Hansoh Pharma และ Atomwise เปิดตัวความร่วมมือค้นคว้าตัวยาผ่านเทคโนโลยี AI เพื่อใช้ในการรักษาต่าง ๆ

Logo

Hansoh Pharma วางแผนประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสร้างโมเลกุลขนาดเล็กที่ดีที่สุดครั้งแรก

เซี่ยงไฮ้และซานฟรานซิสโก—(BUSINESS WIRE)–12 กันยายน 2562

Hansoh Pharmaceutical Group Company Limited (“Hansoh Pharma”) บริษัทชีวเภสัชกรรมชั้นนำในประเทศจีน และ Atomwise, Inc. (“Atomwise”) ผู้นำเทคโนโลยี AI เพื่อการค้นคว้ายารักษาโรค ประกาศความร่วมมือในการออกแบบและค้นหาชนิดตัวยาที่มีประสิทธิภาพสำหรับโปรตีนเป้าหมายที่ยังไม่ระบุ 11 ตัวเพื่อการรักษาโรคหลากหลายชนิด

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190911005825/en/

ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก Atomwise และ Hansoh Pharma จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด การผสมผสานกันระหว่างความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่มีให้จะมอบประสิทธิภาพในการช่วยเร่งให้โครงการนี้สำเร็จอย่างมหาศาล และจะย่นระยะเวลาการค้นคว้าหาตัวยาและการพัฒนาทางคลินิก

นายแพทย์ Aifeng Lyu ประธาน Jiangsu Hansoh Pharmaceutical Group Co., Ltd., บริษัทในเครือของ Hansoh Pharma กล่าวว่า “Atomwise เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่เหมาะสมกับ Hansoh Pharma ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และสร้างชนิดโมเลกุลขนาดเล็กสำหรับรักษาโรคเนื้องอกและโรคอื่น ๆ เรารู้สึกประทับใจในแพลตฟอร์มและประสิทธิภาพของ AI และทีมของ Atomwise จากการทำงานร่วมกัน เราเชื่อว่าเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาการรักษาที่ดีที่สุดครั้งแรก”

Dr. Abraham Heifets ซีอีโอ Atomwise กล่าวเสริมว่า “Hansoh Pharma ให้พันธสัญญาสำคัญในการสร้างนวัตกรรมและปฏิบัติภารกิจเพื่อเปลี่ยนโลกการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย”

แพลตฟอร์ม AI ระดับโลกของ Atomwise สำหรับการออกแบบตัวยาตามโครงสร้างจะเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ เป็นตัวเลือกอันดับต้น และเป็นความพยายามในการบุกเบิก Hansoh Pharma จะมอบศักยภาพการทดสอบทางชีววิทยาและเคมีเพื่อการรักษา รวมทั้งบุกเบิกกิจกรรมการพัฒนาในระดับพรีคลินิกและคลินิกต่าง ๆ

ภายใต้ข้อกำหนดของความร่วมมือ Atomwise จะได้รับค่าธรรมเนียมการใช้เทคโนโลยีที่ยังไม่เปิดเผย ค่าธรรมเนียมการทดลอง ค่าลิขสิทธิ์ และรายได้จากการออกใบอนุญาตหรือการขายทรัพย์สินที่เกิดจากความร่วมมือ จากรายได้เฉลี่ยในประวัติศาสตร์สำหรับตัวยาโมเลกุลขนาดเล็ก มูลค่าทั้งหมดจากการทำสัญญากับ Atomwise ที่ประสบผลสำเร็จทั้งหมดนับเป็นผลพลอยได้ Hansoh Pharma จะได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาและดำเนินการค้าในทุกสาขาและภูมิภาค

เกี่ยวกับ Hansoh Pharma

Hansoh Pharma (3692:HK) บริษัทชีวเภสัชกรรมชั้นนำในประเทศจีนที่อุทิศตนเพื่อค้นหาและพัฒนาตัวยาที่เปลี่ยนชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้พ้นจากอาการโรคร้ายแรง ปัจจุบันมีพนักงานราว 8,900 คน Hansoh ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 มีระบบการวิจัยและพัฒนา ศักยภาพการผลิตและค้าขายแบบครอบคลุม ช่วยส่งเสริมความเป็นผู้นำการรักษาระบบประสาทส่วนกลาง (CNS) โรคเนื้องอก โรคเบาหวานและยาต้านการติดเชื้อ และอื่น ๆ จากผู้เชี่ยวชาญราว 1,400 คนในแผนกการวิจัยและพัฒนา Hansoh ถูกจัดอันดับที่ 2 เป็นบริษัทนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีววิทยาและเภสัชกรรมในประเทศจีนสำหรับโมเลกุลที่ใช้ผลิตยาชนิดใหม่เพื่อการพัฒนาระดับคลินิกตั้งแต่ปี 2554 รายได้ของบริษัท Hansoh Pharma ในปี 2018 อยู่ราว 11,000 ล้านดอลล่าร์ เติบโตปีต่อปี 25% สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมที่ www.hspharm.com

เกี่ยวกับ Atomwise

Atomwise, Inc. นำเทคโนโลยี AI มาศึกษาค้นคว้าตัวยาโมเลกุลขนาดเล็กตามโครงสร้าง ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน Atomwise ร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทด้านเภสัชกรรมและเคมีเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลมากกว่าร้อยแห่งใน 19 ประเทศเพื่อจัดทำโครงการหลายร้อยโครงการต่อปี Atomwise ได้ระดมเงินกว่า 50 ล้านดอลล่าร์จากบริษัทลงทุนชั้นนำเพื่อสนับสนุนการพัฒนาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190911005825/en/ 

ติดต่อ:

Hansoh Pharma

ชื่อ​: Paul Lu

อีเมล​: communications@hspharm.com

Atomwise

ชื่อ: Sara Dunn

อี​เมล: SDunn@jpa.com

Aptorum Group ประกาศพัฒนาชนิดตัวยาไมโครไบโอมเพื่อรักษาโรคอ้วน และชนิดตัวยาที่ดัดแปลงใหม่เพื่อรักษาโรคมะเร็งเนื้อเยื่อประสาท

Logo

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–09 กันยายน 2562

Aptorum Group Limited (Nasdaq: APM) (“Aptorum Group”) บริษัทผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ที่เน้นการพัฒนายารักษาโรคชนิดใหม่เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ประกาศการคิดค้นพัฒนาตัวยา 2 ชนิดในขั้นตอนพรีคลินิก โดยเน้นการรักษาโรคอ้วนและโรคมะเร็งเนื้อเยื่อประสาทตามลำดับ

เกี่ยวกับ CLS-1: การรักษาโรคอ้วนโดยปรับสมดุลของการสื่อสารทางเคมีที่เกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์ในลำไส้

ภายใต้แพลตฟอร์มการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกายหรือไมโครไบโอต้าที่ประกาศเปิดตัวล่าสุดโดย  Claves Life Sciences Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Aptorum Group ทางบริษัทได้คิดค้นพัฒนาสายพันธุ์โมเลกุลระดับมาโครอย่าง CLS-1 ในขั้นพรีคลินิกเพื่อรักษาโรคอ้วน CLS-1 กำลังอยู่ระหว่างการปรับสภาพ และมีแผนการจะนำไปสู่ขั้นตอน IND ในปี 2563

ปัจจุบันโรคอ้วนได้แพร่ขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก และยังไม่มีวิธีการรักษาที่ได้ผลสูงสุด1 สำหรับผู้ป่วยโรคอ้วนส่วนใหญ่แล้ว วิธีการรักษาแบบพื้นบ้าน (เช่น ลดอาหาร ออกกำลังกาย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม) มักจะล้มเหลวในระยะยาว2 เราเชื่อว่าเภสัชบำบัดที่คิดค้นล่าสุดนี้จะมีประสิทธิภาพที่จำกัด และเกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยของสารเคมี ซึ่งจะมอบโอกาสทางการตลาดมหาศาลแก่ CLS-1

การสื่อสารทางเคมีของจุลินทรีย์ในลำไส้รู้จักกันในฐานะสาเหตุหลักของโรคอ้วน1 CLS-1 คือมาโครโมเลกุลที่ให้ทางปากโดยไม่มีการดูดซับ ซึ่งจะปรับสมดุลการเผาผลาญของจุลินทรีย์ในลำไส้ผ่านความจำเพาะและความสัมพันธ์ที่สูง วิธีนี้เราเชื่อว่าการดูดซึมของกระบวนการเผาผลาญที่เกี่ยวเนื่องกับโรคอ้วนจะถูกยับยั้งได้

Aptorum Group กำลังทดลองตังบ่งชี้อีก 2 ชนิดผ่านการปรับสมดุลของการสื่อสารทางเคมีของไมโครไบโอต้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทางโมเลกุลขนาดใหญ่ ซึ่งทางเราเชื่อว่าจะสามารถปรับตัวใช้งานได้ดี และเราหวังว่าจะได้ประกาศให้ผู้คนทราบถึงการคิดค้นของเราในครั้งนี้ด้วย

เกี่ยวกับ SACT-1: ชนิดยาที่นำมาดัดแปลงใหม่สำหรับการรักษานิวโรบลาสโตมาหรือโรคมะเร็งของเนื้อเยื่อประสาท

ภายใต้แพลตฟอร์มการคิดค้นยาผ่านระบบคอมพิวเตอร์ของ Smart-ACTTM ซึ่งประกาศเปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้โดยบริษัทลูกของ Aptorum Group อย่าง Smart Pharma Group โดย Aptorum Group ได้สกรีนตัวยาราว 1,615 ชนิดผ่านโปรตีนเป้าหมายเพื่อการรักษา 3 ชนิดสำหรับแก้ปัญหาการคาดคะเนโรคมะเร็งของเนื้อเยื่อประสาทที่ไม่แม่นยำ เช่น ชนิดของโรคมะเร็งที่หายากในเด็กที่เกิดจากเนื้อเยื่อประสาท และที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ กับบริเวณต่อมหมวกไต รวมทั้งกระดูกไขสันหลัง หน้าอก ช่องท้อง หรือคอ3 สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง อัตราการรอดชีวิตของโรคนี้มีประมาณ 40-50% สำรวจโดยสมาคมโรคมะเร็งแห่งอเมริกา4 Aptorum Group ได้ระบุชนิดตัวยาที่นำมาดัดแปลงใหม่ และประเมินตัวยาเหล่านี้ในระดับเซลล์และการทดลองกับสัตว์เพื่อรับรองว่าตัวยาชนิดนี้ใช้ได้กับข้อบ่งชี้ใหม่และประสิทธิภาพที่พัฒนาได้

Aptorum Group กำลังทดลองตัวบ่งชี้อีก 2 ชนิดบนแพลตฟอร์มวิจัย Smart-ACTTM เราหวังว่าจะได้ประกาศให้ผู้คนทราบถึงการคิดค้นของเราในครั้งนี้ด้วย

เกี่ยวกับ Aptorum Group Limited

Aptorum Group Limited (Nasdaq: APM) คือบริษัทเวชภัณฑ์ที่อุทิศตนในการพัฒนาและทำธุรกิจการรักษาโรคแบบใหม่เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเวชภัณฑ์และไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก Aptorum Group ยังเดินหน้าคิดค้นโปรแกรมการรักษาโรคต่าง ๆ เช่นโรคประสาท โรคติดเชื้อ โรคเกี่ยวกับทางเกินอาหาร โรคเนื้องอก และโรคอื่น ๆ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Aptorum Group โปรดดูที่ www.aptorumgroup.com

เกี่ยวกับ Claves Life Sciences Limited

Claves Life Sciences Limited เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจยารักษาโรค โดยเป็นบริษัทในเครือของ Aptorum Group Limited ทำหน้าที่คิดค้นพัฒนาตัวยารักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร โดยตัวยาที่กำลังวิจัยและมีแนวโน้มพัฒนาต่อไปคือการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ที่มาจากการเผาผลาญอาหารเพื่อป้องกันและรักษาโรคต่าง ๆ Claves ยังค้นหาแพลตฟอร์มการปรับสมดุลจุลินทรีย์ที่สร้างสายพันธุ์โมเลกุลใหม่ ๆ ที่สามารถปรับตัวเข้ากับระดับของกระบวนการเผาผลาญในลำไส้ และยังสามารถใช้รักษาอาการทางการแพทย์ต่าง ๆ ได้อีกมากมาย

เกี่ยวกับ Smart Pharma Group

Smart Pharma Group ประกอบด้วย Smart Pharmaceutical Limited Partnership, SMTPH Limited และบริษัทในเครืออื่น ๆ Smart Pharma Group เป็นบริษัทในเครือของ Aptorum Group Limited เน้นการนำยารักษาโรคที่ผ่านการรับรองมาใช้ใหม่อย่างเป็นระบบเพื่อการรักษาโรคหายากต่าง ๆ Smart Pharma Group ทำการสกรีนและคิดค้นวินิจฉัยผ่านระบบคอมพิวเตอร์เพื่อพัฒนาตัวยาให้มีความทันสมัย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Smart Pharma Group โปรดดูที่ www.smtph.com

คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบและข้อความที่เป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต

เอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยแถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Aptorum Group Limited และความคาดหวังในอนาคต แผน และโอกาสในอนาคตซึ่งเป็น “แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า” ภายใต้ความหมายของพระราชบัญญัติปฏิรูปกฎหมายฟ้องร้องหลักทรัพย์เอกชนปี พ.ศ. 2538 ข้อความที่มีอยู่ในเอกสารฉบับนี้ซึ่งไม่ใช่แถลงการณ์ของข้อเท็จจริงในอดีตอาจถือเป็นข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า ในบางกรณีคุณสามารถระบุข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าโดยใช้คำเช่น“ อาจ” “ควร” “คาดว่า” “มีแผนจะ” “คาดการณ์” “อาจจะทำได้” “ตั้งใจว่า” “มีเป้าหมายว่า” “มีโครงการว่า" "พิจารณาจะ" "เชื่อว่า" "ประเมินว่า" "พยากรณ์" "มีศักยภาพจะ" หรือ "จะดำเนินการต่อ"  หรือคำตรงข้ามของคำเหล่านี้หรือสำนวนอื่น ๆ ที่คล้ายกัน กลุ่ม Aptorum ได้ใช้แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้โดยส่วนใหญ่มาจากความคาดหวังและการคาดการณ์ในปัจจุบันเกี่ยวกับเหตุการณ์และแนวโน้มในอนาคตซึ่งบริษัท เชื่อว่าอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้พูดเฉพาะวันที่ของเอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้และอยู่ภายใต้ความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และข้อสันนิษฐาน รวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ประกาศไว้และการเปลี่ยนแปลงองค์กร การให้บริการอย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการขยายการจัดประเภทผลิตภัณฑ์โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมสำหรับกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มเติม กลยุทธ์การเติบโตของบริษัทที่คาดการณ์ไว้ แนวโน้มและความท้าทายที่คาดการณ์ไว้ในธุรกิจของบริษัท และความคาดหวังเกี่ยวกับเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและความเสี่ยงอย่างเต็มที่อธิบายไว้ในแบบฟอร์ม 20-F ของกลุ่ม Aptorum และเอกสารอื่น ๆ ที่กลุ่ม Aptorum อาจทำกับ กลต. ในอนาคต กลุ่ม Aptorum ไม่มีข้อผูกมัดในการปรับปรุงแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าที่มีอยู่ในเอกสารประชาสัมพันธ์นี้อันเป็นผลมาจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่น ๆ

1 Protein Cell. May; 9(5): 397–403.

2 Obes Surg. 2012 Jun;22(6):956-66

3 https://www.cancer.gov/publications/dictionaries/cancer-terms?expand=N

4 ดู https://www.cancer.org/cancer/neuroblastoma/detection-diagnosis-staging/survival-rates.html.

ติดต่อ:

นักลงทุน: 
โทร: +852 2117 6611 
อีเมล: investor.relations@aptorumgroup.com

สื่อ: 
โทร: + 852 2117 6611 
อีเมล: info@aptorumgroup.com

Aptorum Group ศึกษาวิจัยตัวยาชนิดใหม่ในโมเลกุลสายพันธุ์เล็ก ALS-4 เพื่อรักษาการติดเชื้ออันเกิดจากแบคทีเรีย Staphylococcus Aureus และ MRSA

Logo

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–09 กันยายน 2562

Aptorum Group Limited (Nasdaq: APM) (“Aptorum Group”) บริษัทผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ที่เน้นการพัฒนายารักษาโรคชนิดใหม่เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ประกาศว่าบริษัทได้เริ่มวิจัยและพัฒนายาชนิดใหม่ (IND) เพื่อศึกษาในชื่อ ALS-4 ซึ่งเป็นตัวยาโมเลกุลขนาดเล็กสำหรับใช้รักษาโรคติดต่อที่เกิดจากแบคทีเรียสแตฟีโลคอกคัส ออเรียส หรือ Staphylococcus aureus (S. aureus) รวมถึงสแตฟิโลคอกคัส ออเรียสที่ดื้อยา (หรือ MRSA หนึ่งในเชื้อโรคที่รู้จักกันดีในชื่อเชื้อแบคทีเรียดื้อยา) บนพื้นฐานการทดลองต่อต้านเชื้อโรคชนิดใหม่

ตัวยา ALS-4 ได้พัฒนามาเป็นอย่างดีและการศึกษาเกี่ยวกับพิษวิทยาผ่านระบบคุณภาพที่ช่วยจัดการห้องปฏิบัติการให้มีมาตรฐาน (GLP) ได้ประสบความสำเร็จโดยสถาบันวิจัยแห่งหนึ่งในอเมริกาเหนือ โดยทั่วไปแล้ว ตัวยา ALS-4 จะไม่แสดงการเปลี่ยนพันธุกรรมในการทดสอบฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ การพัฒนา ALS-4 อยู่ระหว่างการดำเนินงานและบริษัทวางแผนเสนอการวิจัยและพัฒนายาชนิดใหม่นี้ในครึ่งปีแรก 2563 ส่วนการทดสอบกึ่งคลินิกเฟส 1 ได้ถูกวางแผนในอเมริกาเหนือจากทั้งอาสาสมัครสุขภาพดีและผู้ป่วยที่ได้รับผลของประสิทธิภาพขั้นแรกเริ่ม

S. aureus คือแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อทางกระแสเลือด ปอด ผิวหนัง กระดูก และอุปกรณ์ รวมทั้งโรคที่เกิดจากสารพิษ1 มีการประเมินว่าผู้ป่วยที่เกิดจากแบคทีเรีย S. aureus มีอัตราการเสียชีวิต 30%2 และสูงกว่าอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อเอดส์ วัณโรค และไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง3 MRSA, vancomycin-intermediate และ S. aureus ที่ดื้อยาทั้งหมดได้ถูกระดับเป็นโรคสำคัญสำหรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ต้องวิจัยและพัฒนา4

เกี่ยวกับ ALS-4

ALS-4 คือตัวยาที่มีโมเลกุลขนาดเล็กที่เชื่อว่าสามารถยับยั้ง dehydrosqualene desaturase  ของ S. aureus (รวมถึง MRSA) ซึ่งเกี่ยวข้องกับ staphyloxanthin หรือเม็ดสีทองหุ้มแบคทีเรียที่เห็นได้ชัด หรือช่วยแบคทีเรียต่อต้านอนุพันธ์ออกซิเจนที่ว่องไว (ROS) ที่ส่งจากเซลล์ฟาโกไซต์และเม็ดเชือดขาวนิวโตรฟิล5 ในกรณีนี้ ALS-4 ไม่ใช่การฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และการยับยั้งกระบวนการผลิต staphyloxanthin และ S. aureus จะว่องไวต่อระบบภูมิคุ้มกันของผู้ทดลอง ALS-4 ใช้วิธีจับใหม่ ๆ ในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งต่างจากวิธีกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่มักพบในยาปฏิชีวนะที่ส่งเสริมการดื้อยา

เกี่ยวกับ Aptorum Group Limited

Aptorum Group Limited (Nasdaq: APM) คือบริษัทเวชภัณฑ์ที่อุทิศตนในการพัฒนาและทำธุรกิจการรักษาโรคแบบใหม่เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเวชภัณฑ์และไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก Aptorum Group ยังเดินหน้าคิดค้นโปรแกรมการรักษาโรคต่าง ๆ เช่นโรคประสาท โรคติดเชื้อ โรคเกี่ยวกับทางเกินอาหาร โรคเนื้องอก และโรคอื่น ๆ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Aptorum Group โปรดดูที่ www.aptorumgroup.com

คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบและข้อความที่เป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต

เอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยแถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Aptorum Group Limited และความคาดหวังในอนาคต แผน และโอกาสในอนาคตซึ่งเป็น “แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า” ภายใต้ความหมายของพระราชบัญญัติปฏิรูปกฎหมายฟ้องร้องหลักทรัพย์เอกชนปี พ.ศ. 2538 ข้อความที่มีอยู่ในเอกสารฉบับนี้ซึ่งไม่ใช่แถลงการณ์ของข้อเท็จจริงในอดีตอาจถือเป็นข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า ในบางกรณีคุณสามารถระบุข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าโดยใช้คำเช่น“ อาจ” “ควร” “คาดว่า” “มีแผนจะ” “คาดการณ์” “อาจจะทำได้” “ตั้งใจว่า” “มีเป้าหมายว่า” “มีโครงการว่า" "พิจารณาจะ" "เชื่อว่า" "ประเมินว่า" "พยากรณ์" "มีศักยภาพจะ" หรือ "จะดำเนินการต่อ"  หรือคำตรงข้ามของคำเหล่านี้หรือสำนวนอื่น ๆ ที่คล้ายกัน กลุ่ม Aptorum ได้ใช้แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้โดยส่วนใหญ่มาจากความคาดหวังและการคาดการณ์ในปัจจุบันเกี่ยวกับเหตุการณ์และแนวโน้มในอนาคตซึ่งบริษัท เชื่อว่าอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้พูดเฉพาะวันที่ของเอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้และอยู่ภายใต้ความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และข้อสันนิษฐาน รวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ประกาศไว้และการเปลี่ยนแปลงองค์กร การให้บริการอย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการขยายการจัดประเภทผลิตภัณฑ์โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมสำหรับกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มเติม กลยุทธ์การเติบโตของบริษัทที่คาดการณ์ไว้ แนวโน้มและความท้าทายที่คาดการณ์ไว้ในธุรกิจของบริษัท และความคาดหวังเกี่ยวกับเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและความเสี่ยงอย่างเต็มที่อธิบายไว้ในแบบฟอร์ม 20-F ของกลุ่ม Aptorum และเอกสารอื่น ๆ ที่กลุ่ม Aptorum อาจทำกับ กลต. ในอนาคต กลุ่ม Aptorum ไม่มีข้อผูกมัดในการปรับปรุงแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าที่มีอยู่ในเอกสารประชาสัมพันธ์นี้อันเป็นผลมาจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่น ๆ

Clin Microbiol Rev. 2015 Jul;28(3):603-61.

2 Clin Microbiol Rev. 2012 Apr;25(2):362-86

3 Van Hal et al. Clin Microbiol Rev 2012

4 https://www.who.int/news-room/detail/27-02-2017-who-publishes-list-of-bacteria-for-which-new-antibiotics-are-urgently-needed

5 mBio 2017 8(5): e01224-17

ติดต่อ:

นักลงทุน: 
โทร: +852 2117 6611 
อีเมล: investor.relations@aptorumgroup.com

สื่อ: 
โทร: + 852 2117 6611 
อีเมล: info@aptorumgroup.com

ESC: การมอบองค์ความรู้ล่าสุดด้านศาสตร์การรักษาโรคระบบหัวใจหลอดเลือดให้กับแพทย์ในเอเชีย

Logo

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–18 กรกฎาคม 2019 

การประชุมครั้งใหม่เพื่อพัฒนาปรับปรุงการดูแลรักษาคนไข้

8 – 19 พฤศจิกายน ณ ปะรเทศสิงคโปร์

นักกายภาพบำบัดในเอเชียปรับตัวต่อวิวัฒนาการความก้าวหน้าของสุขภาพหัวใจที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วอย่างไร

การประชุมทางวิทยาศาสตร์ครั้งใหม่จัดขึ้นเพื่อไขคำตอบนี้

สมาคมโรคหลอดเลือดหัวใจแห่งยุโรป (ESC) องค์กรที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ประกอบไปด้วยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลรักษาโรคหัวใจ ได้ร่วมมือกับสมาคมหลอดเลือดหัวใจแห่งเอเชียแปซิฟิก (APSC) และสหพันธ์โรคหลอดเลือดหัวใจแห่งอาเซียน (AFC) เพื่อจัดการประชุม ESC ASIA with APSC & ASC ที่สิงคโปร์ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

ศาสตราจารย์ Michel Komajda ประธานคณะกรรมการการจัดงานกล่าวว่า “ในแต่ละปี ESC ได้ตรวจบทคัดย่อทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโรคหัวใจหลอดเลือดกว่า 11,000 บทความ การประชุมครั้งนี้จะนำเสนอบทความล่าสุดและสำคัญที่สุดเพื่อให้นักกายภาพบำบัดปรับใช้เพื่อมอบการดูแลรักษาคนไข้อย่างดีที่สุด

การประชุมสุดครั้งนี้จะช่วยอธิบายแนวทางการปฏิบัติทางการแพทย์ของ ESC เกี่ยวกับโรคเบาหวาน ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นโรคเบาหวานและโรคหัวใจหลอดเลือด โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดฉับพลัน และโรคไขมันในเลือดสูง นอกจากนี้ สารสำคัญจากการประชุม ESC Congress 2019 ในกรุงปารีสจะถูกนำมาอภิปรายในเนื้อหาการประชุมของฝั่งเอเชียแปซิฟิกครั้งนี้ด้วย ซึ่งการประชุมครั้งใหม่นี้นับว่าเหมาะสมแก่เวลาเป็นอย่างมาก 

จากการรายงานขององค์การอนามัยโลก โรคหัวใจหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก โดยคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกราว 31% และกว่า 21,000 ชีวิตในสิงคโปร์แต่ละปี

การประชุมนี้สร้างชื่อเสียงแก่ ESC ในภูมิภาคในฐานะสังคมการเรียนรู้ที่น่าเชื่อถือและมีชื่อเสียง ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกว่าหมื่นคนในเอเชียได้สนใจจเป็นส่วนหนึ่งของ ESC เพื่อศึกษาวารสารอันมีชื่อเสียง การประชุมด้านวิทยาศาสตร์ และโอกาสพิเศษมากมายสำหรับสมาชิก

ศาสตราจารย์ Konajda กล่าวว่า “ESC คือสมาคมระดับโลกเพียงแห่งเดียวที่รวมศาสตร์ด้านหัวใจวิทยาไว้อย่างครบครันผ่านชุมชนเฉพาะทางสาขาต่อยอดในเอเชีย การประชุมครั้งใหม่นี้นำเสนอนักกายภาพบำบัดทุกสาขา ตั้งแต่อายุรแพทย์และวิทยาต่อมไร้ท่อไปจนถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบหายใจและหัวใจร่วมหลอดเลือด เพื่อเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากนักวิจัยด้านหัวใจและหลอดเลือดที่ได้รับการยอมรับจากภูมิภาคยุโรปและเอเชียแปซิฟิก

สิ้นสุดเนื้อหา

ติดตามเราทางทวิตเตอร์ได้ที่ @ESCardioNews

อ้างอิง

1 https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/the-top-10-causes-of-death 

2 https://www.myheart.org.sg/my-heart/heart-statistics/singapore-statistics/

เกี่ยวกับ European Society of Cardiology 

สมาคมหลอดเลือดหัวใจแห่งยุโรปนำผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจากกว่า 150 ประเทศ เพื่อต่อยอดคิดค้นยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด เพื่อช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพที่แข็งแรงและอายุยืนยาวขึ้น

ลงทะเบียนที่นี่ ที่นี่

ดูข้อมูลต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190717005652/en/

ติดต่อ:

ผู้เขียน: ESC Press Office 

Justine Pinot 

โทรศัพท์: +33 (0)4 8987 2499 

มือถือ: +337 (0) 8531 2036 

อีเมล: press@escardio.org

Terns Pharmaceuticals แต่งตั้ง Ankang Li Ph.D. J.D. CFA เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน

Logo

ฟอสเตอร์ซิตี้ แคลิฟอร์เนีย และเซี่ยงไฮ้–(BUSINESS WIRE)–1 กรกฎาคม 2019

Terns Pharmaceuticals, Inc. บริษัท เวชภัณฑ์ชีวภาพระดับโลกที่มุ่งเน้นการค้นพบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อรักษาโรคตับคั่งไขมันที่มีภาวะตับอักเสบ (non-alcoholic steatohepatitis – NASH) และมะเร็ง ประกาศแต่งตั้ง Ankang Li, Ph.D. , JD, CFA เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190701005203/en/

Ankang Li, Chief Financial Officer (Photo: Business Wire)

Ankang Li ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (รูปภาพ: Business Wire)

“Dr. Li ร่วมงานกับ Terns พร้อมประสบการณ์นานกว่า 10 ปีด้านวาณิชธนากร การพัฒนาธุรกิจ ที่ปรึกษากฎหมาย และการวิจัยทางการแพทย์” Weidong Zhong, Ph.D., ประธานและซีอีโอของ Terns กล่าว “เรามีความยินดีที่ได้ต้อนรับ Dr. Li สู่ Terns ด้วยประวัติที่แข็งแกร่งของเขาในการผลักดันการเติบโตในอุตสาหกรรม”

ที่ Terns Dr. Li จะรับผิดชอบด้านการเงินขององค์กร การรายงานทางการเงิน การบัญชี การจัดการความเสี่ยง การพัฒนาธุรกิจ และนักลงทุนสัมพันธ์

ก่อนที่จะร่วมงานกับ Terns, Dr. Li เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารฝ่ายวาณิชธนกิจด้านการดูแลสุขภาพของ Goldman Sachs, ซึ่งเขาเป็นผู้รับผิดชอบด้านวาณิชธนกิจในเอเชียยกเว้นญี่ปุ่นและเป็นผู้นำในการเสนอขายหุ้น IPO สำหรับเทคโนโลยีชีวภาพ  ก่อนหน้านั้น Dr. Li เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรม  Asia Pacific Innovation Hub ที่ Merck  (รู้จักกันในนาม MSD นอกสหรัฐอเมริกาและแคนาดา)  ดูแลการพัฒนาธุรกิจ และการทำธุรกรรมด้านใบอนุญาตในภูมิภาค  Dr. Li ยังเคยทำงานที่ Davis Polk และ Ropes & Grey เพื่อให้คำปรึกษากับลูกค้าเกี่ยวกับตลาดทุนและธุรกรรม M&A  ในช่วงต้นของอาชีพของเขา  Dr. Li ทำการวิจัยทางการแพทย์ที่สถาบัน Salk

Ankang Li ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตสาขานิติศาสตร์จาก University of Chicago Law School สาขาวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์จากBaylor College of Medicine วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพจาก National University of Singapore และปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิตสาขาชีวเคมีจาก Fudan University และได้รับการรับรอง CFA

“Terns ได้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทชีวเวชภัณฑ์ชั้นนำที่กำลังพัฒนาการรักษาโรคตับ”Dr. Li กล่าว “ผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับคณะกรรมการของ Terns และทีมผู้นำเพื่อช่วยพัฒนาโปรแกรมที่เป็นนวัตกรรมเพื่อประโยชน์ต่อผู้ป่วยในประเทศจีนและทั่วโลก”

เกี่ยวกับ Terns Pharmaceuticals

Terns Pharmaceuticals, Inc. เป็นบริษัทเวชภัณฑ์ทางคลินิก การค้นพบและพัฒนายารักษาโรคตับเรื้อรังและมะเร็ง  บริษัท ตั้งอยู่ในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกาและกำลังพัฒนาการรักษาโรคตับคั่งไขมันที่มีภาวะตับอักเสบ (NASH) และมะเร็งในหลายๆ ด้าน  Terns ยกระดับความเชี่ยวชาญระดับโลกในด้านชีววิทยาโรคเคมียาและการพัฒนาทางคลินิกเพื่อนำเสนอวิธีการรักษาใหม่ๆ ที่มีความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ป่วยในประเทศจีนและตลาดอื่น ๆ

ดูฉบับแหล่งที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190701005203/en/

สื่ออเมริกาติดต่อ:

Margaret Robinson

+1 (415) 690 0084

สื่อจีนติดต่อ:

Yan Wan

+86 186 1196 5371

Terns Pharmaceuticals เริ่มการทดลองทางคลินิก TERN-101 ระยะที่ 1

Logo

การศึกษาระยะที่ 1 จะประเมินความปลอดภัยและความทนทานของ TERN-101 ซึ่งเป็นตัวกระตุ้น FXR เพื่อการรักษา NASH

ฟอสเตอร์ซิตี แคลิฟอร์เนียและเซี่ยงไฮ้–(BUSINESS WIRE)–13 มิถุนายน 2019

Terns Pharmaceuticals, Inc. ประกาศการเริ่มทดลองทางคลินิก TERN-101 ระยะที่ 1 ซึ่งเป็นตัวกระตุ้น farnesoid X receptor (FXR) ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อการรักษา โรคตับคั่งไขมันที่มีภาวะตับอักเสบ หรือที่เรียกว่า non-alcoholic steatohepatitis (NASH) การเริ่มต้นของการศึกษาในสหรัฐอเมริกาเป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติการใช้งาน TERN-101 สำหรับยาทดลองใหม่เมื่อต้นปีนี้

“เรามีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ในการพัฒนาโปรแกรม TERN-101 ของเรา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการวิจัยการรักษา NASH โรงที่ปัจจุบันไม่มีตัวเลือกการรักษา” Erin Quirk, MD, หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ของ Terns “เราตั้งตารอที่จะประเมินข้อมูลจากการทดลองในปลายปีนี้ในขณะที่เราประเมินประโยชน์ที่เป็นไปได้ของ TERN-101 ในการรักษา NASH”

การทดลองระยะที่ 1 ของ TERN-101 เป็นการศึกษาแบบสุ่ม ออกแบบมาเพื่อประเมินความปลอดภัย เภสัชจลนศาสตร์ และไบโอมาร์คเกอร์แบบพลาสมาจากการกระตุ้น FXR ในผู้เข้าร่วมที่ได้รับยาหลอกหรือ TERN-101 ที่ระดับปริมาณต่างๆ เป็นเวลา 7 วัน

TERN-101 ถูกค้นพบครั้งแรกและถูกพัฒนาโดย Eli Lilly and Company ก่อนหน้านี้มีความก้าวหน้าผ่านการศึกษาระยะที่ 1 และแสดงคุณสมบัติทางเภสัชจลนศาสตร์ทางคลินิกที่สอดคล้องกับการใช้ยาทุกวัน  ในปี 2018 Terns ได้ประกาศข้อตกลงระดับโลกกับ Eli Lilly เพื่อพัฒนา ผลิต และจำหน่าย TERN-101 เพื่อการรักษา NASH.  Terns เคยนำเสนอ ข้อมูลพรีคลินิก ที่ The International Liver Congress™ 2019 ในกรุงเวียนนาที่แสดงให้เห็นว่า TERN-101 ช่วยลดภาวะตับคั่งไขมัน การอักเสบ การบอลลูน และพังผืดในหนูทดลองอ้วน  นอกเหนือจากการทดลองระยะที่ 1 ที่กำลังดำเนินอยู่ในสหรัฐอเมริกา Terns ยังวางแผนการศึกษาในประเทศจีนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนา TERN-101

เกี่ยวกับ TERN-101 และการกระตุ้น Farnesoid X Receptor (FXR) Agonism

TERN-101 เป็นตัวกระตุ้น FXR ที่ไม่ใช่กรดน้ำดีที่มีศักยภาพซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อใช้รักษาโรค NASH.  FXR เป็นหน่วยรับนิวเคลียสที่มีมากในตับและลำไส้เล็ก  กรดน้ำดี (BA) เป็นลิแกนด์ตามธรรมชาติของ FXR และการจับกับและการกระตุ้น FXR นั้นมีความสำคัญต่อสภาพเซลล์ที่ปรับการสังเคราะห์ BA  เผาผลาญไขมัน การอักเสบ และพังผืด  การวิจัยการกระตุ้น FXR ได้แสดงให้เห็นถึงการถดถอยของพังผืดเพื่อป้องกัน NASH เมื่อเทียบกับการใช้ยาหลอก  สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ การกระตุ้น FXR ในการรักษาแบบใหม่

เกี่ยวกับ NASH

Non-alcoholic steatohepatitis (NASH) เป็นโรคไขมันพอกตับชนิดรุนแรง (NAFLD) ซึ่งเกิดจากการสะสมของไขมันส่วนเกินในตับ  NASH เกี่ยวข้องกับการอักเสบของตับเรื้อรังและการบาดเจ็บของเซลล์ตับและอาจนำไปสู่การเกิดพังผืด  โรคตับแข็ง และโรคมะเร็งตับหรือตับวายในที่สุด อัตราการเกิดโรค NAFLD และ NASH ทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วควบคู่กับอัตราการเพิ่มขึ้นของโรคอ้วน  ขณะนี้ยังไม่มียาที่ได้รับการรับรองสำหรับการรักษา NASH

เกี่ยวกับ Terns Pharmaceuticals

Terns Pharmaceuticals, Inc. เป็นบริษัทเวชภัณฑ์ทดลองที่มุ่งเน้นการค้นพบและพัฒนายารักษาโรคตับและมะเร็งเรื้อรัง  บริษัทตั้งอยู่ในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกาและ กำลังพัฒนายาสำหรับรักษาโรค NASH และมะเร็งหลายรูปแบบ  ด้าน  Terns ใช้ความเชี่ยวชาญระดับโลกในด้านชีววิทยาโรค เคมียา และการพัฒนาทางคลินิกเพื่อนำเสนอวิธีการรักษาใหม่ๆ ที่มีความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ป่วยในประเทศจีนและตลาดอื่นๆ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชม www.ternspharma.com และ www.ternspharma.com.cn

ดูรุ่นแหล่งที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190613005076/en/

สื่อของสหรัฐติดต่อ:

Margaret Robinson

+ (415) 690-0084

สื่อของจีนติดต่อ:

Yan Wan

+86 18611965371

Otsuka Chemical สานต่อส่วนหนึ่งของธุรกิจ Cefixime จาก Astellas Pharma

Logo

โตเกียว–(บิสิเนสไวร์)–5 มิถุนายน 2019

Otsuka Chemical Co., Ltd. (สำนักงานใหญ่: Chuo-Ku, Osaka, ประธานและผู้แทนผู้อำนวยการ: Takeharu Harashima; ต่อไปนี้เรียกว่า“ Otsuka Chemical”) ประกาศว่าบริษัทจะสานต่อธุรกิจ Cefixime จาก Astellas Pharma, Inc. (สำนักงานใหญ่: Chuo-Ku, Tokyo; ประธานและซีอีโอ: Kenji Yasukawa, Ph.D .; ต่อไปนี้เรียกว่า "Astellas Pharma")

ผ่านข้อตกลงนี้ Otsuka Chemical ได้เข้าซื้อกิจการของ Cefixime จาก Astellas Pharma เพื่อจัดหา API (Active Pharmaceutical Ingredient) ให้กับผู้ได้รับใบอนุญาตในต่างประเทศพร้อมกับทรัพย์สิน เช่น สัญญาที่เป็นของธุรกิจการออกใบอนุญาตและเครื่องหมายการค้า  การซื้อกิจการนี้เป็นการเข้าสู่ธุรกิจ API ทำให้เกิดความเข้มแข็งในธุรกิจที่เกี่ยวกับยาปฏิชีวนะจากตัวกลางสู่ API

Cefixime ที่พัฒนาโดย Astellas Pharma เป็น cephalosporin รุ่นที่สามที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบและมีการจัดจำหน่ายทั่วโลก

นอกจากธุรกิจเคมีภัณฑ์หลักแล้ว Otsuka Chemical จะยังคงเสริมความแข็งแกร่งให้กับเทคโนโลยีการผลิตของ API คุณภาพสูงและการตลาดและพลังแบรนด์เพื่อส่งเสริมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยาและธุรกิจ CMO โดยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสำคัญๆ ที่ได้รับการพัฒนาในด้านเกษตรอินทรีย์ และสารเคมีอนินทรีย์

ข้อมูลบริษัท

Otsuka Chemical Co. , Ltd.

ก่อตั้งขึ้น

:

29 สิงหาคม 1950

เงินทุน

:

5 พันล้านเยน

ประธาน

:

Takeharu Harashima ประธานและผู้อำนวยการ

สำนักงานใหญ่

:

3-2-27, Ote-Dori, Chuo-Ku, Osaka, 540-0021 Japan

พนักงาน

:

1,857 (รวม ณ เดือนธันวาคม 31, 2018)

ธุรกิจ

:

ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เคมี

Astellas Pharma Inc.

ก่อตั้งขึ้น

:

เมษายน 1923

ทุน

:

103 พันล้านเยน

ประธาน

:

Kenji Yasukawa ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

สำนักงานใหญ่

:

2-5-1, Nihonbashi-Honcho, Chuo-Ku, Tokyo 103-8411, Japan

พนักงาน

:

16,243 (รวมแล้ว ณ วันที่ 31 มีนาคม 2019 )

รายละเอียดธุรกิจ

:

วิจัยและพัฒนาผลิตและจำหน่ายเวชภัณฑ์

ดูแหล่งที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190604006187/en/

ติดต่อ:

Hidetosihi Hironishi

Otsuka Chemical Co. , Ltd.

ธุรกิจทั่วไป

Occ.Release@otsuka.jp

Aeneas Capital และ Pyrinas เปิดตัวกองทุนปิดมูลค่า 120 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ พัฒนา Co-Working Laboratory สำหรับบริษัทสตาร์ตอัพด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพในสหรัฐฯ

Logo

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–16 พฤษภาคม 2019

  • Aeneas Capital และ Pyrinas เป็นบริษัทในเครือของ Aptorium Group Ltd (NASDAQ: APM) เปิดตัวกองทุนครั้งใหญ่ในชื่อ Pyrinas US Healthcare Real Estate Fund 1 SP เพื่อครอบครองและพัฒนา Co-working Space และเครื่องอำนวยความสะดวกสำหรับการเริ่มต้นบ่มเพาะวิทยาศาสตร์ชีวภาพในสหรัฐฯ
  • การได้รับโอกาสในการลงทุนกับหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังมาแรงในสหรัฐฯ ปัจจุบันยังไม่ค่อยเกิดขึ้นในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิค ซึ่งเอเชียแปซิฟิคมีภูมิศาสตร์และความหลากหลายของทรัพย์สินที่เยี่ยมยอดเหมาะแก่การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์
  • การเข้าเจาะตลาดวิทยาศาตร์ชีวภาพ ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในอุปสรรคความท้าทายสูงสุดท่ามกลางบรรดาอุตสาหกรรมต่าง ๆ
  • โดยทีมการจัดการและให้คำปรึกษามากประสบการณ์และความชำนาญเฉพาะพร้อมผลงานการดำเนินงานที่ประจักษ์

Aeneas Capital Limited (“ACL”) และ Pyrinas Real Estate Management Limited (“Pyrinas”) มีสำนักงานอยู่ในฮ่องกง ได้เปิดตัวกองทุนปิดทางนวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 120 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ในชื่อ Pyrinas US Healthcare Real Estate Fund 1 SP โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกาเหนือผ่านการสนับสนุนทางนิเวศวิทยาจากบริษัทในเครืออย่าง Aptorum Group (NASDAQ: APM) จุดประสงค์หลัก ๆ ของการลงทุนในกองทุนนี้คือการครอบครองและพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นห้องแล็บส่วนรวมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ตอัพภาควิทยาศาสตร์ชีวภาพ ซึ่งเป็นธุรกิจแขนงหนึ่งที่กำลังมาแรงในอเมริกาเหนือ โดยกองทุนจะเน้นการลงทุน 4 เมืองในอเมริกาเหนือเป็นหลัก (เคมบริดจ์ บอสตัน ฮูสตัน และซานฟรานซิสโกในสหรัฐ และโตรอนโตในแคนนาดา)

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยเนื้อหามัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่ https://www.businesswire.com/news/home/20190515005721/en/

Existing laboratory facilities managed by Pyrinas (Photo: Business Wire)

ห้องแล็บอำนวยความสะดวกปัจจุบันดูแลโดย Pyrinas (ภาพ: Business Wire)

Matthew Wong ประธานกรรมการบริหารหรือซีอีโอแห่ง Pyrinas กล่าวว่า “สาเหตุที่เลือกเมืองเหล่านี้เพราะว่าเรามองเห็นถึงปัจจัยสำคัญหลายข้อที่เราเชื่อว่าสามารถปักหลักและใช้ประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ชีวภาพอันแข็งแกร่ง กองทุนจะเน้นการครอบครองและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะกับภาคการดูแลสุขภาพและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องแล็บปฏิบัติการที่มาในรูปแบบ Co-working Space ทางเรามองเห็นความต้องการพื้นที่มากขึ้นจากบริษัทสตาร์ตอัพและองค์กรวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความสนใจในตลาดการลงทุนร่วมในอเมริกาเหนือ

กองทุนจะเปิดตัวด้วยมูลค่า 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมผลตอบแทนที่ตั้งเป้าไว้ 15-19% ต่อปี (อัตราผลตอบแทนภายในของการลงทุนสุทธิ) ภายในระยะเวลา 4 ปีข้างหน้าและขยายเพิ่มอีก 1 ปี ปัจจุบัน Pyrinas กำลังอยู่ในช่วงเจรจากับนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจจากสถาบันต่าง ๆ

จากการดำเนินงานไปพร้อมกันกับบริษัทในเครืออย่าง Aptorum Group Limited (Nasdaq: APM) และ Aeneas Capital กองทุนนี้จะถูกนำไปใช้ในการวิจัยทางการแพทย์ การพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา และการร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักลงทุน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม พร้อมทั้งมอบโซลูชั่นส์ทางอสังหาริมทรัพย์ที่กรองรับระบบนิเวศแก่การเรียนการสอนระหว่างอุตสาหกรรม นักลงทุน รัฐบาล และมหาวิทยาลัย

กองทุนนี้มีเป้าหมายเฉพาะนักลงทุนมืออาชีพและสถาบันเท่านั้น และสามารถเปลี่ยนแปลงตามข้อบังคับภายในขอบเขตอำนาจการตัดสินใจได้

เกี่ยวกับ About the Group

Pyrinas Real Estate Management Limited (”Pyrinas”) บริษัทอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การดูแลของ Aeneas Group และเป็นบริษัทในเครือของ Aptorum Group ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 ปัจจุบัน Pyrinas มีห้องแล็บในการดูแล 2 แห่ง และคลินิกอำนวยความสะดวก 1 แห่งในฮ่องกง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Pyrinas เข้าเยี่ยมชมได้ที่ www.pyrinasgroup.com.

Aeneas Group Limited บริษัทแม่ของ Aeneas Capital Limited (“ACL”) สถาบันการเงินที่มีสาขาหลายแห่งและมาพร้อมกับบริการทางเทคโนโลยีและความสามารถการโอนเงินข้ามพรมแดน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Aeneas Group Limited เข้าเยี่ยมชมได้ที่ www.aeneasgroup.com.

Aptorum Group Limited (Nasdaq : APM) บริษัทยาชีวภาพที่ปัจจุบันพัฒนาผลงานด้านบุคลากรเกี่ยวกับยารักษาโรค เครื่องมือทางการแพทย์ และเดินหน้าพัฒนาผลงานด้านเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนยารักษาโรคทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Aptorum Group Limited เข้าเยี่ยมชมได้ที่ www.aptorumgroup.com.

คำสงวนสิทธิ์และการปฎิเสธความรับผิดชอบ ข้อมูลที่รวมอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่อนุญาตให้ตีความไปในทางเชิญชวนเพื่อการลงทุนในธุรกิจหลักทรัพย์หรือเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ ที่อยู่ในขอบเขตอำนาจการตัดสินใจขององค์กร

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190515005721/en/

ติดต่อ:

Pyrinas
อีเมล: info@pyrinasgroup.com
โทรศัพท: +852 3469 7903


Q3 Medical Devices Limited ทำข้อตกลงการจัดจำหน่ายกับ Medtronic เพื่อใช้ขดลวดตาข่ายสำหรับท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อนที่ย่อยสลายทางชีวภาพได้

Logo

ดับลิน–(บิสิเนสไวร์)–15 พฤษภาคม 2019

Q3 Medical Devices Limited (“ Q3 Medical”) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ประกาศว่าบริษัทได้ลงนามในข้อตกลงการจัดจำหน่ายกับ Medtronic plc สำหรับ ARCHIMEDES ขดลวดตาข่ายสำหรับท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อนที่ย่อยสลายทางชีวภาพได้ ซึ่งเป็นทางเลือกแรกนอกจากการใช้ขดลวดพลาสติกแบบดั้งเดิม

ธุรกิจระบบทางเดินอาหารและตับของ Medtronic ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Minimally Invasive Therapies Group และ Q3 Medical ได้ทำข้อตกลงหกปีในการจัดจำหน่ายขดลวด ARCHIMEDES ในยุโรปตะวันตก สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น โดยมีสิทธิ์ในการขยายไปยังภูมิภาคอื่นๆ  Q3 Medical จะยังคงขยายการดำเนินงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา ยุโรปตะวันออก และตะวันออกกลาง

โดยทั่วไปแล้ว ขดลวดตาข่ายสำหรับท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อนทำจากพลาสติกหรือโลหะ  อย่างไรก็ตามขดลวด ARCHIMEDES ทำจากวัสดุผสมที่ละลายได้ซึ่งทำให้อัตราการย่อยสลายแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ป่วย  การใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ในขดลวดช่วยลดความจำเป็นต้องผ่าซ้ำและช่วยให้ไม่ต้องมีขั้นตอนการกำจัดขดลวดซึ่งมักจะทำกับขดลวดพลาสติกและโลหะในปัจจุบัน  ARCHIMEDES มีเครื่องหมาย CE. 

Eric Mangiardi ประธานและซีอีโอของ Q3 Medical กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นและโชคดีที่ได้ร่วมมือกับองค์กรอุปกรณ์การแพทย์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Medtronic  การเข้าร่วมในข้อตกลงนี้เป็นขั้นตอนสำคัญสู่เป้าหมายของเราในการเป็นผู้พัฒนาชั้นนำระดับโลกด้านการปลูกถ่ายอวัยวะที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ” Mangiardi กล่าวเพิ่มเติมว่า “สัญญาของ ARCHIMEDES  คือศักยภาพในการขจัดขั้นตอนการกำจัดที่สองที่จำเป็นสำหรับขดลวดพลาสติกแบบดั้งเดิมซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายนับพันล้านจากระบบดูแลสุขภาพทั่วโลกและปรับปรุงการดูแลผู้ป่วย”

เกี่ยวกับ Q3 Medical Devices

Q3 Medical Devices Limited บริษัทโฮลดิ้งของไอร์แลนด์ที่เน้นการลงทุนใน ธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์ใหม่ที่มีรายรับต่อปีสูงถึง 10 ล้านยูโร  บริษัทโฮลดิ้ง ผ่านการขยายการดำเนินงานใน วินเซน ประเทศเยอรมนี (QualiMed Innovative Medizinprodukte GmbH, AMG International GmbH); เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน (Q-San); และ ชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา (QualiMed-USA) มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาการผลิตและการกระจายของอุปกรณ์ที่มีการฝังตัวที่รุกล้ำน้อยที่สุดสำหรับการรักษาผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจ  หลอดเลือดต่อพ่วง และโรคที่ไม่เกี่ยวกับหลอดเลือด 

บริษัท ที่เป็นเจ้าของทั้งหมดมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระดับโลกอย่างต่อเนื่องและการค้าของเทคโนโลยี Core, Micro Invasive, Biodegradable, & Drug Delivery  ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีจำหน่ายในกว่า 50 ประเทศทั่วโลกผ่าน OEM, Private Label และเครือข่ายแบรนด์ของตัวเอง  Q3 Medical ผ่านบริษัทย่อย มุ่งเน้นไปที่สามแนวดิ่งที่สำคัญที่ตนจะแข่งขัน; รากฟันเทียมที่ย่อยสลายได้ เทคโนโลยีการฝังตัวขนาดเล็ก และแพลตฟอร์มการนำส่งยา

Q3 Medical Devices Limited ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มผู้ประกอบการระดับโลก ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย แพทย์ในอุตสาหกรรม และนักลงทุนที่มุ่งเน้นการพัฒนาและการเข้าซื้อกิจการของอุปกรณ์ทางการแพทย์  บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าโดยการช่วยเหลือผู้คน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม http://www.q3medical.com/

“ การสร้างคุณค่าด้วยการช่วยเหลือผู้คน”

ดูเวอร์ชั่นแหล่งที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190514006144/th/

ติดต่อ:

Eric Mangiardi

ประธานและซีอีโอ

Q3 Medical Devices Limited

+353867827296 (ไอร์แลนด์)

emangiardi @ q3medical .com

Aptorum Group ทำให้ Smart Pharma สามารถให้ความสำคัญกับการคำนวนค้นพบยาสำหรับโรคหายากและที่ไม่ได้รับการดูแล

Logo

สิงคโปร์–(บิสิเนสไวร์)–24 เมษายน 2019

logo

Aptorum Group Limited (Nasdaq: APM) ประกาศจัดตั้งกลุ่ม บริษัทย่อยใหม่ Smart Pharma (“ SmartP”) ซึ่งดำเนินงานการค้นพบยา คำนวณแบบจำลอง และการตรวจสอบความถูกต้องใหม่ โดยมีชื่อเรียกกิจกรรมเหล่านี้ว่าแพลตฟอร์ม “Smart-ACTTM

Smart-ACTTM ย่อมาจาก Accelerated Commercialization of Therapeutics (การเร่งการบำบัดเชิงพาณิชย์) และครอบคลุมเทคโนโลยีล้ำสมัยในการคัดกรองโมเลกุลยาที่ได้รับการรับรองที่มีอยู่กับเป้าหมายการรักษาอย่างเป็นระบบ   โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพลตฟอร์ม Smart-ACTTM ประกอบด้วยเครือข่ายโมดูลและกระบวนการที่จำลองประสิทธิภาพของโมเลกุลยากับโรคและเทียบกับการทำนายและการคัดเลือกผลลัพธ์  แพลตฟอร์ม Smart-ACTTM จะมุ่งเน้นไปที่การคัดกรองโมเลกุลยาสำหรับโรคหายากหรือความต้องการทางการแพทย์ที่ไม่ได้รับการดูแล

จนถึงปัจจุบัน SmartP ภายใต้แพลตฟอร์ม Smart-ACTTM ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ประสบความสำเร็จในการคัดกรองสารประกอบ 1,615 จากโปรตีนเป้าหมาย 3 ชนิดซึ่งเกี่ยวข้องกับการพยากรณ์โรคที่ไม่ดีของ neuroblastoma (“NB”).  NB เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในเนื้อเยื่อของเส้นประสาทบางชนิดและพบบ่อยที่สุดในต่อมหมวกไต เช่นเดียวกับกระดูกสันหลัง  หน้าอก  หน้าท้องหรือคอ  ผลลัพธ์เบื้องต้นจากแพลตฟอร์ม Smart-ACTTM ได้ระบุยาที่มีศักยภาพต่อโรคดังกล่าว  SmartP จะเดินหน้าต่อไปเพื่อดำเนินการเพิ่มเติมในหลอดทดลอง และ ในร่างกาย สำหรับยาที่มีศักยภาพเหล่านี้ผ่านความร่วมมือกับ Aptorum Group Limited เพื่อประเมินและตรวจสอบการใช้งานของยาสำหรับข้อบ่งชี้ใหม่ดังกล่าว

โดยทั่วไปแล้วการนำยากลับมาใช้ใหม่จะเกี่ยวข้องกับการใช้ยาที่ได้รับการอนุมัติหรือยาที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อบ่งชี้ว่ายานั้นได้รับการพัฒนามามากกว่าวัตถุประสงค์เดิม โปรไฟล์ความปลอดภัยและมุมมอง CMC ของโมเลกุลยาเหล่านี้มักจะเป็นที่ยอมรับอย่างดี ดังนั้นการใช้ยาซ้ำจึงเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงต่ำสำหรับการค้นพบ/พัฒนายา  หนึ่งในตัวอย่างที่รู้จักกันดีของการเปลี่ยนถ่ายยาที่ประสบความสำเร็จคือ thalidomide ซึ่ง แต่เดิมพัฒนาขึ้นเพื่อรักษาอาการแพ้ท้อง แต่ถอนตัวจากตลาดเนื่องจากผลข้างเคียงเรื่องข้อบกพร่องทารก  ต่อมายานี้ได้รับการพัฒนาใหม่สำหรับการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวมัลติเพิลมัยอิโลมา

SmartP ตั้งเป้าหมายที่จะค้นพบยาที่มีศักยภาพมากถึง 10 ตัวยาต่อปีภายใต้แพลตฟอร์ม Smart-ACTTM ซึ่งจะพัฒนาและปรับปรุงคลังทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการค้นพบดังกล่าวต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพลตฟอร์ มSmart-ACTTM สามารถพบได้บนเว็บไซต์ของเรา: http://www.smtph.com

Mr. Ian Huen ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Aptorum Group และ Smart Pharma กล่าวว่า “ แพลตฟอร์ม Smart-ACTTM  ของเราเป็นเครื่องมือใหม่ที่เราเชื่อว่าจะเปลี่ยนอุตสาหกรรมการค้นพบและพัฒนายาใหม่ซึ่งเคยพึ่งพาการค้นพบที่กระจัดกระจายและบังเอิญ  อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์ม Smart-ACTTM ของเรานั้นมีพื้นฐานมาจากกระบวนการทางคอมพิวเตอร์เพื่อทำการคัดกรองอย่างเป็นระบบและการทำนายโมเลกุลของยาเพื่อเร่งการดำเนินการเชิงพาณิชย์ของการบำบัด โดยเน้นไปที่โรคหายากและความต้องการด้านการแพทย์  กลุ่ม Aptorum รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งกับการพัฒนา Smart Pharma ซึ่งจะเป็นการแสวงหาโอกาสในการทำงานร่วมกันและการพัฒนาร่วมกับอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น”

เกี่ยวกับ Aptorum Group Limited

Aptorum Group Limited (Nasdaq: APM) เป็นบริษัทยาที่อุทิศตนเพื่อการพัฒนา และนำเทคโนโลยีการรักษาและวินิจฉัยมาใช้ในเชิงพาณิชย์เพื่อจัดการกับความต้องการด้านการแพทย์ Aptorum Group กำลังดำเนินโครงการด้านการรักษาและวินิจฉัยโรคทางระบบประสาท โรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร เนื้องอก และโรคอื่นๆ รวมถึงส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการรักษาโรคเช่นหุ่นยนต์ผ่าตัดและการดำเนินงานของคลินิกแพทย์ในฮ่องกง Talem Medical โดยมีจุดเริ่มต้น ในการรักษาโรคเรื้อรังที่เกิดจากวิถีชีวิตปัจจุบันและประชากรสูงอายุ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Aptorum Group Limited กรุณาเยี่ยมชม www.aptorumgroup.com

เกี่ยวกับ Smart Pharma

บริษัทโฮลดิ้ง SMTPH Limited ของ Smart Pharma และ บริษัทอื่นเป็นบริษัทในเครือของ Aptorum Group Limited ที่เน้นการปรับใช้แพลตฟอร์ม Smart-ACTTM เพื่อปฏิวัติการค้นพบและพัฒนาเวชภัณฑ์

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาร์ทฟากรุณาเยี่ยมชม www.smtph.com

หมายเหตุเกี่ยวกับการคาดการณ์ล่วงหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยแถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Aptorum Group Limited และความคาดหวังในอนาคต แผน และโอกาสในอนาคตซึ่งเป็น “แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า” ภายใต้ความหมายของพระราชบัญญัติปฏิรูปกฎหมายฟ้องร้องหลักทรัพย์เอกชนปี 1995 ข้อความที่มีอยู่ในเอกสารฉบับนี้ซึ่งไม่ใช่แถลงการณ์ของข้อเท็จจริงในอดีตอาจถือเป็นข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า ในบางกรณีคุณสามารถระบุข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าโดยใช้คำเช่น“ อาจ” “ควร” “คาดว่า” “มีแผนจะ” “คาดการณ์” “อาจจะทำได้” “ตั้งใจว่า” “มีเป้าหมายว่า” “มีโครงการว่า" "พิจารณาจะ" "เชื่อว่า" "ประเมินว่า" "พยากรณ์" "มีศักยภาพจะ" หรือ "จะดำเนินการต่อ"  หรือคำตรงข้ามของคำเหล่านี้หรือสำนวนอื่นๆ ที่คล้ายกัน  กลุ่ม Aptorum ได้ใช้แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้โดยส่วนใหญ่มาจากความคาดหวังและการคาดการณ์ในปัจจุบันเกี่ยวกับเหตุการณ์และแนวโน้มในอนาคตซึ่งบริษัท เชื่อว่าอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน  ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้พูดเฉพาะวันที่ของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้และอยู่ภายใต้ความเสี่ยงความไม่แน่นอนและข้อสันนิษฐาน รวมถึง แต่ไม่จำกัด เพียง ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ประกาศไว้และการเปลี่ยนแปลงองค์กร การให้บริการอย่างต่อเนื่อง  ความสามารถในการขยายการจัดประเภทผลิตภัณฑ์โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมสำหรับกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มเติม กลยุทธ์การเติบโตของบริษัทที่คาดการณ์ไว้ แนวโน้มและความท้าทายที่คาดการณ์ไว้ในธุรกิจของบริษัท และความคาดหวังเกี่ยวกับเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและความเสี่ยงอย่างเต็มที่อธิบายไว้ในแบบฟอร์ม 20-F ของกลุ่ม Aptorum และเอกสารอื่นๆ ที่กลุ่ม Aptorum อาจทำกับกลต. ในอนาคต  กลุ่ม Aptorum ไม่มีข้อผูกมัดในการปรับปรุงแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าที่มีอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์นี้อันเป็นผลมาจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่นๆ

ดูรุ่นแหล่งที่มาบน businesswire.comhttp://www.businesswire.com/news/home/20190424005095/en

สำหรับ Aptorum Group Limited

ติดต่อ

นักลงทุนสัมพันธ์และสื่อมวลชน

โทร: +852 2117 6611

อีเมล์: investor.relations@aptorumgroup.com

เว็บไซต์: http://www.aptorumgroup.com

สำหรับ Smart Pharma

ติดต่อ

การขอข้อมูล

โทรศัพท์: +852 2117 6611

อีเมล์: info@smtph.com

เว็บไซต์: http://www.smtph.com