่งที่ใช้ METEOCOAT (ใช้กับกันชนและบังโคลน)

METEOCOAT โดดเด่นด้วยพื้นผิวขรุขระที่มีลวดลายจางๆ เหมาะสำหรับรถออฟโรด โดยเฉพาะรถที่ขับขี่บนถนนลูกรังบ่อยครั้ง พื้นผิวที่ยื่นออกมาเป็นเอกลักษณ์ของ METEOCOAT โดยเกิดจากการปรับความหนืดของสี นอกจากนี้ยังมีขนาดและสีของส่วนที่ยื่นออกมาให้เลือกในหลากหลายแบบ

บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายยอดขาย METEOCOAT ให้เป็นสินค้าสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเปลี่ยนรูปลักษณ์ของรถยนต์ได้ในทันทีที่ซื้อ โดยเทคโนโลยี METEOCOAT จะถูกนำไปใช้กับรถยนต์จาก Toyota Customizing & Development Asia ที่เข้าร่วมการแข่งขัน Asia Cross Country Rally (AXCR) 2025 ที่ประเทศไทย ในเดือนสิงหาคม

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250825076790/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Toyoda Gosei Co., Ltd.
ติดต่อ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์
inquiry@mlist.toyoda-gosei.co.jp

ที่มา: Toyoda Gosei Co., Ltd.


The Bangkok Reporter