TII ของอาบูดาบีเปิดตัว Falcon-H1 Arabic ซึ่งเป็นโมเดล AI ภาษาอาหรับชั้นนำของโลก

Logo

โมเดลที่ใช้สถาปัตยกรรมไฮบริดแบบใหม่ ให้ความแม่นยำสูงขึ้น ในขณะที่ใช้พารามิเตอร์น้อยลง

การเปิดตัวครั้งนี้ได้ช่วยตอกย้ำถึงความพยายามของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการแข่งขันกับผู้นำด้าน AI ระดับโลกในด้านแบบจำลองภาษาประสิทธิภาพสูง

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–05 มกราคม 2026

สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี (TII) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยประยุกต์ของสภาวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งอาบูดาบี (ATRC) ได้ประกาศเปิดตัว Falcon-H1 Arabic ซึ่งเป็นแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ที่พัฒนาขึ้นใหม่บนสถาปัตยกรรมไฮบริด Mamba-Transformer โดยโมเดลใหม่นี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากรุ่นก่อนหน้าที่ใช้ Transformer และได้รับการยอมรับว่าเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดใน Open Arabic LLM Leaderboard (OALL)

Abu Dhabi’s TII Launches Falcon-H1 Arabic, Establishing the World’s Leading Arabic AI Model (Graphic: AETOSWire)

TII ของอาบูดาบีเปิดตัว Falcon-H1 Arabic ซึ่งเป็นโมเดล AI ภาษาอาหรับชั้นนำของโลก (กราฟิก: AETOSWire)

ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ทำให้ Falcon-H1 Arabic กลายเป็นโมเดล AI ภาษาอาหรับชั้นนำที่มีอยู่ในปัจจุบัน เหนือกว่าโมเดลที่มีขนาดใหญ่กว่าหลายเท่า ในขณะเดียวกันก็มอบความแม่นยำ การจัดการบริบท และการแสดงผลทางภาษาที่ล้ำสมัย

ฯพณฯ Faisal al Bannai ที่ปรึกษาประธานาธิบดี UAE และเลขาธิการ ATRC กล่าวว่า “Falcon-H1 Arabic สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในฐานะศูนย์กลางระดับโลกสำหรับเทคโนโลยีขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ที่รับผิดชอบ ด้วยการส่งมอบโมเดลที่สนับสนุนความต้องการด้านภาษาและวัฒนธรรมของภูมิภาค เราจึงส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมที่เข้าถึงได้ มีความเกี่ยวข้อง และมีผลกระทบต่อสังคมของเรา โดยความสำเร็จนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยที่ลึกซึ้งภายใน TII”

จากความสำเร็จอย่างล้นหลามของโมเดล Falcon-Arabic ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการอย่างชัดเจนของชุมชนสำหรับโมเดลการเรียนรู้ภาษาอาหรับคุณภาพสูง ทาง TII จึงได้พัฒนาต่อยอดด้วยโมเดลตระกูล Falcon-H1 Arabic ใหม่ โดยโมเดลเหล่านี้มีให้เลือกในขนาดพารามิเตอร์ 3B, 7B และ 34B ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานและกรณีการใช้งานที่หลากหลาย โดย Falcon-H1 Arabic นั้นนำเสนอการปรับปรุงในด้านคุณภาพข้อมูล การครอบคลุมสำเนียง ความเสถียรในบริบทระยะยาว และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ ทำให้สามารถเข้าใจภาษาอาหรับได้อย่างแม่นยำ น่าเชื่อถือ และสอดคล้องกับบริบทมากขึ้นในแอปพลิเคชันในโลกแห่งความเป็นจริง

ดร. Najwa Aaraj ซีอีโอของ TII กล่าวว่า “การพัฒนา Falcon-H1 Arabic นั้นต่อยอดมาจากงานพื้นฐานด้าน AI ภาษาอาหรับที่สั่งสมมาหลายปี และตอบสนองความต้องการของชุมชนของเราโดยตรง รวมถึงนักพัฒนาและภาคธุรกิจ ด้วยการพัฒนาสถาปัตยกรรม คุณภาพข้อมูล และการให้เหตุผลเชิงบริบทระยะยาว เรากำลังสร้างเครื่องมือที่จะปลดล็อกความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในด้านการศึกษา การดูแลสุขภาพ การปกครอง และองค์กรธุรกิจ และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ในภาษาอาหรับ โดยโมเดลนี้แสดงถึงก้าวสำคัญในภารกิจของเราในการส่งมอบ AI ระดับโลกที่ให้บริการแก่ภูมิภาคและมีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศ”

ผลลัพธ์มาตรฐาน

ใน OALL leaderboard ซึ่งประเมินโมเดลต่างๆ ในงานด้านความเข้าใจและการให้เหตุผลภาษาอาหรับที่หลากหลาย Falcon-H1 Arabic แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านประสิทธิภาพอย่างชัดเจน:

  •  โมเดล 3B ทำคะแนนเฉลี่ยได้ 61.87% นำหน้าคู่แข่ง 4B ชั้นนำถึง 10 คะแนน เช่น Phi-4 Mini ของ Microsoft
  •  โมเดล 7B ทำคะแนนเฉลี่ยได้ 71.47% สูงกว่าโมเดล ~10B ทั้งหมด รวมถึง Fanar-1-9B ของกาตาร์ และโมเดล HUMAIN ALLaM 7B ของซาอุดีอาระเบีย
  •  โมเดล 34B ทำคะแนนได้ 75.36% เหนือกว่าระบบที่มีพารามิเตอร์มากกว่า 70B รวมถึง Qwen2.5 72B ของจีน และ Llama-3.3 70B ของ META

นอกเหนือจาก OALL แล้ว โมเดล Falcon-H1 Arabic ยังบรรลุผลลัพธ์ที่โดดเด่นในการทดสอบมาตรฐานที่เจาะจงมากขึ้น ได้แก่ (i) 3LM สำหรับการให้เหตุผลด้าน STEM (ii) ArabCulture สำหรับความเข้าใจด้านวัฒนธรรมและบริบท และ (iii) AraDice (ความเข้าใจในภาษาถิ่น)

ผลลัพธ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับ AI ภาษาอาหรับ โดย Falcon-H1 Arabic ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าโมเดลที่มีขนาดใหญ่กว่าหลายเท่า ทั้งในด้านเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปและเฉพาะทาง แต่ยังแสดงให้เห็นถึงระดับความลึกทางภาษา ความสามารถในการให้เหตุผล และประสิทธิภาพที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการนี้ ซึ่งทำให้ Falcon-H1 Arabic เป็นโมเดลภาษาอาหรับที่มีความสามารถและอเนกประสงค์มากที่สุดเท่าที่เคยพัฒนามา

ดร. Hakim Hacid หัวหน้าทีมวิจัยของศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัล (AIDRC) ของ TII กล่าวว่า “โมเดลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้าง AI ภาษาอาหรับที่ไม่เพียงแต่มีความก้าวหน้ามากขึ้น แต่ยังเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงในสภาพแวดล้อมจริง ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพ ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง และความครอบคลุมของภาษา เรากำลังพัฒนาระบบ AI ที่สามารถสนับสนุนสถาบัน นักพัฒนา และชุมชนทั่วทั้งภูมิภาคได้ดียิ่งขึ้น”

โดยโมเดลยังขยายความยาวของบริบทได้อย่างมาก โดยมีหน้าต่างขนาดสูงสุดถึง 256,000 โทเค็น ทำให้โมเดลสามารถทำงานกับข้อมูลปริมาณมากได้ในการโต้ตอบเพียงครั้งเดียว ในทางปฏิบัติ หมายความว่าผู้ใช้สามารถวิเคราะห์เอกสารทางกฎหมาย เอกสารทางการแพทย์ บทความทางวิชาการ หรือฐานความรู้ขององค์กรที่มีความยาวมากได้โดยไม่สูญเสียบริบทหรือความต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความสามารถที่ไม่เคยมีมาก่อนในระดับนี้

โมเดล AI Falcon ของ TII ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งในการวัดผลระดับภูมิภาคและระดับโลกมาตั้งแต่ปี 2023 โดยปัจจุบัน Falcon-H1 Arabic เป็นผู้นำใน Open Arabic LLM Leaderboard สำหรับโมเดลขนาดต่างๆ ผลลัพธ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของ TII ในการสร้างขีดความสามารถด้าน AI ที่เป็นของตนเอง ซึ่งสามารถแข่งขันได้ในระดับสูงสุดของโลก ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมความเป็นผู้นำของอาบูดาบีและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในด้านการวิจัยและนวัตกรรม AI ภาษาอาหรับ

ขณะนี้สามารถเข้าถึงโมเดลใหม่ได้ภายใน playground ผ่านทางอินเทอร์เฟซสาธารณะของ TII ที่: https://chat.falconllm.tii.ae

ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260105343577/en

Contacts

Jinan Warrayat
jinan.warrayat@tii.ae

ที่มา: Technology Innovation Institute



Kioxia เปิดตัว SSD ซีรีส์ KIOXIA BG7 รุ่นใหม่สำหรับผู้ผลิตพีซี

Logo

SSD รุ่นใหม่สำหรับลูกค้า มาพร้อมประสิทธิภาพที่ได้รับการพัฒนา และหน่วยความจำแฟลช 3D BiCS FLASH™ Gen. 8 รุ่นล่าสุด

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–06 มกราคม 2026

Kioxia Corporation วันนี้ได้ประกาศเปิดตัว SSD ซีรีส์ KIOXIA BG7 ซึ่งเป็นโซลูชันสำหรับลูกค้าตัวแรกที่ใช้หน่วยความจำแฟลช 3D BiCS FLASH TM รุ่นที่ 8 รุ่นล่าสุดของบริษัท พร้อมด้วยเทคโนโลยี CMOS directly Bonded to Array ที่ล้ำสมัย (CBA) 1) KIOXIA BG7 Series ออกแบบมาสำหรับลูกค้าพีซีโดยเฉพาะ นำเสนอความสมดุลที่ยอดเยี่ยมระหว่างประสิทธิภาพ คุณสมบัติ และความประหยัดพลังงาน สำหรับโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อปสำหรับใช้งานเชิงพาณิชย์และผู้บริโภค

KIOXIA BG7 Series Client SSD

KIOXIA BG7 Series Client SSD

SSD KIOXIA BG7 ส่งมอบประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงานที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นของ BiCS FLASH™ รุ่นที่ 8 ให้กับทุกแอปพลิเคชัน ด้วยความเร็วในการอ่าน/เขียนแบบสุ่มสูงสุด 1,000,000 IOPS และความเร็วในการอ่านแบบต่อเนื่องสูงสุด 7,000 MB/s ทำให้ KIOXIA BG7 Series มีประสิทธิภาพดีขึ้นประมาณ 10% และ 16% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง KIOXIA BG6 Series นอกจากนี้ ประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการเขียนแบบต่อเนื่องยังดีขึ้นประมาณ 67% ด้วยกาพัฒนาประสิทธิภาพของเซลล์หน่วยความจำโดยใช้เทคโนโลยี CBA วงจรควบคุมที่มีประสิทธิภาพ และตัวควบคุม SSD ที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสม

KIOXIA BG7 Series ขยายขอบเขตคุณสมบัติและขนาดการใช้งานของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ให้กว้างขึ้น มีการเพิ่มความสามารถ NVMe™ 2.0d ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ (OEM) ควบคุมได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ นอกเหนือจากรุ่น M.2 Type 2230 และ 2280 ของ KIOXIA BG Series ที่มีอยู่แล้ว KIOXIA BG7 Series ยังมีฟอร์มแฟคเตอร์ Type 2242 ใหม่ เพื่อรองรับเงื่อนไขการติดตั้งที่หลากหลายยิ่งขึ้น

ไดรฟ์ KIOXIA BG7 Series ที่ไม่มี DRAM เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้ากลุ่มประหยัดต้นทุนของ Kioxia โดยรองรับเทคโนโลยี Host Memory Buffer (HMB) ที่พัฒนาเต็มที่แล้ว ซึ่งใช้ส่วนหนึ่งของหน่วยความจำหลัก (DRAM) และช่วยประหยัดต้นทุนให้กับลูกค้า คุณสมบัติและประโยชน์เพิ่มเติม ได้แก่

  •  PCIe® 4.0, NVMe™ 2.0d ที่เป็นไปตามข้อกำหนด
  • รองรับไดร์ฟ self-encrypting drive (SED) ด้วย TCG Opal เวอร์ชัน 2.01
  • ความจุ 256 GB, 512 GB, 1024 GB, 2048 GB

KIOXIA BG7 Series จะเปิดตัวครั้งแรกในงาน CES® 2026 และจะจัดแสดงที่บูธของบริษัท (Zeno 4710) ชั้น 4 ของศูนย์การประชุม Venetian ตั้งแต่วันที่ 6-8 มกราคม 2026 ลูกค้า OEM บางรายกำลังทดสอบตัวอย่างอยู่ในขณะนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมเว็บไซต์ www.kioxia.com

หมายเหตุ

1) KIOXIA BG7 Series รุ่น 256GB ใช้ BiCS FLASH™ รุ่นที่ 6

  • นิยามความจุ SSD: Kioxia Corporation กำหนดให้กิโลไบต์ (KB) เท่ากับ 1,000 ไบต์ เมกะไบต์ (MB) เท่ากับ 1,000,000 ไบต์ กิกะไบต์ (GB) เท่ากับ 1,000,000,000 ไบต์ เทราไบต์ (TB) เท่ากับ 1,000,000,000,000 ไบต์ และกิบิไบต์ (KiB) เท่ากับ 1,024 ไบต์ อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์จะรายงานความจุโดยใช้เลขยกกำลัง 2 เช่น 1GB = 2^30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ และ 1TB = 2^40 ไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ ดังนั้นจึงแสดงความจุที่น้อยกว่าความเป็นจริง พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ใช้งานได้ (รวมถึงตัวอย่างไฟล์มีเดียประเภทต่างๆ) จะแตกต่างกันไปตามขนาดไฟล์ รูปแบบ การตั้งค่า ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ และ/หรือแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า หรือเนื้อหาของไฟล์มีเดีย
  • ความเร็วในการอ่านและเขียนอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์โฮสต์ สภาพการอ่านและการเขียน และขนาดไฟล์
  • IOPS: Input Output Per Second (หรือจำนวนปฏิบัติการ I/O ต่อวินาที)
  • CES® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของสมาคมเทคโนโลยีผู้บริโภค
  • NVMe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียนของ NVM Express, Inc. ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ
  • PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG
  • ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทบุคคลที่สาม

เกี่ยวกับ Kioxia

Kioxia เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำที่มุ่งมั่นในการพัฒนา การผลิต และการจำหน่ายหน่วยความจำแฟลชและโซลิดสเตทไดรฟ์ (SSD) ในเดือนเมษายน 2017 Toshiba Memory ซึ่งเป็นบริษัทก่อนหน้าได้แยกตัวออกมาจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ในปี 1987 Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วย “หน่วยความจำ” ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบที่สร้างทางเลือกให้กับลูกค้าและคุณค่าตามหน่วยความจำสำหรับสังคมต่างๆ โดยเทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช 3D ที่เป็นนวัตกรรมของ Kioxia อย่าง BiCS FLASH™ นั้นกำลังสร้างอนาคตของการจัดเก็บข้อมูลในแอปพลิเคชั่นที่มีความหนาแน่นสูง รวมถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง พีซี ระบบยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล และระบบ Generative AI

*ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ มีความถูกต้อง ณ วันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย 

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260104599531/en

Contacts

สอบถามข้อมูลสื่อ :
Kioxia Corporation
ฝ่ายการจัดการส่งเสริมการขาย
Satoshi Shindo
โทรศัพท์ +81-3-6478-2404

ที่มา: Kioxia Corporation

TII เปิดตัว Falcon Reasoning: โมเดล AI 7B ที่ดีที่สุดในโลก และยังเหนือกว่าโมเดลที่มีขนาดใหญ่กว่าอีกด้วย

Logo

  • Falcon H1R 7B บรรจุระบบการให้เหตุผลขั้นสูงไว้ในโมเดลขนาดกะทัดรัดที่มี 7 พันล้านพารามิเตอร์ที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับความเร็วและประสิทธิภาพ
  • โมเดล AI รุ่นล่าสุดของ TII มีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่งรายใหญ่จาก Microsoft, Alibaba และ NVIDIA ในเกณฑ์มาตรฐานสำคัญต่างๆ

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–05 มกราคม 2026

สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี (TII) ซึ่งเป็นเสาหลักด้านการวิจัยประยุกต์ของสภาวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งอาบูดาบี (ATRC) ได้ประกาศเปิดตัว Falcon H1R 7B ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นใหม่ที่ก้าวไปอีกขั้นในการทำให้ AI ขั้นสูงสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เคย ด้วยการมอบประสิทธิภาพการให้เหตุผลระดับโลกในรูปแบบที่กะทัดรัด มีประสิทธิภาพ และเปิดให้ใช้งานได้โดยทั่วไป

TII Launches Falcon Reasoning: Best 7B AI Model Globally, Also Outperforms Larger Models (Graphic: AETOSWire)

TII เปิดตัว Falcon Reasoning: โมเดล AI 7B ที่ดีที่สุดในโลก และยังเหนือกว่าโมเดลที่มีขนาดใหญ่กว่า (กราฟิก: AETOSWire)

ด้วยพารามิเตอร์เพียง 7 พันล้านตัว Falcon H1R 7B สามารถท้าทายและในหลายกรณีมีประสิทธิภาพเหนือกว่าโมเดล AI โอเพนซอร์สขนาดใหญ่จากทั่วโลก รวมถึงโมเดลจาก Microsoft (Phi 4 Reasoning Plus 14B), Alibaba (Qwen3 32B) และ NVIDIA (Nemotron H 47B) โดยการเปิดตัวโมเดลนี้ได้ช่วยตอกย้ำถึงตำแหน่งของ TII ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรม AI ที่มีประสิทธิภาพ และช่วยเสริมสร้างอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก

ฯพณฯ Faisal al Bannai ที่ปรึกษาประธานาธิบดี UAE และเลขาธิการ ATRC กล่าวว่า “Falcon H1R สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการสร้าง AI แบบเปิดกว้างและมีความรับผิดชอบ ซึ่งมอบมูลค่าที่แท้จริงทั้งในระดับชาติและระดับโลก ด้วยการนำกระบวนการคิดระดับโลกมาบรรจุไว้ในรูปแบบที่กะทัดรัดและมีประสิทธิภาพ เรากำลังขยายการเข้าถึง AI ขั้นสูงในลักษณะที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเป็นผู้นำด้านการวิจัย และความยืดหยุ่นทางเทคโนโลยีในระยะยาว”

ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการให้เหตุผลระหว่างการทดสอบ

Falcon H1R 7B สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Falcon H1-7B ด้วยวิธีการเทรนแบบพิเศษและสถาปัตยกรรมแบบไฮบริด Transformer–Mamba ที่ช่วยเพิ่มทั้งความแม่นยำและความเร็ว

“Falcon H1R 7B ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถด้านการให้เหตุผลของระบบ AI ขนาดกะทัดรัด” กล่าวโดย ดร. Najwa Aaraj ซีอีโอของ TII “สิ่งนี้ทำคะแนนได้เกือบสมบูรณ์แบบในการทดสอบมาตรฐานระดับสูง ในขณะที่ยังคงใช้หน่วยความจำและพลังงานในระดับต่ำเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญสำหรับการใช้งานจริงและความยั่งยืน”

แนวทางนี้ช่วยปลดล็อกสิ่งที่นักวิจัยเรียกว่า “สติปัญญาแฝง” ทำให้ Falcon H1R 7B สามารถให้เหตุผลได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมากขึ้น โดยโมเดลนี้ได้สร้างเส้นขอบเขตพาเรโตใหม่ ซึ่งเป็นจุดที่เหมาะสมที่สุดในการทำงาน โดยที่การเพิ่มความเร็วไม่ได้หมายถึงการลดคุณภาพลง

การเปรียบเทียบมาตรฐานที่ดีที่สุด

ในการทดสอบประสิทธิภาพเชิงแข่งขัน ทาง Falcon H1R 7B ให้ผลลัพธ์ที่โดดเด่น ดังนี้

  •  คณิตศาสตร์: ทำได้ 88.1% ในการทดสอบ AIME-24 ซึ่งเหนือกว่า ServiceNow AI ของ Apriel 1.5 (15B) (86.2%) ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าโมเดลขนาดกะทัดรัด 7B สามารถเทียบเท่าหรือเหนือกว่าระบบที่มีขนาดใหญ่กว่ามากได้
  •  งานด้านการเขียนโค้ดและเอเจนต์: ให้ความแม่นยำ 68.6% ซึ่งเป็นประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในกลุ่มโมเดลที่มีขนาดต่ำกว่า 8B และทำคะแนนได้สูงกว่าในเกณฑ์มาตรฐาน LCB v6, SciCode Sub และ TB Hard โดย Falcon H1R ทำคะแนนได้ 34% เมื่อเทียบกับ DeepSeek R1-0528 Qwen 3 8B (26.9%) ของจีน และยังเหนือกว่าคู่แข่งที่มีขนาดใหญ่กว่าอย่าง Qwen3-32B (33.4%)
  •  การให้เหตุผลทั่วไป: แสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านตรรกะและการปฏิบัติตามคำสั่งที่แข็งแกร่ง เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับประสิทธิภาพของโมเดลที่มีขนาดใหญ่กว่า เช่น Phi 4 Reasoning Plus (14B) ของ Microsoft ในขณะที่ใช้พารามิเตอร์เพียงครึ่งเดียว
  •  ประสิทธิภาพ: ทำได้สูงสุดถึง 1,500 โทเค็น/วินาที/GPU ที่แบทช์ 64 ซึ่งเร็วกว่า Qwen3-8B ของจีนเกือบสองเท่า ด้วยสถาปัตยกรรมไฮบริด Transformer–Mamba ทำให้ได้ประสิทธิภาพที่เร็วขึ้นและปรับขนาดได้โดยไม่ลดทอนความแม่นยำ

“โมเดลนี้เป็นผลลัพธ์จากการวิจัยและวิศวกรรมระดับโลก แสดงให้เห็นว่าความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์และการออกแบบที่ปรับขนาดได้นั้นสามารถไปด้วยกันได้อย่างไร” กล่าวโดย ดร. Hakim Hacid หัวหน้านักวิจัยของศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัลของ TII “เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ส่งมอบโมเดลที่ช่วยให้ชุมชนสามารถสร้างระบบ AI ที่ชาญฉลาด รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น”

โอเพนซอร์สและการขับเคลื่อนโดยชุมชน

เพื่อให้สอดคล้องกับพันธสัญญาของ TII ในด้านความโปร่งใสและการทำงานร่วมกันของ AI นั้น Falcon H1R 7B จึงถูกปล่อยออกมาเป็นโมเดลโอเพนซอร์สภายใต้ใบอนุญาต Falcon TII โดยนักพัฒนา นักวิจัย และสถาบันต่างๆ ทั่วโลกสามารถเข้าถึงโมเดลได้ผ่านทาง Hugging Face พร้อมด้วยรายงานทางเทคนิคฉบับเต็มที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์การฝึกอบรมและประสิทธิภาพในเกณฑ์มาตรฐานการให้เหตุผลที่สำคัญ

การเปิดตัวนี้ต่อยอดจากความสำเร็จระดับโลกของโครงการ Falcon ของ TII นับตั้งแต่เปิดตัว โมเดล Falcon ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มระบบ AI ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของโลกอย่างต่อเนื่อง โดยสี่รุ่นแรกได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกในหมวดหมู่ของตนเอง ตลอดการพัฒนาในแต่ละรุ่น Falcon ได้สร้างมาตรฐานใหม่ในด้านประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความสามารถในการใช้งานจริง แสดงให้เห็นว่าโมเดลขนาดกะทัดรัดและเป็นอิสระสามารถทำงานได้ดีกว่าระบบที่มีขนาดใหญ่กว่ามากได้ ความสำเร็จเหล่านี้ได้ช่วยตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำที่กำลังเติบโตของอาบูดาบีและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในด้าน AI ที่ล้ำสมัย และความสามารถของ TII ในการส่งมอบงานวิจัยที่มีความสามารถในการแข่งขันระดับโลก

*ที่มา: AETOSWire

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:
https://www.businesswire.com/news/home/20260105981339/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Jinan Warrayat
jinan.warrayat@tii.ae

ที่มา: Technology Innovation Institute

CES 2026: GIGABYTE คือ “AI Forward” ที่นำเสนอโซลูชัน AI Factory, Physical AI และ Agentic AI โซลูชัน

Logo

ไทเป–(BUSINESS WIRE)–06 มกราคม 2569

GIGABYTE Technology ผู้นำระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในด้านความเป็นเลิศทางวิศวกรรมในด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ยังคงเสริมสร้างตำแหน่งของตนในฐานะหนึ่งในผู้คิดค้นนวัตกรรมเซิร์ฟเวอร์ที่เน้น AI มากที่สุดของไต้หวัน โดยในงาน CES 2026 GIGABYTE จะนำเสนอระบบนิเวศการประมวลผลแบบครบวงจรภายใต้ธีม AI Forward — ที่จะช่วยเน้นย้ำว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นแกนหลักด้านการคำนวณของโครงสร้างพื้นฐาน AI รุ่นใหม่ ที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนา AI ในระบบคลาวด์ อุปกรณ์ปลายทาง และอุปกรณ์ส่วนบุคคล ตลอดจนโซลูชันแบบครบวงจรที่จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้งาน AI ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และขยายขนาดได้มากขึ้น

CES 2026: GIGABYTE is “AI Forward,” Showcasing AI Factory, Physical AI, and Agentic AI Solutions

CES 2026: GIGABYTE คือ “AI Forward” ที่นำเสนอโซลูชัน AI Factory, Physical AI และ Agentic AI โซลูชัน

สร้าง AI Factory ที่พร้อมสำหรับอนาคต

GIGABYTE เปิดตัวโซลูชันศูนย์ข้อมูล AI แบบครบวงจรด้วย GIGAPOD ซึ่งเป็น “Building-Block Design” แบบโมดูลาร์ที่ผสานรวมเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูง เครือข่ายความเร็วสูง และซอฟต์แวร์ GIGABYTE POD Manager (GPM) ที่จะช่วยปรับปรุงการออกแบบ การใช้งาน และการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน AI ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเร่งการสร้าง AI Factory ระดับองค์กร

ในแกนหลักของระบบ GIGAPOD จะใช้เซิร์ฟเวอร์ระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงในรุ่น G4L4 / G4L3 ที่รองรับโพรเซสเซอร์ Intel® Xeon® 6 และอิงตามระบบ NVIDIA HGX B300 และโพรเซสเซอร์ AMD EPYC™ 9005/9004 พร้อมตัวเร่งความเร็ว AMD Instinct™ MI355X เซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ผสานรวมความหนาแน่นในการประมวลผลขั้นสูงเข้ากับประสิทธิภาพการระบายความร้อนขั้นสูง นอกจากนี้ GIGABYTE ยังได้แนะนำสวิตช์จัดการแร็คที่พัฒนาขึ้นเองภายในบริษัท ซึ่งรวมศูนย์การจัดการสำหรับแร็ค DLC ได้มากถึงแปดแร็คภายในฟอร์มแฟคเตอร์ 1U ขนาดกะทัดรัด รองรับโปรโตคอลการสื่อสาร CDU จากหลายผู้จำหน่าย และการตรวจจับการรั่วไหลที่แม่นยำ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบและประสิทธิภาพการจัดการอย่างมาก สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล AI อัจฉริยะที่ปรับขนาดได้

GIGABYTE ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์สำหรับศูนย์ข้อมูลทุกขนาดเพิ่มเติม โดยมีรุ่นเรือธง NVIDIA Grace Blackwell Ultra NVL72 — ซึ่งเป็นโหนดประมวลผลระดับแร็คที่มีซีพียู NVIDIA Grace จำนวน 72 ตัว เสริมด้วยเครือข่าย NVIDIA Quantum-X800 InfiniBand และ NVIDIA Spectrum-X Ethernet สามารถมอบประสิทธิภาพการประมวลผลแบบอนุมานได้สูงสุดถึง 50 เท่า เมื่อเทียบกับ NVIDIA Hopper รุ่นก่อนหน้า

สำหรับการฝึกอบรม การจำลอง และการประมวลผลปริมาณมาก GIGABYTE ได้นำเสนอ G894-SD3-AAX7 และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ XL44-SX2-AAS1 ที่เร่งความเร็วด้วย NVIDIA HGX B300 และ NVIDIA RTX PRO™ 6000 Blackwell Server Edition GPU ตามลำดับ โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับโพรเซสเซอร์ Intel® Xeon® 6 สองตัว หน่วยความจำ DDR5 และการเชื่อมต่อ InfiniBand/Ethernet ความเร็วสูง พร้อมทั้งผสานรวม NVIDIA BlueField-3 DPU เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลและประสิทธิภาพการคำนวณ เวิร์กสเตชัน โดย W775-V10-L01 จะนำเสนอประสิทธิภาพ GPU ระดับเซิร์ฟเวอร์และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบวงปิดให้กับครีเอเตอร์และองค์กรขนาดเล็กที่ใช้งานเวิร์กโฟลว์ AI ในองค์กร

โซลูชัน Compact Edge สำหรับ Physical AI

GIGABYTE ขยายขีดความสามารถของ AI จากศูนย์ข้อมูลสู่การใช้งานจริงผ่านระบบฝังตัวและพีซีอุตสาหกรรม — ที่สร้างขึ้นเพื่อสภาพแวดล้อมที่มีความหน่วงต่ำ ความน่าเชื่อถือ และการประมวลผลแบบ Edge ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ที่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ โดยในงาน CES วิสัยทัศน์นี้ได้ปรากฏเป็นรูปธรรมผ่านการจัดแสดงคลังสินค้าอัจฉริยะ ซึ่งประกอบด้วย

  • คอมพิวเตอร์ Compact Edge สำหรับการประมวลผล AI ระดับสูง
  • ระบบฝังตัวพลังงานต่ำสำหรับการประสานงานกลุ่มยานพาหนะ AGV/AMR
  • พีซีอุตสาหกรรมสำหรับแขนหุ่นยนต์และระบบลำเลียง และ
  • ดีไซน์อเนกประสงค์พร้อมพอร์ตอินพุต/เอาต์พุตที่ครบครันสำหรับเซนเซอร์และแมชชีนวิชั่น

โซลูชันเหล่านี้จะช่วยให้ AI สามารถคิดและลงมือทำในที่ที่มีการสร้างข้อมูลได้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการไปสู่ ​​Physical AI

สร้าง AI Agent ในชีวิตประจำวัน

ขณะที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI ทาง GIGABYTE ได้แนะนำซีรีส์ AI TOP ประกอบด้วยAI TOP ATOM, AI TOP 100 Z890 และ AI TOP 500 TRX50 ที่เป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อประดับพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งช่วยให้สามารถอนุมาน LLM/LMM ในพื้นที่ ปรับแต่งและใช้งาน RAG ได้ โดยใช้ระบบไฟฟ้ามาตรฐานได้ ทำให้มั่นใจได้ถึงความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และราคาที่เหมาะสม นอกจากฮาร์ดแวร์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว GIGABYTE ยังแนะนำซอฟต์แวร์ AI TOP Utility ซึ่งช่วยให้การตั้งค่าทำได้ง่ายขึ้น มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย และช่วยปรับปรุงเวิร์กโฟลว์ AI สำหรับการจัดการและการใช้งานโมเดลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

GIGABYTE ยังขยายขีดความสามารถด้านการประมวลผลสำหรับลูกค้าที่ปรับแต่งด้วย AI ด้วยแล็ปท็อปที่ผสานรวม GiMATE AI companion ไว้ด้วย ซึ่งให้ความช่วยเหลือบนอุปกรณ์สำหรับครีเอเตอร์และมืออาชีพ นอกจากนี้ AORUS RTX 5090 AI BOX รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมการเชื่อมต่อ Thunderbolt™ 5 และ GPU GeForce RTX™ 5090 ยังช่วยให้ผู้ใช้โน้ตบุ๊กสามารถเข้าถึงประสิทธิภาพ AI และกราฟิกที่ใกล้เคียงกับเดสก์ท็อปได้อีกด้วย

LVCC North Hall บูทหมายเลข 8519
https://www.gigabyte.com/Events/CES

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20251224890815/en

Contacts

Michael Pao brand@GIGABYTE.com

ที่มา: GIGABYTE

The Bangkok Reporter