Gradiant ประกาศระดมทุนรอบ Series E ด้วยมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งการขยายตัวในด้าน AI เซมิคอนดักเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำสำหรับภาคอุตสาหกรรม

Logo

เงินลงทุนใหม่นี้จะสนับสนุนการควบรวมกิจการเชิงกลยุทธ์ การวิจัยและพัฒนาในรุ่นต่อไป รวมถึงความพร้อมในการเสนอขายหุ้น IPO เนื่องจาก Gradiant กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างพื้นฐาน AI และการผลิตขั้นสูง

บอสตัน–(BUSINESS WIRE)–18 พฤษภาคม 2026

Gradiant ประกาศปิดการระดมทุนรอบ Series E ในวันนี้ โดยมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การระดมทุนครั้งนี้นำโดย Safar Partners และ Hostplus Superannuation Fund โดยมี ClearVision Ventures และนักลงทุนระดับโลกรายอื่นๆ ร่วมลงทุนด้วย

การระดมทุนครั้งนี้จะสนับสนุนการขยายธุรกิจไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่องของ Gradiant รวมถึงการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ การเร่งการวิจัยและพัฒนา และการลงทุนในระดับการดำเนินงาน รวมถึงความพร้อมในการเสนอขายหุ้น IPO โดยการประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงผลักดันทางการค้าที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับ Gradiant ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตอย่างรวดเร็วในโครงสร้างพื้นฐาน AI การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อภารกิจอื่นๆ ที่ต้องใช้โซลูชันน้ำขั้นสูง

Gradiant กำลังประสบกับงานในมือที่ใหญ่ที่สุดและไปป์ไลน์ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ด้วยการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั่วทั้งศูนย์ข้อมูล โรงงานเซมิคอนดักเตอร์ และพลังงาน ในขณะที่ธุรกิจของบริษัทในด้านอาหารและเครื่องดื่ม ยา ปิโตรเคมี เหมืองแร่ และพลังงานยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐาน AI ขยายขนาดด้วยความเร็วเป็นประวัติการณ์ น้ำจึงกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญประการหนึ่งต่อการเติบโต ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืน

เทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Gradiant ซึ่งขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์ม AI ดิจิทัล จะช่วยให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมสำคัญของโลกสามารถจัดหาน้ำได้อย่างปลอดภัย เพิ่มการใช้น้ำซ้ำได้สูงสุด ลดการปล่อยน้ำเสีย และลดการใช้พลังงานในการดำเนินงานที่ใช้น้ำมากที่สุดในโลก โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Gradiant ได้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมน้ำ โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยีที่แตกต่าง รูปแบบการดำเนินการแบบบูรณาการในแนวดิ่ง และความเป็นผู้นำที่ไม่เหมือนใคร

“AI กำลังเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก แต่เบื้องหลังชิปทุกตัวและศูนย์ข้อมูลทุกแห่งนั้น มีความต้องการน้ำมหาศาลและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” Anurag Bajpayee ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารของ Gradiant กล่าว “Gradiant อยู่ใจกลางของการเปลี่ยนแปลงนี้ เราแก้ปัญหาความท้าทายด้านน้ำที่สำคัญที่สุดของโลก และช่วยให้อุตสาหกรรมที่จำเป็นเติบโตได้อย่างน่าเชื่อถือและยั่งยืน เงินทุนใหม่นี้ทำให้เรามีศักยภาพมากขึ้นในการขยายธุรกิจได้เร็วขึ้น เพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา และสร้างบริษัทด้านน้ำชั้นนำแห่งยุค AI ต่อไป”

“การบรรจบกันของโครงสร้างพื้นฐาน AI, การเติบโตของการผลิตเซมิคอนดักเตอร์, ความยั่งยืนทางอุตสาหกรรม และการขาดแคลนน้ำ กำลังสร้างโอกาสครั้งสำคัญในรอบหลายสิบปี” David Elia ซีอีโอของ Hostplus Superannuation Fund กล่าว “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะสนับสนุน Gradiant ตลอดการเติบโตระยะต่อไป โดยต่อยอดจากความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง ความสามารถในการดำเนินงานที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว และโมเมนตัมของตลาดที่แข็งแกร่ง”

“Gradiant เป็นบริษัทด้านน้ำเพียงแห่งเดียวที่มีเทคโนโลยีที่แตกต่างอย่างแท้จริง ดำเนินงานอย่างมีผลกำไรและอยู่ในระดับสเกลที่ใหญ่ โดยให้บริการแก่บริษัทขนาดใหญ่และสำคัญที่สุดของโลกหลายแห่ง” Nader Motamedy กรรมการผู้จัดการของ Safar Partners กล่าว “เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรกับ Gradiant ในขณะที่บริษัทกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดของโลก”

เกี่ยวกับ Gradiant

Gradiant คือบริษัทด้านน้ำที่แตกต่างออกไป ด้วยชุดโซลูชันด้านน้ำและน้ำเสียแบบครบวงจรที่แตกต่างและเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ ซึ่งขับเคลื่อนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำชั้นนำ บริษัทให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญของโลก รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ ศูนย์ข้อมูล พลังงานหมุนเวียน อาหารและเครื่องดื่ม ปิโตรเคมีภัณฑ์ ยา เหมืองแร่ และแร่ธาตุสำคัญต่างๆ บริษัทก่อตั้งขึ้นที่ MIT และมีสำนักงานใหญ่ในบอสตัน โดย Gradiant ได้พัฒนาพอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยีที่แตกต่างและครอบคลุมที่สุดแห่งหนึ่งในอุตสาหกรรม ที่สามารถช่วยลดการใช้น้ำและการปล่อยน้ำเสียได้ โดยนำทรัพยากรที่มีค่ากลับมาใช้ใหม่ และเปลี่ยนน้ำเสียให้เป็นน้ำจืด เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่www.gradiant.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260518135237/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับองค์กร
Felix Wang
หัวหน้าฝ่ายการตลาดระดับโลกของ Gradient
fwang@gradiant.com

ที่มา: Gradiant

Kioxia และ Dell Technologies เป็นสองบริษัทแรกที่ส่งมอบเซิร์ฟเวอร์ความหนาแน่นสูงพร้อมหน่วยความจำแฟลชขนาด 9.8 เพตาไบต์

Logo

เซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge R7725xd พร้อม SSD KIOXIA ซีรีส์ LC9 ขนาด 245.76 TB จำนวน 40 ตัว ได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้านความหนาแน่นของการจัดเก็บข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ 2U

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–15 พฤษภาคม 2026

Kioxia Corporation ที่เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูลความหนาแน่นสูง โดยร่วมมือกับ Dell Technologies เพื่อส่งมอบเซิร์ฟเวอร์ 2U ที่สามารถขยายขนาดได้ถึง(1) 9.8 เพตาไบต์ (PB) ของหน่วยความจำแฟลช ด้วยการผสานรวมเซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge™ R7725xd กับโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ และ SSD NVMe™ KIOXIA ซีรีส์ LC9 E3.L ขนาด 245.76 เทราไบต์ (TB) จำนวน 40 ตัว โดยทั้งสองบริษัทกำลังสร้างแพลตฟอร์มที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อการจัดเก็บข้อมูลระดับใหม่ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของ AI, ดาต้าเลคขนาดใหญ่ และเวิร์กโหลดระดับองค์กรที่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก

KIOXIA LC9 Series 245.76 TB High-density Enterprise SSD

SSD ระดับองค์กร KIOXIA ซีรีส์ LC9 ความหนาแน่นสูง 245.76 TB

Dell Technologies และ Kioxia มีประวัติความร่วมมือกันมาอย่างยาวนานในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับขนาดได้สำหรับแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โดยความสำเร็จครั้งล่าสุดนี้ได้ช่วยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาสถาปัตยกรรมความหนาแน่นสูงที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพของศูนย์ข้อมูลให้สูงสุด

“เมื่อเวิร์คโหลด AI มีความต้องการสูงขึ้น โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับก็ต้องพัฒนาตามให้ทัน” Arun Narayanan รองประธานอาวุโส ฝ่ายประมวลผลและเครือข่ายของ Dell Technologies กล่าว “Dell PowerEdge R7725xd เมื่อผนวกกับ SSD ระดับองค์กรความจุสูงของ KIOXIA จะช่วยมอบความหนาแน่นในการจัดเก็บข้อมูลและประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ลูกค้าของเราต้องการ เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ”

เซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge R7725xd ได้รับการสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับงาน AI และงานที่เน้นข้อมูลในยุคปัจจุบัน โดยผสานรวมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลความหนาแน่นสูงเข้ากับพลังการประมวลผลอันทรงพลัง โดยการกำหนดค่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบระบายความร้อนด้วยอากาศที่ยืดหยุ่นนี้จะช่วยเสริมเซิร์ฟเวอร์ที่รองรับ GPU สนับสนุนการจัดการข้อมูล AI และการเทรนโมเดลโดยมอบความจุในการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ตลอดวงจรชีวิตของ AI ซึ่งระบบเหล่านี้สามารถรองรับ NIC สูงสุด 5x 400 Gbps ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเติมและเคลื่อนย้ายข้อมูลผ่านไปป์ไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในท้ายที่สุดแล้ว สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างเต็มที่ เมื่อจับคู่กับ SSD KIOXIA ซีรีส์ LC9 ขนาด 245.76 TB โดยระบบเหล่านี้จะมอบโซลูชันที่มีความจุสูงและประหยัดพลังงาน ที่สามารถช่วยลด TCO (ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ) และพื้นที่ในศูนย์ข้อมูลได้

SSD ซีรีส์ LC9 จาก KIOXIA มอบพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชสูงสุดถึง 245.76 TB พร้อมประสิทธิภาพ PCIe® 5.0 ในหลากหลายขนาด รวมถึง 2.5 นิ้ว, E3.S และ E3.L(2) ในฐานะที่เป็น(3) SSD NVMe ความจุระดับนี้รุ่นแรกของอุตสาหกรรมที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของสภาพแวดล้อม generative AI ทำให้ KIOXIA ซีรีส์ LC9 เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับ SSD ความจุ 30.72 TB ที่ใช้กันทั่วไป การกำหนดค่าที่เทียบเท่ากันที่ 9.8 PB จะต้องใช้เซิร์ฟเวอร์เพิ่มอีกเจ็ดเครื่องที่มีไดรฟ์เพิ่มอีก 280 ตัว ส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าถึง 8 เท่า(4) และใช้พื้นที่ในแร็คมากขึ้น ส่งผลให้มีการใช้พื้นที่และพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้โดยไม่ต้องขยายพื้นที่ทางกายภาพหรือการใช้พลังงาน

“การผสานรวมระหว่างเซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge R7725xd และ SSD ระดับองค์กร KIOXIA ซีรีส์ LC9 ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความหนาแน่นสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน AI อีกด้วย” Akihiro Kimura ผู้บริหารด้านเทคโนโลยีฝ่าย SSD ของ Kioxia Corporation กล่าว “ลูกค้าจะสามารถใช้งานสตรีมข้อมูลขนาดใหญ่ ขยายขนาดดาต้าเลคได้อย่างง่ายดาย และสามารถจัดการการสำรองข้อมูลขนาดใหญ่ได้ในพื้นที่ใช้งานที่ลดลง ที่จะช่วยปรับปรุงต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ให้ดีขึ้นไปอีกระดับ”

โซลูชันนี้แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมด้านการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลที่ผสานรวมอย่างแน่นหนา สามารถปลดล็อกประสิทธิภาพใหม่ๆ สำหรับสภาพแวดล้อมระดับองค์กรและไฮเปอร์สเกลได้อย่างไร ด้วยการมอบความหนาแน่นสูงสุดโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพหรือการประหยัดพลังงาน โดย Kioxia และ Dell Technologies กำลังช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัยเพื่อรองรับการเติบโตของข้อมูลและการนำ AI มาใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

หมายเหตุ:
(1) ข้อมูล ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2026 อ้างอิงจากผลสำรวจของ Kioxia
(2) ความจุ 245.76 TB มีให้เลือกเฉพาะในรูปแบบ E3.L เท่านั้น ส่วนรูปแบบ 2.5 นิ้ว และ E3.S รองรับความจุได้สูงสุดถึง 122.88 TB
(3) ข้อมูล ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2025 อ้างอิงจากผลสำรวจของ Kioxia
(4) ข้อมูล ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2026 อ้างอิงจากการเปรียบเทียบกับ SSD KIOXIA ซีรีส์ LC9 ขนาด 30.72 TB และการใช้พลังงานของเซิร์ฟเวอร์

*คำจำกัดความของความจุ SSD: Kioxia Corporation กำหนดให้กิโลไบต์ (KB) เท่ากับ 1,000 ไบต์ เมกะไบต์ (MB) เท่ากับ 1,000,000 ไบต์ กิกะไบต์ (GB) เท่ากับ 1,000,000,000 ไบต์ เทราไบต์ (TB) เท่ากับ 1,000,000,000,000 ไบต์ เพตาไบต์ (PB) เท่ากับ 1,000,000,000,000,000 ไบต์ และกิบิไบต์ (KiB) เท่ากับ 1,024 ไบต์ อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์จะรายงานความจุในการจัดเก็บข้อมูลโดยใช้เลขยกกำลังของ 2 สำหรับการกำหนดค่า 1GB = 2^30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ และ 1TB = 2^40 ไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ ดังนั้นจึงแสดงความจุในการจัดเก็บข้อมูลที่น้อยกว่า ความจุในการจัดเก็บข้อมูลที่ใช้งานได้ (รวมถึงตัวอย่างไฟล์มีเดียต่างๆ) จะแตกต่างกันไปตามขนาดไฟล์ รูปแบบ การตั้งค่า ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ และ/หรือแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า หรือเนื้อหาของไฟล์มีเดีย ความจุที่จัดรูปแบบแล้วจริงอาจแตกต่างกันไป

*ความจุของหน่วยความจำแฟลชคำนวณได้ดังนี้ 1 เทราบิต (1 Tb) = 1,099,511,627,776 (2^40) บิต และ 1 เทราไบต์ (1 TB) = 1,099,511,627,776 (2^40) ไบต์

*ตัวเลข 2.5 นิ้วนั้นหมายถึงขนาดของ SSD ไม่ใช่ขนาดทางกายภาพทั้งหมด

*Dell Technologies, PowerEdge, Dell และเครื่องหมายการค้าอื่นๆ เป็นเครื่องหมายการค้าของ Dell Inc. หรือบริษัทในเครือ
*NVMe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียนของ NVM Express, Inc. ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ
*PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG
*ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทบุคคลที่สาม

เกี่ยวกับ Kioxia
Kioxia เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ ที่ทุ่มเทให้กับการพัฒนา การผลิต และการจำหน่ายหน่วยความจำแฟลชและโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) ในเดือนเมษายน 2017 Toshiba Memory ซึ่งเป็นชื่อเดิมของบริษัทได้แยกตัวออกมาจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ในปี 1987 Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วย “หน่วยความจำ” โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบที่สร้างทางเลือกให้กับลูกค้าและคุณค่าจากหน่วยความจำสำหรับสังคม เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช 3D ที่เป็นนวัตกรรมของ Kioxia ที่เรียกว่า BiCS FLASH™ กำลังกำหนดอนาคตของการจัดเก็บข้อมูลในแอปพลิเคชันความหนาแน่นสูง รวมถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง พีซี SSD ระบบยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล และระบบ AI เชิงสร้างสรรค์

การสอบถามจากลูกค้า:
Kioxia Corporation
สำนักงานขายทั่วโลก
https://www.kioxia.com/en-jp/business/buy/global-sales.html

*ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ มีความถูกต้อง ณ วันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260514747522/en

Contacts

การสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ:
Kioxia Corporation
ฝ่ายบริหารการส่งเสริมการขาย
Koji Takahata
โทร.: +81-3-6478-2404

ที่มา: Kioxia Corporation

QAD | Redzone เปิดตัวงาน Champions of Manufacturing Thailand ที่กรุงเทพฯ ที่จุดประกายยุคใหม่ของการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Logo

อนาคตของการผลิตได้มาถึงเอเชียแปซิฟิกอย่างเป็นทางการแล้ว

กรุงเทพฯ–(BUSINESS WIRE)–15 พฤษภาคม 2026

QAD | Redzone ที่เป็นบริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการผลิตชั้นนำที่ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI ในการดำเนินการทำงานและการตัดสินใจทั่วทั้งธุรกิจ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงระดับผู้บริหาร ได้เปิดตัวงาน Champions of Manufacturing Thailand ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยได้รวบรวมผู้ผลิตที่มีความคิดกล้าหาญที่สุด ผู้ผลิตที่ก้าวกระโดดที่สุด และผู้ผลิตที่นำการเปลี่ยนแปลงที่มีอิทธิพลมากที่สุดในอุตสาหกรรม มาร่วมกันท้าทายธรรมเนียมปฏิบัติและเร่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

งาน Champions of Manufacturing Thailand จัดขึ้นที่ Grande Center Point Terminal 21 ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยจะเป็นมากกว่าแค่การประชุมลูกค้า แต่เป็นการประกาศว่าการผลิตได้เข้าสู่ยุคใหม่แล้ว โดยก้าวข้ามผ่านระบบการบันทึกข้อมูลไปสู่ระบบการปฏิบัติ และลดอุปสรรคในการทำงานรวมถึงการตัดสินใจต่างๆ

ภายใต้ธีม “อนาคตของการผลิตเริ่มต้นที่นี่” งานนี้จะมอบประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตหลุดพ้นจากข้อจำกัดของระบบเดิมๆ และก้าวเข้าสู่โมเดลการเติบโตที่รวดเร็ว ชาญฉลาด และปรับตัวได้ดียิ่งขึ้น โดยใช้แพลตฟอร์มอันดับ 1 สำหรับผู้ผลิตเป็นพลังขับเคลื่อน

เนื่องจากการผลิตทั่วโลกกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ งาน Champions of Manufacturing Thailand จะเน้นย้ำถึงสามเสาหลักที่กำหนดอนาคตของประสิทธิภาพของอุตสาหกรรม ประกอบด้วย

Adaptive ERP: โครงสร้างพื้นฐานการผลิตอัจฉริยะที่สร้างขึ้นเพื่อความเร็วในการใช้งาน การขยายขนาด และผลกระทบที่สามารถวัดได้

Redzone Connected Workforce: พิสูจน์แล้วว่าสามารถปลดล็อกประสิทธิภาพในการผลิต การมีส่วนร่วมของพนักงาน และคุณภาพที่เพิ่มขึ้นโดยตรงในโรงงาน

ChampionAI: เครื่องมือ Agentic AI ที่ช่วยขยายการตัดสินใจของมนุษย์และเร่งการดำเนินการทั่วทั้งโรงงาน

ผู้ผลิตในทุกอุตสาหกรรมต่างกำลังเผชิญกับแรงกดดัน ห่วงโซ่อุปทานที่ยังคงผันผวน การขาดแคลนแรงงานที่ยังคงมีอยู่ ความคาดหวังของลูกค้าก็ยังคงสูงขึ้น รวมถึงข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบก็เข้มข้นขึ้น แต่หลายองค์กรยังคงใช้ระบบ ERP ที่สร้างขึ้นสำหรับยุคเก่า ซึ่งไม่สามารถตามทันความเป็นจริงของโรงงานในปัจจุบันได้

โดยงาน Champions of Manufacturing Thailand นั้นจัดขึ้นเพื่อช่วงเวลานี้โดยเฉพาะ

โดยตลอดทั้งงาน ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสโดยตรงว่าผู้ผลิตสามารถเร่งการใช้งาน เสริมศักยภาพทีมงานด่านหน้าด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อแรงงาน ใช้ประโยชน์จาก AI ในการทำงานซ้ำๆ โดยอัตโนมัติ และปลดล็อกการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ในทุกด้านของการดำเนินงาน ห่วงโซ่อุปทาน การเงิน และบริการต่างๆ อย่างไร

นอกจากนี้ งานนี้ยังนำเสนอข้อมูลเชิงลึกจากผู้นำระดับบริหาร รวมถึง Sanjay Brahmawar ซีอีโอ, Sania Khan ผู้จัดการทั่วไปฝ่าย ERP – EMEA & APAC, Chaitanya Josyula ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี ERP และ Ahmad Salama  ผู้จัดการทั่วไปของ Redzone – EMEA พร้อมด้วยการสาธิตสดที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีการผลิตยุคใหม่ในทางปฏิบัติ

“การผลิตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังก้าวไปอย่างรวดเร็วกว่าที่เคย และบริษัทที่พร้อมยอมรับการเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ จะเป็นบริษัทที่กำหนดทิศทางในทศวรรษข้างหน้า” Leigh Fletcher รองประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าว “งาน Champions of Manufacturing Thailand นี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมศักยภาพให้ผู้ผลิตสามารถปรับปรุงการดำเนินงานได้ทันที สร้างมูลค่าในการดำเนินงานจริง พร้อมทั้งขับเคลื่อนผลกำไรที่วัดผลได้ในด้านประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอทั่วทั้งธุรกิจ โดยพลังงาน ความทะเยอทะยาน และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้เป็นสิ่งที่น่าทึ่งเป็นอย่างมาก และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้รวบรวมผู้ผลิตที่พร้อมที่จะเป็นผู้นำ ก้าวไปข้างหน้าด้วยความเร็วระดับแชมเปี้ยน และกำหนดนิยามใหม่ของความเป็นเลิศในการดำเนินงานในยุค AI นี้”

งานนี้จะเน้นย้ำถึงโมเดลการดำเนินงานใหม่สำหรับการผลิตตั้งแต่จากระดับโรงงานไปจนถึงระดับผู้บริหารสูงสุด ที่ซึ่งระบบอัจฉริยะสามารถทำงานควบคู่ไปกับผู้คน การดำเนินงานที่เป็นไปแบบเรียลไทม์ และผู้ผลิตจะได้รับความเร็วและความคล่องตัวที่จำเป็นต่อการเติบโตในโลกที่คาดเดาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

ท้ายที่สุดแล้ว Champions of Manufacturing Thailand คือจุดรวมพลสำหรับผู้ผลิตที่พร้อมจะเป็นผู้นำในยุคอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ใช่ผู้ไล่ตาม

เกี่ยวกับ QAD | Redzone

QAD | Redzone กำลังกำหนดนิยามใหม่ของการผลิตและห่วงโซ่อุปทานผ่านแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ปรับตัวได้ โดยเชื่อมโยงผู้คน กระบวนการ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันเป็นระบบการทำงานเดียว ด้วยสามเสาหลักสำคัญ ประกอบด้วย Redzone (การเสริมศักยภาพให้กับบุคลากรด่านหน้า), Adaptive Applications (โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ) และ ChampionAI (Agentic AI  สำหรับภาคการผลิต) โดย QAD | Redzone จะช่วยให้ผู้ผลิตดำเนินงานด้วยความเร็วระดับแชมเปี้ยน บรรลุผลผลิต ความยืดหยุ่น และการเติบโตที่วัดผลได้ในเวลาเพียง 90 วัน หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม www.qad.com หรือโทร +1 805-566-6100 ติดตามเราได้บน LinkedInXFacebook และ Instagram

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260514834543/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Caleb Finch

ฝ่ายประชาสัมพันธ์

805-566-6100

publicrelations@qad.com

ที่มา: QAD ​​​​| Redzone

Mobix Labs เตรียมเข้าซื้อกิจการบริษัทแร่หายากและแร่ธาตุสำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงแห่งชาติ

Logo

ข้อเสนอการเข้าซื้อกิจการนี้จะทำให้ Mobix Labs เข้ามามีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเชิงกลยุทธ์ของสหรัฐฯ ที่ขับเคลื่อนด้านการป้องกันประเทศ ความมั่นคงแห่งชาติ และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI

เออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–14 พฤษภาคม 2026

Mobix Labs, Inc.(Nasdaq: MOBX) ประกาศในวันนี้ว่าได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงที่ไม่ผูกมัดเพื่อเข้าซื้อ Special Project Delivery LLC (“SPD”) ที่เป็นแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ที่สร้างห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ สำหรับธาตุหายาก แร่ธาตุสำคัญ และการจัดเก็บพลังงาน

U.S.A F-35 Lightning II

เครื่องบินรบ F-35 Lightning II ของสหรัฐอเมริกา

การเข้าซื้อกิจการที่เสนอมานี้จะช่วยขยายธุรกิจของ Mobix Labs ที่เป็นผู้จัดหาชิ้นส่วนให้กับระบบป้องกันประเทศและอวกาศขั้นสูงของสหรัฐฯ และพันธมิตรอยู่แล้ว ไปสู่หนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์มากที่สุดของโลกโดยตรง

ข้อมูลสำคัญโดยสรุป

  •  ~ 418 กิโลกรัม คือจำนวนแร่ธาตุหายากโดยประมาณที่คาดว่าเครื่องบิน F-35 Lightning II แต่ละลำจะใช้
  •  ~ 4,500 กิโลกรัม คือจำนวนแร่ธาตุหายากโดยประมาณที่คาดว่าเรือดำน้ำนิวเคลียร์คลาส Virginia แต่ละลำจะใช้
  •  ปัจจุบันทั่วโลกมีการลงทุนไปแล้วหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานด้านแร่ธาตุสำคัญเชิงกลยุทธ์ และมีศักยภาพที่จะเพิ่มขึ้นเป็นหลายแสนล้านดอลลาร์ในทศวรรษหน้า
  • แหล่งข้อมูลที่อ้างอิงกันอย่างกว้างขวางจากภาคอุตสาหกรรมและรัฐบาลระบุว่า จีนครองส่วนแบ่งสำคัญในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และการกลั่นแร่หายากทั่วโลก
  • กลุ่มประเทศ NATO, AUKUS และ Five Eyes ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า การพึ่งพาตนเองด้านแร่หายากเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์ของทศวรรษที่จะมาถึง
  • โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2027คาดว่าข้อจำกัดใหม่ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เกี่ยวกับวัสดุแม่เหล็กหายากบางชนิดที่ผลิตจากจีน จะมีความต้องการจากประเทศพันธมิตรเพิ่มมากขึ้น

เหตุใดช่วงเวลานี้จึงมีความสำคัญ

“ตลอดหลายสิบปีที่ผมดำรงตำแหน่งผู้นำของ Microsemi ผมได้เห็นลูกค้าในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอวกาศของเราพึ่งพาวัสดุเชิงกลยุทธ์เฉพาะกลุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งพวกเขาไม่สามารถจัดหาได้อย่างปลอดภัยเสมอไป” กล่าวโดย James Peterson ประธานกรรมการบริหารของ Mobix Labs และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Microsemi “ในปัจจุบัน แร่หายากและแร่สำคัญได้กลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิการแข่งขันที่สำคัญที่สุดในทศวรรษหน้า โดย SPD คือแพลตฟอร์มที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสมที่สุด ที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลกลาง ได้รับการตรวจสอบทางเทคนิค และประกอบขึ้นโดยทีมงานที่ยอดเยี่ยม เราเชื่อว่าการรวมกิจการกับ SPD จะมอบโอกาสระยะยาวที่สำคัญให้กับ Mobix Labs และเหล่าผู้ถือหุ้น”

แพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นเพื่อผลักดันแร่ธาตุสำคัญของอเมริกา

SPD ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 ได้รวบรวมแพลตฟอร์มแร่ธาตุสำคัญและพลังงานของสหรัฐฯ ที่สอดคล้องกับโครงการริเริ่มหลักของรัฐบาลกลางที่กำลังปรับเปลี่ยนฐานอุตสาหกรรมตะวันตก ซึ่งรวมถึง Project Vault ที่เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนมูลค่า 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของสหรัฐฯ ที่เพิ่งประกาศไปเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อความยืดหยุ่นของทรัพยากรสำคัญ พระราชบัญญัติการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ และสำนักงานโครงการเงินกู้ของกระทรวงพลังงาน

โดยงานของ SPD รวมถึงการกู้คืนธาตุหายากจากวัตถุดิบภายในประเทศที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และรวมถึงเถ้าถ่านหินเก่าของสหรัฐฯ โดยใช้เทคโนโลยีการสกัดที่ได้รับการรับรองจากพันธมิตรด้านการวิจัยด้านกลาโหมของสหรัฐฯ โดย SPD มีความสัมพันธ์อย่างเปิดเผยกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอว์เรนซ์เบิร์กลีย์ บริษัทสาธารณูปโภคขนาดใหญ่สองแห่งของสหรัฐฯ และพันธมิตรทางการเงินสามแห่ง

SPD นำโดย Paul Singarella ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ ซึ่งเป็นอดีตหุ้นส่วนของ Latham & Watkins และได้รับการฝึกอบรมจาก MIT และผู้ร่วมก่อตั้งและซีเอฟโอ John Dewey ผู้ที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมูลค่ารวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ไม่มีเครื่องบิน F-35 ไม่มีเรือดำน้ำ ไม่มีขีปนาวุธ หากปราศจากแร่หายาก

ไม่มีเครื่องบิน F-35 Lightning II หากปราศจากวัสดุแร่หายาก ไม่มีเครื่องบิน F-22 Raptor ไม่มีเครื่องบิน F/A-18 ไม่มีเรือดำน้ำคลาส Virginia ไม่มีเรือพิฆาตคลาส Arleigh Burke ไม่มีขีปนาวุธ Patriot หรือ THAAD ไม่มีจรวด Tomahawk ไม่มีจรวด Javelin ไม่มีเรดาร์ขั้นสูง ไม่มีดาวเทียมป้องกันประเทศ ไม่มีศูนย์ข้อมูล AI

แร่หายากและแร่ธาตุสำคัญกำลังถูกมองว่าเป็นเสมือนน้ำมันของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การบินและอวกาศ AI และอุตสาหกรรมขั้นสูงในยุคปัจจุบัน และแพลตฟอร์มต่างๆ ที่พึ่งพาแร่เหล่านี้ก็ได้นำเทคโนโลยีของ Mobix Labs มาใช้แล้วในปัจจุบัน

ห่วงโซ่อุปทานที่นำโดยสหรัฐอเมริกานั้นได้รับการสนับสนุนจากวอชิงตันและพันธมิตรของเรา

จากสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ไปจนถึงออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย ประเทศพันธมิตรต่างเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานอิสระที่ไม่พึ่งพาจีนสำหรับวัสดุเชิงยุทธศาสตร์ การควบรวมกิจการระหว่าง Mobix และ SPD ที่เสนอมานี้นั้นมีความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยตรง

“SPD ถูกสร้างขึ้นเพื่อนำวัสดุ เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานที่กำหนดอธิปไตยของชาติในศตวรรษที่ 21 เข้ามาในประเทศ ซึ่งได้แก่ แร่หายาก แร่ธาตุสำคัญ และระบบพลังงานที่ขับเคลื่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม AI” กล่าวโดย Paul Singarella ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ SPD “การควบรวมกิจการกับ Mobix Labs จะทำให้แพลตฟอร์มของเราเชื่อมโยงโดยตรงกับบริษัทเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศและบริษัทเทคโนโลยีในภาคพลเรือนและทางการทหาร ที่ดำเนินงานอยู่ภายในระบบนิเวศด้านการป้องกันประเทศและอวกาศอยู่แล้ว และเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่วัสดุของเราถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ”

Mobix Labs ตั้งใจที่จะช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมที่เป็นอิสระในอนาคต

สถานะธุรกรรม

หนังสือแสดงเจตจำนงพร้อมเอกสารของ SPD นั้นไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และเป็นเพียงกรอบสำหรับการตรวจสอบสถานะกิจการและการเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้ายเท่านั้น ไม่สามารถรับประกันได้ว่าข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะได้รับการลงนาม หรือว่าธุรกรรมที่เสนอจะเสร็จสมบูรณ์

เกี่ยวกับ Mobix Labs

Mobix Labs, Inc. (Nasdaq: MOBX) เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศและเทคโนโลยีในภาคพลเรือนและทางการทหาร ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยจัดหาส่วนประกอบขั้นสูงและเทคโนโลยีไร้สายให้กับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ การป้องกันประเทศ ความมั่นคงภายในประเทศ และการใช้งานที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงอื่นๆ

เกี่ยวกับ Special Project Delivery LLC

Special Project Delivery LLC (“SPD”) เป็นแพลตฟอร์มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ที่เป็นบริษัทเอกชน โดยมีธุรกิจในด้านแร่ธาตุสำคัญ การจัดเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำในสหรัฐฯ ฝั่งตะวันตก โดย SPD ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองนิวพอร์ตบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย

คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มี “คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้า” ตามความหมายของมาตรา 27A แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ปี 1933 และมาตรา 21E แห่งพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ปี 1934 ซึ่งได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว และมีเจตนาที่จะอยู่ภายใต้บทบัญญัติคุ้มครองความปลอดภัยของพระราชบัญญัติการปฏิรูปการฟ้องร้องหลักทรัพย์เอกชนปี 1995 ตลอดจนบทบัญญัติที่คล้ายคลึงกันภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ที่ไม่ใช่ของสหรัฐอเมริกา คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าหน้าประกอบด้วย แต่ไม่จำกัดเพียง ข้อความเกี่ยวกับ: การเสนอซื้อกิจการ Special Project Delivery LLC (“SPD”) ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ความสำคัญเชิงกลยุทธ์ ขอบเขต โครงสร้าง และช่วงเวลาของการเสนอซื้อกิจการ การเจรจา การลงนาม และการเสร็จสิ้นของข้อตกลงขั้นสุดท้าย โครงการของ SPD โครงสร้างเงินทุน การสอดคล้องกับโครงการของรัฐบาลกลาง การตรวจสอบเทคโนโลยี ความเป็นผู้นำ และเป้าหมายการดำเนินงาน ตำแหน่งของ SPD ในด้านแร่ธาตุสำคัญ การจัดเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำในสหรัฐอเมริกาตะวันตก ขนาด การเติบโต และทิศทางของตลาดแร่หายากและแร่ธาตุสำคัญทั่วโลก ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากข้อจำกัดด้านการจัดหาของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ โครงการ Project Vault พระราชบัญญัติการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ สำนักงานโครงการเงินกู้ของกระทรวงพลังงาน และโครงการริเริ่มด้านนโยบายอุตสาหกรรมของรัฐบาลกลางอื่นๆ การพัฒนาด้านภูมิรัฐศาสตร์ กฎระเบียบ และการค้า การประมาณการการบริโภคแร่หายากและแร่สำคัญต่อแพลตฟอร์มการป้องกันประเทศ ลำดับความสำคัญด้านอุตสาหกรรมและการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศพันธมิตร และกลยุทธ์ทางธุรกิจ การเติบโต โอกาส และแนวโน้มโดยรวมของ Mobix Labs ในด้านการป้องกันประเทศ อวกาศ แร่สำคัญ และตลาดที่เกี่ยวข้อง โดยทั่วไปแล้ว คำแถลงการณ์เหล่านี้จะระบุด้วยคำต่างๆ เช่น “คาดการณ์”, “เชื่อว่า”, “อาจ”, “ประมาณการ”, “คาดหวัง”, “ตั้งใจ”, “อาจจะ”, “วางแผน”, “ศักยภาพ”, “โครงการ”, “ควร”, “จะ”, “น่าจะ” และสำนวนที่คล้ายกัน

คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าอ้างอิงจากความคาดหวังและสมมติฐานปัจจุบันของ Mobix Labs และอยู่ภายใต้ความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ ที่ทราบและไม่ทราบ ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างอย่างมากจากที่แสดงหรือบอกเป็นนัย ปัจจัยดังกล่าวรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง: ความสามารถของคู่สัญญาในการเจรจาและทำข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายในกรอบเวลาที่คาดการณ์ไว้หรือทั้งหมด การปฏิบัติตามเงื่อนไขการปิดธุรกรรมตามปกติ ผลลัพธ์และข้อค้นพบของการตรวจสอบสถานะกิจการ ความสามารถในการดำเนินการธุรกรรมที่เสนอให้เสร็จสมบูรณ์ตามเงื่อนไขที่คาดไว้หรือทั้งหมด ความสามารถในการตระหนักถึงผลประโยชน์เชิงกลยุทธ์ เชิงพาณิชย์ หรือทางการเงินที่คาดการณ์ไว้ของธุรกรรมที่เสนอ; ความสามารถในการบูรณาการธุรกิจที่ได้มาและรักษาบุคลากรหลัก ความสามารถของ SPD ในการพัฒนาโครงการต่างๆ การได้รับการสนับสนุนจากโครงการของรัฐบาลกลาง และการบรรลุเป้าหมายการดำเนินงาน ขนาด เวลา และการเติบโตที่แท้จริงของตลาดแร่หายากและแร่สำคัญ การพัฒนาและการนำเทคโนโลยีการสกัดแร่หายากไปใช้ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบเถ้าถ่านหินแบบดั้งเดิม การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ กฎระเบียบ การค้า การควบคุมการส่งออก และภาษีศุลกากร รวมถึงนโยบายการส่งออกของจีนและข้อจำกัดในการจัดหาอาวุธยุทธ์ภัณฑ์ของสหรัฐฯ สภาพตลาดทุนและความพร้อมของแหล่งเงินทุน การแข่งขัน ความสามารถของธุรกิจที่ควบรวมกันในการเข้าร่วมโครงการนโยบายอุตสาหกรรมของรัฐบาลกลาง สภาพเศรษฐกิจมหภาค และความเสี่ยงอื่นๆ ที่อธิบายไว้ในเอกสารที่ Mobix Labs ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ รวมถึงรายงานประจำปีล่าสุดในแบบฟอร์ม 10-K และรายงานฉบับต่อๆ มาในแบบฟอร์ม 10-Q และ 8-K โดยสามารถดูได้ที่ www.sec.gov

หนังสือแสดงเจตจำนงกับ SPD นั้นไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และไม่สามารถรับประกันได้ว่าคู่สัญญาจะลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้าย การทำธุรกรรมที่เสนอจะเสร็จสมบูรณ์ หรือผลประโยชน์เชิงกลยุทธ์ เชิงพาณิชย์ หรือทางการเงินที่คาดการณ์ไว้จะเกิดขึ้นจริงในที่สุด การประมาณการการบริโภคแร่หายากและแร่สำคัญต่อแพลตฟอร์มด้านการป้องกันประเทศนั้นสะท้อนถึงแหล่งข้อมูลจากอุตสาหกรรมและรัฐบาลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ ผู้อ่านควรระมัดระวังอย่าเชื่อถือคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้ามากเกินไป ซึ่งมีผลใช้ได้เฉพาะ ณ วันที่ออกข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เท่านั้น เว้นแต่จะได้รับการกำหนดโดยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยทาง Mobix Labs ไม่มีภาระผูกพันในการปรับปรุงหรือแก้ไขคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าใดๆ

ติดตามเราได้ทาง X: @MobixLabs_MOBX
ติดตามเราได้ทาง StockTwits: MobixLabs
ติดตามเราได้ทาง LinkedIn: Mobix Labs

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260514342224/en

Contacts

ข้อมูลผู้ติดต่อฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของ MOBX
Chris Eddy หรือ David Collins
Catalyst IR
mobx@catalyst-ir.com หรือ 212-924-9800

ที่มา: Mobix Labs, Inc.


Kioxia เปิดตัว SSD ประสิทธิภาพสูงซีรีส์ KIOXIA XG10 สำหรับผู้ผลิตพีซี

Logo

SSD ไคลเอนต์ระดับไฮเอนด์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับความเร็ว PCIe® 5.0 เพื่อการใช้งานที่เน้นประสิทธิภาพสูง

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–14 พฤษภาคม 2026

Kioxia Corporation ประกาศเปิดตัวไดร์ฟจัดเก็บข้อมูล (SSD) ซีรีส์ KIOXIA XG10 ที่เป็นโซลูชันจัดเก็บข้อมูลแบบไคลเอนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุดสำหรับผู้ผลิตพีซี ด้วยการมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูง ทำให้ซีรีส์ KIOXIA XG10 ใหม่นี้จะใช้ประโยชน์จาก PCIe® 5.0 เพื่อเพิ่มความเร็วและการตอบสนองอย่างมีนัยสำคัญสำหรับการใช้งานของไคลเอนต์ที่ใช้ข้อมูลจำนวนมาก

KIOXIA XG10 Series Client SSD

SSD ไคล์เอนต์ ซีรีส์ KIOXIA XG10

โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อต่อยอดจากซีรี่ส์ KIOXIA XG8 ซึ่งซีรี่ส์ KIOXIA XG10 จะใช้อินเทอร์เฟซ PCIe ® 5.0 ทำให้ประสิทธิภาพทั้งการอ่านเขียนแบบต่อเนื่องและแบบสุ่มดีขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า (1) โดยไดรฟ์รุ่นใหม่นี้สามารถอ่านแบบต่อเนื่องได้เร็วขึ้นถึง 2 เท่า เขียนแบบต่อเนื่องได้เร็วขึ้น 2 เท่า และเพิ่มประสิทธิภาพการอ่านและเขียนแบบสุ่มได้ประมาณ 122% และ 158% ตามลำดับ โดยจะช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้นและตอบสนองระบบได้ดียิ่งขึ้น

ซีรีส์ KIOXIA XG10 นั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของสภาพแวดล้อมระบบไคลเอนต์ประสิทธิภาพสูง ซึ่งรวมถึงแอปพลิเคชันระดับมืออาชีพ การฝึกอบรมและการอนุมาน AI ส่วนตัว กระบวนการทำงานด้านการสร้างและแก้ไขเนื้อหา รวมถึงประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริง ด้วยความเร็วในการอ่านแบบต่อเนื่องสูงสุดถึง 14,000 MB/s และความเร็วในการเขียนแบบต่อเนื่องสูงสุดถึง 12,000 MB/s พร้อมด้วยประสิทธิภาพการอ่านแบบสุ่มสูงสุดถึง 2,000 KIOPS และประสิทธิภาพการเขียนแบบสุ่มสูงสุดถึง 1,600 KIOPS ทำให้ซีรีส์ KIOXIA XG10 นั้นสามารถรองรับประสิทธิภาพการประมวลผลปริมาณมากสำหรับความต้องการด้านการประมวลผลสมัยใหม่ได้

คุณสมบัติเพิ่มเติม ได้แก่

  • รองรับ PCIe® 5.0 (Gen5 x4) และ NVMe™ 2.0d
  • รองรับไดรฟ์เข้ารหัสอัตโนมัติ (SED) บนพื้นฐานของ TCG Opal เวอร์ชัน 2.02
  • เหมาะสำหรับระบบพีซีประสิทธิภาพสูง รวมถึงพีซี AI, เวิร์กสเตชัน และแพลตฟอร์มเกมต่างๆ
  • ฟอร์มแฟคเตอร์ M.2 ชนิด 2280
  • มีให้เลือกหลายความจุ ได้แก่ 512 GB, 1024 GB, 2048 GB และ 4096 GB(2)

ขณะนี้ KIOXIA XG10 Series กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบกับลูกค้าผู้ผลิตพีซีบางราย โดยคาดว่าจะเริ่มจัดส่งพีซีที่ติดตั้ง SSD ตั้งแต่ไตรมาสที่สองของปี 2026 เป็นต้นไป

หมายเหตุ:

(1)

เมื่อเปรียบเทียบกับ SSD ซีรีส์ KIOXIA XG8

(2)

โมดูลซีรีส์ KIOXIA XG10 รุ่น 512 GB และ 1024 GB ใช้หน่วยความจำแฟลชแบบ TLC รุ่น BiCS FLASH™ เจเนอเรชั่น 6 ส่วนโมดูล 2048 GB และ 4096 GB ใช้หน่วยความจำแฟลชแบบ TLC รุ่น BiCS FLASH™ เจเนอเรชั่น 8

– คำจำกัดความของความจุ SSD: Kioxia กำหนดให้กิโลไบต์ (KB) เท่ากับ 1,000 ไบต์, เมกะไบต์ (MB) เท่ากับ 1,000,000 ไบต์, กิกะไบต์ (GB) เท่ากับ 1,000,000,000 ไบต์, เทราไบต์ (TB) เท่ากับ 1,000,000,000,000 ไบต์ และกิบิไบต์ (KiB) เท่ากับ 1,024 ไบต์ อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์จะรายงานความจุโดยใช้เลขยกกำลังของ 2 เช่น 1GB = 2^30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ และ 1TB = 2^40 ไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ ดังนั้นจึงแสดงความจุที่น้อยกว่าความเป็นจริง พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ใช้งานได้ (รวมถึงตัวอย่างไฟล์มีเดียประเภทต่างๆ) จะแตกต่างกันไปตามขนาดไฟล์ รูปแบบ การตั้งค่า ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ และ/หรือแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า หรือเนื้อหาของไฟล์มีเดีย โดยความจุที่ฟอร์แมตแล้วจริงๆ อาจแตกต่างออกไป

– ความเร็วในการอ่านและเขียนอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์โฮสต์ สภาพการอ่านและการเขียน และขนาดไฟล์

– IOPS: จำนวนการรับส่งข้อมูลต่อวินาที (หรือจำนวนการดำเนินการ I/O ต่อวินาที)

– ความพร้อมจำหน่ายของรุ่น SED อาจแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค

– NVMe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียนของ NVM Express, Inc. ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ

– PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG

– ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทบุคคลที่สาม

เกี่ยวกับ Kioxia
Kioxia เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ ซึ่งทุ่มเทให้กับการพัฒนา การผลิต และการจำหน่ายหน่วยความจำแฟลชและโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) ในเดือนเมษายน 2017 บริษัท Toshiba Memory ซึ่งเป็นชื่อก่อนหน้าของบริษัทได้แยกตัวออกมาจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ในปี 1987 Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วย “หน่วยความจำ” โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบที่สร้างทางเลือกให้กับลูกค้าและสร้างคุณค่าจากหน่วยความจำให้กับสังคม เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช 3D เชิงนวัตกรรมของ Kioxia อย่าง BiCS FLASH™ กำลังสร้างอนาคตของการจัดเก็บข้อมูลในแอปพลิเคชันความหนาแน่นสูง รวมถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง พีซี ระบบยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล และระบบ AI เชิงสร้างสรรค์

*ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาบริการ และข้อมูลการติดต่อ มีความถูกต้อง ณ วันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การสอบถามของลูกค้า:
สำนักงานขายทั่วโลก
https://www.kioxia.com/en-jp/business/buy/global-sales.html

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260513852514/en

Contacts

การสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ:
Kioxia Corporation
ฝ่ายบริหารการส่งเสริมการขาย
Satoshi Shindo
โทร.: +81-3-6478-2404

ที่มา: Kioxia Corporation

Toshiba ได้เริ่มจัดส่งตัวอย่างไอซีซีรีส์ SmartMCD™ ใหม่ที่มี MOSFET ในตัวสำหรับขับเคลื่อนมอเตอร์แล้ว

Logo

การรวมตัวขับมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านสามเฟสและไมโครคอนโทรลเลอร์เข้าด้วยกัน ทำให้สามารถขับมอเตอร์ขนาดเล็กสำหรับยานยนต์ได้โดยตรง

คาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–14 พฤษภาคม 2026

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เริ่มจัดส่งตัวอย่างทางวิศวกรรมของ “TB9M040FTG” ที่เป็นอุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์ที่มี MOSFET กำลังสูงในตัว สำหรับขับเคลื่อนมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านสามเฟสแล้ว โดยเป็นผลิตภัณฑ์ล่าสุดในซีรีส์ “SmartMCD™” [1] ของ Toshiba ของอุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์ที่รวมไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCU) และตัวขับมอเตอร์ไว้ในตัวเดียวกัน โดย TB9M040FTG สามารถขับเคลื่อนมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านสามเฟสได้โดยตรง และเหมาะสำหรับการควบคุมมอเตอร์ขนาดเล็กที่ใช้ในอุปกรณ์ยานยนต์

การใช้ระบบไฟฟ้ากับชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวของยานยนต์ยังคงก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และความต้องการมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบไร้แปรงถ่านสามเฟสขนาดเล็กก็เพิ่มขึ้นสำหรับการใช้งานในงานต่างๆ เช่น วาล์วไฟฟ้า แดมเปอร์ และแผ่นปิดในระบบทำความร้อน การระบายอากาศ และระบบเครื่องปรับอากาศ (HVAC) รวมถึงในบานเกล็ดระบายอากาศ[2] สิ่งต่างๆ เหล่านี้ยังกระตุ้นความต้องการอุปกรณ์ที่มีส่วนประกอบที่น้อยลงและหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ที่มีขนาดเล็กลง รวมถึงฟังก์ชันที่รองรับการควบคุมแบบเน้นทิศทาง (FOC) [3] และการควบคุมแบบไร้เซนเซอร์ ที่จะช่วยให้การควบคุมมอเตอร์มีความล้ำหน้ามากขึ้นและลดภาระของ CPU ลง

TB9M040FTG ได้บูรณาการรวมไมโครคอนโทรลเลอร์ (แกน Arm® Cortex® ‑M23), หน่วยความจำแฟลช, วงจรขับมอเตอร์ที่สามารถขับมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านสามเฟสได้โดยตรง, วงจรขับด้านแรงดันสูงที่สามารถใช้เป็นแหล่งจ่ายไฟได้, ตัวรับส่งสัญญาณเครือข่ายเชื่อมต่อภายใน (LIN) [4] และระบบจ่ายไฟที่สามารถทำงานได้ในระดับแบตเตอรี่รถยนต์ โดยทั้งหมดนี้บรรจุอยู่ในแพ็คเกจ VQFN36 ขนาดเล็ก (6×6 มม. (โดยทั่วไป)) นอกจากนี้ยังรวมถึง กลไกเวกเตอร์ (VE) ที่ผสานรวมฮาร์ดแวร์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Toshiba ที่จะช่วยลดภาระของ CPU ลงในการใช้งานมอเตอร์ที่ควบคุมด้วย FOC และช่วยให้โปรแกรมซอฟต์แวร์มีขนาดเล็กลง

นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันตรวจจับแรงเคลื่อนไฟฟ้าต้านกลับ (BEMF[5]) ที่จะช่วยให้สามารถควบคุมคลื่นสี่เหลี่ยมได้โดยไม่ต้องใช้เซนเซอร์

คุณสมบัติเหล่านี้เมื่อรวมกันแล้วจะช่วยให้สามารถลดขนาดอุปกรณ์ยานยนต์และลดจำนวนชิ้นส่วนลงได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถควบคุมมอเตอร์ขั้นสูงและซับซ้อนได้ โดย TB9M040FTG นั้นสามารถรองรับการใช้งานมอเตอร์ขนาดเล็กในยานยนต์ได้หลากหลาย รวมถึงการสื่อสารแบบ LIN กับ ECU ที่จะช่วยให้สามารถควบคุมมอเตอร์ขนาดเล็กภายในระบบยานยนต์ได้

Toshiba จะยังคงขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ซีรีส์ SmartMCD™ ต่อไป โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีฟังก์ชันที่จำเป็นสำหรับการขับมอเตอร์ในระบบยานยนต์ และมีส่วนช่วยในการลดขนาดระบบยานยนต์และจำนวนชิ้นส่วนให้น้อยลง

หมายเหตุ:

[1] SmartMCD™: ชุดอุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์ (MCD) สำหรับยานยนต์ที่พัฒนาโดยบริษัท Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ที่รวมเอาตัวขับมอเตอร์และไมโครคอนโทรลเลอร์ไว้ในอุปกรณ์เดียว

[2] บานเกล็ดปิดช่องระบายอากาศ: กลไกบานเกล็ดที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังกระจังหน้าของรถ ที่จะเปิดและปิดโดยอัตโนมัติตามสภาพการขับขี่

[3] การควบคุมแบบเน้นสนามแม่เหล็ก (Field Oriented Control: FOC): เป็นวิธีการควบคุมแบบเวกเตอร์ทั่วไป (วิธีการควบคุมที่ควบคุมแรงบิดของมอเตอร์และฟลักซ์แม่เหล็กอย่างอิสระในฐานะส่วนประกอบตั้งฉาก) ซึ่งใช้กรอบอ้างอิงการหมุนของมอเตอร์ (ระบบพิกัด dq) เพื่อควบคุมส่วนประกอบฟลักซ์แม่เหล็ก (แกน d) และส่วนประกอบแรงบิด (แกน q) อย่างอิสระ

[4] เครือข่ายเชื่อมต่อภายใน (LIN): หนึ่งในโปรโตคอลการสื่อสารแบบอนุกรมที่ใช้เป็นหลักสำหรับการสื่อสารระหว่างหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ในยานยนต์

[5] แรงเคลื่อนไฟฟ้าต้านกลับ (BEMF): แรงดันไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในขดลวดมอเตอร์ขณะที่มอเตอร์หมุน เกิดขึ้นเมื่อสนามแม่เหล็กของโรเตอร์ตัดผ่านขดลวด และมีทิศทางตรงข้ามกับแรงดันไฟฟ้าที่ป้อนเข้ามา

การใช้งาน

อุปกรณ์ยานยนต์

  • การใช้งานมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านขนาดเล็ก เช่น วาล์วไฟฟ้า ตัวควบคุมการไหลของอากาศในระบบปรับอากาศ แผ่นปิด และบานเกล็ดระบายอากาศ

ฟีเจอร์

  • บูรณาการตัวขับมอเตอร์สำหรับมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านสามเฟส ทำให้สามารถขับเคลื่อนมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่านสามเฟสได้โดยตรง (ด้วย MOSFET สำหรับขับมอเตอร์ในตัว)
  •  MCU 32 บิต (Arm® Cortex® -M23), ความถี่ในการทำงาน: 40MHz (ออสซิเลเตอร์ความเร็วต่ำและความเร็วสูงในตัว)
  • หน่วยความจำในตัวพร้อม ECC (SEC/DED[6])
    หน่วยความจำแฟลชโค้ด: 80 กิโลไบต์, SRAM: 4 กิโลไบต์
  • มีกลไกเวกเตอร์ (VE) ในตัวสำหรับการควบคุม FOC และไดรเวอร์มอเตอร์แบบตั้งโปรแกรมได้ (PMD)[7]
  • วงจรขยายสัญญาณตรวจจับกระแสแบบตัวต้านทานขนาน 1 ตัวในตัว[8] และตัวแปลง A/D 12 บิต
  • วงจรขับสัญญาณด้านสูงแบบช่องสัญญาณเดียวที่สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ไอซีเซนเซอร์ฮอลล์เอฟเฟกต์
  • อินเทอร์เฟซการสื่อสาร: LIN, UART (ใช้ร่วมกับ LIN) และ SPI
  • เป็นไปตามมาตรฐาน AEC-Q100[9] เกรด 0
  • เป็นไปตามมาตรฐาน ASIL‑B[10]

    หมายเหตุ:

    [6] ฟังก์ชัน ECC (Error Correction Code) ในตัวรองรับการแก้ไขความผิดพลาด 1 บิต (SEC) และการตรวจจับความผิดพลาด 2 บิต (DED)

    [7] โมดูลควบคุมมอเตอร์แบบตั้งโปรแกรมได้ (PMD): โมดูลฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมมอเตอร์ ซึ่งทำหน้าที่สร้างสัญญาณ PWM (Pulse Width Modulation) ควบคุมการนำกระแสไฟฟ้า และตรวจจับความผิดพลาดในระดับฮาร์ดแวร์ จึงสามารถช่วยลดภาระการประมวลผลที่จำเป็นสำหรับการควบคุมมอเตอร์ได้

    [8] วงจรขยายสัญญาณวัดกระแสแบบตัวต้านทานขนาน 1 ตัว: กระแสไฟฟ้าของมอเตอร์จะถูกประมาณค่าโดยอ้อมโดยใช้ตัวต้านทานขนานวัดกระแสและวงจรขยายสัญญาณวัดกระแส

    [9] AEC-Q100: มาตรฐานการรับรองคุณภาพอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ที่จัดตั้งโดยสภาอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ ครอบคลุมความน่าเชื่อถือและคุณภาพของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวงจรไอซี (IC)

    [10] ASIL (Automotive Safety Integrity Level): ดัชนีที่บ่งชี้ระดับความปลอดภัยในการทำงานของยานยนต์ โดยอิงตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานตาม ISO 26262 โดย ASIL-B จะแสดงถึงระดับความปลอดภัยปานกลาง ซึ่งสูงกว่า ASIL-A และจะนำมาใช้เมื่อความล้มเหลวในการทำงานอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์หรือยานพาหนะในระดับหนึ่ง

 ข้อมูลจำเพาะหลัก

หมายเลขชิ้นส่วน

 TB9M040FTG

ตัวขับมอเตอร์

มอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่าน 3 เฟส, ไดรฟ์ 1 ช่องสัญญาณ (สูงสุด 2A)

ฟังก์ชันหลัก

ตัวขับควบคุมมอเตอร์: ตัวต้านทานแบบขนานและตัวขยายสัญญาณตรวจจับกระแส

ฮาร์ดแวร์สำหรับการควบคุม FOC / การควบคุมคลื่นสี่เหลี่ยม (VE, PMD, ENC[11] )

วงจรขับด้านแรงดันสูง (HSD): หนึ่งช่องสัญญาณ (เอาต์พุต Vcc) (แหล่งจ่ายไฟสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ไอซีเซนเซอร์ฮอลล์เอฟเฟกต์ (5V (สูงสุด), 40mA), รองรับการควบคุมเปิด/ปิด)

เลเยอร์ทางกายภาพของ LIN: หนึ่งช่องสัญญาณ (ตอบกลับเท่านั้น)

การสื่อสาร

LIN, UART (ใช้ร่วมกับ LIN), SPI

การตรวจจับความผิดพลาดหลัก

การตรวจจับแรงดันไฟต่ำ (Vcc (สร้างขึ้น 5 V))

การตรวจจับแรงดันเกิน (Vdd (สร้างขึ้น 1.5 V))

การตรวจจับกระแสเกิน (กระแสของมอเตอร์, ตัวขับด้านแรงดันสูง)

การตรวจจับ VCP (แรงดันปั๊มประจุ) (แรงดันเกิน/แรงดันต่ำกว่าปกติ)

การตรวจจับ VDS (แรงดันเดรน-ซอร์สของ MOSFET ในตัว) (ด้านสูง/ด้านต่ำ)

ระบบปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิสูงเกินกำหนด เป็นต้น

พิกัดสูงสุดสัมบูรณ์

แรงดันไฟฟ้าของแหล่งจ่ายไฟ Vbat (V)

-0.3 ถึง +40

ช่วงการทำงาน

แรงดันไฟฟ้าของแหล่งจ่ายไฟ Vbat (V)

6 ถึง 18

อุณหภูมิในการทำงาน Topr (°C)

Ta=-40 ถึง +150

Tj=-40 ถึง +175

แพ็คเกจ

ชื่อ

P-VQFN36-0606-0.50-004

ขนาด (มม.)

โดยทั่วไป

6.0×6.0

ความน่าเชื่อถือ

เป็นไปตามมาตรฐาน AEC-Q100 เกรด 0

เป็นไปตามมาตรฐาน ASIL-B

หมายเหตุ:

[11] วงจรรับสัญญาณจากตัวเข้ารหัส (ENC): วงจรที่รับสัญญาณจากตัวเข้ารหัสเพื่อตรวจจับสถานะการทำงานของมอเตอร์ รวมถึงตำแหน่ง ความเร็ว และทิศทางการหมุน

คลิกที่ลิงก์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่
TB9M040FTG

คลิกที่ลิงก์ด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวขับมอเตอร์สำหรับยานยนต์ของ Toshiba
อุปกรณ์แอนะล็อก

* Arm และ Cortex เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Arm Limited (หรือบริษัทในเครือ) ในสหรัฐอเมริกาและ/หรือประเทศอื่นๆ
* SmartMCD™ เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้นๆ
* ตัวอย่างนี้ใช้สำหรับการประเมินการทำงานเท่านั้น คุณสมบัติอาจแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในปริมาณมาก
* ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและรายละเอียดสินค้า เนื้อหาของบริการ และข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ประกาศ แต่ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง ใช้ประสบการณ์และนวัตกรรมมากกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์แบบแยกส่วน ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ

โดยพนักงานกว่า 17,400 คนทั่วโลกของบริษัทยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ให้สูงสุด และส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในการร่วมสร้างมูลค่าและตลาดใหม่ๆ โดยบริษัทยังมุ่งหวังที่จะร่วมสร้างและสนับสนุนอนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้คนในทุกๆ ที่

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260513230802/en

Contacts

การสอบข้อมูลสำหรับลูกค้า:
ฝ่ายการขายและการตลาดอุปกรณ์แอนะล็อก
โทร.: +81-44-548-2219
ติดต่อเรา

การสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ:
C. Nagasawa
ฝ่ายสื่อสารและข้อมูลการตลาด
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

MOBX เตรียมเข้าซื้อกิจการบริษัทแร่หายากและแร่ธาตุสำคัญทางด้านกลาโหมของสหรัฐฯ

Logo

เออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–14 พฤษภาคม 2026

Mobix Labs (Nasdaq: MOBX) ประกาศในวันนี้ว่าได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงที่ไม่ผูกมัดเพื่อเข้าซื้อกิจการ Special Project Delivery LLC (“SPD”) ที่เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่สร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศสำหรับธาตุหายาก แร่ธาตุสำคัญ และการจัดเก็บพลังงาน

การเข้าซื้อกิจการที่เสนอมานี้จะขยายงานด้านความมั่นคงแห่งชาติของ Mobix Labs ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดหาเครื่องบินรบ ขีปนาวุธ เรือดำน้ำ และดาวเทียมให้กับสหรัฐฯ และพันธมิตร ไปสู่หนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์มากที่สุดของโลกโดยตรง โดย MOBX กำลังก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานที่ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันประเทศ การบินและอวกาศ และปัญญาประดิษฐ์ที่ทันสมัยโดยตรง

คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์ล่วงหน้าเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการ Special Project Delivery LLC (“SPD”) ซึ่งมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนตามที่อธิบายไว้ในเอกสารที่ Mobix Labs ยื่นต่อ SEC และข้อกำหนดที่คล้ายคลึงกันภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ของประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่สหรัฐอเมริกา หนังสือแสดงเจตจำนงนี้ไม่มีผลผูกพัน และไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้ายหรือการทำธุรกรรมที่เสนอจะเสร็จสมบูรณ์

ติดตามเราได้ทาง X: @MobixLabs_MOBX
ติดตามได้ทาง StockTwits: MobixLabs
ติดตามเราได้ทาง LinkedIn: Mobix Labs

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของ MOBX
Chris Eddy หรือ David Collins
Catalyst IR
mobx@catalyst-ir.com หรือ 212-924-9800

ที่มา: Mobix Labs

Medisca และ dsm–firmenich ร่วมมือกันเพื่อขยายการเข้าถึง API สำหรับวิตามินเกรดเภสัชกรรมสำหรับตลาดการปรุงยาในสหรัฐอเมริกา

Logo

มอนทรีออล–(BUSINESS WIRE)–12 พฤษภาคม 2026

Medisca ผู้นำระดับโลกด้านเวชภัณฑ์เฉพาะบุคคล ได้เข้าสู่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ dsm–firmenich ผู้ผลิตส่วนผสมชั้นนำที่ให้บริการตลาดเวชภัณฑ์ที่มีการควบคุมทั่วโลก

ด้วยความร่วมมือนี้ Medisca จะนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (API) สำหรับวิตามินเกรดเภสัชกรรมให้แก่ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงยาในสหรัฐอเมริกา ขยายการเข้าถึงส่วนผสมที่ผลิตภายใต้สภาพแวดล้อม cGMP ของยุโรป และได้รับการสนับสนุนจากระบบคุณภาพและมาตรฐานเอกสารที่เป็นที่ยอมรับ

เสริมสร้างรากฐานของการปรุงยา

เนื่องจากการปรุงยายังคงสนับสนุนการดูแลรักษาที่ซับซ้อนและมีการควบคุมมากขึ้นเรื่อยๆ ความคาดหวังเกี่ยวกับแหล่งที่มาของส่วนผสม ความสม่ำเสมอ และเอกสารประกอบจึงเพิ่มสูงขึ้น ร้านขายยาและสถานประกอบการรับจ้างผลิตยาตามมาตรา 503B กำลังมองหาพันธมิตรที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถดำเนินงานได้อย่างมั่นใจในระดับที่ใหญ่ขึ้น

ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวในการขยายการเข้าถึงโซลูชันส่วนผสมคุณภาพสูง ในขณะเดียวกันก็รักษาขั้นตอนการทำงาน ความสัมพันธ์ และรูปแบบการดำเนินงานที่ลูกค้ายังไว้วางใจในปัจจุบัน

เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ dsm–firmenich ที่เป็นองค์กรระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในด้านมาตรฐานการผลิตและความมุ่งมั่นในคุณภาพ” กล่าวโดย Peng Li รองประธานฝ่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ Medisca “การจัดหาวัตถุดิบเป็นรากฐานสำคัญของความไว้วางใจและความสำเร็จในระยะยาวในการปรุงยา การนำกลุ่มผลิตภัณฑ์ API เกรดเภสัชกรรมของ dsm–firmenich เข้าสู่ระบบนิเวศของ Medisca โดยเรากำลังขยายสิ่งที่ลูกค้าไว้วางใจในปัจจุบัน และสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรม

ความร่วมมือนี้เป็นการนำเสนอ API สำหรับวิตามินเกรดเภสัชกรรมผ่านโมเดลทางการค้าและทางเทคนิคที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการใช้งานตามกฎระเบียบและความต่อเนื่องในระยะยาวของการปฏิบัติงานด้านการปรุงยา

การร่วมมือกับ Medisca ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายการเข้าถึง API สำหรับวิตามินเกรดเภสัชกรรมสำหรับตลาดการปรุงยาในสหรัฐอเมริกา ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านการผลิตระดับโลกและความมุ่งมั่นในมาตรฐาน cGMP ของเราเข้ากับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของ Medisca เกี่ยวกับผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงยาเฉพาะบุคคล เราจึงสามารถเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทานและช่วยให้ร้านขายยาและสถานประกอบการรับจ้างผลิตยาตามมาตรา 503B สามารถดำเนินงานได้อย่างมั่นใจ สม่ำเสมอ และมีคุณภาพในการดูแลผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น” ~ Jennifer McManus ผู้อำนวยการฝ่ายขายอาวุโสของ dsm-firmenich

กลุ่มผลิตภัณฑ์ API สำหรับวิตามินของ dsm–firmenich มีจำหน่ายผ่านทาง Medisca ในสหรัฐอเมริกา และคาดว่าจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมในอนาคต โดยลูกค้าสามารถติดต่อตัวแทนฝ่ายขายของ Medisca เพื่อสอบถามข้อมูลการสั่งซื้อ ราคา และระยะเวลาในการจัดส่งได้

เกี่ยวกับ dsm–firmenich

ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมโภชนาการ สุขภาพ และความงาม ทาง dsm–firmenich ได้คิดค้น ผลิต และผสมผสานสารอาหาร รสชาติ และกลิ่นหอมที่จำเป็นต่อชีวิต เพื่อให้ประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ส่วนผสมจากธรรมชาติและหมุนเวียนได้ รวมถึงความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เป็นที่ยอมรับ บริษัทจึงสร้างสรรค์สิ่งที่จำเป็นต่อชีวิต สิ่งที่ผู้บริโภคปรารถนา และสิ่งที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับผู้คนและโลก โดย dsm–firmenich เป็นบริษัทสัญชาติสวิส มีสำนักงานใหญ่สองแห่งในเมืองไคเซอรอคส์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเมืองมาสทริชต์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยูโรเน็กซ์ อัมสเตอร์ดัม และดำเนินงานในเกือบ 60 ประเทศ โดยมีรายได้มากกว่า 12 พันล้านยูโร ด้วยทีมงานที่หลากหลายทั่วโลกกว่า 30,000 คน ทำให้ dsm–firmenich นำความก้าวหน้ามาสู่ชีวิตประจำวัน ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับผู้คนหลายพันล้านคน www.dsm-firmenich.com

เกี่ยวกับ Medisca

Medisca ก่อตั้งขึ้นในปี 1989 เป็นผู้นำด้านการแพทย์เฉพาะบุคคลและโซลูชันห่วงโซ่อุปทานยา โดยมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 2,000 รายการ พร้อมด้วยคลังสูตรยาเฉพาะบุคคลและสูตรยาที่ปรับแต่งเองมากกว่า 10,000 สูตร ด้วยความเชี่ยวชาญและบริการด้านการปรุงยา การศึกษาด้านการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และการทดสอบวิเคราะห์ ทำให้ Medisca สามารถนำเสนอโซลูชันที่ปรับแต่งได้อย่างละเอียดสำหรับภาคส่วนด้านสุขภาพที่หลากหลายในหลายตลาดทั่วโลก โดยมุ่งเน้นการเชื่อมช่องว่างในด้านการดูแลสุขภาพและเสริมสร้างศักยภาพด้านสุขภาพเฉพาะบุคคลสำหรับทุกคน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.medisca.com และติดตามเราได้ทาง LinkedIn, Facebook และ YouTube

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Medisca Communications
communications@medisca.com
1-800-665-6334

ที่มา: Medisca

NIPPON KINZOKU เร่งส่งเสริม “L-Core” ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: สแตนเลสที่เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะด้านที่ให้การนำไฟฟ้าสูงผ่านการปรับสภาพพื้นผิว

Logo

– ไม่ใช้การชุบโลหะ ลดต้นทุน และทนทานต่อการกัดกร่อนแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงและความชื้นสูง –

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–13 พฤษภาคม 2026

NIPPON KINZOKU CO., LTD. (โตเกียว: 5491) (สำนักงานใหญ่: เขตมินาโตะ โตเกียว) มีความภูมิใจที่จะประกาศการส่งเสริมที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นของ “L-Core” สแตนเลสที่เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะด้าน ซึ่งใช้เทคโนโลยีการปรับเปลี่ยนพื้นผิวที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ เพื่อให้ได้ความต้านทานการสัมผัสต่ำมาก ในขณะที่ยังคงรักษาคุณสมบัติการต้านทานการกัดกร่อนตามธรรมชาติของสแตนเลสไว้ เราได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งของ L-Core ให้เป็น“ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” เพื่อสนับสนุนการผลิตที่ยั่งยืน

แม้ว่าสแตนเลสทั่วไปจะมีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดีเยี่ยมเนื่องจากมี “ฟิล์มเฉื่อย” แต่ฟิล์มเดียวกันนี้มักทำหน้าที่เป็นฉนวนไฟฟ้า ดังนั้น ชิ้นส่วนที่ต้องการการนำไฟฟ้าจึงมักต้องพึ่งพาการชุบนิกเกิล (Ni) ที่มีราคาสูงหรือเทปนำไฟฟ้า L-Core แก้ปัญหานี้ได้โดยทำให้ฟิล์มเฉื่อยนั้นเองเป็นตัวนำไฟฟ้า นวัตกรรมนี้ทำให้วัสดุมีการนำไฟฟ้าสูง ช่วยลดขั้นตอนการผลิตและลดต้นทุนได้อย่างมาก พร้อมทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

ด้วยการผสานคุณสมบัติประสิทธิภาพสูงเข้ากับวัสดุพื้นฐานโดยตรง เราจึงช่วยให้ลูกค้าสามารถลดขั้นตอนการแปรรูปที่ไม่จำเป็นและเพิ่มผลผลิตของวัสดุได้ แนวทางนี้ไม่เพียงแต่ช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งขับเคลื่อนความก้าวหน้าไปสู่สังคมที่เป็นกลางทางคาร์บอน

1. คุณสมบัติทางเทคนิค: การสร้าง “การเพิ่มพาหะนำไฟฟ้า”

ด้วยการใช้เทคโนโลยีการปรับสภาพพื้นผิวที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา เราสร้างบริเวณ “การเพิ่มพาหะนำไฟฟ้า” ภายในฟิล์มเฉื่อย ซึ่งทำหน้าที่เป็นเส้นทางสำหรับการนำไฟฟ้า

  •  การสร้างสมดุลระหว่างการนำไฟฟ้าและความต้านทานการกัดกร่อน: ฟิล์มได้รับการปรับปรุงโดยไม่ถูกทำลาย ทำให้ยังคงรักษาคุณสมบัติการต้านทานการกัดกร่อนที่ดีเยี่ยมซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะของสแตนเลสไว้ได้
  •  ลดขั้นตอนหลังการผลิต: เนื่องจากวัสดุมีความต้านทานต่ำ จึงสามารถนำไปใช้กับชิ้นส่วนนำไฟฟ้าได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนเพิ่มเติม เช่น การชุบโลหะ

2. ข้อมูลประสิทธิภาพ: ความต้านทานหน้าสัมผัสที่ดีเยี่ยมและความเสถียรในระยะยาว

L-Core แสดงให้เห็นถึงความต้านทานหน้าสัมผัสต่ำที่เทียบได้กับการชุบนิกเกิลแบบกึ่งเงา และยังคงรักษาประสิทธิภาพนี้ไว้ได้แม้ในสภาวะที่รุนแรง

  •  ความต้านทานหน้าสัมผัสต่ำ: ให้ความต้านทานต่ำกว่าสแตนเลสทั่วไป (SUS304 BA) อย่างเห็นได้ชัด
  •  ความน่าเชื่อถือสูง: ไม่พบการลดลงของประสิทธิภาพการทำงานแม้หลังจากใช้งานไป 2,700 ชั่วโมงในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง (60°C, 95% RH)

3. ประโยชน์หลักสำหรับลูกค้า: ลดต้นทุนและปรับปรุงคุณภาพ

ผลิตภัณฑ์นี้มีข้อดีทั้งในด้านต้นทุนและคุณภาพเมื่อเทียบกับสแตนเลสชุบนิกเกิล
https://www.nipponkinzoku.co.jp/assets/images/2026/05/Characteristic-comparison-with-Ni-plating.png

4. ข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์และความสามารถในการผลิต

  •  เกรดเหล็กที่ใช้: สแตนเลสตระกูลออสเทนิติกทั้งหมด (เช่น SUS301, SUS304 เป็นต้น)
  •  ความหนา: 0.05 มม. – 0.30 มม.
  •  ความกว้าง: สูงสุด 200 มม.
  •  การตกแต่ง: ใช้ได้กับพื้นผิวทุกประเภท ยกเว้น TA (Tension Annealing)

5. ตัวอย่างการใช้งาน

  • ตัวเครื่องสมาร์ทโฟน
  • แผงวงจรพิมพ์แบบยืดหยุ่น (FPC)
  • ขอบจอแสดงผล (LCD เป็นต้น)
  • ตัวเชื่อมต่อไฟฟ้า

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.nipponkinzoku.co.jp/assets/images/2026/05/20260513-En-Press-Release.pdf

เกี่ยวกับกลุ่มบริษัท NIPPON KINZOKU

ผลิตภัณฑ์ของเราถูกนำไปใช้ในหลากหลายด้าน ตั้งแต่ด้านความแม่นยำสูงไปจนถึงอุตสาหกรรมการก่อสร้าง https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/  

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260513728897/en

Contacts

NIPPON KINZOKU CO., LTD.
ฝ่ายกระบวนการผลิตและสนับสนุน
https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/inquiry

ที่มา: NIPPON KINZOKU CO., LTD.

Nikkiso ลงนามข้อตกลงกับ Maran Tankers Management เพื่อให้บริการสนับสนุนหลังการขาย

Logo

TEMECULA, Calif.–(BUSINESS WIRE)–12 พฤษภาคม 2026

วันนี้ Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group (Nikkiso CE&IG) ประกาศว่าได้มีการลงนามข้อตกลงระยะยาวกับบริษัทเดินเรือบรรทุกน้ำมัน Maran Tankers Management Inc.

ภายใต้ข้อตกลงระยะเวลา 5 ปี โดย Nikkiso CE&IG จะให้บริการสนับสนุนหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วโลกสำหรับปั๊มแรงดันสูงของ Maran Tankers รวมถึงการซ่อมบำรุงวาล์วฝั่งความเย็นที่มีการจัดเวลาตามช่วงระยะเวลาที่กำหนด และเพื่อรับประกันว่าระยะเวลาในการซ่อมบำรุงจะสั้นที่สุด Nikkiso CE&IG จะสำรองอะไหล่ที่จำเป็นไว้ที่ศูนย์บริการภาคพื้นทะเลทั่วโลก ซึ่งช่วยให้สามารถส่งมอบชุดอุปกรณ์ฝั่งความเย็นถึงเรือได้ภายในไม่กี่วัน แทนที่จะใช้ระยะเวลาหลายเดือนตามค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม นอกจากนี้ Nikkiso CE&IG จะให้คำแนะนำด้านเทคนิคแก่ Maran Tankers และดำเนินการยกเครื่องใหญ่ในช่วงระหว่างการนำเรือเข้าอู่แห้งตามกำหนดเวลา

Sean Fanniff ประธานหน่วยธุรกิจบริการระบบความเย็นจัดของ Nikkiso CE&IG กล่าวว่า “การที่เรามีศูนย์บริการภาคพื้นทะเลทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป ตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกา และจีนนั้น ช่วยให้เรามีแนวทางการดำเนินงานระดับโลกที่สอดประสานกัน พร้อมการให้บริการที่ราบรื่นจากท่าเรือต้นทางถึงท่าเรือปลายทางแก่ลูกค้าของเราได้

“Maran Tankers เป็นผู้ดำเนินงานชั้นนำในอุตสาหกรรมเรือบรรทุกน้ำมัน และข้อตกลงนี้เป็นอีกก้าวสำคัญสำหรับการเติบโตของเราในตลาดภาคพื้นทะเล เราตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกันต่อไปอีกหลายปีข้างหน้าเพื่อสนับสนุนกองเรือของ Maran Tankers”

ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการลงนามในสัญญาพันธมิตรผู้ให้บริการเชิงกลยุทธ์ร่วมกับ Exion Asia Pte Ltd ในขณะที่ Nikkiso CE&IG ยังคงเดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งในฐานะพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในตลาดภาคพื้นทะเลอย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับ Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group

Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group เป็นผู้นำระดับโลกด้านการจัดหาอุปกรณ์ โซลูชัน และบริการสำหรับระบบความเย็นจัด ซึ่งพร้อมตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปสู่พลังงานคาร์บอนต่ำและก๊าซอุตสาหกรรม ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่และแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเราเป็นผู้ขับเคลื่อนอนาคตของตลาดพลังงาน ตลาดการขนส่ง ตลาดภาคพื้นทะเล ตลาดการบินและอวกาศ รวมถึงตลาดก๊าซอุตสาหกรรม

กลุ่มบริษัทนี้อยู่ภายใต้การบริหารของ Cryogenic Industries, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ถือหุ้น 100% โดยNikkiso Co., Ltd. (TSE: 6376).

สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Nikkiso CE&IG ได้ที่NikkisoCEIG.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ช่องทางติดต่อสำหรับสื่อมวลชน
Ross Davidson
ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารภายนอก
+44 (0)7946 930741
Ross.davidson@nikkisoceig.com
pr@nikkisoceig.com

ที่มา: Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group

The Bangkok Reporter