โครงการ Hudayriyat Golf Estates ของ Modon สร้างสถิติในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยยอดขายมากกว่า 13 พันล้านดีร์แฮม ภายในไม่กี่วันหลังเปิดตัว

Logo

  •  โครงการที่อยู่อาศัยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  •  โครงการนี้ประกอบด้วยบ้านพักตากอากาศติดสนามกอล์ฟ วิลล่า และทาวน์เฮาส์ บนเกาะฮูดายริยัต ในอาบูดาบี
  •  1,700 หลังขายหมดภายในไม่กี่วันหลังเปิดตัว
  •  15% เป็นผู้ซื้อที่ไม่ใช่ผู้พำนักในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  •  81% เป็นลูกค้าใหม่ของ Modon

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–08 กรกฎาคม 2026

Modon ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยการเปิดตัวโครงการ Hudayriyat Golf Estates บนเกาะฮูดายริยัต ในอาบูดาบี

Modon's Hudayriyat Golf Estates sets UAE record with more than AED 13 billion in sales within days of launch (Photo: AETOSWire)

โครงการ Hudayriyat Golf Estates ของ Modon ได้สร้างสถิติในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วยยอดขายมากกว่า 13 พันล้านดีร์แฮมภายในไม่กี่วันหลังเปิดตัว (ภาพ: AETOSWire)

โดยภายในเวลาไม่กี่วันหลังเปิดตัว โครงการที่อยู่อาศัยแห่งนี้ก็สามารถทำยอดขายได้สูงเป็นประวัติการณ์ เกินกว่า 13 พันล้านดีร์แฮม ซึ่งถือเป็นมูลค่าการขายสูงสุดที่บันทึกไว้สำหรับการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยเดียวในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

โครงการนี้ประกอบด้วยบ้านพักตากอากาศ วิลล่า และทาวน์เฮาส์สุดหรูที่ตั้งอยู่ติดสนามกอล์ฟ โดยที่พักอาศัย 1,700 หลังถูกขายหมดภายในไม่กี่วันหลังจากการเปิดตัว

การตอบรับจากผู้ซื้อและนักลงทุนสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของอาบูดาบีและวิสัยทัศน์ในการพัฒนาของ Modon ในขณะเดียวกันก็ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงตำแหน่งของเกาะฮูดายริยัตในฐานะจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ชั้นนำ

โครงการที่อยู่อาศัยแบบปิดแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว สุขภาพที่ดี และการใช้ชีวิตระดับพรีเมียม จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดย 15% นั้นเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ 81% เป็นลูกค้าใหม่ของ Modon โดยสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์อันดาลูเซีย วิวริมน้ำและวิวสนามกอล์ฟ รวมถึงสนามกอล์ฟขนาด 95 เฮกเตอร์ ได้ถูกผสานรวมเข้ากับผังเมืองที่สามารถเดินได้สะดวก เส้นทางสีเขียวความยาว 2.3 กิโลเมตรที่เชื่อมต่อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย รวมถึงคลับเฮาส์ ศูนย์สุขภาพและฟิตเนส ร้านค้าปลีกและสถานบันเทิง พื้นที่ทำงานร่วมกัน และโรงเรียน

ฯพณฯ Jassem Mohamed Bu Ataba Al Zaabi ประธานกรรมการของ Modon Holding กล่าวว่า: “ความต้องการที่แข็งแกร่งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกที่มีต่ออาบูดาบีและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากวิสัยทัศน์ระยะยาว ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของผู้นำ ที่เป็นการตอกย้ำถึงตำแหน่งของเอมิเรตส์ในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดที่สุดในโลกสำหรับการลงทุน บุคลากรที่มีความสามารถ และคุณภาพชีวิต”

Bill O’Regan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทของ Modon Holding กล่าวว่า: “ผลตอบรับนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างเกี่ยวกับวิธีที่ผู้คนเลือกสถานที่อยู่อาศัย โดยผู้ซื้อต่างมองหาชุมชนที่ผสมผสานบ้านคุณภาพสูงเข้ากับไลฟ์สไตล์ ความเป็นอยู่ที่ดี และการเชื่อมต่อมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ Modon นั้นเรามุ่งเน้นการสร้างจุดหมายปลายทางแบบบูรณาการที่นำองค์ประกอบเหล่านี้มารวมกันในลักษณะที่สร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้อยู่อาศัย นักลงทุน และเมืองโดยรวม”

Ibrahim Al Maghribi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Modon Real Estate กล่าวเสริมว่า: “โครงการ Hudayriyat Golf Estates ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่โดดเด่น โดยเน้นคุณภาพ ความเป็นส่วนตัว และการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง โดยการตอบรับจากผู้ซื้อนั้นสะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์ของชุมชน ทำเลที่ตั้งอันเป็นเอกลักษณ์ และความต้องการที่แข็งแกร่งสำหรับบ้านที่ได้รับการวางแผนอย่างรอบคอบในอาบูดาบี เราขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจที่มอบให้กับ Modon และหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ชุมชนแห่งนี้มีชีวิตชีวา”

Hudayriyat Golf Estates ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองอาบูดาบีประมาณ 20 นาที และห่างจากสนามบินนานาชาติซาเยดประมาณ 30 นาที นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมกีฬาต่างๆ บนเกาะ Hudayriyat ได้อย่างสะดวก รวมถึง Surf Abu Dhabi, สนามแข่งจักรยาน Velodrome และเครือข่ายเส้นทางปั่นจักรยาน วิ่ง และสันทนาการที่กว้างขวางต่างๆ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและเพื่อลงทะเบียนแสดงความสนใจในการพัฒนาโครงการในอนาคต นักลงทุนที่สนใจสามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.modon.com หรือโทร 800 MODON

เกี่ยวกับ Modon:

Modon เป็นบริษัทโฮลดิ้งระดับนานาชาติ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อาบูดาบี (ADX) โดย Modon นั้นเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเมือง สร้างสรรค์ดีไซน์ และมีประสบการณ์อันโดดเด่นที่เหนือความคาดหมายอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การบริการ การบริหารสินทรัพย์และการลงทุน การจัดงาน การจัดเลี้ยง การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานของเมือง เรากำลังทำให้เมืองมีชีวิตชีวาด้วยการส่งมอบมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว

บัญชีโซเชียลมีเดียของ Modon:

LinkedIn
X
Instagram
Facebook
YouTube

*ที่มา: AETOSWire

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:
https://www.businesswire.com/news/home/20260707126559/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

press@modon.com
ir@modon.com
https://www.modon.com/
 
Ahmed Abu Shehab
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการสื่อสารของ Modon
Ahmed.abushehab@modon.com
 
Rawad Khattar
Weber Shandwick
rkhattar@webershandwick.com

ที่มา: Modon

STARTO ENTERTAINMENT เปิดตัวบริการจดหมายข่าว “STARTO NEWS ARCHIVES”

Logo

— บริการใหม่นี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับดาราและศิลปินในหลายภาษา ผ่านการสมัครสมาชิกฟรี และการอัปเดตเป็นประจำทางอีเมล, Facebook และ LINE —

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–01 กรกฎาคม 2026

บริษัทเอเจนซี่จัดหานักแสดง STARTO ENTERTAINMENT, Inc. ของญี่ปุ่น ได้เปิดตัว “STARTO NEWS ARCHIVES” ที่เป็นบริการจดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์ฟรีสำหรับแฟนๆ ทั่วเอเชียและประเทศอื่นๆ โดยมีข้อมูลและข่าวสารอัปเดตในภาษาจีนดั้งเดิม ไทย เกาหลี และอังกฤษ

<img alt="โลโก้บริการ" src=" mms.thaibusinessnews.com/media/2026/img//2026070124972-24972/54558690_STARTO_ENTERTAINMENT_5875539cimg_608931_1.jpg” />

โลโก้บริการ

นอกเหนือจากรายละเอียดเกี่ยวกับผลงานใหม่ มิวสิกวิดีโอ และสื่อสตรีมมิ่งอื่นๆ ที่สามารถรับชมได้ทั่วโลกแล้ว ยังจะเน้นไปที่เนื้อหาที่แฟนๆ ในต่างประเทศสามารถรับชมได้ด้วยตนเอง เช่น คอนเสิร์ตในท้องถิ่น และกิจกรรมสดต่างๆ ที่จัดโดยศิลปินชื่อดังของบริษัท บทความทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งมีจดหมายข่าวที่ครอบคลุมส่งทางอีเมล และการอัปเดตเพิ่มเติมผ่านทาง Facebook และ LINE

STARTO NEWS ARCHIVES (ภาษาจีนดั้งเดิม / ภาษาไทย / ภาษาเกาหลี / ภาษาอังกฤษ)
เว็บไซต์: https://starto-news.com
Facebook: https://www.facebook.com/startonewsarchivesthailand

ผู้ที่ลงทะเบียนใช้บริการจะมีโอกาสติดตามการแจ้งเตือนสำหรับศิลปินที่ชื่นชอบ ได้รับฟีดข่าวที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นและประสบการณ์ไร้พรมแดนสำหรับแฟนเพลงเจป็อปทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเพจ Facebook ในชื่อ “STARTO News Archives (เมืองไทย)” และบัญชี LINE ทางการในชื่อ “STARTO NEWS (ไทย)” เพื่อนำเสนอข้อมูลอัปเดตอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับเว็บไซต์หลัก

ข้อมูลบริษัท

ชื่อบริษัท: STARTO ENTERTAINMENT, Inc. (บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น)

ลักษณะธุรกิจ: บริหารจัดการศิลปินและดารา การผลิตจัดการสื่อบันเทิงทั่วไป

เวปไซต์บริษัท
https://starto.jp/?lang=en

*ห้ามทำซ้ำหรือนำเนื้อหาในเอกสารนี้ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ นอกเหนือจากการประชาสัมพันธ์*

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

สำหรับคำถามและการสอบถามจากสื่อ
STARTO ENTERTAINMENT, Inc. สำนักงาน COO
อีเมล: inquiry@starto-news.com
ผู้ติดต่อหลัก: Shimoura (Mr.), Hayashi (Ms.)

ที่มา: STARTO ENTERTAINMENT, Inc.

ประกาศผลผู้ชนะ ‘Concrete in Life 2025/26’ – ภาพถ่ายสุดตระการตาจากทั่วโลก

Logo

  •  Concrete in Life ภาพถ่ายแห่งปีจากประเทศฟิลิปปินส์ได้รับรางวัลชนะเลิศ 10,000 ดอลลาร์
  • มีผลงานส่งเข้าประกวดจากนานาชาติกว่า 20,000 รายการ ทั้งจากช่างภาพมืออาชีพและช่างภาพมือสมัครเล่นที่ใช้สมาร์ทโฟน
  • คอนกรีตเป็นวัตถุที่ถูกใช้งานมากที่สุดของโลกรองจากน้ำ

กรุงลอนดอน–(BUSINESS WIRE)–22 เมษายน 2026

ภาพถ่ายที่ทรงพลังและน่าประทับใจจากทั่วโลกได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะ ในการแข่งขันประกวดภาพถ่ายระดับโลก อย่าง Concrete in Life 2025/26 ด้วยการถ่ายทอดให้เห็นบทบาทที่สำคัญของคอนกรีตในชีวิตประจำวัน โครงสร้างพื้นฐาน เมือง และการออกแบบ

OVERALL WINNER: Pillars Across the Sea by Celbert Palaganas, Cebu City, Philippines

ผู้ชนะอันดับหนึ่งจากทั้งหมด: Pillars Across the Sea จาก Celbert Palaganas เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์

ดำเนินการจัดโดยสมาคมซีเมนต์และคอนกรีตโลก (Global Cement and Concrete Association: GCCA) การแข่งขันประจำปีนี้มีผลงานส่งเข้าร่วมมากกว่า 20,000 รายการ ทั้งจากช่างภาพมืออาชีพ ช่างภาพมือสมัครเล่น และผู้ใช้สมาร์ทโฟน โดยครอบคลุมทุกทวีป การแข่งขันจะมุ่งเน้นให้เห็นว่าคอนกรีตเป็นส่วนสำคัญที่รองรับชีวิตยุคใหม่ อีกทั้งยังสะท้อนความงาม ความคิดสร้างสรรค์ และความเชื่อมโยงของผู้คนด้วย

Thomas Guillot ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GCCA กล่าวว่า: ภาพถ่ายอันน่าตื่นตาตื่นใจที่ส่งเข้ามาในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกของคอนกรีตต่อชีวิตของผู้คนทั่วโลกบางครั้งก็ในด้านการใช้งาน บางครั้งก็แฝงตัวมาอย่างแนบเนียน และบางครั้งก็มีความสวยงามอย่างมาก

รางวัลภาพถ่าย Concrete in Life แห่งปี 2025/26 พร้อมเงินรางวัลสูงสุด 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่มอบให้กับ Celbert Palaganas จากภาพ “Pillars Across the Sea” ที่ถ่ายในเมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ภาพนี้ถ่ายทอดพืชชายฝั่งสีเขียวในฉากหน้า ในขณะที่สะพาน Cebu–Cordova Link Expressway ซึ่งเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศฟิลิปปินส์ ทอดยาวอยู่บนเส้นขอบฟ้า โดยทำให้เห็นความขัดแย้งกันระหว่างธรรมชาติกับงานวิศวกรรมกันอย่างชัดเจน

Celbert Palaganas กล่าวว่า: ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและขอบคุณอย่างมากที่ได้เป็นผู้ชนะการแข่งขันในปีนี้ สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมคือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ความแข็งแกร่งและความคงทนถาวรของคอนกรีตที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านบน และความแข็งแกร่งของธรรมชาติอันเงียบสงบที่เติบโตอยู่ด้านล่าง ในเฟรมภาพดังกล่าวนั้น ผมไม่ได้เห็นถึงความขัดแย้ง แต่เป็นการอยู่ร่วมกันที่งานวิศวกรรมและธรรมชาติสามารถใช้พื้นที่เดียวกันได้

การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพถ่ายที่ชนะ, กรรมการตัดสินการแข่งขัน Chris George ผู้อำนวยการฝ่ายเนื้อหาของ Digital Camera World กล่าวว่า: เป็นภาพถ่ายที่มีสีสันสวยงามอย่างมาก ใช้ระยะชัดลึกที่สมาร์ทโฟนมีได้อย่างเต็มที่ ทำให้พืชในฉากหน้าคมชัดไม่แพ้โครงสร้างของสะพานเลย

นอกจากผู้ชนะอันดับหนึ่งของทั้งหมดแล้ว ยังมีการประกาศผู้ชนะในอีก 4 หมวด โดยแต่ละท่านจะได้รับเงินรางวัล 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ Ralph Emerson De Peralta ได้รับรางวัลชนะเลิศในหมวด Urban Concrete จากภาพถ่ายของเขาที่ชื่อว่า“ Dubai Rising ” ภาพถ่ายอุโมงค์รถไฟ MRT ในเมืองจาการ์ตาที่ชื่อว่า “Hidden Connection ” โดย Rafly Rinaldy ได้รับรางวัลชนะเลิศในหมวด Concrete Infrastructure ขณะที่ Naitao Li (李迺涛) ได้รับรางวัลในหมวด Concrete in Daily Life จากภาพ “Time and Space Travellers” ในเมืองฮาร์บิน ประเทศจีน หมวด Beauty and Design ผู้ชนะคือ Marcel Van Balken จากภาพถ่ายของเขา “ Triangles” ที่ถ่ายในเมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม

รางวัลขวัญใจมหาชน ซึ่งเลือกจากการโหวตของมหาชน พร้อมเงินรางวัล 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นของ Aung Chan Thar จากภาพ “Rhythm on Concrete” ที่ถ่ายในเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม

Mr Guillot กล่าวเพิ่มเติมว่า: คอนกรีตมีบทบาทในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น สะพาน ทางรถไฟ และถนน ที่เชื่อมโยงพวกเราเข้าด้วยกัน รวมถึงบ้าน สำนักงาน และโรงเรียนที่เราอยู่กันทุกวัน การแข่งขันนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้แสดงให้เห็นว่าคอนกรีตมีความสำคัญต่อพวกเขามากน้อยเพียงใด

สามารถดูรายชื่อผู้ชนะทั้งหมด พร้อมรายละเอียดภาพและคำกล่าวของผู้ชนะเหล่านั้น ตลอดจนภาพที่ผ่านเข้ารอบ 100 ภาพ และแกลเลอรีออนไลน์ได้ที่ Concrete in Life 2025/26 – การแข่งขันประกวดภาพถ่ายระดับโลก : GCCA

หมายเหตุถึงกองบรรณาธิการ:

สามารถค้นหาภาพถ่ายที่ชนะได้ในลิงก์สำหรับสื่อได้ ที่นี่

รายชื่อที่ผ่านเข้ารอบทั้งหมดสามารถดาวน์โหลดได้จาก เว็บไซต์ของเรา

คุณสามารถดูวิดีโอผู้ชนะของเราได้ ที่นี่

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260422352135/en

Contacts

Stephanie Mackrell
Stephanie.Mackrell@gccassociation.org 

ที่มา: Global Cement and Concrete Association






Walton Global เปิดตัวกองทุนที่ดินในสหรัฐฯ สำหรับนักลงทุนต่างชาติ

Logo

สกอตส์เดล รัฐแอริโซนา–(BUSINESS WIRE)–18 มีนาคม 2026

Walton Global (“Walton”) เป็นบริษัทชั้นนำด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การจัดหาที่ดิน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ดิน ได้ประกาศเปิดตัวกองทุน U.S. Land Income & Growth Fund สำหรับนักลงทุนต่างชาติ โดยกองทุนนี้เป็นกองทุนส่วนตัวที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้และการเพิ่มมูลค่าของเงินทุนในระยะยาวผ่านที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกา โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลของอุปทานที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ

กองทุนดังกล่าวได้ปิดการระดมทุนรอบแรกในเดือนตุลาคม 2025 ที่ได้จัดตั้งขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯ โดยการเปิดตัวกองทุนนี้นั้นเป็นไปตามแผนของ Walton Global ที่ก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวกองทุนที่เสนอขายต่อสาธารณะในญี่ปุ่นและกองทุนรวมที่จดทะเบียนในฮ่องกง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการอย่างต่อเนื่องจากต่างประเทศสำหรับกลยุทธ์การลงทุนในที่ดินของสหรัฐฯ

กลยุทธ์แบบผสมผสานนี้ให้เงินทุนระยะสั้นถึงระยะกลางแก่ผู้สร้างบ้านรายใหญ่ระดับประเทศของสหรัฐฯ ที่มีหลักประกันเป็นสิทธิจำนองลำดับแรกในที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย โดยใช้โฉนดที่ดินเป็นหลักประกัน และสร้างรายได้จากดอกเบี้ย ในขณะเดียวกัน กองทุนยังเข้าซื้อที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในเขตเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ ที่มีลักษณะเด่นคือ การเติบโตของประชากร การขาดแคลนที่อยู่อาศัย และความต้องการจากผู้สร้างบ้านอย่างต่อเนื่อง

“กองทุนนี้มีไว้สำหรับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนที่มีฐานะร่ำรวยที่ต้องการรายได้ที่มั่นคงและการเติบโตในระยะยาวผ่านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯ” Tim Haywood กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคตะวันออกกลางของ Walton Global กล่าว “Walton Global มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานหลายทศวรรษในการระบุสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านความคืบหน้าในการขออนุญาตและการขายให้กับผู้สร้าง”

กลยุทธ์นี้ออกแบบมาสำหรับโอกาสในระยะเริ่มต้นของห่วงโซ่คุณค่าที่อยู่อาศัย ซึ่งเงินทุนจะได้รับการค้ำประกันด้วยที่ดินมากกว่าตัวบ้านที่สร้างเสร็จแล้วหรือความต้องการของผู้บริโภค สำหรับนักลงทุนต่างชาติ ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยในสหรัฐฯ จะช่วยเปิดโอกาสให้เข้าถึงความต้องการที่อยู่อาศัยในระยะยาวด้วยโครงสร้างที่เน้นการค้ำประกันด้วยสินทรัพย์และการควบคุมเงินทุน การมุ่งเน้นไปที่ตำแหน่งที่ได้รับการค้ำประกันด้วยที่ดินมีจุดประสงค์เพื่อจำกัดการพึ่งพาการกู้ยืมหรือการจับจังหวะตลาด ซึ่งกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนท่ามกลางความผันผวนของตลาดในปัจจุบัน

กองทุนนี้ได้รับการรับรองว่าสอดคล้องกับหลักชะรีอะห์ โดย Masryef Advisory ซึ่งช่วยขยายโอกาสให้แก่นักลงทุนที่มีข้อกำหนดด้านการเงินของอิสลามและการลงทุนอย่างมีจริยธรรม ซึ่งต้องการโครงสร้างที่จับต้องได้และมีสินทรัพย์ค้ำประกัน

กองทุน U.S. Land Income & Growth Fund เปิดให้ผู้ลงทุนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมลงทุนได้ผ่านแพลตฟอร์มการลงทุนระดับโลกหลายแห่ง ได้แก่ Swissquote, Moventum, Capital Platforms, Momentum, Capital International Group, Universal Platform, Veri-Global และ Veritas Life

นอกจากนี้ กองทุนยังจดทะเบียนในหมู่เกาะเคย์แมนและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของหมู่เกาะเคย์แมน และบริหารจัดการโดย U.S. Land Manager (BVI) Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทแม่ของ Walton โดยมี Walton Global Holdings, LLC รับผิดชอบในการจัดหา จัดโครงสร้าง และบริหารจัดการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน

เกี่ยวกับ Walton Global

Walton Global เป็นบริษัทเอกชนชั้นนำด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ดินและการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก โดยมีที่ดินภายใต้การเป็นเจ้าของ การบริหารจัดการ และการดูแลมากกว่า 85,000 เอเคอร์ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา รวมมูลค่ากว่า 4.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยประสบการณ์กว่า 47 ปี ทาง Walton มีประวัติที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในการลงทุนด้านที่ดินในเส้นทางการเติบโตในเขตเมืองที่มีการเติบโตเร็วที่สุด โดยบริษัทได้กระจายเงินลงทุนไปแล้วรวม 2.96 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับนักลงทุนกว่า 87,000 รายใน 91 ประเทศ บริษัททำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้สร้างบ้าน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และพันธมิตรในอุตสาหกรรมชั้นนำของสหรัฐอเมริกา สายธุรกิจประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ การจัดหาเงินทุนที่ดินสำหรับผู้สร้างบ้าน โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ข้อเสนอ DST และโครงสร้างกองทุนต่างๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม walton.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Allison Worldwide
waltonglobal@allisonworldwide.com

ที่มา: Walton Global

ALMAL Real Estate Development แต่งตั้ง Wyndham Hotels & Resorts เป็นผู้ดูแลโครงการ The One by ALMAL Bali Nusa Dua ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือ Registry Collection

Logo

บาหลี อินโดนีเซีย–(BUSINESS WIRE)–13 มีนาคม 2026

ALMAL Real Estate Development ประกาศแต่งตั้ง Wyndham Hotels & Resorts เป็นผู้ดูแลโครงการ The One by ALMAL Bali Nusa Dua, a Registry Collection Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมหรูระดับไฮโซที่วางแผนไว้สำหรับย่านรีสอร์ทอันทรงเกียรติของนูซาดูอา บาหลี

The One by ALMAL Bali Nusa Dua, a Registry Collection Hotel (Photo: AETOSWire)

โรงแรม The One by ALMAL Bali Nusa Dua ในเครือ Registry Collection (ภาพ: AETOSWire)

The One by ALMAL ได้รับการออกแบบให้เป็นแลนด์มาร์คทางสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามตามธรรมชาติและการออกแบบสไตล์เขตร้อนของบาหลี ผสมผสานความหรูหราทันสมัยเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมของเกาะ โครงการนี้มุ่งเน้นประสบการณ์การพักผ่อนที่อบอุ่นเป็นกันเอง โดดเด่นด้วยการออกแบบที่หรูหรา สิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างดี และแนวคิดการบริการที่เป็นเลิศ ในหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โรงแรมแห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของ Registry Collection Hotels ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมระดับไฮเอนด์และหรูหราของ Wyndham Hotels & Resorts ที่ตั้งอยู่ในจุดหมายปลายทางอันโด่งดังทั่วโลก แบรนด์นี้รวบรวมโรงแรมอิสระที่ได้รับการยอมรับในด้านเอกลักษณ์และมาตรฐานการออกแบบระดับสูง พร้อมทั้งได้รับประโยชน์จากแพลตฟอร์มการตลาดระดับโลก ระบบการจอง และโปรแกรมสะสมคะแนน Wyndham Rewards ของ Wyndham

“โครงการ The One by ALMAL Bali Nusa Dua สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเราในการสร้างจุดหมายปลายทางด้านการบริการที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมที่พิถีพิถัน ทำเลที่ตั้งที่โดดเด่น และความร่วมมือกับแบรนด์ระดับนานาชาติ” Dmytro Starovoitov ผู้ก่อตั้งบริษัท ALMAL Real Estate Development กล่าว “บาหลียังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสุดหรูที่น่าปรารถนาที่สุดในโลก และโครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การบริการที่เป็นเอกลักษณ์ในใจกลางนูซาดูอา”

นูซาดูอาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่รีสอร์ทสุดหรูของบาหลี เป็นที่ตั้งของรีสอร์ทระดับโลก ชายหาดที่สวยงาม และสนามกอล์ฟระดับแชมป์ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

เกี่ยวกับ ALMAL Real Estate Development

ALMAL Real Estate Development เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติที่เชี่ยวชาญด้านโครงการที่อยู่อาศัยและโรงแรมระดับไฮเอนด์ในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วโลก บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างสรรค์อสังหาริมทรัพย์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น โดยผสมผสานความเป็นเลิศด้านการออกแบบ ทำเลที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ และมูลค่าในระยะยาว

เกี่ยวกับ Registry Collection Hotels

Registry Collection Hotels คือกลุ่มโรงแรมหรูและบูติกในเครือ Wyndham Hotels & Resorts ที่ตั้งอยู่ในจุดหมายปลายทางทั่วโลก แบรนด์นี้เชื่อมโยงโรงแรมอิสระต่างๆ เข้ากับเครือข่ายการตลาด ระบบการจอง และระบบนิเวศของสมาชิก Wyndham ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละโรงแรมไว้

Wyndham Hotels & Resorts เป็นบริษัทแฟรนไชส์โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อพิจารณาจากจำนวนโรงแรม โดยมีโรงแรมประมาณ 9,000 แห่งในกว่า 95 ประเทศ ด้วยแบรนด์ต่างๆ ในเครือและเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วโลก Wyndham ช่วยให้เจ้าของโรงแรมสามารถเข้าถึงการตลาด ระบบการจอง และโปรแกรมสะสมคะแนน Wyndham Rewards ได้

* แหล่งที่มา : AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260312735925/en

Contacts

Oksana Vitkovska, +97152458 5517
Ov@almal-investments.com

ที่มา: ALMAL Real Estate Development

Modon Holding ร่วมทุนกับ Related Companies และ Panepinto Properties เพื่อพัฒนาโครงการ Harborside 4 อาคารที่พักอาศัยหรูริมน้ำใจกลางเมืองเจอร์ซีย์ซิตี

Logo

  • Modon เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ใน Harborside 4 โครงการพัฒนาอาคารสูง 54 ชั้นใจกลางเมืองเจอร์ซีย์ซิตี ซึ่งจะส่งมอบอพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียมหรูให้เช่า 800 ยูนิตในไตรมาสที่ 1 ปี 2029
  • การร่วมทุนกับ Related และ Panepinto สนับสนุนกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องของ Modon ในการกระจายพอร์ตการลงทุนทั่วโลกผ่านการลงทุนที่มีคุณภาพสูงและความร่วมมือระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ –(BUSINESS WIRE)–22 ธันวาคม 2025

Modon Holding PSC (“Modon”) ประกาศในวันนี้ถึงการร่วมทุนใหม่เพื่อพัฒนาโครงการ Harborside 4 ซึ่งเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 54 ชั้น บนที่ดินริมน้ำทำเลทองแห่งสุดท้ายในใจกลางเมืองเจอร์ซีซิตี รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา โดย Modon จะถือหุ้นส่วนใหญ่ร่วมกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง Related Companies และ Panepinto Properties ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงมายาวนานในเจอร์ซีซิตี (“การร่วมทุน”) ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งในกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทในการขยายพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายไปทั่วโลก

Harborside 4 render (Photo: AETOSWire)

ภาพจำลองโครงการ Harborside 4 (ภาพ: AETOSWire)

โครงการ Harborside 4 ได้รับการออกแบบโดย Handel Architects ที่จะนำเสนออพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียมหรูให้เช่าจำนวน 800 ยูนิต ในใจกลางเมืองเจอร์ซีซิตี้ โดยอาคารจะมอบทัศนียภาพอันงดงามของเส้นขอบฟ้าแมนฮัตตัน และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์และการบริการระดับพรีเมียม รวมถึงฟิตเนสคลับชั้นนำและบริการคอนเซียร์จ ที่ตั้งอยู่ห่างจากแมนฮัตตันเพียงไม่กี่นาทีโดยรถไฟ PATH ข้ามแม่น้ำฮัดสัน และเรือเฟอร์รี่ พร้อมด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกชุมชนอยู่ใกล้เคียง รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ต Whole Foods ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน โครงการนี้จะจัดสรรอพาร์ตเมนต์สำหรับอยู่อาศัยประมาณ 75% เพื่อสร้างรายได้ประจำที่มั่นคง ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 25% จะทำการตลาดเป็นคอนโดมิเนียมเพื่อขาย โดยการก่อสร้างมีกำหนดเริ่มในไตรมาสที่ 1 ปี 2026 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 1 ปี 2029

การร่วมทุนนี้จะร่วมกันดูแลการพัฒนาโครงการ โดย Related จะเป็นผู้นำด้านการพัฒนาและการบริหารจัดการก่อสร้าง การให้เช่า และการดำเนินงานต่างๆ ซึ่งทาง Related นั้นมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาและการบริหารจัดการแบบบูรณาการมากว่า 50 ปี โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมูลค่า 70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และโครงการก่อสร้างมูลค่ากว่า 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ส่วน Panepinto Properties ที่ได้พัฒนาพื้นที่กว่า 17 ล้านตารางฟุตในเมืองเจอร์ซีซิตี้ตั้งแต่ปี 1977 ได้นำมาซึ่งความรู้ในท้องถิ่นอย่างลึกซึ้งและความมุ่งมั่นที่มีมายาวนานต่อชุมชนในเมืองเจอร์ซีซิตี้ รวมถึงกลุ่มธนาคารที่นำโดย J.P. Morgan จะให้การสนับสนุนทางการเงินสำหรับการก่อสร้างโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นี้

H.E. Jassem Mohamed Bu Ataba Al Zaabi ประธานกรรมการของ Modon Holding กล่าวว่า “โครงการ Harborside 4 เป็นความก้าวหน้าตามธรรมชาติในการขยายธุรกิจระดับโลกของ Modon ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูงซึ่งสร้างมูลค่าในระยะยาว การร่วมมือกับ Related และ Panepinto ได้นำสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญและความทะเยอทะยานมารวมกันเพื่อช่วยสร้างชุมชนที่มีชีวิตชีวาและพร้อมสำหรับอนาคต และช่วยเสริมสร้างตำแหน่งของ Modon ในฐานะพันธมิตรด้านการลงทุนระหว่างประเทศที่น่าเชื่อถือ โครงการนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอระหว่างประเทศของเรา สนับสนุนกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง และเน้นย้ำวิสัยทัศน์ของ Modon ในการพัฒนาจุดหมายปลายทางในเมืองคุณภาพสูงในตลาดสำคัญทั่วโลก”

Bill O’Regan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Modon Holding กล่าวว่า “โครงการ Harborside 4 สอดคล้องอย่างยิ่งกับกลยุทธ์การเติบโตในระดับสากลของเรา โดยเป็นการผสมผสานโอกาสในการพัฒนาโครงการชั้นเยี่ยมเข้ากับแผนการดำเนินงานที่เป็นระบบ และพันธมิตรที่มีศักยภาพสูง รวมถึงเป้าหมายของ Modon ในการเพิ่มรายได้ประจำในระยะยาว โดยความแข็งแกร่งด้านการดำเนินงานของ Related และความรู้ในท้องถิ่นของ Panepinto นั้นช่วยสร้างแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อความเป็นเลิศด้านการออกแบบและการดำเนินงานอย่างมีระเบียบวินัย เราจะทำงานร่วมกับ Related และ Panepinto อย่างใกล้ชิดเพื่อกำกับดูแลทุกขั้นตอนสำคัญของการพัฒนาโครงการ ซึ่งจะช่วยให้ Harborside กลายเป็นชุมชนที่มีการบริหารจัดการที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงในระยะยาว ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้ได้ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเราในการสร้างและเสริมสร้างความยืดหยุ่นของพอร์ตโฟลิโอระดับโลกที่หลากหลายของเรา”

Bruce A. Beal Jr. ประธานบริษัท Related Companies กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับทีมงานของ Modon Holding ในการทำให้โครงการที่น่าตื่นเต้นนี้เกิดขึ้นจริง ด้วยทำเลที่ตั้งที่ไม่มีใครเทียบได้ ห่างจากแมนฮัตตันเพียงไม่กี่นาทีในเมืองเจอร์ซีซิตี้ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Harborside 4 จึงเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมในการพัฒนาบ้านริมน้ำที่สวยงามสำหรับผู้อยู่อาศัยที่พิถีพิถัน ร่วมกับพันธมิตรและนักลงทุนที่แบ่งปันวิสัยทัศน์ของเราในการสร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยในเมืองที่มีชีวิตชีวา”

Joseph Panepinto, Sr. ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Panepinto Properties กล่าวว่า “การเข้าซื้อ Harborside 4 ช่วยเสริมบทบาทของเราในการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำของเมืองเจอร์ซีย์ซิตีและพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ที่เคยเป็นเขตอุตสาหกรรมกำลังค่อยๆ พัฒนาเป็นย่านที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ที่ทันสมัยและโดดเด่น สร้างงานและรายได้ให้กับผู้อยู่อาศัยทุกคนในเมือง โครงการนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้นนั้น เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเมืองในเขตต่างๆ”

Modon มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่อาบูดาบี และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อาบูดาบี (ADX) ดำเนินธุรกิจหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม การบริหารสินทรัพย์ การลงทุน การจัดงาน และการท่องเที่ยว โดยพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศของ Modon ประกอบด้วย การร่วมทุน 50% ในการพัฒนาอาคารสำนักงาน 2 Finsbury Avenue ในลอนดอน โดยร่วมมือกับ British Land และ GIC; การเข้าซื้อกิจการ La Zagaleta ในสเปน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่อยู่อาศัยและสนามกอล์ฟที่หรูหราที่สุดในยุโรป; และการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในสถานที่จัดการแข่งขันขี่ม้า Wellington International ในปาล์มบีชเคาน์ตี้ รัฐฟลอริดา ส่วนสินทรัพย์อื่นๆ ได้แก่ โรงแรมและรีสอร์ตในห้าประเทศทั่วสามทวีป สถานที่เล่นกีฬาและสันทนาการ และสถานที่จัดงานและนิทรรศการระดับโลกที่สำคัญ เช่น ศูนย์ ADNEC ในอาบูดาบี และ ExCel London

เกี่ยวกับ Modon:

Modon เป็นบริษัทโฮลดิ้งระดับนานาชาติ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อาบูดาบี (ADX) เราเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเมือง สร้างสรรค์งานออกแบบและประสบการณ์ที่โดดเด่นเหนือความคาดหมายอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจหลักของเราประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริการ การจัดการสินทรัพย์ การลงทุน กิจกรรม และการท่องเที่ยว เป้าหมายของเราคือการส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว เพื่อสร้างรากฐานสำหรับการใช้ชีวิตอัจฉริยะและเชื่อมต่อถึงกัน

เกี่ยวกับ Related Companies

Related Companies เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์และไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรม และเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์เอกชนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว โดย Related เป็นหนึ่งในเจ้าของและผู้อนุรักษ์ที่อยู่อาศัยราคาไม่แพงรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายและครบวงจร โดยมีประสบการณ์ในทุกด้านของการพัฒนา การซื้อกิจการ การจัดการ การเงิน การตลาด และการขาย โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์ก และ Related มีสำนักงานและโครงการพัฒนาขนาดใหญ่อยู่ทั้งในบอสตัน ชิคาโก ลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก เท็กซัส วอชิงตัน ดี.ซี. และลอนดอน รวมถึงมีทีมงานมืออาชีพประมาณ 4,000 คน และมีสินทรัพย์ที่ถือครองหรืออยู่ระหว่างการพัฒนามากกว่า 70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงย่าน Hudson Yards ขนาด 28 เอเคอร์ทางฝั่งตะวันตกของแมนฮัตตัน ศูนย์ Deutsche Bank Center ที่ Columbus Circle และ The 78 ในชิคาโก โดย Related นั้นได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในรายชื่อ 50 บริษัทที่มีนวัตกรรมมากที่สุดในโลกจากนิตยสาร Fast Company ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Related ได้ที่ www.related.com

เกี่ยวกับ Panepinto

Panepinto Properties เป็นผู้นำตลาดและผู้ริเริ่มนวัตกรรมด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองเจอร์ซีย์ซิตีมาตั้งแต่ปี 1977 โดยดำเนินโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ล้ำสมัยทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ โดยมุ่งเน้นที่การออกแบบและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว และบริการด้านศิลปะร่วมสมัยสำหรับโครงการที่อยู่อาศัย สำนักงาน และโรงแรม ในฐานะบริษัทที่ดำเนินงานโดยอิสระ Panepinto Properties ทำงานอย่างใกล้ชิดกับสถาบันการเงิน หน่วยงานของเมืองและรัฐ วิศวกร สถาปนิก นักออกแบบ และศิลปิน เพื่อให้มั่นใจว่าแต่ละโครงการมีความเป็นเอกลักษณ์และประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงและสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับย่านต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าให้กับชุมชนท้องถิ่น

*ที่มา: AETOSWire

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:
https://www.businesswire.com/news/home/20251222455854/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:
Salma El Baghdadi
press@modon.com
ir@modon.com
www.modon.com
LinkedIn
X
Instagram
Facebook
YouTube

ที่มา: Modon Holding PSC

Modon Holding ประกาศการลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน Wellington Lifestyle Partners เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอระดับโลกในการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์สุดหรู

Logo

  •  Modon เข้าร่วมกลุ่มนักลงทุนเพื่อยกระดับสนามแข่งม้า Wellington International และพัฒนาจุดหมายปลายทางสุดหรูที่ผสานรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ธุรกิจบริการ และกีฬาในเมืองเวลลิงตัน ปาล์มบีชเคาน์ตี รัฐฟลอริดา
  •  เสริมความแข็งแกร่งให้กับ Modon ทั่วโลก และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสานขนาดใหญ่ ธุรกิจบริการ และไลฟ์สไตล์

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–26 พฤศจิกายน 2025

Modon Holding P.S.C (“Modon”) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงอาบูดาบี ในวันนี้ได้ประกาศการลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน Wellington Lifestyle Partners (“WLP”) โดยเข้าร่วมกับกลุ่มนักลงทุนที่มีอยู่ในบริษัท

Aerial shot of Wellington International (Photo: AETOSWire)

ภาพถ่ายทางอากาศของสนามบินนานาชาติเวลลิงตัน (ภาพ: AETOSWire)

การลงทุนของ Modon จะสนับสนุนการพัฒนาสนามแข่งม้า Wellington International ในระยะยาว และนำไปสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตราลักชัวรีอันโดดเด่น ซึ่งประกอบด้วยที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ โรงแรมบูติก มาร์เก็ตเพลสเชิงพาณิชย์ และสนามกอล์ฟระดับแชมเปี้ยนชิพในเมืองเวลลิงตัน รัฐฟลอริดา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ระดับโลกของกีฬาขี่ม้า โดยการลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นการลงทุนโดยตรงครั้งแรกของ Modon ในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ขับเคลื่อนด้วยกีฬาขี่ม้าในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะช่วยเสริมพอร์ตการลงทุนระดับโลกที่มีอยู่ และช่วยตอกย้ำถึงกลยุทธ์ในการร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศชั้นนำเพื่อขยายธุรกิจไปทั่วโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตราลักชัวรี ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างสถานะของ Modon ในฐานะนักลงทุนที่ได้รับการยอมรับระดับโลกในโครงการอสังหาริมทรัพย์และโครงการไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูง

ด้วยการลงทุนครั้งนี้ Modon ได้เข้าร่วมกับกลุ่มนักลงทุนและผู้ประกอบการเดิมของ WLP เพื่อพัฒนาพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ในหลากหลายประเภท ทั้งไลฟ์สไตล์และกีฬา โดยพอร์ตโฟลิโอนี้ประกอบด้วย Wellington International showgrounds ที่มีชื่อเสียงระดับโลก; The Wanderers Club คลับส่วนตัวสำหรับครอบครัวที่ให้บริการกอล์ฟ เทนนิส สระว่ายน้ำ และร้านอาหาร; The Wellington ชุมชนคลับที่พักอาศัยส่วนตัวแห่งใหม่ที่ประกอบด้วยบ้านพักระดับชั้นนำ 253 หลังที่จะเปิดตัวในปี 2028 พร้อมสนามกอล์ฟระดับแชมเปี้ยนชิพที่ออกแบบโดย David McLay Kidd และมาร์เก็ตเพลสแนวไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการออกแบบอย่างมีแบบแผนที่ประกอบด้วยโรงแรมบูติกสุดหรู ที่พักอาศัย ร้านค้า สำนักงาน และร้านอาหารต่างๆ โดยสินทรัพย์เหล่านี้รวมกันเป็นแผนแม่บทระยะยาวเพื่อเสริมสร้างสถานะของเวลลิงตันในฐานะศูนย์กลางกีฬาขี่ม้าและการใช้ชีวิตที่หรูหราระดับโลก

การลงทุนครั้งนี้ยังรวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสิทธิ์การใช้งานเชิงกลยุทธ์ที่อนุญาตให้ Modon สามารถใช้แบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญาของ Wellington International ในตลาดเชิงกลยุทธ์สำคัญหลายแห่งได้ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาไลฟ์สไตล์และจุดหมายปลายทางของชุมชนในอนาคต ภายใต้ข้อตกลงนี้ Modon จะเป็นผู้สนับสนุนหลักของเทศกาลขี่ม้าฤดูหนาว (Winter Equestrian Festival) และเทศกาล Adequan® Global Dressage Festival (AGDF) ซึ่งเป็นการแข่งขันขี่ม้า/กระโดดและเดรสสาจที่ใหญ่ที่สุดและยาวนานที่สุดในโลก ที่ดึงดูดผู้ชมและผู้จัดแสดงสินค้ามากกว่า 250,000 รายในแต่ละปี

ฯพณฯ Jassem Mohamed Bu Ataba Al Zaabi ประธาน Modon Holding กล่าวว่า “การลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Modon ที่จะลงทุนร่วมกับพันธมิตรระดับโลกที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันในด้านความเป็นเลิศในการพัฒนาจุดหมายปลายทาง โดย Wellington Lifestyle Partners เป็นตัวแทนของความร่วมมืออันโดดเด่นที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ การขี่ม้า การบริการ และชุมชนที่ขับเคลื่อนด้วยกีฬา การขยายธุรกิจของเราไปยังสหรัฐอเมริกา ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของ Modon ในการส่งมอบจุดหมายปลายทางที่ยั่งยืน ซึ่งเปี่ยมด้วยคุณภาพ นวัตกรรม และความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม”

Bill O’Regan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท Modon Holding กล่าวเสริมว่า “ความร่วมมือของเรากับ Wellington Lifestyle Partners สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ Modon ในการพัฒนาจุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แบบบูรณาการที่ผสมผสานชุมชน กีฬา และการต้อนรับขับสู้ ซึ่ง Wellington International ได้รับการยอมรับทั่วโลกในด้านความเป็นเลิศด้านการขี่ม้า และความร่วมมือนี้ถือเป็นโอกาสอันมีค่าในการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงาน การวางแผนหลัก และการออกแบบ โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมพอร์ตโฟลิโอของเราในเกาะ Hudayriyat, Ras El Hekma และ La Zagaleta ที่ได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Modon ในการส่งมอบจุดหมายปลายทางระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงชีวิต”

Mark Bellissimo ผู้ก่อตั้ง Wellington Lifestyle Partners กล่าวว่า “การผนวก Modon Holding เข้ากับ Wellington Lifestyle Partners จะนำมาซึ่งความเชี่ยวชาญอันโดดเด่น ด้วยประสบการณ์การพัฒนาจุดหมายปลายทางระดับโลกของ Modon, ความเป็นผู้นำของ Doug McMahon และ NEXUS ในการพัฒนาชุมชนระดับลักชัวรี และนักขี่ม้า Murray Kessler ในตำแหน่งซีอีโอของ Wellington International เราจึงอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมือนใครในการเร่งวิสัยทัศน์ของเราเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ด้านคุณภาพสำหรับจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์การขี่ม้าที่นี่ในเวลลิงตัน”

เกี่ยวกับ Modon:

Modon เป็นบริษัทโฮลดิ้งระดับนานาชาติ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อาบูดาบี (ADX) เราเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเมือง สร้างสรรค์งานออกแบบและประสบการณ์ที่โดดเด่นเหนือความคาดหมายอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจหลักของเราประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริการ การจัดการสินทรัพย์ การลงทุน กิจกรรม และการท่องเที่ยว เป้าหมายของเราคือการส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว เพื่อสร้างรากฐานสำหรับการใช้ชีวิตอัจฉริยะและเชื่อมต่อถึงกัน

เกี่ยวกับ Wellington Lifestyle Partners:

Wellington Lifestyle Partners (WLP) ตั้งอยู่ที่เมืองเวลลิงตัน โดยได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนเอกชน ได้แก่ Mark Bellissimo, Lisa Lourie, Roger Smith, Jeff Skoll, Mike Smith และ NEXUS Luxury Collection โดย WLP เป็นบริษัทบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริการ และกีฬาที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ ภายใต้การนำของ Douglas McMahon ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ Paige Nuñez ที่เป็นประธาน โดย WLP ได้บริหารพอร์ตโฟลิโอต่างๆ ซึ่งรวมถึง The Wellington ซึ่งเป็นสโมสรที่พักอาศัยส่วนตัวแห่งใหม่, สนามแสดงสินค้า Wellington International, The Wanderers Club และมาร์เก็ตเพลสเชิงพาณิชย์ที่มีเสน่ห์ ซึ่งรวมถึงโรงแรมบูติกสุดหรู ที่พักอาศัย ร้านค้า สำนักงาน และร้านอาหารต่างๆ โดย WLP มุ่งมั่นที่จะลงทุนในเวลลิงตันต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน และสนับสนุนให้เวลลิงตันเป็นจุดหมายปลายทางด้านกีฬาขี่ม้าชั้นนำของโลก www.wlpfl.com

เกี่ยวกับ Wellington International:

Wellington International ก่อตั้งขึ้นในปี 1974 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 200 เอเคอร์ ใจกลางเมืองเวลลิงตัน รัฐฟลอริดา และมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านกีฬาขี่ม้า ในแต่ละปี สนามแห่งนี้ดึงดูดนักขี่ม้าและนักท่องเที่ยวจาก 50 รัฐของสหรัฐอเมริกา และกว่า 55 ประเทศ มีการจัดการแข่งขันและกิจกรรมระดับโลกตลอดทั้งปี สถานที่แห่งนี้ผสมผสานสนามกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับขี่ม้าที่ทันสมัยเข้ากับการต้อนรับระดับวีไอพี ร้านอาหาร และประสบการณ์การค้าปลีก โดยมีส่วนช่วยสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจให้กับเศรษฐกิจของปาล์มบีชเคาน์ตีมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีผ่านการท่องเที่ยว การจ้างงาน และการลงทุนทั่วโลก

ที่มา: AETOSWire

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:
https://www.businesswire.com/news/home/20251125937208/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Salma El Baghdadi, +971555082994
modonholding@webershandwick.com

press@modon.com
ir@modon.com
www.modon.com

ที่มา: Modon


Marjan และ RAK Hospitality Holding ประกาศการควบรวมกิจการครั้งสำคัญเพื่อกำหนดอนาคตของราสอัลไคมาห์ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านไลฟ์สไตล์และการลงทุน

Logo

ราสอัลไคมาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–22 ตุลาคม 2025

Marjan ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบกรรมสิทธิ์ในราสอัลไคมาห์ และ RAK Hospitality Holding หน่วยงานด้านการลงทุนและพัฒนาของรัฐบาลในเอมิเรตส์ ประกาศการควบรวมกิจการเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อสร้างองค์กรที่เป็นหนึ่งเดียวซึ่งดำเนินงานภายใต้ Marjan

Marjan and RAK Hospitality Holding Announce Landmark Merger To Shape The Future Of Ras Al Khaimah As A Global Destination For Lifestyle And Investment (Photo: AETOSWire)

Marjan และ RAK Hospitality Holding ประกาศการควบรวมกิจการครั้งสำคัญเพื่อกำหนดอนาคตของราสอัลไคมาห์ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านไลฟ์สไตล์และการลงทุน (ภาพ: AETOSWire)

การควบรวมกิจการครั้งนี้ผสานความเชี่ยวชาญด้านการบริการระดับโลกเข้ากับกลยุทธ์การพัฒนาที่ดินอย่างมีวิสัยทัศน์ เพื่อจัดตั้งองค์กรที่พร้อมรับอนาคตแบบไดนามิก Marjan จะบูรณาการในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การดำเนินงานด้านการบริการ และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ไว้ภายใต้องค์กรเดียว โดยมุ่งสู่การเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในเอมิเรตส์ตอนเหนือ

ในการประกาศการควบรวมกิจการ ชีคอาห์เหม็ด บิน ซาอุด บิน ซาคร์ อัล กาซิมี ประธานบริษัท Marjan กล่าวว่า “วิสัยทัศน์ RAK 2030 ได้กำหนดความทะเยอทะยานของเอมิเรตส์ในการเป็นผู้บุกเบิกในภูมิภาคนี้ในด้านความเป็นอยู่และโอกาสที่เติบโต ด้วยวิสัยทัศน์นี้ การควบรวมกิจการจะสร้างงานที่มีคุณค่าสูงสำหรับชาวเอมิเรตส์ พัฒนาขีดความสามารถของประเทศ และเสริมสร้างสถานะของเราในฐานะผู้นำแห่งโอกาสและนวัตกรรม เราพร้อมร่วมกันสร้างชุมชนที่เจริญรุ่งเรือง ซึ่งจะนำวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของเอมิเรตส์ในการสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนมาสู่ชีวิต”

โครงการพัฒนาในอนาคตของ Marjan ได้แก่ เกาะ Al Marjan, RAK Central, หาด Marjan และแผนแม่บท Jebel Jais ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย เสริมสร้างประสบการณ์การเดินทางและการพักผ่อน และดึงดูดโอกาสการลงทุนที่หลากหลาย การควบรวมกิจการครั้งนี้สนับสนุนเป้าหมายของ RAK Vision 2030 ที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยว 3.5 ล้านคนต่อปี และบรรลุยอดห้องพักโรงแรมเกือบ 20,000 ห้อง

อับดุลลาห์ อัล อับดูลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม กล่าวว่า “Marjan จะวางตำแหน่งราสอัลไคมาห์ให้เป็นศูนย์กลางด้านไลฟ์สไตล์และการลงทุนระดับโลกแห่งอนาคต”

การควบรวมกิจการครั้งนี้ช่วยให้ Marjan สามารถขับเคลื่อนเอมิเรตส์ไปสู่บทต่อไปของการเติบโต ส่งเสริมการนำเสนอไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ และดึงดูดผู้มีความสามารถและการลงทุนระดับโลก

เกี่ยวกับ Marjan

Marjan เป็นบริษัทด้านการลงทุน การบริการ และไลฟ์สไตล์ในราสอัลไคมาห์ นิยามใหม่ของการพัฒนาจุดหมายปลายทาง ด้วยการผสมผสานการวางแผนหลักอันมีวิสัยทัศน์เข้ากับการบริการระดับโลกและการใช้ชีวิตในชุมชนที่มีชีวิตชีวา ในฐานะผู้ขับเคลื่อนโครงการอันทรงเกียรติอย่างเกาะ Al Marjan, ชายหาด Marjan, RAK Central และเกาะ Wynn Al Marjan ที่กำลังจะเปิดตัว Marjan กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของราสอัลไคมาห์ให้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่มีชีวิตชีวา ยั่งยืน และน่าอยู่ที่สุดในโลกสำหรับนักลงทุน ผู้อยู่อาศัย และนักท่องเที่ยว

*ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20251022275206/en

Contacts

Nivine William | Burson
Nivine.william@bursonglobal.com

ที่มา: Marjan

Marjan ประกาศเปิดตัวเมืองชายหาดแห่งใหม่ Marjan Beach ที่มีการผสมผสานพื้นที่การใช้งานที่หลากหลาย

Logo

ราสอัลไคมาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–02 ตุลาคม 2025

Marjan ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบกรรมสิทธิ์ในราสอัลไคมาห์ ประกาศเปิดตัว Marjan Beach ที่เป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ในเมืองชายหาดที่มีการผสมผสานพื้นที่การใช้งานที่หลากหลาย โครงการนี้ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในหลากหลายด้าน อาทิ ไลฟ์สไตล์ อสังหาริมทรัพย์ และการบริการ และช่วยเร่งผลักดันวิสัยทัศน์ RAK 2030 โดย Marjan Beach จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนา RAK ในฐานะจุดหมายปลายทางการลงทุนและเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอันดับหนึ่งของภูมิภาค และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการใช้ชีวิตริมน้ำในกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC)

Marjan Announces New Mixed-Use Beach Town Destination, Marjan Beach (Photo: AETOSWire)

Marjan ประกาศเปิดตัวเมืองชายหาดแห่งใหม่ Marjan Beach ที่มีพื้นที่การใช้งานแบบผสมผสาน (ภาพ: AETOSWire)

จุดหมายปลายทางแห่งนี้ได้รับการออกแบบอย่างมีกลยุทธ์เพื่อมอบการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างการเข้าถึงและการอยู่อาศัย มอบไลฟ์สไตล์สุดหรูให้กับทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เมื่อโครงการแล้วเสร็จ โครงการนี้จะมีห้องพักโรงแรม 12,000 ห้อง และที่พักอาศัย 22,000 ยูนิต โดยคาดว่าจะมีประชากรกว่า 74,000 คน และแรงงาน 32,000 คนในโครงการ โดยโครงการพัฒนาที่มีการผสมผสานพื้นที่การใช้งานที่หลากหลายนี้ได้รับการออกแบบให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากถึง 180,000 คนต่อปี ซึ่งสะท้อนถึงบทบาททั้งในฐานะชุมชนที่อยู่อาศัยที่เจริญรุ่งเรืองและจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำ โครงการนี้ประกอบด้วยแปดทำเลที่โดดเด่น ครอบคลุมพื้นที่ 85 ล้านตารางฟุตของผังเมืองหลัก มีพื้นที่ติดชายหาดยาวสามกิโลเมตร และพื้นที่สีเขียวเปิดโล่ง 6.5 ล้านตารางฟุต เพื่อให้มั่นใจว่าธรรมชาติและความสะดวกสบายในเมืองจะคงอยู่อย่างสมดุล

Marjan Beach ตั้งอยู่เหนืออ่าวอาหรับและเกาะอัลมาร์จัน ใกล้กับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังมากมาย อาทิ เกาะวินน์ อัลมาร์จัน, หมู่บ้านอัลฮัมรา และเขตเศรษฐกิจราสอัลไคมาห์ นอกจากนี้ จุดหมายปลายทางแห่งนี้ยังสามารถเดินทางสู่ทางหลวงสายหลักได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมงานปรับปรุงถนนที่กำลังดำเนินการอยู่ ที่จะช่วยยกระดับการเชื่อมต่อกับทุกพื้นที่ของประเทศ การพัฒนาอย่างยั่งยืนนี้ประกอบด้วยที่พักอาศัย โรงแรม สำนักงาน ศูนย์รวมความบันเทิง และสถาบันการศึกษา เพื่อมอบวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพและมุ่งเน้นความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน

เกี่ยวกับ Marjan

Marjan เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบกรรมสิทธิ์ในราสอัลไคมาห์ระดับมืออาชีพ รับผิดชอบการพัฒนาโครงการที่ก้าวล้ำ เช่น เกาะอัลมาร์จัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับราสอัลไคมาห์ให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนชั้นนำของภูมิภาค ด้วยพันธกิจในการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ เมือง และภูเขา ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเอมิเรตส์ Marjan จึงใช้กลยุทธ์การวางผังแม่บทเพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของราสอัลไคมาห์ และวางรากฐานสำหรับการขยายตัวในอนาคตของเอมิเรตส์ โดย Marjan สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านชุมชนที่ได้รับการวางแผนแม่บทระดับโลกในราสอัลไคมาห์ และทำให้เอมิเรตส์กลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งได้

ที่มา : AETOSWire

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20251002312828/en

Contacts

Nivine William
Burson
nivine.william@bursonglobal.com
 

ราสอัลไคมาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นหนึ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตเร็วที่สุดในตะวันออกกลางอย่างปฏิเสธไม่ได้ และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม

Logo

ราสอัลไคมาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–19 สิงหาคม 2025

ราสอัลไคมาห์กำลังเผชิญกับภาวะเฟื่องฟูของตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยได้รับคำแนะนำจากวิสัยทัศน์อันก้าวไกลของ His Highness Sheikh Saud bin Saqr Al Qasimi สมาชิกสภาสูงสุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และผู้ปกครองเมืองราสอัลไคมาห์

Guided by a bold strategic vision and a comprehensive master plan, Ras Al Khaimah’s real estate sector is experiencing unprecedented growth, attracting global investors eager to be part of the Emirate’s journey towards sustainable development. (Photo: AETOSWire)

ด้วยวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์อันโดดเด่นและแผนแม่บทที่ครอบคลุม ภาคอสังหาริมทรัพย์ของราสอัลไคมาห์กำลังเผชิญกับการเติบโตอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของเอมิเรตส์ (ภาพ: AETOSWire)

เอมิเรตส์กำลังปรับเปลี่ยนเส้นขอบฟ้าของตน ขณะเดียวกันก็สร้างเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการวางแผนที่ดี ความยั่งยืน การยกระดับคุณภาพชีวิต และการพัฒนาระดับโลก

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยอดขายและราคาอสังหาริมทรัพย์ในราสอัลไคมาห์พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยได้รับแรงหนุนจากโครงการด้านการบริการ พาณิชย์ และที่อยู่อาศัยจำนวนมาก โดยมีการคาดการณ์ว่าจำนวนประชากรจะเพิ่มสูงขึ้นจาก 0.4 ล้านคนเป็น 0.65 ล้านคนภายในปี 2030 ซึ่งคาดว่าจะสร้างความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นประมาณ 45,000 ยูนิต การเติบโตอย่างยั่งยืนนี้เกิดจากเศรษฐกิจที่มีความหลากหลาย กฎระเบียบที่เอื้อต่อนักลงทุน รวมถึงการเข้ามาของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกในตลาด เช่น Emaar, Aldar และ Ellington ควบคู่ไปกับบริษัทชั้นนำในท้องถิ่นอย่าง Marjan, Al Hamra และ RAK Properties

สิ่งสำคัญที่สุดในการปฏิรูปเมืองราสอัลไคมาห์คือเกาะอัลมาร์จาน ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางริมน้ำชั้นนำที่กำลังก้าวหน้าในอุตสาหกรรมนี้ ภายใต้การนำของซีอีโอ Eng. Abdullah Al Abdooli และเป็นที่ตั้งของแบรนด์สุดหรูมากมาย อาทิ Wynn, JW Marriott, Nobu, Missoni และ The Address โดยมาร์จานกำลังขยายธุรกิจด้วยการพัฒนาย่านการค้า RAK Central ซึ่งเป็นศูนย์กลางอเนกประสงค์ที่ผสมผสานธุรกิจ ไลฟ์สไตล์ และนวัตกรรมเข้าไว้ด้วยกัน

Al Hamra ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งนำโดยซีอีโอ Benoy Kurien ยังคงสร้างมาตรฐานการใช้ชีวิตแบบบูรณาการอย่างต่อเนื่องด้วยบ้านกว่า 4,000 หลังใน Al Hamra Village รวมถึงสนามกอล์ฟ และชุมชนที่มีชีวิตชีวาที่มีผู้อยู่อาศัยกว่า 10,000 คน พร้อมด้วยโครงการใหญ่ต่างๆ เช่น Waldorf Astoria Residences, Falcon Island และ Al Hamra Waterfront

นอกจากนี้ตามแนวชายฝั่ง RAK Properties กำลังพัฒนาโครงการ Mina ซึ่งเป็นโครงการหลักเพื่อยกระดับชายฝั่งของเอมิเรตส์ โดยเป็นที่ตั้งของรีสอร์ตระดับรางวัลอย่าง Anantara และ InterContinental นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่นๆ อีก เช่น Nikki Beach และ Four Seasons ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา

“วิสัยทัศน์สำหรับราสอัลไคมาห์กำลังกลายเป็นความจริง” กล่าวโดย Abdulaziz Abdullah Al Zaabi ประธานบริษัท RAK Properties “เรากำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่มีชีวิตชีวาและยั่งยืน ซึ่งดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก”

Sameh Muhtadi ซีอีโอของบริษัท กล่าวว่า “เราได้เห็นความสนใจทั่วโลกในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และโมเมนตัมนี้จะยังคงดำเนินต่อไป”

ดาวน์โหลด:
วิดีโอยาว: RAK Real Estate.mp4
วิดีโอสั้น: RAK Real Estate short.mp4
รูปภาพ: อสังหาริมทรัพย์

*ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20250819507313/en

Contacts

Steven McCombe
media@rakmediaoffice.ae

ที่มา: Ras Al Khaimah Government Media Office

The Bangkok Reporter