KIRIN HYOKETSU ขยายตลาดสู่เครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ในสหรัฐอเมริกาด้วยการผลิตในประเทศ

Logo

รสสตรอว์เบอร์รีและสับปะรดที่เปิดตัวครั้งแรกในฟลอริดาและฮาวาย

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–28 กุมภาพันธ์ 2026

New Belgium Brewing ที่เป็นบริษัทในเครือ Kirin Group ที่เป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสหรัฐอเมริกา จะเปิดตัวเบียร์รสชาติใหม่ 2 รสชาติ KIRIN HYOKETSU STRAWBERRY และ KIRIN HYOKETSU PINEAPPLE ภายใต้แบรนด์ KIRIN HYOKETSU (HYOKETSU) ที่ผลิตและจำหน่ายโดย Kirin Brewery Company, Limited (Kirin Brewery) โดยค็อกเทลพร้อมดื่มนี้จะวางจำหน่ายในฮาวาย แทมปา รัฐฟลอริดา และพาวิลเลี่ยนญี่ปุ่นในสวนสนุก EPCOT ที่ดำเนินการโดย Mitsukoshi (U.S.A.) ในวันที่ 2 มีนาคม

KIRIN HYOKETSU STRAWBERRY and KIRIN HYOKETSU PINEAPPLE

KIRIN HYOKETSU STRAWBERRY และ KIRIN HYOKETSU PINEAPPLE E

รสชาติใหม่เหล่านี้ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยคำนึงถึงผู้บริโภคชาวอเมริกันเป็นหลัก โดยนำเสนอรสชาติที่สดชื่นและกลิ่นผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของ HYOKETSU สู่สองตลาดสำคัญในสหรัฐฯ ที่ผลิตและจำหน่ายในท้องถิ่นของสหรัฐฯ โดยเครื่องดื่มเหล่านี้จะมอบรสชาติผลไม้ที่สดใหม่ในรูปแบบที่สะดวกและดื่มง่าย

สหรัฐอเมริกานั้นเป็นตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยครองส่วนแบ่งตลาดประมาณครึ่งหนึ่งของตลาดโลก*1 ซึ่งรสชาติที่เน้นผลไม้และความสะดวกสบายยังคงทำให้เครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) เป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดในหมวดหมู่นี้

*1

IWSR (2024)

 นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2001 ทาง HYOKETSU ได้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องดื่มพร้อมดื่มชั้นนำของญี่ปุ่น ที่เป็นที่รู้จักในด้านรสชาติที่สดชื่นและกลิ่นผลไม้อันเด่นชัด โดยในประเทศญี่ปุ่น แบรนด์นี้มียอดขายรวมประมาณ 15 พันล้านหน่วย*2 ที่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคในระยะยาวและความแข็งแกร่งของแบรนด์

*2

เทียบเท่า 350 มิลลิลิตร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025

 ด้วยการผลิตและจำหน่ายในท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา ทาง Kirin Brewery มุ่งมั่นที่จะส่งมอบรสชาติผลไม้สดในรูปแบบที่สะดวกสบาย พร้อมทั้งสร้าง HYOKETSU ให้เป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีศักยภาพในการขยายตัว

 รายละเอียดผลิตภัณฑ์

 ผลิตภัณฑ์

  • รสชาติสตรอว์เบอร์รีและสับปะรด ที่เป็นสองรสชาติยอดนิยมในหมู่ผู้บริโภคชาวอเมริกัน ได้รับเลือกสำหรับการเปิดตัวในครั้งนี้
  • เครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ของ HYOKETSU ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์รสนิยมของชาวอเมริกัน โดยคงไว้ซึ่งรสชาติผลไม้อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ด้วยรสชาติผลไม้สดและเนื้อสัมผัสที่เบา ดื่มง่าย

 การออกแบบบรรจุภัณฑ์

  • บรรจุภัณฑ์โดดเด่นด้วยโทนสีฟ้าและเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของ HYOKTSUHYOKETSU ซึ่งสื่อถึงความสดใหม่และรสชาติของผลไม้
  • ชื่อแบรนด์ “KIRIN” และ HYOKETSU ถูกแสดงไว้อย่างชัดเจน ในขณะที่คำอธิบาย “CHU-HI” จะอ้างอิงถึงต้นกำเนิดของผลิตภัณฑ์จากประเทศญี่ปุ่น

เกี่ยวกับ Kirin Holdings

Kirin Holdings Company, Limited เป็นบริษัทระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจหลักสามด้าน ประกอบด้วย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ และยา โดยบริษัทนั้นมีต้นกำเนิดมาจากโรงเบียร์ญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1885 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น Kirin Brewery ในปี 1907 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทาง Kirin ได้ขยายการดำเนินธุรกิจโดยใช้กระบวนการหมักและเทคโนโลยีชีวภาพเป็นจุดแข็งหลัก บริษัทได้เข้าสู่ธุรกิจยาในช่วงทศวรรษ 1980 ที่ได้เติบโตขึ้นเป็นธุรกิจระดับโลก โดยในปี 2007 บริษัทได้เปลี่ยนโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้งอย่างเต็มรูปแบบในชื่อ Kirin Holdings และปัจจุบันได้เสริมความแข็งแกร่งด้วยธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และวิทยาศาสตร์สุขภาพด้วย

ภายใต้วิสัยทัศน์ระยะยาว “ Innovate2035!” ทาง Kirin Group ได้มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในหมู่ผู้บริโภคและผู้ป่วย สร้างนิสัยการใช้ชีวิตใหม่ๆ ในด้านอาหารและสุขภาพ ด้วยกลุ่มธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ครอบคลุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ และยา โดยกลุ่มบริษัทได้ขยายโครงการริเริ่มทั่วทั้งกลุ่มเพื่อสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีทั้งทางด้านจิตใจและร่างกายต่อไป

โดย Kirin Group จะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยผสานพลังของบุคลากรและเทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณค่าทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจในฐานะผู้นำระดับโลกด้าน CSV* พร้อมทั้งแสวงหาการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวของมูลค่าองค์กร

*การสร้างคุณค่าร่วมกัน: คุณค่าที่เพิ่มขึ้นทั้งสำหรับผู้บริโภคและสังคมโดยรวม

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260227374991/en

Contacts

การติดต่อสำหรับสื่อมวลชน
ฝ่ายสื่อสารองค์กร
Kirin Holdings Company, Limited
Nakano Central Park South, 4-10-2 Nakano, Nakano-ku, Tokyo
+81-3-6837-7028
การสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ | KIRIN – Kirin Holdings Company, Limited
www.kirinholdings.com/en/
kirin-cc@kirin.co.jp

ที่มา: Kirin Holdings Company, Limited

Project B ดึงตัว William Kim ผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นมาดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายไลฟ์สไตล์

Logo

แพลตฟอร์มบาสเกตบอลระดับโลกที่ผสานกีฬาระดับสูงเข้ากับแฟชั่น การออกแบบ และวัฒนธรรม

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–19 กุมภาพันธ์ 2026.

Project B เป็นการแข่งขันบาสเกตบอลหญิงและชายระดับโลกชั้นนำที่สร้างขึ้นมาสำหรับนักกีฬาและเหล่าแฟนๆ รุ่นใหม่ ได้ประกาศในวันนี้ว่าได้แต่งตั้ง William Kim ให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายไลฟ์สไตล์ โดยในบทบาทเชิงกลยุทธ์นี้ Kim จะเป็นผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมของ Project B ในด้านสินค้า การร่วมมือกับแบรนด์ และความร่วมมือทางวัฒนธรรม ในขณะที่ Project B ได้ขยายตัวไปทั่วยุโรป เอเชีย และอเมริกา เพื่อสร้างแพลตฟอร์มทางวัฒนธรรมระดับพรีเมียมที่สุดในวงการกีฬาระดับโลก

“เรากำลังสร้างโมเดลที่ออกแบบมาสำหรับปี 2030 รวมถึงอนาคตข้างหน้า” Kim กล่าว “เราจะเริ่มต้นด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม เราคัดสรรเส้นใยธรรมชาติคุณภาพสูงสุดสำหรับทุกช่วงเวลาในแต่ละวันของนักกีฬา และนำเสนอคอลเลกชันเดียวกันนั้นให้กับกลุ่มแฟนคลับในวงกว้าง ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงประสบการณ์ของผู้บริโภคขั้นสุดท้าย เราดำเนินงานด้วยระเบียบวินัยและการควบคุมเช่นเดียวกับแบรนด์หรู โดยดูแลผลิตภัณฑ์ การจัดจำหน่าย และประสบการณ์ของแบรนด์อย่างครบวงจร”

Kim จะเป็นผู้นำด้านกลยุทธ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกของ Project B โดยผสานกีฬา แฟชั่น และชุมชนเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว โดยจะเน้นคุณภาพและการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และจะเป็นผู้ดูแลการพัฒนาเครื่องแต่งกายคุณภาพสูงสำหรับนักกีฬาโดยใช้เส้นใยธรรมชาติ คอลเลกชันระดับพรีเมียมสำหรับแฟนๆ และความร่วมมือกับแบรนด์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับเมืองเจ้าภาพและพันธมิตรที่กำหนดวัฒนธรรมต่างๆ นอกจากนี้ เขายังจะกำหนดรูปแบบการค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่สร้างขึ้นสำหรับแพลตฟอร์มที่เน้นการสตรีมมิ่งและโซเชียลเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ การจัดจำหน่าย และประสบการณ์ของแบรนด์นั้นมีความสอดคล้องกันในทุกๆ ตลาด

“บาสเกตบอลคือวัฒนธรรม” Geoff Prentice ผู้ร่วมก่อตั้ง Project B กล่าว “ตั้งแต่วันแรก เราสร้างแพลตฟอร์มระดับพรีเมียมที่ยึดมั่นในคุณภาพอย่างไม่ลดละ คอลเลกชันของเราจะผลิตจากผ้าธรรมชาติโดยไม่มีใยสังเคราะห์และไม่มีการลดทอนคุณภาพ โดยมีการออกแบบและพัฒนาภายในบริษัทเพื่อให้เราสามารถควบคุมมาตรฐานได้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดย William นั้นเข้าใจถึงวิธีการในการสร้างแบรนด์ที่อยู่เหนือกาลเวลา และมุมมองระดับโลก ซึ่งความรู้สึกด้านการออกแบบของเขาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อเราขยายธุรกิจ”

Kim นำประสบการณ์ระดับนานาชาติมากมายในด้านการสร้างแบรนด์ นวัตกรรมค้าปลีก และกลยุทธ์ทางวัฒนธรรมมาด้วย โดยมีประวัติความสำเร็จในการยกระดับธุรกิจระดับโลกที่มีจุดตัดของกีฬา แฟชั่น และประสบการณ์ของผู้บริโภคร่วมกัน โดยก่อนหน้านี้เขาได้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Shinsegae International, CEO ของ Rapha, CEO ของ AllSaints, Global EVP ที่ Samsung Mobile, SVP ที่ Burberry และดำรงตำแหน่งผู้บริหารใน Gucci Group

ในขณะที่ Project B ขยายตัวเข้าสู่ตลาดต่างประเทศที่สำคัญ การแต่งตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างแพลตฟอร์มทางวัฒนธรรมระดับโลกในการจัดหาผลิตภัณฑ์จากเส้นใยธรรมชาติที่ดีที่สุดและสิ่งทอคุณภาพสูงให้กับผู้เล่นและเหล่าแฟนๆ

เกี่ยวกับ Project B

Project B คือแพลตฟอร์มกีฬาระดับโลกที่สร้างขึ้นเพื่อผู้เล่นและแฟนๆ โดยเริ่มต้นจากบาสเกตบอล โดย Project B กำลังสร้างวงจรการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง ที่ได้รวบรวมเหล่าผู้เล่นชายและหญิงชั้นนำของโลกมาแข่งขันในเมืองระดับโลกทั่วเอเชีย ยุโรป และอเมริกา โดยออกแบบมาเพื่อโลกแห่งการสตรีมมิ่ง โซเชียล และมือถือเป็นหลัก โดย Project B นั้นได้ผสมผสานการแข่งขันระดับสูงแบบสดๆ เข้ากับการเล่าเรื่องที่ลึกซึ้งเพื่อให้ผู้ชมทั่วโลกได้เข้าถึง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
johanna@trailrunnerint.com

ที่มา: Project B

Red Sea Global เปิดตัว ADRENA ที่เป็นเขตผจญภัยและความบันเทิงแห่งใหม่

Logo

ดยเป็นแห่งแรกในภูมิภาคนี้ที่มีกิจกรรมที่หลากหลายทั้งทางบกและทางน้ำมากกว่า 20 รูปแบบ

ริยาด ซาอุดีอาระเบีย–(BUSINESS WIRE)–17 กุมภาพันธ์ 2026

Red Sea Global (RSG) ที่เป็นผู้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่าง The Red Sea และ AMAALA ได้เปิดเผยแผนการเปิดเขตผจญภัยและความบันเทิงแห่งใหม่ โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชมตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม หลังจากเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการสำหรับแขกรับเชิญตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์

ADRENA is located a short drive away from the recently opened Shura Island

ADRENA ตั้งอยู่ห่างจากเกาะชูราที่เพิ่งเปิดใหม่เพียงไม่กี่นาทีโดยรถยนต์

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า ADRENA ที่จะให้บริการแก่แขกที่มาจากทั่วบริเวณทะเลแดงและพื้นที่อื่นๆ โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเกาะชูรา สถานที่แห่งนี้จะนำเสนอกิจกรรมที่ไม่เหมือนใครให้แก่ผู้มาเยือน ตั้งแต่การเล่นเซิร์ฟ เวคบอร์ด การกระโดดหน้าผา ไปจนถึงสเก็ตบอร์ด

โดย ADRENA ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และงดงาม ให้บริการความบันเทิงทั้งกลางวันและกลางคืนที่ตอบโจทย์อารมณ์ที่หลากหลาย ซึ่งหลังพระอาทิตย์ตกดิน บีชคลับจะกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ในขณะที่ดีเจจะเปิดเพลงแนวเฮาส์ในจังหวะสนุกสนาน พร้อมด้วยอาหารอเมริกาใต้รสเลิศที่จะเสิร์ฟพร้อมม็อกเทลที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ และบริการไปจนถึงช่วงดึก

“ย่านผจญภัยและความบันเทิงอันเป็นเอกลักษณ์ของเราไม่ได้เป็นเพียงแค่การมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงอิสรภาพของวิถีชีวิตริมทะเล ทั้งพลังงาน ชุมชน และการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ เราสร้าง ADRENA โดยใช้หลักการของความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู และรับประกันประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับแขกทุกท่านทั้งกลางวันและกลางคืน เราหวังว่าจะได้ต้อนรับผู้มาเยือนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” John Pagano ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท Red Sea Global กล่าว

ADRENA ได้รับแรงบันดาลใจจากคำว่า ‘อะดรีนาลีน (adrenaline)’ ‘สนาม (arena)’ และ ‘ความฝัน (dream)’ จึงเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความตื่นเต้น พลัง และจินตนาการ ที่บริหารงานโดย Red Sea Sports & Entertainment Co. ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงาน WAMA ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาทางน้ำ โดย Galaxea จะให้บริการประสบการณ์ใต้น้ำ และ Akun จะให้บริการการผจญภัยบนบก ซึ่ง ADRENA นั้นออกแบบมาเพื่อให้แขกได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ และลองเล่นกีฬาผาดโผนในสถานที่ระดับโลก พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญ และขยายการผจญภัยออกไปนอกสวนสนุกสู่ธรรมชาติ

ADRENA จะมีสระว่ายน้ำเล่นกระดานโต้คลื่นน้ำเค็ม โดยมีความยาว 215 เมตร นับเป็นสระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในซาอุดีอาระเบียเมื่อเปิดให้บริการ ซึ่งสามารถทำความสูงคลื่นได้ถึง 2.1 เมตร และสามารถปรับแต่งได้ตามระดับทักษะของผู้เล่น

นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบสำหรับเล่นเวคบอร์ด เส้นทางดำน้ำตื้น สระดำน้ำลึก 6 เมตร และกิจกรรมและความสนุกสนานสำหรับทุกคนในครอบครัว รวมถึงพื้นที่เล่นน้ำสำหรับเด็ก และสนามอุปสรรคลอยน้ำแบบเป่าลม โดยยังมีลานสเก็ตบอร์ด สนามปั่นจักรยาน BMX ​​และพื้นที่สำหรับกีฬาชายหาด เช่น ฟุตบอลและวอลเลย์บอล และสำหรับกิจกรรมสุดมันส์ก็มีซิปไลน์ข้ามน้ำและสไลเดอร์สูง 10 เมตร ที่เรียกว่า ‘slip 'n’ fly’

นอกจากนี้ ADRENA ยังมีศูนย์รวมความบันเทิงที่คึกคัก รวมถึงบีชคลับ การแสดงดนตรีสด และสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ที่มองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินเหนือทะเลแดงอันงดงาม

พื้นที่นี้ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการเข้าถึงได้ง่าย โดยมีทางเข้าแบบระดับน้ำตื้นในสระว่ายน้ำหลายแห่ง และมีตัวเลือกที่ปรับเปลี่ยนได้สำหรับกิจกรรมต่างๆ เช่น บอดี้บอร์ด แพดเดิลบอร์ด ดำน้ำ และดำน้ำตื้น เพื่อให้มั่นใจว่าแขกที่มีความต้องการด้านการเคลื่อนไหวและการเข้าถึงสามารถเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้

การออกแบบของ ADRENA เป็นไปตามหลักการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบของ RSG โดยใช้ระบบหมุนเวียนแบบปิดที่ยั่งยืน โดยดึงน้ำทะเลเข้ามา กรอง และหมุนเวียนผ่านสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แล้วส่งกลับคืนสู่ระบบเดิมที่สะอาดและผ่านการกรองแล้ว โดยน้ำจืดที่ใช้ทั่วทั้งโครงการจะถูกนำกลับมาใช้ในการชลประทานที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากยิ่งขึ้น

ทะเลแดงได้ต้อนรับแขกกลุ่มแรกในปี 2023 และปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว 9 แห่ง รวมถึง Thuwal Private Retreat ที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งเมืองเจดดาห์ โดยสนามบินนานาชาติทะเลแดง (RSI) เป็นประตูสู่จุดหมายปลายทางสำหรับทั้งแขกและผู้อยู่อาศัย โดยมีเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศจากริยาด เจดดาห์ ดูไบ โดฮา และมิลานให้บริการอยู่เป็นประจำ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Red Sea Global และ ADRENA ย่านผจญภัยและความบันเทิง โปรดเยี่ยมชม www.redseaglobal.com

เกี่ยวกับ Red Sea Global
Red Sea Global (RSG) เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรที่มีพอร์ตโฟลิโอหลากหลายในด้านการท่องเที่ยว ที่อยู่อาศัย ประสบการณ์ โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง การดูแลสุขภาพ และบริการต่างๆ ซึ่งรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูระดับหรูอย่าง The Red Sea ที่เริ่มเปิดรับแขกในปี 2023 และ AMAALA ที่ยังคงดำเนินการตามแผนที่จะเปิดรับแขกกลุ่มแรกในปีนี้

นอกจากนี้ RSG ยังได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินการปรับปรุงสนามบินอัลวาจห์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางแห่งที่สาม โดยเน้นการยกระดับอาคารผู้โดยสารและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ รวมถึงการสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศแห่งใหม่

RSG เป็นบริษัทในเครือ PIF และเป็นรากฐานสำคัญของความมุ่งมั่นของซาอุดีอาระเบียในการกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจ ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่กำลังเติบโตของจุดหมายปลายทาง บริษัทในเครือ และธุรกิจต่างๆ โดย RSG มุ่งมั่นที่จะนำโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบสามารถยกระดับชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และปรับปรุงสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร

www.redseaglobal.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20260216890688/en

Contacts

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:

Jack Williams: ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ jack.williams@redseaglobal.com

ที่มา: Red Sea Global






HKTDC เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมเครื่องประดับครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Logo

พาวิลเลียนใหม่จะจัดแสดงทองคำบริสุทธิ์ที่จะนำเสนอเทคโนโลยีทองคำล้ำสมัย

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–09 กุมภาพันธ์ 2026

งานมหกรรมแสดงเครื่องประดับครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งจัดโดยสภาส่งเสริมการค้าฮ่องกง (HKTDC) ที่จะกลับมาอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมีนาคม ภายใต้รูปแบบ “สองงาน สองสถานที่” ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ งานแสดงเพชรพลอยและไข่มุกนานาชาติฮ่องกงครั้งที่ 12 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ถึง 6 มีนาคมที่ AsiaWorld‑Expo โดยจะจัดแสดงวัตถุดิบสำหรับทำเครื่องประดับหลากหลายประเภท นอกจากนี้ งานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกง ครั้งที่ 42 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ถึง 8 มีนาคม ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง โดยจะจัดแสดงเครื่องประดับสำเร็จรูปต่างๆ

Hong Kong International Jewellery Show and Hong Kong International Diamond, Gem & Pearl Show

งานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกง และงานแสดงเพชรพลอยและไข่มุกนานาชาติฮ่องกง

Jenny Koo รองผู้อำนวยการบริหารของ HKTDC กล่าวว่า “งานแสดงเครื่องประดับคู่ขนานในปีนี้ได้รวบรวมผู้จัดแสดงสินค้าประมาณ 4,000 รายจากกว่า 40 ประเทศและภูมิภาค โดยเกือบ 70% มาจากนอกฮ่องกง โดย HKTDC จะนำเสนอตลาดเครื่องประดับแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อเน้นย้ำถึงสถานะของฮ่องกงในฐานะเมืองหลวงการค้าระหว่างประเทศและศูนย์กลางการจัดหาเครื่องประดับ”

มีพาวิลเลียนจัดแสดงตามธีมต่างๆ มากกว่า 40 แห่ง รวมถึงพาวิลเลียนใหม่ที่จัดแสดงทองคำบริสุทธิ์
งานแสดงสินค้าทั้งสองงานนี้ดึงดูดการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากอุตสาหกรรมทั่วโลก โดยมีผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าจากกว่า 40 ภูมิภาคและพาวิลเลียนจากอุตสาหกรรมต่างๆ โดยสภาทองคำโลกจะเปิดตัวพาวิลเลียนจัดแสดงทองคำบริสุทธิ์เป็นครั้งแรก เพื่อนำเสนองานฝีมือทองคำที่ล้ำสมัยสู่ตลาดโลก โดยสมาคมผู้ผลิตนาฬิกาฮ่องกงจะเข้าร่วมจัดแสดงพาวิลเลียนเป็นครั้งแรก ขณะที่พาวิลเลียนจัดแสดงหินเทอร์ควอยซ์จูซานจากมณฑลหูเป่ยก็จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกเช่นกัน

หอเกียรติยศในงานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกงกลับมาอีกครั้งในปีนี้ พร้อมขนาดที่ขยายมากกว่าเดิม 40% และต้อนรับแบรนด์เครื่องประดับระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงมากมาย

มีการจัดเวทีเสวนามากกว่า 20 หัวข้อที่น่าสนใจ รวมถึง AI และการตลาดดิจิทัล
จะมีการจัดสัมมนาและกิจกรรมสร้างเครือข่ายมากกว่า 20 รายการ ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น แนวโน้มอุตสาหกรรม การตลาดดิจิทัล และเทคโนโลยีเครื่องประดับ โดยจะมีเซสชันที่วิเคราะห์ว่าปัญญาประดิษฐ์จะเปลี่ยนจากขั้นตอนการออกแบบไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ได้อย่างไร เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องประดับ นอกจากนี้ยังมีสัมมนาที่อินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ จะมาแบ่งปันวิธีการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มการมองเห็นแบรนด์เครื่องประดับและกระตุ้นยอดขาย

เว็บไซต์สำหรับแอปงานมหกรรมแสดงสินค้า
https://tinyurl.com/4dzvd3s4

เว็บไซต์งานแสดงสินค้า
งานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกง: hkjewelleryshow.hktdc.com
งานแสดงเพชรพลอยและไข่มุกนานาชาติฮ่องกง: hkdgp.hktdc.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20260207153040/en

Contacts

การสอบถามจากสื่อ
ฝ่ายจัดนิทรรศการของ HKTDC:
Ken Tsang
โทร.: (852) 2240 4136
อีเมล: ken.mc.tsang@hktdc.org

ที่มา: Hong Kong Trade Development Council (HKTDC)


Levi’s® เปิดตัวแคมเปญ “Behind Every Original” ด้วยภาพยนตร์ที่ฉายในงาน Super Bowl ที่เน้นเรื่องราวเบื้องหลังและรายละเอียดต่างๆ

Logo

ซานฟรานซิสโก–(BUSINESS WIRE)–09 กุมภาพันธ์ 2026

Levi’s® เปิดตัวแคมเปญระดับโลกใหม่สุดโดดเด่น “Behind Every Original” ในวันนี้ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองบุคคลผู้ผลักดันวัฒนธรรมไปข้างหน้า พร้อมด้วยลูกเล่นสุดเก๋ไก๋ แคมเปญนี้เปิดตัวครั้งแรกในช่วง Super Bowl พร้อมกับภาพยนตร์เพลงประกอบ “Backstory” กำกับโดย Kim Gehrig โดย Levi’s® พลิกความคาดหวังด้วยการนำเสนอบั้นท้ายของเหล่าคนดังและบุคคลต้นแบบทั่วไป เพื่อให้พวกเขาได้แบ่งปันเรื่องราวเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Levi’s®

Doechii

Doechii

ทำไมต้องเป็นบั้นท้าย เพราะเป็นมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของกางเกงยีนส์ Levi’s ® เพราะเป็นมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของกางเกงยีนส์ Levi’s การเย็บตะเข็บโค้ง รูปทรง และป้ายสีแดง Red Tab™ บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ได้ทันที กว่า 150 ปีที่กางเกงยีนส์ Levi’s ® เป็นเครื่องแบบของผู้สร้างแรงบันดาลใจทางวัฒนธรรมที่ก้าวออกจากกรอบเดิมๆ และกำหนดทิศทางสิ่งใหม่ๆ ในวงการดนตรี กีฬา แฟชั่น และศิลปะ พวกมันเป็นเครื่องแบบของการเคลื่อนไหวและช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงโลกและหล่อหลอมวัฒนธรรม – สวมใส่โดยผู้ที่แสวงหาความก้าวหน้า เครื่องแบบเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหวและช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงโลกและหล่อหลอมวัฒนธรรม โดยผู้ที่มุ่งมั่นสู่ความก้าวหน้าเป็นผู้สวมใส่ 

“หนึ่งในสิ่งที่ผมชื่นชอบมากที่สุดเกี่ยวกับแคมเปญ ‘Behind Every Original’ คือการร้อยเรียงเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของ Levi’s ® เข้าด้วยกัน” Kenny Mitchell ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดระดับโลกของ Levi Strauss & Co. กล่าว “แคมเปญระดับโลกนี้เฉลิมฉลองบทบาทของเราในฐานะศูนย์กลางของดนตรี กีฬา และวัฒนธรรมแฟชั่นรวมถึงในตู้เสื้อผ้าของแฟนๆ ทุกรุ่นทุกวัยด้วย การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ในช่วง Super Bowl ที่ Levi’s ® Stadium จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะการแข่งขันครั้งนี้ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมด้วยพลังแห่งการรวมใจของกีฬา”

“Backstory” นำเสนอเหล่าคนดังจากค่าย Top Dawg Entertainment อาทิ เจ้าของรางวัลแกรมมี่ Doechii ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ROSÉ แชมป์ NBA และ MVP คนปัจจุบัน Shai Gilgeous-Alexander ผู้สร้างภาพยนตร์ ศิลปิน และดีเจ เจ้าของรางวัลแกรมมี่และออสการ์ และเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอมมี่ Questlove นางแบบและเสียงทางวัฒนธรรม Stefanie Giesinger และตัวละคร Woody จาก “Toy Story” ของ Disney-Pixar รวมถึงตัวละครจาก Originals อีกมากมาย ทุกเฟรมคือการเฉลิมฉลองบั้นท้ายในความงดงามที่ปกคลุมด้วยกางเกงยีนส์: เดินเฉิดฉาย เต้นรำ เคลื่อนไหว และเหนือสิ่งอื่นใด คือการใช้ชีวิตอยู่ในกางเกงยีนส์ Levi's® ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดความมั่นใจที่หาใครเทียบไม่ได้ของผู้ที่กำลังสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ พร้อมทั้งยกย่องบุคคลสำคัญที่มาก่อนพวกเขา ตั้งแต่ความเท่แบบไม่พยายามของ George Michael ในยุค “Faith” ไปจนถึงการตีความใหม่ในยุคปัจจุบันของปกอัลบั้ม “Born in the U.S.A.” อันเป็นเอกลักษณ์ เรื่องราวนี้หยั่งรากอยู่ในช่วงเวลาทางวัฒนธรรมที่แท้จริงซึ่ง Levi's® ได้สัมผัสมา ครอบคลุมหลายรุ่น และเชิญชวนให้ทุกคนได้เห็นตัวเองสะท้อนอยู่ในแบรนด์นี้

เพลง “Get Up Offa That Thing” ของ James Brown เติมเต็มความสุขและพลังให้กับเพลงประกอบภาพยนตร์ โดยมีการกล่าวถึงบั้นท้ายที่สวมกางเกงยีนส์ ซึ่งเปรียบเสมือนเพลงปลุกใจสำหรับผู้ที่มุ่งมั่นและสร้างความเปลี่ยนแปลง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำตลอดระยะเวลาหกวันในลอสแอนเจลิส โอคลาโฮมาซิตี และลอนดอน โดยทีมงานเน้นการคัดเลือกคาวบอยตัวจริง คนงานก่อสร้าง นักปีนเขา และเยาวชน เพื่อให้ได้ภาพที่สมจริง ทีมงานยังได้ร่วมมือกับ Robbie Blue นักออกแบบท่าเต้นของ Doechii เพื่อสร้างสรรค์ท่าเต้นสุดอลังการที่ปิดท้ายโฆษณาชิ้นนี้ด้วย

“Behind Every Original” จะเปิดเผยเหล่าดาราผู้เป็นต้นแบบหลังจบการแข่งขัน Super Bowl ในรูปแบบของภาพยนตร์สั้นความยาวหกวินาทีที่เน้นเรื่องราวของแต่ละบุคคลสำคัญ โดยเปลี่ยนความสนใจไปที่การเคลื่อนไหวและการแสดงออกของตัวตนของแต่ละคน มากกว่าชื่อเสียงของพวกเขา

แคมเปญนี้ครอบคลุมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ สื่อดิจิทัล ในร้านค้า และสื่อโฆษณานอกบ้าน โดยเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวระดับโลกที่กว้างขึ้น ซึ่งจะเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังของสินค้าคอลเลคชั่น Originals มากขึ้นตลอดทั้งปี โดยมีผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Levi's ® เป็นจุดศูนย์กลาง ภาพถ่ายบันทึกช่วงเวลาดิบๆ เบื้องหลังการถ่ายทำของเหล่านักแสดง ตั้งแต่ตอนที่พวกเขาสวมกางเกงยีนส์ Levi’s ® แล้วก้าวออกไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางส่วนตัวและเรื่องราวเบื้องหลังที่หล่อหลอมนักแสดงแต่ละคนในซีรีส์ Original ได้อย่างน่าประทับใจ

แคมเปญนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์กับ TBWA\Chiat\Day LA

กางเกงยีนส์ Levi’s® คือหัวใจสำคัญของแคมเปญนี้ ตั้งแต่คาวบอยยุคเก่า ไอคอนมิวสิกวิดีโอแห่งยุค 80 ไปจนถึงยุคปัจจุบัน สไตล์การแต่งตัวครอบคลุมทุกแง่มุมของมรดกแบรนด์ Levi’s ® Doechii สวมกางเกงยีนส์ Low Slim Boot cut ในขณะที่ Rosé สวมกางเกงยีนส์ Loose Boot cut กับเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์รุ่น Relaxed Fit Trucker, Shai Gilgeous-Alexander สวมกางเกงยีนส์ 578 Baggy ® และเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์รุ่น Relaxed Fit Trucker ส่วน Questlove สวมกางเกงยีนส์ 505 Regular Fit ส่วน Stefanie Giesinger ก็เลือกกางเกงยีนส์ Ribcage Slim และเสื้อโปโลแขนยาว Super Soft ที่ดูลงตัว

สไตล์และยุคสมัยที่หลากหลายเป็นเครื่องย้ำเตือนว่า Levi’s ® อยู่เบื้องหลังช่วงเวลาสำคัญ (และเรื่องเล็กๆ น้อยๆ) ในชีวิตมากว่าศตวรรษแล้ว ทีมงานได้ออกแบบกางเกงยีนส์ให้เข้ากับสไตล์และบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ของเหล่า Originals โดยมีการสร้างชิ้นงานพิเศษสำหรับแอมบาสเดอร์โดยเฉพาะ เช่น แจ็คเก็ตยีนส์สั่งทำพิเศษสำหรับ Questlove และถุงมือยีนส์สำหรับ Shai Gilgeous-Alexander

รับชม “Backstory” ได้ที่นี่

เกี่ยวกับแบรนด์ Levi’s®

Levi’s® แบรนด์ Levi’s เป็นตัวแทนของสไตล์อเมริกันคลาสสิกและความเท่แบบไม่ปรุงแต่ง นับตั้งแต่การคิดค้นโดย Levi Strauss & Co. ในปี 1873 กางเกงยีนส์ Levi’s ® ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก ครองใจและสร้างความภักดีให้กับผู้คนมาหลายรุ่น ปัจจุบัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Levi’s ® ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกและนวัตกรรมที่ไม่หยุดยั้ง ซึ่งหาที่เปรียบไม่ได้ในอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์เดนิมและเครื่องประดับชั้นนำของเรามีจำหน่ายในกว่า 110 ประเทศทั่วโลก ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกสามารถแสดงออกถึงสไตล์ส่วนตัวของตนเองได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์ Levi’s ® ผลิตภัณฑ์ และร้านค้า โปรดเยี่ยมชมที่ levi.com.

เกี่ยวกับ Levi Strauss & Co.

Levi Strauss & Co. (LS&Co.) เป็นหนึ่งในบริษัทเครื่องแต่งกายแบรนด์เนมที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นผู้นำระดับโลกในด้านกางเกงยีนส์ บริษัทออกแบบและทำการตลาดกางเกงยีนส์ เสื้อผ้าลำลอง และเครื่องประดับที่เกี่ยวข้องสำหรับผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ภายใต้แบรนด์ Levi's®, Levi Strauss Signature™ และ Beyond Yoga® ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจำหน่ายในประมาณ 120 ประเทศทั่วโลก ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า เว็บไซต์ออนไลน์ และเครือข่ายร้านค้าปลีกและร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้าประมาณ 3,300 แห่งทั่วโลก Levi Strauss & Co. รายงานรายได้สุทธิในปี 2025 อยู่ที่ 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ http://levistrauss.com และสำหรับข่าวสารและประกาศทางการเงิน โปรดไปที่ http://investors.levistrauss.com.

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260208761156/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ช่องทางติดต่อสื่อ
Levi Strauss & Co.
(415) 501-7777
NewsMediaRequests@levi.com

ที่มา: Levi Strauss & Co.


TOURISE ปฏิรูปภาคส่วนการท่องเที่ยวเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลกบนเส้นทางสู่รายได้ 16 ล้านล้านดอลลาร์ในงาน Davos

Logo

ดาวอส, สวิตเซอร์แลนด์–(BUSINESS WIRE)–24 มกราคม 2026

TOURISE ยกระดับบทบาทของการท่องเที่ยวเป็นภาคส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อจัดการกับปัญหาส่วนรวมที่เกิดขึ้นทั่วโลกในการประชุมประจำปีสภาเศรษฐกิจโลกใน Davos

His Excellency Ahmed Al‑Khateeb, Minister of Tourism of Saudi Arabia and Chairman of TOURISE, convenes executives from Trip.com, Visa, TikTok, PayPal, Salesforce, Forbes, Avolta, ByteDance, and more at Davos 2026

คุณ Ahmed Al‑Khateeb รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบียและประธานของ TOURISE ประชุมกับผู้บริหารจาก Trip.com, Visa, TikTok, PayPal, Salesforce, Forbes, Avolta, ByteDance และอื่น ๆ อีกมากมายที่ Davos 2026

การท่องเที่ยวมักจะถูกมองว่าเป็นอุตสาหกรรมแยกต่างหาก โดย TOURISE ก็ได้เน้นย้ำว่าการท่องเที่ยวกำลังถูกมองว่าเป็นภาคส่วนเชิงกลยุทธ์ ซึ่งมีส่วนแบ่งรายได้ 1 ดอลลาร์ในทุก 10 ดอลลาร์ของ GDP ทั่วโลกและเร่งการเติบโตของทุกอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

คุณ Ahmed Al Khateeb รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของซาอุดิอาระเบียและประธานของ TOURISE กล่าวว่าการเป็นพันธมิตรและความร่วมมือจากหลายภาคส่วนจะช่วยขยายการท่องเที่ยวให้กว้างขวางยิ่งขึ้นไปอีก

“การท่องเที่ยวเป็นมากกว่าภาคส่วนการใช้ชีวิต แต่เป็นระบบเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์ TOURISE ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้นำจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรเพื่อสร้างทางออกส่วนรวม ซึ่งเทคโนโลยีมาบรรจบกับการพัฒนาชุมชน การเงินที่มีความยั่งยืน และการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น ความร่วมมือเหล่านี้จะกำหนดการท่องเที่ยวในอีกสิบปีข้างหน้า เพื่อสร้างความไว้วางใจและเป้าหมายส่วนรวมในการขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปข้างหน้าต่อไป”

ระหว่างเวทีเศรษฐกิจโลกในงาน Davos TOURISE เป็นทั้งผู้จัดและเข้าร่วมในการพูดคุยประเด็นสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ การปฏิรูปการท่องเที่ยว: โลกแห่งความเป็นไปได้ ที่ Axios House คุณ Al Khateeb พบกับผู้นำจากทั่วโลกเพื่อหารือความเกี่ยวเนื่องเชิงกลยุทธ์ที่กำลังขยายตัวของการท่องเที่ยวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและทิศทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนไป

สองเวิร์กชอปเชิงกลยุทธ์ที่เป็นรากฐานโปรแกรม Davos ของ TOURISE ‘การท่องเที่ยวจะช่วยโลกได้หรือเปล่า?’ เป็นการประชุมของผู้นำระดับอาวุโสจากทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อสำรวจว่าการท่องเที่ยวสามารถส่งเสริมความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างไร ช่วงนี้จะให้ข้อมูลกำหนดการตลอดทั้งปีของ TOURISE และการประชุมในปี 2027

เวิร์กชอปที่สอง ‘การท่องเที่ยวผ่านเอเจนต์: จากข้อมูลเชิงลึกสู่การดำเนินการ’ เป็นการรวมตัวกันของผู้บริหาร นักเทคโนโลยี และนักลงทุนระดับโลกเพื่อสำรวจพรมแดนแห่งใหม่ของการท่องเที่ยว ซึ่งต่อยอดจากโครงการริเริ่มการท่องเที่ยวผ่านเอเจนต์ที่เปิดตัวในการประชุมเดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้ให้ข้อมูลการพัฒนาโปรโตคอลการท่องเที่ยวผ่านเอเจนต์ กรอบการทำงานส่วนรวมที่ออกแบบมาเพื่อสร้างระบบ AI ที่ปลอดภัย เชื่อมต่อถึงกัน และทำงานร่วมกันได้ทั่วทั้งภาคส่วนการท่องเที่ยว

ผู้นำและผู้บริหารจาก Trip.com, Visa, TikTok, PayPal, Salesforce, Forbes, Avolta, ByteDance และอื่น ๆ อีกมากมายเข้าร่วมเวิร์กชอป TOURISE เพื่อเน้นย้ำถึงความกว้างขวางของอุตสาหกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการเติบโตและนวัตกรรม

TOURISE ยังเป็นผู้สนับสนุนงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำหญิงประจำปี พร้อมกับ Adecco Group, Pinterest, Bayer และ APCO อีกด้วย และระหว่างงานเลี้ยงต้อนรับนี้ สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาของ TOURISE กระทรวงการท่องเที่ยว และผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย Hawazen Nassief กล่าวกับผู้ร่วมงานให้เห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนผู้หญิงในบทบาทผู้นำทั่วทั้งภาคส่วน ซึ่งมีผู้หญิงเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของบุคลากรทั่วโลก

Davos เป็นจุดเริ่มต้นประจำปี 2026 ของ TOURISE ซึ่งจะมีทั้งเวิร์กชอปข้ามภาคส่วน รายงานข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรม และความร่วมมือใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสู่ศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงระดับโลก

อนาคตของการท่องเที่ยวกำลังเริ่มต้นแล้ว เข้าร่วมการเดินทางได้ที่ tourise.com และมาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวบทใหม่ที่การประชุม TOURISE ครั้งถัดไปในเดือนมีนาคม 2027

TOURISE คือแพลตฟอร์มระดับโลกที่สร้างพรมแดนแห่งใหม่สำหรับการท่องเที่ยวทั่วโลก

ภายใต้การดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบีย การประชุม TOURISE ครั้งแรกจึงสามารถจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2025 ในริยาด ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของผู้นำระดับโลกเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงและกำหนดอนาคตของภาคส่วนนี้

ในฐานะแพลตฟอร์มที่มีกำหนดการตลอดทั้งปี TOURISE จึงสามารถขับเคลื่อนการประสานงานด้านนวัตกรรม การสัญจร วัฒนธรรม และการลงทุนได้ ตลอดปี 2026 ซึ่งนำไปสู่การประชุมครั้งที่สองในเดือนมีนาคม 2027 TOURISE จะขยายชุมชนทั่วโลก เปิดเผยรายงานข้อมูลเชิงลึก และพัฒนาโครงการริเริ่มที่เปลี่ยนความคิดที่แหวกแนวให้เป็นการลงมือทำในสถานการณ์จริง

เมื่อร่วมมือกัน เราสามารถกำหนดอนาคตของการท่องเที่ยวในอีก 50 ปีข้างหน้าได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tourise.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260123950180/en

Contacts

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสื่อ โปรดติดต่อ Media@TOURISE.com.

ที่มา: TOURISE

KKV เปิดร้าน Global Flagship Store แห่งที่สองใน Ho Chi Minh City

Logo

HO CHI MINH CITY, Vietnam–(BUSINESS WIRE)–19 มกราคม 2026

วันนี้ KK Group ประกาศเกี่ยวกับการเปิดร้าน KKV Vietnam Global Flagship Store แห่งใหม่ในใจกลางเมือง Ho Chi Minh City ซึ่งนับเป็น Global Flagship Store แห่งที่สองของ KKV ตั้งอยู่ที่ 28 Le Loi in District 1 ใกล้กับสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น Saigon Centre – Flagship Store แห่งใหม่นี้ได้รับการออกแบบให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่ต้องมาเยือน นำเสนอประสบการณ์การค้นพบผลิตภัณฑ์ที่น่าประทับใจ จุดถ่ายภาพ และประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบครบวงจรที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นสำหรับผู้บริโภคชาวเวียดนามก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน

KKV Vietnam Global Flagship Store

KKV Vietnam Global Flagship Store

จุดเด่นที่สำคัญคือ Colorful KKV Moto Park – โซนถ่ายรูปสวยๆ ที่ตกแต่งด้วยธีมมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเปลี่ยนลานจอดรถธรรมดาให้กลายเป็นจุดแวะพักจุดแรกที่มีสีสันก่อนเข้าสู่ร้านค้า ทำให้ Flagship Store แห่งนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญใจกลางเมือง

เวียดนามเป็นตลาดสำคัญภายใต้กลยุทธ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ KK Group ปัจจุบัน KK Group ดำเนินงานร้านค้า 20 แห่งภายใต้แบรนด์หลักสามแบรนด์ ได้แก่ KKV, THE COLORIST และ X11 โดยมีฐานลูกค้าที่เติบโตขึ้นในเมืองใหญ่ๆ รวมถึง Ho Chi Minh City, Hanoi, และพื้นที่โดยรอบ ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภครุ่นใหม่ในเมืองที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สดใหม่ หลากหลาย และน่าประทับใจ

KK Group ก่อตั้งขึ้นในประเทศจีน และได้สร้างเครือข่ายค้าปลีกไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่ โดยมีร้านค้ามากกว่า 1,000 แห่งในกว่า 200 เมืองทั่วประเทศจีน และมากกว่า 150 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบรนด์หลักคือ KKV ซึ่งยึดมั่นในแนวคิด “100 ไลฟ์สไตล์” นำเสนอสินค้าประมาณ 20,000 รายการใน 8 หมวดหมู่ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ของเล่นอินเทรนด์ ความงาม อาหาร และของใช้ในชีวิตประจำวัน

ในอนาคต KK Group ตั้งเป้าขยายสาขาไปกว่า 300 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2026 โดยมีเป้าหมายที่จะขยายสาขาทั่วโลกให้ได้มากกว่า 500 แห่งภายในปลายปี 2026 ส่วนในเวียดนาม KK Group ตั้งเป้าขยายสาขาไปประมาณ 50 แห่งในปี 2026 เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีน KKV Vietnam จะทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่เกือบ 5,000 รายการ เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกสินค้าตามฤดูกาลและของขวัญที่หลากหลายยิ่งขึ้น

 “เราจะเดินหน้าเปิด Global Flagship Store ในอีกหลายประเทศ เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดียิ่งขึ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่น” Rojen Wu ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจระหว่างประเทศของ KK Group กล่าว ขอเชิญชวนผู้บริโภคมาเยี่ยมชมร้าน KKV Vietnam Global Flagship Store ที่ 28 Le Loi, Ho Chi Minh City และมาค้นพบสิ่งใหม่ๆ เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีนกัน

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: www.businesswire.com/news/home/20260118173275/en

Contacts

richardli@kkgroup.cn

ที่มา: KKV

ยุคใหม่เริ่มต้นขึ้น: STARLUX รับมอบเครื่องบิน A350-1000 ลำแรกของไต้หวัน เสริมศักยภาพการขยายเส้นทางบินระยะไกล

Logo

เครื่องบินรุ่นเรือธงใหม่นี้จะเข้าร่วมฝูงบินแอร์บัสทั้งหมดของสายการบินสุดหรู โดยประธาน STARLUX จะเป็นผู้ขับเครื่องบินในเที่ยวบินส่งมอบ เพื่อสนับสนุนการเติบโตในอนาคตในอเมริกาเหนือและยุโรป

ไทเป ไต้หวัน และ ลอสแอนเจลิสและตูลูส ฝรั่งเศส–(BUSINESS WIRE)–07 มกราคม 2026

โดยนับเป็นก้าวสำคัญข้ามทวีปสำหรับสายการบินหรู STARLUX จากไต้หวันที่จะได้รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ลำแรกในวันนี้ ทำให้เป็นสายการบินแรกของไต้หวันที่ใช้งานเครื่องบินรุ่นนี้ เครื่องบินหมายเลขทะเบียน B-58551 ได้รับการส่งมอบอย่างเป็นทางการที่สำนักงานใหญ่ของแอร์บัสในเมืองตูลูส และบินตรงมายังไทเปโดยคุณ K.W. Chang ประธาน STARLUX เมื่อเดินทางถึงสนามบินนานาชาติเถาหยวนในเช้าตรู่ของวันนี้ ซึ่งเครื่องบินได้รับการต้อนรับด้วยการฉีดน้ำเพื่อเป็นเกียรติ

STARLUX Airlines takes delivery of its first Airbus A350-1000 at Airbus’s Toulouse headquarters, becoming the first Taiwanese airline to operate the aircraft.

สายการบิน STARLUX รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ลำแรกที่สำนักงานใหญ่ของ Airbus ในเมืองตูลูส ทำให้เป็นสายการบินแรกของไต้หวันที่ใช้งานเครื่องบินรุ่นนี้

“การรับมอบเครื่องบิน A350-1000 ลำแรกของเราถือเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของขีดความสามารถในการบินระยะไกลของ STARLUX” กล่าวโดย Glenn Chai ซีอีโอของ STARLUX “ด้วยระยะทำการบินที่ไกลกว่า A350-900 เครื่องบินลำนี้สามารถบินไปยังชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาได้ ในขณะเดียวกันก็มอบประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมและความสะดวกสบายของผู้โดยสารที่เหนือกว่า ทำให้เราสามารถขยายบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของเราจากไทเปไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วอเมริกาเหนือและยุโรปได้มากยิ่งขึ้น”

ประธานแอร์บัส เอเชียแปซิฟิก Anand Stanley กล่าวว่า “STARLUX ได้สร้างวิสัยทัศน์ด้านการบินระยะไกลที่น่าประทับใจด้วยฝูงบินแอร์บัสทั้งหมด และเครื่องบิน A350-1000 Long Range Leader จะยกระดับกลยุทธ์นั้นไปอีกขั้นด้วยระยะทำการบิน ประสิทธิภาพ และความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารที่เหนือกว่า โดยแอร์บัสภูมิใจที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองการส่งมอบเครื่องบิน A350-1000 ลำแรกให้กับ STARLUX ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายการบินข้ามทวีปของสายการบิน และนำมาตรฐานใหม่ของการเดินทางระดับพรีเมียมจากไต้หวันสู่ทั่วโลก”

เครื่องบิน A350-1000 จะนำเสนอรูปลักษณ์ใหม่สำหรับสายการบิน STARLUX และยังคงรักษาสุนทรียภาพที่ประณีตของสายการบินไว้ แต่ลวดลายใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการใช้งานวัสดุคอมโพสิตขั้นสูงอย่างกว้างขวางของเครื่องบิน โดยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของโครงสร้างลำตัวเครื่องบินสร้างจากวัสดุคอมโพสิตเสริมใยคาร์บอน ตัวเลข “1000” ที่โดดเด่นบนลำตัวเครื่องบินจะช่วยเน้นย้ำสถานะของเครื่องบินลำนี้ในฐานะสมาชิกที่ใหญ่ที่สุดของตระกูล A350 และเป็นเครื่องบินเรือธงระยะไกลลำใหม่ของ STARLUX

เครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ของ STARLUX มีที่นั่ง 350 ที่นั่ง ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล โดยมีที่นั่งทั้งหมด 350 ที่นั่ง ด้วยระยะทำการบินสูงสุดถึง 9,700 ไมล์ (15,600 กิโลเมตร) เครื่องบินลำนี้จะมีบทบาทสำคัญในการขยายตลาดของสายการบินไปยังอเมริกาเหนือและยุโรป ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent XWB ทำให้ A350-1000 สามารถประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องบินรุ่นก่อนหน้า พร้อมทั้งยังให้ห้องโดยสารที่เงียบและกว้างขวางที่สุดในระดับเดียวกันอีกด้วย

ด้วยการมาถึงของเครื่องบิน A350-1000 ลำแรก ทาง STARLUX กำลังเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปของการขยายเส้นทางบินระยะไกล สายการบินวางแผนที่จะเปิดเส้นทางบินไปยังยุโรปเป็นครั้งแรกในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และการส่งมอบเครื่องบินเพิ่มเติมจะทำให้สามารถให้บริการไปยังชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาได้ในอนาคต

เกี่ยวกับ STARLUX Airlines

STARLUX ก่อตั้งขึ้นบนปรัชญาที่ว่าความหรูหราควรเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ใช่เฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น เป็นสายการบินระหว่างประเทศระดับพรีเมียมที่มีฐานอยู่ในไต้หวัน ให้บริการเที่ยวบินไปยัง 31 จุดหมายปลายทางจากไต้หวันไปยังสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น มาเก๊า เวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยผู้โดยสารของ STARLUX ที่เดินทางระหว่างอเมริกาเหนือและเอเชียสามารถต่อเครื่องได้อย่างสะดวกสบายที่ไทเป สำหรับ 5 จุดหมายปลายทางในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ ลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก ซีแอตเติล ออนแทรีโอ แคลิฟอร์เนีย และฟีนิกซ์ ซึ่งทาง STARLUX ได้รับการยอมรับในระดับโลกในด้านความเป็นเลิศ ได้รับรางวัลสายการบินระดับ 5 ดาวจาก Skytrax รางวัล APEX Five Star Global Airline Awards และคะแนนความปลอดภัยระดับ 7 ดาว PLUS จาก AirlineRatings โดยทาง STARLUX นั้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและนำเสนอบริการที่เหนือกว่า โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้การบินเป็นประสบการณ์ที่หรูหราและน่าจดจำอย่างแท้จริง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.starlux-airlines.com

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ: ชื่อบริษัทเขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด: สายการบิน STARLUX ขอขอบคุณที่ใช้รูปแบบการเขียนนี้ในการรายงานข่าว

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260106228308/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Mary Placido, SKC, Inc.
(415) 218-3627
mary@skc-pr.com

ที่มา: STARLUX Airlines


รางวัล Takumen Ramen Awards 2025: Gourmet X ยกย่องร้านราเม็งอันดับ 1 ของญี่ปุ่น

Logo

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–12 ธันวาคม 2025

Gourmet X Corp. (สำนักงานใหญ่: เขตมินาโตะ โตเกียว; ประธาน: Fumihide Tomizawa) ผู้ดำเนินกิจการร้านค้าออนไลน์ขายราเม็งแช่แข็งอันดับ 1 ของญี่ปุ่น “Takumen.com” ได้จัดพิธีมอบรางวัล “Takumen Ramen Awards 2025” ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2025

Takumen Ramen Awards 2025: Gourmet X Honors Japan's No.1 Ramen Restaurants

รางวัล Takumen Ramen Awards 2025: Gourmet X ยกย่องร้านราเม็งอันดับ 1 ของญี่ปุ่น

งาน “Takumen Ramen Awards 2025” เป็นหนึ่งในงานประกาศรางวัลราเม็งที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการเติบโตของวัฒนธรรมราเม็งในญี่ปุ่น ร้านราเม็งที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นได้รับรางวัลในสองประเภทดังต่อไปนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็ม: https://gourmet-x.co.jp/news/20251212b/
เว็บไซต์พิเศษ (ภาษาญี่ปุ่น): https://www.takumen.com/st/lp/takumen-ramen-awards-2025/

หมวดหมู่ “รางวัลราเม็งยอดเยี่ยมแห่งญี่ปุ่น” คัดเลือกโดยเชฟจากร้านราเม็งชื่อดังและผู้ชื่นชอบราเม็ง

จากผลสำรวจเจ้าของร้านราเม็งชื่อดัง 1,000 คน และผู้ชื่นชอบราเม็งอีก 1,000 คนทั่วประเทศญี่ปุ่น ที่สอบถามว่าร้านราเม็งร้านไหนดีที่สุด เราภูมิใจที่จะประกาศรายชื่อผู้ชนะ: ระดับแพลทินัม (10 ร้าน), ระดับทอง (30 ร้าน) และระดับเงิน (75 ร้าน) รายชื่อเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงร้านราเม็งที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

หมวดหมู่ราเม็ง “Takumen.com”

การจัดอันดับนี้พิจารณาจากราเม็งกว่า 400 ชนิดที่จำหน่ายบน Takumen.com ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2024 ถึง 30 กันยายน 2025 โดยมีการพิจารณาจากหลายหมวดหมู่ ผู้ชนะรางวัลใหญ่ ได้แก่:

หากต้องการดูรายชื่อร้านราเม็งที่ได้รับรางวัล โปรดไปที่
https://www.takumen.com/st/lp/takumen-ramen-awards-2025/

เกี่ยวกับ Takumen.com
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.takumen.com/

Takumen.com นำเสนอรสชาติต้นตำรับจากร้านราเม็งชื่อดังที่สุดของญี่ปุ่นส่งตรงถึงบ้านคุณ โดยนำเสนอราเม็งแช่แข็งที่ปรุงอย่างพิถีพิถันโดยไม่เปลี่ยนแปลงรสชาติเดิม และใช้วัตถุดิบเดียวกันกับที่ใช้ในร้าน ปัจจุบัน Takumen.com มียอดขายมากกว่า 5 ล้านเสิร์ฟ และครองอันดับ 1 ในการขายราเม็งและสึเคเมนออนไลน์ในญี่ปุ่น*1

ร้านราเม็งชื่อดังกว่า 800 แห่งทั่วประเทศได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเรา และเราได้ให้บริการสมาชิกไปแล้วประมาณ 570,000 ราย โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ประมาณ 1,900 รายการจนถึงปัจจุบัน*2

ที่มา: *1 การสำรวจของ TPC Marketing Research เดือนมิถุนายน 2024
*2 ณ สิ้นปี 2025

ร้านอาหาร: https://www.takumen.com/statics/restaurants
X อย่างเป็นทางการ (เดิมคือ Twitter): https://x.com/taku_men
Instagram อย่างเป็นทางการ: https://www.instagram.com/takumen_insta/
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัท Gourmet X: https://gourmet-x.co.jp/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20251211350325/en

Contacts

สอบถามข้อมูลจากสื่อ: pr@gourmet-x.co.jp

ที่มา: Gourmet X Corp.

ร่วมเฉลิมฉลองจุดหมายปลายทางที่เป็นเลิศ: TOURISE เผยรายชื่อสถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายสำหรับรางวัล TOURISE Awards 2025

Logo

ริยาด, ซาอุดีอาระเบีย–(BUSINESS WIRE)–30 ตุลาคม 2025

ความคาดหวังกำลังก่อตัวขึ้น วันนี้ TOURISE ได้ประกาศรายชื่อสถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล TOURISE Awards 2025 ที่ทุกคนรอคอย เพื่อยกย่องจุดหมายปลายทางชั้นนำระดับโลกที่กำลังพลิกโฉมนิยามของการค้นหา จุดหมายปลายทางสิบสองแห่งได้รับการเสนอชื่อให้เข้ารอบสุดท้ายสำหรับรางวัล TOURISE Awards ประจำปีนี้ ซึ่งถือเป็นการปูทางไปสู่อนาคตของการท่องเที่ยว โดยจุดหมายปลายทางเหล่านี้เป็นตัวแทนของสถานที่ต่างๆ จากทั่วโลกที่ไม่เพียงแต่จะพลิกโฉมในด้านความเป็นเลิศด้านจุดหมายปลายทางเท่านั้น แต่ยังจะกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ทั้งหมดเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่

มีการคัดเลือกจากรายชื่อสถานที่มากมายที่ส่งเข้ามาโดยนักเดินทางผู้หลงใหล ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และองค์กรต่างๆ ทั่วโลก สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายในปีนี้จะร่วมเฉลิมฉลองจุดหมายปลายทางต่างๆ ที่ส่งมอบวัฒนธรรมที่กระตุ้นจิตวิญญาณ ประสบการณ์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัด และเหนือสิ่งอื่นใดคือความทรงจำอันทรงคุณค่าและยั่งยืน

ฯพณฯ Ahmed Al-Khateeb รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและประธานคณะกรรมการ TOURISE กล่าวว่า “สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล TOURISE Awards สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมอันโดดเด่นและการต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งเป็นนิยามของประสบการณ์การเดินทางยุคใหม่อย่างแท้จริง เมืองและภูมิภาคอันโดดเด่นเหล่านี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังจุดประกายจินตนาการ สร้างสะพานเชื่อมระหว่างวัฒนธรรม และสร้างแรงบันดาลใจให้เราทุกคนมองโลกด้วยมุมมองใหม่ ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เรามีความภูมิใจที่จะเฉลิมฉลองจุดหมายปลายทางที่สร้างมาตรฐานความเป็นเลิศใหม่ สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายแต่ละแห่งได้ฝากรอยประทับอันตราตรึงไว้ในใจนักเดินทางทุกคน ที่ได้ย้ำเตือนเราว่าการสำรวจที่มีความหมายมีพลังที่จะรวมเป็นหนึ่งและสร้างแรงบันดาลใจได้ แม้การเดินทางจะสิ้นสุดลงไปแล้ว”

สปอตไลท์: สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายของปีนี้

สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายรางวัล TOURISE Awards 2025 ประกอบด้วย:

จุดหมายปลายทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่ดีที่สุด: เกียวโต, ปารีส, นิวยอร์ก

จุดหมายปลายทางด้านการผจญภัยที่ดีที่สุด: หมู่เกาะกาลาปากอส, อุทยานแห่งชาติบวินดีอิมเพเนเทรเบิล, อันคาช

จุดหมายปลายทางด้านอาหารและการทำอาหารที่ดีที่สุด:โตเกียว, ลอนดอน, ฮ่องกง

จุดหมายปลายทางด้านการช็อปปิ้งที่ดีที่สุด:สิงคโปร์, ปารีส, ลอนดอน

จุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงที่ดีที่สุด:โซล, โตเกียว, เม็กซิโกซิตี้

สถานที่ที่ชนะในแต่ละประเภทจะมีโอกาสได้รับการเสนอชื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางโดยรวมที่ดีที่สุด ซึ่งจะได้รับการคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ TOURISE Awards

คณะกรรมการอิสระจะเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดกรองสถานที่ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลด้วยความเชี่ยวชาญจนเหลือเพียงสถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายที่โดดเด่นในปัจจุบัน โดยคณะกรรมการถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลจากหลากหลายอุตสาหกรรม ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์เหล่านี้เป็นตัวแทนที่ดีที่สุดจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว แฟชั่น ศิลปะการทำอาหาร ค้าปลีก วัฒนธรรม การผจญภัย และความบันเทิง ที่ได้นำความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่นอันหาที่เปรียบมิได้มาสู่รางวัล TOURISE Awards โดยคณะกรรมการประกอบด้วย:

Filip Boyen, อดีตซีอีโอ นิตยสาร Forbes Travel Guide

Michael Ellis, อดีตผู้อำนวยการฝ่ายคู่มือมิชลินระดับโลก

Fiona Jeffery, อดีตประธาน World Travel Market อดีตประธานรางวัล Tourism for Tomorrow Awards

Renaud de Lesquen, อดีตซีอีโอ Givenchy อดีตประธาน Dior AM

Lars Nittve, อดีตผู้อำนวยการก่อตั้ง Tate Modern

Albert Read, อดีตกรรมการผู้จัดการ Condé Nast

Caroline Rush, อดีตซีอีโอ สภาแฟชั่นอังกฤษ

Omar Samra, ทูตสันถวไมตรีแห่งสหประชาชาติ นักปีนเขา และนักสำรวจขั้วโลก

Bernold Schroeder, อดีตซีอีโอ Kempinski; Pan Pacific

การนับถอยหลังครั้งสุดท้าย

สถานที่ที่ชนะรางวัล TOURISE Awards ครั้งแรกจะได้รับการประกาศในงานกาลาในคืนเปิดงาน TOURISE Summit ในวันที่ 11 พฤศจิกายน ณ กรุงริยาด โดยรางวัล TOURISE Awards จะเป็นส่วนขยายของแพลตฟอร์ม TOURISE ภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งขับเคลื่อนโดยสำนักงานการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วโลก

TOURISE คือแพลตฟอร์มชั้นนำของโลกสำหรับการกำหนดอนาคตของการท่องเที่ยวทั่วโลก การประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยผู้นำ ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล นักลงทุน และผู้กำหนดอนาคตจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดย TOURISE จะรับมือกับความท้าทายและไขว่คว้าโอกาสในการเปลี่ยนแปลง พร้อมกำหนดวาระสำหรับภาคการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบ เป็นธรรม และมุ่งเน้นอนาคต

เจาะลึก: พบกับสถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายของคุณ

จุดหมายปลายทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่ดีที่สุด

  • เกียวโต: ญี่ปุ่นเหนือกาลเวลา – สวนอันเงียบสงบ วัดที่เป็นสัญลักษณ์ และงานหัตถกรรมที่มีชีวิตทั้งหมดสานกันเป็นเนื้อผ้าทางวัฒนธรรมร่วมสมัยที่มีชีวิตชีวา
  • ปารีส: สัญลักษณ์ตลอดกาล – พิพิธภัณฑ์อันยิ่งใหญ่ ศิลปะร่วมสมัยที่กำลังเบ่งบาน และฉากศิลปะการแสดงที่ทำให้จิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ของเมืองยังคงมีชีวิตอยู่
  • นิวยอร์ก: วัฒนธรรมที่รุ่งเรืองที่สุด – พิพิธภัณฑ์ระดับโลก ศิลปะข้างถนนที่น่าตื่นตาตื่นใจ และพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่บรอดเวย์ไปจนถึงจังหวะดนตรีตามท้องถนน

จุดหมายปลายทางด้านการผจญภัยที่ดีที่สุด

  • หมู่เกาะกาลาปากอส: ต้นกำเนิดแห่งความมหัศจรรย์ – ความงามของภูเขาไฟ ความหลากหลายทางทะเล และการพบปะสัตว์ป่าที่ให้ความรู้สึกเหมือนการเดินทางข้ามกาลเวลา
  • อุทยานแห่งชาติบวินดีอิมเพเนเทรเบิล: กลับคืนสู่ธรรมชาติ – ป่าโบราณ การพบเห็นกอริลลาที่หายาก และสัมผัสถึงพลังของธรรมชาติในทุกย่างก้าว
  • อันคาช: ความดิบที่เป็นจริง – ยอดเขาที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ทะเลสาบน้ำแข็ง และเส้นทางที่เต็มไปด้วยประเพณี ที่ซึ่งการผจญภัยพบกับความอบอุ่นของชุมชนท้องถิ่น

จุดหมายปลายทางด้านอาหารและการทำอาหารที่ดีที่สุด

  • โตเกียว: ซูชิระดับมิชลินสตาร์ไปจนถึงราเมนรสเลิศ ประเพณีเก่าแก่หลายศตวรรษผสานกับความหลงใหลในคุณภาพ ทำให้ทุกคำที่ทานกลายเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม
  • ลอนดอน: ศูนย์กลางแห่งอาหารนานาชาติ – ห้องครัวสไตล์อังกฤษสมัยใหม่ รสชาติจากทั่วทุกมุมโลก และอาหารตั้งแต่อาหารชั้นสูงไปจนถึงอาหารคลาสสิกริมทาง
  • ฮ่องกง: งานเลี้ยงแนวตั้ง – ร้านอาหารชั้นเลิศที่ตั้งตระหง่านเหนือแผงขายได่ผิงและร้านก๋วยเตี๋ยว ผสมผสานมรดกและรสชาติจากทั่วโลกไว้ในทัศนียภาพเมืองที่งดงามตระการตา

จุดหมายปลายทางด้านการช็อปปิ้งที่ดีที่สุด

  • สิงคโปร์: การค้าปลีกที่มุ่งเน้นอนาคต – ย่านที่เต็มไปด้วยการออกแบบ ห้างสรรพสินค้าหรูหรา และตลาดทางวัฒนธรรมในเมืองที่เชื่อมโยงทั้งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน
  • ปารีส: Haute Couture (โอตกูตูร์ – ศิลปะการตัดเย็บชั้นสูง) และอื่นๆ – เมซงในตำนาน ร้านคอนเซ็ปต์ และตลาดนัดของเก่าที่ผสมผสานความสง่างามเหนือกาลเวลาเข้ากับสไตล์ที่ล้ำสมัย
  • ลอนดอน: มรดกพบกับความทันสมัย ​​- เรือธงสุดหรู ศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์ และตลาดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเมืองที่กำหนดสไตล์ระดับโลก

จุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงที่ดีที่สุด

  • โซล: นวัตกรรมพบกับวัฒนธรรม – เวที K-pop ความบันเทิงล้ำสมัย และสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่กำหนดเทรนด์ระดับโลก
  • โตเกียว: พลังงานที่ไม่มีใครเทียบได้ – การแสดงระดับโลก แหล่งท่องเที่ยวที่น่าดื่มด่ำ และประสบการณ์ท้องถิ่นที่แท้จริงในเมืองที่สร้างมาเพื่อความตื่นเต้น
  • เม็กซิโกซิตี้: ความมีชีวิตชีวาอันบริสุทธิ์ – เทศกาล ดนตรี และการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างประเพณีและความสนุกสนานสมัยใหม่ที่ทำให้ทุกค่ำคืนนั้นน่าจดจำ

เกี่ยวกับ TOURISE Awards

รางวัล TOURISE Awards เป็นรางวัลระดับโลกที่ยกย่องจุดหมายปลายทางอันเป็นเลิศ โดยยกย่องสถานที่ต่างๆ ที่มอบประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย น่าจดจำ และสอดคล้องกับความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปของนักเดินทางในปัจจุบัน รางวัลนี้ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน โดยมอบรางวัลให้กับจุดหมายปลายทางใน 5 สาขา ได้แก่ ศิลปะและวัฒนธรรม การผจญภัย อาหารและการทำอาหาร ช้อปปิ้ง และความบันเทิง ปิดท้ายด้วยรางวัลจุดหมายปลายทางยอดเยี่ยม (Best Overall Destination Award) รางวัลนี้ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความยั่งยืน การอนุรักษ์วัฒนธรรม และผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ระดับโลกสำหรับสิ่งที่ทำให้จุดหมายปลายทางนั้นพิเศษอย่างแท้จริง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรางวัล TOURISE ได้ที่ www.TOURISE.com/awards

เกี่ยวกับ TOURISE

TOURISE เป็นแพลตฟอร์มชั้นนำของโลกที่สร้างขอบเขตใหม่ให้กับการท่องเที่ยวทั่วโลก

การประชุม TOURISE Summit ครั้งแรก ที่ขับเคลื่อนโดยกระทรวงการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2025 ที่ริยาด โดย TOURISE จะรวบรวมผู้มีวิสัยทัศน์จากภาครัฐ ภาคธุรกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี เพื่อนำเสนอโครงการริเริ่มที่มีผลกระทบสูงและข้อตกลงต่างๆ ที่จะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมอุตสาหกรรมและสร้างภาคการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เป็นธรรม และมุ่งเน้นอนาคต

TOURISE มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในเชิงกายภาพและครอบคลุมทุกช่องทางดิจิทัล โดยจะรับประกันการมีส่วนร่วมในวงกว้างจากทั่วโลก ควบคู่ไปกับการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุดสำหรับผู้ที่มีวิสัยทัศน์ในการกำหนดอนาคตของการท่องเที่ยวโลก หลังจากการประชุมสุดยอด TOURISE จะขยายขอบเขตเป็นแพลตฟอร์มตลอดทั้งปีที่ซึ่งแนวคิดที่โดดเด่นจะกลายเป็นทางออกในโลกแห่งความเป็นจริง

นี่คือจุดกำเนิดของการท่องเที่ยวในอีก 50 ปีข้างหน้า เมื่อร่วมมือกัน เราจะไม่มีวันหยุดยั้ง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TOURISE ได้ที่ www.TOURISE.com และสมัครรับจดหมายข่าว

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20251029909575/en

Contacts

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อ: media@TOURISE.com

ที่มา: TOURISE

The Bangkok Reporter